The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงปูทะเลในบ่อดิน (คุณเล็ก เดชดี)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อติพล กิมาวะหา, 2026-01-19 04:42:38

การเลี้ยงปูทะเลในบ่อดิน (คุณเล็ก เดชดี)

การเลี้ยงปูทะเลในบ่อดิน (คุณเล็ก เดชดี)

ปูทะเลการเลี้ย งในบ‹อดินที่ปรึกษา ดร.สุทธินีลิ้มธรรมมหิศร ผูอํานวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงดร.พุทธ สองแสงจินดา ผูเชี่ยวชาญดานการเพาะเลี้ยงกุงทะเลนายยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร ผูเชี่ยวชาญดานการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงผูŒจัดทํา นางสาวจุฑารัตนกิตติวานิช หัวหนากลุมวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงนางวราภรณหนูดีนักวิชาการประมงชํานาญการศูนยพัฒนาประมงพื้นที่ลุมน้ําปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดํารินางสาวประภาพร ดีมาก นักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงนางสาวฉัตรนลิน ยออัครกุล นักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนําชายฝ้งขอขอบคุณ นายเล็ก เดชดี ประธานกลุมผูเลี้ยงปูทะเลชุมชนปากพนังฝงตะวันตกจังหวัดนครศรีธรรมราชกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝ˜›งกรมประมง


ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณที่มอบหมายใหหนวยงานภายใตสงกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณั ดาเนํนการสิงเสรมและถิ ายทอดเทคโนโลย  ีการเกษตร สงเสริมการผลิตสินคาเกษตรใหมีคุณภาพไดมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของสินคาเกษตร และเพิ่มรายไดของเกษตรกร ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยจัดทําโครงการระบบสงเสริมเกษตรแบบแปลงใหญเพื่อใหเกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิต ลดตนทุนการผลิต เพิ่มมูลคาสินคาและเชื่อมโยงสูการตลาดไดอยางยั่งยืนกรมประมงโดยกองวจิยและพัฒนาการเพาะเลัยงสี้ตวัน าชายฝ้ํง ไดดาเนํนงานิโครงการระบบสงเสริมเกษตรแบบแปลงใหญกองฯ จึงไดดําเนินการถอดองคความรูการเลี้ยงปูทะเลของคุณเล็ก เดชดีซึ่งเปนเกษตรกรที่เขารวมโครงการฯ และเปนเกษตรกรที่มีประสบการณการเลี้ยงปูทะเลจนเปนที่ยอมรับของกลุมเกษตรกรซึ่งเอกสารฉบับนี้จะชวยใหเกษตรกรและผูที่สนใจการเลี้ยงปูทะเลสามารถนําไปประยุกตใชกอใหเกิดความยั่งยืนในการเลี้ยงสัตวน้ํา และหวังวาเอกสารฉบับนี้จะเปนประโยชนตอหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผูที่สนใจทั่วไปกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงกรมประมงกันยายน 2564คํานํา


ประวัติความเปšนมา 1ฟารมปูทะเล 2สารบัญโรคและแนวทางการป‡องกันโรค 8การเก็บเกี่ยวผลผลิต 10การจัดการผลผลิต และตลาดปูทะเล 11ป˜จจัยที่มีผลต‹อการสูญเสียในขณะขนส‹ง 12ภาคผนวก 13คุณภาพน้ําที่เหมาะสมต‹อการเลี้ยง 13การจัดการการเลี้ยงปูทะเล 3การเตรียมบ‹อเลี้ยง 3การเตรียมน้ํา 3การจัดการระหว‹างการเลี้ยง 4การอนุบาล/การเลี้ยง 5การใหŒอาหาร 6วิธีตรวจสอบความแข็งแรงและความสมบูรณ 6เทคนิคการเลี้ยงปูทะเลจากลูกพันธุที่ผลิตไดŒจากโรงเพาะฟัก 7


คุณเล็ก เดชดีประธานกลุมผูเลี้ยงปูทะเลชุมชนปากพนังฝงตะวันตกตาบลปากพน ํ งฝังตะวนตกัอาเภอปากพน ํงัจงหวัดนครศรัธรรมราชีคอหนื งในเกษตรกร่ึจากโครงการระบบสงเสริมเกษตรแบบแปลงใหญที่ไดเขารวมโครงการฯ ในป 2562 ดวยประสบการณในการเลี้ยงปูทะเลมากวา 30 ปจากเดิมที่เคยประกอบอาชีพชาวประมงโดยการจับสัตวน้ําชายฝง ตั้งแตอายุ 12 ปตอมาเมื่อปริมาณสัตวน้ําตามธรรมชาตทิเคยจี่ บได ัเรมลดนิ่อยลงจงเกึดแนวคิดสริาง “ทะเลสวนตวั” ดวยการเลี้ยงสัตวน้ําแบบผสมผสาน อาทิปูปลา กุง ในบอเดียวกัน เพื่อใหมีผลผลิตสัตวน้ําที่ตนเองและครอบครัวสามารถทยอยจับขายไดทั้งปและไดเริ่มเลี้ยงปูทะเลตั้งแตป 2531 โดยการใชบอเลี้ยงกุงเดิมปรับเปลี่ยนมาเปนบอเลี้ยงปูทะเลจากแนวคิดที่จะสรางทะเลสวนตัว คุณเล็ก เดชดีจึงเริ่มศึกษาเรียนรูแนวทางการเลยงป้ี ทะเลในบูอดนิดวยการเขารวมอบรม /ศกษาดึงานูกบหนัวยงานท ั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งศึกษาเรียนรูดวยตัวเองผานสื่อประชาสัมพันธตางๆ จนสามารถสรางรายไดใหกับครอบครัวตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงจากการเลี้ยงปูทะเล ดวยพื้นที่ฟารมทั้งหมด 36 ไรมีบอเลี้ยงจํานวน 7 บอ ผลผลิตเฉลี่ย 100 กิโลกรัมตอไรอตรารอดอยัระหวูาง 40 – 50 เปอรเซนต็ ตนทนเฉลุย่ี 100 บาทตอกิโลกรัม นอกจากนี้คุณเล็ก เดชดียังเนนการเล้ียงรปแบบธรรมชาตูโดยไม ิ ใชยาและสารเคม ในการเล ียงส้ีตวันาํ้เพอให่ืผลผลตสิตวันามํ้คีณภาพและปลอดภุยตั อผูบริโภคประวัติความเปšนมา1


1 ฟารมคุณเล็ก เดชดีมีพื้นที่ฟารมทั้งหมด 36 ไร‹เดิมเปšนบ‹อเลี้ยงกุŒงกุลาดําที่มีประตูเปด – ปดน้ําจึงดัดแปลงมาเปšนบ‹อเลี้ยงปูทะเล จํานวน 7 บ‹อโดยแบ‹งเปšน • บอขนาดเฉลี่ย 5 ไรจํานวน 5 บอ • บอขนาดเฉลี่ย 2 ไรจํานวน 2 บอฟารม ปูทะเล2 แหล‹งน้ําฟารมตงอยั้ใกลูแหลงนาธรรมชาต้ํ ิซงเปึ่นแหลงน้ํากรอย คือ คลองบางแทงเล ที่มีการขึ้น – ลงของน้ําทะเล สามารถเปดใหน้ําขึ้น – ลงไดเหมือนในธรรมชาติจากการเปด – ปดประตูน้ําใหน้ําทะเลเขา – ออกไดตลอดเวลา3 ระดับน้ําที่ใชŒเลี้ยง/การเปลี่ยนถ‹ายน้ําฟารมจะเปดประตูใหน้ําทะเลเขามาในฟารมประมาณเดอนละื 2 ครงั้ (ชวงนาเก้ํดิ) โดยจะปลอยใหน้ําทะเลเขามาในบอเต็มที่แลวจึงลดระดับน้ําลงใหเหลือประมาณ 70 เซนติเมตร เพื่อเปนการเปลี่ยนถายหมุนเวียนน้ํา4 สภาพดิน/ชนิดดินฟารมอย ในพ ูนท้ื ป่ีาชายเลนซงเป่ึนพนท้ืด่ีนเคิม็มลีกษณะเป ันดนเหนิ ยวปนโคลน ี2


การจัดการการเลี้ยงตากบ‹อและหว‹านปูนขาว อวนไนลอน กั้นที่ประตูน้ํา1. การเตรียมบ‹อเลี้ยงในรอบ 1 ปฟารมจะทําการพักบอ 1 ครั้ง โดยสูบน้ําออกจนหมดบอเพื่อตากบอและหวานปูนขาวประมาณ 40 กิโลกรัมตอไรแลวตากบอตอไปอีกประมาณ 1 สัปดาหจากนั้นจึงเปดน้ําเขาบอใหน้ํามีระดับความลึกประมาณ 1 เมตรทั้งนี้ขึ้นอยูกับอิทธิพลน้ําขึ้น – ลงในชวงนั้นดวย2. การเตรียมน้ําฟารมเปดน้ําธรรมชาติเขา – ออกโดยใชอวนไนลอน ทําเปนถุงนําไปกั้นที่ประตูน้ําของบอ โดยปลายถุงจะเปดออกใหลูกสัตวน้ําไดเขามาเติบโตในบอและขณะเดียวกันเม่ือปดปากถุงจะกันไมใหสัตวนํ้าท่ีโตแลวออกไปจากบอ นอกจากนี้ควรควบคุมคุณภาพน้ําใหมีความเค็มเฉลี่ย 15 – 30 สวนในพันสวน (part per thousand : ppt) ตลอดทั้งปซึ่งถือวาเปนความเค็มที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูทะเล3


ลักษณะพื้นบ‹อ3. การจัดการระหว‹างการเลี้ยงคณเลุก็เดชดีมการจีดการระหวัางการเลยงด้ีวยการสงเกตสัของนี าในบ ํ้อเลยง้ีถาพบวา• น้ํามีสีเขียวน้ําทะเล ถือวา ปกติ• น้ํามีสีน้ําตาลหรือสีเหลือง ถือวา คุณภาพน้ําไมปกติฟารมจะปรับปรุงคุณภาพน้ําโดยการใสปูนขาวประมาณ 10 กิโลกรัมตอไรเดือนละ 3 ครั้ง หรือที่เกษตรกรเรียกวา “การแตงน้ํา” เมื่อสีน้ําเปลี่ยนเปนสีเขียวน้ําทะเลแลวจึงหยุดการแตงน้ํา โดยตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง จะมีการเปลี่ยนถายน้ําอยางสม่ําเสมอในชวงที่มีการขึ้น – ลงของน้ําตามธรรมชาติการทํารั้วกั้นกันปูหลบหนี : ฟารมใชผาพลาสติก PE เปนแผงกั้นและไมตนกระถินเปนเสา ถาตองการใหคงทนสามารถใชทอ PVC แทนไดขณะเลี้ยงตองมีการตรวจสอบแนวรั้ว และดูแลวัสดุที่ใชกั้นบอกันปูหลบหนีใหอยูในสภาพดีตลอดระยะเวลาการเลี้ยงนอกจากนี้ฟารมจะเลี้ยงปูแบบไมใสวัสดุหลบซอนในบอเลี้ยง เนื่องจากเกษตรกรเคยทดลองเล้ยงดี วยการใสวัสดุหลบซอน เชน ยางรถยนตทอปูน ทอ PVC ลงในบอ พบวา อัตรารอดนอยกวาการเลี้ยงแบบไมใสวัสดุหลบซอน ทั้งนี้เกษตรกรเชื่อวาตามธรรมชาติปูจะมีพฤติกรรมขุดหลุมฝงตัวตามพื้น หรือขุดรูบริเวณขอบบอเพื่อหลบซอนตัว แตหากมีการทําที่หลบซอนอาจทําใหปูกินกันเองไดงายขึ้น เพราะปูตัวเล็กจะขุดรูหลบไมทัน หรือหลบหลีกยากเนื่องจากมีสิ่งกีดขวาง4


4. การอนุบาล/การเลี้ยงอัตราปล‹อย เริ่มปลอยลูกปูขนาดประมาณ 0.5 เซนติเมตร (ลูกพันธุจากกรมประมง) ในกระชังและใสวัสดุหลบซอนใหเพียงพอเพื่ออนุบาลลูกปูกอนปลอยลงบอเลี้ยง โดยลูกปูที่แข็งแรงจะทยอยออกจากกระชังไปหาที่อยูในพื้นบอเอง หลังจากนั้นจะทยอยปลอยลูกปูขนาดประมาณ 3 นิ้ว (รับซื้อลูกพันธุจากชาวประมงในพื้นที่) ลงเลี้ยงในบอเดียวกัน ซึ่งกําหนดใหมีความหนาแนนไมเกิน 500 ตัวตอไรเพื่อเพิ่มลูกพันธุเปนระยะ ๆ แบบหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีการปลอยลูกกุงกุลาดําจํานวน 5,000 ตัวตอไร ลงในบอเลี้ยงดวย ทั้งนี้ในบอจะมีลูกปลา เชน ปลาหมอเทศ ปลากระบอก ปลานิล ซึ่งปนมากับนํ้าธรรมชาติที่ปลอยเขาบอ ซึ่งแนวทางการเลี้ยงของฟารมนี้จะเปนรูปแบบการเลี้ยงแบบผสมผสานดวยระบบเปด ที่มีการเปลี่ยนถายน้ําตลอดระยะเวลาการเลี้ยง5


5. การใหŒอาหารฟารมจะใหอาหารสด โดยนําปลาเปดสดมาสับเปนชิ้นเล็กๆ และทยอยเพิ่มปริมาณตามขนาดของปู• ระยะแรก จะใหอาหารบดละลายน้ํา สาดทั่วบอวันละ 1 ครั้ง แลวจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ• เดอืนที่ 2 ใหปลาสับประมาณ 10 กรัมตอปู1 ตวัหรอประมาณ ื 5 กโลกร ิมตั อไร   โดยมความถี ในการ ี่ใหอาหารแบบวันเวนวัน• เดอืนที่ 3 ใหปลาสับประมาณ 50 กรัมตอปู1 ตัว หรือประมาณ 25 กิโลกรัมตอไร โดยมีความถี่ในการใหอาหาร 3 วันตอครั้งทั้งนี้เกษตรกรจะใชวิธีสังเกตพฤติกรรมของปูหากพบวา ปูวายน้ําทั่วบอแสดงวา อาหารไมเพียงพอ เกษตรกรจะเพิ่มความถี่ในการใหอาหารใหมากขึ้น และลดปรมาณอาหารในช ิวงท ปี่มูการลอกคราบีเพอปื่องกนเศษอาหารทัเหลี่อเนื าเปอยหมักหมมกนบอ6. วิธีการตรวจสอบความแข็งแรงและความสมบูรณเกษตรกรจะตรวจสอบความแนนของเนื้อปูโดยใชนิ้วมือกดบริเวณหนาอกสองขางตรงจับปงและโคนขา ถาไม ยบแสดงวุาปเนูอแนื้นถายบแสดงวุาปเนูอื้ยงไมัแนนเกษตรกรจะเลยงต้ี อไปอ กีนอกจากนย้ีงสังเกตัความแข็งแรงจากการวายน้ําและการเคลื่อนไหวของตาปูที่ขยับไปมา6


เทคนิคการเลี้ยงปูทะเลจากลูกพันธุที่ผลิตไดŒจากโรงเพาะฟัก• นําลูกพันธุปูทะเล ขนาด 0.5 เซนติเมตรจากโรงเพาะฟ˜กมาเลี้ยงในกระชังอนุบาลที่เตรียมไวŒที่ความหนาแน‹น200 ตัวต‹อตารางเมตร• การอนุบาลลูกปูขนาด 0.5 เซนติเมตร (ลูกพันธุจากโรงเพาะฟ˜ก) จนไดŒขนาด 1.5 เซนติเมตร ในกระชัง• การเตรียมกระชังตาข‹ายไนลอน (อวนมุŒงฟ‡า) ขนาด 2 × 5 × 1.2 เมตร ลงแขวนไวŒในบ‹อเลี้ยงเพื่ออนุบาลลูกปูทะเล โดยในกระชังมีการใส‹เนื้ออวนไนลอน (อวนทําการประมงปูมŒาที่ชํารุดแลŒว) มัดรวมกันเปšนกระจกเพุื่อเปšนที่หลบซ‹อนป‡องกันการกินกันเองของลูกปูในช‹วงลอกคราบ• ใหŒอาหารกุŒงขาวแวนนาไม (เบอร 2) ในอัตราส‹วน100 เปอรเซ็นตของน้ําหนักตัว วันละ 2 มื้อเชŒาและเย็น อนุบาลเปšนเวลา 2 สัปดาห• ไดŒลูกปูทะเลขนาดเฉลี่ย 1.50 เซนติเมตรน้ําหนักประมาณ 0.90 – 1.00 กรัมอัตรารอด 80 – 85 เปอรเซ็นตจากนั้นนําลูกปูปล‹อยเลี้ยงต‹อในบ‹อดินอŒางอิง : คู‹มือการเพาะเลี้ยงปูทะเล, ศูนยวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝ˜›งสุราษฎรธานี 7


ทผี่านมาฟาร ‹มย งไมั พบป ‹ญหาเร˜ องโรค ื่โดยคณเลุก็เดชดีจะเนนเรŒองื่แต‹งน้ํา อาหาร อากาศ ในการจัดการเลี้ยง เช‹น ในระหว‹างการเลี้ยงมีการเปลยนถี่ายน‹าเพ้ํอหมื่นเวุยนนีา้ํมอีตราการปล ั อยไม ‹หนาแน‹น‹เฉลยี่ 0.3 ตวัต‹อตารางเมตร หรือ 500 ตัวต‹อไร‹ ในขณะที่อัตราการปล‹อยที่เหมาะสมคือ1 ตวตัอตารางเมตร‹เพอลดความเครื่ยดและเพีมพิ่นทื้ใหี่ปŒหลบซูอนต‹วัทงนั้ ี้เมื่อปูมีสุขภาพสมบูรณแข็งแรง จะช‹วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ซึ่งเปšนแนวทางการป‡องกันโรคทางอŒอมโรคและแนวทางการป‡องกันโรคระบบการจดการทัดี่ภายในฟาร ีมจะส งผลให สตวันาม้ํสีขภาพทุดี่ีลดความเสยงี่จากการเกิดโรค ขอคํานึงในการจัดระบบฟารมที่ดีแนวทางทั่วไปในการป‡องกันการเกิดโรคการจัดการสิ่งแวดลŒอมในบ‹ออนุบาลหรือบ‹อเลี้ยง• ควบคุมคุณภาพน้ําในบอใหมีคาที่เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา• ปลอยสัตวน้ําในอัตราความหนาแนนที่เหมาะสม1การจัดการดŒานอาหาร• ใหอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ไมใหอาหารมากจนเกินไปจนอาหารเหลือ เกิดการหมักหมมในบอหรือใหอาหารนอยจนเกินไปจนเกิดการแยงอาหารกัน• อาหารที่ใหตองมีคุณภาพดีใหมสด สะอาดปราศจากสิ่งปนเปอนและเชื้อตางๆ28


การจัดการหลังการเลี้ยงตŒองมีการปรับปรุงบ‹อเชน มีการใสปูนขาวหรือตากบอ4การจัดการระหว‹างการเคลื่อนยŒายควรทําอยางระมัดระวัง3กําจัดพาหะนําโรคเพื่อเปนการตัดโอกาสการเกิดโรค5การดูแลรักษาความสะอาดของอุปกรณเครื่องมือเครื่องใชŒและอื่นๆใหŒสะอาดและปลอดเชื้อ6อางอิง คูมือการเพาะเลี้ยงปูทะเล, ศูนยวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงสุราษฎรธานี9


ฟารมใชระยะเวลาในการเลี้ยงปูทะเลประมาณ 110 วัน ซึ่งจะเริ่มจับผลผลิตดวยวิธีทยอยจับ โดยการนําลอบพับสําหรับจับปูทะเลซึ่งใสอาหารลอไวลงไปวางไวในบอเลี้ยงใหปเขูาลอบแลวน าปํทูจี่ บได ัมาคดเลัอกืตวทั ไดี่ขนาดตามทตลาดตี่องการและตรวจดูความสมบูรณของปูถาปูมีความสมบูรณเนื้อแนน (เมื่อกดบรเวณหนิาอกตรงบรเวณขาเดินคิทู 2 ี่จะไมยุบ) เกษตรกรจะจําหนายใหผรูบซัอื้แตถ าป ไมูสมบรณูเนอไม ื้แนนหรือที่เรียกวา ปูโพรก เกษตรกรจะปลอยปูกลับลงเลี้ยงในบอตอไปเพื่อใหปูมีคุณภาพตรงตามความตองการของตลาด และจับขึ้นมาจําหนายอีกครั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิตสาหรํ บสัตวันาท้ํเลี่ยงรี้วมก‹ บปั ทะเลในบูอ‹ กงกุŒลาดุาใชํเวลาเลŒ ยงประมาณ ี้ 3 – 4 เดอนืจะเริ่มทยอยจับผลผลิตดŒวยวิธีหว‹านแหหรือเปด – ปดประตูน้ํา ใชŒอวนดักจับที่ประตูน้ําสวนส‹ตวันาจ้ํ าพวกปลา ํเชน‹ ปลาหมอเทศ ปลากระบอก ปลานลิเกษตรกรจะจบสัตวันา้ํเหลาน‹ ปี้ละ‚ 1 ครงั้โดยการจบหมดบัอด‹ วยการเป Œดนาออกจากบ้ํ อให ‹หมดแลŒ วใชŒอวนŒสวงิจบปลาข ันมาจึ้าหนําย‹จากนนกั้ท็าการตากบํอและเตร‹ยมบีอเพ‹อเลื่ยงสี้ตวันารอบถ้ํ ดไป ั10


การจัดการผลผลิตและตลาดปูทะเลฟารมมีการวางแผนการเก็บเกี่ยวและจับปูอย‹างถูกวิธีทําใหŒกŒามและขาไม‹หลุด มีรยางคครบสมบูรณ เปšนที่ตŒองการของผูŒซื้อ สามารถขายไดŒราคาและเพื่อใหŒมีปูทะเลออกวางจําหน‹ายอย‹างต‹อเนื่องผลผลิตที่ฟารมจําหนายหลักๆ คือ ปูทะเลมีชีวิต กุง และปลาสดตลาดปูทะเล ในพื้นที่ (ตลาด รานอาหาร ภัตตาคาร รานคาปลีก พอคาคนกลางลูกคาทั่วไป) และนอกพื้นที่ (รานอาหาร ลูกคาทั่วไป)การขนสง เมื่อเกษตรกรคัดแยกขนาดและประเภทของปู (ปูเนื้อ/ปูไข) จะมัดตัวปูดวยเชือก แลวนําใสกลองโฟมที่รองดวยใบตองหรือกระดาษหนังสือพิมพชุบน้ํา พรอมเจาะรูดานขางของกลองโฟมกอนสงจําหนายใหลูกคาปลายทาง ซึ่งปูจะสามารถมีชีวิตอยูไดประมาณ3 – 5 วันราคาปูทะเลมีชีวิต • ปูเนื้อ ขนาด 300 – 500 กรัม (2 – 3 ตัวตอกิโลกรัม) ราคาเฉลี่ย 300 บาทตอกิโลกรัม • ปูไข ขนาด 300 กรัม (3 – 4 ตัวตอกิโลกรัม) ราคาเฉลี่ย 450 บาทตอกิโลกรัม • ปูไข ขนาด 500 กรัม (2 ตัวตอกิโลกรัม) ราคาเฉลี่ย 550 บาทตอกิโลกรัม11


ป˜จจัยที่มีผลต‹อการสูญเสียในขณะขนส‹ง1 ระยะเวลา : ถาใชเวลาในการขนสงนาน อาจมีผลทําใหปูตายเพิ่มขึ้น2 ลม แสงแดด : ควรปองกันไมใหปูถูกลมหรือถูกแดดในระหวางการขนสง เพื่อใหปูมีการสูญเสียน้ําใหนอยที่สุด3 ความรŒอน : ควรเก็บปูไวในที่รมๆ และใชกระสอบชุบน้ําคลุมเพื่อรักษาความชื้น สงผลใหปูมีชีวิตและคงความสดนานขึ้น4 อุณหภูมิ : ควรควบคุมอุณหภูมิไมใหเกิน 28 องศาเซลเซียสซึ่งปูจะสามารถอยูแบบแหงๆโดยไมมีน้ําไดนานขึ้นงๆ12


คุณภาพน้ําคําแนะนําคุณภาพน้ําที่เหมาะสมต‹อการเลี้ยงปูมŒาและที่มา : แนวทางปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําที่ดีสําหรับฟารมเลี้ยงปูมาและฟารมเลี้ยงปูทะเล มาตรฐานสินคาเกษตรมกษ.7427(G)–2556, สํานักงานมาตรฐานสินคาเกษตรและอาหารแหงชาติกระทรวงเกษตรและสหกรณค‹ามาตรฐานความเค็ม : ปูมŒาปูทะเล25 g/kg ถึง 30 g/kg15 g/kg ถึง 30 g/kg(ส‹วนในพันส‹วน หรือ ppt)สารแขวนลอย (Suspended Solids หรือ SS) < 70 mg/lความโปร‹งใส (โดยใชŒ Secchi disc) 30 cm ถึง 40 cmอุณหภูมิ 28 oC ถึง 30 oCออกซิเจนที่ละลายในน้ํา (Dissolved oxygen : DO) > 4 mg/lบีโอดี (Biological Oxygen Demand : BOD) ~ 2 mg/l(เทียบเท‹าคุณภาพน้ําธรรมชาติ)แอมโมเนียรวม (Total NH3) < 0.4 mg/lไนไตรท (NO2-) < 0.1 mg/lไฮโดรเจนซัลไฟด (Hydrogen sulfide หรือ H2S) < 0.02 mg/lค‹าความเปšนกรด – เบส (pH) 7.0 ถึง 8.5ความเปšนด‹างรวม (Total Alkalinity) 80 mg/l ถึง 150 mg/lฟอสฟอรัส (Phosphorus) < 0.4 mg/l13


Click to View FlipBook Version