NAFTA
NORTH AMERICA FREE
TRADE AGREEMENT
เขตการค้าเสรี
อเมริกาเหนือ
คำนำ
รายงานอิเล็กทรอนิกส์เขตการค้าเสรอเมริกาเหนือ(NAFTA)
จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการประกอบการเรียนการสอนในรายวิชา
เศรฐศาสตร์ (ส32101) ซึ่งผู้จัดทำได้รับมอบหมายจากครูผู้
สอนประจำวิชาให้ไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากเอกสาร วารสาร
เเละเเหล่งข้อมูลต่างๆ เเละได้นำรายงานอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้
ในการศึกษาควบคู่ไปกับการนำเสนอต่อไป
โดยผู้จัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จะ
เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจและผู้ที่นำไปใช้ให้เกิดผลสำฤทธิ์ตาม
ความคาดหวัง
Sincerely,
คณะผู้จัดทำ
สารบัญ
เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือคือ??
สาระสำคัญของ NAFTA
การค้าของประเทศไทยกับตลาด NAFTA
ผลกระทบการค้าของไทยกับ NAFTA
การค้า ‘เสรี’ แบบ NAFTA มีปัญหาอะไร?
สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา จึงอยากเร่งเปลี่ยนมา
ใช้ USMCA
ความเร่งรีบของการเจรจา USMCA
มีอะไรใหม่ใน USMCAต่างจาก NAFTA เเค่ไหน
ข้อสังเกต USMCA
NAFTA VS USMCA
สามารถกดไปตามหน้าต่างๆได้เลย
คณะผู้จัดทำ
เขตการค้าเสรี
อเมริกาเหนือคือ??
NORTH AMERICA FREE TRADE AREA : NAFTA
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ในทวีป
อเมริกาเหนือ ได้ตกลงทำสนธิสัญญาทวิภาคีเกี่ยวกับการค้าเสรี
(Canada – US Free Trada Agreement)ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532)
ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) เม็กซิโกได้เข้ามาเป็นสมาชิกอีก
ประเทศหนึ่ง ทำให้กลุ่ม NAFTA นี้มีประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 360
ล้านคน เป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่กลุ่มหนึ่ง ทั้ง 3ประเทศ คือ
สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกได้มีการทำข้อตกลงการค้าเสรี
อเมริกาเหนือ เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) โดยข้อ
ตกลงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1094 (พ.ศ. 2537)
1
สาระสำคัญของ
NAFTA
1. มีวัตุประสงค์จัดอุปสรรคด้านภาษี สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ และ
ทยอยลดลงเรื่อยจนเหลือศูนย์ ภายใน 5-10 ปี ยกเว้นสินค้าอ่อนไหวตาม
รายการ จะลดภาษีให้เหลือศูนย์ภายใน 15 ปี
2. มุ่งเน้นการประนีประนอมกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางการค้า และลดข้อ
จำกัดทางการค้าที่เกี่ยวกับการบริการ รวมทั้งการลงทุนระหว่างประเทศ
และขจัดอุปสรรคกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร
3. กำหนดกฎเกณฑ์ของแหล่งกำเนิดสิ้นค้า (Rule of Original)ใน
การที่จะได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร
4. มีข้อตกลงร่วมกันในการใช้มาตรการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และการเคลื่อนย้ายแรงงานข้าม
พรมแดนอย่างเสรี
2
5. ปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยมีการตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม เพื่อ
ระงับกรณีพิพาท ตลอดจนออกกฎข้อบังคับให้สมาชิกยึดถือปฏิบัติ
6. กรณีมีข้อขัดแย้ง สามารถใช้กลไกยุติข้อพิพาท ภายใต้กฎของWTO
หรือข้อตกลงของ NAFTA โดยเริ่มจากการปรึกษาหารือเพื่อหาข้อยุติ
โดยคณะกรรมาธิการการค้าก่อน หากตกลงกันไม่ได้ ให้มีการตัดสินโดย
คณะลูกขุนของ NAFTA
7. การลงทุน กำหนดให้มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับนัก
ลงทุนในประเทศภาคี
8. ทรัพย์สินทางปัญญา กำหนดให้มีการปกป้องในทรัพย์สินทาง
ปัญญาอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ บนหลักการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ
เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าระหว่าง
ประเทศ
3
9. กลไกการยุติข้อพิพาท กรณีมีข้อขัดเเย้ง สามารถพิจารณาได้ภายใต้
WTO หรือข้อตกลงNAFTA เวทีใดเวทีหนึ่ง สำหรับNAFTA กำหนด
กลไกในการยุติข้อพิพาท โดยเริ่มจากการปรึกษาหารือโดยคณะ
กรรมาธิการการค้าก่อน หากตกลงกันไม่ได้ ให้มีการตัดสินโดยคณะ
ลูกขุนของนาฟตา
10. ข้อตกลงข้างเคียง กำหนดใหเมีข้อตกลงข้างเคียง เพื่อปกป้องสิ่ง
แวดล้อมและสิทธิประโยชน์ของแรงงานในประเทศภาคีโดยเฉพาะใน
ประเทศเม็กซิโก รวมทั้งช่วยป้องกันการไหลทะลักของสินค้าจากประเทศ
ภาคีหนึ่ง ที่อาจทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศอื่นๆต้องได้รับความเสีย
การค้าของประเทศไทย
กับตลาด NAFTA
NAFTA เป็นตลาดสำคัญของไทย ในปี พ.ศ. 2541 มีมูลค่าการค้า
ระหว่างกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของมูลค่าการค้ารวมของไทย โดย
ไทยส่งออกไปNAFTA ร้อยละ 24 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย
และไทยนำเข้าจากNAFTA ร้อยละ15 ของมูลค่าการนำเข้ารวมของไทย
สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหารทะเลกระป๋อง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟ และ
ส่วนประกอบเครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องบิน เรือ และ
อุปกรณ์การบิน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องมือ
เครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นต้น
4
ผลกระทบการค้า
ของไทยกับ NAFTA
(1.) ข้อตกลงNAFTA ทำให้เม็กซิโกมีความได้เปรียบไทยในการแข่งขัน
ในตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย ทั้งในด้านการได้รับสิทธิ
ประโยชน์ทางภาษีและตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า ประกอบกับมี
ต้นทุนการผลิตต่ำ เนื่องจากมีระยะทางใกล้ เป็นผลให้สินค้าไทยส่งไป
แข่งขันในตลาดสหรัฐลดลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีการยกเลิกภาษีหรือ
เสียภาษีในระดับต่ำ และสินค้าที่นักลงทุนอเมริกันไปลงทุนในเม็กซิโก
(2.) ข้อตกลงNAFTA มีสิ่งจูงใจให้นักลงทุนต่างประเทศ เข้าไปร่วม
ลงทุนในประเทศสมาชิก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อไทย ในการช่วงชิงนักลงทุน
จากต่างประเทศ และอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไป
5
NAFTA มีปัญหา
จึงอยากเร่ง
เปลี่ยนมาใช้ USMCA
6
การค้า ‘เสรี’ แบบ NAFTA มีปัญหา
อะไร? สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา จึง
อยากเร่งเปลี่ยนมาใช้ USMCA
เดิมภูมิภาคนี้ก็มีข้อตกลงการค้ากันอยู่แล้ว คือข้อตกลงการค้าเสรี
อเมริกาเหนือ (North American Free Trade Agreement) หรือ
NAFTA ซึ่งเซ็นสัญญากันมาตั้งแต่ปี 1992 และมีผลบังคับใช้ในอีก 2 ปีถัด
มา โดยหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของข้อตกลงนี้ คือการลดอุปสรรคทางการ
ค้าระหว่างประเทศสมาชิก พูดง่ายๆ ก็คือการลดกำแพงภาษีเพื่อให้การ
ค้าขายในภูมิภาคเป็นไปอย่างสะดวกนั่นเอง แม้จะยังมีการตั้งกำแพงภาษีใน
สินค้าบางประเภทอยู่บ้าง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร แต่ NAFTA ก็จัดอยู่ใน
เขตการค้าที่มีการเปิดเสรีสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ประเทศที่ได้รับผลประโยชน์อย่างชัดเจนจาก NAFTA คงหนีไม่พ้นประเทศ
เพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโกที่ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง
สหรัฐฯ ได้ง่ายดายขึ้น แคนาดาเองก็ได้ประโยชน์ในแง่ของการส่งออกไป
สหรัฐฯ และผู้บริโภคแคนาดาเองก็ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงสินค้าที่หลาก
หลายกว่า
สำหรับสหรัฐฯ แน่นอนว่าผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์จากการบริโภคสินค้าที่ราคา
ถูกลง เนื่องจากผลิตในประเทศเม็กซิโก และคนที่ได้รับประโยชน์มากสุดก็คง
เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ที่เลือกปิดโรงงานในประเทศบ้าน
เกิดแล้วย้ายลงใต้สู่ประเทศที่แรงถูกกว่ากันเกินกว่าครึ่ง ซึ่งอุตสาหกรรมหลัก
ที่ย้ายฐานการผลิตไปเม็กซิโกก็คืออุตสาหกรรมรถยนต์
เมื่อสินค้าที่เคยผลิตและซื้อหากันในประเทศกลายเป็นสินค้านำเข้า ดุลบัญชี
เดินสะพัดของสหรัฐฯ ก็ยิ่งขาดดุลหนักหน่วงขึ้น และแน่นอนว่า ตำแหน่งงาน
ต่างๆ ก็ลดลง เมืองดีทรอยต์ (Detroit) อดีตมหานครแห่งยานยนต์ใน
ศตวรรษที่ 20 จึงกลายสภาพเป็นเมืองร้าง รัฐบาลท้องถิ่นถึงขั้นล้มละลาย
เมื่อปี 2013
7
ความเร่งรีบของ
การเจรจา USMCA
การบรรลุข้อตกลงกันในคืนวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายนนั้น ไม่ได้เกิดจากความ
บังเอิญหากแต่เป็นเพราะมีกรอบเวลาที่ทำให้คู่เจรจาหลักอย่างสหรัฐฯ และ
เม็กซิโกต้องเร่งรีบ
ตามกฎหมายของเม็กซิโกที่การเซ็นสัญญากับต่างประเทศจะต้องแจ้งให้
รัฐสภารู้ก่อนอย่างน้อย 60 วันก่อนการเซ็นสัญญา ซึ่งประธานาธิบดี
Enrique Peña Nieto ของเม็กซิโกจะลงจากตำแหน่งในวันที่ 30
พฤศจิกายน เพื่อให้ Andrés Manuel López Obrador ผู้แทนจากฝ่าย
ซ้ายที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมขึ้นดำรงตำแหน่งแทน
ทางสหรัฐฯ รู้ดีถึงกรอบเวลา และการเปลี่ยนตัวผู้นำอาจทำให้การเจรจาต้อง
กลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง วันที่ 30 กันยายนจึงเป็นเส้นตายที่ต้องรีบตกลง
กันให้ได้ เพื่อให้เซ็นสัญญาได้ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ทั้งสหรัฐฯ ก็มี
กฎหมายระบุให้รัฐบาลแจ้งไปยังรัฐสภาล่วงหน้าเป็นเวลา 90 วันเช่นกัน โดย
ทางประธานาธิบดีทรัมป์ได้แจ้งเรื่องการเซ็นสัญญากับเม็กซิโกไปแล้วในเดือน
สิงหาคม
ประธานาธิบดีทรัมป์จึงเรียก NAFTA ว่า “ข้อตกลงทางการค้าที่เลวร้ายที่สุด
ที่เคยมีมา” (Worst Trade Deal Ever) และจัดอยู่ในหมวดหมู่ของข้อ
ตกลงที่เสียเปรียบซึ่งต้องแก้ไข โดยเป้าหมายหลักของการเจรจาแก้ไข
NAFTA คงหนีไม่พ้นการดึงโรงงานประกอบรถยนต์กลับมาจากเม็กซิโก โดย
การเจรจาที่ทำท่าจะยืดเยื้อในช่วงแรกก็จบลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความ
ประหลาดใจของใครหลายคน ในวันที่ 30 กันยายน โดยข้อตกลงใหม่นี้มีชื่อ
ว่าข้อตกลงสหรัฐอเมริกา เม็กซิโกและแคนาดา (United States-Mexico-
Canada Agreement) หรือ USMCA
8
การบรรลุข้อตกลงกันในคืนวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายนนั้น ไม่ได้เกิดจากความ
การเจรจาครั้งนี้เริ่มต้นในลักษณะทวิภาคีก่อนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก
เพราะเป้าหมายหลักของการแก้ไขข้อตกลงครั้งนี้ของทรัมป์นั้นอยู่ทางใต้ เมื่อ
รัฐบาลเม็กซิโกเริ่มโอนอ่อนผ่อนตามข้อเสนอของสหรัฐฯ แล้ว เพื่อนบ้านทาง
เหนืออย่างแคนาดาจึงจำเป็นต้องกระโดดเข้าร่วมในข้อตกลงนี้ทันที เพราะ
หากทั้งสองสามารถตกลงกันได้และยกเลิก NAFTA ไป ก็จะทำให้แคนาดา
เสียหายอย่างหนัก เพราะการค้าระหว่างประเทศของแคนาดาทั้งส่งออกและ
นำเข้ากับสหรัฐฯ มีมูลค่าเกินกว่าร้อยละ 60
เมื่อ USM ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว C จึงตามติดมาเป็นลำดับสุดท้าย ข้อ
ตกลงใหม่นี้ลบคำว่า “การค้าเสรี” ออกไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งนอกจากจะแสดง
ท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของสหรัฐฯ ต่อลัทธิการค้าเสรีแล้ว ยังเป็นการประกาศ
ชัยชนะเล็กๆ ของสหรัฐฯ ที่ได้มีชื่ออยู่ในลำดับแรก ตามแนวนโยบาย
“American First” อีกด้วย
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางคนมองว่า การที่ทรัมป์พยายามผลักดันเรื่องนี้ให้
เสร็จโดยเร็ว ก็เพื่อหวังผลทางการเมืองในประเทศจากการเลือกตั้งกลางเทอม
ที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ อีกทั้งกฎหมายสหรัฐฯ ที่ระบุให้ภายใน
60 วันหลังการเซ็นสัญญา รัฐบาลจะต้องรายงานต่อรัฐสภาว่ามีการเปลี่ยน
อะไรในกฎหมายของสหรัฐฯ บ้าง ซึ่งการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึง ก็มี
โอกาสที่คะแนนเสียงข้างมากในสภาล่างจะเปลี่ยนไปอยู่ทางฝั่ งพรรคเดโม
แครต
9
มีอะไรใหม่ใน USMCA
ต่างจาก NAFTA เเค่ไหน
ประเด็นหลักที่เป็นที่สนใจกันมากที่สุดและน่าจะมีผลกระทบมากที่สุดคงหนีไม่
พ้นเรื่องรถยนต์ โดย USMCA กำหนดให้การส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศ
สมาชิก (ซึ่งก็หมายถึงการส่งจากเม็กซิโกไปสหรัฐฯ) รถยนต์จะต้องประกอบ
จากชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นภายในชาติสมาชิกอย่างน้อยร้อยละ 75 (NAFTA
กำหนดร้อยละ 62.5) และร้อยละ 40-45 ของรถยนต์จะต้องผลิตปละ
ประกอบโดยแรงงานที่ได้รับค่าจ้างมากกว่า 16 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อชั่วโมง
โดยจะมีผลบังคับใช้ในปี 2023 ซึ่งค่าจ้างของแรงงานเม็กซิโกใน
อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ที่ประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ในขณะที่
สหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ที่ประมาณ 20 ดอลลาร์
ข้อบังคับดังกล่าวจึงส่งผลโดยตรงต่อเม็กซิโก ซึ่งทรัมป์ก็หวังว่านี่จะเป็นหมัด
เด็ดในการดึงโรงงานรถยนต์กลับมา ทั้งนี้ หากรถยนต์ที่ไม่เป็นไปตามข้อ
กำหนดดังกล่าวต้องการส่งออกมายังสหรัฐฯ จะต้องจ่ายค่าภาษีนำเข้าร้อยละ
2.5 ของมูลค่าสินค้า
10
ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง อาทิ การให้แคนาดาเปิดการนำเข้า
สินค้าจากผลิตภัณฑ์นมให้กับผู้ผลิตจากสหรัฐฯ มากขึ้นเป็นร้อยละ 3.6 เพื่อ
แลกกับการที่สหรัฐฯ จะนำเข้าน้ำตาลและถั่วจากแคนาดา การแก้ไขเรื่องสิทธิ
ในทรัพย์สินทางปัญญาที่จะมีระยะเวลายาวนานขึ้น โดยเฉพาะในสินค้า
เวชภัณฑ์ เช่น ยาที่ขยายเป็น 10 ปี ซึ่งสองข้อนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด
คือเกษตรกร และบริษัทยาของสหรัฐฯ
อีกประเด็นที่มีเสียงวิจารณ์กันค่อนข้างมากคือการยกเลิกกลไกการแก้ปัญหา
ข้อขัดแย้งระหว่างเอกชนกับรัฐบาล (Investor-State Dispute
Settlement) หรือ ISDS ซึ่งระบุให้บริษัทที่ได้รับความเดือดร้อนจาก
รัฐบาลของประเทศสมาชิกที่ละเมิด NAFTA สามารถร้องเรียนและเรียกค่า
เสียหายได้ โดยใน USCMA ได้ยกเลิกกลไกดังกล่าวระหว่างแคนาดากับ
สหรัฐฯ ไป แต่ยังคงมีกลไก ISDS ระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐฯ ทั้งนี้เพราะที่
ผ่านมา มีบริษัทแคนาดาจำนวนมากใช้กลไกนี้ในการร้องเรียนรัฐบาลสหรัฐฯ
และมักเป็นฝ่ายชนะ
นอกจากนี้ USMCA ยังเปิดช่องให้ชาติสมาชิกร่วมกันพิจารณาปรับปรุงข้อ
ตกลงกันทุก 6 ปี ทั้งนี้เนื่องจาก NAFTA ที่มีอายุร่วมสองทศวรรษโดนมอง
ว่าล้าสมัย และไม่มีกลไกที่สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยง่าย นอกจากนี้
USMCA จะหมดอายุลงหลังจากมีผลบังคับใช้ไปแล้ว 16 ปี โดยที่ประเทศ
สมาชิกสามารถประชุมร่วมกันได้ว่าต้องการจะต่ออายุไปอีก 16 ปีหรือไม่
อีกประเด็นที่มีคนตั้งข้อสังเกตคือ ประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ใน USMCA เหมือน
กับในร่างข้อตกลง TPP ที่ทรัมป์สั่งล้มไปเมื่อแรกเข้ามารับตำแหน่ง จึงคาด
การณ์กันว่า ข้อเสนอหลักๆ โดยเฉพาะด้านรถยนต์น่าจะมาจากทีมเศรษฐกิจ
ของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ อาจจะเป็นทางเทคโนแค
รตในภาคราชการชงเรื่องขึ้นมา เพราะเตรียมผลักดันอยู่แล้วตั้งแต่ TPP เมื่อ
ข้อตกลงบรรลุในวันที่ 30 กันยายน เอกสารข้อตกลง USMCA หลายร้อย
หน้าจึงเผยแพร่สู่สาธารณะได้ในทันที
11
ข้อสังเกต
USMCA
การเจรจาครั้งนี้ ข้อเสนอต่างๆ มาจากฝั่ งสหรัฐฯ เป็นหลัก ดังนั้น ภาพรวม
จึงไม่น่าจะเป็นผลดีต่อทั้งเม็กซิโกและแคนาดา ในทางการเมืองแน่นอนว่า
ประธานาธิบดีทรัมป์ก็เรียกเสียงสนับสนุนจากกองเชียร์ฝั่ งตนได้ แต่ในแง่
เศรษฐกิจเองก็ยังไม่มีใครมั่นใจว่า USMCA จะดีต่อสหรัฐฯ มากกว่า
NAFTA เดิม
ศาสตราจารย์แอน ครูเกอร์ (Anne Krueger) นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการค้าระหว่างประเทศให้ความเห็นไว้ว่า เป็นไปได้ยากมากที่โรงงานใน
เม็กซิโกจะปรับเพิ่มค่าจ้างได้ตามข้อตกลง บริษัทรถยนต์น่าจะเลือกที่จะจ่าย
ค่าปรับมากกว่า แล้วไปปรับเพิ่มราคาขายในภายหลัง
ในขณะเดียวกัน หากการย้ายฐานการผลิตกลับมาอยู่ในสหรัฐฯ โดยยอมรับ
ต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ก็หมายถึงราคารถยนต์ที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะนำไปสู่ยอด
ขายรถยนต์ที่ลดลง และผลที่ตามมาคือ จำนวนงานก็ไม่ได้เพิ่มมากอย่างที่
คาดหวัง ซ้ำภาพรวมเศรษฐกิจอาจจะแย่ลง และเป็นไปได้ว่าการนำเข้า
รถยนต์จากเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ จะเพิ่มขึ้นแทน
นอกจากนี้ การเปิดช่องให้ USMCA มีการทบทวนใหม่ในระยะสั้นจะสร้าง
ความไม่แน่นอนในกฎและกติกาจนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับการลงทุน
ระยะยาว จนทำให้การลงทุนลดลง ภาพรวมศาสตราจารย์ครูเกอร์คิดว่า
USMCA ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้ง 3 ประเทศ และจะไม่ทำให้สหรัฐฯ ขาด
ดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงตามเป้าหมายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งเอาไว้
นอกจากนี้สหรัฐฯ จะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
ไปด้วย
12
การเจรจาครั้งนี้ ข้อเสนอต่างๆ มาจากฝั่ งสหรัฐฯ เป็นหลัก ดังนั้น ภาพรวม
จึงไม่น่าจะเป็นผลดีต่อทั้งเม็กซิโกและแคนาดา ในทางการเมืองแน่นอนว่า
ประธานาธิบดีทรัมป์ก็เรียกเสียงสนับสนุนจากกองเชียร์ฝั่ งตนได้ แต่ในแง่
เศรษฐกิจเองก็ยังไม่มีใครมั่นใจว่า USMCA จะดีต่อสหรัฐฯ มากกว่า
NAFTA เดิม
ศาสตราจารย์แอน ครูเกอร์ (Anne Krueger) นักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการค้าระหว่างประเทศให้ความเห็นไว้ว่า เป็นไปได้ยากมากที่โรงงานใน
เม็กซิโกจะปรับเพิ่มค่าจ้างได้ตามข้อตกลง บริษัทรถยนต์น่าจะเลือกที่จะจ่าย
ค่าปรับมากกว่า แล้วไปปรับเพิ่มราคาขายในภายหลัง
ในขณะเดียวกัน หากการย้ายฐานการผลิตกลับมาอยู่ในสหรัฐฯ โดยยอมรับ
ต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น ก็หมายถึงราคารถยนต์ที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะนำไปสู่ยอด
ขายรถยนต์ที่ลดลง และผลที่ตามมาคือ จำนวนงานก็ไม่ได้เพิ่มมากอย่างที่
คาดหวัง ซ้ำภาพรวมเศรษฐกิจอาจจะแย่ลง และเป็นไปได้ว่าการนำเข้า
รถยนต์จากเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ จะเพิ่มขึ้นแทน
นอกจากนี้ การเปิดช่องให้ USMCA มีการทบทวนใหม่ในระยะสั้นจะสร้าง
ความไม่แน่นอนในกฎและกติกาจนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับการลงทุน
ระยะยาว จนทำให้การลงทุนลดลง ภาพรวมศาสตราจารย์ครูเกอร์คิดว่า
USMCA ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้ง 3 ประเทศ และจะไม่ทำให้สหรัฐฯ ขาด
ดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงตามเป้าหมายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งเอาไว้
นอกจากนี้สหรัฐฯ จะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
ไปด้วย
13
สำหรับเม็กซิโก ข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือ USMCA เพิ่มเรื่องมาตรฐาน
แรงงานและการคุ้มครองแรงงานให้เป็นไปตามหลักขององค์กรแรงงาน
ระหว่างประเทศ (United Nation International Labour
Organization) ซึ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับสหรัฐฯ กับแคนาดาที่เป็นไปตาม
มาตรฐานอยู่แล้ว แต่เป็นการบังคับให้เม็กซิโกต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของ
แรงงานของตนขึ้นมา ทั้งนี้ค่าแรงเฉลี่ยที่แท้จริงของแรงงานไร้ฝีมือ (Real
Wage of Unskilled Labour) ของเม็กซิโกแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงมา
ตลอด 20 ปีของ NAFTA บางเสียงจึงมองว่า USMCA อาจจะเป็นลดการ
ขูดรีดแรงงานเม็กซิโกจากบริษัทข้ามชาติจากสหรัฐฯ ได้
แม้ว่าสมรภูมินี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์จะเสมือนเป็นผู้มีชัย แต่สมรภูมิ
ใหญ่ที่คนทั้งโลกเฝ้าจับตามองยังคงเป็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ
จีนที่น่าจะชี้วัดผลของสงครามการค้าครั้งนี้ และแน่นอนว่า ผลกระทบต่อ
เศรษฐกิจโลก รวมถึงไทย คงมากกว่านี้หลายเท่า
14
NAFTA VS USMCA
ประเทศที่ได้รับผลประโยชน์อย่างชัดเจน
จากข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือ
NAFTA คือ เม็กซิโก เพราะสามารถเข้า
ถึงตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯ
ได้ง่ายดายขึ้น
แต่ NAFTA ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เลือกปิด
โรงงานแล้วย้ายฐานการผลิตไปเม็กซิโก ผลคือ เมืองดีทรอยต์ อดีต
มหานครแห่งยานยนต์ กลายสภาพเป็นเมืองร้าง รัฐบาลท้องถิ่นถึงขั้น
ล้มละลาย
ประธานาธิบดีทรัมป์จึงเรียก NAFTA ว่า “ข้อตกลงทางการค้าที่เลวร้าย
ที่สุดที่เคยมีมา” และจัดอยู่ในหมวดหมู่ของข้อตกลงที่เสียเปรียบ ซึ่งต้อง
แก้ไข ออกมาเป็น "ข้อตกลงสหรัฐอเมริกา เม็กซิโกและแคนาดา"
(United States-Mexico-Canada Agreement) หรือ USMCA
USMCA กำหนดให้การส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศสมาชิก (ซึ่งก็หมาย
ถึงการส่งจากเม็กซิโกไปสหรัฐฯ) รถยนต์จะต้องประกอบจากชิ้นส่วนที่
ผลิตขึ้นภายในชาติสมาชิกอย่างน้อยร้อยละ 75 (NAFTA กำหนดร้อย
ละ 62.5) และร้อยละ 40-45 ของรถยนต์จะต้องผลิตปละประกอบโดย
แรงงานที่ได้รับค่าจ้างมากกว่า 16 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อชั่วโมง
ข้อเสนอต่างๆ ใน USMCA มาจากฝั่ งสหรัฐฯ เป็นหลัก ดงั นั้น ภาพรวม
จึงไม่น่าจะเป็นผลดีต่อทั้งเม็กซิโกและแคนาดา
ในแง่เศรษฐกิจ ยังไม่มีใครมั่นใจว่า USMCA จะดีต่อสหรัฐฯ บ้างมองว่า
มันจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้ง 3 ประเทศ
15
บรรณานุกรม
https://themomentum.co/from-nafta-
to-usmca
https://www.finnomena.com/taspong
/usmca
https://www.trade.gov/usmca-vsnafta
คณะผู้จัดทำ
1. นาย นิติพัฒน์ ทิพย์ชัย เลขที่ 12 ม.5/4
2. นางสาวพิทยาภรณ์ เนื่องจำนงค์ เลขที่27 ม.5/4
3. นางสาว กวินสิน ส่งสังข์ เลขที่32 ม.5/4
4. นางสาว จุฬารัตร์ ก้านทอง เลขที่ 34 ม.5/4
5. นางสาว พัชราภา กุลบุตร เลขที่40 ม.5/4
6. นางสาว มณีวรรณ ทาสี เลขที่ 41 ม.5/4
7. นางสาวมนัสนันท์ ปราศจากศัตรู เลขที่42 ม.5/4
Spacial thanks!!!