The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการจัดท่าก่อนทาการฉายรังสีให้ผู้ป่ว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by belive_moon, 2022-02-27 21:21:45

การศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการจัดท่าก่อนทาการฉายรังสีให้ผู้ป่ว

การศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของการจัดท่าก่อนทาการฉายรังสีให้ผู้ป่ว

วารสารโรคมะเร็ง
THAI CANCER JOURNAL

ปที ี่ 41 ฉบบั ท่ี 3
กนั ยายน -ธันวาคม 2564

การศึกษาปริมาณรังสีท่รี ่างกายได้รับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ทีใ่ ช้ตรวจสอบ
ความถูกต้องของการจดั ท่าก่อนทาการฉายรังสีให้ผ้ปู ่ วย

ปานรัชนี เรืองทอง

บทคัดย่อ งานวิจยั น้ีมีวตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายได้รับจากการใช้ระบบภาพนาวิถี
(IGRT) ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการจดั ทา่ ก่อนการฉายรังสี ซ่ึงในการทา IGRT 1 คร้ัง จะตอ้ งทาการ
ถ่ายภาพ 2 ภาพท่ีต้ังฉากกัน (AP และ LAT) ทาการศึกษาโดยนาแผนการรักษาของกลุ่มผูป้ ่ วย
โรคมะเร็งช่องอกดว้ ยเทคนิคปรับความเขม้ หมุนรอบตวั ผปู้ ่ วย (VMAT) จานวน 30 แผนการรักษา โดย
จดั ท่าหุ่นจาลองสมมูลเน้ือเยื่อชนิดแข็ง (solid water phantom) ตามตาแหน่งจุดตดั ลารังสีของแผนการ
รักษา (isocenter) จากน้นั ติดอุปกรณ์วดั รังสีโอเอสแอลชนิดนาโนดอท (OSL Nanodot) ที่ผิวหุ่นจาลอง
ตรงตาแหน่ง isocenter ท้งั ดา้ น AP และ LAT ทาการถ่ายภาพเอกซเรยท์ ้งั 2 ดา้ น ดว้ ยชุดอุปกรณ์สร้าง
ภาพเพื่อตรวจสอบตาแหน่งการรักษาของเคร่ืองเร่งอนุภาคย่ีห้อ Elekta รุ่น Infinity แลว้ อ่านค่าปริมาณ
รังสีท่ีวดั ได้ จากน้นั วิเคราะห์ขอ้ มูลดว้ ยสถิติวิเคราะห์ Student t-test ท่ีระดบั ความเชื่อมนั่ 95% พบว่า
ค่าเฉล่ียปริมาณรังสีที่ผปู้ ่ วยไดร้ ับจากทา IGRT แต่ละคร้ังในดา้ น AP, LAT และในแนวที่ลารังสีท้งั สอง
มารวมกนั (AP+LAT) คือ 0.574, 0.653 และ 1.228 mGy ตามลาดบั และเมื่อเทียบกบั ปริมาณรังสีท่ีผู้
ป่ วยควรไดร้ ับจากกระบวนการสร้างภาพเพ่ือตรวจสอบตาแหน่งการรักษาก่อนการฉายรังสีแต่ละคร้ัง
ตามที่ AAPM-TG 75 กาหนดให้ไม่เกินร้อยละ 0.2 ของปริมาณรังสีท่ีตอ้ งการสาหรับการรักษาน้นั 1
พบวา่ ไม่มีความแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (P=0.000) ดงั น้นั จึงสามารถใชร้ ะบบภาพนาวถิ ีมา
ใชใ้ นการตรวจสอบความถูกตอ้ งของตาแหน่งการรักษาก่อนการฉายรังสีใหก้ บั ผปู้ ่ วยโรคมะเร็งบริเวณ
ช่องอก รวมถึงผปู้ ่ วยโรคมะเร็งบริเวณบริเวณอ่ืน ๆ ได้ และสามารถทาไดม้ ากกวา่ 1 คร้ังต่อการฉายรังสี
แต่ละคร้ัง ซ่ึงโดยปกติในการรักษาดว้ ยรังสี พบว่าปริมาณรังสีท่ีตอ้ งการสาหรับผูป้ ่ วยมะเร็งบริเวณ
ช่องอกคือ 50-60 เกรย์ ซ่ึงจะแบ่งการฉายเป็ น 25-30 คร้ัง น่ันคือปริมาณรังสีที่ผู้ป่ วยจะได้รับใน
กระบวนการดงั กล่าวจึงไม่ควรเกิน 100 มิลลิเกรย์ ตลอดการรักษา (วารสารโรคมะเร็ง 2564;41:111-
119)
คาสาคญั : ผปู้ ่ วยมะเร็งบริเวณช่องอก ปริมาณรังสีท่ีร่างกายไดร้ ับ ภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ระบบภาพนาวถิ ี
การฉายรังสีแบบปรับความเขม้ หมุนรอบตวั ผปู้ ่ วย อุปกรณ์วดั รังสีโอเอสแอลชนิดนาโนดอท

กลุ่มงานรังสีรักษา โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธญั บุรี
วนั ท่ีรับบทความ 27/7/2564, วนั ท่ีแกไ้ ข 12/9/2564, วนั ท่ีตอบรับบทความ 23/09/2564

111

การศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายไดร้ ับจากการถา่ ยภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ปานรัชนี เรืองทอง 112

การฉายรังสีเทคนิค IMRT นนั ทนา มีศิริพนั ธุ์ และคณะ 65
ทส่ี ถาบนั มะเร็งแห่งชาติThe study of radiation adsorbed dose from the 2D KV image for set up verification
to improve the precision and accuracy of treatment delivery
by RPคaaรndอirงoaกtthมceลhraaสnpีหeyบeณัdReฑpu์ aa1r2nt0mgteonnt,gMahavajiralongkorn Thanyaburi Hospital
Abstract ธีรยทุ ธ ป่ิ นแกว้ และคณะ 108

This research aimed to study the radiation absorbed dose of the body from the

Image-Guide radiation therapy (IGRT) process, which had to be x-ray for both sides

(Anteroposterior: AP and Lateral: LAT). The study selected 30 volumetric modulated

arc therapy (VMAT) technique plans from all patient treatment planning. The solid

water phantom using the planning isocenter is set. Nanodot was placed on both sides

of the phantom surfaces to put the optically stimulated luminescent dosimeters (OSL).

Then, exposing x-ray on them for both sides by IGRT device from the Linac machine

(Elekta InfinityTM) and recorded the value in a record form. Data were analyzed

using Student t-test at a 95% confidence limit. The average absorbed dose from AP,

LAT, and both sides were 0.498, 0.566, and 1.064 mGy by order. The data, which were

compared with the reference dose limit from the American association of physicists

in medicine task group 75 (AAPM-TG 75) protocol, must be less than 0.2 percent of

the prescribed dose per fraction1, and it showed that there were not different

(P=0.000). So, we can do IGRT before treatment in every fraction and do it more than

once for each treatment. For a 50-60 Gy treatment delivered over 25-30 fractions,

there will be less than 100 mGy of kilovoltage dose. (Thai Cancer J 2021;41:111-119)

Keywords: Chest cancer, Radiation absorbed dose, 2D kV image, Image-guided

radiation therapy (IGRT), Volumetric modulated arc therapy (VMAT), OSL

NanoDot dosimeter

บทนา นาวิถีน้ี ส่งผลใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับปริมาณรังสีเพ่ิมในทุก
คร้ังท่ีมีการถ่ายภาพเอกซเรย์ ดงั น้นั ผูว้ ิจยั จึงศึกษา
การรักษาโรคมะเร็ งส่ วนใหญ่ใช้การ ถึงปริมาณรังสีท่ีผปู้ ่ วยจะไดร้ ับจากการทา IGRT ใน
ผสมผสานกันหลายวิธี และการใช้รังสี รักษา แต่ละคร้ังเพ่ือเป็ นข้อมูลและแนวทางสาหรับการ
(Radiotherapy) นับเป็ นการรักษาโรคมะเร็งท่ีมี จดั ทาระบบตรวจสอบความถูกตอ้ งของการจดั ท่า
ประสิ ทธิภาพมากวิธีหน่ึง อีกท้ังมีการพัฒนา เพ่ือฉายรังสีในผูป้ ่ วยดว้ ยการทา IGRT ให้มีความ
เครื่ องมือและเทคนิ คในการรักษาด้วยรังสี ไปมาก เหมาะสมท้งั ในดา้ นความถูกตอ้ งและปริมาณรังสีที่
เพื่อลดผลขา้ งเคียงจากการฉายรังสีรักษาและให้ได้ ผปู้ ่ วยไดร้ ับตอ่ ไป
ผลการรักษาท่ีดีที่สุด ในปัจจุบนั มีการใช้เทคนิคที่
เรียกว่า ระบบภาพนาวิถี (IGRT) โดยก่อนการฉาย มะเร็ งบริ เวณช่องอก เช่น มะเร็ งปอด
รังสีรักษาจะมีการถ่ายภาพเพอ่ื นามาเปรียบเทียบกบั มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งเต้านม มีการขยบั
ภาพที่ใช้ในการวางแผนการรักษา เป็ นการ ตลอดเวลาตามการหายใจของผปู้ ่ วย อีกท้งั ในผปู้ ่ วย
ตรวจสอบตาแหน่งของกอ้ นมะเร็งก่อนทาการรักษา ท่ีมีรูปร่างใหญ่ มีเน้ือบริเวณหน้าอกเยอะจะทาให้
ซ่ึงถ้าคลาดเคล่ือนก็จะแก้ไขตาแหน่งให้ถูกต้อง การจดั ท่ายากมากข้ึนและกอ้ นมะเร็งบริเวณน้ีมกั อยู่
เสียก่อน จึงทาให้การรักษามีความถูกตอ้ งแม่นยา ใกลก้ บั อวยั วะสาคญั คือ หวั ใจ ทาให้เหมาะสาหรับ
มากข้ึน และช่วยลดความเสี่ยงตอ่ การทาลายเน้ือเยอ่ื การฉายรังสีแบบ 3 มิติ (3 Dimensional conformal
ดีรอบกอ้ นมะเร็งได1้ แตเ่ น่ืองจากการใชร้ ะบบภาพ

113 วารสารโรคมะเร็ง ปี ท่ี 41 ฉบบั ท่ี 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564

radiation treatment: 3D-CRT) และการฉายรังสี 2. Electronic portal imaging device (EPID)
แบบปรับความเขม้ หมุนรอบตวั ผปู้ ่ วย (VMAT) ซ่ึง จากปัญหาของการใช้ฟิ ล์ม จึงได้มีการพัฒนา
ในเทคนิคการฉายรังสีดังกล่าวน้ันถูกพฒั นาข้ึน เคร่ืองมือท่ีเป็ นระบบภาพแบบดิจิทลั แต่ภาพยงั คง
พร้อม ๆ กบั เทคโนโลยีการใชร้ ะบบภาพนาวิถีเพื่อ ไม่ชัดเจนเท่าการใช้ภาพเอกซเรยร์ ะดบั กิโลโวลต์
ตรวจสอบความถูกต้องของการจดั ท่าก่อนทาการ โดยเคร่ืองมือจะติดอยทู่ ่ีเคร่ืองฉายรังสี และใชร้ ังสี
ฉายรังสี2 ที่มีพลงั งานระดบั เมกะโวลตใ์ นการสร้างภาพ ทาให้
สามารถสร้างภาพได้อย่างรวดเร็ว จึงนามาแก้ไข
ระบบภาพนาวถิ ีเป็ นการใชภ้ าพจากเคร่ือง ความคลาดเคลื่อนก่อนการฉายรังสีไดท้ นั ที 4,6
ฉายรังสีตรวจสอบความถูกตอ้ งของตาแหน่งก่อน
ระหวา่ ง หรือหลงั การฉายรังสี เน่ืองจากรังสีรักษา 3. กลุ่มเคร่ืองมือถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติ
เป็ นการให้ปริมาณรังสีระดบั สูงมาก ความถูกตอ้ ง เป็นการใชภ้ าพเอกซเรยท์ ี่ใชร้ ังสีพลงั งานระดบั กิโล
ของตาแหน่งการรักษาจึงมีความสาคญั ที่จะส่งผล โวลต์สร้างภาพ ภาพท่ีได้จึงมีคุณภาพดีในระดับ
ต่อการรักษาผูป้ ่ วย ความผิดพลาดอาจมีท้งั ความ เดียวกบั ภาพในงานรังสีวินิจฉยั โดยอุปกรณ์เหล่าน้ี
ผิดพลาดจากระบบ (systemic error) และความ อาจติดต้งั ท่ีดา้ นขา้ งของเครื่องฉายรังสีท่ีพ้ืนหรือท่ี
ผิดพลาดแบบสุ่ม (random error) ซ่ึงอาจเกิดจาก เพดาน และมีตวั รับภาพอยดู่ า้ นตรงขา้ มการถ่ายภาพ
ความแปรปรวนในการจัดท่าผู้ป่ วยหรื ออวยั วะ นิยมถ่าย 2 ภาพต้งั ฉากกัน ภาพที่ได้จะถูกนาไป
ภายในร่างกาย ผู้ป่ วยขยบั ระหว่างการฉายรังสี เปรียบเทียบกบั ภาพจากเครื่องจาลองการรักษาแบบ
ผปู้ ่ วยน้าหนกั ลดหรือเพิ่มระหวา่ งการฉายรังสี หรือ 2 มิ ติ ห รื อ จ า ก ภ า พ Digital reconstructed
ปัจจยั ในเรื่องขนาดของกอ้ นมะเร็งท่ีเปล่ียนแปลง radiography: DRR ที่สร้างจากโปรแกรมจาลองการ
เนื่องจากการตอบสนองต่อรังสี ระบบภาพนาวิถีน้ี รักษา แม้ว่าภาพท่ีได้แสดงภาพของกระดูกอย่าง
จึงเป็ นส่ิงจาเป็ นอย่างย่ิงในงานรังสีรักษา3 จึงเร่ิมมี ชัดเจน แต่ยงั คงมีขอ้ จากัดท่ีไม่มีรายละเอียดของ
การพฒั นาเคร่ืองมือที่ใช้ตรวจสอบตาแหน่งก่อน เน้ือเยื่อและแสดงภาพเป็ น 2 มิติเท่าน้ัน จึงไม่
การฉายรังสีดงั น้ี ส า ม า ร ถ ม อ ง เ ห็ น อ วัย ว ะ ภ า ย ใ น ห รื อ ก า ร
เปล่ียนแปลงของกอ้ นมะเร็งได4้ ,7-8
1. Portal imaging เริ่มมีการใช้ฟิ ล์มหรือที่
เรียกว่า Port film ในการตรวจสอบความถูกต้อง 4. CT-on rail จากปั ญหาที่ภาพสาหรับ
ของตาแหน่งการรักษา โดยนิยมถ่ายภาพด้วยวิธี ตรวจสอบตาแหน่งก่อนการฉายรังสีเป็นเพียงภาพ 2
double exposure ดว้ ยฟิ ล์มท่ีใช้ในงานรังสีวินิจฉัย มิติ จึงมีการนาเครื่องเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์เขา้ ไป
ปัญหาของการใช้ Port film ในการตรวจสอบ ติดต้งั ในห้องฉายรังสีโดยใชเ้ ตียงร่วมกนั หลงั จาก
ตาแหน่งการฉายรังสี ผู้ป่ วยคือ หากพบความ จัดท่าผู้ป่ วยเล่ือนเตียงไปฝั่งเครื่ องเอกซเรย์
ผิ ด พ ล า ด ข อ ง ต า แ ห น่ ง จ ะ ไ ม่ ส า ม า ร ถ แ ก้ ไ ข ไ ด้ คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างภาพรังสีแบบ 3 มิติ และ
ในทันที เน่ืองจากต้องรอเวลานาฟิ ล์มไปผ่าน นาไปเปรี ยบเทียบตาแหน่งกับภาพเอกซเรย์
กระบวนการลา้ งฟิ ลม์ 4-5 คอมพิวเตอร์จากการวางแผนการรักษา แล้วเล่ือน
เตียงมาฝ่ังเคร่ืองฉายรังสีและทาการฉายรังสีผปู้ ่ วย

การศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายไดร้ ับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ปานรัชนี เรืองทอง 114

การฉายรังสีเทคนิค IMRT นนั ทนา มีศิริพนั ธุ์ และคณะ 65
ทส่ี ในจปนาถกกั กตตาเเานบิคแแ่ือรนัหล่ืงอนะมจงผา่งเะกอปูท้ เ่ตกรวี่ถอ้ยซ็ูงกองแตเกราอห้จยาคงมรค์่งรตขีกออช่อนางมาไรกธาพตปขมีรดยิลยวิหทุบวัเอ้ตสธธิตงีหอีนปวัฉบ่ิร้นรีไา์ณไัะแมยปหฑกร่เปว้ยัวง์ ็ นสงแาั่1งลเี2ททคเ0ะลี่่ีนใรคื่อหื่ิอณยนญมงะเฉม่ตกาาียว1กยง่า08 ประสิทธิภาพในการรักษาผปู้ ่ วย โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง
ในเทคนิคท่ีซบั ซ้อนท่ีมีการให้ปริมาณรังสีสูงหรือ
กอ้ นมะเร็งอยู่ในตาแหน่งท่ีใกลก้ บั อวยั วะปกติท่ีมี
ความสาคญั

รังสี4,9 ลัดดา เย็นศรี 12 การศึกษาเปรี ยบเทียบ

5. Cone beam computed tomography ปริมาณรังสีท่ีผปู้ ่ วยไดร้ ับจากการถ่ายภาพรังสีทรวง

(CBCT) แบบกิโลโวลต์หรือเมกะโวลต์ เป็ นการ อกดว้ ยระบบ CR และ DR ของโรงพยาบาลสงขลา

สร้างภาพจากหลายมุมมองจากการหมุนหวั gantry โดยเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากกลุ่มตวั อยา่ งจานวน 200

ของเคร่ืองเร่งอนุภาคลารังสีแบบโคนผา่ นตวั ผปู้ ่ วย คน คือ ผู้มารับบริ การทางรังสี ระหว่างวนั ท่ี 1

เพียงคร่ึงหรือ 1 รอบ รังสีจะผ่านไปท่ีตวั รับภาพ กนั ยายน 2557 ถึง 30 พฤศจิกายน 2557 โดยวิธีการ

และโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะสร้างภาพออกมาเป็ น สุ่มอย่างง่าย เครื่ องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่

รูป 3 มิติ ภาพท่ีได้จึงนามาใช้ตรวจสอบความ เคร่ืองเอกซเรย์เคร่ืองหมายการคา้ ชิมสั ซึ รุ่น UD-

ถูกตอ้ งของตาแหน่งก่อนการฉายรังสีไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ 150 L-40 E และเครื่ องหมายการค้า โตชิบา รุ่ น

แต่การสร้างภาพนาวิถีน้ีจาเป็ นตอ้ งใชก้ ารเอกซเรย์ KXO-50F ตวั รับภาพระบบ DR ATAL 8Sensor A-

จึงจะทาให้ผูป้ ่ วยได้รับปริมาณรังสีเพิ่มข้ึนจาก Si TFT Array Flat Panel Detector เคร่ื องอ่านและ

แผนการรักษาเดิม4,10จะเห็นได้ว่าในส่ วนของ แปลงสัญญาณภาพระบบ Computed Radiography

ปริมาณรังสีจากระบบภาพนาวิถีแต่ละเทคนิคน้ัน (CR) แผ่น Plate เคร่ื องหมายการค้า iCR3600

การสร้างภาพแบบ 2 มิติ (Plain kV) ใช้เวลาส้ัน เคร่ืองมือวดั ความหนาทรวงอกผูป้ ่ วย และแบบ

ปริมาณรังสีต่า แต่ให้รายละเอียดของภาพไม่มาก บนั ทึกขอ้ มูล วิเคราะห์ขอ้ มูลโดย ใช้ค่าเฉล่ีย ส่วน

นกั ขณะท่ีภาพแบบ 3 มิติ (CBCT) ให้รายละเอียด เบ่ียงเบนมาตรฐาน คา่ ร้อยละ คา่ Third Quartile และ

ของภาพดีกว่า แต่ใช้ระยะเวลานานข้ึนพร้อมกับ ค่าเปรียบเทียบปริมาณรังสีที่ผิว โดยใช้สถิติที (t-

ปริมาณรังสีท่ีสูงข้ึน และการใชร้ ังสีพลงั งานระดบั test) ผลจากการศึกษาพบวา่

เมกะโวลต์ ผปู้ ่ วยจะไดร้ ับปริมาณรังสีส่วนเกินน้ีสูง 1. ปริมาณรังสีเฉลี่ยท่ีผิวจากกลุ่มตวั อย่าง

กวา่ รังสีพลงั งานระดบั กิโลโวลต์ โดยมีขอ้ กาหนด ผูป้ ่ วยที่ใช้ตวั รับภาพระบบ CR และ DR จากการ

จาก AAPM-TG 75 ให้ค่าปริ มาณรังสีท่ีร่ างกาย ถ่ายภาพรังสีทรวงอกเท่ากับ 0.64 และ 0.35 มิลลิ

ดูดกลืนสาหรับการใช้ระบบภาพนาวิถีในการ เกรย์ ตามลาดบั

ตรวจสอบความถูกต้องของการจดั ท่าไม่ควรเกิน 2. ชนิดตวั รับภาพต่างกนั ทาใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับ

0.2% ของปริ มาณรังสี ท่ีก้อนมะเร็ งต้องการ ปริมาณรังสีที่ผิวจากการถ่ายภาพทางรังสีทรวงอก

(prescribe dose)1 ดงั น้นั การเลือกใช้และความถี่ใน แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (t (198)

การทาการตรวจสอบความถูกตอ้ งของตาแหน่งการ =16.835, P < .001) โดยผูป้ ่ วยที่ได้รับการถ่ายภาพ

รักษาจึงต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับอวัยวะ ทางรังสีทรวงอกในระบบ CR จะไดร้ ับปริมาณรังสี

เครื่องมือท่ีมี และปริมาณผปู้ ่ วยดว้ ย4,11 ท้งั น้ีเพือ่ เพิ่ม ท่ี Third Quartile 0.71 มิลลิเกรย์ (M=0.64, SD=0.15)

115 วารสารโรคมะเร็ง ปี ที่ 41 ฉบบั ที่ 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564

สูงกว่าผูป้ ่ วยท่ีไดร้ ับการถ่ายภาพทางรังสีทรวงอก 0.02 mSv นอกจากน้ี ที่ความสูงระดบั ต่อมไทรอยด์
ในระบบ DR ซ่ึงจะได้รับปริ มาณรังสี ท่ี Third
Quartile 0.37 มิลลิเกรย์ (M=0.35, SD=0.09) มีค่าปริมาณรังสีกระเจิงวดั ไดส้ ูงกวา่ ท่ีระดบั อวยั วะ

3. ปริมาณรังสีบริเวณผิวที่ผปู้ ่ วยไดร้ ับจาก สืบพนั ธุ์ การนาหลกั การป้ องกนั อนั ตรายจากรังสี
การถ่ายภาพรังสีทรวงอกในระบบ CR สูงกวา่ เกณฑ์
องคก์ ารมาตรฐานอา้ งอิงระหวา่ งประเทศ (0.4 มิลลิ และหลกั As low as reasonably achievable มาใช้ จะ
เกรย์) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .001
ในขณะท่ีปริมาณรังสีท่ีผิวที่ผูป้ ่ วยได้รับจากการ ช่วยลดอนั ตรายจากรังสีให้กบั ผูป้ ่ วย ผูป้ ฏิบตั ิงาน
ถ่ายภาพรังสีทรวงอกในระบบ DR ต่ากว่าเกณฑ์
องคก์ ารมาตรฐานอา้ งอิงระหวา่ งประเทศ (0.4 มิลลิ และญาติผปู้ ่ วยได้
เกรย)์ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .001 โดยใช้
คา่ Third Quartile ในการเปรียบเทียบ จา ก ง า นวิจัย ท้ ังส อง น้ ี มี ส่ วนค ล้า ย กันกับ

เขมิกา เก้ือพิทกั ษ์ และคณะ13 การศึกษา งานท่ีผูว้ ิจัยทาการศึกษาคือสนใจศึกษาเก่ียวกับ
ปริ มาณรังสี และปริ มาณรังสี กระเจิงจากการตรวจ
ดว้ ยเครื่องเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ในหุ่นจาลองของ ปริ มาณรังสี ส่ วนเกิ นที่ผู้ป่ วยอาจได้รับจาก
สาขาวชิ ารังสีวทิ ยา ศูนยก์ ารแพทยป์ ัญญานนั ทภิกขุ
ชลประทาน มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ เพ่ือ กระบวนการตรวจรักษาตามปกติ
ตรวจวดั ปริมาณรังสี และรังสีกระเจิงจากการตรวจ
วนิ ิจฉยั ดว้ ยเคร่ืองเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ การศึกษาน้ี วสั ดุและวธิ ีการ
จะใช้หุ่นจาลองโดยติดอุปกรณ์วดั ปริมาณรังสีบน
ดวงตา ต่อมไทรอยด์ เต้านม ช่องท้อง ช่องท้อง ก า ร ศึ ก ษ า วิ จัย แ บ บ ก่ึ ง ท ด ล อ ง น้ี มี
ส่วนล่าง และบริ เวณอวยั วะสืบพันธุ์ เพื่อวัดค่า
ปริมาณรังสีสมมูล ในการวดั ปริมาณรังสีกระเจิงจะ วตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาปริมาณรังสีที่ร่างกายไดร้ ับ
ติดอุปกรณ์วดั ปริมาณรังสีกระเจิงไวก้ ับเสาท่ีวาง
รอบเคร่ื องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ผลการศึกษา จากการทา IGRT สาหรับตรวจสอบความถูกตอ้ ง
พบว่า บริเวณช่องท้องส่วนล่างไดร้ ับรังสีปริมาณ
สูงสุด 58 mSv จากการตรวจซีทีช่องท้องท้งั หมด ของการจดั ท่าก่อนการฉายรังสี ทาการศึกษาโดย
สาหรับอวยั วะที่อยู่นอกลารังสี เช่น เต้านม ต่อม
ไทรอยด์ ดวงตา ไดร้ ับปริมาณ รังสี 39.5 mSv, 2.22 คานวณขนาดตัวอย่างจากสูตรการคานวณขนาด
mSv และ 0.59 mSv ตามลาดบั ปริมาณรังสีกระเจิง
รอบเครื่องเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ พบวา่ บริเวณแกน ตวั อยา่ งสาหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างของ
หมุนมีปริมาณรังสี 0.87 mSv สูงกว่าบริเวณเตียง
คา่ เฉลี่ยระหวา่ งประชากร 2 กลุ่ม ท่ีไมเ่ ป็นอิสระต่อ

กนั โดยใช้ขอ้ มูลจากงานวิจยั ของ ลดั ดา เย็นศรี12

ซ่ึงทาการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณรังสีท่ีผูป้ ่ วย

ไดร้ ับจากการถ่ายภาพรังสีทรวงอกดว้ ยระบบ CR

และ DR ดงั น้ี

สูตรคานวณ n = zα2 −σ2
d2
แทนคา่ สัญลกั ษณ์

แทนคา่ สูตรคานวณ

zα2 = 1.96
1.962−0.1005192
σ = 0.100519 n = 0.3562

d = 0.356

Drop out = 5% n = 30

จากน้ันนาแผนการฉายรังสี รักษาด้วย

เทคนิค VMAT ของกลุ่มผูป้ ่ วยโรคมะเร็งช่องอก

การศึกษาปริมาณรังสีท่ีร่างกายไดร้ ับจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ปานรัชนี เรืองทอง 116

การฉายรังสีเทคนิค IMRT นนั ทนา มีศิริพนั ธุ์ และคณะ 65
ททมถใส่ี ชึงห่ีมถ้ใา3านวาท0กชบามิารกนัิถราาุนลศมรึงการะกยษักเรนารษณ็ง2โาธ5แดทญั6ยห่ีแ4คบทผ่งรจุรานอชาีกงตนกาากธ้งัรตวรมีรแังจนยลิตสดัทุ ่ว3ีสทธร0นัีหัก่าปทแบ่ิหษนผ่ีณัุ่นแา1นฑกจโมว้ก์ารีนาแล1งารล2อพคร0ะงยัมคกสณาษ2มบะา5มาม6ลูล4า108 ย่ีห้อ Elekta รุ่น Infinity แล้วอ่านค่าปริมาณรังสีที่
วดั ได้ จากน้นั นาขอ้ มูลท่ีไดไ้ ปวิเคราะห์ดว้ ยสถิติ
วเิ คราะห์ Student t-test ท่ีระดบั ความเชื่อมนั่ 95%

ผลการศึกษา

เน้ื อเยื่อชนิ ดแข็งตามตาแหน่ง isocenter ของ การศึกษาปริมาณรังสีท่ีผปู้ ่ วยไดร้ ับจากการ

แผนการรักษา แล้วติด OSL Nanodot ท่ีผิวของ ใช้ระบบภาพนาวิถี (IGRT) เพ่ือตรวจสอบความ
หุ่นจาลองตรงตาแหน่ง isocenter ตามแผนการ ถูกต้องของตาแหน่ งการฉายรั งสี ก่อนให้การฉาย

รักษา โดยติดตาแหน่งละ 3 แผ่น เพ่ือนาค่าเฉล่ีย รังสีกบั ผปู้ ่ วยโรคมะเร็งบริเวณช่องอกที่ไดร้ ับการ
ของขอ้ มูลมาใชใ้ นการวิเคราะห์ คือ ดา้ น AP จะใช้ รักษาดว้ ยรังสี ในแผนกรังสีรักษา โรงพยาบาลมหา
สัญลกั ษณ์กากบั OSL Nanodot แต่ละแผ่นคือ AP1, วชิราลงกรณธญั บุรี ไดน้ าขอ้ มูลมาวิเคราะห์โดยใช้
AP2 และ AP3 ด้าน LAT จะใช้สัญลักษณ์กากับ
OSL Nanodot แต่ละแผ่นคือ LAT1, LAT2 และ กระบวนการทางสถิติเปรี ยบเทียบปริ มาณรังสี ที่
ผูป้ ่ วยได้รับจากการทา IGRT กับค่ามาตรฐานท่ี
LAT3 และในแนวท่ีลารังสีท้ังสองรวมกันจะใช้ กาหนดของ AAPM-TG 75 พบวา่ ในแผนการรักษา
สัญลักษณ์กากับ OSL Nanodot แต่ละแผ่นคือ ผปู้ ่ วย 30 ราย ปริมาณรังสีท่ีผปู้ ่ วยไดร้ ับจากการทา
(AP+LAT)1, (AP+LAT)2 และ(AP+LAT)3 จากน้นั
ทาการถ่ายภาพเอกซเรยท์ ้งั 2 ดา้ น ดว้ ยชุดอุปกรณ์ IGRT ก่อนการฉายรังสีแต่ละคร้ัง ในแนว AP และ
ส ร้ า ง ภ า พ ท่ี ใ ช้ พ ลั ง ง า น ร ะ ดั บ กิ โ ล โ ว ล ต์ เ พื่ อ แนว Lateral ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิติ ดงั รายละเอียดในตารางที่ 1
ตรวจสอบตาแหน่งการรักษาของเครื่องเร่งอนุภาค

ตารางท่ี 1 แสดงผลการวเิ คราะห์ปริมาณรังสีที่ผปู้ ่ วยไดร้ ับจากการทา IGRT เพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ

ตาแหน่งการรักษาก่อนการฉายรังสีใหผ้ ปู้ ่ วยโรคมะเร็งบริเวณช่องอกดว้ ยสถิติวเิ คราะห์ Student t-test

OSL at isocenter N Mean (mGy) Std.Deviation P

AP1 30 0.582 0.079 0.000

AP2 30 0.573 0.083 0.000

AP3 30 0.568 0.073 0.000

LAT1 30 0.648 0.097 0.000

LAT2 30 0.656 0.107 0.000

LAT3 30 0.654 0.107 0.000

(AP+LAT)1 30 1.241 0.141 0.000

117 วารสารโรคมะเร็ง ปี ที่ 41 ฉบบั ท่ี 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564

ตารางท่ี 1 แสดงผลการวเิ คราะห์ปริมาณรังสีท่ีผปู้ ่ วยไดร้ ับจากการทา IGRT เพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ้ งของ

ตาแหน่งการรักษาก่อนการฉายรังสีใหผ้ ปู้ ่ วยโรคมะเร็งบริเวณช่องอกดว้ ยสถิติวเิ คราะห์ Student t-test (ตอ่ )

OSL at isocenter N Mean (mGy) Std.Deviation P

(AP+LAT)2 30 1.218 0.126 0.000

(AP+LAT)3 30 1.225 0.140 0.000

Avg.AP 30 0.574 0.075 0.000

Avg. LAT 30 0.653 0.100 0.000

Avg.(AP+LAT) 30 1.228 0.131 0.000

วจิ ารณ์และสรุป คร้ังเพื่อตรวจสอบตาแหน่งการรักษาตามที่ AAPM-
TG 75 กาหนดไวใ้ ห้ไม่เกินร้อยละ 0.2 ของปริมาณ
การศึกษาน้ี เป็ นการวัดปริ มาณรังสี ที่ รังสีที่ตอ้ งการ (prescribe dose) สาหรับการรักษาแต่
ร่างกายได้รับท่ีผิว ซ่ึงกลุ่มตัวอย่างเป็ นแผนการ ละคร้ัง1 พบวา่ ค่าปริมาณรังสีที่ร่างกายไดร้ ับน้นั ไม่
รักษาของผูป้ ่ วยโรคมะเร็งช่องอกที่มีการกาหนด มีความแตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติ และ
ตาแหน่ง isocenter ท่ีตอ้ งการในการรักษาแตกต่าง เพ่ือความถูกตอ้ งในการจดั ท่าสาหรับการฉายรังสี
กนั ทาใหร้ ะยะจาก isocenter ถึงผวิ ผปู้ ่ วยน้นั ต่างกนั ใหก้ บั ผปู้ ่ วยไดม้ ีความแม่นยามากข้ึน และเพิม่ ความ
ไปตามตาแหน่งของรอยโรคและรูปร่างของผปู้ ่ วย เชื่อมนั่ ต่อการรักษาท้งั ผูม้ ารับบริการและบุคลากร
แต่ละราย จึงทาใหค้ ่าปริมาณรังสีที่ผปู้ ่ วยไดร้ ับจาก ผู้ปฏิบัติงาน จึงสมควรใช้ระบบภาพนาวิถีเข้า
กระบวนการทา IGRT แตล่ ะคร้ังน้นั มีความแตกต่าง มาร่วมตรวจสอบความถูกต้องของการจดั ท่าเพื่อ
กนั ท้งั ในด้าน AP, LAT และแนวท่ีลารังสีท้งั สอง ฉายรังสีทุกคร้ังก่อนการรักษา และสามารถทาซ้าได้
รวมกัน (AP+LAT) โดยค่าปริ มาณรังสี ท่ีผู้ป่ วย ไม่เกิน 4 คร้ังต่อการฉายรังสีแต่ละคร้ัง โดยอา้ งอิง
ไดร้ ับจะมากข้ึนเมื่อความหนาของร่างกายบริเวณที่ จากการคานวณปริ มาณรังสี ท่ีผู้ป่ วยได้รับจาก
ไดร้ ับรังสีมากข้ึน จึงทาให้ค่าปริมาณรังสีท่ีผูป้ ่ วย งานวจิ ยั น้ีเทียบกบั Dose limit สาหรับการทา IGRT
ไดร้ ับจากกระบวนการทา IGRT ในดา้ น LAT มีค่า ท่ีกาหนดไว้
มากกว่าในดา้ น AP โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในแนวที่ลา
รังสีท้ังสองรวมกัน (AP+LAT) จะมีค่ามากท่ีสุด ค่าปริ มาณรังสีที่ร่างกายได้รับน้ันไม่มี
เน่ืองจากเป็ นผลท่ีเกิดจากรังสีกระเจิงที่ไดจ้ ากการ ความแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ดงั น้ัน
ถ่ายภาพเอกซเรย์ท้ังในด้าน AP และ LAT แต่ จึงสามารถใช้ระบบภาพนาวิถี ( IGRT) เพ่ือ
อยา่ งไรก็ตามเมื่อเทียบกบั ปริมาณรังสีท่ีผูป้ ่ วยควร ตรวจสอบความถูกตอ้ งของตาแหน่งการฉายรังสี
ได้รับจากการทา IGRT ก่อนการฉายรังสีในแต่ละ ก่อนให้การฉายรังสีกับผู้ป่ วยโรคมะเร็งบริเวณ

การศึกษาปริมาณรังสีท่ีร่างกายไดร้ ับจากการถา่ ยภาพเอกซเรย์ 2 มิติ ปานรัชนี เรืองทอง 118

การฉายรังสีเทคนิค IMRT นนั ทนา มีศิริพนั ธุ์ และคณะ 65
ทช่สี ่อถงาอบกนั แลมะะรเวรม็งถแึงหผ่งปู้ ่ชวยาโตริ คมะเร็งบริเวณบริเวณ
and megavoltage cone beam CT in radiotherapy
อ่ืน ๆ ก่อนการรับการครรักองษกามดลว้ ยสรีหังบสณัีไฑด้์แ1ล2ะ0สามารถ J of Radiother in pract. 2007; 6: 173-8.
ทา IGRT ไดม้ ากกวา่ 1 ครธ้ังีรตยอ่ทุ กธาปริ่ นรแักกษว้ าแดลว้ ะยครณังะสีแต10่ 8 4. ทวีป แสงแห่งธรรม. ระบบภาพในงานรังสีรักษา
ละคร้ัง ซ่ึงโดยปกติในการสั่งการรักษาด้วยรังสี (Imaging in radiotherapy). มะเร็งวิวฒั น์ วารสาร
พบว่าปริมาณรังสีท่ีตอ้ งการสาหรับเน้ือเยื่อมะเร็ง สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศ
ในผปู้ ่ วยมะเร็งบริเวณช่องอกคือ 50-60 Gy นนั่ คือ ไทย. 2559; 22: 16-23.
ปริมาณรังสีท่ีผปู้ ่ วยจะไดร้ ับในการทา IGRT จึงไม่ 5. Foulkes KM, Ostwald PM, Kron T. A clinical
ควรเกิน 0.1 Gy ตลอดการรักษา comparison of different film systems for
radiotherapy portal imaging. Med Dosim. 2001;
กติ ติกรรมประกาศ 26: 281-4.
6. Herman MG, Kruse JJ, Hagness CR. Guide to
ขอขอบคุณผูอ้ านวยการโรงพยาบาลมหา clinical use of electronic portal imaging. J App
วชิราลงกรณธัญบุรี รวมท้ังแพทย์และเจ้าหน้าท่ี Clin Med Phys. 2000; 1: 38-57.
โรงพยาบาลมหาวชิ ราลงกรณธัญบุรี ทุกท่านท่ีให้ 7. Sorcini B, Tilikidis. A clinical application of
การสนับสนุนและอานวยความสะดวกในทุก ๆ image-guided radiotherapy, IGRT (on the Varian
ด้าน ขอขอบคุณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ OBI platform). Cancer radiotherapy, 2006; 10:
แห่งชาติ ที่ใหค้ วามอนุเคราะห์ในการใหย้ มื อุปกรณ์ 252-7.
นบั วดั ปริมาณรังสีโอเอสแอลชนิดนาโนดอท เพ่ือ 8. Yin FF, Wong J, Balter J, et al. The role of in-
นามาใชใ้ นการเก็บขอ้ มูลวจิ ยั รวมท้งั บริษทั พรีเมียร์ room kV X-ray imaging for patient setup and
บิสสิเนส อินเตอร์ ที่ให้ความช่วยเหลือดา้ นเทคนิค target localization. AAPM Report No. 1 0 4 .
ของการใช้เครื่ องมือและให้ความช่วยเหลือตลอด Collage Park, ND: AAPM; 2009.
การเก็บขอ้ มลู วจิ ยั 9. Ma CM, Paskalve K. In-room CT techniques for
image-guide radiation therapy. Med Dosim.
เอกสารอ้างองิ 2006; 30: 30-9.
1 Murphy MJ, Balter J, Balter S, BenComo JA Jr, 10. Gurjar OP, Mishra SP, Bhandari V, Pathak P,
Das IJ, Jiang SB, et al. “The management of Pant S, Patel P. A study on the necessity of kV-
imaging dose during image-guided radiotherapy: CBCT imaging compared to kV-orthogonal
Report of the AAPM Task Group 75”. Med Phys. portal imaging based on set up errors:
2007; 34: 4041-3. considering other socioeconomical factors. J
2. Latty D, Stuart KE, Wang W, Ahern V. Review Cancer Res Ther. 2014; 10: 583-6.
of deep inspiration breath-hold techniques for 11. Dawson LA, Sharpe MB. “Image-guided
the treatment of breast cancer. J Med Radiat Sci. radiotherapy: rational, benefit, and limitations”.
2015; 62:74-81. Lancet Oncol. 2006; 7: 848-58.
3. Broderick M, Menezes G, Leech M, Coffey M,
Appleyard RM. “A comparison of kilovoltage

119 วารสารโรคมะเร็ง ปี ท่ี 41 ฉบบั ท่ี 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564

12. ลดั ดา เยน็ ศรี. การศึกษาเปรียบเทียบปริมาณรังสี 13. เขมิกา เก้ือพิทกั ษ,์ จุฑามาศ ทนานนท์, ปนัสดา
ท่ีผูป้ ่ วยไดร้ ับจากการถ่ายภาพรังสีทรวงอกดว้ ย อวคิ ุณประเสริฐ, สุนิสา แสงสวา่ ง, จิรภทั ร เรือง
ระบบ CR และ DR. วารสารเครือข่ายวิทยาลัย ศรี ตระกูล, วิทิต ผ่ึงกัน,และคณะ. การศึกษา
พยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2559; 3: ปริมาณรังสีและปริมาณรังสีกระเจิงจากการตรวจ
129-39. ด้วยเคร่ืองเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ในหุ่นจาลอง.
ว า ร ส า ร ก า ร แ พ ท ย์แ ล ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ สุ ข ภ า พ .
2562; 26:19-28.


Click to View FlipBook Version