50
3. กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชนเปน กจิ กรรมทสี่ งเสรมิ ใหผูเรยี นบําเพญ็ ตนใหเปน
ประโยชนตอครอบครวั ชุมชน สังคมและประเทศชาติในลักษณะอาสาสมัครเพอื่ ชว ยขัดเกลาจติ ใจของผเู รยี น
ใหม คี วามเมตตากรุณา มคี วามเสียสละและมจี ิตสาธารณะ เพอื่ ชว ยสรา งสรรคส งั คมใหอยูรว มกนั อยา งมี
ความสขุ
แนวการจดั กิจกรรม
โรงเรียนวัชรวิทยาไดจัดกจิ กรรมตามแนวทางของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช 2551
ระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1 – ม.3) มเี วลาเขารว มกิจกรรม 48 ชวั่ โมง
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) มเี วลาเขารว มกิจกรรม 60 ช่ัวโมง
โดยแบง การจัดกจิ กรรม ออกเปน 2 ลักษณะ ตามความเหมาะสมดังน้ี
1. กิจกรรมในชั่วโมงเรียน ในลกั ษณะการบรู ณาการกับกิจกรรมชุมนุมจิตอาสา
จาํ นวน 25 ชวั่ โมง (กจิ กรรมภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน)
2. กิจกรรมในลักษณะ กจิ กรรมเพอื่ พัฒนาสังคมและสาธารณะประโยชนเ ฉพาะเรอ่ื งและ
กิจกรรมลกั ษณะโครงงานหรือโครงการจํานวน 3 กจิ กรรม จาํ นวน 15 ชั่วโมง (กิจกรรมภายในโรงเรียนและ
ภายนอกโรงเรยี น)
แนวการจดั กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน
การจัดกิจกรรมลกั ษณะโครงการ ( โครงงาน หรือกิจกรรม )
– จดั กิจกรรมในโรงเรียน – จดั กจิ กรรมนอกโรงเรียน
กิจกรรมรว มดว ยชวยกันสรา งสรรคส ังคม
วัตถปุ ระสงค
1.เพอื่ ใหผ เู รยี นตระหนกั และเห็นความสําคญั ในการชวยเหลือชมุ ชนและสังคม
2.เพื่อใหผ เู รียนมจี ิตสาํ นึกในการทาํ ประโยชนเพื่อสงั คม
3.เพอ่ื ใหผ เู รยี นบําเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอสงั คม
กลมุ เปา หมาย : ผเู รยี นทกุ คน
การจดั กิจกรรม ( 3–5 ช่ัวโมง )
1. ตัวแทนผูเ รียนทุกช้ันและครู ประชุมปรึกษาหารือรว มกันในการจดั กิจกรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณะประโยชนในหัวขอ “เดือนนี้จะทาํ กจิ กรรมเพ่ือพัฒนาชุมชนเรื่องอะไร”
2. ตัวแทนผเู รยี นทุกชัน้ รวมกันปรกึ ษาหารือเกีย่ วกับกิจกรรมทจี่ ะไปทาํ ในชุมชน เชน
51
2.1 การออกคา ยอาสา
2.2 การชว ยกันเกบ็ ขยะในชุมชน
2.3 การพัฒนาวัดในชมุ ชน
3. ผูเรยี นรวมกันวเิ คราะหวา “กจิ กรรมใดมคี วามสําคญั ทสี่ ุด สามารถปฏิบัติไดงา ยและเปน
ประโยชนตอ ชุมชนมากที่สดุ ” จากนั้นหาเหตผุ ลของการปฏิบตั แิ ตละกจิ กรรม แลววิเคราะห
หาขอสรปุ วา จะปฏบิ ัติกิจกรรมใดกอน เชน ผูเ รียนรว มกนั วเิ คราะหและไดขอสรปุ วากจิ กรรมทคี่ วรดาํ เนินการ
กอ นไดแ ก “ การเกบ็ ขยะในชุมชนเนอ่ื งจากสงั เกตเหน็ วาในชุมชนมีขยะบนถนนและบริเวณอน่ื ๆเปนจาํ นวน
มากทาํ ใหชุมชนเกดิ ความสกปรก
4.เมือ่ ตกลงกจิ กรรมทีจ่ ะปฏบิ ตั ิไดแ ลว ใหต ัวแทนวางแผนการจัดกิจกรรมรวมกนั ดงั น้ี
– กําหนดเปาหมายทีจ่ ะไปปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
– กาํ หนดสถานที่ทจ่ี ะไปปฏบิ ตั ิกิจกรรม
– กาํ หนดวัน และเวลาในการไปปฏิบัตกิ ิจกรรม
ขณะผเู รียนปฏบิ ัติกิจกรรมใหบ นั ทึกขอมลู สง่ิ ที่พบลงในแฟมบันทึกขอ มลู เชน ประเภทหรือ
ชนดิ ของขยะ
5.รว มกนั วเิ คราะหข อมลู จากแบบบันทึกวา “ขยะทพ่ี บมากท่สี ุดในชุมชนไดแกอ ะไรบาง” และ
“เพราะเหตุใดจงึ มีขยะดังกลา วจาํ นวนมาก” เชน ผูเ รยี นวิเคราะหแ ลว พบวา “ขยะท่ีพบมากทสี่ ุดในชุมชน
ไดแก ถุงพลาสติก ทั้งนเ้ี พราะมีตลาดนัดตามหมูบา น ถงั ขยะท่รี องรับขยะ ไมเ พียงพอ ชาวบานขาดความ
ตระหนกั ในเรื่องการรกั ษาความสะอาดในชุมชน”
6.ผเู รยี นวเิ คราะหเ กย่ี วกบั ประโยชนแ ละโทษของขยะในชุมชน โดยแบงกลุมศึกษาจากแหลง
เรียนรตู า งๆ เชน
กลมุ ท่ี 1 : ศึกษาคน ควา จากเอกสารทางวิชาการตางๆ
กลมุ ที่ 2 : ศึกษาคนควาจากอินเทอรเ นต็
กลมุ ท่ี 3 : สอบถามพอ แม ปู ยา ตา ยาย หรือผูร ูในชมุ ชน
แลว นําขอมลู ท่ีไดอภปิ รายในกลุม ใหญ เพ่ือสรปุ เปนองคความรเู สนอตอครู เชน ผูเรียนสรุป
เปนองคความรูวา “ประเภทของขยะในชมุ ชน”
7.นกั เรยี นแตละกลมุ คนควา หาวิธกี ารที่จะทาํ ใหส มาชิกในชุมชนตระหนักถึงการชวยกนั รักษา
ความสะอาดภายในชุมชนของตน แลว รวมกันอภิปรายเลือกวิธีการทดี่ ีท่สี ดุ ท่ผี เู รียนสามารถนาํ ไปปฏบิ ตั ไิ ดใ น
ชมุ ชน จากนัน้ นาํ ไปปฏิบตั ิกิจกรรมในชุมชน โดยประเมนิ ผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมเปนระยะๆวาประสบผลสําเร็จ
หรอื ไม ถา ไมประสบผลสาํ เรจ็ ใหผ เู รียนหาสาเหตวุ า เพราะเหตุใด เพ่ือนําขอมูลมาใชปรบั ปรงุ การปฏิบัติงานใน
คร้ังตอ ไปแลวนาํ ไปปฏบิ ัติใหมอกี ครัง้ จนประสบผลสาํ เร็จตามเปาหมายที่กาํ หนดไว
52
8.เมือ่ ประสบผลสําเร็จแลว ใหผเู รยี นรายงานผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม เพ่ือเผยแพรและ
ประชาสัมพนั ธผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมตอ สาธารณะชน
สอ่ื และอุปกรณ
1.แฟมบนั ทึกขอมลู
2.แหลงเรียนรูตา งๆ เชน เอกสารทางวชิ าการ อินเทอรเน็ต ผูรูในชมุ ชน
การวดั และประเมนิ ผล
1.การสงั เกตการมสี วนรว มในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและการอภิปราย
2.ผลงานจากแบบบนั ทึกผลการสํารวจ การคนควาความรูจากแหลง ตางๆ การสอบถาม และการ
สมั ภาษณ
3.การรายงานผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม
53
กิจกรรมหองนา้ํ สะอาด
กจิ กรรมทีบ่ รู ณาการใน 8 กลมุ สาระการเรยี นรู ในลกั ษณะทจี่ ดั กจิ กรรมภายในโรงเรยี น
วัตถปุ ระสงค
1.เพ่อื ใหผูเรียนไดฝ ก ความรบั ผดิ ชอบ
2.เพอ่ื ใหผูเรยี นมีจิตสาธารณะ รจู ักเสยี สละ มีระเบียบวินัย และรจู กั การดูแลรกั ษาทรัพยสินที่
เปนสาธารณะสมบตั ิ
3.เพื่อใหผ เู รยี นมีความสุขในการใชหอ งน้ํา หอ งสว มในโรงเรยี น
กลุมเปาหมาย
ผูเ รียนทุกคน
วิธีดําเนินการ ( 3–5 ชั่วโมง )
1. คณะกรรมการนักเรยี นประชุมเพื่อวางแผน และแบงหนาท่ีการดแู ลรบั ผิดชอบโดยหัวหนาหอ งสง
ตัวแทนนกั เรยี นผลดั เปลีย่ นหมนุ เวยี นกันทาํ ความสะอาดหองน้ํา หอ งละ 1 คน
2. ครูผรู ับผดิ ชอบงานอาคารสถานที่ มีหนา ทเ่ี ตรยี มรองเทาแตะสาํ หรับใหผูเรยี นสวมเขาหอ งนํา้ ใน
จํานวนทเ่ี พยี งพอ
3. จดั ท่วี างและที่เปลี่ยนรองเทา จดั หาวัสดอุ ปุ กรณทจ่ี ําเปนในหองนา้ํ เชน ขนั นํ้า สบูลางมอื ถังขย
เปนตน รวมทงั้ วัสดุในการทําความสะอาดหอ งนาํ้ เชน แปรงขดั พืน้ นาํ้ ยาทาํ ความสะอาด เปน ตน
4. กรรมการนกั เรียนมหี นา ทีต่ รวจสอบสงิ่ ของเครือ่ งใชใหอยใู นสภาพทใ่ี ชงานไดดี
5. ประชาสมั พนั ธและรณรงคขอความรวมมือในการรกั ษาความสะอาดหองน้ํา
6. จัดใหม ีการดําเนินกิจกรรมนต้ี ลอดทัง้ ป
7. ประเมนิ ผลเปน ระยะและประชุมนักเรียนและครเู พื่อปรบั ปรงุ แกไขในสง่ิ ทค่ี วรปรับปรุง
8. ประเมนิ ผลการดําเนนิ กจิ กรรมทกุ สิน้ ภาคเรียนและรายงานผลใหผูท่เี ก่ยี วขอ งทราบ
สือ่ และอุปกรณ
1.อุปกรณทาํ ความสะอาดหอ งนาํ้ เชน แปรงขัดพืน้ น้ํายาทําความสะอาด
2.อุปกรณท่ีใชใ นหองน้าํ เชน ขนั นํ้า ถงั ขยะ
3.รองเทาแตะ ชั้นวางรองเทา
การวัดและประเมินผล
1.การสงั เกต
2.การสรุปรายงาน
54
กจิ กรรมโรงเรยี นสวยดว ยมือเรา
กจิ กรรมลกั ษณะโครงการ โครงงาน หรอื กจิ กรรมทีจ่ ดั ภายในโรงเรยี น
วตั ถุประสงค
1.เพอ่ื ใหผ เู รียนไดทาํ งานรวมกัน เกิดความรัก ความสามัคคี และมสี วนรว มในการพัฒนาโรงเรยี น
2.เพอื่ ใหผูเ รียนฝก ตนเองใหเปนคนตรงตอ เวลา ทํางานอยางมีขนั้ ตอนและมีความรับผดิ ชอบใน
การทาํ งาน
3.เพอ่ื ใหโ รงเรียนสะอาดและสวยงาม
กลมุ เปา หมาย
ผเู รยี นทุกคน
วิธดี าํ เนนิ การ (3–5 ชว่ั โมง )
เปน การทาํ งานประจําวันในแตละวนั วนั ละ 10 นาที (เวลา 8.00 – 8.10 น.) โดยมีครูที่
ปรึกษาเปน ผูใหกาํ ลงั ใจ ขณะทํางานจะเปดเพลง คนสรา งชาติ คนสูชีวติ งานหนัก และไมเคยวา คน ซง่ึ มเี น้ือหา
ปลกุ ใจใหสรางสรรคความดี มีความขยนั อดทน และเสียสละตอสังคมและชาตบิ านเมือง วิธีดาํ เนินการมีดงั นี้
1.สมาชกิ รว มกนั สํารวจเขตพื้นทใี่ นการปฏิบัติกจิ กรรม
2.คณะทํางานมอบหมายหนา ทีใ่ นการดูแลเขตพื้นทต่ี ามความเมาะสมอยา งชัดเจน
3.สมาชิกและครูท่ปี รกึ ษารว มกันจดั เตรยี มวัสดุ และอุปกรณทีเ่ กีย่ วกับการทําความสะอาด เชน
ไมก วาดทางมะพราว คราดมือเสือ เปนตน
4.คณะทาํ งานชแี้ จงสมาชิกเกี่ยวกับเขตพืน้ ที่การทํางานและวธิ ีการดํางาน
5.คณะทาํ งานตรวจติดตามผล และรายงานผลการทํางานตอครทู ปี่ รึกษา
6.มอบรางวลั หรอื เกยี รติบตั รใหแกห อ งทีม่ คี ะแนนลําดับ 1–3 เมอื่ สน้ิ ภาคเรียน
7.สรุปรายงานผลเมื่อสิน้ ภาคเรยี น
สื่อและอุปกรณ
1.อุปกรณในการทําความสะอาด เชนไมกวาดทางมะพราว ไมค ราดมือเสือ เปนตน
2.เครอ่ื งขยายเสยี งและเพลงประกอบกจิ กรรม
การวัดผลและประเมนิ
1.การสังเกต
2.การรายงานผลการดําเนินงาน
55
ภาคผนวก
แบบประเมนิ Rubrics
กจิ กรรมชุมนุมจติ อาสาบูรณาการกบั กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน
กิจกรรมชวยเหลือผูอ่นื ดวยความเตม็ ใจและพึงพอใจ
เกณฑก ารประเมิน
ช่อื กิจกรรม ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผา น(1) ไมผ า น(0 )
ชว ยเหลือผูอ่ืนทํางาน ชวยเหลอื ผอู น่ื ชว ยเหลอื ผอู ่ืนทาํ งาน ให ไมชว ยเหลือผอู ่นื
อาสาทาํ งานและ ทํางานอาสาและ ผอู ื่นดว ยความเตม็ ใจ
แบงปน สิ่งของใหผูอื่น ทาํ งานใหผูอ ่นื ดวย
ดว ยความเตม็ ใจ ความเตม็ ใจ
แบบประเมินกจิ กรรมชว ยเหลอื ผอู นื่ ดวยความเต็มใจและพึงพอใจ 56
เกณฑก ารประเมิน
ไมผาน(0)
ชอ่ื –เลขท่ี ดเี ยีย่ ม (3) ระดับคะแนน
ดี (2) ผาน(1)
ลงช่ือ.........................................ผปู ระเมิน
(.........................................................)
57
กจิ กรรมทีเ่ ปน ประโยชนตอโรงเรยี น ชมุ ชน และสงั คม
เกณฑการประเมนิ
ช่อื กิจกรรม ดีเยี่ยม (3) ดี (2) ผาน(1) ไมผ าน(0 )
ดูแลรกั ษา ทรัพย ดูแลรกั ษา ทรัพย ดูแลรกั ษา ทรัพย ไมด ูแลรักษา ทรัพย
สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอม
สมบตั ิและ สมบัติและส่ิงแวดลอม สมบัติและ ของหองเรยี น โรงเรยี น
สงิ่ แวดลอ มของ ของหองเรียน โรงเรียน ส่ิงแวดลอ มของ
หอ งเรยี น และเขารวมกิจกรรม หองเรียน
โรงเรยี นและเขา ของโรงเรียน โรงเรยี น
รว มกจิ กรรมของ
โรงเรียนดวยความ
เตม็ ใจ
แบบประเมนิ กิจกรรมท่เี ปน ประโยชนตอโรงเรยี น ชุมชน และสังคม 58
เกณฑก ารประเมิน
ไมผ า น(0)
ช่อื –เลขที่ ระดับคะแนน
ดี (2) ผาน(1)
ดเี ย่ยี ม (3)
ลงช่อื ............................................ผูประเมิน
(.........................................................)