เดิมชาวบ้านในอดีต
เรียก "ดอยลั๊วะเก็น"
องค์พระธาตุที่ถูกกล่าวขานมากว่าพันปี ภายหลังสงครามโลก ปี พ.ศ.๒๔๙๓ คณะศรัทธา
ชำรุดทรุดโทรม ถูกปล่อยเป็นที่รกร้างอยู่กลางป่า เกิดลูกไฟสว่างบริเวณพระธาตุ ช่วยกันบูรณะองค์พระธาตุ
เป็นปาฏิหาริย์เเก่ชาวบ้าน จึงเกิดศรัทธา โดยมีพระครู คำปันจากวัด
เปลี่ยนชื่อเป็น "ดอยตะเคียน" ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ศรีบุญเรือง มาช่วยคิด
ตามป่าไม้ที่ขึ้นชุกชุมในบริเวณนั้ น พระสงฆ์เเละชาวบ้านในเมือง พากันอพยบ ปฏิสั งขรณ์ จนสำเร็จ
มาหลบภัยที่เเห่งนี้ ต่อมาประมาณ ๓๐ ปี
พระธาตุสร้างเสร็จสมบูรณ์
ความเป็นมาดอยสะเก็น
มีการผูกดวงพระธาตุเเละ
เปลี่ยนชื่อเป็น "ดอยสะเก็น"
ชาวบ้านนิ ยมถือศี ล ปฏิบัติธรรม ท่านครู บาเข้ ามานพ
เเละ มีการบวชชีพราหมณ์ เเละคณะศรัทธา
เพื่อสื บทอดพุทธศาสนา ร่วมกันสร้างถนน
บูรณะพระธาตุดอยสะเก็นครั้งที่ ๓ เเละบันไดขึ้ นองค์พระธาตุ
และสร้างบันไดนาค ๘๗ ขั้น
พระธาตุดอยสะเก็นกลายเป็นสถานที่ ๑ สิ งหาคม ๒๕๒๕ วางศิ ลาฤกษ์บันไดนาค บนวัดมีของโบราณ
ปฏิบัติธรรมเเละสถานที่ท่องเที่ยวจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านหลั่งไหลมาทำบุญทั่วทุกสารทิศ ผู้คนจึงนิ ยมไปกราบไหว้
เเหล่งที่มา : บันทึกความเป็นมาดอยสะเก็นของ "พ่ออ้าย เเดงคำ" (บันทึกเมื่อวันที่ ๑๘ สิ งหาคม พ.ศ.๒๕๒๕)