จังหวัดรอยเอ็ด หอการคา หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE สงเสริมการคา พัฒนาเศรษฐกิจ สรางคุณคาชีวิต คือภารกิจหอการคา www.Thaichamber.com/roiet หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด วารสาร Roi et News Chamber ปีที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน พุทธศักราช 2566 นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด น�าคณะมอบเงิน จ�านวน 213,300 บาท และเข้ารับมอบใบประกาศเกียรติคุณผู้ให้การสนับสนุนเทปูน ลานอเนกประสงค์องค์พญานาคอ่างเก็บน�้าธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้เกียรติเป็นประธานพิธีมอบใบประกาศ เกียรติคุณแก่ผู้ร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด นายยุทธนา คุณกิตติยานนท์ เลขาธิการหอการค้าฯ และดร.ศีลสุภา วรรณสุทธิ์ รองประธาน YEC ฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการ หอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้าไทย ครั้งที่ 1/2566 ณ โรงแรมรอยัลนาคารา และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2566 อ่านต่อหน้า 4 หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมหอการค้าภาคอีสาน
2 วารสาร หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด • ปีที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 •
โดย...นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด โตะประธาน บันทึกจาก… หอการคา 3 วารสาร • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด โตะประธาน บันทึกจาก… หอการคา ส�านักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าได้พัฒนาเว็บไชต์ "คิดค้า.com" เพื่อเป็นศูนย์ รวมข้อมูลเศรษฐกิจการค้าเชิงลึกที่ส�าคัญของประเทศ ประกอบด้วยข้อมูลเชิงลึกรายสินค้า/ บริการส�าคัญ รวมทั้งมิติการค้าทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือไว้ใช้ งานวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์การค้าได้อย่างเจาะลึกและทันต่อสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์เทรนด์สินค้าไทยในตลาดโลก กรณีประเทศจีน พบว่า ไทยเป็นคู่ค้า อันดับที่ 14 ของจีน มีส่วนแบ่งตลาดที่ 2.1% และจีนน�าเข้าสินค้าจากไทยในปี 2565 เป็นมูลค่า 56,527 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แหล่งน�าเข้าอันดับ 1 ของจีน คือ ใต้หวัน รองลงมา คือ เกาหลีใต้ และญี่ปุน และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มสินค้า เพื่อก�าหนดกลยุทธ์การค้าต่อไปได้ดังนี้ 1.สินค้าที่ไทย เป็นผู้น�าตลาดในจีน โดยมีส่วนแบ่งตลาด สูงกว่า 50% ได้แก่ แป้งข้าวเหนียว (มีส่วนแบ่งตลาด 99%) ข้าวโพด หวานกระปองและแปรรูป 79% และขนมปังกรอบ 73% 2.สินค้าที่เติบโตดี ในตลาดจีน โดยมีการเพิ่มขึ้นทั้งส่วนแบ่งตลาดและแนวโน้มการน�าเข้าได้แก่ ขนมปังกรอบส่วนแบ่งตลาด 44.19% เครื่องค�านวณอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 16.7% และกล้องถ่ายรูปเพิ่มขึ้น 15.4% 3.สินค้าที่ต้องจับตาคู่แข่ง โดยแม้ว่าไทยจะยังคงส่งออกขยายตัวได้ก็ตามแต่ส่วนแบ่งตลาดลดลง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มันส�าปะหลัง ซึ่งจีนน�าเข้าจากไทยขยายตัว 19.4%(YOY) แต่พบว่าส่วนแบ่งตลาดลดลง 5.2% และไก่ ซึ่งจีนน�าเข้าจากไทยขยายตัว 4.5%(YOY) แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลง 0.3% 4.สินค้าต้องปรับตัว เพราะไทยเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่ง และจีนมีแนวโน้มน�าเข้าสินค้าจากไทย ลดลง 3 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์,อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนแบ่งตลาด ลดลง 4.3%, ผลไม้สด, แช่เย็น, แช่แข็ง,อบแห้งลดลง 5.0% และยางพารา ลดลง 8.7% การคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจจีนป 2566 อัตราการเติบโต เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนในปี 2566 จะขยายตัวร้อยละ 4.3 สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผล กระทบต่ออุปสงค์ในประเทศและการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่สถาบันการ เงินระหว่างประเทศและผู้เชี่ยวชาญจีนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2566 จะขยายตัว ประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากมีฐานที่ต�่าในปี 2565 โดยจะส่งสัญญาณการฟนตัวอย่างเห็นได้ ชัดตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2566 สืบเนื่องจากผลลัพธ์ของการยกเลิกนโยบาย zero-COVID นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับการคาดการณ์ การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2566 จากร้อยละ 4.4 เป็นร้อยละ 5.2 ท่าทีรัฐบาลจีน ตามประกาศและท่าทีทางการของจีน การฟนฟูเศรษฐกิจเป็นภารกิจที่ส�าคัญ ที่สุดของรัฐบาลจีนในปี 2566 การประชุม Central Economic Work Conference (CEWC) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 ธันวาคม 2565 ได้ก�าหนดจุดเน้นว่า ในปี 2566 จีนจะให้ความส�าคัญกับการรักษาเสถียรภาพ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นอันดับต้น โดยมีภารกิจด้านเศรษฐกิจที่ส�าคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1.การขยายอุปสงค์ภายในประเทศ 2.การสร้างระบบ อุตสาหกรรมสมัยใหม่ 3.การสนับสนุนเศรษฐกิจภาคเอกชน 4.การดึงดูดทุนต่างชาติ 5.การป้องกันความเสี่ยงทาง เศรษฐกิจและการเงิน ส�านักงานสถิติแห่งชาติจีน ได้เน้นย�้าในการแถลงข่าวว่า ปี 2566 จะเป็นปีที่มีความส�าคัญ อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจีน และเป็นปีแรกที่ด�าเนินการตามแนวนโยบายที่ก�าหนด ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 รวมทั้งอยู่ในระยะกลางของการ ด�าเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2564 – 2568) ตลอดจนมีภารกิจเร่งฟนฟูภาคการผลิตและชีวิตประชาชนให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยส�านักงานสถิติแห่งชาติจีน คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2566 จะมีแนวโน้มการฟนตัวที่ ดีจากปัจจัยสนับสนุน อาทิ พื้นฐานของเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่ง มีสาขาอุตสาหกรรมครบถ้วน และที่ผ่านมาจีนได้รักษาความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานในภาพรวม ตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ และกระบวนการยกระดับภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนา ความเป็นเมืองจะเป็นแรงขับเคลื่อนการฟนตัวของเศรษฐกิจจีน แรงกระตุ้นจากนโยบาย ส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการผลักดันการปฏิรูปและการเปดประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนธุรกิจเอกชนและการปรับสภาพแวดล้อมการลงทุนให้ดีขึ้น เป้าหมาย GDP ของปี 2566 รายมณฑล เมื่อวันที่ 15 มกราคม 66 มณฑล/มหานคร/ เขตปกครองตนเอง ทั้งหมด 31 แห่งของจีนได้ประกาศเป้าหมาย GDP ของปี 2566 โดยมี 21 แห่งได้ปรับลดเป้าหมาย GDP ของปี 2566 จากเป้าหมายในปี 2565 มี 28 แห่งก�าหนด เป้าหมาย GDP เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 6 มณฑล/เขตปกครองตนเองที่ตั้งเป้าหมายสูงสุด 3 อันดับ แรก ได้แก่ ไห่หนาน (ร้อยละ 9.5) ทิเบต (ร้อยละ 8) เจียงซีและซินเจียง (ร้อยละ 7) และ กรุงปักกิ่งตั้งเป้า GDP ในปี 2566 ให้ขยายตัวร้อยละ 4.5 ซึ่งต�่ากว่าเป้าหมายของปี 2565 (สูงกว่าร้อยละ 5) เจาะตลาดจีน : รูเขารูเรา #มหาอํานาจทางเศรษฐกิจโลก อ่านต่อหน้า 5
4 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • ชื�อ – สกุล น.ส.อังคณา อบสุกลิ่น ชื�อกิจการ Magic Land ประเภทกิจการ ที่พัก สวนน�้า รีสอร์ท รหัสสมาชิก 944 ที่อยู่ 225 ม.5 ถ.ปัทมานนท์ ต.ศรีโคตร อ.จตุรพัตรพิมา จ.ร้อยเอ็ด 45180 โทรศัพท์ 081-8135188 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล น.ส.พัชราภรณ์ โหระเวช ชื�อกิจการ บริษัท ซี.เค.ฟู้ดส์ จ�ากัด ประเภทกิจการ พิซซ่า สเวนเซ่น ธุรกิจเฟรนไชน์ รหัสสมาชิก 945 ที่อยู่ 23/1-3 ถ.สุขบูรพา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 097-9964224 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล นายระพีพัฒน์ เกินชัย ชื�อกิจการ บริษัท เมืองบัวซิตี้รีสอร์ท จ�ากัด ประเภทกิจการ ที่พัก รหัสสมาชิก 946 ที่อยู่ 247 ม.5 ต.เมืองบัว อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด 45150 โทรศัพท์ 095-7384046 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล น.ส.พรพรรณ พวงแก้ว ชื�อกิจการ ร้านพิซซ่ามิลานโน่ ประเภทกิจการ ร้านอาหาร รหัสสมาชิก 947 ที่อยู่ 1 ม.18 ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 061-6623241 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล นางรุ่งทิวา ชิตวิเศษ ชื�อกิจการ บริษัท ดับเบิลยู อาร์ คอนซัมเมชั่น จ�ากัด ประเภทกิจการ ผลิต ประกอบรถยนต์ รหัสสมาชิก 951 ที่อยู่ 120 ถ.ราชการด�าเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 097-2895623 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล นายเข็มชาติ สังฆะคาม ชื�อกิจการ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จ�ากัด (มหาชน) ประเภทกิจการ จ�าหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างทุกชนิด รหัสสมาชิก 949 ที่อยู่ 232 ม.19 ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 093-4162225 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล นสพ.อภิวุฒิ ตันซู้ ชื�อกิจการ หจก.ชาวเกษตร 2003 ประเภทกิจการ จ�าหน่ายอาหารสัตว์ รหัสสมาชิก 953 ที่อยู่ 447/1 ถ.รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 094-8581946 E-mail [email protected] ยินดีตอนรับ สมาชิกใหม ✸ ต่อจากหน้า 1 ชื�อ – สกุล น.ส.วีริศา ยนต์ตระกูล ชื�อกิจการ บริษัท วีนาอินทนิล จ�ากัด ประเภทกิจการ ร้านกาแฟ รหัสสมาชิก 948 ที่อยู่ 67/8 ถ.เทวาภิบาล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 081-1838444 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล ดร.อภิวิทย์ ตันซุ้ ชื�อกิจการ หจก.ชาวเกษตร 2003 ประเภทกิจการ จ�าหน่ายอาหารสัตว์ รหัสสมาชิก 952 ที่อยู่ 447/1 ถ.รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 086-8530405 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล นายภิภพ วาสนาอาชาสกุล ชื�อกิจการ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จ�ากัด (มหาชน) ประเภทกิจการ จ�าหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างทุกชนิด รหัสสมาชิก 950 ที่อยู่ 232 ม.19 ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 092-2473700 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล สพญ.อภิรดี ตันซู้ ชื�อกิจการ หจก.ชาวเกษตร 2003 ประเภทกิจการ จ�าหน่ายอาหารสัตว์ รหัสสมาชิก 954 ที่อยู่ 447/1 ถ.รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 095-6587757 E-mail [email protected] ตามที่จังหวัดร้อยเอ็ด หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับ บริษัท พีบี อินฟินิตี้ จ�ากัด และเมจิกแลนด์ได้จัดงานแข่งขันฟุตบอลและคอนเสิร์ตการกุศล น�าทีมโดย ก้อง ห้วยไร่ Vs เบิ้ล ปทุมราช โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหารายได้สมทบทุนเทปูนลานอเนกประสงค์องค์พญานาค อ่างเก็บน�้าธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2566 ณ สนามฟุตบอล เมจิกแลนด์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด การจัดการแข่งขันฟุตบอลและคอนเสิร์ตการกุศล ถือเป็นความร่วมมือจากองค์กรภาคเอกชน และส่วนราชการ โดยมีผู้บริจาคตั้งแต่ 1,000 ขึ้นไปจ�านวน 33 ราย อาทิเช่น พลังงานจังหวัด และผู้ประกอบการค้าแก๊ส ที่ได้ร่วมกันบริจาคเป็นเงินจ�านวน 6,300 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 213,300 บาท โดยมีรายนามผู้บริจาคตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป เข้ารับมอบใบประกาศเกียรติคุณดังนี้ 1. น.ส.เกษตรสุข ศุขหงษ์ทอง บริษัท พีบี อินฟิตี้ จ�ากัด จ�านวน 30,000 บาท 2. ตลาดถนนคนเดินสาเกตนคร จ�านวน 20,000 บาท 3. น.ส.อรวรรยาพร ยิ่งก�าแหง บริษัท แอนรับงานบัญชี จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 4. นางจินตนา ชื่นวัฒนา หจก.เอกธนาพิโค จ�านวน 10,000 บาท 5. นายนิรันดร์ ปิยะอัษฎารัตน์ บริษัท ร้อยเอ็ดไฮเปอร์มาร์ท จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 6. นายปรีชา อารยะสัจพงษ์ บริษัท กรุงทองคอมพิวเตอร์ จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 7. น.ส.วชิราภรณ์ เสณีแสนเสนา ร้านดอกไม้ฟลามิงโก้ จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 8. นายอัครเดช อาจนิยม บริษัท ขันติธโรการค้าน�้ามันเชื้อเพลิงระหว่างประเทศ จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 9. น.ส.สุภาภรณ์ ชาญวกุล ร้านร้อยเอ็ดฟิล์มดิจิตอล จ�านวน 10,000 บาท 10. นางวรินธร ศรีแสนปาง บริษัท โรงสีศรีแสงดาว จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 11. น.ส.จันทร์จิรา สาริยา หจก.ชาริยาสกินแคร์ จ�านวน 10,000 บาท 12. นายยุทธนา คุณกิตติยานนท์ บริษัท ร้อยเอ็ดมิตซู จ�ากัด จ�านวน 10,000 บาท 13. นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต หจก.เย็นสิริ จ�านวน 10,000 บาท ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ • ไดรับคําปรึกษาทางดานการคา การลงทุนและดานกฎหมาย • ไดรับหนังสือแนะนําตัวเมื่อเดินทางไปเจรจาติดตอทางการคาในตางประเทศ • ไดลงขาวประชาสัมพันธ กิจการของทานฟรี ในวารสารหอการคาฯ • ไดรับสิทธิพิเศษในการสมัคร บัตร APEC Business Travel Card • สมัครสมาชิกหอการค้าวันนี้ที่...คุณเรืองนรี เวียงอินทร • 043-515004, 086-4597747 • ขอขอมูลและปรึกษาการคา และการลงทุน • • www.thaichamber.com/roiet หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด [email protected] คุณจะไดอะไรจากการเปนสมาชิก หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด สำานักงานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด : 555 หมูที่ 17 ถ.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE
5 วารสาร • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด ✸ ต่อจากหน้า 3 บทสรุป แม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 อย่างไรก็ดี จีนยังคงเป็นกลไก ส�าคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยในภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังเติบโตสูงกว่าประเทศ เศรษฐกิจหลักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและญี่ปุน และสามารถครองสัดส่วน ร้อยละ 18 ของ GDP โลก โดย เศรษฐกิจดิจิทัล ถือเป็นพลังส�าคัญในการกระตุ้นการเติบโต ของเศรษฐกิจจีน ด้วยการเติบโตที่ก้าวกระโดดจากมูลค่าตลาด 11 ล้านล้านหยวนในปี 2555 สู่ 45.5 ล้านล้านหยวนในปี 2564 ท�าให้ในปี 2564 เศรษฐกิจดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 39.8 ของ GDP ทั้งประเทศ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เฉลี่ยส�าหรับทั้งปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อนหน้า ร้อยละ 2 นับเป็นระดับค่อนข้างต�่า เมื่อเทียบกับประเทศเศรษฐกิจหลักอย่าง สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ทั้งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายร้อยละ 3 ที่ตั้งไว้ จึงท�าให้เศรษฐกิจ ของจีนยังคงรักษาเสถียรภาพและขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอกย�้าถึงจุดแข็งของจีนในเรื่อง ความมั่งคงทางอาหาร และภาคการผลิตของจีน แม้สถานการณ์การลงทุนข้ามชาติทั่วโลกจะอยู่ ในภาวะซบเซา แต่ FDI ของจีนในปี 2565 ยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 โดยสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูงของจีน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28.3 นอกจากนี้ การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ของจีนยังครอบคลุมถึงการผ่อนคลายมาตรการ ตรวจสอบกักกันโรคส�าหรับสินค้าที่ผ่านเข้าออกจีน จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย อย่างไรก็ดี กระแสการบริโภคสินค้าแบรนด์จีนและการด�าเนินนโยบายเศรษฐกิจวงจรคู่ที่เน้นการ ลดการพึ่งพาและการกระจายแหล่งน�าเข้าสินค้าจากต่างประเทศจะส่งผลให้สินค้าไทยมีแนวโน้ม ที่จะเผชิญกับแรงกดดันและความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เมื่อปี 2565 จีนได้ จัดท�าพิธีสารกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนามและฟลิปนส์ในการน�าเข้าผลไม้บางชนิด ซึ่ง จะเพิ่มการแข่งขันและลดสัดส่วนทางตลาดของผลไม้ไทยในจีน ผู้ประกอบการและหน่วยงาน ไทยจึงจ�าเป็นต้องเสริมสร้างแบรนด์ พัฒนาคุณภาพและบริการที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมของ ผู้บริโภคจีนยุคใหม่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน ดังนั้น ในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกและประเทศคู่ค้าหลัก ของไทย การเปิดประเทศของจีนในปี 2565 รวมทั้งท่าทีของรัฐบาลจีนภายใต้การน�าของคณะ ผู้บริหารชุดใหม่ที่มุ่งเน้นการฟนฟูเศรษฐกิจเป็นอันดับต้น จึงเป็นการเปิดประตูการค้าและ การลงทุนสู่โลกอีกครั้งของจีน ซึ่งจะส่งผลในทางบวกต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม รวมถึงจะเป็น ผลบวกต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย – จีนในปี 2566 ขอขอบคุณ ศูนยขอมูลเศรษฐกิจการคา สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตรการคาและ/คิดคา.com สำานักงานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด : 555 หมูที่ 17 ถ.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲
6 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • โดย... สุวัฒน์ ลีขจร ที่ปรึกษาประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด บกันอีกครั้งในฉบับนี้ ซึ่งได้ผ่านพ้นวันเลือกตั้งกันไปแล้ว และทุกคนก็คงจะได้ทราบ ผลการเลือกตั้งกันอย่างทั่วถึง แต่ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไปว่า พรรคไหนจะได้เป็นแกนน�า จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นคนใหม่ หรือ คนเดิม อันนี้ก็คงต้องแล้ว แต่ชะตากรรมของบ้านเมืองกันไป แต่ในขณะปั่นต้นฉบับนี้ ก็มีกระแสที่คนพูดถึงกันมาก เกี่ยวกับแนวคิดที่จะขึ้นค่าแรงแบบฉุดกระชากของบรรดาพรรคการเมืองที่หาเสียงเลือกตั้ง และก็ค่อนข้างมีความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองที่เสนอแนวทางนี้ จะได้ลงมือท�าให้นโยบาย เหล่านี้เป็นจริง ว่ากันว่าจะเร่งท�าให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นด้วย แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาโลก ที่เวลาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก็จะมีคนที่ชอบใจ พอใจ และก็จะมีคนที่ไม่เห็นด้วย และก็จะมีคนที่คิดแบบประนีประนอม คือ ให้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็คงต้องว่ากันไป ในสังคมการเมืองแบบประชาธิปไตย ที่ต้องเปิดกว้างทางความคิด ให้คนได้ถกกัน เพื่อต่อเติม ปัญญาให้ซึ่งกันและกัน และที่ผมจั่วหัวด้วยประเด็นขึ้นค่าแรงเนี่ย ก็แค่ผมอยากมีส่วนร่วม ในประเด็นนี้บ้าง แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่า ผมไม่ได้มีเป้าประสงค์ที่จะเชียร์ หรือไม่เห็นด้วย ไปเสียทั้งหมด อันที่จริง แนวคิดเรื่องขึ้นค่าแรงแบบฉุดกระชาก มันเคยมีนักธุรกิจใหญ่ของไทยท่านหนึ่ง ซึ่งพูดถึงเรื่องนี้ มาตั้งแต่ สมัย พ.ศ.2551 ท่านผู้นั้นก็คือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวเครือ ซีพี คือ ท่านได้รับเชิญไปบรรยาย ที่งานสัมมนาของส�านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ฯ ก็ประมาณ 10 กว่าปีมาแล้ว ตอนนั้น เจ้าสัวธนินทร์ท่านได้ น�าเสนอแนวคิด “ทฤษฏีสองสูง” โดยได้เริ่มต้นด้วยการหยิบยกปัญหาความยากจน ของประชาชนในประเทศไทย และในประเทศไทยมีจ�านวนแรงงาน 30 กว่าล้านคน และใน จ�านวนนี้ ก็มีถึง 12 ล้านคนที่เป็นแรงงานภาคเกษตรกรรม และในอดีตทุกรัฐบาล ก็จะมุ่งเป้า ไปที่การขึ้นค่าแรงของผู้ใช้แรงงาน มากกว่าเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร จึงมักแก้ปัญหาปากท้อง และค่าครองชีพ โดยการกดราคาสินค้าให้ต�่าลง ทฤษฎีสองสูง ที่เจ้าสัวธนินทร์ เสนอจึงเน้นเป้าหมายอันแรก ก็คือ การท�าให้ราคาสินค้า ต้องมีราคาสูงขึ้น เพื่อช่วยภาคเกษตรเป็นอันดับแรก และเพิ่มก�าลังการซื้อให้คนด้วยการขึ้น ค่าจ้างแรงงานเป็นอันดับสอง โดยท่านมองว่า สินค้าเกษตรที่ผลิตในประเทศ มีสภาพเป็น เหมือนทรัพย์สมบัติของชาติ ที่สามารถผลิตได้เรื่อย ๆ คล้าย ๆ กับการขุดเจาะน�้ามัน ของประเทศในแถบตะวันออกกลาง ที่ต้องขายให้ได้ราคาสูง แต่ที่ส�าคัญ ก็คือ รัฐบาลต้อง ไม่ปล่อยให้สินค้าจากต่างประเทศ ที่มีราคาถูกกว่า เข้ามาตีตลาดได้ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ด้านราคา ของสินค้าเกษตรในประเทศ การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตร จะท�าให้เกษตรกร มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และดึงดูดให้เกษตรกรหันไปพัฒนาคุณภาพของสินค้า เพื่อเพิ่มความ สามารถในการแข่งขัน รวมถึงเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น ปัญหาที่ตามมาต่อไป ก็คือ แล้วถ้าหากสินค้ามีราคาสูงขึ้น จะท�าอย่างไรเพื่อให้สินค้า ยังคงขายได้ จึงน�าไปสู่แนวคิดข้อที่ 2 นั่นคือ การเพิ่มค่าแรงของแรงงานในระบบให้สูงขึ้น เพื่อให้สามารถซื้อสินค้า ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นได้ เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลก็เก็บภาษีได้ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้ หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ผ่านการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน อย่างไรก็ตาม การขึ้นค่าแรงเพียงอย่างเดียว อาจท�าให้ผู้ประกอบการ ต้องแบกรับภาระ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจน�าไปสู่การเลิกจ้างได้ และภาครัฐเอง จึงต้องมีมาตรการมารองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มฝีมือแรงงาน เพื่อชดเชยกับค่าแรงที่สูงขึ้น แต่การปรับใช้ทฤษฎีนี้ ก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน เพราะราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น อาจท�าให้ความต้อง การสินค้าลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสินค้านั้น ๆ สามารถถูกทดแทน ได้ด้วยสินค้าอื่นที่มีราคาถูกกว่า ดังนั้นภาครัฐจึงต้องสนับสนุน ให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพ ของสินค้า ให้เหนือกว่าคู่แข่งและสอดคล้องกับราคาที่เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะยังคงขีดความสามารถ ในการแข่งขันในตลาดไว้ได้ และในส่วนของค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ถ้าหากประสิทธิภาพในการ ท�างานยังคงเท่าเดิม อาจท�าให้ผู้ประกอบการ ตัดสินใจย้ายฐานการผลิต ออกไปจากประเทศ ได้เช่นกัน สรุปว่า การขึ้นค่าแรงอย่างเดียวโดยไม่ดันราคาสินค้าเกษตรในประเทศให้สูงขึ้น ก็น่าจะ ยังไม่ครบวงจรพอ เพราะน�าแนวคิดนี้ไปด�าเนินนโยบาย เรื่องที่ยากจริง ๆ ก็คงไม่ใช่การเพิ่ม ราคาสินค้าเกษตรหรือค่าจ้างของแรงงาน แต่ความยากคือ การควบคุมคุณภาพของสินค้า และแรงงานในตลาด ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ทีนี้ ลองมาดูความเห็นจากผู้ประกอบการบ้าง โดยผมเลือกมาบางส่วนจากที่เวบของไทย พีบีเอส และฐานเศรษฐกิจ ก็ได้ที่น่าสนใจมา 3 ท่าน อย่างเช่น นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่าต้นทุนจริงที่แฝงอยู่ในค่าครองชีพของ ประชาชน คือ ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ และยังสูงกว่า ประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาเพราะระบบสัปทาน หรือ ทุนผูกขาด ถูกครอบง�าโดยทุนใหญ่ ตั้งแต่ ระดับนโยบาย จนถึงระบบปฎิบัติการ สร้างความไม่เป็นธรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรเข้ามาแก้ปัญหาทุนผูกขาด ลดการทุจริตคอรัปชั่น และ ผลักดัน "นโยบายรัฐสวัสดิการ" ให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม จะท�าให้ค่าครองชีพลดลง และยืนยันว่าภาค ธุรกิจพร้อมจ่ายค่าแรงด้วยนโยบายจ่ายตามความสามารถ (Pay by skill) ตามประสิทธิภาพ ฝีมือการผลิต ซึ่งภารกิจเร่งด่วน รัฐบาลต้องเพิ่มทักษะฝีมือให้แรงงานมีคุณภาพเหมาะสม กับค่าแรง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยด้วย ทางด้าน นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เห็นว่า การขึ้นค่าแรง 450 บาท/วัน ต้องท�าแบบทยอยปรับ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤต โควิด และอยู่ในช่วงฟนฟู พร้อมเสนอ 5 แนวทางที่รัฐบาลใหม่ท�าควบคู่ไปกับการปรับขึ้น ค่าแรง ได้แก่ การจูงใจให้นอกระบบที่มีอยู่ร้อยละ 52 เข้ามาอยู่ในระบบ, ยกระดับพัฒนา ทักษะขีดความสามารถแรงงาน ซึ่งวันนี้ผลิตภาพแรงงานไทยอยู่ในอันดับ 4 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ บรูไนและมาเลเซีย, การช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับแรงงานรายวัน, การลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการทั้งค่าไฟฟ้า พลังงาน ก๊าซ และ มาตรการรัฐที่ส่งเสริม การขึ้นค่าแรง โดยน�ามาหักลดภาษีได้ 2 เท่า 2 ปี ถัดไป ก็คือ ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ อุตสาหกรรมไทยวิเคราะห์ นโยบายค่าแรงขั้นต�่า 450 บาท พรรคก้าวไกล ที่ให้ความเห็น เป็นห่วงธุรกิจรายย่อยและเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการขนาดเล็ก เฉพาะที่จดทะเบียนกับ กระทรวงพานิชย์มีมากกว่า 8.4 แสนราย หากไปไม่ไหว บางส่วนอาจต้องปิดกิจการหรือ ต้องเทลูกจ้างออกจากงาน ที่ตามมาคือเงินเฟ้อและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงและจะกระทบ กลับไปสู่ประชาชน การใช้นโยบายค่าจ้างแบบก้าวกระโดด จึงไม่ใช่ยาแรงที่จะใช้ในการแก้ ให้เศรษฐกิจขยายตัว โดยยกตัวอย่างจากอดีตเมื่อสองทศวรรษประเทศฟิลิปปินส์เคยใช้ นโยบายประชานิยมค่าจ้างสูง สถานประกอบการอยู่ไม่ได้การลงทุนไม่มา ท�าให้ไม่มีแหล่ง จ้างงาน ท�าให้คนฟิลิปปินส์จ�านวนมากต้องออกไปท่างานในต่างประเทศ ตั้งแต่งานแม่บ้าน กรรมกร ลูกเรือสินค้า กลายเป็นประเทศผู้ป่วยแห่งเอเชีย เพิ่งจะฟนเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่าน มานี่เอง ค่าแรงขั้นต�่าหรือ “Minimum Wage” เป็นค่าจ้างขั้นต�่าอ้างอิงตามกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างแรกเข้า เป็นแรงงานวัยตอนต้น ไม่มีภาระครอบครัวที่ต้องดูแล และ เป็นค่าจ้างคุ้มครองกลุ่มคนเปราะบาง เช่น คนสูงวัย หรือผู้พิการ และเป็นค่าจ้างที่ต้องให้ กับทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งด้านเพศ ศาสนา รวมถึงแรงงานต่างด้าว หากท�างานไป ระยะหนึ่งมีทักษะประสบการณ์มากขึ้น ค่าจ้างจะปรับสูง โดยเฉพาะปัจจุบันแรงงาน ทุกระดับขาดแคลน ตลาดเป็นของลูกจ้าง อีกทั้งสังคมโซเชียลออนไลน์ท�าให้แรงงานมีการ แลกเปลี่ยนข้อมูลในการเลือกนายจ้างที่ให้รายได้และมีสวัสดิการที่ดีกว่า ผลกระทบดังที่ กล่าวข้างต้นเศรษฐกิจของไทยพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูง ค่าแรงจึงเป็นปัจจัยส�าคัญ ต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน สรุป ก่อนจบก็คือ เรื่องขึ้นค่าแรงคงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการทุกท่านคงจะหนีไม่ออก เป็นแน่ เพราะปัญหาค่าครองชีพสูงทุกอย่างขึ้น ราคาสินค้าและบริการก็สูงขึ้น ค่าเงิน เล็กลง เงินเฟ้อก็วิ่งไปเรื่อยๆ ก็คงเป็นวัฏจักรแบบลิงแก้แหกันไป เมื่อทิศทางเป็นเช่นนี้ ก็ขอให้ตั้งรัฐบาลใหม่กันให้ได้ในเร็ววัน ยิ่งช้า ข้าวของเครื่องใช่ต่าง ๆ ก็ทยอยปรับขึ้นราคา กันอย่างเงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ มันก็เหมือนกับจะเป็นไปตามทฤษฏีสองสูงที่เจ้าสัวธนินทร์ ท่านว่าไว้เปะเลย … คาดว่า อีกไม่กี่ปี ร้านกวยเตี๋ยวเจ้าประจ�าของผม ก็คงจะได้ปรับราคา อีก ชามละ 5 บาท 10 บาทเป็นแน่... ว่าแล้วก็สั่ง หมี่เกี๊ยวแห้ง 1 หมี่น�้า 1 ไปล่ะครับ ขออนุญาตลาไปแซ่บก่อน สวัสดี … สุวัฒน ลีขจร-พิมพ ขอบคุณขอมูลจาก เวบลงทุนแมน/ ไทยพีบีเอส/ ฐานเศรษฐกิจ พ ทฤษฎีสองสูง ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲
7 วารสาร • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด หลังเลือกตั้งแบบนี้ มีข่าวสารความไม่แน่นอนต่าง ๆ ให้เราติดตามและคาดเดา กันอีกเยอะ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่แกนน�า จัดตั้งรัฐบาล คือคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์และพรรคก้าวไกล ออกพบปะหน่วยงานต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อม ผมเองในฐานะศิษย์เก่า Young FTI Elite 3 ที่จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผมจึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมรับฟังการพูดคุย ครั้งนี้ด้วย เนื้อหาการประชุมและพูดคุย ท่านผู้อ่านคงสามารถ ติดตามได้จากสื่อต่าง ๆ ทั่วไป แต่ผมเองขออนุญาตใช้โอกาสนี้แบ่งปันประสบการณ์ สักเล็กน้อยเพื่อชวนคิดว่า หากเป็น ท่านผู้อ่าน ตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับผมท่านจะตัดสินใจอย่างไรกันนะครับ มีเกร็ด เล็ก ๆ น้อย ๆ มาเล่าสู่กันฟังครับ ขอให้ชื่อเรื่องว่า "โอกาสมีไว้ให้คนที่พร้อมเสมอ" ระหว่างอยู่ในห้องประชุมได้พักใหญ่ผมก็รู้สึกอยากเข้าห้องน�้ามาก เลยรีบหาจังหวะ ที่เปลี่ยนคนขึ้นเวที ผมวิ่งจู๊ดไป เพื่อที่จะรีบกลับมาไม่อยากให้พลาดหากมีช็อตเด็ด ปรากฏว่าระหว่างที่ปัสสาวะเกือบจะเสร็จแล้วนั้น ก็มีเสียงฝีเท้า ค่อนข้างหนักแน่น ตามเข้ามาในห้องน�้า แถมยืนห่างจากผมไปแค่ช่องเดียว อ้าว คุณทิม!!! ... สมองท�างานหนักมาก ควรจะท�ายังไงดี!?! ก. ทักทาย พูดคุย ข. ขอถ่ายรูป ค. ให้เป็นเวลาส่วนตัวเขาแล้วเดินเลี่ยงออกมาเงียบ ๆ ง. อื่น ๆ ทางเลือกอาจมีมากมาย แต่เสี้ยววินาทีนั้นผมเลือก ค.ควายครับ งื้อออ เสียดายโอกาส เพราะพอเดินออกมาหน้าห้องน�้า คนยืนรอกันสลอน ปกติคงไม่ได้เข้าถึงตัวเขาง่าย ๆ แบบนั้น ปล. ขากลับตอนขึ้นเครื่องบิน บังเอิญเจอ ดร.รณวฤทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล สว.จังหวัด ร้อยเอ็ด แต่ผมก็ได้แค่ทักทายว่าสวัสดีครับแล้วยิ้มให้ ทั้งสองเหตุการณ์นี้ จริง ๆ แล้ว แค่ผมทักด้วยวลีสั้น ๆ ก็น่าจะฉกฉวยโอกาสดี ๆ อันมีค่าไว้ได้ เช่น "เอาใจช่วยนะครับคุณทิม" และ "ขอบคุณคุณรณวฤทธิ์นะครับที่แสดงจุดยืนในนามสว." คราวหน้าผมจะท่องจ�าค�านี้ไว้ครับ "โอกาสมีไว้ให้คนที่พร้อมเสมอ" โดย... นายธรรมชาติ ทานตะวันสดใส สมาชิก ลำาดับที่ 254 Journey ourney Chang ช้างเจอนี่... โอกาสมีไวใหคนที่พรอมเสมอ
8 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิตต ประธานหอการค้าจังหวัด ร้อยเอ็ด, นายอรุณชัย ชัยคณารักษ์กูล รองประธานหอการค้า ฝ่ายอาหารและFuture Food และน.ส.นิศาชล พัฒน์โรจนสกุล ประธาน YEC ร้อยเอ็ด ร่วมงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2023 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี ได้จัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2023 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีส�าหรับผู้ประกอบธุรกิจ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ ร้านค้าปลีก ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์ ร้านอาหาร ได้ค้นหาสินค้าและนวัตกรรม ภายใต้คอนเซ็ป Beyond Food Experience เปิดประสบการณ์ที่ “มากกว่า” งานแสดงสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม โดยรวมทุกความต้องการไว้ในงานเดียว นับเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และ ครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ มีผลิตภัณฑ์ซึ่งผลิตโดย บริษัท รัตนา ฟูด โปรดัก ของประธาน YEC ร้อยเอ็ดร่วมแสดง สินค้าในงานนี้ด้วย โดยงานจะจัดระหว่างวันที่ 23–27 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด, นายมงคล โอสายไทย รองประธานหอการค้าฯ, นายยุทธนา คุณกิตติยานนท์ เลขาธิการหอการค้าฯ, น.ส.สุภาภรณ์ ชาญวกุล รองเลขาธิการหอการค้าฯ และนายพิทักษ์ คูสกุลธรรม กรรมการ หอการค้าฯ ร่วมประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ ออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนกลาง ระยะที่ 2 (จังหวัดร้อยเอ็ด) โดยมีนายชูศักดิ์ ราชบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมร้อยเอ็ดบอลรูม โรงแรมเอ็มแกรนด์ร้อยเอ็ด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ▲ นายทวีสิทธิ์ มนตรีชน กรรมการหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดร้อยเอ็ดแบบ บูรณาการจังหวัดร้อยเอ็ด (ก.บ.จ.รอ.) ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธาน ในการประชุม ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 ▲ นางประชิต งามศิริพัฒนกุล รองประธานหอการค้าฝ่ายสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมคณะท�างานด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ▲ นายณรงค์ ขันแข็ง รองประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ฝ่ายพัฒนาสังคมและความเข้มแข็งชุมชน ร่วมประชุม คณะกรรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน และนายอ�าเภอ ประจ�าเดือนพฤษภาคม 2566 (ครั้งที่ 5/2566) โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม เป็นประธานในการประชุม ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ▲ นางจินตนา ชื่นวัฒนา กรรมการหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด มอบเงินจ�านวน 3,000 บาท ให้หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องใน วันครบรอบวันคล้ายวันเกิด วันที่26 พ.ค. 66 อายุ 74 ปี โดยมี นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ประจ�าเดือนพฤษภาคม 2566 (ครั้งที่ 2/2566) โดยมีรองประธานหอการค้าฯ, คณะกรรมการหอการค้าฯ เข้าร่วมการประชุม ในครั้งนี้ โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการด�าเนินโครงการบริจาคโลหิต 9 แสนซีซี 90 ปีหอการค้าไทย ประจ�าปี 2566- 2567 โดยมีนายนิรันดร์ ปิยะอัษฎารัตน์ รองประธานหอการค้าฝ่ายพัฒนาการค้าและพาณิชย์ เป็นประธานคณะท�างานและ มีมติแต่งตั้งคณะท�างานขับเคลื่อนโครงการรณรงค์การเพิ่มยอดสมาชิก ระบบฐานข้อมูลสมาชิก สิทธิ์ประโยชน์สมาชิกและ TCC Connect ประจ�าปี 2566-2567 โดยมีนายวิศิษฏ์ มงคลศรีสวัสดิ์ รองประธานหอการค้าฝ่ายการท่องเที่ยวและ SMEs เป็นประธานคณะท�างาน พร้อมทั้งมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการป้ายของดีเมืองร้อยเอ็ด ประจ�าปี 2566-2567 โดยมี น.ส.นิศาชล พัฒน์โรจนสกุล ประธานผู้ประกอบการ YEC เป็นประธานคณะท�างาน นอกจากนี้ยังมีการรับประทานอาหาร ร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ ห้องประชุมมิ่งมงคล ชั้น 3 ส�านักงานหอการค้า จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566
9 วารสาร • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด ▲ นายมงคล โอสายไทย รองประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ดฝ่ายสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล และนางดุจเดือน สมัครการ กรรมการหอการค้าฯฝ่ายการศาสนาและจริยธรรม ร่วมพิธีท�าบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมงานในครั้งนี้ ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด และนายยุทธนา คุณกิติยานนท์ เลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมประชุม คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดร้อยเอ็ด (กรอ.จังหวัด) ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ ราชบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ▲ นางอัมภา รัตนสวนจิก ปฏิคมหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดร้อยเอ็ด (ด้านสินค้าและบริการทั่วไป) ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นางอาภรณ์ อะทาโส หน่วยงานประจ�าจังหวัดร้อยเอ็ด สภาองค์กรของผู้บริโภค เป็นประธานในการประชุม ณ สวนอาหารบ้านสวน อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอล ชายหาด รุ่นอายุต�่ากว่า 21 ปี ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในการประชุม ครั้งนี้ ร่วมกับ นายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด, นายทรงศักดิ์ ทุงจันทร์ ผอ.กองการศึกษา (ผู้แทน) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด, นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด และนายสมพร ใช้บางยาง นายก สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลาง จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 ▲ ดร.มนตรี มนตรีพิลา รองประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรม ร่วมประชุมคณะท�างานด้านวิชาการ และจัดท�าข้อมูลศิลปะการแสดงหมอล�า เพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก โดยมีนายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมข้าวหอม มะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 ▲ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Thailand) น�าโดย คุณพนิดา พรหมจรรยา ผู้อ�านวยการมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม คุณจุฑารัตน์ วิบูลสมัย ผู้อ�านวยการฝ่ายพัฒนาแหล่งทุน คุณธัญญลักษณ์ โมฬิยสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาแหล่งทุน เข้าพบนายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัด ร้อยเอ็ดเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับโครงการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อรักษาเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ในวันที่ 11-15 ก.ย. 2023 โดยประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การประชาสัมพันธ์โครงการของมูลนิธิฯ ในพื้นที่จังหวัด ร้อยเอ็ด 2. การจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่นักเรียน เกี่ยวกับการป้องกันการ เกิดเด็ก ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และป้องกันการท้องไม่พร้อม 3. การระดมทุนเพื่อสมทบทุน โครงการออกหน่วยแพทย์ เคลื่อนที่ จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ส�านักงานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ต�าบลเหนือเมือง อ�าเภอเมืองร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ▲ น.ส.นิศาชล พัฒน์โรจนสกุล ประธานผู้ประกอบการ YEC จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมโครงการอบรมด้านภาวะผู้น�าและการบริหาร องค์กร “YEC President Training” ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 8-10 มิถุนายน 2566
ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จ�ากัด 10 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • โดย... ดร.ศีลสุภา วรรณสุทธิ์ รองประธาน YEC หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE กอล์ฟ- ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จ�ากัด ผู้ผลิตและจ�าหน่ายข้าวสารตราไก่แจ้ และ บริษัท KJ World Foods ดูแลด้านการส่งออก สั่งสมประสบการณ์ท�างานร่วมกับหอการค้า มายาวนานกว่า 20 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็น ประธาน YEC ประเทศไทยคนใหม่ ในวาระปี 2566-2567 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปีของ การก่อตั้ง YEC ประเทศไทย คุณกอล์ฟเสนอวิสัยทัศน์ LINK ซึ่งประกอบด้วย Connect (การเชื่อมโยง การท�างาน ภาครัฐ เอกชน และประชาชน , การแข่งขันมุ่งสู่องค์กรที่ยั่งยืน เพื่อเศรษฐกิจไทยที่ยั่งยืน LINK ประกอบไปด้วย L-Leadership เน้นสร้างภาวะผู้น�า สนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC กล้าคิด กล้าท�า กล้าตัดสินใจ I-International สนับสนุนให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC มองไปไกลกว่าการท�าธุรกิจใน จังหวัดหรือในประเทศ แต่ต้องพร้อมเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อก้าวไปสู่เวทีโลก N- Network – ส่งเสริมและพัฒนาในเครือข่าย YEC ให้เข้มแข็ง เพราะจุดแข็งของ YEC คือ มีเครือข่ายที่มาจากหลากหลายธุรกิจ เฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารก็มีกลุ่มผู้ประกอบการ มากกว่า 200 บริษัทที่พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ และแลกเปลี่ยนไอเดีย รวมไปถึงกลุ่มดิจิทัล เฮลท์แคร์ และในอนาคตจะมีกลุ่มโรงแรม รีเทล การท่องเที่ยวและสันทนาการ มาร่วมด้วย K- Knowledge เพราะยุคนี้ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในต�ารา แต่เกิดจากองค์ความรู้ที่อยู่ในไอ เดียของนักธุรกิจ YEC ที่มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม การท�างานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการวัยเกากับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้สร้างประโยชน์ ให้กับจังหวัดและประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน สงไมตอ จากพี่ปริม สูพี่กอลฟ YEC Thailand กอล์ฟ- ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล สุนทรธัญทรัพย์ จ�ากัด ผู้ผลิตและจ�าหน่ายข้าวสารตราไก่แจ้ และ บริษัท KJ World Foods ดูแลด้านการส่งออก สั่งสมประสบการณ์ท�างานร่วมกับหอการค้า มายาวนานกว่า 20 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็น ประธาน YEC ประเทศไทยคนใหม่ ในวาระปี 2566-2567 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปีของ การก่อตั้ง YEC ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย Connect (การเชื่อมโยง สรุปบัญชีรายรับ - รายจ่าย ในการจัดงานมหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ ๓ - ๕ มีนาคม ๒๕๖๖ ๑. รายรับ ๑.๑ เงินกัณฑ์จอบกัณฑ์หลอน ๓๕๐ ต้น ๒,๗๑๔,๔๔๔.๐๐ บาท ๑.๒ เงินจากฝ่ายสิทธิประโยชน์ ๔๔๗,๑๙๒.๕๐ บาท ๑.๓ เงินเทศน์มหาชาติ ๕,๔๘๐.๐๐ บาท ๑.๔ เงินสัตสดกุมหาทาน ๕๖,๕๑๗.๐๐ บาท ๑.๕ ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ธ.กรุงไทย เดือน มิ.ย. ๖๕ - ธ.ค. ๖๕ ๒๑,๘๐๔.๖๔ บาท ๑.๖ ดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก ธ.ออมสิน เดือน มิ.ย. ๖๕ - ธ.ค. ๖๕ ๖,๙๗๕.๐๕ บาท รวมรายรับ ๓,๒๕๒,๔๑๓.๑๙ บาท ๒. รายจ่าย ค่าใช้จ่ายในการจัดงานบุญผะเหวดของกัณฑ์และฝ่ายต่าง ๆ ๓,๖๓๓,๙๓๕.๐๐ บาท รวมรายจ่าย ๓,๖๓๓,๙๓๕.๐๐ บาท ๓. รายรับต�่ากว่ารายจ่าย ๓๘๑,๕๒๑.๘๑ บาท สถานะเงินกองทุนบุญผะเหวด ณ วันที่ 9 พฤษภาคม ๒๕๖๖ ๑.ธนาคารกรุงไทย สาขาร้อยเอ็ด ประเภทออมทรัพย์ เลขที่ ๔๑๑-๑-๔๓๕๗๙-๓ จ�านวนเงิน ๗,๙๓๓,๙๘๓.๓๑ บาท (เจ็ดล้านเก้าแสนสามหมื่นสามพันเก้าร้อยแปดสิบสาม บาทสามสิบเอ็ดสตางค์) ๒. ธนาคารออมสิน สาขาเทวาภิบาล ประเภทเงินฝากเผื่อเรียก เลขที่ ๐๒๐๑๘๐๑๒๔๓๑๓ จ�านวนเงิน ๒,๗๘๘,๐๔๑.๖๗ บาท (สองล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นแปดพันสี่สิบเอ็ดบาทหกสิบ เจ็ดสตางค์) รวม ๒ บัญชี เป็นเงินจ�านวนทั้งสิ้น ๑๐,๗๒๒,๐๒๔.๙๘ บาท (สิบล้านเจ็ดแสน สองหมื่นสองพันยี่สิบสี่บาทเก้าสิบแปดสตางค์) ประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่อง รายรับ - รายจ่ายเงินกองทุนบุญผะเหวด ประจ�าปี ๒๕๖๖ ตามที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ด�าเนินการจัดงานมหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ประจ�าปี ๒๕๖๖ ในระหว่างวันที่ ๓ - ๕ มีนาคม ๒๕๖๖ ณ บริเวณลานสาเกตนคร สวนสมเด็จ พระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และเกาะกลางบึงพลาญชัย อ�าเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นั้น อาศัยระเบียบจังหวัดร้อยเอ็ด ว่าด้วยกองทุนบุญผะเหวดร้อยเอ็ด พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๓ ก�าหนดไว้ว่าภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปี ให้คณะกรรมการจัดท�าบัญชีรับ - จ่าย ในการจัดงานประเพณี บุญผะเหวด เสนอให้คณะกรรมการจัดงานประเพณีบุญผะเหวดและ ประกาศให้สาธารณชน หัวหน้าส่วนราชการ นายอ�าเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบโดยทั่วกัน จึงประกาศรายรับ - รายจ่าย เงินกองทุนบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ประจ�าปี ๒๕๖๖ ดังนี้ ๒. รายรับ - รายจ่าย ประกอบด้วย ๑.๑ รายรับ ๓,๒๕๒,๔๑๓.๑๙ บาท (สามล้านสองแสนห้าหมื่นสองพันสี่ร้อยสิบสามบาท สิบเก้าสตางค์) ๑.๒ รายจ่าย ๓,๖๓๓,๙๓๕.๐๐ บาท (สามล้านหกแสนสามหมื่นสามพันเก้าร้อยสามสิบ ห้าบาทถ้วน) ๑.๓ รายรับต่�ากว่ารายจ่าย ๓๘๑,๕๒๑.๘๑ บาท (สามแสนแปดหมื่นหนึ่งพันห้าร้อย ยี่สิบเอ็ดบาทแปดสิบเอ็ดสตางค์) ๒. สถานะเงินกองทุนบุญผะเหวด ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ๒.๑ ธนาคารกรุงไทย สาขาร้อยเอ็ด ประเภทออมทรัพย์ เลขที่ ๔๑๑-๑-๔๓๕๗๙-๓ จ�านวนเงิน ๗,๙๓๓,๙๘๓.๓๑ บาท (เจ็ดล้านเก้าแสนสามหมื่นสามพันเก้าร้อยแปดสิบสาม บาทสามสิบเอ็ด สตางค์) ๒.๒ ธนาคารออมสิน สาขาเทวาภิบาล ประเภทเงินฝากเผื่อเรียก เลขที่ ๐๒๐๑๘๐๑๒๔๓๑๓ จ�านวนเงิน ๒,๗๘๘,๐๔๑.๖๗ บาท (สองล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นแปดพันสี่สิบเอ็ดบาทหกสิบ เจ็ดสตางค์) รวม ๒ บัญชี เป็นเงินจ�านวนทั้งสิ้น ๑๐,๗๒๒,๐๒๔.๙๘ บาท (สิบล้านเจ็ดแสน สองหมื่นสองพันยี่สิบสี่บาท เก้าสิบแปดสตางค์) รายละเอียดตามสรุปบัญชีรายรับ - ราย จ่าย เงินกองทุนบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ประจ�าปี ๒๕๖๖ ที่แนบท้ายประกาศนี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (นายทรงพล ใจกริ่ม) ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด " ทุกธุรกิจมีโอกาส เพียงแตคุณตองมองเห็น คิดใหตาง หาชองวางของตลาดหรือ จุดขายใหเจอ คุณก็สามารถ ทําไดไมวาจะธุรกิจไหน "
11 วารสาร • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด เกิดขึ้น ตั้งอยู และดับไป กับ product life cycle โดย... .นายวิศิษฏ์ มงคลศรีสวัสดิ์ รองประธานหอการค้า ฝายการทองเที่ยวและSMEs อ่านต่อหน้า 14 ยอดขาย ยืดอายุ ระยะเวลา ชวงที่ 1 เริ่มต้น ชวงที่ 2 เติบโต ชวงที่ 3 อิ่มตัว ชวงที่ 4 ถดถอย วงจรชีวิตผลิตภัณฑ หากผู้อ่านนึกถึงสินค้า/บริการ ที่ผ่านมือท่านนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในฐานะ ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร ยานพาหนะ หรือเสื้อผ้า นอกจากอายุขัยของ ตัวสินค้าเองที่ผุพังไปตามกาลเวลาแล้ว ยังมีอายุขัยอีกแบบหนึ่งที่ทางการตลาดเรียกว่า “วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์” ด้วย (Product Life Cycle - PLC) เตารีดที่ใช้อาจมีอายุการใช้ งาน 1 ปี, นวดคอบ่าไหล่ที่ร้านนวด 1 ชั่วโมง หรือกวยเตี๋ยวที่ท่านรับประทานหมด ในเวลา 10 นาที ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจมีวงจรชีวิตทางการตลาดที่สั้นแค่ไม่กี่เดือนหรืออาจนาน หลายสิบปีเลยก็ได้ PLC เป็น “มุมมอง” ทางการตลาดชิ้นหนึ่ง ที่ใช้ในการวิเคราะห์สินค้า/บริการที่มีอยู่ ว่าก�าลังอยู่ในช่วงชีวิตใด เพื่อที่จะวางแผนการตลาดให้เหมาะสมส�าหรับช่วงชีวิตของผลิต ภัณฑ์นั้นๆ เหมือนกับช่วงชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ สัตว์ หรือมนุษย์ ซึ่งแต่ละช่วงวัย ก็จะมีการเลี้ยงดูและปฏิบัติไม่เหมือนกัน โดยตลอดวงจรชีวิตนั้น จะแบ่งเป็น 4 ช่วงอายุ ได้แก่ ช่วงเริ่มต้น ช่วงเติบโต ช่วงอิ่มตัว และช่วงถดถอย ช่วงที่ 1 เริ่มต้น เป็นช่วงที่สินค้า/บริการยังไม่เป็นที่รู้จัก เพิ่งน�าเข้าสู่ตลาด เส้นกราฟ ระหว่างยอดขายและเวลาจะแบนราบ โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่ท�าในช่วงวัยนี้ คือการสร้าง การรับรู้ โหมโฆษณาและอัดโปรโมชั่น เช่น แจกสินค้าตัวอย่าง จ้างรถแห่ กินฟรี1วัน ฉลอง เปิดร้านใหม่ หรือให้ลองเอาไปใช้ฟรีๆ (หรือที่เรารู้จักในนาม “ท้าให้ลอง ไม่พอใจยินดี คืนเงิน”) ในช่วงนี้จะไม่เน้นที่ยอดขายหรือก�าไร อาจจะขาดทุนในระยะแรก หากสินค้า/ บริการประสบความส�าเร็จ เป็นที่ยอมรับของตลาด ลูกค้าพึงพอใจ เกิดการกลับมาซื้อ/ใช้ บริการซ�้าเรื่อยๆ เมื่อฐานลูกค้าและยอดขายเพิ่มมากขึ้น ก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ช่วงวัยต่อไป ช่วงที่ 2 เติบโต เป็นช่วงที่มียอดขายเติบโต “แบบก้าวกระโดด” เส้นกราฟระหว่าง ยอดขายและเวลาจะชันขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงแรก เมื่อสินค้า/บริการติดตลาดแล้ว สิ่งที่ ต้องท�าคือท�าให้กระแสแรงต่อไปเพื่อเพิ่มจ�านวนผู้ใช้บริการ โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การปรับปรุงสินค้าเดิมให้ดูมีความใหม่ตลอดเวลา ปรับปรุงและขยายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่ม ลูกค้าอื่น ๆ นอกจากกลุ่มปัจจุบัน อาจจะใส่ออพชั่นเสริม เพิ่มสีใหม่ รสชาติใหม่ ขนาดใหม่ บริการเสริม ในช่วงนี้สินค้า/บริการของเราเริ่มเป็นที่จับตามองในตลาดและเริ่มดึงดูดคู่แข่ง ให้อยากเข้ามาขายของเหมือนเรามากขึ้นเพราะเห็นว่าเราขายดี ช่วงที่ 3 อิ่มตัว เป็นช่วงที่สินค้า/บริการ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แม้ยอดขายจะไม่ เติบโตเท่าช่วงที่แล้ว แต่ก็จะยังคงมียอดขายในระดับสูง เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลก�าไรได้มาก ที่สุด (ชดเชยกับที่ลงทุนไปในช่วงเริ่มต้น) เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณามาก เท่าแต่ก่อน ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งเริ่มเข้ามากินส่วนแบ่งการตลาด จึงควรจะมี โปรโมชั่นลูกค้าที่ใช้สินค้าและบริการของเราเพื่อคงลูกค้าเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด รักษา มาตรฐาน อาจมีส่วนลดและของแถมส�าหรับลูกค้าประจ�า มีการบริการหลังการขาย มีการ เอาของเก่าแลกของใหม่ มีการปรับแต่งสินค้าบ้างเพื่อสู้กับสินค้าของคู่แข่งที่ออกมาทีหลัง และใหม่กว่า (เพราะใครๆก็อยากลองของใหม่) หากยังคงยอดขายในระดับสูงได้เรื่อย ๆ สินค้า/บริการก็จะยังคงอยู่ในช่วงนี้ต่อไปตราบนานเท่านาน เหมือนสินค้าหลาย ๆ อย่าง ที่เราเห็นได้ในปัจจุบัน เช่น รถยนต์ค่ายญี่ปุ่นที่ออกรุ่นใหม่หรือปรับแต่งทุก2ปี น�้าดื่ม น�้าอัดลม เครื่องปรับอากาศ กวยเตี๋ยวต้มย�าสูตรเด็ด ดัดผมโดยช่างช�านาญการ กาแฟ ดริปเย็นบดมือ ห้องพักวิวทะเลสาบสไตล์ยุโรป ฯลฯ จนกระทั่งยอดขายไม่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป ลดลง และต�่าลงชัดจนไม่สามารถกู้กลับคืนได้แล้ว ช่วงที่ 4 ถดถอย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา สินค้า/บริการ เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต ในช่วงนี้ยอดขายจะลดต�่าลงเรื่อย ๆ เป็นผลมาจากการที่มีคู่แข่งเข้ามาในตลาดมาก และ ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันน้อยจนลูกค้ามีทางเลือกใช้มาก ท�าให้ส่วนแบ่งทางการตลาด ตกไปอยู่ในมือคู่แข่งหลาย ๆ ราย ๆ หรืออาจจะเกิดจากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยน ไป ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รสนิยม ความเชื่อ กระแสสังคมต่าง ๆ โรคระบาด หรือมีสินค้า/บริการที่มาแทนที่อุตสาหกรรมเก่าโดยปริยาย เราสามารถเห็นตัวอย่างนับร้อย นับพันตลอดช่วงชีวิตของเราเอง เช่น ตู้โทรศัพท์ บัตรโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด โทรทัศน์จอแก้ว วิทยุทรานซิสเตอร์ เครื่องเล่นเกมแฟมิลี เกมกด เทปเพลง ม้วนวิดีโอ แผ่น ซีดี โค้กขวดแก้วฝาจีบ รถขายไอศกรีม น�้าอัดลมที่มีน�้าตาลสูง อาหารฟาส์ตฟู้ด ทีวี 3 มิติ หรือแม้กระทั่งรถยนต์เครื่องยนต์ใช้น�้ามันที่ ณ วันนี้เราเห็นการมาถึงของรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่มี ทางทราบได้ว่าในอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแทนที่ได้มากขนาดไหน ในช่วงอายุนี้ บางครั้ง ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป หากผู้ประกอบการพึงพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ ตราบใดที่ยังคง มีก�าไรพอเลี้ยงธุรกิจและยังไม่ต้องแบกรับภาระการขาดทุน (สินค้า/บริการอาจเปลี่ยนไป อยู่ใน niche market หรือตลาดที่จ�าเพาะมาก ๆ เช่น แผ่นเสียงที่ดูจะไม่มีใครใช้แล้ว แต่ก็ ยังมีกลุ่มคนที่สะสมและชอบฟังเพลงจากแผ่นเสียงอยู่) แต่หากถึงจุดที่ยอดขายลดลงต�่า จนท�าก�าไรได้น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการขายหรือผลิต ก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจจบวงจรชีวิต ของผลิตภัณฑ์นี้ และเริ่มแสวงหาสินค้า/บริการใหม่เข้ามาเพื่อด�าเนินกิจการต่อไป ช่วงชีวิต นี้เป็นช่วงที่สร้างความล�าบากใจและความสับสนให้กับผู้ประกอบการมากที่สุด เพราะมีเรื่อง ของความผูกพันกับสินค้า/บริการและเงินทุนที่ลงไปแล้วเข้ามาเกี่ยวข้อง เกิดการต่อสู้ ระหว่างความเชื่อมั่นในตัวสินค้ากับความดันทุรัง ความคาดหวังว่าจะกลับมาได้กับความเป็น จริงที่ตลาดสะท้อน เพราะบางธุรกิจสินค้า/บริการแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับบริษัท ความล้มเหลวของสินค้าตัวเก่งที่เคยสร้างก�าไรมาอย่างยาวนานจึงท�าให้รู้สึกเหมือนเป็น จุดจบของกิจการ การตัดใจและเริ่มต้นใหม่จึงเป็นสิ่งที่ท�าได้ยากยิ่ง การท�าให้สินค้า/บริการคงอยู่ในช่วงอิ่มตัวอย่างยาวนานและหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ช่วง ถดถอย คือสิ่งที่พึงปรารถนาที่สุด หรือหากเริ่มหักหัวลงมาช่วงถดถอยก็ต้องรีบดึงกลับขึ้น ไปช่วงอิ่มตัว หรือท�าให้ไปอยู่ในช่วงเติบโตใหม่ ซึ่งการ “ยืดอายุขัย” ของจุดอิ่มตัว (Product Extension) สามารถท�าได้หลากหลายวิธี ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 1. สินค้าตัวเดิม ขายเพิ่มให้กลุ่มลูกค้าใหม่ได้ เช่น กวยเตี๋ยวเป็ด เดิมเสิร์ฟน่องและ ปีก หันมาใช้เนื้อหั่นเพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ไม่ต้องล�าบากแทะน่อง และปีกให้เปอนเสื้อ หรืออาจใส่โลโก้ฮาลาลเพิ่มเข้าไปในบรรจุภัณฑ์ ใส่ค�าว่าเจ ใส่ค�าว่า ไม่เผ็ด เด็กหรือผู้สูงอายุใช้บริการได้ สระว่ายน�้าอาจประชาสัมพันธ์ถึงข้อดีของการ ออกก�าลังกายในน�้าต่อข้อเข่าผู้สูงอายุหรือกันส่วนส�าหรับผู้ป่วยกายภาพบ�าบัด 2. ลดราคา แต่ยังขายราคาเดิม ด้วยการลดขนาดต่อชิ้นลง เพื่อให้ผู้ซื้อซื้อได้ง่ายขึ้น เช่น กล้วยหนึ่งลูกในร้านสะดวกซื้อ คนที่ต้องการรับประทานกล้วย แต่ไม่อยากซื้อทั้งหวี เพราะกินไม่หมดก็จะไม่ซื้อกล้วยเลย แต่หากขายแค่ 1 ลูกจะท�าให้สะดวกใจที่จะซื้อ เราเห็น ตัวอย่างจากครีมประทินผิวที่เดิมขายเป็นกระปุกเปลี่ยนมาเป็นซองเล็ก ๆ ใช้ต่อครั้ง หรือ กวยเตี๋ยวชามละ 20บาท 3. เพิ่มมูลค่า เช่น ใส่ผักที่มีประโยชน์ต่อร่างการ ใส่สมุนไพร ใส่วิตามิน (น�้าเปล่าผสม วิตามินที่แพร่หลายในร้านสะดวกซื้อปัจจุบัน) ใช้วัตถุดิบออแกนิค ใช้วัสดุรักธรรมชาติ หรือ สื่อสารว่าใช้ผลิตภัณฑ์ของเราไม่สร้างมลพิษ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ของเราจะช่วยให้ชุมชน มีรายได้ หรือน�ารายได้ส่วนหนึ่งไปบริจาคเพื่อการกุศล
12 วารสาร หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด • ปีที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • โดย...น.ส.กณิศ เมืองวงษ์ ที่ปรึกษาประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด “มุม... คนไทย” ในต่างแดน เทศกาลโอะบง (Obon) หรือที่คนไทยออกเสียงว่า “โอบ้ง” นั้น ถือเป็นเทศกาล ที่ส�าคัญมากเทศกาลหนึ่งของคนญี่ปุ่น เพราะเป็นวันที่ร�าลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับอันเคย ได้มีความผูกพันกันมาก่อน เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย และบุคคลอันเป็นที่รัก ที่รีบร้อนเดินทาง ไกลไปโลกหน้าก่อนลูกหลาน ไม่ว่าจะด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ หรือแม้แต่อุบัติเหตุอันเกิด ขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน ถ้าเปรียบกับประเทศไทยก็คงเทียบเคียงได้กับงานบุญข้าวสาก หรือวันเชงเม้งของคนไทยเชื้อสายจีนนั่นเอง เทศกาลนี้ปกติจัดขึ้นทุกวันที่ 13-15 สิงหาคม ของทุกปี แต่ทว่า เทศกาลโอะบ้งนั้น ไม่ได้เศร้าโศกอย่างที่เราคิด กลับเต็มไปด้วยแสงสี และการเฉลิมฉลองมากมาย จนท�าให้รู้สึกราวกับว่าเป็นบุญบั้งไฟในแบบญี่ปุ่นเสียมากกว่า อาจเพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเชื่อเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดเหมือนอย่างเรา เทศกาลนี้จึงเป็นเพียงการระลึกถึงผู้ล่วงลับไปเพียงเท่านั้น หลายๆคนมีการน�าดอกไม้ ไปวางและตกแต่งที่หลุมศพของคนที่ตนเองรักและคิดถึงเพื่อระลึกถึงและไว้อาลัย แต่ไม่มี การน�าเครื่องเซ่นไหว้ไปถวายเหมือนในประเทศไทย ช่วงกลางวันนั้น ก็จะเป็นพิธีเฉลิมฉลอง มีขบวนแห่และฟ้อนร�ามากมายหลากหลาย ขบวน โดยนางร�าก็มักจะเป็นคนในพื้นที่และนักเรียนในเขตต�าบลนั้น ๆ มีทั้งเด็ก ๆ ไปจนกระทั่งเหล่า ส.ว. (ผู้สูงวัย) ทั้งหลาย แต่งกายสวยงาม เต้นร�าประกอบจังหวะเพลง เร้าใจราวกับกลุ่มของนางฟ้าก�าลังร่ายร�าอวดโฉมอย่างไรก็อย่างนั้น แต่ละต�าบลในเขต จังหวัดนั้นก็จะมาร่วมท�าการแสดงกันโดยร่ายร�าวนไปรอบๆเมือง เพราะฉะนั้น เราสามารถ ปักหลักชมการแสดงได้ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงตอนเย็นเลยทีเดียว ในช่วงเวลากลางคืนก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้ช่วงกลางวันเลยค่ะ จุดไคลแม็ก ของช่วงกลางคืนก็คือ การได้ใส่ชุดยูกาตะแบบญี่ปุ่นแท้ไปนั่งชมพลุไฟหลายร้อยลูก ที่ถูกจุดจากเกาะฝั่งตรงข้าม สวยงามราวกับสวรรค์ก็ไม่ปาน ผู้ชมจะถูกจัดให้นั่งในจุด ที่สามารถมองเห็นพลุไฟได้อย่างเด่นชัด พลุไฟแต่ละลูกจะถูกจุดจากเกาะอีกฝั่งหนึ่ง และ แต่ละลูกมีขนาดใหญ่เสียจนราวกับว่าจะไม่สามารถมองได้ถ้วนทั่ว เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจและ ประทับใจอย่างที่สุด พลุแต่ละลูกยังแสดงถึงความครีเอทของชาวญี่ปุ่นโดยแท้ หลังจาก เทศกาลโอะบง (Obon) ยิงขึ้นฟ้าแล้ว พลุจะระเบิดออกมาเป็นรูปต่างๆ ทั้งใบหน้าคน ดอกไม้ และการ์ตูน ในคาแรคเตอร์ต่าง ๆ กัน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แต่นับเป็น 2 ชั่วโมง ที่มีคุณภาพคับแก้วและผ่านไปเร็วมากจริงๆ คงเป็นเพราะพลุทุกๆลูกนั้นได้ท�าหน้าที่ของ ตนเองได้อย่างดีเยี่ยมและไร้ที่ตินั่นเอง…
Plant-based food คืออะไร? ทําไมสุขภาพดีแถมชวยลดโลกรอน? โดย... นายไตรรัตน์ ขุมหิรัญ สมาชิกลำาดับที่ 809 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ 13 วารสาร • ปที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจําเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อโลกสมัยใหม่มนุษย์เรามีอาหารหลากหลายชนิด “อาหารจากพืช หรือ Plant-based food” ก็เป็นอาหารประเภทหนึ่งที่เริ่มมีการพูดถึงเพื่อสนับสนุนเหตุผลทางด้านสุขภาพ หรือเหตุผลทางด้านสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ค่านิยมดั้งเดิมในการรับประทานอาหารของมนุษย์คือ “กินเพื่ออยู่” แต่ในโลกสมัยใหม่ การกินมีเหตุผลมากกว่าการกินเพื่อด�ารงชีวิต อย่างไรก็ตาม เทรนด์การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก ไม่ได้เพิ่งถือก�าเนิดในช่วงทศวรรษปีมานี้ แต่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น วีแกน มังสวิรัติ และอาหารเจ ส�าหรับอาหารจากพืช (Plant-based food) เป็นอาหารทางเลือกใหม่ที่เข้ามาเปิดประตูการรับประทานเพื่อสุขภาพ Plant-based food และ plant-based diet คืออะไรกันแน่? Plant-based diet คือระเบียบการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ โดยการเน้นรับประทาน อาหารจากพืช (Plant-based food) ยกตัวอย่างเช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และเนื้อสัตว์ จ�าลองที่ท�าจากพืช 100 เปอร์เซ็นต์ การเริ่มต้นรับประทาน Plant-based diet เป็นการปรับ มื้ออาหารให้มีพืชเป็นองค์ประกอบเยอะขึ้น รับประทานโปรตีนจากพืชแทนเนื้อสัตว์ ลดเกลือ น�้าตาล และเลือกใช้ไขมันจากพืชที่ดีต่อสุขภาพเช่น น�้ามันมะพร้าว น�้ามันมะกอก เป็นต้น ความเหมือนและความต่างของ อาหารจากพืช วีแกน มังสวิรัติ และ เจ ทั้งอาหารจากพืช (Plant-based food) วีแกน มังสวิรัติ และ เจ ล้วนเป็นลักษณะการ รับประทานอาหารที่เน้นการรับประทานทานพืชเป็นองค์ประกอบหลัก แต่การทานอาหาร ทั้ง 4 ประเภทมีรายละเอียดในแง่ของการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์บางชนิดและคตินิยมที่ แตกต่างกัน ดังนั้นมาท�าความรู้จัก วีแกน มังสวิรัติ และเจกันก่อนดีกว่า วีแกน (Vegan) เป็นการรับประทานอาหารที่ละเว้น ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด ทั้งเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ จากสัตว์จ�าพวกไข่และนม รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหารอย่างเสื้อผ้า เนื่องจากการรับประทานแบบวีแกนมีปรัชญาที่ต้องการหลีกเลี่ยง ลดทอน กีดกันการทารุณ กรรมสัตว์และการแสวงหาผลประโยชน์จากสัตว์ มังสวิรัติ (Vegetarian) เป็นการรับประทานอาหารจากพืชที่มีการแบ่งชนิดและสิ่งที่รับประทานได้หลากหลาย ประเภท ตามจุดประสงค์ของแต่ละบุคคล การรับประทานอาหารแบบมังสวิรัติมีปรัญญา ที่ใกล้เคียงกับวีแกน แต่มังสวิรัติบางประเภทก็อนุญาตให้ทานไข่ได้ ส่วนบางประเภทก็อนุญาต ให้รับประทานผลิตภัณฑ์จ�าพวก นม เนย และชีสได้ เจ เป็นการรับประทานอาหารที่ละเว้นเนื้อสัตว์ตามคติความเชื่อดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสาย จีน ซึ่งเราอาจคุ้นเคยกับการทานอาหารประเภทนี้ช่วงเทศกาลถือศีลกินเจทุกปี อย่างไรก็ตาม เจถูกจัดอยู่ในการกินแบบมังสวิรัติ แต่ก็มีข้อปฏิบัติที่ยึดโยงกับศาสนาอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารทั้ง 3 ประเภทมีพืชเป็นองค์ประกอบหลัก อาหารจาก พืช (Plant-based food) จึงเป็นค�าจ�ากัดความประเภทอาหารของ วีแกน มังสวิรัติ และ เจ แต่การรับประทานที่เน้นอาหารจากพืช (Plant-based diet) เป็นการเลือกรับประทานเพื่อ ประโยชน์ด้านสุขภาพ จึงยังไม่มีคตินิยมและกฏเกณฑ์ที่ชัดเจนเหมือน วีแกน ส่วนการ ตระหนักรู้ถึง การทารุณกรรมสัตว์และสิ่งแวดล้อม เป็นผลพลอยได้จากการรับประทานอาหาร จากพืช ซึ่งผู้ที่รับประทานอาหารจากพืชสามารถผันตัวเข้าสู่การรับประทานแบบวีแกน หรือ มังสวิรัติในภายหลังได้เช่นกัน เนื้อจากพืช plant-based meat นวัตกรรมเนื้อจากพืช (Plant-based meat) ตัวเลือกของคนชอบทานเนื้อสัตว์ การรับประทานอาหารจากพืชอาจจะฟังดูไกลตัวส�าหรับคนทั่วไปที่ทานอาหารหลากหลาย ทั้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เนื้อจากพืชจึงเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยให้การทาน Plant-based food ง่ายขึ้น เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่เพียงแต่ท�าให้เนื้อจากพืช (Plant-based meat) มีหน้าตาดูเหมือนเนื้อสัตว์อย่างเดียว แต่ยังมีรสชาติที่ใกล้เคียงอีกด้วย นวัตกรรมนี้ท�าให้ อาหารจากพืชมีรสชาติที่อร่อยและเข้าถึงง่ายขึ้น โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายแบบ ให้เลือกสรร ทั้งหมู เนื้อ ไก่ กุ้ง แฮม เบคอน ไปจนถึงเมนูส�าเร็จรูป จึงท�าให้การรับประทาน อาหารจากพืชไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัวอย่างที่คิด ประโยชน์ของ อาหารจากพืช (Plant-based food) เอกลักษณ์ที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ท�าให้เกิดการลดไขมันจากเนื้อสัตว์ ซึ่งจะส่งผลดี ต่อร่างกายดังนี้ ระบบขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากไฟเบอร์เป็นเส้นใยอาหารพบได้มากในพืชที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป การรับประทาน อาหารจากพืช (Plant-based food) จึงช่วยกระตุ้นการท�างานของระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี ลดน�้าหนัก ธัญพืชและผักไม่ขัดสีส่วนใหญ่มีค่าดัชนีน�้าตาลต�่าและมีไฟเบอร์สูง ท�าให้ร่างกายย่อย ได้ช้าและรู้สึกอิ่มท้องนาน ดีต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต เนื่องจากพืชเป็นสิ่งที่ไม่มีคอเรสเตอรอล และมีไขมันอิ่มตัวบางชนิดเท่านั้น จึงมีส่วนช่วย การท�างานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นดังนี้ รักษาระดับคอเรสตอรอล เมื่อระดับคอเรสเตอรอลไม่สูงจนเกินไป ความเสี่ยงที่ท�าให้เกิดการสะสมของไขมัน ในเลือดก็จะลดลง ระบบไหลเวียนเลือดท�างานอย่างมีประสิทธิภาพ้มากขึ้น ลดความเสี่ยง ต่อภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคหลอดเลือดสมอง ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จากการศึกษาของ องค์กรไม่แสวงหาผลก�าไร Physicians Committee for Responsible Medicine (PCRM) ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารจากพืช (Plant-based อ่านต่อหน้า 15
14 วารสาร หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด • ปีที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจ�ำเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • 4. หาตลาดใหม่ เช่น เปิดสาขาใหม่ เปลี่ยนท�าเลใหม่ เปลี่ยนเวลาเปิด-ปิด เปลี่ยนไปขาย ในตลาดนัด ในห้างสรรพสินค้า หน้าโรงเรียน ร้านนวดเปิดในโรงแรม ร้านล้างรถเปิดใกล้ โรงหนัง ร้านน�้าเต้าหู้เปิดใกล้สวนสาธารณะ ร้านสะดวกซักเปิดใกล้แหล่งชุมชนหรือหอพัก นักศึกษา 5. เปลี่ยนแพคเกจจิ้งใหม่ เช่น หนังสือเดิม เนื้อหาเดิม แต่เปลี่ยนหน้าปก หรือเปลี่ยน หน้าตาของร้านให้ทันสมัยขึ้น ดูสะอาดขึ้น เข้ากับรสนิยมของลูกค้ามากขึ้น ใช้น�้าหอมหรือ เปิดเพลงสร้างบรรยากาศ เปลี่ยนกล่องหรือซองใหม่ เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนฟอนต์ ใส่ลายการ์ตูน ลงในของใช้เด็ก ใช้สีชมพูเพื่อดึงดูดผู้ใช้วัยรุ่นผู้หญิง เปลี่ยนพาชนะ เปลี่ยนสีโคมไฟในร้าน เปลี่ยนสีชั้นวางของในร้าน หรือตกแต่งห้องพักใหม่ PLC หากมองในภาพเล็ก จะใช้ดูความเป็นไปของสินค้า/บริการต่างๆในกิจการ แต่หาก มองในภาพใหญ่ก็จะสามารถดูความเป็นไปของตัวธุรกิจเองได้ด้วย แต่ถึงกระนั้น PLC ก็เป็นแค่ “มุมมอง” เพียงหนึ่งมุมมอง (ในหลายๆ framework ทางธุรกิจที่มีมากมาย) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและธุรกิจของผู้อ่านวารสารหอการค้าฉบับนี้ทุกท่าน ✸ ต่อจากหน้า 11 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ โดย...ภาสุรีย์ สวัสดิ์พาณิชย์ สมาชิกหอการค้าลำดับที่ 468 1. You worked hard for this and you deserve it. คุณท�างานหนักมาตลอด สมควรแล้วที่คุณได้เลื่อนต�าแหน่งครั้งนี้ 2. Hope this promotion brings all kinds of new challenges and opportunities for you. ขอให้ต�าแหน่งใหม่ที่คุณได้รับมอบความท้าทายและโอกาสดีๆ ใหม่ๆ ให้กับชีวิตคุณ 3. Your new job title looks good on you! Congrats on your success and promotion! ต�าแหน่งใหม่เหมาะสมกับคุณจริงๆ ยินดีด้วยกับความส�าเร็จและการเลื่อนต�าแหน่งนะ 4. Congratulations on having your potential recognized. You deserve to move up. ยินดีด้วยนะที่ความสามารถของคุณถูกมองเห็น สมควรแล้วที่คุณได้เลื่อนต�าแหน่ง 5. Congratulations on your well-deserved promotion ยินดีกับการเลื่อนต�าแหน่งด้วยนะ มันเหมาะสมแล้วกับความสามารถของคุณ เครดิต twitter @Eng_afternoonz 5 ประโยคภาษาอังกฤษ ไว้ยินดีกับความก้าวหน้า การเลื่อนขั้น(เลื่อนยศ) ของเพื่อน
15 วารสาร • ปีที่ 18 ฉบับที่ 156 ประจ� ำเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน พุทธศักราช 2566 • หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ✸ ต่อจากหน้า 13 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼ ▲ food) เป็นประจ� าสามารถลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 34 ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เนื้อสัตว์เป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวอยู่มาก ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อหัวใจและระบบไหลเวียน โลหิตหากรับประทานมากเกินไป ในวารสารที่ตีพิมพ์โดย สมาคมโรคหัวใจ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2019 ระบุว่าการรับประทานพืชเป็นส่วนประกอบหลักช่วยให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรค หัวใจได้ถึงร้อยละ 16 ป้องกันโรคเบาหวาน จากการศึกษาของ PLos Medicine ในปี 2016 พบว่า อาหารจากพืช (Plant-based food) ช่วยป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ถึงร้อยละ 34 และยังเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถรับประทานได้หากเลือกวัตถุดิบอย่างถูกต้อง plant-based ลดโลกร้อน Plant-based food มากกว่าสุขภาพดีคือการได้ช่วยลดโลกร้อน การลดการบริโภคเนื้อสัตว์จะท� าให้พื้นที่เกษตรกรรมเพื่อปศุสัตว์ พื้นที่ปศุสัตว์ อุตสาหกรรม ผลิตเนื้อสัตว์และนมลดลงไปด้วย เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวมีพื้นที่กว้างขวางและมีการขยาย พื้นที่มากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชากรในโลกที่มีจ� านวนเพิ่มขึ้นทุกปี น� าไปสู่ การถางพื้นที่ป่าเพื่ออุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งส่งผลเสียต่อดิน น�้า การสูญเสียที่อยู่อาศัยของ สัตว์ป่า และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ จากรายงานของ Nature food ประเทศสหราชอาณาจักร เกษตรกรรมผลิตอาหารเพื่อปศุสัตว์ และปศุสัตว์แบบปล่อยทุ่งผลิตก๊าซเรือนกระจกมากถึงร้อยละ 57 การผลิตอาหารจากพืช (Plantbased food) จึงเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยลดโลกร้อนได้ เพราะระบบผลิตอาหารจ�าพวกผัก ผลไม้ และเบอรี่ ไม่มีการปล่อยก๊าซมีเทนจากมูลสัตว์ ซึ่งก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกประเภทหนึ่ง ดังนั้นการรับประทานอาหารจากพืช จึงมีส่วนช่วยในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุ ของภาวะโลกร้อนได้ สรุป ปัจจุบันเรามีอาหารจากพืช (Plant-based food) เป็นตัวเลือกในการรับประทานอาหาร แต่เนื้อสัตว์ก็ยังเป็นโภชนาการพื้นฐานของมนุษย์อยู่ การลดพื้นที่ปศุสัตว์จึงยังเกิดขึ้นได้น้อย ในปัจจุบัน แต่วิทยาการอาหารจากพืชยังพัฒนาต่อไปเพื่อที่สักวันอาหารจากพืชอาจจะเข้ามา แก้ปัญหาโลกร้อนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามประโยชน์ด้านสุขภาพก็เป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันมองหา อาหารจากพืชจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีให้เลือกหลายหลายและยังดีต่อสุขภาพ Cr : Luma Health Insurance
หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ส�ำนักงาน : 555 หมู่ 17 ถ.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทร 0-4351-5004 HEADOFFICE : 555 Moo 17 Chaloem Phra Kiat 7 Rounds Rd. Nuea Mueang Mueang Roi Et 4500 THAILAND TEL/FAX : 0-4351-5004 • ที่ปรึกษา ดร.สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์, เรืองรัตน์ รัตนโภคาสถิต, บัณจง ธนะแพสย์, สมเกียรติ ชัยคณารักษ์กูล, ดร.สุมาลัย ศิริพานิช, เรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต • บรรณาธิการ ณธรรม เอื้อไพจิตร • ผู้ช่วยบรรณาธิการ เรืองนรี เวียงอินทร์ • ศิลปกรรม ทันใจการพิมพ์ร้อยเอ็ด • พิมพ์ที่ ทันใจการพิมพ์ร้อยเอ็ด โทร. 043-511872 • หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 043-515004 ✸✸ บทความหรือคอลัมน์บางบท เป็นความคิดเห็นของบุคคลหรือคณะบุคคล มิได้หมายความว่า หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด จะเห็นคล้อยตามเสมอไป ✸✸