The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงกุ้งแบบอิงธรรมชาติ Biomimicry (อ.เดชา บรรลือเดช)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อติพล กิมาวะหา, 2026-01-15 03:14:41

การเลี้ยงกุ้งแบบอิงธรรมชาติ Biomimicry (อ.เดชา บรรลือเดช)

การเลี้ยงกุ้งแบบอิงธรรมชาติ Biomimicry (อ.เดชา บรรลือเดช)

กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝ˜›งกรมประมงการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ (Biomimicry)


ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณทมอบหมายี่ใหหน วยงานภายใต สงกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณั ดาเนํนการิสงเสรมและถิ ายทอดเทคโนโลย การเกษตรีสงเสรมการผลิตสินคิาเกษตรใหมคีณภาพไดุ มาตรฐานเพมขิ่ดความสามารถในการแข ีงขนัของสินคาเกษตร และเพิ่มรายไดของเกษตรกร ตลอดจนดูแลคณภาพชุวีตของเกษตรกริ โดยจดทั าโครงการระบบส ํงเสรมเกษตริแบบแปลงใหญเพื่อใหเกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตลดตนทุนการผลิต เพิ่มมูลคาสินคา และเชื่อมโยงสูการตลาดไดอยางยั่งยืนกรมประมงโดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝง ไดดาเนํ นงานโครงการระบบส ิงเสร มเกษตรแบบแปลงใหญ ิ (กลุมสัตวนํ้าชายฝง) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกลาว และไดถอดองคความรูการเลี้ยงกุงทะเลของ นายเดชา บรรลือเดช ซึ่งเปนเกษตรกรทเขี่าร วมโครงการฯ  และเปนผคูดคินแนวทางการเลยงกี้งุแบบอิงธรรมชาติดวยระบบนํ้าหมุนเวียนแบบปด เพื่อปองกันการเกดโรค ิซงจะชึ่วยให เกษตรกรและผทูสนใจการเพาะเล ี่ยงกี้งทะเลุสามารถนําไปประยุกตใชกอใหเกิดความยั่งยืนในอุตสาหกรรมกุงทะเล และหวังวาหนังสือฉบับนี้จะเปนประโยชนตอหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผูที่สนใจทั่วไปคํานํา


ที่ปรึกษาo ดร.สุทธินีลิ้มธรรมมหิศร ผูอํานวยการ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงo ดร.พุทธ สองแสงจินดา ผูเชี่ยวชาญดานการเพาะเลี้ยงกุงทะเลo นายยงยทธุปรดาลีมพะบัตรุผูเชี่ยวชาญดานการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงผูŒจัดทําo ดร.ชัยวุฒิสุดทองคง หวหนัากลมวุจิยเทคโนโลย ัการเพาะเลียงสี้ตวัน าชายฝ ํ้ง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงo นางสาวประภาพร ดีมาก นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงo นายคมสัน ทองแถม นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงo นางสาวมณีรัตนแซคูนักวิชาการประมง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงo นางสาวธณฏฐาัรตนกรัณฑั นักวิชาการประมง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงo นายวรงคคุณารักษนักวิชาการประมง กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝงขอขอบคุณo นายเดชา บรรลือเดช ประธานสหกรณผเลูยงกี้งลุมนุาสามรํ้อยยอด - ปราณบรุี จํากัด จังหวัดประจวบคีรีขันธพิมพครั้งที่ 1 เมษายน 2563


• การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ (Biomimicry)… 1• หลักการและเหตุผลในการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ… 3• การแบ‹งสัดส‹วนของบ‹อเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ… 4• จุดเด‹นและขŒอดีของการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ… 7• วิธีการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ… 8• การใหŒอาหาร… 15• การใชŒจุลินทรียปม.1 ของกรมประมง… 16• ป˜จจัยที่ทําใหŒการเลี้ยงกุŒงประสบผลสําเร็จ… 18• คุณภาพนํ้าที่เหมาะสมสําหรับการเลี้ยงกุŒง… 19สารบัญ


ผลกระทบของโรคตายดวนหรือโรค EMS (Early Mortality Syndrome) ที่เกิดจากเชื้อ Vibrio parahaemolyticus (VpAHPND) ที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผูเลี้ยงกุงของประเทศไทย ทําใหเกษตรกรผูเลี้ยงกุงประสบปญหาขาดทุน มีภาระหนี้สินสวนหนึ่งจําเปนตองหยุดเลี้ยงกุง ทําใหผลผลิตกุงทะเลของประเทศไทยลดลงเปนจํานวนมาก สรางความเสียหายใหกับอุตสาหกรรมกุงของประเทศไทยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นทําใหนักวิชาการและเกษตรกรผูเลี้ยงกุงพยายามหาทางแกปญหาโรคตายดวน นายเดชา บรรลือเดช ผูทรงคุณวุฒิดานประมงสมาชิกสภาเกษตรกรแหงชาติประธานสหกรณผูเลี้ยงกุงลุมนํ้าสามรอยยอด -ปราณบุรีจํากัด ผูจัดการแปลงใหญภาคเกษตรกร ของสหกรณผูเลี้ยงกุงลุมนํ้าสามรอยยอด - ปราณบุรีจํากัด (แปลงป 2560) ซึ่งเปนผูมีประสบการณดานการเลี้ยงกุงทะเลมากกวา 30 ปไดพยายามหาแนวทางการแกปญหาที่เกิดขึ้นใหกับสมาชกและเกษตรกรผิเลูยงกี้งทุวประเทศ ั่จากการศกษาขึอมลและทดลองรูปแบบูการเลยงหลายวี้ธิีพบวาร ปแบบการเลูยงกี้งโดยการเล ุยนแบบธรรมชาตีเพิอสรื่างสงมิ่ชีวีตให ิเกดขินสึ้าหรํบเกัอหนื้นการดุารงชํวีตของสิตวันาอยํ้างยงยั่นืสามารถลดความเสยหายทีเกี่ดจากโรคตายด ิ วนได อยางม ประส ีทธิภาพิเพมผลผลิ่ติ ปลอดภยัจากยาและสารเคมตกคีางถอเป ืนการพฒนาเทคนัคการเลิยงที้สามารถแกี่ปญหาการเลี้ยงกุงไดสภาเกษตรกรแหงชาติจึงไดดําเนินการยื่นคําขอจดอนุสิทธิบัตรการประดษฐิ ในช อื่ “บอเลยงกี้งและกระบวนการเลุยงกี้งแบบอุงธรรมชาติระบบนิาํ้หมุนเวียนแบบปด” ตอกรมทรัพยสินทางปญญา กระทรวงพาณิชย โดยมีการเลี้ยงกุงแบบอิงธรรมชาติ(Biomimicry)นายเดชา บรรลือเดชผูŒทรงคุณวุฒิดŒานประมง สมาชิกสภาเกษตรกรแห‹งชาติและประธานกรรมการศูนยเรียนรูŒการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 1


นายเดชา บรรลือเดช เปนผูประดิษฐอีกทั้งการเลี้ยงกุงรูปแบบการเลียนแบบธรรมชาตินี้ยังมีความเหมาะสมกับเกษตรกรรายยอย เนื่องจากลงทุนตํ่าชวยลดความเสยงของการเกี่ดโรค ิและสามารถสรางผลตอบแทนทสี่งขูนโดยม ึ้แนวคีดิคอื1. เลี้ยงกุงอยางไรไมใหเปนโรคตายดวน2. เลี้ยงกุงอยางไรใหกุงโต3. เลี้ยงกุงอยางไรใหตนทุนตํ่า4. เลี้ยงกุงอยางไรใหเปนอาช ีพที่ยั่งยืน5. เลี้ยงกุงอยางไรใหปลอดภัยตอผูบริโภคและมีตลาดรองรับภายใตแนวทางดังกลาวยังมีวิธีปฏิบัติเชิงลึกที่สําคัญอีกหลายอยาง เชนการสรางฟล็อก (Floc) แบบแขวนลอย (Suspend Floc) การลากโซ (Chain Dragging) การใชโพรไบโอติก (Probiotic) การเลือกลูกพันธุ (Seed Selection) โดยรวมแลวสามารถกลาวไดวา เปนกระบวนการของการเลี้ยงสัตวนํ้าแบบใหมที่คิดคนโดยเกษตรกร (Farmer Knowledge) ของไทย และไดพัฒนาไปสูการเปนนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งอาจกลาวไดวาเปนนวัตกรรมเชิงปฏิวัติ (Radical Innovation) เกษตรกรทเขี่าสระบบการเลูยงสี้ตวันาดํ้วยแนวคดนิ ี้จะทาให ํกงทุเลี่ยงอยี้ูในสภาพแวดลอมที่ใกลเคียงกับในธรรมชาติมากที่สุด ทําใหเกิดการจัดการการเลี้ยงกุงเลียนแบบธรรมชาติซึ่งเรียกวา Biomimicry หรือการเลี้ยงกุงแบบองธรรมชาติ ิโดยการสรางสภาวะแวดล อมให เหมาะสมกบแพลงกัตอน โดยเฉพาะแพลงกตอนสัตวซึ่งสวนใหญคือ โคพีพอด (Copepod) ที่เปนอาหารเสริมที่มีประโยชนสําหรับกุงการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติมี 3 หลักเกณฑในการดําเนินการที่สําคัญ คือ1. เปนระบบปดนํ้าแบบหมุนเวียน ผานการกรองดวยสิ่งมีชีวิต (Closed Recirculation Aquaculture System : RAS ; Bio filtration)2. มีระบบกําจัดของเสียออกจากบอ3. มีกระบวนการสรางอาหารธรรมชาติในบอเลี้ยง2 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


หลักการ เหตุผล1. เลี้ยงระบบปดแบบนํ้าหมุนเวียนผานระบบการกรองดวยสิ่งมีชีวิตลดการเปลยนถี่ายนาํ้เมอมื่ความจี าเปํนตองขจดสารอันทริยีแอมโมเนียออกจากระบบ ลดผลกระทบตอสิ่งแวดลอมเปนการใชทรัพยากรนํ้าอยางประหยัด2. มีระบบขจัดของเสียออกจากบอของเสียที่เกิดขึ้นในบอที่เปนสารอินทรียจะถูกรวบรวมไวในบอตกตะกอนและนําออก เพ่ือไมใหเปนอาหารและแหลงอาศัยของเชื้อแบคทีเรียที่กอโรค3. มีระบบการสรางอาหารธรรมชาติในบอเลี้ยงชวงแรก มีความสําคัญในการสรางภูมิคุมกันใหกับลูกกุงจงจึ าเปํนตองมการสรีางอาหารธรรมชาต ในบ ิอเล ยงให ี้ลกกูงกุนิในขณะเดยวกีนกระบวนการสรัางอาหารธรรมชาต ในบ ิอจะขจดักาซไขเน า (H2S) และกาซมีเทน (CH4) ไปพรอมๆ กัน4. กระบวนการสรางตะกอนแขวนลอย (Suspend Floc) จากรําขาวหมักกับจุลินทรียที่มีประสิทธิภาพรําขาวจะเปนตะกอนแขวนลอยเบา (Suspend Floc) เพื่อใชพลางแสงอาทตยิทที่าให ํแพลงกตอนพชขยายตืวชัาลงซงจะึ่มผลที าใหํคา pH ในรอบวนคัอนขางเสถยรี และเปนทอยี่อาศูยัของจุลินทรียดวยเชนกัน5. กระบวนการลากโซ(Chain Dragging)เพื่อขจัด ไบโอฟลม (Biofilm) ที่เกิดขึ้นบริเวณผิวพื้นบอซึ่งเปนที่อยูอาศัยของเชื้อโรคตางๆ เมื่อ Biofilm ถูกทําลายจากการลากโซและถูกยอยสลาย เชื้อโรคตางๆ ก็ไมสามารถเพิ่มจํานวนไดอยางรวดเร็วจนเปนภัยตอกุงได6. เลอกใช ืจลุนทริยีทเหมาะสมี่(Suitable Probiotic)เพื่อใชในการปรับปรุงดิน ตั้งแตเริ่มตนของกระบวนการการเลยงี้ : สรางสตวัหนาดนิขจดสารอันทริยีควบคมแบคทุเรียีที่ทําใหเกิดโรค7. การคัดเลือกลูกพันธุ(Seed Selection)คดกรองลักกูงทุตี่ดเชิ อออกจากระบบโรงเพาะฟ ื้ก (Hatchery) เพอยื่นระยะเวลาการเลยงี้เพมอิ่ตรารอดัและลดความเสยงี่ใหกับเกษตรกร8. ปรับโครงสรางบอเลี้ยงใหเลกลง็ (2.5 - 3 ไร) ออกแบบใหมีระบบนํ้าหมุนเวียนอยางนอย 2 ขั้นตอนเพอให ื่งายตอการควบคมคุณภาพนุาํ้ใหอย ในเกณฑ ูทเหมาะสมี่ในทุกพารามิเตอรใหสอดรับกับความเค็ม และสามารถรวมตะกอนสารอินทรียไดงายขึ้นหลักการและเหตุผลในการเลี้ยงกุงแบบอิงธรรมชาติการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 3


1. บอเลี้ยง มีลักษณะลาดเอียงลงสูจุดศูนยกลาง มีการขุดหลุมลึกทมี่ขนาดประมาณ ี 10 - 15% ของพนทื้บี่อ โดยใหมความลาดชีนของหลัมุ (Slope) ประมาณ 45 องศา พรอมวางทอเพื่อดูดของเสียและสิ่งตกคางตางๆ ที่อยูในบอเลี้ยงออกไปสูบอตกตะกอนการแบงสัดสวนของบอเลี้ยงกุงแบบอิงธรรมชาติ4 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


2. บอตกตะกอนคอืบอทบี่าบํดนัาดํ้วยวิธีธรรมชาติโดยการขุดบอตกตะกอนชั้นในตลอดความยาวของบอ ความลึกประมาณ50 เซนติเมตร เพื่อใหสารแขวนลอย ของเสียและสงตกคิ่ างตกตะกอนไปอย ตรงกูนบอ โดยนาํ้จากบอตกตะกอนจะถูกสงไปยังบอบําบัดการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 5


3. บอบําบัดและบอพัก คือ บอที่รับนํ้าจากบอตกตะกอนจะถูกสงมาบําบัดตามธรรมชาติซึ่งในบอบําบัด จะมีการเลี้ยงปลาชนิดตาง ๆ และอาจมีระบบเติมอากาศ เพื่อชวยในการบาบํดนัาํ้โดยนาทํ้บี่าบํดแลัวจะถกสูงเขาบอพกักอนจะถกหมูนเวุยนกลี ับสูบอเลี้ยงอีกครั้งหนึ่ง6 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


1. ไมมการนีาตะกอนเลนหรํอสารอืนทริยีทเกี่ดขิ นในระบบการเล ึ้ยงภายในบ ี้อทิ้งภายนอกฟารม แตระบบนี้สามารถนําตะกอนเลนและสารอินทรียที่เกิดขึ้นไปใชประโยชน โดยสามารถแปรเปลี่ยนเปนหวงโซอาหารธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นเองไดอยางครบถวน เหมือนสิ่งแวดลอมในธรรมชาติตามที่กุงตองการ2. เกษตรกรสามารถลงทุนไดดวยตัวเอง โดยระบบ Biomimicry มีตนทุนที่ไมสูงมาก โดยการใชวัตถุดิบและจุลินทรียที่ไดมาจากธรรมชาติไมมีสวนผสมของสารเคมีจึงทําใหสามารถสรางระบบการเลี้ยงไดโดยไมตองลงทนสุงูอกทีงั้ระบบดงกลัาวย งไม ัตองก งวลในเร ั องของป ื่จจยเสัยงตี่างๆ ที่อาจพบเหมือนในระบบการเลี้ยงทั่วๆ ไป3. สามารถนํากุงที่เลี้ยงในระบบ Biomimicry ขึ้นมาใชเปนพอแมพันธุที่มีประสิทธิภาพ โดยจากการทดสอบดวยการเลี้ยงกุงในระบบ Biomimicry แบบเตมระบบจากล็กกูงจนโตเป ุนพอแมพนธัพบวุาพอแมพนธันุนสามารถผลั้ติลูกพันธุที่มีความสมบูรณแข็งแรง4. มีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเลี้ยงกุง เพราะเปนระบบที่ไมมีความเสี่ยงและเปนที่ยอมรับจากตางประเทศ เมื่อนําระบบดังกลาวไปใชอยางมีประสิทธิภาพ สามารถผลิตกุงไดโดยไมพบปญหาเรื่องโรคระบาดและปจจัยเสี่ยงอื่น ๆ และสามารถผลิตกุงไดในปริมาณที่ตองการเชนเดิม ทําใหประเทศไทยเปนที่ยอมรับในเร่องการพื ัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงกุง โดยประเทศที่ไดนําระบบ Biomimicry ไปใชมีหลายประเทศ เชน ประเทศเวียดนาม อินเดียมาเลเซีย เม็กซิโก และเอกวาดอรเปนตน5. นอกจากการวางระบบการเลี้ยงภายในฟารมแลว อาหารก็เปนปจจัยทสี่าคํญั โดยในการเลยงระบบนี้จะใช ี้อาหารแบบธรรมชาต ิดวยการนารําละเอํยดีมาหมักกับจุลินทรียทิ้งไว 48 ชั่วโมง แลวจึงนําไปสาดลงในบอเลี้ยง กอใหเกิดสัตวหนาดินและแพลงกตอนสัตวที่เปนอาหารตามธรรมชาติของลูกกุงตอไปซึ่งนายเดชาไดกลาวไววา “หัวใจของการเลี้ยงกุง คือ พื้นสะอาด แรธาตุเพียงพอก็จะสามารถทําใหการเลี้ยงกุงประสบความสําเร็จได”จุดเดนและขอดีของการเลี้ยงกุงแบบอิงธรรมชาติการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 7


1. ปรับขนาดบอเลี้ยงใหเล็กลง โดยมีขนาดตั้งแต 2.5 - 3 ไรรูปทรงบอใหเปนร ปสูเหลี่ยมจี่ตัรุสและให ัลบมมบุอทกมุมุซงจะทึ่าให ํบอมลีกษณะใกล ัเคยงีกบบัอกลมซงบึ่อขนาดเลกสามารถบร็หารจิดการนั าได ํ้งายกวาทมี่ขนาดบี อใหญ  มีประสิทธิภาพมากกวาและสามารถจัดการไดในเวลาอันรวดเร็วและทันทวงที2. กลางบอขดหลุมกลมขนาดุ 10 - 15% ของพนทื้บี่อ โดยมความลาดชีนัของหลมกลางบุอประมาณ  45 องศา กนหล มฝุงทอซเมนตี (วงสวม ) ขนาดเสนผานศูนยกลาง 80 เซนติเมตร 2 ทอวางซอนกัน พื้นที่รอบๆ หลุมกลางบอใหทําแนวลาดเอยงเขีาหาหลมกลางบุอทกดุานเพอใช ื่เปนทรวมเลนี่ในการเลยงจะดี้ดเลนูออกจากหลุมบอเลี้ยงทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมงเปนอยางนอย หรือจนกวานํ้าที่ดูดออกมาจะใส3. ติดตั้งทอดูดเลนขนาด 4 นิ้ว กลางหลุมและฝงทอวางตามพื้นบอไปยังบรเวณขอบบิอท เปี่นทตี่งของป ั้มท จะใช ี่ดดเลนจากบูอเล ยงไปย ี้งบัอตกตะกอนและจดวางใบพ ัดตันีาในต ํ้าแหนํงทสามารถรวมตะกอนเลนมายี่งหลัมกลางบุอได ดีตะกอนเลนขกี้งและเศษอาหารจะถุกสูงเขาบอตกตะกอนเพ อเป ื่นอาหารปลา  ในขณะเดยวกีนันํ้าจะตกตะกอนเมื่อทิ้งไวระยะเวลาหนงึ่นาใสส ํ้ วนบนจะไหลเข าบอบาบํดทั 1 ี่และ 2 กอนไหลเข าสบูอพกักอนจะหมนเวุยนกลีบมายังบัอเลยงี้ซงนึ่าจากบํ้อพกัจะมีคุณภาพดีมีปริมาณ NH4และ NO2 คอนขางตํ่าหรืออาจตรวจไมพบเลย4. จดให ัมบีอพกนัาขนาดเทํ้ากบบัอเลยงหรี้อใหญ ืกวาก ได็ โดยแบงเปน 3 สวน(อาจแบงโดยใช กบบัอดนหริอบื อปพลาสตูกกิ ได็ )  ใหนาสามารถไหลผ ํ้านเขาหาก นได ั ซงอาจเป ึ่นการวางทอขวางและร ดปลายท ัอดวยตาขายเพอกรองสื่งทิ่ ไมี่ตองการออกตะกอนเลน ขกี้งุและเศษอาหารจากบอเลยงที้ถี่ กรวมไวูในหล มกลางบุอจะถกดูดูมาลงที่บอตกตะกอน ในบอนี้ใชปลาเปนตัวกรองกินสารอินทรียสาหราย และแพลงกตอน (ปลานวลจนทรัทะเล ปลานลิ) ไปยงบัอบาบํดทั 1 ี่บอบาบํดทั 2 ี่และเขาบอพกนัาํ้กอนหมนเวุยนกลีบมาทับี่อเลยงี้ทกบุอจะม ปลาท ีที่าหนําท เปี่นตวกรองัตามธรรมชาติโดยกําหนดความหนาแนนของปลาใหเหมาะสมกับพื้นที่บอวิธีการเลี้ยงกุงแบบอิงธรรมชาติ8 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


ตัวอย‹าง การวางรูปแบบบ‹อบ‹อพักบ‹อเลี้ยง บ‹อตกตะกอนบ‹อบําบัด 1บ‹อบําบัด 2การออกแบบบ‹อเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติระบบนํ้าหมุนเวียนแบบบ‹อเลี้ยง 1 บ‹อการออกแบบบ‹อเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติระบบนํ้าหมุนเวียน แบบบ‹อเลี้ยง 2 บ‹อบ‹อพักบ‹อตกตะกอนบ‹อบําบัด 1บ‹อบําบัด 2 บ‹อพักบ‹อเลี้ยง 1 บ‹อเลี้ยง 2การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 9


บ‹อตกตะกอนบ‹อพัก/บ‹อบําบัดบ‹อเลี้ยง 2 ไร‹บ‹อบําบัด บ‹อพักบ‹อเลี้ยง 3 ไร‹บ‹อตกตะกอนบ‹อเลี้ยง 2.25 ไร‹บ‹อตกตะกอนบ‹อบําบัด บ‹อพัก10 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


5. สมวุดคัา pH ของดนพินบื้อ 8 ถงึ 10 จดุโดยใหอย ในท ูศทางตรงขิามกนัและหางกนอยัางนอย 10 เมตร หรอตรงขืามหลมุคาเฉลยที่ ไดี่จะตองอยระหวูาง6.8 - 7.0 ซึ่งถือวาเปนคา pH ของดินที่เหมาะสมสําหรับการสรางสัตวหนาดินเพอเป ื่นอาหารลกกูงุหากคา pH ตากวํ่า 6.8 ใหปร บปร ังุ pH ของดนดิวยวสดั ปุนูเพื่อใหไดคา pH ที่เหมาะสม6. ปลอยนํ้าเขาบอเลี้ยงใหมีความลึกประมาณ 1.5 เมตร• วันที่ 1 ลงกากชา 2 ถุง (20 กิโลกรัม)/ไร (กากชาผานการแชนํ้าเปนเวลา 1 คืน) ตามดวยหัวเชื้อจุลินทรียBacillus spp. ปริมาณ 150 กรัม หรือ150 มลลิลิตริ /ไรหรอบาซืลลิสทัขยายเพี่มจิ่านวนแลํว (สตรขยายหูวเชัอจื้ลุนทริยีปม.1) 100 ลิตร/ไรจากนั้นทําการลากโซเพื่อบําบัดสารอินทรียที่ตกคางบริเวณพื้นบอ เสร็จแลวเปดเครื่องตีนํ้า ทําการลากโซทุกวัน ประมาณ 2 - 3 วันการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 11


• วนทั 4 ี่ใชราหมํกั 100 กโลกร ิมั/ไร สาดใหทวบั่อหรอสาดหนื าใบพ ดตันีาํ้• วนทั 5, 6, 7 ี่และ 8 ทาการหมํกรัาวํนละั 20 กโลกร ิมั/ไร (เรมหมิ่กรัาํวันที่ 5) หมักไว 48 ชั่วโมง เพื่อนําไปใชในวันที่ 7, 8, 9 และ 10 วันละ20 กิโลกรัม/ไร (เริ่มพบโคพีพอด)• กรณีสีนํ้าในบอใส มีความขุนนอยกวา 60 เซนติเมตร อาจเติมรําหมัก ประมาณ 5 กิโลกรัม/ไรวันละ 1 ครั้ง จนมีสีนํ้าที่เหมาะสมสูตรหมักรํา1. ราละเอํยดทีผี่านการรอนดวยม งไนลอนส ุฟีา (มงฟุา) ขนาด 24 ตา(1 ตารางนิ้ว มีเสนไนลอนในแนวนอนแนวขวางดานละ 24 เสน) ปริมาณ100 กิโลกรัม2. โซเดยมไบคาร ีบอเนต (Sodium bicarbonate) ปรมาณิ 20 กโลกร ิมั3. แบคทีเรียบาซิลลัส 200 - 400 กรัม หรือ 800 มิลลิลิตร เชนBacillus subtilis, B. amyloliquefaiens, B. vallismortis หรอื B. licheniformis อาจใชผลิตภัณฑที่มีจุลินทรียหลายชนิด หรืออยางนอยควรมีB. subtilis และ B. lichenifomis4. นํ้าสะอาด (นํ้าจืด) 200 - 250 ลิตร หมักนาน 48 ชั่วโมง12 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


การสรŒางอาหารธรรมชาติเปšนสิ่งจําเปšนสําหรับลูกกุŒงวัยอ‹อนเพื่อสรŒางภูมิคุŒมกันใหŒกับลูกกุŒงระยะ 10 - 15 วันแรกที่ลงบ‹อเลี้ยงหมักรําโคพีพอด7. เมื่อกระบวนการเตรียมนํ้าเสร็จแลว คุณภาพนํ้าควรอยูในเกณฑที่เหมาะสมสําหรับการปลอยลูกกุงลงเลี้ยง โดยมีคาพารามิเตอรตางๆ ดังนี้• คา pH นํ้า 7.5 - 8.0• คาอัลคาไลน 90 - 120 mg/l• คาแคลเซียม 15 - 20 mg/ความเค็ม 1 ppt• คาแมกนีเซียม 40 - 50 mg/ความเค็ม 1 ppt• คาโพแทสเซียม 12 - 15 mg/ความเค็ม 1 ppt• คาแอมโมเนีย 0 mg/l• คาไนไตรท 0 mg/lและเมื่อไดคาใกลเคียงตามเกณฑแลวใหเริ่มปลอยลูกกุงลงบอการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 13


8. การคัดเลือกลูกกุงลงบอเพื่อเลี้ยงนั้นมีเกณฑกําหนดดังนี้เปนลกกูงจากฟาร ุมท ไดี่รบัมาตรฐาน GAP กรมประมงเทยบเทีาหรือสูงกวา และลูกกุงผานการตรวจวาปลอดเชื้อกอโรคในกุงทะเล คือWSSV, IHHNV, YHV, TSV, IMNV, DIV1 (SHIV), EHP และ Vibrio parahaemolyticus (VpAHPND) ลูกกุงแขงแรง็ ไมมลีกษณะกลัามเนอขาวขื้นุและผานการทดสอบ Stress Test14 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


การใหอาหารหลงจากปล ัอยกงุ 10 - 15 วนัยงไมัจ าเปํนต องให อาหาร โดยชวงระยะเวลาทจี่าเปํนต องให อาหารเมดส็าเรํจร็ ปจะขูนอยึ้กูบความหนาแนันของกงุและปรมาณิอาหารธรรมชาติหรือโคพีพอด (Copepod) ที่อยูในบอ ซึ่งสามารถตรวจสอบปรมาณโคพ ิพอดทีเหลี่อื โดยใชกรวยอ มฮอฟฟ ิ (Imho  ff cone) หรอบืกเกอรี 1 ลตริหรือภาชนะแกวใส ตักนํ้าตั้งทิ้งไวประมาณ 30 นาทีจะสังเกตเห็นโคพีพอดรวมตัวกันที่กนภาชนะ และเมื่อพบวาปริมาณอาหารธรรมชาติเริ่มลดลงและไมเพยงพอี โดยสามารถตรวจสอบดวยการนาอาหารกํงเบอรุ 2 ผสมกบนัาหมํ้กปลา ัใสยอในปริมาณ 20 กรัม ถาหมด ใหเพิ่มเปน 50 กรัม และ 100 กรัม ตามลําดับเช็กยอ 2 - 3 ชั่วโมง ถาอาหารในยอหมดภายใน 2 - 3 ชั่วโมง วันถัดไปใหเริ่มใหอาหารเม็ดสําเร็จรูปผสมกับนํ้าหมักปลา (ผสมทุกมื้อ) โดยใชสัดสวนอาหาร1 กิโลกรัม/กุง 100,000 ตัว เช็กยอที่เวลา 3 ชั่วโมง (กุงอายุไมเกิน 45 วัน) สําหรับกุงอายุ 45 วันขึ้นไป ถาอาหารหมด 100% ใหเพิ่มวันละ 1,000 กรัม/กุง100,000 ตัว/วัน ใสอาหารในยอ 3 - 5 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม เช็กยอที่เวลา2.5 ชั่วโมง หลังใหอาหารทําการสุมเช็กนํ้าหนักกุงและอัตรารอด เมื่อกุงมีอายุ45 วัน และสุมเช็กทุกๆ 7 วัน นาคํ าที่ไดมาปรับปริมาณการใหอาหาร (ซึ่งอาจเปรียบเทียบกับตารางอาหารของบริษัท หรือตารางอาหาร Feed Application ของกรมประมง) เมื่อกุงอายุ 60 วันขึ้นไป ใหเช็กยอที่เวลา 2 ชั่วโมง หลังการใหอาหารกรวยอิมฮอฟฟŠ(Imhoff cone)การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 15


ขยายหัวเชื้อจุลินทรีย ปม.1 ใสลงในบอเลี้ยงประมาณ 20 - 50 ลิตร/ไรวันละ1 ครั้ง ทุกวันตลอดระยะเวลาของการเลี้ยงการใชจุลินทรียปม.1 ของกรมประมงสูตรนํ้าหมักปลาสําหรับคลุกอาหาร(ผสมกับอาหารเม็ดทุกมื้อ)1. กากนํ้าตาล 25 ลิตร2. สับปะรดสุก 50 กิโลกรัม3. ปลา 50 กิโลกรัม4. สารเรงซุปเปอรพด.2 ของกรมพัฒนาที่ดิน 1 ซอง (ถามี)5. เติมนํ้าจืดที่สะอาดพอทวมปลาและสับปะรด6. ปดฝาหมักไวประมาณ 15 วัน7. ผสมอาหารพอหมาดๆ หมักไวประมาณ 30 นาทีผสมใหกุงกินทุกมื้อตลอดชวงระยะเวลาของการเลี้ยงหมายเหต :ุปลาและสบปะรด ัถาสบหรัอบดืจะทาให ํ ประส ทธิภาพิการหมักดียิ่งขึ้น16 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


การเลี้ยงกุงในแบบอิงธรรมชาติ (Biomimicry) ไมไดทาให ํผลผลตลดลงแติ ประการใด การเลยงกี้งุ 1 ไรสามารถผลิตกุงไดถึง 2 ตันหรือมากกวา โดยการใชทรพยากรตัางๆ ลดลง พนทื้ฟาร ี่มจะถกจูดแบั งให เปนพื้นที่เลี้ยง 40% และพื้นที่เก็บนํ้าสําหรับหมุนเวียนในระบบ 60% ทําใหความเสี่ยงจากโรคตางๆ ลดลงเปนอันมาก ระบบนี้สามารถนําไปประยุกตใชไดทั้งฟารมขนาดเล็กและฟารมขนาดใหญการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 17


ปจจัยที่ทําใหการเลี้ยงกุงประสบผลสําเร็จลูกกุŒงอาหารกุŒงสิ่งแวดลŒอมการจัดการเลือกลูกกุŒงจากฟารมที่ไดŒมาตรฐาน สามารถเชื่อถือไดŒเลือกอาหารกุŒงที่ดีมีคุณภาพและมาตรฐานการผลิตฤดูกาล สิ่งแวดลŒอมที่เปลี่ยนแปลงการเอาใจใส‹ในทุก ๆเรื่อง เช‹น คุณภาพ สุขภาพกุŒง18 • การเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry”


การนํานวัตกรรมการเลี้ยงกุงแบบอิงธรรมชาติมาสงเสริมใหเกษตรกรไดประยุกตใชทําใหสามารถประกอบอาชีพการเลี้ยงกุงไดอยางมั่นคงและยั่งยืนตอไปคุณภาพนํ้าที่เหมาะสมสําหรับการเลี้ยงกุงความเค็ม 10 ppt แอมโมเนีย 0.0 ppmพีเอช 7.6 - 7.8 ไนไตรท 0.0 ppmอัลคาไลน 120 - 150 ppm ไนเตรท 0.0 ppmฮารดเนต 2,500 ppm ออกซิเจน ไมนอยกวา 4 mg/lแคลเซียม 150 - 250 ppm อุณหภูมิ 28 - 32 °cแมกนีเซียม 400 - 500 ppm ความขุนใส 25 - 35 cmโพแทสเซียม 120 - 150 ppmการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติ“Biomimicry” • 19


หากเกษตรกรหรือผูŒประกอบการสนใจสามารถเขŒาไปเรียนรูŒเพิ่มเติมไดŒที่ศูนยเรียนรูŒการเลี้ยงกุŒงแบบอิงธรรมชาติสหกรณผูŒเลี้ยงกุŒงลุ‹มนํ้าสามรŒอยยอด - ปราณบุรีจํากัด39 หมู‹ 2 ตําบลไร‹เก‹า อําเภอสามรŒอยยอดจังหวัดประจวบคีรีขันธ 77180 โทรศัพท 0 3268 8789, 08 6368 7762 หรือ นายเดชา บรรลือเดช 08 9836 4133


Click to View FlipBook Version