การศึกษาในจงั หวัดชายแดนภาคใต้
ดร.อภิรัชศกั ดิ์ รัชนวี งศ์
เมื่อ พ.ศ. 2470 หะยสี ุหลงเดินทางกลบั จากการเรียนวิชาศาสนาอสิ ลามทนี่ ครเมกกะ๑ เมื่อกลับมา
ยงั ปาตานไี ดเ้ ห็นผู้คนในบา้ นเกิดยงั มคี วามเชื่อเรอื่ งผสี างทหี่ า่ งไกลจากศาสนาอสิ ลามท่ไี ดร้ า่ เรยี นมา หะยสี ุหลง
ตระเวนดาวะห์ (อบรม) ชาวบา้ นทัว่ ดินแดนปาตานี ตั้งแต่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ด้วยต้องการให้ชาวมลายู
มุสลิมไดเ้ ข้าใจหลกั ศาสนาท่ีถูกต้อง ความฝันของบิดาในเวลาน้ัน คือ "ต้องให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้บ้าง
เรอ่ื งศาสนา เลกิ เชือ่ ภตู ผี ความคดิ เรอื่ งการกอ่ ตัง้ โรงเรยี นสอนศาสนาอิสลามแห่งแรกของประเทศเร่ิมในชว่ งปี
2472 หะยสี ุหลงเลอื กทจ่ี ะไมส่ รา้ งเปน็ ปอเนาะซง่ึ มีลกั ษณะเปน็ ส่วนบคุ คล เพราะอยากให้เป็นโรงเรยี นท่ไี มไ่ ด้
สอนแต่ศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้การศึกษาที่เรื่องเศรษฐกิจสังคมด้วย การก่อสร้างใช้งบประมาณ
7,000 บาท ซึ่งได้รับเงินทุน 3,200 บาท จากพระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎรและ
นายกรฐั มนตรีคนที่ 2 หะยีสุหลงเดินทางด้วยรถไฟข้ึนไปที่กรุงเทพฯ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
เมื่อสร้างเสร็จ พระยาพหลพลพยุหเสนาได้เดินทางมาร่วมงานเปิดโรงเรียนด้วย และโรงเรียนสอนศาสนา
อิสลามของหะยีสุหลงเคยรับการเยือนของนายปรีดี พนมยงค์ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โรงเรียนสอนศาสนาแบบใหมท่ ีก่ ้าวหนา้ ในยุคนน้ั ถกู ให้ชอื่ ว่า "มดั ราเซาะห์ อัลมอู ารฟี อัลวา่ ฏอนยี ะห์ ปตั ตานี"
เป็นศูนยก์ ลางท่กี อ่ กา่ เนดิ ศรทั ธาเชือ่ ถือของผูค้ นมลายูท่ีมตี ่อตวั หะยีสหุ ลงเป็นอยา่ งมากในเวลาต่อมา
ข้อเสนอ 7 ประการของหะยีสุหลง เพ่ือการปกครองในสี่จังหวัดภาคใต้๑ สืบเน่ืองจากการกดข่ี
อัตลกั ษณข์ องชาวมลายูหลายประการนา่ มาสู่ข้อร้องเรยี นเรอ่ื งความไม่เป็นธรรมจากราษฎรในส่ีจังหวัดอย่าง
กว้างขวางทา่ ให้หะยสี ุหลง ในฐานะประธานคณะกรรมการอิสลามประจา่ จังหวัดปตั ตานี ตัดสินใจยื่นข้อเสนอ
7 ประการตอ่ รฐั บาลพลเรือตรี ถวลั ย์ ธา่ รงนาวาสวัสดิ์ เม่อื วันที่ 3 เมษายน 2490
1. ขอให้มีการปกครอง ปตั ตานี สตลู ยะลา และนราธวิ าส โดยผูม้ ีตา่ แหน่งสูงสุดต้องเปน็ มสุ ลมิ ใน 4
จังหวดั น้ี โดยไดร้ ับเลอื กจากชาวมุสลิมในพืน้ ท่ีและมอี ่านาจสงู สดุ ในการแต่งต้งั ข้าราชการ
2. ข้าราชการใน 4 จงั หวัดใหม้ ชี าวมลายู 80%
3. ใหใ้ ช้ภาษามลายูเปน็ ภาษาราชการควบค่กู บั ภาษาไทย
4. ใหม้ ีการศกึ ษาภาษามลายใู นโรงเรียนช้นั ประถม
5. แยกศาลศาสนาออกจากศาลจังหวดั มโี ต๊ะกาลที มี่ ีเสรใี นการพิพากษาช้ีขาดความ
6. ผลประโยชน์ใด ๆ ทางภาษใี ห้ใช้ใน 4 จังหวดั น้ี
7. ให้คณะกรรมการอิสลามประจ่าจงั หวดั มเี อกสทิ ธิ์ออกระเบยี บเกีย่ วกับปฏบิ ัติการศาสนาอสิ ลาม
เมื่อรัฐบาลได้รับข้อเสนอ 7 ข้อ รัฐบาลพลเรือตรีถวัลย์ฯ มีมติในเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๐
ให้กระทรวงมหาดไทยไปหารูปแบบการปกครองใหเ้ หมาะสม แตใ่ นทางปฏิบัตไิ ม่ไดต้ อบสนองตอ่ คา่ ขอทง้ั หมด
เพราะเนอื้ หาของขอ้ เสนอน้นั ล้วนแต่เป็นการกระจายอ่านาจและเรียกร้องอิสระทางวัฒนธรรมตามวิถีมลายู
มสุ ลมิ นายเด่น โต๊ะมีนา ได้ชี้ถึงการยอมต่อค่าขอท่ีรัฐไทยให้ตอนน้ันว่า "ให้เล็ก ๆ ไม่กี่อย่าง" เช่น การเปิด
สอนภาษามลายูในโรงเรียนประชาบาล หรือการเพิ่มสัดส่วนของข้าราชการมลายูมุสลิม เมื่อการเมืองที่
๒
กรงุ เทพฯ เกิดการรฐั ประหารในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกฯ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น มนี โยบายชัดเจนว่าจะก่าจัด "ตัวการที่คิดแบ่งแยกดินแดน" หลังจากนั้นไม่นาน
หะยสี หุ ลง และพวกได้ถูกจบั กมุ ในเดือนมกราคม 2491 และถกู ฟ้องฐาน "ตระเตรยี มและสมคบคิดกนั คิดการ
จะเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครอง" ข้อมูลที่มูลนิธิอาจารย์ฮัจยีห์สุหลงฯ บันทึกไว้ระบุว่า เขาถูก
พพิ ากษาให้รับโทษจ่าคกุ 4 ปี 8 เดอื น ทเี่ รือนจ่าบางขวาง ในข้อหาดูหม่ินรัฐบาล แต่ยกฟ้องข้อหาแบ่งแยก
ดินแดน
ผ้เู ขียนสนใจถึงการจดั การศกึ ษาในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็น ๒ ใน ๗ ข้อเสนอ คือ ข้อ 3 ให้ใช้
ภาษามลายเู ปน็ ภาษาราชการควบคกู่ ับภาษาไทย และข้อ 4 ให้มีการศึกษาภาษามลายูในโรงเรียนชั้นประถม
เม่ือพจิ ารณาถงึ การจดั การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อพจิ ารณาการศกึ ษาของเดก็ และเยาวชนในพื้นท่ี
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความแตกต่างจากพ้ืนท่ีอื่นในประเทศไทย๘ เน่ืองจากเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม
โดยท่ัวไปจะรู้จักระบบการเรียนข้ันพื้นฐาน ว่ามีโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่สังกัดส่านักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนสังกัด สพฐ.ในแต่ละพื้นที่จะปรับ
รายละเอยี ดการสอนใหเ้ หมาะสมตามแตล่ ะพนื้ ที่ ใน 3 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้มีระบบการเรียนนี้เช่นกัน และ
มกี ารปรับรปู แบบบางอยา่ งใหเ้ ขา้ กับท้องถ่ิน ซึ่งเป็นรูปแบบพหวุ ฒั นธรรมของผนู้ บั ถอื ศาสนาพุทธและศาสนา
อิสลาม เชน่ การอ่านอัลกรุ อานแบบกรี ออาตีย์ โดยเน้นความเข้าใจที่ถูกต้อง เพ่ือให้ปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกต้อง
การแต่งกายทีส่ อดคลอ้ งกับวิถชี วี ิตมุสลมิ การปรับนี้ไม่มีผลกระทบกับนักเรียนส่วนใหญ่ท่ีนับถือศาสนาพุทธ
แต่ระบบการเรียนท่ีแตกต่างจากภูมิภาคอ่ืนๆ อย่างชัดเจนคือ โรงเรียนในสังกัดส่านักงานคณะกรรมการ
ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศกึ ษาธิการ ซึ่งในพ้ืนท่ีอื่นๆ จะได้แก่โรงเรียนเอกชน แต่ในพื้นที่ 3
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้จะมี 3 ระบบการเรียนหลกั คอื โรงเรียนตาดีกา สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนเอกชน
สอนศาสนา ดงั นี้
(๑) “ตาดกี า” โรงเรียนจริยธรรมวันหยุด โรงเรียนตาดีกาหรือศูนย์การศึกษาอิสลามประจ่ามัสยิด
เป็นโรงเรียนสอนจริยธรรม ในพ้ืนที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลาและ สตูล
มีโรงเรียนตาดีกาทั้งหมด 2,083 แห่ง เปิดสอนเยาวชนท่ีนับถือศาสนาอิสลาม อายุระหว่าง 5 -12 ปี
ในวันเสาร์-อาทติ ย์ให้กับ สว่ นมากจะสอนในชมุ ชนหรอื มัสยิดท่เี ยาวชนเดินทางไปเรียนได้อย่างสะดวกไม่ไกล
เกินไปนัก ประธานตาดีกาจังหวัดยะลา อธิบายรูปแบบการเรียนการสอนว่า โรงเรียนตาดีกาเป็นโรงเรียน
สอนศาสนาอิสลามเบื้องตน้ ให้กบั เด็ก เนน้ การสอนจรยิ ธรรม การอ่าน-เขียนภาษามลายู รวมถึงการประกอบ
ศาสนกิจ โดยผู้น่าชุมชนและอาสาสมัครในชุมชนเป็นผู้สอน “เพื่อให้เด็กมีจริยธรรม เรียนรู้ภาษาและ
วฒั นธรรมของชาวมลายู เนือ่ งจากการเรียนในโรงเรียนปกติในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ นักเรียนได้เรียนภาษาไทย
อยูแ่ ล้ว จงึ เน้นเรยี นภาษามลายแู ละหลักศาสนาเป็นหลัก”
(๒) สถาบันปอเนาะ ผลิตครูสอนศาสนา ปอเนาะเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามในรูปแบบ
ด้ังเดิม ในพื้นท่ี 5 จงั หวัดมีทงั้ หมด 441 แห่ง โดยเน้นการศึกษาหลักศาสนาอิสลาม แต่เดิมผู้เรียนจะเรียน
ในกระท่อมจึงเป็นที่มาของการเรียกว่า "ปอเนาะ" เปิดรับผู้เรียนตั้งแต่ช่วงวัยเด็กและเรียนไปได้ตลอดชีวิต
๓
เนื่องจากเน้นการสอนศาสนา มีผู้ดูแลคือโต๊ะครูหรือ "บาบอ" ผู้มีความรู้ สอนแบบไม่แบ่งแยกช้ันและ
อายุ เรยี นอย่างเรยี บงา่ ย โดยการสอนหลกั ศาสนา การอา่ นคมั ภรี ต์ ลอดจนการเรียนร้ใู นการใช้ชีวติ ประจ่าวนั
เจา้ ของสถาบันศึกษาปอเนาะมะฮัดดารลุ เราะหน์ ะห์ ต่าบลมะนังตาล่า อ่าเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เล่าว่า
การเรียนการสอนของสถาบันปอเนาะจะนั่งเรียนกับพื้น เพื่อสอนให้เด็กรู้จักถ่อมตน ไม่แบ่งชั้นสูงช้ันต่า
การเรียนโดยหลักคา่ สอนของศาสดา คือเป็นการเรยี นไปตลอดชีวิต เร่ิมตั้งแต่คลอดจากท้องแม่จนถึงส้ินชีวิต
โดยยดึ หลัก 3 ประการ คือ ตอ้ งศึกษาหาความรู้ ตอ้ งน่ังฟังคนท่ีให้ความรู้หากไม่มีโอกาสเรียน และการสอน
ผู้อ่ืน กิจกรรมการเรียนในแต่ละวันจะเริ่มตั้งแต่เวลา 04.00 น.เพื่อสวดมนต์ขอพรจากองค์พระอัลเลาะห์
ละหมาด 5 เวลา ฝึกวชิ าชพี และเรยี นจนถงึ เวลา 22.00 - 24.00 น. จะพักผอ่ น ผทู้ ่เี รียนปอเนาะเป็นหลัก
หลงั จบการศึกษาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญศาสนาได้รับความนับถือจากชุมชนและเป็นผู้น่าในการประกอบพิธีทาง
ศาสนาหรือ “อิหม่าม” ซ่ึงมีภารกิจในการเผยแพร่ศาสนาด้วยการเปิดสถาบันปอเนาะและผันตัวเองไปเป็น
ครูผสู้ อน โดยครูผสู้ อนจะเปน็ ผพู้ จิ ารณาว่าผู้เรยี นมีความเช่ียวชาญ มีความเข้าใจในแก่นแท้ของศาสนาอย่าง
แท้จริง จนสามารถไปเผยแพร่ต่อได้แล้วหรือไม่ “ปอเนาะเป็นท่ีรองรับเด็กทั้งหมดทั้งท่ีเรียนสามัญและ
เดก็ ท่ีไม่อยใู่ นระบบการศึกษา และเป็นสถานที่กลั่นกรองให้คนสะอาด ขณะนี้มีความแตกต่างจากสมัยก่อน
ที่เรียนกันถึง 20 ปี เมื่อสังคมเปล่ียนไปจะเรียนไม่ถึง 20 ปี ส่วนใหญ่จะเรียนอย่างมาก 16 ปี ปัจจุบัน
จะเรยี นโดยเฉลี่ยจะอยทู่ ่ีราวๆ 7 ปี ซึ่งยากต่อการไปเปดิ สถาบนั ปอเนาะหรือเผยแพร่ตอ่ ”
(๓) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่สามัญ สภาพสังคมปัจจุบันท่าให้พ่อแม่ผู้ปกครอง
ตอ้ งการให้บุตรหลานได้ศกึ ษาเล่าเรยี นสิง่ ทีจ่ ะน่าไปประกอบอาชีพได้ ความต้องการเรียนวิชาการสายสามัญ
จึงมากขึ้น ขณะเดียวกันได้เรียนศาสนาและปฏิบัติศาสนกิจพร้อมกันไปด้วย โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
จึงเกิดข้ึนเพื่อรองรับความต้องการนี้ที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเปิดสอนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา
ตอนปลาย ถอื ว่าเปน็ โรงเรยี นท่ีมจี า่ นวนมากที่สุดในพ้นื ที่ 3 จงั หวัดชายแดนภาคใต้ รอ้ ยละ 60 ของโรงเรียน
ท้ังหมด เนื่องจากสอดคล้องกับวัฒนธรรมและศาสนาของประชาชนในพื้นที่ ซ่ึงมีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่
ขนาดกลางไปจนถึงโรงเรียนขนาดเลก็ ผู้ก่อตง้ั โรงเรียนสายบุรอี ิสลามวิทยา จังหวัดปัตตานี บอกว่า การเรียน
การสอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ปัจจุบันพัฒนาจากอดีตอย่างมาก เน่ืองจากได้รับการสนับสนุนจาก
ชุมชนเป็นอย่างดี โดยมีการเรียนท้ังวิชาสามัญและศาสนา อุซตะอาลี ครูโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา
จังหวัดปัตตานี อธิบายถึงการจัดการศึกษาท่ีโรงเรียนว่า ครอบคลุมทุกสาระวิชาในสัดส่วน ร้อยละ 50
โดยคาบเรียนช่วงเช้าจะเรียนวิชาศาสนาในเวลา 08.20 -12.20 น. ประกอบด้วย 3 สาระส่าคัญ คือ
1) สาระศาสนา ประกอบด้วย อัลกรุ อาน อัลฮาดษิ ฟิกส์ 2) สาระสงั คม ประกอบด้วย ประวัติศาสตร์อิสลาม
อัคลาส และ 3) สาระหลักภาษา ประกอบด้วย ภาษาอาหรับ ภาษามลายู ช่วงบ่าย 13.10 -16.00 น.
จะเรียนวชิ าสามญั เชน่ เดียวกับโรงเรียนท่วั ไปคอื ภาษาไทย สังคม อังกฤษ วิทยาศาสตร์ และจะมีห้องพิเศษ
หรือห้องต้นแบบที่จะเน้นด้านวิชาการเพ่ิมเติมในช่วงวันเสาร์ เพื่อให้นักเรียนสามารถสอบเข้าศึกษาต่อใน
ระดบั อดุ มศกึ ษา “นักเรียนเรยี นสายสามัญเพื่อน่าไปประกอบอาชีพในอนาคต และเรียนศาสนาเพื่อควบคุม
การประกอบอาชีพให้อย่างสุจริต โดยโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเป็นโรงเรียนท่ีสร้างมาเพื่อช่วยเหลือรัฐ
ในส่วนทีร่ ัฐไมส่ ามารถจัดการเรียนการสอนครอบคลุมได้ท้ังหมด ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของโรงเรียน” ทั้งน้ี
๔
คา่ ใช้จ่ายในการเรียนการสอนโรงเรยี นเอกชนสอนศาสนาไดร้ ับการสนับสนุนจากภาครัฐโดยได้รับเงินอุดหนุน
รายหัวหรอื คนละประมาณ 3,500 บาท สว่ นมากไม่เพยี งพอตอ่ การจดั การศกึ ษา แต่ละโรงเรยี นจงึ ตอ้ งหาเงิน
สนับสนุนเพมิ่ เตมิ ซ่ึงส่วนมากจะไดม้ าจากการบรจิ าคและพยายามของบประมาณเพื่อสนับสนุนบุคลากรทาง
การศึกษาเพ่ิมเติม โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นค่าครูสอนศาสนา โรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยยืนยันว่านักเรียน
มีผลส่าเร็จการศกึ ษา เห็นได้จากการที่แต่ละปีมีนักเรียนที่สอบเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาจ่านวนมาก
เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ท้ังคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสาขาอ่ืนๆ
รวมถงึ การไปศึกษาตอ่ ในต่างประเทศ เช่น มาเลเซยี ออสเตรเลีย เปน็ ตน้ และมศี ษิ ยเ์ ก่าของโรงเรียนประกอบ
อาชพี ในหลากหลายสาขาวชิ าในพืน้ ท่ี
ระบบการศกึ ษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ปี ๒๕๕๕๒
อยู่ในภาวะวิกฤติมาโดยตลอด ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเน่ืองยาวนานเกือบ 1
ทศวรรษ โดยเฉพาะผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาท่ีอยู่ในล่าดับร้ังท้ายของประเทศ มีอัตราการออกกลางคันและ
ตกหลน่ ของนกั เรยี นในระดบั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐานค่อนข้างสูง ขณะที่มีอัตราการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
อยู่ในเกณฑ์ต่า พบปัญหานักเรียนตกหล่น-หายจากระบบ ตัวเลขเด็กมัธยม 2 แสน แต่ต่ออุดมศึกษาแค่ 3
หมื่น ผลสัมฤทธิ์การศึกษาต่า จบ ป.3 อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ คะแนนโอเน็ต ม.6 รูดทุกวิชา ประกอบกับ
ระบบการศึกษาในพื้นที่น้มี คี วามแตกต่างจากภูมิภาคอ่ืนของประเทศ สืบเนื่องมาจากความแตกต่างทางด้าน
ศาสนา ภาษาและวิถีวัฒนธรรม โดยเฉพาะการมีสถาบันการศึกษาตามวิถีอิสลาม ซ่ึงประชาชนในพ้ืนท่ีนิยม
ส่งบุตรหลานเข้าเรียน ทว่าสถาบันการศึกษาเหล่าน้ีมีอยู่เป็นจ่านวนมากกลับไม่มีความพร้อม ระดับก่อน
ประถมศึกษา (อายุ 3-5 ปี) มีสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบ คือ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ประจ่ามัสยิด
ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก ศนู ย์อบรมเดก็ กอ่ นเกณฑใ์ นวัด และโรงเรยี นของรัฐและเอกชน ระดับประถมศึกษา (อายุ
6-11 ป)ี มสี ถาบันการศึกษาท่ีรับผิดชอบคือ โรงเรียนของรัฐ 876 แห่ง นักเรียน 222,186 คน โรงเรียน
เอกชน 59 แห่ง นักเรียน 31,346 คน รวมโรงเรียนของรัฐและเอกชนในระดับประถมศึกษา 935 แห่ง
นักเรียน 253,532 คน ศูนย์การศึกษาอิสลามประจ่ามัสยิด หรือตาดีกา จ่านวน 1,666 แห่ง นักเรียน
176,395 คน (ในจา่ นวนนซ้ี ้อนทับกับเด็กทเี่ รียน ในระบบโรงเรยี นตามปกติด้วย เพราะตาดกี าสอนตอนเย็น
และวันหยดุ เสาร์-อาทติ ย์) กับสถาบันปอเนาะ จ่านวน 375 แห่ง นักเรียน 34,394 คน ระดับมัธยมศึกษา
(12-18 ปี) สถาบันการศึกษาท่ีรับผิดชอบ คือ โรงเรียนของรัฐ (สายสามัญ) จ่านวน 56 แห่ง นักเรียน
31,346 คน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่สอนทั้งศาสนาควบคู่สามัญ จ่านวน 158 แห่ง นักเรียน
129,784 คน และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่สอนศาสนาอย่างเดียว จ่านวน 44 แห่ง นักเรียน
3,700 คน บางส่วนท่ีเขา้ ศึกษาตอ่ ในระดบั อุดมศกึ ษา ท้ังมหาวิทยาลยั ของรฐั และเอกชน สถาบันอาชีวศึกษา
ท้ังของรัฐและเอกชน รวมถึงวิทยาลัยชุมชน กลุ่มน้ีมีนักศึกษารวม 36,541 คน จากนักเรียนในระดับ
มธั ยมศึกษาทีม่ ีอยถู่ งึ 164,830 คน (ไมร่ วม ปวช.) เดก็ ท่ีจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้วบางส่วนเดนิ ทาง
ไปศกึ ษาตอ่ ต่างประเทศ จา่ นวน 9,000 ถงึ 11,000 คน และบางสว่ นที่ไมไ่ ดอ้ ยู่ในระบบการศึกษาภาคปกติ
แต่ศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จ่านวน 38,766 คน ในภาพรวมระดับประถมศึกษามี
นักเรียนศึกษาอยู่ในระบบ 253,532 คน ระดับมัธยมศึกษา และ ปวช. จ่านวน 209,017 คน แต่มีผู้ที่มี
๕
โอกาสศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปริญญาตรีและ ปวส. เพียง 36,541 คน โดยท่ีมีนักเรียน 9,000-11,000 คน ไป
ศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ซาอดุ ิอาระเบยี อยี ิปต์ มาเลเซยี อนิ โดนเี ซีย ปากสี ถาน เยเมน คูเวต เมื่อน่าตัวเลข
นักเรียนที่มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และ ปวส. มารวมกับนักเรียนที่เดินทางไปศึกษาต่อ
ต่างประเทศ แล้วหักลบกับจ่านวนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา พบว่ามีเด็กนักเรียนในพื้นที่สามจังหวัด
ชายแดนภาคใตท้ ไ่ี มไ่ ด้ศึกษาต่อในระดบั อดุ มศกึ ษามากถึง 161,476 คน (ตัวเลขภาพรวมท้ังระบบ ไม่ได้คิด
แยกรายปี) เม่ือพิจารณาตัวเลขอตั ราการออกกลางคนั และตกหล่นของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ทง้ั 5 จงั หวัดชายแดนภาคใต้ (รวมจังหวดั สตลู และสงขลา) มียอดรวมของเดก็ ในกล่มุ นี้ รอ้ ยละ 1.43 หรือราว
3,000 คน ผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา เด็กที่จบช่วงช้ันท่ี 1 หรือระดับประถมศึกษาปีที่ 3 ในสามจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ ร้อยละ 33.72 (เฉล่ียท้ัง 3 จังหวัด) ส่วนคะแนนสอบโอเน็ต
(การสอบวัดผลทางการศึกษาแห่งชาติข้ันพื้นฐาน) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ใน 5 วิชาหลัก ปีการศึกษา
2554 นักเรียนจากโรงเรยี นทั้งของรฐั และเอกชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีคะแนนต่ากว่าเกณฑ์เฉลี่ย
ของทั้งประเทศทกุ วชิ า ได้แก่ ภาษาไทย คา่ เฉล่ียทั้งประเทศอย่ทู ี่ 41.88 โรงเรียนรัฐท่ีชายแดนใต้ได้ 40.12
โรงเรียนเอกชน 33.44 คณิตศาสตร์ ค่าเฉลี่ยท้ังประเทศอยู่ท่ี 22.73 โรงเรียนรัฐท่ีชายแดนใต้ได้ 20.98
โรงเรียนเอกชน 17.15 วิทยาศาสตร์ ค่าเฉล่ียทั้งประเทศอยู่ท่ี 27.90 โรงเรียนรัฐท่ีชายแดนใต้ได้ 26.71
โรงเรียนเอกชน 23.70 สังคมศึกษา ค่าเฉลี่ยท้ังประเทศอยู่ท่ี 33.39 โรงเรียนรัฐท่ีชายแดนใต้ได้ 32.76
โรงเรยี นเอกชน 29.82 ภาษาอังกฤษ ค่าเฉล่ียทั้งประเทศอยู่ที่ 21.80 โรงเรียนรัฐท่ีชายแดนใต้ได้ 20.11
โรงเรียนเอกชน 16.92 สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ น่าเสนอผลสอบคะแนนโอเน็ต ปี ๒๕๕๙๓
พบว่า จงั หวดั ชายแดนภาคใตย้ ังไดค้ ะแนนต่าเหมือนเดิม แตค่ ะแนนเพ่ิมข้นึ ทุกปใี นทกุ วชิ า ถือวา่ การแก้ปัญหา
ภาคใต้ประสบความส่าเร็จ โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยคะแนนสูงข้ึนมาก ผลสอบโอเน็ต ม.3 ปี ๒๕๕๙
วชิ าภาษาไทย คะแนนเฉล่ียทัว่ ประเทศได้ 46.36% (ต่ากว่า 50% สอบตก) วิชาสังคมศึกษา คะแนนเฉลี่ย
ท่ัวประเทศได้ 49% วิชาภาษาองั กฤษ คะแนนเฉล่ียทั่วประเทศได้ 31.80% วิชาคณิตศาสตร์ คะแนนเฉล่ีย
ทั่วประเทศได้ 29.31% วิชาวิทยาศาสตร์ คะแนนเฉลี่ยท่ัวประเทศได้ 34.99% วิชาภาษาอังกฤษ
วิชาคณติ ศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ ถือเป็นวิชาพน้ื ฐานในยคุ 4.0 แต่เด็กไทยสอบตกหมดทงั้ ประเทศ แถมยงั ได้
คะแนนต่าจนน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ผลทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติ ขัน้ พื้นฐาน หรือ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 25614 ภาพรวมคะแนนเฉล่ียรวม
ทัง้ 4 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ และคะแนนเฉลยี่ ของแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรเู้ พิ่มขนึ้ เมอื่ เปรียบกบั คะแนนเฉลีย่
O-NET ปกี ารศึกษา 2560 ดงั น้ี คะแนนเฉล่ียรวมทุกกลุ่มสาระฯ ปี2561 อยู่ที่ 41.14 คะแนน เพิ่มข้ึนท่ี
3.21 คะแนน จากปี 2560 อยู่ที่ 37.93 คะแนน ปัจจัยท่ีท่าให้คะแนน O-NET จชต. ในปีการศึกษา
2561 สูงข้ึน นา่ จะมาจาก ๑) การลดความเหลื่อมลา้่ ทางการศกึ ษาของนกั เรยี นในโครงการโรงเรียนประชารัฐ
จชต. ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒) ความส่าเร็จของศูนย์พัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ๓) โครงการสานฝนั การกฬี าสู่ระบบการศกึ ษาชายแดนใต้
๖
จากปญั หาด้านการศกึ ษา ทงั้ ในเชิงปรมิ าณและคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้น่าไปสู่
ปัญหาและเงือ่ นไขอนื่ ๆ ต่อไป จากขอ้ เสนอของหะยีสุหลงถือวา่ เป็นพ้นื ฐานของการจัดการในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ รวมถึงการเคล่ือนไหวของ BRN ก็ยึดหลักข้อเสนอดังกล่าวเป็นบริบทด้วย ข้อเสนอข้อ 4
ให้มีการศึกษาภาษามลายูในโรงเรียนชั้นประถม พบว่า ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบบการเรียนคือ
(๑) โรงเรยี นในสงั กัดส่านกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน (สพฐ.) กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (๒) โรงเรียน
ในสงั กัดสา่ นกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศกึ ษาเอกชน (สช.) กระทรวงศกึ ษาธิการ ซ่ึงในพนื้ ท่อี ืน่ ๆ จะได้แก่
โรงเรียนเอกชน แต่ในพื้นท่ี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมี 3 ระบบการเรียนหลัก คือ (๑) โรงเรียนตาดีกา
(๒) สถาบนั ปอเนาะ และ (๓) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โดยโรงเรยี นตาดีกาเปน็ โรงเรียนสอนศาสนาอสิ ลาม
เบือ้ งตน้ ให้กบั เดก็ (อายุ ๕-๑๒ ปี) เน้นการสอนจรยิ ธรรม การอ่าน-เขียนภาษามลายู สถาบนั ปอเนาะ เนน้ การ
สอนหลักศาสนา การอา่ นคมั ภีร์ตลอดจนการเรียนรู้ในการใช้ชีวิตประจ่าวัน และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
อิสลาม เน้นการสอนศาสนาควบควู่ ิชาสายสามญั ตัวอยา่ ง กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยส่านักงานคณะกรรมการ
ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
(ศปบ.จชต.) ได้จดั ทา่ หลกั สูตรอิสลามศึกษาฟรั ฎอู นี ประจ่ามัสยิด แผนการจัดการเรียนรู้อิสลามศึกษา ระดับ
อสิ ลามศกึ ษาตอนตน้ (อิบตดิ าอียะฮ) ช้ันปที ่ี ๒ สาระภาษามลายูอกั ษรยาวี เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปี๙
โครงการจดั การศกึ ษาแบบทวิ–พหภุ าษา (ภาษาไทย–มลายถู ิ่น) ในโรงเรยี นเขตพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดน
ภาคใต้ (พ.ศ.๒๕๔๙)๕ ปีพ.ศ. 2549 กระทรวงศึกษาธกิ าร องคก์ ารยูนิเซฟประเทศไทย และสถาบันวจิ ัยภาษา
และวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันจัดท่าโครงการพัฒนาและทดลองใช้แนวทางจัดการศึกษา
โดยใช้ภาษาแม่เปน็ ฐานในโรงเรียนเขตพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใตซ้ งึ่ เป็นรูปแบบการจดั การเรียนการสอนที่มี
พ้ืนฐานมาจากงานวิจัยทางการศึกษาและแนวปฏิบัติที่ดีเลิศ (best practices) ในด้านการเรียนการสอน
ภาษาแรกและภาษาท่สี องทีไ่ ดร้ บั การตรวจสอบรับรองในระดบั นานาชาติ ผลการวิจัยท่ัวโลกยืนยันสอดคล้อง
กันว่าการศกึ ษาแบบทวิ-พหภุ าษา โดยใชภ้ าษาแมเ่ ป็นฐานมปี ระสทิ ธภิ าพอยา่ งมาก รายงานผลการเรียนของ
เด็กทไี่ มไ่ ด้พดู ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ในสหรัฐอเมริกา จา่ นวน 8 ล้านคน ชี้วา่ ย่ิงส่งเสริมให้ใช้ภาษาแม่ของ
เด็กในโรงเรียนยาวนานเท่าไร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระยะยาวก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่าน้ัน ในสถานการณ์
ส่วนใหญ่ แนวทางการจัดการศึกษาโดยใช้ภาษาอังกฤษภาษาเดียว หรือ English Submersion เป็นวิธีการ
ที่ใช้ได้ผลน้อยอย่างย่ิงส่าหรับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งยืนยันโดยผลการวิจัยท่ีด่าเนินการในอเมริกาใต้ยุโรป แอฟริกา
ออสเตรเลียและเอเชีย การส่ารวจสถานการณ์การใช้ภาษาในชีวิตประจ่าวันของคนในสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ (ปี2549-2550) โดยใชแ้ บบสอบถามเพอ่ื เกบ็ ขอ้ มลู จากผพู้ ดู ภาษามลายถู ่ิน 1,255 คน เกยี่ วกับการ
ใชภ้ าษาในชีวิตประจ่าวัน ทักษะความสามารถ ความมั่นใจในการใช้ภาษาต่าง ๆ และทัศนคติความต้องการ
ระบบเขียนภาษามลายูถิน่ อกั ษรไทย เพ่อื ใชเ้ ปน็ ส่ือการศึกษาในโรงเรียน และในงานวจิ ยั ส่ารวจการใช้ภาษาใน
สอื่ ท้องถ่ินใช้กลมุ่ ตวั อย่างอกี 387 คน เขา้ รบั การทดสอบอยา่ งงา่ ยเพือ่ วัดความสามารถในการอ่านอักษรไทย
อักษรยาวีและอักษรรูมี ร้อยละ 75 ใช้ภาษามลายูถ่ินมากท่ีสุดในชีวิตประจ่าวัน เทียบกับร้อยละ 8 ที่ใช้
ภาษาไทยมากที่สุด ร้อยละ 95 มีทักษะความสามารถและรู้สึกมั่นใจในการใช้ภาษามลายูถิ่นเทียบกับเพียง
รอ้ ยละ 45 ที่รู้สึกม่ันใจในการใชภ้ าษาไทย ส่าหรบั กลุ่มที่ทดสอบความสามารถดา้ นการอา่ นสามารถอ่านออก
๗
เสียงภาษาไทยได้คลอ่ งกวา่ อักษรยาวแี ละอกั ษรรมู ี แตร่ ้อยละ 70 ไม่เข้าใจในขอ้ ความภาษาไทยทอ่ี า่ น รอ้ ยละ
66 เห็นด้วยและต้องการให้ใช้ตัวอกั ษรไทยในการเรียนอ่านเขียนภาษามลายูถิ่นในโรงเรียน การจัดท่าระบบ
ตวั เขยี นภาษามลายถู ิน่ ให้เป็นมาตรฐาน โดยมีตัวเลือกสามแนวทาง ได้แก่ ๑) อักษรไทย พบเห็นได้ท่ัวไปใน
พนื้ ทจ่ี งั หวัดชายแดนภาคใต้คา่ ในภาษามลายถู ่ินมักเขียนด้วยอักษรไทย ๒) อักษรยาวี เป็นอักษรอาหรับท่ีใช้
เขียนภาษามลายูกลาง สว่ นใหญ่ใช้ในแวดวงการศึกษาอิสลาม คา่ ในภาษามลายถู ่นิ ทใ่ี ชใ้ นชวี ติ ประจ่าวันบางค่า
เขียนด้วยตัวอักษรยาวีไม่ได้ ๓) อักษรรูมี เป็นอักษรโรมันท่ีใช้เขียนภาษามลายูกลางหรือภาษามาเลเซีย
แต่ครูและพ่อแม่ท่ีอ่านอักษรรูมีได้คล่องถึงคล่องมากมีอยู่น้อยกว่า ร้อยละ 20 โครงการทวิ–พหุภาษา
(ภาษาไทย–มลายูถิน่ ) ใช้กลวิธกี ารสอนแบบ “สองแนวทาง (Two track method)” ส่าหรับพัฒนาการด้าน
การอ่านเขียนภาษาท้องถ่ิน ได้แก่ การอ่านเขียนที่เน้นความเข้าใจและการอ่านเขียนที่เน้นความถูกต้อง
แนวทางแรกเป็นการปูพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์และกระตุ้นการน่าเสนอความคิดแนวทางท่ีสองเน้นความ
ถูกตอ้ งเพ่อื ตรวจสอบความถกู ผิดในการใช้ภาษาในระดับเสียงค่า และประโยคโดยแบ่งชั่วโมงเรียนและสอน
ควบคกู่ นั กล่าวคือระหวา่ งกจิ กรรมการเขียนอย่างสรา้ งสรรคค์ รจู ะไม่มีการช้ีข้อผิดพลาดด้านภาษา โดยทันที
เพื่อไมใ่ หเ้ ดก็ อายบ่นั ทอนความม่ันใจและหยุดยั้งกระบวนการคิดจินตนาการ จนไม่กล้าคิดกล้าแสดงออกใน
ทสี่ ดุ กลวิธีการสอนด้วย “กระบวนการบนลงล่าง (top-down)” ส่วน “กระบวนการล่างข้ึนบน (bottom-
up)” ผ่านสอ่ื และกลวิธีประกอบการเรียนการสอนหลายรูปแบบ “หนังสือเล่มยักษ์” ใช้ควบคู่กับกลวิธีการ
สอนแบบการอา่ นรว่ มกัน ให้นกั เรียนท้งั ชั้นมสี ่วนรว่ มในการอ่านไปพร้อมกันกับครูผู้สอน โดยไม่ต้องกังวลว่า
นักเรยี นจะรู้จกั ตัวอกั ษรครบทุกตวั หรือไม่ ผลการดา่ เนินโครงการ: “ความส่าเร็จ” ส่ีประการ (๑) พัฒนาการ
ภาษาไทยล่า้ หน้า แม้ว่านักเรียนโครงการทวิ–พหุภาษาใช้เวลาเรียนรู้ภาษาไทยในช้ันเรียนน้อยกว่านักเรียน
ค่เู ทยี บ และเริม่ ตน้ เรยี นรู้ดว้ ยการฟังพดู กอ่ นการอ่านเขยี น แต่ผลการทดสอบในช้ัน ป.1 กลับพบว่านักเรียน
ทวิ-พหุภาษามีทักษะการเขียนในระดับค่า และประโยคสูงกว่านักเรียนคู่เทียบอย่างมีนัยส่าคัญ ถึง 2 เท่า
และผลการทดสอบเขียนเรียงความภาษาไทยของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 3 นักเรียนทวิ-พหุภาษา
มีทักษะการใช้ค่าและการสื่อความหมายสูงกว่าคู่เทียบทุกด้าน โดยเฉพาะการใช้ค่ายากและหลากหลาย
โดยจ่านวนค่าทใี่ ชโ้ ดยเฉลี่ย 104 คา่ สูงกว่านกั เรยี นคูเ่ ทียบทที่ า่ ไดเ้ พยี ง 52 ค่า (๒) คะแนนเหนือกวา่ ทกุ กลมุ่
สาระ นักเรียนโครงการทวิ–พหุภาษา (ภาษาไทย–มลายูถ่ิน) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1–6 ร้อยละ 72.5
สอบผ่านเกณฑก์ ารศึกษาขั้นพื้นฐานรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และทักษะ การอ่านสูงกว่า
โรงเรียนคู่เทียบ ซึ่งได้คะแนนเพียงร้อยละ 44.5 อย่างมีนัยส่าคัญทุกระดับช้ัน (๓) O-NET ประจักษ์แจ้ง
พัฒนา นักเรียนทวิ–พหุภาษา(ภาษาไทย–มลายูถิน่ ) ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ท่าคะแนนการทดสอบการศึกษา
ระดบั ชาติข้ันพื้นฐาน หรอื O-NETรายวิชาภาษาไทยคณติ ศาสตร์และวทิ ยาศาสตร์สูงกวา่ คา่ เฉลย่ี ของโรงเรยี น
เขตพ้ืนที่ชายแดนภาคใต้ (ครอบคลุมทุกโรงเรียน ซึ่งมีผู้พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่ในเขตเมืองอยู่ด้วย ไม่ใช่
โรงเรยี นคู่เทียบอย่างเดียว) (๔) ชุมชนรักษาสนับสนุนและส่งเสริม จากการสัมภาษณ์ครูและผู้ปกครองกว่า
200 คน โดยส่านักงานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ยั เม่ือปี พ.ศ. 2553 และในปี พ.ศ. 2558 พบว่ามีการตอบ
รับโครงการทวิ–พหุภาษา (ภาษาไทย–มลายูถ่ิน) ในระดับมากประโยชน์ ส่าคัญที่ส่วนใหญ่ระบุ ได้แก่
“การอา่ นเขียนภาษาไทยเกง่ ข้ึน” และ “มน่ั ใจมากข้นึ ”
๘
การใช้ภาษามลายูปาตานขี องนักเรยี นในโครงการการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาษา-พหุภาษา
จังหวัดยะลา (พ.ศ.๒๕๖๑)๖ ๑) ความรู้เกี่ยวกับสภาพและปัญหาในการจัดการเรียนการสอนตามแนวทาง
ทวิ-พหุภาษาในจังหวัดยะลา โรงเรียนท่ีเข้าร่วมโครงการการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาษา-พหุภาษา
ในจังหวดั ยะลา มจี ่านวน 3 โรง ทุกโรงเรียนไม่มีการจัดการเรียนการสอนภาษามลายูถิ่นท่ีใช้ระบบตัวเขียน
ด้วยอักษรไทยในระดับช้ันประถมศึกษา และไม่ได้ใช้แผนการสอนและสื่อการสอนของโครงการทวิภาษา
แตย่ ังคงมีการจดั การเรยี นการสอนโดยใช้ภาษามลายปู าตานอี ยู่บ้างในระดบั ช้นั อนบุ าล ซ่งึ จากการส่ารวจครงั้ นี้
พบว่ามี 2 โรงเรียนที่ยังคงสอนโดยใช้ระบบตัวเขียนภาษามลายูปาตานีท่ีโครงการทวิภาษา -พหุภาษา
พัฒนาข้ึน 2) ความรู้เก่ียวกับทักษะการอ่านภาษามลายูปาตานีและทักษะการอ่านภาษาไทยของนักเรียน
เข้าร่วมโครงการทวิ-พหุภาษา นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนขยายผลของโครงการทวิภาษา–
พหภุ าษา มที กั ษะการอ่าน ท้งั 2 ภาษาไม่แตกต่างกัน มีคะแนนเฉลี่ย (ท่ีอยู่ในรูปคะแนนร้อยละ) ของทักษะ
การอา่ นภาษามลายู-ปาตานี และทักษะการอา่ นภาษาไทยเป็น 51.33 และ 53 คะแนน 3) เครือข่ายจัดการ
ศกึ ษาแบบทวิภาษา-พหุภาษาในจังหวัดยะลาที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษามลายู-ปาตานี ในระดับช้ัน
อนุบาลมเี พียง 2 โรงเรยี น
การพฒั นาทกั ษะการอ่านสา่ หรับนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 โดยใชช้ ดุ ฝึกซอ่ มเสริมการสะกดค่า
ภาษามลายูกลาง (พ.ศ. ๒๕๕๗)๗ พบว่า (1) ประสิทธภิ าพของชดุ ฝกึ ซอ่ มเสริมการสะกดค่า ภาษามลายูกลาง
สา่ หรบั นักเรยี นช้ันอิบตีดาอียะฮฺปี ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ 78.25/84.83 (๒) ทกั ษะการอา่ นค่า ภาษามลายูกลาง
ของนักเรียนชั้นอิบตีดาอียะฮฺ ปีที่2 โดยใช้ชุดฝึกซ่อมเสริมการสะกดค่า ภาษามลายูกลางหลังเรียนสูงกว่า
กอ่ นเรียนอย่างมนี ัยส่าคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ 0.01 (๓) ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกซ่อมเสริม
การสะกดค่า ภาษามลายูกลางส่าหรบั นกัเรยี นช้นัอิบตีดาอียะฮฺ ปีท่ี 2 ที่อยู่ในระดับมาก และงานวิจัยสภาพ
การจัดประสบการณ์เรียนรู้ส่าหรับเด็กปฐมวัยท่ีใช้ภาษาไทยเป็นภาษาท่ีสอง และแนวทางในการพัฒนาส่ือ
ประสมสองภาษา: กรณีศึกษาจังหวัดนราธิวาส๑๐ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ระบุว่า “พ้ืนที่สามจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยมเี อกลกั ษณท์ างภาษา ซึ่งชาวไทยมุสลิมในพ้ืนท่ีชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 83
ใชภ้ าษามลายูในการตดิ ตอ่ ส่อื สาร แต่โรงเรียนสายสามญั ของกระทรวงศึกษาธิการ จัดการเรียนการสอนและ
ใช้ส่ือการสอนเป็นภาษาทางการหรือภาษาไทยทั้งหมด ท่าให้เด็กในพ้ืนที่ท่ีมีภาษาแม่เป็นภาษามลายู และ
มภี าษาไทยเปน็ ภาษาท่ีสอง ต้องปรับตวั อย่างหนักเพอ่ื ให้สามารถเข้าถึงการศกึ ษาได้” งานวิจัยชนิ้ น้ยี งั ช้ดี ้วยว่า
“การเรียนภาษาท่ีสองให้เหมือนกับเป็นภาษาแม่นั้น กระทบต่อการเรียนรู้ในหลายๆ วิชา ท่าให้ผลสัมฤทธิ์
ทางการศึกษาของเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานและต่าที่สุดในประเทศ ”
และชาวไทยมุสลิมอันเป็นประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ไม่นิยมเรียนโรงเรียนไทยของกระทรวงศึกษาธิการ
แต่นยิ มส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรยี นปอเนาะและโรงเรียนสอนศาสนา เพ่ือเรียนภาษาอารบิกและไปเรียนต่อ
ดา้ นศาสนาในปากีสถานหรือตะวันออกกลางอนั เป็นท่ีนิยมมาก แต่หลักสูตรของปอเนาะก็แทบจะไม่ได้เรียน
ภาษาไทย เด็กจึงได้แต่ภาษายาวีและภาษาอารบิก และภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยจะได้ด้วย ส่วนภาษาไทยน้ัน
ไมไ่ ดเ้ ลย ส่วนนักเรียนไทยพทุ ธทีน่ ยิ มเรียนโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการก็ได้แต่ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
๙
ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควรตามแบบอย่างโรงเรียนไทยท่ัว ๆ ไป ส่วนภาษายาวีอันเป็นภาษาหลักและภาษาอารบิก
ไมไ่ ดเ้ รียนเลย๑๑
ขอ้ เสนอข้อ 3 “ให้ใชภ้ าษามลายเู ปน็ ภาษาราชการควบค่กู บั ภาษาไทย” ยังไมม่ กี ารประกาศใช้อย่าง
เป็นทางการ แต่ในทางพฤตินัยมีการใช้ภาษามายูควบคู่กับภาษาไทยในสถานที่ราชการ เนื่องจากปัจจุบัน
บุคลากรของรฐั ในสามจงั หวัดชายแดนภาคใตเ้ ปน็ คนในพน้ื ท่ที ี่นับถอื ศาสนาอิสลามและส่ือสารดว้ ยภาษามลายู
มีเป็นจ่านวนมากกว่าในอดีตในทุกระดับ ต้ังแต่องค์การบริหารส่วนต่าบล เทศบาล อ่าเภอและจังหวัด
ส่วนข้อเสนอข้อ 4 “ให้มีการศกึ ษาภาษามลายใู นโรงเรยี นชน้ั ประถม” ส่งผลอยา่ งไร ลองมาดกู ันต่อไป ดงั น้ี
๑. ชาวไทยมสุ ลมิ อันเป็นประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่นิยมเรียนโรงเรียนไทย
ของกระทรวงศึกษาธิการ แต่นิยมส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนสอนศาสนาและโรงเรียน
สอนศาสนาควบค่สู ายสามญั จะพบวา่ ปกี ารศึกษา 2554 นกั เรียนจากโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชนในสาม
จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคะแนนต่ากว่าเกณฑ์เฉลี่ยของท้ังประเทศทุกวิชา ปีการศึกษา ๒๕๕๕ ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการศึกษาท่ีอยู่ในล่าดับร้ังท้ายของประเทศ อัตราการออกกลางคันและตกหล่นของนักเรียนในระดับ
การศึกษาข้ันพื้นฐานค่อนข้างสูง ขณะที่มีอัตราการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอยู่ในเกณฑ์ต่า ปีการศึกษา
๒๕๕๙ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังได้คะแนนต่าเหมือนเดิม แต่คะแนนเพิ่มข้ึนทุกปีในทุกวิชา ถือว่าการ
แก้ปัญหาภาคใต้ประสบความส่าเร็จ โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยคะแนนสูงขึ้นมาก และปีการศึกษา 2561
ภาพรวมคะแนนเฉล่ียรวม ทั้ง 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้และคะแนนเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มสาระก ารเรียนรู้
เพิม่ ข้นึ อยู่ที่ 41.14 คะแนน เมือ่ เปรียบกับคะแนนเฉลี่ย O-NET ปีการศึกษา 2560 อยู่ที่ 37.93 คะแนน
เพมิ่ ข้นึ ที่ 3.21 คะแนน จากอดีตสู่ปัจจบุ ันก่อให้เกดิ
๑. โครงการจัดส่งนักศึกษาชาวไทยท่ีนับถือศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึก ษาต่อ
มหาวทิ ยาลัยตา่ งๆ โดยมอบกระทรวงมหาดไทยเป็นองค์กรในการนา่ เสนอคณะรัฐมนตรเี พอ่ื พจิ ารณาอนมุ ตั ิใน
หลกั การ ดังนี้ (๑) ระยะท่ี ๑ พ.ศ.2514-2519 วนั ที่ 10 มนี าคม 2513 (๒) ระยะท่ี 2 พ.ศ.2520-2524
วนั ท่ี 17 มนี าคม 2520 (๓) ระยะท่ี ๓ พ.ศ.2525-2529 วันท่ี 30 ธันวาคม 2523 (๔) ระยะท่ี ๔ พ.ศ.
2530-2535 วนั ท่ี 3 กุมภาพันธ์ 2530 (๕) ระยะท่ี 5 พ.ศ.2536-2540 วันท่ี 17 มีนาคม 2535 และ
ให้กระทรวง ทบวง กรมที่หน่วยงานในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สงวนอัตรา จ่านวน 4 อัตราต่อปี เพื่อ
รบั นกั ศึกษาทีส่ ่าเรจ็ การศกึ ษาตามโครงการเขา้ รบั ราชการโดยสอบคัดเลือกกันเอง (มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี
30 ธันวาคม 2533)๑๒... (๑๐) ระยะที่ ๑๐ พ.ศ. 2562-2566 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติดังนี้ (1) อนุมัติใน
หลักการโครงการจัดส่งนักศึกษาชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึกษาต่อ
มหาวิทยาลัย (ระยะที่ 10) พ.ศ. 2562-2566 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังน้ี ๑) ให้คงจ่านวน
นกั ศึกษา ปลี ะ 44 ทนุ ให้เขา้ ศกึ ษาในสาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์ จ่านวน 27 ทุน สาขาวิชาสังคมศาสตร์ จ่านวน
17 ทุน (อัตราส่วน 60 : 40) และในการรับนักศึกษาตามจ่านวนดังกล่าว ให้พิจารณารับนักศึกษาที่ได้รับ
ผลกระทบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จงั หวัดละ 2 คน เพื่อเปน็ การเยียวยาและแก้ไขปญั หาจงั หวัดชายแดน
ภาคใต้ หากขอมากกว่า 44 ทุน อาจจะมีผลกระทบในการขออนุมัติด้านงบประมาณ ๒) ให้คงจ่านวน
มหาวิทยาลัยที่จะรับนักศึกษาตามโครงการจัดส่งนักศึกษาชา วไทยที่นับถือศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดน
๑๐
ภาคใต้ เขา้ ศึกษาต่อมหาวทิ ยาลยั (โครงการจดั ส่งนกั ศกึ ษาฯ) ไว้ จา่ นวน 9 แห่ง เช่นเดิม (๒) การสงวนอัตรา
เข้ารับราชการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี 30 กันยายน 2546 {เร่ืองขอขยายระยะเวลาด่าเนินงาน
โครงการจัดสง่ นักศึกษาชาวไทยทนี่ ับถือศาสนาอิสลามจังหวดั ชายแดนภาคใต้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
(พ.ศ. 2547 – 2551)} ให้กระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) หารือร่วมกับหน่วยงานหลักตาม
มตคิ ณะรฐั มนตรดี งั กลา่ ว ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสขุ และกระทรวงศึกษาธิการ
รวมทั้งหนว่ ยงานอนื่ ท่ีเก่ยี วขอ้ งในการพิจารณาก่าหนดแนวทางการสงวนอัตราท่ีสอดคล้องกันระหว่างความ
ต้องการของหนว่ ยงานกบั สาขาท่นี กั ศกึ ษาเรยี นจบเพื่อให้การจัดสรรก่าลังคนกับความต้องการของหน่วยงาน
เกดิ ประสทิ ธิภาพอย่างสูงสุด (๓) ให้กระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) และกระทรวงแรงงาน รวมท้ัง
หน่วยงานท่ีเกีย่ วขอ้ งรับความเหน็ ของส่านกั เลขาธิการคณะรฐั มนตรี ไปพิจารณาด่าเนนิ การต่อไปด้วย๑๓
2. โครงการสิทธิพิเศษแก่นักเรียน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นตท.๔)๑๔ จ่านวน ๙ คน
กลุม่ บุคคลภายนอก (นตท.4) โครงการสทิ ธพิ ิเศษแก่นกั เรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ไทย-พุทธ) และกลุ่ม
บุคคลภายนอก (นตท.4) โครงการสิทธิพิเศษแก่นักเรียน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ไทย-มุสลิม) มีอายุ
ไม่ต่ากว่า 16 ปี และไม่เกิน 18 ปี นับปีชนปี (เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2546 – 2548) และมีภูมิล่าเนา
ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ นบั ถอื ศาสนาอิสลาม๑๕
๓. โครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพ่ิม เพ่ือแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลในพ้ืนท่ีจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเม่ือวันท่ี 24 เมษายน พ.ศ. 2550 อนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข
รว่ มกับศูนยอ์ า่ นวยการบริหารจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ด่าเนินการโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพ่ิม เพ่ือแก้ไข
ปญั หาการขาดแคลนพยาบาลในพืน้ ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้หลงั จากท่ีเกิดปญั หาความไม่สงบในพ้ืนที่ เพ่ือให้
ได้บุคลากรท่ีเข้าใจวิถีชีวิต วัฒนธรรมและภาษาของคนในพื้นที่ ซ่ึงมีผลต่อการเพ่ิมประสิทธิภาพงานบริการ
ด้านสาธารณสขุ แก่ประชาชนได้เปน็ อยา่ งดี โดยคัดเลอื กเยาวชนในพื้นท่ี (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ
4 อ่าเภอในจงั หวดั สงขลาไดแ้ ก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) จ่านวน 3,000 คน เข้าศึกษาหลักสูตร
พยาบาลศาสตร์ ระดับปริญญาตรี 4 ปี ในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวง
สาธารณสุขจ่านวน 25 แห่งท่ัวประเทศ เร่ิมศึกษาต้ังแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา
ใช้งบประมาณผลิตรวม 1,200 ล้านบาท ในปี 2554 มีผู้ส่าเร็จการศึกษาในเดือนมีนาคม 2554 รวม
ทั้งหมด 2,848 คน จะเรม่ิ ปฏบิ ตั งิ านในพน้ื ท่ี 5 จังหวดั ชายแดนใต้ ตงั้ แต่วันท่ี 1 เมษายน พ.ศ. 2554 เป็น
ตน้ ไป ยังมีนกั ศึกษาในโครงการฯ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์และสาธารณสุขอีก 116
คน จบการศึกษาในปี 2555 จา่ นวน 104 คน และปี 2556 จ่านวน 12 คน๑๖ หลังส่าเร็จการศึกษาได้รับ
ปริญญา แต่ละคนกต็ ้องกลบั ไปท่างานในภูมิล่าเนาหรือบ้านเกิด และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือน
ตามเงื่อนไขของโครงการซ่ึงเป็นมติคณะรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ท่าหนังสือถึงส่านักงาน
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพ่ือขอกันต่าแหน่งเอาไว้ ท่าให้ปัจจุบันจังหวัดชายแดนภาคใต้
มีอตั ราพยาบาลเพ่มิ ขนึ้ จนเพยี งพอและสามารถใหบ้ ริการประชาชนได้อย่างท่ัวถงึ และมีประสิทธิภาพ เส้นทาง
ของพยาบาลในโครงการผลิตพยาบาลสามพันอัตรา “คนเหนือกลัวฮิญาบ” ถูกมอง “อภิสิทธ์ิชน” และ
แรงตา้ นจากพยาบาลรุ่นพ่ี๑๗ ความเปน็ จริงคอื อัตราพยาบาล ๓,000 อัตรา ไม่สามารถบรรจุเป็นข้าราชการ
๑๑
ได้ทั้งหมดดวยข้อจ่ากัดของอัตราก่าลังคนภาครัฐ พยาบาลส่วนที่เหลือจึงได้รับการบรรจุให้เป็น
ลกู จ้างเหมาบริการ ซึ่งพยาบาลวชิ าชพี ในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ดังกล่าว ออกมาเรียกร้อง ขอเพียงเปิดกรอบ
ให้กลุ่มพยาบาลจ้างเหมา ส่วนใหญ่อยู่ในพ้ืนท่ี 3 จังหวัดชายแดนใต้ 182 คน มีสิทธิบรรจุเป็นราชการ
เช่นเดียวกับกลุ่มพนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (ย้อนกลับไป
เมื่อประมาณ 10 ปีท่ีแล้ว ได้มีโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพ 3,000 อัตรา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เน่ืองจากขณะน้ันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขาดแคลนพยาบาลอย่างหนัก ต่อมาภายหลังเมื่อมีการคิด
ค่านวณอัตรากา่ ลงั เทียบกับภาระงาน หรอื FTE ปรากฎว่าในพ้นื ทมี่ พี ยาบาลเพยี งพอแล้ว ท่าใหก้ ลมุ่ ทีเ่ ข้าร่วม
โครงการดังกล่าวบางส่วน เม่ือเรียนจบออกมากลับไม่มีต่าแหน่งบรรจุเป็นข้าราชการ หรืออยู่ในสัญญาจ้าง
ท่มี รี หสั ราชการ ดงั น้ัน เพือ่ แก้ปญั หาเฉพาะหน้า ประกอบกับหน้างานจรงิ โรงพยาบาลแต่ละแห่ง มีพยาบาล
ไมเ่ พียงพอและน้อยกวา่ ภาระงาน จงึ ใชเ้ งินงบประมาณของโรงพยาบาล จ้างพยาบาลวิชาชพี กลุ่มน้ใี นลักษณะ
“จา้ งเหมาบรกิ าร”๑๘
4. หลกั สตู รนิตศิ าสตรบัณฑติ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย การรบั บคุ คลเขา้ ศกึ ษาหลกั สูตรนติ ศิ าสตร
บัณฑิต คณะนิตศิ าสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปกี ารศกึ ษา 2564 มีรปู แบบการรบั เขา้ ศึกษา จ่านวน 3
รอบ รวมจ่านวนรับ 335 คน ดังนี้ รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) โครงการรับนักเรียนท่ีมี
ความสามารถพิเศษดา้ นกฬี า (ทีมชาต)ิ จา่ นวน 2 คน รอบที่ 2 โควตา (Quota) ใช้คะแนนสอบข้อเขียนหรือ
ข้อสอบปฏิบัติ โครงการพัฒนากีฬาชาติ จ่านวน 6 คน โครงการจุฬาฯ-ชนบท จ่านวน 7 คน โครงการ
นักศึกษาชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รอบท่ี 3 Admission จ่านวน 320 คน
Admission 1 จ่านวน 200 คน Admission 2 จ่านวน 120 คน๑๙
๑๒
อ้างองิ
๑ ธันยพร บัวทอง. ๒๕๖๒. หะยีสหุ ลง อับดุลกอเดร์ โตะ๊ มีนา : 66 ปี บังคบั สูญหายผ้นู ่าทางศาสนาและ
การเมอื งคนส่าคญั ของปาตานี. เขา้ ถงึ ข้อมูลได้จากบบี ซี ีไทย https://www.bbc.com/thai/thailand-
53761549 วันท่ีสบื คน้ ขอ้ มลู ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๔.
๒ นาซือเราะ เจะฮะ และปกรณ์ พึ่งเนตร. ๒๕๕๕. การศกึ ษาชายแดนใต้วิกฤติ จบ ป.3 อ่านไมอ่ อก 33%
นร.นบั แสนไม่ไดต้ ่ออุดมศึกษา. เข้าถงึ ข้อมูลไดจ้ ากสา่ นักข่าวอศิ รา https://www.isranews.org/content-
page/item/17542 วันท่ีสืบคน้ ข้อมลู ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๓ ลม เปล่ียนทิศ. ๒๕๖๐. ตะลึงผลสอบโอเนต็ . เข้าถึงข้อมลู ไดจ้ ากไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.
co.th/newspaper/899845 วันที่สืบค้นขอ้ มูล ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๔ สยามรัฐออนไลน์. ๒๕๖๒. “สพฐ.” ปลมื้ ! คะแนน O-NET ป.6 ทว่ั ประเทศปนี ้ี เพมิ่ ขนึ้ ทุกวิชา. เข้าถงึ ข้อมูล
ได้จาก https://siamrath.co.th/n/71053 วนั ที่สืบค้นขอ้ มูล ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๔.
๕ มหาวิทยาลยั มหดิ ล สถาบันวจิ ัยภาษาและวฒั นธรรมเอเชีย และ UNICEF. ๒๕๕๙. สะพานเชื่อมโยงไปสู่
อนาคตอนั สดใส: โครงการจัดการศึกษาแบบทวิ–พหุภาษา (ภาษาไทย–มลายถู ิ่น) ในโรงเรยี นเขตพนื้ ที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต.้ เข้าถงึ ขอ้ มูลไดจ้ าก https://www.unicef.org/thailand/media/1296/file/
วันท่สี บื ค้นข้อมูล ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๖ ศภุ ลกั ษณ์ สินธนา, พิมลพรรณ ลลี าภัทรพนั ธ์ุ, สุภา วชั รสุขุม, นยิ ามาล อาแย, นฮิ ารงค์ โต๊ะสู, อามีเนาะ
ดีแม. ๒๕๖๑. รายงานชุดโครงการวิจยั การใช้ภาษามลายปู าตานีของนกั เรยี นในโครงการการจัดการเรยี น
การสอนแบบทวิภาษา-พหุภาษา จงั หวดั ยะลา. คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา. เขา้ ถงึ ขอ้ มลู
ไดจ้ าก http://wb.yru.ac.th/bitstream/yru/992/1/1.pdf วนั ที่สบื ค้นข้อมูล ๒๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔.
๗ นาอมะี ห์ มูดอ. ๒๕๕๗. การพัฒนาทักษะการอา่ นสาหรับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ โดยใชช้ ุดฝกึ
ซ่อมเสรมิ การสะกดคาภาษามลายูกลาง. การคน้ ควา้ อิสระ หลักสตู รครุศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ า
การสอนอสิ ลามศึกษา บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา. เข้าถึงข้อมลู ไดจ้ าก http://202.29.
32.238/medias/ วันทีส่ ืบค้นขอ้ มลู ๒๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔.
๘ เฉลมิ พล แปน้ จนั ทร.์ 2559. การศึกษาไทยไม่ใชม่ แี ต่โรงเรยี น รู้จกั “ปอเนาะ-ตาดีกา-ร.ร.ศาสนา”
ความร้คู ขู่ นานท่ชี ายแดนใต้. เข้าถงึ ขอ้ มูลไดจ้ ากไทยพบี เี อสออนไลน์ https://news.thaipbs.or.th/
content/254371 วนั ทส่ี ืบคน้ ขอ้ มูล ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๙ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสานกั งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และศนู ย์ประสานงาน
และบรหิ ารการศึกษาจังหวดั ชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.). แผนการจัดการเรียนร้อู ิสลามศกึ ษา ระดับ
อิสลามศึกษาตอนตน้ (อิบตดิ าอียะฮ) ชัน้ ปที ี่ ๒ สาระภาษามลายอู กั ษรยาวี. หลกั สตู รอสิ ลามศึกษาฟัรฎอู ีน
ประจามัสยดิ ระดบั อิสลามศกึ ษาตอนตน้ (อบิ ตดิ าอยี ะฮ) พ.ศ. ๒๕๕๙/ฮ.ศ.๑๔๓๗. เขา้ ถึงขอ้ มลู ไดจ้ าก
https://www.skprivate.go.th/uploads/group/a646e5cb64d42da34e1bbeedca36c018.pdf
วนั ทสี่ บื คน้ ขอ้ มูล ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๓
๑๐ สถาบนั วจิ ยั เพื่อความเสมอภาคทางการศกึ ษา (วสศ.). 2564. อุปสรรคภาษากบั ความเหล่อื มล้า
ทางการศึกษาในจงั หวดั ชายแดนใต้ https://research.eef.or.th/bilingual-education-southern-
thailand/ วนั ทสี่ ืบค้นข้อมูล ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๑ อานนท์ ศักดวิ์ รวิชญ์. ๒๕๖๑. ภาษาและการศึกษาคือหัวใจในการแก้ปัญหาสามจงั หวัดชายแดนภาคใต้.
เข้าถงึ ขอ้ มูลไดจ้ ากผู้จดั การออนไลน์ https://mgronline.com/daily/detail/9610000034522
วนั ทส่ี ืบค้นข้อมูล ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๒ ชลชั จงสืบพนั ธ์ และ เชดิ ศกั ด์ิ โฆวาสินธ์ุ. ๒๕๔๓. การประเมนิ โครงการจดั ส่งนกั ศึกษาชาวไทยที่นบั ถือ
ศาสนาอสิ ลามจงั หวดั ชายแดนภาคใตเ้ ข้าศกึ ษาต่อมหาวทิ ยาลยั ต่างๆ. มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
เข้าถึงข้อมูลไดจ้ าก http://thesis.swu.ac.th/swufac/Soc/Chalat_C_R219293.pdf วนั ทีส่ บื คน้ ขอ้ มลู
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๓ RYT9. ๒๕๖๒. มตคิ ณะรฐั มนตรีขออนุมตั ขิ ยายระยะเวลาการดาเนนิ งานโครงการจดั สง่ นักศึกษาชาวไทย
นบั ถือศาสนาอิสลาม จงั หวัดชายแดนภาคใต้ เข้าศึกษาตอ่ มหาวทิ ยาลยั (ระยะท่ี 10) พ.ศ. 2562– 2566
(ท่ปี ระชมุ คณะรัฐมนตรี พลเอก ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตร)ี วันท่ี 9 เมษายน 2562).
เข้าถงึ ข้อมลู ได้จาก https://www.ryt9.com/s/cabt/2977347 วนั ทส่ี บื คน้ ขอ้ มลู ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๔ โรงเรยี นนายรอ้ ยตา่ รวจ. ๒๕๖๔. ประกาศโรงเรยี นนายรอ้ ยต่ารวจ เร่ืองประกาศรายช่ือผู้สอบผา่ นภาค
วิชาการ (ข้อเขียน) แจ้งรายละเอยี ดการทดสอบภาคความเหมาะสมกับต่าแหน่งในการสมัครและคดั เลอื ก
ขา้ ราชการตา่ รวจและบคุ ลากรภายนอกเขา้ เปน็ นกั เรยี นเตรียมทหารในส่วนของสา่ นักงานตา่ รวจแห่งชาติ
ประจ่าปกี ารศกึ า ๒๕๖๔. เข้าถงึ ข้อมูลไดจ้ าก file:///D:/Downloads.pdf วนั ทสี่ บื ค้นขอ้ มลู ๒๑ ธนั วาคม
๒๕๖๔.
๑๕ โรงเรียนนายร้อยต่ารวจ. ม.ป.พ. เลือกหลักสตู รทตี่ ้องการสมคั ร. เข้าถงึ ข้อมลู ได้จาก https://admission.
rpca.ac.th/register/Applications/Application วันท่ีสบื ค้นขอ้ มลู ๒๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔.
๑๖ MGR Online. ๒๕๕๔. พยาบาลปา้ ยแดง 3 พนั คนคนื ถนิ่ 5 จ.ชายแดนใต้ เรมิ่ งาน 1 เม.ย. นี้.
เข้าถึงข้อมลู ไดจ้ าก https://mgronline.com/qol/detail/9540000038621 วันทส่ี ืบค้นขอ้ มลู
๒๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔.
๑๗ เลขา เกล้ยี งเกลา. ๒๕๕๔. ตามดพู ยาบาลสามพนั อัตรา (1) เสน้ ทางทีม่ ิได้โรยดว้ ยกลีบกหุ ลาบ.
เขา้ ถงึ ข้อมูลไดจ้ ากสา่ นักข่าวอิศรา https://www.isranews.org/content-page/item/3701
วนั ที่สบื คน้ ข้อมลู ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๘ hfocus. ๒๕๖๓. ปดิ เสน้ ทาง “พยาบาลจ้างเหมา” 3 จงั หวดั ชายแดนใต้ ขอมีสิทธบ์ิ รรจรุ าชการ
เชน่ เดยี วกับเพ่ือนรว่ มวิชาชีพ. เขา้ ถึงข้อมลู ได้จาก https://www.hfocus.org/content/2020/05/
19262 วนั ทสี่ บื คน้ ขอ้ มลู ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔.
๑๙ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิตศิ าสตร.์ ๒๕๖๔. หลกั สูตรนิติศาสตร์. เข้าถึงข้อมลู ไดจ้ าก
https://www.law.chula.ac.th/study-at-law-chula/ll-b-thai-program/ วันท่ีสบื ค้นข้อมูล
๒๑ ธนั วาคม ๒๕๖๔.