ส่อื การสอนออนไลน์
วชิ า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรยี นชมุ ชนวัดสาโรง
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรธี รรมราชเขต 2
หนว่ ยที่ 1
ตัวเรา
บทท่ี 1
การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของเรา
การเจริญเติบโต
แรกเกดิ วัยเด็กตอนต้น วยั เรียน วัยร่นุ
3 ปี 3-6 ปี 6-12 ปี 12-20 ปี
02 03 04 05
ทารก วยั ชรา วัยผใู้ หญ่
9-10 เดอื น 60 ปี ขนึ้ ไป 20-60 ปี
01 07 06
1.การเจริญเติบโตและพฒั นาการทางด้านรา่ งกาย
(ชว่ งอายุ 9-12 ปี)
ในวยั ของนกั เรียนทกี่ าลังศกึ ษาอยู่ในช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 ซงึ่ จดั อยู่ในวยั เรียนน้ัน
จะพบวา่ มกี ารเจรญิ เติบโตและพฒั นาการเกดิ ขึ้นในหลาย ๆ ด้านเมอื่ เปรยี บเทียบกบั ปีทีผ่ ่านมา
01. 02. 03. 04.
มีนา้ หนักและ มที กั ษะการเคล่อื นไทว ใช้อวัยวะของร่างกาย การประสานระหว่างมอื
ส่วนสูงเพม่ิ ข้นึ คล่องแคลว่ ควบคมุ สง่ิ ของได้ดี และสายตาตขิ น้ึ
2.พัฒนาการทางด้านจติ ใจ (ชว่ งอายุ 9-12 ป)ี
เขา้ ใจความรสู้ กึ อารมณ์ ในชว่ งแรกของวัย
ของคนรอบข้าง เปลย่ี นแปลงง่าย จะยตึ ตนเองเปน็ หลกั
ได้หลากหลายขึ้น
วยั เรยี น เมื่ออายุ 10-11 ปี
ยอมรบั กฎเกณฑ์ จะเริม่ ควบคุมอารมณ์
แตม่ คี วามขัดแย้งระหว่าง มีเหตผุ ล
รู้จักพจิ ารณาสิ่งตา่ ง ๆ ได้ดีขน้ึ
ขอ้ ตกลงของกลุ่ม ด้วยความเปน็ ธรรม
กับกฎของผู้ใหญ่ การได้รบั การยกย่อง
มากขึ้น ชมเซยมผี ลต่อการ
นยิ มคนเกง่ คนดงั ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การส่งเสรมิ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของรา่ งกายและจิตใจ
เราควรปฏบิ ัติตนใหเ้ หมาะสมกับการเจริญเติบโต และพัฒนาการตามวยั โดยปฏบิ ัติได้ ดงั น้ี
1.กินอาหารครบ 5 หมใู่ นปริมาณท่เี พียงพอต่อความตอ้ งการของร่างกาย
2.ออกกาลังกายอยา่ งสม่าเสมอ
3.นอนหลับพกั ผ่อนให้เพียงพอ
4.ฝกึ ทกั ษะการฟัง พดู อ่าน และเขียนอย่างสม่าเสมอ
5.ทาการบา้ นและหมัน่ ทบทวนบทเรยี น
6.ฝึกควบคุมอารมณข์ องตนเอง
7.รบั ฟังความคิดเห็นของผูอ้ ่ืนหมั่นพูดคุย
และทากิจกรรมรว่ มกับเพื่อน ๆ
บทท่ี 2
กลา้ มเน้อื และกระดกู
1.กล้ามเน้ือ
กล้ามเนอื้ เป็นอวยั วะสาคญั ทใ่ี ชใ้ นการเคล่อื นไหว กล้ามเนื้อมีหลายประเภท
ดังจะได้ศกึ ษาต่อไปนี้
1.ประเภทของกล้ามเน้ือ แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ดงั นี้
กลา้ มเน้อื ลาย กล้ามเนอ้ื หวั ใจ กล้ามเนื้อเรยี บ
เปน็ กล้ามเนื้อที่มขี นาดใหญท่ ่สี ุด เปน็ กล้ามเนอื้ ทท่ี างานนอกเหนอื เปน็ กล้ามเน้ือที่ทางานโดยอัตโนมตั ิ
ซึ่งยึดติดกบั โครงกระดูกสว่ นตา่ ง ๆ อานาจจิตใจ และมีความแข็งแรงมาก เพอ่ื ทาให้การทางานของร่างกายเป็น
ของร่างกายจงึ ทาใหเ้ กิดกาเคลอ่ื นไหว เพราะสามารถทางานได้ตลอดเวลา ปกติ กลา้ มเน้อื ชนิดน้ี เชน่ กลา้ มเน้อื
กลา้ มเนอื้ ชนิดนจี้ ะอย่บู รเิ วณแชน โดยไม่มกี ารหยุดพักจนตลอดชีวติ ของลาไส้ กลา้ มเนอื้ หูรดู ของทวาร
ขา คอ ศรี ษะ ของคนเรา หนกั กลา้ มเนื้อของกระเพาะอาหาร
เป็นต้น
2.การทางานของกลา้ มเนอ้ื
กล้ามเนอ้ื ประกอบไปดว้ ยเส้นใยกล้ามเนอ้ื ขนาดเล็ก ทางานโดยการหดตวั จงึ ทาใหเ้ กดิ การ
เคลอื่ นไหวและการทางานของอวัยวะภายใน ซึ่งการหดตวั ของกล้ามเน้ือจะถูกกระตนุ้
โดยระบบประสาททีร่ ะบบประสาท
ระบบประสาท
หลัง่ สารเคมอี อกมา
กลา้ มเน้ือหตตัว
การเคลื่อนไหว การทางานของ
ร่างกาย อวัยวะภายใน
กล้ามเนื้อจะทางานประสานกบั ระบบอืน่ ๆ เพ่อื ให้ร่างกายสามารถเคล่ือนไหวได้
เชน่ โครงกระดูกจะทาหนา้ ทช่ี ว่ ยพยุงรา่ งกายไว้ สว่ นกลา้ มเนื้อ เมื่อหดตัวจะทาใหเ้ กิด
แรงในการเคลอ่ื นไหว โดยอวัยวะทง้ั สองสว่ นน้ที าหนา้ ทีเ่ คลือ่ นไหวภายใตก้ ารควบคุม
ของสมองและระบบประสาท
3.วธิ ีดูแลรักษาระบบกล้ามเนอ้ื
1.การกนิ อาหารทม่ี ีประโยชน์ จะชว่ ยสร้างเสรมิ 2.เราควรออกกาลงั กายเปน็ ประจา อย่างนอ้ ย
ความแขง็ แรงของกลา้ มเนอ้ื เชน่ อาหารประเภท สปั ดาห์ละ 3 คร้งั เพราะจะทาใหก้ ล้ามเนื้อ
โปรตีนจะช่วยสรา้ งเสริมความเจริญเตบิ โตของ เจรญิ เติบโตและแข็งแรง
กล้ามเนอ้ื
3.ไมค่ วรยกของหนกั เกนิ ไป หรือถา้ จาเป็นตอ้ งยกของ
หนกั ให้ใช้แรงยกจากขา ไมค่ วรใชแ้ รงยกจากหลงั
เพราะจะทาให้กลา้ มเนอื้ หลังอักเสบได้
2.กระดกู และข้อตอ่
โครงสรา้ งของร่างกายประกอบไปดว้ ยกระดกู ที่แข็งมาตอ่ กนั ดว้ ยขอ้ ต่อ มหี น้าทใ่ี นการชว่ ย
พยุงใหร้ า่ งกายคงรปู และเคลื่อนไหวได้ แล้วยงั ชว่ ยปอ้ งกันอวัยวะภายในดว้ ย
1.ลักษณะของกระดกู และขอ้ ตอ่
1) โครงกระดกู เปน็ โครงสร้างของวา่ งกายทีท่ าให้ร่างกายคงรปู รา่ งอย่ไู ด้ และเปน็ ส่วนที่
แขง็ แรงมาก ทารกแรกเกิดมกี ระดกู ประมาณ 300 ชนิ้ เมือ่ เจรญิ เติบโตเตม็ ที่ กระดูกจะเช่อื มต่อ
กนั จนเหลือเพียง 206 ชิ้น ซึ่งมีความแข็งแรงแตม่ ีน้าหนกั เบา กระดกู แบง่ ออกเปน็ 2 ส่วน
คอื แกนหรอื สว่ นของลาตวั และรยางค์หรอื ส่วนทย่ี ่นื ออกไป
2) ขอ้ ต่อ ขอ้ ต่อเป็นจดุ ทีก่ ระดกู 2 ชิ้น มาเชื่อมต่อกันในวา่ งกายมีประโยชน์ในการช่วยทาให้
ร่างกายเคลือ่ นไหวได้ ขอ้ ต่อแบ่งออกเปน็ 3 ชนดิ คือ ขอ้ ต่อทเ่ี คลอ่ื นไหวไมใ่ ด้ ข้อต่อที่เคลื่อนไหว
ได้บ้าง และข้อต่อท่ีเคล่ือนไหวไดม้ าก
2.หน้าที่สาคญั ของกระดกู และขอ้ ต่อ
1.เปน็ แกนยดึ เพอื่ ให้รา่ งกายสามารถยนื ขนึ้ หรอื เคล่อื นไหวได้
2.ปอ้ งกันอวยั ะสาตญั ท่ีบอบบางและอาจถูกกระทบกระเทอื น
หรอื ถูกทาลายไดง้ ่าย เชน่ สมอง ปอด หวั ใจ เป็นต้น
3.เป็นแหลง่ ท่เี ก็บสะสมแคลเซียม และผลิตเมด็ เลอื ด
จากโพรงภายในกระดูก
4.เป็นที่ยึดเกาะกลา้ มเน้อื พงั ผดื และเอ็น
เพือ่ ช่วยใหเ้ กิดการเคลอ่ื นไหวได้
2.วิธกี ารดแู ลรักษากระดกู และขอ้ ต่อ
กระดกู และขอ้ ต่อมีความสาคญั ตามท่ีนักเรยี นไดท้ ราบมาแลว้ ดังนนั้ เราจงึ ควรดแู ลกระดกู และข้อต่
อของเราอยา่ งถูกวธิ ี
ออกกาลังกาย วัยเรยี น ไม่เล่นผาดโผน
อย่างสมา่ เสมอ หรอื เลน่ รนุ แรง
กินผักใบเขียว กนิ อาหารท่ีมี
เพอ่ื ใหก้ ระดกู แคลเขียมสงู เชน่ นม
ปลาตวั เลก็ ๆ เปน็ ตน้
แข็งแรง
Thanks !