ปูทะเลการเลี้ย งในบอดินที่ปรึกษา ดร.สุทธินีลิ้มธรรมมหิศร ผูอํานวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงดร.พุทธ สองแสงจินดา ผูเชี่ยวชาญดานการเพาะเลี้ยงกุงทะเลนายยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร ผูเชี่ยวชาญดานการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงผูจัดทํา นางสาวจุฑารัตนกิตติวานิช หัวหนากลุมวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงนางวราภรณหนูดีนักวิชาการประมงชํานาญการศูนยพัฒนาประมงพื้นที่ลุมน้ําปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดํารินางสาวประภาพร ดีมาก นักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงนางสาวฉัตรนลิน ยออัครกุล นักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนําชายฝ้งขอขอบคุณ นายเล็ก เดชดี ประธานกลุมผูเลี้ยงปูทะเลชุมชนปากพนังฝงตะวันตกจังหวัดนครศรีธรรมราชกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงกรมประมง
ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณที่มอบหมายใหหนวยงานภายใตสงกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณั ดาเนํนการสิงเสรมและถิ ายทอดเทคโนโลย ีการเกษตร สงเสริมการผลิตสินคาเกษตรใหมีคุณภาพไดมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของสินคาเกษตร และเพิ่มรายไดของเกษตรกร ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยจัดทําโครงการระบบสงเสริมเกษตรแบบแปลงใหญเพื่อใหเกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิต ลดตนทุนการผลิต เพิ่มมูลคาสินคาและเชื่อมโยงสูการตลาดไดอยางยั่งยืนกรมประมงโดยกองวจิยและพัฒนาการเพาะเลัยงสี้ตวัน าชายฝ้ํง ไดดาเนํนงานิโครงการระบบสงเสริมเกษตรแบบแปลงใหญกองฯ จึงไดดําเนินการถอดองคความรูการเลี้ยงปูทะเลของคุณเล็ก เดชดีซึ่งเปนเกษตรกรที่เขารวมโครงการฯ และเปนเกษตรกรที่มีประสบการณการเลี้ยงปูทะเลจนเปนที่ยอมรับของกลุมเกษตรกรซึ่งเอกสารฉบับนี้จะชวยใหเกษตรกรและผูที่สนใจการเลี้ยงปูทะเลสามารถนําไปประยุกตใชกอใหเกิดความยั่งยืนในการเลี้ยงสัตวน้ํา และหวังวาเอกสารฉบับนี้จะเปนประโยชนตอหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผูที่สนใจทั่วไปกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงกรมประมงกันยายน 2564คํานํา
ประวัติความเปนมา 1ฟารมปูทะเล 2สารบัญโรคและแนวทางการปองกันโรค 8การเก็บเกี่ยวผลผลิต 10การจัดการผลผลิต และตลาดปูทะเล 11ปจจัยที่มีผลตอการสูญเสียในขณะขนสง 12ภาคผนวก 13คุณภาพน้ําที่เหมาะสมตอการเลี้ยง 13การจัดการการเลี้ยงปูทะเล 3การเตรียมบอเลี้ยง 3การเตรียมน้ํา 3การจัดการระหวางการเลี้ยง 4การอนุบาล/การเลี้ยง 5การใหอาหาร 6วิธีตรวจสอบความแข็งแรงและความสมบูรณ 6เทคนิคการเลี้ยงปูทะเลจากลูกพันธุที่ผลิตไดจากโรงเพาะฟัก 7
คุณเล็ก เดชดีประธานกลุมผูเลี้ยงปูทะเลชุมชนปากพนังฝงตะวันตกตาบลปากพน ํ งฝังตะวนตกัอาเภอปากพน ํงัจงหวัดนครศรัธรรมราชีคอหนื งในเกษตรกร่ึจากโครงการระบบสงเสริมเกษตรแบบแปลงใหญที่ไดเขารวมโครงการฯ ในป 2562 ดวยประสบการณในการเลี้ยงปูทะเลมากวา 30 ปจากเดิมที่เคยประกอบอาชีพชาวประมงโดยการจับสัตวน้ําชายฝง ตั้งแตอายุ 12 ปตอมาเมื่อปริมาณสัตวน้ําตามธรรมชาตทิเคยจี่ บได ัเรมลดนิ่อยลงจงเกึดแนวคิดสริาง “ทะเลสวนตวั” ดวยการเลี้ยงสัตวน้ําแบบผสมผสาน อาทิปูปลา กุง ในบอเดียวกัน เพื่อใหมีผลผลิตสัตวน้ําที่ตนเองและครอบครัวสามารถทยอยจับขายไดทั้งปและไดเริ่มเลี้ยงปูทะเลตั้งแตป 2531 โดยการใชบอเลี้ยงกุงเดิมปรับเปลี่ยนมาเปนบอเลี้ยงปูทะเลจากแนวคิดที่จะสรางทะเลสวนตัว คุณเล็ก เดชดีจึงเริ่มศึกษาเรียนรูแนวทางการเลยงป้ี ทะเลในบูอดนิดวยการเขารวมอบรม /ศกษาดึงานูกบหนัวยงานท ั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งศึกษาเรียนรูดวยตัวเองผานสื่อประชาสัมพันธตางๆ จนสามารถสรางรายไดใหกับครอบครัวตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงจากการเลี้ยงปูทะเล ดวยพื้นที่ฟารมทั้งหมด 36 ไรมีบอเลี้ยงจํานวน 7 บอ ผลผลิตเฉลี่ย 100 กิโลกรัมตอไรอตรารอดอยัระหวูาง 40 – 50 เปอรเซนต็ ตนทนเฉลุย่ี 100 บาทตอกิโลกรัม นอกจากนี้คุณเล็ก เดชดียังเนนการเล้ียงรปแบบธรรมชาตูโดยไม ิ ใชยาและสารเคม ในการเล ียงส้ีตวันาํ้เพอให่ืผลผลตสิตวันามํ้คีณภาพและปลอดภุยตั อผูบริโภคประวัติความเปนมา1
1 ฟารมคุณเล็ก เดชดีมีพื้นที่ฟารมทั้งหมด 36 ไรเดิมเปนบอเลี้ยงกุงกุลาดําที่มีประตูเปด – ปดน้ําจึงดัดแปลงมาเปนบอเลี้ยงปูทะเล จํานวน 7 บอโดยแบงเปน • บอขนาดเฉลี่ย 5 ไรจํานวน 5 บอ • บอขนาดเฉลี่ย 2 ไรจํานวน 2 บอฟารม ปูทะเล2 แหลงน้ําฟารมตงอยั้ใกลูแหลงนาธรรมชาต้ํ ิซงเปึ่นแหลงน้ํากรอย คือ คลองบางแทงเล ที่มีการขึ้น – ลงของน้ําทะเล สามารถเปดใหน้ําขึ้น – ลงไดเหมือนในธรรมชาติจากการเปด – ปดประตูน้ําใหน้ําทะเลเขา – ออกไดตลอดเวลา3 ระดับน้ําที่ใชเลี้ยง/การเปลี่ยนถายน้ําฟารมจะเปดประตูใหน้ําทะเลเขามาในฟารมประมาณเดอนละื 2 ครงั้ (ชวงนาเก้ํดิ) โดยจะปลอยใหน้ําทะเลเขามาในบอเต็มที่แลวจึงลดระดับน้ําลงใหเหลือประมาณ 70 เซนติเมตร เพื่อเปนการเปลี่ยนถายหมุนเวียนน้ํา4 สภาพดิน/ชนิดดินฟารมอย ในพ ูนท้ื ป่ีาชายเลนซงเป่ึนพนท้ืด่ีนเคิม็มลีกษณะเป ันดนเหนิ ยวปนโคลน ี2
การจัดการการเลี้ยงตากบอและหวานปูนขาว อวนไนลอน กั้นที่ประตูน้ํา1. การเตรียมบอเลี้ยงในรอบ 1 ปฟารมจะทําการพักบอ 1 ครั้ง โดยสูบน้ําออกจนหมดบอเพื่อตากบอและหวานปูนขาวประมาณ 40 กิโลกรัมตอไรแลวตากบอตอไปอีกประมาณ 1 สัปดาหจากนั้นจึงเปดน้ําเขาบอใหน้ํามีระดับความลึกประมาณ 1 เมตรทั้งนี้ขึ้นอยูกับอิทธิพลน้ําขึ้น – ลงในชวงนั้นดวย2. การเตรียมน้ําฟารมเปดน้ําธรรมชาติเขา – ออกโดยใชอวนไนลอน ทําเปนถุงนําไปกั้นที่ประตูน้ําของบอ โดยปลายถุงจะเปดออกใหลูกสัตวน้ําไดเขามาเติบโตในบอและขณะเดียวกันเม่ือปดปากถุงจะกันไมใหสัตวนํ้าท่ีโตแลวออกไปจากบอ นอกจากนี้ควรควบคุมคุณภาพน้ําใหมีความเค็มเฉลี่ย 15 – 30 สวนในพันสวน (part per thousand : ppt) ตลอดทั้งปซึ่งถือวาเปนความเค็มที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูทะเล3
ลักษณะพื้นบอ3. การจัดการระหวางการเลี้ยงคณเลุก็เดชดีมการจีดการระหวัางการเลยงด้ีวยการสงเกตสัของนี าในบ ํ้อเลยง้ีถาพบวา• น้ํามีสีเขียวน้ําทะเล ถือวา ปกติ• น้ํามีสีน้ําตาลหรือสีเหลือง ถือวา คุณภาพน้ําไมปกติฟารมจะปรับปรุงคุณภาพน้ําโดยการใสปูนขาวประมาณ 10 กิโลกรัมตอไรเดือนละ 3 ครั้ง หรือที่เกษตรกรเรียกวา “การแตงน้ํา” เมื่อสีน้ําเปลี่ยนเปนสีเขียวน้ําทะเลแลวจึงหยุดการแตงน้ํา โดยตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง จะมีการเปลี่ยนถายน้ําอยางสม่ําเสมอในชวงที่มีการขึ้น – ลงของน้ําตามธรรมชาติการทํารั้วกั้นกันปูหลบหนี : ฟารมใชผาพลาสติก PE เปนแผงกั้นและไมตนกระถินเปนเสา ถาตองการใหคงทนสามารถใชทอ PVC แทนไดขณะเลี้ยงตองมีการตรวจสอบแนวรั้ว และดูแลวัสดุที่ใชกั้นบอกันปูหลบหนีใหอยูในสภาพดีตลอดระยะเวลาการเลี้ยงนอกจากนี้ฟารมจะเลี้ยงปูแบบไมใสวัสดุหลบซอนในบอเลี้ยง เนื่องจากเกษตรกรเคยทดลองเล้ยงดี วยการใสวัสดุหลบซอน เชน ยางรถยนตทอปูน ทอ PVC ลงในบอ พบวา อัตรารอดนอยกวาการเลี้ยงแบบไมใสวัสดุหลบซอน ทั้งนี้เกษตรกรเชื่อวาตามธรรมชาติปูจะมีพฤติกรรมขุดหลุมฝงตัวตามพื้น หรือขุดรูบริเวณขอบบอเพื่อหลบซอนตัว แตหากมีการทําที่หลบซอนอาจทําใหปูกินกันเองไดงายขึ้น เพราะปูตัวเล็กจะขุดรูหลบไมทัน หรือหลบหลีกยากเนื่องจากมีสิ่งกีดขวาง4
4. การอนุบาล/การเลี้ยงอัตราปลอย เริ่มปลอยลูกปูขนาดประมาณ 0.5 เซนติเมตร (ลูกพันธุจากกรมประมง) ในกระชังและใสวัสดุหลบซอนใหเพียงพอเพื่ออนุบาลลูกปูกอนปลอยลงบอเลี้ยง โดยลูกปูที่แข็งแรงจะทยอยออกจากกระชังไปหาที่อยูในพื้นบอเอง หลังจากนั้นจะทยอยปลอยลูกปูขนาดประมาณ 3 นิ้ว (รับซื้อลูกพันธุจากชาวประมงในพื้นที่) ลงเลี้ยงในบอเดียวกัน ซึ่งกําหนดใหมีความหนาแนนไมเกิน 500 ตัวตอไรเพื่อเพิ่มลูกพันธุเปนระยะ ๆ แบบหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีการปลอยลูกกุงกุลาดําจํานวน 5,000 ตัวตอไร ลงในบอเลี้ยงดวย ทั้งนี้ในบอจะมีลูกปลา เชน ปลาหมอเทศ ปลากระบอก ปลานิล ซึ่งปนมากับนํ้าธรรมชาติที่ปลอยเขาบอ ซึ่งแนวทางการเลี้ยงของฟารมนี้จะเปนรูปแบบการเลี้ยงแบบผสมผสานดวยระบบเปด ที่มีการเปลี่ยนถายน้ําตลอดระยะเวลาการเลี้ยง5
5. การใหอาหารฟารมจะใหอาหารสด โดยนําปลาเปดสดมาสับเปนชิ้นเล็กๆ และทยอยเพิ่มปริมาณตามขนาดของปู• ระยะแรก จะใหอาหารบดละลายน้ํา สาดทั่วบอวันละ 1 ครั้ง แลวจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ• เดอืนที่ 2 ใหปลาสับประมาณ 10 กรัมตอปู1 ตวัหรอประมาณ ื 5 กโลกร ิมตั อไร โดยมความถี ในการ ี่ใหอาหารแบบวันเวนวัน• เดอืนที่ 3 ใหปลาสับประมาณ 50 กรัมตอปู1 ตัว หรือประมาณ 25 กิโลกรัมตอไร โดยมีความถี่ในการใหอาหาร 3 วันตอครั้งทั้งนี้เกษตรกรจะใชวิธีสังเกตพฤติกรรมของปูหากพบวา ปูวายน้ําทั่วบอแสดงวา อาหารไมเพียงพอ เกษตรกรจะเพิ่มความถี่ในการใหอาหารใหมากขึ้น และลดปรมาณอาหารในช ิวงท ปี่มูการลอกคราบีเพอปื่องกนเศษอาหารทัเหลี่อเนื าเปอยหมักหมมกนบอ6. วิธีการตรวจสอบความแข็งแรงและความสมบูรณเกษตรกรจะตรวจสอบความแนนของเนื้อปูโดยใชนิ้วมือกดบริเวณหนาอกสองขางตรงจับปงและโคนขา ถาไม ยบแสดงวุาปเนูอแนื้นถายบแสดงวุาปเนูอื้ยงไมัแนนเกษตรกรจะเลยงต้ี อไปอ กีนอกจากนย้ีงสังเกตัความแข็งแรงจากการวายน้ําและการเคลื่อนไหวของตาปูที่ขยับไปมา6
เทคนิคการเลี้ยงปูทะเลจากลูกพันธุที่ผลิตไดจากโรงเพาะฟัก• นําลูกพันธุปูทะเล ขนาด 0.5 เซนติเมตรจากโรงเพาะฟกมาเลี้ยงในกระชังอนุบาลที่เตรียมไวที่ความหนาแนน200 ตัวตอตารางเมตร• การอนุบาลลูกปูขนาด 0.5 เซนติเมตร (ลูกพันธุจากโรงเพาะฟก) จนไดขนาด 1.5 เซนติเมตร ในกระชัง• การเตรียมกระชังตาขายไนลอน (อวนมุงฟา) ขนาด 2 × 5 × 1.2 เมตร ลงแขวนไวในบอเลี้ยงเพื่ออนุบาลลูกปูทะเล โดยในกระชังมีการใสเนื้ออวนไนลอน (อวนทําการประมงปูมาที่ชํารุดแลว) มัดรวมกันเปนกระจกเพุื่อเปนที่หลบซอนปองกันการกินกันเองของลูกปูในชวงลอกคราบ• ใหอาหารกุงขาวแวนนาไม (เบอร 2) ในอัตราสวน100 เปอรเซ็นตของน้ําหนักตัว วันละ 2 มื้อเชาและเย็น อนุบาลเปนเวลา 2 สัปดาห• ไดลูกปูทะเลขนาดเฉลี่ย 1.50 เซนติเมตรน้ําหนักประมาณ 0.90 – 1.00 กรัมอัตรารอด 80 – 85 เปอรเซ็นตจากนั้นนําลูกปูปลอยเลี้ยงตอในบอดินอางอิง : คูมือการเพาะเลี้ยงปูทะเล, ศูนยวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงสุราษฎรธานี 7
ทผี่านมาฟาร มย งไมั พบป ญหาเร องโรค ื่โดยคณเลุก็เดชดีจะเนนเรองื่แตงน้ํา อาหาร อากาศ ในการจัดการเลี้ยง เชน ในระหวางการเลี้ยงมีการเปลยนถี่ายนาเพ้ํอหมื่นเวุยนนีา้ํมอีตราการปล ั อยไม หนาแนนเฉลยี่ 0.3 ตวัตอตารางเมตร หรือ 500 ตัวตอไร ในขณะที่อัตราการปลอยที่เหมาะสมคือ1 ตวตัอตารางเมตรเพอลดความเครื่ยดและเพีมพิ่นทื้ใหี่ปหลบซูอนตวัทงนั้ ี้เมื่อปูมีสุขภาพสมบูรณแข็งแรง จะชวยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ซึ่งเปนแนวทางการปองกันโรคทางออมโรคและแนวทางการปองกันโรคระบบการจดการทัดี่ภายในฟาร ีมจะส งผลให สตวันาม้ํสีขภาพทุดี่ีลดความเสยงี่จากการเกิดโรค ขอคํานึงในการจัดระบบฟารมที่ดีแนวทางทั่วไปในการปองกันการเกิดโรคการจัดการสิ่งแวดลอมในบออนุบาลหรือบอเลี้ยง• ควบคุมคุณภาพน้ําในบอใหมีคาที่เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา• ปลอยสัตวน้ําในอัตราความหนาแนนที่เหมาะสม1การจัดการดานอาหาร• ใหอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ไมใหอาหารมากจนเกินไปจนอาหารเหลือ เกิดการหมักหมมในบอหรือใหอาหารนอยจนเกินไปจนเกิดการแยงอาหารกัน• อาหารที่ใหตองมีคุณภาพดีใหมสด สะอาดปราศจากสิ่งปนเปอนและเชื้อตางๆ28
การจัดการหลังการเลี้ยงตองมีการปรับปรุงบอเชน มีการใสปูนขาวหรือตากบอ4การจัดการระหวางการเคลื่อนยายควรทําอยางระมัดระวัง3กําจัดพาหะนําโรคเพื่อเปนการตัดโอกาสการเกิดโรค5การดูแลรักษาความสะอาดของอุปกรณเครื่องมือเครื่องใชและอื่นๆใหสะอาดและปลอดเชื้อ6อางอิง คูมือการเพาะเลี้ยงปูทะเล, ศูนยวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงสุราษฎรธานี9
ฟารมใชระยะเวลาในการเลี้ยงปูทะเลประมาณ 110 วัน ซึ่งจะเริ่มจับผลผลิตดวยวิธีทยอยจับ โดยการนําลอบพับสําหรับจับปูทะเลซึ่งใสอาหารลอไวลงไปวางไวในบอเลี้ยงใหปเขูาลอบแลวน าปํทูจี่ บได ัมาคดเลัอกืตวทั ไดี่ขนาดตามทตลาดตี่องการและตรวจดูความสมบูรณของปูถาปูมีความสมบูรณเนื้อแนน (เมื่อกดบรเวณหนิาอกตรงบรเวณขาเดินคิทู 2 ี่จะไมยุบ) เกษตรกรจะจําหนายใหผรูบซัอื้แตถ าป ไมูสมบรณูเนอไม ื้แนนหรือที่เรียกวา ปูโพรก เกษตรกรจะปลอยปูกลับลงเลี้ยงในบอตอไปเพื่อใหปูมีคุณภาพตรงตามความตองการของตลาด และจับขึ้นมาจําหนายอีกครั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิตสาหรํ บสัตวันาท้ํเลี่ยงรี้วมก บปั ทะเลในบูอ กงกุลาดุาใชํเวลาเล ยงประมาณ ี้ 3 – 4 เดอนืจะเริ่มทยอยจับผลผลิตดวยวิธีหวานแหหรือเปด – ปดประตูน้ํา ใชอวนดักจับที่ประตูน้ําสวนสตวันาจ้ํ าพวกปลา ํเชน ปลาหมอเทศ ปลากระบอก ปลานลิเกษตรกรจะจบสัตวันา้ํเหลาน ปี้ละ 1 ครงั้โดยการจบหมดบัอด วยการเป ดนาออกจากบ้ํ อให หมดแล วใชอวนสวงิจบปลาข ันมาจึ้าหนํายจากนนกั้ท็าการตากบํอและเตรยมบีอเพอเลื่ยงสี้ตวันารอบถ้ํ ดไป ั10
การจัดการผลผลิตและตลาดปูทะเลฟารมมีการวางแผนการเก็บเกี่ยวและจับปูอยางถูกวิธีทําใหกามและขาไมหลุด มีรยางคครบสมบูรณ เปนที่ตองการของผูซื้อ สามารถขายไดราคาและเพื่อใหมีปูทะเลออกวางจําหนายอยางตอเนื่องผลผลิตที่ฟารมจําหนายหลักๆ คือ ปูทะเลมีชีวิต กุง และปลาสดตลาดปูทะเล ในพื้นที่ (ตลาด รานอาหาร ภัตตาคาร รานคาปลีก พอคาคนกลางลูกคาทั่วไป) และนอกพื้นที่ (รานอาหาร ลูกคาทั่วไป)การขนสง เมื่อเกษตรกรคัดแยกขนาดและประเภทของปู (ปูเนื้อ/ปูไข) จะมัดตัวปูดวยเชือก แลวนําใสกลองโฟมที่รองดวยใบตองหรือกระดาษหนังสือพิมพชุบน้ํา พรอมเจาะรูดานขางของกลองโฟมกอนสงจําหนายใหลูกคาปลายทาง ซึ่งปูจะสามารถมีชีวิตอยูไดประมาณ3 – 5 วันราคาปูทะเลมีชีวิต • ปูเนื้อ ขนาด 300 – 500 กรัม (2 – 3 ตัวตอกิโลกรัม) ราคาเฉลี่ย 300 บาทตอกิโลกรัม • ปูไข ขนาด 300 กรัม (3 – 4 ตัวตอกิโลกรัม) ราคาเฉลี่ย 450 บาทตอกิโลกรัม • ปูไข ขนาด 500 กรัม (2 ตัวตอกิโลกรัม) ราคาเฉลี่ย 550 บาทตอกิโลกรัม11
ปจจัยที่มีผลตอการสูญเสียในขณะขนสง1 ระยะเวลา : ถาใชเวลาในการขนสงนาน อาจมีผลทําใหปูตายเพิ่มขึ้น2 ลม แสงแดด : ควรปองกันไมใหปูถูกลมหรือถูกแดดในระหวางการขนสง เพื่อใหปูมีการสูญเสียน้ําใหนอยที่สุด3 ความรอน : ควรเก็บปูไวในที่รมๆ และใชกระสอบชุบน้ําคลุมเพื่อรักษาความชื้น สงผลใหปูมีชีวิตและคงความสดนานขึ้น4 อุณหภูมิ : ควรควบคุมอุณหภูมิไมใหเกิน 28 องศาเซลเซียสซึ่งปูจะสามารถอยูแบบแหงๆโดยไมมีน้ําไดนานขึ้นงๆ12
คุณภาพน้ําคําแนะนําคุณภาพน้ําที่เหมาะสมตอการเลี้ยงปูมาและที่มา : แนวทางปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําที่ดีสําหรับฟารมเลี้ยงปูมาและฟารมเลี้ยงปูทะเล มาตรฐานสินคาเกษตรมกษ.7427(G)–2556, สํานักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติกระทรวงเกษตรและสหกรณคามาตรฐานความเค็ม : ปูมาปูทะเล25 g/kg ถึง 30 g/kg15 g/kg ถึง 30 g/kg(สวนในพันสวน หรือ ppt)สารแขวนลอย (Suspended Solids หรือ SS) < 70 mg/lความโปรงใส (โดยใช Secchi disc) 30 cm ถึง 40 cmอุณหภูมิ 28 oC ถึง 30 oCออกซิเจนที่ละลายในน้ํา (Dissolved oxygen : DO) > 4 mg/lบีโอดี (Biological Oxygen Demand : BOD) ~ 2 mg/l(เทียบเทาคุณภาพน้ําธรรมชาติ)แอมโมเนียรวม (Total NH3) < 0.4 mg/lไนไตรท (NO2-) < 0.1 mg/lไฮโดรเจนซัลไฟด (Hydrogen sulfide หรือ H2S) < 0.02 mg/lคาความเปนกรด – เบส (pH) 7.0 ถึง 8.5ความเปนดางรวม (Total Alkalinity) 80 mg/l ถึง 150 mg/lฟอสฟอรัส (Phosphorus) < 0.4 mg/l13