The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บริบทชุมชนชนาธิป จังหวัดสตูล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aftinar9.33, 2022-08-17 23:20:50

รายงานการศึกษาสภาพแวดล้อมของชุมชน

บริบทชุมชนชนาธิป จังหวัดสตูล

รายงานการศึกษา
สภาพแวดล้อมของชุมชน




เรื่อง วัฒนธรรมของชุมชน


โดย

นางสาวเบญจวรรณ ทองมณี 6220117057
นางสาวอาฟตินา หยีมะเหร็บ 6220117058



รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
262-411 การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

การศึกษาบริบทชุมชน

ชื่อชุมชน: ชุมชนชนาธิป

จัดตั้งเมื่อปี: 2530

ลักษณะชุมชน: เป็นชุมชนแออัด มีบ้านเรือนจำนวน: 238

หลังคาเรือน- ครอบครัวประชากร 1,321คน ชาย 682 คน หญิง

639 คน

ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม

- สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะเป็นชุมชนเมือง มี

บ้านเรือนประชาชน วัด ตลาด และร้านขายของชำ อาชีพหลักของคนใน

ชุมชน คือ รับจ้าง ค้าขาย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ไทยพุทธเชื้อสาย

จีน อิสลามและคริสต์

- แม้คนในชุมชนจะนับถือศาสนาที่ต่างกันแต่ก็ยังอยู่ร่วมกันได้ทุก

ศาสนาอย่างมีความสุข

- คนในชุมชนส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6

จากโรงเรียนเทศบาล ๒ ( วัดชนาธิปเฉลิม ) อาชีพหลัก คือ รับจ้างและ

ค้าขาย ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว ต่อเดือน

5,000 – 9,000 บาท 1

การศึกษาบริบทชุมชน

- หากมีบุตรหลาน ก็จะส่งให้บุตรหลานเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียน
เทศบาล ๒ ( วัดชนาธิปเฉลิม )

- ชุมชนมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดี และใช้ชีวิตตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

- กิจกรรมภายในชุมชนส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมทางศาสนา
- ในชุมชนมีแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้
ได้และสามารถเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ได้
- ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
- โรงเรียนตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนง่ายต่อการส่งบุตรหลานมาเรียน
การคมนาคมสะดวก

2

สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม




วัดชนาธิปเฉลิม

มัสยิดมำบัง

ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง


โบสถ์คริสต์จังหวัดสตูล

1.1 วัดชนาธิปเฉลิม




วัดชนาธิปเฉลิม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิด
สามัญ ได้รับพระราชทานสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๕
ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ เดิมเป็นวัดราษฎร์และได้รับการ
ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๓๔ วัดชนาธิปเฉลิมเดิมชื่อวัดมำบัง

4

ความเป็นมาในอดีตเมืองสตูลเป็นเพียงชุมชนขนาดเล็ก ตั้ง
อยู่บนที่ราบลุ่มริมคลองมำบัง จึงมีชื่อเรียกชุมชนว่า “บ้านมำบัง”
ตามชื่อของลำน้ำ ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม รองลงเป็นมาเป็น
ชาวจีนและชุมชนชาวพุทธ ซึ่งจะตั้งบ้านเรือนปะปนในชุมชนของ
มุสลิมและชาวจีน แต่จะเป็นชุมชนขนาดเล็ก และสันนิษฐานว่า
คงจะมีการสร้างศาสนสถานคือวัดมำบังขึ้นในชุมชนเพื่อประกอ
บพิธิกรรมมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๕ แต่ก็ไม่พบหรือปรากฎหลักฐาน
ว่าใครเป็นผู้สร้าง จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๔๙ เป็นต้นมาก็เริ่มมี
ข้อมูลเกี่ยวกับวัดเด่นชัดขึ้น เช่น นามเจ้าอาวาสที่ได้รับแต่งตั้ง
เป็นองค์แรกคือ พระอธิการชู (ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๙-๒๔๖๐)

5

ความสำคัญ

วัดชนาธิปเฉลิมถือเป็นวัดแห่งแรกของจังหว
ัดสตูล มีอายุ ๑๐๐
กว่าปี สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๒๕ เป็นที่รวมน้ำใจของชาว
พุทธศาสนามาร่วม ๑๐๐ กว่าปี พระอุโบสถของวัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.
๒๔๗๓ มีลักษณะเด่นแตกต่างจากพระอุโบสถทั่วไปคือ เป็น
อาคารทรง ๒ ชั้น ชั้นล่างก่อด้วยอิฐถือปูน ใช้เป็นศาลาการเปรียญ
ชั้นบนเป็นอาคารไม้ใช้ประกอบพิธีกรรมของพระสงฆ์ ด้านหน้าพระ
อุโบสถเป็นระเบียงมีบันไดทั้ง ๒ ข้าง เสาบานหน้าต่างแกะสลัก
เป็นรูปเครือเถา วัดชนาธิปเฉลิมแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นเขต
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่น
จังหวัดสตูล ร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสตูล และในปัจจุบันมี
โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดชนาธิปเฉลิม) อยู่ติดกับวัดซึ่งล้อมรอบ
ด้วยคลองจำนวน ๓ สาย คือคลองมำบัง คลองเส็นเต็น และคลอง
ตายาย วัดชนาธิปเฉลิมแห่งนี้อีกยังมีความสำคัญคือมวลสารวัตถุจาก
โบราณสถานและโบราณวัตถุในวัดชนาธิปเฉลิม พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) ได้ทรงนำมาเป็นส่วน
ประกอบของวัตถุมงคล "พระสมเด็จจิตรลดา" ปัจจุบันวัดชนาธิป
เฉลิม เป็นวัดที่หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัด
สตูล

6

1.2 มัสยิดมำบัง




มัสยิดมำบัง ตั้งอยู่กลางใจเมืองสตูล โดดเด่นด้วย
หอคอยเป็นยอดโดมสูงสีทอง เป็นสถานที่ประกอบศาสน
กิจของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดสตูล หอคอย หรือหออา
ซาน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมัสยิด ซึ่งแต่เดิมไว้ใช้
ในการเรียกร้อง(อาซาน)ให้มุสลิมมาละหมาด มัสยิดมำบัง
มีชื่อเดิมว่า "มัสยิดเตองะห์" หรือ "มัสยิดอากีบี" ได้สร้าง
ในสมัยเจ้าเมืองสตูลคนแรก (ตนกูมูฮัมหมัดอาเก็บ)

7

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของมัสยิดมำบังแห่งนี้คือ มีโดม
เดียวรูปคล้ายบัวตูมหรือ "เรือ" ในหมากรุกไทยบนยอดโดมมี
สัญลักษณ์ดาวและพระจันทร์เสี้ยวแสดงถึงสัญลักษณ์การเผยแพร่
ศาสนาอิสลาม เป็นทรงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่โดดเด่นสวยงาม
สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ ชั้นโดยชั้นใต้ดิน ๑ ชั้นใช้เป็น
ห้องประชุมและห้องสมุดชั้นกลางใช้ละหมาดปูนพื้นด้วยหินขัดผนัง
ก่ออิฐถือปูนสลับกับอิฐโปร่งสีน้ำตาลเพื่อระบายอากาศแล้วตกแต่ง
ด้วยกระเบื้องเคลือบส่วนหลังคาเทคอนกรีตปูด้วยกระเบื้องดินเผา
ตัวโดมมีลักษณะเป็นเฟือง ๘ เฟืองประดับกระจกสีทองจากอิตาลี
ซึ่งออกแบบโดยนายเจริญ ลิ่มสกุล สถาปนิกชื่อดังของภาคใต้ (เริ่ม
ก่อสร้างราวปี พ.ศ. ๒๕๒๒) ที่ได้แรงบัลดาลใจและศึกษางาน
ออกแบบมัสยิดทั้งที่ตะวันออกกลางและมาเลเซียหลายแห่ง

8

ความสำคัญ




ในทุกๆวันศุกร์ผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลามจะไปร่วมกันละหมาด
โดยพร้อมเพรียงรวมทั้งนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดชนาธิป
เฉลิม) อีกทั้งในวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม เช่น วันฮารีรายอ
เทศกาลถือศีลอดในเดือนรอมฎอน วันอาซูรอ ฯลฯ สถานที่แห่งนี้
ก็จะใช้ในการประกอบพิธีของศาสนิกชนที่เป็นมุสลิมในทุกๆปี

9

1.3 ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง




ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองสตูล สร้าง
เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๓ นายลีกาอวดได้อัญเชิญพระโปเซ็งไต่เต่
หรือไต่เต่เฮียจ้อ จากเกาะปีนัง มาเป็นองค์พระประธานจวบ
จนทุกวันนี้ คำว่าโปเจ้เก้ง เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน จำแนกคำ
ได้ดังนี้ โป แปลว่า คุ้มครองรักษา เจ้ แปลว่า ข้ามพ้นทุกข์
เก้ง แปลว่า ศาลเจ้า ความหมายโดยองค์รวมคือ "ศาลเจ้าที่
ช่วยคุ้มครองให้คนมีสุขแคล้วคลาดจากทุกข์

10

ศาลเจ้าโปเจ้เก้งเป็นที่รวบรวมตำรับยา ๑๐๔ สูตร ได้รับการเก็บ
รักษาอย่างดี ซึ่งชุมชนแรกเริ่มของชาวจีนในเมืองมำบังนคราตั้งอยู่ริม
ท่าเรือ ท่านี้เป็นท่าค้าขายถูกเรียกชื่อภายหลังว่าท่าเซ่งหิ้น ในช่วงที่
กั่ว เซ่ง หิ้นเป็น “กปิตันจีนา” (CAPTAIN CHINA =KAPITAN
CINA=หัวหน้าชาวจีน) ในสมัยพระยาภูมินารถภักดี หลัง พ.ศ.
๒๕๐๘ ถูกเรียกว่า”ท่าเหรียญทอง”ตามชื่อโรงแรมเหรียญทองที่เพิ่ง
สร้างใหม่ยามนั้น เมื่อมีชุมชนจีนก็ต้องมีศาลเจ้าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว
จิตใจ เนื่องจากเวลานั้นสตูลเป็นเมืองเล็กๆ ไม่มีบริการทางการ
แพทย์ใดๆ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่มีหมอรักษา ชาวจีนจึงตั้งศาลเจ้า
เพื่อบูชาเทพเจ้าที่เป็น”แพทย์”เพื่อช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของตน
โปเซ่งไต่เต่เป็นเทพที่เคยเป็นมนุษย์และเป็นแพทย์เมื่อครั้งยังมี
ชีวิตอยู่ เกิดในสมัยฮ่องเต้ซ่งไท่จงตาย

11

ความสำคัญ




ในเทสกาลตรุษจีนและกินเจของทุกปีชาวไทยเชื้อสายจีนจะร่วม
กันไปประกอบพีธีตามความเชื่อ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ อีกทั้งยังเป็น
สถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในชุมชน

12

1.4 โบสถ์คริสต์จังหวัดสตูล




คริสตจักรจังหวัดสตูล สังกัดกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ที่นี่เป็นโบสถ์คริสตจักรแห่งแรกในจังหวัดสตูล นิกายโปรแตส
แตนท์ เพราะเป็นคริสตจักร ตั้งแต่ยังไม่มีโบสถ์ กลุ่มประชุมที่
บ้านหรือโบสถ์ จะอบรมสอนผู้นำ ประมาณ ๑๕ คน ในวัน
อาทิตย์ ผู้นำจะออกเผยแผ่ เยี่ยมเยียน เลี้ยงดู ฟูมฟัก ให้ความรู้
เยี่ยมเยียนบ้าน ให้เดินตามรอยพระเยซู ในวันพุธ หรือวัน
พฤหัสบดี และ กลุ่มอธิษฐานรวม ในคืนวันศุกร์

13

ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มีมิชชันนารีมาเผยแพร่ศาสนา
คริสต์ที่จังหวัดสตูล แต่มาได้เพียงเขตพื้นที่ฉลุง ซึ่งเป็นชาวจีน ๒
ครอบครัว อพยพย้ายมาจากอินโดนีเซียมาอยู่ฉลุง จีนในพื้นที่กับ
พวกมิชชันนารี ไม่สัมพันธ์กัน การเผยแพร่ศาสนาคริสต์มาไม่ถึง
ในเมือง เมื่อมีคณะมิชชันนารี มาเปิดโรงพยาบาลโรคเรื้อนที่
สายบุรี คุณป้ายุคล สัจจกุล ซึ่งอาศัยในเขต อำเภอเมือง จังหวัด
สตูล มีความศรัทธาเชื่อมั่นในพระเจ้า (ป้ายุคล เพิ่งเสียชีวิตปี
พ.ศ. ๒๕๕๙ ด้วยอายุ ๙๐ ปี) ป้ายุคล จึงเป็นผู้จุดประกายคริสต์
ในเมือง โดยคณะมิชชันนารีจากอังกฤษ องค์กร OVERSEE
MISSION (OMF ) นิกายโปรแตสแตนท์

14

ความสำคัญ




เป็นสถานที่ทางศาสนาที่ใช้ในการนมัสการพระเจ้า ให้
ประชาชนได้ยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมทั้งในเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น
วันคริสต์มาส ผู้คนในละแวกชุมชนจะมารวมตัวกันประกอบพิธี
สำคัญทางศาสนา และยังมีการจัดทำอาหารแจกผู้คนโดยรอบอีกด้วย

15

วันสำคัญทางวัฒนธรรม




วันสารทไทย วันเข้าพรรษา




วันฮารีรายอ วันอาซูรอ




วันตรุษจีน วันคริสต์มาส

2.1 วันสารทไทย




ประเพณีบุญสารทเดือนสิบของจังหวัดสตูล เริ่มขึ้นในวัน
แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ เรียกกันว่า “วันหฺมฺรับเล็ก” หรือ “วันรับ
ตายาย” ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำเดือนสิบ เชื่อกันว่าเป็นวันแรกที่
วิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ได้รับอนุญาต ให้กลับ
มาเยี่ยมลูกหลาน มีการจัดหมรับเล็กและหลองหมรับในคืน
เดียวกันบางวัดจะจัดกิจกรรมเพื่อให้ลูกหลานเข้ามามีส่วนร่วม
ด้วยเพื่อความสนุกสนาน รุ่งเช้าจึงทำการแห่ขบวนหมรับเข้าวัด
ทั้งนี้ลูกหลานจะจัดอาหารคาวหวาน ไปทำบุญที่วัดเพื่อถวายพระ
และถือเป็นการต้อนรับบรรพบุรุษที่มารับบุญด้วย

17

การจัดหฺมฺรับเป็นการเตรียมเสบียงอาหารบรรจุในภาชนะ เพื่อนำไป
ถวายพระสงฆ์ในช่วงเทศกาลเดือนสิบ เป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้แก่
บรรพชน หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ได้นำกลับไปใช้สอยใน
นรกภูมิ หลังจากถูกปล่อยตัวมาอยู่ในเมืองมนุษย์ช่วงเวลาหนึ่ง และ
ต้องถึงเวลา กลับไปใช้กรรมตามเดิม ฉะนั้น บรรดาลูกหลาน ก็จะต้อง
จัดเตรียม สิ่งของเครื่องใช้อาหาร ฯลฯ มิให้ขาดตกบกพร่อง แล้ว
บรรจงจัดลงภาชนะ ตกแต่งประดับประดา ด้วยดอกไม่ให้สวยงาม เพื่อ
ทำในสิ่งที่ดีที่สุด ให้บรรพบุรุษ ด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความ
ผูกพัน และความกตัญญู การจัดหมรับแต่เดิมใช้กระบุงเตี้ยๆ ขนาด
เล็กหรือใหญ่ก็ได้ แต่ภายหลังใช้ภาชนะได้หลายชนิด เช่น กระจาด
ถาด กะละมัง ถัง หรือ กระเชอ

18

โดยในทุกๆปีชาวไทยพุทธทั้งในและนอกชุมชนจะมาร่วมกัน
ประกอบพิธีวันสารทไทย ณ วัดชนาธิปเฉลิม ซึ่งในวันดังกล่าวจะมี
กิจกรรมให้ผู้คนได้ร่วมกันทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร
การปีนเสาน้ำมัน การแต่งกายเลียนแบบเปรต เป็นต้น

19

2.2 วันเข้าพรรษา




เป็นวันที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่
หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่
พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกัน
โดยทั่วไปว่า "จำพรรษา"

"เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่
ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัย
พุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน
แก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน
ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย

20

ในทุกๆปีชาวไทยพุทธจะเข้าร่วมพิธีสมโภชเทียนพรรษา ณ วัด
ชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เพื่อ
สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามชาวพุทธ และเพื่อให้
พุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีหัวหน้าส่วน
ราชการ ข้าราชการเจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษาและพุทธศาสนิกชน
ร่วมพิธีอย่างกันพร้อมเพรียง ณ วัดชนาธิปเฉลิม

21

2.3 วันฮารีรายอ




เป็นวันสำคัญของชาวมุสลิม ชาวไทยมุสลิมจะเข้าร่วม
ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยพร้อมเพรียงกันที่มัสยิดมำบัง
เพื่อทำการละหมาด จากนั้นก็จะไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน
ญาติพี่น้องเพื่อขออภัยซึ่งกันและกัน ช่วงเวลาในรอบ 1 ปีของ
ชาวมุสลิม มีวันฮารีรายอ 2 ครั้ง คือ
1. อีดิลฟิตรี
2. อีดิลอัฏฮา

22

1. อีดิลฟิตรี ตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่ง
เป็นวันออกบวชหลังจากได้ถือศีลอดตลอดระยะเวลา 1 เดือน นิยม
เรียกวันนี้ว่า “วันออกบวช” หรือ “รายาปอซอ“ หรือ “รายาฟิตเราะ
ห์” ในวันอิดิลฟิตรีเป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดของ
ชาวมุสลิม เป็นวันแห่งรางวัล และการตอบแทนสำหรับผู้ผ่านการ
ทดสอบประจำปีในเดือนรอมมาฎอนด้วยการบังคับตัวเอง จากการลด
ละ การกินดื่ม กิเลสตัณหา และได้ละหมาดตะรอวีหฺเป็นเวลาเกือบ
หนึ่งชั่วโมงเต็มตลอดค่ำคืนของเดือนรอมมาฎอน ในวันอิดิลฟิตรี
มุสลิมทุกคนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำการอาบน้ำสุนัต และไปละหมาดอิดิ
ลฟิตรีที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน

23

2. อีดิลอัฏฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือน ซุลฮิจญะห หรือตรงกับ
เดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม ซึ่งถัดจากวันอารอฟะฮ และเป็นวันส่ง
ท้ายของสิบวันแรกในเดือนซูลฮิจญะ มีลักษณะคล้ายกับวันตรุษอิดิล
ฟิตรี แต่มีข้อแตกต่างตรงที่มีการทำกุรบาน เป็นวันเฉลิมฉลองเนื่อง
ในโอกาสมุสลิมทั่วโลกได้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครเมกกะ อัน
เป็นวันริเริ่มประกอบพิธีฮัจญ์ ส่วนผู้ไม่ได้ไปก็ให้ไปประกอบพิธีละ
หมาดอิดิลอัฏฮายังมัสยิดประจำหมู่บ้าน ในวันอิดิลอัฎฮาจะมีการทำกุ
รบาน โดยมีการเชือดสัตว์กุรบาน ได้แก่ อูฐ วัว แพะ แล้วนำเนื้อที่
เชือดแล้วมาบริจาคให้กับผู้ยากจน หรือทำอาหารเลี้ยงคนในหมู่บ้าน
ก็ได้ และในวันนี้ผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ออกฮัจญ์ และเตรียมตัวเดิน
ทางกลับ

24

มัสยิดมำบังเป็นสถานที่สำคัญสำหรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมในการ
ประกอบพิธีละหมาดเนื่องในวันฮารีรายอทั้ง 2 ครั้ง รวมทั้งเป็นสถาน
ที่ที่ใช้พบปะพูดคุยกับพี่น้องมุสลิมด้วยกัน

25

2.4 วันอาซูรอ

ชาวไทยมุสลิมรอบๆชุมชนร่วมกันจัดกิจกรรมการทำอาซูรอ ซึ่ง
เป็นการส่งเสริม รักษา และต่อยอดวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น อาซูรอ
เป็นขนมที่ชาวไทยมุสลิมทำขึ้นในวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือน
แรกของปฏิทินอาหรับการกวนอาซูรอ เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวไทย
มุสลิม คำว่า อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม การรวมกัน คือ
การนำสิ่งของที่รับประทานได้หลายสิ่งหลายอย่างมากวนรวมกัน มีทั้ง
ชนิดคาวและหวาน การกวนข้าวอาซูรอจะใช้คนในหมู่บ้านมาช่วยกัน
คนละไม้คนละมือ เพื่อความสามัคคีและสร้างความพร้อมเพรียงเป็นน้ำ
หนึ่งใจเดียวกัน อันมีผลต่อการอยู่ร่วมกันของสังคมอย่างมีความสุข ก่อน
จะแจกจ่ายให้รับประทานกัน

26

เมื่อถึงวันอาซูรอชาวไทยมุสลิมในชุมชนจะรวมตัวกันจัดเตรียมงาน
ต่างคนต่างนำอุปกรณ์และวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาซูรอมาจากบ้าน
แล้วนำมาผสมผสานกัน ทุกคนล้วนแล้วแต่ช่วยเหลือ แบ่งปัน ทั้งแรง
กายและแรงใจ เมื่อถึงขั้นตอนการกวนอาซูรอทุกคนต่างก็ใช้ความ
อดทนและความสามัคคีเพื่อที่จะได้ขนมอาซูรอที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรง
ของพี่น้องมุสลิมด้วยกัน

27

2.5 วันตรุษจีน

เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ถือเป็นวันขึ้นปี
ใหม่ตามปฎิทินจีน (คล้ายกับวันสงกรานต์ของไทย) ชาวจีนทุกคนให้
ความสำคัญกับวันนี้อย่างมาก มีการทำความสะอาดบ้านเรือนผ่านปี
ใหม่อย่างสะอาดสดใส ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ต่างเต็มไปด้วยผู้คน
มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เด็กๆ ซื้อของขวัญให้แก่ญาติ
สนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพรในโอกาสมงคล ในตลาดคราคล่ำไป
ด้วยผู้คน ที่มาซื้อปลา เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ ฯลฯ ทุกคนต่างดูแจ่มใสมี
ความสุข เด็กๆ สวมเสื้อใหม่ ทานลูกกวาด ขนมหวาน เล่นพลุประทัด
อย่างรื่นเริง

28

เมื่อถึงวันตรุษจีนชาวไทยเชื้อสายจีนในชุมชนจะเฉลิมฉลองด้วย
การจุดประทัด แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีแดง และไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่
ตนเองนับถือ บางคนอาจไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้าน บางคนอาจไปไหว้ที่
ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศ ณ ศาลดังกล่าวก็คึกคักไป
ด้วยผู้คนมากมาย

29

2.6 วันคริสต์มาส

คริสต์มาส เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งในศาสนา
คริสต์ เพราะเป็นวันที่มนุษย์แสดงความรักต่อพระเจ้าที่พระองค์มี
ต่อโลกมนุษย์ นั่นคือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์มากจนถึงกับยอมส่ง
พระบุตรแต่องค์เดียวของพระองค์ ให้มาเกิดเป็น มนุษย์ มีเนื้อ
หนังมังสา ชื่อว่า "เยซู" โดยโบสถ์คริสต์จะถูกใช้เป็นสถานที่ที่จัด
พิธีมิสซา หรือพิธีบูชาขอบพระคุณสมโภชพระคริสตสมภพ เนื่อง
ในวันประสูติของพระเยซู ศาสดาของศาสนาคริสต์

30

ในทุกๆปีจะมีการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสที่โบสถ์คริสต์จังหวัดสตูล
โดยจะมีผู้คนในชุมชนที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวนมากมาร่วมกัน
ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และขับร้องบทเพลงสวดของชาวคริสต์
อย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังมีการทำอาหารเพื่อแจกจ่ายให้แก่คน
ที่มาร่วมพิธีในวันดังกล่าวรวมทั้งผู้คนบริเวณชุมชนอีกด้วย

31


Click to View FlipBook Version