คำนำ
ในปัจจบุ นั ระบบสำรสนเทศมีควำมสำคญั และควำมจำเป็นอยำ่ งยิ่ง ในกำร
ดำเนนิ งำนของหน่วยงำนตำ่ ง ๆ ไมว่ ่ำจะเป็น หนว่ ยงำนรฐั บำลหรือเอกชนเทคโนโลยี
สำรสนเทศเขำ้ มำมบี ทบำทท่ีสำคญั มำกในทกุ ธรุ กจิ ตงั้ แต่ธุรกิจขนำดเล็กจนไปถึงธรุ กิจ
ขนำดใหญ่ ลว้ นไดม้ กี ำรนำเอำเทคโนโลยีสำรสนเทศมำช่วยในกำรดำเนนิ ธรุ กิจทงั้ สนิ้ เชน่
กำรคำ้ ขำย กำรธนำคำร กำรขนสง่ กำรคมนำคม กำรบรกิ ำร ออฟฟิศอตั โนมตั เิ ป็นตน้ และ
ระบบสำรสนเทศมีบทบำทสำคญั ต่อมนุษยม์ ำกขึน้ ทกุ วนั นกั เรียนนกั ศกึ ษำตอ้ งใช้
สำรสนเทศเพ่ือศกึ ษำคน้ ควำ้ รวมถึงนกั วิชำกำรตอ้ งใชส้ ำรสนเทศเพ่ือพฒั นำควำมรูแ้ ละ
นวตั กรรมท่ีมปี ระโยชนใ์ นอนำคต และไม่วำ่ จะเป็นบคุ ลำกรหรอื บคุ คลท่วั ไปก็ตอ้ งใช้
เทคโนโลยสี ำรสนเทศกนั ไม่มำกกน็ อ้ ย ซง่ึ ในปัจจบุ นั สำรสนเทศมีควำมซบั ซอ้ นและหลำย
รูปแบบเป็นผลมำจำกกำรพฒั นำของเทคโนโลยสี ำรสนเทศท่พี ฒั นำขึน้ อย่ำงตอ่ เน่อื ง กำร
เขำ้ ถึงสำรสนเทศจงึ ตอ้ งมีควำมรูแ้ ละทกั ษะเฉพำะดำ้ นมำกย่งิ ขึน้
สำรบญั
คำนำ หนำ้
สำรบญั
ฟ้ำทะลำยโจร ก
ใบบวั บก ข
ตะไคร้ 1
มะกรูด 2
ขิง 3
4
5
ฟ้าทะลายโจร มรี สขม สรรพคุณแกไ้ ขบ้ รรเทาอาการเจบ็ คอ บรรเทาอาการของ
โรคหวดั ใหไ้ ดผ้ ลดตี อ้ งรบั ประทานทนั ทเี มอ่ื ดอี าการ สาหรบั ขอ้ ควรระวงั หากใชฟ้ ้าทะลาย
โจรตดิ ต่อกนั 3วนั แลว้ อาการไม่ดขี ้นึ หรอื มอี าการรุนแรงขน้ึ ระหว่างใชย้ า ควรหยุดใชแ้ ละ
ปรกึ ษาแพทย์ สาหรบั ขอ้ หา้ ม หา้ มใชใ้ นสตรมี คี รรภแ์ ละผทู้ แ่ี พฟ้ ้าทะลายโจร
1
ใบบวั บก สรรคณุ ตำมตำรำยำไทยใชใ้ บบวั บก แกร้ อ้ นใน แกช้ ำ้ ใน ใชเ้ ป็นยำ
ภำยนอกรกั ษำแผล ทำใหแ้ ผลหำยเรว็ เป็นยำบำรุงและยำอำยุวฒั นะ ชว่ ยเสรมิ สรำ้ ง
ควำมจำ ขอ้ มลู จำกกำรศกึ ษำวจิ ยั ในคนพบว่ำบวั บกมฤี ทธิ์รกั ษำควำมผิดปกติของ
หยอดเลือดดำ ชว่ ยใหค้ ลำยกงั กล รกั ษำแผลท่ผี ิวหนงั และรกั ษำแผลในทำงเดิน
อำหำร
2
ตะไคร้ จดั เป็นพชื ลม้ ลุกตระกลู หญา้ ใบมลี กั ษณะเรยี วยาว ปลายใบมขี น
หนาม เป็นสมุนไพรไทยชนิดหน่งึ ทน่ี ิยมนามาประกอบอาหาร โดยตะไครแ้ บ่ง
ออกเป็น 6 ชนิด ไดแ้ ก่ ตะไครห้ อม ตะไครก้ อ ตะไครต้ ้น ตะไครน้ ้า ตะไครห้ างนาค
และตะไครห้ างสงิ ห์ ซง่ึ เป็นสมุนไพรไทยทน่ี ิยมปลูกทวั่ ไปในบา้ นเรา โดยมถี น่ิ
กาเนิดในประเทศอนิ เดยี อนิ โดนเี ซยี พม่า ศรลี งั กา และไทย ตะไครเ้ ป็นทงั้ ยา
รกั ษาโรคและยงั มวี ติ ามนิ และแร่ธาตุท่มี ปี ระโยชน์ตอ่ ร่างกายอกี ดว้ ย เช่น วติ ามนิ เอ
ธาตุแคลเซยี ม ธาตฟุ อสฟอรสั ธาตุเหลก็ ฯลฯ
3
มะกรดู มนี ้ามะกรดู นนั้ มรี สเปรย้ี ว กลนิ่ ฉุนคลา้ ยใบ แตใ่ ชน้ ้อยกว่าน้ามะนาว ใช้
ปรุงรสเปรย้ี วแทนมะนาวได้ เชน่ ในปลารา้ หลน น้าพรกิ ปลารา้ น้าพรกิ มะกรดู มะกรดู มี
สว่ นเปลอื กทห่ี นา สว่ นเปลอื กนิยมนาผวิ มาประกอบอาหารบางชนดิ ดว้ ย ในมะกรดู มี
น้ามนั หอมระเหยอย่มู าก ใบมะกรดู นนั้ ใสใ่ นตม้ ยาทกุ ชนิด น้ายาขนมจนี ยาหอย ใสใ่ น
แกงเช่น แกงเผด็ แกงเทโพ แต่ถา้ ใสม่ ากเกนิ ไปจะมรี สขมมกี ลนิ่ ฉุน ทงั้ ในใบ และผล
บางครงั้ สามารถนาไปใชไ้ ล่แมลงบางชนดิ ไดผ้ ลมะกรดู ผา่ ซกี ทบ่ี บี น้าออกแลว้ ใชเ้ ป็นยา
ดบั กลนิ่ ในหอ้ งสุขาได้
4
ขงิ เป็นพชื ลม้ ลุก มเี หงา้ ใตด้ นิ เปลอื กนอกสนี ้าตาลแกมเหลอื ง เน้อื ในสนี วลมกี ลนิ่ หอม
เฉพาะ แทงหน่อหรอื ลาตน้ เทยี มขน้ึ เป็นกอประกอบดว้ ยกาบหรอื โคนใบหมุ้ ซอ้ นกนั ใบ เป็น
ชนดิ ใบเดย่ี ว ออกเรยี งสลบั กนั เป็นสองแถว ใบรปู หอกเกลย้ี ง ๆ กวา้ ง 1.5-2 ซม. ยาว 12-
20 ซม. หลงั ใบหอ่ จบี เป็นรปู รางน้าปลายใบสอบเรยี วแหลม โคนใบสอบแคบและจะเป็นกาบ
หมุ้ ลาตน้ เทยี ม ตรงชว่ งระหวา่ งกาบกบั ตวั ใบจะหกั โคง้ เป็นขอ้ ศอก ดอกสขี าว ออกรวมกนั เป็น
ชอ่ รปู เหด็ หรอื กระบองโบราณ แทงขน้ึ มาจากเหงา้ ชกู า้ นสงู ขน้ึ มา 15-25 ซม. ทุก ๆ ดอกท่ี
กาบสเี ขยี วปนแดงรปู โคง้ ๆ หอ่ รองรบั กาบจะปิดแน่นเม่อื ดอกยงั อ่อน และจะขยายอา้ ให้ เหน็
ดอกในภายหลงั กลบี ดอกและกลบี รองกลบี ดอก มอี ย่างละ 3 กลบี อมุ้ น้า และหลุดร่วงไว
โคนกลบี ดอกมว้ นหอ่ สว่ นปลายกลบี ผายกวา้ งออกเกสรตวั ผมู้ ี 6 อนั ผล กลม แขง็ โต วดั ผ่า
ศนู ยก์ ลางประมาณ 1 ซม.
5