The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kannikar.pa.budc, 2023-06-21 05:33:03

Course syllabus ER 1 ปี 5 -2566

Course syllabus ER 1 ปี 5 -2566

Course Syllabus ประมวลรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 499523: เวชศาสตร์ฉุกเฉิน [2(1-2-3)] ชั้นปีที่ 5 ปีการศึกษา 2566 กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร


International Code of Medical Ethics หน้าที่ทั่วไปของแพทย์ 1. แพทย์จะต้องให้การรักษามาตรฐานในวิชาชีพให้ดีที่สุด 2. แพทย์จะต้องไม่เอาเรื่องผลประโยชน์หรือกำไรมามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการรักษาผู้ป่วยอย่าง อิสระและเสรี 3. แพทย์จะต้องอุทิศการดูแลผู้ป่วยทุกชนิดอย่างเต็มความสามารถโดยเคารพในศักดิ์ศรีและความเป็น ส่วนตัวของผู้ป่วย 4. แพทย์จะต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยและผู้ร่วมงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและพยายามขับไล่แพทย์ที่ไร้ ความสามารถ หลอกลวง คดโกง ออกจากวงการ 5. แพทย์จะต้องเคารพในสิทธิผู้ป่วย เพื่อนแพทย์และผู้ร่วมงาน และรักษาความลับของผู้ป่วย 6. แพทย์จะทำให้ผู้ป่วยอ่อนแอในร่างกายและจิตใจได้ต่อเมื่อเป็นผลประโยชน์ต่อผู้ป่วย 7. แพทย์จะต้องระมัดระวังในการเปิดเผยการค้นพบหรือการรักษาใหม่ให้แก่คนนอกวงการแพทย์ 8. แพทย์จะแจ้งคุณสมบัติของตนเท่าที่ได้รับการรับรองเท่านั้น 9. แพทย์มีหน้าที่ต้องรักษาชีวิตมนุษย์ 10. แพทย์ต้องรู้ขีดความสามารถของตนเองและปรึกษาหรือส่งต่อถ้าเหนือความสามารถของตน 11. แพทย์จะต้องรักษาความลับของผู้ป่วยที่แพทย์ทราบถึงแม้ถึงว่าผู้ป่วยจะตายไปแล้วก็ตาม 12. แพทย์จะต้องให้การช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินยกเว้นจะแน่ใจว่ามีผู้อื่นยินดีให้การดูแล หน้าที่ของแพทย์ต่อเพื่อนแพทย์ 1. แพทย์จะต้องปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมอาชีพเช่นเดียวกับที่ต้องการให้แพทย์อื่นปฏิบัติต่อตน 2. แพทย์จะต้องไม่แย่งผู้ป่วยของแพทย์อื่นมาเป็นของตน 3. แพทย์จะต้องปฏิบัติตามปฏิญาณของเจนีวา 4. สิ่งที่แพทย์ไม่ควรปฏิบัติ โฆษณาตนเอง จ่ายหรือรับค่าตอบแทนในการรับผู้ป่วย ในการจ่ายยาหรือการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการส่ง ต่อผู้ป่วย


คำนำ รายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน (499523) เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาสำหรับนิสิตแพทย์ปีที่ 5 ตามหลักสูตร แพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562 คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้นิสิตนำความรู้ทาง ทฤษฎีมาใช้ในการแก้ปัญหาของผู้ป่วย ฝึกทักษะในการปฏิบัติงานทางคลินิก ณ ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ได้แก่ การซัก ประวัติและการตรวจร่างกายอย่างรวดเร็วเพื่อวินิจฉัยให้ได้ว่าผู้ป่วยมีปัญหาอะไร รวมทั้งการทำหัตถการต่างๆ โดยมีอาจารย์/แพทย์รุ่นพี่ให้คำแนะนำและควบคุมดูแล โดยนิสิตจะได้เห็นผู้ป่วยหลากหลาย นิสิตต้องอยู่เวรและ ปฏิบัติงานที่ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินตามตารางที่จัดไว้ อันเป็นการฝึกความรับผิดชอบของการเป็นแพทย์ซึ่งเป็นเจตคติ ที่สำคัญที่สุด ทั้งยังฝึกการสร้างสัมพันธภาพต่อผู้ป่วยและผู้ร่วมงาน เสริมสร้างการมีคุณธรรม จรรยาแพทย์ รวมถึง การใฝ่รู้โดยการศึกษาด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ หวังว่านิสิตจะได้ใช้เวลา 2 สัปดาห์อย่างมีประโยชน์คุ้มค่าในการฝึกทักษะทุก ๆ ด้าน เพื่อการเป็นแพทย์ที่ดี ในอนาคตตลอดไป กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก


สารบัญ หน้า Course Syllabus เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1 จุดมุ่งหมายของรายวิชา 2 เนื้อหารายวิชา 3 ประมวลการเรียนรายวิชา 3 การจัดการเรียนการสอน 4 การวัดและประเมินผล 4 ตารางการเรียนการสอน 6 แผนการสอน (Lesson Plan) Orientation, medical record, and ethics in ER 7 Emergency in Trauma 9 Emergency in Non-trauma 11 Prehospital care & mass casualty 13 Basic & Advanced CPR in Adult 15 Toxicology 17 Animal Bite 19 Environmental Injury 21 Interesting case report 23 Student Case Conference 25 ER Practice 27 แนะนำการปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน 29 สมุดบันทึกการปฏิบัติงานประจำตัวนิสิตแพทย์ (Logbook) 31 Self Directed Learning 33 ภาคผนวก เกณฑ์แพทยสภา พ.ศ. 2555 2.1 อาการ / ปัญหาสำคัญ (ICD10 ข้อ XVIII, R00-R69) 34 2.2 โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการฉุกเฉิน (รวมทุกระบบ) (ICD10 ข้อ XVIII, R00 - R69) 35 เกณฑ์แพทยสภา พ.ศ. 2563 3.4 การทำหัตถการที่จำเป็นหรือมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาสุขภาพ 36 แบบประเมินบันทึกการปฏิบัติงาน (Logbook) 38 แบบประเมินการปฏิบัติงาน (ER Practice) 40 แบบประเมินการเรียน Interesting case report 41 แบบประเมินการทำ Case Conference 42 คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย 43


ปรัชญา “ความรู้คู่คุณธรรมนำสู่สังคม” ปณิธาน “ผลิตแพทย์ที่ดีเพื่อประโยชน์สุขแห่งสังคม” วิสัยทัศน์ “สถาบันผลิตแพทย์สร้างเสริมสุขภาพและองค์กรแห่งการเรียนรู้ระดับประเทศ ศูนย์แพทยศาสตร์ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก


1 ประมวลรายวิชา (Course Syllabus) 499523: เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 2(1-2-3) 1. รหัสรายวิชา 499523 2. จำนวนหน่วยกิต (Course Credit) 2(1-2-3) 3. ชื่อวิชา (Course Title) เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 4. คณะ/ภาควิชา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก 5. ภาคการศึกษา 6. ปีการศึกษา 2566 7. อาจารย์ผู้สอน 1. อ.นพ.เอนก สุภาพ 2. อ.พญ.วีรวรรณ รัตนพิบูลย์ 3. อ.พญ.ชมพูนุท แสงพานิชย์ 4. อ.นพ.ภรณพงษ์ บัญญัติ 5. อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล 6. อ.พญ.นิภา พึ่งสำราญ 7. อ.พญ.นลัทพร เอื้ออริยกุล 8. อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์ 9. อ.พญ.ณัฏฐณิกา จิณสิทธิ์ 10. อ.พญ.จันทรัตน์ วิศวชัยวัฒน์ 11. อาจารย์พงษ์เกษม พีระพันธุ์ 12. อาจารย์วิมล โท้เพชร์ 13. อาจารย์สุภาพร ชานุวัตร 8. เงื่อนไขรายวิชา - 9. สถานภาพของรายวิชา วิชาบังคับ 10. ชื่อหลักสูตร แพทยศาสตรบัณฑิต 11. รายวิชาระดับ ปริญญาตรี 12. จำนวนชั่วโมงที่สอน ทฤษฎี 15 ชั่วโมง ปฏิบัติ 30 ชั่วโมง การศึกษาด้วยตนเอง 45 ชั่วโมง กิจกรรมเสริมหลักสูตร 3 ชั่วโมง


2 13. จุดมุ่งหมายของรายวิชา 1. ด้านความรู้ 1.1 เพื่อให้นิสิตแพทย์สามารถให้การดูแลผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม สามารถนำ ความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ ทราบระบบการส่งต่อผู้ป่วย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและบันทึกเวช ระเบียนได้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 1.2 Patient safety (1) การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อการป้องกันอันตราย เพื่อให้นิสิตแพทย์เข้าใจว่าตนเอง สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดได้อย่างไร สามารถระบุปัจจัยด้านสถานการณ์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับการเพิ่มโอกาสของความผิดพลาด (2) การมีส่วนร่วมของผู้ป่วยและผู้ดูแล เพื่อให้นิสิตแพทย์เข้าใจเทคนิคการสื่อสารขั้นพื้นฐาน การยินยอมโดยการบอกกล่าว และหลักการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา (3) การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ เพื่อให้นิสิตแพทย์เห็นผลกระทบที่รุนแรงจากการ ดำเนินการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่ไม่มีประสิทธิภาพในสถานบริการทางแพทย์และ สาธารณสุข และทราบว่าจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนการติดเชื้อเพื่อเพิ่มความ ปลอดภัยให้ผู้ป่วยได้อย่างไร 1.3 เพื่อให้นิสิตแพทย์มีความรู้และตระหนักถึงจริยธรรมทางการแพทย์ ในประเด็นเรื่องภาวะ ยุ่งยากใจทางจริยธรรมที่นิสิตแพทย์ประสบ 1.4 การใช้ยาอย่างสมเหตุผลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย (RDU for patient safety) เพื่อให้นิสิตแพทย์มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล เพื่อความ ปลอดภัยของผู้ป่วย 1.5 เพื่อให้นิสิตแพทย์สามารถให้คำแนะนำในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบ ต่างๆ สารพิษ อันตรายสิ่งแวดล้อมและสัตว์กัดได้อย่างเหมาะสม 2. ด้านทักษะ เพื่อให้นิสิตแพทย์สามารถทำหัตถการที่จำเป็นในห้องฉุกเฉินได้ 3. ด้านเจตคติ 3.1 เพื่อให้นิสิตแพทย์ตระหนักถึงจริยธรรมทางเวชปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย ณ ห้องฉุกเฉิน 3.2 เพื่อให้นิสิตแพทย์เรียนรู้วิธีปฏิบัติทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ร่วมงานตลอดจนเจ้าหน้าที่ต่างๆด้วย จรรยาแพทย์ที่ดี 3.3 เพื่อให้นิสิตแพทย์สามารถปฏิบัติงานร่วมกับพยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆในฐานะเพื่อน ร่วมอาชีพได้ดี


3 14. เนื้อหารายวิชา (Course Description) อาการวิทยา พยาธิกำเนิด พยาธิสรีรวิทยา การวินิจฉัยแยกโรค การวินิจฉัยโรค การสืบค้น ทางห้องปฏิบัติการ การรักษาเบื้องต้นสำหรับปัญหาที่รีบด่วนในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน การส่งต่อ ผู้ป่วย หลักการในการบริหารจัดการอุบัติภัยหมู่ บูรณาการกับสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง Symptomatology, pathogenesis, pathophysiology, differential diagnosis, diagnosis, laboratory investigation, initial management of emergency problems in traumatic and emergency patients, referral management, principle of management in mass casualty accident, integration with other related medical specialties. 15. ประมวลการเรียนรายวิชา (Course Outlines) ที่ หัวข้อ จำนวนชั่วโมง รูปแบบ/วิธีการสอน อาจารย์ผู้สอน ทฤษฎี ปฏิบัติ 1 Orientation, medical record, and ethics in ER - 1 แนะนำและบรรยาย อาจารย์ ER 2 Emergency in Trauma (3) • Trauma in adult + Trauma in children 1.5 บรรยาย อ.นพ.อภิวัฒน์ • Maxillofacial injury + Orthopedic emergency 1.5 บรรยาย อ.พญ.ณัฏฐณิกา 3 Emergency in Non-trauma (3) • Cardiogenic shock + Septic Shock 1.5 บรรยาย อ.พญ.นลัทพร • Respiratory emergency + Endocrine emergency 1.5 บรรยาย อ.นพ.เกษม 4 Prehospital care & mass casualty 2 - บรรยาย อ.พญ.วีรวรรณ 5 Basic & advanced CPR in adult 2 3 บรรยายและฝึกปฏิบัติ อ.นพ.ภรณพงษ์ 6 Toxicology 2 - บรรยาย อ.นพ.อภิวัฒน์ 7 Animal bite 1 - บรรยาย อ.นพ.เกษม 8 Environmental injury 2 - บรรยาย อ.พญ.ชมพูนุท 9 Interesting case report - 3 Case presentation อาจารย์ ER 10 Student case conference - 2 Case presentation อาจารย์ ER 11 ER practice - 21 ER อาจารย์ ER รวม 15 30


4 หัวข้อเสริม 12 แนะนำการปฏิบัติงานที่ห้องฉุกเฉิน 1 แนะนำและบรรยาย อ.พงษ์เกษม 13 Logbook 2 อาจารย์ ER 14 SDL Self-learning อาจารย์ ER 16. การจัดการเรียนการสอน จัดให้นิสิตแพทย์ปฏิบัติงาน ณ ห้องฉุกเฉิน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ กำหนดให้นิสิตแพทย์ตรวจ รักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินที่มารับบริการ ทำหัตถการต่างๆที่จำเป็นในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ด้วยตนเองภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์ แพทย์พี่เลี้ยง หรือแพทย์ใช้ทุน นิสิตแพทย์ต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย สรุปปัญหา ให้การรักษาและบันทึกลงในเวชระเบียน ผู้ป่วยนอก (OPD card) รวมทั้งบันทึกความก้าวหน้าของผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินในเวชระเบียนผู้ป่วยที่ ได้รับมอบหมาย และสรุปเวชระเบียนเมื่อจำหน่ายผู้ป่วย ตลอดจนส่งปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง หาก เป็นกรณีที่มีภาวะวิกฤตหรือสมควรรับไว้รักษาในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของอาจารย์แพทย์ แพทย์พี่เลี้ยง หรือแพทย์ใช้ทุน จัดให้มีการเรียนเนื้อหาทางทฤษฎีและปฏิบัติทั้งจากการบรรยายของอาจารย์ การอภิปราย กลุ่มย่อย และการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เสมือนจริง 17. การวัดและประเมินผล Formative assessment โดยใช้แบบประเมินความก้าวหน้านิสิตแพทย์ระดับคลินิกตามผลลัพธ์ทางการศึกษาที่พึง ประสงค์ของหลักสูตร (7-star doctor) โดยดำเนินการเมื่อมีการจัดการเรียนการสอนไปกึ่งหนึ่งของ รายวิชาและให้ข้อมูลป้อนกลับแก่นิสิตแพทย์เพื่อเป็นการกระตุ้นและพัฒนาการเรียนรู้ Summative assessment 1. การสอบ MCQ (30 ข้อ) 30% 2. การสอบ CRQ (5 ข้อ) และ OSCE (5 ข้อ) 30% 3. การประเมินผลการปฏิบัติงาน (ER practice) 20% 4. การประเมินการทำ Interesting case report 10% 5. การประเมินการทำ Student case conference 10% เกณฑ์ในการวัดและประเมินผลรายวิชา อ้างอิงตามประกาศคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าด้วย การวัดผล การ ประเมินผล และทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พ.ศ. 2561 1. ตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ โดยใช้ Minimal passing level (MPL) ตัดเกรดโดยใช้ MPL บวก อันตรภาคชั้น โดยให้ระดับคะแนน 8 ระดับ ได้แก่ A, B+, B, C+, C, D+, D, F 2. กรณีที่นิสิตสอบได้ต่ำกว่า C นิสิตสามารถลงทะเบียนเรียนซ้ำได้


5 3. กรณีที่นิสิตสอบได้ F นิสิตต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำ 4. นิสิตแพทย์สามารถยื่นคำร้องและขออุทธรณ์ผลการศึกษาได้ตามประกาศ คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าด้วย การวัดผล การประเมินผล และทวนสอบมาตรฐาน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พ.ศ. 2561 เรื่อง การยื่นคำร้องและการขออุทธรณ์ผลการศึกษา 5. เพื่อเป็นการป้องกันการกล่าวหาในด้านผลประโยชน์ทับซ้อนให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิสิต แพทย์ที่เป็นบิดา มารดา หรือญาติสนิทอันจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม ในการจัดการศึกษาหรือจัดการเรียนการสอนให้บุคคลนั้นทำหนังสือแสดงตนเพื่อขอยกเว้นไม่ร่วมการ ตัดสินผลการศึกษาในรายวิชาหรือชั้นปีที่บุคคลนั้นมีบุตรหลานหรือญาติสนิทศึกษาอยู่และรายงานต่อ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ตั้งแต่ต้นปีการศึกษานั้น ตามประกาศคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย นเรศวร ว่าด้วย การวัดผล การประเมินผล และทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พ.ศ. 2561 เรื่องวิธีการและผลการประเมินปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน 6. หากมีกรณีอื่นใดที่นอกเหนือจากนี้ ให้มติคณะกรรมการรายวิชาถือเป็นที่สิ้นสุด เกณฑ์ผ่าน/ไม่ผ่าน 1. ถ้านิสิตเข้าเรียนฟังบรรยายและปฏิบัติงานไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด (โดยไม่ มีเหตุผลอันสมควร) นิสิตจะไม่มีสิทธิ์สอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 2. นิสิตที่มีพฤติกรรมทุจริตในการสอบหรือในการปฏิบัติงานจะไม่มีสิทธิในการสอบ 3. ไม่ส่ง Logbook ตามระยะเวลาที่กลุ่มงานกำหนด 4. นิสิตที่ไม่ผ่านการประเมิน Logbook ให้ติดต่ออาจารย์ผู้ประเมิน Logbook หลังลงกอง แล้วภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อประเมินการทำหัตถการที่ขาดไป ซึ่งอาจประเมินด้วยการนำเสนอด้วยวาจา หรือการเขียนรายงานเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ ข้อห้ามของการทำหัตถการ ขั้นตอนการทำ ภาวะแทรกซ้อน และการดูแลผู้ป่วยหลังทำหัตถการ 5. นิสิตที่ประพฤติผิดจริยธรรม/ขาดความรับผิดชอบอย่างร้ายแรง เช่น ขึ้นทำงานสายเป็น ประจำ ไม่ขึ้นเวรโดยไม่ลา/แจ้งเหตุผล (ขึ้นกับดุลยพินิจของคณะกรรมการรายวิชา) หมายเหตุ ทั้งนี้เกณฑ์การตัดสินและประเมินผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดย คณะกรรมการรายวิชาการตัดสินใจของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด


6 18. ตารางการเรียนการสอน


7 1. Orientation, Medical Record and Ethics in ER สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อาจารย์กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน 1. ความรู้ภาวะฉุกเฉินในด้านต่างๆ 2. จริยธรรมแห่งวิชาชีพแพทย์ วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. เข้าใจขอบเขตการปฏิบัติงานในรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 2. เข้าใจวัตถุประสงค์ เนื้อหาวิชา วิธีเรียน การปฏิบัติตน ตลอดจนการวัดผลและประเมินผลของ รายวิชา 3. รู้จักสถานที่ปฏิบัติงาน สถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉินได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว และเหมาะสม 4. บันทึกเวชระเบียนและใบสั่งการรักษาได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและมีคุณภาพ 5. ตระหนักถึงปัญหาและผลเสียจากการบันทึกเวชระเบียนไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้อง 6. ตระหนักถึงจริยธรรมทางเวชปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย ณ ห้องฉุกเฉิน 7. เรียนรู้วิธีปฏิบัติทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ร่วมงานตลอดจนเจ้าหน้าที่ต่างๆด้วยจรรยาแพทย์ที่ดี เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. รายละเอียดวัตถุประสงค์ เนื้อหาวิชา วิธีเรียน การวัดและประเมินผลการเรียน 2. โครงสร้างของห้องฉุกเฉินและบริเวณข้างเคียง สถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ห้องทำงานและ ห้องพักของบุคลากรในห้องฉุกเฉิน 3. ขอบเขตงานของหน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และรูปแบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ 4. การบันทึกเวชระเบียนและใบสั่งการรักษา 5. คุณธรรมและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ กิจกรรมการเรียนการสอน แนะนำและบรรยาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) 1. บรรยายเนื้อหาวิชา 30 นาที 2.กำหนดสถานการณ์สมมติให้นิสิตแพทย์วิเคราะห์และอภิปราย 15 นาที 3. ตรวจเยี่ยมหน่วยงานและแนะนำสถานที่ 10 นาที 4. เปิดโอกาสให้นิสิตแพทย์ซักถาม 5 นาที รวม 60 นาที


8 สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. คู่มือสำหรับนิสิตแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2. ประมวลรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน สำหรับนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 3. ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ และ ๒๕๖๕ 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment แบบประเมินการปฏิบัติงานและเจตคติ


9 2. Emergency in Trauma สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.พญ.ณัฏฐณิกา จิณสิทธิ์ / อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์ ระยะเวลา 3 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน กายวิภาคและสรีรวิทยาของร่างกาย วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. ตรวจ วินิจฉัย และรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยบาดเจ็บได้ 2. ประเมินและรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินจากการบาดเจ็บได้ เนื้อหาวิชา (Learning Contents) Initial assessment and management in 1. Maxillofacial injury 2. Trauma in adult 3. Trauma in children 4. Orthopedic emergency กิจกรรมการเรียนการสอน บรรยายและฝึกปฏิบัติ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) 1. บรรยายเนื้อหาวิชา 150 นาที 2. กำหนดสถานการณ์สมมติให้นิสิตแพทย์วิเคราะห์และอภิปราย 20 นาที 3. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 10 นาที รวม 180 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. American College of Surgeons. Advanced Trauma Life Support. 10th ed: American College of Surgeons; 2018. 2. Chung KC, et al. Grabb and Smith’s Plastic Surgery. 8th ed: LWW; 2019 3. Paul Tornetta, et al. Rockwood and Green’s Fractures in Adults. 9th ed: Wolters Kluwer Health; 2019. 4. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018


10 5. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 6. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ/OSCE


11 3. Emergency in Non-Trauma สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.พญ.นลัทพร เอื้ออริยกุล / อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล ระยะเวลา 3 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน 1. กายวิภาคและสรีรวิทยาของร่างกาย 2. โรคหัวใจ โรคติดเชื้อ โรคปอด โรคต่อมไร้ท่อ วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. ตรวจประเมินภาวะฉุกเฉิน วินิจฉัย และรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกได้ 2. ตรวจประเมิน วินิจฉัย และรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินของระบบทางเดินหายใจได้ 3. ตรวจประเมิน วินิจฉัย และรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินของระบบต่อมไร้ท่อได้ เนื้อหาวิชา (Learning Contents) Initial assessment and management in 1. Cardiogenic shock 2. Septic shock 3. Respiratory emergency 4. Endocrine emergency กิจกรรมการเรียนการสอน แนะนำและบรรยาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) 1. บรรยายเนื้อหาวิชา 150 นาที 2. กำหนดสถานการณ์สมมติให้นิสิตแพทย์วิเคราะห์และอภิปราย 20 นาที 3. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 10 นาที รวม 180 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. Clinical practice guidelines (cardiogenic shock, sepsis, Asthma, COPD, spontaneous pneumothorax, pulmonary embolism, hypo-hyperglycemic crisis, thyroid crisis) 2. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018


12 3. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ/OSCE


13 4.Prehospital care & Mass Casualty อาจารย์ผู้สอน อ.พญ.วีรวรรณ รัตนพิบูลย์ ระยะเวลา 2 ชั่วโมง สถานที่เรียน ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน การจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักการของระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการดูแลผู้ป่วยก่อนถึง โรงพยาบาลทั้งในสถานการณ์ปกติและสาธารณภัย (Disaster) 2. บอกขั้นตอนการทำงานของระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้ 3. รู้จักผู้ปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน รถปฏิบัติการฉุกเฉิน (EMS Ambulance) 4. ทราบหลักการปฏิบัติตัวเมื่อออกไปรักษาผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุในสถานการณ์ปกติและ สาธารณภัย (Disaster) 5. รู้หลักการรักษาพยาบาลที่จุดเกิดเหตุรวมทั้งการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บได้อย่างถูกต้อง เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. ระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล 2. ขั้นตอนการทำงานของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (star of life) คือ detection, report, response, on scene care, care in transit และ transfer to definitive care 3. ผู้ปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉินและศักยภาพของบุคลากร 4. การทำงานของศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 5. การดูแลความปลอดภัยและการประเมินผู้ป่วยเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุในสถานการณ์ปกติและ สาธารณภัย (Disaster) 6. การรักษาพยาบาลที่จุดเกิดเหตุ การส่งตัวผู้ป่วย กิจกรรมการเรียนการสอน บรรยาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (Learning Experiences) ก่อนเข้าชั้นเรียน ให้นิสิตแพทย์ศึกษาเอกสารประกอบการสอนล่วงหน้า ในชั้นเรียน บรรยาย 2 ชั่วโมง 1. บรรยายระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการดูแลก่อนถึงโรงพยาบาล 30 นาที 2. บรรยายขั้นตอนการทำงานของระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (star of life) คือ detection, report, response, on scene care, care in transit แ ล ะ transfer to definitive care 30 นาที 3. ผู้ปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉินและศักยภาพของบุคลากร 30 นาที 4. หลักการบริหารจัดการทางการแพทย์สถานการณ์ปกติและสาธารณภัย (Disaster)30 นาที


14 รวม 120 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ 4. เอกสารประกอบการสอน แหล่งเรียนรู้ ( Learning Resources) ที่ควรอ่าน 1. Tintinalli JE, Kelen GD, Stapezynski JS, Ma OJ, Cline DM, editors. Tintinalli's emergency medicine: A comprehensive study guide. 9th ed. New York: McGraw-Hill; 2020. 2. Marx JA, Hockberger RS, Walls RM, Blackwell TH, editors. Rosen’s emergency medicine: Concepts and clinical practice. 9th ed. Philadelphia: Elsevier; 2018. 3. มาตรฐานและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2552 มาตรฐานและหลักเกณฑ์ด้านผู้ปฏิบัติการ. เข้าถึงได้จาก http://www.niems.go.th/userfiles/1Personel(1).pdf มาตรฐานและหลักเกณฑ์ชุดปฏิบัติการ. เข้าถึงได้จาก http://www.niems.go.th/userfiles/4EMS_unit(1).pdf มาตรฐานและหลักเกณฑ์ด้านอุปกรณ์. เข้าถึงได้จาก http://www.niems.go.th/userfiles/2Equip(1).pdf 4. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. คู่มือการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์. กรุงเทพฯ: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2552. การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ


15 5. Basic and Advanced CPR in Adult สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.ภรณพงษ์ บัญญัติ ระยะเวลา ทฤษฎี 2 ชั่วโมง ปฏิบัติ 3 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ /ห้อง simulation อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน 1. กายวิภาคและสรีรวิทยาของร่างกาย 2. การอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. ตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ 2. ตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในผู้ใหญ่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 2. การช่วยชีวิตขั้นสูงในผู้ใหญ่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ กิจกรรมการเรียนการสอน บรรยายและฝึกปฏิบัติ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) ทฤษฎี 1.บรรยายเนื้อหาวิชา 110 นาที 2. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 10 นาที ปฏิบัติ 1.สาธิตและแนะนำการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน 10 นาที 2. นิสิตแพทย์ฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน 30 นาที 3. สาธิตและแนะนำการช่วยชีวิตขั้นสูง 20 นาที 4. นิสิตแพทย์ฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นสูง 90 นาที 5. นิสิตแพทย์ feed back ซึ่งกันและกัน 20 นาที 6. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 10 นาที รวม 300 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ 4. หุ่นสำหรับการฝึกช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในผู้ใหญ่พร้อมเครื่อง AED trainer


16 5. หุ่นสำหรับการฝึกช่วยชีวิตขั้นสูงพร้อมโปรแกรมและอุปกรณ์การช่วยชีวิตในห้องจำลอง สถานการณ์ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. American Heart Association. 2020 American Heart Association Guidelines for Cardiopulmonary Resuscitation and Emergency Cardiovascular Care. Circulation. 2020 October;142 2. คณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์. คู่มือการช่วยชีวิตขั้นสูงสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ปี ค.ศ. 2020. บจก.ปัญญ มิตร การพิมพ์; 2021 3. คณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์. คู่มือการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ปี ค.ศ. 2015. บจก.ปัญญมิตร การพิมพ์; 2018 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/OSCE


17 6. Toxicology สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์ ระยะเวลา 2 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน กายวิภาคและสรีรวิทยาของร่างกาย วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. วินิจฉัยแยกกลุ่มอาการพิษ (toxidrome) และสามารถวินิจฉัยกลุ่มสารที่ทำให้เกิดอาการได้ 2. อธิบายหลักการดูแลผู้ป่วยได้รับสารพิษที่ห้องฉุกเฉินได้ 3. ดูแลรักษาผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาดหรือสารพิษที่พบบ่อย ได้แก่ paracetamol ยาต้านเศร้า ยา ฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. General approach and management to poisoned patients 2. Specific management and antidote in common toxins or drugs 2.1 Paracetamol 2.2 Tricyclic antidepressant 2.3 Insecticide 2.4 Paraquat กิจกรรมการเรียนการสอน แนะนำและบรรยาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) 1.บรรยายเนื้อหาวิชา 100 นาที 2. กำหนดสถานการณ์สมมติให้นิสิตแพทย์วิเคราะห์และอภิปราย 15 นาที 3. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 5 นาที รวม 120 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. Lewis S. Nelson, et al. Goldfrank’s Toxicologic Emergencies. 11th ed: McGrawHill Education; 2019


18 2. Kent R. Olson, et al. Poisoning & Drug Overdose. 8th ed: McGraw-Hill Education; 2022 3. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018 4. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGrawHill Education; 2020 5. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์. Available from: https://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/forMedicalStaff 6. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ


19 7. Animal Bite สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน - วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. ตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้ถูกงูพิษกัดได้ 2. ตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้ถูกแมลงต่อยได้ 3. ตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. Sanke bite 2. Insect sting 3. Rabies prophylaxis กิจกรรมการเรียนการสอน แนะนำและบรรยาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) 1.บรรยายเนื้อหาวิชา 45 นาที 2. กำหนดสถานการณ์สมมติให้นิสิตแพทย์วิเคราะห์และอภิปราย 10 นาที 3. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 5 นาที รวม 60 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. คลินิกป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สถานเสาวภา สภากาชาดไทย. แนวทางการดูแลรักษาผู้สัมผัส โรคพิษสุนัขบ้า สถานเสาวภา สภากาชาดไทย พ.ศ. 2561 และคำถามที่พบบ่อย: ห้างหุ้นส่วน จำกัด เพนตากอน แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง; 2561 2. World Health Organization. Rabies vaccines and immunoglobulins: WHO position: summary of 2017 updates [Internet]. 2018 [cited 2018 Jan 01]. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/259855


20 3. สำนักงานพัฒนาวิชาการแพทย์. แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยถูกงูกัดและได้รับพิษจากสัตว์. กรุงเทพฯ: ชมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2555. 4. จารุวรรณ ศรีอาภา. ยาต้านพิษ 3. สมุทรปราการ: สแกน แอนด์ พริ้นท์ จำกัด; 2556. 5. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018 6. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 7. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ/OSCE


21 8. Environmental Injury สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.พญ.ชมพูนุท แสงพานิชย์ ระยะเวลา 2 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน - วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. ทราบพยาธิสภาพการเกิดโรค อาการแสดง วินิจฉัยโรค ดูแลรักษา และบอกภาวะแทรกซ้อน ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟฟ้าดู ฟ้าผ่า บาดแผลจากความร้อน และจมน้ำได้ 2. วินิจฉัยโรค และให้การรักษาเร่งด่วนในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสูดควันไฟได้ 3. ทราบพยาธิสภาพการเกิดโรค อาการแสดง วินิจฉัยโรค และดูแลรักษาผู้ป่วย heat stroke ได้ เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. Electrical and lightening injuries 2. Burn and inhalation injuries 3. Submersion injury 4. Heat-related illness กิจกรรมการเรียนการสอน แนะนำและบรรยาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) 1.บรรยายเนื้อหาวิชา 100 นาที 2. กำหนดสถานการณ์สมมติให้นิสิตแพทย์วิเคราะห์และอภิปราย 15 นาที 3. สรุปบทเรียนและให้นิสิตแพทย์ซักถาม 5 นาที รวม 120 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 2. คอมพิวเตอร์ 3. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. American College of Surgeons. Advanced Trauma Life Support. 10th ed: American College of Surgeons; 2018. 2. ABLS Advisory Committee. Advanced Burn Life Support Course provider manual 2018 update. Chicago: 2018. 3. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018


22 4. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 5. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessmentSummative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ/OSCE


23 9. Interesting Case Report สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.เอนก สุภาพ/อ.พญ.วีรวรรณ รัตนพิบูลย์/ อ.พญ.ชมพูนท แสงพานิชย์/ อ.นพ.ภรณพงษ์ บัญญัติ/ อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล/อ.พญ.นิภา พึ่งสำราญ/ อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์/อ.พญ.นลัทพร เอื้ออริยกุล/อ.พญ.ณัฐณิกา จิณสิทธิ์/ อ.พญ.จันทรัตน์ วิศวชัยวัฒน์ ระยะเวลา 3 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน - วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. สามารถนำเสนอประวัติ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา รวมทั้งการวินิจฉัยโรค โดยอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะทางคลินิก สาเหตุ และพยาธิสภาพ ซึ่ง นำไปสู่การวินิจฉัยโรคจากเวชระเบียนที่นิสิตแพทย์บันทึกได้ 2. อภิปรายเกี่ยวกับการรักษาโดยประยุกต์วิทยาการและเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องตามความ จำเป็น ตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจของผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน โดยสามารถอธิบายถึง ข้อดีและข้อเสียเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่นๆ 3. ตระหนักในหลักคุณธรรม จริยธรรม เจตคติแห่งวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อการรักษาผู้ป่วย โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพและการ ป้องกันโรคหรือการบาดเจ็บที่สามารถป้องกันได้ ณ ห้องฉุกเฉิน 4. บันทึกเวชระเบียนได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เนื้อหาวิชา (Learning Contents) ประวัติ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา การวินิจฉัยโรค การ รักษา การป้องกันโรค และเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยของโรค ภาวะหรือกลุ่มอาการ ฉุกเฉินที่นิสิตแพทย์นำเสนอ. กิจกรรมการเรียนการสอน Case presentation การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) ศึกษาเวชระเบียนหรือสำเนาเวชระเบียนที่นิสิตแพทย์เป็นผู้บันทึกจากการฝึกปฏิบัติงานใน ห้องฉุกเฉิน แล้วนำเสนอประวัติ การตรวจร่างกาย ผลทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา ที่นำมาสู่การ วินิจฉัยและการรักษาโรคพร้อมเหตุผล อภิปรายร่วมกับนิสิตแพทย์และอาจารย์ รวมทั้งการชี้แนะ แนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วยของอาจารย์แพทย์ สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. เวชระเบียน


24 2. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 3. คอมพิวเตอร์ 4. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. Lynn S. Bickley, et al. Bates’ Guide to Physical Examination and History Taking. 13th ed: Wolters Kluwer; 2021 2. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018 3. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 5. แนวทางการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่นำเสนอ การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment ในชั้นเรียน Summative assessment แบบประเมินการเรียน interesting case report


25 10. Student Case Conference สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.เอนก สุภาพ/อ.พญ.วีรวรรณ รัตนพิบูลย์/ อ.พญ.ชมพูนท แสงพานิชย์/ อ.นพ.ภรณพงษ์ บัญญัติ/ อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล/อ.พญ.นิภา พึ่งสำราญ/ อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์/อ.พญ.นลัทพร เอื้ออริยกุล/อ.พญ.ณัฐณิกา จิณสิทธิ์/ อ.พญ.จันทรัตน์ วิศวชัยวัฒน์ ระยะเวลา 2 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องเรียนศูนย์แพทย์ศาสตร์ฯ อาคารมหิดล ความรู้พื้นฐาน - วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. สามารถนำเสนอประวัติ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสี 2. สามารถสรุป positive and negative findings ที่สำคัญ และ problem list ได้ 3. สามารถให้การวินิจฉัยและวินิจฉัยแยกโรคได้ครบถ้วน พร้อมให้เหตุผลที่ถูกต้องรวมทั้งลำดับ โรคที่น่าจะเป็นได้ถูกต้อง 4. สามารถวางแผนสืบค้นได้อย่างถูกต้องครบถ้วน มีเหตุผล ลำดับความสำคัญในการส่งตรวจได้ พร้อมทั้งแปลผลได้อย่างถูกต้อง 5. สามารถให้การรักษาเบื้องต้นพร้อมเหตุผลได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและลำดับความสำคัญ เร่งด่วนได้ถูกต้อง 6. สามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมในโรคหรือการ บาดเจ็บที่สามารถป้องกันได้ 7. สามารถนำเสนอได้อย่างตรงประเด็น กระชับและแสดงถึงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย และสิทธิของผู้ป่วยและญาติ 8. แสดงถึงทักษาในการใช้สื่อและโสตทัศนูปกรณ์ได้ 9. ตอบข้อซักถามได้อย่างถูกต้อง เนื้อหาวิชา (Learning Contents) ประวัติ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา การวินิจฉัยโรค การ รักษา การป้องกันโรค และเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยของโรค ภาวะหรือกลุ่มอาการ ฉุกเฉินที่นิสิตแพทย์นำเสนอ กิจกรรมการเรียนการสอน Case presentation การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) ให้นิสิตแพทย์แบ่งกลุ่มเป็น2กลุ่ม เลือกผู้ป่วยที่จะทำ conference ร่วมกันกลุ่มละ 1 ราย (เป็นผู้ป่วยNon-trauma 1 ราย, และผู้ป่วย Trauma 1ราย) จากการศึกษาเวชระเบียนหรือสำเนา


26 เวชระเบียนที่นิสิตแพทย์ได้ทำการตรวจรักษา ณ ห้องฉุกเฉิน โดยช่วยกันค้นคว้าตามแนวทางของ วัตถุประสงค์และรายงานอาจารย์ก่อนล่วงหน้า ในวันที่นำเสนอให้ทุกคนมีส่วนร่วมช่วยกันนำเสนอ และอภิปรายร่วมกัน สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. เวชระเบียน 2. โปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint, Google Slides, Keynote) 3. คอมพิวเตอร์ 4. โปรเจกเตอร์และจอรับภาพ หรือจอแสดงภาพ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. Lynn S. Bickley, et al. Bates’ Guide to Physical Examination and History Taking. 13th ed: Wolters Kluwer; 2021 2. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018 3. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 5. แนวทางการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่นำเสนอ การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment ในชั้นเรียน Summative assessment แบบประเมินการเรียน student case conference


27 11. ER Practice สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.เอนก สุภาพ/อ.พญ.วีรวรรณ รัตนพิบูลย์/ อ.พญ.ชมพูนท แสงพานิชย์/ อ.นพ.ภรณพงษ์ บัญญัติ/ อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล/อ.พญ.นิภา พึ่งสำราญ/ อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์/อ.พญ.นลัทพร เอื้ออริยกุล/อ.พญ.ณัฐณิกา จิณสิทธิ์/ อ.พญ.จันทรัตน์ วิศวชัยวัฒน์ ระยะเวลา 21 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก ความรู้พื้นฐาน วิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยในโรคและภาวะฉุกเฉิน วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. มีทักษะในการซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วย แล้วนำมาตั้งสมมติฐานโรคได้อย่างถูกต้อง 2. วางแผนสืบค้นทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยาที่จำเป็น พร้อมสามารถแปลผลได้อย่างถูกต้อง 3. สามารถวินิจฉัย วินิจฉัยแยกโรค วางแผนการรักษาและแนะนำวิธีการป้องกันได้อย่างถูกต้อง 4. ฝึกทำหรือช่วยทำหัตถการที่จำเป็นในผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง 5. บันทึกรายงานผู้ป่วยในเวชระเบียนผู้ป่วยนอกได้อย่างถูกต้อง 6. สามารถวิเคราะห์และนำปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องมาเป็นแนวทางในการดูแล รักษาผู้ป่วยให้เหมาะสมในแต่ละราย 7. เข้าใจวิธีการทำงานและดูแลผู้ป่วยโดยได้เห็นหรือร่วมปฏิบัติงานในสถานการณ์จริงกับอาจารย์ แพทย์ แพทย์ประจำบ้าน แพทย์พี่เลี้ยง หรือแพทย์ใช้ทุน 8. ตระหนักในหลักคุณธรรม จริยธรรม เจตคติแห่งวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อการรักษาผู้ป่วย โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ 9. สามารถสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรอื่นได้อย่างเหมาะสม เนื้อหาวิชา (Learning Contents) ตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวช กรรม พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2563 (ในภาคผนวก) กิจกรรมการเรียนการสอน บรรยายและศึกษาของจริง การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) ให้นิสิตแพทย์ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน เพื่อฝึกปฏิบัติให้การดูแลรักษาผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน โดยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยา ให้การวินิจฉัยโรคและสั่ง การรักษาเบื้องต้น ตลอดจนทำหัตถการที่จำเป็น บันทึกรายงานผู้ป่วยในเวชระเบียนผู้ป่วยนอก เขียน ใบสั่งยา ใบคำสั่งแพทย์ ฝึกเขียนใบรับรองแพทย์ ส่งผู้ป่วยรับการปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง


28 ตัดสินใจส่งต่อและส่งกลับผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉินภายใต้การควบคุมดูแลของอาจารย์แพทย์ แพทย์ ประจำบ้าน แพทย์พี่เลี้ยง หรือแพทย์ใช้ทุน สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. ผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน 2. เวชระเบียน 3. ใบสั่งยา 4. ใบสั่งแพทย์ 5. แบบฝึกเขียนใบรับรองแพทย์ แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. Lynn S. Bickley, et al. Bates’ Guide to Physical Examination and History Taking. 13th ed: Wolters Kluwer; 2021 2. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018 3. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment ขณะปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน Summative assessment 1. แบบประเมิน ER practice 2. การสอบลงกอง MCQ/CRQ/OSCE


29 12. แนะนำการปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน อาจารย์ผู้สอน อาจารย์พงษ์เกษม พีระพันธ์ ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สถานที่เรียนรู้ ห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วยทั่วไป ความรู้พื้นฐาน หลักการ universal precaution วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ 1. รู้จักสถานที่ปฏิบัติงานเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วยทั่วไปได้อย่าง สะดวก รวดเร็ว เหมาะสม 2. รู้จักสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสามารถหยิบใช้ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและจัดเก็บหลัง ใช้แล้วได้อย่างถูกต้อง 3. สามารถปฏิบัติงานร่วมกับพยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพได้ดี 4. สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายควบคุมการแพร่กระจายเชื้อและการจัดการความเสี่ยงของ โรงพยาบาลได้ เนื้อหาวิชา (Learning Contents) 1. โครงสร้างของอาคารสถานที่: ห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน มุมหนังสือ มุม อินเทอร์เน็ต ห้องทำงานของกลุ่มงาน ห้องหัวหน้างาน ห้องพัก เป็นต้น 2. ขอบเขตงานของงานห้องฉุกเฉิน 3. สถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ของห้องฉุกเฉิน 4. รูปแบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับในห้องฉุกเฉิน 5. นโยบายควบคุมการแพร่กระจายเชื้อและการจัดการความเสี่ยงของโรงพยาบาล การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (Learning Experiences) ในชั้นเรียน บรรยายและพาชมสถานที่ 1 ชั่วโมง 1. ขอบเขตงานของงานห้องฉุกเฉิน 15 นาที 2. รูปแบบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับในห้องฉุกเฉิน 10 นาที 3. นโยบายควบคุมการแพร่กระจายเชื้อและการจัดการความเสี่ยงของโรงพยาบาล15 นาที 4. ตรวจเยี่ยมหน่วยงานและแนะนำสถานที่ 20 นาที รวม 60 นาที สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์ (Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. ห้องฉุกเฉินและหอผู้ป่วยทั่วไป 2. เอกสารคำสอนของกลุ่มงาน เรื่องแนวทางปฏิบัติ “การป้องกันการแพ้ยาซ้ำในผู้ป่วยนอก” และแนวทางการดูแลแบบช่องทางด่วนในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นต้น


30 แหล่งเรียนรู้ (Learning Resources) ที่ควรอ่าน 1. จากอินทราเน็ตของโรงพยาบาล http://192.168.42.2 แนวทางปฏิบัติ เรื่องนโยบายควบคุม การแพร่กระจายเชื้อของโรงพยาบาล Risk management การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluations) Formative assessment แบบประเมินการปฏิบัติงาน Summative assessment -


31 13. สมุดบันทึกการปฏิบัติงานประจำตัวนิสิตแพทย์ (Logbook) อาจารย์ผู้สอน อ.นพ.เอนก สุภาพ/อ.พญ.วีรวรรณ รัตนพิบูลย์/ อ.พญ.ชมพูนท แสงพานิชย์/ อ.นพ.ภรณพงษ์ บัญญัติ/ อ.นพ.เกษม สุนันท์ศิริกูล/อ.พญ.นิภา พึ่งสำราญ/ อ.นพ.อภิวัฒน์ ศรีสิงห์/อ.พญ.นลัทพร เอื้ออริยกุล/อ.พญ.ณัฐณิกา จิณสิทธิ์/ อ.พญ.จันทรัตน์ วิศวชัยวัฒน์ ระยะเวลา 2 ชั่วโมง (ตามตารางเรียน) สถานที่เรียนรู้ ความรู้พื้นฐาน การดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives) 1. เพื่อให้นิสิตแพทย์บันทึกหัตถการต่าง ๆ ที่ได้ปฏิบัติตามที่กำหนดให้ทั้งชนิดและจำนวนขั้น ต่ำของหัตถการที่ควรทำ/ควรเข้าใจ วิธีทำ/ควรเห็น/ควรช่วย 2. เพื่อประเมินภาระงานของนิสิตแพทย์ในการฝึกปฏิบัติงาน ณ ห้องฉุกเฉิน 3. เพื่อให้นิสิตแพทย์ได้ประเมินประสบการณ์การเรียนการสอนทุกกิจกรรมให้ครบถ้วนตาม วัตถุประสงค์ด้วยตนเอง 4. เพื่อเป็นสื่อกลางในการพบอาจารย์เพื่อติดตามทบทวนการฝึกปฏิบัติของนิสิตแพทย์ 5. เพื่อให้นิสิตแพทย์เป็นผู้แสวงหาความรู้ใหม่ๆและศึกษาด้วยตนเองตลอดชีวิตตาม คุณลักษณะ Life Long Learner ของ “แพทย์เจ็ดดาว” 6. สามารถเลือกและสั่งใช้ยาในการดูแลผู้รับบาดเจ็บอย่างสมเหตุผล (Rational drug use: RDU) 7. ตระหนักถึงจริยธรรมทางเวชปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วย ณ ห้องฉุกเฉิน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ (Learning Experiences) ให้นิสิตแพทย์บันทึกหัตถการที่ได้ทำด้วยตนเอง/ได้เห็น/ได้ช่วยลงในสมุดบันทึกฯ (Application MedNuLog) โดยอาจารย์แพทย์/แพทย์ใช้ทุน/แพทย์พี่เลี้ยง เป็นผู้ควบคุมการทำ หัตถการและลงนามในสมุดบันทึกฯ รวมทั้งเหตุผลที่ทำหัตถการให้ครบตามขั้นต่ำที่กำหนด ทั้งนี้นิสิต แพทย์ต้องศึกษาทบทวนข้อบ่งชี้ วิธีทำ ข้อควรระวังและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้ สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์ (Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. ผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน 2. หุ่น CPR พร้อมอุปกรณ์ 3. อุปกรณ์ในการทำหัตถการต่าง ๆ 4. สมุดบันทึกการปฏิบัติงาน


32 แหล่งเรียนรู้ (Learning Resources) ที่ควรอ่าน 1. Tintinalli JE, Kelen GD, Stapezynski JS, Ma OJ, Cline DM, editors. Tintinalli’s emergency medicine: A compretionsive study guide. 9th ed. New York: McGraw-Hill; 2020. 2. Marx JA, Hockberger RS, Walls RM, editors. Rosen’s emergency medicine: concepts and clinical practices. 9th ed. Philadelphia: Mosby Elsevier; 2017. 3. Roberts JR, Custalow CB, Thomsen TW, editors. Roberts and Hedges’ Clinical procedures: in emergency medicine. And acute care. 7th ed. Philadelphia: Elsevier; 2019. 4. 2020 American Heart Association Guidelines Update for cardiopulmonary Resuscitation and Emergency Cardiovascular care Circulation. 2020; 132 (18) (supple). 5. American college of surgeons. Advanced trauma life support for doctor. 10th ed. Chicago: American college of surgeons; 2018. การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluations) Formative assessment - ในสัปดาห์ที่ 2 ว่านิสิตทำหัตถการ บันทึกรายงานผู้ป่วย และบันทึกประสบการณ์การเรียนการสอนตามที่กำหนด Summative assessment -แบบประเมินสมุดบันทึกการปฏิบัติงาน /App : MedNulog


33 14. Self Directed Learning สำหรับ นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 5 ระยะเวลา 45 ชั่วโมง วัตถุประสงค์การเรียนรู้(Learning Objectives) เพื่อให้นิสิตแพทย์ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาการ/ปัญหาสำคัญ/ โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการฉุกเฉิน (รวมทุกระบบ) ตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2563 เนื้อหาวิชา (Learning Contents) ตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวช กรรม พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2563 (ในภาคผนวก) การจัดประสบการณ์การเรียนรู้(Learning Experiences) ให้นิสิตแพทย์ที่ไม่ได้ขึ้นเวรปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉินศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะ อาการ/ปัญหาสำคัญ/โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการฉุกเฉิน (รวมทุกระบบ) ตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถ ในการประเมินเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2563 (ใน ภาคผนวก) สื่อการสอนและโสตทัศนูปกรณ์(Teaching Media and Audiovisual Aids) 1. หนังสือของกลุ่มงานและในห้องสมุด 2. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเปิดข้อมูล 3. หุ่นจำลองผู้ป่วยเสมือนจริง แหล่งเรียนรู้(Learning Resources) 1. แนวทางการรักษาโรคที่เกี่ยวข้อง 2. Ron M. Walls, et al. Rosen’s Emergency Medicine. 9th ed: Elsevier; 2018 3. Judith E. Tintinalli, et al. Tintinalli’s Emergency Medicine. 9th ed: McGraw-Hill Education; 2020 4. เอกสารประกอบการสอนสำหรับรายวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน การวัดและประเมินผล (Measurements and Evaluation) Formative assessment - Summative assessment การสอบลงกอง MCQ/CRQ/OSCE


34 ภาคผนวก เกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2555 2.1 อาการ / ปัญหาสำคัญ (ICD10 ข้อ XVIII, R00-R69) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องมีความรู้เกี่ยวกับพยาธิกำเนิด พยาธิสรีรวิทยา สามารถ วินิจฉัยแยกโรคและปฏิบัติรักษาผู้ป่วยเบื้องต้น ได้เหมาะสมสำหรับอาการสำคัญ ดังต่อไปนี้ 2.1.1 ไข้ 2.1.3 ปวดศีรษะ มึนศีรษะ เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม 2.1.4 ภาวะผิดรูป 2.1.8 อุบัติเหตุ สัตว์กัดต่อย 2.1.9 ปวดฟัน เลือดออกตามไรฟัน 2.1.10 ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด 2.1.11 ตาเหลือง ตัวเหลือง 2.1.12 เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด 2.1.13 สะอึก สำลัก กลืนลำบาก 2.1.14 ท้องเดิน ท้องผูก อุจจาระเป็นเลือด อุจจาระดำ 2.1.16 กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก สั่น กระตุก ชา ซึม ไม่รู้สติ 2.1.19 เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เลือดกำเดาออก 2.1.20 ไอ ไอเป็นเลือด หอบเหนื่อย หายใจขัด หายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอก ใจสั่น เขียวคล้ำ 2.1.22 บวม ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะสีผิดปกติ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ 2.1.23 ปัสสาวะออกน้อย ปัสสาวะไม่ออก 2.1.24 ปัสสาวะมีเลือดปน ปัสสาวะเป็นกรวดทราย ปัสสาวะเป็นฟอง 2.1.30 จ้ำเลือด จุดเลือดออก เลือดออกง่าย 2.1.32 ตั้งครรภ์ แท้งบุตร ไม่อยากมีบุตร มีบุตรยาก 2.1.33 เลือดออกทางช่องคลอด 2.1.34 ประจำเดือนผิดปกติ ปวดประจำเดือน 2.1.35 คลอดก่อนกำหนด เกินกำหนด 2.1.36 เคืองตา ตาแดง ปวดตา ตาแห้ง มองเห็นไม่ชัด ตาบอด ตาโปน ตาเหล่ เห็นภาพซ้อน 2.1.37 หูอื้อ การได้ยินลดลง มีเสียงในหู หนองไหลจากหู 2.1.38 หงุดหงิด คลุ้มคลั่ง ประสาทหลอน มีความคิดหลงผิด นอนไม่หลับ เครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ติดสารเสพติด พยายามฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง 2.1.39 การล่วงละเมิด การล่วงละเมิดทางเพศ และการทารุณกรรม


35 2.2 โรค/ภาวะ/กลุ่มอาการฉุกเฉิน (รวมทุกระบบ) (ICD10 ข้อ XVIII, R00 - R69) กลุ่มที่ 1 โรค/กลุ่มอาการ/ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรู้กลไกการเกิดโรค สามารถให้การวินิจฉัยเบื้องต้นและ ให้การบำบัดโรคฯ การรักษาผู้ป่วย ได้อย่างทันท่วงทีตามความเหมาะสมของสถานการณ์ รู้ข้อจำกัด ของตนเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์มากกว่า ได้อย่างเหมาะสม 2.2.1 Cardiac arrest 2.2.2 Pulmonary edema 2.2.3 Malignant hypertension 2.2.4 Shock; hypovolemic, anaphylactic, septic, cardiogenic 2.2.5 Ruptured and threatening ruptured dissecting aneurysm 2.2.6 Acute coronary syndrome 2.2.7 Cardiac tamponade 2.2.8 Anoxic spell 2.2.9 Respiratory failure 2.2.10 Respiratory obstruction, suffocation 2.2.11 Acute exacerbation of asthma 2.2.12 Pneumothorax 2.2.13 Superior vena cava obstruction 2.2.14 Hyperglycemic crisis 2.2.15 Hypoglycemia 2.2.16 Disseminated intravascular clotting 2.2.17 Acute hemolytic crisis 2.2.18 Incompatible blood transfusion 2.2.19 Acute psychosis, delirium, aggression (violence) 2.2.20 Hyperventilation syndrome 2.2.21 Severe depression 2.2.22 Suicide attempt 2.2.23 Panic attack 2.2.24 Reaction to severe stress 2.2.25 Acute corneal abrasion and ulcer 2.2.26 Acute glaucoma 2.2.27 Anuria/oliguria 2.2.28 Acute urinary retention 2.2.29 Hyperkalemia


36 2.2.30 Obstructed labor 2.2.31 Threatened uterine rupture 2.2.32 Severe pre-eclampsia, eclampsia 2.2.33 Prolapsed umbilical cord 2.2.34 Rape 2.2.35 Coma 2.2.36 Syncope 2.2.37 Convulsion 2.2.38 Acute increased intracranial pressure 2.2.39 Asphyxia of the newborn 2.2.40 Fetal distress 2.2.41 Acute abdomen 2.2.42 Serious bleeding; massive bleeding; gastrointestinal, intracranial bleeding, hyphema, antepartum and postpartum hemorrhage 2.2.43 Acute poisoning; drugs, food, chemicals, substances 2.2.44 Bites & stings 2.2.45 Injury /accident; head & neck injury, fracture, dislocation, body and limb injuries, compartment syndrome, falls, serious injury, electrical injury, burns, inhalation injuries, near-drowning & submersion เกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2563 3.4 การทำหัตถการที่จำเป็นหรือมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาสุขภาพ โดยแบ่งระดับหัตถการไว้ 4 ระดับ ดังนี้ 3.4.1 หัตถการระดับที่ 1 หมายถึง หัตถการระดับแพทยศาสตรบัณฑิต (พบ.) แบ่งเป็น 3.4.1.1 หัตถการระดับที่ 1.1 (พบ.1) คือ หัตถการที่สถาบันผลิตแพทย์ต้องสอนและ ประเมิน นิสิตนักศึกษาแพทย์ จนทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเมื่อนิสิตนักศึกษาแพทย์ทุกคนจบหลักสูตร แพทยศาสตรบัณฑิต สามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้าม สภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม ขั้นตอนการ กระทำ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดได้ถูกต้อง สามารถทำได้ด้วยตนเอง วินิจฉัยและดูแลบำบัด ภาวะแทรกซ้อนได้ หัตถการระดับที่ 1.1 (พบ.1) มีจำนวนทั้งสิ้น 30 หัตถการ 3.4.1.2 หัตถการระดับที่ 1.2 (พบ.2) คือ หัตถการที่สถาบันผลิตแพทย์ต้องสอนนิสิต นักศึกษาแพทย์ จนทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเมื่อนิสิตนักศึกษาแพทย์ทุกคนจบหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต สามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้ามสภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม ขั้นตอนการกระทำ ภาวะแทรกซ้อนที่ อาจจะเกิดได้ถูกต้อง สามารถทำได้โดยอาจขอคำแนะนำ ในบางกรณีหรือสามารถทำได้ภายใต้การ


37 กำกับดูแล วินิจฉัยและดูแลบำบัดภาวะแทรกซ้อนได้หัตถการระดับที่ 1.2 (พบ.2) มีจำนวนทั้งสิ้น 32 หัตถการ 3.4.2 หัตถการระดับที่ 2 หมายถึง หัตถการระดับแพทย์เพิ่มพูนทักษะ (พท.) แบ่งเป็น 3.4.2.1 หัตถการระดับที่ 2.1 (พท.1) คือ หัตถการที่บัณฑิตแพทย์สามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้าม สภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม ขั้นตอนการกระทา ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดได้ถูกต้อง และโรงพยาบาลในโครงการเพิ่มพูนทักษะ ต้องกำกับดูแลและประเมินแพทย์เพิ่มพูนทักษะ จนทำให้ เชื่อมั่นได้ว่าเมื่อจบโครงการฯ แพทย์เพิ่มพูนทักษะทุกคนสามารถทำหัตถการระดับนี้ได้ด้วยตนเอง วินิจฉัยและดูแลบำบัดภาวะแทรกซ้อนได้ หัตถการระดับที่ 2.1 (พท.1) มีจานวนทั้งสิ้น 18 หัตถการ ซึ่งทุกหัตถการในระดับนี้จัดให้เป็นหัตถการ ระดับที่ 1.2 (พบ.2) ด้วย ตามผู้รับผิดชอบในการสอน 3.4.2.2 หัตถการระดับที่ 2.2 (พท.2) คือ หัตถการที่บัณฑิตแพทย์สามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้าม สภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม ขั้นตอนการกระทำ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดได้ถูกต้อง และโรงพยาบาลในโครงการเพิ่มพูนทักษะต้องกำกับดูแลแพทย์เพิ่มพูนทักษะ จนทำให้เชื่อมั่นได้ว่า เมื่อจบโครงการฯ แพทย์เพิ่มพูนทักษะทุกคนสามารถ ทำได้โดยอาจขอคำแนะนำในบางกรณี หรือ สามารถทำได้ภายใต้การกำกับดูแล วินิจฉัยและดูแลบำบัดภาวะแทรกซ้อนได้ หัตถการระดับที่ 2.2 (พท.2) มีจำนวนทั้งสิ้น 15 หัตถการ ซึ่ง 11 หัตถการในระดับนี้จัดให้เป็นหัตถการระดับที่ 1.2 (พบ.2) ด้วย ตามผู้รับผิดชอบในการสอน 3.4.3 หัตถการระดับที่ 3 หมายถึง หัตถการที่มีความซับซ้อน และอาจทำในกรณีที่จาเป็น ได้แก่ หัตถการ ที่บัณฑิตแพทย์สามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้าม สภาพและเงื่อนไขที่เหมาะสม ขั้นตอน การกระทำ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดได้ถูกต้อง สามารถให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ป่วยได้ถูกต้อง และเมื่อผ่านการเพิ่มพูนทักษะ สามารถทำได้ร่วมกับแพทย์ ที่มีประสบการณ์หัตถการระดับที่ 3 มี จำนวนทั้งสิ้น 13 หัตถการ 3.4.4 หัตถการระดับที่ 4 หมายถึง หัตถการที่มีความซับซ้อน และ/หรืออาจเกิดอันตราย จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝน ได้แก่ หัตถการที่บัณฑิตแพทย์สามารถอธิบายข้อบ่งชี้ ข้อห้าม สภาพและ เงื่อนไขที่เหมาะสม ขั้นตอนการกระทำ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดได้ถูกต้อง สามารถให้คำแนะนำ ปรึกษาแก่ผู้ป่วยได้ถูกต้อง และเมื่อผ่านการเพิ่มพูนทักษะ เคยเห็นหรือเคยช่วย หัตถการระดับที่ 4 มีจำนวนทั้งสิ้น 7 หัตถการ รายละเอียดเพิ่มเติมศึกษาได้จาก https://www.tmc.or.th/service_law03.php


38 แบบประเมินบันทึกการปฏิบัติงาน (Logbook) ณ ห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ปีการศึกษา 2566 ชื่อ-สกุล…………………………..……………...…………................ปีที่....5.... ปฏิบัติงานระหว่าง..........................................................กลุ่มที่......... ระดับที่ 1 หัตถการพื้นฐานทางคลินิก หัตถการ เงื่อนไข ผ่าน ไม่ผ่าน 1.Aerosal bronchodilator ท x 1 ครั้ง 2.Capillary puncture (DTX, Hct) ท x 2 ครั้ง 3.Gastric lavage ท x 1 ครั้ง 4.Injection: IV , IM , SC , ID ท x 1 ครั้ง 5.Intravenous fluid infusion ท x 1 ครั้ง 6.Local infiltration or digital nerve block ท x 1 ครั้ง 7.Nasogastric intubation (NG tube) ท x 1 ครั้ง 8.Oxygen therapy & saturation ท x 2 ครั้ง 9.Suture & desuturing ท x 2 ครั้ง 10.Venepuncture ท x 1 ครั้ง 11.Wound dressing ท x 2 ครั้ง 12.EKG (อ่านและแปลผล) ท x 2 ครั้ง 13.Advanced CPR ท/ช x 1 ครั้ง 14.ET intubation ท/ช x 1 ครั้ง 15.1st Aid management in traumatic patient (Stop bleed, log roll) ท/ช x 2 ครั้ง ผ่าน ไม่ผ่าน หมายเหตุ ผ่าน ได้ทำหัตถการ 70% ของหัตถการที่ต้องทำ ไม่ผ่าน ได้ทำหัตถการ < 70% ของหัตถการที่ต้องทำ


39 ระดับที่ 2 หัตถการที่มีความซับซ้อนมากกว่าหัตถการพื้นฐานทางคลินิก หัตถการ เงื่อนไข ผ่าน ไม่ผ่าน 1.Intercostal drainage (ICD) ช/ด x 1 ครั้ง 2.Remove FB from conjunctiva ช/ด x 1 ครั้ง 3.Remove FB from ear, nose and throat ช/ด x 1 ครั้ง ระดับที่ 3 หัตถการที่มีความซับซ้อน อาจทำในกรณีจำเป็น หัตถการ เงื่อนไข ผ่าน ไม่ผ่าน 4.Ultrasound abdominal injury (FAST) ช/ด x 3 ครั้ง ผ่าน ไม่ผ่าน หมายเหตุ ผ่าน ได้ทำหัตถการ 50% ของหัตถการที่ต้องทำ ไม่ผ่าน ได้ทำหัตถการ < 50% ของหัตถการที่ต้องทำ ลงชื่ออาจารย์ผู้ประเมิน........................................................................ (…………………………………………………………) วันที่………………………………..………………………………


40 ระดับที่ได้ ดีมาก ดีพอใช้ต้องปรบั ปรงุต้องปรบั ปรงุอย่างมาก (1,0.8,0.6, 1 0.8 0.6 0.4 0.2 0.4,0.2) 1. ความรคู้วามสามารถ ส่งตรวจและแปรผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัตกิารที่จ าเป็นไมไ่ดห้รอืส่ง ตรวจไมจ่ าเป็น ไมอ่ธบิายให้ผปู้ ่วย/ ญาตผิปู้ ่วยเข้าใจก่อนส่ง 5 ซักประวตัแิละตรวจรา่งกายได้ ถูกตอ้งครบถ้วน แปลผลการตรวจ ไดถู้กตอ้ง ซักประวตัแิละตรวจรา่งกายได้ ถูกตอ้งครบถ้วน แปลผลการ ตรวจไดเ้ป็นส่วนใหญ่ ซักประวตัทิี่ส าคญั ไดถู้กตอ้ง ตรวจรา่งกายไดถู้กตอ้งครบถ้วน ทั้งส่วนส าคญัและทั่วไป แปลผล การตรวจไดเ้กินครงึ่ ซักประวตัทิี่ส าคญั ได้ บางส่วน ตรวจรา่งกายส่วน ส าคญั ไดถู้กตอ้งแตข่าดการ ตรวจทั่วไป แปลผลการ ไมซ่ ักประวตัสิ่วนที่ส าคญัตรวจ รา่งกายส่วนที่ส าคญั ไมถู่กตอ้ง แปล ผลการตรวจไมไ่ด้ 5 1.2 การระบุปัญหาและ ให้การวนิิจฉัยแยกโรค ระบุปัญหา วนิิจฉัยและวนิิจฉัย แยกโรคไดถู้กตอ้งครบถ้วน พรอ้ม ให้เหตผุลถูกตอ้งเรยีงล าดบั โรคที่ น่าจะเป็นไดถู้กตอ้ง ระบุปัญหาไดถู้กตอ้งครบถ้วน วนิิจฉัยโรควนิิจฉัยแยกโรคได้ ถูกตอ้ง พรอ้มเหตผุลที่ถูกตอ้ง เรยีงล าดบั โรคไมถู่กตอ้งหรอื เรยีงล าดบั โรคถูกแตใ่ห้เหตผุลไม่ ถูกตอ้ง ระบุปัญหาที่ส าคญัที่สุดได้ วนิิจฉัยโรคได้วนิิจฉัยแยกโรค ในอันดบัแรกไดโ้ดยให้เหตผุล ถูกตอ้ง ระบุปัญหาที่ส าคญั ได้ วนิิจฉัยโรคไดแ้ตว่นิิจฉัยแยก โรคไมไ่ด้ ระบุปัญหาไดแ้ตไ่มใ่ช่ปัญหาที่ส าคญั วนิิจฉัยโรคไมไ่ด้ 5 1.1 การซักประวตัแิละ การตรวจรา่งกาย 1.3 การส่งตรวจและ แปลผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัตกิาร ส่งตรวจและแปลผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัตกิารพรอ้มเหตุ ผลไดถู้กตอ้งครบถ้วนอธบิายให้ ผปู้ ่วย/ญาตผิปู้ ่วยเข้าใจก่อนส่ง ส่งตรวจและแปลผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัตกิารพรอ้มเหตุ ผลไดถู้กตอ้งเป็นส่วนใหญอ่ธบิาย ให้ผปู้ ่วย/ญาตผิปู้ ่วยเข้าใจก่อนส่ง ส่งตรวจและแปลผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัตกิารที่จ าเป็นและ ให้เหตผุลไดถู้กตอ้งเกินครงึ่ อธบิายให้ผปู้ ่วย/ญาตผิปู้ ่วย เข้าใจก่อนส่ง ส่งตรวจและแปลผลการ ตรวจทางห้องปฏิบัตกิารที่ จ าเป็นไดแ้ตใ่ห้เหตผุลไม่ ถูกตอ้ง ไมอ่ธบิายให้ผปู้ ่วย/ ญาตผิปู้ ่วยเข้าใจก่อนส่ง แบบประเมินการปฏิบตัิงาน ของนสิิตแพทยร์ายวิชาเวชาศาสตร์ฉุกเฉิน 1 (ER Practice (Attitude)) กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพทุธชินราช สถานปฏิบตัิงาน หอ้งอบุตัิเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพทุธชินราช พษิณุโลก ชื่อ- นามสกลุ ...................................................................ปีที่...5..... กลุ่มที่ ..............................ครั้งท.............................................ี่ ปฏิบัติ( ) ครบ ( ) ขาด ( ) ลา ....................วนั หัวข้อประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Criteria)ที่ระดับ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ ระดับที่ได้ ดีมาก ดีพอใช้ต้องปรบั ปรงุต้องปรบั ปรงุอย่างมาก (1,0.8,0.6, 1 0.8 0.6 0.4 0.2 0.4,0.2) 3. อุปนิสัยเจตคติ 100 ลงชอื่อาจารย์ผปู้ระเมนิ ............................................................ วนัที่.................................................. ขาดมารยาทในการแสดงกิรยิาวาจา มแีนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้ง/ ปัญหากับผปู้ ่วย/ญาตผิรู้ว่มงาน 3.2 การตรงตอ่เวลา มาปฏิบัตงิานก่อน 08.30 น.ทุก วนัลงชอื่ก่อนปฏิบัตงิานทุกครงั้ มาปฏิบัตงิานก่อน 08.30 น. มากกวา่ 90 % ลงชอื่ก่อน ปฏิบัตงิานทุกครงั้ มาปฏิบัตงิานก่อน 08.30 น. มากกวา่ 80 % ลงชอื่ก่อน ปฏิบัตงิานทุกครงั้ มาปฏิบัตงิานหลัง 08.30 น.บ้าง ลงชอื่ก่อนปฏิบัตงิาน เป็นส่วนใหญ่ มาปฏิบัตงิานหลัง 08.30 น.เกือบทุก ครงั้บางครงั้ลงชอื่ก่อนปฏิบัตงิาน 3.3 มนุษยสัมพันธต์อ่ ผปู้ ่วย/ญาต/ิผรู้ว่มงาน แสดงกิรยิาวาจาสุภาพดมีาก ปฏิบัตงิานรว่มกับผรู้ว่มงานไดด้ี ให้คา แนะน า/ความช่วยเหลือไดด้ี แสดงกิรยิาวาจาสุภาพดี ปฏิบัตงิานรว่มกับผอู้นื่ไดโ้ดยไม่ มปีัญหากับผรู้ว่มงาน แสดงกิรยิาวาจาที่เหมาะสม พอใช้ปฏิบัตงิานตามหน้าที่ได้ โดยไมม่ ปีัญหากับผรู้ว่มงาน แสดงกิรยิาที่เหมาะสมพอใช้ มปีัญหากับผรู้ว่มงานบางคน แจ้งผปู้ ่วยก่อนท า เตรยีม อุปกรณ์และส่วนที่จะท าได้ ถูกตอ้ง แจ้งผปู้ ่วยก่อนท า เตรยีม อุปกรณ์ถูกตอ้ง เตรยีมส่วน ที่จะท าไมถู่กตอ้ง ไมแ่จ้งผปู้ ่วยก่อนท า เตรยีมอุปกรณ์ และส่วนที่จะท าไมถู่กตอ้ง ท างานตามทีไดร้บัมอบหมาย อย่างครบถ้วน รายงานผลการ ท างานหากไมเ่ ป็นไปตาม คาดหมายคดิรเิรมิ่พัฒนางาน ท างานตามที่ไดร้บัมอบหมาย อย่างครบถ้วน รายงานผลการ ท างานหากไมเ่ ป็นไปตาม คาดหมาย ท างานตามที่ไดร้บัมอบหมาย อย่างครบถ้วน ท างานตามที่ไดร้บั มอบหมายบ้าง 3.1 ความรบัผิดชอบ ไมท่ างานตามที่ไดร้บัมอบหมาย บอกวธิรีกัษาไดแ้ตบ่อกเหตผุลมไม่ ถูกตอ้ง 2 ทักษะในการ ปฏิบัตงิาน (หัตถการ ทางการแพทย์) แจ้งผปู้ ่วยก่อนท า เตรยีมอุปกรณ์ และส่วนที่จะท าไดถู้กตอ้ง บอก เหตผุลในการท าไดถู้กตอ้ง แปล ผลการท าไดถู้กตอ้ง แจ้งผปู้ ่วยก่อนท า เตรยีม อุปกรณ์และส่วนที่จะท าได้ ถูกตอ้ง บอกเหตผุลในการท าได้ ถูกตอ้ง รวมคะแนนที่ไดท้ ั้งหมด 1.4 การวางแผนการ รกัษาและการแก้ปัญหา บอกทางเลือกในการรกัษาพรอ้ม ข้อดีข้อเสียได้บอกวธิกีารรกัษาที่ เหมาะสมพรอ้มเหตผุลที่ถูกตอ้ง บอกพยากรณ์โรคได้ หัวข้อประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Criteria)ที่ระดับ บอกทางเลือกในการรกัษาได้ บ้างบอกวธิรีกัษาที่เหมาะสม พรอ้มเหตผุลที่ถูกตอ้ง บอก พยากรณ์โรคได้ บอกวธิทีี่เหมาะสมพรอ้มเหตุ ผลไดถู้กตอ้ง บอกพยากรณ์โรคได้ บอกวธิรีกัษาไดแ้ละบอก เหตผุลไดถู้กตอ้ง 20 20 20 20 คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 5


41 ดีมาก (*1) ดี (*0.8) พอใช้ (*0.6) ไมพ่อใช้ (*0.4) ต้องปรับปรุง (*0.2) นา เสนอประวัติผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน นา ประเด็นจากอาการส าคัญ มาใช้ในการซักประวัติได้ นา เสนอประวัติผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน นา เสนอประวัติผู้ป่วยอย่างถูกต้องใน ส่วนประวัติส าคัญ นา เสนอประวัติส าคัญบางส่วน ไม่นา เสนอประวัติของผู้ป่วยเลย 15 นา เสนอผลการตรวจรา่งกายได้ถูกต้อง ครบถ้วน แปลผลการตรวจได้ถูกต้อง นา เสนอผลการตรวจรา่งกายได้ถูกต้อง ครบถ้วน แปลผลการตรวจได้บ้าง นา เสนอผลการตรวจรา่งกายได้ถูกต้อง ครบถ้วน แปลผลการตรวจไม่ได้ นา เสนอผลการตรวจรา่งกายส่วน ที่ส าคัญได้ถูกต้อง ขาดการตรวจ ทั่วไป แปลผลการตรวจไม่ได้ นา เสนอผลการตรวจรา่งกาย ส่วนที่ส าคัญไม่ถูกต้อง 15 ระบุปัญหาได้ถูกต้องครบถ้วน ระบุปัญหาได้ถูกต้อง ขาดส่วนที่ไม่ ส าคัญเล็กนอ้ย ระบุปัญหาได้ถูกต้อง ขาดส่วนส าคัญ เล็กนอ้ย ขาดการระบุปัญหาส่วนส าคัญ จา นวนมาก ไม่สามารถระบุปัญหาได้ 15 วินจิฉัยแยกโรคได้ครบถ้วน ให้เหตุผล ถูกต้องครบถ้วน ล าดับโรคที่นา่จะ เป็นได้ถูกต้อง วินจิฉัยแยกโรคได้ครบถ้วน ให้เหตุผล ถูกต้องครบถ้วน ล าดับโรคที่นา่จะเป็น ไม่ถูกต้อง วินจิฉัยแยกโรคได้ครบถ้วนแต่เหตุผล ไม่ถูกต้อง ขาดโรคส าคัญที่ต้องวินจิฉัยแยก โรค ไม่สามารถวินจิฉัยแยกโรคได้ 15 วางแผนการสืบค้นได้ถูกต้องครบถ้วน ให้เหตุผลและล าดับความส าคัญของ การส่งตรวจได้ตลอดจนวัดผลได้ ถูกต้องทั้งหมดและอธิบายความ ผิดปกติของการตรวจกับความเจบ็ ป่วย ได้ วางแผนการสืบค้นพรอ้มเหตุผลได้ ถูกต้อง ขาดส่วนส าคัญเล็กนอ้ยและ ล าดับความส าคัญของการส่งตรวจได้ ตลอดจนแปลผลได้ถูกต้องทั้งหมด และอธิบายความผิดปกติได้เล็กนอ้ย วางแผนการสืบค้นพรอ้มเหตุผลได้ ถูกต้อง ขาดส่วนส าคัญเล็กนอ้ย ไม่ เรยีงล าดับความส าคัญ และแปลผลได้ ถูกต้องครบถ้วน วางแผนการสืบค้นส่วนส าคัญได้ แต่ขาดเหตุผล และแปลผลการ ตรวจได้เพียงบางส่วน วางแผนการสืบค้นไม่ได้และ แปลผลการตรวจไม่ได้ 10 วางแผนการรกัษาถูกต้องทุกปัญหา ครบถ้วนทั้งการรกัษาจา เพาะและการ รกัษาประคับประคอง วางแผนการรกัษาถูกต้องในปัญหา ส าคัญทั้งการรกัษาจา เพาะและการ รกัษาประคับประคอง วางแผนการรกัษาถูกต้องในปัญหา ส าคัญเฉพาะในส่วนการรกัษาจา เพาะ วางแผนการรกัษาไม่ถูกต้องเพียง เล็กนอ้ยในปัญหาส าคัญ วางแผนการรกัษาไม่ถูกต้อง 15 สามารถให้ข้อมูลหรอืให้ความรเู้พื่อสรา้ง เสรมิสุขภาพและป้องกันโรคได้ สอดคล้องกับสภาพปัญหาของผู้ป่วย มีการให้ข้อมูลหรอืให้ความรเู้พื่อสรา้ง เสรมิสุขภาพและป้องกันโรคแต่ไม่ สอดคล้องกับสภาพปัญหาของผู้ป่วย ไม่มีการให้ข้อมูลหรอืให้ความรู้ เพื่อสรา้งเสรมิสุขภาพและ ป้องกันโรค สามารถให้ความเห็นทางนติิเวชและ ปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้อง สามารถให้ความเห็นทางนติิเวชได้ บางส่วนและปฏิบัติตามกฎหมายได้ ทุกข้อ ไม่สามารถให้ความเห็นทาง นติิเวชได้หรอืปฏิบัติได้ถูกต้อง ตอบได้ถูกต้องครบถ้วนตรงประเด็น ตามกฎหมาย พรอ้มเหตุผลประกอบ ตอบได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่พรอ้ม เหตุผลประกอบ ตอบได้ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ตอบค าถามได้บ้าง ไม่สามารถ อธิบายเหตุผลได้ ตอบไม่ได้ 10 100 ลงชอื่อาจารย์ผปู้ระเมิน…………….................................................. วันท.................................................................................ี่ 5 8. ความสามารถด้านการตอบข้อ ซักถาม รวมคะแนนที่ไดท้ ั้งหมด 7. การให้ข้อมูลหรอืให้ความรเู้พื่อ สรา้งเสรมิสุขภาพและป้องกันโรค การให้ความเห็น และประเด็น ทางนติิเวช 1.การนา เสนอประวัติผู้ป่วย 2. การนา เสนอผลการตรวจ รา่งกายผู้ป่วย 3. การนา เสนอ Problem list 4. การวินจิฉัย/วินจิฉัยแยกโรค 5. การวางแผนสืบค้นและแปลผล การตรวจทางห้องปฏิบัติการ 6. การวางแผนการรกัษา แบบประเมินทกัษะทางคลินกิในการเรียน Interesting case report กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1 โรงพยาบาลพทุธชินราช พษิณโุลก ปกีารศึกษา……2566….…….. หวัข้อทปี่ระเมิน ระดับที่ได้ (1, 0.8, 0.6, 0.4, 0.2) คะ แนนเต็ม คะแนนที่ได้ ชอื่ -นามสกุล.............................................................................................. ปีที่ .....5.......กลมุ่ที่................. ประเมินครั้งที่…............................. ปฎิบัตงิานระหว่างวันท………………ี่ ...............................................................................………ถึงวันท…………………………ี่ ......................……………….………………. ลกัษณะ Performance ทเี่กณฑใ์ห้คะแนน (Scoring Criteria) ระดบั


42 ระดับที่ได้ ดีมาก ดีพอใช้ต้องปรบั ปรงุต้องปรบั ปรงุอย่างมาก (1,0.8,0.6, 1 0.8 0.6 0.4 0.2 0.4,0.2) แบบประเมินการทา Case conference ของนสิิตแพทยร์ายวิชา เวชศาสตร์ฉุกเฉิน กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพทุธชินราช สถานปฏิบตัิงาน หอ้งอบุตัิเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพทุธชินราช พษิณุโลก 10 ทราบประวตัผิปู้ ่วยที่ถูกตอ้ง ครบถ้วน สรปุประเดน็ เรยีงล าดบั ไดถู้กตอ้งครบถ้วน ทราบประวตัผิปู้ ่วยที่ถูกตอ้ง ครบถ้วน สรปุประเดน็เรยีงล าดบั ไมถู่กตอ้ง ทราบประวตัผิปู้ ่วยในส่วน ประวตัสิ าคญัอย่างถูกตอ้ง ทราบประวตัสิ าคญับางส่วน ไมท่ราบประวตัขิองผปู้ ่วย ชื่อ- นามสกลุ ................................................................................................... ปีที่5 กลุ่มที่ ............................. ชื่อผู้ป่วย.........................................................................Dx………………………………………HN…………………………………………… วนัที่สง่รายงาน.........................................................วนัที่รับ Case……………………………………น าเสนอวนัท...............................................ี่ หัวข้อประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Criteria)ที่ระดับ คะแนนเต็ม 10 10 คะแนนที่ได้ 10 วนิิจฉัยโรคไดแ้ตว่นิิจฉัยแยก โรคไมไ่ด้ ไมส่ามารถวนิิจฉัยหรอืวนิิจฉัยแยก โรคได้ ตรวจรา่งกายและแปลผลการ ตรวจไดถู้กตอ้งครบถ้วน ตรวจรา่งกายไดถู้กตอ้งครบถ้วน แปลผลตรวจไดเ้ป็นส่วนใหญ่ ตรวจรา่งกายไดถู้กตอ้งครบถ้วน แปลผลการตรวจเกินครงึ่ ตรวจรา่งกายส่วนส าคญั ได้ ถูกตอ้งขาดการตรวจทั่วไปแปล ผลการตรวจไดบ้ ้าง ตรวจรา่งกายส่วนที่ส าคญั ไมถู่กตอ้ง 3. รวบรวม Problem list 4. ให้การวนิิจฉัย/ วนิิจฉัยแยกโรค วนิิจฉัยแยกโรคไดค้รบถ้วนให้ เหตผุลถูกตอ้ง ล าดบั โรคที่น่าจะ เป็นไดถู้กตอ้ง วนิิจฉัยโรคได้วนิิจฉัยแยกโรคใน อันดบัแรกไดโ้ดยให้เหตผุลถูกตอ้ง วนิิจฉัยแยกโรคไดค้รบถ้วนล าดบั โรคที่น่าจะเป็นไมถู่กตอ้ง ระบุปัญหาและให้เหตผุลได้ ถูกตอ้งครบถ้วน ระบุปัญหาและให้เหตผุลได้ ถูกตอ้งเป็นส่วนใหญ่ ระบุปัญหาที่ส าคญัและให้เหตุ ผลไดถู้กตอ้งเกินครงึ่ ระบุปัญหาที่ส าคญั ไดแ้ตใ่ห้ เหตผุลไมถู่กตอ้ง ระบุปัญหาไดแ้ตไ่มใ่ช่ปัญหาที่ส าคญั 1. การซักประวตัิ 2. การตรวจรา่งกาย ระดับที่ได้ ดีมาก ดีพอใช้ต้องปรบั ปรงุต้องปรบั ปรงุอย่างมาก (1,0.8,0.6, 1 0.8 0.6 0.4 0.2 0.4,0.2) รวมคะแนนที่ไดท้ ั้งหมด 100 ลงชื่ออาจารย์ผู้ประเมิน............................................................ วนัท........................................................................................ี่ หัวข้อประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Criteria)ที่ระดับ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 10 15 20 15 วางแผนการสืบคน้ส่วนส าคญั ไดแ้ตใ่ห้เหตผุลไมไ่ด้ 5. การวางแผนสืบคน้วางแผนการสืบคน้ที่ส าคญั ไมไ่ด้ ให้การรกัษาเบื้องตน้พรอ้มเหตุ ผลไดถู้กตอ้งเหมาะสมล าดบั ความส าคญัของความเรง่ดว่นได้ ถูกตอ้ง 6. การรกัษา ให้การรกัษาเบื้องตน้พรอ้มเหตุ ผลไดถู้กตอ้งเหมาะสมล าดบั ความส าคญัของความเรง่ดว่นได้ ถูกตอ้งเป็นส่วนใหญ่ ให้การรกัษาเบื้องตน้พรอ้มเหตุ ผลไดถู้กตอ้งเหมาะสมล าดบั ความส าคญัของความเรง่ดว่นได้ ถูกตอ้งเกินครงึ่ วางแผนการสืบคน้ ไดถู้กตอ้ง ครบถ้วน มเีหตผุลล าดบั ความส าคญัของการส่งตรวจได้ แปลผลได้ วางแผนสืบคน้พรอ้มเหตผุลได้ ถูกตอ้ง เป็นส่วนใหญแ่ละล าดบั ความส าคญัของการส่งตรวจได้ วางแผนการสืบคน้ที่ส าคญัพรอ้ม เหตไุดถู้กตอ้ง ไมเ่รยีงล าดบั ความส าคญั 8. ความสามารถในการ ตอบคา ถามไดบ้ ้างอธบิายเหตลุไมไ่ด้ ตอบข้อซักถามในการ อภิปรายผปู้ ่วย ตอบและอธบิายเหตผุลได้ ถูกตอ้งครบถ้วน ตรงประเดน็ ตอบและอธบิายเหตผุลไดถู้กตอ้ง เป็นส่วนใหญ่ ตอบไดแ้ละอธบิายเหตผุลได้ ถูกตอ้งเกินครงึ่ ตอบคา ถามไดอ้ธบิายเหตผุลได้ บ้าง ให้การรกัษาเบื้องตน้ ไดบ้อก เหตผุลไดบ้ ้าง ให้การรกัษาเบื้องตน้ ไดแ้ตบ่อก เหตผุลไมถู่กตอ้ง 7. ความตรงตอ่เวลา น าเสนอก่อน 4 วนัท าการ น าเสนอก่อน 3 วนัท าการ น าเสนอก่อน 2 วนัท าการ น าเสนอก่อน 1 วนัท าการ ส่งไมท่ ัน


43 คำประกาศสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระบวนการ และตระหนักถึงความสำคัญของการให้ ความร่วมมือกับผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สภากายภาพบำบัด สภาเทคนิคการแพทย์และคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ จึงได้ร่วมกันออกประกาศรับรองสิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย ไว้ดังต่อไปนี้ สิทธิของผู้ป่วย 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการรักษาพยาบาลและการดูแลด้าน สุขภาพตาม มาตรฐานวิชาชีพจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญ 2. ผู้ป่วยที่ขอรับการรักษาพยาบาลมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริงและเพียงพอเกี่ยวกับการ เจ็บป่วย การตรวจการรักษา ผลดีและผลเสียจากการตรวจ การรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพ ด้วยภาษาที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอม หรือไม่ยินยอม ให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน อันจำเป็นเร่งด่วน และเป็นอันตรายต่อชีวิต 3. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณีโดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือ หรือไม่ 4. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบชื่อ สกุล และวิชาชีพของผู้ให้การรักษาพยาบาลแก่ตน 5. ผู้ป่วยมีสิทธิขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่นที่มิได้เป็นผู้ให้การ รักษาพยาบาลแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพหรือเปลี่ยน สถานพยาบาลได้ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสิทธิการรักษาของผู้ป่วยที่มีอยู่ 6. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการปกปิดข้อมูลของตนเอง เว้นแต่ผู้ป่วยจะให้ความยินยอมหรือเป็นการ ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อประโยชน์โดยตรงของผู้ป่วยหรือตาม กฎหมาย 7. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็น ผู้เข้าร่วมหรือผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 8. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียน เมื่อร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือข้อมูล ข่าวสารส่วนบุคคลของผู้อื่น 9. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปี บริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้


44 ข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย 1. สอบถามเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนลงนามให้ความยินยอม หรือไม่ยินยอมรับการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาพยาบาล 2. ให้ข้อมูลด้านสุขภาพและข้อเท็จจริงต่างๆทางการแพทย์ที่เป็นจริงและครบถ้วนแก่ผู้ประกอบ วิชาชีพด้านสุขภาพในกระบวนการรักษาพยาบาล 3. ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเกี่ยวกับการ รักษาพยาบาล ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ให้แจ้งผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพทราบ 4. ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสถานพยาบาล 5. ปฏิบัติต่อผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ป่วยรายอื่น รวมทั้งผู้ที่มาเยี่ยมเยียน ด้วยความสุภาพให้เกียรติ และไม่กระทำสิ่งที่รบกวนผู้อื่น 6. แจ้งสิทธิการรักษาพยาบาลพร้อมหลักฐานที่ตนมีให้เจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องทราบ 7. ผู้ป่วยพึงรับทราบข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ดังต่อไปนี้ 7.1 ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานและจริยธรรม ย่อมได้รับ ความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนดและมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากการถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม 7.2 การแพทย์ในที่นี้หมายถึง การแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ โดยองค์ความรู้ในขณะนั้นว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษสำหรับผู้ป่วย 7.3 การแพทย์ไม่สามารถให้การวินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาให้หายได้ทุกโรคหรือทุกสภาวะ 7.4 การรักษาพยาบาลทุกชนิดมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลอันไม่พึงประสงค์ได้ นอกจากนี้ เหตุ สุดวิสัยอาจเกิดขึ้นได้แม้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพจะใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ ตามภาวะ วิสัยและพฤติการณ์ในการรักษาพยาบาลนั้นๆแล้ว 7.5 การตรวจเพื่อการคัดกรอง วินิจฉัย และติดตามการรักษาโรค อาจให้ผลที่คลาดเคลื่อนได้ ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่ใช้และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆที่ไม่สามารถควบคุมได้ตามมาตรฐานการ ปฏิบัติงาน 7.6 ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพมีสิทธิใช้ดุลพินิจในการเลือกกระบวนการรักษาพยาบาล ตามหลักวิชาการทางการแพทย์ ตามความสามารถและข้อจำกัด ตามภาวะวิสัยและพฤติการณ์ที่มีอยู่ รวมทั้งการปรึกษาหรือส่งต่อโดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์โดยรวมของผู้ป่วย 7.7 เพื่อประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วย ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอาจให้คำแนะนำ หรือส่งต่อ ผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องไม่อยู่ในสภาวะฉุกเฉินอันจำเป็นเร่งด่วน และเป็นอันตรายต่อชีวิต 7.8 การปกปิดข้อมูลด้านสุขภาพ และข้อเท็จจริงต่างๆทางการแพทย์ของผู้ป่วยต่อผู้ประกอบ วิชาชีพด้านสุขภาพ อาจส่งผลเสียต่อกระบวนการรักษาพยาบาล 7.9 ห้องฉุกเฉินของสถานพยาบาล ใช้สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินอันจำเป็นเร่งด่วน และเป็น อันตรายต่อชีวิต


Click to View FlipBook Version