The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Blue Simple Modern Travel Magazine (6)_compressed

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by P' Porntip, 2020-11-07 19:58:17

Blue Simple Modern Travel Magazine (6)_compressed

Blue Simple Modern Travel Magazine (6)_compressed

" ม า ต ร ก า ร ป อ ง กั น
แ ก้ ไ ข แ ล ะ ป ร ะ ส า น
ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ด้ า น
ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ
แ ล ะ สิ ง แ ว ด ล้ อ ม ต า ม
แ น ว ท า ง ก า ร พั ฒ น า

อ ย่ า ง ยั ง ยื น "

1. มาตรการปองกันและแก้ไข
ปญหาทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ แวดล้อมของโลก

1. มาตรการปองกันและแก้ไขปญหา
ทรัพยากรธรรมชาติและสิงแวดล้อมของโลก

MEASURE

สหประชาชาติได้กําหนดเปา โดยได้จากเปาหมาย
หมายการพัฒนาทียังยืน การ พัฒนาทียังยืน (SDGs)

สาํ หรบั สังคม โดยมี (Sustainable Development
มาตรการเกียวกับการ
Goals) ดังนี

ปองกันและแก้ไขปญหา เปาหมายที 6
ทรพั ยากรธรรมชาติและ เปาหมายที 7

สิงแวดล้อมในระยะเวลา เปาหมายที 13
ป ค ศ15 ( . . 2016-2030) เปาหมายที 14
เปาหมายที 15

เปาหมายที 6 สร้างหลัก
ประกันให้มีนําใช้การ
บริหารจัดการนําและการ
สุขาภิบาลอย่างยังยืน
สาํ หรับทุกคน

ใหป้ ระชากรทกุ คนเขา้ ถึงนําดืมที
ปลอดภัย ยกระดบั คณุ ภาพนํา
โดยลดมลพษิ ขจดั การทิงขยะและ
ลดการปล่อยสารเคมลี งสแู่ หล่งนํา
เพมิ ประสทิ ธภิ าพการใชน้ ําในทกุ
ภาคสว่ น

เ ป า หม ายที 7 สร้า งห ลั ก
ปร ะกั นว่า ทุก คน เ ข้า ถึ ง
พ ลั ง งาน สมัยใ หม่
ใ นร า ค าที สา ม า ร ถซือ ห า
ไ ด้ เ ชือ ถื อ ไ ด้ แ ละยังยืน

เพมิ สดั สว่ นของพลังงานทดแทนในการ
ผสมผสานการใชพ้ ลังงานของโลก
เพมิ อัตราการปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพ
การใชพ้ ลังงานของโลกใหเ้ พมิ ขนึ 2 เท่า

เ ป า หม ายที 1 3
ดําเ นิ น การ อย่า ง
เ ร่ง ด่ ว น เ พือ ต่ อ สู้กั บ
กา ร เ ปลี ยนแ ป ล ง
ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ แ ล ะ
ผ ลก ร ะท บที เกิ ด ขึน

เ เยสุทรธศมิ าภสตมู รแ์ ติ ละ้ากนารทวาางแนผแนรละดะับชาติ
ขดี ความสามารถในการ

ปรบั ตัวต่ออันตรายและภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติทีเกียวขอ้ งกับ
ภมู อิ ากาศบูรณาการมาตรการด้านการเปลียนแปลงสภาพ
ภมู อิ ากาศในนโยบาย

เ ป าหม ายที 14 อนุ รัก ษ์
แล ะใ ช้ประโย ชน์ จ าก
ม หาส มุ ทร ทะเ ลแล ะ
ท รั พ ย า ก ร ท า ง ท ะ เ ล
อ ย่ า ง ยั ง ยื น

บรหิ ารจดั การและปกปอง
ระบบนเิ วศทางทะเลชายฝง
ลดและแก้ปญหาผลกระทบ
ของการเปนกรดในมหาสมุทรยุติการทําประมงเกินขดี
จาํ กัดเพมิ พูนการอนุรกั ษ์และการใชม้ หาสมุทรและ
ทรพั ยากร เหล่านันอยา่ งยงั ยนื

เ ป าหมา ย ที 15
ป กป อ ง ฟน ฟู แ ละ
สนั บสนุ นการใช้ระ บบ
นิ เว ศ บน บก อ ย่างยัง ยืน
จั ด ก า ร ป า ไ ม้ อ ย่ า ง ยั ง ยื น
ต่ อ สู้ก า รก ลาย สภ า พ
เ ป นท ะเลท ร า ย หยุ ด ก า ร
เ สือม โทร ม ขอ ง ที ดิ นแล ะ
ฟน ฟู สภ าพ ก ลั บ
ม า ให ม่แ ละหยุ ดการ สูญ เสีย
ค ว า ห ล า ก ห ล า ย ท า ง ชี ว ภ า พ

อนรุ กั ษ์ ฟนฟู และใชร้ ะบบนิเวศ
บนบกและในนําอยา่ งยงั ยนื โดย
เฉพาะอยา่ งยงิ ปาไม้ พนื ทีชุม่ นํา

เกรด็ ความรู้
ใน ค.ศ. 2007 สหภาพยุโรป (EU) ไดป้ ระกาศเปาหมายการ
ปล่อยก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ภายใต้ยุทธศาสตร์
"20-20-20" ภายใต้ขอ้ บงั คับวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ การใช้
พลังงานหมุนเวยี นซงึ ผกู มดั ใหล้ ดปรมิ าณการปล่อยก๊าซ
ทังหมดลง เพมิ การใชพ้ ลังงานทดแทนใหไ้ ด้ และลดการใช้
พลังงานทังหมดลง รอ้ ยละ 20 ภายใน ค ศ. .2020

2. มาตราการปองกันและแก้ไข
ปญหาทรพั ยากรธรรมชาติและ

สงิ แวดล้อมในประเทศไทย

2.1 การจัดตังกลุ่ม ชมรม สามคม หรอื
องค์กรอิสระด้านสิงแวดล้อม

เ ป น ก า ร จั ด ตั ง ก ลุ่ ม อ ง ค์ ก ร
เ พื อ ก า ร อ นุ ร ัก ษ์ ท ร ัพ ย า ก ร
ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ ง แ ว ด ล้ อ ม
เช่น มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ตลอดจนการให้ความร่วมมือ
ทังทางด้านพลังงาน พลังใจ
พลังความคิด สร้างจิตสาํ นึก
ที ดี ต่ อ คุ ณ ค่ า ข อ ง ท ร ัพ ย า ก ร
ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ ง แ ว ด ล้ อ ม
ร ว ม ทั ง ส่ ง เ ส ร ิม ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น
ใ น ท้ อ ง ถิ น มี ส่ ว น ร ่ว ม ใ น ก า ร
อ นุ ร ัก ษ์ ช่ ว ย กั น ดู แ ล ร ัก ษ า
ท ร ัพ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ
สิ ง แ ว ด ล้ อ ม ใ ห้ ค ง อ ยู่ ใ น
สภาพเดิม ไม่เกิดความ
เสือมโทรม เพือประโยชน์ใน
ก า ร ดํา ร ง ชี วิ ต ใ น ท้ อ ง ถิ น ข อ ง
ตนเอง

2.2 ออกกฎหมายและขอ้ บงั คับ
ต่างๆ

ทีนาํ มาใชเ้ พอื การอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

2.3 การกําหนดนโยบายและ
วางแนวทางของรฐั บาล

เพอื เปนหลักการใหห้ นว่ ยงานและ
เจา้ หนา้ ทีของรฐั ทีเกียวขอ้ งยดึ ถือ
และนําไปปฏิบตั ิ โดยจดั ตังหน่วย
งานขนึ มารบั ผดิ ชอบเกียวกับการ
จดั การทรพั ยากรธรรมชาติ
แต่ละชนดิ

2.4 การให้การศึกษาแก่
ประชาชน

1) การประชาสมั พนั ธผ์ า่ นสอื วทิ ยุ
โทรทัศน์ หนงั สอื พมิ พ์

2) การใหก้ ารศึกษาในระบบ โดย
การสอดแทรกวชิ าการจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อมไว้

ค้นหาวธิ กี ารและพฒั นาเทคโนโลยเี พอื นาํ มาใชใ้ นการ
จดั การทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อมใหเ้ กิดประโยชนส์ งู สดุ เชน่ การพฒั นา
อุปกรณเ์ ครอื งมอื เครอื งใช้ ใหป้ ระหยดั พลังงานมาก
ขนึ การใชเ้ ทคโนโลยมี าจดั การ วางแผนพฒั นา

ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ป และแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สงั คมแหง่ ชาติไดก้ ําหนดแนวทางในการพฒั นาประเทศ
และเปาหมายการพฒั นาทียงั ยนื ในด้านต่างๆ โดยได้
กําหนดยุทธศาสตรท์ ี 4 การเติบโตทีเปนมติ รต่อสงิ
แวดล้อมเพอื การพฒั นาทียงั ยนื ดังนี

ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ป

1 ก า ร รัก ษ า แ ล ะ 5 ส นั บ ส นุ น ก า ร ล ด
ฟ น ฟู ท รั พ ย า ก ร ก า ร ป ล่ อ ย แ ก๊ ส
ธ ร ร ม ช า ติ เ รือ น ก ร ะ จ ก แ ล ะ
ส ร้ า ง ส ม ดุ ล ข อ ง เ พิ ม ค ว า ม ส า ม า ร ถ
ก า ร อ นุ รั ก ษ์ แ ล ะ ใ น ก า ร ป รั บ ตั ว ต่ อ
ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ อ ย่ า ง ก า ร เ ป ลี ย น แ ป ล ง
ยั ง ยื น แ ล ะ ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ
เปนธรรม

2 เ พิ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ 6 ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร
ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร เ พื อ ล ด ค ว า ม เ สี ย ง
ท รั พ ย า ก ร นํา เ พื อ ด้ า น ภั ย พิ บั ติ
ใ ห้ เ กิ ด ค ว า ม มั น ค ง
ส ม ดุ ล แ ล ะ ยั ง ยื น 7 พั ฒ น า ร ะ บ บ บ ริ ห า ร
จั ด ก า ร แ ล ะ ก ล ไ ก
3 แ ก้ ไ ข ป ญ ห า แ ก้ ไ ข ป ญ ห า ค ว า ม
วิ ก ฤ ต ก า ร ณ์ ด้ า น ขั ด แ ย้ ง ด้ า น
สิ ง แ ว ด ล้ อ ม ท รัพ ย า ก ร
ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ
4 ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ผ ลิ ต สิ ง แ ว ด ล้ อ ม
แ ล ะ ก า ร บ ริโ ภ ค
ที เ ป น มิ ต ร กั บ 8 ก า ร พั ฒ น า ค ว า ม
สิ ง แ ว ด ล้ อ ม ร่ ว ม มื อ ด้ า น
สิ ง แ ว ด ล้ อ ม
ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ

3. องค์กรในการจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ แวดล้อม

3.1 องค์กรทีมบี ทบาทในการจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อมในประเทศไทย

หนว่ ยงานหรอื องค์กรทีรฐั บาลจดั ตังขนึ เพอื ค้มุ ครอง
ดแู ลทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ แวดล้อม และเพอื ประสาน
งานอืนๆ ทีเกียวขอ้ ง

1) หนว่ ยงานภาครฐั
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

การสงวน อนุรกั ษ์ และฟนฟูทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ แวดล้อม จดั การการใชป้ ระโยชน์อยา่ งยงั ยนื

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพเเละสงิ แวดล้อม
สง่ เสรมิ การผลิตและการ
บรโิ ภคทีเปนมติ รกับสงิ
แวดล้อม สรา้ งวนิ ัยให้
คนในชาติในการจดั การขยะ
ลดแก๊สเรอื นกระจก สง่
เสรมิ พนื ทีสเี ขยี วในเมอื ง
และชุมชน

กรมปาไม้
การอนุรกั ษ์ สงวน ค้มุ ครอง
ฟนฟู ดแู ลรกั ษาปา และ
จดั การเกียวกับปาไม้
อุตสาหกรรมปาไม้ ใหเ้ ปนไป
ตามระเบยี บและกฎหมาย

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

กรมทรพั ยากรนํา

การพฒั นา อนรุ กั ษ์ ฟนฟู
และแก้ไขปญหาเกียวกับนํา
แบบบูรณาการ โดยการมี
สว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพอื การ
จดั การทรพั ยากรนําทีเปน
เอกภาพและยงั ยนื

กรมทรพั ยากรธรณี
การอนรุ กั ษ์ ฟนฟู บรหิ าร
จดั การด้านธรณีวทิ ยา การ
สาํ รวจ การศึกษา การวจิ ยั
การพฒั นาองค์ความรู้
ประสานความรว่ มมอื ระหวา่ ง
ประเทศด้านธรณวี ทิ ยาและ
ทรพั ยากรแร่

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

กรมควบคมุ มลพษิ
จดั ทํานโยบายและแผนการ
สง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพ
สงิ แวดล้อมด้านการควบคมุ
มลพษิ กําหนดมาตการ
ควบคมุ ปองกันและแก้ไข
ปญหาสงิ แวดล้อม

กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์

เกียวกับเกษตรกรรม จดั หา
แหล่งนําและพฒั นาระบบ
ชลประทาน สง่ เสรมิ และ
พฒั นาเกษตรกร สหกรณ์
กระบวนการผลิตและสนิ ค้า
เกษตรกรรม

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

กระทรวงอุตสาหกรรม
การสง่ เสรมิ และพฒั นา
อุตสาหกรรม พฒั นาผู้
ประกอบการ และราชการ
อืนตามทีกฎหมายกําหนด

กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม
สง่ เสรมิ สนับสนนุ พฒั นา
อุตสาหกรรมวสิ าหกิจขนาด
กลางและขนาดยอ่ ม ชุมชน
ผปู้ ระกอบการ และผใู้ หบ้ รกิ าร
ใหม้ สี มรรถนะและขดี ความ
สามารถในการประกอบการ

กระทรวงอุตสาหกรรม

กรมโรงงานอุตสาหกรรม
ดแู ลโรงงานต่าง ๆ ทีเปนของ
รฐั เพอื ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ปรบั ปรุงมาตรฐานคณุ ภาพ
และปรมิ าณ ระดับราคาของ
ผลิตภัณฑ์ทีจาํ หน่ายแก่
ประชาชน

กระทรวงสาธารณสขุ
การสรา้ งเสรมิ สขุ อนามยั การ
ปองกันควบคมุ และรกั ษา
โรคภัย ฟนฟูสมรรถภาพ
ของประชาชน

กระทรวงอุตสาหกรรม

กรมควบคมุ โรค
การปองกัน ควบคมุ โรค
และภัยทีคกุ คาม

กรมอนามยั
สง่ เสรมิ สภุ าพและอนามยั สงิ
แวดล้อมของประเทศพฒั นา
องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ
นวตั กรรมด้านสขุ ภาพและ
อนามยั สงิ แวดล้อม

2) หนว่ ยงานภาคเอกชน

สมชั ชาองค์กรเอกชนด้านการค้มุ ครอง
สงิ แวดล้อมและอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ
(สคส.)

เปนการรวมกล่มุ กันของ
องค์กรเอกชนหรอื องค์กร
พฒั นาเอกชน (อพช.)
เพอื ใหค้ นไทยไดอ้ ยูใ่ น
สงิ แวดล้อมทีเหมาะสม
ทรพั ยากรธรรมชาติที
เกือกลู ต่อการดํารงชวี ติ
ดําเนินกิจกรรมภายใต้
บทบาทหน้าทีขององค์กร
ตามกฎหมายสงิ แวดล้อม
และกฎหมายอืนทีเกียวขอ้ ง
ตาม พ.ร.บ สง่ เสรมิ และ
รกั ษาคณุ ภาพสงิ แวดล้อม
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2535

(1) มูลนธิ คิ ้มุ ครองสตั วป์ าและพรรณพชื
แห่งประเทศไทยในพระบรมราชนิ ปู ถัมภ์

ก่อตังเมอื วนั ที 13 ตลุ าคม พ.ศ. 2526 โดยได้รบั
พระมหากรณุ าธคิ ณุ จากสมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ิติ
พระบรมราชนิ นี าถ ทรงรบั ไวใ้ นพระบรมราชนิ ูปถัมภ์ เพอื
ชว่ ยเหลือชวี ติ สตั วป์ า ใหค้ ําปรกึ ษาในการจดั การเรอื งการ
อนุรกั ษ์สตั วป์ าในถินกําเนดิ นอกถินกําเนิดและพฒั นา
คณุ ภาพชวี ติ สตั วป์ า ฟนฟูสสู่ ภาพปาธรรมชาติ และนํา
สตั วค์ ืนสปู่ าธรรมชาติ

โครงการทีสาํ คัญของมูลนธิ ิ ได้แก่ โครงการศูนย์
ศึกษาและอนรุ กั ษ์นกยูงไทยในถินกําเนดิ อําเภอลี
จงั หวดั ลําพูน โครงการชว่ ยเหลือชวี ติ สตั วป์ าในพนื ที

ก่อสรา้ งสวนนก ศูนยศ์ ิลปาชพี บางไทร

(2) มูลนธิ โิ ลกสเี ขยี ว

ก่อตังเมอื พ.ศ. 2534 เปนมูลนิธใิ นพระอุปถัมภ์ของสมเด็จ
พระเจา้ พนี างเธอ เจา้ ฟากัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธวิ าส
ราชนครนิ ทร์ มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอื สง่ เสรมิ การอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ แวดล้อม โดยการเผยแพร่
ขอ้ มูลขา่ วสารทังในและนอกประเทศ สนับสนุนการศึกษา
วจิ ยั รว่ มมอื กับองค์กรทังภาครฐั และเอกชนหรอื องค์กร
การกศุ ลอืนๆ

โครงการทีสาํ คัญ เชน่ โครงการนักสบื สงิ แวดล้อม เชน่
นกั สบื สายนํา นกั สบื ชายหาด นักสบื สายลม โดยใชว้ ธิ กี าร

สงั เกต สงิ แวดล้อมต่าง ๆ ในพนื ทีธรรมชาติรอบตัว
และสรา้ งเครอื ขา่ ยนกั สบื สงิ แวดล้อมไปยงั ชุมชนต่างๆ

ทัวประเทศ

(3) มูลนธิ สิ บื นาคะเสถียร

ก่อตังเมอื วนั ที 18 กันยายนพ.ศ.2533 หลังจากการ
เสยี ชวี ติ ของสบื นาคะเสถียร หวั หน้าเขตรกั ษาพนั ธุส์ ตั วป์ า
หว้ ยขาแขง้ มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอื สง่ เสรมิ การอนรุ กั ษ์และ
ปกปองปา สตั วป์ าและแหล่งธรรมชาติของประเทศไทย
เพอื ความยงั ยนื ของธรรมชาติ มนุษยแ์ ละสงั คม

โครงการทีสาํ คัญ เชน่ โครงการจดั การพนื ที
ค้มุ ครองอยา่ งมสี ว่ นรว่ มในผนื ปาตะวนั ตกหรอื
โครงการจอมปา เปนโครงการเพอื จดั การความขดั
แยง้ และสรา้ งความรว่ มมอื ในการอนุรกั ษ์อยา่ งเปน
รูปธรรมระหวา่ งเจา้ หน้าทีอนุรกั ษ์และชาวบา้ นใน

พนื ที

(4) มูลนธิ สิ ถาบนั สงิ แวดล้อมไทย

ก่อตังเมอื วนั ที 24 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2536 เพอื การดําเนิน
งานศึกษาวจิ ยั กําหนดนโยบายสงิ แวดล้อมในระยะยาว
จดั ทําโครางการภาคสนาม ชว่ ยท้องถินในการอนรุ กั ษ์
สงิ แวดล้อม เผยแพรข่ อ้ มูลด้านสงิ แวด การฝกอบรมและ
พฒั นาทรพั ยากรมนุษย์ เพอื สนองความต้องการของสงั คม

โครงการทีสาํ คัญ เชน่ โครงการลดเมอื งรอ้ นดว้ ยมอื เรา
เพอื สง่ เสรมิ การดาํ เนนิ กิจกรรมลดภาวะโลกรอ้ น ดว้ ยการ

ลดขยะ ลดการใชไ้ ฟฟา สง่ เสรมิ การเดนิ ทางทีลดการใช้
นาํ มนั เชอื เพลิงเพมิ พนื ทีสเี ขยี วและการอนรุ กั ษ์นาํ

3.2 องค์กรความรว่ มมอื ระหวา่ ง
ประเทศในการจดั การ

ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

1) กรีนพีซ (GREENPEACE)

ก่อตังเมอื พ.ศ. 2514
ในประเทศแคนาดา สาํ หรบั
ประเทศไทยก่อตังเมอื
พ.ศ. 2543 ดาํ เนินกิจกรรมด้าน
สงิ แวดล้อมและสนั ติภาพ โดยวธิ ี
การเผชญิ หนา้ อยา่ งสนั ติวธิ ี
รณรงค์เพอื ต่อสกู้ ับการทดลอง
นิวเคลียรใ์ นชนั บรรยากาศ และ
การล่าวาฬในทะเลเปด ปจจุบนั
กรนี พซี มกี ารรณรงค์ในเรอื ง
- การต้อต้านพชื ตัดต่อ
พนั ธุกรรม
- การยุติยุคพลังงานนวิ เคลียร์
- การหยุดยงั สารพษิ
- การหยุดยงั การเปลียนแปลง
สภาพอากาศ (ภาวะโลกรอ้ น)
- การปกปองผนื ปาดังเดมิ ของ
โลก

2) โครงการสงิ แวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
(United Nations

EnvironmentProgramme: UNEP)

ก่อตังเมอื พ.ศ. 2515 เพอื สาํ รวจและ ประเมนิ แนวโน้ม
ทีมผี ลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในระดบั ชาติ ระดบั
ภมู ภิ าคและระดับโลก เสรมิ สรา้ งการจดั การสงิ แวดล้อม
อยา่ งชาญฉลาด ผา่ นสถาบนั และองค์กรต่างๆ ที
เกียวขอ้ ง แลกเปลียนนความรูแ้ ละเทคโนโลยดี า้ น
สงิ แวดล้อมเพอื การพฒั นาอยา่ งยงั ยนื

3) องค์การกองทนุ สตั วป์ าโลกสากลหรอื
กองทนุ สตั วป์ าโลก

(World Wide Fund for Nature: WWF)

ก่อตังเมอื พ.ศ. 2504 เพอื ยบั ยงั การทําลายสงิ แวดล้อม
สนับสนนุ ใหม้ นษุ ยอ์ ยูร่ ว่ มกับธรรมชาติและใชพ้ ลังงาน
ทดแทน ปจจุบนั เนน้ ทํางานด้านปาไม้ ระบบนิเวศวทิ ยา
ของพชื นํา มหาสมุทร รวมทังชายทะเล สตั วป์ าใกล้สญู พนั ธุ์
และการบาํ บดั สารพษิ ทีเกิดจากสารเคมี

4. กฎหมายเกียวกับการจดั การ
ทรพั ยากรธรรมชาติและ

สงิ แวดล้อมของประเทศไทย

กฎหมายเกียวกับการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม เรมิ มขี นึ ครงั แรกในยุคปฏิวตั ิอุตสาหกรรม
ประมาณชว่ ง พ.ศ. 2503 กฎหมายเปนเครอื งมอื ใน
การควบคมุ และแก้ไขปญหาทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อมให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ โดยกฎหมายเกียวกับ
การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ แวดล้อมของ
ประเทศไทยทีสาํ คัญ มดี ังนี

4.1 พระราชบญั ญตั ิสง่ เสรมิ และรกั ษาสงิ แวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

เปนการดําเนนิ การปรบั องค์กรให้มเี อกภาพ มกี ารกําหนดนโยบาย
แผนการสง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสงิ แวดล้อม การควบคมุ มลพษิ
การกระจายอํานาจบรหิ าร และการจดั การด้านสงิ แวดล้อมออกสจู่ งั หวดั
และท้องถิน กําหนดสทิ ธแิ ละหนา้ ทีของประชาชนและเอกชนให้เขา้ มามี
สว่ นรว่ มในการจดั การสงิ แวดล้อม โดยกฎหมายได้ระบุสทิ ธแิ ละหน้าทีของ
ประชาชนในการชว่ ยรกั ษา ดแู ล และค้มุ ครองสงิ แวดล้อม ตลอดจนสทิ ธิ
ทีจะได้รบั ขอ้ มูลขา่ วสารทีเกียวขอ้ งกับสงิ แวดล้อม โดยรฐั บาลจะต้องเปน
ผ้สู ง่ เสรมิ ให้ประชาชนได้รบั ขอ้ มูลนนั ๆ อยา่ งต่อเนอื ง

4.2 พระราชบญั ญัติปาไม้ พ.ศ. 2484

พระราชบญั ญัติปาไม้ พ.ศ. 2484 เปนการ
ควบคมุ กระบวนการทําไม้ และการเก็บหาของปา
เชน่ การกําหนดไมห้ วงห้าม กําหนดค่าภาคหลวง
กําหนดขนาดจาํ กัดไมห้ วงห้าม การกําหนดของ
ปาหวงห้าม การเก็บหาของปาทีหวงห้าม ต้องได้
รบั การอนุญาตจากพนกั งาน เจา้ หนา้ ที และต้อง
เสยี ค่าภาคหลวง

4.3 พระราชบญั ญัติอุทยานแห่งชาติ
พ.ศ. 2504

เปนการจดั การควบคมุ และดแู ลรกั ษาอุทยาน
แห่งชาติโดยเฉพาะ ห้ามมใิ ห้มกี ารกระทําใด ๆ ที
เปนผลกระทบให้อุทยานแห่งชาติถกู ทําลายหรอื
เปลียนแปลงไป มุง่ เน้นให้ประชาชนใชเ้ ปน
สถานทีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ เปนสถานทีทดลอง
ค้นควา้ ทางธรรมชาติ เพอื ประโยชน์แก่การศึกษา
และเพอื ความรนื รมยข์ องประชาชน

4.4 พระราชบญั ญัติการสาธารณสขุ
พ.ศ. 2535 (เเก้ไขเพมิ เติม พ.ศ. 2550)

เกียวขอ้ งกับการกําจดั สงิ ปฏิกลู เเละขยะ
มูลฝอย สขุ ลักษณะของอาคาร เเละเหตรุ าํ คาญ
เหตอุ ันก่อให้เกิดความเดือดรอ้ นเเก่ผ้อู าศัยใน
บรเิ วณใกล้เคียง ซงึ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อ
สขุ ภาพ เชน่ การเลียงสตั วจ์ าํ นวนมากเกิน
สมควร การทําให้เกิดมลพษิ ทางกลิน เสยี ง

เกร็ดความรู้

4.5 พระราชบญั ญัติปาสงวนแห่งชาติ
พ.ศ. 2507

เปนการกําหนดเขตปาสงวนแห่งชาติ หรอื
ค้มุ ครองปาไมแ้ ละทรพั ยากรธรรมชาติในเขตปา
สงวนแห่งชาติ ห้ามมใิ ห้ราษฎรเขา้ ไปยดึ ครอง ทํา
ประโยชน์ หรอื อยูอ่ าศัยในเขตปา รวมถึงห้าม
กระทําการใด ๆ อันเสอื มเสยี แก่สภาพปา

4.6 พระราชบญั ญัติสวนปา พ.ศ. 2535

พระราชบญั ญัติสวนปา พ.ศ. 2535
สง่ เสรมิ ให้มกี ารปลกู ปาเพอื การค้าในทีดินของ
รฐั และเอกชน โดยผทู้ ีทําสวนต้องมตี ราเพอื
แสดงการเปนเจา้ ของไมท้ ีได้จากการทําสวนปา
และนําตราออกมาใชไ้ ด้ก็ต่อเมอื ได้นาํ มาขนึ
ทะเบยี นแล้ว

4.7 พระราชบญั ญัติสงวนและค้มุ ครองสตั วป์ า
พ.ศ. 2535

พระราชบญั ญัติสงวนและค้มุ ครองสตั วป์ า
พ.ศ. 2535 มุง่ ค้มุ ครองสตั วป์ าและถินทีอยูอ่ าศัย
ของสตั วป์ า โดยการกําหนดประเภทของสตั วป์ า เปน
2 ประเภท คือ สตั วป์ าสงวนและสตั วป์ าค้มุ ครอง โดย
ห้ามล่าหรอื พยายามล่า ห้ามเพาะพนั ธุ์ ห้ามมไี วใ้ น
ครอบครอง ห้ามค้า ห้ามเก็บหรอื ทําอันตราย

4.8 พระราชบญั ญัติโรงงาน พ.ศ. 2535

พระราชบญั ญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ใชค้ วบคมุ
และกํากับดแู ลการตังและประกอบกิจการโรงงาน
ให้เหมาะสม เพอื ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและการ
อนุรกั ษ์สงิ แวดล้อม รวมถึงปองกันความเสยี หาย
หรอื อันตรายทีอาจจะเกิดแก่ประชาชนหรอื
สงิ แวดล้อม

4.9 พระราชบญั ญัติการพฒั นาทีดิน พ.ศ. 2551

พระราชบญั ญัติการพฒั นาทีดิน พ.ศ. 2551
ให้ความสาํ คัญในการอนรุ กั ษ์ดิน โดยการวางแผน
การใช้ การสาํ รวจทีดิน และกําหนดเขตในการ
อนุรกั ษ์ โดยเฉพาะบรเิ วณพนื ทีลาดชนั เสยี งต่อ
การชะล้างพงั ทลายของดิน หรอื กรณีการใชห้ รอื
ทําให้ดินมกี ารปนเปอนสารเคมี

4.10 กฎหมายเกียวกับการจดั การขยะของประเทศไทย

เปนกฎหมายการรกั ษาความสะอาด ห้ามทิง
สงิ ปฏิกลู หรอื ขยะมูลฝอยในทีห้าม ในนํา รวมถึงทะเล
เปนกฎหมายเพอื การอนุรกั ษ์สงิ แวดล้อม เชน่
พระราชบญั ญัติรกั ษาความสะอาดและความเปน
ระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบา้ นเมอื ง พ.ศ. 2535
พระราชบญั ญัติสาธารณสขุ พ.ศ. 2535
พระราชบญั ญัติสง่ เสรมิ และรกั ษาคณุ ภาพสงิ แวดล้อม
พ.ศ. 2535

5. การประสานความรว่ มมอื
ระหวา่ งประเทศด้านการจดั การ

ทรพั ยากรธรรมชาติและ
สงิ แวดล้อม

5.1 อนสุ ญั ญาด้านการจดั การ NOITNEVNOC RASMAR
ทรพั ยากรธรรมชาติ

1) อนุสัญญาแรมซาร์

เพอื อนุรกั ษ์และยบั ยงั การสญู หายของพนื ทีชุม่ นํา โดย
สนบั สนุนใหม้ กี ารใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งชาญฉลาด ประเทศไทยมี
ทังพนื ทีชุม่ นํานําจดื ทีชุม่ นําชายฝงทะเล ทีชุม่ นําทะเลนอ้ ย
อําเภอควนขนนุ จงั หวดั พทั ลงุ เปนพนื ทีชุม่ นําโลกแหง่ แรก
ของประเทศไทย เปนทะเลสาบนําจดื ทีเปนสว่ นหนึงของ
ทะเลสาบสงขลา มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพทังพชื และ
สตั ว์ มคี วามสาํ คัญต่อระบบนเิ วศและการดํารงชวี ติ ของ
มนษุ ย์

SETIC

2) อนุสัญญาว่าด้วย 3) อนุสัญญาไซเตส
ความหลายหลายทาง
ชีวภาพ
มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอื การ
มวี ตั ถปุ ระสงค์เพอื อนุรกั ษ์
อนุรกั ษ์ทรพั ยากรสตั วป์ า
ความหลากหลายทางชวี ภาพ และพชื ปาชนิดใกล้
และเพอื แบง่ ปนผลประโยชน์ สญู พนั ธุห์ รอื ถกู คกุ คาม
ทีไดจ้ ากการใชท้ รพั ยากร
โดยการสรา้ งเครอื ขา่ ย
พนั ธุกรรมอยา่ งเท่าเทียมและ ทัวโลก
ยุติธรรม



1 23

45

4) อนุสัญญามรดกโลก

เพอื ค้มุ ครองและอนรุ กั ษ์มรดกทางวฒั นธรรมและ
ธรรมชาติของโลกทังจากมนุษยส์ รา้ งขนึ และจากธรรมชาติ
ประเทศไทยมแี หล่งมรดกโลก 5 แหง่ มรดกโลกทาง
วฒั นธรรม 3 เเหล่ง ไดเ้ เก่ อุทยานประวตั ิศาสตรส์ โุ ขทัย
และเมอื งบรวิ าร อุทยานประวตั ิศาสตร์ พระนครศรอี ยุธยา
และแหล่งโบราณคดีบา้ นเชยี ง แหล่งมรดกโลกทาง
ธรรมชาติ 2 แหง่ ได้แก่ เขตรกั ษาพนั ธุส์ ตั วป์ าท่งุ ใหญ่
นเรศวร-หว้ ยขาแขง้ และผนื ปาดงพญาเยน็ -เขาใหญ่

12ADNEGA

5) แผนปฏิบัติการ 21 (Agenda21)

เปนแผนดาํ เนินการพฒั นาประเทศอยา่ งยงั ยนื โดยมี
หลักการความรบั ผดิ ชอบรว่ มกันระหวา่ ง ประเทศทีพฒั นา
แล้วและประทศกําลังพฒั นาในการพทิ ักษ์สงิ แวดล้อมโลก
โดยใหค้ วามสาํ คัญในเรอื งการขจดั ความยากจาก
การเปลียนแปลงรปู แบบการบรโิ ภคและการผลิตทีไมย่ งั ยนื
ตลอดจนการค้มุ ครองและการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ
เพอื การพฒั นาทียงั ยนื

5.2 อนสุ ญั ญาด้านการจดั การสงิ แวดล้อม

1) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ
เปลียนแปลง สภาพภูมิอากาศ(UNFCCC)
และพิธีสารเกียวโต

เพอื รกั ษาระดับความเขม้ ขน้ ของปรมิ าณแก๊สเรอื น
กระจกในชนั บรรยากาศใหอ้ ยูใ่ นระดับทีปลอดภัยเพอื ให้
ระบบนิเวศปรบั ตัวได้และไมม่ ผี ลกระทบต่อการผลิต
อาหารของมนุษย์

2) อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการคุ้มครอง
บรรยากาศชันโอโซน และพิธีสารมอนทรีออล

เพอื ปองกันชนั โอโซนในบรรยากาศไมใ่ หถ้ กู ทําลายและ
รว่ มกันแก้ปญหาสงิ แวดล้อมทีเกิดจากชอ่ งโหวข่ อง
ชนั โอโซน เชน่ ลดและเลิกใชส้ ารเคมที ีก่อใหเ้ กิดการทําลาย
ชนั โอโซน

3) อนุสัญญาบาเซิลว่าด้วยการควบคุมการ
เคลือนย้ายข้ามแดนและการกําจัดซึงของเสีย
อันตรายข้ามแดน

เพอื ควบคมุ การนําเขา้ และสง่ ออกรวมถึงการนําผา่ นกาก

ของเสยี อันตรายขา้ มแดนใหม้ คี วามปลอดภัยและไมเ่ กิด

ผลกระทบต่อสขุ ภาพและสงิ แวดล้อม โดยเฉพาะในประเทศ

กําลังพฒั นา การเคลือนยา้ ยต้องไดร้ บั การอนญุ าตจาก

ประเทศผเู้ กียวขอ้ งและต้องออกเอกสารตามกฎหมาย

4) อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการ
แจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้า สาํ หรับสารเคมี
อันตรายและสารเคมีปองกันกําจัดศัตรูพืชและ
สัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ

เพอื สง่ เสรมิ ความรบั ผดิ ชอบและความรว่ มมอื กันระหวา่ ง
ประเทศในเรอื งการค้าสนิ ค้าทีเปนสารเคมอี ันตรายทีจะเกิด
อันตรายต่อมนุษยแ์ ละสงิ แวดล้อมโดยมกี ารแจง้ หรอื แลก
เปลียนขอ้ มูลของสารเคมเี พอื ชว่ ยในการตัดสนิ ใจนาํ เขา้ หรอื
สง่ ออกของแต่ละประเทศรวมถึงกระจายขา่ ว การตัดสนิ ใจ
ใหแ้ ก่ประเทศสมาชกิ ไดร้ บั ทราบ

5) อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษ
ทีตกคงยาวนาน

เพอื ค้มุ ครองสขุ ภาพอนามยั ของมนษุ ยแ์ ละสงิ แวดล้อม
โดยการลดหรอื เลิกการผลิต การใช้ และการปล่อยสาร
มลพษิ ทีตกค้างยาวนานสว่ นใหญเ่ ปนสารประกอบอินทรยี ์
ทียอ่ ยสลายยาก เปนพษิ ต่อมนษุ ยแ์ ละสตั วส์ ะสมใน
สงิ แวดล้อมยาวนาน และสามารถเคลือนยา้ ยไดไ้ กล
ในสงิ แวดล้อม

6. การจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติ

และสิงแวดล้อม

6. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิงแวดล้อม

MANAGEMENT

คือ การนําทรพั ยากรธรรมชาติมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์
สูงสุด ทังในด้านปรมิ าณและคุณภาพ โดยใหเ้ กิด
ผลกระทบต่อสิงแวดล้อมน้อยทีสุด และสามารถ
ใชป้ ระโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาตินันได้ตลอดไป

6.1 แนวทางการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิงแวดล้อม

1) การสาํ รวจ 2) การปองกันและปรบั ปรุง
เปนการ ค้นหาแหล่ง คณุ ภาพทรพั ยากรธรรมชาติ

ทรพั ยากรธรรมชาติที เปนการปองกันและรกั ษา
ต้องการนาํ มาใช้ ไมใ่ หท้ รพั ยากรธรรมชาติ
ประโยชน์เพมิ เติม เชน่ มสี ภาพเสอื มโทรมเปนพษิ
แหล่งแร่ แหล่งนํา เสยี หาย หรอื ถกู ทําลาย เชน่
แหล่งพลังงานเพอื การเติมปูนขาวหรอื ใสป่ ุยหมกั
เตรยี มไวใ้ ชป้ ระโยชน เพมิ ความอุดมสมบูรณใ์ หก้ ับ
ในอนาคต ดนิ

3) การลดอัตราการสญู เสยี
เปนการใชป้ ระโยชน์จาก
ทรพั ยากรอยา่ งเต็มทีทัง
ปรมิ าณและคณุ ภาพสงู สดุ และ
มไี วใ้ ชน้ านทีสดุ เชน่ การสรา้ ง
เขอื น อ่างเก็บนํา ฝายทดนํา
เปนการกักเก็บนําไวใ้ ชป้ ระโยชน์

4) การนาํ ทรพั ยากรมาใช้
ทดแทนกัน
เปนการนําทรพั ยากรธรรมชาติ
ทีมอี ยูเ่ ปนจาํ นวนมากหรอื ที
เกิดใหมโ่ ดยระยะเวลาไมน่ าน
มาใชป้ ระโยชน์แทน
ทรพั ยากรธรรมชาติทีหายาก
หรอื กําลังขาดแคลน

ทก5)ีาม4ทรกีค)ดเาลุณกแรือาทใภรกชนนาใ้ทกชพําันรท้ รัพรอพั ยงยาลากงกรรมธมารารใชม้ ชาติ
ทรเัพปนยกาการรนธํารทรรมพั ชยาาตกิทรีธมรี รมชาติ
คุณทภีมอีาพยูเ่รปอนงจลาํ งนมวนามแาลกะหหราอื ไทดีเ้ กิด
ง่าใยหมจโ่ึงดเยปรนะอยีะกเวทลาางไเมลน่ ือากนหนึง
ยกทสาําารหทหมงรัพรรทารพยใอพืัับําชาากเยกรป้ กฟําาาราลรอกระแธังโรรอยขลรธ์นนชาระริเุดนรไมรจมักแ์แมอช้ไคทษชราผลนา์ต์จ่ ตนิาเิทกชีหไ่นมาย้ าก

6) การเพิมประสิทธิภาพ

ในการใช้งาน

ทรพั ยากรธรรมชาติ
บางชนดิ ไมส่ ามารถ
นาํ มาใชป้ ระโยชน์
ได้มาก แต่ถ้ามกี ารนาํ
เทคโนโลยมี าชว่ ยเพมิ
ประสทิ ธภิ าพในการใช้
งาน ทรพั ยากรนันจะ
มปี ระโยชนม์ ากขนึ
เชน่ การสรา้ งเขอื น
เปนการใชพ้ ลังงานนํา
จาํ นวนมหาศาลมา
ผลิตกระแสไฟฟา


Click to View FlipBook Version