๑
๒
คำนำ
กิจกรรมโครงการคา่ ยรักษภ์ าษาไทย ไดด้ ำเนนิ การในวันท่ี ๑๒ และ๑๓ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ณ
กศน.ตำบลหนองระเวยี ง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือเพอื่ ใหน้ ักศึกษา กศน.
ตำบลหนองระเวียง ร่วมโครงการคา่ ยรกั ษ์ภาษาไทย สามารถนำความร้ไู ปศกึ ษาต่อเนอื่ งได้และมผี ลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นดขี นึ้
ตามท่ีรัฐบาลมีนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและกระจายโอกาสทางการศึกษาใน
สังคมไทย โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรมให้เกิดข้ึนแก่ประชากรทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ยากไร้
ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่องทางกาย/ทางการเรียนรู้ ชนกลุ่มน้อย โดยสนับสนุนการจัดการศึกษาตามวัยและ
พัฒนาการอย่างมีคุณภาพต้ังแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และการจัดการศึกษาชุมชนเพ่ือมุ่งให้เกิด
สังคมแห่งการเรยี นรู้และการศึกษาตลอดชวี ติ นัน้
สำนักงาน กศน. ได้กำหนดนโยบายด้านการจัดการศึกษานอกระบบ แผนงานสนับสนุนการจัดการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน โดยสนบั สนุนค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างท่ัวถึง เพ่ือเพิ่มโอกาสใน
การรับการศึกษาท่ีมีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในกรอบกิจกรรมพัฒนา
วิชาการ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้เพียงพอกับการศึกษาในแต่ละระดับและพัฒนาผู้เรียน
ให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการเพ่ิมมากข้ึนในรายวิชาตามหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือวิชาอ่ืน ๆ ตามความต้องการของนักศึกษา กศน. โดยมี
รูปแบบการดำเนินงาน ดังน้ี วิทยากรหรอื ผู้สอน ควรเป็นผู้ท่ีมคี วามรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชานั้น โดยตรง ซ่ึง
อาจจะเป็นบุคคลภายนอกหรือครู กศน. ได้ตามความเหมาะสม สถานศกึ ษาต้องจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใหก้ ับ
นกั ศึกษา กศน. เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติ ค่านิยมท่ีถกู ตอ้ ง และมที ักษะหรือความสามารถพ้ืนฐานที่จำเป็นใน
การเผชิญกับปัญหาท่ีเกิดขึ้นในชีวิต และสามารถนำความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่าง
เหมาะสม
คณะผูด้ ำเนินงาน จึงได้จดั ทำสรุปรายงานผลการประเมินความคิดเห็นและความพึงพอใจของผู้เข้ารว่ มกิจกรรม
ตามโครงการดังกล่าว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสรุปรายงานผลการประเมินความโครงการเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่
เกี่ยวข้องตอ่ ไป
กศน.ตำบลหนองระเวยี ง
ผูด้ ำเนนิ งาน
สารบญั ๓
บทท่ี 1 บทนำ หนา้
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจยั ทเี่ ก่ยี วข้อง ๔
บทท่ี 3 วิธกี ารดำเนนิ โครงการ ๖
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ๑๘
บทท่ี 5 สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ ๒๒
๒๗
ภาคผนวก
ผลสรุป
อภิปรายผล
ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานุกรม
๔
บทท่ี ๑
บทนำ
ท่มี าและความสำคญั
ตามท่รี ฐั บาลมนี โยบายดา้ นการศึกษา เพ่ือสรา้ งโอกาสทางการศกึ ษาและกระจายโอกาสทางการศึกษาใน
สงั คมไทย โดยคำนงึ ถึงการสร้างความเสมอภาค ความเปน็ ธรรมใหเ้ กิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลมุ่ รวมถงึ ผยู้ ากไร้
ผู้ด้อยโอกาส ผพู้ ิการ ผู้บกพร่องทางกาย/ทางการเรยี นรู้ ชนกลมุ่ น้อย โดยสนับสนนุ การจัดการศึกษาตามวัยและ
พฒั นาการอยา่ งมีคณุ ภาพตัง้ แต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน และการจดั การศกึ ษาชุมชนเพื่อมุ่งให้เกิด
สังคมแหง่ การเรยี นรูแ้ ละการศึกษาตลอดชวี ติ นัน้
สำนักงาน กศน. ได้กำหนดนโยบายดา้ นการจัดการศกึ ษานอกระบบ แผนงานสนับสนุนการจัดการศกึ ษา
ขัน้ พื้นฐาน โดยสนบั สนนุ คา่ เลา่ เรยี น ค่าหนังสอื เรยี น คา่ จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างทว่ั ถึง เพื่อเพิ่มโอกาส
ในการรับการศกึ ษาที่มีคุณภาพโดยไมเ่ สยี ค่าใชจ้ ่าย โดยเฉพาะกิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน ในกรอบกจิ กรรมพัฒนา
วชิ าการ เปน็ การจดั กิจกรรมเพื่อพฒั นาใหผ้ ู้เรยี นมีพื้นฐานความร้เู พยี งพอกบั การศึกษาในแต่ละระดับและพฒั นา
ผเู้ รียนให้มคี วามรู้ ความสามารถทางด้านวชิ าการเพม่ิ มากขึ้นในรายวชิ าตามหลกั สูตรสถานศึกษา ได้แก่ ภาษาไทย
ภาษาอังกฤษ คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ หรอื วิชาอ่นื ๆ ตามความต้องการของนักศึกษา กศน. โดยมีรปู แบบการ
ดำเนินงาน ดังน้ี วทิ ยากรหรือผสู้ อน ควรเปน็ ผ้ทู ่มี ีความรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชาน้นั โดยตรง ซงึ่ อาจจะ
เปน็ บุคคลภายนอกหรอื ครู กศน. ได้ตามความเหมาะสม สถานศกึ ษาต้องจัดกิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนให้กบั
นกั ศกึ ษา กศน. เพือ่ ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจ มีเจตคติ ค่านิยมทถ่ี ูกต้อง และมีทักษะหรือความสามารถพืน้ ฐานทจี่ ำเปน็
ในการเผชิญกบั ปญั หาที่เกดิ ข้ึนในชีวติ และสามารถนำความรู้จากการเข้ารว่ มกจิ กรรมไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำวันได้
อยา่ งเหมาะสม
เพ่อื ใหก้ ารจัดกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนดำเนินการตามนโยบายดงั กล่าวอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอเมอื งนครราชสมี า โดย กศน.ตำบลหนองระเวยี ง จงึ ไดจ้ ัด
โครงการคา่ ยรักษ์ภาษาไทย เพ่ือให้นักศึกษา กศน.ตำบลหนองระเวียง มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นดขี นึ้ และนำความรู้ไป
ศึกษาตอ่ ในระดับท่สี ูงขนึ้
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพือ่ ให้นกั ศึกษา กศน. รู้จักการใช้ภาษาไทยและเห็นคุณคา่ ทางดา้ นภาษาไทย
๒. เพือ่ ให้นกั ศกึ ษา กศน.นำความรทู้ ไี่ ด้ไปพฒั นาตนเองและเป็นตน้ แบบทีด่ ี
เปา้ หมาย
เชงิ ปรมิ าณ
นักศกึ ษา กศน.ตำบลหนองระเวียง ประถม ๑๒ คน ม.ตน้ ๓๐ คน ม.ปลาย ๘ คน รวม ๕๐ คน
๕
เชิงคุณภาพ
นกั ศกึ ษา กศน. รู้จักการใชภ้ าษาไทยและเห็นคุณค่าทางดา้ นภาษาไทย นำความรู้ท่ีไดไ้ ปพัฒนา
ตนเองและเป็นตน้ แบบท่ีดี
วิธีการดำเนินการ
๑. ประชาสมั พนั ธว์ างแผนการจดั กิจกรรมโครงการ
๒. จดั ทำโครงการเสนอต่อ กศน. อำเภอเมืองนครราชสมี าและประสานวทิ ยากร
๓. ดำเนนิ การจัดกิจกรรมโครงการ
๔.ประเมนิ ผล
๕. สรุป/รายงานผลการจดั กจิ กรรมโครงการ
ขอบเขตการดำเนนิ โครงการ
๑. เพอื่ ให้นักศึกษา กศน. ร้จู กั การใช้ภาษาไทยและเหน็ คุณคา่ ทางดา้ นภาษาไทย
๒. เพื่อให้นกั ศึกษา กศน.นำความรู้ท่ีไดไ้ ปพฒั นาตนเองและเป็นตน้ แบบท่ีดี
๓. การดำเนินโครงการใช้นกั ศึกษา กศน.ตำบลหนองระเวียง จำนวน ๕๐ คน
ผลลัพธ์ (Outcome)
นกั ศกึ ษา กศน. รู้จักการใช้ภาษาไทยและเห็นคุณค่าทางดา้ นภาษาไทย นำความรูท้ ี่ได้ไปพัฒนาตนเองและเป็น
ต้นแบบทีด่ ี
ดัชนีช้วี ดั ผลสำเรจ็ ของโครงการ
ตัวช้วี ดั ผลผลิต (Output)
๑.รอ้ ยละ ๘๕ ของนักศึกษาที่เขา้ ร่วมโครงการรู้จักการใช้ภาษาไทยและเหน็ คุณคา่ ทางด้านภาษาไทย
๒.รอ้ ยละ ๑๐ ของนกั ศึกษา กศน.ทีเ่ ขา้ ร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพฒั นาตนเองเป็นแบบอย่างทดี่ ี
ตวั ชว้ี ัดผลลัพธ์ (Outcome)
นกั ศึกษา กศน. รู้จกั การใช้ภาษาไทยและเหน็ คุณค่าทางด้านภาษาไทย นำความรู้ทไ่ี ดไ้ ปพฒั นาตนเองและ
เป็นตน้ แบบทดี่ ี
การติดตามและประเมนิ ผลโครงการ
๑. แบบทดสอบก่อนและหลังการเรียนรู้
๒. แบบประเมนิ ผลโครงการ
๓. แบบสอบถามความพึงพอใจ
๖
บทที่ ๒
เอกสารที่เก่ยี วข้อง
การทเี่ ราต้องอย่ใู นสังคมรว่ มกับผู้อืน่ ย่อมมโี อกาสท่ีจะตอ้ งพดู ยง่ิ ถา้ เราเตบิ โตขึน้ มีความเจรญิ ก้าวหนา้ ใน
หนา้ ทกี่ ารงานมากขึ้นหรือ เป็นผ้หู ลกั ผูใ้ หญข่ องครอบครวั มากขึน้ ก็ยิ่งจำเปน็ ทจ่ี ะต้องพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ เพ่อื มารยาท
ทางสังคม เพื่อเปน็ กำลังใจแก่ผฟู้ งั หรือเพอ่ื เป็นเกยี รตแิ ก่งานและผฟู้ ัง การรูจ้ กั พูดใหถ้ ูกกาลเทศะ จงึ เปน็ สิง่ ทค่ี วรจะ
ศกึ ษาไวอ้ ย่างย่งิ เพ่ือจะได้พดู ไดถ้ ูกต้อง ไม่เก้อเขนิ สอดคลอ้ งกับบรรยากาศ ทำใหเ้ กิดความประทบั ใจแกผ่ ู้ฟัง
คณุ ค่าภาษาไทย
คุณคา่ ภาษาไทยสรุปไว้ 3 ด้าน คือ
1. คุณคา่ ด้านการส่ือสาร ภาษาไทยเป็นเครือ่ งมือสอื่ สาร ประสานความเขา้ ใจของคนในชาติ ช่วยรกั ษา
ความเปน็ กลมุ่ ชนชาตเิ ดียวกันไวม้ ใิ ห้แตกสลายเสื่อมสญู ไป
2. คณุ คา่ ดา้ นวฒั นธรรม ภาษาไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นภูมปิ ัญญาที่บรรพชนสรา้ งไว้และ
ถา่ ยทอดสบื สานมาจนถงึ ช้นั ลูกหลาน การศึกษาภาษาไทยทำใหเ้ ราเขา้ ใจกำเนดิ ของชนชาตขิ องตน และเรียนรู้
วัฒนธรรมผา่ นภาษาไทยท่ีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงมาจนปัจจบุ นั และยังสามารถดำรงวฒั นธรรมอันดงี ามของตนไว้ได้
ยืนนานสบื ไป
3. คุณคา่ ทางด้านศาสตร์และศลิ ปะ ภาษาไทยมคี วามงาม ประณีตไพเราะ ซ่ึงสะท้อนอัตลักษณ์ของคน
ไทย บทกวี วรรณคดไี ทย คอื กระจกสะท้อนความงามของภาษาไทย ช่วยกลอ่ มเกลาจติ ใจคนไทยใหล้ ะเมียดละไม
ออ่ นโยน การใช้ภาษาไทยเพ่ือสอ่ื สารระหวา่ งกนั ยอ่ มอาศยั ศลิ ปะเพ่ือสื่อสารให้เกิดความรู้ทงี่ อกงาม เกดิ ความเข้าใจ
อันดี เปน็ มิตรต่อกัน และจรรโลงอารมณ์ให้เกิดความซาบซ้งึ นอกจากน้ีภาษาเปน็ ศาสตรท์ ่ีมีระเบียบ กฎเกณฑ์ ที่
คนไทยต้องเรยี นรู้และใช้ใหถ้ ูกต้องตามหลกั เกณฑ์นั้น จึงจะสามารถรักษาภาษาไทยไว้ไดย้ าวนาน
ภาษายอ่ มสมั พันธก์ ับกระบวนการส่ือสาร
เพราะภาษาเป็นพาหะนำสาร ซ่ึง สาร หรือ ข้อมูลต่างๆ ทม่ี คี วามหมายก็คอื เครอ่ื งมือสร้างความเข้าใจ
ระหวา่ งผ้สู ่งสารและผรู้ ับสารนน่ั เอง ในกระบวนการสือ่ สาร มปี จั จัยเกี่ยวข้องอยา่ งน้อย 5 ปจั จยั คือ ผสู้ ่งสาร
(senders) จะส่งสาร (Messages) ผา่ นส่ือหรอื ช่องทาง (Channels) ไปยังผ้รู ับสาร (Receivers) และอาจ
เกิดปฏิกริ ิยาตอบกลับ(Feedback) เปน็ วงจรการสือ่ สารที่สมบรู ณ์ (Two Way Communication)
การพดู คยุ สนทนาแลกเปล่ียนเรยี นรกู้ นั อยา่ งใน Go to Know น้กี ็อยใู่ นกระบวนการนีเ้ ช่นกัน สง่ิ สำคญั คือ
เราตอ้ งมี Feedback ต่อกนั ด้วย เพราะปฏกิ ิริยาตอบกลับน้ีจะมที ั้งการแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก ความหว่ งใย
และเกดิ ความผกู พันขนึ้ มา
ภาษาที่เราใช้สอื่ สารระหว่างกนั น้นั แยกออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือ อวัจนภาษา คือภาษาท่ใี ชถ้ ้อยคำเป็น
เสียงพดู หรอื ลายลักษณ์อักษรที่มีความหมาย กับอวจั นภาษา คอื ภาษาทเ่ี ปน็ กิรยิ าท่าทางการแสดงออกของผ้ใู ช้ภาษา
๗
ตลอดรวมถงึ สญั ลักษณ์ต่างๆ จากภายนอกท่ีสามารถสอ่ื สารความหมายกนั ได้ รปู ภาพ แสง สี เสยี ง วตั ถุ ตรา
สัญลักษณ์ สญั ญาณต่างๆ เป็นตน้
ภาษายอ่ มสมั พันธ์กบั ความคิด
การพดู จาหรือเขียนเพอ่ื ส่ือสารกันนน้ั ผสู้ ง่ สารและผ้รู บั สารต้องรจู้ ักคดิ เพราะการคิดจะช่วยทำให้สาร
น้ัน ชดั เจน ถูกต้อง และเหมาะสม ไม่เกดิ ปัญหาความเข้าใจระหวา่ งกัน
การคิด ไม่วา่ จะคิดกอ่ นที่จะพูดหรือเขยี น หรอื คดิ หลังจากการฟัง การอ่าน ต้องคิดให้ดี การคดิ ดี มี 4 ลกั ษณะ
ดว้ ยกันดงั นี้
1.คิดให้ตรงประเด็น หมายความว่าคิดได้ตรงจุดประสงค์ของสารภายนอกท่ีรับเข้ามาจากการฟัง ดู
อ่าน สามารถจับความคิดหลัก ความคิดยอ่ ยของสารได้ ไม่คิดฟงุ้ ซ่านออกไปจนเบลอ
2.คิดอย่างมีระเบียบ หมายความว่า สามารถจัดลำดับเร่ืองราวได้อย่างมีระบบระเบียบ เช่นจัดลำดับ
ตามเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนก่อนหลัง จัดลำดับตามเหตุและผลท่ีสัมพันธ์กันจัดลำดับตามสถานทท่ี ี่เกิดเรือ่ งราว จดั ลำดับ
จากส่วนใหญไ่ ปหาสว่ นย่อยหรือจากส่วนย่อยไปหาส่วนใหญ่ เปน็ ต้น
3. คิดอย่างมีเหตุผล หมายความว่า การหาเหตุผลมาพิจารณาสารท่ีรับเข้ามาว่ามีจุดมุ่งหมาย ที่มา
อย่างไร เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น สารนั้นน่าเช่ือถือหรือไม่ และมีข้อมูลหรือทฤษฎีอะไรสนับสนุนหรือขัดแย้ง การคิด
ประกอบดว้ ยเหตุผลเช่นน้ีจะชว่ ยใหเ้ ข้าใจสารไดอ้ ย่างชดั แจ้ง ไม่หลงเชือ่ โดยงา่ ย
4.คดิ อยา่ งถกู ต้อง หมายความวา่ สามารถบอกได้ว่าสารภายนอกนน้ั ถูกตอ้ งตามหลกั แห่งความเปน็ จริง
ตามธรรมชาติหรือไม่ เป็นไปตามหลกั การ ทฤษฎี ทางวชิ าการหรือศีลธรรมจรรยาหรือไม่อยา่ งไร ไม่ใช่คิดโดยมอี คติ
หรือยึดอารมณ์ความพึงพอใจส่วนตัวเป็นหลัก การคิดอย่างถูกต้องยังรวมการคิดอย่างละเอียด รอบคอบ ทุกแง่มุม
เอาไว้ด้วยมีคำกล่าวหนึ่งท่ีน่าคิดว่า “ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด เม่ือพูดแล้วคำพูดน้ันเป็นนายเรา” น่าจะทำให้เรา
ได้ตระหนักในเร่ืองการคิดกบั การใช้ภาษาได้ ภาษายอ่ มมีหนา้ ท่แี ละระดับ
ภาษามีหนา้ ทสี่ ำคญั เหมือนกนั ทุกภาษาในโลก นัน่ คือ
1. ถา่ ยทอดความรูต้ า่ งๆ หรอื ภมู ิปญั ญาไปยังบุคคลอื่น
2. ถ่ายทอดความคดิ ต่างๆ เพอ่ื ให้บุคคลอนื่ ไดท้ ราบและเข้าใจ
3. ถา่ ยทอดอารมณ์ ความรสู้ กึ เพอื่ บอกความตอ้ งการ หรอื สร้างความเขา้ ใจระหว่างกัน
4. เพอื่ อบรมส่งั สอน ชีแ้ นะแนวทางปฏบิ ัติ เพ่อื สบื ทอด ความรู้ ภูมปิ ญั ญาวัฒนธรรมของชนรุ่นหน่งึ ไปยังอกี รนุ่ หนึง่
5. เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณคดี ตำราสำหรับการศึกษาเรียนรู้ของคนในสังคม
และของอนุชน
6. เพ่ือเป็นเคร่ืองถ่ายทอดความบันเทิงเริงรมย์ สร้างความสุขของคนในสังคม ในรูปวรรณกรรม หรือสื่อบันเทิง
ตา่ งๆ
ส่วนระดับของภาษานั้น หากพิจารณาจากภาษาไทยจะพบว่า ภาษาไทยมีระดับการใช้ไปตามโอกาส และฐานะ
ของบุคคล เราไม่ได้แบ่งชนช้ันด้วยภาษา แต่หากเกิดจากความเหมาะสมในการใช้ตามวัฒนธรรมที่เรามีมาแต่ครั้ง
๘
โบราณ เรามีสถาบันกษัตริย์ เราย่อมใช้ภาษายกย่อง เทิดพระเกียรติท่านในฐานะทรงเป็นศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ เรา
นบั ถอื ผูใ้ หญ่ ผู้ทีม่ ีคณุ วฒุ ิ ชาตวิ ฒุ ทิ ่ีสงู กว่า เชน่ พระภิกษสุ งฆ์ เรายอ่ มมีภาษาทเ่ี หมาะสมกับฐานะนัน้ ๆ นอกจากน้ี เรา
ยังใช้ภาษาในโอกาสต่างๆ ท้ังท่ีเป็นทางการ หรือภาษาราชการ ภาษาระดับก่ึงทางการและภาษาระดับที่ไม่เป็น
ทางการ ภาษาท่ีใชจ้ งึ มลี กั ษณะแตกตา่ งกนั ตามโอกาสนน้ั ๆ ดว้ ย
อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษาควรคำนึงถึงความเป็นสุภาพชน เพราะแม้เราจะมีภาษาระดับต่ำ หรือภาษาปากที่
หยาบคาย รุนแรง ใช้ส่ือสารในขณะแสดงอารมณ์ท่ีไม่พึงพอใจ เราก็ไม่ควรใช้ เพราะการใช้ภาษาท่ีก่อให้เกิดความ
รังเกียจเคียดแค้น ไม่ใช่วัฒนธรรมอันดีงามนัก หากจะต้องทะเลาะวิวาท ด่าทอ โต้ตอบเสียดสีกันด้วยคำหยาบคาย
และทำใหถ้ งึ ขน้ั แตกความสามัคคี ย่อมสง่ ผลเสียหายแกส่ ังคมโดยรวมครับ
อปุ สรรคในการใชภ้ าษาไทยเพ่ือการส่อื สาร
การส่ือสารภาษาย่อมเกิดอุปสรรค ปัญหา เสมอๆ ไม่วา่ จะเกิดจากปัจจัยใดๆ ในกระบวนการสื่อสาร ไม่ว่า
จะเป็นผู้ส่งสาร ผู้รับสาร สื่อ หรือตัวสาร ความบกพร่องที่เกิดข้ึนเช่น ผู้ส่งสาร ผู้รับสาร มีฐานะแตกต่างกันมาก มี
ความบกพร่องในอวัยวะท่ีใช้ในการส่ือสาร เช่น หูพิการ ตาพิการ สมองพิการ ปากพิการ หรือสื่อที่ใช้นำสารไม่มี
ประสิทธิภาพ ไปจนถึงตัวสาร(ภาษา)ท่ีอาจไม่มีความชัดเจน กำกวม ออกเสียงไม่ถูกต้อง เรียงลำดับสับสน หรือเป็น
ภาษาที่หยาบคาย ส่อเสียด ก่อความรังเกียจเคียดแค้น ชิงชัง เป็นต้น อุปสรรคเหล่าน้ีต้องได้รับกาแก้ไข ต้องศึกษา
เรียนรู้วิธีการใช้ภาษา ได้แก่ อักขรวิธี (วิธีพูด วิธีเขียน) การรู้จักอ่าน รู้จักฟัง มารยาทการใช้ภาษาที่เหมาะสมกับ
วฒั นธรรม ประเพณี ธรรมเนียมปฏบิ ัติ ลงความว่า การใช้ภาษาไทยที่ดี ไม่เกิดอุปสรรคในการส่ือสารมี 5 ประการคือ
1. ใช้ภาษาถูกต้องตามหลกั เกณฑ์ทางภาษา
2. ใชภ้ าษาถกู กาลเทศะและบุคคล
3. ใช้ภาษาใหป้ ระณตี ไพเราะ
4. ใชภ้ าษาไม่บดิ เบอื นสารเพื่อประโยชน์ตนในทางไมช่ อบ
5. ใช้ภาษาถูกตอ้ งตามกฎหมาย และเหมาะสมกับวฒั นธรรมขนบประเพณอี นั ดงี าม
สำนวนไทยพาสนกุ
สำนวน หมายถึง โวหาร ทำนองพูด ถ้อยคำที่เรียบเรียง ถ้อยคำท่ีไม่ถูกไวยากรณ์แต่รับใช้เป็นภาษาที่ถูกต้อง
การแสดงถอ้ ยคำออกมาเปน็ ข้อความพเิ ศษเฉพาะภาษาหน่งึ ๆ
สาํ นวนไทย จะมีความหมายโดยนยั เป็นลักษณะความหมายเชิงอุปมาเปรยี บเทียบ จะไม่แปลความหมายตรง
ตามตวั อักษร จึงฟังแล้วมักจะ ไม่ได้ความหมายของตัวมันเอง ต้องนำไปประกอบกับบุคคล กับเร่ือง หรือเหตุการณ์จึง
จะไดค้ วามหมายเป็น คติ เตอื นใจเชน่ เดียวกบั คำทเ่ี ป็นสภุ าษติ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำท่ีเรียบเรียงขึ้นมา แฝงคติเตือนใจหรือ ข้อคิดสะกิดใจให้นำไปปฏิบัติได้ เป็น
ความหมายกลาง ๆ คือ ไมเ่ น้นการสั่งสอน และ เนอ้ื หาของใจความนนั้ ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเปน็ ความดี หรอื ความจริง
แท้ แนน่ อน
๙
ความแตกตา่ งของ สุภาษิต สำนวน และคำพงั เพย
สํานวน คือ คําพูด หรือ ถ้อยคําท่ีค่อนข้างกระทัดรั ดูไพเราะสละสลวย สำนวนไทยจะมีความหมายโดยนัย
เปน็ ลักษณะความหมายเชงิ อุปมาเปรียบเทียบ จะไมแ่ ปลความหมายตรงตามตวั อักษร
ตัวอยา่ งสำนวน เชน่ ปากเสยี , ไขสือ ยกเมฆ, ชั่วช่างชี ดีชา่ งสงฆ์ ฯลฯ
คาํ พังเพย คือ ถ้อคําทเี่ ปรียบเทียบเหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่พบเห็นได้ในการดํารงชีวิตของคนรุ่นก่อน
โดยมากไม่เน้นการสั่งสอน แต่ ใช้ ในทํานองเสียดสีประชดประชันเพื่อให้สะท้อนความคิด ความเช่ือถือ และเป็นคติ
เตือนใจ หรือเปน็ ขอ้ คดิ สะกิดใจให้นาํ มาปฏิบตั ิ
ตัวอยา่ งคำพังเพย เชน่ งมเขม็ ในมหาสมทุ ร, ขงิ กร็ าขา่ ก็แรง, ตำน้ำพริกละลายแม่นำ้ ฯลฯ
สุภาษิต คือ คำกล่าวที่มีคติสอนใจ สุภาษิตจึงมีลักษณะเดียวกับสำนวนและคำพังเพย แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อ
การสงั่ สอน เตือนสติให้คิด ไม่มกี ารเสียดสีหรอื ติชมอย่างคำพังเพย เป็นถ้อยคำที่แสดงหลักความจรงิ เป็นท่ียอมรับกัน
โดยทวั่ ๆ ไป ภาษิตน้ยี ังมีความหมายรวมไปถึง สัจธรรม คำสั่งสอนทเี่ ปน็ ความจรงิ อันเท่ยี งแท้ทางศาสนาดว้ ย
ตวั อย่างสุภาษิต เช่น ทำดไี ด้ดีทำชว่ั ไดช้ วั่ , ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน, คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร ฯลฯ
สํานวน สุภาษติ ไทย หมวด ก.ไก่
• กระด่ไี ดน้ ำ้ ความหมาย ใชเ้ ปรียบเทียบคนท่ีแสดงอาการดอี กดใี จต่ืนเต้นจนตัวสนั่ เกินงาม
• กิ้งก่าได้ทอง ความหมาย คนเย่อหย่ิงจองหอง หรือลำพองตน เป็นการพูดติเตียนบุคคลผู้หลงผิดคิดว่าตน
ดีกวา่ คนอนื่ หรอื คนทมี่ ฐี านะด้อย เม่อื ไดด้ แี ล้วลืมตัว ทำเยอ่ หยิง่ ไมน่ ึกถึงคนทเ่ี คยทำคุณแกต่ น
๑๐
• ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ความหมาย ความสวยงามเกิดขึ้นได้จากการปรุงแต่ง คนจะงามได้ก็ต้อง
แตง่ ตัวให้ดดู ี
• กล้ิงครกข้นึ ภูเขาความหมาย เรื่องท่ีกำลังจะทำหรือจะทำใหส้ ำเร็จบรรลุผลนั้น ยากลำบากแสนเข็ญมิใช่ของ
ท่ที ำได้งา่ ยนกั เปรยี บไดก้ ับ การกล้ิงครกขึน้ ภูเขาไปสูย่ อดเขา
• กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ความหมาย คนที่เนรคุณคนเปรยี บได้กับคนที่อาศัยพักพิงบ้านเขาอยแู่ ล้วคิดทำ
มดิ ีมชิ อบใหเ้ กิดขึ้นภายในบา้ นนั้น ทำใหเ้ จ้าของบา้ นทีใ่ ห้อาศัยต้องเดือดร้อน
• กินปูนร้อนท้อง ความหมาย คนที่ทำพิรุธหรือทำอะไรไว้ไม่อยากให้ใครรู้แต่เผอิญมีใครไปแคะได้ หรือเรียบ
เคยี งเขา้ หนอ่ ยท้ัง ๆ ท่ีเขาไม่ได้เจตนาเจาะจงแตต่ ัวเอง กแ็ สดงอาการเป็นเชิงเดอื ดร้อนออกมาใหเ้ ขารู้
• ไกแ่ ก่แม่ปลาชอ่ น ความหมาย หญงิ ค่อนข้างมีอายุท่มี ีมารยาและเลห่ ์เหลยี่ มมาก และมกี ิริยาจดั จา้ น
• กิ่งทองใบหยก ความหมาย หญิงและชายที่มีฐานะเสมอกัน ท้งั หน้าตาและรูปร่างสวยงามพอกนั มีอะไร
ทเ่ี หมาะสมกนั จึงเป็นค่คู รองท่เี หมาะสมกนั มาก
• กินอยกู่ ับปากอยากอยูก่ บั ทอ้ ง ความหมาย รดู้ ีอยู่แก่ใจ เพราะทำเองแลว้ แสร้งไม่รู้ไม่เห็น
• กำขี้ ดีกว่า กำตด ความหมาย ได้ในสิ่งที่เห็นหรือเป็นของได้แน่ ดีกว่าคิดอยากได้ในส่ิงหรือของท่ีไม่เห็น
เหมือนไม่มตี วั ตน
• ใกลเ้ กลือกนิ ด่าง ความหมาย ใกล้ของดี แตไ่ ม่ไดก้ ิน อยู่ใกลก้ บั ของดีแท้ ๆ แตไ่ ม่ได้รบั เพราะกลับไปคว้า
เอาของที่ดี หรอื มีราคาดอ้ ยกวา่
• กอ่ กรรมทำเขญ็ ความหมาย ทำใหย้ งุ่ ยากลำบากใจ
• เก็บเบ้ียใตถ้ ุนร้าน ความหมาย ถึงจะทำงานเลก็ ใหญ่ หรอื ค้าขายอะไรกต็ าม ก็พยายามค่อย ๆ ทำให้มีผลได้
แม้เลก็ ๆ น้อย ๆ ก็ยงั ดกี วา่ ปล่อยใหห้ ลุดลอยไปเสีย
• กว่าถ่ัวจะสุกงาก็ไหม้ ความหมาย ช้าเกินการ ได้อย่างเสียอย่าง การทำอะไรมัวรีรออยู่ ไม่รีบลงมือทำเสีย
แต่แรกคร้ันพอลงมือจะทำ ก็ไม่ทันการเสียแล้วเพราะคนอื่นเขาเอาไปทำเสียก่อน การค่ัวถั่วกับงาในกระทะ
เดียวกัน ถ่ัวเป็นของสุกช้างาสุกเร็วมัวรอไห้ถ่ัวสุก งาก็ไหม้เสียก่อน สำนวนน้ีหมายถึงการทำอะไรสองอย่าง
พร้อมกันหรือทำอะไรสักอย่างที่ไม่รอบคอบ มวั คดิ แตจ่ ะได้ทางหนง่ึ ต้องเสยี ทางหนงึ่
• กินที่ลับ ขับท่ีแจ้ง ความหมาย ทำอะไรไว้ในที่ลับแล้วอดปากไว้ไม่ได้เอามาเปิดเผย ให้คนทั้งหลายรู้เพ่ือจะ
อวดว่าตนเก่งกล้า หรือสามารถทำอย่างนั้นได้
๑๑
• กินน้ำใต้ศอก ความหมาย หญิงที่ได้สามี แต่ต้องตกไปอยู่ในตำแหน่งเมียน้อย หรือ ได้อะไรท่ีไม่เทียมหน้า
เทียมตาคนอืน่ เขา
• เกลยี ดขี้ขี้ตาม เกลียดความความถึง ความหมาย การท่ีคนเราเกลียดสิ่งไหนแล้วมักจะได้สิ่งน้ันเปรียบได้กับ
ชายทเี่ กลยี ด ผหู้ ญงิ ข้ีบน่ จ้จู ี่แตม่ กั ลงท้ายกลับไปได้ภรรยาขบ้ี ่นจู้จเ่ี ขา้ จนได้
• ไกก่ ินข้าวเปลือก ความหมาย ตราบใดที่ไก่ยังกนิ ขา้ วเปลอื กอยู่ ตราบนน้ั คนเรากย็ งั อดกินสินบนไมไ่ ด้ นั่นเอง
• แกว่งเท้าหาเสีย้ น ความหมาย คนที่ชอบทำอะไรเปน็ การสอดแทรกเข้าไปยุ่งกับเรอ่ื งของผู้อืน่ เขา้ จนกระทั้ง
กลาย เป็นเรื่องกบั ตัวเองจนไดเ้ สมอ
• กนิ ขา้ วรอ้ นนอนสบาย ความหมาย เกียจครา้ น ชอบทำอะไรจวนตวั
สาํ นวน สภุ าษิตไทย หมวด ข.ไข่
• ขีช่ า้ งจบั ต๊กั แตน
ความหมาย ลงทนุ เสียมากมายเพอ่ื ทำงานเล็ก ๆ เทา่ นั้น เปน็ ทำนองวา่ ผลประโยชนท์ ี่ไดไ้ ม่คุ้มกับทล่ี งทุน
• เข้าเมืองตาหลวิ่ ตอ้ งหล่ิวตาตาม
ความหมาย ทใี่ หนเขาประพฤตอิ ยา่ งไร ก็ประพฤติตามเขาไปดว้ ย อยา่ ไปประพฤติขดั แย้งกบั เขา
๑๒
• ขว้างงูไม่พน้ คอ
ความหมาย มภี าระหรอื มีเรือ่ งเดือดรอ้ น ท้ังของตนเองและที่เก่ียวข้องอยู่ แต่ไมส่ ามารถจะแก้ไขให้รอดพ้นไปได้
• ขา้ วใหมป่ ลามนั
ความหมาย สามภี รรยาทเ่ี พงิ่ จะแตง่ งานกนั ใหม่ ๆ ยอ่ มจะอยใู่ นระหวา่ งกำลงั เสพสุขสมรสมรี สชาติ
• เขียนเสอื ให้ววั กลวั ความหมาย การท่ีทำอะไรอยา่ งหนง่ึ เพ่ือใหเ้ ป็นการขม่ ขูอ่ ีกฝ่ายหน่ึงไว้กอ่ นให้กลวั
• ขมินกับปูน ความหมาย คนท่ีไม่ลงลอยกัน หรือ รสนิยมเข้ากันไม่ได้ เม่ืออยู่ใกล้กัน ก็มักเป็นปากเสียง
ทะเลาะวิวาทกนั เปรยี บดงั ขมน้ิ กับปูน
• ขก้ี ้อนใหญ่ให้เด็กเหน็ ความหมาย การทำอะไร ทเ่ี ปน็ เรื่องไมด่ ี เปน็ เรื่องชว่ั รา้ ยเลวทราม หรือการทุจรติ โดย
ไมม่ ีความละอายใจ ใหผ้ อู้ ืน่ เหน็ โดยเฉพาะ หมายถึง ผู้ใหญท่ ่ที ำใหผ้ ูน้ ้อย เห็นอย่างชดั แจง้
• ขนมพอผสมกับน้ำยา ความหมาย ทั้งสองฝา่ ยตา่ งพอดกี ัน จะว่าข้างไหนดกี ็ไม่ได้
• ขี่ช้างอย่าวางขอ ความหมาย การท่ีมีลูกน้อง หรือมีผู้น้อยอยู่ในความปกครอง บังคับบัญชาของเรา ก็อย่า
ประมาทละเลยเสีย ต้องหมั่นกวดขันกำชับ เปรียบได้กับคนขี่ช้างต้องคอยถือขอสับช้างบังคับช้างไว้อยู่
ตลอดเวลา ถา้ วางขอหรือไมใ่ ชข้ อคอยสับไว้ ชา้ งก็อาจพาลเกเรไมท่ ำงานได้
• เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ความหมาย คนท่ีแต่แรกทำความดีจนเป็นท่ีเช่ือถือไว้แล้ว แต่ภายหลัง กลับทำ
ความชวั่ ลบล้างความดขี องตนเสียง่าย ๆ
• ขา้ งนอกสุกใสขา้ งในเป็นโพรง ความหมาย ส่ิงทแี่ ลดูภายนอกเป็นของดหี รือของแท้ แตแ่ ทจ้ รงิ แล้วกลบั ไม่ใช่
ของดี หรอื ของแท้นัก
๑๓
สาํ นวน สุภาษิตไทย หมวด ค.ควาย
• คนลม้ อย่าข้าม ไม้ลม้ จึงข้าม
ความหมาย คนที่เคยมีอำนาจและวาสนามาก่อน แตต่ ้องตกตำ่ ลงก็อย่าเพิ่งไปคิดดูถูกเหยียบย่ำเขา้ เพราะเขาอาจกลับ
ฟื้นฟูข้ึนอีกได้ ไม่เหมอื นไม้ทไ่ี มม่ ีชีวติ วางทิ้งไว้จะข้ามจะเหยียบอยา่ งไรก็ได้
• คบคนพาลพาลพาไปหาผดิ คบบัณฑติ บัณฑิตพาไปหาผล
ความหมาย คบคนชั่ว คนชั่วก็ชักพาเราให้พลอยไปทำช่ัวด้วย ถ้าคบคนดีมีความรู้ ก็ทำให้เราได้รับผลดีหรือได้รับ
ความรู้ดตี ามไปดว้ ย
• คนรกั เทา่ ผืนหนัง คนชงั เทา่ ผืนเสอื่
๑๔
ความหมาย คนทจี่ ะรักเราจริง ๆ มนี ้อยแต่คนเกลยี ดหรอื คนชงั เรามเี ปน็ ส่วนมากกวา่
• คนเดียวหัวหาย สองคนเพ่ือนตาย ความหมาย เมื่อเวลาไปไหนคนเดียวไมป่ ลอดภัยนัก อาจเป็นอันตรายถึง
ชวี ิตได้ ถ้าไปดว้ ยกนั สองคน กอ็ าจจะชว่ ย ขจัดเหตุร้าย หรอื เปน็ เพ่ือนอุ่นใจ ได้ดกี ว่า ไปคนเดียว
• ความววั ไมท่ นั หาย ความควายเขา้ มาแทรก ความหมาย มีเร่ืองราว เดือดรอ้ นเกิดข้ึน ยงั ไมท่ ันจะแก้ไข หรือ
จัดการใหส้ งบดี ก็เกิดมีเร่อื งใหม่ซอ้ นข้ึนมาอีกคร้งั
• คนตายขายคนเป็น ความหมาย คนท่ีตายไปแล้ว มีหนี้สินติดตัวอยมู่ าก ทำให้คนท่ีอยู่ ซ่ึงเกี่ยวข้อง หรือเป็น
ญาติพ่นี อ้ งต้องรบั ผิดชอบใชห้ น้ี และมิหนำซำ้ ตอ้ งเป็นภาระในการจัดทำศพอีกดว้ ย
• โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ ความหมาย คิดกำจัดศัตรู ก็ต้องปราบให้เรียบ อย่าให้พรรคพวกของมันเหลือไว้เลย
แม้แต่คนเดียว มิฉะน้ันพวกท่ีเหลือนี้จะกลับฟื้นฟูกำลังขึ้นมา เป็นศัตรูกับเราภายหน้าได้อีก คือต้อง ขุดราก
ถอนโคน
• ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ความหมาย เป็นคนมีความรู้สารพัด เกือบทุกอย่าง แต่ถึงคราวเกิดเร่ืองขึ้นกับ
ตัวเอง กลบั จนปัญญาแก้ไข
• คางคกขน้ึ วอ
ความหมาย เปรียบเทียบคนที่มีฐานะต่ำต้อย พอได้ดีแล้วก็มักแสดงกิริยาอวดดีลืมตัว วอในท่ีนี้ มีความหมายถึง วอที่
น่ัง มบี รวิ ารคอยหามเวลาเดนิ ทางไปใหนมาใหน
• คล่ืนกระทบฝั่ง ความหมาย คือเรื่องราวที่เกิดข้ึน แล้วดูจะเป็นเรื่องใหญโ่ ต เรื่องสำคญั แต่แล้วเรือ่ งนั้นก็เงียบ
หายไปเฉยๆ เหมือนกบั คลืน่ น้ำในทะเลนั่นเอง
• คบคนจรหมอนหมิ่น ความหมาย คบคนแปลกหน้า ท่ีไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อาจเกิดโทษหรืออันตรายได้
เหมอื นหนนุ หมอนหมน่ิ ๆ ไมย่ อมหนุนตรงกลางหมอนอาจตกหมอนคอเคลด็ ไดเ้ ช่นกนั
• คมในฝัก ความหมาย เป็นคนเก่ง แต่เงยี บไว้ไม่โออ้ วด
• คาบลูกคาบดอก ความหมาย อยู่ในระยะคับขันกำลังจะได้หรือเสียก้ำกึ่งกัน เปรียบเทียบกับ ต้นไม้ท่ีออก
ดอกและกำลงั จะเปน็ ลูกคาบเกยี่ วกันน่นั เอง
๑๕
• คเู่ รยี งเคียงหมอน ความหมาย ชายหญงิ ที่อยู่กินรว่ มกันฉันผัวเมีย ผัวเมยี ท่อี ย่รู ่วมทุกข์ร่วมสุขกนั นั่นเอง
• คดในขอ้ งอในกระดูก ความหมาย คนท่เี ชอื่ และไวว้ างใจไม่ได้ ซ่งึ มสี ันดานคดโกงและฉอ้ ฉล
สาํ นวน สภุ าษิตไทย หมวด ง.งู
• งูเหน็ นมไก่ ไก่เห็นตีนงู
ความหมาย คนสองคนต่างคนต่างเห็นหรอื รู้เร่อื งเดิมหรือรู้ความในกนั ดี แต่คนอนื่ อาจไม่เห็น หรือไม่รู้เรอ่ื งของคนสอง
คนนเ้ี ลย
• งูกนิ หาง
ความหมาย เกี่ยวกันเป็นวงจนหาท่ีส้ินสุดไม่ได้ ตัวอย่าง ฉันเบ่ือการทวงหนังสือคืนแล้วหละ ทวงคนนี้บอกว่าอยู่ท่ีคน
นัน้ ทวงคนน้นั บอกว่าอยทู่ ีค่ นโน้น ไม่สนิ้ สดุ ราวกับงกู ินหางเลยทีเดยี ว
• งอมพระราม ความหมาย มีความทกุ ข์ยากลาํ บากเตม็ ที่ เหมอื นพระรามตอ้ งถูกขบั ไลไ่ ปอยูป่ ่า
• งูเง้ียวเข้ียวขอ ความหมาย สัตว์ร้ายนานาชนิดสำนวนนี้บ่งบอกถึงอันตรายตรงๆของสัตว์มีพิษพวกนี้เพราะ
ชีวิตของคนสมัยก่อนต้องทำไร่ทำสวน ต้องเดินผ่านสุมทุมพุ่มไม้ หรือเดินตามคันนาหัวไร่ หรือไปไหนมาไหน
ตอนกลางค่ำกลางคืนกใ็ หร้ ะวงั งูเงย้ี วเขยี้ วขอ มนั จะกดั จะตอ่ ยเอา
๑๖
• เงาตามตัว หมายถงึ ผลของการกระทำที่เกิดตามตดิ มาทันที หรอื ผ้ทู ่ไี ปไหนไปด้วยกันแทบไมค่ ลาดกันเลย
• เหง่ือไหลไคลย้อย หมายถึง เหงือ่ และขี้ไคล เช่น อากาศร้อนมากจนเหง่ือไหลไคลยอ้ ยกันหมดแล้ว หรอื ออก
แรงทำงานหนกั ๆ
• งมเข็มในมหาสมุทร
หมายถงึ คน้ หาสิง่ ทยี่ ากจะค้นหาได้ ทํากจิ ทส่ี าํ เร็จได้ยาก
• เงือ้ ง่าราคาแพง หมายถงึ จะทาํ อะไรก็ไม่กลา้ ตดั สินใจทําลงไป ดีแต่ทําท่าหรอื วางทา่ วา่ จะทําเท่าน้นั
• โง่เง่าเต่าตุ่น หมายถึง โง่มาก คือ เต่าเป็นสัตว์ท่ีเคลื่อนไหวช้า ตุ่นเป็นสัตว์ที่รูปร่างคล้ายหนู ชอบขุดรูอยู่
ชอบกินพืช เตา่ และตนุ่ มกั ถกู นำมาเปรียบกบั คนโงแ่ ละคนเซ่อ เงา่ หรอื ง่าว เป็นคำไทยเหนอื แปลวา่ โง่
สาํ นวน สุภาษติ ไทย หมวด จ.จาน
• จบั ปลาสองมือ
•
ความหมาย คนท่ีอยากจะได้สองอย่างทีเดียวพร้อมๆ กัน โดยไม่คำนึงว่าตนเองมีความสามารถที่จะทำได้หรือไม่
เปรียบเทียบกับการใช้มือจับปลาตัวเดียวให้มั่นดีกว่าจับด้วยมือเดียวหรือข้างละตัว ซึ่งอาจจะไม่ม่ันพอ ทำให้ปลาท้ัง
สองตัวหลุดตกน้ำไปหมด ไม่ไดอ้ ะไรเลย
๑๗
๑๘
บทท่ี ๓
วิธกี ารดำเนินโครงการ
๑. ประชาสัมพนั ธ์วางแผนการจดั กจิ กรรมโครงการ
๒. จดั ทำโครงการเสนอต่อ กศน. อำเภอเมืองนครราชสีมาและประสานวิทยากร
๓. ดำเนินการจดั กจิ กรรมโครงการ
๔. ประเมินผล
๕. สรุป/รายงานผลการจัดกิจกรรมโครงการ
กำหนดการ โครงการคา่ ยรักษภ์ าษาไทย
วนั ท่ี 1๔ – 1๕ สิงหาคม ๒๕๖๓
ณ กศน.ตำบลหนองระเวียง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสมี า
วันที่ 1๔ สิงหาคม ๒๕๖๓
๐๘.๐๐ น. - ๐๘.๓๐ น. รายงานตัว/ลงทะเบียน
๐๘.๓๐ น. - ๐๘.๔๕ น. พิธีเปดิ โครงการ
๐๘.๔๕ น. - ๑๐.๑๕ น. ฐานท่ี ๑ รักษ์ภาษาไทย ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานที่ ๒ ภาษาพาสนกุ ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๐.๑๕ น. - ๑๐.๓๐ น. พักรับประทานอาหารวา่ งและเคร่ืองดื่ม
๑๐.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น. ฐานท่ี ๑ รกั ษ์ภาษาไทย ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานท่ี ๒ ภาษาพาสนกุ ต่อ ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น. รบั ประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. ฐานที่ ๑ รักษภ์ าษาไทย ต่อ ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานท่ี ๒ ภาษาพาสนกุ ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๖.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ครู นักศึกษา สรปุ กจิ กรรม
วันท่ี 1๕ สิงหาคม ๒๕๖๓
๐๘.๐๐ น. - ๐๘.๔๕ น. ทบทวนวันวาน
๐๘.๔๕ น. - ๑๐.๑๕ น. ฐานท่ี ๑ รักษ์ภาษาไทย ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานที่ ๒ ภาษาพาสนกุ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๐.๑๕ น. - ๑๐.๓๐ น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดม่ื
๑๐.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น. ฐานท่ี ๑ รกั ษ์ภาษาไทย ต่อ ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานท่ี ๒ ภาษาพาสนุก ต่อ ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น. รบั ประทานอาหารกลางวนั
๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ฐานที่ ๑ รักษภ์ าษาไทย ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานที่ ๒ ภาษาพาสนุก ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๖.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ครู นักศกึ ษา สรุปกจิ กรรม/ปิดโครงการ
กำหนดการอาจมีการเปล่ียนแปลงไดต้ ามความเหมาะสม
๑๙
รายงานผลการดำเนนิ งาน
- โครงการ : โครงการคา่ ยรักษภ์ าษาไทย
- วนั เดือน ปี : วนั ท่ี 14-15 สงิ หาคม 2563
- สถานท่ี : กศน.ตำบลหนองระเวียง หมู่ 6 ตำบลหนองระเวยี ง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวดั นครราชสีมา
- วัตถปุ ระสงค์ :
1. เพื่อใหน้ ักศกึ ษา กศน. ร้จู กั การใช้ภาษาไทยและเหน็ คณุ ค่าทางด้านภาษาไทย
2. เพอื่ ให้นักศกึ ษา กศน.นำความรทู้ ไ่ี ด้ไปพฒั นาตนเองและเป็นต้นแบบท่ดี ี
- วทิ ยากร : นางปุณริศา หิรัญชาต
- เป้าหมาย :
เชงิ ปรมิ าณ
นักศึกษา กศน.ตำบลหนองระเวยี ง จำนวน 50 คน แยกเปน็ ดังนี้
ประถมศึกษา จำนวน 12 คน
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จำนวน 30 คน
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 8 คน
เชงิ คุณภาพ
นักศกึ ษา กศน. มีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นดีขึ้นและนำความรไู้ ปศกึ ษาต่อในระดบั ทส่ี งู ขึ้นและนำความรู้ท่ีได้ไป
พัฒนาตนเองและเปน็ ตน้ แบบทีด่ ี
ประมวลการดำเนินกจิ กรรมโครงการค่ายรกั ษ์ภาษาไทยวนั ท่ี 15 สิงหาคม ๒๕๖๓
ทบทวนวันวาน
๒๐
ฐานที่ ๑ รกั ษ์ภาษาไทย
ฐานที่ ๒ ภาษาพาสนกุ ครู นักศึกษา สรุปกิจกรรม
ครอู าสาตรวจเยี่ยมและให้กำลงั ใจ
๒๑
วันท่ี 1๕ สงิ หาคม ๒๕๖๓
๐๘.๐๐ น. - ๐๘.๔๕ น. ทบทวนวันวาน
๐๘.๔๕ น. - ๑๐.๑๕ น. ฐานที่ ๑ รักษ์ภาษาไทย ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานท่ี ๒ ภาษาพาสนกุ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๐.๑๕ น. - ๑๐.๓๐ น. พักรับประทานอาหารวา่ งและเครื่องด่ืม
๑๐.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น. ฐานท่ี ๑ รกั ษภ์ าษาไทย ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานท่ี ๒ ภาษาพาสนุก ตอ่ ประถม ๖ คน ม.ต้น ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น. รบั ประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ฐานท่ี ๑ รักษภ์ าษาไทย ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
ฐานที่ ๒ ภาษาพาสนุก ต่อ ประถม ๖ คน ม.ตน้ ๑๕ คน ม.ปลาย ๔ คน
๑๖.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ครู นกั ศึกษา สรุปกจิ กรรม/ปิดโครงการ
๒๒
บทที่ ๔
ผลการประเมนิ โครงการ
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลโครงการค่ายรกั ษ์ภาษาไทย จำนวน ๔๘ คน สรุปไดด้ งั น้ี
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ความพึงพอใจของผู้เรยี น
ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ความพึงพอใจของผูเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมโครงการค่ายรกั ษภ์ าษาไทย เกณฑก์ ารตัดสนิ และ
พิจารณาแบบสอบถามประเมินความพงึ พอใจ โดยใช้ scale ๕ ระดบั หรอื ที่เรียกว่าวดั เจตคตติ ามเทคนิคของ ลเิ คิร์ท
(Likert technique) หรอื แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณคา่ ๕ ระดับของ ลเิ คิรท์ สเกล ถือเกณฑพ์ จิ ารณา
จากระดบั คะแนนเฉลยี่ จากคา่ คะแนนดังน้ี
๔.๒๑ – ๕.๐๐ หมายถงึ ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมมีความพงึ พอใจระดบั มากทีส่ ุด
๓.๔๑ – ๔.๒๐ หมายถึง ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมมคี วามพึงพอใจระดับ มาก
๒.๖๑ – ๓.๔๐ หมายถงึ ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมมีความพงึ พอใจระดบั ปานกลาง
๑.๘๑ – ๒.๖๐ หมายถงึ ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมมคี วามพึงพอใจระดบั น้อย
๑.๐๐ – ๑.๘๐ หมายถงึ ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมมคี วามพงึ พอใจระดบั น้อยที่สดุ
ตอนท่ี ๑ ตารางแสดงผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลส่วนตวั ของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ
ตารางที่ ๑.๑ แสดงข้อมูลระดบั การศึกษาของผู้เขา้ รว่ มโครงการ จำแนกตามระดับชน้ั
ระดบั การศกึ ษา จำนวน ร้อยละ
ประถมศกึ ษา --
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น ๑๗ ๓๕.๔๑
มัธยมศึกษาตอนปลาย ๓๑ ๖๔.๕๘
จากตารางท่ี ๑.๑ แสดงขอ้ มูลระดบั การศึกษาของผ้เู ข้ารว่ มโครงการ จำแนกตามระดับช้ัน พบว่าผเู้ ขา้ ร่วม
กจิ กรรมส่วนใหญเ่ ปน็ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้นนักศึกษา จำนวน ๑๗ คน คดิ เป็นร้อยละ ๓๕.๔๑ เป็นนกั ศกึ ษาระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๓๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๔.๕๘
ตารางที่ ๑.๒ แสดงข้อมูลเพศของผ้เู ขา้ รว่ มโครงการ จำแนกตามเพศ
เพศ จำนวน ร้อยละ
ชาย ๒๘ ๕๘.๓
หญงิ ๒๐ ๔๑.๖
จากตารางท่ี ๑.๒ แสดงขอ้ มูลเพศของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ จำแนกตามเพศ พบว่าผู้เข้ารว่ มกิจกรรมสว่ นใหญเ่ ปน็
เพศชาย จำนวน ๒๘ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๕๘.๓ เปน็ นักศึกษาเพศหญิง จำนวน ๒๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๔๑.๖ ตามลำดบั
๒๓
ตารางที่ ๑.๓ แสดงขอ้ มูลอายุของผเู้ ข้ารว่ มโครงการ จำแนกตามระดับอายุ
ระดบั อายุ จำนวน รอ้ ยละ
ต่ำกว่า ๒๐ ปี ๒ ๔.๑๖
๒๐ – ๓๐ ปี ๑๗ ๓๕.๔๑
๓๑ – ๔๐ ปี ๖ ๑๒.๕
๔๑ – ๕๐ ปี ๓ ๖.๒๕
๘๒ ปีขน้ึ ไป --
จากตารางที่ ๑.๓ แสดงข้อมูลอายุของผ้เู ขา้ ร่วมโครงการ จำแนกตามระดบั อายุ พบวา่ ผู้เข้าร่วมกจิ กรรม
สว่ นใหญม่ ีอายรุ ะหว่าง ๒๐ – ๓๐ ปี จำนวน ๑๗ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๓๕.๔๑ อายรุ ะหวา่ ง ๓๑ – ๔๐ ปี
จำนวน ๖ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๒.๕ อายรุ ะหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปี จำนวน ๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๖.๒๕ และ
ต่ำกว่า ๒๐ ปี จำนวน ๒ คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๔.๑๖ ตามลำดบั
ตารางตอนท่ี ๒ แสดงจำนวนความคดิ เห็นของผ้เู ขา้ รว่ มโครงการคา่ ยรักษ์ภาษาไทย ขอ้ มูลจากผู้ตอบ
แบบสอบถาม จำนวน ๔๘ คน
รายการประเมนิ มากทส่ี ดุ ระดบั ความคดิ เหน็ (ร้อยละ) นอ้ ยที่สดุ
มาก ปานกลาง นอ้ ย
ดา้ นวทิ ยากร
๑. การถ่ายทอดความรูข้ องวิทยาการมีความชัดเจน ๖๒.๒๒ ๓๒.๗๘ ๕ - -
๒. ความสามารถในการอธิบายเนอื้ หา ๖๘.๕๖ ๓๑.๔๔ - - -
๓. การเชือ่ มโยงเนื้อหาในการฝกึ อบรม ๕๗.๒๒ ๓๓.๕๘ ๙.๒๐ - -
๔. มีความครบถว้ นของเน้อื หาในการฝึกอบรม ๖๕.๘ ๒๒.๑ ๑๒.๑ - -
๕ .การใชเ้ วลาตามที่กำหนดไว้ ๔๗.๒๓ ๔๐.๕๒ ๑๒.๒๕ - -
๖. การตอบขอ้ ซกั ถามในการฝกึ อบรม ๕๗.๔๒ ๔๐.๐๕ ๒.๕๓ - -
ดา้ นสถานท่ี/ระยะเวลา/อาหาร
๑. สถานทส่ี ะอาดและมคี วามเหมาะสม ๕๙.๕๓ ๓๒.๒๓ ๘.๒๔ - -
๒. ความพร้อมของวสั ดุ อปุ กรณ์ - -
๓. ระยะเวลาในการอบรมมคี วามเหมาะสม ๔๑.๖๗ ๒๙.๖๙ ๒๘.๖๔
๖๑.๓๒ ๓๒.๔๙ ๖.๑๙
๔. อาหาร มคี วามเหมาะสม ๔๗.๒๓ ๔๐.๕๒ ๑๒.๒๕
ด้านความรู้ความเข้าใจ
๑. สามารถนำความรู้ทไี่ ดไ้ ปประยกุ ต์ใชใ้ ห้เหมาะสม ๕๗.๑๓ ๓๙.๐๒ ๓.๘๕ - -
ตามบรบิ ทของพ้นื ที่ ๖๒.๒๓ ๓๔.๗๑ ๓.๐๖ - -
๒. เห็นช่องทางการพัฒนาอาชพี ดา้ นการเกษตร
๒๔
จากตารางตอนท่ี ๒ ผลการวิเคราะห์การแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ ความคิดเห็นส่วนใหญ่
ของนักศึกษา ท่ีมีต่อการจัดโครงการค่ายรักษ์ภาษาไทย อยู่ในระดับมากที่สุด ซ่ึงสามารถจัดลำดับตามคะแนนท่ีได้
ดงั น้ี (ตามระดับความคดิ เหน็ มากท่สี ดุ ของแตล่ ะข้อ)
๑. คะแนน อนั ดบั ท่ี ๑ คอื ความสามารถในการอธิบายเนื้อหา
๒. คะแนน อนั ดับท่ี ๒ คือ มีความครบถ้วนของเน้ือหาในการฝึกอบรม
๓. คะแนน อนั ดบั ที่ ๓ คือ เห็นชอ่ งทางการพฒั นาอาชพี ดา้ นการเกษตร
๔. คะแนน อนั ดบั ท่ี ๔ คอื การถ่ายทอดความรู้ของวิทยาการมีความชัดเจน
๕. คะแนน อันดับที่ ๕ คือ ระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม
๖. คะแนน อันดับท่ี ๖ คอื สถานทส่ี ะอาดและมีความเหมาะสม
๗. คะแนน อันดบั ท่ี ๗ คอื การตอบข้อซักถามในการฝึกอบรม
๘. คะแนน อันดบั ท่ี ๘ คอื การเชื่อมโยงเน้อื หาในการฝึกอบรม
๙. คะแนน อันดบั ที่ ๙ คอื สามารถนำความรู้ท่ีได้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เหมาะสมตามบริบท
๑๐.คะแนน อันดบั ท่ี ๑๐ คอื การใช้เวลาตามที่กำหนดไว้และอาหาร มคี วามเหมาะสม
๑๑.คะแนน อันดบั ที่ ๑๑ คือ ความพรอ้ มของวสั ดุ อุปกรณ์
จากตารางตอนที่ ๓ แสดงจำนวนความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการค่ายรักษ์ภาษาไทย ข้อมูลจากผู้ตอบ
แบบสอบถาม จำนวน ๔๘ คน ดังน้ี
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ การแปลผล
รอ้ ยละ ค่าเฉลย่ี (X)
ดา้ นวิทยากร
๘๙.๕๔ ๔.๕๕ ดมี ากที่สดุ /เหมาะสมมากที่สุด
๑. การถา่ ยทอดความรู้ของวิทยาการมคี วามชดั เจน
๒. ความสามารถในการอธิบายเนอ้ื หา ๙๑.๘๑ ๔.๖๔ ดีมากทสี่ ดุ /เหมาะสมมากท่ีสุด
๓. การเชอ่ื มโยงเนอื้ หาในการฝึกอบรม ๘๖.๔๐ ๔.๓๗ ดมี าก/เหมาะสมมาก
๔. มีความครบถว้ นของเนือ้ หาในการฝึกอบรม ๙๐.๒๑ ๔.๕๔ ดีมากทีส่ ดุ /เหมาะสมมากทส่ี ดุ
๕ .การใชเ้ วลาตามทกี่ ำหนดไว้ ๘๕.๓๓ ๔.๓๕ ดีมาก/เหมาะสมมาก
๖. การตอบขอ้ ซกั ถามในการฝึกอบรม ๘๙.๕๔ ๔.๕๕ ดมี ากทส่ี ดุ /เหมาะสมมากทส่ี ุด
ดา้ นสถานท/่ี ระยะเวลา/อาหาร
๑. สถานทีส่ ะอาดและมคี วามเหมาะสม ๘๙.๐๒ ๔.๕๑ ดีมาก/เหมาะสมมาก
๒. ความพร้อมของวัสดุ อุปกรณ์ ๙๑.๒๘ ๔.๖๓ ดีมากท่ีสดุ /เหมาะสมมากทส่ี ุด
๓. ระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม ๘๒.๖๑ ๔.๑๓ ดมี าก/เหมาะสมมาก
๔. อาหาร มคี วามเหมาะสม ๘๙.๖๖ ๔.๕๓ ดีมากที่สดุ /เหมาะสมมากทสี่ ุด
๒๕
ดา้ นความรู้ความเข้าใจ
๑. ความรู้ ความเข้าใจในเรือ่ งน้ี กอ่ น การอบรม ๘๒.๖๑ ๔.๑๓ ดีมาก/เหมาะสมมาก
๒. ความรู้ ความเขา้ ใจในเร่ืองน้ี หลงั การอบรม ๙๓.๒๔ ๔.๗๑ ดีมากท่ีสดุ /เหมาะสมมากท่สี ดุ
ดา้ นการนำความร้ไู ปใช้
๑. สามารถนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปประยกุ ต์ใชใ้ ห้เหมาะสมตามบรบิ ทของพ้ืนที่ ๘๒.๖๑ ๔.๑๓ ดีมาก/เหมาะสมมาก
๒. เห็นชอ่ งทางการพฒั นาอาชพี ด้านการเกษตร ๘๖.๔๐ ๔.๓๗ ดีมาก/เหมาะสมมาก
จากตารางที่ ๓ การวิเคราะห์และแปลผลความพึงพอใจของผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมจำนวน ๔๘ คน
ท่มี ีตอ่ การอบรมคร้งั น้ี
๑. การถา่ ยทอดความรูข้ องวทิ ยาการมีความชัดเจน การแสดงความคดิ เหน็ อยใู่ นระดับ
ดมี ากที่สุด/เหมาะสมมากทส่ี ุด ( X ) = ๔.๕๕ คิดเปน็ ร้อยละ ๘๙.๕๔
๒. ความสามารถในการอธิบายเนอื้ หา การแสดงความคดิ เห็นอยูใ่ นระดับ ดมี ากทส่ี ดุ /เหมาะสมมากทสี่ ดุ
มากท่ีสุด ( X ) = ๔.๖๔ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๙๑.๘๑
๓. การเชือ่ มโยงเนื้อหาในการฝึกอบรม การแสดงความคิดเห็นอยูใ่ นดมี าก/เหมาะสมมาก ( X ) = ๔.๓๗
คดิ เป็นรอ้ ยละ ๘๖.๔๐
๔. มคี วามครบถ้วนของเนื้อหาในการฝกึ อบรม การแสดงความคิดเหน็ อย่ใู นระดบั ดีมากทสี่ ดุ /เหมาะสม
มากทสี่ ุด ( X ) = ๔.๕๔ คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๒๑
๕. การใชเ้ วลาตามท่ีกำหนดไว้ การแสดงความคดิ เหน็ อย่ใู นดีมาก/เหมาะสมมาก ( X ) = ๔.๓๕ คดิ
เป็นร้อยละ ๘๕.๓๓
๖. การตอบข้อซักถามในการฝกึ อบรม การแสดงความคิดเห็นอยู่ในระดับดมี ากทีส่ ดุ /เหมาะสมมากทสี่ ดุ
( X ) = ๔.๕๕ คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๕๔
๗. สถานท่ีสะอาดและมีความเหมาะสม การแสดงความคดิ เห็นอยูใ่ น ดมี าก/เหมาะสมมาก ( X ) =
๔.๕๑ คดิ เปน็ ร้อยละ ๘๙.๐๒
๘. ความพร้อมของวัสดุ อุปกรณ์ การแสดงความคิดเหน็ อยู่ใน ระดับดมี ากทส่ี ุด/เหมาะสมมากท่ีสุด
( X ) = ๔.๖๓ คดิ เป็นร้อยละ ๙๑.๒๘
๙. ระยะเวลาในการอบรมมคี วามเหมาะสม การแสดงความคิดเห็นอย่ใู นระดับดมี าก/เหมาะสมมาก
( X ) = ๔.๑๓ คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๒.๖๑
๑๐.อาหาร มีความเหมาะสม การแสดงความคดิ เหน็ อยูใ่ นระดับดมี ากท่ีสุด/เหมาะสมมากที่สุด
( X ) = ๔.๕๓ คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๘๙.๖๖
๑๑.ความรู้ ความเขา้ ใจในเร่ืองน้ี กอ่ น การอบรม การแสดงความคดิ เห็นอยู่ในระดับดมี าก/เหมาะสมมาก
( X ) = ๔.๑๓ คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๖๑
๒๖
๑๒.ความรู้ ความเขา้ ใจในเรื่องนี้ หลงั การอบรม การแสดงความคิดเห็นอยู่ในระดับดมี ากทสี่ ุด/เหมาะสม
มากที่สดุ ( X ) = ๔.๗๑ คิดเปน็ ร้อยละ ๙๓.๒๔
๑๓. สามารถนำความรู้ทไี่ ด้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เหมาะสมตามบริบทของพน้ื ที่ อบรม การแสดงความคดิ เห็น
อยู่ในระดับดมี าก/เหมาะสมมาก ( X ) = ๔.๑๓ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๘๒.๖๑
๑๔. เหน็ ช่องทางการพัฒนาอาชพี ด้านการเกษตร การแสดงความคดิ เห็นอยใู่ นดีมาก/เหมาะสมมาก
( X ) = ๔.๓๗ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๘๖.๔๐
๒๗
บทที่ ๕
สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ
การประเมนิ ผลโครงการในครั้งนีม้ ีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือประเมนิ ความคิดเหน็ ของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการค่ายรักษ์
ภาษาไทย
สรปุ ผลการประเมินโครงการ
จากผลการจดั กจิ กรรมโครงการคา่ ยรกั ษภ์ าษาไทย ระหว่างวันที่ ๑๔ และ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๓
ณ กศน.ตำบลหนองระเวยี ง อำเภอเมืองนครราชสีมา จงั หวัดนครราชสมี า มีวตั ถุประสงค์เพ่ือให้นกั ศกึ ษารว่ ม
โครงการคา่ ยรักษภ์ าษาไทย สามารถนำความรูไ้ ปศึกษาต่อเนือ่ งได้และมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนดขี ึ้น
เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล คือแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ และใชว้ ธิ ีคดิ วเิ คราะห์ข้อมูลโดย
การหาคา่ ร้อยละผลจากการประเมินความพงึ พอใจต่อการจัดการจดั กจิ กรรม ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมมคี วามพงึ พอใจใน
รปู แบบกิจกรรมมคี วามเหมาะสมกับกล่มุ เปา้ หมาย เนอ้ื หาสอดคล้องกับสภาพปญั หาและความต้องการ ของกลมุ่
เนื้อหามคี วามทนั สมัยตรงตามสภาพของสงั คมปัจจบุ ัน กจิ กรรมสง่ เสริมให้ผเู้ รียน มีความสนุ ทรยี ์ (นันทนาการ)
กิจกรรมเปน็ ไปตามลำดับขั้นตอน วิทยากรมีความรคู้ วามชำนาญในการจัดกิจกรรม การถา่ ยทอดความรู้ของวทิ ยากร
เขา้ ใจง่าย วิทยากรมีการใช้สื่อทหี่ ลากหลาย สถานทจ่ี ัดกิจกรรมมีบรรยากาศทเี่ อื้อตอ่ การเรยี นรู้ ความเหมาะสม
ของเวลาในการจดั กิจกรรมความรูท้ ี่ไดร้ บั มีประโยชน์สำหรับนำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน การอำนวยความสะดวก/การ
ให้บรกิ ารของครูกระบวนการจัดกิจกรรมตรงกับวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ เวลาและสถานที่สำหรับการใหบ้ รกิ ารมคี วาม
เหมาะสม ได้รบั ความรูห้ รือประโยชนจ์ ากกระบวนการจัดกิจกรรมทกุ ขนั้ ตอน สามารถนำความรจู้ ากการเขา้ รว่ ม
กิจกรรมไปใชใ้ นการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั และในชวี ติ ประจำวันได้ และวทิ ยากรให้คำแนะนำ
และวธิ แี กป้ ญั หาไดถ้ ูกตอ้ ง อยใู่ นระดบั ดีมาก
ขอ้ เสนอแนะสำหรับการนำผลการประเมินไปใช้
จะนำผลการประเมินท่ีได้จากการประเมินไปพฒั นาโครงการในคราวต่อไป
๒๘
บรรณานุกรม
https://mook๕๐๑๓.wordpress.com
https://ruangrat.wordpress.com
https://sites.google.com/site/phasathiypheuxkarsuxsarr/hlak-kar-kheiyn
https://sites.google.com/site/mattayom๔๖/
http://pirun.kps.ku.ac.th/~b๕๒๒๐๖๐๒๒๖/link๑๘๕.html
https://sites.google.com/site/supoldee/haelng-reiyn-ru
http://๒๐๓.๑๓๑.๒๑๐.๑๐๐/km/?page_id=๗
๒๙
คณะทำงาน
ท่ีปรกึ ษา ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมอื งนครราชสมี า
นางกรแกว้ แบบกลาง ครู กศน.ตำบลหนองระเวยี ง
นางสาวสริ ิพร จันทร์ศริ ิ
คณะทำงาน
นางสาวอลสิ า คำแกน่ แก้ว