การศกึ ษาโครงสรา้ งของดอกอัญชนั
ผูจัดทาํ เสนอ
นายกิตติพัทธ ศุภกมลเสนีย ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ ตําแหนงครูชํานาญการ คศ.2
ชั้นม.5 หอง335 เลขที่24 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สํานักงานเขตพื้นท่ีการ
ศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต1
ประกอบรายวิชาชีววทิ ยา 4 (ว30244) ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2565
หนา ก
คํานาํ
แมกกาซีนอีบุคฉบับนี้เปนสวนหนึ่งของรายวิชาชีววิทยา 4
(ว30244) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 มีจุดประสงคหลักเพ่ือศึกษา
ลักษณะโครงสรางของดอกอัญชันโดยใชความรูในบทท่ี 2 การ
สืบพันธุของพืชดอก (Reproduction do Flowering Plant)
ผูจัดทาํ ไดเลือกดอกอัญชันในการศึกษาโครงสรางของดอกไม
เพราะเปนดอกที่พบเห็นไดงายและสามารถเห็นโครงสรางตางๆได
อยางชัดเจน อีกท้ังเปนท้ังดอกครบสวน และดอกสมบูรณเพศดวย
ผูจัดทําหวังเปนอยางย่ิงวาแมกกาซีนฉบับน้ีจะใหความรูเก่ียวกับ
โครงสรางของดอกอัญชันใหกับผูอานไดเปนอยางดีและประโยชนท่ีได
รับจากการอานยังเปนการทบทวนบทเรียนของผูจัดทําเองอีกดวย
เสนอ ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ
ผูจัดทาํ นายกิตติพัทธ ศุภกมลเสนีย
28 พฤษจิกายน 2565
สารบัญ
คํานํา หนา
ก
ขอมูลเชิงพฤษศาสตรของตนอัญชัน 1
ขอมูลเบื้องตนของดอกอัญชัน 2
ลักษณะสัณฐานภายนอกและกายวิภาคภายในของดอกอัญชัน 3
ภาพประกอบสวนประกอบของดอกอัญชันที่ทาํ การศึกษา 4
ภาพโครงสรางของดอกอัญชันภายนอกกอนการผา 6
ภาพถายโครงสรางโดยรวมของกายวิภาคภายใน 7
บรรณานุกรม 8
ภาคผนวก 9
- คลิปวีดีโอ 9
- ภาพขณะทําการศึกษา 10
หนาท่ี 1
ขอ้ มลู เชงิ พฤษศาสตรข์ องต้นอัญชนั (butterfly pea)
รูปลักษณะภายนอกของตนอญั ชนั ขอ มลู พ้นื ฐานของตนอญั ชนั
ชอื่ วิทยาศาสตร : Clitoria ternatea L.
วงศ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ชื่อสามญั : Blue pea, Butterfly pea
ชอ่ื อน่ื : แดงชัน (เชียงใหม) เอ้อื งชนั (ภาคเหนอื )
ลักษณะพฤษศาสตร
อัญชันเปนไมเลื้อยเนอ้ื ออ น อายสุ ั้น ใชยอดเลอ้ื ยพนั ลาํ ตนมขี นปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก เรียงตรง
ขา มยาว 6-12 เซนติเมตร มใี บยอ ยรปู ไข 5-7 ใบ กวา ง 2-3 เซนตเิ มตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายใบ
แหลม โคนใบมน ผิวใบดานลา งมขี นหนาปกคลมุ ดอกสีขาว ฟา และมวง ดอกออกเดย่ี ว
รปู ทรงคลา ยฝาหอยเชลลออกเปนคูตามซอกใบ กลบี ดอก 5 กลบี ดอกบานเตม็ ทยี่ าว 2.5-3.5
เซนติเมตรกลบี คลมุ รปู กลม ปลายเวา เปน แอง ตรงกลางมีสเี หลอื ง มที ัง้ ดอกซอนและดอกลา ดอกชนั้
เดียวกลบี ข้นั นอกมขี นาดใหญก ลางกลีบสีเหลือง สวนกลบี ชน้ั ในขนาดเล็กแตด อกซอนกลีบดอกมีขนาด
เทา กนั ซอนเวียนเปน เกลยี ว ออกดอกเกอื บตลอดป ผลแหงแตก เปนฝก แบน กวาง 1-1.5 เซนติเมตร
ยาว 5-8 เซนตเิ มตร เมลด็ รปู ไต สดี าํ มี 5-10 เมลด็ อญั ชนั มถี ิน่ กําเนดิ ในแถบเอเชยี เขตรอ น และ
อเมรกิ าใต แหลงทีพ่ บพบใน ไทย ลาว คาบสมุทรมาเลเซยี เวยี ดนาม อนิ โดนีเซยี รวมทง้ั ในเอเชียใต
กอ นจะถกู นาํ ไปแพรพ นั ธุใน แอฟริกา ออสเตรเลยี และ อเมริกา
ประโยชนของดอกอัญชนั
เปนแหลง อาหารสตั วตามธรรมชาติ สาํ หรับแทะเลม็ ของโค-กระบอื ขึ้นอยเู ลอื้ ยพนั รว มกับหญาไดดี ปลูกเปน พชื เด่ยี วสาํ หรบั
ตัดสดเลย้ี งสตั วห รอื ทาํ แหง เปน อาหารหยาบเล้ียงสตั ว ยาพน้ื บา นอีสาน ใชร ากฝนกบั รากสะอกึ และนํา้ ซาวขาว กนิ หรือทา
แกง ูสวัด ตาํ รายาไทย ใชร าก รสเบอื่ เมา ปรงุ เปนยา กนิ และพอกถอนพิษสนุ ขั บา
หนาที่ 2
ขอ้ มลู เบอื งต้นของดอกอัญชนั
รูปประกอบดอกอญั ชัน ลกั ษณะของดอกอัญชัน
เปนดอกเดย่ี วรูปคลายฝาหอยยาว 3-4 เซนตเิ มตรหรอื เปน
ดอกคู ออกดอกตามซอกใบ มีสีขาว สมี วง สนี ํ้าเงิน กลบี
ดอกใหญง องุม ออกดอกตลอดป
การจําแนกดอกอญั ชันโดยใชเกณฑ เปนดอกเดีย่ วครบสวน [1] (มที ง้ั กลบี เลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู
เกสรเพศเมยี ) และเปน ดอกสมบูรณเพศดว ย [2] มีชนิดรงั ไขแบบ
hypogenous flower [3] (รงั ไขว างอยเู หนือฐานรองดอก) เปน
ดอกสมมาตรแบบ radial symmetry [4] (สมมาตรแนวรัศม)ี
ภาพประกอบการบรรยายจากการศกึ ษาจรงิ
กลีบดอก (petal)
เกสรเพศเมยี (pistil)
เกสรเพศผู(stigma)
กลบี เลี้ยง(sepal)
รังไข( ovary)
[1] [2] [4]แสดงใหเ ห็นวา เปนดอก [3] แสดงโครงสรา งของรังไข
ครบสวน ดอกสมบรู ณเ พศ และ ประเภท hypogenous flower
เปนสมมาตรในแนวรศั มี
หนาท่ี 3
ลักษณะสณั ฐานภายนอกและกายวิภาคภายในของดอกอัญชนั
ลักษณะของสวนประกอบตา งๆของดอกอญั ชัน
กลบี เล้ยี ง (sepal) :เปนกลบี เล้ยี งแบบรวมและเชื่อมติดกัน (Gamosepalous/Synsepalous)
กลีบดอก (petal) :กลบี ดอกสนี าํ เงินอมมวง เปน กลบี ดอกแบบกลบี แยกออกจากกนั ได
(polypetalous/apopetalous)
เกสรเพศผู (stamen):ประกอบดวยอับเรณู(anther)และกา นชเู กสรเพศผู(filament)เรยี งตวั อยู
รอบๆเกสรเพศเมีย
เกสรเพศเมีย (pistil) :ประกอบดวยยอดเกสรเพศเมยี (stigma) และกา นชูเกสรเพศเมีย(style)อยู
ตรงกลางของดอก
ฐานรองดอก (receptacle) :อยใู ตรังไขและเกสรเพศเมียมีสเี ขียวออน
กา นดอก (peduncle) :มีสีเขียวออน ส้นั อยูบรเิ วณโคนดอก
ภาพโครงสรางตา งๆของดอกอัญชนั จากการศึกษา
เกสรเพศผู (stamen)
กลบี เล้ยี ง (sepal)
เกสรเพศเมีย(pistil) ฐานรองดอก(receptacle ) กา นดอก(peduncle) กลีบดอก (petal)
หนาท่ี 4
ภาพประกอบสว่ นประกอบของดอกอัญชนั ทที ําการศกึ ษา
ภาพโครงสรางตางๆของดอกอญั ชนั ท่มี องเห็นไดจากภายนอก
กลบี ดอก (petal)
กลบี เล้ียง (sepal)
กานดอก(peduncle)
ฐานรองดอก(receptacle )
หนาที่ 5
ภาพประกอบสว่ นประกอบของดอกอัญชนั ทที ําการศกึ ษา
ภาพโครงสรางตา งๆของดอกอัญชนั ทอ่ี ยภู ายในตอ งผากอน
เกสรเพศเมยี (pistil) รงั ไข( ovary)
ยอดเกสรเพศเมยี (stigma)
กา นชเู กสรเพศเมีย(style)
เกสรเพศผู (stamen)
อับเรณู (anther)
กานชูอบั เรณู (filament)
หนาที่ 6
ภาพโครงสรา้ งของดอกอัญชนั ภายนอกก่อนการผา่
ฐานรองดอก(receptacle )
กลบี ดอก (petal) กา นดอก(peduncle)
กลบี เล้ยี ง (sepal)
หนาท่ี 7
ภาพถ่ายโครงสรา้ งโดยรวมของกายวิภาคภายใน
ภาพโครงสรางตา งๆของดอกอัญชนั ที่อยภู ายในตองผากอน
ยอดเกสรเพศเมยี (stigma) เกสรเพศเมยี (pistil)
กา นชูเกสรเพศเมีย(style)
อบั เรณู (anther)
เกสรเพศผู (stamen)
กา นชอู ับเรณู (filament)
รงั ไข( ovary) ชนิด superior ovary / hypogenous flower
หนาท่ี 8
บรรณานุกรม
https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fpls.2019.00645/full
https://sites.google.com/site/khwamrukeiywkabxaychan/home/laksna-khxng-
dxk-xaychan
https://home.kapook.com/view184894.html
http://www.rspg.or.th/plants_data/kp_bot_garden/anchan.htm
https://th.m.wikipedia.org/wiki/อัญชนั
https://www.researchgate.net/publication/352830104_Butterfly_Pea_Clitoria_te
rnatea_L_Fabaceae_and_Its_Morphological_Variations_in_Bali/fulltext/60db899
a92851ca94497396f/Butterfly-Pea-Clitoria-ternatea-L-Fabaceae-and-Its-
Morphological-Variations-in-Bali.pdf
เอกสาร บทที่ 2 การสืบพนั ธพุ ืชดอก (Reproduction of Flowering Plant)
รายวชิ าชวี วทิ ยา4 (ว30244) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่5 ภาคเรยี นที่2 ปก ารศึกษา2565
หนาท่ี 9
ภาคผนวก
QR Code คลิปวีดโี อขณะศกึ ษาโครงสรางของดอกอัญชัน
ล้ิงค YouTube : https://youtu.be/CanGHCkf8nQ
หนาท่ี 10
ภาคผนวก
ภาพขณะศกึ ษาหาขอ มลู เพ่ือมาจัดทาํ
แมกกาซนี และคลิปวดี โี อ
ภาพขณะถายทําวดี ีโอและบรรยาย
โครงสรา งของดอกไม
ภาพขณะการผา เพือ่ ศึกษาโครงสรา ง
ของดอกไม
ภาพขณะทําการตัดตอคลปิ วดี โี อ