The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตื่นขึ้นมาอ่านนิตยสารที่มีความเรียบง่าย
แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่อัดแน่นไปด้วยกันเถอะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

WAKE Magazine

ตื่นขึ้นมาอ่านนิตยสารที่มีความเรียบง่าย
แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่อัดแน่นไปด้วยกันเถอะ

ภูมิศาสตร์ / ไลฟ์ สไตล์ / วถิ ีโลก / เกม

WAKE

GEOGRAPHY / LIFESTYLE / WORLD STORIES / GAME

ภยั พิบตั ธิ รรมชาต ิ การถา่ ยภาพ
ทำ� อาหารดว้ ยตวั เอง เทคโนโลยรี อบตวั
เรอ่ื งราวรวบตวั เกมแสนสนุก

ผศ.ณัฐฐญิ า จติ รฉ�ำ่

EDITOR TALK
WAKE MAGAZINE

สำ� หรบั นิตยสารWAKE ฉบบั น้ีทเ่ี ป่ียมไปดว้ ยเร่อื งราวต่างๆทน่ี ่าสนใจ ท่ี
ใครหลายๆคนมองขา้ มไป ผมและทมี งานผูจ้ ดั ทำ� ไดเ้กบ็ เก่ยี วรวบรวมมาไวใ้ น
นติ ยสารเลม่ น้ี รบั รองไดว้ า่ ทกุ ท่านจะตอ้ งเพลดิ เพลนิ ไปกบั การอ่านจนวางหนงั สอื กนั
ไมล่ งเลยทเี ดยี ว
12 เน้ือหาทม่ี คี วามหลากหลายไมว่ า่ จะเป็นอาหาร กฬี า ศิลปะ ถา่ ยภาพ
เทคโนโลยี เกม หรอื แมแ้ ต่ภมู ศิ าสตรป์ ระวตั ศิ าสตร์ ทม่ี าพรอ้ มกบั ความน่าสนใจ
และน่าดงึ ดูด เช่อื เลยวา่ ทกุ ท่านทแ่ี วะเขา้ มาภายในโลกใบเลก็ ๆ ณ นติ ยสารเลม่ น้ี
ท่านจะไดร้ บั ความสุข ความผ่อนคลาย แถมยงั ไดร้ บั สาระน่ารูท้ ส่ี ง่ิ เหลา่ น้ีอาจอยู่ใกล ้
ตวั กวา่ ทค่ี ุณคดิ หรอื สง่ิ ทค่ี ุณอ่านอาจเผลอมองขา้ มไป
สุดทา้ ยน้ีผมและทมี งานผูจ้ ดั ทำ� นติ ยสารWAKEรูส้ กึ เป็นเกยี รตอิ ย่างยง่ิ ท่ี
ไดถ้ า่ ยทอดสง่ิ ต่างๆเหลา่ น้ีใหแ้ ก่ผูอ้ ่านทกุ ท่านทไ่ี ดเ้ขา้ มาผจญภยั หรอื หาความสำ� ราญ
ไปกบั หนา้ กระดาษนติ ยสารทเ่ี ราตงั้ ใจทำ� มาน้ี หวงั วา่ นิตยสารเลม่ น้ีจะไดเ้ป็นแรง
บนั ดาลใจเลก็ ๆใหก้ บั ทกุ ท่านในยามทท่ี อ้ แทเ้พอ่ื ใหท้ ่านผูอ้ ่านมกี ำ� ลงั ใจ มคี วาม
สนุกสนานทจ่ี ะเดนิ หนา้ ต่อหรอื คดิ ทจ่ี ะทำ� การอนั ใด ดงั นน้ั อย่าลมื หนั ไปมองสง่ิ เลก็ ๆ
รอบตวั เรากนั ดว้ ยนะครบั

บรรณาธกิ ารอำ� นวยการ
นิตยสาร WAKE Magazine

AIIZ



CONTENTS 6
Kasetsart University Laboratory School
Kamphaeng Saen Campus Educational Research and Development Center

11
GEOGRAPHY

28ภยั พบิ ตั ธิ รรมชาติ
FOOD

33CChhiicckkeenn KSpaatsguhetti
BASKETBALL

38SMHtieiscpthoearnyelCJuorrrdyan
LIFE BELONG MUSICAL

46อศชวีาิลชติปพีจินนรดงิกั งนั ดจกั นาดกตนยรตูทเี ปรูป็นี อาชพี เสรมิ ?
HIGANBANA
ดทคำวอ� ไากมมฮถหกิ งึมนัเปาบย็นาในดนะอแกตคไ่ลอืมะอแ้สะหีไ่งรค?วามตาย

54
PAREIDOLIA

58แEพxaรmโิ ดpเลleยี คอื อะไร
Alexander the Great

62Hผลisงtาoนry
HOW TO TAKE PHOTO

74กคา่ารตถ่างา่ ยๆรทูปใ่ี ชขใน้ั้ นพก้นื าฐรถานา่ ยรูป
EVOLUTION OF MOBILE PHONES

76
HARDWARE

80
ROV ARENA OF VALOR
Hทำ�iไsมtorRyOV ถงึ ไดร้ บั ความนิยมอย่างลน้ หลาม?

84
TEAM MEMBER

KasetsartUniversityLaboratorySchool

KamphaengSaenCampusEducationalResearchandDevelopmentCenter

โรงเรยี นสาธิตแห่งมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำ� แพงแสน ศนู ยว์ ิจยั และพฒั นาการศกึ ษา

สปี ระจำ� โรงเรยี น
เขยี ว-มว่ ง

เพลงประจำ� โรงเรยี น
เพลงมารช์ สาธติ กำ� แพงแสน

คำ� ขวญั
การจดั การเรยี นการสอนตามสมรรถฐาน

ตราประจำ� โรงเรยี น ปรชั ญา
รูปพระพริ ุณทรงนาคลอ้ มรอบดว้ ย สุวชิ าโนภวโํ หต–ิ ผูม้ คี วามรูด้ ี เป็นผูเ้จรญิ
กลบี บวั ซง่ึ อยู่ภายในวงกลม
อตั ลกั ษณ์ ดอกไมป้ ระจำ� โรงเรยี น
6 WAKE Magazine มงุ่ มนั่ ศึกษา กลา้ แสดงออก
ดอกอนิ ทนนิ

WAKE Magazine 7

เ น่ืองจากมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ มโี ครงการขยายมหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตรข์ ้นึ ณ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน อำ� เภอกำ� แพงแสน
จงั หวดั นครปฐม เพอ่ื เป็นแหลง่ ผลติ บคุ ลากรระดบั ปรญิ ญาตรี
ปรญิ ญาโทและปรญิ ญาเอก ในสาขาวชิ าการเกษตรและอน่ื ๆ
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ จงึ กำ� หนดเปิดใชว้ ทิ ยาเขตกำ� แพงแสน
ตงั้ แต่เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ.2522 เป็นตน้ มา โดยมคี ณะต่าง ๆ
เร่มิ เปิดดำ� เนินการ คอื คณะเกษตรคณะสตั วแพทยศาสตร์
คณะวศิ วกรรมศาสตรค์ ณะศึกษาศาสตร์ และบณั ฑติ วทิ ยาลยั

HISTORY
ในปี พ.ศ.2523 ทางมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ เมอ่ื คณะศึกษาศาสตรไ์ ดร้ บั คำ� สงั่ ใหด้ ำ� เนิน
มนี โยบายทจ่ี ะเปิดดำ� เนนิ การโรงเรยี นสาธติ แห่ง การเปิดการเรยี นการสอนระดบั ประถมศึกษา
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน ข้นึ ทว่ี ทิ ยาเขตกำ� แพงแสน ในปี พ.ศ. 2523
เพอ่ื จะไดส้ อดคลอ้ งกบั แผนพฒั นามหาวทิ ยาลยั นนั้ ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่ง เจนจติ
เกษตรศาสตรแ์ ละเป็นการส่งเสรมิ ขยายงานทาง คณบดคี ณะศึกษาศาสตร์ จงึ ไดข้ ออนุมตั จิ าก
ดา้ นการศึกษาระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษา มหาวทิ ยาลยั เพอ่ื ใหอ้ าจารยข์ องคณะศึกษา
ในชมุ ชนดว้ ย ฉะนน้ั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ศาสตรม์ าปฏบิ ตั ริ าชการประจำ� ทโ่ี รงเรยี น
จงึ ไดอ้ นุมตั ใิ หเ้ปิดโรงเรยี นสาธติ แห่งมหาวทิ ยาลยั สาธติ เกษตรฯ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน ในระยะ
เกษตรศาสตรข์ ้นึ ณ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน ตง้ั แต่ แรกมที งั้ หมด 11 ท่าน เพอ่ื เตรยี มการก่อน
วนั ท่ี 15 กรกฎาคม 2523 โดยใหค้ ณะศึกษา เปิดการเรยี นการสอนโดยมอบหมายให้
ศาสตรเ์ ป็นฝ่ายรบั ผดิ ชอบในการจดั ดำ� เนนิ การ อาจารยอ์ ดุ ร รตั นภกั ด์ิ ปฏบิ ตั ริ าชการใน
เรยี นการสอน ดงั นน้ั คณะศึกษาศาสตรจ์ งึ วางเป้า หนา้ ทแ่ี ทนอาจารยใ์ หญ่ และอาจารยอ์ กี 10
หมายทจ่ี ะใหโ้ รงเรยี นสาธติ เกษตรฯ วทิ ยาเขต ท่าน คอื อาจารยว์ งั สรรค์ สุฉนั ทบตุ ร,
กำ� แพงแสนเป็นศูนยว์ จิ ยั และพฒั นาการศึกษาท่ี อาจารยธ์ าตรี แตงเทย่ี ง, อาจารยน์ ติ ยา สอน
จะทำ� การวจิ ยั การศึกษาในระดบั ประถมศึกษาและ อาจ, อาจารยพ์ งษศ์ ิริ พานชิ , อาจารยโ์ รจน์
มธั ยมศึกษาในเขตชนบทไปพรอ้ มกบั การทดลอง วงษ์ นุชสุวรรณ, อาจารยป์ ทั มา โอสถเสน,
จดั การเรยี นการสอนแบบสมรรถฐานและการ อาจารยส์ ุนารี หวงั ไพบูลยก์ จิ , อาจารยส์ ทิ ธิ
บรกิ ารทางวชิ าการแก่ชมุ ชนดว้ ย ศกั ด์ิ นิรทยั , อาจารยอ์ รวรรณ์ พง่ึ งาม และ
อาจารยส์ มเกยี รติ ศรอี นนั ตคม

8 WAKE Magazine

ปี พ.ศ. 2534
ทางโรงเรยี นไดร้ บั อนุมตั จิ ากสภา
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ใหจ้ ดั การ
เรยี นการสอนระดบั อนุบาลศึกษาเพม่ิ
ข้นึ

ปี พ.ศ.2523 ปี พ.ศ. 2532
โรงเรยี นไดเ้ปิดดำ� เนินการจดั การเรยี นการสอนในระดบั ประถมศึกษาปีท่ี โรงเรยี นมนี กั เรยี นตงั้ แต่ชน้ั ประถมศึกษาปี
1-3 มนี กั เรยี น 12 คน โดยวางวตั ถปุ ระสงคข์ องโรงเรยี นดงั น้ี ท่ี 1-6 และชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-6

1.เพอ่ื พฒั นาการศึกษา วจิ ยั และทดลองทฤษฎที างการศึกษา และจติ วทิ ยา
การศึกษาทเ่ี หมาะสมสำ� หรบั เขตพ้นื ทช่ี นบท เพอ่ื การพฒั นาการศึกษาชนบท

2.เพอ่ื การทดลอง วจิ ยั เก่ยี วกบั หลกั สูตรในระดบั ประถมศึกษาและ
มธั ยมศึกษาในการพฒั นาอาชพี แขนงต่าง ๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั พ้นื
ภมู ปิ ระเทศ

3.เพอ่ื เป็นแหลง่ สาธติ และเผยแพร่ผลงานการศึกษา เพอ่ื การพฒั นาการ
ศึกษาชนบทใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและจะเป็นโรงเรยี นทเ่ี ป็นพเ่ี ล้ยี งสำ� หรบั
โรงเรยี นในชนบทในพ้นื ทใ่ี กลเ้คยี ง

4.เพอ่ื เป็นสถานทส่ี ำ� หรบั ฝึกปฏบิ ตั งิ านของนสิ ติ คณะศึกษาศาสตรใ์ นการฝึก
ปฏบิ ตั งิ านครู ฝึกหดั การสอนทดลองวจิ ยั เก่ยี วกบั แนวทางการปฏบิ ตั กิ าร
เรยี นการสอนตามหลกั วชิ า

5.เพอ่ื เป็นสถานทส่ี ำ� หรบั กลุ บตุ ร กลุ ธดิ า ในทอ้ งทช่ี นบททจ่ี ะศึกษาเลา่
เรยี นตามระดบั ความสามารถทางสตปิ ญั ญา ความถนดั และความสนใจ ซง่ึ
จะเป็นการพฒั นาบคุ คลในชนบทใหเ้ป็นพลเมอื งทม่ี คี ุณภาพ พรอ้ มทจ่ี ะนำ�
ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจในการแกป้ ญั หา เพอ่ื เสรมิ สรา้ งชวี ติ และสงั คม
ใหด้ ขี ้นึ อนั เป็นรากฐานของพลเมอื งดี

WAKE Magazine 9

ปี พ.ศ. 2546
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ไดอ้ นุมตั ใิ หโ้ รงเรยี น
ดำ� เนนิ งานโครงการจดั การเรยี นการสอนตามหลกั สูตร
กระทรวงศึกษาธกิ ารเป็นภาษาองั กฤษ (English
Program) ปจั จบุ นั โรงเรยี นสาธติ แห่งมหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน จงึ มกี ารจดั การ
เรยี นการสอนตง้ั แต่ชนั้ อนุบาลศึกษาปีท่ี 1 ถงึ ชนั้
มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 จำ� นวน 52 หอ้ งเรยี น

ปี พ.ศ. 2554 ปี พ.ศ. 2555
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรไ์ ดอ้ นุมตั ใิ หเ้ปลย่ี นชอ่ื โรงเรยี น โรงเรยี นไดร้ บั อนุมตั จิ าก
จากเดมิ มาเป็นโรงเรยี นสาธติ แห่งมหาวทิ ยาลยั กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำ� แพงแสน ศูนยว์ จิ ยั และ เทคโนโลยี ใหด้ ำ� เนินการจดั การ
พฒั นาการศึกษา (Kasetsart University Laboratory เรยี นการสอนหลกั สูตรหอ้ งเรยี น
School, Kamphaeng Saen Campus, Educational วทิ ยาศาสตรใ์ นโรงเรยี น ใน
Research and Development Center) โดยมฐี านะ ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
เทยี บเท่าภาควชิ าในคณะศึกษาศาสตร์ โดยการสนบั สนุนของกระทรวง
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ใน
การกำ� กบั ดูแลของมหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขต
กำ� แพงแสน

10 WAKE Magazine

GEOGRAPHY

ภยั พิบตั ธิ รรมชาติ

WAKE Magazine 11

ภยั พิบตั ิ แผ่นดินไหว (earthquake)
ธรรมชาติ หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากการสนั่ สะเทอื นของแผ่นดนิ ทร่ี ุนแรงจากรอยเลอ่ื นมี
ทางธรณีภาค พลงั และภเู ขาไฟปะทุ ซง่ึ เป็นพลงั งานความเครยี ดสะสม
เกดิ จาก
-การเคลอ่ื นตวั ของแผ่นธรณีภาค
-รอยเลอ่ื นเกดิ การเลอ่ื นตวั หรอื แตกหกั ฉบั พลนั
-พลงั ทป่ี ลอ่ ยออกมาเป็นสนั่ สะเทอื นเป็นเหตใุ หเ้กดิ แผ่นดนิ ไหว
-การปะทขุ องภเู ขาไฟ
แบ่งตามระดบั วามลกึ ได้ 3 ระดบั
1.แผ่นดนิ ไหวระดบั ต้นื : เกดิ ทค่ี วามลกึ นอ้ ยกวา่ 70 กโิ ลเมตร จากผวิ โลก
2.แผ่นดนิ ไหวระดบั ปานกลาง : เกดิ ทค่ี วามลกึ 70 – 300 กโิ ลเมตร จากผวิ โลก
3.แผ่นดนิ ไหวระดบั ลกึ : เกดิ ทค่ี วามลกึ มากกวา่ 300 กโิ ลเมตร จากผวิ โลก
สาเหตหุ ลกั ของการเกดิ แผ่นดินไหว
-การเคลอ่ื นตวั ของรอยเลอ่ื น
-การปะทขุ องภเู ขาไฟ

ขนาดและความรุนแรงในประเทศไทยใชม้ าตราเมอรค์ ลั ลที ่มี ีระดบั ความรุนแรง 12 ระดบั

เมรก์ ลั ลี ลกั ษณะท่ปี รากฏ

I อ่อนมาก ผูค้ นไมร่ ูส้ กึ ตอ้ งทำ� การตรวจวดั ดว้ ยเคร่อื งมอื เฉพาะทางเท่านน้ั
II คนทอ่ี ยู่ในตกึ สูงๆเร่มิ รูส้ กึ เพยี งงเลก็ นอ้ ย
III คนในบา้ นเร่มิ รูส้ กึ แต่คนส่วนใหญ่ยงั ไมร่ ูส้ กึ
IV ผูอ้ ยู่ในบา้ นรูส้ กึ วา่ มอี ะไรบางอย่างมาทำ� ใหบ้ า้ นสนั่ เบาๆ
V คนส่วนใหญ่รูส้ กึ ของเบาในบา้ นเร่มิ แกวง่ ไกว
VI คนส่วนใหญ่รูส้ กึ ของหนกั ในบา้ นเร่มิ แกวง่ ไหว

VII คนตกใจ สง่ิ ก่อสรา้ งเร่มิ มรี อบรา้ ว
VIII อาคารธรรมดาเสยี หายอย่างมาก
IX สง่ิ ก่อสรา้ งทอ่ี อกแบบไวอ้ ย่างดตี ามหลกั วศิ วกรรม เสสยี หายมาก
X อาคารพงั รางรถไฟงอเสยี หาย
XI อาคารสง่ิ ก่อสรา้ งพงั ทลายเกอื บทง้ั หมด ผวิ โลกปูดนูนและเลอ่ื นเป็นคลอ่ื น บนพ้นื ดนิ อ่อน
XII ทำ� ลายหมดทกุ อย่าง มองเหน็ เป็นคลน่ื บนแผ่นดนิ

12 WAKE Magazine

ความรุนแรงข้ึนอยู่กบั องคป์ ระกอบต่างๆ ไดแ้ ก่
1.ขนาดของแผ่นดนิ ไหว
2.ความยาวนานของการสนั่ ไหว
3.ระยะทางใกล-้ ไกลจากศูนยก์ ลาง
4.ช่วงเวลาทเ่ี กดิ แผ่นดนิ ไหว
5.ลกั ษณะทางธรณีวทิ ยา
6.บรเิ วณทเ่ี ป็นชมุ ชนหรอื เมอื งอตุ สาหกรรม
7.ความมนั่ คงของอาคาร
8.ระบบการวางแผนป้ องกนั

ปรากฏการณแ์ ผ่นดนิ ไหวในโลกเกดิ ตามแนวทแ่ี ผ่นเปลอื ก
โลกมกี ารชนกนั หรอื เฉียดกนั แนวแผ่นดนิ ไหวของโลกมี 3
แนวหลกั ดงั น้ี
1.แนววงแหวนแห่งไฟ เร่มิ จากชายฝงั่ ของทวปี
อเมรกิ าใตข้ ้นึ ไปทางตอนเหนอื ของชายฝงั่ ทวปี อเมรกิ าเหนือ
ผ่านปลายแหลมคมั ชตั คาลงมาผ่านประเทศญป่ี ่นุ แลว้ แยก
ออกเป็น 2 แนว แนวท่ี 1 ผ่านหมเู่ กาะมาเรยี นา แนวท่ี 2
ผ่านลงมาทางประเทศฟิลปิ ปินส์ เกาะนิวกนิ ี ไปจนถงึ ประเทศ
นิวซแี ลนด์ และแนวหมเู่ กาะในประเทศอนิ โดนีเซยี
2.แนวภเู ขาแอลป์-หมิ าลยั เร่มิ จากทางตะวนั ตกของ
เมยี นมา อนิ เดยี ปากสี ถาน ตรุ กี ไปจนถงึ ยุโรป
3.แนวสนั เขากลางมหาสมทุ รแอตแลนดต์ กิ เร่มิ จาก
ขวั้ โลกเหนอื ลงมา ผ่านเกาะไอซแ์ ลนด์ กลางมหาสมทุ ร
แอตแลนตกิ ไปจนถงึ ขว้ั โลก

ภยั ต่างๆท่เี กดิ จากแผ่นดินไหวขนาดรุนแรง มดี งั น้ี การจดั การภยั พบิ ตั แิ ผ่นดินไหว
1.สง่ิ ก่อสรา้ ง เช่น ตกึ สูง อาคารขนาดใหญ่ บา้ นเรอื นพงั เสยี กอ่ นเกดิ แผ่นดินไหว
หาย -ใหค้ วามรูก้ บั ประชาชนใหม้ คี วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั แผ่นดนิ ไหว
2.แผ่นดนิ แยก เคลอ่ื น หรอื ทรุด เป็นเหตใุ หถ้ นน ทางรถไฟ เพอ่ื ใหป้ ฏบิ ตั ติ นไดถ้ กู ตอ้ ง
สะพาน ระบบรางรถไฟความเรว็ สูง ท่อนำ�้ ท่อส่งแกส๊ หงุ ตม้ -ถา้ อยู่ในเขตแผ่นดนิ ไหว ควรสรา้ งทอ่ี ยู่อาศยั ใหเ้ป็นไปตาม
ระบบท่อนำ�้ ท้งิ หรอื สง่ิ ก่อสรา้ งอน่ื ๆ เกดิ ความเสยี หาย กฎเกณฑส์ ำ� หรบั พ้นื ทเ่ี สย่ี งภยั
3.มนุษยท์ อ่ี าศยั อยู่ในบรเิ วณทเ่ี กดิ แผ่นดนิ ไหวไดร้ บั บาดเจบ็
และเสยี ชวี ติ ขณะเกดิ แผ่นดินไหว
4.เกดิ สนึ ามจิ ากแผ่นไหวขนาดรุนแรง มจี ดุ ศูนยก์ ลางอยู่ใต้ -ถา้ อยู่ในบา้ นเรอื นใหย้ นื หรอื หมอบในบรเิ วณโครงสรา้ งท่ี
ทะเล ทำ� ใหเ้กดิ คลน่ื พดั เขา้ สู่ชายฝงั่ สรา้ งความเสยี หายให้ แขง็ แรง สามารถรบั นำ�้ หนกั ไดม้ าก
แก่ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ -ถา้ อยู่ในอาคารสูงใหร้ บี ออกจากอาคารโดยเรว็ หา้ มใชล้ ฟิ ต์
5.ไฟไหมจ้ ากระบบท่อส่งแกส๊ หงุ ตม้ ภายในอาคารบา้ นเรอื น ถา้ อยู่นอกอาคารใหอ้ ยู่ห่างจากอาคารสูง กำ� แพง เสาไฟ
เกดิ การแตกรวั่ และมปี ระกายไฟจากความเสยี หายของสาย -ถา้ อยู่ในรถใหห้ ยุดรถในทท่ี ป่ี ลอดภยั จนภยั สงบลง

ไฟฟ้าหรอื อน่ื ๆ ทำ� ใหเ้กดิ ไฟลกุ ไหม้ หลงั เกดิ แผ่นดินไหว
-สำ� รวจตนเองและคนรอบขา้ งวา่ บาดเจบ็ หรอื ไม ่
-ตรวจดูความเสยี หายภายในบา้ นและบรเิ วณรอบขา้ ง

WAKE Magazine 13

ภูท-ปปส-อลล-รทร5ร-ภภภภุนอะ-ยมาา่ะบสรีั2เเเเเููููววยะทแ่าดุำบปขจขข�0่าางเเแหเรทุาาาาไดลหมสิภรขงไไไไกยปมม่ีอ่มุนอรกทีฟฟฟฟาโกิยาแคอืีงยอาแลไขปปปปยหงกรันว่ฟารเอจะะะะถรไมรทงสา๊งำ�้งทททนทหุนปองรืมึพตำ�ภมุนแแแแมุุุลุไใปแระรลกุเูอหบบบบกอแุนีคีลรขทาานลจอรงบบบาบ้แววอา่รุรนำางา�ไ้กาาทพสฮวรง(กวป ฟมvจงอลม้าตแห่ัีเลเารลปปวดปนoยเาลพรนิเะิคทอ็า่็นอนาlนนทพอัะดงห่เุcนเย่สียอเียทม่เปสีนขนบaหน้ัพกแำ�่ายีน้นดุฟึีรโียพnนตคืดงลกยบีนะ มนรส้นำืใ�ญiุใ้(าสั๊บเเาPcทาหภตลมงผ(อจพร(เHlะยเทพีำV�iร้้่วอำุินกeก�อnเเนaยนีภ้นเลสืuกrาแดิจiปwงรวaเูu มlผมรแงcข(ัลลปน nSงpaอเวาิaกาอำ�กืะป)มเtiโไtnกส๊ปiกrทลดิมฟiา เaาoiบ็ปoนัโนกกaเุกลnีทไmลก็จnนรnอกแถาก)ปั่ีกดิาะรb)ก)นทลกูษเ กะ ยปขปoาเาำรด�ห้ทณรป้นะึร็ะlงนกiนุนรรัุแๆ็ร ทนaอะดกอืุนสะลแn เรุยกานเปสเัูแงะุนร)กบร่าา็ขขะนเรงงรปแดิ เทดิ้สน้งนึปมึปธระกบอนม ็ไมานาะงทาปยพรอกป้ ทากรทุ ่ายติรดุาง่ี าราม -ด--ภเข-บ---สก-กภอศกสแตจใปทณยภอ่รราเเููห้ดผษขขำาดฟรัิ�ีนวรูน่บารรคะะาา้เ่นหยดตนรลรตวเปไไทชวากดานภิาฟฟกา่เิจระมุเา่ีหวกมงดิกนิเาูตมยีทรณกขขรผารขมภดิวถรมรแึศออืาบณัา่ลทมลูวเููกเลไบอ้วงวกขสกึฟจภร่ตีทฉ์าม่ภสปตุบัา่ยีมรแาสเูวุำกั�เาูไกถรบขปวแาขรอใจกรฟเุนรชแาุหก่ดลฉะาาบจบัไเณกแิไขปกทบบะาัถิานฟ้ส้ฟนรงนใ็กกะกกุดย์าถ้นตงำเ�บ้ทภลหาาเาชงบไัพาป่คารราร ุาช่เูหน่นนงงขังท็ปน่งรนรพี่แลๆวทบาบอบัะชัภเย สทไลห่ถีรท้บมนิถปทยังงงจเ่ิีาลรุค้อวสมืาอพตม่ีภำ�ุบนแ นณจร่วเา่อาน่เูปสภลแทวนารขัต มถอ็กนเารระายติขัากลนชอไางฝภม ้แอย่ฟยีงขกมุ่กษ่เนูุดลงค์ขวอาลมยมภภะาบรวาก้งงา นเ์ผเูีไเ ูาภ อบสมขจัขฟมขลม เูานาจาา้ขากเตไก้ไ ดบุสทงาฟฟบั่ปอขไยภนีา์ อปฟกลองหเดูัไอหขราอง่ปาพรกะทาภลงยใ ไลชบมภำเู�บน ตฟขาดใกาเูภชช่หอาข อานกไนั้ยเมสัาร้ณุชฟไร ่วนเ่นฟกวหนุษดดิภย มู ท์ ิ่ี
ทส่ี ุด ขณะเกดิ ภเู ขาไฟปะท ุ
การกระจายของภเู ขาไฟมีพลงั งานในโลก -สวมเส้อื คลมุ กางเกงขายาว ถงุ มอื เพอ่ื ป้องกนั เถา้ จาก
ภเู ขาไฟปะทใุ นโลก ส่วนใหญ่เกดิ ตามแนวการชนของแผ่น ภเู ขาไฟ
เปลอื กโลกทท่ี อดตวั อยู่โดยรอบมหาสมทุ รแปซฟิ ิก ทเ่ี รยี ก -สวมแวน่ ตาและหนา้ กากอนามยั
วา่ วงแหวนแห่งไฟ ซง่ึ เป็นบรเิ วณพ้นื ผวิ เปลอื กโลกทม่ี ี -นำ� เสบยี ง อปุ กรณย์ งั ชพั และเคร่อื งมอื สอ่ื สารตดิ ตวั ระหวา่ ง
ภเู ขาไฟมพี ลงี อยู่จำ� นวนมากอย่างไรกต็ าม ภเู ขาไฟบางแห่งมี อพยพ
การเกดิ แตกต่างจากทวั่ ไป เช่น ภเู ขาไฟปทใุ นฮาวาย ทไ่ี มได้ -อพยพออกจากพ้นื ทโ่ี ดยเรว็ ทส่ี ุด
เกดิ จากการเคลอ่ื นตวั ของแผ่นเปลอื กโลก แต่เกดิ จาก -ตดิ ตามขอ้ มลู ขา่ วสารอย่างต่อเน่ือง
บรเิ วณทเ่ี รยี กวา่ จดุ รอ้ น (hot spots) ซง่ึ เป็นบรเิ วณท่ี
หนิ หนืดดนั ตวั สู่ผวิ โลกเกดิ เป็นภเู ขาไฟจากแมกมาภายใน หลงั เกดิ ภเู ขาไฟปะท ุ
โลก -ตดิ ตามขอ้ มลู เก่ยี วกบั ความเสยี หายทเ่ี กดิ ข้นึ
-ตรวจสอบทอ่ี ยู่อาศยั และทำ� ความสะอาดหลงั คาก่อน
ภยั ต่างๆ ท่เี กดิ ข้ึนจากภเู ขาไฟปะทรุ ุนแรง -สวมแวน่ ตาและหนา้ กากอนามยั ขณะทำ� ความสะอาด
-ภยั จากแกส๊ ทป่ี ลอ่ ยออกมา เช่น คารบ์ อนมอนอกไซดแ์ ละ -ตรวจสอบความเสยี หายของสาธารณูปโภค เสน้ ทาง
ซลั เฟอรไ์ ดออกไซด์ เป็นแกส๊ ทเ่ี ป็นอนั ตรายต่อมนุษย ์ คมนาคมและแจง้ ความเสยี หายแกผ้ ูด้ ูแล
-ภยั จากลาวาหลากทไ่ี หลออกมาจากปลอ่ งภเู ขาไฟ ซง่ึ ไหล -ไมค่ วรใชน้ ำ�้ ทม่ี กี ารปนเป้ือนจากเถา้ ภเู ขาไฟ
อย่างรวดเรว็ ทำ� ใหม้ นุษยอ์ พยพไมท่ นั
-ภยั จากลาฮาร์ (lahar) หรอื โคลนภเู ขาไฟ ซง่ึ เกดิ จากเถา้ ธุรี

สึนามิ (tsunami)
หมายถงึ คลน่ื ทเ่ี กดิ จากแผ่นดนิ ไหวหรอื ภเู ขาไฟปะทใุ ต้
ทะเลอย่างรุนแรงเมอ่ื เคลอ่ื นทเ่ี ขา้ ปะทะชายฝงั่
ความยาวคลน่ื คาบคลน่ื จะลดลง แต่ความสูงจะเพม่ิ มากข้นึ
ทำ� ใหม้ คี วามรุนแรงจนสรา้ งงความเสยี หายแก่ผูค้ น หรอื สง่ิ
ก่อนสรา้ งบรเิ วณชายฝงั่ กระบวนการเกดิ สนึ ามิ

ส่วนใหญ่เกดิ จากแผ่นดนิ ไหวใตท้ ะเลจากแผ่นธรณีภาคทม่ี กี ารเคลอ่ื นตวั ทำ� ใหเ้กดิ รอยเลอ่ื น จงึ
เกดิ แรงกระเพอ่ื มอย่างรุนแรงบรเิ วณศูนยก์ ลาง ทำ� ใหเ้กดิ คลน่ื ใตน้ ำ�้ คลน่ื มคี วามยาวช่วงคลน่ื
มากความสูงนอ้ ย แพร่ออกทกุ ทศิ ดว้ ยความเรว็ 800 กม/ชม แต่เมอ่ื คลน่ื เขา้ ใกลฝ้ งั่ ทะเลนำ�้ ต่นื
จะเปลย่ี นแปลง คอื ความยาวคลน่ื ลดลง แต่ความสูงเพม่ิ ข้นึ ทำ� ใหม้ หี ลงั ทำ� ลายลา้ งรุนแรง
ประเภทของคล่นื
-สนึ ามริ ะยะไกล เป็นประเภททม่ี จี ดุ กำ� เนดิ เช่น ศุนยก์ ลางแผ่นดนิ ไหวใตท้ ะเล ภเู ขาไฟปะทใุ ต้
ทะเล อยู่ห่างจากชายฝงั่ หลายพนั กโิ ลเมตร ทำ� ใหใ้ ชเ้วลายาวนานในการเคลอ่ื นทก่ี ระทบชายฝงั่
-สนึ ามมริ ะยะใกล ้ เป็นประเภททม่ี จี ดุ กำ� เนดิ อยู่ใกลช้ ายฝงั่ ทำ� ใหเ้มอ่ื เกดิ จะเคลอ่ื นกระทบชายฝงั่
หลงั เกดิ แผ่นดนิ ไหวรุนแรงใตท้ ะเล ภายใน 30-60 นาที
สาเหตมุ ี 3 สาเหตุ
1.แผ่นดนิ ไหวรุนแรงใตท้ ะเลหรอื มหาสมทุ ร
2.แผ่นดนิ ถลม่ รุนแรงใตท้ ะเลหรอื มหาสมทุ ร
3.เกาะภเู ขาไฟปะทหุ รอื ภเู ขาไฟปะทอุ ย่างรุนแรงใตท้ ะเลหรอื มหาสมทุ ร

พ้นื ท่เี สย่ี งการเกดิ สนึ ามิของโลก การจดั การภยั พบิ ตั สิ นึ ามิ
สนึ ามมิ โี อกาสเกดิ ข้นึ ในมหาสมทุ ร กอ่ นเกดิ สนึ ามิ
และเคลอ่ื นสู่ชายฝงั่ ทกุ แห่งบนโลก -วางแผนการซอ้ มรบั ภยั พบิ ตั ิ -จดั วาง
แต่บรเิ วณทม่ี โี อกาสเกดิ สนึ ามมิ าก ผงั เมอื งใหเ้หมาสมควรมรี ะยะห่างจาก
ทส่ี ุดสมั พนั ธก์ บั บรเิ วณแนวแผ่นดนิ ชายฝงั่
ไหวและภเู ขาไฟปะทใุ นมหาสมทุ ร -ใหค้ วามรูเ้ก่ยี วกบั สนึ าม ิ
พ้นื ทเ่ี สย่ี งไดแ้ ก่ บรเิ วณชายฝงั่ รอบ -สงั เกตปฏกิ ริ ยิ าของสตั ว ์
มหาสมทุ ร ทเ่ี รยี กวา่ วงแหวนแห่งไฟ -เมอ่ื ไดร้ บั ประกาศใหเ้ตรยี มการรบั มอื
ภยั ต่างๆท่เี กดิ จากสนึ ามิ ขณะเกดิ สนึ ามิ
-เกดิ การบาดเจบ็ และสูญเสยี ชวี ติ เมอ่ื สนึ ามเิ คลอ่ื นเขา้ -สงั เกตปุ รากฏการณืของชายฝงั่
ชายฝงั่ ทำ� ใหผ้ ูค้ นทอ่ี ยู่บรเิ วณนน้ั โดนคลน่ื ซดั จนไดร้ บั บาด -ผูเ้ดนิ เรอื ถา้ ไดย้ นิ เตอื นภยั หา้ มนำ� เรอื เขา้ ชายฝงั่
เจบ็ หรอื อาจเสยี ชวี ติ -ถา้ อยู่ในเรอื ใหร้ บี นำ� เรอื ไปยงั กลางทะเล
-ภยั ต่อทรพั ยส์ นิ และสง่ิ ปลูกสรา้ ง เช่น บา้ น โรงแรม หลงั เกดิ สนึ ามิ
ท่าเรอื -สำ� รวจตนเองและสมาชกิ ในครอบครวั วา่ มใี ครไดร้ บั บาด
-ภยั ต่อสง่ิ แวดลอ้ มบรเิ วณชายฝงั่ เช่น ระบบนเิ วศชายฝงั่ เจบ็ หรอื ไม ่
และแนวปะการงั -หลงั เกดิ สนึ ามอิ าจมแี ผ่นดนิ ไหวตามมาไมค่ วรเขา้ ไปอยู่ใน
-ภยั ซำ�้ ซอ้ นทเ่ี กดิ ข้นึ หลั งจากเหตหุ ารณืผ่านไปแลว้ ทำ� ให้ อาคาร
เกดิ อาการหวาดกลวั ได้ -สำ� รวจความเสยี หายของอาคาร หรอื สง่ิ ปลูกสรา้ ง
-หากมกี ารอพยพมาอยู่ขา้ งนอกใหน้ ำ� เองสารสำ� คญั และ
ทรพั ยส์ นิ มคี ่ามาดว้ ย

WAKE Magazine 15

แผ่นดินถลม่ (landslide)
คอื กระบวนการเคลอ่ื นทข่ี องดนิ ทอ่ี ม่ิ ตวั ดว้ ยนำ�้
จนกระทงั่ มนี ำ�้ หนกั มวลดนิ และนำ�้ หนกั ของนำ�้ มากกวา่
กกรระะบบววนนกกาารรเเกกดิดิ แแผผ่น่นดดนิ ินถถลลม่ ม่ ใ นภมู ปิ ระ เทศลาดซ นั มดี งั น้ ี แนรานงตในา้ น บรกเิ วารณเลภอ่ืมู นปิ ไรหะลเทเกศดิ ลจาาดกชฝนั นตกหนกั ตดิ ต่อกนั
1.เมอ่ื ฝนตกหนกั ตดิ ต่อกนั เป็นวลานาน นำ�้ จะซมึ ลงในดนิ จนกระทงั่ ดนิ อม่ิ ตวั ทำ� ใหแ้ รงยดึ เกาะระหวา่ ง
มวลดนิ ลดลง ความตนั ของนำ�้ ในดนิ เพม่ิ สูงข้นึ ซง่ึ ทำ� ใหเ้กดิ การเพม่ิ ความดนั ในช่องวา่ งของดนิ
2.เมอ่ื ความดนั ในช่องวา่ งของดนิ เพม่ิ สูงข้นึ ถงึ ระดบั หน่ึง ในขณเ้ ดยี วกนั แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งอนุภาคดนิ
ซง่ึ เป็นผลจากแรงดงึ ระหวา่ งอากาศและนำ�้ ในช่องวา่ งจะลดุ ลงจากนำ�้ เขา้ ไป แทนทอ่ี กาศในช่องวา่ งของดนิ
3.จดุ สมดุลก่อนชน้ั ดนิ เร่มิ เลอ่ื นไหล คอื เมอ่ื ชน้ั ดนิ มแี รงกระทำ� ทท่ี ำ� ใหเ้กดิ การเลอ่ื นไหล โดยนำ�้ หนกั มวล
ดนิ และนำ�้ หนกั ของนำ�้ เท่ากบั แรงตา้ นทานการเลอ่ื นไหลของดนิ
4.ดนิ เกดิ การเลอ่ื นไหลลงมา เมอ่ื ชน้ั ดนิ มแี รงกระทำ� ใหเ้กดิ การเลอ่ื นไหลมากกวา่ แรงตน้ การเลอ่ื นไหล
ของดนิ ประเภทของแผ่นดินถลม่
แผ่นดนิ ถลม่ จำ� แนกตามความเรว็ ในการเคลอ่ื นทก่ี บั มวลแผ่นดนิ ถลม่ เคลอ่ื นท่ี
ในสภาพแหง้ หรอื สภาพมนี ำ�้ ได ้
1.ดนิ คบื (soi creep) คอื ดนิ หรอื เศษหนิ บรเิ วณลาดเขาเลอ่ื นไถลลงสู่ทต่ี ำ�่
อย่างซำ�้ ๆ จากอทิ ธพิ ลแรงโนม้ ถว่ งของโลก
2.การไหลลงของดนิ (solifluction) คอื การเลอ่ื นไถลของดนิ อย่างชา้ ๆ ลงมา
ตามลาดเขาในเขตอากาศหนาว เกดิ จากนำ�้ แขง็ และหมิ ะทล่ี ะลายในฤดูรอ้ นไหล
ซมึ ลงไปในดนิ ชน้ั บน ทำ� ใหด้ นิ ช้นื ในชณะดนิ ชน้ั ลา่ งยงั คงมอี ณุ ภมู ทิ จ่ี ดุ เยอื แขง็
จงึ ทำ� ใหด้ นิ ชนั้ บนค่อย ๆ ไหลเลอ่ื นลงไปในอตั ราเรว็ กวา่ ดนิ คบื
3.การเลอ่ื นไถล (slump) คอื การเคลอ่ื นทข่ี องมวลเศษหนิ เศษดนิ ลงมาตาม
ความลาดชนั โดยทรุดตวั หมนุ ตามระนาบความลาดโคง้ เวา้ มกั เกดิ บรเิ วณไหล่
เขาหรอื หนา้ ผา ซง่ึ เก่ยี วเน่ืองกบั การเลอื นบดิ โคง้ ของหนิ และแยกหลดุ ออกไป
เป็นกระบิ มนี ำ�้ เป็นตวั ช่วยปรมิ าณปานกลาง
4.ดนิ ไหล (earth flow) คอื ดนิ หรอื หนิ ผทุ เ่ี ลอ่ื นไถลจากไหลเ่ ขา ประกอบดว้ ย
ตะกอนขนาดละเอยี ดจำ� พวกดนิ เหนียว ดนิ ทรายแป้งตามพ้นื ทท่ี ม่ี คี วามช้นื ไม่
มากดว้ ยความเรว็ ปานกลาง และมนี ำ�้ เป็นตวั ช่วยปรมิ าณปานกลาง 5.โคลนไหล
(mud flow) คอื การเคลอ่ื นทข่ี องตะกอนดนิ ลงมาตามไหลเ่ ขาจากอทิ ธพิ ลแรง
โนม้ ถว่ งของโลกดว้ ยความเรว็ มาก โดยมนี ำ�้ ในปรมิ าณมากเป็นตวั ช่วย
ภยั ต่าง ๆ ท่เี กดิ จากแผ่นดินถลม่ 6.หนิ พงั (rock fall) คอื หนิ ทต่ี กลงจากทส่ี ูง เช่น ผาชนั ผาลาด จากการผพุ งั
เมอ่ื เกดิ เหตกุ ารณแ์ ผ่นดนิ ถลม่ ในบรเิ วณ หรอื หลดุ ดว้ ยความเรว็ ตามแรงโนม้ ถว่ งของโลก โดยไมอ่ าศยั นำ�้ เป็นตวั ช่วย
ลาดชนั มกั ทำ� ใหเ้กดิ ภยั ต่อมนุษย์ ทรพั ยส์ นิ
และทำ� ลายสภาพแวดลอ้ มทส่ี ำ� คญั ดงั น้ี
1.แผ่นดนิ ถลม่ ทำ� ใหเ้กดิ การเสยี ชวี ติ และไดร้ บั บาดเจบ็ สาเหตกุ ารเกดิ แผ่นดินถลม่
2.แผ่นดนิ ถลม่ ทบั บา้ นเรอื นและสง่ิ ปลูกสรา้ งไดร้ บั ความเสยี แผ่นดนิ ถลม่ มสี าเหตจุ ากธรรมชาตแิ ละมนุษย ์
หาย ทำ� ใหป้ ระสบปญั หาการไรท้ อ่ี ยู่อาศยั 1.สาเหตธุ รรมชติ ไดแ้ ก่ ฝนตกหนกั หมิ ะและนำ�้ แขง็ ใตด้ นิ
3.เมอ่ื เกดิ เหตกุ ารณแ์ ผ่นดนิ ถลม่ รุนแรง ทำ� ใหส้ าธารณูปโภค ละลาย แผ่นดนิ ไหว และ ภเู ขาไฟประท ุ
และสาธารณูปการต่าง ๆ ถกู ทำ� ลาย จงึ ทำ� ใหผ้ ูค้ นไดร้ บั 2.สาเหตจุ ากมนุษย์ ไดแ้ ก่ การเพาะปลูกบนทล่ี ดชนั กรตดั
ความเดอื ดรอ้ น ไมท้ ำ� ลายป่า การตดั ไหลเขาสรา้ งถนน และการปลูกสง่ิ
4.ปิดทบั เสน้ ทางจราจร เช่น ถนน ทางรถไฟ และส่งผลกระ ก่อสรา้ งบนทล่ี าดชนั
ทบต่อระบบเศรษฐกจิ ของพ้นื ทท่ี เ่ี กดิ ภยั

16 WAKE Magazine

การจดั การภยั พบิ ตั แิ ผ่นดินถลม่
มาตรการ วธิ ปี ้ องกนั และการปฏบิ ตั ติ นเม่ือประสบภยั จากแผ่นดินถลม่

กอ่ นเกดิ แผ่นดินถลม่ ขณะเกดิ แผ่นดินถลม่ หลงั เกดิ แผ่นดินถลม่

1. มาตรการควบคุมการตดั ไมท้ ำ� ลาย 1. ออกจากพ้นื ทใ่ี หเ้รว็ ทส่ี ุดเมอ่ื เร่มิ รูส้ กึ 1. อพยพไปอยู่บรเิ วณทป่ี ลอดภยั
ป่าบรเิ วณพ้นื ทต่ี น้ นำ�้ ถงึ การสนั่ สะเทอื นของพ้นื ดนิ เสยี งผดิ
2. ปลูกป่าไมท้ ดแทนในพ้นื ทต่ี น้ นำ�้ ท่ี ปกติ เช่น เสยี งหกั ของก่งิ ไม้ เสยี งแตก 2. ตดิ ตามสถานการณ์ และขา่ วการ
ป่าไมถ้ กู ทำ� ลาย โดยการปลูกไมย้ นื ตน้ ของหนิ และเสยี งการเคลอ่ื นยา้ ยของ พยากรณอ์ ากาศอย่างใกลช้ ดิ
สำ� หรบั การปลูกหญา้ แฝก มวลดนิ 3. สำ� รองอาหาร นำ�้ ดม่ื ยารกั ษาโรค
3. สำ� รวจพ้นื ทท่ี อ่ี าจมโี อกาสเกดิ ดนิ 2. หากพลดั ตกลงไปในกระแสนำ�้ ควรหา และอปุ กรณย์ งั ชพี ต่างๆ
ถลม่ และสรา้ งเครอื ขา่ ยเฝ้าระวงั ภยั ทย่ี ดึ เกาะทแ่ี ขง็ แรงทส่ี ุดและรบี ปีนหนนี ำ�้ 4. ไมต่ ดั ไมท้ ำ� ลายป่า และช่วยกนั
จากดนิ ถลม่ หรอื โคลนถลม่ ไมค่ วรวา่ ยนำ�้ หนเี น่ืองจากอาจถกู สรา้ ง ปลูกตน้ ไม้ เพอ่ื ช่วยดูดซบั นำ�้ และการ
4. ผูท้ ต่ี งั้ บา้ นเรอื นใกลภ้ เู ขาถา้ ถา้ ฝน ตน้ ไมห้ รอื กอ้ นหนิ กระแทกได้ ไหลของดนิ

ตกตดิ ต่อกนั เป็นเวลานานควรอพยพ
จากพ้นื ท่ี เน่ืองจากอาจเกดิ ดนิ ถลม่

5. ฟงั ประกาศเตอื นจากกรม
อตุ นุ ิยมวทิ ยาวา่ มพี ายุพดั ผ่านและมี
ฝนตกหนกั ตดิ ต่อกนั เมอ่ื ใด เพอ่ื
เตรยี มป้องกนั และเตรยี มอพยพออก
จากพ้นื ทเ่ี สย่ี งภยั

ภยั พิบตั ิธรรมชาติ

ทางบรรยากาศภาวคาตภภยั หรอื ภยั จากพาย(ุ storm)
เป็นอนั ตรายทเ่ี กดิ จากลมพายุรุนแรงก่อใหเ้กดิ อนั ตรายต่อ
ชวี ติ และสรา้ งความเสยี หายต่ออาคารบา้ นเรอื น ข้นึ อยู่กบั ลกั ษณะ
การเกดิ ขนาด และความรุนแรง ไดแ้ ก่ พายุฝนฟ้าคะนอง พายุ
หมนุ เขตรอ้ น พายุทอรน์ าโด
ประเภทและกระบวนการเกดิ
1. พายุฝนฟ้าคะนอง เป็นพายุระดบั ทอ้ งถน่ื อยู่ใกลเ้สน้ ศูนยส์ ูตรมโี อกาศเกดิ มาก อากาศรอ้ นช้นื เกดิ
จากอากาศรอ้ นลอยตวั ข้นึ และมแี รงกระทำ� ใหอ้ ากาศยกตวั ข้นึ ไปสู่ความสูงระดบั หน่ึง และกลนั่ ตวั เป็นละ
อองเลก็ ๆเป็นการพฒั เป็นเมฆควิ มโู ลนิมบสั อากาศเคลอ่ื นทล่ี งอย่างเรว็ ลมกระโชกรุนแรง พายุฝนฟ้า
คะนอง บางครง้ั มลี ูกเหบ็
2. พายุหมนุ เขตรอ้ น เป็นพายุขนาดใหญ่ ก่อตวั เหนอื มหาสมทุ รเขตรอ้ น นำ�้ ในมหาสมทุ รไดร้ บั ความรอ้ น
ระเหยเป็นไอนำ�้ แลว้ กลนั่ ตวั เป็นหยดนำ�้ เลก็ กลายเป็นเมฆฝนต่อไป ซง่ึ การกลนั่ ตวั ของไอนำ�้ จะคาย
พลงั งานแฝง พลงั งานนนั้ รวมกบั การหมนุ ของโลก ทำ� ใหเ้กดิ การเคลอ่ื นตวั ของพายุเขตรอ้ น
3.พายุทอรน์ าโด เป็นพายุหมนุ รุนแรง เกดิ จากพายุฝนฟ้าคะนอง เป็นปรากฏการณท์ ร่ี ุนแรงทส่ี ุด โดย
ภายในพายุเมฆขนาดใหญ่ อากาศอ่นุ ความช้นื ลอยตวั สูงข้นึ ขณะทอ่ี ากาศเยน็ ตกลงพรอ้ มกบั ฝน ทำ� ให้
เกดิ การหมนุ เวยี นภายในเมฆ มรี ูปร่างเป็นแท่งเคลอ่ื นทเ่ี ป็นแนวตงั้ ออกจากเมฆ แลว้ สมั ผสั ลงบนผวิ โลก
โดยทวั่ ไปพายุทอรน์ าโดสามารถเกดิ ข้นึ ไดใ้ นหลายภมู ปิ ระเทศ แต่เกดิ บอ่ ยทส่ี ุดในประเทศสหรฐั อเมรกิ า
เน่ืองจากมสี ภาพภมู ปิ ระเทศเป็นทร่ี าบขนาดใหญ่ มอี าณาเขตกวา้ งขวาง มสี ภาวะอากาศทเ่ี อ้อื ต่อการเกดิ
ภาวะลมรอ้ น และไอเยน็ ปะทะกนั โดยเฉพาะบรเิ วณทร่ี าบทางตอนกลางของสหรฐั อเมรกิ า เช่น พายุ
ทอรน์ าโดบรเิ วณรฐั โอคลาโฮมา ประเทศสหรฐั อเมรกิ า
แหลง่ กำ� เนิดพายหุ มนุ เขตรอ้ นและทอรน์ าโด
วาตภยั ทเ่ี กดิ จากพายุหมนุ เขตรอ้ นเป็นภยั ธรรมชาติ
ทางบรรยากาศทพ่ี บกระจายอยู่ในเขตรอ้ นและ
บรเิ วณใกลเ้คยี งในหลายบรเิ วณของโลก

18 WAKE Magazine

สาเหต ุ การจดั การภยั พบิ ตั วิ าตภยั
1.พายุฝนฟ้าคะนอง จะมลี มกระโชกรุนแรง ฝน กอ่ นเกดิ วาตภยั
ตกหนกั -ตดิ ตามขา่ วสารและคำ� เตอื น เตรยี มอปุ กรณส์ อ่ื สาร
2.พายุหมนุ เขตรอ้ น จำ� แนกตามความเรว็ ลมและ ทใ่ี ชแ้ บตเตอร่ ี
ความสูงของคลน่ื พายุซดั ฝงั่ -ตรวจสอบและซ่อมแซมอาคารทอ่ี ยู่อาศยั ใหแ้ ขง็ แรง
3.พายุทอรน์ าโด จำ� แนกตามความเรว็ ลมและระดบั ตดั แต่งก่งิ ไมท้ บ่ี งั สายไฟ และบรเิ วณบา้ น
ความเสยี หายตามมาตราฟูจติ ะ -เตรยี มเคร่อื งอปุ โภคบรโิ ภค เวชภณั ฑ์ ไฟฉาย และ
ภยั ต่างๆท่เี กดิ จากวาตภยั ท่รี ุนแรง สง่ิ ของจำ� เป็น
1.วาตภยั จากพายุฝนฟ้าคะนอง เมอ่ื ก่อนตวั เตม็ ท่ี ขณะเกดิ วาตภยั
เป็นเหตใุ หเ้กดิ อนั ตรายต่อเคร่อื งบนิ ทก่ี ำ� ลงั บนิ ผ่าน -ควรหลบอยู่ในอาคารท่แขง็ แรงและปิดช่องทางลม
สภาพอากาศทเ่ี ลวรา้ ย บางครงั้ ทำ� ใหเ้คร่อื งบนิ ตก ทง้ั หมด
ลมกระโชกบา้ นเรอื นเสยี หาย ฝนตกหนกั เกดิ นำ�้ ท่วม -อยู่ใหห้ ่างจากหนา้ ต่างหรอื วตั ถตุ ่างทจ่ี ะหลน่ ใส่ได ้
ฉบั พลนั -หลกี เลย่ี งการอยู่ใกลส้ ายไฟและตน้ ไม ้
2.ภยั จากพายุทอรน์ าโดระดบั EF4-EF5 ตามมาตรา -ขณะขบั ขย่ี านพาหนะควรหยุดรถในบรเิ วณทห่ี ่าง
ฟูจติ ะ มลี มรุนแรงสรา้ งความเสยี หายรุนแรงต่อ จากตน้ ไม้ เสาไฟฟ้า สะพานลอย และสง่ิ ปลูกสรา้ ง
บรเิ วณทพ่ี ายุพดั ผ่าน และระดบั EF0-EF1 ตาม ต่างๆทอ่ี าจหลน่ ลงมาทบั ได ้
มาตราฟูจติ ะ มขี นาดลมอ่อน สรา้ งความเสยี หาย
บรเิ วณทพ่ี ายุพดั ไมม่ าก หลงั เกดิ วาตภยั
3. ภยั จากพายุหมนุ เขตรอ้ น คอื พายุดเี ปรสชนั -สำ� รวจคนรอบขา้ ง หากมผี ูบ้ าดเจบ็ ใหป้ ฐมพยาบาล
ทำ� ใหฝ้ นตกหนกั ตดิ ต่อกนั จนเกดิ อทุ กภยั แผ่นดนิ เบ้อื งตน้ และนำ� ส่งโรงพยาบาล
ถลม่ คลน่ื พายุซดั ฝงั่ สูง 4-6 เมตร และพายุไตฝ้ ่นุ -ตรวจสอบทอ่ี ยู่ หากมสี ง่ิ ผดิ ปกตคิ วรแจง้ เจา้ หนา้ ท่ี
ทำ� ใหส้ ง่ิ ปลูกสรา้ งเสยี หายรุนแรงเกดิ คลน่ื ซดั สูงกวา่ ใหม้ าแกไ้ ข
14 เมตร -รฐั บาลและหน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งควรมมี าตรการ
รบั มอื กบั วาตภยั โดยจดั เตรยี มแผนการป้องกนั
และ ช่วยเหลอื ฟ้ืนฟู ผูท้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระ
ทบ

ภยั พิบตั ิ
ธรรมชาติ
ทางอุทกภาค
อุทกภยั (flood)
หมายถงึ ภยั อนั ตรายทเ่ี กดิ จากนำ�้ ท่วมฉบั พลนั ในพ้นื ท่ี
ประเภทของอทุ กภยั บรเิ ว ณใดบ รเิ วณหน่ึง หร อื นำ�้ เอ่อล น้ ฝงั่ แมน่ ำ�้ เขา้ ท่วมพ้นื ท่ี
น้�ำป่าไหลหลาก : เมอ่ื ฝนตกหนกั ต่อเน่ืองบรเิ วณพ้นื ทต่ี น้ นำ�้ จะเกดิ การสะสม
ของนำ�้ จนพ้นื ดนิ และป่าไมด้ ูดซบั นำ�้ ไมไ่ หว จงึ เกดิ การไหลบา่ ลงสู่ทต่ี ำ�่ กวา่
น้�ำท่วมขงั : เมอ่ื นำ�้ ปรมิ าณมากสะสมอยู่ทห่ี นา้ ดนิ จนดนิ ไมส่ ามารถเกบ็ นำ�้ ได้
จะทำ� ใหเ้กดิ การไหลบา่ จากทส่ี ูงลงทต่ี ำ�่ ทำ� ใหน้ ำ�้ ท่วมขงั บา้ นเรอื นและพ้นื ท่ี
เกษตรกรรม ในเมอื งถา้ ระบบระบายนำ�้ ไมม่ คี ุณภาพกจ็ ะทำ� ใหน้ ำ�้ ท่วมขงั นาน
น้�ำลน้ ตลง่ิ : เมอ่ื ปรมิ าณนำ�้ จำ� นวนมากไหลลงสู่แมน่ ำ�้ จงึ ทำ� ใหเ้กดิ การเอ่อลน้
ตลง่ิ เขา้ ท่วมบา้ นเรอื นและพ้นื ทเ่ี กษตรกรรมฝงั่ แมน่ ำ�้ ทำ� ใหไ้ ดร้ บั ความเสยี หาย

สาเหตกุ ารเกดิ อทุ กภยั ท่รี ุนแรง
น้�ำป่าไหลหลาก : มสี าเหตจุ ากพายุหมนุ เขตรอ้ นพดั ผ่าน ทำ� ใหฝ้ นตกหนกั
ตดิ ต่อกนั นานจนพ้นื ดนิ และป่าไมด้ ูดซบั นำ�้ ไมไ่ หว จงึ เกดิ การไหลบา่ ลงสู่ทต่ี ำ�่
กวา่ และทำ� ลายป่าไมบ้ รเิ วณพ้นื ทต่ี น้ นำ�้ และยดึ ดนิ ทำ� ใหเ้กดิ นำ�้ ป่าไหลหลาก
รุนแรงเมอ่ื ฝนตกหนกั
น้�ำท่วมขงั : มสี าเหตจุ ากภมู ปิ ระเทศทล่ี มุ่ การระบายนำ�้ และระบบการจดั การ
นำ�้ ไมด่ ี หรอื นำ�้ ทะเลหนุนสูงบรเิ วณทล่ี มุ่ ชายฝงั่
น้�ำลน้ ตล่งิ : มสี าเหตจุ ากปรมิ าณนำ�้ ในแมน่ ำ�้ มมี ากเกนิ ความจขุ องลำ� นำ�้ จงึ ลน้
ออกไปดา้ นขา้ ง

ภยั ต่าง ๆ ท่เี กดิ จากอทุ กภยั ท่รี ุนแรง
- สูญเสยี ชวี ติ จากการจมนำ�้ และกระแสนำ�้ พดั รุนแรง
- เกดิ ความเสยี หายต่อทรพั ยส์ นิ อาคารบา้ นเรอื น เสน้ ทางคมนาคมถกู ตดั ขาด
สาธารณูปโภคต่างๆ ไดร้ บั ความเสยี หาย
- พ้นื ทเ่ี กษตรกรรมไดร้ บั ความเสยี หาย ผลผลติ ลดลง เกดิ การขาดแคลนอาหาร
กกาอ่ รนจเดักกดิ าอรทุ ภกยั ภพยั บิ ตั อิ ทุ ก ภยั -ดนิเ กถดิ ล คม่ ว าเกมดิเ สกยี า หรสายูญตเ่อส ทยี รหพันย า้ ดากนิ รธแรหรลม ง่ ชนาำ�้ตติ ้นืฝเนข ทนิ ต่ี กหนกั และกระแ สนำ�้ ทำ� ใหเ้กดิ แผ่น
1.ไมค่ วรตงั้ บา้ นเรอื นอยู่ในลมุ่ ใกลท้ ะเล หรอื ใกลแ้ มน่ ำ�้ สายใหญ่มากเกนิ ไป เพราะจะไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากนำ�้ ทเ่ี อ่อลน้ ตลง่ิ
รวมถงึ ผลกระทบจากนำ�้ ทะเลหนุนสูง
2.สรา้ งระบบชลประทาน เพอ่ื การบรหิ ารจดั การเก่ยี วกบั ปรมิ าณนำ�้ ทม่ี มี ากเกนิ ไปในช่วงนำ�้ หลาก เช่น สรา้ งเขอ่ื นในร่อง
หบุ เขาเพอ่ื กกั เกบ็ นำ�้ สรา้ งเขอ่ื นกนั้ แมน่ ำ�้ สายใหญ่เพอ่ื การทดนำ�้ สรา้ งอ่างเกบ็ นำ�้ ฝายนำ�้ ลน้ และจดั วางระบบ
ชลประทานใหก้ ระจายเขา้ ไปในพ้นื ทต่ี ่าง ๆ เพอ่ื กกั เกบ็ นำ�้ ทม่ี มี าก และช่วยระบายนำ�้
3.ตดิ ตามรายงานขา่ วของกรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา
4.เคลอ่ื นทย่ี า้ ยสง่ิ ของข้นึ ทส่ี ูง
5.เตรยี มอปุ กรณย์ งั ชพี ทส่ี ำ� คญั เช่น อาหาร นำ�้ ดม่ื ยารกั ษาโรค ไฟฉาย อปุ กรณแ์ ละเคร่อื งมอื ต่างๆ
ขณะเกดิ อทุ กภยั
1.ตดั กระแสไฟและปิดแกส๊ หงุ ตม้
2.อยู่ในอาคารทแ่ี ขง็ แรง และอยู่ในทส่ี ูงพน้ จากระดบั นำ�้
3.ไมค่ วรเดนิ หรอื ขบั ขย่ี านพาหนะในกระแสนำ�้
4.ระวงั สตั วม์ พี ษิ ทอ่ี าจหนนี ำ�้ ข้นึ มาอยู่บนบา้ น
หลงั เกดิ อทุ กภยั
1.ร้อื สง่ิ ปรกั หกั พงั ซ่อมแซมบา้ นเรอื นทถ่ี กู ทำ� ลาย และจดั หาทพ่ี กั อาศยั ชวั่ คราวแก่ผูท้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบ
2.ซ่อมแซมสาธารณูปโภคใหก้ ลบั สู่สภาพปกตโิ ดยเรว็
3.หากมซี ากสตั วต์ ายใหจ้ ดั การเกบ็ ฝงั โดยเรว็
4.ใหก้ ารช่วยเหลอื ผูป้ ระสบอทุ กภยั โดยการบรจิ ากสง่ิ ของอปุ โภค บรโิ ภคทจ่ี ำ� เป็นต่อการดำ� รงชวี ติ
5.สรา้ งระบบระบายนำ�้ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสูงในเขตชมุ ชนหรอื เมอื งใหญ่ทม่ี ที ำ� เลทต่ี งั้ อยู่ในทล่ี มุ่ เพอ่ื ใหส้ ามารถระบายนำ�้ ได้
ทนั ท่วงทใี นกรณีทม่ี ฝี นตกหนกั ตดิ ต่อกนั ยาวนาน รวมทง้ั การขดุ ลอกคูคลอง แมน่ ำ�้ เพอ่ื ใหก้ ระแสนำ�้ ไหลไดส้ ะดวก
6.รกั ษาดลุ ยภาพในธรรมชาตใิ หค้ งอยู่เพอ่ื ป้องกนั อทุ กภยั และภยั ธรรมชาตอิ น่ื ๆ เช่น การอนุรกั ษป์ ่าไมบ้ นภเู ขาทเ่ี ป็น
เขตตน้ นำ�้ ลำ� ธาร

WAKE Magazine 21

ภ ัยแลง้ (drought)
หมายถงึ ภยั ทเ่ี กดิ จากการมฝี นนอ้ ยกวา่ ปกตหิ รอื ไมต่ กตอ้ งตาม
ฤดูกาล ทำ� ใหเ้กดิ การขาดแคลนนำ�้ กนิ นำ�้ ใช้ นำ�้ ทำ� การเกษตร ความ
รุนแรงของภยั แลง้ ข้นึ อยู่กบั ความช้นื ในอากาศ ระยะเวลาทเ่ี กดิ ภยั แลง้
และขนาดของพ้นื ทท่ี เ่ี กดิ ภยั แลง้

ประเภทของภยั แลง้
1.ภยั แลง้ ดา้ นอตุ นุ ิยมวทิ ยา คอื สภาวะทฝ่ี นตกนอ้ ยหรอื
ไมม่ ฝี นเลยในช่วงเวลาหน่ึงซง่ึ ตามปกตคิ วรจะตอ้ งมฝี นตก
2.ภยั แลง้ ดา้ นการเกษตร คอื สภาวะการขาดแคลนนำ�้ ของ
พชื และมนุษย์ อาจนำ� ไปสู่สภาวะความอดอยากได้ ถา้ เกดิ
ภยั แลง้ รุนแรงต่อเน่ือง
3.ภยั แลง้ ดา้ นอทุ กวทิ ยา คอื สถาวะทร่ี ะดบั นำ�้ ผวิ ดนิ
และนำ�้ ใตด้ นิ ลดลงมากผดิ ปกตหิ รอื นำ�้ ในแมน่ ำ�้ ภยั ต่าง ๆ ท่เี กดิ จากภยั แลง้ ท่รี ุนแรงการเกดิ ภยั แลง้ สง่ ผลกระทบ
ลำ� คลองมปี รมิ าณลดลงมากกวา่ ปกติ 1.ขาดแคลนนำ�้ สำ� หรบั การเพาะปลูก ส่งผลใหผ้ ลผลติ ทางการ
เกษตรลดลง ไมเ่ พยี งพอต่อการบรโิ ภค
2.ประชากรขาดแคลนนำ�้ ในการอปุ โภคบรโิ ภค เกดิ ภาวะขาดนำ�้
เกดิ ความขดั แยง้ ในการใชน้ ำ�้
3.พ้นื ดนิ แหง้ แลง้ พ้นื ทช่ี ่มุ นำ�้ ลดนอ้ ยลง คณุ ภาพนำ�้ เปลย่ี นแปลง
ส่งผลกระทบต่อระบบนเิ วศ
4.เกดิ ไฟป่ารุนแรงข้นึ ทำ� ใหเ้กดิ มลพษิ ทางอากาศเพม่ิ ข้นึ

สาเหตกุ ารเกดิ ภยั แลง้
สาเหตหุ ลกั คอื การเปลย่ี นแปลงของสภาพภมู อิ ากาศ เช่น
ฝนไมต่ กตอ้ งตามฤดูกาล หรอื ฝนท้งิ ช่วงนาน อากาศรอ้ น
จดั การทำ� ลายป่าไมบ้ รเิ วณตน้ นำ�้ และความตอ้ งการใชน้ ำ�้
ในปรมิ าณมากเกนิ กวา่ นำ�้ ตน้ ทนุ จากฝนจะทดแทนได้

การจดั การภยั พบิ ตั อิ ทุ กภยั
มาตรการ วธิ ปี ้องกนั และการปฏบิ ตั ติ นเมอ่ื ประสบภยั แลง้ มดี งั น้ี
กอ่ นเกดิ ภยั แลง้
1.จดั การวางแผนการใชน้ ำ�้ ใหเ้หมาะสม เช่น เกบ็ นำ�้ ช่วงฤดูฝน
2.จดั การระบบนำ�้ ในอ่างเกบ็ นำ�้ ของเขอ่ื นต่าง ๆ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
3.การนำ� นำ�้ มาหมนุ เวยี นใชโ้ ดยผ่านกระบวนการปรบั ปรุงคณุ ภาพนำ�้
4.การสรา้ งฝายตน้ นำ�้ การเจาะบอ่ บาดาลในพ้นื ทป่ี ระสบภยั แลง้
5.รณรงคใ์ หป้ ระชาชนตระหนกั ถงึ ปญั หาภยั แลง้ พรอ้ มทง้ั รณรงค์
เร่อื งการประหยดั นำ�้
ขณะเกดิ ภยั แลง้
1.การทำ� ฝนเทยี ม
2.แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ โดยการแจกนำ�้ ใหป้ ระชาชน
หลงั เกดิ ภยั แลง้
1.พฒั นาลมุ่ นำ�้ และแหลง่ นำ�้ เช่น การขดุ ลอกคลอง ลำ� ธาร การสรา้ ง
ฝายเขอ่ื น รวมถงึ รณรงคไ์ มใ่ หต้ ดั ไมท้ ำ� ลายป่า รกั ษาป่าตน้ นำ�้ ใหค้ ง
ความอดุ มสมบูรณแ์ ละปลูกป่าเพอ่ื เพม่ิ ปรมิ าณตน้ ไมใ้ หเ้ป็นแหลง่
ตน้ นำ�้ ลำ� ธาร
2.วางแผนดำ� เนนิ การจดั การนำ�้ ดา้ นการเกษตรและการใชน้ ำ�้ อย่าง
รอบคอบ
3.ช่วยเหลอื เกษตรกรทป่ี ระสบภยั แลง้
4.ส่งเสรมิ การอนุรกั ษด์ นิ และนำ�้ เพม่ิ การปลูกพชื คลมุ ดนิ

ภยั พิบตั ิธรรมชาติ
ทางชีวภาค

ไฟป่า(forest fire)
หมายถงึ ไฟทเ่ี ผาไหมเ้ช้อื เพลงิ ตามธรรมชาตใิ นป่าหรอื
ท่งุ หญา้ เช่นใบไม้ เศษไมบ้ นผนื ป่า หญา้ วชั พชื ไมพ้ ้นื ลา่ ง
ไมพ้ มุ่ ก่งิ ไมแ้ หง้ แลว้ ลกุ ลามโดยอสิ ระ โดยไมส่ ามารถ

ประเภทของไฟป่ า
ไฟใตด้ ิน คอื ไฟทไ่ี หมว้ สั ดุเช้อื เพลงิ ทอ่ี ยู่ในดนิ และใตด้ นิ เช่น ไฟไหมป้ ่าพรุ มคี วามรุนแรงนอ้ ย
ไฟผิวดิน คอื ไฟทไ่ี หมว้ สั ดุเช้อื เพลงิ ตามผวิ ดนิ เช่น เศษไม้ เศษใบไม้ หญา้ แหง้ มอี ตั ราลกุ ลาม
ตง้ั แต่ชา้ จนถงึ เรว็ มาก
ไฟเรอื นยอด คอื ไฟทไ่ี หมว้ สั ดเุ รอื นยอดไม้ แลว้ เกดิ การลกุ ลามจากเรอื นยอดหน่ึงสู่เรอื นยอด
ต่อไป ไฟป่าชนิดน้ีมคี วามรุนแรงมาก
สาเหตกุ ารเกดิ ไฟป่าท่รี ุนแรง
สาเหตจุ ากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ฟ้าผ่า ก่งิ ไมเ้สยี ดสกี นั จากแรงลมพดั ภเู ขาไฟปะทุ ปฏกิ ริ ยิ าเคมใี น
ดนิ บรเิ วณป่าพรุ ทำ� ใหเ้กดิ ความรอ้ นโดยมแี กส๊ ออกซเิ จนและวสั ดุเช้อื เพลงิ ต่างๆ เป็นองค์
ประกอบใหเ้กดิ การลกุ ลามโดยอสิ ระในผนื ป่า
สาเหตจุ ากมนุษย์ ส่วนใหญ่เป็นการจดุ ไฟเผา เพอ่ื เกบ็ หาของป่า เช่น รงั ผ้งึ รงั ไขม่ ดแดง หรอื จดุ
เพอ่ื กระตนุ้ ใหพ้ ชื ผกั บางชนดิ ทม่ี อี ยู่ในป่าเตบิ โตหรอื แตกใบใหม่ เช่น เหด็ ผกั หวาน ใบตองตงึ
หน่อไม้ สาเหตรุ องลงมาคอื เผาไร่เพอ่ื กำ� จดั วชั พชื และเตรยี มพ้นื ทเ่ี พาะปลูกในครงั้ ต่อไป โดย
ปราศจากแนวป้องกนั ไฟ จงึ ทำ� ใหไ้ ฟลกุ ลาม ส่วนสาเหตอุ น่ื ๆ เช่น การลา่ สตั ว์ การทำ� ปศุสตั ว์
ความประมาทจากการก่อกองไฟ การท้งิ กน้ บหุ ร่ี

24 WAKE Magazine

พ้นื ท่เี สย่ี งเกดิ ไฟป่า การจดั การภยั พบิ ตั ไิ ฟป่า
พ้นื ทเ่ี สย่ี งเกดิ ไฟป่าสมั พนั ธก์ บั ชนดิ ของป่า เช่น เขตท่งุ หญา้ กอ่ นเกดิ ไฟป่า
เขตป่าสน เขตป่าพรุ บรเิ วณทม่ี กี ารเกดิ ไฟป่าทส่ี ำ� คญั คอื 1.ใหค้ วามรูเ้ก่ยี วกบั ไฟป่าแก่ประชาชน เพอ่ื ใหเ้กดิ ความ
เขตสะวนั นาและป่าพรุของทวปี แอฟรกิ า ทวปี อเมรกิ าใต้ ตระหนกั ถงึ ผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ และเพม่ิ ความระมดั ระวงั ให้
และภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ รองลงมา คอื ป่าไทกา มากข้นึ ในการใชไ้ ฟเพอ่ื หาของป่าหรอื เขา้ ไปตงั้ แคมป์ในป่า
ในซกี โลกเหนือ และป่าเขตอบอ่นุ ในหลายบรเิ วณ 2.รณรงคใ์ หห้ ยุดหรอื เปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมการเผาป่า เพอ่ื
4เกหเใท1ท3ภ2กปกห....าา่นบงยุัเหพเ็บ็นรรอมกห้ตตา้ม้นอคืนแณุดิดอ่ญื่า่ออมุทกมำ�้้ตงกนิหสแาก้นสป่๊ีนนาจ ุ้ขภๆลค่รเำา�า้ะไรภ ะมูหไชควมถทอืมธาะขนริมัถกูพน่เี้าลลอือ้จกขตกูนกขดาดงา้ดนิเอุงำ�อร้บกลูผดพพจสาะงรไงาซหา่งจปดงฟัรั กบท ัาทกสทยรพปรไคาทะภลำา่�ฟาทางชใกวาเา่ไีทอหท่ีปปยาาปพาำา�ชม็่เจศ่ีนหา้ใปกกนดำ ชห�เสน่าาดิพเ้ในืนิ เปศาท้า ้นกแม่ิเขด็อน เ่ีหกดิพคสอดนิัตตส๊ม้ยูนงืงตไ่อขุคขดลอดทวพัอ้นึานพิดุง่ีก้งรชืแา่ลมษินภบั์ยไล ดสทดแาอะลวมเาน นส้มะงงบ่นไ่งอโอ่ื ดูรผลไขาเณมกอ้กนกลึ ส่อดิรกาเ์ ปทศ กอาฝ้รมลนำไะ�นสใซาทย่ี ตหร่งดสนบถผกเ้่ง์กตเกซหผลปดิ่องก่ึ็ักนลน รกั ะ 22เห1กไคข1เท3ตจตด.....ณ่งิำดวลิ�คตแคปบ็รรลไา้งตัจรรยวนีม ะบ้มัาเวะงารเกม้ยหสอเ้มกหชจพสดิแพาดนัาดิดสนยชจีิลไ้ชตนตืถไู่บว่วาห ฟะนไีทรฟรยยารสาฟปาทณนก่ีเิยงเปภย่วหทากุากา่ทาาไณ านรลล่ีคาก ดพอ่ีเรทอกุืทนกานาป้ณรคเ่ไีจย่ษีค่กอาหเ นเไ์ขงวตเั่กยีกมฟสมแาร้ร จวดิไอ ่ื ปรลไ้ีขาปขฟโ่วซ่าะกอท้ดน้ึมอง่ึสคกงรเบ ยัมตุกโปัรมดไ่าอืว็ณร น ฟง ย่ทุกน์ตสีไทนห่ีัฟเา่อแพนเในัเลหลนนรทีไกุตวากฟ่้ือี ไะรขุเางอหมถบี รออมอเ่าืเดง้พฝกไพเปบ้ัม้กาอ่มื ญบัใสม่นป า หเง้แัหคอีหอ้สเ้ลยกาวงน็นป ะกาตไทิ่มโไานฟัดดไ เแ แลมขยร้ลลากุถบก้ั้ะใะไกูาบจลหรอาดตม ดาด จั้
3.จดั สรา้ งแนวกนั ไฟเพอ่ื ป้องกนั การลกุ ลามของไฟป่า โดย
ทำ� คนั ดนิ กนั้ หรอื ขดุ เป็นร่องดนิ ลอ้ มรอบบรเิ วณบา้ นและ
พ้นื ทก่ี ารเกษตร รวมถงึ ตรวจสอบแนวกนั ไฟไมใ่ หม้ ตี น้ ไม้
พาดขวาง

WAKE Magazine 25



OPEN DAILY
11AM - 11PM
LAST ODER 10.30PM

IG:smodfinedesserts
0-1491-194

ทุกท่านเคยคิดจะลองคิดทำ� อาหารแต่สูตร “
อาหารตามเน็ตบางทีมนั ก็ยากท่ีจะเขา้ ใจ
หรือป่าวครบั ดงั นน้ั ผมจงึ จะมาสอนทกุ ท่าน

“เก่ียวกบั วธิ ีทำ� อาหารยุโรปและอาหารญ่ีปุ่น
ยอดฮิตท่จี ริงๆแลว้ มนั ไม่ไดท้ ำ� ยากอย่างท่ี
ทกุ ท่านคดิ กนั ดกี วา่ นะครบั

28 WAKE Magazine

WAKE Magazine 29

30 WAKE Magazine

สปาเกต็ ต้ีไกซ่ อสมะเขอื เทศ

วตั ถดุ ิบ วธิ ที ำ�
1.เสน้ สปาเกต็ ต้ี 500 กรมั 1.หนั่ มะเขอื เทศและหอมใหญ่ใหม้ ขี นาดเลก็
2.ออรกิ าโน 2 ชอ้ นโตะ๊ 2.ตงั้ หมอ้ ตม้ นำ�้ ใหเ้ดอื ดเพอ่ื ทจ่ี ะลวกเสน้ สปาเกต็ ต้โี ดยควรจะใส่เกลอื เพอ่ื กระจาย
3.หอมใหญ่ 2 หวั ความรอ้ นและนำ�้ มนั ลงไปเพอ่ื ไมใ่ หเ้สน้ ตดิ กนั
4.มะเขอื เทศ 3 ลูก 3.การลวกเสน้ สปาเกต็ ต้ตี อ้ งใชป้ ระสบการณอ์ ย่างมากแนะนำ� ใหล้ องชมิ เร่อื ยๆ
5.เน้ือไก่บด 0.5 กก. จนกวา่ จะไดเ้สน้ ทเ่ี หนยี วนุ่มพอดี
6.ซอสมะเขอื เทศ 1 กก. 4.เมอ่ื เสน้ ไดท้ ใ่ี หน้ ำ� เสน้ ทไ่ี ดไ้ ปแช่ในนำ�้ เยน็ ทนั ที
5.ตงั้ กระทะใส่นำ�้ มนั นอ้ ยๆรอจนนำ�้ มนั เดอื ดแลว้ ค่อยใส่หอมใหญ่ลงไป
เจยี ว 1หยบิ มอื
6.เมอ่ื หอมใหญ่เร่มิ มสี นี ำ�้ ตาลใหใ้ ส่ไก่บดลงไปผดั จนสุก
7.ใส่หอมใหญ่ทเ่ี หลอื พรอ้ มดว้ ยมะเขอื เทศทเ่ี ตรยี มไว้
8.เมอ่ื หอมใหญ่ และมะเขอื เทศเร่มิ จะสุกใหเ้ทซอสมะเขอื เทศลงไป
9.เตมิ นำ�้ ลงไปเลก็ นอ้ ยเพอ่ื ใหซ้ อสมะเขอื เทศไมข่ น้ หนดื จนเกนิ ไป
10.ใส่ออรกิ าโนลงไปเพอ่ื เพม่ิ ความหอมและสามารถนำ� มาโรยหนา้ สปาเกต็ ต้อี กี ที
กต็ ามแต่ชอบ
11.ตกั ใส่จานพรอ้ มเสรฟิ

WAKE Magazine 31

32 WAKE Magazine

ทงคตั สึอกไก่

อาหารชบุ เกลด็ ขนมปงั ทอดหรอื ทภ่ี าษาญป่ี ่นุ เรยี กวา่ คตั สเึ รท็ สึ มาจากคำ� ภาษาองั กฤษ Cutlets แต่วา่ อาหารจานน้ีเดมิ ที
ไมใ่ ช่ขององั กฤษ แต่เป็นอาหารฝรงั่ เศสทเ่ี รยี กวา่ côtelette โดยเขา้ มาในญป่ี ่นุ ในยุคโชวะ ต่อมาไดร้ บั ความนยิ มอย่างแพร่
หลายโดยตามภตั ตาคาร โรงแรม และรา้ นคซิ ะเตน มกี ารปรบั เปลย่ี นทงั้ วธิ ที ำ� และรสชาตใิ หเ้ขา้ กบั ชาวญป่ี ่นุ

วตั ถดุ ิบ วธิ ที ำ�
1.อกไก่บด 2 ขดี 1.นำ� พรกิ ไทยกบั ผมปรุงรสผสมกบั เน้ือไก่บดใหเ้ขา้ กนั
2.แป้งทอดกรอบ 2 ถว้ ยตวง 2.ตไี ขไ่ ก่ใหเ้ป็นเน้ือเดยี วกนั
3.ซอสทงคตั สึ 1 ขวด 3.นำ� อกไก่ทเ่ี ตรยี มไวล้ งไปชบุ กบั แป้งใหท้ วั่
4.กะหลำ�่ ปลหี นั่ ฝอย 4.นำ� อกไก่ชบุ แป้งลงไปคลกุ เคลา้ ในไขไ่ ก่จากนนั้ นำ� ไปคลกุ แป้งอกี ครงั้
5.ไขไ่ ก่ 1 ฟอง จนแป้งเร่มิ หนา
6.พรกิ ไทย 2 ชอ้ นชา 5.ตงั้ กระทะใส่นำ�้ มนั แลว้ นำ� แผ่นทงคตั สทึ ท่ี ำ� เสรจ็ ไปทอด
7.ผมปรุงรส Nize 2 ชอ้ นชา 6.นำ� ทงคตั สทึ ไ่ี ดไ้ ปหนั่ เป็นช้นิ ๆแลว้ จงึ เทซอสทงคตั สใึ หท้ วั่ (กระหลำ�่ ปล ี
หนั่ ฝอยจะใชแ้ ต่งจานหรอื ไมแ่ ลว้ แต่สะดวก)

WAKE Magazine 33

34 WAKE Magazine

เป็นกฬี าประจำ� ชาตอิ เมรกิ นั ทแ่ี บง่ ผูเ้ลน่ เป็น 2 ทมี แต่ละทมี
ประกอบดว้ ยผูเ้ลน่ 5 คน ทต่ี อ้ งทำ� คะแนนโดยการโยนลูก

BASKETBALL เขา้ห่วงหรอื ตะกรา้ (basket) ภายใตก้ ตกิ าการเลน่ มาตรฐาน
บาสเกตบอลเป็นกฬี าทเ่ี ลน่ ในร่มเป็นหลกั สนามท่ี
ใชเ้ลน่ มขี นาดค่อนขา้ งเลก็ คะแนนจะไดจ้ ากการโยนลูกเขา้
ห่วงจากดา้ นบน (shoot) ทมี ทม่ี คี ะแนนมากกวา่ ในตอนจบ
เกมจะเป็นฝ่ายชนะ สามารถนำ� พาลูกดว้ ยการกระเดง้ กบั พ้นื
(เล้ยี งลูก) หรอื ส่งลูกกนั ระหวา่ งเพอ่ื นร่วมทมี โดยเกมจะหา้ ม
การกระทบกระแทก เพอ่ื ใหเ้ป็นทมี ตวั เองเป็นฝ่ายไดเ้ปรยี บ
และมกี ฎขอ้ บงั คบั เก่ยี วกบั การครองบอล

กฬี าบาสเกตบอล กฬี าบาสเกตบอลมกี ารพฒั นาเทคนคิ การเลน่ ต่าง ๆ
เช่น การชูต การส่ง และการเล้ยี งลูก รวมไปถงึ ตำ� แหน่งผู ้
เลน่ และตำ� แหน่งการยนื ในเกมรุกและเกมรบั ผูเ้ลน่ ทต่ี วั สูง
ถอื เป็นขอ้ ไดเ้ปรยี บ ถงึ แมว้ า่ ในการเลน่ แขง่ ขนั จะควบคุมโดย
กฎกตกิ า การเลน่ รูปแบบอน่ื ๆเพอ่ื เลน่ ใหเ้กดิ ความผ่อน
คลายกไ็ ดม้ กี ารคดิ ข้นึ มา และบาสเกตบอลกย็ งั เป็นกฬี าทค่ี น
นยิ มดูอกี ดว้ ย

WAKE Magazine 35

HISTORY เมอ่ื ไดว้ างกตกิ าการเลน่ ข้นึ มาแลว้ กไ็ ดน้ ำ� ไปทดลอง และ
เป็นกฬี าประจำ� ชาตอิ เมรกิ นั ถกู คดิ ข้นึ เพอ่ื
ตอ้ งการช่วยเหลอื บรรดาสมาชกิ Y.M.C.A. ไดเ้ลน่ กฬี าใน พยายามปรบั ปรุงแกไ้ ขระเบยี บดขี ้นึ เขาไดพ้ ยายามลด
ฤดูหนาว เน่ืองจากในช่วงฤดูหนาวสภาพพ้นื ภมู ปิ ระเทศ ถกู จำ� นวนผูเ้ลน่ ลงเพอ่ื หลกี เลย่ี งการปะทะกนั จนในทส่ี ุดกไ็ ด้
หมิ ะปกคลมุ ทำ� ใหเ้ป็นอปุ สรรคในการเลน่ กฬี ากลางแจง้ กำ� หนดตวั ผูเ้ลน่ ไวฝ้ ่ายละ 5 คน ซง่ึ เป็นจำ� นวนทเ่ี หมาะสม
เช่น อเมรกิ นั ฟตุ บอล เบสบอล คณะกรรมการสมาคม ทส่ี ุดกบั ขนาดเน้ือทส่ี นาม Dr.James ไดท้ ดลองการเลน่
Y.M.C.A. ไดพ้ ยายามหาหนทางแกไ้ ขใหบ้ รรดาสมาชกิ ทง้ั หลายครง้ั หลายหน และพฒั นาการเลน่ เร่อื ยมา จนกระทงั่
หลายไดเ้ลน่ กฬี าในช่วงฤดูหนาวโดยไมเ่ กดิ ความเบอ่ื เขาไดเ้ขยี นกตกิ าการเลน่ ไวเ้ป็นจำ� นวน 13 ขอ้ ดว้ ยกนั และ
ในปี ค.ศ.1891 Dr.James A.Naismith ครูสอน เป็นตน้ ฉบบั การเลน่ ทย่ี งั คงปรากฏอยู่บนกระดานเกยี รตยิ ศ
พลศึกษาของ The International Y.M.C.A. Training ในโรงเรยี นพลศึกษาท่ี Springfield อยู่จนกระทงั่ ทกุ วนั น้ี
School อยู่ทเ่ี มอื ง Springfield รฐั Massachusetts ได้
รบั มอบหมายจาก Dr.Gulick ใหเ้ป็นผูค้ ดิ คน้ การเลน่ กฬี า
ในร่มทเ่ี หมาะสมทจ่ี ะใชเ้ลน่ ในช่วงฤดูหนาว Dr.James
พยายามคดิ คน้ ดดั แปลงการเลน่ กฬี าอเมรกิ นั ฟตุ บอลและ
เบสบอลเขา้ ดว้ ยกนั และใหม้ กี ารเลน่ ทเ่ี ป็นทมี ในครง้ั แรก
Dr.James ไดใ้ ชล้ ูกฟตุ บอลและตะกรา้ เป็นอปุ กรณส์ ำ� หรบั
ใหน้ กั กฬี าเลน่ เขาไดน้ ำ� ตะกรา้ ลูกพชี ไปแขวนไวท้ ฝ่ี าผนงั
ของหอ้ งพลศึกษา แลว้ ใหผ้ ูเ้ลน่ พยายามโยนลูกบอลลงใน
ตะกรา้ นน้ั ใหไ้ ด้ โดยใชเ้น้ือทส่ี นามสำ� หรบั เลน่ ใหม้ ขี นาดเลก็
ลงแบง่ ผูเ้ลน่ ออกเป็นขา้ งละ 7 คน ผลการทดลองครงั้ แรกผู ้
เลน่ ไดร้ บั ความสนุกสนานต่นื เตน้ แต่ขาดความเป็นระเบยี บ
มกี ารชนกนั ผลกั กนั เตะกนั เป็นการเลน่ ทร่ี ุนแรง ต่อมา
Dr.James ไดต้ ดั การเลน่ ทร่ี ุนแรงออกไป และได้
ทำ� การวางกตกิ าหา้ มผูเ้ลน่ เขา้ ปะทะถกู เน้ือตอ้ งตวั
กนั นบั ไดว้ า่ เป็นหลกั เบ้อื งตน้ ของการเลน่
บาสเกตบอล Dr.James จงึ ไดว้ างกตกิ า
การเลน่ ไวใ้ หญ่ๆ 4 ขอ้

แมว้ า่ กตกิ าการเลน่ จะกำ� หนดข้นึ เพอ่ื เปิดโอกาสใหผ้ ูส้ ูงอายุไดเ้ลน่ เพอ่ื ความสนุกสนานในแง่
นนั ทนาการ แต่กฬี าน้ีกไ็ ดร้ บั ความนยิ มจากเยาวชนอย่างรวดเรว็ ทงั้ ๆทม่ี ผี ูค้ นเป็นจำ� นวนมากเหน็ วา่
เป็นกฬี าสำ� หรบั ผูอ้ ่อนแอ และพยายามทจ่ี ะพสิ ูจนค์ วามเหน็ น้ีดว้ ยการหาเร่อื งทะเลาะววิ าทกบั ผูเ้ลน่
บาสเกตบอลกต็ าม อย่างไรกด็ ี ความรูส้ กึ เช่นน้ีค่อยๆเร่มิ จางหายไปเมอ่ื ความรวดเรว็ และความ
แมน่ ยำ� ในการเลน่ บาสเกตบอล ไดส้ รา้ งความประทบั ใจและดงึ ดูดความสนใจของผูค้ นเพม่ิ มากข้นึ
และไดแ้ พร่กระจายไปทางตะวนั ออกของอเมรกิ าอย่างรวดเรว็ และเมอ่ื โรงเรยี นต่างๆไดต้ ระหนกั ถงึ
ความสำ� คญั ของกฬี าชนิดน้ี จงึ พากนั นิยมเลน่ ไปทวั่ ประเทศ
ก่อนปี ค.ศ. 1915 แมว้ า่ บาสเกตบอลจะเป็นกฬี าทไ่ี ดร้ บั ความนิยมอย่างกวา้ งขวางเป็น
อย่างมากกต็ าม แต่กจ็ ำ� กดั เป็นเพยี งการเลน่ เพอ่ื ออกกำ� ลงั กายในหอ้ งพลศึกษาเท่านนั้ ไมม่ อี งคก์ รใด
รบั ผดิ ชอบจดั การเลน่ เป็นกจิ ลกั ษณะ ยกเวน้ องคก์ รบาสเกตบอลอาชพี ทเ่ี กดิ ข้นึ เพยี ง 2-3 องคก์ ร
แลว้ กเ็ ลกิ ลม้ ไป ฉะนน้ั การเลน่ บาสเกตบอลในแต่ละทแ่ี ต่ละแห่งจงึ ต่างกใ็ ชก้ ตกิ าผดิ แผกแตกต่างกนั
ออกไป ทำ� ใหเ้ป็นอปุ สรรคต่อการเจรญิ เตบิ โตและการพฒั นากฬี าบาสเกตบอลเป็นอย่างมาก
ดงั นนั้ ในปี ค.ศ. 1915 สมาคม Y.M.C.A. สมาคมกฬี ามหาวทิ ยาลยั แห่งชาตแิ ละสมาพนั ธ์
กฬี าสมคั รเลน่ ไดร้ ่วมประชมุ เพอ่ื ร่างกตกิ าการเลน่ บาสเกตบอลข้นึ มาเพอ่ื เป็นบรรทดั ฐานเดยี วกนั
โดยกตกิ าน้ีไดใ้ ชส้ บื มาจนกระทงั่ ปี ค.ศ. 1938 และไดร้ บั การปรบั ปรุงแกไ้ ขใหด้ ขี ้นึ ในการแขง่ ขนั กฬี า
โอลมิ ปิกครงั้ ท่ี 11 ณ กรุงเบอรล์ นิ สหพนั ธภ์ าพสาราธณรฐั เยอรมนี โดยคณะกรรมการโอลมิ ปิก
นานาชาตเิ ป็นผูพ้ จิ ารณาสหรฐั อเมรกิ ายอมรบั การเลน่ บาสเกตบอลเป็นกฬี าประจำ� ชาตเิ มอ่ื วนั ท่ี 20
มกราคม ค.ศ. 1892 ซง่ึ ไดม้ กี ารเลน่ บาสเกตบอลอย่างเป็นทางการข้นึ เป็นครง้ั แรก สมาคม
Y.M.C.A. ไดน้ ำ� กฬี าบาสเกตบอลไปเผยแพร่ในทกุ ส่วนของโลก ไดแ้ พร่เขา้ ไปในประเทศจนี และ
อนิ เดยี ในราวปี ค.ศ. 1894, ฝรงั่ เศส ในราวปี ค.ศ. 1895, ญป่ี ่นุ ราวปี ค.ศ. 1900 เกอื บจะกลา่ วได้
วา่ บาสเกตบอลมกี ารเลน่ ในทกุ ประเทศทวั่ โลก ตง้ั แต่ก่อน
สงครามโลกครง้ั ท่ี 1 และคาดวา่ ก่อนปี ค.ศ. 1941 มี
ประชาชนทวั่ โลกเลน่ กฬี าบาสเกตบอลเป็นจำ� นวนถงึ 20
ลา้ นคน ในขณะน้ีมผี ูน้ ยิ มเลน่ บาสเกตบอลกนั ทวั่ ทกุ
มมุ โลก ไมน่ อ้ ยกวา่ 52 ประเทศ นอกจากน้ีไดม้ ี
การแปลกตกิ าการเลน่ เป็นภาษาต่างๆมากกวา่ 30
ภาษา

Stephen Curry
ดา้ นชวี ติ ส่วนตวั เขามาจากครอบครวั ทอ่ี บอ่นุ เคอรร์ ่คี บกบั
ภรรยา Ayesha ตงั้ แต่อายุ 14 ปี จนตอนน้ีมลี ูกสาวดว้ ย
กนั หน่ึงคนช่อื Riley แมจ้ ะเป็นซูเปอรส์ ตารแ์ ลว้ กต็ าม แต่
เขากใ็ ชช้ วี ติ เรยี บงา่ ย หอ้ งนอนทธ่ี รรมดา ไมใ่ ชข้ อง
ฟ่มุ เฟือย รกั ครอบครวั มาก และเคร่งศาสนาแบบสุดๆ
การเป็นนกั บาสทเ่ี ก่งนนั้ ไมย่ าก แต่การเป็นนกั บาสทไ่ี ด้
รบั การยอมรบั จากนกั กฬี าดว้ ยกนั เองและคนดูนน้ั
ไมใ่ ช่เร่อื งงา่ ย สตเี ฟน เคอรร์ ่ี ถอื เป็นอกี หน่ึงนกั บาส
สถติ ิ เเขกาต็ ทบว่ี อา่ ล ท“ม่ีIที cง้ั aสnองอdยo่างaในllตวtั hดiงัn่ วgลฮsี ติ”ประจำ� ตวั
- สตเี ฟน เคอรร์ ่ไี ดท้ ำ� ลายสถติ ยิ งิ สามแตม้ มากทส่ี ุดใน1
ฤดูกาลของ เรย์ อลั เลน จาก 385 ลูก ข้นึ เป็นท1่ี ของNBA
- มบี ทบาทสำ� คญั ในการเปลย่ี นรูปแบบการเลน่ ของทง้ั
ลคี NBA ดว้ ยการชูต 3 แตม้
- ครองสถติ ิ ยงิ สามแตม้ มากสุดใน 1 ฤดูกาล ใน5อนั ดบั
แรก ถงึ 4 ฤดูกาล
- นำ� ทมี ทำ� ลายสถติ เิ ก่าของ chicago bulls ท่ี ชนะ72-
แพ้ 10 เกม ดว้ ยสถติ ิ ชนะ73-แพ9้ เกม(2015-2016)
- ยงิ สามคะแนนไป 5739 ครงั้ ลง 2495 ลูก มเี ปอเซน็ ความแมน่ อยู่ท่ี 43.5 %
ครองอนั ดบั สามสำ� หรบั การยงิ สามแตม้
- รบั รางวลั MVP ในปี 2015-2016 และ 2016-2017 โดยคะแนนเป็นเอกฉนั ท์
- แชมป์ 3 ฤดูกาล (2014-2015 / 2016-2017 / 2017-2018)

38 WAKE Magazine

Michael Jordan

โคตรตำ� นานของทมี ชคิ าโก้ บูลส์ และ NBA จอรแ์ ดน เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี 17
กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2506 ทเ่ี มอื ง บรูก๊ ลนิ รฐั นิวยอรก์ ในวยั เดก็ นนั้
จอรแ์ ดน เกอื บเสยี ชวี จิ จาก อบุ ตั เิ หตทุ างทะเล แต่วา่ เขารอดมาไดแ้ ต่
เพอ่ื นของเขานน้ั เสยี ชวี ติ นน้ั เป็นสาเหตทุ ่ี จอรแ์ ดน นนั้ ไมช่ อบวา่ ยนำ�้ เอา
ซะเลย เพราะมนั เป็นแผลในใจของเขามาตลอด ในตอนแรกนน้ั
จอรแ์ ดน ไมไ่ ดช้ อบเลน่ บาสเกตบอล แต่กฬี าทเ่ี ขาชอบนนั้ คอื เบสบอล
ต่างหาก ซง่ึ เขากท็ ำ� ไดด้ แี ละมพี รสวรรคใ์ นดา้ นน้ีดว้ ย
แต่จดุ เปลย่ี นทท่ี ำ� ใหเ้ขาหนั มารกั กฬี าบาสเกตบอล กค็ อื ตอนทเ่ี ลน่
บาสเกตบอล กบั พช่ี ายของเขาแลว้ แพใ้ นการดวล 1-1 เป็นประจำ� ทำ� ใหเ้ขามี
ความพยายามอย่างมากทจ่ี ะเอาชนะพช่ี ายของเขาใหไ้ ด้ โดยเขาพยายามฝึก
ซอ้ มอย่างหนกั จนทำ� ใหฝ้ ีมอื ของเขานน้ั พฒั นาอย่างมากโดยทต่ี วั เขาเองกไ็ มร่ ูต้ วั

สถติ ิ

- แชมป์ NBA 6 สมยั โดยท่ี เคา้ ควา้ แชมป์ three-peat ถงึ 2ครงั้
- มรี างวลั ผูเ้ลน่ ทรงคณุ ค่า 11 ครงั้ , All Star 14 ครงั้ , เหรยี ญ
ทองโอลมิ ปิก 2 ครง้ั และอน่ื ๆอกี มากมาย
- ทำ� สถติ ชิ นะมากทส่ี ุดเป็นอนั ดบั 2 ใน 1 ฤดูกาล คอื
ชนะ72-10 เกม (อนั ดบั 1 ก่อนทจ่ี ะโดนโกลเดน้ ทำ� ลายลง)
- ทำ� แตม้ รวม 32292 แตม้ ทำ� แอสซสิ 5633 ครงั้ ทำ� รบี าวด์
6672 ครง้ั สตลี อกี 2514 ครง้ั
-อยู่ในชดุ dream team1 ในชดุ โอลมิ ปิก ของUSA

WAKE Magazine 39

ชวี ติ นกั ดนตรี

อาชีพนกั ดนตรเี ป็นอาชีพท่ี ไม่มีอนาคต จรงิ หรอื ?

40 WAKE Magazine

การเลน่ ดนตรเี ป็นเร่อื งงา่ ย เพยี งแค่เลน่ คอรด์ หรอื โนต้ เป็นเพลง
ไดก้ เ็ รยี กวา่ เป็นการเลน่ ดนตรแี ลว้ แต่ไมง่ า่ ยถา้ จะเป็นนกั
ดนตรเี พอ่ื วา่ ใครทค่ี ดิ วา่ ตนเองรกั ดนตรเี ป็นชวี ติ จติ ใจ จะได้
เขา้ ใจศาสตรแ์ ห่งเสยี งทเ่ี รยี กวา่ “ดนตร”ี กาลเวลาของอดตี กบั
ปจั จบุ นั กม็ สี ่วนทำ� ใหจ้ ติ ใจคนรกั ดนตรนี น้ั ต่างกนั คนโบราณ
ส่วนมากจะไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั ลูกหลานทช่ี อบการดนตรี
คงเคยไดย้ นื คำ� วา่ ”เตน้ กนิ รำ� กนิ ”ทผ่ี ูใ้ หญ่สมยั ก่อนชอบพดู
กนั ตดิ ปากเพราะพวกเขามคี วามเช่อื วา่ มนั ไมเ่ ท่เหมอื นการเป็น
เจา้ คนนายคน ดงั นนั้ ..คนรกั ดนตรใี นสมยั ก่อนย่อมตอ้ งฝ่าฟนั
จากแรงกดดนั อย่างหนกั อย่าหวงั วา่ พอ่ แมจ่ ะซ้อื กตี า้ รโ์ ปร่งใหซ้ กั
ตวั …กลายเป็นพวกเกยี จครา้ นในสายตาของพวกเขา ดว้ ยซำ�้ มนั
จงึ เป็นเสมอื นแรงผลกั มมุ านะทต่ี อ้ งพยายาม ฝึก..ฝึก..และกฝ็ ึก
อย่างเตม็ ท่ี ก่อนจะเดนิ เขา้ หอ้ งซอ้ มดนตรดี ว้ ยค่าขนมตวั เองและตอ้ ง
ไมใ่ หท้ างบา้ นรูเ้ดด็ ขาดไมง่ น้ั โดนด่าจนหูชาแน่ ซง่ึ ต่างจากพอ่ แมส่ มยั
ใหมท่ ม่ี กั หาทางออกใหล้ ูกทไ่ี มเ่ อาไหนดว้ ย ดนตรี เพราะมตี งั กท็ ำ� ใหล้ ูก
ดงั ได้ ทกุ อย่างสามารถเนรมติ ไดใ้ นบดั ดล ความแตกต่างคอื คนรกั
ดนตรวี นั น้ี ศาสตรแ์ ห่งเสยี งเพลงทเ่ี ขา้ ในหวั ใจจงึ ใหค้ วามรูส้ กึ แตกต่าง
กนั ความสามารถและคณุ ภาพกต็ ่างกนั ตามไปความอตุ สาหะและ
ความมมุ านะจงึ ห่างกนั ไกลลบิ กบั คนดนตรใี นยุคก่อน
นกั ดนตรใี นยุคก่อนนิยมออกต่างจงั หวดั ตระเวณเลน่
ไปทวั่ สะสมประสบการณด์ นตรอี ย่างแทจ้ รงิ ดนตรรี ุ่นเก่า
จะมแี ต่ใหก้ ำ� ลงั ใจ เช่น “ฝึกไปเร่อี ยๆไอน้ อ้ ง อย่า
หยุด แลว้ จะเก่ง”เป็นคำ� ชมแบบงา่ ยๆ แต่ไดใ้ จ
ไมซ่ ำ�้ เตมิ ผดิ ตรงไหนบอก สอน ใหค้ วามรู้
แต่ในปจั จบุ นั จะมคี นบางประเภททไ่ี มเ่ ขา้ ใจ
ถงึ ศาสตรแ์ ห่งดนตรอี ย่างแทจ้ รงิ แลว้ มานงั่
วจิ ารณท์ ำ� ใหค้ วามมนั่ ใจทม่ี ตี อ้ งพงั เพยี ง
เพราะคำ� พดู เพยี งไมก่ ่คี ำ� สง่ิ ทต่ี ง้ั ใจซอ้ ม
ตง้ั ใจฝึกฝน และเวลาทเ่ี สยี ไปตอ้ ง
กลายเป็นสง่ิ ไรค้ ่า

ตอนน้ีเพอ่ื นๆหลายคน ฝนั อยากเป็นนกั ดนตรี
อาชพี ฝนั อยากข้นึ ยนื เด่นบนเวที แต่เมอ่ื เขา้ มา
สมั ผสั ชวี ติ จรงิ จงั กลบั ไปไมถ่ งึ ฝนั หงายทอ้ งเสยี
ศูนยไ์ ปกเ็ ยอะเพราะมนั ไมใ่ ช่เร่อื งสนุกอย่างทค่ี ดิ
ใช่ แค่การเลน่ ดนตรบี นเวที สนุก แน่แต่การสรา้ ง
คุณภาพและบคุ ลกิ ภาพใหค้ นยอมรบั นนั้ คอื เร่อื ง
ยากมาก ถา้ คดิ จะเดนิ ทางเป็นอาชพี เร่มิ ตน้ จาก
ชวี ติ ตอ้ งท้งิ เวลาใหก้ บั การฝึก ฝึก ฝึก และกฝ็ ึก
นนั่ หมายถงึ คุณภาพ บคุ ลกิ ภาพกค็ อื การวางตวั
ในสงั คม นอบนอ้ มแต่มจี ดุ ยนื การปรบั สภาพ
จติ ใจ การอดทนอดกลนั้ ต่ออารมณ์ การมองโลก
ทศั นท์ เ่ี ปิด การเป็นทงั้ ผูใ้ หแ้ ละผูร้ บั ทด่ี ใี นเวลา
เดยี วกนั ยอมรบั ในสง่ิ ทไ่ี มร่ ูแ้ ละใหอ้ ย่างเตม็ ใจกบั
ผูท้ อ่ี ยากรู้ การไมโ่ งก่ บั สง่ิ แวดลอ้ มอนั เยา้ ยวน
และ อกี เยอะ สง่ิ เหลา่ น้ีเรยี กวา่

“ประสบการณ”์ การเดนิ ทางแห่งชวี ติ นกั ดนตรี

วนั วานกบั วนั น้ี มนั จงึ ต่างกนั เหมอื นหนงั คนละ
มว้ น เป้าหมายสู่ฝนั กต็ ่างกนั นกั ดนตรรี ุ่นเก่าเป้า
หมายสู่ฝนั ของพวกเขาคอื “อยากเก่ง” แต่ฝนั ของ
นกั ดนตรรี ุ่นใหม่ พวกเขาฝนั ไวแ้ ค่ “อยากดงั
อยากรวย” และยงั มอี กี จำ� พวกประเภทขอแค่กลน่ิ
ภาพลกั ษณน์ กั ดนตรเี ท่านน้ั ฝนั ของพวกเขาคอื
“อยากเท่” นกั ดนตรกี เ็ ป็นอาชพี สุจรติ เหมอื นอาชี
พอน่ื ๆ ทใ่ี ชห้ าเล้ยี งชพี ไดถ้ า้ ใจเขา้ ถงึ คำ� วา่ “ดนตร”ี
จรงิ ๆ แต่ถา้ ไมแ่ น่ใจตวั เอง อย่าเลน่ ครบั “เสยี
ของ”

42 WAKE Magazine

อาชพี นกั ดนตรเี ป็ นอาชพี เสรมิ ?
ใช่อาชพี นกั ดนตรเี ป็นอาชพี เสรมิ อาชพี นกั ดนตรแี มว้ า่ จะสรา้ งรายไดอ้ ย่างรวดเรว็ ใน
อตั รา 500 -1,000 ต่อชวั่ โมง จนดูเสมอื นวา่ ไดเ้งนิ มางา่ ย แต่ในทางกลบั กนั กไ็ มม่ ี
ระบบประกนั สุขภาพหรอื กองทนุ หรอื มปี จั จยั ภายนอกทท่ี ำ� ใหก้ ารดำ� เนินชวี ติ มคี วาม
มนั่ คง ทำ� ใหเ้มอ่ื ประสบปญั หา เช่น นำ�้ ท่วม เศรษฐกจิ ซบเซา ทำ� ใหร้ า้ นอาหารต่างปิด
ตวั ส่งผลกระทบต่อวงดนตรแี ละนกั ดนตรี นอกจากน้ีรูปแบบการจา้ งงานทไ่ี มม่ ี
สญั ญาตายตวั ทำ� ใหถ้ กู ยกเลกิ สญั ญาได้ หากไมม่ คี วามเป็นมอื อาชพี หรอื รา้ นประสบ
ปญั หา ช่วงทเ่ี ศรษฐกจิ ไมค่ ่อยดี จะเหน็ ไดช้ ดั วา่ คนมาเทย่ี วนอ้ ย เงนิ ทปิ ทไ่ี ดน้ อ้ ยลง จาก
ปกตริ วมเงนิ ค่าตวั และเงนิ ทปิ ไดก้ ลบั บา้ นคนละ 1,000–2,000 บาท กล็ ดลงกวา่ รอ้ ยละ 50 นกั
ดนตรบี างคนกต็ อ้ งรบั งานมากข้นึ เลน่ หลายรา้ นมากข้นึ เลน่ ในสถานทท่ี ไ่ี กลข้นึ บางคนตอ้ งไปรบั งาน
กลางวนั มากข้นึ เช่น งานแต่งงานไปจนถงึ งานบวช แห่นาค พวกแตรวง นอกเหนอื จากงานกลางคนื ซง่ึ ก็
เป็นรายไดท้ ด่ี ี เพราะเลน่ เวลานอ้ ย แต่ตอ้ งต่นื เชา้ หน่อย ตอ้ งยอมรบั วา่ อาชพี งานกลางคนื มคี วามคาบ
เก่ยี วกบั ธุรกจิ สเี ทาและการพนนั ทำ� ใหเ้มด็ เงนิ จากวงจรธุรกจิ สเี ทาทไ่ี หลมายงั รา้ นอาหารและนกั ดนตรลี ด
ลง เน่ืองจากความเขม้ งวดในการปราบปราม ซง่ึ ส่วนใหญ่กด็ ใี นการปราบปราม แต่มนั กก็ ระทบไปดว้ ย
บางคนไปรบั จา้ งสอนดนตรใี นโรงเรยี น หรอื รบั จา้ งสอนดนตรอี อนไลน์ โดยคดิ เป็นชวั่ โมงละ
200 - 300 บาท นอกจากน้ียงั มพี วกทร่ี บั จา้ งแกะเพลง ซง่ึ แต่ก่อนมี แต่ตอนน้ีสอ่ื สง่ิ พมิ พข์ ายไม ่
ค่อยได้ และบรรดายูทูปกม็ กี ารแกะเพลงมาสอนออนไลน์ หนงั สอื เพลงจงึ ขายไมค่ ่อยได้

ศลิ ปิ นดงั จากยูทูป

อย่างไรกต็ าม แมว้ า่ ยอดขายซดี จี ะลดลง แต่การ
เกดิ ข้นึ ของศิลปินหนา้ ใหมก่ เ็ กดิ ข้นึ ไดง้ า่ ย จาก
การใชส้ อ่ื โซเชยี ลมเี ดยี เป็นเคร่อื งมอื โดยเผยแพร่
คลปิ วดิ โี อ หรอื การแสดงสด จนมคี ่ายใหมม่ า
ตดิ ต่อดูแล หลายวงตอนแรกไมส่ นใจ แต่พอ
ไปเหน็ ยอดววิ ในยูทูปกม็ าดงึ ไปออกโชว์ เพราะวง
พวกน้ีมฐี านแฟนเพลงแลว้ เป็นทร่ี ูจ้ กั แลว้ อย่าง
วงแอลกอฮอล์ หรอื ลำ� ไย ไหทองคำ� หรอื จะ๊
คนั หู คนรุ่นใหมจ่ งึ นยิ มทำ� เพลงและเผยแพร่ออก
ในช่องทางของตวั เอง แทนทจ่ี ะเขา้ ไปเสนอผลงาน
ผ่านค่ายเพลง

WAKE Magazine 43

ชีชวี ิตจรงิ นกั ดนตรี
วติ ของนกั ดนตรมี รี ูปแบบทไ่ี มเ่ หมอื นอาชพี อน่ื การใชช้ วี ติ กต็ ่างกนั
แต่กม็ ที งั้ ขอ้ ดแี ละเสยี เฉลย่ี กนั ไป นบั วา่ เป็นอาชพี ทส่ี ามารถทำ� ให้
มนั่ คงได้ หากหาลูท่ างการทำ� งานใหย้ งั่ ยนื เพราะการทำ� งานเลน่ ดนตรี
นนั้ การเลน่ ดนตรปี ระจำ� ทำ� ใหร้ ่างกายเสอ่ื มลง เพราะวา่ ตอ้ ง นอนดกึ
ไดร้ บั กลน่ิ บหุ ร่ี ดม่ื เหลา้ ใชช้ วี ติ กลบั ดา้ นของคนปรกต ิ ชวี ติ ในมมุ ดๆี
ของนกั ดนตรแี ละนกั รอ้ งในยุคปจั จบุ นั นนั้ กม็ มี ากมายนนั้ กท็ ำ� ใหค้ น
หลายๆคน อยากทำ� งานในสายอาชพี น้ี จรงิ ๆมนั กไ็ มไ่ ดเ้ถอ่ื นอย่างท่ี
กลา่ วมากนกั แต่มนั มดี แี ละไมด่ แี ตกต่างกนั อย่างเช่น การเลน่ ดนตรี
งานแต่งงานทำ� ใหช้ วี ติ ส่วนของผมในดา้ นการไปงานแต่งงานของเพอ่ื นๆ
และคนรูจ้ กั แทบจะไปไมไ่ ดเ้ลยกว็ า่ ได้ เวลาเหลา่ นน้ั จงึ หายไป เพราะ
ตอ้ งทำ� งานอยู่บนเวทเี ลน่ ดนตรงี านแต่ง และกอ็ ดไปงานแต่งเพอ่ื นๆ
การเลน่ ดนตรนี นั้ มรี ายไดท้ ด่ี มี ากพอควรแลว้ เราในหลายๆครงั้ กย็ ง้ั ใจ
ไมอ่ ยู่เพราะพอเลน่ ดนตรไี ปซกั พกั กจ็ ะซ้อื เคร่อื งดนตรรี าคาสูงข้นึ
เร่อื ยๆ ผมเคยบน่ วา่ “ทำ� ไมตอ้ งซ้อื เคร่อื งดนตรแี พงๆดว้ ย” คดิ ในใจวา่
“จะซ้อื แพงๆทำ� ไมกนั เลน่ ไดเ้หมอื นกนั นนั่ แหละ ไมเ่ หน็ จำ� เป็นเลย”
แต่พอไดเ้จอกบั ตวั กเ็ ขา้ ใจเลยวา่ ทำ� ไม เพราะวา่ ของทม่ี นั แพงนนั้ มกั
เป็นของทด่ี ี ซง่ึ มนั เป็นเร่อื งจรงิ

สาเหตมุ นั เร่มิ จากการเลน่ ดนตรใี นช่วงแรกๆ คอื เร่อื ง
ไมโครโฟน ไมโครโฟนมนั กเ็ หมอื นกนั หมดนนั่ แหละ
รอ้ งยงั ไงกเ็ หมอื นกนั จะซ้อื ทำ� ไมแพงๆ ซง่ึ ตอนนน้ั ผมได้
ใชไ้ มโครโฟนของรา้ นหรอื ของพๆ่ี ทเ่ี คา้ มกี นั ไมม่ เี ป็นของ
ตวั เองซกั ที จนมาถงึ วนั หน่ึงทผ่ี มไดร้ บั คำ� แนะนำ� จากผูม้ ี
ความรู้ วา่ “ควรใชไ้ มโครโฟน ยฮ่ี ่อน้ีนะ น่าจะด”ี ผมก็
ตอบรบั แลว้ ยงั ไมแ่ น่ใจ เพราะราคามนั แพงเหลอื เกนิ ซง่ึ
ตอนนน้ั ไมโครโฟนรุ่นน้ีเพง่ิ ออกมาใหมๆ่ ราคาตงั้ ทห่ี มน่ื
กวา่ ๆ พอไดซ้ ้อื มาแลว้ ใชผ้ มกต็ อ้ งรอ้ งอทุ านอย่างรุนแรง
วา่ เสยี งดจี รงิ ๆ เป็นครง้ั แรกทร่ี ูส้ กึ เลยวา่ ของแพงแมง่ ดี
จรงิ ๆเลย เพราะจากเคยใชไ้ มราคาถกู ซง่ึ ผมเองกใ็ ชม้ า
จนถงึ ทกุ วนั น้ี ทำ� ใหก้ ารรอ้ งเพลงของผมสบายมากข้นึ ใช้
พลงั งานนอ้ ยกวา่ ไมโครโฟนราคาถกู มาก พอไดใ้ ชก้ ร็ ูส้ กึ
วา่ ดจี งั คณุ ภาพดี จนเป็นการเสพตดิ ชนิดหน่ึงของนกั
ดนตรที ผ่ี มเร่มิ ตน้ จะเป็น เสาะหาในสง่ิ ทด่ี ที ส่ี ุด ผมเป็นอยู่
ในตอนน้ีกไ็ ดพ้ ยามยามหาสง่ิ ทด่ี ที ส่ี ุดในการจะทำ� ใหก้ าร
เลน่ ดนตรดี ขี ้นึ กต็ อ้ งมาจากเคร่อื งมอื ทด่ี ี จงึ เป็นเหตผุ ล
วา่ ทำ� ไม ก่อนจะเป็นนกั ดนตรตี อ้ งมที นุ หรอื ผูส้ นบั สนุน

46 WAKE Magazine

WAKE Magazine 47

彼岸花
ดอกฮกิ นั บานะ

48 WAKE Magazine


Click to View FlipBook Version