The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครูลป. สอนภาษา, 2024-04-06 06:19:43

ผลงานนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

ผลงานนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

Keywords: ภาษาไทย,ฺActive Learning

คำนำ แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรูActive Learning เรื่อง การพัฒนาการเขียนดวยชุด แบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดรวมกับเกมกระดานสะกดคำ ดวยการจัดการเรียนรูแบบ Active learning โดยใช BLH Model เปนฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โรงเรียนบานแหลมหอย ไดแรงบันดาลใจจากการ ที่นักเรียนบางสวนมีปญหาดานการเขียนสะกดคำในภาษาไทยจึงไดดำเนินการพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้ จนประสบ ผลสำเร็จ ขอขอบพระคุณทานผูอำนวยการและคณะครูที่ใหคำแนะนำใหความรูที่เกิดประโยชนและขอขอบใจนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โรงเรียนบานแหลมหอย ที่ใหความรวมมือเปนอยางดีและเก็บขอมูลในครั้งนี้จนเสร็จสมบูรณ วิภาวดี คงเพ็ง กันยายน ๒๕๖๕


สารบัญ เรื่อง หนา ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรม ๑ วัตถุประสงค ๒ เปาหมายการพัฒนา ๓ กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงาน ๓ ผลการดำเนินการ ๕ บทเรียนที่ไดรับ ๗ ปจจัยสงผลใหเกิดความสำเร็จ ๗ การเผยแพร/การไดรับการยอมรับ ๗ บรรณานุกรม ภาคผนวก


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๑ แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรูเชิงรุก Active learning ชื่อนวัตกรรม การพัฒนาการเขียนดวยชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดรวมกับเกมกระดาน สะกดคำ ดวยการจัดการเรียนรูแบบ Active learning โดยใช BLH Model เปนฐาน สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โรงเรียนบานแหลมหอย ผูเสนอผลงาน นางสาววิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย สถานศึกษา โรงเรียนบานแหลมหอย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต ๑ ๑. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ ภาษาไทยเปนเอกลักษณประจำชาติเปนสมบัติทางวัฒนธรรมอันกอใหเกิดความเปนเอกภาพและ เสริมสรางบุคลิกภาพของคนในชาติใหมีความเปนไทย เปนเครื่องมือในการติดตอสื่อสารเพื่อสรางความเขาใจ และความสัมพันธที่ดีตอกัน กระบวนการสอนภาษาไทยเปนการมุงเนนใหผูเรียนเกิดทักษะที่จำเปนในดานของ การสื่อสาร การฟง พูด อาน เขียน ใหมีประสิทธิภาพ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งเปน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาสำคัญของประเทศ มีจุดมุงหมายเพื่อพัฒนาคนไทย ใหเปนมนุษย ที่สมบูรณเปนคนดี มีปญญา และมีความเปนไทย มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ มุงหมาย พัฒนาสมรรถนะผูเรียน ผานกระบวนการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) และการประเมินสมรรถนะ มีเปาหมายพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลแหงการเรียนรูสามารถแสวงหาความรูไดดวยตัวเอง และสามารถนำ ความรูไปใชในการพัฒนาตนเองไดอยางตอเนื่องเหมาะสมการจัดกิจกรรมการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย เพื่อใหบรรลุจุดมุงหมายดังกลาวจะตองใหนักเรียนไดฝกทักษะตางๆ อยางสมดุลกันเปนไปตาม ธรรมชาติและความสามารถของนักเรียน ทั้งการดูฟง การพูด การอาน และการเขียน สัมพันธกัน โดยใช กระบวนการคิดเปนตัวเชื่อมโยง ไมเนน การอานออก เขียนไดเพียงอยางเดียว แตจะเนนการสอนภาษาเพื่อ การสื่อสารกับผูอื่นอยางมีประสิทธิภาพ ใชภาษาในการแกปญหาในการดำรงชีวิตและการแกปญหาสังคมเน นการสอนภาษาในฐานะของเครื่องมือการเรียนรูเพื่อใหนักเรียนไดแสวงหาความรูดวยตนเอง สามารถนําความ รูไปใชในการพัฒนาตนเองดังนั้น เด็กไทยทุกคนควรเรียนรูและใชภาษาไทยไดอยางถูกตองทุกโอกาส ซึ่งการ เรียนการสอนภาษาไทยเปนทักษะที่ตองฝกฝนจนเกิดความชํานาญในการใชภาษาเพื่อการสื่อสาร การอาน และการฟงเปน ทักษะของการรับรูเรื่องราว ความรูประสบการณสวนการพูด และการเขียนเปนทักษะของ การแสดงออกดวยการแสดงความคิดเห็น ความรูและประสบการณการเรียนภาษาไทยจึงตองเรียนเพื่อการ สื่อสาร ใหสามารถรับรูขอมูลขาวสารไดอยางพินิจ พิเคราะหสามารถนําความรูความคิดมาเลือกใชเรียบ เรียงคำมาใชตามหลักภาษาไดถูกตองตรงตามความหมาย กาลเทศะ และใชภาษาไดอยางมีประสิทธิภาพ วิมล รัตนสุนทรโรจน(๒๕๔๙ : ๘๐) การสอนเขียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 - 6 มีจุดมุงหมายเพื่อใหมีทักษะในการเขียน เขียนได ถูกตองสวยงาม สื่อความหมายได สามารถคิดลำดับเหตุการณเกี่ยวกับเรื่องที่เขียน มีนิสัยที่ดีในการเขียน รัก การเขียนและนำการเขียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา (2550 ) ได ใหความหมายการเขียนวาหมายถึงการสื่อสารดวยตัวอักษรเพื่อถายทอดความรู ความคิด อารมณ ความรูสึก ประสบการณ ขาวสาร และจิตนาการ โดยการใชภาษาที่ถูกตองเหมาะสมตามหลักการใชภาษา และตรงตาม เจตนาของผูเขียน วรรณี โสมประยูร (2544) ใหความหมายของการเขียนวาเปนเครื่องมือการถายทอด


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๒ ความรูสึกนึกคิด และความตองการของบุคคลออกมาเปนสัญลักษณหรือตัวอักษร เพื่อสื่อความหมายใหผูอื่นได เขาใจได เพราะการเขียนเปนทักษะการสงออกตามหลักของภาษาศิลปจากความหมายของการเขียนดังกลาว ทำใหมองเห็นความสำคัญของการเขียนวามีความจำเปนอยางยิ่งตอการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เชน นักเรียน ใชการเขียนบันทึกความรู ทำแบบฝกหัดและตอบขอสอบ บุคคลทั่วไปใชการเขียนเพื่อเขียนจดหมาย ทำสัญญา พินัยกรรม การค้ำประกัน เปนตน การสะกดคำเปนสาขาหนึ่งของการเขียน และเปนทักษะที่สำคัญทางภาษาที่ มีอิทธิพลตอการใชภาษาของมนุษยซึ่งไพทูลย มูลดี (2546 ) ไดอธิบายความหมายของการเขียนสะกดคำคือ การจัดเรียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต ใหเปนคำที่มีความหมาย และถูกตองตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต สถาน และสามารถนำคำดังกลาวไปใชในการสื่อสารในชีวิตประจำวันไดนงเยาว เลี่ยมขุนทด (2547) ไดให ความหมายของการเขียน คือกระบวนการคิดที่ถายทอดออกมาเปนลายลักษณอักษร และถูกตองตาม หลักเกณฑทางภาษาสามารถสื่อสารกันไดการเขียนสะกดคำมีความสำคัญตอการดำรงชีวิตประจำวัน และ ความเปนอยูของบุคคลในปจจุบัน เพราะการเขียนสะกดคำที่ถูกจะชวยใหผูเขียน อานและเขียนหนังสือได ถูกตอง สื่อความหมายไดแจมชัด และมีความมั่นใจในการเขียนทำใหผลงานที่เขียนมีคุณคาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจจะเปนตัวบงชี้ถึงคุณภาพการศึกษาของบุคคลนั้นอีกดวย จะเห็นวาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุงหมายพัฒนาสมรรถนะ ผูเรียน ผานกระบวนการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) และการประเมินสมรรถนะ มีเปาหมาย พัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลแหงการเรียนรูสามารถแสวงหาความรูไดดวยตัวเอง และสามารถนำความรูไปใชใน การพัฒนาตนเองไดอยางตอเนื่องเหมาะสม การจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) คือ การเรียนที่เนนให ผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับการเรียนการสอน กระตุนใหผูเรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking) ดวยการวิเคราะหสังเคราะหและประเมินคา ไมเพียงแตเปนผูฟง ผูเรียนตองอาน เขียน ตั้งคำถาม และถาม อภิปรายรวมกันผูเรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยตองคำนึงถึงความรูเดิมและความตองการของผูเรียนเปน สำคัญ ทั้งนี้ผูเรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผูรับความรูไปสูการมีสวนรวมในการสรางความรูทั้งนี้ปจจัยสำคัญ อยางหนึ่งในการเรียนภาษาไทยคือ การอานเขียนสะกดคำไดถูกตองตรงตามความหมาย ซึ่งจะเปนรากฐาน สำคัญในการศึกษาวิชาการตาง ๆ อีกทั้งวิชาภาษาไทยเปนวิชาที่สำคัญ และเปนพื้นฐานของการเรียนในทุกวิชา นักเรียนควรจะมีทักษะในการอานและการเขียนภาษาไทยที่ถูกตอง จากการตรวจผลงานและผลสัมฤทธิ์พบวา นักเรียนอานเขียนสะกดผิดมากขึ้น ทั้งนี้อาจเปนเพราะการ จดจำและพบเห็นจากสื่อทั่วไป ทำใหเกิดปญหาในการอาน การเขียนสะกดคำ ซึ่งเปนปญหาที่ตองแกไขและ พัฒนาเด็กที่มีปญหาใหดีขึ้น จึงตองมีการคิดวิธีการที่จะแกไขปญหานี้โดยการนำชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำ ในมาตราตัวสะกดรวมกับเกมกระดานสะกดคำ มาใชเพื่อใหนักเรียนไดฝกทำ สงเสริมทักษะการอานการเขียน ที่ถูกตอง และมีผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ใหอยูในเกณฑที่ดีขึ้น ๒. วัตถุประสงค ๑. เพื่อพัฒนาการแกปญหาการเขียนคำภาษาไทยไมถูกตองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ๒. เพื่อเสริมทักษะการเขียนภาษาไทยไมถูกตองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โดยใชชุดแบบฝก ทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดใหถูกตอง ๓. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ดานการเขียนภาษาไทยไมถูกตองกอนเรียนและหลังเรียนดวยชุดแบบ ฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ๒


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๓ ๓. เปาหมายการพัฒนา ๑. เปาหมายเชิงปริมาณ ๑.๑ นักเรียนรอยละ ๙๐ มีคะแนนหลังเรียนสูงกวากอนเรียน โดยใชชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำ ในมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ๑.๒ ผูใชชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ รอย ละ ๙๐ สามารถนำแบบฝกทักษะ ฯ ไปประยุกตใชในการจัดการเรียนการสอนของตนได ๒. เปาหมายเชิงคุณภาพ ๒.๑ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ดานการเขียนและการใชภาษาไทยสูงขึ้น ๒.๒ ครูผูสอนและนักเรียนมีโอกาสไดรวมพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู วิเคราะห แกปญหา สรางสรรคนวัตกรรม และรวมออกแบบกิจกรรมการเรียนรูเปนพลวัตตามเปาหมายของการจัดกิจกรรมการ เรียนรูตามแนวทางของ Active Learning ๔. กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงาน การดำเนินงานในครั้งนี้ยึดหลักการบริหาร/เทคนิคการบริหารแบบมีสวนรวมโดยใชโรงเรียนเปน พื้นฐาน (SBM) และ เทคนิคการพัฒนาการจัดการคุณภาพตามกระบวนการ PDCA โดยใชหลักธรรมาภิบาล และ Balance Score Card ไดรวมกันออกแบบระบบการบริหารจัดการคุณภาพของโรงเรียนสูมาตรฐาน การศึกษา คือระบบ BLHS Model มาใชเพื่อบริหารและการจัดการศึกษาของโรงเรียนอยางมีคุณภาพ รูปแบบกระบวนการทำงาน BLHS Model 1. Balanced Scorecard การกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จอยางสมดุลรอบดานเปนเครื่องมือที่ใชใน การวางแผนและการประเมินผลการปฏิบัติงานใหสามารถมองเห็นความสมดุลและความสัมพันธของการ ดำเนินงานดานตาง ๆ อยางชัดเจน ๓


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๔ 2. Leaning to be คือการเรียนรูที่ชวยใหบุคคลากรสามารถปรับปรุงงานของตนเองไดดีขึ้น ดำเนินงานตางๆ โดยอิสระยิ่งขึ้น มีดุลพินิจและความรับผิดชอบตอตนเองมากขึ้น การจัดการศึกษาตองไม ละเลยศักยภาพในดานใดดานหนึ่งของบุคคล 3. Holistic Management การบริหารแบบองครวม โดยผูบริหารมีภาวะผูนำแหงการเปลี่ยนแปลง มีวิสัยทัศนกวางไกล มองทุกสวนอยาง บูรณาการไมแยกสวน และสามารถจัดองคาพยพทุกสวนใหมี ความสัมพันธสอดคลองกันอยางเปนระบบที่ครบวงจร เงื่อนไขความสำเร็จของการบริหารแบบองครวม ประการหนึ่งคือ ครู ผูปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวของ รวมการทำงานเปนทีม โดยทุกฝาย ทุกกลุม ทุกคนตอง พรอมที่จะรวมคิดรวมทำ รวมรับผิดชอบอยางจริงจังและตอเนื่อง 4. School Based Management: SBM การบริหารโดยใชโรงเรียนเปนฐาน โดยการมีสวนรวม ใน งาน 4 งานตามภาระงานของสถานศึกษา 1) งานบริหารวิชาการ 2) งานบริหารกิจการนักเรียนและบุคคล 3) งานบริหารงบประมาณ 4) งานบริหารทั่วไป โดยแตละงาน ทำตามหลัก PDCA ดังนี้ ๑. ขั้นการวางแผนการดำเนินงาน (PLAN) ๑.๑ วิเคราะหสภาพปจจุบันปญหาของนักเรียนที่อานไมออกเขียนไมไดเชน นักเรียนขาดทักษะ พื้นฐาน การอานการเขียนทั้งที่บานและที่โรงเรียน นักเรียนมีสมาธิในการเรียนรูสั้น การจัดการเรียน การสอนไมสอดคลองกับธรรมชาติการเรียนรูของสมองของเด็ก (BBL) เปนตน ๑.๒ ประชุมสรางความตระหนักใหกับบุคลากรในสถานศึกษาและผูปกครอง ใหเห็นความสำคัญ ของภาษาไทย และการใชภาษาไทย แมที่สอนในกลุมสาระการเรียนรูอื่น โดยเปนแบบอยางที่ดีและรวมกัน สงเสริมการใชภาษาไทยของนักเรียน ๑.๓ จัดการเรียนการสอนใหหองเรียนกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย โดยทุกชั้นจะตองเนนการ อานและเขียนคำพื้นฐานตามจุดเนนของแตละระดับชั้น การอานคลอง เขียนคลองที่กำหนดตามระดับชั้นนั้น ๆ ซึ่งเปนไปตามตารางเรียนของโรงเรียน ๒. ขั้นการพัฒนาและใชนวัตกรรม (DO) ๒.๑ ศึกษาหลักสูตร เอกสารวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับปญหาการอาน การเขียนสะกดคำ รวบรวมคำที่มักเขียนผิด ออกแบบสื่อที่นาสนใจใหนักเรียนดูประกอบ สรางแบบฝกทักษะ การอาน การเขียน สะกดคำเพื่อใชเปนแนวทางในการจัดการเรียนรู


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๕ ๒.๒ สรางเครื่องมือที่ใชในการดำเนินการ ๒.๒.๑ แผนการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) เรื่อง มาตราตัวสะกด ๒.๒.๒ ชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกด ๒.๒.๓ เกมกระดานสะกดคำ ๒.๒.๔ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนสะกดคำ เปนแบบทดสอบปรนัยจำนวน 10 ขอ 20 คะแนน สำหรับใชเปนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กอนเรียนและหลังเรียน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ ๔ ๒.๓ กำหนดประชากรในการดำเนินการ ๒.๓.๑ ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โรงเรียนบานแหลม หอย ตำบลแมน้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธานีภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๔๒ คน ๒.๓.๒ กลุมตัวอยาง ไดแก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ หอง ๒ โรงเรียนบานแหลมหอย ตำบลแมน้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎรธานีภาคเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๒๐ คน ไดมา โดยการเลือกกลุมตัวอยางแบบเจาะจง ( Purposive sampling ) ๒.๕ การวิเคราะหขอมูล ๒.๕.๑ การนำคะแนนจากการทำชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดรวมกับ เกมกระดานสะกดคำมาหาคาเฉลี่ย คารอยละ และหาคาผลรวมของผลตางจากการทำแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ ทางการเขียนสะกดคำ เพื่อนำไปเปรียบเทียบคะแนนกอนและหลังเรียน ๒.๕.๒ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทักษะการเขียนสะกดคำกอนและหลังเรียนโดยใชชุดแบบฝก ทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดรวมกับเกมกระดานสะกด ๓. ขั้นกำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (CHECK) ๓.๑ ผูบริหารสถานศึกษาดำเนินการควบคุม กำกับ นิเทศติดตามอยางจริงจังและตอเนื่อง ๓.๒ ครูผูรับผิดชอบรายงานผลการดำเนินงานใหผูบริหารรับทราบ เพื่อประเมินผลการดำเนินงาน และนำไปปรับปรุงพัฒนาเพื่อดำเนินการอยางเขมแข็งตอเนื่องและยั่งยืน ๓.๓ ขยายผลการดำเนินงานใหครูในกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยของโรงเรียน เพื่อนำไปปรับใช ในแตละระดับชั้น พรอมเผยแพรนวัตกรรมผานเว็บไซตสารสนเทศของโรงเรียน และขยายกลุมเปาหมายยัง ครูผูสอนภาษาไทย ในสังกัดและตางสังกัด ๔. ขั้นตอนการดำเนินงานใหเหมาะสม (ACT) ๔.๑ นักเรียนที่เขารวมกิจกรรมนี้สามารถเขียนสะกดคำและอานออกไดพรอมมีเจตคติที่ดีในการ เรียนรูผูปกครองมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมดำเนินงาน เมื่อจัดกระบวนการเสร็จสิ้นนักเรียนมีความกลา แสดงออกและมั่นใจในการเรียน การเขียน และการใชภาษาไทยในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น โดยมีความใฝรูใฝ เรียนในแตละกิจกรรมที่คุณครูไดใหนักเรียนทำและฝกฝน ๔. ผลการดำเนินการ ๔.๑ เชิงปริมาณ การวิเคราะหขอมูล เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการแกปญหาการเขียนคำภาษาไทยไมถูกตองของ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โดยใชชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดรวมกับเกมกระดาน สะกดซึ่งผลการวิเคราะหขอมูลปรากฏดัง ตารางที่ ๑ ๔


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๖ ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์กอนและหลังใชชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตรา ตัวสะกดรวมกับเกมกระดานสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ดวยแบบฝกทักษะการเขียนคำใน มาตราตัวสะกด กอนเรียนและหลังเรียน จำนวน 20 คน เลขที่ รายชื่อนักเรียน คะแนนเต็ม(30) คะแนนกอนใช แบบฝก คะแนนเต็ม(30) คะแนนหลังใช แบบฝก D ผลรวมของผลตาง ของคะแนนกอน เรียนและหลังเรียน 1 นักเรียนคนที่ ๑ ๑๗ ๒๓ 6 2 นักเรียนคนที่ ๒ ๑๙ ๒๕ 6 3 นักเรียนคนที่ ๓ ๒๐ ๒๖ 6 4 นักเรียนคนที่ ๔ ๑๗ ๒๒ 5 5 นักเรียนคนที่ ๕ ๑๓ ๒๔ 11 6 นักเรียนคนที่ ๖ ๑4 ๒๖ 12 7 นักเรียนคนที่ ๗ ๒๑ ๒๗ 6 8 นักเรียนคนที่ ๘ ๑๘ ๒๓ 5 9 นักเรียนคนที่ ๙ ๑๕ ๒๕ 10 10 นักเรียนคนที่ ๑๐ ๑๔ ๒๖ 12 11 นักเรียนคนที่ ๑๑ ๑๗ ๒๓ 6 12 นักเรียนคนที่ ๑๒ ๑๙ ๒๕ 6 13 นักเรียนคนที่ ๑๓ ๒๐ ๒๖ 6 14 นักเรียนคนที่ ๑๔ 18 ๒๒ 4 15 นักเรียนคนที่ ๑๕ ๑๓ ๒๔ 11 16 นักเรียนคนที่ ๑๖ ๑๑ ๒3 12 17 นักเรียนคนที่ ๑๗ ๒0 ๒4 7 18 นักเรียนคนที่ ๑๘ 19 24 5 19 นักเรียนคนที่ ๑๙ ๑๕ ๒๕ 10 20 นักเรียนคนที่ ๒๐ ๑5 25 10 รวมทั้งหมด 335 491 156 เฉลี่ย(X) 16.75 24.55 7.8 คารอยละ 55.83 81.83 26.00 จากตารางเปรียบเทียบ แสดงใหเห็นวาผลสัมฤทธิ์ทางการการเขียนคำภาษาไทยของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 4 จำนวน 20 คน หลังจากฝกดวยชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกดรวมกับ เกมกระดานสะกดแลว มีผลรวมของผลตางของคะแนนสูงขึ้นกวากอนใชชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำใน มาตราตัวสะกดรวมกับเกมกระดานสะกดมีคาเฉลี่ย 7.8 รอยละ 26.00 ๕


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๗ ๔.๒ เชิงคุณภาพ จากผลการวิจัยที่เกี่ยวกับการเขียนสะกดคำ ทำใหทราบวาการสะกดคำเปนสาขาหนึ่งของการเขียน และเปนทักษะที่สำคัญทางภาษาที่มีอิทธิพลตอการใชภาษาไทยของนักเรียน รวมทั้งเปนทักษะพื้นฐานแรกที่จะ นำไปสูการพัฒนาทักษะอื่น ๆ ในภาษาไทย อาทิ การอาน การพูด และการฟง โดยจำเปนตองอาศัยวิธีสอน ของครูเปนองคประกอบสำคัญ แตครูยังขาดอุปกรณที่เปนแบบฝกเสริมทักษะที่มีเนื้อหาตรงกับความสนใจ และความตองการของนักเรียน ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยมีจุดมุงหมายสำคัญที่จะสรางแบบฝกทักษะการเขียนคำ ในมาตราตัวสะกด เพื่อชวยพัฒนา ความสามารถในเขียนสะกดคำ และการใชภาษาไทยสูงขึ้นอยางมี ประสิทธิภาพ ๕. บทเรียนที่ไดรับ ๕.๑ จากการจัดการเรียนการสอนโดยใชสื่อเกมกระดานสะกดคำและชุดแบบฝกทักษะพบวานักเรียน สามารถ อาน เขียนสะกดคำไดดีขึ้น การฝกทักษะซ้ำๆ ทำใหนักเรียนเกิดการผิดพลาด ในการอาน เขียนสะกด คำผิดนอยลง นักเรียนจดจำคำที่ถูกตองไดคงทน ๕.๒ ครูผูสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ควรนำชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำในมาตราตัวสะกด และเกมกระดานสะกดคำไปใชในการเรียนการสอน หรือใชในการสอน ซอมเสริม ๕.๓ ผูบริหาร และผูเกี่ยวของ ควรสนับสนุนใหมีการอบรมเชิงปฏิบัติการสรางชุดแบบฝกทักษะการเขียนคำ ในมาตราตัวสะกดและวิธีอื่นๆ ใหแกคณะครูในโรงเรียน ๕.๔ การดำเนินกิจกรรมที่บรรลุผลสำเร็จตองอาศัยความรวมมือของบุคลากรทุกฝาย และผูปกครองนับเปน เครือขายการพัฒนาที่สำคัญตอการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ๖. ปจจัยสงผลใหเกิดความสำเร็จ 6.1 ผูบริหารโรงเรียนใหความสำคัญและเอาใจใสกับการดำเนินงาน 6.2 การดำเนินกิจกรรมมีเวลาที่เพียงพอ 6.3 บุคลกรทุกคนใหความทุมเทในการดำเนินกิจกรรมรวมถึงมีการจัดกิจกรร PLC ของคณะครูควบคูกับ การจัดการเรียนรู 6.4 การรวมกิจกรรมของนักเรียนมีความพรอม กระตือรือรนในการเรียนรูสูงทุกครั้ง ๗. การเผยแพร/การไดรับการยอมรับ ๗.๑ การเผยแพรกระบวนการจัดกิจกรรมแกคณะครูและบุคลากรในโรงเรียนบานแหลมหอย ๗.๒ เผยแพรนวัตกรรมผานเว็บไซตสารสนเทศของโรงเรียน ๗.๓ เผยแพรนวัตกรรมไปยังครูผูสอนในกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ในสังกัดและตางสังกัด


แบบรายงานผลการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู Active learning วิภาวดี คงเพ็ง ตำแหนง ครูผูชวย โรงเรียนบานแหลมหอย หนาที่ ๘ ๘. บรรณนานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ: คุรุสภา ลาดพราว. ๑๕๕๑. กมล ชูกลิ่น. การพัฒนาแบบฝกทักษะการเขียนสะกดคำภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, ๒๕๕๐. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. การจัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทยตามหลักสูตร แกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. พิมพครั้งที่ ๑ กรุงเทพฯ: โรงพิมพองคการรับสงสิน คาและพัสดุภัณฑ(ร.ส.พ.). ๒๕๕๑. กรรณิการพวงเกษม. ปญหาและกลวิธีการสอนภาษาไทยในโรงเรียนประถมศึกษา. พิมพครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพวัฒนาพานิชน, ๒๕๓๕. กรวิการรื่นรมย. รายงานการวิจัยเรื่องการสรางแบบฝกทักษะการเขียนสะกดคำใน วิชาภาษาไทย สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด ระยอง. ระยอง: สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยอง. ๒๕๔๓. กุศยา แสงเดช. หนังสือสงเสริมการอาน. กรุงเทพฯ: แม็ค. ๒๕๔๕. ชวาล แพรัตกุล. เทคนิคการเขียนขอสอบ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพคุรุสภา. ๒๕๔๙. ชาญชัย อาจนสมาจาร. หลักการสอนทั่วไป. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท. ๒๕๔๐. กลิ่นพยอม สุระคาย. “การพัฒนาแบบฝกการอานภาษาอังกฤษเพื่อความเขาใจที่มีภาพการตูน ประกอบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔.” วิทยานิพนธศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การสอน ภาษาอังกฤษ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. ๒๕๔๔. ณัฐพงศสาวงศตุย. “การพัฒนาแบบฝกที่มีประสิทธิภาพเรื่องการสะกดคำยากวิชาภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษา ปที่ ๓.” วิทยานิพนธปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาการประถมศึกษา บัณฑิต . ๒๕๔๒. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ตัวชี้วัดและ สาระการ เรียนรูภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกัด. 2552.


ภาคผนวก


ผนวก ก. แผนการจัดการเรียนรู


ผนวก ข. รูปภาพการดำเนินการ


ผนวก ค. แบบตอบรับการเผยแพร นวัตกรรม


ผนวก ง. นวัตกรรมการศึกษา


Click to View FlipBook Version