The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาว (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อติพล กิมาวะหา, 2026-01-26 04:05:54

คู่มือลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาว (1)

คู่มือลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาว (1)

1 แนวทางลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาวกรมประมง


1


2 แนวทางลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาวสํานักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั ่งกรมประมงตุลาคม 2556


3 คํานําการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเลี้ ยงกุ้งขาวเกษตรกรผู้เลี้ ยงกุ้งต้องมีการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี เพื่อให้กุ้งเติบโตดี มีอัตรารอดตายสูง และมีต้นทุนการเลี้ ยงตํ่า ในการเลี้ ยงกุ้งเกษตรกรต้องให้ความสําคัญในเรื่องของนํ้า ดิน สภาพอากาศ พันธุ์กุ้ง การให้อาหาร พลังงาน และปัจจัยการการผลิตอื่นๆ มีการจัดการที่ถูกต้อง เหมาะสมและเป็ นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากเกษตรกรผู้เลี้ ยงกุ้งมีแนวทางการจัดการที่ดี สามารถรักษาระดับผลผลิตได้สมํ่าเสมอ เป็ นสิ่งที่สําคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกเอกสารฉบับนี้ เป็ นการรวบรวมองค์ความรู้ด้านการจัดการเพื่อลดต้นทุนการผลิตกุ้งขาว โดยคาดหวังว่าจะเป็ นคําแนะนําที่เป็ นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เลี้ ยงกุ้ง เพื่อนําไปใช้ศึกษาและทดลองปฏิบัติเพื่อลดต้นทุนการผลิตกุ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป………………………. อธิบดีกรมประมง


4 สารบัญหน้า1.ระบบโครงสร้างฟาร์มและการเตรียมบ่อ 52.การคัดเลือกลูกกุ้ง 43.อาหารและการให้อาหาร 54.การใช้พลังงานในการให้อากาศ 85.การจัดการสิ่งแวดล้อมในบ่อเลี้ ยงกุ้ง 106.การป้ องกันรักษาโรคกุ้งขาว 11ภาคผนวกตารางภาคผนวกที่ 1 การใช้สารเคมีในการเตรียมดินและนํ้า 13ตารางภาคผนวกที่ 2 การให้อาหาร 14


5 แนวทางลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาวเกษตรกรควรพิจารณาดําเนินการในประเด็นดังต่อไปนี้1.ระบบโครงสร้างฟาร์ม และการเตรียมบ่อแนวทางดําเนินการ ประโยชน์ที่ได้รับ1.ระบบโครงสร้างฟาร์ม- ฟาร์มเลี้ ยงกุ้งที่มีขนาดใหญ่ ควรแบ่งเป็ นฟาร์มย่อยขนาดเล็กที่สามารถบริหารจัดการภายใน และพึ่งตนเองได้- สะดวกต่อการบริหารจัดการฟาร์ม- แต่ละฟาร์มย่อย บริเวณริมใต้เชิงลาดของคันบ่อดินโดยรอบ ควรมีแกนดิน (ดินเหนียวผสมอยู่อย่างน้อย 30%) อัดแน่น (ขนาดกว้างxลึก อย่างน้อย 0.05x1.30 ม.) - ลดการรั่วซึมของนํ้าและการแพร่กระจายของความเค็ม - ลดผลกระทบการแพร่กระจายความเค็มต่อพื้ นที่ข้างเคียง - ลดการใช้นํ้าและพลังงานจากการสูบนํ้า- แต่ละฟาร์มย่อยควรนําลูกพันธุ์กุ้งเข้าเลี้ ยงและจับผลผลิตออกเป็ นรุ่น- สะดวกต่อการบริหารจัดการบ่อ- ขนาดบ่อเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 3-5 ไร่- สะดวกต่อการบริหารจัดการบ่อ การทําความสะอาด การให้อาหาร และการใช้เครื่องตีนํ้า2.การเตรียมความพร้อมในฟาร์มก่อนการเลี้ยง- ควรพักบ่อและฟื้ นฟูดินเลน นํ้า เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ใน- ลดการใช้พลังงาน อุปกรณ์ต่างๆ ทํางานได้เต็มประสิทธิภาพ 1


6 แนวทางดําเนินการ ประโยชน์ที่ได้รับสภาพดี มีใช้เพียงพอ ก่อนที่จะเลี้ ยงในรุ่นถัดไป โดยมีแนวทางดําเนินการดังนี้ 2.1 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์- ล้างทําความสะอาด ซ่อมบํารุงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการเลี้ ยงกุ้งรอบที่ผ่านมา ระหว่างการตากแห้ง ให้รดนํ้าอุปกรณ์ส่วนที่เคยใช้ในนํ้าให้เปี ยก ประมาณ 3 วัน/ครั้ง อย่างน้อย 5 ครั้ง- เร่งกลไกตามธรรมชาติเพื่อทําลายเชื้ อต่างๆ ที่ติดค้างอยู่ในรูปซีส สปอร์ และไบโอฟิ ล์ม- ลดโอกาสการเกิดโรค และสูญเสียผลผลิตระหว่างการเลี้ ยง 2.2 การฟื้ นฟูดินเลนและนํ้าในบ่อ- ขูด เคาะ เพรียง หอย หนอนท่อหินปูนให้หลุดออกจากที่ยึดเกาะต่างๆ หลังจากจับกุ้งเสร็จ แล้วหว่านกากชาทั่วพื้ นบ่อ ส่วนที่มีตะกอนเลนและแอ่งนํ้าขัง ปล่อยไว้ประมาณ 3-5 วัน หอยเจดีย์ ปลา และสัตว์อื่นๆ จะตายหมด (หากตายไม่หมดให้ทําซํ้า) - ลดศัตรูที่จะแย่งอาหาร อากาศ และที่อยู่อาศัยของกุ้งที่เลี้ ยง- ใส่ปูนขาวบริเวณพื้ นบ่อที่ยังคงเปี ยกชื้ นและมีนํ้าขัง ปรับค่าความเป็ นกรดด่างของดิน ให้กลับคืนเป็ นด่างเทียบเท่านํ้าทะเลธรรมชาติ แล้วผันนํ้าที่จะใช้ในการเลี้ ยงกุ้งรุ่นถัดไปให้เต็มทุกบ่อ โดยไม่ต้องตากบ่อให้แห้ง- ลดระยะการฟื้ นฟูบ่อและนํ้า ซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้- ประหยัดต้นทุนการลอกเลนและการใช้ปุ๋ ยได้ประมาณ 7,000-10,000 บาท/ไร่2


7 แนวทางดําเนินการ ประโยชน์ที่ได้รับ- ปริมาณการใช้ปูน พิจารณาจากค่าความเป็ น กรด-ด่างของดิน- ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปูนและสารเคมีที่ไม่จําเป็ นอื่นๆ 2.3 การเตรียมนํ้าในบ่อ- ใช้เครื่องตีนํ้า หรือเครื่องกลอื่นๆ พรวนตะกอนพื้ นบ่อให้ฟุ้ งกระจายผสมนํ้าและสัมผัสกับอากาศ ประมาณ 3-5วัน/ครั้ง อย่างน้อย 5 ครั้ง ขณะเดียวกันต้องควบคุมค่าความเป็ นกรด-ด่างของนํ้าในบ่อให้อยู่ในช่วง 7.7-8.3 จากนั้นรอจนสภาพนํ้ากลับคืนเป็ นปกติใช้ระยะเวลา 3-5 สัปดาห์โดยตรวจสอบจากการไม่พบพรายนํ้าเรืองแสงในความมืด ไม่มีการเจริญเติบโตของสาหร่ายสีนํ้าเงินแกมเขียว สิ่งปนเปื้ อน จุลินทรีย์- เร่งกลไกการย่อยสลายตามธรรมชาติ ทําลายสิ่งปนเปื้ อนและเชื้ อโรค - ลดโอกาสการเกิดโรคและสูญเสียผลผลิตในระหว่างการเลี้ ยง- ในกรณีที่เลี้ ยงมาแล้วหลายรุ่น ไม่จําเป็ นต้องใส่ปุ๋ ยอินทรีย์ เนื่องจากในบ่อมีแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน และอาหารธรรมชาติอื่นๆ เพียงพออยู่แล้ว- ลดการใช้ปุ๋ ย - ลูกกุ้งระยะ 30 วันแรกมีอาหารธรรมชาติเพื่อการเติบโต- ไม่ควรเลี้ยงกุ้งเกิน 60% ของพื้ นที่บ่อเลี้ ยงทั้งหมดในฟาร์ม ควรพักนํ้าเตรียมไว้ประมาณ 40% - มีนํ้าเพื่อเติมจากการระเหยและรั่วซึม รวมทั้งเปลี่ยนถ่ายไว้ใช้ในภาวะวิกฤติ3


8 ภาพประกอบการเตรียมดินการพลิกหน้าดินก้นบ่อการโรยปูนขาว4


9 การเตรียมนํ้าการกรองนํ้าก่อนสูบเข้าบ่อสีนํ้าที่เหมาะสมสําหรับการปล่อยกุ้ง5


102.การคัดเลือกลูกกุ้งคุณลักษณะลูกกุ้งที่ดี ประโยชน์ที่ได้รับ- อายุไม่ตํ่ากว่าระยะโพสลาวาร์ 10 ขึ้ นไป- ลําตัวใส อ้วน-ยาว ขนาดสมํ่าเสมอ- ตับและตับอ่อนสมบูรณ์ มีขนาดใหญ่มีสีนํ้าตาลเข้ม และปริมาณเม็ดไขมันมาก เมื่อนํามาตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์- มีอาหารเต็มลําไส้ และสัดส่วนกล้ามเนื้ อปล้องสุดท้ายต่อลําไส้มากกว่า 4:1- มีรยางค์ครบ ไม่พบปรสิตต่างๆ เกาะตามลําตัว- ว่ายนํ้าปกติ ไม่มีลูกกุ้งตายก้นถัง- ช่วยลดอัตราการตายของกุ้งลดความเสี่ยงของการเกิดโรค 6


11การทดสอบความแข็งแรงของลูกกุ้ง- ลูกกุ้งที่แข็งแรงจะว่ายทวนนํ้า ทดสอบโดยตักลูกกุ้งใส่ภาชนะ แล้วใช้มือวนนํ้า สังเกตว่าลูกกุ้งที่แข็งแรงจะว่ายทวนนํ้าหรือเกาะขอบภาชนะ ส่วนลูกกุ้งที่อ่อนแอจะลอยตามนํ้าหรือกองอยู่ก้นภาชนะ- การเปลี่ยนความเค็มนํ้าอย่างฉับพลัน จากความเค็มที่บรรจุลูกกุ้งมาเป็ นนํ้าจืด 30 นาทีลูกกุ้งต้องไม่ตายเกิน 10% และจากนํ้าจืดกลับมาสู่นํ้าที่มีความเค็มเท่ากับบ่ออนุบาลอีก 30 นาทีซึ่งการปรับตัวครั้งที่ 2 ไม่ควรมีตัวตายเพิ่ม- การใช้ฟอร์มาลีนเข้มข้น 100 มล./ล. แช่ลูกกุ้งนาน 1 ชั่วโมง หากลูกกุ้งยังไม่ตาย แสดงว่าลูกกุ้งแข็งแรงสุขภาพดีเกษตรกรควรปล่อยลูกกุ้งขาวที่ความหนาแน่น ประมาณ 80,000 – 120,000 ตัว/ไร่ ตามความเหมาะสมและความสามารถในการจัดการ ไม่ควรปล่อยกุ้งในอัตราที่หนาแน่นเกินไป เนื่องจากทําให้ควบคุมและจัดการบ่อได้ยากเป็นสาเหตุให้กุ้งเครียด อ่อนแอ และเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย7


12การสังเกตความแข็งแรงของลูกกุ้งด้วยตาเปล่าลักษณะลูกกุ้งที่แข็งแรงลักษณะลูกกุ้งที่อ่อนแอ8


13การสังเกตความแข็งแรงของลูกกุ้งด้วยกล้องจุลทรรศน์ความสมบูรณ์ของตับและตับอ่อน ตับและตับอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ปริมาณเม็ดไขมันในตับและตับอ่อนของลูกกุ้งที่สมบูรณ์ปริมาณเม็ดไขมันในตับและตับอ่อนของลูกกุ้งที่ไม่สมบูรณ์ลูกกุ้งที่ไม่มีปรสิตภายนอกและรยางค์มีความสมบูรณ์ลูกกุ้งที่มีปรสิตภายนอกและมีรยางค์ไม่สมบูรณ์9


14ลูกกุ้งที่มีปรสิตภายนอก10


15ปริมาณไขมันนอยปริมาณไขมันปานกลางปริมาณไขมันมาก11


163.อาหารและการให้อาหาร3.1 อาหารธรรมชาติในช่วงแรกของการปล่อยลูกกุ้งระยะโพสลาวาร์10-12 ลูกกุ้งสามารถกินอาหารธรรมชาติที่มีในบ่อได้ เป็ นระยะเวลา 1-1.5 เดือนการสร้างอาหารธรรมชาติ ประโยชน์ที่ได้รับ- ใ นก ร ณี ที่ บ่ อเ ลี้ ยงข าด อาหารธรรมชาติควรใช้รํา 30 กก. ใส่ถุงแช่นํ้าไว้ 2-3 วัน จากนั้นนํารําไปสาดให้ทั่วบ่อ โดยเปิ ดเครื่องตีนํ้ าให้นํ าไหลเวียน ทําให้เกิดอาหารธรรมชาติจําพวกหนอนแดง และโคพีพอด- ลูกกุ้งโตเร็วในช่วงเดือนแรก และขนาดกุ้งไม่แตกต่างกันมาก ส่งผลให้เลี้ ยงกุ้งต่อไปได้ง่าย- ลดค่าใช้จ่ายในการซื้ ออาหารช่วงต้นของการเลี้ ยง12


17อาหารธรรมชาติสาหร่ายในบ่อเลี้ ยงกุ้งสัตว์หน้าดินในบ่อเลี้ ยงกุ้ง13


183.2 อาหารสําเร็จรูปการให้อาหารสําเร็จรูปที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับขนาดของกุ้ง ทําให้กุ้งมีการเจริญเติบโตดี นอกจากนี้ ต้องพิจารณาเพิ่มเติมในเรื่องอุณหภูมิ ออกซิเจนละลายนํ้า นํ้าหนัก และจํานวนกุ้งในบ่อ เพื่อลดปริมาณอาหารเหลือในบ่อ ซึ่งเป็ นการลดต้นทุนและรักษาสภาพนํ้าและดินไม่ให้เน่าเสียการให้อาหารสําเร็จรูป ประโยชน์ที่ได้รับ- ควรมีการปรับปริมาณการให้อาหาร ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและการกินอาหารของกุ้ง- เพื่อลดการสูญเสียอาหาร และการเน่าเสียของพื้ นบ่อ- กุ้งเป็ นสัตว์นํ้าที่หากินเวลากลางคืน ควรให้อาหาร 30% ตอนเช้า และ 70% ในช่วงบ่ายแก่ ถึงกลางคืน- กุ้งมีโอกาสกินอาหารมากขึ้ น- ใช้ตารางการให้อาหารกุ้งเป็ นแนวทาง14


19อาหารสําเร็จรูป อาหารเม็ดสําเร็จรูป อาหารที่เสื่อมสภาพ15


203.3 การให้อาหารสําเร็จรูปการให้อาหารด้วยการหว่าน ประโยชน์ที่ได้รับ- อาหารจะอยู่ในทางเดินอาหารกุ้ง ประมาณ 4 ชั่วโมง จึงควรให้อาหาร 4-5 มื้ อต่อวัน (06.00, 10.00, 14.00, 18.00 และ 22.00 น.) - หลีกเลี่ยงการสูญเสียและการขาดอาหาร- ใส่อาหารในยอ 1-2% ของปริมาณอาหารต่อวัน ในเวลาเดียวกับที่หว่านอาหารในบ่อ ตรวจปริมาณอาหารที่เหลืออยู่ในยอหลังจากให้อาหาร 1-2 ชม.- เพื่อปรับปริมาณอาหารให้เหมาะสม ลดการเน่าเสียของพื้ นบ่อการให้อาหารด้วยเครื่องอัตโนมัติ ประโยชน์ที่ได้รับ- บ่อต้องมีขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งรัศมีการหว่าน 10 ม. อาหารต้องไม่ตกอยู่ในกองเลนกลางบ่อและขอบบ่อ- เพื่อลดการสูญเสียอาหาร และการเน่าเสียของพื้ นบ่อ- เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ 1 ตัว สามารถรองรับกุ้งได้ 400,000-600,000 ตัว และเริ่มใช้เครื่องให้อาหารเมื่อกุ้งมีอายุ ประมาณ 15-25 วัน - ประหยัดค่าแรงงาน - ก า ร จั ด ก า ร อ า ห า ร มีประสิทธิภาพมากขึ้ น สามารถปรับความถี่ในการให้อาหารได้- ติดตั้งเครื่องให้อาหารบนสะพานที่ยื่นออกไปในบ่อประมาณ 12 ม. หัวหว่านอาหารควรจะต้องอยู่เหนือจากผิวนํ้า 60-80ซม. จะมีรัศมีการหว่าน 10 ม. และไม่ควรอยู่ใกล้เครื่องตีนํ้ามากเกินไป เพราะกระแสนํ้า- เพื่อลดการสูญเสียอาหาร และการเน่าเสียของพื้ นบ่อ16


21จะพัดพาอาหารออกไป กุ้งจับกินอาหารยาก- บ่อเลี้ ยงที่เป็ นบ่อสี่เหลี่ยมยาวมากอาจต้องใช้เครื่องให้อาหาร 2 ตัวอยู่คนละฝั่งเพื่อให้อาหารทั่วถึง- กุ้งมีพื้ นที่ในการกินอาหาร ทําให้มีขนาดใกล้เคียงกัน- การตรวจสอบอาหารในยอ ใช้ยอเพียง 2 ยอ ต่อเครื่องให้อาหาร 1 เครื่อง ยอแรกวางห่างจากเครื่องให้อาหาร 1.5-2.0 ม. ยอที่สอง 6.0-8.0 ม. โดยแขวนยอให้อยู่ในระดับเหนือพื้ นบ่อ 10-15 ซม. เพื่อให้กุ้งกินอาหารที่พื้ นบ่อได้ ระยะเวลาในการเซ็คยอ ทุก 2 ชั่วโมง หรือขึ้ นกับความชํานาญของเกษตรกร- เพื่อปรับปริมาณอาหารให้เหมาะสม ลดการเน่าเสียของพื้ นบ่อนอกจากการจัดการให้อาหารที่ดีแล้วคุณภาพของอาหารก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง ดังนั้น การเลือกซื้ ออาหารควรพิจารณา อาหารสัตว์ที่มีเลขทะเบียน บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ฉีกขาด เม็ดอาหารไม่แตก ไม่ชื้ น ไม่ขึ้ นรา ไม่เหม็นหืนไม่เกาะกันเป็ นก้อน และต้องดูวันหมดอายุของอาหารกุ้งด้วย17


22การให้อาหารการหว่านอาหารการใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ18


23การตรวจสอบการกินอาหารของกุ้ง19


24การเก็บรักษาอาหาร- ควรเป็ นสถานที่ที่เย็น แห้ง อาหารไม่โดนแสงแดดโดยตรง ไม่วางอาหารสัมผัสพื้ นโดยตรง และมีการระบายอากาศอย่างเพียงพอ- จัดเก็บถุงอาหารให้เป็ นระเบียบเรียบร้อย และติดป้ ายข้อมูลให้ชัดเจน ตามวันที่ผลิตและขนาดของอาหาร เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่มาก่อนจะถูกใช้ก่อน จัดวางเป็ นหมวดหมู่ตามประเภทและขนาดบรรจุของอาหาร โดยทั่วไปต้องไม่เก็บอาหารนานกว่า 3 เดือนนับจากวันผลิต - จัดสรรพื้ นที่ที่เหมาะสมสําหรับเป็ นสถานที่เก็บรักษาอาหาร โดยสามารถป้ องกันแมลง หนู นกได้ มีความสะอาด ผนังกําแพงและพื้ นห้องต้องดูแลให้มีความสะอาดการวางกระสอบอาหาร20


254.การใช้พลังงานในการให้อากาศออกซิเจนมีความจําเป็ นในการหายใจของกุ้งเพื่อใช้ในการเผาผลาญอาหารให้พลังงานและสร้างการเจริญเติบโตของกุ้ง โดยปริมาณออกซิเจนที่ตํ่ากว่า 4 มก./ล. มีผลกระทบต่อการกินอาหารทําให้กุ้งโตช้า ดังนั้น การให้อากาศในช่วงเวลาที่เหมาะสม การเลือกขนาดและจํานวนเครื่องตีนํ้าที่เหมาะสมกับขนาดบ่อและความหนาแน่นของกุ้ง ก็จะทําให้มีออกซิเจนละลายในนํ้ามากเพียงพอ แนวทางการลดการใช้พลังงาน ประโยชน์ที่ได้รับ1. เปิดและปิ ดเครื่องตีนํ้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม - ใช้ข้อมูลการตรวจวัดออกซิเจนละลายในนํ้า (DO) เป็ นตัวควบคุมการปิ ด-เปิ ดเครื่อง - ในช่วงกลางวัน ควรเปิ ดเครื่องตีนํ้าช้าๆ หรืออาจปิ ดเครื่องได้เมื่อ DO สูงจนถึงจุดอิ่มตัว 100% - ปิ ดเครื่องตีนํ้าในช่วงกลางวันที่มีฟ้ าแจ่มใส ทั้งนี้ ควรพิจารณาความเข้มสีนํ้าและขนาดตัวกุ้งประกอบด้วย- ลดการสิ้ นเปลืองพลังงานมากเกินความจําเป็ น การปิ ดเครื่องตีนํ้าลงอีก 1 – 2 ชุด เป็ นเวลา 8 ชั่วโมงจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มาก- เครื่องยนต์/มอเตอร์ ขนาด 2แรงม้า หยุดการใช้งาน 1 ชั่วโมงสามารถประหยัดไฟฟ้ าได้ประมาณ 1.5 กิโลวัตต์/ชั่วโมง2. ขนาดเครื่องยนต์ของเครื่องตีนํ้ าที่เหมาะสมควรมีขนาด 4 แรงม้า/ไร่ ในบ่อที่มีนํ้าลึกไม่เกิน 1.4 ม. หรือมีขนาดเครื่องยนต์5-6 แรงม้า/ไร่ ในบ่อที่มีนํ้าลึกมากกว่า 1.4 ม.- ลดการใช้พลังงานเกินความจําเป็ น21


26แนวทางการลดการใช้พลังงาน ประโยชน์ที่ได้รับ3. บํารุงรักษาเครื่องตีนํ้าและระบบส่งกําลังให้-อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ- ลดการสูญเสียพลังงานตามจุดที่เป็ นข้อต่อต่างๆ4. ใช้ใบพัดที่มีความกว้างมากกว่าจะให้ประสิทธิภาพในการเติมออกซิเจน ได้ดีกว่าใบพัดแบบแคบ- เพิ่มปริมาณออกซิเจนในบ่อเลี้ ยงได้เต็มประสิทธิภาพ5. การติดตั้งเครื่องให้ใบพัดจมลงในนํ้าให้มากพอที่จะตีนํ้าขึ้ นได้ โดยความลึกของใบพัดจากผิวนํ้า 5 ซม.จะให้ผลดีที่สุด 6. ใช้แขนตีนํ้าแบบแขนเดี่ยว หลีกเลี่ยงการต่อเพลาแบบขนาน และแบบตั้งฉาก- ลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้ า เนื่องจากการติดตั้งแบบแขนเดี่ยวใช้พลังงานตํ่ากว่า7. ปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องตีนํ้าที่สามารถใช้พลังงานทางเลือกที่มีราคาตํ่ากว่า เช่น ไบโอดีเซล ก๊าซธรรมชาติ- จ่ายค่าพลังงานในราคาที่ตํ่าลง22


27ใบพัดมีความกว้างเพื่อให้เติมอากาศได้ดีตั้งความเร็วรอบและการกินนํ้าลึกของใบพัดให้เหมาะสม23


285 การจัดการสิ่งแวดล้อมในบ่อเลี้ยงกุ้งการจัดการสภาวะแวดล้อมในบ่อระหว่างการเลี้ ยงให้เหมาะสมจะทําให้กุ้งเจริญเติบโตดี มีแพลงก์ตอนพืชกลุ่มที่เป็ นประโยชน์ เกษตรกรควรมีการตรวจวัดคุณภาพนํ้าอย่างสมํ่าเสมอ เมื่อพบว่าคุณภาพนํ้าไม่เหมาะสมต้องรีบจัดการแก้ไข โดยคุณภาพนํ้าที่เหมาะสมต่อการเลี้ ยงกุ้งขาวมีดังนี้คุณภาพนํ้า ค่าที่เหมาะสม หน่วยอุณหภูมินํ้า 28-32 องศาเซลเซียสออกซิเจนละลายนํ้า มากกว่า 4 มก./ล.ความเป็ นกรด-ด่าง 7.7-8.3ความเค็ม 20-25 ส่วนในพันส่วนค่าความเป็ นด่าง มากกว่า 120 มก./ล.ความโปร่งแสงของนํ้า 35-45 ซม.แอมโมเนียรวม น้อยกว่า 1 มก./ล.ไนไตรท์ น้อยกว่า 0.1 มก./ล.การเฝ้ าระวังคุณภาพนํ้าในบ่อเลี้ ยง ควรมีการตรวจวัดคุณภาพนํ้าเป็ นประจําใน ช่วงเวลาและความถี่ที่เหมาะสม ดังนี้1. วัดค่าความเป็ นกรด–ด่าง อุณหภูมินํ้า ออกซิเจนละลายในนํ้าทุกวันเวลาเช้าและบ่าย (06.00 น. และ 15.00 น.)2. วัดค่าแอมโมเนียและไนไตรท์ทุกๆ 2–3 วัน/ครั้ง3. วัดค่าความเค็ม ความเป็ นด่าง เกลือแร่ และปริมาณแบคทีเรีย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง24


29การตรวจสอบคุณภาพนํ้าระหว่างการเลี้ยงการตรวจวัดคุณภาพนํ้าอย่างสมํ่าเสมอ25


30นํ้ามีแพลงก์ตอนมากความโปร่งแสงของนํ้าตํ่ากว่า 20 ซมนํ้าในบ่อเป็ นฟองจากการตายของแพลงก์ตอนพืช26


316.การป้ องกันรักษาโรคกุ้งขาวเกษตรกรต้องการเฝ้ าสังเกตกุ้งที่อ่อนแอในบ่อและพฤติกรรมของกุ้งในบ่ออย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เช่น ดูการว่ายนํ้า การกินอาหาร ความใสของกล้ามเนื้ อและกุ้งที่มีอาการผิดสังเกตในยอ โดยหากสงสัยว่ากุ้งในบ่อจะป่ วยเป็ นโรค ควรส่งกุ้งและนํ้าในบ่อไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรคและแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่ถูกต้องเป็ นการเพิ่มต้นทุนการผลิตกุ้ง เช่น 1.ใช้ยาโดยยังมิได้วินิจฉัยสาเหตุของโรค2.ใช้ยาในการรักษาโรคไวรัส3.การเลือกใช้ยาไม่เหมาะสมกับเชื้ อที่ก่อให้เกิดโรค4.ใช้ยาไม่ถูกวิธี5.ใช้ยาไม่ครบตามปริมาณ หรือกําหนดระยะเวลาในการรักษา27


32ภาคผนวกตารางภาคผนวก 1 การใช้สารเคมีในการเตรียมดินและนํ้าสารเคมีที่ใช้ วัตถุประสงค์ อัตราการใช้ ระยะเวลา ข้อควรระวังปูนมาร์ล ปรับปรุงคุณภาพดินก้นบ่อลดความเป็ นกรด เพิ่มความกระด้างของนํ้า-100–200กก./ไร่ ในกรณีที่ดินเป็ นกรดจัดอาจใช้สูงถึง 1,000 กก./ไร่ใช้ปูนตามค่าวิเคราะห์ความเป็ นกรด-ด่างของดินกากชา กําจัดหอยเจ ดี ย์แ ล ะ กํ า จั ด ศั ต รูจําพวกปลา40 กก./ไร่ แช่ทิ้ งไว้ 5 - 7 วันคลอรีน - ฆ่าเชื้ อแบคทีเรียและพาหะต่างๆในนํ้า 10-30 มก./ล. คลอรีนเป็ นสารเคมีที่มีความเป็ นพิษต่อสัตว์นํ้าสูง ดังนั้นก่อนนํานํ้าไปใช้ ต้องทิ้ งไว้ให้คลอรีนสลายตัวก่อนโพวิโดน ไอโอดีนฆ่าเชื้ อแบคทีเรีย อัตราการใช้ขึ้ นอยู่กับความเข้มข้นของตัวยาเกษตรกรควรอ่านฉลากซึ่งบอกวิธีการใช้ยาข้างภาชนะบรรจุด่างทับทิม - ลดปริมาณแพลงค์ตอนและสารอินทรีย์ในนํ้า-ขึ้ นอยู่กับความเข้มของสีนํ้า ถ้าเข้มมากต้องใช้ในปริมาณที่สูง- การลดปริมาณแพลงค์ตอน มีผลทําให้ออกซิเจนใน28


33ที่มา: ชลอ (2547) ที่มา: ชลอ (2547)สารเคมีที่ใช้ วัตถุประสงค์ อัตราการใช้ ระยะเวลา ข้อควรระวังนํ้าลดลงด้วย- ลดความเป็ นพิษของแก๊สไข่เน่าและโล่ติ๊น- ไม่ควรใช้ร่วมกับฟอร์มาลินไตรคลอร์ฟอน - ใช้ในการกําจัดศัตรูของสัตว์นํ้ าได้แก่ แมลง กุ้ง ปู- 0.5-1.0 มก./ล.- ใส่นํ้าทิ้ งไว้ 7-14 วันก่อนปล่อยสัตว์นํ้าลงเลี้ ยง- ไตรคลอร์ฟอนเป็ นยาฆ่าแมลง ดังนั้นการใช้ควรกระทําด้วยความระมัดระวังตารางภาคผนวก 2 การให้อาหารตาราง เปอร์เซ็นการให้อาหารต่อนํ้าหนักตัวและปริมาณอาหารในยอเบอร์อาหาร นํ้าหนักกุ้งเฉลี่ยกรัม%อาหาร / นํ้าหนักตัว% อาหารในยอเวลาเช็คยอ(ชั ่วโมง)3 2 6.0 2.0 3.04 5 5 2.4 2.54 10 4 2.8 24 15 3 3.2 25 20 2.2 3.2 25 25 2.5 3.8 1.55 30 2.1 4 1.55 35 2 4.2 129


34ตารางภาคผนวก 3 คุณค่าทางโภชนาการและขนาดของอาหารในการขอขึ้นทะเบียนอาหารกุ้งทะเล (ได้แก่ กุ้งกุลาดํา กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย)ใช้สําหรับ ลักษณะขนาดของอาหารโปรตีนไม่ตํ่ากว่าไขมัน ไม่ตํ่ากว่ากากไม่มากกว่าความชื้นไม่มากกว่า1.ลูกกุ้งระยะซูเอี้ ยถึงไมซิสผง/แผ่น ขนาดไม่เกิน 100 ไมครอน40 6 3 102.ลูกกุ้งระยะไมซิส ผง/แผ่น ขนาด 100-250 ไมครอน40 6 3 103.ลูกกุ้งระยะพี1-พี5ผง/แผ่น ขนาด 250-500 ไมครอน40 6 3 104.ลูกกุ้งระยะพี 5-พี15แผ่น/ ไม่จํากัดขนาด 40 6 3 10เกล็ดจม ขนาดตั้งแต่ผ่านตะแกรงเบอร์ 25 ถึงไม่ผ่านตะแกรงเบอร์ 35 (0.5-0.71 มม.5.ลูกกุ้งวัยอ่อนระยะที่ 1 (1.2-2.5 ซม.)เกล็ดจม ขนาดตั้งแต่ผ่านตะแกรงเบอร์ 25 ถึงไม่ผ่านตะแกรงเบอร์ 35 (0.5-0.71 มม.38 5 3 116.ลูกกุ้งวัยอ่อนระยะที่ 2 (2.5-3.5 ซม.)เกล็ดจม ขนาดตั้งแต่ผ่านตะแกรงเบอร์ 12 ถึงไม่ผ่านตะแกรงเบอร์ 25 (0.71-1.68 มม.38 5 3 1130


35ใช้สําหรับ ลักษณะขนาดของอาหารโปรตีนไม่ตํ่ากว่าไขมัน ไม่ตํ่ากว่ากากไม่มากกว่าความชื้นไม่มากกว่า7.กุ้งเล็ก (1-3 กรัม)เกล็ดจม ขนาดตั้งแต่ผ่านตะแกรงเบอร์ 8 ถึงไม่ผ่านตะแกรงเบอร์ 12 (1.68-2.38 มม.38 5 3 118.กุ้งรุ่น (3-12 กรัม)เม็ดจม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2.3 มม.36 4 4 129.กุ้งกลาง(12-30 กรัม)เม็ดจม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.8-2.4 มม.35 4 4 1210.กุ้งใหญ่(30 กรัม ขึ้ นไป)เม็ดจม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2-2.6 มม.35 3 4 1211.อาหารสมทบเม็ดจม ไม่จํากัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง32 3 4 1231


36เอกสารอ้างอิงอนันต์ ตันสุตะพานิชย์ (ติดต่อส่วนบุคคล)ชลอ ลิ้ มสุวรรณ และคณะ 2554ชลอ ลิ้ มสุวรรณ และพรเลิศ จันทร์รัชชกูล. 2547. อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ ยงกุ้งในประเทศไทย. สํานักพิมพ์เมจิค พับบลิเคชั่น จํากัด, กรุงเทพฯ. 66 หน้า.ชลอ ลิ้ มสุวรรณ และคณะ. 2554. การใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติในการเลี้ ยงกุ้งทะเล. คณะประมง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ฉบับโรเนียว)สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ ยงกุ้งทะเลสํานักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกรมประมงโทรศัพท์ 0 2561 4678โทรสาร 0 2579 0786


37


38


Click to View FlipBook Version