The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jareuk8888, 2022-05-20 02:34:50

2. งานวก.6(1)

2. งานวก.6(1)

ว๑ก.๖

แบบรายงานผลงานทีเ่ กิดจากการปฏิบัติหนา้ ท่ี
เพอื่ ขอมหี รือเลือ่ นวิทยฐานะ ของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร

สายงานการสอน
...........................................................................................................................................................
๑. ขอ้ มูลปจั จบุ ันของผู้ขอรับการประเมิน
ชอื่ – สกลุ นางธนรรถธร ดำคู่ อายุ ๔๕ ปี อายรุ าชการ ๒๑ ปี ๔ เดอื น
คณุ วฒุ ิสงู สุด ปริญญาโท (ครศุ าสตรมหาบณั ฑติ การบริหารการศึกษา)
จากสถาบันการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎบ้านสมเด็จเจา้ พระยา
ตำแหนง่ ครู ตำแหนง่ เลขท่ี ขบท.บด.๒๑(ป)
สถานศึกษา โรงเรียนวัดบางกระด่ี สงั กัด สำนกั งานเขตบางขุนเทยี น กรงุ เทพมหานคร
วิทยฐานะ ครชู ำนาญการ รบั เงินเดอื นอันดับ คศ. ๒ ขั้น ๔๐,๙๙๐ บาท
วทิ ยฐานะที่ขอรับการประเมนิ ครูชำนาญการพิเศษ

๒. การปฏบิ ัติงานในปีท่ขี อรับการประเมนิ (สายการสอน)
ข้าพเจ้ามภี าระงานความรับผิดชอบ ในปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ – ๒๕๖๓ ดงั น้ี
๒.๑ หน้าทคี่ วามรับผดิ ชอบ
๑. ปฏบิ ตั ิการสอนหนา้ ท่ีครปู ระจำชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔/๒
๒. ปฏบิ ตั กิ ารสอนวิชาภาษาอังกฤษ ๖ ชั่วโมง วชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๖ ชัว่ โมง

วิชาการงานอาชพี ๓ ชวั่ โมง จรยิ ศกึ ษา ๑ ช่วั โมง
๓. กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนทีร่ ับผิดชอบ
๓.๑ กจิ กรรมยวุ กาชาด ๑ ชว่ั โมง
๓.๒ กจิ กรรมชุมนุม ๑ ชว่ั โมง
๔. จำนวนช่วั โมงทีส่ อน ๑๘ ช่ัวโมง / สปั ดาห์

๒.๒ หน้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมายเป็นพเิ ศษ
๑. ครูประจำชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔/๒
๒. หัวหนา้ สายช้นั ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
๓. ปฏบิ ัตหิ น้าทเ่ี วรประจำวนั ศกุ ร์ ปฏิบตั ิหน้าทีเ่ วรดูแลความปลอดภยั ในวันหยดุ ราชการ
๔. คณะกรรมการจัดทำหลกั สตู รสถานศกึ ษากลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
๕. คณะกรรมการจดั งานวิชาการของโรงเรียน
๖. รบั ผดิ ชอบกิจกรรมครสิ ต์มาส
๗. ดแู ลช่วยเหลอื ผู้เรียน ประสานความร่วมมอื กบั ผ้ปู กครอง ชุมชน ท้องถ่นิ บริการสังคมด้านวิชาการ

ปฏิบัตงิ านตามหลกั คุณธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ



๓. การรายงานผลงานที่เกดิ จากการปฏิบัติหนา้ ที่
ผู้รายงานขอรายงานผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง ๒ ปี (ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ – ๒๕๖๓)

และปปี จั จุบนั ไดป้ ฏิบตั ิหนา้ ทก่ี ารสอนโรงเรียนวัดบางกระด่ี ตดิ ต่อกนั ๒ ปี และไดป้ ฏิบตั ิหน้าที่ด้วยความมุ่งม่ัน
อุทิศเวลาให้ทางราชการตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ตามที่
ผู้บังคับบัญชามอบหมายปฏิบัติงานอย่างเต็มความรู้ความสามารถ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี พัฒนาตนเอง
อยา่ งสมำ่ เสมอตามมาตรฐานวิชาชีพ จงึ ขอรายงานผลทีเ่ กิดจากการปฏิบัตหิ นา้ ท่ีดังน้ี

ข้อมูลทั่วไปโรงเรียนวัดบางกระดี่ สำนักงานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๕๕
ตารางวา นกั เรียนทัง้ หมด ๑,๑๕๘ คน เปิดสอนระดบั ชั้นอนบุ าลปที ่ี ๑ – ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ มผี ูบ้ ริหาร
๔ คน ครูผู้สอน ๕๓ คน ลูกจ้างประจำ จำนวน ๕ คน ลูกจ้างชั่วคราว จำนวน ๔ คน เจ้าหน้าที่ธุรการ ๑ คน
และมนี ักเรียน จำนวน ๑,๑๕๘ คน (ข้อมลู วันท่ี ๓๐ มนี าคม ๒๕๖๓)

ปีการศึกษา ๒๕๖๑ –๒๕๖๓ ในภาคเรียนที่ ๑ – ๒ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเรียนการสอน ดังนี้
เป็นครูประจำชั้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔/๒ ปฏิบัติการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ(องั กฤษ) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กจิ กรรมพัฒนา
ผูเ้ รียน กจิ กรรมยุวกาชาด รวม ๑๘ ชั่วโมง/สัปดาห์

ผู้รายงานได้ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าสายชั้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รับผิดชอบกิจกรรมคริสต์มาส
กรรมการจัดงานวชิ าการของโรงเรียน คณะกรรมการกิจกรรมวนั สำคัญต่าง ๆ ผ้รู ายงานไดป้ ฏิบัติงานด้วยความ
วิรยิ ะ อุตสาหะ ทุ่มเท อทุ ศิ ตน อุทิศเวลา พัฒนาตนเองและพฒั นางานด้านการเรยี นการสอนอยา่ งต่อเนื่อง สง่ ผล
ให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้ สามารถนำเสนอรายงานผลงาน
ตามลำดับดังนี้

๓.๑ ผลงานตามหน้าท่ีความรับผิดชอบตามมาตรฐานตำแหนง่
๑. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และจัดการเรียนการสอนสาระ

การเรียนรู้ท้องถิ่น ตามกรอบที่กรุงเทพมหานครกำหนด ผู้รายงานได้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการจัดการเรียน
การสอน โดยเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ จัดเน้อื หาสาระและกิจกรรมการเรียนการสอนตรงตามความสนใจ ความถนัด
ความสามารถ และความแตกต่างระหว่างบุคคล มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ จัดกิจกรรมให้
ผู้เรียนฝึกการอ่าน การเขียน ทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการเผชิญเหตุการณ์จริง เน้นการปฏิบัติจริง
ซงึ่ ระบถุ ึงการจัดขบวนการเรยี นรู้ ให้ดำเนินการดังต่อไปน้ี

๑.)ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบ
และทิศทางในการจัดการเรียนการสอน ทำความเข้าใจและวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้มาปรับใช้ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้เรียน ผู้รายงานได้ศึกษาหลักสูตรเอกสาร
ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรยี นการสอนที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และนำมาปรับใช้ในการพัฒนา
ผ้เู รยี นใหม้ ีความรูค้ วามสามารถอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตามคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์

๒.)จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมง มีองค์ประกอบครบถ้วนตรงตามหลักสูตร
สถานศึกษากำหนด แต่ละองค์ประกอบสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดและ
ประเมินผลเหมาะสมกับเนื้อหาสาระและตรงตามจุดประสงค์การเรยี นรู้



๓.)ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และนำความรู้มาประยุกต์ใช้
ในชีวติ ประจำวันได้ รจู้ กั คดิ แก้ปัญหาแก้ไขสถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้

๔.)จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ทำให้คิดเป็น
ทำเป็น มีทกั ษะรักการอ่านเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

๕.)จัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนการสอนเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการ
เรยี นรตู้ ามศักยภาพโดยร่วมมอื กบั ชุมชน และภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่

๖.)กำหนดแนวทางการวัด และประเมินผลที่หลากหลาย ครอบคลุมด้านความรู้ ทักษะการอ่าน
การคิด วเิ คราะห์ การเขียน ทักษะกระบวนการ สมรรถนะทส่ี ำคัญและคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์

๗.)จัดทำสื่อและพัฒนาสื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนสอดคลอ้ งกับเน้ือหารายวิชา และมีความทันสมัย
อยู่เสมอ

๘.) มีการบันทึกข้อมูลหลังการจัดการเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขพัฒ นาการเรียนรู้ที่เหมาะสม
ผา่ นกระบวนการวิจัยในชั้นเรยี น

ผลที่ไดจ้ ากการปฏบิ ัติดังกลา่ ว สง่ ผลใหน้ ักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔/๒ ไดร้ บั ความรู้ความเข้าใจ
ในทักษะกระบวนการเรียนรู้ ได้คิด ได้ปฏิบัติ และมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้ ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมี
ความสุข ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ทักษะกระบวนการกลุ่ม ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนปีการศึกษา ๒๕๖๑ มีระดับผลการเรียนตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป จำนวน ๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ
๙๐.๐๐ สูงกว่าเกณฑ์ของสถานศึกษากำหนด ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ผ่านเกณฑ์ของสถานศึกษาที่กำหนดไว้
ร้อยละ ๘๐ คอื มรี ะดบั ผลการเรยี นต้ังแตร่ ะดับ ๓ ขึ้นไป จำนวน ๑๙ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๕.๘๘ ต่ำกว่าเกณฑ์
ของสถานศกึ ษากำหนด ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ผา่ นเกณฑ์ของสถานศึกษาทก่ี ำหนดไว้ร้อยละ ๘๐ คอื มผี ลการเรียน
ตง้ั แตร่ ะดับ ๓ ขึ้นไปจำนวน ๓๒ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๘๔.๒๑ ผเู้ รียนสามารถนำความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้

๒. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ผู้รายงานได้จัดกิจกรรม
ส่งเสริมการเรียนรู้ดว้ ยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย ได้แก่ กิจกรรมรักการอ่าน กจิ กรรมค่ายพุทธบตุ ร กจิ กรรมสาธิตและ
ลงมือปฏิบัติ กิจกรรมร่วมสนทนาอภิปราย และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้
แสดงออกถงึ ความสามารถทมี่ ีอยู่ และนำผเู้ รียนไปทัศนศึกษาตามโครงการโลกกว้าง เชน่ การเรียนรเู้ กยี่ วกับชวี ิต
และธรรมชาตขิ องสัตว์ ณ สวนสัตว์เปดิ ซาฟารีเวิลด์ การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วยจัดการเรียนการสอนโดยนำ
นักเรียนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น วัดบางกระดี่ เป็นสถานที่สำคัญในชุมชนและท้องถิ่นการศึกษา
ธรรมชาตใิ นโรงเรียน การศกึ ษาแปลงเกษตรและสวนหย่อมในโรงเรียน การศกึ ษานอกสถานทน่ี อกห้องเรียนเพื่อ
เป็นแนวทางให้นกั เรียนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ การสอนได้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมเพ่ือให้ผูเ้ รยี น
เกิดความตระหนักและมีจิตสำนึกที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสจุ รติ มีทักษะจาก
ประสบการณ์จริงที่มีอยู่รอบตัว ผู้เรียนมีลักษณะนิสัยที่ดีในการทำงาน เช่น ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์
ความมรี ะเบยี บวินยั ความขยนั หม่นั เพียร การทำงานอย่างเปน็ ระบบ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดงั กล่าว สง่ ผลให้ผเู้ รยี นเรยี นรู้ไดอ้ ย่างมีความสุข สนุกสนาน โดยผา่ นการจัด
กิจกรรมต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย มีคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นอดทนในการอ่านหนังสือ มีทักษะในการอ่าน
การเขียน การคิดคำนวณ สามารถหาความรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์ตรง มีทักษะในการทำงานร่วมกันเปน็



กลุ่มอย่างมีระบบ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนงานสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ผู้เรียนรู้จักศึกษา
คน้ ควา้ หาความรูด้ ้วยตนเองได้ดี

๓. จัดอบรมสั่งสอน และจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ผู้รายงาน
สอดแทรกการสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม และจดั กิจกรรมในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ใน
ระหว่างเรียน และสถานการณ์ต่าง ๆ ดังนี้

๑.)การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม โดยผู้รายงานให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดและปฏิบัติ
กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพูดทักทาย การใช้วาจาสุภาพ การทำความเคารพผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายพุทธบุตร
และการตักบาตรในวันวถิ พี ทุ ธวิถธี รรม (ทกุ วันศกุ ร)์

๒.)การพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกายสุขภาพจติ ผู้เรียน ผู้รายงานส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนมีความรู้สึกท่ดี ี
ต่อตนเอง และผู้อื่น มีความเชื่อมั่นกล้าแสดงออกมีวินัยในตนเอง รับผิดชอบและซื่อสัตย์ประหยัดและอดออม
มีมารยาท และปฏบิ ัติตนตามวฒั นธรรม ศาสนาที่ตนเองนบั ถือ

๓.)การปลูกฝังการเป็นประชาธิปไตย และความภูมิใจในความเป็นไทย ผู้รายงานได้ปลูกฝังให้
ผู้เรียนไดแ้ สดงออกถึงการเปน็ พลเมอื งท่ีดขี องชาติมีความรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ อกี ท้ังความสามัคคี ภมู ใิ จ เชิดชู
ความเป็นไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น
กิจกรรมหน้าเสาธงในตอนเช้า การยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติ ยืนตรงทำความเคารพเมื่อได้ยินเสียงเพลง
สรรเสริญพระบารมีทุกครั้ง ส่งเสริมให้เคารพในสิทธิส่วนบุคคล มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมวันสำคัญของชาติ
ศาสนา พระมหากษตั ริย์ เช่น วันรฐั ธรรมนญู วนั วิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันพ่อแหง่ ชาติ วนั แม่แห่งชาติ ฯลฯ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยประสานความ
ร่วมมือกันระหว่างครู ผู้ปกครองและชุมชน ผู้เรียนเป็นที่รักของพ่อแม่ ครูอาจารย์ เป็นผู้เรียนที่ดีของโรงเรียน
เป็นสมาชกิ ทีด่ ีของสังคมเปน็ พลเมืองทด่ี ีมีคุณภาพของประเทศชาติ สามารถใชช้ ีวติ ประจำวันและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน
ไดอ้ ย่างมีความสุข

๔. วัดและประเมินผลผู้เรียนด้วยเทคนิคที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริง ผู้รายงานมีการวดั
และประเมินผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยประเมินผลก่อนเรียนระหว่างเรียน และหลังเรียน วัดและ
ประเมินผลผู้เรียนโดยผ่านกระบวนการสังเกตจากสภาพจริง ทั้งรายบุคคลและแบบกลุ่ม รวบรวมข้ อมูลจาก
ช้ินงานโดยใชก้ ระบวนการวดั ผลแบบรูบคิ แบบฝึก ข้อสอบ สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงาน ใช้การสมั ภาษณ์เพ่ือ
วัดทัศนคติของผู้เรียน ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมครอบคลุมทักษะด้านความรู้ความเข้าใจ (K) ทักษะกระบวนการ
(P) และเจตคติ (A) ครู ผู้ปกครอง ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์สรุปผลการ
เรียนรู้ของผู้เรียนแล้วนำผลมาสรุปข้อมูล เพื่อวางแผนพัฒนาในการวัดและประเมินผลอย่างเป็นระบบ โดยใช้
กระบวนการ PDCA ส่งผลใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรแู้ ละพัฒนาทุกดา้ นทำใหก้ ารเรียนรเู้ กิดประสิทธภิ าพ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้รายงานรู้ศักยภาพด้านความรู้ ความสามารถและ
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างแท้จริง นำมาซึ่งการพัฒนาส่งเสริมปรับปรุงคุณภาพ
การจดั การเรยี นการสอนเพ่อื ใหผ้ เู้ รียนมพี ัฒนาการทีเ่ หมาะสมตามศักยภาพต่อไป



๕. ปฏิบัติงานวชิ าการของสถานศึกษา
๑.)ร่วมจัดทำหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พร้อม

นำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกบั ผู้เรยี นของโรงเรียนวัดบางกระดี่ สำนักงานเขตบางขนุ เทยี น กรงุ เทพมหานคร
๒.)ปฏิบัติการสอนโดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔/๒ สัปดาห์

ละ ๑๘ ช่วั โมง มีการวดั และประเมินผลผเู้ รียนเมื่อพบว่าผเู้ รียนมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรยี นต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
คือ ต่ำกว่าร้อยละ ๗๐ และได้หาแนวทางในการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
จนผา่ นเกณฑ์ท่ีกำหนด คือ ตง้ั แต่ร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป

๓.)หัวหน้าสายชั้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ผู้รายงานรับผิดชอบกิจกรรมต่าง ๆ มีการประชุม
คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วงมีการมอบรางวัล และ
สรุปรายงานการดำเนินของกิจกรรมเพอื่ วางแนวทางในการจัดกจิ กรรมครั้งต่อไป

๔.)รับผิดชอบกิจกรรมคริสต์มาส ผู้รายงานรับผิดชอบกิจกรรมคริสต์มาส มีการประชุม
คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรยี มความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมให้สำเร็จลลุ ว่ ง มีการมอบรางวัลและสรุป
รายงานการดำเนนิ งานของกจิ กรรมเพ่อื วางแนวทางในการจดั กจิ กรรมครัง้ ต่อไป

๕.) ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร จ ั ด ท ำ ห ล ั ก ส ู ต ร ส ถ า น ศ ึ ก ษ า ก ล ุ ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ ภ า ษ า ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ
(ภาษาอังกฤษ) มีการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมตามปฏิทินปฏิบัติงาน สรุปรายงานการ
ดำเนินงานของกิจกรรมเพอื่ วางแนวทางในการจดั กิจกรรมครงั้ ต่อไป

๖.)คณะกรรมการจัดงานวิชาการของโรงเรียน มีการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องดำเนิน
กิจกรรมตามปฏิทินปฏิบัติงาน สรุปรายงานการดำเนินงานของกิจกรรมเพื่อวางแนวทาง ในการจัดกิจกรรมครั้ง
ต่อไป

๗.)ปฏิบัตหิ น้าทน่ี เิ ทศการสอนในสายช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ อยา่ งกัลยาณมิตรอยา่ งน้อยภาคเรียน
ละ ๑ ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูเ้ ทคนิคการจัดการเรียนการสอนซึ่งกันและกัน ชี้ข้อบกพร่องเพื่อเป็นแนวทาง
ในการพฒั นาการเรียนรใู้ หเ้ กดิ ผลดีต่อผู้เรยี นมากทส่ี ดุ

๘.) เข้าร่วมประชุมอบรมสัมมนาศึกษาดูงานทางวิชาการของโรงเรียนที่สำนักงานเขตแล ะ
กรุงเทพมหานครจัดขึ้น เพื่อพัฒนาวิชาชีพและตนเองอย่างสม่ำเสมอจากนั้นนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการเรียน
การสอน และขยายผลใหเ้ พ่ือนครูในสายชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔

ผลที่ได้จากการปฏิบัติงานดังกล่าว ส่งผลให้โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพ
ทางสังคมและผู้เรียนสามารถใช้จัดการเรียนการสอนทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนากระทั่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนท่ีดี และมีคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงคบ์ รรลตุ ามเป้าหมายของหลักสตู รสถานศึกษาท่ีกำหนดไว้ การดำเนินงาน
ด้านวิชาการภายในโรงเรยี นเกดิ ประสทิ ธิภาพสงู สดุ เนือ่ งจากมีการวางแผนการปฏบิ ตั ิงานทด่ี ี บุคลากรมีคุณภาพ
สามารถใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการเรียนการสอน และปฏิบัติงานตามหน้าที่อื่น ๆ ผู้เรียนมีความสามารถ
ด้านเทคโนโลยีสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษาแก่ตนเอง เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคม โรงเรียน
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทห่ี ลากหลายพฒั นาโดยครผู สู้ อนทม่ี ีความชำนาญในแตล่ ะวชิ าใชเ้ ปน็ แหล่งเรียนร้ทู ีม่ ีคณุ ภาพ



๖. ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ผู้รายงานได้ดำเนินการในการช่วยเหลือ
ผู้เรียนดังนี้ วิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล การเยี่ยมบ้านการสัมภาษณ์ จัดทำระเบียนสะสม การสังเกต
พฤติกรรมของผู้เรียน คัดกรองตามประเภทปัญหา ประสานความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งครู ผู้ปกครอง และ
ชุมชนรว่ มเปน็ เครอื ข่ายเพือ่ ส่งเสริมชว่ ยเหลอื ผูเ้ รยี นได้ทกุ ด้านอย่างเหมาะสมและมีประสทิ ธิภาพ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติงานดังกล่าว ทำให้ผู้เรียนได้รับความช่วยเหลือตรงตามความต้องการ
ของแต่ละบุคคล เกิดการประสานความร่วมมือกันเป็นอย่างดีระหว่างครู ผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชน ผู้เรียน
ไดร้ บั การดูแลอยา่ งทั่วถงึ ตรงกบั สภาพปญั หาอย่างแทจ้ ริง ส่งผลใหผ้ ้เู รียนไดร้ ับการพัฒนาเตม็ ศักยภาพทุกคน

๗. ปฏิบัติงานวิจัยทางการศึกษา ศึกษา วิเคราะห์ ประเมินพัฒนาการของผู้เรียนเพื่อนำไป
พัฒนาการเรียนการสอน ผู้รายงานศึกษาสภาพปัญหาปจั จุบันทางการเรยี นรู้ ปัญหาด้านพฤติกรรมของผู้เรยี น
วิเคราะห์ปัญหาของผู้เรียน สร้างเครื่องมือเพื่อใช้รวบรวมข้อมูลที่หลากหลายเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้ จากน้ัน
ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปผลทำรายงานการวิจัยนำมาเผยแพร่เพื่อให้เป็นแนวทางก ารพัฒนาผู้เรียนให้มี
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นทีด่ ขี ้ึน รวมถึงพฒั นาผู้เรยี นให้มีคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคแ์ ล้วรายงานผลต่อผบู้ รหิ าร

การประสานความร่วมมือกับบุคคลในชุมชน สถานประกอบการ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และเครือข่ายผู้ปกครองในการสังเกตติดตามและให้ข้อมูลสถานศึ กษาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของ
ผู้เรียน และสนับสนุนที่ประสบปัญหาได้รับการแก้ปัญหาทุกคนเป็นผลดีต่อผู้เรียนต่อคุณภาพการศึกษาของ
สถานศกึ ษาตอ่ สังคมและประเทศชาติ

๘. พัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพให้ก้าวหน้า ผู้รายงานได้ศึกษาหาความรู้เชิงวิชาการ อบรม
สัมมนาและประมวลผลความรใู้ นการพฒั นาตนเอง ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ – ๒๕๖๓ ดงั นี้

๑.)ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวชิ าชีพครูอยู่เสมอ โดยพยายามศึกษาค้นคว้าหา
ความรู้เพื่อนำไปพัฒนางานและเพิ่มพูนวิทยฐานะอีกทางหนึ่ง โดยเข้าร่วมประชุมอบรมสัมมนา เข้ารับฟังการ
บรรยายหรอื อภปิ รายทางวชิ าการตา่ ง ๆ

๒.)เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่หน่วยงานได้จัดขึ้นโดยเฉพาะกิจกรรมพัฒนาวิชาการหรือพัฒนา
วิชาชพี ครู เพอื่ นำความรูม้ าปรับประยุกตใ์ ชใ้ นการพัฒนาการเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธิภาพมากข้ึน

๓.)การอบรมหลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครกู รุงเทพมหานครก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อน
วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ รุ่นที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม – ๔ สิงหาคม
๒๕๖๓

๔.)ประชมุ การปฏิบตั กิ าร จดั ทำสาระการเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ สาระ ครผู ้สู อนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ , ๖
ทโี่ รงเรยี นวดั บางกระดี่ สำนักงานเขตบางขุนเทยี น กรงุ เทพมหานคร

๕.)อบรมการประเมินการเรียนรภู้ าษาอังกฤษ ท่โี รงเรียนวดั บางกระด่ี สำนกั งานเขตบางขุนเทียน
กรุงเทพมหานคร

๖.)การอบรมโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ที่โรงเรียนวัดบางกระด่ี สำนักงานเขต
บางขุนเทียน กรงุ เทพมหานคร

๗.)อบรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ที่โรงเรียนวัดบางกระดี่ สำนักงานเขตบางขุนเทียน
กรุงเทพมหานคร



๘.) ศึกษาคน้ คว้าหาความรูร้ ิเร่ิมสร้างสรรค์ได้ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น โดยการศึกษาคน้ คว้ากิจกรรมการเรียน
การสอนโดยเฉพาะองค์ความรู้ใหม่ ๆ เช่น การเรียนรู้แบบโครงงานการประดิษฐ์สื่อการเรียนการสอนการ
ออกแบบการเรียนรู้ การพัฒนานวตั กรรม การสรา้ งส่อื การแกป้ ญั หาผเู้ รียน เปน็ ตน้ เพอื่ นำมาพฒั นาการจัดการ
เรยี นรู้ให้มีคุณภาพอยเู่ สมอ

๙.) สร้างเครือข่ายทางวิชาการ และประเมินผลอย่างเป็นระบบ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการ
จัดการเรียนรู้โดยนำความรู้จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การอบรมสัมมนา ดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ
บุคลากรในโรงเรียนและเพ่อื นรว่ มอาชพี

ผลที่ได้จากการปฏิบัติงานดังกล่าว ทำให้ผู้รายงานมีความรู้ ความเข้าใจและเกิดทักษะในการ
ปฏิบัติงานมากขึ้น มีความสามารถมีความมั่นใจเป็นการเตรียมให้พร้อมในการทำงานเพื่อรับสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่นนำประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
ก่อใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเอง พฒั นาผ้เู รยี น พัฒนาองค์กรใหม้ ีความทนั สมัย ทันตอ่ เหตกุ ารณ์ อีกท้ังมี
การเผยแพร่ใหเ้ พอื่ รว่ มงานไดน้ ำไปเปน็ แนวทางในการประยุกตใ์ ช้เพอื่ พัฒนาตนเอง และผู้เรยี นตอ่ ไป

๙. ปฏบิ ัติงานประสานความร่วมมือ ผปู้ กครอง ชมุ ชน องคก์ รส่วนท้องถ่นิ หรอื สถานประกอบการ
เพ่ือร่วมกันพฒั นาผ้เู รียนตามศักยภาพ ผรู้ ายงานดำเนินงานประสานความรว่ มมือกบั ผู้ปกครอง ชมุ ชน องค์กร
สว่ นท้องถิ่น สถานประกอบการเพ่อื รว่ มพัฒนาผเู้ รยี นตามศักยภาพ ดังน้ี

๑.)ประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชนในการร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียน
หรอื ชุมชนจัดขึ้น เชน่ นำผเู้ รียนร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น การทำบญุ ตกั บาตร เวียนเทยี น การฟัง
ธรรมเทศนาที่วัดบางกระดี่ นำผู้เรียนไปบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชนใกล้เคียงเพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในด้าน
คุณธรรม จริยธรรม เชิญผู้ปกครองร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ตามโอกาส เช่น กิจกรรมวันลอยกระทง กิจกรรมวันพ่อ
แห่งชาติ วนั แม่แห่งชาติ กิจกรรมวนั เด็ก กจิ กรรมกฬี าสี ฯลฯ นำผู้เรียนรว่ มกิจกรรมกับหนว่ ยงานท้ังภายในและ
ภายนอกโรงเรียน เช่น โครงการรักการอ่านกับหุ่นละครเล็ก (โจ หลุยส์) โครงการตรวจสุขภาพกับศูนย์
สาธารณสุข ๔๒ ทงั้ น้เี พือ่ ร่วมพฒั นาผูเ้ รียนในทกุ ๆ ดา้ น มุง่ สเู่ ป้าหมายทางการศึกษาทร่ี ะบุไว้

๒.)ประสานงานจดั การประชมุ ผูป้ กครองผเู้ รียนในทุกระดบั ช้ัน เพอื่ รับฟังแลกเปล่ียนความคิดเห็น
ระหว่างครู และผู้ปกครองเกี่ยวกับผู้เรียนทั้งด้านการศึกษาและพฤติกรรม ผู้เรียนคนใดมีปัญหาที่ควรจะได้รับ
การชว่ ยเหลือหรอื สนับสนุนในด้านใด ตลอดจนรบั ฟงั ข้อเสนอแนะเพอื่ รว่ มพฒั นาโรงเรียนในดา้ นต่าง ๆ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติงานดังกล่าว ทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างครู ผู้ปกครอง ชุมชนและ
ผู้เรียนโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชน ในการร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึน้ อย่างเต็มที่จาก
การแลกเปล่ียนข้อมูลของผเู้ รียนระหว่างครู และผปู้ กครอง ทำให้ครผู สู้ อนและผปู้ กครองทราบขอ้ มูลพ้ืนฐานของ
ผู้เรยี น ซ่ึงส่งผลให้ผเู้ รียนได้รับการส่งเสริม แกไ้ ขปญั หาทเ่ี กิดขนึ้ ในทุก ๆ ด้านอย่างทนั ท่วงที และตรงตามความ
ต้องการอย่างแท้จริง ผู้เรียนจึงมีคุณภาพทั้งด้านการเรียน ด้านคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะ สามารถอยู่ร่วมกับ
บุคคลอื่น ๆ ในสังคมได้อย่างมีความสุข โรงเรียนได้รับการดูแลและพัฒนาสนับสนุนจากทุกภาคส่วนให้เป็น
สถานศกึ ษาท่เี อ้ือต่อการจัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาผ้เู รยี นใหเ้ ปน็ กำลงั สำคัญของประเทศต่อไป

๑๐. ปฏิบัติงานบริการสังคมด้านวิชาการ ทำนุบำรุง ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้และภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น ผู้รายงานปฏิบัตงิ านบริการด้านวิชาการทำนุบำรงุ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ และภูมิ



ปญั ญาทอ้ งถน่ิ ดว้ ยความตงั้ ใจในการปรับปรุงระบบบริการให้มปี ระสิทธภิ าพเพอื่ ตอบสนองความต้องการของฝ่าย
บริหารเพอื่ นครู ผปู้ กครอง และผ้เู รียน ดังน้ี

๑.)แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการผลิตสื่อป๊อบอัฟสไลด์กับคณะครูโรงเรียนวัดบางกระด่ี เป็นการ
สรา้ งเครือขา่ ยทางวิชาการให้เพื่อนครใู นโรงเรยี นเพื่อจัดทำสื่อตามโครงการประกวดส่ือสร้างสรรค์ และใช้จัดการ
เรียนการสอนให้มีความหลากหลาย ส่งผลใหผ้ ้เู รยี นมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นเพิ่มขนึ้

๒.)ร่วมจัดนิทรรศการผลงานทางวชิ าการปีการศึกษาละ ๑ ครั้ง เพื่อแสดงผลงานซึ่งเกิดจากการ
เรียนรู้ของผู้เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒน ธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) มีทั้งการแสดงผลงานการสาธิตเกมต่าง ๆ การแสดงออกตามศักยภาพของ
ผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถเกิดการความมั่นใจกล้าแสดงออกมากขึ้นส่งผลให้นักเรียนทำงาน
รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ได้อยา่ งมคี วามสขุ

๓.)รว่ มใชแ้ หลง่ เรียนรแู้ ละภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ทีห่ ลากหลายเหมาะสมกับสาระการเรยี นรู้
๔.)ร่วมกับโรงเรียนและคณะครูโรงเรียนวัดบางกระด่ี ทำนุบำรุงและส่งเสริมศาสนา
ศิลปวฒั นธรรมโดยจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เชน่ การเวียนเทยี นในวันวิสาขบูชา การหล่อเทียนจำนำ
พรรษาในวันเข้าพรรษา การตกั บาตรและสวดมนต์ในวันวิถีพทุ ธวิถธี รรมในวันศกุ ร์ การทำบุญตักบาตรในวันข้ึน
ปีใหม่ ได้เชิญชวนผู้ปกครองในชุมชนร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ การส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
มกี ารจดั กิจกรรมสง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนไหว้ได้อยา่ งสวยงาม ถูกต้อง เหมาะสม และยังเปน็ การอนรุ ักษ์วัฒนธรรมอันดี
ของไทยอีกด้วย
ผลที่ได้จากการปฏิบัติงานดังกล่าว โรงเรียนมีส่วนร่วมในการให้บริการด้านการศึกษาแก่ชุมชน
ชุมชนได้รับความสะดวกขึ้น ได้รับบริการที่ดี มีความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชนและเครือข่ายทาง
วิชาการในหน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานภายนอก ส่งผลให้ผู้เรียนกล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด กล้าแสดงออก
และมีความสุขในการทำกิจกรรมเป็นผู้นำในกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้มีผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผูร้ ายงานเปน็ ท่ียอมรับของผู้บริหาร เพ่ือนครู และผู้ปกครอง
๓.๒ ผลงานด้านคุณภาพการปฏบิ ตั ิงานตามมาตรฐานวิทยฐานะ
๑. ผลงานทเ่ี กดิ จากความรคู้ วามเขา้ ใจในการปฏบิ ตั งิ าน
๑.)การผลิตและการใชส้ ่ือ
ผูร้ ายงานได้ศกึ ษาเน้ือหากลุ่มสาระการเรียนรูท้ ่ีสอนจนเกิดความเข้าใจ กำหนดวัตถุประสงค์ให้
ชัดเจน จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรมในการเรียนการสอน กำหนดชนิดของสื่อที่จะใช้เพ่ือ
ประกอบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาและวัยของผู้เรียน จากนั้นลงมือผลิตสื่อพร้อมทั้งจัดทำคู่มือ
ประกอบการใช้สื่อก่อนนำสื่อไปใช้มีการทดลองแล้วบันทึกข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์
เมื่อนำสื่อไปใช้ นอกจากนี้ผู้รายงานได้ประเมินการใช้สื่อว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่ เพื่อจะดำเนินการวางแผน
พฒั นาส่ือการเรียนรู้ใหส้ มบรู ณ์ย่ิงขน้ึ ต่อไป
ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้สอนมีสื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเกิดความ
เชื่อมั่นในการจัดการเรียนการสอน ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้หลากหลายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ผเู้ รียนสนใจในบทเรียนมคี วามกระตือรือรน้ เรียนร้อู ย่างมีความสุขและมีส่วนร่วมในการเรยี นส่งเสริมการคิดและ



แก้ปัญหาช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้เรียน ผู้เรียนเกิดความประทับใจและจดจำบทเรียนได้นาน ทำให้มี
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นดีมคี ุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงคต์ ามหลักสูตร

๒.)การบรหิ ารจดั การในห้องเรียน
การบริหารจัดการห้องเรียนแบ่งเป็น ๒ ด้าน คือ ด้านการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน และด้าน

บุคคล การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน ผู้รายงานจัดบรรยากาศในชั้นเรียน โดยเน้นความเป็นกันเอง ส่งเสริม
ประชาธิปไตยควบคู่กับการฝึกระเบียบวินัย ผู้เรียนมีความมั่นใจกล้าแสดงออก มีทักษะในการทำงานสื่อ
นวัตกรรมเพอื่ ใช้จดั การเรยี นการสอนท่หี ลากหลาย ส่งเสรมิ ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพือ่ สร้าง
เจคตทิ ่ีดีในความเปน็ ไทย

การจัดการด้านบุคคล ผู้รายงานมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี บุคลิกภาพเหมาะสมแสดงออกถึงความ
เมตตา และเป็นมิตรกับผู้เรียนเป็นการสร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึก รักการเรียน รักการอยู่
รว่ มกนั ในช้ันเรียนผู้รายงานได้ศกึ ษาผเู้ รียนเปน็ รายบุคคลรู้ถึงความถนัด และความสนใจของผเู้ รียนเพ่ือออกแบบ
การจัดการเรียนได้สอดคล้องกับความถนัดของผู้เรียน สามารถดูแลพฤติกรรมด้านวินัยเพื่อให้เกิดการรว่ มมอื ใน
การเรียนใหค้ ำปรึกษาเมือ่ ผู้เรียนประสบปัญหาต่าง ๆ ผู้รายงานได้ยกย่องชมเชยให้รางวัลแก่ผูเ้ รียนเพื่อเป็นการ
สรา้ งแรงจงู ใจในการเรียน

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้บรรยากาศการเรียนเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน
ผู้เรียนให้ความสนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียน รู้จักการเอื้อเฟื้อและรอคอยมีระเบียบวินัย ผู้สอนและผู้เรียน
มีความสัมพันธ์กันในทางที่ดี เอื้ออาทรช่วยเหลือเกื้อกูลกันผู้เรียนมีความประพฤติดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ัน
ในการเรียนดว้ ยความเต็มใจตามศกั ยภาพท่ีมี เกดิ เปน็ สงั คมแหง่ การเรียนรู้อยา่ งแท้จริง

๓.)เทคโนโลยสี ำหรบั ครู
เทคโนโลยี คือ การนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งต่าง ๆ

เกิดประโยชน์มากที่สุด เทคโนโลยีที่มีบทบาทกับครูมากที่สุดก็คือคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้
ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริหารการบริการ และการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการจัดการเรียนการสอน
การเรยี นรู้ด้านเทคโนโลยี และคอมพวิ เตอรจ์ ึงมีความสำคญั ต่อครใู นปจั จุบนั เป็นอยา่ งมาก

ผู้รายงานเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีสำหรับครู จึงมีการใช้งานดังนี้ จัดทำแผนการจัดการ
เรียนรดู้ ว้ ยระบบคอมพวิ เตอร์ การวเิ คราะหข์ อ้ สอบดว้ ยคอมพิวเตอร์ รวมทงั้ เขา้ รบั การอบรมเกยี่ วกบั ความรู้ด้าน
คอมพวิ เตอร์ใหม่ ๆ อยเู่ สมอ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยสื่อการเรียนการสอน ผู้เรียนมีความ
สนใจในเนื้อหาวิชาและเข้าใจได้ดีขึ้น มีความกระตือรือร้นในการเรียน ครูจัดเตรียมเนื้อหาเพื่อทำการสอนเป็น
อยา่ งดี โรงเรยี นมกี ารจดั การเอกสารทางการศึกษาอย่างมรี ะบบถกู ต้องและรวดเร็ว

๔.)วเิ คราะห์หลกั สตู รและพฒั นาหลักสูตร
ผู้รายงานวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

(ภาษาอังกฤษ) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม หลักสูตรสถานศึกษา คำอธิบายรายวชิ า
หน่วยการเรยี นรู้ ออกแบบและจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยการจดั ทำแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญมีการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เพื่อก่อให้เกิดความรู้ (K) ทักษะปฏิบัติ (P) และเจตคติ (A) สอดแทรก

๑๐

คุณลักษณะอันพึงประสงคใ์ หเ้ หมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละชั่วโมง โดยมุ่งเน้นใหผ้ ู้เรียนได้ฝึกทักษะ ฝึกปฏิบัติ ฝึก
กระบวนการทักษะ การคิดวิเคราะห์ การบูรณาการกับเนื้อหาวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อให้ผู้เรียน
สรา้ งองค์ความรูใ้ หม่ดว้ ยตนเอง และนำความรูไ้ ปใช้ในชีวิตประจำวันได้

หลังการใช้หลักสูตร ผู้รายงานได้ทำการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และผล
จากการประเมินหลักสูตรทั้งก่อนและหลังใช้หลักสูตร ส่งผลให้ผู้รายงานปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการจัดการ
เรียนรู้ให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียน สภาพของท้องถิ่นและสังคมในปัจจุบันเพื่อใช้จั ดการเรียนการสอน
ในปกี ารศึกษาตอ่ ไป

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะกระบวนการ
เจตคตแิ ละคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลกั สูตร โรงเรยี นมหี ลกั สูตรท่ีมคี ณุ ภาพสอดคล้องกับสภาพทอ้ งถิ่นและ
สังคมในปัจจบุ ันใชจ้ ัดการเรียนการสอนได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

๕.) การให้คำปรึกษา
ผู้รายงานตระหนักถึงความสำคัญในการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน โดยได้ใช้แนวทางในการให้

คำปรึกษาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผเู้ รียน เช่น กรณีผู้เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ รายหนึง่ ไม่กล้าแสดงออก ครูถาม
ไม่กล้าตอบอายเพื่อน กลัวล้อเลียนและกลั่นแกล้งทำให้เกิดความกลัว และขาดความมั่นไจในการดำรงชีวิต
ผู้รายงานได้แกไ้ ขปัญหา ดังนี้

ผู้รายงานพูดคุยกับผู้เรียนด้วยคำพูดที่สุภาพแสดงออกถึงความรักความเอื้ออารี เพื่อให้ผู้เรียน
รู้สึกอบอุ่นสบายใจ และไว้วางใจ จากนั้นสอบถามเกี่ยวกับปัญหา โดยให้ผู้เรียนอธิบายอย่างอิสระ ผู้รายงานฟัง
อย่างตั้งใจเมื่อรับฟังจบแล้วผู้รายงานพูดสรุปเกี่ยวกับปัญหา สาเหตุ และความต้องการของผู้เรียน จากน้ัน
ผู้รายงานแนะแนวทางในการแก้ปัญหา โดยการยกตัวอย่างประสบการณ์ของผู้อื่น เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกว่าปัญหา
ที่ตนพบนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และผู้อื่นก็เคยประสบมาเช่นกัน ซึ่งให้ผู้เรียนพิจารณาตัดสินใจเลือกสิ่งที่จะ
ปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเองตอ่ ไป สดุ ทา้ ยผรู้ ายงานพูดถึงแนวทางการแกป้ ัญหาการปฏิบัติตวั ของผ้เู รยี นอีกครง้ั เพอ่ื เป็นการ
ยำ้ เตอื น และพูดให้กำลงั ใจแก่ผู้เรียนให้มคี วามรู้สกึ มน่ั ใจ เกดิ แรงจูงใจที่จะแก้ปญั หาและพัฒนาตนเอง

ผลทไี่ ด้จากการปฏบิ ัติดังกล่าว ส่งผลใหผ้ ้เู รียนไดร้ ับการช่วยเหลือและสามารถแก้ปัญหาท่ีกำลัง
เผชิญอยู่ อีกทั้งยังมีทักษะในการแก้ปัญหาอื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ การดำรงชีวิต
ประจำวัน เม่อื ผู้เรยี นเข้าใจตนเองและส่ิงแวดล้อมดีขึ้นกส็ ามารถใชช้ ีวติ อยรู่ ่วมกับบุคคลอ่ืน ๆ ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข

๖.)การออกแบบและจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
การจัดประสบการณ์การเรียนรูเ้ ป็นหัวใจสำคญั ทีจ่ ะทำใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์

ดังนั้นผู้รายงานจึงเลือกใช้เทคนิคกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม เลือกใช้สื่อและแหล่ง
เรียนรู้ที่หลากหลายจะช่วยสนบั สนุนการเรียนรู้ของผู้เรยี น และใชว้ ิธีการวัดผลประเมินผลท่ีหลากหลาย โดยเน้น
ผเู้ รียนเปน็ สำคัญเพื่อให้ผูเ้ รยี นได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล และสามารถนำสิ่งท่ี
ได้เรยี นรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจำวันได้อยา่ งมคี วามสขุ

ผู้รายงานร่วมจัดกิจกรรมการอยู่ค่ายพุทธบุตรให้กับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ โดยนิมนต์
พระจากวัดใกลโ้ รงเรียนมาใหค้ วามรเู้ กี่ยวกับการปฏบิ ตั ิตนเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษยท์ ีด่ ีของครู ผู้รายงานใช้

๑๑

การสอนแบบสาธิตและแสดงบทบาทสมมติ โดยผู้เรียนใช้กระบวนการกลุ่มแสวงหาความรู้จากการลงมือปฏิบัติ
จริงด้วยตนเอง เพื่อฝึกทักษะและกระบวนการจนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ผู้รายงานคอยสังเกต
พฤตกิ รรมเพอื่ วดั และประเมนิ ผล

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะกระบวนการ
เจตคติ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์นำความรู้จากประสบการณ์การเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึ ง
แก้ปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ได้อยา่ งเหมาะสม

๒. ผลงานทเี่ กิดจากความสามารถในการจดั การเรยี นรู้
๑.)ถา่ ยทอดความรู้
ผู้รายงานได้ศึกษาเนื้อหาที่จะสอนจนเกิดความเข้าใจเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์

แก่ผู้เรียน โดยสร้างบรรยากาศการเรียนให้มีความเป็นกันเอง เรียนรู้อย่างสนุกผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น
การสาธิตการเล่าเรื่องประกอบภาพ การเล่านิทาน การใช้ภาพประกอบ ใช้คำถามเพื่อกระตุ้นผู้เรียน ใช้สื่อช่วย
ในการถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมใหไ้ ด้รับประสบการณต์ รง โดยเรียนรจู้ ากกิจกรรมโครงการเน้นการฝึกปฏิบัติจริง
ใช้สอ่ื การเรียนการสอนทเี่ ป็นนามธรรมจากสิ่งใกลต้ วั เพื่อสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนรผู้ า่ นประสบการณต์ รง

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน เรียนรู้อย่าง
มีความสุขได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏบิ ัติ สามารถแกป้ ัญหาไดด้ ว้ ยตัวเอง ไดร้ บั ความรคู้ รบทัง้ ๓ ด้าน คือ
ความรู้ ทักษะ กระบวนการและพฤติกรรมทพี่ งึ ประสงค์

๒.)วัดและประเมนิ ผล
ผู้รายงานได้ศึกษาตัวชี้วัดในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมในระดับช้ัน

ประถมศึกษาปีที่ ๔ เนื้อหาของบทเรียนและการกำหนดน้ำหนักคะแนนของตัวชี้วัด มีการเก็บคะแนนจาก
กิจกรรมระหวา่ งเรยี นจากการทำแบบฝึกหัดการทำข้อสอบย่อย ซึง่ เป็นคะแนนระหว่างเรยี น และนำข้อสอบที่ทำ
การวิเคราะห์แล้วมาคัดเลือกเพือ่ ให้ตรงกับจุดประสงค์และตัวชีว้ ดั มาทดสอบเพ่ือวัดผลการเรยี นปลายภาคเรยี น
จากน้นั นำคะแนนระหวา่ งเรยี นและปลายภาคเรยี นมาประมวลผลเป็นผลการเรียนรขู้ องผู้เรียน

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ทำให้ผู้รายงานได้วัดผลและประเมินผลผู้เรียนเป็นรายบุคคล
ทั้งระหว่างเรียนและปลายภาคเรียน สามารถจัดกลุ่มผู้เรียนที่มีผลการเรียนในระดับต่าง ๆ และผู้เรียนทราบถึง
ผลการเรียนระดับความสามารถของตนเอง เพื่อปรับปรุงแก้ไขในจุดที่บกพร่อง ผู้สอนสามารถนำผลการเรียน
น้มี าทำการวิจัยในชน้ั เรยี นเพื่อพัฒนาและปรบั ปรุงสง่ เสรมิ การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนใหด้ ยี ิ่งข้นึ

๓.)ช่วยเหลือผู้เรียนให้เรยี นรแู้ ละพัฒนา
ผู้รายงานได้ช่วยเหลือให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาเต็มตามศักยภาพ โดยจัดกิจกรรมการเรียน

ที่สอดคล้องกบั ความสนใจ และความถนัดของผู้เรยี น เนื่องจากผูเ้ รียนแต่ละคนมีความแตกตา่ งกนั มีความสนใจ
และความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณภาพมีความสามารถที่หลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็น
ระบบ มีเหตผุ ล ทำใหเ้ กิดการพฒั นาผูเ้ รยี นตามความสามารถและความถนัด

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการช่วยเหลือให้พัฒนาความรู้
ความสามารถความถนัดตามศักยภาพของตนเอง กระทั่งมคี วามรู้และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์

๑๒

๔.)จัดทำหลกั สตู ร
ผู้รายงานได้ร่วมมือกับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร

แกนกลาง จากนั้นจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้เหมาะสมกับท้องถิ่น และจัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยศึกษาถึงข้อดีข้อเสียจากปีการศึกษาที่ผ่านมา ปรับปรุงให้มีความ
เหมาะสมกบั ธรรมชาติของรายวชิ าและผ้เู รียน โดยคำนึงถงึ ความสามารถ วัย และความแตกต่างระหว่างบุคคล

ผลทไี่ ด้จากการปฏิบัติดังกล่าว สง่ ผลให้โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษา หลกั สูตรกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ท่ผี ่านมาการศึกษาและวิเคราะห์เปน็ อยา่ งดี ใชจ้ ดั การเรียนการสอน
พัฒนาผู้เรียนเต็มตามศักยภาพตอบสนองความต้องการความถนัดความสามารถของผู้เรียนหลักสูตรช่วยพัฒนา
ผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และพัฒนาการในทุก ๆ ด้าน สร้างประโยชน์แก่สังคมตลอดจนพัฒนา
ประเทศชาตไิ ปส่คู วามเจริญในทุก ๆ ด้าน

๕.)จัดกิจกรรมการเรียนรูไ้ ดห้ ลากหลาย
ผู้รายงานได้ศึกษาเนื้อหาที่จะสอน จนเกิดความเข้าใจ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน จัดทำ

แผนการจัดการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรมในการเรียนการสอน โดยเน้นการจัดกิจกรรมที่หลากหลายดังนี้ การ
เรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือการผลิตชิ้นงาน และนำเสนอแนวคิดของตน การใช้สื่อการเรียนการสอน เรียนรู้ผ่าน
กระบวนการค่ายการอภิปรายและสาธิต เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้บริเวณโรงเรียน เช่น แปลงเกษตร ป้ายนิเทศ
การนำผู้เรียนไปเรียนรู้นอกสถานที่ เช่น วัด ชุมชน หน่วยงานราชการ และเอกชนเรียนรู้จากวิทยากรภายนอก
เช่น เจา้ หน้าที่อนามยั ฯลฯ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมี
ความสุข ได้ลงมือปฏิบัติจรงิ กระทั่งสามารถสร้างองค์ความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง มีทักษะในการแก้ปัญหาทั้งแบบเดี่ยว
และแบบกลุ่ม ส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ทั้ง ๓ ด้าน คือ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ และ
คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ตามเป้าหมายของหลกั สูตร

๖.)การใช้แหลง่ เรียนรแู้ ละเครือข่ายการเรยี นรู้
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้รายงานได้จัดกิจกรรม โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ให้ประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติจริง ฝึกให้ผู้เรียนค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ห้องสมุด
อินเทอร์เน็ต หนังสือนิตยสาร ป้ายนิเทศ จัดมุมหนังสือเพื่อส่งเสริมการอ่าน จัดมุมสื่อ ผลิตและจัดหาส่ือ
ที่หลากหลาย นำผู้เรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ผู้รายงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้าน
นวัตกรรมการศึกษาเพ่ือพัฒนาตนเองทกุ ปีการศึกษา ซ่ึงสง่ ผลดีต่อผูเ้ รียนโดยตรง

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกลา่ ว ส่งผลให้ผู้เรียนมคี วามรู้ ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
เรยี นร้อู ยา่ งมคี วามสุข คิดเป็นทำเปน็ แกป้ ญั หาเปน็ มีทกั ษะที่จำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ิตประจำวัน ผูเ้ รียนไดร้ บั การ
พฒั นาเต็มศกั ยภาพ อยู่ร่วมกบั ผ้อู น่ื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข

๑๓

๗.)สรา้ งเจตคตทิ ี่ดีต่อวชิ าชีพครู
ครูย่อมรักและศรัทธาในอาชีพครู ต้องแสดงออกด้วยความชื่นชมและเชื่อมั่นในอาชีพครู

ด้วยตระหนักว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติมคี วามสำคัญและจำเป็นต่อสังคม ครูพึงปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ
และภมู ิใจ รวมท้ังปกปอ้ งเกียรติภูมิของอาชีพครแู ละเป็นสมาชิกทีด่ ีขององค์กรวิชาชีพครดู ้วยความเต็มใจ

ผู้รายงานมีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครูด้วยตระหนักว่าเป็นอาชีพที่มีส่วนสร้างเยาวชน
ให้เป็นคนดี เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าได้ ผู้รายงานมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพครู
ปฏิบตั ิงานดว้ ยความเสียสละ รักและปรารถนาดีต่อศิษย์ ให้อภัยและพร้อมชว่ ยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ รักและเอาใจ
ใส่ต่อการสอน มีการเตรียมการสอนเป็นอย่างดี มีเทคนิควิธีการที่หลากหลายมีความเข้าใจในเนื้อหาวิชาและ
ปรบั ปรุงการสอนอยู่เสมอ มคี วามตง้ั ใจพัฒนาตนเองอย่างสมำ่ เสมอเพื่อความกา้ วหนา้ ในวิชาชีพครู

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข มีเจตคติที่ดีต่อครูผู้สอน
มีแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตาม นอกจากนั้นผู้เรียนยังได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงที่สามารถนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวันได้

๓. ผลงานท่แี สดงให้เหน็ ถึงทักษะในการจัดการเรียนรู้
๑.) การใหบ้ รกิ ารที่ดี
ผู้รายงานให้บริการช่วยเหลือผู้เรียนทางด้านการเรียนการปฏิบัติตน ส่งเสริมและพัฒนา

ให้ผู้เรียนมีศักยภาพทางการเรียนที่ดีตามกำลังความสามารถของแต่ละบุคคล ให้บริการด้านอุปกรณ์การเรียน
ใหค้ ำแนะนำ และบางครงั้ สนบั สนนุ เร่ืองในด้านของขวัญของรางวัลให้กับผู้เรียนท่ีมผี ลสมั ฤทธใ์ิ นการเรียนพัฒนา
ดีขึ้น ผลจากการปฏิบัติดังกล่าวส่งผลให้ผู้รับบริการเกิดความประทับใจ ได้รับบริการทั้งด้านอุปกรณ์ สื่อการ
เรยี นรู้ ผูเ้ รยี นได้รบั การบรกิ ารด้านการเรยี น กระทั่งมศี กั ยภาพทางการเรยี นเพ่มิ ขึน้

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ผู้เรียนมีความสุข สนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี เกิดความ
สามัคคีในกลุ่ม มีวินัย เสียสละ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้นและเอาใจใส่ต่อการเรียน
มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามหลกั สตู รที่สถานศึกษากำหนด

๒.) การออกแบบการเรียนรู้
ผู้รายงานวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จากน้ัน
จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ วัดผลและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลา ย
ให้สอดคล้องกับหลักสูตรและตัวชี้วัด ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์ ประยุกต์ริเริ่มได้เหมาะสมตามวัย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมและประเมินผล
การเรียนรู้ ผู้รายงานมีความเข้าใจเรื่องการออกแบบการเรียนรู้ และนำผลการออกแบบการเรียนรู้ไปพัฒนา
ในการจัดการเรียนร้ใู นกลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ผลทไี่ ด้จากการปฏิบัติดงั กล่าว ผูเ้ รียนสรุปความร้จู ากการร่วมกิจกรรมท่ีผู้สอนออกแบบมาเป็น
อย่างดีด้วยตนเองจนเกิดเป็นองค์ความรู้ที่ยั่งยืน นำความรู้ ความเข้าใจที่ได้รับไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน
ส่งผลใหผ้ ู้เรียนมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นตรงตามเปา้ หมาย และมีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ตามหลกั สูตร

๑๔

๓.)สง่ เสริมความถนดั และความสามารถผเู้ รียน
ผู้รายงานได้สนับสนุนและสง่ เสริมผูเ้ รยี นท่ีมีความสามารถในด้านอ่าน การเขียน ให้มีโอกาสได้

ร่วมกิจกรรมประกวดและแข่งขันในกิจกรรมต่าง ๆ ของทางหน่วยงานภายใตเ้ หตผุ ลทีว่ ่า ผ้เู รยี นที่มคี วามสามารถ
ตอ้ งไดร้ บั การสง่ เสรมิ ใหพ้ ฒั นาความสามารถอยา่ งเต็มศักยภาพ

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้และพัฒนาด้านการอ่าน
การเขียน การเข้าร่วมประกวดในกิจกรรมวันสำคัญต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกิดทักษะพิเศษ นำไปใช้ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน ช่วยเหลือเพื่อนและครูเต็มกำลังความสามารถ เป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพในอนาคต
จนไดร้ ับรางวัลสร้างชือ่ เสยี งใหก้ ับตัวเอง ครอบครัว และโรงเรียนอีกดว้ ย

๔.)การจัดการเรียนการสอนท่ยี ึดผเู้ รียนเปน็ สำคัญ
ผู้รายงานจัดการเรียนการสอนโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย คำนึงถึงความแตกต่าง

ระหว่างบุคคล ความสนใจ ความสามารถและความถนัด เน้นให้ผู้เรียนลงมอื ปฏิบัติงานด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์
ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนและระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้เรียน
มคี วามสขุ และสนุกกับการเรียน มกี ารใช้เทคโนโลยเี ป็นเครอ่ื งมือคน้ คว้า เปน็ ผลใหเ้ กดิ พฤติกรรมทเี่ คยชินกระทั่ง
สร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองจากการทำกิจกรรม ผู้รายงานคอยสังเกตเพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการหรือ
ปญั หาการเรยี นร้ขู องผเู้ รียนเป็นรายบคุ คล เพอ่ื นำข้อมูลน้ันมาปรับปรงุ การจดั การเรียนการสอนในคร้ังตอ่ ไป

ผลทไี่ ด้จากการปฏบิ ัติดังกลา่ ว ส่งผลให้ผู้เรียนมนี ิสัยรักการอ่าน มคี วามสามารถในด้านการอ่าน
การเขียน มีทักษะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ได้รับประสบการณ์ตรงจากกิจกรรมที่ปฏิบัติ นำสิ่งที่เรียนรู้มา
เชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตประจำวันสามารถพัฒนาความรู้ได้เต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล เกิดเป็นความรู้ท่ี
ยั่งยืนมีคณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์

๕.) การจัดหาแหล่งเรียนรู้
แหล่งเรียนรู้เป็นแหล่งที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกที่จะใฝ่รู้ใฝ่เรียน แสวงหาความรู้

และเรียนรู้ดว้ ยตนเองตามอัธยาศัย และทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างหยั่งยืน ผู้รายงานจัดทำแผนการจดั การเรียนรู้
ออกแบบกจิ กรรมให้แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรียนรู้ จากน้นั กำหนดแหล่งเรียนรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน
ผู้รายงานจัดกิจกรรมและให้บริการที่ดีทั้งในและสถานศึกษา การบริการนำผู้เรียนไปเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น
การเรียนรู้สู่โลกกว้างที่สวนสัตว์เปิดซาฟารีเวิลด์ นำผู้เรียนไปเรียนรู้และร่วมกิจกรรมที่วัดบางกระดี่ ให้ผู้เรียน
สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติบุคคลสำคัญ ต้นไม้ประจำโรงเรียนจากแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน เช่น ห้องสมุด
ป้ายนิเทศบริเวณโรงเรียน ห้องเรียนพิเศษ เช่นห้องเรียนสีเขียว ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องพยาบาล ร้านสหกรณ์
โรงเรียน สวนเกษตร ธนาคารโรงเรียน ผู้รายงานคอยให้คำปรึกษาแนะนำผู้เรียนในการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้
จากนนั้ กำหนดให้ผู้เรยี นนำข้อมูลทไี่ ดจ้ ดั ทำเป็น Mind Mapping ด้วยการวาดภาพพร้อมอภปิ รายกลมุ่

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยความสนุกสนานมีทักษะในการ
แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายด้วยตนเอง ได้ฝึกทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมคิด ร่วมทำ แก้ปัญหา
ชว่ ยสง่ เสริมการเรยี นรแู้ ละทักษะกระบวนการต่าง ๆ สามารถนำความรทู้ ี่ได้ไปประยุกตใ์ ช้ สง่ ผลให้มีความรู้และ
มคี ุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์

๑๕

๖.)พฒั นาสื่อการสอนให้มีคุณภาพอยเู่ สมอ
ในการจดั การเรียนรู้ สือ่ นวัตกรรมเปน็ ส่งิ ทมี่ บี ทบาทสำคญั ในการจดั การเรยี นรู้ ซง่ึ เป็นตวั กลาง

ที่ช่วยให้การสื่อระหว่างผู้สอนและผู้เรียนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของ
เนื้อหาบทเรียนให้ตรงกับความต้องการของจุดประสงค์การเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพจะช่วยให้ผู้เรียน
เรียนรู้อย่างสนุกสนาน ไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ผู้เรียนมีส่วนช่วย
ในการผลิตและใชส้ ่ือ ผู้รายงานได้ศกึ ษาเนื้อหาที่จะสอนจนเกิดความเข้าใจ กำหนดวัตถปุ ระสงค์ใหช้ ัดเจน จัดทำ
แผนการจัดการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรมในการเรียนการสอน ผู้รายงานได้วางแผนเลือกใช้สื่อก ารเรียนรู้
อย่างหลากหลายให้สอดคล้องกับกิจกรรมและสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหน่วยการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้
โดยพจิ ารณาคดั เลอื กจากสือ่ การเรียนรู้ทมี่ ผี ผู้ ลิตไว้แลว้ หรอื ลงมอื ผลิตสอ่ื ข้นึ เอง ทำการทดลองติดตามผลการใช้
เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ก่อนนำไปใช้จัดการเรียนการสอนจริง จากนั้นผู้รายงานประเมินความพึง
พอใจของผู้เรยี นที่มีต่อสื่อและสื่อการสอนนั้นสามารถช่วยให้ผ้เู รยี นบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนการจัดการเรียนรู้
หรอื ไม่ เพ่อื ดำเนนิ การพัฒนาส่ือการสอนใหม้ ีคณุ ภาพต่อไป ผ้รู ายงานไดด้ ำเนนิ การเกย่ี วกับการจัดเตรียมสื่อและ
นวัตกรรม ดังนี้

๖.๑ สื่อและนวัตกรรมที่ต้องใช้งบประมาณของโรงเรียนจัดซื้อตามระเบียบการพัสดุ ผู้รายงาน
ได้ดำเนินการเบกิ มาจัดไว้ในหอ้ งของกลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการ
เรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ที่รับผดิ ชอบ จัดเกบ็ ลงทะเบียนทำบญั ชี การยมื และคืนอย่างเป็นระบบ
แนะนำวิธีการใชส้ อื่ ใหค้ รูและผ้เู รียนเขา้ ใจ และนำไปใช้กับผเู้ รียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ หรอื ชั้นอนื่ ๆ เม่ือ
ชำรดุ ได้ทำการซ่อมแซมปรบั ปรุงให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ เพอื่ ให้มสี ่ือทีส่ มบูรณเ์ พียงพอที่จะนำไปใช้ในครั้งต่อไป
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

๖.๒ ส่ือและนวตั กรรมท่ผี ลิตขึ้น คือ เอกสารประกอบการเรียนรู้ เร่อื ง ประวัติและความสำคัญ
ของพระพุทธศาสนา จำนวน ๗ เล่ม ดังนี้ คือเล่มที่ ๑ ความสำคัญของพระพุทธศาสนา เล่มที่ ๒ พุทธประวัติ
เล่มที่ ๓ พทุ ธสาวก ชาดก และศาสนิกชนตวั อย่าง เล่มที่ ๔ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เลม่ ท่ี ๕ การบริหาร
จิตและเจริญปัญญา เล่มที่ ๖ ศาสนพิธีและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เล่มที่ ๗ หน้าที่และมารยาทชาวพุทธ
เอกสารประกอบการสอน ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึกทกั ษะ แผนภูมิ ฯลฯ ศึกษาวธิ กี ารผลิตและวางแผนผลิตโดย
ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญนำไปทดลองใช้เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของสื่อพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อ
นำไปใชใ้ นการสอนอยา่ งมีคณุ ภาพในคร้ังต่อไป

๖.๓ สอ่ื บุคคล มกี ารสอบถามบุคคลที่มีความรู้ ความเชย่ี วชาญในสาขาต่าง ๆ เฉพาะด้าน และ
เชิญมาเปน็ วิทยากรให้ความรู้แกผ่ ูเ้ รยี น ผูร้ ายงานได้มอบหมายให้ผู้เรียนไปสัมภาษณ์สืบค้นจากบุคคลในท้องถิ่น
เพ่อื หาความร้ดู ้วยตนเอง ทำให้การจดั การเรยี นรมู้ ีประสิทธภิ าพ บงั เกิดผลดี และบรรลจุ ดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบัตดิ ังกลา่ ว ส่งผลใหผ้ รู้ ายงานมีส่ือการสอนท่ีมคี ุณภาพใช้จัดประสบการณ์
การเรียนรู้ ผู้เรยี นเกิดกระบวนการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง เรียนรอู้ ยา่ งมีความสุข กระท่งั มผี ลสัมฤทธ์ิทางการ
เรยี นและคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงคต์ ามวตั ถุประสงค์ท่ีกำหนดไว้

๑๖

๗.)นำผลการประเมนิ ไปใช้พฒั นาการเรียนรู้
ผู้รายงานเล็งเห็นความสำคัญของการประเมินผู้เรียนทั้งด้านความรู้และพฤติกรรม จึงจัดให้มี

การประเมินผู้เรียนก่อนเรยี นเพื่อคัดกรองผูเ้ รยี นว่ามีพื้นความรู้อยู่ในระดับใด นำมาซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ผู้รายงานวัด
และประเมินผลระหวา่ งเรียนเพื่อตรวจสอบพฒั นาการของผู้เรียนว่าบรรลุตามจดุ ประสงค์หรือไม่ ผลการประเมิน
ช่วยในการปรบั ปรุงแกไ้ ขและสง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนไดพ้ ฒั นาตามศักยภาพทั้งยังช่วยในการปรับปรุงการเรียนการสอน
ผู้รายงานวัดและประเมินผลหลังเรียนเพื่อตรวจสอบความสำเร็จของผู้เรียน และนำไปเปรียบเทียบกับการ
ประเมินทั้งหมดรวมกันเพื่อสรปุ ผลสัมฤทธขิ์ องผ้เู รยี นในรายวิชาสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ผลที่ได้จากการปฏิบัติดังกล่าว ผู้รายงานใช้ผลการประเมินแก้ปัญหาผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ
กว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้ผูเ้ รียนได้รับการพัฒนาให้ผ่านเกณฑท์ ี่กำหนด ผู้เรียนที่มีผลการประเมนิ ผ่านเกณฑ์
จะได้รับการสง่ เสริม สนบั สนนุ และพัฒนาการเรยี นรูใ้ หเ้ ตม็ ศกั ยภาพของแต่ละบุคคล

๓.๓ ผลงานตามโครงการทดี่ ำเนินงานในสถานศึกษาที่ผู้รายงานรับผิดชอบโดยเปน็ เจา้ ของโครงการ

หรอื ร่วมรับผิดชอบ จำนวน ๕ โครงการท่ีสำคญั

ผู้รายงานได้รับผิดชอบโครงการของโรงเรียนวัดบางกระด่ี ซึ่งได้ดำเนินโครงการในสถานศึกษาในปี

๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ ดังนี้ โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางกระดี่, โครงการพัฒนาการเรียนรู้

กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ, โครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอ่านสร้างสุข, โครงการกิจกรรมวันสำคัญของ

ชาติ,โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงาน

๑. โครงการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางกระด่ี

ชือ่ โครงการ พฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดบางกระด่ี

ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ โรงเรียนวดั บางกระด่ี สำนักงานเขตบางขุนเทยี น

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓

หลกั การและเหตุผล

การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาคนเพื่อพัฒนาสังคม การจัดการศึกษาจึงเป็นภารกิจสำคัญท่ี
กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญมาตลอด โดยเฉพาะการพัฒนาหลกั สูตรอยา่ งต่อเนือ่ ง เพื่อพัฒนาเยาวชนให้ทนั
ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และได้จัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การจัด
กระบวนการเรียนรู้ตลอดจนกระบวนการวัดและประเมินผล จะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องตามหลักสูตรที่
ประกาศใช้ใหม่โดยเฉพาะหลักการ วิธีการ และเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่จะต้องมีความชัดเจน สะท้อนผล
การเรียนรทู้ ีแ่ ทจ้ รงิ ของผเู้ รียน
วตั ถุประสงค์

๑. เพื่อให้มีการตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนวัดบางกระดี่ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

๒. เพ่ือเปน็ แนวทางให้ทกุ กล่มุ สาระการเรียนรู้ ไดพ้ ัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนการวัดและ
ประเมินผลให้เปน็ ไปในแนวทางเดียวกนั

๑๗

กิจกรรมของโครงการ
๑. ผบู้ รหิ ารและขา้ ราชการครู จำนวน ๕๓ คน ได้ร่วมประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ าร ทบทวนตรวจสอบหลักสูตร

สถานศึกษา ใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกับหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๒. ครูร่วมประชุมทบทวน ตรวจสอบเพิ่มเติมหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางกระดี่ ให้มีคุณภาพ

และสอดคลอ้ งตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๓. ครูร่วมประชุมและวางแผนแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนการวัดและประเมินผลให้

เปน็ ไปในแนวทางเดยี วกัน
ข้าพเจ้ามบี ทบาทดงั น้ี

๑. เสนอแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร โดยศึกษาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

๒. จัดทำหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั บางกระดใ่ี ห้สอดคล้องหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
๓. จัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และหลักสูตรกลุ่มสาระการ
เรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ผลท่เี กิดข้ึนจากโครงการคอื
๑. ไดห้ ลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดบางกระด่ี ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน

พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
๒. ได้หลักสูตรทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่นำไปใช้ในการจัดทำแผนการเรียนรู้ได้ครบองค์ประกอบตามที่

สถานศกึ ษากำหนด และสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ไปแนวทางเดียวกันทุกกล่มุ สาระการเรยี นรู้ ทำให้พัฒนาผู้เรียน
ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

๒. โครงการสถานศกึ ษาตน้ แบบชุมชนอา่ นสรา้ งสขุ

ชอื่ โครงการ โครงการสถานศึกษาต้นแบบชุมชนอา่ นสรา้ งสขุ

หนว่ ยงานทรี บั ผดิ ชอบ โรงเรียนวัดบางกระด่ี สำนักงานเขตบางขนุ เทยี น

ปีการศึกษา ๒๕๖๓

หลักการและเหตผุ ล

การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต เพราะในชีวิตประจำวันทุกคนต้องใช้การอ่านเพ่ือ

การดำรงชีวิต เช่น การอ่านคู่มือการทำงาน การอ่านรายละเอียดสินค้าและยารักษาโรค เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น

การอ่านสำคัญต่อการพัฒนาและแก้ปัญหาสังคม เพราะการอ่านหนังสือดีย่อมได้รับค่านิยมที่ดี ๆ หากผู้อ่านนำ

ความรู้และค่านิยมที่ดีมาใช้พัฒนาตนเอง ทั้งด้านสติปัญญาและจิตใจ ไม่เพียงแต่ผู้อ่านจะได้รับประโยชน์ เช่น

วนิ ิจฉยั ความถูกต้องของเรื่องต่าง ๆ สามารถเขา้ ใจสถานการณ์และแก้ปญั หาได้ทันทว่ งที สามารถปรับตัวเข้ากับ

สังคม ฯลฯ สังคมโดยรวมยังได้รับพัฒนาจากผู้อ่านที่นำความรู้มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ต่อสงั คมอีกด้วย ด้วยเหตุนี้

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ องค์สหประชาชาติจึงเสนอให้ประเทศสมาชิกรณรงค์ใหป้ ระชาชนในประเทศอา่ นออกเขยี นได้

การปลกู ฝงั ให้ประชาชนในประเทศอ่านหนงั สือจนเปน็ นิสัยน้ัน เรม่ิ ตน้ ไดภ้ ายในครอบครัว และเมื่อเข้าสู่

สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการสะสมประสบการณ์และความรู้ การอ่านถือเป็นทักษะที่สำคัญอย่าง

๑๘

มาก เนอ่ื งจากกจิ กรรมในสถานศกึ ษา ร้อยละ ๙๐ ต้องอาศยั การอ่าน โดยเฉพาะการเรยี นการสอน ดงั นน้ั ผ้เู รยี น
ต้องมีความสามารถด้านการอ่าน นอกเหนือจากนี้ การอ่านยังทำให้ผู้เรียนมีความคิดกว้างขวางขึ้น และมีทักษะ
การคิดเป็นข้นั ตอน

โรงเรียนวัดบางกระดี่ สำนักงานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เห็นความสำคัญของการอ่าน จึงได้
ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านให้กับนักเรียนในโรงเรียน และขยายผลไปยังชุมชน ภายใต้โครงการ
“สถานศึกษาตน้ แบบชุมชนอา่ นสรา้ งสขุ ” ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
วัตถุประสงค์

๑. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนมีนิสัยรักการอ่าน ใฝร่ ้ใู ฝเ่ รยี น รูจ้ ักใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์
๒. เพ่ือให้นักเรยี นนำความรู้ทไ่ี ดร้ ับจากการอา่ นไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั
๓. เพอ่ื ขยายผลการอ่านสชู่ ุมชน
กิจกรรมของโครงการ
๑. กจิ กรรมหนงั สอื เดินได้
๒. กจิ กรรมหยดุ ทกุ งานอ่านทกุ คน
๓. กิจกรรมยวุ ทตู สญั จร
๔. กิจกรรมครอบครวั อา่ นสร้างสขุ
๕. กิจกรรมภาษาไทยวันละคำ
๖. กจิ กรรมมมุ รักการอา่ นในหอ้ งเรยี น

ผูร้ ายงานรบั ผดิ ชอบกิจกรรมมุมรกั การอ่านในหอ้ งเรยี น มบี ทบาทดงั นี้
๑. ส่งเสริมให้ผู้เรียนอ่านหนังสือตามจุดต่างๆ ที่วางไว้ และให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้รับมาบันทึกในสมุด

บันทกึ การอา่ นส่งครทู กุ สปั ดาห์
๒. จดั เตรียมหนงั สือทม่ี ีประโยชนใ์ ส่กล่องความรูเ้ พ่ือให้นักเรยี นได้อ่านเป็นประจำทุกวันหนา้ เสาธงในช่วง

เช้าหลงั เคารพธงชาติ
๓. ประสานงานกับผู้ปกครองในกิจกรรมครอบครัวอ่านสร้างสุข และจัดทำแบบแสดงการอ่าน ในหัวข้อ

ครอบครัวอ่านสรา้ งสขุ และรายงานผลการจดั กิจกรรมต่อผ้รู ับผิดชอบกจิ กรรม
๔. เป็นผู้รับผิดชอบ กิจกรรมมุมรักการอ่านในห้องเรียน ผู้รายงานได้จัดมุมรักการอ่านให้กับนักเรียนทุก

ห้องทุกชั้นโดยอาศัยการช่วยเหลือจากครูประจำชั้น นักเรียนแต่ละวันจะต้องอ่านหนังสือในเวลาที่ว่างจากการ
ทำงาน โดยครูประจำชั้นจะต้องให้ดาวหรือรางวัลแก่นักเรียนเมื่อถึงเวลาสิ้นเดือนให้ครูประจำชั้นแต่ละห้องส่ง
รายชือ่ นกั เรยี นท่ีมยี อดอา่ นมากที่สุด ห้องละ ๑ คน ผูร้ ายงานรับผดิ ชอบกจิ กรรมจะประกาศใหร้ างวลั แก่นกั เรียน
ทมี่ ยี อดการอา่ นมากทสี่ ุดโดยแยกเปน็ สายชนั้ สายชั้นละ ๓ รางวัล คือ อ่านชนะเลิศ รองอันดับท่ี ๑
รองอนั ดบั ที่ ๒
ผลที่เกดิ ข้นึ จากโครงการคือ

๑. นกั เรียนมีความสนใจในการอา่ นและมคี วามสะดวกในการอ่าน รอ้ ยละ ๙๐
๒. นักเรียนรว่ มกจิ กรรมการอ่านด้วยความตง้ั ใจมีทักษะการอ่านดีขึ้น และได้รับความรู้จาก

๑๙

การอ่าน ครทู กุ คนในโรงเรียนนำหนงั สือมาอ่านในตอนเชา้ เพ่ือเป็นการร่วมกจิ กรรมหยุดทุกงานอ่านทุกคน และ
เปน็ แบบอยา่ งที่ดีแกผ่ ูเ้ รยี น

๓. นกั เรยี นในโรงเรยี นวัดบางกระดีแ่ ละนักเรียนในศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ บ้านครชู วามีนสิ ยั รกั
การอา่ นมากขน้ึ และเกิดสัมพนั ธภาพทดี่ รี ะหว่างโรงเรียนกับชุมชน

๔. นักเรียนไดร้ บั ความร้จู ากหนงั สอื ทอี่ า่ นและเกดิ ความรกั ความสัมพนั ธอ์ นั ดรี ะหวา่ งผ้ปู กครอง
และนกั เรียน

๕. นกั เรยี นมีนิสัยรักการอา่ นและใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์

๓. โครงการ พัฒนาการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
หลักการและเหตุผล

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ต้องการเน้นให้ผู้เรียนในระดับ
การศึกษาขั้นพื้นฐานต้องมีความรู้ภาษาต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งภาษา เพื่อการติดต่อสื่อสาร และการรับรู้
ขา่ วสารทที่ ันเหตุการณ์ ทันยคุ ทนั สมยั จากท่ัวโลก ภาษาองั กฤษก็เป็นภาษาหน่ึงท่ีท่ัวโลกใช้ในการติดต่อส่ือสาร
แต่เด็กไทยประสบปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารทั้งในด้านการฟัง พูด อ่านและเขียน กลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) จึงเห็นความสำคัญที่จะต้องมีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเด็กไทยจะสามารถนำความรู้ด้านภาษาอังกฤษไปใช้เป็นพื้นฐานใน
การติดตอ่ สอ่ื สารในชวี ติ ประจำวนั และรองรบั การเขา้ สอู่ าเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘
วตั ถุประสงค์ของโครงการ

๑. เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นมีความรู้พืน้ ฐานภาษาอังกฤษ
๒. เพื่อใหน้ ักเรียนมีทกั ษะในการใช้ภาษาอังกฤษท้ังการฟัง พูด อ่านและเขยี น
๓. เพอื่ ใหผ้ ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษของนักเรยี นดีขึน้
๔. เพื่อให้นกั เรียนสามารถนำความรไู้ ปใชใ้ นการตดิ ต่อสอ่ื สาร
๕. เพอื่ สง่ เสริม สนับสนุนการเรยี นการสอนตามหลกั สตู รให้มีประสิทธภิ าพ

กจิ กรรมของโครงการ
๑. กจิ กรรมค่ายภาษาองั กฤษ
๒. กิจกรรมฟุด ฟิด ฟอ ไฟ
๓. กจิ กรรม English on Air
๔. กจิ กรรม One week One week
๕. กจิ กรรมวนั คริสตม์ าส
ผูร้ ายงานรับผดิ ชอบกิจกรรมวนั ครสิ ต์มาส มบี ทบาทดังนี้
๑. รับผิดชอบหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ประชุมชี้แจงเพื่อแต่งตั้ง
คณะกรรมการดำเนนิ การ แบ่งหน้าทรี่ ับผิดชอบ
๒. ดำเนนิ งานตามแผนการทีก่ ำหนด
๓. สรปุ ผล และประเมนิ กิจกรรมคริสตม์ าส

๒๐

ผลที่เกดิ จากโครงการ
คณะครู ผบู้ ริหาร และผ้เู รียนได้รับความรู้และประสบการณ์ทางภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษาอังกฤษใน

การตดิ ตอ่ สอ่ื สารได้ทัง้ การฟัง พูด อา่ น เขยี น และคน้ คว้าหาความรู้จากแหลง่ เรียนรู้ และส่ือเทคโนโลยีท่ีมีอยู่ใน
ชีวิตประจำวันตัวชี้วัดความสำเร็จนักเรียนร้อยละ ๙o สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารได้ทั้งการฟัง
พูด อา่ น เขยี น และค้นควา้ ความรจู้ ากแหลง่ เรียนรู้ และส่อื เทคโนโลยีที่มอี ย่ใู นชวี ิตประจำวนั

๔. โครงการกจิ กรรมวันสำคญั ของชาติ

ช่ือโครงการ โครงการกิจกรรมวันสำคญั ของชาติ

หนว่ ยงานท่รี บั ผิดชอบ โรงเรียนวัดบางกระดี่ สำนกั งานเขตบางขุนเทยี น

ปีการศึกษา ๒๕๖๓

หลกั การและเหตผุ ล

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ความรักความอบอุ่น ความมีน้ำใจอันเป็น

ลักษณะของคนไทยลดน้อยถอยลง มีแต่การแข่งขัน การเอารัดเอาเปรียบกัน มีการแตกแยกทางความคิดท่ี

ชดั เจน เพราะมรี ะบบการส่ือสารและเทคโนโลยีที่ทนั สมยั นำวฒั นธรรมและคา่ นิยมของประเทศตะวนั ตก เข้ามา

มีบทบาทในการดำเนินชีวิต ทำให้เยาวชนของชาติขาดทักษะในการเลือกรับสิ่งที่ดี ถูกต้องและเหมาะสมจาก

ระบบการสื่อสารและเทคโนโลยที ที่ นั สมยั เหล่านัน้

ดังน้นั เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติทก่ี ำหนดใหส้ ถานศึกษาจดั การศกึ ษาที่

เนน้ ความร้แู ละคณุ ธรรม โรงเรียนจึงไดจ้ ัดโครงการกจิ กรรมวนั สำคญั ของชาติขึน้ เพ่ือเป็นการนำวถิ ชี ีวติ ด้งั เดมิ

ของคนไทยจากการนำคำสอนในพระพทุ ธศาสนา มาประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชวี ิตของนักเรยี นและบุคลากรใน

โรงเรยี น นอกจากน้ีการดำเนินงานของโครงการยังสอดรบั กบั ระบบการประกนั คุณภาพ ด้านผเู้ รียน ทเ่ี นน้ ให้เด็ก

หรอื นกั เรยี นมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นยิ มอนั พึงประสงค์ และยังสอดคล้องกบั มาตรฐานของสถานศึกษา

วตั ถุประสงค์

๑. เพือ่ ใหน้ กั เรยี นมีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มอันพึงประสงค์ ตามระบบประกนั คุณภาพ

๒. เพ่อื ใหค้ รูและบุคลากรของโรงเรยี นไดป้ ฏิบัติตนตามแนวทางศาสนา

๓. เพ่อื ให้ครูได้จัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

กิจกรรมของโครงการ

๑. กิจกรรมเก่ียวกบั สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์

๒. กจิ กรรมสวดมนตย์ าวและการปฏบิ ัตสิ มาธิในวันพระ

๓. กิจกรรมหลงั เลกิ เรยี น เช่น การสวดมนตไ์ หว้พระ และการเดินแถวกลับบ้าน

๔ กิจกรรมพานักเรียนเข้าวดั

๕. กจิ กรรรมค่ายพุทธบตุ ร

๖. กจิ กรรมส่งเสริมจริยธรรม

๗. กิจกรรมไหวค้ รู

๘. กิจกรรมท่องโลกกว้าง

๒๑

๙. กจิ กรรมวนั ลอยกระทง
๑๐.กิจกรรมตกั บาตรวันข้ึนปีใหม่
๑๑.กิจกรรมปฐมนิเทศ
๑๒.กิจกรรมเลอื กต้ังประธานนกั เรียน
ผ้รู ายงานรับผดิ ชอบกิจกรรมท่องโลกกว้าง มีบทบาทดงั น้ี
วัตถุประสงคเ์ พือ่ ใหน้ กั เรยี นไดร้ ับการเรยี นรู้ประสบการณ์โดยตรง ซ่งึ มวี ธิ ีดำเนินกจิ กรรมดังนี้

๑. วนั เวลาดำเนินการ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ – ๑ กันยายน ๒๕๖๔

๒. เสนอกจิ กรรมเพื่อขออนุมัตกิ ิจกรรม

๓. ประชุมเพอ่ื ปรกึ ษาแนวทางการดำเนินกจิ กรรม

๔. แต่งต้งั คณะกรรมการดำเนนิ งานกจิ กรรม

๕. ดำเนนิ งานตามแผน ให้คำปรึกษาคณะกรรมการ

๖. สรุปและประเมินกิจกรรม
ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากโครงการคือ

๑. ร้อยละ ๘๕ ของนกั เรียนโรงเรยี นวดั บางกระด่ีสามารถเรยี นร้ปู ระสบการณ์ตรงตามท่ีมาตรฐานการ

เรียนรกู้ ำหนด

๒. รอ้ ยละ ๘๕ ของนักเรียนโรงเรยี นวัดบางกระด่ีภมู ิใจในศิลปะ วฒั นธรรมไทย

๓. ร้อยละ ๘๖ ของนักเรยี นโรงเรียนวัดบางกระด่ไี ดเ้ ปิดโลกทัศน์ เปลี่ยนแปลงสถานทหี่ าความรู้ ทำให้มี

ความสุขในการเรียนรู้

๕. โครงการพฒั นาสภาพแวดลอ้ มในการทำงานของโรงเรยี น

ชอื่ โครงการ พัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงานของโรงเรียน

หนว่ ยงานทีร่ บั ผิดชอบ โรงเรียนวดั บางกระด่ี สำนกั งานเขตบางขุนเทยี น

หลักการและเหตผุ ล

การพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นแนวคิดในการส่งเสริมให้หน่วยงานมีการวิเคราะห์

ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของตนเอง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนา

สภาพแวดลอ้ มของการทำงานอย่างมีคุณภาพและต่อเน่ืองรวมทั้งใหม้ ีการจัดการสภาพแวดล้อม “ส่วนให้บริการ

” ( Front area / Service area ) ที่ดแี ละเหมาะสม การส่งเสริมสภาพแวดลอ้ มในโรงเรยี นพร้อมทงั้ การสร้าง

สุขนิสัยให้แก่บุคคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของกรุงเทพมหานครในการ

ปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยเน้นเรื่องการดูแลรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบ

เรียบร้อยของสถานที่ทำงานซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิผล และคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

สถานที่ทำงานที่เป็นระเบียบเรียบร้อย นักเรียน ครู บุคลากรในสถานศกึ ษามีวินัยในการท้ิงขยะและรู้คณุ ค่าของ

ขยะบางชนิดนำมารีไซเคิลได้และมีความพึงพอใจในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน นโยบายของผู้บริหาร

๒๒

กรุงเทพมหานคร ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานมีการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานทั้งในด้านการดูแลรักษาความ
สะอาดความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อยของอาคาร สถานที่ การจัดระบบเอกสาร เพ่ือสรา้ งบรรยากาศให้เปน็
“ กทม. สะอาด สดใส เต็มใจทำงาน” ดังน้ันโรงเรยี นวดั บางกระดี่ จงึ ไดด้ ำเนินโครงการพฒั นาสภาพแวดล้อมใน
การทำงานของโรงเรยี น
วตั ถุประสงค์

๑ เพ่อื สร้างบรรยากาศและส่งิ แวดล้อมทด่ี ี
๒. เพ่ือสนับสนุนและส่งเสรมิ ให้ครู บคุ ลากร นักเรียนมีนสิ ยั รักความสะอาด ทิง้ ขยะให้ถูกที่
๓. เพ่ือเห็นคณุ ค่าของขยะทนี่ ำมาใช้ประโยชน์ได้อกี
๔ .เพื่อให้นักเรียนมีความพงึ พอใจรักษาสิง่ แวดล้อมในโรงเรียน
กจิ กรรมของโครงการ
๑. กจิ กรรมขยะสร้างประโยชน์
๒. กิจกรรมตาวิเศษเหน็ นะ
๓. กจิ กรรมขวดนี้มีค่า
๔. กิจกรรม มดน้อย เก็บ ๕ นาที ดดู สี ะอาดตา
ผรู้ ายงานรบั ผดิ ชอบกจิ กรรมขวดนม้ี ีคา่ มบี ทบาทการดำเนนิ กิจกรรมดังนี้
๑. วนั เวลาดำเนินการ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ – ๑ มีนาคม ๒๕๖๔

๒. เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ

๓. ประชุมเพอื่ ปรึกษาแนวทางการดำเนนิ งาน

๔. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน

๕. แตง่ ตัง้ ผ้รู บั ผดิ ชอบกจิ กรรม

๖. ดำเนินงานตามแผน ให้คำปรึกษากรรมการที่ทำกจิ กรรม

๗. สรุปและประเมินโครงการ รายงานผล

ผลท่เี กิดขนึ้ จากโครงการคือ
๑. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรยี นและบคุ ลากรโรงเรยี นวัดบางกระดรี่ ่วมโครงการได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

๒. ร้อยละ ๙๒ ของนักเรียนและบุคลากรโรงเรียนวัดบางกระดี่มีความตระหนักในการรักษาความสะอาด

๓. ร้อยละ ๙๓ ของนกั เรียนและบุคลากรโรงเรยี นวดั บางกระดี่เห็นคุณคา่ ของขวดพลาสตกิ

๔. ร้อยละ ๙๕ ของนกั เรียนและบุคลากรโรงเรียนวดั บางกระดี่มีความพึงพอใจในโครงการทจ่ี ดั ข้ึนในระดับ

ดีมาก

๒๓

๓.๔ ผลงานที่เกดิ กับผู้เรยี นด้านผลสัมฤทธิท์ างการศกึ ษา
๑. การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็นหรืออ่านคล่อง เขียนคล่อง จับใจความ คิดเลขเป็น และ

สามารถคิดวเิ คราะห์ได้
การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ

ทักษะกระบวนการต่าง ๆ สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ถูกต้อง ชัดเจน สื่อความหมายตรงกัน การอ่านเป็น
กระบวนการท่ีผอู้ า่ นรบั สาร ซ่งึ เป็นความรู้ ความคิด ความรูส้ ึกถ่ายทอดออกมาเปน็ ลายลักษณ์อักษร การที่ผู้อ่าน
จะสามารถเข้าใจข่าวสารได้มากน้อยเพียงไรข้นึ อยกู่ บั ประสบการณ์และความสามารถในการใชค้ วามคิด การอ่าน
ทำให้รูข้ อ้ มูลข่าวสารตา่ ง ๆ ซงึ่ ปัจจบุ ันเป็นโลกของขา่ วสารข้อมูล ทำใหผ้ ู้อ่านมีความสขุ ความหวัง ความอยากรู้
อยากเห็น ช่วยพัฒนาตนเองในด้านการศึกษา อาชีพ และคุณภาพชีวิตเป็นคนทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ และ
พัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง การเขียนเป็นการถ่ายทอดความรูส้ ึกนึกคดิ ตลอดจนประสบการณ์ต่าง ๆ ไปสู่
ผู้อื่น โดยใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดการเขียนสามารถสื่อสารไปยังผู้รับได้อย่างกว้างขวางบันทึก
ข้อมูลเป็นหลักฐานเพื่อใช้ในการศึกษาได้ยาวนาน การคิดวิเคราะห์เป็นการระบุเรื่องหรือปัญหาการจำแนก
แยกแยะเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อจัดกลุ่มอย่างเป็นระบบ ระบุเหตุผล หรือการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูล
และตรวจสอบข้อมูลหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอในการตัดสินแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ ดังนั้นการ
อ่าน เขียน คดิ วิเคราะห์ จงึ มีความสำคญั ต่อการดำเนนิ ชวี ิตและเป็นเงื่อนไขสำคัญทส่ี ถานศกึ ษากำหนดให้ผู้เรียน
ทกุ คนต้องผา่ นเกณฑ์การประเมิน จงึ จะไดร้ บั การตัดสินผลการศึกษาแต่ละระดบั ชน้ั การอ่าน เขยี น คิดวเิ คราะห์
ช่วยให้ผเู้ รียนรับการฝึกฝนมีความสามารถพ้นื ฐานการเรียนรใู้ นทุก ๆ ดา้ น

การพัฒนาและประเมินความสามารถการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสถานศึกษากำหนดแนว
ดำเนินการโดยกำหนดผลการเรียนรู้หรือความสามารถการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนจากกลุ่มสาระการเรียนรู้
พร้อมกำหนดเกณฑ์ตัดสินคุณภาพดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน ออกแบบการประเมินเพื่อประเมินความสามารถ
ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละชั้นปี และการจัดการเรียนรู้ในแต่ละภาคเรียน
พิจารณาตัดสินผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนเป็นรายวิชา รายภาคจนจบระดับประถมศึกษา
เพื่อดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาต่อไป ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และการเขียนของผู้เรียน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔/๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒ – ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ มดี ังน้ี

ผลการประเมินความสามารถในการอ่าน เขียน และคิดวิเคราะห์ของผู้เรยี น

สายชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔/๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ จำนวนผู้เรียน ๓๔ คน

ความสามารถของผ้เู รียน คณุ ภาพของผูเ้ รียน จำนวนผู้เรยี นท่ี

ดเี ยย่ี ม ดี ผ่าน ไมผ่ ่าน ผา่ นเกณฑ์

การอา่ น เขยี น คิดวิเคราะห์ ๓ ๒๙ ๒ - ๓๔

รอ้ ยละ ๘.๘๒ ๘๕.๒๙ ๕.๘๘ - ๑๐๐

สรปุ การประเมินความสามารถในการอา่ น เขียน และคิดวเิ คราะห์
- ผู้เรียนมคี ณุ ภาพการอ่านเขยี นและคดิ วิเคราะห์ ระดบั ดีเยี่ยม จำนวน ๓ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๘.๘๒
- ผู้เรยี นมคี ุณภาพการอา่ นเขยี นและคดิ วิเคราะห์ ระดับดี จำนวน ๒๙ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๘๕.๒๙

๒๔

- ผเู้ รียนมคี ณุ ภาพการอา่ นเขียนและคดิ วิเคราะห์ ระดบั ผ่าน จำนวน ๒ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๕.๘๘
- ผเู้ รียนมีคุณภาพการอา่ นเขียนและคิดวิเคราะห์ ระดับไมผ่ ่าน จำนวน – คน คิดเป็นร้อยละ –
- สรปุ ประเมนิ การอา่ นเขียนและคิดวเิ คราะห์ ผ่านเกณฑ์จำนวน ๓๔ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐

ผลการประเมนิ ความสามารถในการอา่ น เขยี น และคิดวิเคราะหข์ องผเู้ รยี น

สายชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔/๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ จำนวนผเู้ รียน ๓๘ คน

ความสามารถของผู้เรยี น คณุ ภาพของผู้เรียน จำนวนผ้เู รยี นที่

ดเี ยีย่ ม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน ผ่านเกณฑ์

การอา่ น เขียน คิดวิเคราะห์ ๖ ๓๑ ๑ - ๓๘

ร้อยละ ๑๕.๗๙ ๘๑.๕๘ ๒.๖๓ - ๑๐๐

สรุปการประเมนิ ความสามารถในการอ่าน เขียน และคิดวิเคราะห์
- ผู้เรยี นมคี ณุ ภาพการอ่านเขียนและคิดวิเคราะห์ ระดับดเี ย่ยี ม จำนวน ๖ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๕.๗๙
- ผู้เรียนมีคุณภาพการอา่ นเขียนและคิดวิเคราะห์ ระดบั ดี จำนวน ๓๑ คน คดิ เป็นร้อยละ ๘๑.๕๘
- ผู้เรยี นมคี ณุ ภาพการอ่านเขียนและคดิ วิเคราะห์ ระดบั ผา่ น จำนวน ๑ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๒.๖๓
- ผู้เรยี นมีคณุ ภาพการอ่านเขยี นและคดิ วเิ คราะห์ ระดับไม่ผา่ น จำนวน – คน คดิ เป็นรอ้ ยละ –
- สรุปประเมนิ การอา่ นเขยี นและคิดวเิ คราะห์ ผา่ นเกณฑจ์ ำนวน ๓๘ คน คดิ เป็นร้อยละ ๑๐๐

การรายงานผลการอ่าน เขยี น และคิดวิเคราะห์
ผู้รายงานจะรายงานผลการอ่านทุกสิน้ เดือนเพือ่ นำผลไปพัฒนาปรับปรุงการอ่าน คิดวิเคราะห์ และการ
เขียนให้ดียงิ่ ขึน้ ใชเ้ ปน็ ผลในการตดั สินกล่มุ สาระการเรยี นรรู้ ายภาคเรียน/รายปี และสรุปผลการประเมิน

๒. ผลสมั ฤทธข์ิ องกลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

๑. ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๒ มผี เู้ รียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔/๒ จำนวน ๓๔ คน แสดงรายละเอียด

ดังตารางต่อไปน้ี

จำนวน

ระดบั ช้นั เรยี น ผเู้ รยี น จำนวนผ้เู รียนในแตล่ ะระดับผลการเรียน (คน) ̅
(คน)

๔ ๓.๕ ๓ ๒.๕ ๒ ๑.๕ ๑ ๐

ป.๔/๒ ๓๔ ๑ ๗ ๑๑ ๑๓ ๒ - - - ๒.๘๘

คิดเป็นรอ้ ยละ ๒.๙๔ ๒๐.๕๙ ๓๒.๓๕ ๓๘.๒๔ ๕.๘๘ - - -

สรปุ ผลสัมฤทธ์ิของกลุม่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มดี ังน้ี
- ผเู้ รยี นมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนระดบั ๔ จำนวน ๑ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๒.๙๔
- ผูเ้ รยี นมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนระดบั ๓.๕ จำนวน ๗ คน คดิ เป็นร้อยละ ๒๐.๕๙
- ผเู้ รยี นมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ๓ จำนวน ๑๑ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๓๒.๓๕
- ผู้เรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ๒.๕ จำนวน ๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๘.๒๔

๒๕

- ผเู้ รยี นมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนระดับ ๒ จำนวน ๒ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๕.๘๘
- ผเู้ รยี นมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ๑.๕ จำนวน - คน คดิ เป็นร้อยละ -
- ผเู้ รยี นมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนระดับ ๑ จำนวน - คน คดิ เป็นร้อยละ -

๒. ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ มผี ู้เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔/๒ จำนวน ๓๘ คน แสดงรายละเอียด

ดงั ตารางต่อไปนี้

จำนวน

ระดบั ชนั้ เรียน ผเู้ รียน จำนวนผู้เรยี นในแต่ละระดับผลการเรียน (คน) ̅
(คน)

๔ ๓.๕ ๓ ๒.๕ ๒ ๑.๕ ๑ ๐

ป.๔/๒ ๓๘ ๒ ๖ ๒๐ ๘ ๑ ๑ - - ๒.๙๖

คิดเป็นร้อยละ ๕.๒๖ ๑๕.๗๙ ๕๒.๖๓ ๒๑.๐๕ ๒.๖๓ ๒.๖๓ - -

สรปุ ผลสัมฤทธ์ขิ องกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม มีดังนี้
- ผู้เรยี นมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนระดับ ๔ จำนวน ๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕.๒๖
- ผ้เู รยี นมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนระดบั ๓.๕ จำนวน ๖ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๑๕.๗๙
- ผู้เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ๓ จำนวน ๒๐ คน คดิ เป็นร้อยละ ๕๒.๖๓
- ผ้เู รยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ๒.๕ จำนวน ๘ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๒๑.๐๕
- ผเู้ รยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนระดับ ๒ จำนวน ๑ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๒.๖๓
- ผู้เรียนมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนระดับ ๑.๕ จำนวน ๑ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๒.๖๓
- ผเู้ รียนมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ๑ จำนวน - คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ -

๓.๕ ผลงานท่เี กดิ กบั ผ้เู รยี นตามมาตรฐานการศกึ ษาโรงเรียนสังกดั กรงุ เทพมหานคร
๑. การพฒั นาดา้ นรา่ งกาย สตปิ ัญญา จิตใจ อารมณ์ และสงั คม
โรงเรียนวัดบางกระดี่ มคี วามตระหนกั ในความสำคญั ของการมสี ขุ ภาพทดี่ ีของผ้เู รยี น ซึง่ สุขภาพท่ีดี

จะสง่ ผลทดี่ ีทางด้านสติปัญญา จติ ใจ อารมณ์ และสังคม โดยไดจ้ ัดกจิ กรรม เชน่ การใหผ้ ้เู รยี นได้รับอาหารเสริม
นม อาหารเช้า อาหารกลางวันทุกวัน การตรวจสุขภาพและสุขภาวะผู้เรียนการทดสอบวัดสมรรถภาพ การจัด
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ โดยทางโรงเรียนวัดบางกระดี่ จัดกิจกรรมกีฬาสีทุกปี เพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้มีสุขนิสัย
ในการดูแลสุขภาพและออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ มีการตรวจวัดสุขภาพผู้เรียนโดยชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงของ
ผู้เรียนทุก ๓ ด้าน ในแต่ละสายชั้นแล้วนำข้อมูลที่ได้บันทึกลงสมุดประจำตัวของผู้เรียนเพื่อแสดงให้เห็น การ
เจรญิ เติบโตของผเู้ รยี น โดยนำข้อมูลนี้มาเปรยี บเทียบกบั กราฟเพื่อสรปุ ถึงการเจริญเติบโตของผเู้ รียนว่ามีน้ำหนัก
อยู่ในเกณฑ์ผอม ท้วม ค่อนข้างอ้วน หรืออ้วน และเทียบกับส่วนสูงว่าสมส่วนหรือไม่ หากผู้เรียนมีน้ำหนักหรือ
ส่วนสูงที่ไม่สมส่วนหรืออาจผอมและอ้วนเกินไปได้ให้คำแนะนำแก่ผู้เรียนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเพื่อให้มี
น้ำหนักส่วนสูงและสมรรถนะทางกายภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน แล้วนำส่งข้อมูลที่บันทึกการเจริญเติบโตของ

๒๖

ผู้เรียนส่งไปให้ครูผู้ดูแลในปีต่อไป การพัฒนาความกล้าแสดงออกตามแนวทางประชาธิปไตยด้วยกิจกรรมสภา
ผู้เรียนและมีการเฝา้ ระวังปัญหายาเสพตดิ และจัดระบบดูแลผ้เู รียนอย่างเข้มแข็งเพ่ือป้องกนั และหลีกเล่ียงจากส่ิง
เสพตดิ ใหโ้ ทษสภาวะท่ีเสย่ี งตอ่ ความรนุ แรงของโรคภยั อุบตั ิเหตแุ ละปัญหาทางเพศ

๒. คณุ ธรรม จริยธรรม และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคท์ ่ีต้องการให้เกดิ ข้ึนกบั ผู้เรียนอนั เป็นคุณลักษณะท่ีสงั คมต้องการในด้าน

คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขตามที่หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐานกำหนดซง่ึ มีอยู่ ๘ คณุ ลักษณะ ได้แก่ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สัตย์สุจริต มีวินัย
ใฝ่เรยี นรูอ้ ยู่อยา่ งพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงานรักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ

โรงเรียนวัดบางกระดี่ มีการส่งเสริมผู้เรียนด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ โดยจัดโครงการรองรับ เช่น โครงการค่ายวิถีพุทธ กิจกรรมลูกเสือ – ยุวกาชาด กิจกรรมวันไหว้
ครู กิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ การจัดทำสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมที่มีเนื้อหาสาระเน้นการ
ปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม ไดแ้ ก่ หลักสตู รโตไปไมโ่ กง

ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น ปลูกฝังกิจกรรมวิถีพุทธวิถีไทยให้แก่ผูเ้ รียนด้วยการไหว้
ทักทายกันทุกเชา้ พร้อมกล่าวคำทักทายว่า “ธรรมสวสั ดี” กิจกรรมน้องไหว้ที่หน้าเสาธงภาคเช้า กิจกรรมไหว้ครู
ประจำปีจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย ปลูกฝังให้ผู้เรียนใช้เหตุผลในการตัดสินใจแก้ปัญหาการเคารพความ
คิดเห็นของผู้อื่น รักษาความสามัคคีของหมู่คณะในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมโดยการจัดกิจกรรมสภาผู้เรียน
กิจกรรมดูแลรับผิดชอบเขตรับผิดชอบ รักษาความสะอาดร่วมกันทุกวัน การเก็บถาดอาหารกลางวัน การนำถุง
นมมาแจกจ่ายแก่เพ่ือนผเู้ รยี น เปน็ ต้น มีการปลูกฝงั ใหผ้ ู้เรียนรักชาติ การสวดมนตไ์ หวพ้ ระ กล่าวคำปฏิญาณตน
การร้องเพลงสรรเสริญพระบามี และกิจกรรมวิถีพุทธด้วยการนั่งสมาธิแผ่เมตตาทุกวัน ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถ
ปฏบิ ตั ติ นอยู่ในระเบียบวนิ ัยและข้อบังคับของโรงเรียน รจู้ ักการให้อภัยมีน้ำใจรู้จักการแบ่งปนั สิ่งของ รู้จักการรอ
คอย รจู้ กั การเสียสละเพ่ือสว่ นรวม มีความกตัญญูกตเวทตี อ่ ผ้มู พี ระคุณ สามารถอยู่รว่ มกบั ผอู้ ืน่ ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข

๓. สุขนสิ ัย สุขภาพกาย และสุขภาพจติ ท่ดี ี
โรงเรียนให้ความสำคญั กับสุขภาพพลานามัยของผู้เรยี นได้จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขนิสัย สุขภาพกาย

และสุขภาพจิตที่ดีแก่ผู้เรียน มีการทำระเบียนสุขภาพของผู้เรียนก่อนเข้าเรียน ผู้รายงานได้ตรวจสขุ ภาพเล็บมอื
ผม ฟัน สขุ ภาพร่างกายของผเู้ รียนทุกคนได้ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพท่ีถูกต้องและดูแลเบือ้ งต้น เมื่อพบว่า
ผู้เรียนไม่สบายให้พักผ่อนดูอาการที่ห้องพยาบาลหรือติดต่อผู้ปกครองมารับไปพบแพทย์เพื่อทำก ารรักษาตาม
ขั้นตอนต่อไปจัดกิจกรรมใหค้ วามรู้ด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้เรียน โดยมีการตรวจสุขภาพรา่ งกายและสุขภาพฟัน
โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จัดป้ายนิเทศให้ความรู้ จัดกิจกรรมส่งเสริมการฝึกสุขนิสัยและมารยาทที่ดีในการ
รับประทานอาหาร เช่น เข้าแถวให้เป็นระเบียบเพื่อรับอาหาร ไม่คุยกัน ไม่เคี้ยวอาหาร เสียงดัง ไม่พูดขณะมี
อาหารในปาก รับประทานอาหารให้หมดต้องเก็บจานให้เรียบร้อย จัดสถานที่ให้ผู้เรียนล้างมือทำความสะอาด
ช่องปากและฟัน จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ สุขภาพกาย สขุ ภาพจิตทีด่ ีโดยการทำกายบรหิ ารประกอบเพลงทุกเช้าวันพุธ
โดยครูทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ผู้เรียนและครูมีสุขภาพกาย
สุขภาพจติ ทด่ี ี

๒๗

๔. ความสนใจร่วมกิจกรรม และแสดงออกด้านศลิ ปะ ดนตรี และกฬี า
ด้านความสนใจของผู้เรียนต่อกิจกรรมกีฬา ประเมินได้จากเวลาที่มีการพักระหว่างคาบเรียนหรือ

หลังรับประทานอาหารกลางวัน หรือแม้กระทั้งหลังเลิกเรียนจะมีผู้เรียนใช้บริการสนามและอุปกรณ์กีฬาอย่าง
ต่อเนื่อง และทุกปีที่โรงเรียนจัดให้มีการแข่งขันกีฬาสีจะได้รับความร่วมมือจากผู้เรียนเป็นอย่างดีในการร่วม
กิจกรรมอีกทั้ง ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรม ทั้งฟุตบอล ฟุตซอล ผู้เรียนที่มีความสนใจและมี
ความสามารถเข้าร่วมกิจกรรม มีการส่งเสริมให้มีการแข่งขันระดับเขต และระดับภาค กิจกรรมศิลปะ ดนตรี
โรงเรียนได้จัดให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว แต่งกายด้วยชุดไทยทุกวันศุกร์ ตลอดจนการให้ผู้เรียนได้
แสดงดนตรไี ทยในวนั สำคัญ และพธิ ีการตา่ ง ๆ ตามโอกาสเพ่ือใหผ้ เู้ รียนได้รับประสบการณ์และเกิดการซึมซับไป
กับกิจกรรมต่าง ๆ ข้างต้น ด้านความสนใจของผู้เรียน ผู้เรียนมีความสนใจต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ
ศลิ ปวัฒนธรรมเป็นอย่างดี ประเมนิ ไดจ้ ากการเข้ารว่ ม เช่น การไปตกั บาตรทกุ วนั พระท่ีวดั ใกลบ้ า้ น ใกล้โรงเรียน
การจดั กิจกรรมสวดมนต์ทุกวันพระ เป็นตน้

๕. ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์
โรงเรียนวัดบางกระดี่ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์

โดยมีโครงการที่ส่งเสริมผู้เรียน คือ กิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งมี
การจัดการสอนแบบโครงงานทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้
ตา่ ง ๆ มีการจัดการสอนเพิ่มเติมนอกเวลาเรยี น จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ โดยเน้นกระบวนการคิด วเิ คราะห์ มีส่วน
ร่วมในการทำโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนอ่านคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา เช่น โครงการรักการอ่าน
กจิ กรรมสัปดาหห์ ้องสมุด สปั ดาหว์ ทิ ยาศาสตร์

ผู้รายงานได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นฝึกทักษะกระบวนการคิดการแก้ปัญหาการสอนแบบสืบ
เสาะหาความรู้กิจกรรมที่เน้นทักษะกระบวนการคิด สามารถเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อระบุส่วนที่สำคัญเชื่อมโยง
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่วนต่าง ๆ เพ่ือสรปุ เป็นหลกั การได้ และสามารถพิจารณาเร่ืองราว เหตกุ ารณ์ สถานการณ์
ที่เกิดขึ้นแล้วระบุข้อดี ข้อเสีย ความถูกผิด เหตุและผลที่เกิดขึ้นมีความคิดริเริ่ม มีจินตนาการและสามารถ
เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลต่างๆ ทำให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ
คิดไตร่ตรอง คิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการที่จะนำไปสู่การสรุปรวบรวมเปน็ ข้อความ เรื่องราว สามารถคาดคะเน
สิ่งท่จี ะเกิดขน้ึ และสร้างทางเลือกใหมท่ ่ีมีเหตุผลและเปน็ ไปได้

๖. ความรแู้ ละทักษะตามหลักสูตร
ผู้รายงานร่วมกับทางโรงเรยี นทำการประเมินความรู้และทักษะตามหลักสตู รของผู้เรียน โดยมีการ

จัดการประเมินผลการเรียนระหว่างเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ และพัฒนาการเรียนในเนื้อหานั้นๆ
และการวดั ประเมนิ ผลปลายปเี พื่อวัดผลสัมฤทธ์ิของผู้เรยี นทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อวัดความรู้ ความเข้าใจ
วัดทักษะกระบวนการ วัดเจตคติที่มีต่อวิชาที่เรียนว่ามีผลการเรียนอย่างไร รวมถึงการวัดและประเมินผลด้าน
สมรรถนะผู้เรียน ๕ ด้าน

การวัดผลสัมฤทธิ์ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้นำข้อมูลมาแสดงเป็นรายบุคคล แสดงผลเป็น
รายวชิ าของแตล่ ะสายชั้น รวมถงึ การแจง้ ผลแกผ่ ู้เรยี นเพื่อให้ทราบถึงผลสัมฤทธิ์ เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นที่มีศักยภาพได้รับ

๒๘

การส่งเสริมอย่างเต็มศักยภาพ และเพื่อให้ผู้เรียนที่พบปัญหาทางการเรียนได้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้มี
ผลสัมฤทธ์ทิ ด่ี ขี นึ้

๗. ทักษะในการแสวงหาความรู้ รกั การเรียน และพัฒนาตนเอง
ผู้รายงานได้ส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนในกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อให้มีความสนใจในการเรยี น โดยการ

ใช้คำถามกระตุ้นการเรียนรู้ มีการนำเสนอด้วยการพูด แผ่นภาพการสอนแบบสาธิตและทดลองปฏิบัติจริง
ส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ในการค้นคว้าหาความรู้ ร่วมดำเนินการ
ตามโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมผู้เรียน เช่น โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ ๘ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ กิจกรรมวันวิชาการ โดยผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดเป็นฐานการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ และมีการบันทกึ ความรู้จากกิจกรรมทีเ่ ขา้ รว่ มลงสมดุ บันทึก จดั กจิ กรรมรกั การอา่ น สัปดาห์ห้องสมุด
ค่ายคณิตศาสตร์ ค่ายวิทยาศาสตร์ ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากกิจกรรม และสามารถ
สร้างองค์ความรู้ให้กับตนเอง โดยการสรุปมุมความรู้ ป้ายนิเทศตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ป้ายชื่อวิทยาศาสตร์
ของตน้ ไม้ในโรงเรียน

ผลที่ได้การดำเนินการ ผเู้ รยี นมีนิสยั รกั การอ่านมีทักษะในการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเองจากแหล่ง
เรียนรู้และสื่อต่าง ๆ รอบตัว เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการเรียนรู้
ระหว่างกนั ใช้เทคโนโลยใี นการสืบคน้ ข้อมูลมีการพฒั นาตนเอง

๘. ทักษะในการทำงาน รกั การทำงาน สามารถทำงานรว่ มกับผอู้ นื่ ได้ และมีความรู้สกึ ทด่ี ีต่ออาชพี
สจุ ริต

ผู้รายงานได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
และมีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตในการมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ร้านค้า โดยให้ผู้เรียนเป็น
สมาชิกสหกรณ์โรงเรียน โครงการพัฒนาทักษะชีวิต กิจกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพเพื่อให้ผู้เรียนรู้ถึง
ความสำคญั ของการศึกษาและการนำความรู้ไปประกอบอาชพี อยา่ งสจุ ริต

ผลที่ได้การดำเนินการโครงการและกิจกรรมดังกลา่ วส่งผลให้ผู้เรยี นเรียนรู้การวางแผนการทำงาน
และดำเนินการจนสำเร็จมีความรู้สึกทีดีต่ออาชีพสุจริต ผู้เรียนได้รบั การส่งเสริมความซื่อสัตย์ การทำงานร่วมกับ
ผู้อ่ืน และนำความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

๙. การอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสง่ิ แวดล้อม
ผเู้ รียนมีสว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยการแยกขยะ

ประเภทตา่ ง ๆ เพอ่ื จำหนา่ ยการนำกลบั มาใช้ใหมต่ ามโครงการธนาคารขยะรีไซเคลิ รว่ มรกั ษาความสะอาดพ้ืนที่
บรเิ วณโรงเรยี น กจิ กรรมหอ้ งเรียนสะอาดบรรยากาศวชิ าการ โครงการการพัฒนาสภาพแวดล้อมในโรงเรียนการ
รณรงค์ให้มีการทิ้งขยะลงถังขยะดูแลรดน้ำต้นไม้บริเวณห้องเรียนร่วมรณรงค์การใช้ น้ำใช้ไฟและสาธารณูปโภค
อื่นๆ อย่างรู้คุณค่าร่วมรณรงค์การอนุรักษ์ธรรมชาติพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชนเพื่อลดภาวะโลกร้อน ผู้เรียนนำ
กจิ กรรมที่เขา้ รว่ มไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

ผลที่ได้จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้เรียนมีความ
ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยกันประหยัดน้ำประหยัดไฟ ทิ้งขยะลงถัง
แยกขยะ มีจิตสำนกึ ท่ดี ตี อ่ การอนุรักษ์ธรรมชาตแิ ละพัฒนาสิง่ แวดลอ้ มต่อไป

๒๙

๑๐. การปฏบิ ัตติ นตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผู้รายงานไดป้ ลกู ฝงั ให้ผ้เู รียนรจู้ ักการปฏิบตั ิตนตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยสอดแทรก

ในการจัดการเรียนรู้การช่วยเหลือและดูแลตนเอง การประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการนำเงินมาฝากที่ธนาคาร
โรงเรียนผูร้ ายงานแนะนำผู้เรียนให้ใช้ของอย่างประหยัด เช่น การใช้สมุด ปากกา ดินสอ ให้หมดรวมถึงการแบ่ง
เบาภาระผู้ปกครอง เช่น การซักถุงเท้าเอง ล้างจานเอง เก็บของเล่นเอง ให้ทำด้วยความเต็มใจอย่างเต็มกำลัง
ความสามารถแล้วจะเกิดความภาคภูมิใจ การสร้างค่านิยมให้ผู้เรียนมีความสามัคคี และเห็นแก่ประโยชน์
ส่วนรวมการใหค้ วามร่วมมอื การเสยี สละ การชว่ ยเหลือกนั

ผลที่ได้การปฏิบัติงาน ผู้เรียนมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถ
ปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน มีความรับผิดชอบรู้จักประหยัดอดออม ผู้เรียนเกิดความตระหนักในการใช้
และรกั ษาทรัพย์สนิ ส่วนตัวและทรัพย์สนิ สว่ นรวมอยา่ งรู้คุณค่าและเกิดประโยชนส์ งู สดุ

๔. ผลงานวิชาการที่เสนอขอรบั การประเมนิ
ผลงานทางวชิ าการท่เี สนอขอรับการประเมนิ จำนวน ๑ ชดุ มี ๔ รายการ ดงั น้ี
๔.๑ การรายงานผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา

กรงุ เทพมหานคร เพ่อื ขอมแี ละขอเล่อื นวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการพิเศษ
๔.๒ แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบเอกสารการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติและความสำคัญของ

พระพทุ ธศาสนา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
๔.๓ รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติและความสำคัญของพระพุทธศาสนา

กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
๔.๔ เอกสารประกอบการเรียนรู้ เรื่อง ประวัติและความสำคัญของพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระ

การเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

ขอรบั รองวา่ ข้อมูลทั้งหมดถูกต้อง และเป็นความจริง

(ลงช่ือ) ผู้ขอรบั การประเมิน
(นางธนรรถธร ดำคู่)

ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการ
วันท่ี ๑๗ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๕

๓๐

การตรวจสอบของคณะกรรมการ
ไดต้ รวจสอบข้อมลู และสภาพความจรงิ แล้วรับรองว่าเปน็ รายงานที่ถูกตอ้ งตรงความเป็นจรงิ

(ลงชื่อ) ...................................... กรรมการ (ลงชอ่ื ) ....................................... กรรมการ
(นางสาวสมพร ธราธรรมกุล) (นางอำไพ เช้อื เพ็ง)

(ลงช่ือ) ................................................................. ประธานกรรมการ
(นายอำนาจ เทศเกิด)

วนั ที่ ๑๗ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๕

การตรวจสอบและรบั รองของผ้บู ังคบั บญั ชาชั้นตน้
ได้ตรวจสอบแลว้ รับรองวา่ การรายงานผลงานทเี่ กิดจากการปฏบิ ัติหนา้ ทีถ่ กู ต้องและเปน็ ความจรงิ

(ลงชื่อ) ...................................................................
( นางกาญจนรตั น์ ศรทั ธาธรรมกุล )

ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษาโรงเรยี นวัดบางกระด่ี
วนั ท่ี ๑๗ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๕


Click to View FlipBook Version