ย้ย้ ย้ย้ อนรอยเมืมื มืมื องราด สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๒ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๒ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สื่สื่สื่สื่สื่สื่อการเรีรีรีรียนรู้รู้รู้รู้รู้รู้ ประวัวัวัวัติติติติศาสตร์ร์ร์ร์ท้ท้ท้ท้องถิ่ถิ่ถิ่ถิ่ถิ่ถิ่นพ่พ่พ่พ่อขุขุขุขุนผาเมืมืมืมือง เอกสาร ลำลำลำลำลำลำดัดัดัดับที่ที่ที่ที่ที่ที่๒๑/๒๕๖๖
ตามที่ สำ นัก นั งานเขตพื้นที่การศึก ศึ ษาประถมศึก ศึ ษาเพชรบูรณ์ เขต ๒ ได้จัดทำ หลักสูตรรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พ่อขุนผาเมือง เพื่อให้ส ห้ ถานศึก ศึ ษาในสัง สั กัด กั นำ ไปใช้ใช้ นการจัด จั การเรีย รี นการสอนรายวิชวิาพื้น พื้ ฐาน ประวัติศาสตร์ มุ่ง มุ่ บ่มบ่เพาะให้นั ห้ ก นั เรีย รี นภาคภูมิ ภู ใมิจ รัก รั ความเป็น ป็ ไทยหวงแหน ในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดก ทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและ นำ มาปรับประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน หนัง นั สือ สื อิเล็กทรอนิกนิส์ เรื่อ รื่ ง ย้อ ย้ นรอยเมือ มื งราด เล่มนี้ จัดทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อ ประกอบการจัด จั การเรีย รี นการสอนรายวิชวิาประวัติ วั ศติาสตร์ท้ ร์ อ ท้ งถิ่นถิ่พ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื ง และเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับตำ นานและโบราณวัตถุที่แสดงถึงหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์เมืองราดและพ่อขุนผาเมือง ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วย ตำ นานข้าวสารดำ ต้นจำ ปาพันปี หลวงพ่อตากแดดและหลักศิลาจารึก ครูผู้สอนสามารถนำ ไปใช้จัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ผู้เรียนสามารถ ศึกษาได้ด้วยตนเอง ตลอดจนผู้ที่สนใจสามารถศึกษาหาความรู้ได้ คณะผู้จัผู้ จั ดทำ หวังเป็น ป็ อย่าย่งยิ่งยิ่ว่าหนัง นั สือ สื อิเล็กทรอนิกนิส์เ ส์ ล่มนี้ จะเป็น ป็ ประโยชน์ต่ น์ อต่การจัด จั การเรีย รี นการสอน ของครูผู้สผู้ อน การเรีย รี นรู้ข รู้ องผู้เผู้รีย รี น การศึก ศึ ษาหาความรู้ข รู้ องผู้ที่ผู้ สที่นใจ และขอขอบคุณ คุ ผู้ที่ผู้ มีที่ส่ มี วส่นเกี่ยกี่วข้อ ข้ งทุก ทุ ท่าท่น ที่ใที่ห้คำ ห้คำแนะนำ คำ ปรึก รึ ษา จนหนัง นั สือ สื อิเอิล็ก ล็ ทรอนิกนิส์ เรื่อ รื่ ง ย้อ ย้ นรอยเมือ มื งราด เล่มนี้สำ นี้ สำเร็จ ร็ ด้วยดี สำ นักนังานเขตพื้น พื้ ที่การศึก ศึ ษาประถมศึก ศึ ษาเพชรบูรณ์ เขต ๒ ก
หนัง นั สือ สื อิเล็กทรอนิกนิส์ ย้อ ย้ นรอยเมือ มื งราด คำ นำ ............................................................................. สารบัญ บั......................................................................... คำ ชี้แ ชี้ จง......................................................................... จุดประสงค์การเรียนรู้ ...............................................…. เนื้อ นื้ หา ตำ นานข้า ข้ วสารดำ ………………………………………… ต้นจำ ปาพัน พั ปี…ปี ………………………………………….… หลวงพ่อพ่ตากแดด.……………………………..………… หลักศิลศิาจารึก รึ…………………………………………….… แบบทดสอบ ................................................................. อ้างอิง............................................................................ ผู้จัผู้ จั ดทำ .......................................................................... หน้า ข ค จ ๑ ๕ ๑๑ ๑๓ ๒๑ ๒๔ ๒๕ ก ข
หนังสืออิเล็กทรอกนิกส์(E-book) เรื่อง ย้อนรอยเมืองราด เล่มนี้ จัดทำ ขึ้นสำ หรับใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ประกอบการจัดการเรียนการสอน รายวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพ่อขุนผาเมือง ผู้เรียนและผู้สนใจสามารถ ศึก ศึ ษาค้นคว้าหาความรู้ไรู้ ด้ด้วยตนเอง ซึ่ง ซึ่ประกอบด้วย คำ ชี้แ ชี้ จง จุดประสงค์ การเรียนรู้ เนื้อ นื้ หาเกี่ยกี่วกับ กั ตำ นานข้า ข้ วสารดำ ต้น ต้ จำ ปาพัน พัปี หลวงพ่อพ่ตากแดด หลักศิลาจารึก และแบบทดสอบ ขั้นตอนการใช้และการเรียนรู้ สำ หรับครูผู้สอน ๑. ใช้หนังสืออิเล็กทรอกนิกส์ (E-book) เรื่อง ย้อนรอยเมืองราด เป็น ป็ สื่อการเรียนรู้ใ รู้ นการจัด จั กิจกิกรรมการเรีย รี นการสอน ควบคู่กัคู่บ กั แผนการจัด จั การ เรียนรู้ในรายวิชวิาประวัติ วั ศติาสตร์ท้ ร์ อ ท้ งถิ่นถิ่พ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งตามระดับ ดั ชั้น ชั้ ที่จัที่ด จั การเรีย รี นรู้ ให้กั ห้ กั บผู้เผู้รียนโดยเลือกใช้ต ช้ ามความเหมาะสม ๒. ครูผู้สผู้ อนสามารถศึก ศึ ษาตำ นานและโบราณวัต วั ถุที่ ถุ แที่สดงถึง ถึ หลัก ลั ฐาน ทางประวัติ วั ศติาสตร์เมือ มื งราดและพ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื ง ในเรื่อ รื่ งของ ตำ นานข้า ข้ วสารดำ ต้นจำ ปาพันปี หลวงพ่อตากแดด และหลักศิลาจารึก เพื่อเป็นองค์ความรู้ นำ ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ค
สำ หรับผู้เผู้รียนในการศึก ศึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง ๑. ศึก ศึ ษาจุดประสงค์การเรียนรู้ เรื่อ รื่ ง ย้อ ย้ นรอยเมือ มื งราด ๒. ศึกษาเนื้อหา ตำ นานและโบราณวัตถุที่แสดงถึงหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์เ ร์ มือ มื งราดและพ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ในหนัง นั สือ สื หนัง นั สือ สื อิเล็กทรอนิกนิส์ (E-book) เรื่อง วัฒนธรรมไทหล่ม ให้เ ห้ ข้า ข้ใจจนครบทุก ทุ เรื่อง ๓. เมื่อ มื่ ศึก ศึ ษาเนื้อ นื้ หาครบทุก ทุ เรื่องแล้ว ล้ ทำ แบบทดสอบ เรื่อ รื่ ง ย้อ ย้ นรอย เมือ มื งราด ตามลิงลิก์ หรือ QR Code เพื่อ พื่ประเมินมิความรู้ค รู้ วามเข้า ข้ใจในการศึก ศึ ษา เนื้อ นื้ หาบทเรียน ซึ่งซึ่แบบทดสอบจะมีทั้ มี ง ทั้ หมด ๑๐ ข้อ ข้ ง
๑. บอกแหล่งข้อ ข้ มูล มู และหลักฐานทางประวัติศาสตร์เ ร์ มือ มื งราดได้ ๒. อธิบธิายลัก ลั ษณะร่อร่งรอยหลัก ลั ฐานที่เที่กี่ยกี่วข้อ ข้ งกับ กัประวัติ วั ศติาสตร์เ ร์ มือ มื งราดได้ ๓. เห็น ห็ ความสำ คัญ คั คุณค่าค่ของร่อร่งรอยหลัก ลั ฐานทางประวัติ วั ศติาสตร์เ ร์ มือ มื งราด และมีค มี วามภาคภูมิ ภู ใมิจในท้องถิ่นของตน จ
ตำ นาน ข้าวสารดำ ตำ นาน ข้าวสารดำ
ตำตำ ตำตำตำตำนาน ข้ข้ ข้ข้าวสารดำดำ ดำดำดำดำ และพ่อพ่ขุนบางกลางท่าว เจ้าเมือ มื งบางยางร่วร่มพลังกันขับ ขั ไล่ขอมซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ใหญ่ อยู่ใ ยู่ นดินดิแดนแถบเหนือ นื ของสยามประเทศออกจากดินดิแดนสุโ สุ ขทัย ทั และสถาปนา กรุงสุโขทัยขึ้น ขึ้ เป็น ป็ ราชธานี เมือ มื งราด ของพ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื ง ปัจ ปั จุบั จุ น บั คือ คื ตำ บลบ้า บ้ นหวาย อำ เภอหล่มล่สัก สั จังหวัดเพชรบูรณ์ (หรือเดิมคือบ้า บ้ นห้ว ห้ ยโป่งป่ตำ บลบ้า บ้ นโสก) ส่วส่นเมือ มื งบางยาง ของพ่อพ่ขุนบางกลางท่าวนั้น นั้ นัก นัประวัติศาสตร์ก ร์ ล่าวว่า ตั้งอยู่ ณ บริเริวณที่เป็น ป็ อำ เภอนครไทยในปัจ ปั จุบัน บั พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งและพ่อพ่ขุนบางกลางท่าวเป็น ป็ ทั้งญาติ และสหายกันทั้งสองพระองค์มีความเก่งกล้าสามารถ มีไพร่พลจำ นวนมาก เป็น ป็ กองทัพที่เข้ม ข้ แข็ง ข็ และต่างทรงมุ่ง มุ่ มั่น มั่ ที่จะต่อต้านอำ นาจปกครองของขอม เช่นช่เดีย ดี วกัน กั เมื่อ มื่ ทั้ง ทั้ สองพระองค์ทำ ค์ ทำสงครามรบพุ่ง พุ่ ขับ ขั ไล่ขล่อมสบาดโขลญลำ พง ออกจากดินดิแดนสุโขทัย ทัได้แ ด้ ล้ว ล้ ได้ร่ ด้ วร่มกัน กั สถาปนากรุง รุ สุโขทัย ทั เป็น ป็ ราชอาณาจัก จั ร และพ่อพ่ขุนผาเมือ มื งทรงสนับ นั สนุน นุ ให้พ่ ห้ อพ่ขุนบางกลางท่าว ขึ้น ขึ้ เป็น ป็ กษัตริย์ริค ย์ รอง กรุงสุโขทัย ทรงพระนาม "พ่อพ่ขุนศรีอิ รีอิ นทราทิตย์"ย์ และทรงยกพระขนิษนิฐา คือ นางเสือง ให้เ ห้ป็น ป็ มเหสี ข้า ข้ วสารดำ เป็น ป็ วัต วั ถุโ ถุ บราณของ เมือ มื งราด ซึ่งซึ่เป็น ป็ เมือ มื งสำ คัญ คั มีชื่ มีชื่อ ชื่ใน ประวัติศาสตร์ของชาติไทย สมัย กรุง รุ สุโขทัย ทั เป็น ป็ ราชธานีปนี ระวัติ วั ศติาสตร์ กล่าล่วถึง ถึ พ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งเจ้า จ้ เมือ มื งราด ที่มา : เพจวัดโพนชัยชับ้าบ้นห้วห้ยโปร่งร่ตำ บลบ้าบ้นหวาย อำ หล่มสักสัจังหวัดเพชรบูรณ์ ๒
ส่วส่นพ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งเสด็จ ด็ กลับ ลั ไปครองเมือ มื งราดตามเดิมดิ ประวัติ วั ศติาสตร์ ท้อ ท้ งถิ่นถิ่กล่าล่วว่าว่เหตุที่ ตุ พ่ที่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งไม่สม่ถาปนาพระองค์เ ค์ องขึ้น ขึ้ เป็น ป็ ปฐมกษัต ษั ริย์ริย์ ของสุโขทัย ทั เนื่อ นื่ งจากพระองค์มี ค์ พ มี ระมเหสีเ สีป็น ป็ ธิดธิาของกษัต ษั ริย์ริข ย์ อม คือ คื พระนาง สิงขรมหาเทวี พระธิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ พระองค์ประสงค์จะให้ ราชอาณาจักรสุโขทัย สืบเชื้อสายเลือดไทยแท้จริง ที่มา : เพจวัดโพนชัยชับ้าบ้นห้วห้ยโปร่งร่ตำ บลบ้าบ้นหวาย อำ หล่มสักสัจังหวัดเพชรบูรณ์ ข้าวสารดำ ถือกันว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์บริเวณที่พบคือที่พื้นดินใกล้ เจดีย์พระนางสิงขรมหาเทวี บริเวณวัดโพนชัย หมู่ที่ ๑ บ้านห้วยโป่ง ตำ บลบ้านหวาย อำ เภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ข้าวสารดำ นี้ กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่ในพื้นดินเมื่อฝนตก ชะล้างผิวผิหน้า น้ ดินออก ข้า ข้ วสารดำ ก็จะโผล่ขึ้น ขึ้ มาลักษณะคล้ายเมล็ดข้า ข้ วสาร แต่มีสี มี ดำ ถ้าใช้มื ช้ อ มื บีบ บี แรงๆ ก็จะแตกออกเป็น ป็ ผงสีดำ สี ดำคล้ายผงถ่าน ข้าวสารดำ เป็นฟอสซิลชนิดหนึ่งมีอายุราวสองร้อยล้านปีขึ้นไป มักจะอยู่ในหินปูนเป็นของหายากซึ่งโดยทั่วไปฟอสซิล ข้ข้ ข้ข้าวสารดำดำ ดำดำดำดำ ๓
ข้าวสารดำ เป็นฟอสซิลชนิดหนึ่งมีอายุราวสองร้อยล้านปีขึ้นไป มักจะอยู่ในหินปูนเป็นของหายาก ซึ่งโดยทั่วไปฟอสซิล จะต้องมีลักษณะแข็ง ส่วนข้าวสารดำ นี้ใช้มือบีบก็จะแหลกเป็นผง ข้าวสารดำ เป็นฟอสซิลชนิดหนึ่งมีอายุราวสองร้อยล้านปีขึ้นไป มักจะอยู่ในหินปูนเป็นของหายาก ซึ่งโดยทั่วไปฟอสซิล จะต้องมีลักษณะแข็ง ส่วนข้าวสารดำ นี้ใช้มือบีบก็จะแหลกเป็นผง นัย นั แรก กล่าล่วว่าว่ข้า ข้ วสารดำ เป็น ป็ ข้า ข้ วสาร ในท้อ ท้ งพระคลัง ลั ของเมือ มื งราดเก็บ ก็ ไว้บ ว้ ริโริภค เมื่อ มื่ พระนางสิงสิขรมหาเทวีซึ่ วี งซึ่เป็น ป็ ธิดธิากษัต ษั ริย์ริย์ ขอมและเป็น ป็ มเหสีข สี องพ่อพ่ขุนผาเมือ มื งเผา เมืองราดไฟไหม้คลังเก็บข้าวสารจนไหม้ ดำ เกรียม หล่นกระจัดกระจาย ต่อมาจึง ถูกดินถมจมอยู่ จึงมีข้าวสารดำ กระจาย อยู่ทั่วไป หาได้ไม่ยาก นัย นั ที่ส ที่ อง กล่าล่วว่าว่ข้า ข้ วสารดำ นี้มี นี้ ม มี าอยู่ แต่เดิมแล้ว ในสมัย มั สุโ สุ ขทัยพ่อพ่ขุนผาเมือง กษัตริย์นักรบเจ้าเมืองราดทรงนับถือว่า เป็น ป็ ของสิ่งสิ่ศัก ศั ดิ์สิดิ์ทสิธิ์ เมื่อ มื่ จะออกศึก ศึ สงคราม ครั้งใด ก็จะทรงนำ ข้าวสารดำ มาปลุกเสก โปรยหว่าน เป็นสิริมงคลแก่กองทัพและ ใช้เป็นวัตถุของขลังในการรบ ที่มา : เพจวัดโพนชัยชับ้าบ้นห้วห้ยโปร่งร่ตำ บลบ้าบ้นหวาย อำ หล่มสักสัจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มา : เพจวัดโพนชัยชับ้าบ้นห้วห้ยโปร่งร่ตำ บลบ้าบ้นหวาย อำ หล่มสักสัจังหวัดเพชรบูรณ์ ความสำ คัญของข้า ข้ วสารดำ มีตำ มีตำ นานเล่าต่อๆกันมาเป็น ๒ นัย ดิเรก ถึงฝั่งฝั่-พ่อพ่ขุนผาเมือมืง วีรกษัตริย์ริบย์อกประวัติศาสตร์เร์มือมืงราด เพชรบูรณ์ พระผู้สผู้ ร้าร้งชาติไทย ดร.นิลนิวรรณ เพชระปูรณินณิรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งห่ ประเทศไทย ประธานผู้ก่ผู้ก่อตั้งบริษัริ ษัท เปรียรีบผู้สผู้ นับนัสนุนนุค่าใช้จ่ช้จ่ายในการจัดพิมพิพ์,พ์๒๕๔๗ ฉบับบัที่ ๒๖๒๒ ปีที่ปี ที่๕๑ ประจำ วันอังคารที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๘ ; ห้อห้งสมุดมุโดย ปถพีรพีดี อ้างอิง: ๔
ต้ต้ ต้ต้ นจำจำ จำจำ จำจำปาพัพั พัพั นปีปีปีปี
ที่มา : ท่องเที่ยวชุมชนบ้านห้วยโปร่งร่ดินแดนประวัติศาสตร์เมืองราดพ่อพ่ขุนผาเมือง https://www.sanook.com/travel ที่มา : ท่องเที่ยวชุมชนบ้านห้วยโปร่งร่ดินแดนประวัติศาสตร์เมืองราดพ่อพ่ขุนผาเมือง https://www.sanook.com/travel ต้ต้ ต้ต้ นจำจำ จำจำ จำจำปาพันปี "พ่อพ่ขุนบางกลางหาวและพ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ปลูก ลู เสี่ย สี่ งทาย บ้า บ้ งก็ว่า พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งและพระนางสิข สิ รมหาเทวี ปลูก ลู ถวายพระเจดีย์ ดี"ย์ "พ่อพ่ขุนบางกลางหาวและพ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ปลูก ลู เสี่ย สี่ งทาย บ้า บ้ งก็ว่า พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งและพระนางสิข สิ รมหาเทวี ปลูก ลู ถวายพระเจดีย์ ดี"ย์ ,Youtube /Phetchabun SkyNews ๖
ต้ต้ ต้ต้ นจำจำจำจำจำจำปาพันปี เป็น ป็ เวลาเกือ กื บยี่สิยี่บปีผ่ ปี าผ่นมาแล้ว ล้ หนัง นั สือ สื พิมพิพ์ฉ พ์ บับ บั หนึ่งนึ่ ได้ทำ ด้ ทำสกู๊ปกู๊ ข่าข่ว ต้นจำ ปาขาวของพ่อขุนบางกลางหาว (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้เป็นกษัตริย์ องค์แ ค์ รกของกรุงสุโขทัย ทั ) ที่ยัที่ง ยั ยืน ยื ต้น ต้ ให้ค ห้ นรุ่นรุ่เราได้เ ด้ ห็น ห็ อยู่ แม้จ ม้ ะมีอ มี ายุล่ ยุ วล่งเลย มาถึงเกือบ ๘๐๐ ปีแล้วก็ตาม ในคราวนั้นเป็นที่ฮือฮากันมาก จนสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุม กุ ารี ได้เสด็จฯไปทอดพระเนตรและ มีรั มี บ รั สั่งสั่ ให้ทำ ห้ ทำการบำ รุงอย่าย่งดี เพื่อ พื่ให้จำ ห้จำ ปาขาวแข็ง ข็ แรงและมีอ มี ายุยื ยุ น ยื สืบ สื ต่อต่ ไป "ต้นจำ ปาขาวต้นนี้ มีจุ มี จุ ดเด่น อยู่ ๒ ประการ คือ หนึ่ง เป็นต้นจำ ปาที่มีด มี อกขาว ผิดธรรมชาติซึ่งตามธรรมชาติ จำ ปาต้องมีด มี อกสีเ สี หลืองเท่านั้น สอง เป็นต้นจำ ปาที่พ่อขุนบาง กลางหาวท่านปลูก ลู ไว้เอง" "ต้นจำ ปาขาวต้นนี้ มีจุ มี จุ ดเด่น อยู่ ๒ ประการ คือ หนึ่ง เป็นต้นจำ ปาที่มีด มี อกขาว ผิดธรรมชาติซึ่งตามธรรมชาติ จำ ปาต้องมีด มี อกสีเ สี หลืองเท่านั้น สอง เป็นต้นจำ ปาที่พ่อขุนบาง กลางหาวท่านปลูก ลู ไว้เอง" ต้นจำ ปาขาวต้นนี้มีจุดเด่นอยู่ ๒ ประการคือ หนึ่ง เป็นต้นจำ ปาที่มี ดอกขาวผิดธรรมชาติ ซึ่งตามธรรมชาติจำ ปาต้องมีดอกสีเหลืองเท่านั้น สอง เป็นต้นจำ ปาที่พ่อขุนบางกลางหาว ท่านปลูกไว้เอง ที่คุ้มเนินจันทร์ อันเป็นคุ้มของท่านที่เมืองบางยาง ทุกวันนี้คือ วัดกลาง อำ เภอนครไทย จังหวัดพิษพิณุโ ณุ ลก ขณะนี้ยั นี้ ง ยั ยืน ยื ต้นอยู่ ขอให้ผู้ ห้ สผู้ นใจไปชมได้ เป็น ป็ เรื่องอัศ อั จรรย์ที่ ย์ ต้ที่น ต้ จำ ปาขาวที่พ่ที่อพ่ขุน ขุ บางกลางหาวเจ้า จ้ เมือ มื งบางยาง ผู้ร่วมมือกับพ่อขุนผาเมือง ขับไล่ขอมออกจากเมืองสุโขทัย ยังยืนต้น ให้ชาวไทยได้ไปชมกันอยู่ทุกวันนี้ แต่ก็เป็นเรื่องแปลกอีกเช่นกัน ที่ต้นจำ ปา ขอมที่พ่อขุนผาเมืองท่านปลูกไว้ มีเฉพาะคนท้องถิ่นแถบนั้นเท่านั้นที่รู้จัก คนทั่วไปยังไม่มีใครรู้จักเท่าไรนัก ต้นจำ ปาขอมที่พ่อขุนผาเมืองท่านปลูกไว้ ก็มีอายุพอๆ กับต้นจำ ปาขาวของพ่อขุนบางกลางหาวเช่นกัน คือประมาณ ๘๐๐ กว่าปีมาแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังยืนต้นให้ชมอยู่ ๗
จุดที่น่าสนใจก็คือ พ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยาง และ พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ทั้งคู่ร่วมมือกันยึดเมืองสุโขทัยจากขอมสำ เร็จ แล้วประกาศให้ชาวไทยเป็นอิสระจากขอมนับจากนั้นเป็นต้นมาและ ในเมื่อต้นไม้ที่ท่านทั้งสองปลูกไว้ที่เมืองของท่านยังยืนต้นอยู่ เกือบจะ พันปีเข้าไปแล้ว เราจะไม่สนใจต้นไม้ทั้งสองต้นเลยก็ดูกระไรอยู่ เรื่องอาจจะ แสดงถึงว่า พ่อพ่ขุนทั้งคู่นั้ คู่ นั้ น นั้ ก่อนที่ร่วร่มมือ มื กันทำ งานใหญ่ ทรงอธิษธิฐานการปลูก ลู ต้น ต้ ไม้เ ม้สี่ยสี่งทาย ทำ นองว่าว่ถ้า ถ้ พระองค์จ ค์ ะเป็น ป็ ผู้นำผู้ นำชาวไทยสลัด ลั แอกออกจากขอม สำ เร็จ ก็ขอให้ต้ ห้ ต้ นไม้ ๒ ต้นนี้จ นี้ งเจริญริงอกงาม แต่ถ้าไม่สำม่สำเร็จ ร็ ขอให้ต้ ห้ ต้ นไม้ ๒ ต้น นี้จงเหี่ยวเฉาตายไปเมื่อปรากฏว่าต้นไม้ทั้งสองต้นนี้เจริญเติบโต ท่านทั้งสอง จึงลงมือ มื ทำ งานใหญ่ดัญ่ ดั งกล่าว แล้วก็ประสบความสำ เร็จ ร็ จากปี พ.ศ.๑๘๗๑ จนถึงขณะนี้ค นี้ วามเป็น ป็ เอกภาพของไทยก็ยัง ยั คงอยู่ ต้นไม้ทั้ ม้ ทั้ งสองต้นก็ยัง ยั คง ยืน ยื ต้นอยู่เยู่ช่นช่กัน น่าน่ชื่น ชื่ ใจอะไรเช่นช่นั้น นั้ ! เหนือ นืสิ่งสิ่อื่นใด สิ่งสิ่ที่อยากจะพูด พู ถึงก็คือ การเสีย สี สละของพ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ในการตีเ ตี มือ มื งสุโ สุ ขทัย ทั นั้น นั้ พ่อพ่ขุน ขุ บางกลางหาวนำ กำ ลัง ลั พลเข้า ข้ ตีเ ตี มือ มื งทางประตูห ตู นึ่งนึ่ ส่วส่นพ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งก็เ ก็ ข้า ข้ ตีท ตี างประตูห ตู นึ่งนึ่ผลปรากฏว่าว่พ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งเข้า ข้ เมือ มื งได้ก่ ด้ อก่น พ่อพ่ขุน ขุ บางกลางหาว ต้อ ต้ งการให้ พ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื ง เป็น ป็ ปฐมกษัต ษั ริย์ริข ย์ องไทยในฐานะ เข้า ข้ เมือ มื งได้ก่อน แต่พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งไม่ยม่อม เพราะท่านรู้ฐ รู้ านะของท่านเองดีว่า ท่านเป็นเขยของกษัตริย์ขอม โดยขอมยกพระราชธิดาชื่อเจ้าหญิงสิงขรเทวี ให้เ ห้ป็น ป็ พระชายา แล้ว ล้ประทานนามว่าว่ศรีอิ รี น อิ ทราบดิน ดิ ทราทิต ทิ ย์ พร้อมประทาน พระแสงขรรค์อาญาสิทธิ์ให้ปกครองอยู่ในเขตนี้แทนกษัตริย์ขอมที่พระนคร ถ้า ถ้ ท่าท่นรับเป็น ป็ ปฐมกษัตริย์ จะไม่มีม่ค มี วามมั่นมั่คงของชาติพติอ พ่อพ่ขุน ขุ บางกลางหาว จึงยินยิยอมรับเป็น ป็ ปฐมกษัตริย์ริข ย์ องอาณาจักรไทย พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งจึงนำ เอานาม ของท่านมาสถาปนาพ่อพ่ขุนบางกลางหาวเป็น ป็ ปฐมกษัตริย์ริว่ ย์ ว่า ศรีอิ รีอิ นทราทิตย์ แล้วมอบพระแสงขรรค์ อาญาสิทธิ์ที่กษัตริย์ขอมประทานให้ท่านนั้น ให้ขุ ห้ ขุ นศรีอินทราทิตย์ ทำ หน้า น้ ที่ปกครองคนไทยต่อไป ต้ต้ ต้ต้ นจำจำจำจำจำจำปาพันปี ๘
ขณะเดีย ดี วกัน กั ท่าท่นก็ย ก็ กน้อ น้ งสาวของท่าท่น คือ คื พระนางเสือ สื ง ให้เ ห้ป็น ป็ ชายา ของพ่อพ่ขุนศรีอินทราทิตย์อี ย์ อี กด้วยการเสีย สี สละของท่านทำ ให้ไห้ ทยเป็น ป็ เอกภาพ มีค มี วามเข้ม ข้ แข็ง ข็ มาจนถึงปัจ ปั จุบัน บั แต่ขณะเดียวกันผู้เผู้สีย สี สละที่ยิ่งยิ่ใหญ่ชีญ่วิ ชีวิตของ ท่าท่นต้อ ต้ งระหกระเหินหิครอบครัว รั แตกสลายระวัติ วั ศติาสตร์ต ร์ ามหลัก ลั สูต สู รของทางการ ที่ใที่ห้นั ห้ ก นั ศึก ศึ ษาเรียน กล่าล่วแต่เต่พีย พี ง เมื่อ มื่ พ่อพ่ขุน ขุ ทั้ง ทั้ คู่ตีคู่เ ตี มือ มื งได้แ ด้ ล้ว ล้ พ่อพ่ขุน ขุ บางกลางหาว ได้เป็นปฐมกษัตริย์ ปกครองบ้านเมืองตามลำ ดับมา ไม่มีการพูดถึงชีวิตของ พ่อขุนผาเมือง เลยว่าจากนั้นท่านเป็นอย่างไร ผู้เขียนได้พบประวัติของท่าน ที่เป็นจารึกท้องถิ่น ซึ่งเป็นเมืองราด ที่ท่ที่าท่นเป็น ป็ เจ้า จ้ เมือ มื งอยู่ส ยู่ มัย มั นั้น นั้ ณ ที่นั้ที่น นั้ คือ คื บ้า บ้ นห้ว ห้ ยโป่งป่ตำ บลบ้า บ้ นหวาย อำ เภอ หล่มล่ สัก จัง จั หวัด วั เพชรบูร บู ณ์ ประวัติ วั นั้ติน นั้ จารึก รึไว้ที่ ว้ หิที่นหิอ่ออ่น มีทั้ มี ง ทั้ หมด ๓ แผ่นผ่จารึก รึ นั้น นั้ เล่าประวัติของพ่อขุนหลังจากประกาศอิสรภาพให้ชาวไทยแล้วว่า พระนาง สิงขรเทวี เมื่อทราบว่าพ่อขุนร่วมมือกับพ่อขุนบางกลางหาวยึดเมืองสุโขทัย แล้วประกาศอิสรภาพของชาวไทย พระนางคิดว่าพระสวามีท มี รยศต่อพระบิดบิา จึง จึ รบเร้า ร้ให้พ ห้ ระสวามีไมีปยึด ยึ เอาเมือ มื งสุโ สุ ขทัย ทั คืน คื พ่อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื งปฏิเฏิสธอย่าย่งเด็ด ด็ ขาด การปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยของพ่อขุนสร้างอารมณ์แค้นให้พระชายาในฐานะ สามีภ มี รรยา ทำ นองว่าว่เธอไม่เม่ห็น ห็ แก่พ่ก่อพ่ของฉัน ฉั (น่าน่จะเป็น ป็ พระเจ้า จ้ ชัย ชั วรมัน มั ที่ ๗) ผู้ให้ยศตำ แหน่งแก่เธอ เธอต้องคิดถึงตัวฉันที่เป็นภรรยาของเธอ แต่นี่เธอ ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เธอคงไม่รักฉันแล้วใช่ไหม? เมื่อคิดได้อย่างนี้ พระนางก็ประชดสามีด้วยการเผาเมืองราดทั้ง เมือ มื งจนวอดวายหมดสิ้น สิ้ เมื่อ มื่ พระนางทำ ลายทุก ทุ อย่าย่งหมดสิ้นสิ้สมความแค้น ค้ แล้ว ล้ พระนางก็ไปทำ ลายชีวิตของพระนางที่แม่น้ำ ป่าสักด้วยการไปกระโดดน้ำ ทำ ลายชีวิ ชี ตวิเพราะพระนางคงมีค มี วามสำ นึก นึ ว่าว่พระนางจะไปมองหน้า น้ พระราชบิดบิา และชาวกัมพูชาได้อย่างไร ในฐานะที่ความงามของพระนางไม่สามารถ สยบสามีไว้ได้ ผู้หญิงบางคนคิดอย่างนี้! ต้ต้ ต้ต้ นจำจำจำจำจำจำปาพันปี ๙
มีตำ นานเล่าไว้ว่า พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดและนางสิงขรเทวี พระมเหสีได้ท ด้ รงร่วร่มกัน กัปลูกไว้ จำ นวน ๒ ต้น ต้ บริเริวณด้า ด้ นข้า ข้ งเจดีย์ ดี พ่ ย์ อพ่ขุน ขุ ผาเมือ มื ง เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๗๘๕ เพื่อเป็นการบูชาพระธาตุเจดีย์ประชาชน เรียกว่า “ต้นจำ ปาขาว” เจดีย์พ่อขุนผาเมือง เป็นเจดีย์เก่าแก่ สันนิษฐานว่า พ่อขุนผาเมือง ได้โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๗๖๐ เป็นเจดีย์ประจำ พระองค์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นที่สักการะของประชาชนทั่วไป บริเวณด้านข้าง มีต้นลั่นทมขนาดใหญ่อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี ที่ชาว บ้านเรียกกันว่า "ลั่นทมพันปี" หรือ "ต้นจำ ปาขาว" ซึ่งสันนิษฐานว่า พ่อขุน ผาเมืองเป็นผู้ปลูกต้นไม้นี้เพื่อเสี่ยงทางก่อนที่พระองค์จะนำ ชาวไทยให้เป็น อิสระจากขอมโดยพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยาง ก็ได้ปลูกต้นจำ ปา ขาว อยู่ที่คุ้มเนินจันทร์เมืองบางยาง (ในปัจจุบันคือ วัดกลาง อำ เภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก)ซึ่งสันนิษฐานว่าพ่อขุนทั้งสอง ก่อนที่จะร่วมมือกันทำ งาน ใหญ่ทรงอธิษฐาน การปลูกต้นไม้เสี่ยงทาย พระองค์จะนำ ชาวไทยให้เป็น อิสระจากขอม หากกระทำ การสำ เร็จก็ขอให้ต้นไม้สองต้นนี้เจริญงอกงาม ถ้าหากไม่สำ เร็จขอให้ต้นไม้สองต้นนี้จงเหี่ยวเฉาตาย และปรากฎว่าต้นไม้ทั้ง สองต้นยังคงเจริญเติบโต และยืนต้นอย่างอยู่จนถึงปัจจุบัน ต้ต้ ต้ต้ นจำจำจำจำจำจำปาพันปี “พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งผู้เผู้สีย สี สละที่ยิ่งยิ่ใหญ่ ต้องสูญสู เสีย สี พระมเหสี พระองค์ได้เสด็จออกจากเมือ มื งราด (บ้า บ้ นห้วยโปง ต.บ้า บ้ นหวาย) และล่องไปตามแม่น้ำม่น้ำป่าป่สักสั ไปพักพัแรมที่เมือ มื งศรีเ รี ทพ และจากนั้นนั้ ได้ เดินทางไปยังยัเมือ มื งละเม็ง ม็ อยู่ใยู่นเขตเมือ มื งเชีย ชี งแสน ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ สถานที่แห่งห่สุด สุ ท้าย และได้สิ้นสิ้พระชนม์ ณ ที่แห่งห่นี้”นี้ “พ่อพ่ขุนผาเมือ มื งผู้เผู้สีย สี สละที่ยิ่งยิ่ใหญ่ ต้องสูญสู เสีย สี พระมเหสี พระองค์ได้เสด็จออกจากเมือ มื งราด (บ้า บ้ นห้วยโปง ต.บ้า บ้ นหวาย) และล่องไปตามแม่น้ำม่น้ำป่าป่สักสั ไปพักพัแรมที่เมือ มื งศรีเ รี ทพ และจากนั้นนั้ ได้ เดินทางไปยังยัเมือ มื งละเม็ง ม็ อยู่ใยู่นเขตเมือ มื งเชีย ชี งแสน ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ สถานที่แห่งห่สุด สุ ท้าย และได้สิ้นสิ้พระชนม์ ณ ที่แห่งห่นี้”นี้ จากนี้ ขอถ่ายทอดชีวิ ชีวิตของพ่อพ่ขุนผาเมือ มื งตามจารึก รึ ท้องถิ่นคำ ต่อคำ ดังต่อไปนี้ ที่มา: บทความ รศ.ทวี ผลสมภพ พ่อพ่ขุนผาเมือมืง จำ ปาขาว ขอม สุโสุขทัย. https://www.matichon.co.th/columnists/news_๔๙๘๕ (รศ.ทวี ผลสมภพ, มติชนออนไลน์ วันที่ ๑๘ ม.ค. ๕๙) สิธชาพัชพัร์ นาทวิเศษวงค์./เรื่อรื่งเล่าเคล้าประวัติศาสตร์ สองกษัตราสถาปนาอาณาจักรสุโสุขทัย ๑๐
หลวงพ่พ่ พ่พ่ อตากแดด
หลวงพ่พ่ พ่พ่ อตากแดด พระพุท พุ ธรูปปางมารวิชัย ชั สิ่ง สิ่ ศัก ศั ดิ์สิ ดิ์ ท สิ ธิ์ป ธิ์ ระจำ หมู่บ้มู่ า บ้ น พระพุท พุ ธรูปปางมารวิชัย ชั สิ่ง สิ่ ศัก ศั ดิ์สิ ดิ์ ท สิ ธิ์ป ธิ์ ระจำ หมู่บ้มู่ า บ้ น มีลักษณะที่แปลกกว่าที่อื่น คือ คื พระบาทขวามีรู มีป รู กงจัก จั รปรากฏ อยู่ด้ ยู่ ว ด้ ยในอดีต ดี ทุก ทุ ครั้ง รั้ ที่ชที่าวบ้า บ้ นสร้า ร้ ง หลังคากันแดดกันลมให้กับท่าน จะเหตุการณ์ประหลาดมีพายุ พัดผ่านมาจนหลังคาพังตลอด จึงเป็นที่มาของชื่อ "หลวงพ่อตากแดด" ซึ่ง ซึ่ประดิษฐานอยู่ที่ยู่ที่วัดโพนชัย ชั บ้า บ้ นห้ว ห้ ยโปร่งร่ ตำ บลบ้า บ้ นหวาย อำ หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ๑๒
หลัลั ลัลั กศิศิ ศิศิ ลาจารึรึ รึรึ ก
หลัลั ลัลั กศิศิศิศิลาจารึรึ รึรึ ก ที่มา : อุทยานประวัติศาสตร์ สุโสุขทัย สงวนลิขสิทสิธิ์ © ๒๕๖๓ กรมศิลศิปากร. กระทรวงวัฒนธรรม "นันันันับเป็ป็ป็ป็นมรดกเอกสารชิ้ชิ้ชิ้ชิ้ชิ้ชิ้นหลัลัลัลักซึ่ซึ่ซึ่ซึ่ซึ่ซึ่งมีมีมีมีความสำสำสำสำสำสำคัคัคัคัญระดัดัดัดับโลก" จารึกหลักที่ ๑ พ่อขุนรามคำ แหง ปรากฏชื่อ ลุมบาจาย สะค้า จารึกหลักที่ ๑ พ่อขุนรามคำ แหง ปรากฏชื่อ ลุมบาจาย สะค้า ศิศิลศิศิาจารึรึก รึรึ หลัลัก ลั ก ลั ที่ที่ที่ที่+หรืรือ รืรื จารึรึก รึรึ พ่พ่อพ่พ่ขุขุน ขุ น ขุ รามคำคำคำคำแหง หรืรือ รืรื จารึรึก รึรึ พ่พ่อพ่พ่ขุขุน ขุ น ขุ รามคำคำคำคำแหง ถู ถูกค้ค้น ค้ น ค้ พบเมื่มื่มื่มื่อ มื่ อ มื่ปีปีปีปี พ.ศ.๒๓๗๖ หรืรือ รื อ รื ตรง กับ กั รัรัช รั ช รัสมัมัย มั ย มั ของพระบาทสมเด็ด็จ ด็ จ ด็ พระนั่นั่งนั่นั่เกล้ล้า ล้ า ล้ เจ้จ้า จ้ า จ้ อยู่ยู่หั ยู่ หั ยู่ ว หั ว หั รัรัช รั ช รั กาลที่ที่ที่ที่๓ โดยพระบาทสมเด็ด็จ ด็ จ ด็ พระจอมเกล้ล้า ล้ า ล้ เจ้จ้า จ้ า จ้ อยู่ยู่หั ยู่ หั ยู่ ว หั ว หั รัรัช รั ช รั กาลที่ที่ที่ที่๔ เมื่มื่มื่มื่อ มื่ อ มื่ ครั้รั้ง รั้ ง รั้ ยัยั ยั ง ยั งทรงผนวชเป็ป็ป็ น ป็ นพระภิภิภิกภิษุษุ ษุษุ ได้ด้ ด้ เ ด้ เสด็ด็ ด็ จ ด็ จจาริริริกริ ธุธุด ธุธุ งค์ค์ไค์ค์ปทางหัหัว หัหั เมืมือ มืมื งแถบเหนืนือ นืนื ของประเทศไทย เมื่มื่มื่มื่มื่ อ มื่ อถึถึ ถึ ง ถึ งเมืมื มื อ มื องเก่ก่ก่าก่สุสุ สุ โ สุ โขทัทั ทั ย ทั ย ทรงพบศิศิศิลศิาจารึรึ รึ ก รึ ก พ่พ่พ่พ่อขุขุ ขุขุ นรามคำคำคำคำแหงที่ที่ที่ที่บริริริริเวณเนินินินิ ปราสาท เมืมือ มื อ มื งเก่ก่ก่าก่สุสุโ สุ โ สุ ขทัทั ทั ย ทั ย ทอดพระเนตรเห็ห็น ห็ น ห็ เป็ป็น ป็ป็ น “โบราณวัวั วั ต วั ตถุถุที่ ถุ ที่ ถุ สำ ที่ สำ ที่ สำสำคัคั คั ญ คั ญ” จึจึ จึ ง จึ งโปรดให้ห้นำ ห้ นำ ห้ นำนำลงมาที่ที่ที่กที่รุรุ รุ ง รุ งเทพมหานคร พร้ร้อ ร้ อ ร้ มกักับ กั บ กัศิศิลศิศิาจารึรึก รึ ก รึ วัวัด วั ด วัป่ป่าป่ป่มะม่ม่วม่ม่ง ภาษาเขมร (สท.๓)หลัลัก ลั ก ลั ที่ที่ที่ที่๔และพระแท่ท่นท่ท่มนันัง นันั คศิศิลศิศิาบาตร ปัปัจ ปั จ ปั จุจุบั จุ บั จุ น บั น บั ศิศิลศิศิาจารึรึก รึ ก รึ หลัลัก ลั ก ลั ที่ที่ที่ที่๑ ถูถูก ถู ก ถู เก็ก็บ ก็ บ ก็ รัรัก รั ก รั ษาอยู่ยู่ที่ ยู่ ที่ ยู่ที่ที่ พิพิธพิพิภัภั ภั ณ ภั ณฑสถานแห่ห่งห่ห่ชาติติติติพระนคร อุทยานประวัติศาสตร์ สุโสุขทัย กรมศิลศิปากร. กระทรวงวัฒนธรรม . ศิลศิาจารึกหลักที่ ๑ พ่อพ่ขุนรามคำ แหง. สืบค้นเมื่อ ๔ เมษายน ๒๕๖๖. ฐานข้อข้มูลมูจารึกรึในประเทศไทย | จารึกรึพ่อพ่ขุนรามคำ แหง (sac.or.th) อ้างอิง: [1] ๑๔
ศิล ศิ าจารึก รึ วัด วั ศรีชุ รี ม ชุ มีคุ มี ณ คุ ค่าค่ทางด้า ด้ นประวัติ วั ศ ติ าสตร์สุ ร์ โ สุ ขทัย ทั ทำ ให้ท ห้ ราบ เรื่อ รื่ งราวความเป็นมาของราชวงศ์พ ศ์ ระร่วร่งและการก่อก่ตั้งตั้อาณาจักจัรสุโ สุ ขทัยทัทราบถึง ถึ พระประวัติวัขติองสมเด็จ ด็ พระมหาเถรศรีศ รี รัทรัธาฯ โดยเฉพาะอย่าย่งยิ่งยิ่ด้า ด้ นการทะนุบำ นุ บำรุง พุทธศาสนาด้วยการสร้างวัด บูรณปฎิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์และพระพุทธรูปที่ เมืองต่าง ๆ ทั้งในอาณาจักรสุโขทัย อินเดียตอนใต้ไปจนถึงเมืองสิงหล (ลังกา) จารึกหลักที่ ๒ วัดศรีชุม มีคำ ว่า เมืองราดเมืองลุม จารึกหลักที่ ๒ วัดศรีชุม มีคำ ว่า เมืองราดเมืองลุม ที่มา : สงวนลิขสิทสิธิ์ © ๒๕๖๓ กรมศิลศิปากร. กระทรวงวัฒนธรรม หลักที่ ๒ ศิลศิาจารึกรึวัดศรีชุรีชุม. http://old-book.ru.ac.th/e-book/t/TH๒๓๑(๔๑)/TH๒๓๑(๔๑)-๒-๒.pdf สืบสืค้นเมื่อมื่๔ เมษายน ๒๕๖๖. อ้างอิง: [๑] ๑๕
ที่มา : ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย | จารึกวัดศรีชุม (sac.or.th) จารึกหลักที่ ๘ เขาสุมนกูฏ ปรากฏชื่อ เมืองราด เมืองสะค้า เมืองลุมบาจาย จารึกหลักที่ ๘ เขาสุมนกูฏ ปรากฏชื่อ เมืองราด เมืองสะค้า เมืองลุมบาจาย ที่มา : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย | จารึกวัดเขาสุมนกูฏ ด้านที่ ๓ (sac.or.th) ชื่อ ชื่ จารึก รึ จารึก รึ วัดเขาสุม สุ นกูฏกู ด้าน/บรรทัด จำ นวนด้าน ๔ ด้าน มี ๑๐๗ บรรทัด ด้านที่ ๑ มี ๓๑ บรรทัด ด้านที่ ๒ มี ๒๙ บรรทัด ด้านที่ ๓ มี ๒๖ บรรทัด ด้านที่ ๔ มี ๒๑ บรรทัด ๑๖
ทะเบีย บี นโบราณสถานของกรมศิลศิปากร ที่ขึ้น ขึ้ ทะเบีย บี นไว้นานแล้ว ปรากฏว่าว่มี เมือ มื งลม หรือ รื เมือ มื งลุ่มลุ่ อยู่บยู่ ริเวณบ้า บ้ นหินหิกลิ้ง ตำ บลหล่มล่เก่าก่ เป็น ป็ เมือ มื งโบราณสมัย มั สุโขทัย ที่มา : ฐานข้อข้มูลมูจารึกรึในประเทศไทย | จารึกรึวัดบูรพาราม (sac.or.th) จารึกหลักที่ ๒๘๖ วัดบูรพารามก็มีชื่อ ลุมบาจาย จารึกหลักที่ ๒๘๖ วัดบูรพารามก็มีชื่อ ลุมบาจาย ๑๗
เอกสารใบลานเขียนเป็นตัวอักษรธรรมลาวในพิพิธภัณฑ์เมือง หลวงพระบางจารึกเมื่อ พ.ศ. ๒๑๕๘ ที่มีคำ เรียกเมือง ล่มสัคอัคคบุลี และได้การกล่าวถึงวัดตาล วัดหินกลิ้ง วัดภู ที่เมืองล่มสัคด้วย ตอนปลายกรุงศรีอยุธ ยุ ยา ในคำ ให้ก ห้ ารขุน ขุ หลวงหาวัด วัประดู่ทดู่รงธรรม ได้ก ด้ ล่าล่วถึง ถึ เรือหางเหยี่ยยี่วเมือ มื งเพชบูร บู ณนายม บรรทุก ทุ ของป่าป่รวมทั้ง ทั้ เหล็ก ล็ ล่มล่เลย ไปจอดขาย ที่อยุธยา พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี บันทึกว่า ปีฉลูเอกศก (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๑๓) วันอาทิตย์เ ย์ ดือนสามแรมหกค่ำ แขกเมือ มื งลาวเมือ มื งหล่มศัก ศั ดิ์ ลงมาสู่พสู่ระบรมโพธิสธิมภาร นำ เอาช้า ช้ งช้า ช้ งหนึ่ง นึ่ ม้า ม้ ห้า ห้ ม้า ม้ มา ทูล ทู เกล้าฯ ถวาย ขอเป็น ป็ ข้า ข้ ขอบขัณ ขั ฑสีมา แผนที่เดินทัพรัชกาลที่ ๑ ปรากฏชื่อ ชื่ เมือ มื งที่อยู่ริยู่มน้ำ พุง พุ ว่า หล่มศัก ศั และชื่อ ชื่ ในพงศาวดาร ร.๓ ที่ บัน บั ทึกถึงเหตุก ตุ ารณ์ ตอนศึก ศึ เจ้าอนุว นุ งศ์ โดยได้เรียกเมือ มื งที่มีเ มี หตุก ตุ ารณ์สู้ ณ์ รบใน ครั้งนั้น นั้ ว่า "หล่มศัก ศั" หรือ รื "ล่มศัก ศั" ดร.วิศัลศัย์ โฆษิตานนท์. https://wisonk.wordpress.com/๒๐๑๕/๐๖/ อ้างอิง: ๑๘
หนังสือนิทานโบราณคดี เรื่องความไข้ที่เมืองเพชรบูรณ์ ที่สมเด็จ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้บันทึกไว้เมื่อ คราวเสด็จมาตรวจราชการที่มณฑลเพ็ช พ็ รบูรณ์ เมื่อ มื่ พ.ศ.๒๔๔๗ ว่าหล่มเก่า เป็น ป็ เมือ มื งมาแต่สมัย มั กรุงสุโขทัยมีชื่ มีชื่อ ชื่ปรากฏในศิลศิาจารึก รึ ของพ่อพ่ขุนรามคำ แหง เรียกว่า “เมืองลุ่ม” ชั้นหลังมาจึงเรียกว่า ก็ห ก็ มายความอย่าย่งเดีย ดี วกัน กั แต่เต่มือ มื งหล่มล่สัก สั เป็น ป็ เมือ มื งตั้ง ตั้ใหม่ใม่นชั้น ชั้ หลัง ลั เข้า ข้ใจว่าว่ เพิ่งตั้งเมื่อรัชกาลที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์นี้ เพื่อจะให้สะดวกแก่การคมนาคม จึงมาตั้งเมืองที่ริมลำ น้ำ สัก หลัลั ลัลั กศิศิศิศิลาจารึรึรึรึก “เมืมือ มื อ มื งหล่ล่ ล่ ม ล่ ม” จากหลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวนี้ จึงสามารถรวบรวมสันนิษฐานได้ว่า ๑.ตามหลัก ลั ฐานในศิลศิาจารึกตั้ง ตั้ แต่สต่มัย มั สุโ สุ ขทัย ทั จารึก รึ หลัก ลั ที่๑ พ่อพ่ขุน ขุ รามคำ แหง ปรากฏชื่อ ชื่ ลุมบาจาย สะค้า จารึก รึ หลักที่ ๒ วัดศรีชุ รี ชุ ม มีคำ มี คำว่า เมือ มื งราด เมือ มื งลุม ลุ จารึกหลักที่ ๘ เขาสุมนกูฏ ปรากฏชื่อ เมืองราด เมืองสะค้า เมืองลุมบาจาย และจารึกหลัก ที่ ๒๘๖ วัดบูรพารามก็มีชื่อ ลุมบาจาย การปรากฏหลักฐาน กล่าวถึงเมืองลุม เมืองลุมบาจาย ซึ่งก็น่าจะเป็นเมืองหล่มนี่เอง เพราะเป็น คำ พื้น พื้ ถิ่นถิ่ที่มีที่ค มี วามหมายอย่าย่งเดีย ดี วกัน กั กับ กั เมือ มื งหล่มล่..แสดงให้เ ห้ ห็น ห็ ว่าว่เมือ มื งหล่มล่ นั้น ตั้งเป็นชุมชนเป็นเมืองมีหลักฐานมั่นคงมาช้านานหลายร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัยแล้ว ๑๙
๒. หลักฐานเอกสารการขึ้น ขึ้ ทะเบีย บี นโบราณสถานของกรมศิลศิปากรที่ขึ้น ขึ้ ทะเบีย บี นเมือ มื งลม เมือ มื งลุ่ม เป็น ป็ เมือ มื งโบราณสมัย มั สุโ สุ ขทัย ก็มีนั มี ย นั สำ คัญที่บอกว่า เมืองหล่มหรือหล่มเก่าในปัจจุบัน เป็นเมืองโบราณที่มีผู้คนตั้งหลักแหล่งมา ช้า ช้ นานแล้ว ซึ่ง ซึ่ ก็สอดคล้องกับศิลศิาจารึก รึ สุโ สุ ขทัย ที่กล่าวถึง เมือ มื งลุม ลุ ลุม ลุ บาจาย อันเป็นชื่อตามภาษาพื้นถิ่นที่มีความหมายเดียวกันกับ เมืองลม เมืองลุ่ม และ เมืองหล่ม นั่นเอง ๓. ตัวเมืองที่เรียกว่า ลุมบาจาย เมืองลุ่ม เมืองลม เมืองล่ม เมืองลมสัก เมืองหล่ม หล่มศัก และหล่มสัก แต่ดั้งเดิมนั้นเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมลำ น้ำ พุง ซึ่งเป็นลำ น้ำ สาขาของแม่น้ำ ป่าสัก มีภูเขาขนาบ ๓ ข้างคือ ทิศตะวันออก ตะวันตกและทิศเหนือบริเวณนี้มีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก แต่ต่อมา ในสมัย รัชกาลที่ ๓ หลังเสร็จศึกเจ้าอนุวงศ์ พระสุริยวงษาฯ (คง) เจ้าเมืองหล่มสัก เห็น ห็ ว่าว่การติดติต่อต่ค้า ค้ ขายและการคมนาคมได้เ ด้ปลี่ยลี่นทิศทิทางไปโดยให้ค ห้ วามสำ คัญ คั กับการติดต่อค้าขายกับบ้านเมืองทางใต้โดยใช้เส้นทางแม่น้ำ ป่าสักแทน จึงทำ การสร้างเมืองหล่มสักขึ้นใหม่ที่ริมแม่น้ำ ป่าสักโดยใช้ชื่อว่าเมืองหล่มสัก อย่างเดิม ส่วนเมืองหล่มเดิมนี้จึงถูกเรียกว่า หล่มเก่า นับแต่นั้นเป็นต้นมา ๔. ผู้คผู้ นที่มาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ยู่ที่เมือ มื งหล่มตั้งแต่โบราณกาลนี้ ก็น่าน่จะเป็น ป็ คนเชื้อ ชื้ สายลาวล้า ล้ นช้า ช้ งหลวงพระบางที่อที่ยู่อ ยู่ าศัย ศั ตั้ง ตั้ หลัก ลั แหล่งล่แผ่ขผ่ยายกัน กั ออกมา เรื่อยๆ ลงมาตามลำ น้ำ โขง จากดินแดนทางแถบหลวงพระบาง มาที่ไชยบุลี ปากลาย แก่นท้าว ท่าลี่ นาแห้ว ด่านซ้าย บ้านโคก ฟากท่า นครไทย และ เข้า ข้ มาลึกสุดในดินแดนประเทศไทย ก็คือที่เมือ มื งหล่มหรือ รื หล่มเก่าหล่มสัก สั นี่เนี่อง ซึ่งมีคำ เรียกผู้คนเฉพาะที่นี่ว่า ไทหล่ม ๕. ไทหล่ม ส่วส่นใหญ่ น่าน่จะเป็น ป็ คนชาติพัน พั ธุ์เ ธุ์ ชื้อ ชื้ สายเดียวกันกับคนลาว หลวงพระบาง เพราะวัฒ วั นธรรมประเพณี ความเชื่อ ชื่ ภาษาพูด พู ของผู้คผู้ นในดินดิแดน แถบนี้ ยัง ยั คงเป็น ป็ แบบเดีย ดี วและคล้า ล้ ยคลึง ลึ กัน กั อยู่ คือ คื เป็น ป็ แบบล้า ล้ นช้า ช้ งหลวงพระบาง ซึ่งต่อมาภายหลัง ก็อาจจะมีกลุ่มคนลาวเวียงจันทน์หรือกลุ่มอื่น ๆ ได้อพยพ เข้า ข้ มาอยู่อ ยู่ าศัย ศั ร่วร่มด้ว ด้ ยตามเหตุผ ตุ ลความจำ เป็น ป็ ต่าต่ง ๆ หรือรวมทั้ง ทั้ ถูก ถู กวาดต้อ ต้ น มาตั้งแต่สมัย มั กรุงธนบุรีและช่วช่งต้นรัต รั นโกสินสิทร์ด้ ร์ ด้ วย จึงเกิดการผสมผสานกัน ของวัฒนธรรม เกิดเป็นวัฒนธรรมไทหล่มอันเป็นอัตลักษณ์โดยเฉพาะขึ้นมา หลัลั ลัลั กศิศิศิศิลาจารึรึรึรึก ๒๐
คำ ชี้แ ชี้ จง ให้เ ห้ ลือกคำ ตอบที่ถูก ถู ที่สุด สุ เพียงข้อ ข้ เดียว ๑. ข้า ข้ วสารดำ ขุดค้นพบที่หมู่บ้ มู่ า บ้ นใด ก. บ้า บ้ นติ้ว ข. บ้า บ้ นหวาย ค. บ้า บ้ นห้ว ห้ ยโป่ง ง. บ้า บ้ นโสก ๒. จากตำ นานเล่าขานต่อกันมา ความสำ คัญของ “ข้า ข้ วสารดำ ” มีกี่ มีกี่นัยนั ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4 ๓. จากความนัยนัตำ นานความสำ คัญของข้า ข้ วสารดำ ที่เล่าต่อกันมา ใครคือผู้ทำผู้ ทำ ให้มี ห้ ข้ มี า ข้ วสารดำ ก. พระนางสิงสิขรมหาเทวี ข. พ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ค. พระเจ้าชัยชัวรมันมัที่ ๗ ง. ข้อ ข้ ก และ ข ถูก ถู ๔. จากตำ นานเล่าขาน ต้นจำ ปาพันพั ปี ปลูก ลู ไว้บริเริวณใด ก. บริเริวณด้านข้า ข้ งเจดีย์พ่ ย์ อพ่ขุนผาเมือ มื ง ข. ล้อมรอบเจดีย์พ ย์ ระนางสิงสิขรเทวี ค. บริเริวณโดยรอบวัดโพนชัยชั ง. กำ แพงเมือ มื งนครเดิด ๕. ตามตำ นานเล่าขาน “ต้นจำ ปาพันพั ปี”ปี ปลูก ลู เพื่อ พื่ อะไร ก. ความสวยงาม ข. บูชาพระเจดีย์ ค. เสี่ย สี่ งทาย ง. ข้อ ข้ ข และ ค ถูก ถู แบบทดสอบ ๒๑
๖. ประชาชนทั่วไปเรีย รี กต้นจำ ปาพันพั ปี ว่าอย่าย่งไร ก. ต้นจำ ปาขาว ข. ต้นลีลาวดี ค. ต้นลั่นทม ง. ต้นจำ ปา ๗. หลวงพ่อพ่ตากแดดเป็นพระพุท พุ ธรูปปางอะไร ก. ปางมารวิชัยชั ข. ปางปฐมเทศนา ค. ปางประทานอภัย ง. ปางประทานพร ๘. หลวงพ่อพ่ตากแดดประดิษฐานอยู่ใยู่นวัดใด ก. วัดโพนชัยชั ข. วัดสิงสิห์ ค. วัดโฆษา ง. วัดตาล ๙. หลักศิลศิาจารึก รึใดเป็นช่วช่งเนื้อ นื้ หาเกี่ยวกับพ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ก. จารึก รึ หลักที่ 1 พ่อพ่ขุนรามคำ แหง ข. จารึก รึ หลักที่ 2 วัดศรีชุ รี ชุ ม ค. จารึก รึ หลักที่ 8 เขาสุม สุ นกูฏกู ง. จารึก รึ หลักที่ 286 วัดบูรพาราม ๑๐. จากจารีก รี ในหลักศิลศิา พ่อพ่รามคำ แหงเกี่ยวข้อ ข้ งอย่าย่งไรกับพ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง ก. หลานอา ข. หลานน้า น้ ค. หลานตา ง. หลานปู่ แบบทดสอบ ๒๒
แบบทดสอบ เมื่อศึกษาเนื้อหา เรื่อง ย้อนรอยเมืองราด ครบทุกเรื่องแล้ว ทำ แบบทดสอบท้ายเรื่อง QR Code ลิงก์ทำ แบบทดสอบ https://forms.gle/R๘NP๓๓P๔F๔a๖๗๕CM๖ ๒๓
อ้อ้ อ้อ้ างอิอิ อิอิ ง ดิเรก ถึงฝั่ง-พ่อขุนผาเมือง วีรกษัตริย์บอกประวัติศาสตร์เมืองราด. เพชรบูรณ์พระผู้สร้างชาติไทย. ดร.นิลวรรณ เพชระปูรณิน รองประธานสภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท. เปรียบผู้สนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์, ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๒๖๒๒ ปีที่ ๕๑. ประจำ วันอังคารที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘. ห้องสมุด โดย ปถพีรดี. อุทยานประวัติศาสตร์ สุโ สุ ขทัย สงวนลิขสิทสิธิ์ © ๒๕๖๓ กรมศิลศิปากร. กระทรวงวัฒนธรรม. สืบ สื ค้นเมื่อ มื่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖. บทความ รศ.ทวี ผลสมภพ พ่อพ่ขุนผาเมือ มื ง จำ ปาขาว ขอม สุโ สุ ขทัย. https://www.matichon.co.th/columnists/news_๔๙๘๕. สืบ สื ค้นเมื่อ มื่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖. หลักที่ ๒ ศิลศิาจารึก รึ วัดศรีชุ รี ชุ ม. http://old-book.ru.ac.th/e-book/t/TH๒๓๑(๔๑)/TH๒๓๑(๔๑)-๒-๒.pdf สืบ สื ค้นเมื่อ มื่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖. ดร.วิศัลศัย์ โฆษิตานนท์. https://wisonk.wordpress.com/๒๐๑๕/๐๖/ สิธสิชาพัชพัร์ นาทวิเศษวงค์./เรื่อ รื่ งเล่าเคล้าประวัติศาสตร์ สองกษัตราสถาปนา อาณาจักรสุโสุขทัย ๒๔
ที่ปที่ รึก รึ ษา นางแพวิพา ภูสภูงัด ผู้อำผู้อำนวยการ สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๒ นายประธาน โพธิ์แธิ์ท่น รองผู้อำผู้อำนวยการ สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๒ นายพิฑูพิรฑูย์ อุตม์อ่ ม์ อ่าง รองผู้อำผู้อำนวยการ สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๒ นายสมบูรณ์ ทองสิทสิธิ์ รองผู้อำผู้อำนวยการ สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๒ ผู้จัผู้ จัดทำ นายประธาน โพธิ์แธิ์ท่น รองผู้อำผู้อำนวยการ สพป.เพชรบูรณ์ เขต ๒ นายสมทรง ศรีอุ รีอุดกัน ผู้อำผู้อำนวยการกลุ่มลุ่นิเนิทศ ฯ นางสาวรัตรันา จันทร์สิ ร์ นสิศึก ศึ ษานิเนิทศก์ นางพจนา คงสัตสัรา ศึก ศึ ษานิเนิทศก์ นางปาณชีพ ชี เกษามูลมูศึก ศึ ษานิเนิทศก์ นางวราภรณ์ ใบภักดี ศึก ศึ ษานิเนิทศก์ นางอรวรรณ ไอยราภิวัฒน์ ศึก ศึ ษานิเนิทศก์ นางสาวพัชพัรีย รี า พิมพิพ์สิ พ์ งสิห์ ครู โรงเรีย รี นบ้า บ้ นหนองไขว่ นางสาวขนิษนิฐา ประชากูลกูครู โรงเรีย รี นบ้า บ้ นตาดกลอย นางสาวนวพร กะกุคำกุคำครู โรงเรีย รี นบ้า บ้ นดงขวาง คณะผู้จัผู้ด จั ทำ ๒๕