The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง การทำขนมทองม้วน
วันที่16-20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตำบลบ้านโพธิ์ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mueang, 2022-01-25 03:48:39

รายงานผลการดำเนินงานโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง การทำขนมทองม้วน

โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง การทำขนมทองม้วน
วันที่16-20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตำบลบ้านโพธิ์ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

-1-

รายงานผลการดาเนินงาน

โครงการศูนยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชนอาชพี ระยะส้นั (กลมุ่ สนใจไมเ่ กนิ ๓๐ ชัว่ โมง)
หลักสูตรการศึกษาตอ่ เนอื่ งรปู แบบกลมุ่ สนใจ การทำขนมทองมว้ น
ระหว่างวนั ท่ี ๑๖ – 2๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

ณ ศูนย์ฝกึ อาชีพชุมชนตำบลบา้ นโพธ์ิ วดั ลองตอง ตำบลบา้ นโพธิ์ อำเภอเมอื งนครราชสมี า

จดั ทำโดย
นางอนงค์ ทองพีระ หัวหน้า กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ

ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอเมอื งนครราชสีมา

สำนักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครราชสมี า

สำนกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
สำนกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ

กระทรวงศึกษาธกิ าร ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒

-2-

กติ ตกิ รรมประกาศ

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนครราชสีมา
ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพระยะสั้น (กลุ่มสนใจไม่เกิน
30 ช.ม.) วิชาการทำขนมทองม้วน ซึ่งเป็นหลักสูตรท่ีสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย ได้พัฒนาขึ้นให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของ
ประชาชน เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้กับประชาชน สร้างความเข้มแข่งให้กับประชาชนพึ่งตนเอง
อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ดังน้ัน เพื่อให้ประชาชน มีอาชีพสร้างความเข้มแข่งให้กับประชาชน
พึ่งตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิตนั้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ
เมืองนครราชสีมา โดย กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนกับ
กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ หลักสูตรวิชาการทำขนมทองม้วน ขึ้น

คณะทำงานหวังเป็นอย่างย่ิงว่าสรุปรายงานผลการประเมินความโครงการเล่มน้ีจะเป็น
ประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้จัดทำ
กศน.ตำบลบ้านโพธิ์

สารบญั -3-

เร่ือง หนา้

บทที่ 1 บทนำ 1
ความเปน็ มาและความสำคญั ของโครงการ 2
วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ 2
ขอบเขตของโครงการ 2
3
บทท่ี 2 เอกสารทีเ่ ก่ยี วข้อง 3
เอกสารแนวคิด ทฤษฏีท่ีเกยี่ วข้องกับโครงการ 15
16
บทที่ 3 วธิ ีดำเนนิ การ 22
กิจกรรมและกระบวนการเรยี นรู้ 22
25
บทท่ี 4 ผลการประเมนิ โครงการ 26
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชป้ ระเมินโครงการ 27
สถติ ทิ ี่ใช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มลู 27
27
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 28
ผลสรปุ
อภปิ รายผล 29
ข้อเสนอแนะ
บรรณานกุ รม

ภาคผนวก
- โครงการ
- หนังสือราชการตา่ งๆ

-4-

บทที่ 1

บทนำ

1. หลกั การและเหตผุ ล
ด้วยสำนักงาน กศน.มีนโยบายและจุดเน้นสำนักงาน กศน. ปีงบประมาณ 2563

ยุทธศาสตร์ท่ี 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ข้อที่ 2.1 เร่วปรับหลักสูตร
การจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนเป็นอาชีพที่รองรับ
อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First-S-curve และ New S-curve) โดยบูรณาการความ
ร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskil) รวมถึงมุ่งเน้นสร้าง
โอกาส ในการสร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั้ง
ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพ้ืนท่ีที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขตพัฒนาพิเศษ
ตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับท่ีปกติให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตาม
บริบทของพื้นที่

ดังนั้น ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอเมอื งนครราชสีมา โดย กศน.
ตำบลบ้านโพธ์ิ จึงได้จัดทำโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพระยะส้ัน (กลุ่มสนใจไม่เกิน
30 ช.ม.) ให้แก่ประชาชนผู้ที่สนใจในพื้นท่ีตำบลบ้านโพธ์ิได้เรียนรู้และฝึกอาชีพการทำกระเป๋าจาก
ผ้า,อาชีพการทำขนมทองม้วน เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนโดยยึดชุมชนเป็นฐาน และ
บูรณาการกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิถีของประชาชน ให้ฝึกทักษะจนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติ
จริง และสามารถประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต และพร้อมท่ีจะนำไปประกอบอาชีพเพ่ือสร้าง
รายได้อย่างยั่งยืน
2. วัตถุประสงค์

2.1 เพอ่ื ใหป้ ระชาชนไดเ้ รียนร้แู ละเขา้ ใจเก่ียวกับการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชพี ได้เห็นช่องทางการ
ประกอบอาชพี และสามารถพ่งึ พาตนเองได้

2.2 เพื่อใหป้ ระชาชนดำรงอยู่ในสังคมอย่างมคี วามสขุ และสอดคลอ้ งตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงและเป็นตัวอย่างทดี่ ไี ด้

3. เป้าหมาย

3.1 เชิงปรมิ าณ

3.1.1 ประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่บรกิ าร กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา 16 คน

จำนวน 2 กล่มุ โดยแบง่ เป็น 1) กลุม่ การทำกระเป๋าจากผ้า จำนวน 1 กลุ่ม จำนวน 8 คน

2) กลุม่ การขนมทองม้วน จำนวน 1 กลุ่ม จำนวน 8 คน

3.2 เชงิ คุณภาพ

3.2.2 ประชาชนในเขตพื้นท่บี ริการ ตำบลบา้ นโพธ์ิ อำเภอเมืองนคราชสมี า ทไ่ี ดร้ บั การ

เรยี นร้อู าชพี สามารถนำความรู้มาประกอบอาชีพเพือ่ เสริมสร้างรายได้ให้กบั ครอบครัวเปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ไี ด้

-5-

4. วธิ ดี ำเนนิ การ
4.1 ประชมุ วางแผนการดำเนินงานรว่ มกนั ระหว่างผู้บรหิ ารสถานศึกษา ครู ครูอาสาสมัคร

ครู กศน.ตำบล และตวั แทนประชาชนและเสนอขออนมุ ตั โิ ครงการ
4.2 ประสานงานด้านวัสดวุ ิทยากร และพน้ื ท่ีดำเนินการ
4.3 จัดกิจกรรมตามโครงการ
4.4 ติดตามและประเมินผลกจิ กรรมฯ
4.5 สรุปผลและรายผลการจัดกิจกรรมเปน็ รปู เล่ม และนำเสนอผู้บริหารต่อไป

5. ระยะเวลาดำเนนิ การ

ในระหวา่ งวนั ท่ี 16– 20 กุมภาพนั ธ์ 2563
6. สถานทด่ี ำเนินการ

กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสมี า
7. วธิ ปี ระเมินผล

7.1 สงั เกต
7.2 แบบประเมินความพงึ พอใจของผู้เข้าร่วมกจิ กรรม
8. ประโยชนท์ จ่ี ะไดร้ ับ
ประชาชนท่ีเขา้ รับการฝึกอาชีพ มคี วามรู้ ความเข้าใจด้านอาชพี ไดเ้ ห็นช่องทางการประกอบ
อาชพี สามารถนำความรูม้ าประกอบอาชีพเพือ่ เสริมสร้างรายไดใ้ ห้กบั ครอบครัวและเปน็ ตัวอย่างท่ีดไี ด้

9. ผู้รับผดิ ชอบโครงการ
9.1 ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอเมืองนครราชสมี า
9.2 กศน.ตำบลบา้ นโพธ์ิ

10. ดชั นวี ดั ผลสำเร็จของโครงการ
10.1 ตัวช้ีวดั ผลผลิต
- ร้อยละ 85 ของประชาขนสามารถเรียนรู้ เหน็ ชอ่ งทางในการประกอบประกอบอาชีพ

เกดิ การพฒั นาด้านทกั ษะอาชพี พฒั นาอาชพี และสามารถสร้างอาชพี ให้กับตนเองได้
10.2 ตวั ชว้ี ดั ผลลพั ธ์
- ประชาชนท่เี ข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 5 สามารถนำความรู้ท่ีได้ไปพฒั นาตนเอง

และเป็นตัวอยา่ งท่ีดีในตำบลได้

-6-

บทท่ี 2
เอกสารท่ีเกยี่ วข้อง

ขนมไทย

ประวัติ
ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเทา่ นนั้ เปน็ ต้นว่างานทำบุญ งานแตง่

เทศกาลสำคัญ หรือตอ้ นรบั แขกสำคญั เพราะขนมบางชนดิ จำเป็นตอ้ งใช้กำลงั คนอาศัยเวลาในการทำ
พอสมควร ส่วนใหญเ่ ปน็ ขนบประเพณี เป็นตน้ วา่ ขนมงาน เน่อื งในงานแต่งงาน ขนมพนื้ บา้ น เช่น ขนมครก
ขนมถ้วย ทองหยอด, ทองหยบิ , ฝอยทอง ซึง่ เปน็ ขนมทีม่ ที มี่ าจากโปรตเุ กส โดย ท้าวทองกบี มา้ ขนมไทย มี
เอกลักษณ์ดา้ นวฒั นธรรมประจำชาติไทยคอื มีความละเอียดออ่ นประณีตในการเลอื กสรรวตั ถุดิบ วิธีการทำ ที่
พถิ ีพถิ ัน รสชาตอิ รอ่ ยหอมหวาน สีสันสวยงาม รปู ลกั ษณช์ วนรบั ประทาน ตลอดจนกรรมวิธที ่ีประณตี บรรจง
ฯลฯ สว่ นขนมในรัว้ ในวังจะมีหน้าตาสวยงาม ประณตี วิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม

ขนมไทยด้ังเดิม มีส่วนผสมคอื แปง้ นำ้ ตาล กะทิ เท่านน้ั ส่วนขนมทใ่ี ชไ้ ข่เปน็ ส่วนประกอบ
เช่น ทองหยบิ ทองหยอด เม็ดขนนุ นน้ั มารี กมี าร์ เดอ ปนี า (ท้าวทองกบี มา้ ) หญงิ สาวชาวโปรตุเกส เป็นผู้นำ
สูตรมาจากโปรตุเกส ขนมไทยทน่ี ยิ มทำกนั ทุกๆ ภาคของประเทศไทย ในพธิ ีการต่างๆ ก็คอื ขนมจากไข่ และ
เช่ือกนั วา่ ช่อื และลกั ษณะของขนมนัน้ ๆ เชน่ รับประทานฝอยทอง เพือ่ หวังใหอ้ ยู่ด้วยกนั ยดื ยาว มีอายุยืน
รับประทาน ขนมชน้ั กใ็ ห้ได้เลือ่ นขนั้ เงินเดือน รบั ประทาน ขนมถ้วยฟูกข็ อใหเ้ จรญิ รับประทานขนมทองเอก
ก็ขอใหไ้ ดเ้ ป็นเอก เปน็ ตน้ ในสมัยรัชกาลที่ 1 มกี ารพิมพ์ตำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทยดว้ ย
จงึ นบั ไดว้ า่ วัฒนธรรมขนมไทยมีการบนั ทกึ เป็นลายลักษณอ์ ักษรคร้ังแรก ตำราอาหารไทยเลม่ แรกคือแมค่ รัวหัว
ป่าก์ต่อมาเมือ่ การค้าเจริญข้นึ ในตลาดมขี นมนานาชนิดมาขาย และนบั วา่ เป็นยุคที่ขนมไทยเป็นทน่ี ยิ ม

การแบง่ ประเภทของขนมไทย

แบง่ ตามวธิ ีการทำให้สุกได้ดังน้ี
ขนมทท่ี ำให้สุกด้วยการกวน สว่ นมากใชก้ ระทะทอง กวนต้งั แตเ่ ป็นน้ำเหลวใสจนงวด แลว้ เทใสพ่ ิมพ์

หรือถาดเมื่อเยน็ จึงตดั เปน็ ช้ิน เช่น ตะโก้ ขนมลืมกลืน ขนมเปยี กปูน ขนมศลิ าอ่อน และผลไมก้ วนตา่ ง ๆ
รวมถึงข้าวเหนียวแดง ขา้ วเหนียวแก้ว และกะละแม

ขนมท่ที ำให้สกุ ด้วยการนึ่ง ใชล้ งั ถึง บางชนดิ เทส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลแล้วน่งึ บางชนิดใส่ถาดหรือพมิ พ์
บางชนดิ ห่อด้วยใบตองหรอื ใบมะพร้าว เชน่ ช่อม่วง ขนมชนั้ ขา้ วตม้ ผดั สาลอ่ี ่อน สงั ขยา ขนมกล้วย ขนมตาล
ขนมใส่ไส้ ขนมเทยี น ขนมน้ำดอกไม้ ขา้ วเกรียบปากหมอ้

ขนมทท่ี ำให้สกุ ด้วยการเชื่อม เป็นการใสส่ ว่ นผสมลงในนำ้ เชื่อมทก่ี ำลังเดือดจนสกุ ไดแ้ ก่ ทองหยอด
ทองหยบิ ฝอยทอง เม็ดขนุน กลว้ ยเช่อื ม จาวตาลเช่อื ม

ขนมทีท่ ำให้สกุ ด้วยการทอด เปน็ การใส่ส่วนผสมลงในกระทะทม่ี ีน้ำมันร้อนๆ จนสกุ เช่น กลว้ ยทอด
ขา้ วเม่าทอด ขนมกง ขนมค้างคาว ขนมฝกั บัว ขนมนางเล็ด

-7-

ขนมทที่ ำให้สุกด้วยการน่งึ หรืออบ ไดแ้ ก่ ขนมหม้อแกง ขนมหน้านวล ขนมกลบี ลำดวน ขนมทองม้วน
สาลี่แขง็ นอกจากนี้ อาจรวม ขนมครก ขนมเบ้อื ง ขนมดอกลำเจียกท่ีใช้ความร้อนบนเตาไว้ในกลมุ่ น้ีดว้ ย

ขนมที่ทำให้สุกด้วยการต้ม ขนมประเภทนีจ้ ะใช้หม้อหรือกระทะตม้ น้ำใหเ้ ดอื ด ใสข่ นมลงไปจนสุกแล้ว
ตักข้นึ นำมาคลุกหรอื โรยมะพร้าว ไดแ้ ก่ ขนมถั่วแปบ ขนมตม้ ขนมเหนียว ขนมเรไร นอกจากนีย้ งั รวมขนม
ประเภทนำ้ ทน่ี ยิ มนำมาตม้ กบั กะทิ หรอื ใสแ่ ปง้ ผสมเป็นขนมเปยี ก และขนมทก่ี นิ กับน้ำเชือ่ มและนำ้ กะทิ เชน่
กล้วยบวชชี มันแกงบวด สาคูเปยี ก ลอดชอ่ ง ซา่ หริ่ม
วตั ถุดบิ ในการปรุงขนมไทย

สาคูไสห้ มู และขา้ วเกรียบปากหมอ้ ขนมไทยส่วนใหญ่ทำมาจากข้าวและจะใช้สว่ นประกอบอื่นๆ เช่น สี
ภาชนะ กลน่ิ หอมจากธรรมชาติ ขา้ วที่ใช้ในขนมไทยมีท้ังใช้ในรปู ข้าวทงั้ เมด็ และข้าวท่ีอย่ใู นรปู แปง้
นอกจากนนั้ ยงั มวี ตั ถุดิบอ่นื ๆ เชน่ มะพร้าว ไข่ นำ้ ตาล ซึง่ จะกล่าวถึงรายละเอยี ดดงั ต่อไปนี้

ข้าวและแป้ง
การนำขา้ วมาทำขนมของคนไทยเริม่ ตงั้ แต่ข้าวไม่แก่จัด ข้าวอ่อนท่เี ปน็ น้ำนม นำมาทำขา้ วยาคู พอแก่

ขน้ึ อีกแตเ่ ปลอื กยังเปน็ สเี ขียวนำมาทำข้าวเมา่ ข้าวเม่าทไี่ ดน้ ำไปทำขนมได้อีกหลายชนดิ เชน่ ข้าวเม่าคลุก
ขา้ วเมา่ บด ข้าวเม่าหมี่ กระยาสารท ขา้ วเจ้าทเ่ี หลือจากการรับประทาน และท่นี ำไปทำเป็นแปง้ เชน่ แป้งข้าว
เจ้า แป้งข้าวเหนียว นอกจากนัน้ ยังใชแ้ ป้งมันสำปะหลังดว้ ย ส่วนแปง้ สาลีมีใชน้ ้อย มักใช้ในขนมทไี่ ด้รบั อทิ ธิพล
จากต่างชาติ
มะพร้าวและกะทิ

มะพร้าวนำมาใชเ้ ป็นส่วนประกอบของขนมไทยไดต้ ง้ั แต่มะพร้าวออ่ นจนถึงมะพรา้ วแก่ดงั น้ี มะพร้าว
ออ่ น ใช้เนอ้ื ผสมในขนม เชน่ เปียกสาคู วนุ้ มะพร้าว สงั ขยามะพร้าวออ่ น
มะพรา้ วทึนทกึ ใชข้ ูดฝอยทำเป็นไส้กระฉกี ใชค้ ลุกกบั ขา้ วตม้ มัดเป็นข้าวตม้ หัวหงอก และใช้เปน็ มะพร้าวขดู
โรยหนา้ ขนมหลายชนิด เชน่ ขนมเปยี กปนู ขนมขี้หนู ซึง่ ถอื เป็นเอกลักษณอ์ ย่างหนึง่ ของขนมไทย
มะพร้าวแก่ นำมาค้ันเป็นกะทกิ อ่ นใสใ่ นขนม นำไปทำขนมไดห้ ลายแบบ เชน่ ต้มผสมกับส่วนผสม เช่นกลว้ ย
บวชชี แกงบวดต่างๆ หรอื ตกั หัวกะทริ าดบนขนม เชน่ สาคเู ปยี ก ซา่ หร่มิ บัวลอย

นำ้ ตาล
แตเ่ ดิมนน้ั นำ้ ตาลทน่ี ำมาใช้ทำขนมคอื นำ้ ตาลจากตาลหรือมะพรา้ ว ในบางทอ้ งที่ใช้นำ้ ตาลอ้อย

น้ำตาลทรายถูกนำมาใช้ภายหลงั

ไข่
เรมิ่ เป็นสว่ นผสมของขนมไทยตัง้ แต่สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราชซ่ึงไดร้ บั อิทธิพลจากขนมของ

โปรตเุ กส ไข่ที่ใชท้ ำขนมนจ้ี ะตใี หข้ นึ้ ฟู กอ่ นนำไปผสม ขนมบางชนดิ เช่น ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง ต้อง
แยกไขข่ าวและไข่แดงออกจากกัน แลว้ ใช้แต่ไข่แดงไปทำขนม
ถัว่ และงา

-8-

ถ่ัวและงาจัดเป็นส่วนผสมทสี่ ำคญั ในขนมไทย การใช้ถั่วเขยี วนึ่งละเอยี ดมาทำขนมพบได้ตง้ั แต่สมัย
อยุธยา เชน่ ขนมพมิ พ์ถว่ั ทำดว้ ยถวั่ เหลอื งหรอื ถ่วั เขียวกวนมาอดั ใส่พิมพ์[4] ถ่วั และงาทน่ี ยิ มใชใ้ นขนมไทยมดี ังนี้
[5]

ถวั่ เขียวเลาะเปลอื ก มชี ่อื เรยี กหลายชอ่ื เชน่ ถัว่ ทอง ถวั่ ซีก ถ่ัวเขียวที่ใชต้ อ้ งล้างและแช่น้ำค้างคนื ก่อน
เอาไปนง่ึ ถ่วั ดำ ใช้ใสใ่ นขนมไทยไม่กี่ชนดิ และใส่ทั้งเม็ด เชน่ ข้าวตม้ มัด ข้าวหลาม ถั่วดำตม้ น้ำตาล ขนมถั่วดำ
ถัว่ ลิสง ใชน้ อ้ ย ส่วนใหญ่ใชโ้ รยหน้าขนมผกั กาดกวน ใสใ่ นขนมจา่ มงกฎุ ใส่ในรปู ที่ค่วั สุกแล้ว
งาขาวและงาดำ ใสเ่ ปน็ สว่ นผสมสำคัญในขนมบางชนดิ เช่น ขนมเทยี นสลดั งา ขนมแดกงา

กล้วย
กลว้ ยมสี ว่ นเก่ยี วข้องกับขนมไทยหลายชนิด ไมว่ า่ จะเปน็ ขนมกลว้ ย กลว้ ยกวน กลว้ ยเช่ือม กล้วยแขก

ทอด หรอื ใช้กลว้ ยเปน็ ไส้ เช่น ข้าวตม้ มัด ขา้ วเหนียวปง้ิ ไสก้ ลว้ ย ข้าวเมา่ กล้วยทีใ่ ช้ส่วนใหญเ่ ป็นกล้วยน้ำว้า
กล้วยแตล่ ะชนิดเมือ่ นำมาทำขนมบางครั้งจะใหส้ ีต่างกัน เช่น กลว้ ยน้ำวา้ เมื่อนำไปเชอ่ื มให้สแี ดง กล้วยไขใ่ ห้สี
เหลือง เป็นต้น

สี
สีทไ่ี ดจ้ ากธรรมชาติและใช้ในขนมไทย มดี ังนี้

สีเขยี ว ได้จากใบเตยโขลกละเอยี ด คั้นเอาแต่น้ำ
สนี ำ้ เงินจากดอกอัญชนั เดด็ กลีบดอกอัญชนั แชใ่ นน้ำเดอื ด ถ้าบบี นำ้ มะนาวลงไปเลก็ นอ้ ยจะไดส้ ีม่วง
สีเหลืองจากขมิ้นหรอื หญา้ ฝรนั่ หรือก้านดอกกรรณิการ์
สแี ดงจากคร่งั
สีดำจากกาบมะพรา้ วเผาไฟ นำมาโขลกผสมนำ้ แล้วกรอง

กลิ่นหอม
กลิน่ หอมท่ีใช้ในขนมไทยได้แก่

กลิ่นนำ้ ลอยดอกมะลิ ใช้ดอกมะลทิ ่ีเกบ็ ในตอนเช้า แช่ลงในน้ำตม้ สุกที่เยน็ แล้วใหก้ า้ นจุ่มอย่ใู นนำ้ ปิดฝาทงิ้ ไว้ 1
คนื รงุ่ ข้นึ จงึ กรอง นำนำไปใชท้ ำขนม
กล่ินดอกกระดงั งา นยิ มใช้อบขนมแหง้ โดยเดด็ กลีบกระดงั งามาลนเทยี นอบใหห้ อม ใส่ขวดโหลที่ใสข่ นมไว้ ปิด
ฝาให้สนิท
กล่ินเทียนอบ จดุ ไฟท่ปี ลายเทยี นอบทงั้ สองข้างให้ลกุ สักครู่หน่ึงแล้วดบั ไฟ วางลงในถ้วยตะไล ใส่ในขวดโหลท่ี
ใส่ขนม ปดิ ผาให้สนิท
กลน่ิ ใบเตย หัน่ ใบเตยที่ลา้ งสะอาดเปน็ ทอ่ นยาว ใสล่ งไปในขนม

ขนมไทยแต่ละภาค

ขนมไทยภาคเหนือ
ส่วนใหญ่จะทำจากข้าวเหนยี ว และสว่ นใหญจ่ ะใช้วธิ ีการต้ม เช่น ขนมเทยี น ขนมวง ข้าวตม้ หัวหงอก

มักทำกันในเทศกาลสำคญั เชน่ เข้าพรรษา สงกรานต์

-9-

ขนมที่นิยมทำในงานบญุ เกอื บทุกเทศกาลคือขนมเทยี นหรือขนมจ๊อก ขนมที่หาซื้อไดท้ ่วั ไปคอื ขนม
ปาดซึ่งคล้ายขนมศิลาออ่ น ข้าวอีตหู รือขา้ วเหนียวแดง ขา้ วแตนหรือข้าวแตน๋ ขนมเกลือ ขนมที่มรี บั ประทาน
เฉพาะฤดูหนาว ได้แก่ ขา้ วหนุกงา ซ่ึงเปน็ งาควั่ ตำกับข้าวเหนยี ว ถ้าใส่น้ำอ้อยด้วยเรียกงาตำอ้อย ข้าวแคบหรอื
ข้าวเกรียบวา่ ว ลกู ก่อ ถว่ั แปะยี ถั่วแระ ลกู ลานต้ม

ในจังหวดั แมฮ่ ่องสอน ขนมพืน้ บ้านได้แก่ ขนมอาละหวา่ ซ่งึ คลา้ ยขนมหมอ้ แกง ขนมเปงม้ง ซ่งึ คล้าย
ขนมอาละหวา่ แต่มกี ารหมักแปง้ ใหฟ้ ูกอ่ น ขนมส่วยทะมินทำจากข้าวเหนียวน่งึ น้ำตาลออ้ ยและกะทิ ในชว่ งท่มี ี
น้ำตาลอ้อยมากจะนยิ มทำขนมอกี 2 ชนดิ คือ งาโบ๋ ทำจากนำ้ ตาลออ้ ยเค่ียวให้เหนียวคล้ายตงั เมแล้วคลกุ งา
กบั แปโหย่ ทำจากน้ำตาลออ้ ยและถ่วั แปยี มีลักษณะคล้ายถั่วตัด

ขนมไทยภาคกลาง
สว่ นใหญ่ทำมาจากข้าวเจ้า เชน่ ขา้ วตงั นางเล็ด ข้าวเหนียวมูน และมขี นมทหี่ ลุดลอดมาจากรั้ววงั จน

แพรห่ ลายสู่สามญั ชนทวั่ ไป เชน่ ขนมกลีบลำดวน ลกู ชบุ หม้อข้าวหมอ้ แกง ฝอยทอง ทองหยบิ ขนมตาล ขนม
กล้วย ขนมเผือก เปน็ ตน้

ขนมไทยภาคอสี าน
เป็นขนมทที่ ำกนั ง่ายๆ ไม่พิถีพิถันมากเหมอื นขนมภาคอื่น ขนมพ้นื บา้ นอีสานได้แก่ ข้าวจ่ี บายมะขาม

หรือมะขามบา่ ยข้าว ข้าวโปง่ นอกจากนนั้ มกั เป็นขนมในงานบญุ พธิ ี ทเ่ี รียกว่า ขา้ วประดบั ดิน โดยชาวบา้ นนำ
ขา้ วทหี่ ่อใบตอง มัดดว้ ยตอกแบบขา้ วตม้ มดั กระยาสารท ขา้ วทิพย์ ข้าวยาคู ขนมพื้นบา้ นของจงั หวดั เลยมกั
เปน็ ขนมงา่ ยๆ เช่น ข้าวเหนียวนึ่งจม้ิ น้ำผง้ึ ข้าวบ่ายเกลือ คือข้าวเหนียวปน้ั เปน็ กอ้ นจิ้มเกลอื ใหพ้ อมีรสเคม็ ถ้า
มีมะขามจะเอามาใส่เปน็ ไส้เรยี กมะขามบ่ายข้าว น้ำอ้อยกะทิ ทำดว้ ยนำ้ อ้อยทีเ่ คี่ยวจนเหนียว ใส่ถั่วลิสงค่วั และ
มะพร้าวซอย ขา้ วพองทำมาจากข้าวตากคั่วใสม่ ะพรา้ วหน่ั เปน็ ชิ้นๆ และถวั่ ลสิ งคั่ว กวนกับน้ำอ้อยจนเหนียวเท
ใส่ถาด ในงานบุญต่างๆจะนยิ มทำขนมปาด (คล้ายขนมเปยี กปนู ของภาคกลาง) ลอดช่อง และขนมหมก (แปง้
ขา้ วเหนียวโม่ ป้ันเปน็ กอ้ นกลมใสไ่ ส้กระฉีก ห่อเป็นสามเหลย่ี มคลา้ ยขนมเทียน นำไปน่ึง)
ขนมไทยภาคใต้

ชาวใต้มีความเช่อื ในเทศกาลวนั สารท เดือนสบิ จะทำบุญดว้ ยขนมที่มเี ฉพาะในท้องถ่นิ ภาคใต้เทา่ น้ัน
เชน่ ขนมลา ขนมพอง ข้าวตม้ ห่อด้วยใบกะพอ้ ขนมบา้ หรือขนมลูกสะบ้า ขนมดีซำหรอื เมซำ ขนมเจาะหหู รอื
เจาะรู ขนมไขป่ ลา ขนมแดง เปน็ ต้น ตวั อยา่ งของขนมพืน้ บ้านภาคใต้ไดแ้ ก่
ขนมหน้าไข่ ทำจากแปง้ ขา้ วเจ้านวดกบั นำ้ ตาล นำไปน่ึง หน้าขนมทำด้วย กะทผิ สมไข่ น้ำตาล เกลอื ตะไคร้
และหัวหอม ราดบนตัวขนม แลว้ นำไปน่ึงอีกครงั้
ขนมฆมี นั ไม้ เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ทำจากมันสำปะหลังนำไปต้มให้สุก โรยด้วยแปง้ ข้าวหมาก เกบ็ ไว้ 1
คนื 1 วันจึงนำมารบั ประทาน ขนมจจู้ ุน ทำจากแปง้ ข้าวเจ้านวดกับน้ำเชือ่ ม แล้วเอาไปทอด มีลักษณะเหนยี ว
และอมน้ำมนั ขนมคอเปด็ ทำจากแปง้ ข้าวเจา้ ผสมกับแป้งขา้ วเหนียว นวดรวมกับไข่ไก่ รดี เป็นแผน่ ตัดเปน็
ชน้ิ ๆ เอาไปทอด สกุ แล้วเอาไปเคล้ากบั น้ำตาลโตนดท่ีเค่ียวจนเหนยี วขน้ ขนมคนที ทำจากใบคนที ผสมกบั
แปง้ และน้ำตาล น่ึงให้สกุ คลกุ กบั มะพรา้ วขดู จิ้มกับน้ำตาลทราย ขนมกอแหละ ทำจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับ
กะทิและเกลอื เทใส่ถาด โรยต้นหอม ตัดเปน็ ชิ้นๆ โรยหนา้ ด้วย มะพร้าวขูดคั่ว กุ้งแห้งป่น และนำ้ ตาลทราย

- 10 -

ขนมก้านบวั ทำจากข้าวเหนียวนงึ่ สกุ นำไปโขลกด้วยครกไมจ้ นเปน็ แปง้ รดี ให้แบน ตากแดดจนแหง้ ตดั เปน็ รูป
ส่ีเหลีย่ มผนื ผา้ ทอดให้สกุ ฉาบด้วยนำ้ เชือ่ ม ข้าวเหนียวเชงา เป็นข้าวเหนยี วน่งึ สุก ตำผสมกบั งาและ
น้ำตาลทราย ข้าวเหนียวเสอื เกลือก คล้ายขา้ วโพดคลุกของภาคกลางแตเ่ ปลี่ยนขา้ วโพดเป็นข้าวเหนยี วนง่ึ สกุ
และใสก่ ะทดิ ว้ ย
ข้ีหมาพองเช มลี ักษณะเปน็ กอ้ นๆ ทำจากข้าวเหนียวคัว่ สกุ จนเป็นสีนำ้ ตาล ตำให้ละเอียดเคล้ากับมะพร้าวขดู
นำ้ ตาลโตนดท่ีเคย่ี วจนขน้ เคล้ใหเ้ ขา้ กันดี แล้วปน้ั เปน็ กอ้ น
ขนมดาดา เป็นขนมของชาวไทยมสุ ลิม ใช้ในโอกาสเดยี วกับฆานม ประกอบด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนยี วผสมน้ำบด
ใหล้ ะเอยี ด นำไปละเลงในกระทะที่มนี ้ำมนั ร้อนๆ พบั ใหเ้ ปน็ แผน่ กินกบั นำ้ ตาลเหลว
ขนมกรบุ นิยมทำกนั ในจังหวดั สรุ าษฎร์ธานี ใชแ้ ป้งขา้ วเหนยี วนวดกับน้ำอนุ่ นำไปรีดให้แผบ่ างบนใบตอง
นำไปนง่ึ แล้วตากแดดให้แห้ง แล้วทอดให้กรอบคลุกกับน้ำตาลท่ีเคี่ยวเป็นยางมะตมู
ขนมก้องถง่ึ ทำจากถัว่ ลสิ งค่วั คลกุ กับนำ้ ตาลร้อนๆ แล้วใชไ้ ม้ทุบให้ละเอยี ดจนเป็นแผ่น ตัดเป็นชนิ้
ขนมดว้ ง ทำจากแป้งมันและแป้งข้าวจ้าว นวดดว้ ยนำ้ ดอกมะลิ ปั้นเป็นกอ้ นยาวขนาดประมาณส่ีเซนติเมตร
นำไปน่ึง เมื่อสกุ ใหน้ ำมาจดั จาน โดยโรยดว้ ยมะพร้าวขูดหรือน้ำตาลทราย
ขนมในพิธีกรรมและงานเทศกาล
ขนมไทยมีส่วนร่วมในวถิ ชี วี ิตไทยในทุกเทศกาลและโอกาสตา่ งๆ แสดงให้เหน็ ถงึ ความผูกพนั และเปน็ สว่ นสำคัญ
ของวฒั นธรรมไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ขนมท่ใี ชใ้ นงานเทศกาลและพิธีกรรมต่างๆของไทยตลอดทงั้ ปสี รุปไดด้ งั นี้

ขนมไทยในงานเทศกาล
งานตรษุ สงกรานต์ ที่พระประแดง และราชบุรี ใช้กะละแมเปน็ ขนมประงานตรุษ

สารทไทย เดือน 10 ทกุ ภาคยกเว้นภาคใต้ ใช้กระยาสารทเป็นขนมหลัก นอกจากนน้ั อาจมี ขา้ วยาคู ข้าว
มธปุ ายาส ขา้ วทิพย์ ส่วนทางภาคใต้ จะมี ขนมสารทเดอื นสิบ โดยใชข้ นมลา ขนมพอง ขนมทอ่ นใต้ ขนมบา้
ขนมเจาะหหู รอื ขนมดซี ำ ขนมตม้ (ขา้ วเหนียวใสก่ ะทหิ ่อใบกะพ้อต้ม ต่างจากขนมต้มของภาคกลาง) ยาสาด
(กระยาสารท) ยาหนม (กะละแม) โดยขนมแต่ละชนิดที่ใชม้ ีความหมายคอื ขนมพอง เปน็ แพพาขา้ มหว้ ง
มหรรณพ ขนมกงหรือขนมไข่ปลา เปน็ เคร่ืองประดับ ขนมดซี ำเป็นเงนิ เบีย้ สำหรับใช้สอย ขนมบ้า ใช้เป็น
ลูกสะบา้ ขนมลาเปน็ เสือ้ ผา้ แพรพรรณ

เทศกาลออกพรรษา การตกั บาตรเทโว เดือน 11 นิยมทำข้าวตม้ ผัดหอ่ ดว้ ยใบตองหรอื ใบออ้ ย ธรรม
เนยี มนีม้ าจากความเชอื่ ทางศาสนาทวี่ ่า เมอ่ื ประชาชนไปรอรบั เสดจ็ พระพทุ ธเจา้ เมอื่ ทรงพทุ ธดำเนนิ จากเท
วโลกกลบั สโู่ ลกมนุษย์ ณ เมอื งสงั กสั สะ ชาวเมอื งทีไ่ ปรอรบั เสดจ็ ได้นำข้าวตม้ ผดั ไปเป็นเสบยี งระหว่างรอ บาง
ท้องท่ีมกี ารทำข้าวตม้ ลกู โยนใสบ่ าตรด้วยเช่น ชาวไทยเช้อื สายมอญที่จังหวดั ราชบรุ ี
ในช่วงออกพรรษา ทจี่ งั หวดั นครศรีธรรมราชมีประเพณีลากพระและตักบาตรหน้าล้อ ซง่ึ จะใช้ขนมสองชนดิ คือ
ห่อต้ม (ข้าวเหนยี วผดั กะทหิ อ่ เปน็ รปู สามเหล่ียมด้วยใบพ้อ) และหอ่ มดั (เหมอื นหอ่ ตม้ แต่หอ่ ด้วยใบจากหรอื ใบ
มะพรา้ วออ่ นเป็นรปู สี่เหลี่ยมใช้เชอื กมดั )
ในชว่ งถือศลี อดในเดือนรอมฎอน ชาวไทยมุสลิมนิยมรบั ประทานขนมอาเก๊าะ
เดอื นอ้าย มีพระราชพิธเี ลี้ยงขนมเบื้อง เมือ่ พระอาทติ ยโ์ คจรเขา้ ราศีธนู นมิ นตพ์ ระสงฆ์ 80 รปู มาฉนั ขนมเบอ้ื ง
ในพระทีน่ ่ังอมรนิ ทรวนิ ิจฉัย

- 11 -

เดือนอา้ ยในจังหวดั นครศรธี รรมราชมปี ระเพณีให้ทานไฟ โดยชาวบา้ นจะก่อไฟและเชญิ พระสงฆ์มาผงิ ไฟ ขนม
ทใ่ี ช้ในงานน้ีมี ขนมเบือ้ ง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจจู นุ กล้วยแขก ข้าวเหนียวกวน ขนมกรุบ ขา้ วเกรยี บปาก
หม้อ ) เดือนสาม ทางภาคอสี านมปี ระเพณีบุญข้าวจี่ ซ่ึงจะทำขา้ วจไี่ ปทำบญุ ที่วัด
ชาวไทยมสุ ลมิ มีประเพณกี วนขนมอาซูรอในวนั ท่ี 10 ของเดือนมฮู รอม

ขนมไทยในพิธกี รรมและความเชอ่ื
การสะเดาะเคราะหแ์ ละแก้บนของศลิ ปินวายัง-มะโยง่ ของชาวไทยมสุ ลมิ ทางภาคใต้ ใชข้ ้าวเหนียว

สามสี (ขาว เหลือง แดง) ข้าวพอง (ฆีแน) ขา้ วตอก (มอื เตะ) รา (กาหงะ) และขนมเจาะหู (ลงี อโต๊ะแว)
ในพธิ เี ขา้ สหุ นตั ขน้ึ บา้ นใหม่ แต่งงาน นำเรือใหม่ลงน้ำ ชาวไทยมสุ ลมิ นิยมทำขนมฆานม
ขนมท่ีใชใ้ นงานแต่งงาน ในภาคกลางนอกกรงุ เทพฯออกไปจะมีขนมกงเป็นหลกั นอกจากน้นั มที องเอก ขนม
ชะมด ขนมสามเกลอ ขนมโพรงแสม ขนมรงั นก บางแหง่ ใชข่ นมพระพายและขนมละมุดก็มี ในบางทอ้ งถ่ิน ใช้
กะละแม ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว ขนมชั้น ขนมเปยี ก ขนมเป๊ยี ะ ถ้าเปน็ ตอนเชา้ ยังไม่ถึงเวลาอาหาร
จะมกี ารเลยี้ งของว่างเรยี ก กนิ สามถ้วย ได้แก่ ข้าวเหนียวน้ำกะทิ ข้าวตอกนำกะทิ ลอดช่องนำ้ กะทิ บางแห่งใช้
มนั นำ้ กะทิ เมด็ แมงลักน้ำกะทิบางท้องถ่นิ ใชข้ นมตม้ ด้วย

พธิ ีแตง่ งานของชาวไทยมสุ ลมิ จะมีพิธกี นิ สมางัตซง่ึ เป็นการป้อนขา้ วและขนมใหเ้ จ้าบ่าวเจ้าสาว ขนมท่ี
ใชม้ ี กะละแมหรือขนมดอดอย ขนมกอ้ หรือตปู งปูตู ขนมลาและขา้ วพอง
ขนมทใ่ี ชใ้ นงานบวชและงานทอดกฐนิ ของชาวไทยเชอ้ื สายมอญในจังหวดั ราชบุรไี ด้แก่ ขนมปลาหางดอก และ
ลอดช่องนำ้ กะทิ

ในงานศพ ชาวไทยเช้อื สายมอญในจงั หวัดราชบรุ ีนิยมเล้ยี งเมด็ แมงลักน้ำกะทิ
การบูชาเทวดาในพธิ ีกรรมใดๆ เชน่ ยกเสาเอก ตั้งศาลพระภูมใิ ช้ขนมต้มแดง ขนมตม้ ขาว เปน็ หลกั ในเครือ่ ง
สงั เวยชดุ ธรรมดา ชดุ ใหญ่เพิม่ ข้าวตอก งาคั่ว ถ่วั ทอง ฟกั ทองแกงบวด ในพธิ ีทำขวัญจกุ ใชข้ นมตม้ ขาวต้มแดง
ด้วยเชน่ กัน เคร่อื งกระยาบวชในการไหวค้ รเู พ่ือทำผงอิทธิเจ ใชข้ นมต้มแดงต้มขาวเชน่ กนั
พิธีเลย้ี งผขี องชาวไทยเชอื้ สายมอญในจังหวดั ราชบรุ ใี ช้ ขนมบัวลอย ขนมทอด
ขนมที่ใชใ้ นพธิ ีไหว้ครมู วยไทยและกระบี่กระบอง ได้แก่ แกงบวด (กลว้ ย เผือกหรือมัน) เผือกต้ม มันตม้ ขนม
ต้มแดงตม้ ขาว ขนมชน้ั ถว้ ยฟู ฝอยทอง เม็ดขนนุ ในการเลน่ ผหี ้ิงของชาวชอง บนหง้ิ มขี นมต้ม
ขนมที่มีชอื่ เสยี งเฉพาะถนิ่
กรงุ เทพมหานคร เขตธนบุรมี ีขนมฝรง่ั กฎุ จี ีน เขตปทุมวันมีขนมกลีบลำดวน
จงั หวัดจนั ทบุรแี ละจังหวดั ตราด มที เุ รยี นกวน
จังหวัดฉะเชงิ เทรา มขี นมชนั้
จังหวัดชลบรุ ี ตลาดหนองมน มีข้าวหลาม
จังหวดั ชมุ พร มขี นมข้าวควายลยุ
จังหวดั ตรงั มี ขนมเคก้ เมืองตรงั
จังหวัดนครปฐม มีขนมผิงและข้าวหลาม
จังหวดั นครสวรรค์ มีขนมโมจิ ขนมฟกั เขยี วกวน
จังหวดั นครพนม มีขนมโซเซ

- 12 -

จงั หวัดปราจนี บุรี มีขนมเขยี ว
จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา สว่ นใหญ่เป็นผลไม้เชอ่ื ม ผลไม้กวน เชน่ มะยมเชือ่ ม พทุ รากวน ท่ีตำบลทา่ เรอื
มีขนมบ้าบิ่น
จงั หวัดพทั ลงุ มขี นมกา้ นบวั
จังหวดั พษิ ณโุ ลก อำเภอบางกระทมุ่ มกี ลว้ ยตาก
จังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งทมี่ ีขนมหวานทีม่ ชี ือ่ เสยี งมานาน โดยเฉพาะขนมทท่ี ำมาจากนำ้ ตาลโตนดเช่น จาว
ตาลเชือ่ ม โตนดทอด ตังเม สว่ นขนมชนิดอ่ืนทีม่ ีชื่อเสียงตง้ั แตส่ มยั รชั กาลท่ี 4 เปน็ ต้นมาคือ ขนมขี้หนู ข้าว
เกรยี บงา ขนมหมอ้ แกง
จงั หวดั สตูล มี ขนมบหุ งาบูดะ ขนมโรตกี าปาย และขา้ วเหนียวกวนขาว
จังหวัดสมุทรปราการ มขี นมจาก
จงั หวัดสมทุ รสงคราม มขี นมจา่ มงกุฎ
จงั หวดั สงิ หบ์ รุ ี มีมะมว่ งกวนหรือส้มลม้ิ
จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางปลามา้ มขี นมสาลี่
จังหวัดอ่างทอง อำเภอวิเศษชยั ชาญ มีขนมเกสรลำเจยี ก
จังหวดั อตุ รดติ ถ์ มขี นมเทียนเสวย ข้าวหลามทุ่งย้ัง
จงั หวดั อุทยั ธานี หนองแก มขี นมกง ขนมปงั สงั ขยา
จังหวดั อุบลราชธานี ข้าวหลาม
ขนมไทยทไ่ี ด้รบั อทิ ธพิ ลจากขนมของชาติอนื่

ไทยไดร้ ับเอาวฒั นธรรมดา้ นอาหารของชาติต่างๆ มาดดั แปลงให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น วตั ถุดิบ
ทห่ี าได้ เคร่อื งมือเครือ่ งใช้ ตลอดจนการบริโภคแบบไทย จนทำใหค้ นรุ่นหลัง แยกไม่ออกวา่ อะไรคอื ขนมท่เี ป็น
ไทยแท้ และอะไรดดั แปลงมาจากวฒั นธรรมของชาตอิ น่ื เช่น ขนมที่ใช้ไข่และขนมทีต่ อ้ งเข้าเตาอบ ซ่ึงเขา้ มา
ในรชั สมยั สมเด็จพระนารายณม์ หาราช จากคณุ ท้าวทองกีบมา้ ภรรยาเชือ้ ชาติญ่ีปุ่น-โปรตเุ กสของเจ้าพระยา
วิชเยนทร์ ผ้เู ป็นกงสุลประจำประเทศไทยในสมัยนั้น ไทยมิใช่เพยี งรับทองหยบิ ทองหยอด และฝอยทองมา
เทา่ นัน้ หากยงั ใหค้ วามสำคัญกับขนมเหลา่ นี้โดยใชเ้ ปน็ ขนมมงคลอกี ดว้ ย ส่วนใหญ่ตำรบั ขนมทใ่ี ส่ไข่มักเป็น
"ของเทศ" เช่น ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอดจากโปรตุเกส

- 13 -

ทองมว้ น ขนมไทย

เมอ่ื พดู ถงึ เพชรบรุ ี หลายๆคนคงนึกถงึ ขนมหวาน โดยเฉพาะขนมหม้อแกงอันเล่อื งชอ่ื
ทเี่ มอื งเพชรไดข้ ้นึ ชอ่ื วา่ เปน็ เมอื งขนมหวานเพราะ ว่าเพชรบรุ เี ป็นเมืองทอ่ี ุดมสมบูรณม์ ีวตั ถุดิบในการทำขนม
หวานอยอู่ ย่างเพรยี บพรอ้ ม เชน่ ตาลโตนด อกี อย่างชาวเพชรบุรีมีฝมี ือในการทำขนมหวานและไดร้ ับการสืบต่อ
กันมาอยา่ งยาวนาน จนเกดิ เปน็ สตู รในการทำขนมหวานทอ่ี รอ่ ยเลอ่ื งชอื่

วันนี้เราจะพดู ถึงขนมทองมว้ น หลายๆคนคงเคยกินกันมาบา้ งแลว้ ลักษณะเป็นขนมมว้ นกรอบๆ
ซ่ึงปจั จุบันพัฒนาใหม้ ีหลากหลายไส้ ทั้งใส้หวาน ใส้เคม็ เผอื ก มนั และอีกมากมายบา้ งกเ็ ป็นทองม้วนน่ิม

ทองมว้ น เปน็ ขนมไทยแตค่ รงั้ โบราณมีประวัติ

สมยั กรุงศรีอยธุ ยา ไดม้ ีคบคา้ ทำมาหากนิ กับชาวต่างชาติ พวกฝร่ังทางตะวนั ออกและตะวันตก ทำให้
ประเทศไทยในตอนนน้ั ได้รบั อะไรมามากมาย ท้งั ภาษา ศิลปกรรม วิธีทำขนมและของหวาน ซงึ่ ส่วนมากขนม
ต่างๆมากมาย รวมท้งั ขนมทองมว้ น กร็ บั เอามาจาก โปรตเุ กส มาดัดแปลง ปรับปรุง เพิม่ เติม เพอื่ ให้เหมาะสม
กับ วัฒนธรรม การดำเนนิ ชีวิต ความเป็นอยู่ วตั ถุดิบ ขา้ วของเครอ่ื งใช้ เอกลักษณ์ รสนยิ ม และอุปนิสยั ในการ
บริโภคอาหารของประเทศไทยเรา เรยี กวา่ คนไทยเอามาปรับปรงุ ให้เหมาะสมกบั สภาพเมอื งไทยน่ันเอง
มาถึงสมยั สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กม็ บี าทหลวงชางฝรง่ั เศส ช่อื วา่ เดอโลลีเยร์ ได้จดบันทกึ เรื่องราวต่างๆ
เก่ยี วกับการใช้ขนมในงานต่างๆ มีความตอนหนึง่ วา่ "พวกเข้ารตี (พวกเปล่ยี นศาสนา)บางครัว ต้องถูกเกณฑใ์ ห้
ทำของหวานแก่พระเจ้าแผน่ ดิน ในวันนกั ขัตฤกษ์ ซึง่ พระเจา้ กรุงสยามกม็ รี ับส่งั ใหพ้ วกนี้ ทำของหวานมากมาย
อ้างวา่ สำหรับงานน้งี านนนั้ เปน็ ตน้ วา่ สำหรับพธิ ีลา้ งศรี ษะชา้ ง ซึ่งถือวา่ เปน็ พระองค์หนงึ่ หรอื สำนักงานไหว้
พระพทุ ธบาทดังน"้ี โดยมี มาดามดอนญา มาเรยี กิอูมาร์ เดอ ปนิ า ภรรยาเจา้ พระยาวิชเยนทรฟ์ อลคอน
ทำหนา้ ทเ่ี ป็นหวั หน้าแมบ่ ้าน ทำอหารต้อนรับแขกที่มาจากต่างประเทศซ่งึ มายังกรงุ ศรีอยธุ ยามากมาย จนได้
บรรดาศกั ดิ์เป็น ทา้ วทองกีบมา้ (เพยี นมาจากช่อื "กิอมู าร"์ ) ดำรงคต์ ำแหน่งวิเศสกลาง ถอื ศกั ดินา 400 เปน็ ผู้
กำกับการพนกั งานของหวานในพระราชวัง

อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน ฝรง่ั ตะวันตกได้บนั ทกึ เรอ่ื งราวของ ท้าวทองกบี มา้ วา่
"ขา้ พเจา้ ไดเ้ หน็ ทา่ นผู้หญิงของฟอลคอนในปี พ.ศ.2262 เวลาน้ีท่านได้รับเกียรตเิ ปน็ ตน้ ห้องเครื่องหวานของ
พระเจา้ แผ่นดิน ท่านเกดิ ในกรงุ สยามในตระกลุ อันมีเกยี รติ และในเวลานนั้ ท่านเปน็ ทย่ี กยอ่ งนบั ถือแก่คนทั่วไป"

- 14 -
ชว่ งชวี ติ หน่งึ ของ"ทา้ วทองกบี ม้า" ไดเ้ ข้าไปรบั ราชการในพระราชวงั ในตำแหน่ง"หวั หนา้ ห้องเคร่อื งตน้ "
เปน็ ผูด้ ูแลเครอื่ งเงินเครือ่ งทองของหลวง เป็นหวั หนา้ เกบ็ พระภูษาฉลองพระองค์ และเก็บผลไม้ของเสวย
มพี นักงานอยูใ่ ตบ้ ังคบั บญั ชาเป็นหญิงล้วน จำนวน 2,000 คน ซ่งึ เธอกท็ ำงานด้วยความซ่ือสตั ย์สุจริตตลอดมา
จนเป็นท่ีชนื่ ชม ยกยอ่ ง มีเงินคนื ทองพระคลงั ปลี ะมากๆ ระหว่างที่รับราชการนเี่ อง "ทา้ วทองกบี ม้า" ได้สอน
การทำขนมหวานจำพวก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ทองม้วน ขนมฝรั่ง ขนมไขเ่ ตา่
ขนมสมั ปนั นี ขนมหมอ้ แกง ขนมผิงและอื่นๆ ใหก้ ับผู้ที่ทำงานอยูก่ ับเธอ และบคุ คลเหล่านนั้ จงึ ไดน้ ำวชิ าความรู้
ในการทำขนมตา่ งๆมาถ่ายทอดใหก้ ับคนไทยรนุ่ สูร่ ่นุ นบั ต้ังแตน่ นั้ เปน็ ตน้ มาจนถงึ ปจั จบุ นั นี้

ปจั จุบนั ขนมทองม้วนถูกดัดแปลงไปเยอะมาก มีหลากหลายสูตร หลากหลายรส เชน่ ใส่ผักชี
ใส่หมหู ยอง เค็ม หวาน มนั นอกจากนี้ยังมที องม้วนนม่ิ ซงึ่ เป็นทองมว้ นเมืองเพชรอรอ่ ยมาก
รวมทั้งการบรรจภุ ณั ฑ์ จากเม่ือก่อน หลายคนคงยงั จำได้ว่า มกั จะพบเหน็ ทองม้วนใสไ่ ว้ในป๊บี สงั กะสี ปจั จบุ นั
มีแพคใส่ห่อ ใสก่ ล่องอย่างสวยงามน่ารับประทาน

- 15 -

ขนมทองม้วน

เป็นขนมไทยแต่โบราณมปี ระวัตทิ ยี่ าวนานพอสมควร เริ่มต้นจากสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา ได้มีการเจริญ
สมั พันธไมตรกี บั ชาวต่างชาติ อยา่ งกลุ่มทวีปทางตะวนั ออกและตะวนั ตก ทำให้ประเทศไทยได้รับวัฒนธรรมใน
ดา้ นต่างๆ เข้ามา สง่ิ หนึ่งทไี่ ด้รับมาน่ันคอื ขนมและของหวาน ซง่ึ ส่วนมากขนมต่างๆมากมาย รวมทงั้
"ทองม้วน" ต่างมตี ้นกำเนิดจากการรับเอาวัฒนธรรมของประเทศ โปรตเุ กส มาดัดแปลง เพม่ิ เตมิ เพอ่ื ให้
เหมาะสมกบั วัฒนธรรม การดำเนินชวี ิต ความเป็นอยู่ วัตถุดิบ ข้าวของเครือ่ งใช้ เอกลักษณ์ รสนยิ ม และ
อุปนสิ ัยในการบริโภคอาหารของประเทศไทยเราเอง

ครัง้ ในรชั สมยั ของสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช มีบาทหลวงชางฝรงั่ เศส ช่อื "เดอโลลีเยร์" ไดท้ ำบนั ทกึ
รายงานถงึ ระดบั ความมหี น้ามตี า และรสนิยมการบรโิ ภคขนมหวานของชาวโปรตุเกสในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา
จนกระท่ังราชสำนกั สยามถงึ กบั ตอ้ งเกณฑ์ขนมหวานจาก หม่บู ้านโปรตเุ กส เขา้ ไปในพระราชวงั เนอื่ งในโอกาส
ฉลองวันนกั ขตั ฤกษ์ตา่ งๆ เปน็ จำนวนมาก ดังความตอนหนงึ่ ว่า "พวกเขา้ รตี บางครัว ตอ้ งถกู เกณฑ์ใหท้ ำของ
หวานแก่พระเจา้ แผน่ ดนิ ในวนั นกั ขตั ฤกษ์ ในวนั ชนิดนพ้ี ระเจา้ กรุงสยามก็มรี ับสง่ั ให้พวกเขา้ รีตนี้ ทำของหวาน
เปน็ อันมาก อ้างว่าสำหรบั งานน้ีงานนนั้ เป็นตน้

วิธกี ารทำทองมว้ น

วัสดุ/อปุ กรณ์

-เตาอ้งั โล่ขนาด 8 น้ิว
-พิมพท์ องมว้ นขนาดเส้นผา่ ศูนย์กลาง 5 นว้ิ
-ตะแกรงรอ่ นแปง้
-อ่างผสม
-กระชอน
-กะละมงั ไม้แทง่ กลมๆ (มว้ นทองมว้ น)
-ถงุ พลาสตกิ
-ยางรัดถุง
สตู รและสว่ นผสม
แป้งสาลีตราว่าว 1 กิโลกรมั มะพรา้ วขดู 2 กโิ ลกรัม ไข่ไก่ 10 ฟอง งาดำ ½ ถ้วยตวง นำ้ ตาล
ทราย 9 ขีด เกลอื ป่น 1 ช้อนชา นำ้ สะอาด 7 ขดี นำ้ มนั พืช 1 ถว้ ยตวง

- 16 -

วิธีการทำ
1. นำแป้งสาลีรอ่ นใสภ่ าชนะไว้
2. นำมะพร้าวขูดมาคัน้ กับน้ำ 7 ขดี
3.นำแปง้ สาลีทร่ี ่อนแลว้ และน้ำตาลทรายผสมกันในอ่างผสม ใสไ่ ข่ไกแ่ ละเกลอื คนใหเ้ ข้ากัน จากนั้นใส่

นำ้ กะทิและงาดำ คนให้เขา้ กนั
4.นำพิมพท์ องมว้ นมาอังไฟ ใช้ไฟอ่อน องั จนพิมพ์ร้อนจดั ทาน้ำมันพืชให้ทัว่ พมิ พท์ ัง้ สองดา้ น องั ไฟให้

ร้อนอีกครัง้ ตกั แป้งหยอดบนพิมพ์ บีบพิมพใ์ ห้แนน่ องั ไฟสักครู่ พลิกกลับอกี ดา้ น พอเหลือง (สังเกตจากแป้งท่ี
เกาะอยนู่ อกพิมพ)์ ยกพิมพอ์ อกจากเตา

5. เปดิ พมิ พใ์ ช้ปลายมีดแซะขนมขนึ้ มว้ นดว้ ยไมก้ ลม ๆ ทันทีขณะท่ยี ังร้อนอยู่ เพราะถ้าเย็นจะแขง็
กรอบมว้ นไมไ่ ด้ จากนนั้ ปล่อยใหท้ องม้วนเยน็ แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสตกิ รัดยางให้แนน่

การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ ทองมว้ นเสรมิ “ดอกไมก้ นิ ได”้

ภาพที่ 1 ดอกไม้กนิ ได้ที่นำมาผสมในขนมทองม้วน (A) คือ ดอกโสนอบแห้ง (B) คอื ดอกอัญชันอบแหง้ และ
(C) คอื ดอกบวั หลวงอบแหง้

ขนมทองมว้ นเป็นขนมไทยทไี่ ด้รบั ความนิยม เนอื่ งจากรบั ประทานงา่ ย เก็บรักษาไวไ้ ดน้ านและมรี สชาติดี ใน
การพัฒนาขนมทองม้วน อาจทำทองมว้ นใหม้ ีขนาดพอคำ และต้องทำขนมทองม้วนใหม้ ีความแตกต่างจงึ จะ
สามารถสร้างภาพลกั ษณ์ใหม่ใหก้ บั ขนมทองม้วนไดอ้ ยา่ งลงตวั (ปาณทพิ ย์, 2553) จากการศึกษาอัตรา
ส่วนผสมของขนมทองมว้ น โดยการผสมดอกไมก้ ินได้ท่ีอบแห้ง 3 ชนิด คอื ดอกโสน ดอกอญั ชนั และดอกบวั
หลวง (ภาพท่ี 1) นำมาทำขนมทองมว้ นผสมดอกโสน ขนมทองม้วนผสมดอกอัญชัน ขนมทองม้วนผสมดอกบวั
หลวง และขนมทองมว้ นผสมดอกโสน ดอกอัญชนั และดอกบวั หลวง (ภาพท่ี 2) เทยี บกบั ขนมทองม้วนสตู ร
ควบคุมท่ไี มผ่ สมดอกไม้ มาทำการทดสอบทางประสาทสัมผัสโดยใช้วธิ ี 9–Point Hedonic scale ทำการ
ประเมินลกั ษณะของผลติ ภัณฑ์ทางด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนอ้ื สัมผัส และความชอบโดยรวมโดย
ใช้ผู้ทดสอบชิมจำนวน 30 คน พบว่าผูท้ ดสอบชมิ ให้การยอมรับขนมทองมว้ นผสมดอกโสน ดอกอญั ชัน และ
ดอกบัวหลวงมากท่ีสุดอย่างมีนยั สำคญั ทางสถิติ (P<0.05) ขนมทองมว้ น ท่ีพัฒนาได้ 100 กรมั ให้พลังงาน

- 17 -

400.50 กิโลแคลอรี่ มีปรมิ าณคารโ์ บไฮเดรตร้อยละ 79.71 และมีปรมิ าณโปรตีน และเยอ่ื ใยสงู ถงึ รอ้ ยละ10.65
และ 1.50 ตามลำดับ โดยวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการตามวิธี AOAC (2000)

การศึกษาอายกุ ารเกบ็ รกั ษาของทองมว้ นท่ีพฒั นาได้ โดยการบรรจทุ องมว้ นใส่กระปกุ พลาสติก มีฝา
บรรจุปิดสนิทและเกบ็ ทอี่ ณุ หภูมหิ ้อง ทำการสมุ่ ตัวอย่างขนมทองมว้ นมาวิเคราะห์ปริมาณจลุ นิ ทรยี ์ทง้ั หมดท่ี
เวลาเริม่ ตน้ และทำการสุ่มตวั อยา่ งทกุ ๆ 7 วนั เม่ือเก็บขนมทองมว้ นไวน้ าน 35 วนั ขนมทองม้วนจะมีปริมาณ
จลุ นิ ทรยี ์ทง้ั หมดอยู่ในช่วง 9.00×101 CFU/g ถงึ 5.25×103 CFU/g ซ่งึ อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานผลิตภัณฑ์ชมุ ชน
เรอื่ ง ขนมไทย มาตรฐานเลขท่ี มผช. 1/2552 ท่ีกำหนดปริมาณจุลนิ ทรยี ท์ ้ังหมดไม่เกนิ 1×104 CFU/g และ
ขนมทองมว้ นมคี ่าปริมาณนำ้ อิสระ (Water activity, aw) เพ่ิมขึ้นเล็กน้อยจากเร่ิมตน้ 0.39 เพม่ิ เป็น 0.48 เมื่อ
เกบ็ ไวน้ าน 35 วัน ทอ่ี ณุ หภมู หิ ้อง

การพฒั นาขนมทองม้วนอาจมีการพฒั นาใสส่ มนุ ไพรเพอื่ เพ่ิมกลน่ิ และรสชาติใหแ้ ปลกใหม่ แต่ไมม่ ีการใส่
ดอกไมอ้ บแห้งลงไปผสมในขนมทองมว้ น ทีจ่ ะเป็นการเพิม่ มลู คา่ ใหก้ ับตัวผลิตภัณฑ์ ซ่งึ นอกจากจะเพม่ิ คุณค่า
ทางโภชนาการแล้ว ยงั ดึงดูดผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อขนมทองมว้ นได้เป็นอย่างดี ขนมทองมว้ นท่ีพัฒนาได้
จากการเสริมดอกไมก้ ินได้ สามารถเก็บรักษาผลิตภัณฑไ์ วไ้ ด้นานขึ้นอยา่ งน้อย 1 เดือนท่อี ณุ หภูมหิ ้อง ขนม
ทองม้วนท่ีพฒั นาไดม้ สี ตู รดังน้ี แปง้ มนั รอ้ ยละ 37.31 แป้งสาลีเอนกประสงคร์ ้อยละ 9.33 กะทริ ้อยละ 18.66
น้ำตาลมะพรา้ วรอ้ ยละ 18.66 ไข่ไกร่ อ้ ยละ 11.19 เกลอื ร้อยละ 0.37 งาดำรอ้ ยละ 2.80 ดอกโสนอบแห้งรอ้ ย
ละ 0.28 ดอกอญั ชันอบแห้งร้อยละ 0.70 และดอกบวั หลวงอบแห้งรอ้ ยละ 0.70 โดยนำกะทิ นำ้ ตาลมะพร้าว
และเกลอื ปน่ ผสมกนั จนนำ้ ตาลมะพร้าวละลายจนหมด นำแปง้ มนั และแปง้ สาลี มาผสมกับไขไ่ ก่และกะทิที่
เตรยี มไว้ ผสมเป็นเนอ้ื เดยี วกัน ใส่งาแล้วพกั แป้ง 15 นาที ตักแป้งลงบนแม่พมิ พ์ของเคร่อื งทำทองม้วน เกลย่ี
แปง้ เปน็ รปู วงกลม แลว้ ใส่ดอกไมอ้ บแหง้ ปิดฝาแมพ่ มิ พ์ รอจนทองม้วนเหลอื ง แล้วจึงนำมาม้วนด้วยไม้
ทรงกระบอก นำทองมว้ นมาพกั ให้เยน็ บนตะแกรง แลว้ จงึ บรรจใุ ส่ภาชนะทปี่ ดิ สนทิ

ภาพท่ี 2 ขนมทองม้วนผสมดอกไมก้ นิ ได้
(A) คือ ขนมทองมว้ นผสมดอกโสน
(B) คอื ขนมทองมว้ นผสมดอกอญั ชนั
(C) คือ ขนมทองม้วนผสมดอกบวั หลวง
(D) คอื ขนมทองมว้ นผสมดอกโสน ดอก
อัญชนั และดอกบัวหลวง

- 18 -

บทที่ 3
วิธีดำเนินงาน

การดำเนินงานกิจกรรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพระยะส้ัน
(กลมุ่ สนใจไม่เกนิ 30 ช.ม.) วชิ าการทำขนมทองม้วน ระหว่างวนั ที่ 16-20 กุมภาพนั ธ์ 2563
ณ กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมอื งนครราชสีมา จงั หวดั นครราชสมี า ดังน้ี

1. การประชมุ วางแผน
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
3. การตดิ ตามและประเมนิ ผล
4. สรุปผล/รายงานผลการดำเนินงาน

การประชมุ วางแผน
ครู กศน.ตำบล และตัวแทนนักศึกษา ไดจ้ ัดประชุมวางแผนการจดั กิจกรรมโครงการศูนยฝ์ กึ

อาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพระยะสนั้ (กล่มุ สนใจไมเ่ กนิ 30 ช.ม.) วชิ าการทำขนมทองม้วน วันที่ 16-20
กมุ ภาพันธ์ 2563 ณ กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ วัดลองตอง ตำบลบา้ นโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา
จังหวดั นครราชสมี า

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
การจัดกิจกรรมแผนการจัดกิจกรรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพ

ระยะส้ัน (กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ช.ม.) วิชาการทำขนมทองม้วน วันที่ 16-20 กุมภาพันธ์ 2563
ณ กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธ์ิ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
ดังนี้

- 19 -

เนือ้ หาหลักสตู ร
วชิ า การทำขนมทองมว้ น หลักสตู ร 25 ช่ัวโมง

ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เนื้อหา การจดั กระบวนการเรียนรู้ จำนวนช่วั โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
1 ความเป็นมา 1. ผู้เรียนสามารถอธิบาย 1. ความเป็นมาของการทำ 1. วิทยากรบรรยาย 1
ถึงความเป็นมาและ
และ ความเป็นมาของการทำขนม ขนมทองม้วน ความสำคัญ
ของการทำขนมทองม้วน
ความสำคัญ ทองม้วน ได้ 2. ความสำคัญของ 2. วิทยากรแนะนำการทำ
ขนมทองม้วน
ของวิชาการ 2. ผู้เรียนสามารถอธิบาย การทำขนมทองม้วน

ทำขนม ความสำคัญของการทำขนม

ทองม้วน ทองม้วน ได้

2 วัสดุอุปกรณ์ 1. ผู้เรียนสามารถบอก 1. วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการทำ 1. วิทยากรแนะนำวัสดุ 2

ใน วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการทำ ขนมทองม้วน ปกรณ์ท่ีใช้ในการทำขนม

การทำขนม ขนมทองม้วนได้ 2 การเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการ ทองม้วน

ทองม้วน 2. ผู้เรียนสามารถเลือกแบบ ทำขนมทองม้วน 2. วิทยากรได้แนะนำการ

ของช้ินขนม ทองม้วน ได้ 3. การดูแลและเก็บรักษา เลือกวัสดุ การทำขนม

3. ผู้เรียนสามารถบอก วัสดุอุปกรณ์ ทองม้วน

การดูแลรักษาวัสดุอุปกรณ์ที่ 3. วิทยากรแนะนำการเก็บ

ใช้ในการทำขนมทองม้วน ได้ รักษาวัสดุอุปกรณ์ในการทำ

ขนมทองม้วน

3 พ้ืนฐานการ 1. ผู้เรียนสามารถอธิบาย 1. หลักการการทำขนม 1. วิทยากรบรรยายพร้อม 1 20

ทำขนม หลักการการทำขนมทองม้วน ทองม้วน สาธิตการทำขนมทองม้วน

ทองม้วน ได้ 2. พื้นฐานการทำขนม เบ้ืองต้นให้กลุ่มผู้เรียนได้รู้

2. ผู้เรียนสามารถบอก ทองม้วน หลักการการทำขนม

พื้นฐานการทำขนมทองม้วน - มีใจรักในงานทำขนม ทองม้วน

ได้ - มีสมาธิในการทำขนม 2. วิทยากรบรรยายพร้อม

ทองม้วน สาธิตการทำขนมทองม้วน

- มีทักษะในการทำขนม ด้วยวิธีที่ปฏิบัติได้ง่าย และ

ทองม้วน สีสรรสวยงาม

- รู้จักเลือกการบรรจุภัณฑ์ใน

การขายขนมทองม้วน

- 20 -

ที่ เรอื่ ง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เน้ือหา การจัดกระบวนการเรยี นรู้ จำนวนชวั่ โมง

ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ

4 เรื่องท่ี 5 การ 1. ผู้เรียนสามารถจัดการ 1. การจัดการด้าน 1. วิทยากรให้ความรู้เร่ือง 1

บริหารจัดการ ตลาดเกี่ยวกับธุรกิจการทำ การตลาด การตลาด การหากลุ่ม

ประกอบ ขนมทองม้วน ได้ 2. การทำบัญชีรับ-จ่าย ลูกค้าของขนมทองม้วน

อาชีพการทำ 2. ผู้เรียนสามารถอธิบาย 3.คุณธรรม จริยธรรมใน 2. วิทยากรให้ความรู้เรื่อง

ขนมทองม้วน หลักการทำบัญชีรับ-จ่ายใน การประกอบอาชีพการ การทำบัญชีรับ-จ่าย

ธุรกิจการทำขนมทองม้วน ทำขนมทองม้วน การขายขนมทองม้วน

ได้ 3.วิทยากรบรรยายการ

3. ผู้เรียนสามารถบอก ทำธุรกิจการทำการทำ

คุณธรรมจริยธรรมในการ ขนมทองม้วน ด้วยความ

ประกอบอาชีพการทำขนม มีจิตสำนึกของการเป็นผู้

ทองม้วน ได้ ที่มีคุณธรรมจริยธรรมต่อ

อาชีพและกลุ่มลูกค้า

ส่ือการเรียนรู้
สื่อเอกสาร ใบงาน ใบความรู้
สื่อภูมิปัญญา นางสุรีย์ ปานปรีชา

การวัดผลประเมินผล
1.ประเมินความรู้ความสามารถด้านทักษะ ด้านการซักถาม ทดสอบ และปฏิบัติ
2. ประเมินชิ้นงานขนมทองม้วน
3. ประเมินด้วยแบบสอบถาม

เงื่อนไขการจบหลักสูตร
- มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85
- ผลงาน กระเป๋าผ้าสำเร็จแล้ว

เอกสารหลักฐานการศึกษา
หลักฐานการประเมิน
ทะเบียนคุมวุฒิบัตร
วุฒิบัตรท่ีออกโดยสถานศึกษา

การเทียบโอน
ผู้เรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ืองน้ีแล้ว สามารถนำผลการเรียนมาเทียบโอนกับ

หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบ
อาชีพวิชาเลือกที่สถานศึกษาได้จัดทำขึ้น

- 21 -

กำหนดการ

โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพระยะสั้น (กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ช.ม.)

ระหวา่ งวนั ท่ี 16 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงวนั ที่ 20 กมุ ภาพนั ธ์ 2563

ณ ศนู ย์ฝกึ อาชีพชมุ ชนตำบลบ้านโพธ์ิ กศน.ตำบลบา้ นโพธ์ิ อำเภอเมืองนครราชสมี า จงั หวัดนครราชสมี า

วชิ าการทำขนมทองม้วน วิทยากรโดย นางสุรีย์ ปานปรชี า วนั ท่ี ๑๖ - ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วันท่ี ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ผเู้ ข้าร่วมโครงการลงทะเบยี นรายงานตัว
๐๘.๐๐ – 08.30 น.
พิธเี ปดิ โครงการ โดยนายบญุ ชว่ ย จองโพธิ์ ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านโพธ์ิ
08.30 – 09.00 น. วิทยากรใหค้ วามรูเ้ รื่องความสำคัญของและชอ่ งทางการประกอบอาชีพ
09.00 – 12.00 น. การทำขนมทองม้วน โดยนางสรุ ีย์ ปานปรีชา

12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. วิทยากรใหค้ วามรเู้ ร่อื งขนั้ ตอนการเข้าส่อู าชพี /การเลอื กวัสดุ อุปกรณ/์
การบริหารจดั การในการประกอบอาชีพ /การขายการกำหนดราคา
วันท่ี ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ความสำคญั และประโยชน์ของโครงการ
๐๘.๓๐ – 09.00 น. การประชาสัมพนั ธ์ โดยนางสรุ ยี ์ ปานปรชี า

ทบทวนการทำขนมทองมว้ น

09.00 – 12.00 น. การฝึกการทำขนมทองมว้ น โดยนางสุรีย์ ปานปรีชา

12.00 - 13.00 น. พกั รับประทานอาหารกลางวนั
13.00 - 15.00 น. การฝึกปฏิบัติการทำขนมทองมว้ น โดยนางสรุ ีย์ ปานปรชี า

วนั ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
๐๘.๓๐ – 09.00 น. ทบทวนการทำขนมทองมว้ น

09.00 – 12.00 น. การฝึกปฏบิ ตั ิการทำขนมทองมว้ น โดยนางสรุ ีย์ ปานปรีชา

12.00 - 13.00 น. พกั รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. การฝึกปฏบิ ัติการทำขนมทองม้วน โดยนางสรุ ีย์ ปานปรีชา

วนั ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
๐๘.๓๐ – 09.00 น. ทบทวนการทำขนมทองมว้ น

09.00 – 12.00 น. การฝึกปฏบิ ตั ิการทำขนมทองมว้ น โดยนางสรุ ีย์ ปานปรีชา

12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. การฝึกปฏิบัติการทำขนมทองมว้ น โดยนางสุรีย์ ปานปรชี า

13.00 - 15.00 น. การฝึกปฏบิ ตั ิการทำขนมทองมว้ น โดยนางสรุ ยี ์ ปานปรชี า

วนั ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
๐๘.๓๐ – 09.00 น. ทบทวนการทำขนมทองมว้ น

09.00 – 12.00 น. การฝกึ ปฏิบตั ิการทำขนมทองม้วน โดยนางสุรีย์ ปานปรีชา

12.00 - 13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั
13.00 - 15.00 น. การฝกึ ปฏบิ ัติการทำขนมทองมว้ น โดยนางสรุ ยี ์ ปานปรชี า

13.00 - 15.00 น. การฝกึ ปฏิบัติการทำขนมทองม้วน โดยนางสรุ ีย์ ปานปรีชา

- 22 -

5. สือ่ /วสั ดุ อุปกรณ์ ประกอบการจัดกิจกรรม
- เอกสารการเรียนรู้
- ใบงาน
- แบบทดสอบ
- วัสดุ /อปุ กรณ์ในการฝกึ

6. การวัดและประเมนิ ผล
1. การประเมินความรภู้ าคทฤษฏีระหว่างเรียนและจบหลักสูตร
2. การประเมนิ ผลงานระหว่างเรยี นจากการปฏิบตั ิ ไดผ้ ลงานทีม่ ีคณุ ภาพสามารถสรา้ งรายได้
และจบหลักสูตร

7. การจบหลกั สตู ร
1. มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสตู ร ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 85
2. มีผลการประเมินตลอดหลกั สตู รไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 60
3. มีผลงานทไ่ี ด้มาตรฐานเปน็ ที่พึงพอใจอย่างน้อย 1ชน้ิ งาน และผ่านการทำแผนธรุ กิจ
จึงจะไดร้ บั วุฒิบัตร

8. เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
1. หลกั ฐานการประเมินผล
2. ทะเบยี นคมุ วุฒิบตั ร
3. วุฒบิ ัตร ออกโดยสถานศกึ ษา

9. การเทียบโอน
ผู้เรยี นหลกั สตู รน้ีสามารถนำไปเทยี บโอนผลการเรียนกับหลกั สตู รการศึกษานอกระบบ

ระดับการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี วิชาเลอื กของสถานศกึ ษาได้

- 23 -

โครงการศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชนอาชีพระยะสนั้ (กลมุ่ สนใจไม่เกนิ ๓๐ ชว่ั โมง)
หลักสูตรการศึกษาต่อเน่ืองรูปแบบกล่มุ สนใจ การทำขนมทองม้วน
ระหวา่ งวนั ท่ี 16 - 20 กุมภาพันธ์ 2563

ณ ศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชนตำบลบ้านโพธิ์ วดั ลองตอง ตำบลบา้ นโพธ์ิ อำเภอเมืองนครราชสีมา

กล่มุ ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้การทำกระเปา๋
ผา้ โดยไดฝ้ ึกการเยบ็ กระเป๋าและ
สามารถประยุกตใ์ ช้เศษผ้าชนิดตา่ งๆ
มาตาแต่งทำให้กระเป๋าสวยงามได้
สามารถกำหนดราคา เพ่อื จำหนา่ ย
สินค้า สามารถวเิ คราะหก์ ล่มุ ลกู ค้า
และประชาสัมพันธอ์ าชีพได้

กศน. อำเภอเมอื งไดม้ ีการนิเทศติดตามการดำเนินโครงการฯ

- 24 -

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด
นครราชสีมา ได้วัดและประเมินผลกิจกรรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพระยะส้ัน
(กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ช.ม.) วิชาการทำขนมทองม้วน วันท่ี 16-20 กุมภาพันธ์ 2563
ณ กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
และแจกแบบสอบถามจำนวน 8 ชุด และได้แบบสอบถามกลับคืนมาจำนวน 8 ชุด
คิดเป็นร้อยละ 100
สรุปผล/รายงานผลการดำเนินงาน

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองนครราชสีมา
จังหวัดนครราชสีมา ได้วัดและประเมินผลกิจกรรม และได้สรุปผลการดำเนินงานให้แล้วเสร็จ
ภายในเดือน ตุลาคม 2563 สรุปได้ดังนี้

1. มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนท้ังสิ้น 8 คน
2. ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งน้ี
3. ศึกษารายละเอียดของผลการวัดและประเมินผลการทดสอบก่อนและหลังเรียน
และวัดผลประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรม
อาชีพระยะสั้น (กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ช.ม.) วิชาการทำขนมทองม้วน วันท่ี 16-20 กุมภาพันธ์
2563 ณ กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธ์ิ อำเภอเมืองนครราชสีมา
จังหวัดนครราชสีมา ปรากฏอยู่ในบทที่ ๔ – บทที่ ๕

การนำผลการศึกษาไปใช้
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา จะนำผลการประเมินกิจกรรมโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมอาชีพ
ระยะสั้น (กลุ่มสนใจไม่เกิน 30 ช.ม.) วิชาการทำขนมทองม้วน วันท่ี 16-20 กุมภาพันธ์ 2563
ณ กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ วัดลองตอง ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
มาพัฒนาการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในกิจกรรมต่อ ๆ ไป ให้ดีย่ิงข้ึน

- 25 -

บทที่ 4
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู

ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลผลการประเมินโครงการส่งเสริมศนู ยฝ์ กึ อาชพี ชุมชนกบั กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ

หลกั สูตรการทำขนมทองม้วน ในระหวา่ งวันที่ 16 – 20 กุมภาพนั ธ์ 2563 ณ ศูนยฝ์ ึกอาชีพชมุ ชนตำบล

บา้ นโพธิ์ อำเภอเมอื งนครราชสมี า จงั หวดั นครราชสมี า มีผเู้ ข้าร่วมโครงการ จำนวน 8 คน สรุปไดด้ ังนี้

4.1 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลเบ้อื งต้นของผตู้ อบแบบสอบถาม

ตารางท่ี 1 ขอ้ มลู เบอื้ งตน้ ของผู้ตอบแบบสอบถาม

ประเภทของข้อมูล จำนวน ร้อยละ

1. เพศ

- หญงิ 8 100

- ชาย - -

รวม 8 100

2. อายุ

- 15–39 ปี -- -

- 40–59 ปี 5 62.5

- 60 ปีขึ้นไป 3 37.5

รวม 8 100

3. ระดบั การศกึ ษา

- ประถมศกึ ษา 1 12.5

- มัธยมศึกษาตอนต้น 4 50

- มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 3 37.5

รวม 8 100

จากตารางที่ 1 พบว่า ผ้เู รยี นท่ีเข้ารว่ มโครงการส่งเสริมศนู ยฝ์ ึกอาชีพชุมชนกับ กศน.ตำบลบ้านโพธ์ิ

หลักสตู รการทำขนมทองม้วน มผี ู้เข้ารว่ มโครงการ จำนวน 8 คน สรุปได้ดังนี้

เพศหญิง คดิ เป็นร้อยละ 100 เพศชาย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0

มอี ายรุ ะหวา่ ง 15–39 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ -

อายรุ ะหวา่ ง 40–59 ปี คิดเป็นรอ้ ยละ 62.5

อายุระหวา่ ง 60 ปีข้ึนไป คิดเป็นรอ้ ยละ 37.5

มกี ารศึกษาอยูใ่ นระดบั ประถมศึกษา คดิ เป็นร้อยละ 12.5

มกี ารศกึ ษาอยู่ในระดับมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 คดิ เปน็ ร้อยละ 50

มีการศกึ ษาอยใู่ นระดบั มัธยมศึกษาปีที่ 6 คดิ เป็นรอ้ ยละ 37.5

- 26 -

4.2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการอบรม
ตารางที่ 1 ดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นรู้

ระดับความพึงพอใจ

ดา้ นกระบวนการจัดการเรยี นรู้ X. S.D. การแปล
ผล
1. การลงทะเบียน
2. การให้บริการของเจ้าหน้าที่ 3.823529 0.727607 ดี
3. พธิ กี ารและข้ันตอนการดำเนนิ การมคี วามเหมาะสม
4.176471 0.727607 ดี
รวม
4.294118 0.771744 ดี

4.098039 0.025482 ดี

จากตารางที่ 1 พบวา่ ผู้เรยี นทเี่ ข้ารว่ มโครงการมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั ดี
( X =4.098039,S.D. =0.025482) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ความพึงพอใจมากท่ีสุดอยู่ในระดับมาก
ทีส่ ุด คือพิธกี ารและขั้นตอนการดำเนินการมีความเหมาะสม ( X =4.294118,S.D. =0.771744) รองลงมาคือ
การใหบ้ รกิ ารของเจ้าหน้าท่ี ( X =4.176471, S.D. =0.727607) และการลงทะเบยี น
( X = 3.8235293.46, S.D. =0.727607)
ตารางที่ 2 ผู้เรียนทเี่ ข้าร่วมกจิ กรรมมีความพึงพอใจดา้ นวทิ ยากร

ระดับความพึงพอใจ

ด้านวิทยากร X . S.D. การแปล

1. วิทยากรในการใหค้ วามรู้มีความเหมาะสม ผล
2. การถา่ ยทอดความรขู้ องวิทยากรมคี วามชัดเจน
3. ลำดับเนอ้ื หาการบรรยายเขา้ ใจง่ายมีความต่อเน่อื ง 4.294118 0.771744 ดี
4. เปิดโอกาสให้ผูเ้ รียน/ศกึ ษาได้ซกั ถาม
5. การตอบคำถามตรงประเดน็ และเขา้ ใจงา่ ย 4.176471 0.882843 ดี
6. มสี ว่ นรว่ มในการสรุปประเด็นเนื้อหา
4.176471 0.882843 ดี
รวม
4.176471 0.882843 ดี

3.941176 0.747545 ดี

4.176471 0.882843 ดี

4.156863 0.064078 ดี

จากตารางท่ี 2 พบว่า ผเู้ รียนทเี่ ขา้ รว่ มโครงการ มีความพึงพอใจโดยภาพรวมอย่ใู นระดบั ดี
( X = 4.156863 ,S.D. =0.064078) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ความพึงพอใจมากท่ีสุดอยู่ในระดับดี
มากท่ีสุด คือวิทยากรในการให้ความรู้มีความเหมาะสม ( X = 4.294118, S.D. =0.771744) และรองลงมา
คือการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรมีความชัดเจน, การถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรมีความชัดเจน,ลำดับ
เน้อื หาการบรรยายเข้าใจง่ายมคี วามต่อเนือ่ ง,ลำดบั เนอื้ หาการบรรยายเขา้ ใจงา่ ยมคี วามต่อเน่อื ง ,

- 27 -

เปิดโอกาสให้ผู้เรียน/ศึกษาได้ซักถาม ,มีส่วนร่วมในการสรุปประเด็นเน้ือหา ( X =4.176471, S.D.
=0.882843) และการตอบคำถามตรงประเด็นและเข้าใจง่าย ( X =3.941176, S.D. =0.747545)

ตารางที่ 3 ผู้เรยี นท่ีเขา้ รว่ มกิจกรรมมคี วามพึงพอใจด้านปัจจยั ท่ีเกี่ยงข้องกบั การเรยี นรู้

ดา้ นหลกั สตู ร ระดบั ความพงึ พอใจ

1. เรอื่ งทส่ี อนมีความเหมาะสม X . S.D. การแปลผล
2. เอกสารประกอบการสอนมีความเหมาะสม
3. การใช้เวลาในการสอนมคี วามเหมาะสม 4.235294 0.83137 ดี

รวม 4.352941 0.701888 ดี

4.294118 0.685994 ดี

4.294118 0.079742 ดี

จากตารางที่ 3 พบว่า ผ้เู รียนที่เข้ารว่ มโครงการ มีความพึงพอใจดา้ นหลักสูตร โดยภาพรวมอยใู่ น
ระดับ ดี ( X =4.294118, S.D. =0.079742) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ความพึงพอใจมากท่ีสุดอยู่ใน
ระดับดีมากที่สุดทกุ ข้อ คือ เอกสารประกอบการสอนมคี วามเหมาะสม ( X =4.352941, S.D. =0.701888)
รองลงมาคือการใช้เวลาในการสอนมีความเหมาะสม ( X =4.352941, S.D. =0.685994) และเร่ืองท่ีสอนมี
ความเหมาะสม ( X =4.235294, S.D. =0.83137)

ตารางที่ 4 ผู้เรยี นท่ีเขา้ รว่ มกิจกรรมมคี วามพึงพอใจ ผลท่ีได้รับจากการจัดการเรยี นรู้

ประเภทกจิ กรรม ระดบั ความพึงพอใจ การแปล
X . S.D. ผล
1. ความรู้ท่ีได้รับจากการเรียนการสอน ดี
2. การนำความรทู้ ีไ่ ด้รบั ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั 4.352941 0.701888
3. ความพงึ พอใจในการจัดสอนโดยภาพรวม ดี
4.470588 0.71743 ดี
รวม 4.294118 0.919559 ดี
4.372549 0.121434

จากตารางท่ี 4 พบว่า ผู้เรยี นทเ่ี ข้ารว่ มโครงการ มคี วามพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดบั ดี ( X =
4.372549, S.D. = 0.121434) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านพบวา่ ความพงึ พอใจมากทีส่ ุดอยู่ในระดับมากที่สุด
คอื การนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน ( X = 4.470588, S.D. = 0.71743) รองลงมาคือ
ความรู้ท่ีได้รับจากการเรียนการสอน ( X =4.352941, S.D. = 0.701888) และความพึงพอใจในการจัดสอน
โดยภาพรวม ( X = 4.294118, S.D. = 0.919559)

- 28 -

ตารางท่ี 5 ผเู้ รยี นทเ่ี ข้ารว่ มกจิ กรรมมคี วามพึงพอใจดา้ นสถานที่

ประเภทกิจกรรม ระดบั ความพึงพอใจ
X . S.D. การแปล
1. สถานที่จัดการสอนมคี วามเหมาะสม
2. สภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศของหอ้ งเอ้อื อำนวย ผล
ต่อการเรยี นรู้ 5.00 0 มากทีส่ ุด
5.00 0 มากทส่ี ุด
รวม
5.00 0 มากท่สี ุด

จากตารางท่ี 5 พบวา่ ผ้เู รียนท่ีเข้าร่วมโครงการ มคี วามพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด
( X = 5.00, S.D. =0) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ความพึงพอใจมากที่สุดอยู่ในระดับมากท่ีสุด คือ
สถานท่ีจัดการสอนมีความเหมาะสม ( X = 5.00, S.D. =0) รองลงมาคือ สภาพแวดล้อมและบรรยากาศ
ของห้องเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ( X =5.00, S.D. =0)

- 29 -

บทท่ี 5

สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

เพศหญงิ คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 เพศชาย คดิ เปน็ ร้อยละ 0

มอี ายุระหวา่ ง 15–39 ปี คดิ เป็นร้อยละ -

อายุระหว่าง 40–59 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 62.5

อายุระหวา่ ง 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 37.5

มกี ารศกึ ษาอยู่ในระดบั ประถมศึกษา คดิ เป็นร้อยละ 12.5

มกี ารศึกษาอยใู่ นระดับมธั ยมศึกษาปีที่ 3 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 50

มีการศึกษาอยใู่ นระดบั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 คดิ เป็นร้อยละ 37.5

ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลผลการประเมนิ โครงการส่งเสรมิ ศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชนกับ กศน.ตำบลบ้านโพธิ์

หลักสูตรการทำขนมทองม้วน ในระหว่างวันที่ 16– 20 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์ฝึกอาชีพชมุ ชนตำบล

บ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสมี า จังหวดั นครราชสมี า มผี ูเ้ ข้าร่วมโครงการ จำนวน 8 คน สรปุ ไดด้ ังนี้

ผู้เรียนที่เข้ารว่ มโครงการส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชพี ชุมชนกบั กศน.ตำบลบ้านโพธิ์ หลักสตู รการ
ทำขนมทองมว้ น สว่ นใหญ่เป็น เพศหญิง คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 มอี ายุระหวา่ ง มีอายุระหว่าง 15–39 ปี คดิ
เปน็ รอ้ ยละ 0 อายรุ ะหว่าง 40–59 ปี คิดเป็นร้อยละ 62.5 อายรุ ะหว่าง 60 ปขี น้ึ ไป คิดเปน็ ร้อยละ
37.5 มกี ารศึกษาอย่ใู นระดับประถมศึกษา คดิ เปน็ ร้อยละ 12.5 มีการศกึ ษาอยูใ่ นระดบั มธั ยมศึกษา
ปีท่ี 3 คิดเป็นร้อยละ 50 มีการศกึ ษาอยใู่ นระดับมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 คิดเป็นร้อยละ 37.5 เม่ือศกึ ษาและ
พจิ ารณาแยกเป็นด้านไดด้ ังนี้

จากตารางท่ี 1 พบวา่ ผเู้ รียนทเี่ ข้ารว่ มโครงการมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับดี
( X =4.098039,S.D. =0.025482) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ความพึงพอใจมากทส่ี ุดอยใู่ นระดับมาก
ท่ีสุด คือพิธีการและข้ันตอนการดำเนินการมีความเหมาะสม ( X =4.294118,S.D. =0.771744) รองลงมา
คือการให้บรกิ ารของเจา้ หน้าท่ี ( X =4.176471, S.D. =0.727607) และการลงทะเบียน
( X = 3.8235293.46, S.D. = 0.727607)

จากตารางที่ 2 พบวา่ ผ้เู รียนท่เี ขา้ ร่วมโครงการ มคี วามพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดบั ดี
( X = 4.156863 ,S.D. =0.064078) เม่อื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ ความพงึ พอใจมากทสี่ ดุ อยู่ในระดับดี
มากท่ีสุด คือวิทยากรในการให้ความรู้มีความเหมาะสม ( X = 4.294118, S.D. =0.771744) และรองลงมาคือ
การถ่ายทอดความรู้ของวทิ ยากรมีความชัดเจน, การถา่ ยทอดความรขู้ องวิทยากรมีความชัดเจน,ลำดับเนอ้ื หาการ
บรรยายเข้าใจง่ายมีความต่อเนื่อง,ลำดับเนื้อหาการบรรยายเข้าใจง่ายมีความต่อเนื่อง , เปิดโอกาสให้ผู้เรียน/
ศึกษาได้ซักถาม , มีส่วนร่วมในการสรุปประเด็นเนื้อหา ( X =4.176471, S.D. =0.882843) และการตอบ
คำถามตรงประเดน็ และเขา้ ใจง่าย ( X =3.941176, S.D. =0.747545)

- 30 -

จากตารางที่ 3 พบว่า ผู้เรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจด้านหลักสูตร โดยภาพรวมอยู่
ในระดับ ดี ( X =4.294118, S.D. =0.079742) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ความพึงพอใจมากท่ีสุด
อยู่ในระดับดีมากท่ีสุดทุกข้อ คือ เอกสารประกอบการสอนมีความเหมาะสม ( X = 4.352941, S.D. =
0.701888) รองลงมาคือการใช้เวลาในการสอนมีความเหมาะสม ( X = 4.352941, S.D. = 0.685994)
และ เรือ่ งท่ีสอนมีความเหมาะสม ( X = 4.235294, S.D. = 0.83137)

จากตารางที่ 4 พบวา่ ผ้เู รียนทเ่ี ข้ารว่ มโครงการ มคี วามพึงพอใจโดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั ดี
( X =4.372549, S.D. =0.121434) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าความพึงพอใจมากที่สุดอยู่ในระดับ
มากที่สุด คือ การนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ( X =4.470588, S.D. =0.71743)
รองลงมาคือ ความรู้ท่ีไดร้ ับจากการเรียนการสอน ( X =4.352941, S.D. =0.701888) และความพึงพอใจ
ในการจัดสอนโดยภาพรวม ( X =4.294118, S.D. =0.919559)

จากตารางที่ 5 พบว่า ผู้เรียนท่ีเข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก
ทีส่ ุด ( X = 5.00, S.D. =0) เม่อื พิจารณาเป็นรายดา้ นพบวา่ ความพึงพอใจมากที่สดุ อยู่ในระดับมากที่สุด
คือ สถานที่จัดการสอนมีความเหมาะสม ( X = 5.00, S.D. =0) รองลงมาคือ สภาพแวดล้อมและ
บรรยากาศของหอ้ งเออ้ื อำนวยตอ่ การเรียนรู้ ( X =5.00, S.D. =0)
อภิปรายผล

ตวั ชว้ี ัดเชิงปรมิ าณ (Output)
- ร้อยละ 85 ของประชาขนสามารถเรียนรู้ เห็นช่องทางในการประกอบประกอบอาชีพ เกดิ การพฒั นา
ด้านทกั ษะอาชพี พฒั นาอาชพี และสามารถสร้างอาชพี ใหก้ บั ตนเองได้
- ประชาชนท่เี ขา้ รว่ มกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 สามารถนำความร้ทู ี่ได้ไปพัฒนาตนเอง
และเป็นตวั อย่างทด่ี ีในตำบลได้ คอื นางพมิ พา ศรนี าค และนางจันทร์ เรอื งประโดก
ตวั ชวี้ ัดเชงิ คุณภาพ (Outcome)
ประชาชนท่เี ข้ารับการฝกึ อาชีพ มีความรู้ ความเข้าใจด้านอาชีพไดเ้ หน็ ชอ่ งทางการประกอบ
อาชพี สามารถนำความรูม้ าประกอบอาชพี เพื่อเสรมิ สร้างรายไดใ้ ห้กบั ครอบครัวและเปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ีได้

ขอ้ เสนอแนะ
ควรจะมีวัสดเุ พ่มิ มากกว่านี้

- 31 -

บรรณานกุ รม

ทม่ี า http://thai-crispy-roll.blogspot.com/2011/12/blog-post.html

ผูเ้ ขียนบทความวจิ ยั : ดร.วิจิตรา เหลียวตระกูล
สาขาวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ารอาหาร คณะเทคโนโลยกี ารเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
เอกสารอ้างองิ
กฤษณา สิกมาน. 2551. การพัฒนาบรรจภุ ัณฑก์ ล้วยตากบางกระทุ่ม. ศรีปทมุ ปรทิ ัศน์. 8(1), 103-110
เจิดจนั ทน์ มุณบี ังเกิด. 2551. พฤตกิ รรมการบรโิ ภคขนมไทยของผู้บริโภคในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัด
สงขลา. สารนพิ นธป์ ริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์.
ปาณทิพย์ เปล่ยี นโมฬ. 2553. SMEs Profile จับทองม้วนปรองดองลงกล่อง ขอกระชบั พนื้ ทต่ี คู้ อนเทนเนอร์ ยอม
จำนนอบขนมไทยใหค้ นต่างชาติ. อุตสาหกรรมสาร กรมสง่ เสริมอตุ สาหกรรม ปีท่ี 53 ฉบับเดือนพฤศจิกายน -
ธันวาคม 2553, 12-15.
วรรณนา กัลยาสาย จินตนา รัชพันธ์, สไุ พรินทร์ นิ่มนวล, ศิรปิ ระภา บุญจวบ, อรวรรณ โพธิดอกไม้, ณัชชาภรณ์
พรมชาติ และกชั ษดศิ ษ์ ตาลจำลอง. 2552. แนวทางการพฒั นาบรรจุภณั ฑแ์ ละเพ่มิ ชอ่ งทางการจดั จำหนา่ ย ขนม
ของกลมุ่ พฒั นาอาชีพ บ้านคำแสนราชเหนอื ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. รายงานการ
วิจัย. สำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ งานวิจยั
สำนกั งานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. 2552. มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชมุ ชนเร่ือง ขนมไทย มาตรฐานเลขท่ี
มผช. 1/2552. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม, กรุงเทพฯ.
AOAC. 2000. Official methods of analysis of the association of the official analysis chemists.
Arlington: Association of Official Analytical Chemists.

- 32 -

คณะผดู้ ำเนนิ โครงการ

ที่ปรกึ ษา ผอู้ ำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
นางกรแก้ว แบบกลาง อำเภอเมอื งนครราชสมี า จังหวัดนครราชสมี า
ครูชำนาญการ
นางบำเพญ็ ไทยสะเทอื น ครูอาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรยี น
นางทัศนา พรหมดี

ผู้ดำเนินการทำงาน ครู กศน.ตำบลบ้านโพธิ์
นางอนงค์ ทองพีระ ครูประจำกลุ่ม กศน.ตำบลบ้านโพธิ์
นางสาวปฐมาวดี ทองพรี ะ

- 33 -

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version