The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารหอการค้า ปีที่ 18 ฉบับที่ 155
ประจำเดือน มีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by roietpcc, 2023-06-23 03:46:00

Roi Et News Chamber No.155

วารสารหอการค้า ปีที่ 18 ฉบับที่ 155
ประจำเดือน มีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2566

จังหวัดรŒอยเอ็ด หอการคา หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE สงเสริมการคา พัฒนาเศรษฐกิจ สรางคุณคาชีวิต คือภารกิจหอการคา www.Thaichamber.com/roiet หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด วารสาร Roi et News Chamber ปที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม-เมษายน พุทธศักราช 2566 หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมใหญ่สามัญ สมาชิกหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ประจ�าปี 2565 และเลือกตั้งคณะกรรมการหอการค้า ปีบริหาร 2566-2567 โดยการเลือกตั้งมติ เป็นเอกฉันท์ให้ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ด�ารงต�าแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ปีบริหาร 2566-2567 พร้อมได้แต่งตั้งคณะกรรมการหอการค้าฯ จ�านวน 46 ท่าน ณ ห้องประดับเงิน โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อ�าเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด จัดการประชุมเลือกตั้งประธาน YEC หอการค้า ประจ�าปีบริหาร 2566-2567โดยได้รับเกียรติจากนายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด, นายนิรันดร์ ปิยะอัษฏารัตน์ รองประธานหอการค้าฯและ นายมงคล โอสายไทย เลขาธิการหอการค้าฯร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมแสดงความยินดีกับ น.ส.นิศาชล พัฒน์โรจนสกุล ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นประธาน YEC หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด วาระปีบริหาร 2566-2567 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมเอ็มแกรนด์ อ�าเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้ประธานหอการค้าและอดีตประธาน YEC ได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ ประธาน YEC คนใหม่ในครั้งนี้ด้วย โดยประธาน YEC คนใหม่ มีประวัติดังนี้ อ่านต่อหน้า 8 อ่านต่อหน้า 8 นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยกรรมการ หอการค้าฯ มอบเงินสมทบ "กองทุนบุญผะเหวด" ประจ�าปี 2566 จ�านวน 447,192.50 บาท โดยมีนายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้รับมอบ ในที่ประชุมคณะ กรรมการจังหวัดหัวหน้าส่วนราชการและนายอ�าเภอ ประจ�าเดือนเมษายน 2566 (ครั้งที่ 4/2566) ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินจากที่คณะกรรมการหอการค้าร้อยเอ็ด โดย นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ได้รับมอบหมายจากทางคณะกรรมการจัดงาน "มหาทานบารมี บุญผะเหวด" ประจ�าปี 2566 ได้มอบหมายให้จัดพาแลงมหาทาน และฝ่ายสิทธิ์ประโยชน์ เมื่อจัดงานเสร็จแล้ว ก็ได้น�าส่งเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายน�าเข้าบัญชีกองบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ไว้เพื่อจัดงาน ในปีต่อ ๆ ไป ขอแสดงความยินดีกับ นางสาวนิศาชล พัฒนโรจนสกุล ประธานผูประกอบการรุนใหม YEC จังหวัดรอยเอ็ด วาระปบริหาร 2566-2567


2 วารสาร หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด • ปีที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจ�ำเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 •


โดย...นำยเรืองศักดิ์ รัตนโภคำสถิต ประธำนหอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด โตะประธาน บันทึกจาก… หอการคา 3 วารสาร • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด โตะประธาน บันทึกจาก… หอการคา ขอสำมค�ำส�ำหรับกำรประเมินนโยบำยเศรษฐกิจพรรคกำรเมือง ค�ำถำมที่ผมถูกถำมมำกเป็นพิเศษในช่วงใกล้เลือกตั้งนี้ คือชอบนโยบำยเศรษฐกิจ ของพรรคกำรเมืองไหนบ้ำง ค�าตอบ คือ ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่ค่อยเห็นข้อเสนอนโยบายเศรษฐกิจของ พรรคการเมืองต่าง ๆ แบบภาพรวม จะเห็นแต่การน�าเสนอมาตรการประเภทสัญญาว่าจะให้ เพื่อเอาใจฐานเสียงกลุ่มต่าง ๆ หรือไม่ก็มีลักษณะเป็น wish list แบบเบี้ยหัวแตกมากกว่า ที่จะบอกว่าเป้าหมาย หรือทิศทางของเศรษฐกิจไทยจะก้าวต่อไปอย่างไร และจะท�าอย่างไร ให้เกิดผลได้จริง ข้อเสนอนโยบายเศรษฐกิจควรต้องผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี ผ่านการจัดล�าดับความ ส�าคัญ ชั่งน�้าหนักข้อดีข้อเสียและผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น เพราะปัญหาแต่ละเรื่องมีความ เร่งด่วนและความรุนแรงไม่เท่ากัน และเรามีทรัพยากรทุกอย่างจ�ากัด ไม่สามารถท�าได้ ทุกอย่าง หลายเรื่องที่ถูกต้องและจ�าเป็นส�าหรับอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องที่จะถูกใจฐานเสียงเสมอไป ท่ามกลางหลากหลายปัญหาที่ระบบเศรษฐกิจไทยเผชิญอยู่ในเวลานี้และที่จะเผชิญ ในอนาคต ผมคิดว่านโยบายเศรษฐกิจจะต้องให้ความส�าคัญกับค�าสามค�า คือ productivity (ผลิตภาพ) immunity (การสร้างภูมิคุ้มกัน) และ inclusivity (การกระจายผลประโยชน์อย่าง ทั่วถึง) เพราะทั้งสามเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทย และมีแนวโน้มจะรุนแรง ขึ้น และแก้ไขยากขึ้นมากถ้าเราปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ไหลลงไปเรื่อย ๆ โดยไม่รีบจัดการ (อันที่จริง เราพูดเรื่องเหล่านี้กันมากว่า 10 ปีแล้ว แต่หลายเรื่องมักถูกลืม หรือถูกแกล้งลืม จนท�าให้ปัญหาสะสมมากขึ้น) ค�ำแรก productivity หรือ ผลิตภำพ ถ้าแปลง่าย ๆ คือคนไทยต้องเก่งขึ้น ธุรกิจไทย ต้องเก่งขึ้น และต้นทุนการใช้ชีวิต การท�าธุรกิจของคนไทยต้องลดลง สังคมไทยก�าลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในขณะที่จ�านวนคนไทยวัยท�างาน ลดลงเรื่อย ๆ มาสองสามปีแล้ว และหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นมาก ในอนาคตคนไทยวัยท�างาน แต่ละคนจะต้องหาเงินดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทั้งดูแลทางตรง (ดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว และตัวเองในวัยชรา) และทางอ้อม (ผ่านการเสียภาษีให้รัฐบาลเพื่อเอาไปดูแลคนชรา) ตลาดในประเทศก็มีแนวโน้มเล็กลงตามจ�านวนประชากรและโครงสร้างประชากร ในอนาคต งบประมาณของภาครัฐที่จะไปลงทุนเรื่องใหม่ ๆ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ก็มีแนวโน้มน้อยลง เพราะงบรายจ่ายสวัสดิการเพิ่มสูงขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง การแข่งขันกับประเทศอื่นที่เข้มข้นมากขึ้น หลายประเทศคู่แข่งของเรามีโครงสร้างประชากร ที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว และก�าลังเพิ่มผลิตภาพหลายด้านอย่างก้าวกระโดด นโยบายด้าน productivity ต้องท�าหลากหลายเรื่อง ที่ส�าคัญต้องเร่งพลิกโฉม (transform) ภาคเศรษฐกิจที่มี productivity ต�่าแต่มี impact สูงกับคนส่วนใหญ่ของประเทศก่อน โดยให้ ความส�าคัญกับอย่างน้อยสามภาค คือ ภาคเกษตร ภาคการศึกษา และภาครัฐ ที่ต้องพลิกโฉม อย่างจริงจัง ต้องท�านโยบายและมาตรการด้านอุปทาน (supply side) และใช้เทคโนโลยี สมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็น Agri-tech, Edu-tech, หรือ Gov-tech ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดผลได้จริงในระยะยาว ภาคเกษตร ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลผลิตต่อไร่ของทุกพืชหลักของเราแทบไม่ดีขึ้นเลย และอยู่ ในระดับต�่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่น นอกจากนี้ แรงงานในภาคเกษตรเป็นแรงงานสูงอายุ มากขึ้นเรื่อย ๆ วิธีการท�าเกษตรแบบดั้งเดิมใช้น�้ามาก ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา ในปริมาณสูง และสร้าง PM2.5 ท�าให้คนไทยตายผ่อนส่งและสร้างภาระรายจ่ายด้านสุขภาพ สูงมาก ภาคเกษตรจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศรุนแรงในอนาคต ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่เพราะครัวเรือนกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทยพึ่งพิงรายได้จาก ภาคเกษตร การเพิ่มผลิตภาพของภาคเกษตรจะต้องลงมือท�าอย่างจริงจัง ไม่ติดอยู่กับ นโยบายให้เงินอุดหนุน ประกันรายได้ หรือเน้นสร้างแรงจูงใจที่มีผลบิดเบือนระยะสั้น เหมือนที่ผ่านมา ภาคการศึกษา ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลิตภาพการศึกษาของเราอยู่ในระดับต�่า และยังผลิตคน ที่มีทักษะและความรู้ไม่ตรงกับความต้องการของโลกปัจจุบันและอนาคต เรามีโรงเรียนรัฐบาล ขนาดเล็กที่ขาดคุณภาพจ�านวนมาก และก�าลังเผชิญปัญหาเด็กเกิดใหม่น้อยลงเรื่อย ๆ สถาบันการศึกษาเอกชนหลายแห่งต้องทยอยปิดตัวลง สถาบันอุดมศึกษาต้องเร่งปรับตัวจาก การมุ่งสอนนิสิตนักศึกษาไปสู่การวิจัยที่สร้างนวัตกรรม และเพิ่มบทบาทการ upskill และ reskill แรงงานจ�านวนมากที่ต้องยกระดับทักษะของตัวเอง การศึกษาเคยเป็นบันไดทางสังคม (social ladder) ที่ส�าคัญของไทย แต่บทบาทนี้จะยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่องว่างในการเข้าถึง การศึกษาที่มีคุณภาพถ่างขึ้นระหว่างคนที่มีฐานะดี กับคนทั่วไป ภาครัฐ ด้วยข้อจ�ากัดด้านงบประมาณในอนาคต ภาครัฐจะต้องมีขนาดเล็กลง ซึ่งหมายความว่าต้องท�างานเก่งขึ้น นอกจากนี้ภาครัฐเป็นต้นทุนแฝงของการใช้ชีวิต และ การท�าธุรกิจของเราทุกคน เพราะเราต้องจ่ายภาษีและจ่ายค่าบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้กับ รัฐวิสาหกิจ (ที่หลายแห่งมีปัญหาด้านคุณภาพและรั่วไหลต่อเนื่อง) การยกระดับผลิตภาพ ของภาครัฐจะต้องปฏิรูปกระบวนการท�างานของระบบราชการและรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจัง ต้องรักษาคนเก่งจ�านวนมากให้อยู่ในภาครัฐให้ได้ ให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและให้ท�างานที่มี คุณค่าสูง ต้องลดการรวมศูนย์จากส่วนกลาง กระจายอ�านาจลงไปสู่ท้องถิ่นเร็วขึ้นและ มากขึ้น นอกจากนี้ ต้องเร่งปรับปรุงกฎหมาย ยกเลิกกฎเกณฑ์กติกาที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นต้นทุน และอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตและท�าธุรกิจของคนไทย และที่ส�าคัญที่สุดต้องเน้นการสร้างความ โปร่งใส และเอาจริงกับการปราบปรามคอรัปชั่น เพราะการคอรัปชั่นท�าลายผลิตภาพโดยรวม ของเศรษฐกิจไทย ที่ใดก็ตามที่มีการคอรัปชั่นเป็นวัฒนธรรม การแข่งขันจะไม่ได้อยู่บนความ เก่งหรือความสามารถ แต่จะขึ้นอยู่กับว่ารู้จักใคร หรือรู้จักวิธีที่จะจ่ายกับใคร ค�ำที่สอง immunity หรือกำรสร้ำงภูมิคุ้มกัน เป็นเรื่องที่ส�าคัญมากในโลกที่เต็มไปด้วยความ ผันผวน และความไม่แน่นอน การสร้างภูมิคุ้มกันเป็นเครื่องมือหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อโดนกระแทกจากปัจจัยอะไรก็ตาม จะไม่เกิดผลกระทบรุนแรง ถ้าล้มลงไป ก็ลุกขึ้นมาใหม่ได้เร็ว ภูมิคุ้มกันของระบบเศรษฐกิจและสังคมต้องเกิดขึ้นในหลายระดับ เพราะแรงกระแทกที่เราจะเผชิญในอนาคตก็จะเกิดขึ้นในหลายระดับเช่นเดียวกัน ในระดับเศรษฐกิจมหภาค ต้องแน่ใจว่านโยบายเศรษฐกิจไม่ท�าลายความมั่นคง ทางการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว และไม่สร้างความบิดเบือนในระบบแรงจูงใจ ให้เกิดขึ้น ส่งผลให้คนท�าเรื่องที่ไม่ควรท�าหรือมีพฤติกรรมผิด ๆ เราต้องเลิกท�านโยบายประเภทสัญญาว่าจะให้แบบเหวี่ยงแห โดยเฉพาะพวกนโยบาย ที่ใช้งบประมาณแบบปลายเปิด จนควบคุมได้ยาก หรือนโยบายที่ท�าให้ประชาชนเสพติดเงิน อุดหนุนรูปแบบต่าง ๆ ในทางตรงกันข้าม เราต้องเร่งท�านโยบายเพิ่มศักยภาพการจัดหารายได้ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบภาษี การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และการหารายได้จากทรัพย์สิน ของรัฐบาล โดยเฉพาะที่ดินของรัฐ และสัมปทานต่าง ๆ เพราะรายจ่ายสวัสดิการของรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร่งขึ้นกว่าเดิม ตามโครงสร้างสังคมสูงอายุ ดร. วิรไท สันติประภพ กับวิธีพิจารณานโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง อ่านต่อหน้า 5 ดร. วิรไท สันติประภพ


4 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • ชื�อ – สกุล นำยธนำกร จันดำดี ชื�อกิจกำร สุขใจแลนด์ 101 ประเภทกิจกำร ร้านอาหาร รหัสสมำชิก 937 ที่อยู่ 96 ม.7 ต.หมูม้น อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด 45170 โทรศัพท์ 083-5246294 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล นำงวชิรำภรณ์ เสณีแสนเสนำ ชื�อกิจกำร บริษัท วายเอสบี ออร์แกไนซ์ จ�ากัด ประเภทกิจกำร จัดดอกไม้ จัดงานเลี้ยงต่าง ๆ รหัสสมำชิก 938 ที่อยู่ 1/22 ถ.มีโชคชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 4500 โทรศัพท์ 064-0894708 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล น.ส.ต้องจิต ปยะอัษฎำรัตน์ ชื�อกิจกำร บริษัท ร้อยเอ็ดไฮเปอร์มาร์ท จ�ากัด ประเภทกิจกำร สินค้าอุปโภค-บริโภค รหัสสมำชิก 939 ที่อยู่ 129 ม.11 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 043-519797 / 083-4288954 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล น.ส.อภิสรำ พวงจันทร์ ชื�อกิจกำร บริษัท เดอะไฮ เพลส จ�ากัด ประเภทกิจกำร โรงแรม ที่พัก ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง รหัสสมำชิก 940 ที่อยู่ 543 ม.17 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 093-5565445 E-mail [email protected] ชื�อ – สกุล น.ส.อุบลรัตน์ ทองสกุล ชื�อกิจกำร ลิ้มจุ้งเซ้ง ประเภทกิจกำร สินค้าบริโภค รหัสสมำชิก 942 ที่อยู่ 31/6 ถ.หายโศรก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 091-7385588 E-mail - ยินดีตอนรับ สมาชิกใหม่ ชื�อ – สกุล นำยอธิษฐ์ ปยะอัษฎำรัตน์ ชื�อกิจกำร ลิ้มจุ้งเซ้ง ประเภทกิจกำร สินค้าบริโภค รหัสสมำชิก 941 ที่อยู่ 31/6 ถ.หายโศรก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 081-7171989 E-mail - ชื�อ – สกุล นำยอภิวัฒน์ ปยะอัษฎำรัตน์ ชื�อกิจกำร บริษัท ไฮเปอร์ เบฟเวอเรจ จ�ากัด ประเภทกิจกำร น�้าอัดลม รหัสสมำชิก 943 ที่อยู่ 411 ม.17 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 094-2744455 E-mail - ประกำศในหนังสือพิมพ์ ประกำศ เรื่องกำรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้ำนจัดสรร รัตนำกำร์เด้นโฮม 3 ตามที่ บริษัท เพชรรัชต์บ้านและที่ดิน จ�ากัด ได้รับอนุญาตให้ท�าการจัดสรรที่ดิน โฉนดเลขที่ 9293 ต�าบลดงลาน อ�าเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เนื้อที่ดิน15-3-4.1 ไร่ โดยใช้ชื่อ โครงการว่า “ หมู่บ้านรัตนาการ์เด้นโฮม 3 " ซึ่งได้แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวจ�านวน 65 แปลง และ สวนสาธารณะ 1 แปลง ขณะนี้ได้ด�าเนินการขายไปแล้ว จ�านวน 65 แปลง ปัจจุบัน บริษัทฯ ขอเรียนว่าได้ครบก�าหนดรยะเวลาที่โครงการฯต้องบ�ารุงรักษา สาธารณูปโภค ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบกับมีผู้ ซื้อที่ดินเกินกึ่งหนึ่งของจ�านวนแปลงย่อยตามผังโครงการฯ ทางบริษัทฯจึงมีความประสงค์ที่จะโอน ทรัพย์สินส่วนที่เป็นสาธารณูปโภค ถนนภายในโครงการโฉนดที่ดินเลขที่ 9293 เนื้อที่ดิน 4-0-99.6 ไร่ สวนสาธารณะโฉนดที่ดิน เลขที่ 118375 เนื้อที่ดิน 0-2-18.7 ไร่ ที่ตั้งส�านักงานนิติบุคคล โฉนดที่ดินเลขที่ 118374 เนื้อที่ดิน 20 ตารางวา และรั้วโครงการ 727.96 เมตร ) ให้กับผู้ซื้อที่ดินจัดสรร โดยที่ผู้ซื้อที่ดิน จัดสรรจะต้องด�าเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อ รับโอนทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น ซึ่งต้องด�าเนินการให้แล้วเสร็จภายในก�าหนดเวลา 180 วัน นับแต่วันที่ ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร รายสุดท้ายได้รับหนังสือแจ้งจากโครงการฯ จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน และโปรดด�าเนินการให้แล้วเสร็จภายในก�าหนด ระยะเวลาข้างต้นด้วยและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ (นายวิศิษฏ์ มงคลศรีสวัสดิ์) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรรัชต์บ้านและที่ดิน จ�ากัด ส�านักงานเลขที่ 404 หมู่ที่ 7 ต�าบลดงลาน อ�าเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทร.084-4009999 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ • ไดรับคําปรึกษาทางดานการคา การลงทุนและดานกฎหมาย • ไดรับหนังสือแนะนําตัวเมื่อเดินทางไปเจรจาติดตอทางการคาในตางประเทศ • ไดลงขาวประชาสัมพันธ กิจการของทานฟรี ในวารสารหอการคาฯ • ไดรับสิทธิพิเศษในการสมัคร บัตร APEC Business Travel Card • สมัครสมำชิกหอกำรค้ำวันนี้ที่...คุณเรืองนรี เวียงอินทร • 043-515004, 086-4597747 • ขอขอมูลและปรึกษาการคา และการลงทุน • • www.thaichamber.com/roiet หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด [email protected] คุณจะไดŒอะไรจากการเปšนสมาชิก หอการคŒาจังหวัดรŒอยเอ็ด ส�ำนักงำนหอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด : 555 หมู่ที่ 17 ถ.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษำ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE


5 วารสาร • ปีที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจ�ำเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ✸ ต่อจากหน้า 3 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ในระดับธุรกิจและครัวเรือน ต้องมีกลไกทางเศรษฐกิจ (เช่น ภาษีสรรพสามิต) ที่มุ่งให้ ธุรกิจไทยและวิถีชีวิตคนไทยไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเตรียมรับมือ (adaptation) กับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศที่จะรุนแรงกว่าเดิมมาก เรื่อง adaptation นี้เราพูดถึงกันน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่ส�าคัญมาก เพราะวิกฤติสภาวะภูมิอากาศจะกระทบต่อ ทุกภาคธุรกิจ และวิถีชีวิตของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในระดับบุคคล จะต้องมุ่งให้คนไทยลดหนี้ได้อย่างยั่งยืน ด้วยการหาทางแก้ไขหนี้ที่มี อยู่เดิมและป้องกันไม่ให้ก่อหนี้ใหม่แบบเกินพอดี จะต้องส่งเสริมการออมทั้งภาคสมัครใจ และภาคบังคับ และส่งเสริมให้คนไทยมีทักษะและความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเงิน นอกจากนี้ คนไทยต้องมีทักษะในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะว่าความรู้ที่มีอยู่จะล้าสมัยได้ เร็วมากในโลกข้างหน้า และที่ส�าคัญที่สุด จะต้องส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง ดูแลสุขภาพตัวเองได้ในระยะยาว ลดการใช้ยาเสพติดทุกประเภท และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่บั่นทอนอนาคตของคนไทยจ�านวนมาก ค�ำที่สาม inclusivity หรือการกระจายผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ส�าคัญมาก เพราะปัญหาความเหลื่อมล�้าในระบบเศรษฐกิจไทยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเหลื่อมล�้าด้านทรัพย์สิน ด้านรายได้ หรือด้านโอกาส ปัญหาคนจนข้ามรุ่นจะเป็นปัญหา ใหญ่ของสังคมไทย โอกาสที่จะไต่บันไดทางสังคมยากขึ้นเรื่อยๆ (โดยเฉพาะถ้าไม่ปฏิรูประบบ การศึกษา) นโยบายที่จะจัดการเรื่อง inclusivity ท�าได้หลายรูปแบบ แต่จะต้องก�าหนดกลุ่มเป้าหมาย และผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นให้ชัดเจน ไม่เหวี่ยงแห และต้องท�าอย่างต่อเนื่องจึงจะ เห็นผล รวมทั้งต้องคิดนโยบายใหม่ ๆ ที่มุ่งกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้กระจุกตัว อยู่ในเมืองใหญ่บางเมืองเท่านั้น เรามีเมืองรองจ�านวนมากที่เศรษฐกิจในพื้นที่ฝ่อลงเรื่อย ๆ และต้องการนโยบายสนับสนุนเมืองรองให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม การจัดการเรื่อง inclusivity จะต้องตั้งอยู่บนหลัก ของการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ปลายักษ์กินปลาใหญ่ และปลาใหญ่กินปลาเล็ก ได้โดยง่าย ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยเข้มแข็งขึ้นมากและมีความสามารถในการท�า ก�าไรสูง ในขณะที่ SMEs ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานที่ส�าคัญของประเทศมีแนวโน้มฝ่อลง ถ้าหาก ความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการท�าก�าไรของนายจ้างที่เป็น SMEs ลดลงเรื่อย ๆ แล้วก็ยากที่จะเพิ่มรายได้ของแรงงานที่เป็นลูกจ้างได้ การสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันจึงเป็นเรื่องที่ส�าคัญมาก ที่ผ่านมากฎเกณฑ์กติกา หลายเรื่องสร้างต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจมาก ซึ่งเมื่อหารออกมาเป็นต้นทุนต่อผลผลิตแล้วจะ พบว่าต้นทุนของ SMEs สูงกว่าต้นทุนของธุรกิจขนาดใหญ่มาก กฎเกณฑ์กติกาหลายเรื่อง ยังได้ก�าหนดมาตรฐานไว้สูง ส่งผลให้เกิดการกีดกันการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะ SMEs นอกจากนี้ องค์กรที่ท�าหน้าที่ก�ากับดูแล (regulators) หลายแห่งขาดความเข้มแข็ง หรือ ถูกแทรกแซง ไม่กล้าที่จะท�าเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเกรงว่าจะไปกระทบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่อาจจะเชื่อมโยงกับการเมือง นโยบายที่สร้างความเข้มแข็งและความโปร่งใสให้กับองค์กรที่เป็นผู้ก�ากับดูแลจึงส�าคัญ มากที่จะแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล�้า และสร้าง inclusivity ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เราอาจ จะคิดว่าการต่อสู้กันด้านผลประโยชน์ในบางธุรกิจเป็นเรื่องของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ชนกัน (ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโทรคมนาคม หรือพลังงาน) แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มทุนเหล่านี้ แท้จริงแล้วคือต้นทุนของเราทุกคน เหลืออีกไม่ถึงหนึ่งเดือนก็จะถึงวันเลือกตั้ง หวังว่าเราจะเห็นข้อเสนอนโยบายเศรษฐกิจ จากพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างรอบด้านชัดเจน และเป็นระบบมากขึ้น มากกว่าที่จะเห็นเพียง มาตรการพวกสัญญาว่าจะให้ ผมจะใช้สามค�าข้างต้น เป็นไม้บรรทัดพิจารณาว่าชอบหรือไม่ชอบนโยบายเศรษฐกิจของ พรรคการเมืองใด ที่ส�าคัญจะรอดูว่า candidate นายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้ความส�าคัญกับสามค�านี้แค่ไหน เข้าใจ และมี commitment ว่าจะท�าเรื่องใดให้เกิดผล ได้จริงบ้าง และที่ผ่านมาในอดีตได้ท�าเรื่องเหล่านี้ให้เกิดผลจับต้องได้มากน้อยเพียงใด เพราะเรื่องเหล่านี้ต้องเข้าไปจัดการด้าน supply side ต่างจากการใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะสั้น ๆ แบบที่นักการเมืองคุ้นชิน การจะพลิกโฉมหรือ transform ระบบเศรษฐกิจไทยเพื่อเพิ่ม productivity, immunity, และ inclusivity ได้นั้นต้องใช้ทั้งความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริง และพลังของท่านนายกรัฐมนตรี วิรไท สันติประภพ 16 เมษายน 2566 #เศรษฐศาสตร์พเนจร ส�ำนักงานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด : 555 หมู่ที่ 17 ถ.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000


6 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • โดย... สุวัฒน์ ลีขจร ที่ปรึกษำประธำนหอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด ป็นที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่า ในระยะ10กว่านี้นับจากนี้ เมืองไทยเราจะเข้าสู่การเป็นสังคม ผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดของประชากรลดน้อยลง ต่อเนื่องกันมาหลายปี และประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นจากความก้าวหน้าทางระบบสาธาณสุข ส่งให้มีแนวโน้มที่สัดส่วนประชากรแต่ละช่วงวัยจะไม่สมดุลสอดคล้องกัน ปัญหานี้มันก็ไม่ได้ เกิดขึ้นในเมืองไทยที่เดียวหรอก แต่มันก�าลังเกิดขึ้นในหลายประเทศ ตัวอย่างที่เห็นชัดสุด ก็คือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไปเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่น เผชิญก็คือ ภาระงบประมาณในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ ถ้าจ�าไม่ผิดก็เคยมีอดีตนายก รัฐมนตรีญี่ปุ่นคนหนึ่งได้แถลงปัญหานี้ออกทีวี บ่นประมาณว่า คนแก่ตายช้าสร้างภาระแก่ งบประมาณของประเทศ เท่านั้นล่ะ ท่านก็โดนบ่นด่า ทัวร์ลงขนานใหญ่จนต้องออกมาพูด ขอโทษประชาชน สรุปคือ หนีปัญหานี้ไม่ออก ก็ต้องโอบอุ้มดูแลกันต่อไป ตัวอย่างล่าสุดตอนนี้ ก็คือ ที่ฝรั่งเศส ก็เกิดเรื่องประท้วงเหตุที่ ประธานาธิบดีมาครง แกจะยืดอายุคนเกษียณจาก 60 เป็น 62 ปี แค่ประชาชนต้องท�างานเพิ่มอีก 2 ปี ก็สร้าง ความไม่พอใจกันทั้งประเทศ เพราะประชากรวัยท�างานในฝรั่งเศส เขาต้องเสียภาษีเยอะมาก หลักการของเขาคือ คนท�างานต้องเสียภาษีให้รัฐ และเงินส่วนหนึ่งก็ต้องเอาไปดูแล อุ้มชู คนที่เกษียณแล้วรุ่นก่อนหน้า ดังนั้น เขาจึงก้มหน้าก้มตาท�างานเพื่อรอวันที่ตัวเขาจะได้ถึงวัย 60 ปี แล้วเขาก็คาดหวังจะไม่ต้องท�างานและได้รับการโอบอุ้มจากรัฐบ้าง การท�างานเพิ่มขึ้น อีก 2 ปีท�าให้เขารู้สึกเสียสิทธิ์ เสียโอกาส เสียเปรียบคนรุ่นก่อนหน้า ทางด้าน ประธานาธิบดี มาครง ท่านก็ออกมาชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องออกนโยบายนี้ ก็เพราะ ปัญหาผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น ถ้าไม่ขยายอายุท�างานเพิ่ม ด้วยโครงสร้างภาษีและสวัสดิการของรัฐที่ใช้กันอยู่ เศรษฐกิจ ของฝรั่งเศสจะพังพินาศ รัฐบาลจะไม่มีเงิน จะไม่มีงบที่จะดูแลคนวัยเกษียณ ดู ๆ ไปแล้ว ก็นับว่าเป็นปัญหาที่หนักหน่วงเอาการนะครับ ของเมืองไทยเรา ก็มีนักเศรษฐศาสตร์ได้คาดหมายไว้และเฝ้ามองเรื่องนี้มานานสิบ กว่าปีแล้ว ซึ่งคนที่ท�างานราชการ กับ กลุ่มที่อยู่ในระบบประกันสังคม ก็มีการหักเงินสะสม เพื่อรองรับการเกษียณไว้แล้ว แต่กลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงก็คือ กลุ่มอาชีพอิสระ กลุ่มแรงงาน เกษตร ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ถ้าไม่มีการสะสมเงินด้วยตัวเอง เมื่อถึงวัยที่ท�างานไม่ไหวแล้ว จะใช้ ชีวิตกันอย่างไร ถ้ามีลูกหลานช่วยดูแลก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่มี หรือ ลูกหลานทอดทิ้ง มันก็คง เป็นเรื่องน่าเวทนาใจ และวันดีคืนดี ก็อาจจะมีข่าวเชิงดราม่าออกทีวี และเปิดรับบริจาคกัน ให้วุ่นวาย จึงเป็นที่มาของการที่รัฐบาลออกโครงการกองทุนการออมแห่งชาติ ให้ออมเดือน ละ 100-500 บาท เมื่อถึงวัยเกษียณออมได้เท่าไร รัฐบาลก็จะช่วยเติมให้เท่านั้น แต่โครงการ ดี ๆ แบบนี้ ก็มีคนเข้าไปเป็นสมาชิกยังไม่ค่อยมากนัก บางรายที่เข้าโครงการแล้ว ก็ออมแบบ ไม่ค่อยต่อเนื่อง หรือไม่ก็หยุดออม เพราะหลายคนสมัครเพราะหวังรับเงินจากรัฐที่ช่วยเหลือ เมื่อตอนเกิดปัญหาโควิด19 เรื่องนี้ก็ว่ากันไป นี่ยังไม่นับเงินส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนผู้ สูงอายุ 60+ อยู่แล้วนะครับ ซึ่งทุกวันนี้ ก็ดูเหมือนจะให้เดือนละ 600 บาท ถึงแม้จะน้อยนิด ไม่พอต่อการยังชีพ แต่ก็ถือว่า ดีกว่าไม่มีให้ 555 จากสิ่งที่กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าเรื่องสังคมผู้สูงอายุเป็นเรื่องส�าคัญ และพอถึงเทศกาล หาเสียงเลือกตั้ง แทบทุกพรรคต่างก็แข่งกันเสนอนโยบายดูแลผู้สูงอายุ และสิ่งที่เสนอ แข่งกัน ก็คือ แจกเงิน เอาตัวเลขเงินที่จะแจกมาคุยทับบัฟกัน พรรคนั้นให้เท่านี้ พรรคโน้น ให้เท่านั้น บลา บลา บลา ทั้งหมดก็คือ เป้าหมายที่จะได้กุมอ�านาจรัฐ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ตอนแจกท�าง่ายอยู่แล้ว แต่ตอนหาตังค์อันนี้แหละเป็นเรื่องยาก และหนีไม่พ้นที่จะต้อง รีดภาษี ส่วนจะรีดจากไหน รีดวิธีไหน อันนี้ ก็แล้วแต่กึ๋นและมันสมองของแต่ละพรรค อย่างของฝรั่งเศส คือ รีดภาษีคนวัยท�างาน เพื่อเลี้ยงดูคนเกษียณ ของเราทุกวันนี้ใช้วิธี หักเงินคนท�างาน+เงินจากรัฐ ซึ่งทั้ง 2 แนวทางยังไงก็ต้องหาเงิน จะเก็บเอง หรือ รัฐเก็บให้ หรือ จะรอลูกหลานเลี้ยง ก็ลองพิจารณาดูเอาเอง รู้แต่ว่ายิ่งแข่งกันแจก แข่งกันให้ด้วย จ�านวนที่สูงขึ้น ใคร ๆ ก็ชอบด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ภาระงบประมาณแผ่นดินก็จะเพิ่ม มากขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน และมีหลายประเทศที่เศรษฐกิจพังพาบเพราะ แจกต่อเนื่อง หลายปี จนถึงแตก ส�าหรับตัวผมเอง ผมก็สนับสนุนให้ใช้หลักพุทธภาษิตว่า อัตตาหิ อัตโน นาโถ หรือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เก็บเงินเองคือ แนวทางที่ประเสริฐที่สุด ค่อย ๆ เก็บเพื่อใช้ตอนแก่ นี่แหละ ลูกหลานสบายใจด้วย และถ้ามีสิทธิอะไรที่พึงได้จากรัฐ ก็คงต้องเอากับเขา ด้วยครับ เรื่องการสร้างนิสัยการเก็บออมนี่ก็เป็นเรื่องที่ยากเอาการ บางคนครอบครัว ปลูกฝังมาดี เก็บเงินเก่ง มีวินัย รู้จักวางแผนการเงิน แบบนี้ก็คงต้องยินดีด้วย แต่บางคน ก็เก็บเงินไม่เป็น ออมเงินไม่ได้ มีเท่าไรใช้หมด แบบนี้มีกันเยอะ พอผ่านพ้นมรสุมชีวิต ไปได้ ก็เปลี่ยนนิสัย บางคนเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ ก็หาทางออกด้วยการสร้างปัญหาสังคม ก็ว่ากันไปตามแนวทางของแต่ละท่าน เ ความทŒาทายสังคมผูŒสูงอายุ อ่านต่อหน้า 14


7 วารสาร • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด ห้ำมเผำ แล้วยังไงต่อ ก�าลังจะเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองไหนให้ความส�าคัญ หาสาเหตุ และแนวทางป้องกันแก้ไขกับเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ชวนคิดด้วยการน�าเรื่องราวนี้มาฝาก กันครับ เสียงจากหมอป่วยมะเร็งปอด เรื่องฝุ่นพิษวันนี้ เพจ ‘สู้ดิวะ’ โพสต์ “เช้านี้ผมขึ้นตื่นมาพร้อมกับค่าฝุ่น 186 ในห้องที่ก�าลังรอรับการฉายแสงครับ ผมก็ไม่ได้ บอกว่า ฝุ่นควันในเชียงใหม่เป็นปัจจัยเดียวที่ท�าให้ผมเป็นมะเร็งหรอกครับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่ามันมีผล ปัจจุบันผลการศึกษามากมาย มันพิสูจน์มาหมดแล้วครับ พวกตัวเลขค่าฝุ่นเท่านี้ เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่กี่มวนอะไรแบบนี้ ลองหาข้อมูลได้เลยครับ และตอนนี้ผมอาการ ไม่สู้ดีนัก ก�าลังเข้ารับการรักษาด้วยการฉายแสงให้กับมะเร็งในสมองก้อนใหม่ เวลาของผม เหลือน้อยลงทุกทีแล้วครับ ในระหว่างที่ผมนั่งอยู่ในห้องพักโรงพยาบาล ผมก็คิดว่า ยังมี เรื่องไหนที่ผมอยากพูด แต่ยังไม่ได้พูด หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่อง ฝุ่น PM 2.5 อย่างที่ทุกท่านทราบตัวผมเองเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลที่ชอบออกก�าลังกายมากครับ แน่นอน ถึงผมจะพอมีความรู้ แต่ผมก็คือวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่ง ที่ความฝันในการได้แชมป บาสเกตบอลของผมมันใหญ่มากพอที่จะท�าให้ผมไปซ้อมในวันที่ค่าฝุ่นแย่มาก ๆ ผมก็มองว่าร่างกายผมเนี่ยก็น่าจะฟิตอยู่แหละ เราไปออกก�าลังกายได้ฝึกปอดฝึกหัวใจ สูดฝุ่นหน่อย ก็หักล้างกันไป ไม่เป็นไรหรอก คนอื่นก็สูดกัน ไม่เป็นไรหรอกน่า แล้วผมก็เป็น มะเร็งปอดครับ ผมต้องท�าทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง ติดเครื่องฟอกอากาศ ท�าห้องความดันลบ เพื่อให้อากาศมันสะอาดจริง ๆ ค�าถามที่ผมมี คือมันเป็นความรับผิดชอบของประชาชนจริงหรือไม่ ที่ต้องแบกรับ ค่าหน้ากาก ค่าเครื่องฟอก ประชาชนหลายอาชีพเองก็ไม่ได้สะดวกพอที่จะหลีกเลี่ยง ฝุ่นอันตรายนี้ ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะติดตั้งเครื่องมือที่จะเพิ่มคุณภาพอากาศที่พวกเขาต้อง หายใจเข้าไปทุกวันนี้ มันน่าเศร้ามากเมื่อมองว่าความเหลื่อมล�้าของประเทศเรามันไม่ใช่ แค่เรื่องเศรษฐกิจแต่เป็นตั้งแต่พื้นฐานเรื่องของอากาศหายใจที่แสนจะส�าคัญต่อชีวิตคน เรำต้องเป็นประชำชนที่อยู่ในประเทศที่ต้องซื้ออำกำศหำยใจจริง ๆ เหรอ? ผมไม่ใช่นักการเมือง และผมไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ ผมเป็นเพียง ประชาชนที่เกิดค�าถามเชิงโครงสร้างต่อ “การจัดล�าดับและให้ความส�าคัญกับคุณภาพอากาศ ที่ประชาชนอย่างเราหายใจกันอยู่ทุกวันนี้” ผมคิดแบบตรรกะของคนทั่วไปเลยคือเราต้องเริ่มแก้ปัญหา PM2.5 ให้ตรงจุดก่อน ไหมครับ ต้องมีการจัดล�าดับความส�าคัญหรือให้น�้าหนักกับการแก้ไขปัญหาที่แหล่งก�าเนิด ของ PM2.5 อย่างจริงจังมากพอ มันจะต้องมีหน่วยงานจริงจังขึ้นมาแล้ว เพื่อร่วมมือกัน แก้ปัญหานี้ คนเก่งๆในประเทศเรามีเยอะแยะ งบประมาณเราก็มี นักการเมืองก็มี นักวิชาการก็มี ประเทศเราติดอันดับปัญหาฝุ่นในระดับโลกกันมาติดต่อกันหลายปี ท�าไมเราถึงยังไม่เห็น ความชัดเจนในการให้ความส�าคัญเรื่องคุณภาพอากาศ หรือความชัดเจนในการพยายาม หาต้นตอของปัญหาเฉพาะแต่ละพื้นที่ มันไม่ใช่แค่การเผาป่า หรือปัญหารถติด มันมีหลาย สาเหตุแหละครับที่ท�าให้มีปัญหาฝุ่น โดย... นำยธรรมชำติ ทำนตะวันสดใส สมำชิก ล�ำดับที่ 254 แต่ประเทศไทยกลับยังไม่มีงานศึกษาที่ชัดเจนและลงลึกถึงสาเหตุ PM 2.5 หลัก ๆ ในประเทศไทยว่าตกลงอะไรคือสาเหตุหรือแหล่งก�าเนิดหลักของ PM2.5 ในประเทศไทย แต่ละภาคส่วนกันแน่ มันต้องมีการวิเคราะห์และไปแตะสิ่งที่เป็นรากฐานของปัญหาของฝุ่น PM2.5 อย่างแท้จริงสิ บ้านเราจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นได้อย่างยั่งยืนสักที จริงไหมครับ เราจะแก้ปัญหาฝุ่นควันแบบเป็นปัญหา “เร่งด่วน” ไปทุกปีแบบนี้ไม่ได้นะครับ ผมน่ะ คงอยู่ ได้ไม่นานหรอกครับ แต่เด็กน้อยแสนน่ารักที่ทักทายผมในลิฟท์หลังจากที่ผมไปฉายแสง มาเมื่อวาน ผมแค่คิดว่าเด็กเหล่านั้นไม่ควรต้องมารับความเสี่ยงกับโรคร้ายหรือภาวะเจ็บป่วยเหมือน กับผม เขาควรจะได้มีสิทธิพื้นฐานของมนุษยชาติ คือการได้มีอากาศสะอาดหายใจ ได้เล่น บาสกับเพื่อนกลางแจ้ง โดยที่ไม่ต้องใส่หน้ากาก เขำไม่ควรต้องมำซื้ออำกำศหำยใจครับ ผมเพียงหวังให้เขาจะได้อยู่ในประเทศที่อากาศที่สะอาด และมีชีวิตที่สดใสร่าเริงไปได้ นานที่สุดครับ” ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=150328247898002&id=1048 22849115209&mibextid=qC1gEa Journey ourney Chang ช้ำงเจอนี่... PM 2.5


8 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • นางสาวนิศาชล พัฒนโรจนสกุล ประธาน ดร.ศีลสุภา วรรณสุทธิ์ รองประธาน นางสาวกุมาริกา วานิชชัง เลขาธิการ นายธรรมชาติ ทานตะวันสดใสคณะกรรมการ นายฉัตรพงษ ช่างจัตุรัส รองประธาน นางสาวชณัญญา มันทรา เหรัญญิก นายกฤษดา มันทรา คณะกรรมการ ร้อยโทศุภฤกษ นันทิตระการ รองประธาน นางสาวชไมพร มันทรา นายทะเบียน นายปุณยวีร แพรสีเขียวคณะกรรมการ ประวัติ ประธาน YEC หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด วาระป 2566- 2567 เกิดวันที่ 16 เมษายน 2533 ปัจจุบันอายุ 33 ปี ที่อยู่ 86 ม.4 ต.สระนกแก้ว อ.โพนทอง ร้อยเอ็ด 45110 โทร. 082- 629-9799 E-mail : [email protected] ประวัติกำรศึกษำ ประถมศึกษำ โรงเรียนอรรถมิตร กรุงเทพมหานคร มัธยมศึกษำตอนต้นและปลำย โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ในพระราชูถัมภ์ สมเด็จพระศรีน ครินทราบรมราชชนนี กรุงเทพมหานคร รุ่น 32 ปริญญำตรี International Collage for Sustainability Studies รุ่นที่ 7 ศิลปศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ด้ำนอำชีพ • 2557 Lufthansa Passenger Service Agent • 2558 นักวิเทศสัมพันธ์ กระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร • ปจจุบัน กรรมการ บริษัท รัตนา ฟูด โปรดัก จ�ากัด และ Rattana Market สาขาโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด • วิทยำกร ด้านการให้บริการ Service Mind และ การสร้างแรงบันดาลใจ ด้ำนกำรพัฒนำและสัมนำ 12 มิถุนำยน – 30 สิงหำคม 2566 การอบรมหลักสูตร สร้างและพัฒนา ผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม ด้าวินิจฉัย สถานประกอบการ ( Shindan) โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 5 2566 – ปจจุบัน เจ้าของโครงการ SMEs Happy and Productive Workplace :SHAP ที่จัดขึ้น ในสถานประกอบการ บรัษัท รัตนาฟูด โปรดัก จ�ากัด 21-22 กรกฎำคม 2565 รองชนะเลิศอันดับที่ 3 โครงการ PITCHING : DIGITAL BRANDING AND INNOVATIVE IDEAS โดย กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 6-9 ตุลำคม 2565 สัมมนา Smart Business Expo 2022 14 มกรำคม 2566 หลักสูตร Special Course พัฒนาบุคลิกภาพ ให้มีความสุขไปกับ ครูตุ้ย โดย SHARP SHARP By ครูตุ้ย ครูปลา งำนด้ำนสังคม • 2565 คณะกรรมการ YEC จังหวัดร้อยเอ็ด • 2565- ปจจุบัน รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด • ปจจุบัน รองประธาน คพอ. รุ่น 393 ขอนแก่น นโยบำย วำระกำรบริหำร ป 2566-2567 1. สร้างเครือข่ายหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด และ เครือข่าย YEC จังหวัดร้อยเอ็ด ให้เข้มแข็ง 2. สนับสนุนธุรกิจของเครือข่ายให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น 3. สนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดร้อยเอ็ด 4. พัฒนาผู้ประกอบการด้วยหลักสูตรการอบรม สัมมนา ที่น่าสนใจและเข้าถึงได้ง่าย 5. คืนก�าไรสู่ชุมชน รายนามคณะกรรมการหอการคาจังหวัดรอยเอ็ด ปบริหาร 2566-2567 นำยเรืองศักดิ์ รัตนโภคำสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด นำยปรีชำ อำรยะสัจพงษ์ รองประธานหอการค้า ฝ่ายพัฒนาเศรษฐกิจ นำยนิรันดร์ ปยะอัษฎำรัตน์ รองประธานหอการค้า ฝ่ายพัฒนาการค้าและพาณิชย์ นำยอ�ำนวย ตันซู้ รองประธานหอการค้า ฝ่ายพัฒนาการเกษตร นำยอำทิตย์ ภูริพันธุ์ภิญโญ รองประธานหอการค้า ฝ่ายพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมและนวัตกรรมพืชไร่ นำยณรงค์ ขันแข็ง รองประธานหอการค้า ฝ่ายพัฒนาสังคมและความเข้มแข็งชุมชน นำงวรินธร ศรีแสนปำง รองประธานหอการค้า ฝ่ายพัฒนาการตลาดต่างประเทศ นำยมงคล โอสำยไทย รองประธานหอการค้า ฝ่ายสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล นำงประชิต งำมศิริพัฒนกุล รองประธานหอการค้าฝ่าย สุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม นำยวิศิษฏ์ มงคลศรีสวัสดิ์ รองประธานหอการค้า ฝ่ายการท่องเที่ยวและ SMEs นำยอรุณชัย ชัยคณำรักษ์กูล รองประธานหอการค้า ฝ่ายอาหารและFuture Food ดร.มนตรี มนตรีพิลำ รองประธานหอการค้า ฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรม นำยยุทธนำ คุณกิตติยำนนท์ เลขาธิการ นำยธนำลักษณ์ ชัยคณำรักษ์กูล รองเลขาธิการ น.ส.สุภำภรณ์ ชำญวกุล รองเลขาธิการ/ฝ่าย Logisticและ Warehouse นำยชิงชัย ปะกะตัง รองเลขาธิการ น.ส.มนฤดี ตั้งภักดี เหรัญญิก นำงกรรณิกำร์ เพียรพิทักษ์กิจ นายทะเบียน นำงอัมภำ รัตนสวนจิก ปฏิคม นำยณธรรม เอื้อไพจิตร ประชาสัมพันธ์ นำงดุจเดือน สมัครกำร กรรมการบริหาร/ฝ่าย การศาสนาและจริยธรรม นำงพรพิมล โพธินำม กรรมการบริหาร/ฝ่าย พลังงานและสาธารณูปโภค นำยทวีสิทธิ์ มนตรีชน กรรมการบริหาร นำยศรำวุฒิ สวัสดิผล กรรมการบริหาร นำยวิรุฬห์ มงคลศรีสวัสดิ์ กรรมการบริหาร นำงชลทิชำ สังขกร กรรมการบริหาร น.ส.ชนิตำ พัชรกุลสุข กรรมการบริหาร นำยพิทักษ์ คูสกุลธรรม กรรมการบริหาร นำงวิลำวัณย์ พ่วงเภตรำ กรรมการบริหาร นำยวิทูรย์ แสงวุธ กรรมการบริหาร/ฝ่าย เศรษฐกิจแรงงาน นำยประภัสร์ เศรษฐปยำนนท์ กรรมการบริหาร นำยวัชรพจน์ เพียรดี กรรมการบริหาร นำยเรืองโรจน์ รัตนโภคำสถิต กรรมการบริหาร นำยวรำกร วิชระอนนท์ กรรมการบริหาร นำยวิมุติ เกษมทรัพย์ กรรมการบริหาร นำยสรนันท์ ชัยคณำรักษ์กูล กรรมการบริหาร นำยยติวัฒน์ โรจน์กิติพงษ์ กรรมการบริหาร นำยธนำ วิสูตรำนุกูล กรรมการบริหาร นำยวิชัย พลเดช กรรมการบริหาร น.ส.นิศำชล พัฒน์โรจนสกุล กรรมการบริหาร นำยอัครเดช อำจนิยม กรรมการบริหาร/ฝ่าย Logistic และพลังงานทางเลือก นำยศักดำ ว่องสัธนพงษ์ กรรมการบริหาร น.ส.เกษตรสุข ศุขหงส์ทอง กรรมการบริหาร นำยนิติพงษ์ เจำะจง กรรมการบริหาร นำงจินตนำ ชื่นวัฒนำ กรรมการบริหาร นำงจ�ำเนียร สำระโภค กรรมการบริหาร ทําเนียบคณะกรรมการ YEC ประจําปบริหาร 2566 - 2567


9 วารสาร • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด ▲ หอการค้า ร่วมกับ YEC มอบป้ายของดีให้สวนอาหาร เฮือนเฮาเฒ่าทะเลร้อยเอ็ดโดยมี นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ดพร้อมกรรมการหอการค้าฯ และ YEC จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมมอบป้ายของดีเมืองร้อยเอ็ด ให้กับสวนอาหารเฮือนเฮาเฒ่าทะเลร้อยเอ็ด โดยมีนายคุณา ทิพย์ประเสริฐ เจ้าของกิจการ เป็นผู้รับมอบ ซึ่งร้านมีบริการให้เช่า สถานที่จัดงานเลี้ยง รับจัดโต๊ะจีน อาหารไทย จีน อีสาน อาหาร ทะเล ทั้งในและนอกสถานที่ ทั้งนี้ทางร้านยังมอบส่วนลดส�าหรับ สมาชิกหอการค้า 10% ส�าหรับประเภทอาหาร ซึ่งก่อนการ มอบป้ายได้มีการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงร่วมกัน ถือเป็นการ อุดหนุนร้านสมาชิกหอการค้าอีกด้วย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าฯ พร้อมด้วย กรรมการหอการค้า และ YEC จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมมอบป้าย ของดีจังหวัดร้อยเอ็ดให้แก่ร้านสุขใจแลนด์ 101 โดยมีนาย ธนากร จันดาดี สมาชิกหอการค้าฯ เจ้าของร้านสุขใจแลนด์ 101 เป็นผู้รับมอบ และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บรรยากาศสบาย ๆ กลางทุ่งนา มีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการครบครัน โดยสมาชิก หอการค้าจะได้รับส่วนลด7% ส�าหรับยอดไม่เกิน 1,000 บาท และ ยอดเกิน1,500 บาท จะได้รับส่วนลด 10% ณ สุขใจแลนด์ 101 ต.หมูม้น อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการหอการค้าและ YEC จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมพิธีเปิด "ถนนข้าวคั่ว" ในงานประเพณีสงกรานต์ โดยในงานวันนี้ นอกจากจะมีพิธีเปิด ยังมีร�าบวงสรวงพระพรหมณ์ประจ�าอบต. เหนือเมือง และยังมีการประกวดเทพีนางสงกรานต์ โดยมี นายไพบูลย์ แน่นอุดร นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลเหนือเมือง เป็นประธานในการเปิดพิธีในครั้งนี้ ณ ถนนข้าวคั่ว บริเวณ ด้านหน้าศูนย์ประชุมสาเกตฮอลล์ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566 ▲ นายนิรันดร์ ปิยะอัษฎารัตน์ รองประธานหอการค้าฯ และนายมงคล โอสายไทย เลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมการประชุมคณะ กรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดร้อยเอ็ด (กรอ.จังหวัด) ครั้งที่ 2/2566 ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 ▲ นายยุทธนา คุณกิตติยานนท์ เลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการผลักดันการด�าเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายชูศักดิ์ ราชบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าฯ, นายปรีชา อารยะสัจพงษ์ รองประธานหอการค้าฯ, นายมงคล โอสายไทย รองประธานหอการค้าฯ, นางสาวนิศาชล พัฒน์โรจนสกุล ประธาน YEC ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ครั้งที่ 1/2566 ณ ห้องประชุม Boardroom ชั้น 3 อาคารอ�านวยการอุทยาน วิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จังหวัดขอนแก่น) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าฯ, นายมงคล โอสายไทย รองประธานหอการค้าฯ ร่วมพิธีเปิดกิจกรรม วิ่งการกุศล “ผู้ว่าฯ พาวิ่ง by Thammasat 101” โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงาน ในครั้งนี้ ต่อมาเวลา 07.00 น. นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานหอการค้าฯ และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมปลูกต้นไม้ รอบบริเวณอ่างเก็บน�้าธวัชชัย ณ อ่างเก็บน�้าธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2566 ▲ นายเรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต ประธานหอการค้าฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ปีบริหาร 2566-2567 (ครั้งที่1/2566) ณ ห้องเดอะไฮเพลส โรงแรมเดอะไฮเพลสร้อยเอ็ด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566


10 วารสาร หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • โดย... ดร.ศีลสุภำ วรรณสุทธิ์ รองประธำน YEC หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE นักทฤษฎีมากมายนิยามแนวคิดศิลปะการไม่ท�าอะไร ซึ่งแนวคิดได้รับการนิยมจาก นักทฤษฎี 2 ท่านคือ ความเชื่อของเตา (TAO) และคุณเน็กเซน (Niksen) นักวิชาการ ชาวเนเธอร์แลนด์ ความเชื่อของนักทฤษฏีทั้งสองท่านคือ การปล่อยความคิดให้อิสระ เช่น การนั่งมองธรรมชาติ การนั่งดูสัตว์เลี้ยง หรือดูการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมขณะที่ ร่างกายอยู่นิ่งปล่อยวาง ความแตกต่างของแนวคิดเน็กเซน (Niksen) คือ การหากิจกรรม ที่สร้างความสุขท�าซึ่งกิจกรรมนั้นจะไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป สังเกตไหม “ความเครียดของคุณ” เกิดจากอะไร การพูดคุย การกระท�า หรือสภาพ แวดล้อม ความเครียดเกิดจากการสั่งงานของสมอง สมองส่วนหน้า คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การคิดการใช้เหตุผล สมองส่วนกลางคือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความจ�าระยะยาว และสมองส่วนสัญชาตญาณ เกี่ยวข้องกับการเอาตัวรอด สมอง 3 ส่วนนี้ท�างานเชื่อมต่อกัน ถ้าสมองส่วนสัญชาตญาณและสมองส่วนอารมณ์ไม่สงบก็ยากที่จะเปิดให้สมองส่วนคิด ท�างานได้ สมองของมนุษย์ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ สมองส่วนสัญชาตญาณ สมองส่วนนี้มีการพัฒนามาตั้งแต่เกิด ท�าหน้าที่เกี่ยวกับการ ป้องกันตัวเองจากอันตรายต่างๆที่จะเข้ามาเพื่อท�าให้ชีวิตอยู่รอดและมักท�างานร่วมกันกับ สมองส่วนอารมณ์ กระตุ้นให้มนุษย์เอาตัวรอดจาก “ความรู้สึกไม่ปลอดภัย” เมื่ออยู่ในภาวะ คับขัน ตึงเครียด หวาดกลัว สมองจะตอบสนองโดยใช้สมองส่วนสัญชาตญาณ ที่จะออกมา เพียง 3 แบบ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นซ�้า ๆ มักส่งผลทางลบกับการพัฒนาตัวตน (self) ของเด็ก 1. การตอบสนองแบบ “สู้” เด็กหลายคนจึงพัฒนามาเป็นคนก้าวร้าว รุนแรง ใช้อารมณ์ และหลายรายก็กลายร่างมาเป็น “อาชญากร” แม้ในวัยเยาว์ 2. การตอบสนองแบบ “หนี” เด็กหลายคนจึงหลบเลี่ยงความผิด โกหก และหลีกเลี่ยง การเผชิญสิ่งใหม่ ๆ เพราะไม่อยากผิดพลาด “ฉันท�าไม่ได้” “ฉันไม่ได้เรื่อง” ซึ่งต่อมามีผลกับ การพัฒนาโรควิตกกังวล ซึมเศร้าในผู้ใหญ่ 3. การตอบสนองแบบ “ยอม” เด็กหลายคนเหมือนจะว่าง่าย เพราะท�าตามด้วยความ กลัวไม้เรียว แต่ลึก ๆ จะพัฒนาความรู้สึก “ฉันสู้เค้าไม่ได้” “ฉันมันไม่ดีพอ” พัฒนาความ นับถือตัวเองที่ต�่า ไปจนถึงวันที่รู้สึกว่า “ฉันไม่เคยมีตัวตน” สมองส่วนอารมณ์ ท�าหน้าที่ เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก การเรียนรู้ และจดจ�า หากผู้ใหญ่ ท�าให้เด็กเกิดอารมณ์ที่ไม่มั่นคง ปลอดภัย เด็กจะจ�าไว้ไม่ลืมฝังลึก ลงในความจ�าระยะยาวแล้วจะน�า ออกมาใช้ในการตีความหมายใน สถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งน�ามา แสดงออกเป็นพฤติกรรมทันที เพราะสมองส่วนสัญชาตญาณและ สมองส่วนอารมณ์เมื่อท�างาน ร่วมกันแล้วจะไม่ยอมให้สมอง ส่วนคิดได้ร่วมท�างานด้วย สมองส่วนคิด จะเจริญเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 25 ปี ท�าหน้าที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจและแก้ปัญหา สามารถท�างานร่วมกับสมองอีกสองส่วนได้เมื่อสมอง ส่วนสัญชาตญาณและสมองส่วนอารมณ์ได้รับความมั่นคงปลอดภัย ศิลปะการไม่ท�าอะไรขณะสติของคุณหยุดนิ่งแต่ร่ายกายและโลกยังคงเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ศาสตร์เตาคือ ไม่เกิดการควบคุมเพียงอนุญาตให้เกิดขึ้น เพราะบางครั้งการ กระท�ามากมายของเรา อาจจะเสียเวลาโดยไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการกระท�าที่ไม่กระท�า (Doing without Doing) คือการใช้ชีวิตอย่างฉลาด (Smart way of living) ความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์สภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อม มนุษย์ทุกคนยังต้องการพื้นที่ยืน อาหารและ อากาศในการหายใจ การหายใจทุกคนมีสิทธิเลือกที่จะควบคุมหรือไม่ แต่ทุกคนต้องการ การหายใจ เช่นเดียวกับร่างกายโลกเทคโนโลยีในปัจจุบันส่งผลต่อการเคลื่อนไหวน้อยลง สังเกตว่า นั้งนาน ท�ากิจกรรมซ�้าเป็นเวลานานเช่นการ จ้องจอคอมพิวเตอร์ การเล่นโทรศัพท์ มือถือ และอื่น ๆ ศิลปะการไม่ท�าอะไรเพื่อให้คุณตระหนักถึงร่ายการของคุณ และเตือนจิตใจ ของคุณให้เปลี่ยนแปลงเพื่อลดความเจ็บปวดนั้น การเจ็บปวดของร่ายกายที่สามารถเกิดขึ้นได้ ประโยชน์เน็กเซน (Niksen) คือสามารถชะลอวัย เมื่อคุณเกิดความสุขร่างกายจะ หลั่งสารเพื่อชะลอวัย สุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว และความคิดในมุมมองที่แต่ต่าง ดังนั้น การฝึกศิลปะการไม่ท�าอะไร ไม่ใช่เรื่องยากส�าหรับคุณเริ่มต้นที่วันละ 5 -10 นาที ท่าบริหารลดอาการเจ็บปวดที่เกิดจากคอ 6 มุมคือมองบน มองล่าง เอียงซ้าย เอียงขวา มองซ้ายก้มลงและมองขวาก้มลงค้าง 15 วินาทีแล้วจึงกลับสู่ท่าเริ่มต้น ท่าบริหารลดอาการเจ็บปวดที่เกิดจากหลัง ท่านี้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลาน เริ่มต้นที่ หลังตรง จากนั้นหายใจเข้า เกร็งหน้าท้อง ยกช่วงหลังขึ้นด้านบนให้หลังโก่งงอ ก้มศีรษะลง หายใจเข้า-ออก ค้าง 30 วินาทีแล้วจึงกลับสู่ท่าเริ่มต้น ท�าซ�้า 3 เซ็ต ท่าบริหารลดอาการเจ็บปวดที่เกิดจากสะบัก ท่าคลานยกแขนขวาขึ้น จากนั้นสอด แขนขวาผ่านล�าตัวและนอนทับ สะโพกยังอยู่ระดับเดิม หายใจเข้า-ออก ค้าง 30 วินาที แล้วจึงกลับสู่ท่าเริ่มต้น ท�าซ�้า 3 เซ็ต จากนั้นเปลี่ยนเป็นแขนซ้ายและท�าเช่นเดียวกัน ท่าบริหารลดอาการเจ็บปวดที่เกิดจากสะโพก ท่าที่ 3 ท่านกพิราบ (Pigeon Pose) นั่งกับพื้นเหยียดขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง ส่วนขาอีกข้างพับเข้าหาล�าตัว วางมือข้างล�าตัว ยืดหลังให้ตรง ท�าค้างไว้นาน 1 นาที ท�าซ�้า 3 เซ็ต The Art of Non Doing ศิลปะการไม่ทําอะไร


11 วารสาร • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด ตอนนี้เป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง ที่มีหลำยพรรคกำรเมือง ก�ำลังออกนโยบำยที่เกี่ยวกับ กำรแจกเงินให้กับประชำชน บำงพรรคจะแจกให้ประชำชนทุกคนที่อำยุมำกกว่ำ 16 ป คนละ 10,000 บำท แต่จ�ำกัดว่ำต้องใช้ภำยใน 4 กิโลเมตรรอบที่อยู่ตำมบัตรประชำชน บำงพรรคเลือกแจกเฉพำะกลุ่ม ให้เดือนละ 1,000 บำท โดยไม่จ�ำกัดระยะทำงตอนนี้ค�ำถำม ที่หลำยคนสงสัยก็คงจะเป็น 1. รัฐแจกเงินแบบนี้ แจกได้ด้วยเหรอ รัฐจะมีต้นทุนที่ต้องชดใช้ตามมาหรือไม่ ? 2. ด้วยเงินก้อนเดียวกันนี้ ถ้าน�าไปท�าอย่างอื่น จะได้ผลที่ดีกว่าการแจกเงินหรือไม่ 3. เศรษฐกิจของประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างไร กับนโยบายเหล่านี้ เริ่มที่เรื่องแรก รัฐน�ำเงินที่ไหนมำแจก เงินนี้มีต้นทุนไหม ? แน่นอนว่า รัฐต้องท�าบัญชีรายรับรายจ่าย การที่รัฐเอาเงินมาแจก มันก็แปลว่ารายการ นี้จะเป็นรายจ่ายของภาครัฐ เรามาดูตัวเลขกัน ในปี 2565 รัฐบาลไทยมีรายรับสุทธิที่ 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ ก็มาจากการเก็บภาษีอากร ส�าหรับนโยบายการแจกเงินเหล่านี้จะใช้เงินประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งถ้า คิดง่าย ๆ ก็ประมาณ 20% ของรายรับสุทธิของรัฐในปีที่แล้ว ซึ่งถ้าถามว่าพอจะจ่ายได้ไหม ก็น่าจะท�าได้ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ 1. รัฐต้องมีรายได้มากขึ้น 2. รัฐต้องน�างบประมาณจากส่วนอื่นมาจ่าย 3. รัฐต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมาจ่าย ในกรณีที่รายได้ของรัฐไม่มากขึ้น และไม่ตัดงบประมาณ ส่วนอื่น รัฐบาลสามารถหารายได้เพิ่ม เช่น การขึ้นอัตราภาษีได้ทั้งจากเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีสรรพสามิต ที่เก็บจาก น�้ามัน รถยนต์ เหล้า เบียร์ หรือรัฐสามารถลดงบประมาณกระทรวงอื่น ๆ เพื่อมาจ่าย เช่น ลดงบกระทรวงกลาโหม 500,000 ล้าน เพื่อมาแจกเงินให้ทุกคนคนละ 10,000 บาท (แค่ยกตัวอย่างเท่านั้น) นอกจากนั้น รัฐบาลก็สามารถก่อหนี้เพิ่มได้ ตราบเท่าที่ยังต�่ากว่าเพดานหนี้ ปัจจุบัน เพดานหนี้สาธารณะไทยถูกขยับขึ้นจาก 60% เป็น 70% ของ GDP ไปเมื่อ ปี 2021 เป็นการ ชั่วคราว 10 ปี ซึ่งตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุดของไทยอยู่ที่ 61% และ GDP ไทยอยุ่ 17.4 ล้าน ล้านบาทถ้าให้คิดว่าไทยก่อหนี้เพิ่ม 5 แสนล้านบาทจากโครงการนี้ ก็จะท�าให้ หนี้สาธารณะ ไทยขยับขึ้น 3% ของ GDP เป็น 64% ของ GDP ซึ่งก็ยังอยู่ต�่ากว่าเพดานหนี้ สรุปแล้ว รัฐสามารถหาเงิน 500,000 ล้านบาทมาแจกประชาชนได้ ตัวเลขนี้ถึงแม้จะ ดูมากก็จริง แต่เป็นตัวเลขที่สามารถจัดการได้ เมื่อเทียบกับฐานะทางการเงินของรัฐบาลไทย ในปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ก็อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าเป็นการ “แจกครั้งเดียว” เพราะถ้ารัฐบาลแจก รัว ๆ แจก แบบนี้อีกแค่ 2 ครั้ง ก็อาจท�าให้ติดเพดานหนี้สาธารณะแล้ว ดังนั้นต้องระวังไว้ว่า รัฐแจก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ถ้าแจกรัว ๆ จะท�าให้ถังแตก ได้เหมือนกัน และนอกจากนั้น การที่ให้ทุกคนมีอุปสงค์ (Demand) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้ผลิตไม่สามารถเพิ่มอุปทาน (Supply) ได้ทัน ก็จะท�าให้ราคาสินค้าบริการปรับตัวสูงขึ้น และท�าให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ตามมา เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ ดังนั้นการแจกเงิน ต้องระวังเงินเฟ้อด้วย เพราะถ้ามีเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยตามมา ซึ่งมันจะท�าให้ต้นทุนการเงิน ของทุกคนในประเทศสูงขึ้น นอกจากเงินเฟ้อแล้ว การเพิ่มอุปสงค์เทียมเพียงชั่วคราว ก็อาจ ท�าให้ผู้ผลิต ที่วางแผนเพิ่มก�าลังการผลิตต้องประสบปัญหาว่ามีก�าลังการผลิตส่วนเกิน หลังจากอุปสงค์เทียมหมดไป ซึ่งอาจท�าให้ผู้ผลิตขาดทุนได้ มำถึงค�ำถำมข้อที่ 2 ด้วยเงินก้อนเดียวกันนี้ ถ้ำน�ำไปท�ำอย่ำงอื่น จะได้ผลที่ดีกว่ำกำรแจก เงินหรือไม่ ค�าตอบของข้อนี้มีได้หลายรูปแบบ ซึ่งการวัดว่าดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับ “จุดประสงค์” ว่า เราต้องการอะไร ? และถามค�าถามนี้กับใคร ? จากข้อที่หนึ่งเราได้เข้าใจแล้วว่าการแจกเงิน ก็คือ การเอาเงินภาษีที่รัฐบาลเก็บได้มาแจก ถ้าถามคนที่ไม่ได้จ่ายภาษี หรือคนที่อยู่นอกระบบ เขาก็อาจจะบอกว่าเป็นนโยบายที่ดี เพราะเขาจะได้เงินเพิ่ม แต่ถ้าถามคนในระบบที่จ่ายภาษี ก็อาจจะรู้สึกว่า เงินภาษีที่เขาจ่ายไป มันถูกน�าไปแจกให้กับคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เสียภาษี ถึงแม้ว่า ตัวเขาเองจะได้เงินที่แจกด้วย แต่ก็อาจคิดว่ารัฐน่าจะเอาเงินไปท�าอย่างอื่น ที่ตัวเขาเอง จะได้ประโยชน์มากกว่านี้ ต่อมาก็คือเรื่องจุดประสงค์ถ้าวัดจากจุดประสงค์ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบให้ ทุกคนได้เงินแบบเท่าเทียมกัน หรือความต้องการเป็นรัฐสวัสดิการ การแจกเงินก็อาจตอบ จุดประสงค์นี้ มากกว่าการเอาเงินไปลงทุนในโครงการอื่น ๆ ที่จะเห็นผลช้า และไม่ตรง ประเด็น แต่สุดท้ายก็อาจท�าให้หลายคนยังสงสัยอยู่ดีว่า จุดประสงค์เหล่านี้ มันยั่งยืนกว่า การน�าเงินไปใช้จ่ายในโครงการที่จะสร้างผลประโยชน์ที่มากกว่าในระยะยาวหรือไม่ ข้อสุดท้ำย แล้วกำรแจกเงินจะได้ผลดีทำงเศรษฐกิจแค่ไหน ? เรื่องนี้ค�าตอบก็คือ ขึ้นอยู่กับคนที่ได้รับเงิน ว่าจะเอาเงินไปท�าอะไร ? แน่นอนว่าถ้าคน รับเงินน�าเงินไปเก็บไว้ในธนาคารเฉย ๆ มันจะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อเศรษฐกิจ ดังนั้นโดยทั่วไป รัฐก็มักก�าหนดว่าต้องน�าเงินที่ได้ไปใช้จ่ายเพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ของเศรษฐกิจ และถ้าถามว่าตัวชี้วัดเศรษฐกิจดีคืออะไร ตัวนั้นก็คือ GDP ซึ่งถ้าคนที่ได้รับ เงินน�าเงินไปท�าสิ่งเหล่านี้ ก็จะส่งผลต่อ GDP ให้ปรับตัวขึ้นได้ 1.น�าเงินไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค (ตัว C ใน GDP) 2.น�าเงินไปลงทุนเพื่อการผลิต (ตัว I ใน GDP) 3.น�าเงินไปลดภาระรายจ่ายในชีวิตประจ�าวัน ไม่ว่าจะเป็นจ่ายน�้า ค่าไฟฟ้า หรือคืนหนี้ เพื่อให้มีเงินเหลือไปท�า 2 ข้อแรกมากขึ้น ถ้าลองนึกภาพตาม เมื่อ คุณป้า คุณลุง ที่อยู่ทั่วประเทศไทย ได้เงิน เราคิดว่า จะเอา เงินนั้นไปท�าอะไร รัฐบาลแจกเงิน ดีหรือเสีย ต่อเศรษฐกิจ…? โดย... .นำยนิรันดร์ ปยะอัษฎำรัตน์ รองประธำนหอกำรค้ำ ฝำยพัฒนำกำรค้ำและพำณิชย์ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ อ่านต่อหน้า 15


12 วารสาร หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด • ปีที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจ�ำเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • โดย...น.ส.กณิศ เมืองวงษ์ ที่ปรึกษาประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด “มุม... คนไทย” ในต่างแดน ว่าด้วยเรื่องอาหารการกิน สิ่งหนึ่งที่ที่จะขาดไปเสียมิได้และ ถือเป็น Signature ของประเทศญี่ปุ่น และหลาย ๆ คนหลายๆท่านคงได้เคยมีโอกาสได้ ลิ้มรสมาแล้วนั้นก็คือ มัทฉะ (Matcha) หรือหลาย ๆ ท่านเรียกชาเขียว (Green Tea) นั่นเอง แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มัทฉะ(Matcha) มีความแตกต่างกับชาเขียว (Green Tea) อย่างสิ้นเชิง ทั้งลักษณะภายนอก กรรมวิธีการผลิต รสชาติ และวิธีการดื่ม มัทฉะ (Matcha) คือ ชาเขียวชนิดหนึ่ง ที่ผ่านกรรมวิธีการปลูกและผลิตที่ซับซ้อน กว่าชาเขียวมาก โดยเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจะมีขั้นตอนของการหมักใบชาเพื่อให้ได้กลิ่นรส ตามที่ต้องการ ตากแห้งหรืออบแห้ง แล้วจึงน�ามาบดให้ละเอียด จนสามารถละลายน�้าได้ (ขั้นตอนนี้จะมี Special Technique ของแต่ละที่) ซึ่งแตกต่างจากชาเขียว (Green Tea) ซึ่งจะมีการปลูกและเก็บเกี่ยว น�ามาตัดตามขนาดที่ต้องการ ตากแห้งหรืออบแห้ง เวลาดื่มจะใช้การเติมน�้าร้อนลงไป จริง ๆ ไม่มีรสชาติ แต่ชาเขียวสมัยนี้ที่เราซื้อดื่มกัน ตามร้านสะดวกซื้อหรือแม้แต่คาเฟ่ต่าง ๆ ที่มีรสหวานนั้น ล้วนแต่มีการแต่งเติมรสชาติ ทั้งสิ้น ทั้งนี้น่าจะเป็นผลมาจากวัฒนธรรมการกินดื่มของแต่ละประเทศ เพื่อให้ถูกอกถูกใจ กลุ่มลูกค้าของตนเอง ชาที่วางขายที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นรสธรรมชาติทั้งสิ้น มีกลิ่นรส แตกต่างกันไปตามชนิดของชานั้น ๆ มัทฉะ (Matcha) เป็นวัฒนธรรมการกินดื่มที่ไม่ธรรมดา มีพิธีรีตองหลายอย่าง ในสมัย ที่ดิฉันเรียนอยู่ที่นั่น จะต้องมีการเรียนเรื่องของวัฒนธรรมด้วย เรียนที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี แต่ระยะเวลาในคอร์สเรียนชงชานั้นลากยาวถึงหนึ่งปี หรือ 2 ใน 4 ของภาคการศึกษา หรือ ถ้าจะพูดง่าย ๆ เลยคือ ครึ่งหนึ่งของคอร์สเรียนเลยทีเดียว การเรียนจะเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลาครึ่งวัน โดยต้องไปเรียนที่บ้านของอาจารย์ ไม่มีปิดเทอมนะคะ ในตอนแรก ดิฉันแอบคิดในใจนะคะ ว่าจะมีรายละเอียดอะไรมากมายที่ต้องเรียนขนาดนั้น แต่เมื่อ เรียนแล้ว รายละเอียดก็มากมายจริง ๆ ค่ะ การเรียน 1 ปีนั้นเหมาะสมแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า พิธีชงชาญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นมักเรียกว่า “ซะโด หรือ ชาโนยุ” การดื่มชาแบบนี้ เป็นมากกว่าการกินดื่มโดยทั่วไป เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่ท�าให้ดิฉันซึมซับและซาบซึ้งในวิถี แห่งญี่ปุ่น เป็นทั้งศิลปะและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เมื่อได้ท�าพิธีชงชาแบบเต็มรูปแบบ ทีไร ก็อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้น ตั้งแต่การเริ่มท�าขนมวากาชิ (Wagashi) ซึ่งมีรสหวาน มากจนแสบคอ แต่เมื่อทานร่วมกับมัทฉะซึ่งมีรสขมแต่หอมละมุนโดยธรรมชาติแล้วกลับ ลงตัวอย่างบอกไม่ถูก การแต่งชุดกิโมโน และการท�าพิธีชงชาซึ่งพิถีพิถันในทุกขั้นตอน การเรียนจะได้ฝึกทุกอย่างทุกขั้นตอนของพิธี เริ่มตั้งแต่การนั่งให้ดูสวยงาม การจับกระบวย ไม้ไผ่ให้มือดูสวยงาม องศาการนั่งชงชาต่อผู้ดื่ม อุณหภูมิน�้าร้อน การตักน�้าร้อน หรือแม้แต่ การชงผสมผงชากับน�้าร้อนก็ล้วนมีรายละเอียดที่ต้องฝึกฝนทั้งสิ้น เรียกได้ว่าอาจารย์ สอนให้แบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียว ฤดูกาลดื่มชาที่ฟินที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็ให้อารมณ์ของการกินดื่มที่แตกต่างกันไป ท่านผู้อ่านลองหลับตาและ นึกจินตนาการถึงการใส่ชุดกิโมโนอันประณีตสวยงาม นั่งทานขนมวากาชิหวาน ๆ ตัดด้วย การจิบชาเขียวหอมๆมีรสขมเล็กน้อย ชมวิวใบไม้สีแดงสลับเหลืองของต้นเมเปิลและ แปะก๊วยที่พร้อมสลัดใบต้อนรับฤดูหนาวในฤดูใบไม้ร่วง หรือชมหิมะขาวโพลนราวกับปุยน�้า แข็งไสในถ้วยในฤดูหนาว หรือชมซากุระที่แข่งกันผลิดอกเบ่งบานราวกับความงามของ สาวแรกรุ่นในฤดูใบไม้ผลิ... ซะโด (Sado) ศิลปะแห่งการกินดื่ม ภาพ การแต่งชุดกิโมโนแบบต่าง ๆ ภาพ ขนมวากาชิ


“ไข‹ผํา” จากพืชนํ้าพื้นบŒาน สู‹อาหารแห‹งอนาคต โดย... นำยไตรรัตน์ ขุมหิรัญ สมำชิกล�ำดับที่ 809 ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ 13 วารสาร • ป‚ที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจําเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอกำรค้ำจังหวัดร้อยเอ็ด สะสมโลหะหนักซึ่งเป็นประโยชน์ในการบ�าบัดน�้าเสีย จึงมีความเหมาะสมส�าหรับการขนส่ง เพื่อไปผลิตอาหารและออกซิเจนบนอวกาศ และเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา เป็นที่น่าภาคภูมิใจ ที่ทีมของนักวิจัยไทยได้รับเลือกให้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยด้านไข่ผ�า เพื่อศึกษาการตอบสนอง ของพืชไข่น�้าภายใต้สภาวะแรงโน้มถ่วงสูง (Hypergravity) ในชื่อโครงการว่า “Watermeal, the Future Food Source for Space Exploration” ภายใต้ โครงการ HyperGES โดย United Nation/European Space Agency Fellowship ทีมนักวิจัยน�าโดย หัวหน้าโครงการฯ อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ กลุ่มสาขาชีวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ ฐานชีวภาพอัจฉริยะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตามด้วย นางสาวสุธามาศ สาดทอง นักศึกษาปริญญาตรี กลุ่มสาขาชีวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพอัจฉริยะ คณะวิทยาศาสตร์ นายนพพล โสมณวัฒน์ นักศึกษาปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ นางณัชชา จิตสุข นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ และ นายวัฒนพงศ์ สิทธิเสรี นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โอกำสทำงธุรกิจ ด้วยคุณค่าทางโภชนาการของพืชไข่ผ�า จึงน�ามาสู่การต่อยอด ทางธุรกิจต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในบริษัทที่มาแรงในช่วงนี้ ไม่พูดถึง ไม่ได้ ก็ต้องเป็นบริษัท Advance GreenFarm เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ ด้านการเกษตรสัญชาติไทยที่เน้นการเพาะเลี้ยงพืชไข่ผ�า ที่เพิ่ง ได้รับ เงินลงทุนจ�านวน 28 ล้านบาท จากการระดมทุนในรอบ Seed Round เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเงินจ�านวนนี้ทางบริษัทจะน�าไปวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชไข่ผ�าภายใต้แบรนด์ที่ชื่อว่า flo Wolffia เพื่อขยายตลาดในอนาคตต่อไป โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของบริษัท นี้คือการพัฒนาระบบเลี้ยงและเก็บเกี่ยวพืชไข่ผ�าให้มีปริมาณ โปรตีนมากกว่า 40% ของน�้าหนักแห้ง ซึ่งถือว่าสูงกว่าปริมาณ โปรตีนจากพืชชนิดอื่น ๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วควีนัว และถั่วลันเตา ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ ไข่ผ�าอาจจะได้รับนิยมมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในอาหารจานหลัก จานโปรดของผู้รักสุขภาพ หลาย ๆ ท่านก็เป็นได้ ที่มา : ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล / NIA / The Principia ที่ผ่านมา เราอาจจะเคยได้ยินชื่อ หรืออาจจะเคยลิ้มลองเมนูอาหารพื้นบ้านจากภาคอีสาน และภาคเหนือที่ชื่อว่า “แกงไข่ผ�า” หรือ “แกงไข่น�้า” (ที่ไม่ใช่แกงจืดใส่ไข่เจียวนะ) กันมาบ้าง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ไอ้เจ้าพืชไข่ผ�าเล็ก ๆ เขียว ๆ จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นที่สนใจ ในฐานะ Superfood ในอนาคตอีกด้วย มันไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร เราจะมาหาค�าตอบ ผ่านบทความนี้กัน ท�ำควำมรู้จักกับ “ไข่ผ�ำ” “ไข่ผ�า” “ผ�า” หรือ “ไข่น�้า” (Wolffia globosa / Watermeal) เป็นพืชดอกที่มีขนาดเล็กและเจริญเติบโต ได้รวดเร็วที่สุดในโลก อยู่ในวงศ์ Lemnaceae โดยต้นที่โต แบบสมบูรณ์จะมีขนาดเพียงแค่ประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อต้น เท่านั้น ลักษณะเป็นเม็ดสีเขียวรูปทรงกลมรีเหมือนไข่ ไม่มีราก ไม่มีใบ สามารถกินได้ทั้งต้น มักจะพบไข่ผ�าลอยตัวปกคลุมอยู่ บนพื้นผิวของแหล่งน�้าต่าง ๆ เช่น หนองบึงหรือแหล่งน�้าขัง อยู่เป็นกลุ่มใหญ่มากจนมองเห็นเป็นพื้นน�้าสีเขียว Superfood แห่งอนำคต ไข่ผ�า เป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รวมถึง เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่ส�าคัญ โดยมีถึง 20-30% ของ น�้าหนักแห้ง มีปริมาณแป้งอยู่ที่ 10-20% ไขมัน 1-5% และ เส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์อยู่ที่ประมาณ 25% ถึงแม้ว่าปริมาณ ไขมันของไข่ผ�าจะค่อนข้างน้อย แต่สัดส่วนของไขมันไม่อิ่มตัว ที่จ�าเป็นอย่างโอเมก้า 3 มีสูงถึง 60% ของปริมาณไขมัน ทั้งหมด นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งวิตามินที่ส�าคัญ ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน เอ บี ซี อี โฟเลต มีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี และแคลเซียม ยิ่งไปกว่านั้นยังมี สารพฤกษเคมี (Phytonutrients) หลายชนิด เช่น ลูทีน และ ซีแซนทีน ทั้งหมดนี้จึงท�าให้ไข่ผ�าเป็น Superfood ที่น่าสนใจ จากก่อนหน้าที่นิยมน�ามาท�าเป็นอาหารสัตว์ จนปัจจุบันก็นิยม น�ามาประกอบอาหารและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบ ต่าง ๆ มากมาย รวมถึงอาหารเสริม เช่น โปรตีนผง อีกด้วย และยังได้มีการสร้างสรรค์เมนูจากไข่ผ�าที่หลากหลายมากขึ้น เช่น แกงไข่ผ�า ย�าไข่ผ�า ไข่เจียวใส่ไข่ผ�า แถมล่าสุดได้มีการ ใส่ไข่ผ�ากับขนม อย่าง แพนเค้ก หรือเครื่องดื่มปั่นกันแล้ว เรียกได้ว่า ไข่ผ�ากินกับอะไรก็อร่อยทั้งของคาวและของหวาน เลยทีเดียว จำกอำหำรพื้นบ้ำนสู่อำหำรอวกำศ นอกจากการเป็น Superfood แห่งอนาคตบนโลกแล้ว ยังได้มีการเสนอน�าไข่ผ�าไปเป็นพืชส�าหรับการพยุงชีพนักบิน อวกาศเพื่อการปฏิบัติภารกิจระยะยาวบนอวกาศอีกด้วย ด้วยความที่ตัวพืชไข่น�้ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง วงชีวิตสั้น เจริญเติบโตได้รวดเร็ว สามารถกินได้ทั้งต้น และยังสามารถ


14 วารสาร หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด • ปีที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจ�ำเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • ✸ ต่อจากหน้า 6 สถาบันวิจัย ทีดีอาร์ไอ เคยท�าวิจัยเรื่อง “อคติเชิงพฤติกรรมต่อการออม” หรือการคิด การตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลตามหลักเศรษฐศาสตร์ โดยสรุป ก็มี ดังนี้ อคติชอบปัจจุบัน (present bias) คือ ผู้คนให้น�้าหนักความส�าคัญกับความสุข ผลตอบแทน ที่ได้รับในปัจจุบันมากกว่าในอนาคต เช่น การผัดวันประกันพรุ่งในการออม น�าเงินที่ได้ไปซื้อสินค้า เพื่อบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน เนื่องจากมีปัญหาในการควบคุมตนเอง (self-control problem) แม้จะรู้ว่าการออมจะท�าให้ได้รับผลตอบแทนในรูปเงินใช้ยามเกษียณ ก็ตาม อคติยึดติดสภาวะเดิม (status quo bias) คือ ความพึงพอใจกับสภาวะปัจจุบันมากกว่า จะเปลี่ยนไปลองท�าสิ่งใหม่ที่จะแม้จะให้ผลประโยชน์มากกว่า เช่น เลือกที่จะออมในรูปแบบ ที่คุ้นเคย เช่น ฝากธนาคาร มากกว่าที่จะลองออมในหุ้นหรือพันธบัตรที่มีคุณภาพดี ความเสี่ยง ไม่สูง แต่ให้ผลตอบแทนกว่าเงินฝากธนาคารมาก อคติโลกแคบ (narrow framing) คือ มองทางเลือกที่ต้องพิจารณาในชีวิตเป็นกลุ่มย่อย ๆ แยกออกจากกัน หรือเฉพาะในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ท�าให้ผู้คนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ด้อยกว่า เมื่อพิจารณาทุกทางเลือกหรือช่วงเวลาพร้อมกัน เช่น มองว่า การออมในปัจจุบันเป็นไปเพื่อบริหาร รายรับ-รายจ่ายระยะสั้น หรือเก็บเงินซื้อของราคาแพง แต่มองว่าการออมเพื่อการเกษียณ เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่ต้องรีบคิดพร้อมกันตอนนี้ อคติกลัวสูญเสียเกินเหตุ (loss aversion) คือ ความสูญเสียจากสถานะปัจจุบันมีผลกระทบ ต่อจิตใจทางลบมากกว่าที่จะมีความสุขจากการได้รับผลตอบแทนที่มีขนาดเท่ากัน เช่น การมองว่า การออมเป็นการสูญเสียรายได้ที่จะน�ามาบริโภค จึงเลือกที่จะออมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อคติละเลยอัตราทบต้น (exponential growth bias) คือ ไม่เข้าใจพลังของดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งแปลงเงินออมให้มีมูลค่ามากขึ้นทวีคูณได้ หากมีการออมอย่างต่อเนื่องยาวนานและไม่ถอน เงินต้นออก เช่น การที่บุคคลไม่รีบออมเพื่อการเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะประเมิน ผลตอบแทนจากการออมต�่าเกินไปโดยมองว่าผลตอบแทนเป็นเส้นตรงไม่ใช่ทวีคูณ ท�าให้ ไม่เข้าใจว่าออมเร็วขึ้นและต่อเนื่องเพียงไม่กี่ปีก็ท�าให้มีเงินให้ถอนใช้ยามเกษียณเพิ่มขึ้นมาก ดอกเบี้ยทบต้นอาจแสดงตัวในรูปอื่นไม่ใช่เงินฝากธนาคารเท่านั้น เช่นการออมในหุ้น ในอสังหาริมทรัพย์เป็นต้น และอาจใช้อธิบายกรณีที่เป็นหนี้ยาวนานจนดอกเบี้ยทบต้นเข้าไปใน เงินต้นกลายเป็นดินพอกหางหมู แรงกดดันจากผู้คนในกลุ่ม (peer pressure) คือ อิทธิพลทางสังคมจากคนในกลุ่มเดียวกัน ทั้งเชิงบวกและลบ ท�าให้มีพฤติกรรมคล้อยตาม เช่น มีพฤติกรรมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามเพื่อน เพื่อนบ้าน หรือคนในสังคมเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ท�าให้ความสามารถในการออมลดลง การมองโลกในแง่ดีเกินไป (overoptimism) คือ รูปแบบหนึ่งของการมีความมั่นใจล้นเกิน (overconfidence) ท�าให้เกิดความชะล่าใจในการออมเงิน เช่น คิดว่าเมื่อตนเองเกษียณไป อาจไม่โชคร้ายและเผชิญเหตุไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยหนักหรือป่วยเรื้อรัง และต้องเสียค่ารักษา พยาบาลจ�านวนมาก ท�าให้ไม่เห็นความส�าคัญกับการเตรียมพร้อมทางการเงินเพื่อการเกษียณ และมีการออมน้อยกว่าที่ควร และพบว่าคนไทย 70% มีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่กว่า 37% มีการออมไม่ถึง 10% ของรายได้ต่อเดือน นอกจากนี้ส่วนมากเป็นการออมโดยการฝากธนาคาร และเก็บเป็นเงินสด ไว้กับตัว โดยคิดถึงการออมผ่านการลงทุนในหุ้น พันธบัตร และกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทน สูงกว่าในล�าดับรอง และมีคนจ�านวนหนึ่งมีอคติกลัวสูญเสียเกินเหตุมากที่สุดถึง 89% คือ การมองว่าการออมเป็นการสูญเสียรายได้ที่จะน�ามาบริโภค จึงเลือกที่จะออมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ก่อนจบ ก็ต้องทิ้งท้ายด้วยส�านวนที่เคยได้ฟังมาจากทีวีครับ “แสนเสียดาย ตายตอนใช้เงิน ไม่หมด แต่แสนรันทน ถ้าเงินหมดตอนที่ยังไม่ตาย” สวัสดี ….. ขอบคุณ ข้อมูลจาก พีพีทีวี สุวัฒน์ ลีขจร/ บทความ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ ▼▲ โดย...ภาสุรีย์ สวัสดิ์พาณิชย์ สมาชิกหอการค้าลำดับที่ 468 สุภาษิตค�ำพังเพย ฉบับภาษาอังกฤษ vs ฉบับภาษาไทย A tree is known by its fruit. ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ A bad workman always blames his tool. ร�าไม่ดี โทษปี่โทษกลอง To lock the stable door after the horse is stolen. วัวหายล้อมคอก Don’t wash dirty linen in public. อย่าสาวไส้ให้กากิน A bird in hand is worth two in the bush. ก�าขี้ดีกว่าก�าตด Good clothes open all doors. ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง


15 วารสาร • ปีที่ 18 ฉบับที่ 155 ประจ� ำเดือน มีนาคม - เมษายน พุทธศักราช 2566 • หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ✸ ต่อจากหน้า 11 1. ถ้าคุณป้าเอาเงินไปคืนหนี้จนหมด พอคุณป้ามีรายได้ก็ไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยเงินกู้ แต่เอาเงินไปซื้อขนมให้ครอบครัวแทน แบบนี้คือเพิ่ม GDP ที่ตัว C 2. ถ้าคุณป้าเอาเงินไปลงทุนซื้ออุปกรณ์การท� าส้มต� าเพื่อเปิดร้านขาย แบบนี้คือเพิ่ม GDP ที่ตัว I 3. ถ้าคุณป้าเอาเงินไปซื้อหวย หรือเล่นการพนัน แบบนี้คือไม่เพิ่ม GDP ดังนั้น สรุปแล้ว สิ่งส� าคัญกว่าการแจกเงินของรัฐก็คือ การก� าหนดเกณฑ์ และให้ความรู้ กับคนที่ได้รับเงินว่า ควรน� าเงินนั้นไปท� าอะไร เพราะถ้าเงินนั้นถูกน� าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แล้วมันจะมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ Multiplier Effect ซึ่งก็คือ การที่เงินนั้นถูกน� าไปใช้ต่อ เป็นทอด ๆ เช่นคนขายอุปกรณ์ส้มต� าให้ป้า ก็เอาเงินไปซื้อสินค้าอื่น ๆ ต่อไป นอกจากนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐควรควบคุมก็คือ การควบคุมให้คนที่ได้ประโยชน์จาก การแจกเงินครั้งนี้ ไม่กระจุกตัวอยู่แค่รายใหญ่คนใดคนหนึ่ง ถ้ารัฐไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ป้องกัน เรื่องเหล่านี้ และท� าให้คนที่ได้ประโยชน์มากสุดจากการแจกเงิน กลับเป็นบริษัทเพียงไม่กี่บริษัท ก็จะมีข้อสงสัยได้ว่าท� าเพื่อนายทุนหรือไม่ แหล่งข้อมูล : https://www.longtunman.com/45007


หอการคาจังหวัดรอยเอ็ด THE ROI-ET CHAMBER OF COMMERCE หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ส�ำนักงาน : 555 หมู่ 17 ถ.เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนพรรษา ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000 โทร 0-4351-5004 HEADOFFICE : 555 Moo 17 Chaloem Phra Kiat 7 Rounds Rd. Nuea Mueang Mueang Roi Et 4500 THAILAND TEL/FAX : 0-4351-5004 • ที่ปรึกษา ดร.สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์, เรืองรัตน์ รัตนโภคาสถิต, บัณจง ธนะแพสย์, สมเกียรติ ชัยคณารักษ์กูล, ดร.สุมาลัย ศิริพานิช, เรืองศักดิ์ รัตนโภคาสถิต • บรรณาธิการ ณธรรม เอื้อไพจิตร • ผู้ช่วยบรรณาธิการ เรืองนรี เวียงอินทร์ • ศิลปกรรม ทันใจการพิมพ์ร้อยเอ็ด • พิมพ์ที่ ทันใจการพิมพ์ร้อยเอ็ด โทร. 043-511872 • หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 043-515004 ✸✸ บทความหรือคอลัมน์บางบท เป็นความคิดเห็นของบุคคลหรือคณะบุคคล มิได้หมายความว่า หอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด จะเห็นคล้อยตามเสมอไป ✸✸


Click to View FlipBook Version