Fluorine (ฟลูออรีน)
ฟลูออรีน (อั งกฤษ: fluorine)
เปน ธาตเุ คมีทเี่ ปน พษิ และทาํ ปฏกิ ิริยาไดมากทสี่ ดุ มีสัญลกั ษณ F และ
เลขอะตอม 9 เปน ธาตแุ ฮโลเจนทีเ่ บาทส่ี ดุ และมีคาอเิ ล็กโทรเนกาติวิตี
มากทีส่ ดุ มักปรากฏอยูใ นรปู ของแกส สีเหลอื งที่ภาวะอุณหภมู แิ ละความดัน
มาตรฐาน ธาตุน้ที าํ ปฏกิ ริ ยิ าไดเ กอื บทกุ ธาตุรวมท้ังแกส มตี ระกูลบางตัว
มสี มบตั ิเปน อโลหะมากทส่ี ดุ (ถาไมร วมแกส มตี ระกลู )
ลั กษณะทางกายภาพ
เปนแกสสีเหลืองออน หนกั กวาอากาศ มีกลนิ่ ฉนุ ไมต ิดไฟยกเวน
เมื่อเกิดปฏิกริ ยิ ากบั สารชนิดตา งๆทาํ ใหเกดิ ประกายไฟและระเบิดได
มีฤทธิก์ ัดกรอนสงู และทําปฏกิ ริ ิยากบั สารชนิดตา งๆ ไดงาย
เนอื่ งจากมีคณุ สมบตั ิเปน ประจุลบ (Electronegative)
การปรากฏในเอกภพ
เอกภพมีฟลูออรีนเปนสว นประกอบท่ี 40 สวนในพันลานสวน ฟลอู อรีนเปนทีค่ าดกนั วา จะ
เปนธาตุทพ่ี บมากทส่ี ดุ เปนอันดบั ท่ี 24 ในเอกภพ มันเปน ธาตเุ บาทหี่ ายาก (ธาตุท่เี บากวา มี
แนวโนม ที่จะพบมาก) ธาตทุ ั้งหมดตง้ั แต ธาตุที่ 6-14 ยกเวน ธาตทุ ่ี 11 มีในเอกภพ
มากกวาฟลูออรนี 100-1,000 เทา ในลาํ ดบั การทาํ ปฏกิ ิรยิ าฟวชนั บนดาวฤกษจะผลิต
ออกซเิ จน คารบ อน นีออน และอ่ืนๆ โดยท่ไี มมฟี ลอู อรนี ผลติ ออกมา ถงึ จะผลิตได
แตม นั จะถกู ทําลายอยางรวดเรว็ โดยปฏิกริ ยิ าฟวชันอื่นๆ
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
ฟลอู อรีนเมือ่ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมแี ลว บอยครงั้ ทจ่ี ะเกดิ อยา งฉบั พลนั หรือเกิด
ระเบิดขึ้น สารหลายอยางทโี่ ดยทว่ั ไปถือวาเปน ปฏกิ ิรยิ าทางเคมี เชน ผงเหลก็
เศษแกวและใยหนิ เสน ใยนี้เกิดปฏิกิรยิ ากับฟลอู อรนี เย็นไดง า ย น้าํ และไม
สามารถถกู เผาไฟไดโดยนําไปใกลกบั ฟลูออรนี โดยท่ไี มตองมีจุดประกายไฟเลย
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
ฟลูออรนี ไดถ กู นาํ ไปใชในการเกดิ สารประกอบของแกสมีตระกลู
โดยท่ีฟลอู อรีนทาํ ปฏกิ ิรยิ ากบั แพลตทินมั แพลเลเดยี ม หรือ
เหล็กเกดิ เปน PtF6 PdF6 FeF6 แลว นาํ ไปใชเปนตวั ออกซไิ ดส
→ทส่ี ามารถดึงอิเล็กตรอนของแกส มตี ระกูลแลวใหความรอ น
ดงั สมการ Xe + PtF6(g) [Xe+][(PtF6)-]
ความอั นตราย
ฟลูออรนี นน้ั มคี วามอนั ตรายสงู มากถา มันบรสิ ทุ ธิ์ มันจะทาํ ใหเ กิดรอยไหมเ มือ่
โดนผิวหนัง ถามปี ริมาณ 25 สวนในลานสว นมันจะสามารถทํารา ยดวงตา
ทางเดินหายใจ ปอดรวมถงึ ตบั และไตดวย ถามปี รมิ าณ 100 สวนในลานสว น
จะทําใหตาและจมูกของมนษุ ยไดร บั ความเสยี หายอยางหนัก
การนําไปใช็ประโยชน์
1. ใชเปน ตวั ออกซิไดซใ นเชือ้ เพลิงจรวด
2. ใชเ ตรียมเตตระฟลอู อโรเอทีลีน ซึ่งเปน โมโมเมอร หรือสารตั้ง
ตน ในการเตรยี มโพลิเตตระฟลอู อโรเอทีลีน (มชี ่ือสามัญวา
Teflon) เปน พลาสตกิ ทีส่ ําคัญและมีประโยชนมาก
3. ใชเตรยี มฟลูออไรดของสารอินทรียแ ละสารอนนิ ทรียหลายชนดิ
อาการเรือ้ รงั
ผูทสี่ ดู ดมฟลอู อรีนเปนระยะเวลานาน จะมีผลกระทบตอปอด ตบั และไต บางราย
อาจเกิดภาวะทเี่ รยี กวา Fluorosis โดยจะมอี าการสําคญั ของ 3 ระบบดงั นี้
Non-skeletal ไดแ ก ปวดศรี ษะ เวยี นศีรษะ คล่ืนไส อาเจยี น, Dental ไดแ ก สีฟน
เปน รอยดา งดํา และ Skeletal ไดแ ก ปวดหลงั โดยเฉพาะตอนกลางคนื การเคล่อื น
ไหวลาํ ตวั ไดจ าํ กดั สนั กระดกู (Trabeculae) ของกระดูกสันหลงั มีขนาดใหญข ึน้ และมี
หินปูนเกาะตามเสนเอ็นตา งๆ
ความเป็ นพิษ
ฟลอู อรนี เปน พิษอยางแรง กลน่ิ ฉนุ กัดเยือ่ จมกู มีความสามารถในการกดั กรอ น
สูงมาก ติดไฟได ระดับความทนไดข อง F2 ในอากาศ คอื 0.1 ppm