เลี้ยงกุทะเลคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการใหมีตนทุนต่ำกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าชายฝง กรมประมง2566
จัดพิมพโดย กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ 50 เกษตรกลาง ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900โทรศัพท 02 562 0588 โทรสาร 02 561 0786 E-mail: [email protected] Website: www4.fi sheries.go.th/coastalaquaculture/ออกแบบ/พิมพที่หจก.วนิดาการพิมพ (สาขาที่ 1) 134/73 หมู 4 ตําบลตลาดขวัญ อําเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท 08 1783 8569ISBN 978-616-358-650-6ภาพปก : © นายศรายุธ นิลเลี่ยมเลี้ยงกุทะเลคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการใหมีตนทุนต่ำ
พลังงาน นับเปนปจจัยหนึ่งที่ผูเลี้ยงกุงตองใหความสําคัญ เนื่องจากการเลี้ยงกุงทะเลแบบพัฒนาทม่ีการปล ีอยก งในความหนาแน ุนสงตูองมการจีดการนัาํ้และสภาพแวดลอมในบอมีออกซิเจนเพียงพอและรักษาสภาพแวดลอมในบอเลี้ยงสัตวน้ําใหเหมาะสมตอการดํารงชีวิตของสัตวน้ํา พลังงานจึงถูกนํามาใชตลอดระยะเวลาการเลี้ยง โดยเกษตรกรตองมีการจัดการรูปแบบวิธีการใชพลังงาน แหลงพลังงาน และระยะเวลาการใชพลังงาน เพื่อใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุดมาตรการคว่ําบาตรทางเศรษฐกิจตอรัสเซียโดยชาติตะวันตกจากกรณีของสงครามระหวางรัสเซียและยูเครนในป 2565 และความกังวลตอปริมาณน้ํามันโลกที่ซื้อขายไดภายใตมาตรการนี้อาจมีไมเพยงพอตีอความต องการของตลาดโลก กอให เก ดเป ินวิกฤตการณที่ทําใหราคาพลังงานในประเทศไทยและทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น สงผลตอเนื่องมายังการเพิ่มขึ้นของตนทุนพลังงานที่ใชในการเลี้ยงสัตวน้ํา เกษตรกรจึงควรมีการเรียนรูและปรับเปลี่ยนรูปแบบการใชพลังงานในการเลี้ยงกุงทะเลใหมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสรางโอกาสในการลดการใช พลงงานทัผลี่ตมาจากิแหลงพล งงานฟอสซ ัลทิ ปลี่อยกาซคาร บอนไดออกไซด และถูกมองวาเปนตัวเรงสภาวะโลกรอนและการเปลยนแปลงภ ี่มูอากาศิซงเปึ่นปญหาสาคํญระดั บโลก ัที่ตองตระหนักและเรงสรางความรวมมือแกไขเพื่อลดผลกระทบตอเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอมของทุกประเทศที่อยูรวมกันบนโลกใบนี้คำนำกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําชายฝงกรมประมง2566“คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา” จัดทําขึ้นภายใตโครงการ TCP/RAP/3808 “Support to upscaling and adoption of innovations and good practices for sustainable intensification and expansion of aquaculture in Asia” ซงเปึ่นการทางานรํวมกนระหวัางองคการอาหารและเกษตรแหงสหประชาชาติ (FAO) และกรมประมง เพื่อใหเกษตรกรผูเลี้ยงกุงทะเลและผูปฏิบัติงานสงเสริมการใชนวัตกรรมของหนวยงานท่ีเกี่ยวของ สามารถนําไปใชเปนแนวทางในการทาความเขํ าใจและพ จารณาการลงทินและสุงเสรมการิยกระดับการใชนวัตกรรมในการแกไขปญหาการใชพลังงานในการเลี้ยงกุงทะเลไดอยางมีประสิทธิภาพสามารถลดตนทุน ชวยลดผลกระทบตอสิ่งแวดลอมที่เกี่ยวของกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกไดอยางยั่งยืน และเปนการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําของประเทศไทยตามแนวทาง Blue transformation ขององคการอาหารและเกษตรแหงสหประชาชาติและการพัฒนาตามแนวนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณที่มุงพัฒนาภาคเกษตรภายใตโมเดลเศรษฐกิจBCG (BCG Economy Model) ซงประกอบด่ึวย 3 ระบบเศรษฐกิจรวมกัน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Biological economy) เศรษฐกจหมินเวุยนี (Circular economy) และเศรษฐกจสิเขียวี (Green economy) ใหม ประส ีทธิภาพสิงูดวยเทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานภูมิปญญาทองถิ่นมุงยกระดับผลผลิตของเกษตรกรสูมาตรฐานสูงดวยระบบการผลิตที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งดานคุณภาพความปลอดภัย โภชนาการ สังคม และสิ่งแวดลอมคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา i
คํานํา iสารบัญ iiสารบัญตาราง ivสารบัญภาพ iv1. ประสิทธิภาพการใชพลังงานและตนทุนในการเลี้ยงกุงทะเล 12. การเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานในการเลี้ยงกุงทะเล 3 2.1 รูปแบบนวัตกรรมที่นํามาใชเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานในการเพาะเลี้ยงกุงทะเล 3 1) โซลารเซลลขนาดเล็กสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเล 3 การออกแบบ 3 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม 4 ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรม 5 2) โซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเล 6 การออกแบบ 6 ผลการทดสอบเชงประจ ิ ักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม 8 ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรม 9 3) ระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรงสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเล 10 การออกแบบ 10 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม 10 ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรม 11 4) ระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเล 12 การออกแบบ 12 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม 13 ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรม 14สารบัญii คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
สารบัญ (ตอ) 5) ระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเล 15 การออกแบบ 15 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม 16 ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรม 172.2 ผลกระทบจากการใชนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานในการเพาะเลี้ยงกุงทะเล 183. การบริหารจัดการคาใชจายพลังงานไฟฟาในการเลี้ยงกุงทะเล 19 3.1 แนวทางการปฏิบัติโดยทั่วไปของผูใชไฟฟา 19 3.2 มิเตอร TOU และการดําเนินการขอใชไฟฟา 19 3.3 วิธีขอใชไฟฟาและการเปลี่ยนมิเตอรไฟฟาเปน TOU 20 3.4 หนังสือแจงคาไฟฟาและรายการใชไฟฟ า 20 3.5 วิธีการคํานวณคาไฟฟาในแตละเดือน 22 3.6 การบริหารจัดการใชไฟฟาเพื่อลดคาใชจายดานพลังงานในการเลี้ยงกุงทะเล 24 1) การจัดการความตองการกําลังไฟฟาสูงสุด (kW) 24 2) การลดพลังงานไฟฟาที่ใช (kWh) 24 3) การควบคุมคาเพาเวอรแฟคเตอร (Power factor) 25 4) คาบริการ (Service charge) 25 5) คาอัตราไฟฟาผันแปร (Ft) 25 6) คาภาษีมูลคาเพิ่ม (VAT) 264. ขอกําหนดทั่วไปและมาตรฐานอุปกรณเพื่อการติดตั้งโซลารเซลลและใชงานไดอยางปลอดภัย 27 4.1 ขอกําหนดทั่วไปและมาตรฐานอุปกรณเพื่อการติดตั้งโซลารเซลล 27 4.2 แนวทางการปฏิบัติทั่วไปเพื่อความปลอดภัยในระหวางการใชงานโซลารเซลล 28เอกสารอางอิง 29คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา iii
ภาพที่ 1 โซลารเซลลขนาดเล็กสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเล 4ภาพที่ 2 โซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช 6ภาพที่ 3 ระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรงสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเล 10ภาพที่ 4 ระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเล 12ภาพที่ 5 ระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเล 15ภาพที่ 6 ตัวอยางหนังสือแจงคาไฟฟาและรายการที่นํามาคิดเปนคาไฟฟาที่ตองชําระในแตละเดือน 21สารบัญภาพตารางที่ 1 ตนทุนการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไม ป 2561 จากผลการศึกษาของกลุมเศรษฐกิจการประมง 1กรมประมง (n = 3)ตารางที่ 2 ตนทุนผันแปรการเลี้ยงกุงและตนทุนการใชพลังงานในการเลี้ยงกุงของเกษตรกร 2ที่มีแนวทางการปฏิบัติแตกตางกัน การจัดการแตกตางกันตารางที่ 3 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชโซลารเซลลขนาดเล็ก 5สําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร จํานวน 1 รายตารางที่ 4 จํานวนแผงโซลารเซลลกําลังไฟฟา ปริมาณไฟฟาที่ผลิตไดและมูลคากระแสไฟฟา 7 (ประมาณการ) ของโซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลขนาดตาง ๆ กันตารางที่ 5 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชโซลารเซลลขนาดใหญ 8สําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช จํานวน 1 รายตารางที่ 6 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรง 11สําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดตรัง จํานวน 1 รายตารางที่ 7 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะ 13ในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดตรัง จํานวน 1 รายตารางที่ 8 ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุม 16เครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดสุราษฎรธานีจํานวน 1 รายตารางที่ 9 สรุปแนวทางการบริหารจัดการลดคาใชจายที่แสดงบิลรายการคาไฟฟา 26สารบัญตารางiv คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
จากการศึกษาของกลุมเศรษฐกิจการประมง กองนโยบายและยุทธศาสตรพัฒนาการประมง (2563) เกยวกี่บตันทนการเลุยงกี้ งขาวแวนนาไมุ ป 2561 พบวาการเลยงกี้ งขาวแวนนาไมของเกษตรกรในบุอเลยงี้ที่มีพื้นที่เฉลี่ย 4.73 ไร ปลอยกุง 89.2 ตัว/ตร.ม. ระยะเวลาเลี้ยง 91 วัน เลี้ยงไดกุงขนาด 71 ตัว/กก. และมีผลผลิต 1,633 กก./ไรเกษตรกรมีตนทุนรวม 125.74 บาท/กก. โดยเปนตนทุนพลังงาน (น้ํามันและไฟฟา) 23.11 บาท/กก. (ตารางที่ 1)รายการตนทุนการเลี้ยงกุง(บาท/กก.) รอยละตนทุนคงที่ (คาใชที่ดิน คาเสื่อม คาเสียโอกาส) 8.51 6.77ตนทุนผันแปร 117.22 93.23- คาพันธุกุง 12.60 10.02- คาอาหารกุง 59.33 47.19- คาวัสดุปูน จุลินทรียและเคมีภัณฑ 15.89 12.64- คาพลังงาน (น้ํามันและไฟฟา) 23.11 18.38- คาจางแรงงาน (ในการเลี้ยงและจับกุง) 5.40 4.29- คาแรงงานครัวเรือน 0.90 0.72รวม 125.74 100.00ตารางที่ 1ตนทุนการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไม ป 2561 จากผลการศึกษาของกลุมเศรษฐกิจการประมง กรมประมง (n = 3)ที่มา : กลุมเศรษฐกิจการประมง 2563. ตนทุนและผลตอบแทนการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไม ป 2561. กองนโยบายและยุทธศาสตรพัฒนาการประมง. กรมประมง. https://www.fi sheries.go.th/strategy/fi sheconomic/costs/ตนทุนกุงแวนนาไม%20%2061.pdfเลี้ยงกุทะเลคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการใหมีตนทุนต่ำ1. ประสิทธิภาพการใชพลังงานและตนทุนในการเลี้ยงกุงทะเลคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 1
ดงนันั้แนวทางการเพมประส ิ่ทธิ ภาพการใช ิพลงงานและแกั ปญหาตนทนการผลุตเนิองจากการจื่ดการเลัยงี้ไมม ประส ีทธิภาพิเกษตรกรจงตึ องให ความสาคํญตั อการปร บเปล ัยนและยกระดี่บการนัานวํ ตกรรมและเทคโนโลย ั ีที่ทันสมัยและเหมาะสมมาใชใหมากขึ้น ดังนี้การเพมประส ิ่ทธิ ภาพการใช ิพล งงานในการเล ัยงกี้งทะเลุการนานวํ ตกรรมและเทคโนโลย ัดีานพลงงานัทางเลือกและระบบควบคุมอัตโนมัติมาใชในการเลี้ยงกุง เพื่อใหสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานลดการใชพล งงานฟอสซ ัลิและยกระดบการเพาะเลัยงกี้งทะเลใหุมความยีงยั่นเป ืนมตรติอสงแวดลิ่อมตามแนวทางการพัฒนาดาน “เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งเปน 1 ใน 3 ของหลักการพัฒนาตามนโยบายเศรษฐกิจ BCGการบริหารจัดการคาใชจายพลังงานไฟฟาในการเลี้ยงกุงทะเล โดยการบริหารจัดการคาใชจายในสวนตาง ๆ ของคาใชจายที่เปนคาไฟฟาใหลดลงอยางมีประสิทธิภาพ เพื่อลดตนทุนการใชพลังงานในการเลี้ยงกุง สามารถใชอุปกรณไฟฟาและนวัตกรรมดานพลังงานในฟารมเลี้ยงกุงทะเลไดอยางปลอดภัย และถูกตองตามระเบียบของการจัดเก็บคาใชจายของหนวยงานที่บริการไฟฟาที่กําหนดขึ้นตารางที่ 2ตนทนผุนแปรการเล ัยงก้ีงและตุนท นการใชุพล งงานในการเล ัยงก้ีงของเกษตรกรทุม่ีแนวทางการปฏ ีบิตัแตกติางกนัการจัดการแตกตางกันรายการตนทุนผันแปรในการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไม (บาท/กก.) ที่ระดับกําลังการผลิตตางกันสูง (28 บอ) 1,730±437 กก./ไรปานกลาง (53 บอ) 1,030±149 กก./ไรต่ํา (68 บอ) 452±175 กก./ไรต่ํามาก (29 บอ)105±36 กก./ไรลูกกุง 8.9 13.4 34.9 117.7พลังงาน 18.3 20.6 24.0 95.8อาหาร 61.5 57.9 73.1 125.8สารเคมี 7.6 7.3 9.4 37.6โปรไบโอติก 3.5 4.1 6.6 14.3อื่น ๆ 14.6 17.0 19.7 83.6รวม 114.3 120.3 167.6 474.9ที่มา : พุทธ สองแสงจินดา. 2563. การเพิ่มผลิตภาพและลดตนทุนการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไมของประเทศไทย: กรณีศึกษาเกษตรกรรายยอยที่มีพื้นที่ฟารมนอยกวา 20 ไรรายงานการศึกษาสวนบุคคล, หลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ (นบส.กษ.) รุนที่ 3, สถาบันเกษตราธิการ.สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ. 77 หนา.การจดการเลัยงก้ีงทุแตกต่ีางกนอาจสังผลกระทบต อประส ทธิภาพการเลิยงและการจ้ีดการตันทนการเลุยงก้ีงุรวมถึงตนทุนการใชพลังงาน จากตารางที่ 2 เกษตรกรที่เลี้ยงกุงแลวไดกําลังการผลิต (ผลผลิต/ไร) ในระดับตางกัน4 ระดบั ในป 2561 เนองจากการจ่ืดการเลัยงผ้ีดพลาดิกงโตช ุา เปนโรคระหว างเลยง้ีหรอมือีตรารอดตัาํ่สงผลกระทบตอการเพมข่ินของต้ึนทนผุนแปรของการเล ัยงและต้ีนทนพลุงงานั โดยบอทม่ีกีาลํงการผลัตสิงู 1,730±437 กก./ไรปานกลาง 1,030±149 กก./ไรต่ํา 452±175 กก./ไรและต่ํามาก 105±36 กก./ไรมีตนทุนการเลี้ยง 114.3, 120.3, 167.6 และ 474.9 บาท/กก. ตามลําดับ และมีตนทุนการใชพลังงาน 18.3, 20.6, 24.0 และ 95.8 บาท/กก. ตามลําดับ กลุมที่มีกําลังการผลิตสูงและปานกลางเฉลี่ย 1,730±437 – 1,030±149 กก./ไรสามารถเลี้ยงกุงและลดตนทุนพลังงานที่ใชในการเลี้ยงกุงไดโดยมีตนทุนการใชพลังงานต่ําลง 13.2 – 22.1% (พุทธ, 2563)2 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานในการเลี้ยงกุงทะเลปจจุบันนวัตกรรมใหมๆ และเทคโนโลยีถูกนํามาใชเพื่อยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําและการทําการเกษตรอื่น ๆ สําหรับเพาะเลี้ยงสัตวน้ําการใชพลังงานทางเลือกและการควบคุมการทํางานของอุปกรณที่ใชพลังงาน สามารถนําไปสูการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพ (ปริมาณพลังงานไฟฟาที่ใชในการผลิตกุง1 กโลกร ิมลดลงั ) ลดปรมาณการใช ิพล งงานไฟฟ ัาทผลี่ตจากแหลิงพล งงานฟอสซ ัลิ ลดปรมาณการปลดปล ิอยกาซคารบอนไดออกไซดและทําใหการเพาะเลี้ยงสัตวน้ํามีความยั่งยืน โดยรูปแบบของนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการนําไปใชงานเบื้องตนมีรายละเอียด ดังนี้2.1 รปแบบนวูตกรรมทัน่ีามาใช ํเพ มประส ่ิทธิ ภาพการใช ิพล งงานในการเพาะเล ัยงก้ีงทะเลุ1) โซลารเซลลขนาดเล็กสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลการออกแบบเพอใช่ืกบอั ปกรณุเครองเต่ืมอากาศจิานวนํ 1 ชดุไมว าจะเป นเครองเต่ืมอากาศผิวนิาแบบกํ้งหันพัดนัาแขนยาวํ้หรือเครื่องเติมอากาศแบบ Super charge (ระบบอัดอากาศแบบ Diff user) ผลิตไฟฟากระแสตรงจากแสงอาทิตยในชวงเวลากลางวัน และนําไปใชรวมกับไฟฟาจากสายสงของการไฟฟาที่ถูกแปลงจากไฟฟากระแสสลับใหเปนกระแสตรง ในกรณีที่แสงแดดไมเพียงพอในเวลากลางวันหรือในเวลากลางคืน (ภาพที่ 1)ใชโซลารเซลลแบบโมโนคริสตัลไลน (Monocrystalline Silicon Solar Cell) มีประสิทธิภาพตอพื้นที่สูงสุดและมีอายุการใชงานเฉลี่ยแลวประมาณ 25 ปขนาด 450 watt หรือ 550 watt จํานวน 2 แผง ผลิตไฟฟากระแสตรงจากแสงอาทิตยและจายใหกับมอเตอรเกียรกระแสตรงชนิดไรแปรงถาน (DC Brushless) เพื่อหมุนกังหันพัดน้ําของเครื่องเติมอากาศที่ใชอยูในปจจุบันใชกลอง Hybrid ที่เชื่อมไฟฟากระแสตรงจากโซลารเซลลและไฟฟาที่สงมาจากสายสง (แปลงจากไฟฟากระแสสลบให ั เปนกระแสตรง ) จดการพลังงานและจัดลัาดํ บการใช ั ไฟฟ า โดยเงอนไขการท ื่างานของกลํอง Hybrid ในการตรวจวัดปริมาณพลังงานที่ผลิตจากโซลารเซลลมีดังนี้ในกรณีที่มีแสงแดดเพียงพอ กลอง Hybrid จัดลําดับการใชพลังงานจากโซลารเซลลเปนหลัก แตกรณีที่ปริมาณไฟฟาไมเพียงพอกับการทํางานของมอเตอรเนื่องจากปริมาณแสงแดดนอย กลอง Hybrid จะจายไฟฟาจากสายสงการไฟฟาที่แปลงเปนกระแสตรงแลวมาชดเชย เพื่อใหมอเตอรเกียรมีพลังงานเพียงพอกับการทํางานตลอดเวลาในชวงกลางวันที่มีแสงแดดนอย และในเวลากลางคืน กลอง Hybrid ทําหนาที่จายไฟฟาจากสายสงการจัดการเลี้ยงกุงทะเลอยางมีประสิทธิภาพเพื่อลดตนทุนการผลิต เพื่อใหไดผลผลิตดีสม่ําเสมอลดความเสยหายทีเก่ีดจากการจิดการเลัยงท้ีผ่ีดพลาดในแต ิละรอบและรกษากัาลํงการผลั ตให ิอย ในระด ูบทัเหมาะสม่ีกับการลงทุนจนกระทั่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไดตามแผนการเลี้ยงที่ไดกําหนดไวเพื่อบรรลุวัตถุประสงคในการลดตนทุนการผลิตกุงทะเลในภาพรวมคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 3
โซลารเซลลขนาดเล็กสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเล© นายศรายุธ นิลเลี่ยมภาพที่1ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม (ตารางที่ 3)ขอมูลเชิงประจักษการใชนวัตกรรมของเกษตรกร 1 ราย ในจังหวัดสมุทรสาครขอมลการเลูยงก้ีงทะเลุผลจากการใชนวตกรรมนัจ้ีานวนํ 2 ชดุในบอขนาด 1 ไรเกษตรกรสามารถเลยงก้ีงุไดผลผลิตเพิ่มขึ้น 14.4% ในขณะที่ความหนาแนนในการปลอยกุงลดลง ซึ่งเหตุผลมาจากระยะเวลาเลี้ยงอัตรารอดและขนาดกุงที่เลี้ยงเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพการจัดการเลี้ยงกุงหลังจากการใชนวัตกรรม โดยสามารถทําใหตนทุนการเลี้ยงกุงและตนทุนพลังงานลดลงเหลือ 95.1 และ 12.1 บาท/กก. ตามลําดับประสทธิ ภาพการใช ิพลงงานัพบวาเกษตรกรสามารถลดการใช พล งงานไฟฟ ัา 5,151 หนวยไฟฟ า (kWh)/บอและลดการปลดปลอยคารบอนไดออกไซด 3,139 กก. คารบอนไดออกไซดเทียบเทา (kCO2e)/บอ และมีประสิทธิภาพการใชพลังงานเพิ่มขึ้น 30%การไฟฟาเขามาใหอุปกรณจนกระทั่งถึงวันใหมที่เริ่มมีแสงแดดในปริมาณเพียงพอ นอกจากนี้กลอง Hybrid มีจอแสดงผลที่สามารถบอกปริมาณไฟฟาจากสายสงของการไฟฟาที่ถูกจายเขามาในอุปกรณตลอดเวลามอเตอรเกียรกระแสตรง เปนมอเตอรขนาด 1,200 watt (ประมาณ 2 แรงมา) หรือ 1,800 watt (ประมาณ3 แรงมา) มีความทนทานตอการใชงานหนักตอเนื่องและสามารถกันน้ําเค็มกัดกรอนไดมอเตอรทํางานโดยใชกลองควบคมทุสามารถปร ี่บเรังความเรวรอบการหม็ นใหุเหมาะสมต อการใช เพมออกซิ่เจนในบ ิอเลยงกี้งุจงสามารถึใชเครื่องตีน้ําใหทํางาน 2 หนาที่คือ หมุนรอบชาเพื่อสรางกระแสน้ําในการหมุนเวียนน้ําสําหรับการรวมตะกอนในบอ และหมุนรอบเร็วเพื่อเติมอากาศใหกับน้ํา4 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรมขอดี สามารถลดคาไฟฟ าได จากการใช มอเตอรกระแสตรงท ใหี่กาลํงเทัากนกับมอเตอรักระแสสลบแตั ใช ไฟฟ านอยกว าและได ใช ไฟฟ าจากพลงงานแสงอาทัตยิ ลดปรมาณการใช ิ ไฟฟ าจากสายส งการไฟฟ าลงในเวลา กลางวนและไม ั สงผลกระทบตอการจัดการและระบบการเลี้ยงกุงและผลผลิต เหมาะสําหรับเกษตรกรฟารมขนาดเล็ก (มีบอเลี้ยง 1 – 3 บอ)ขอเสีย การออกแบบเปนการติดตั้งถาวรเฉพาะอุปกรณ ในกรณีที่มีการพักบอระหวางการเตรียมการเลี้ยงรอบใหมพลงงานไฟฟ ัาท แผงโซลาร่ีเซลลผลตออกมาทิกวุนจะไม ัสามารถน าไปใช ํงานกบอั ปกรณุอ นได ่ื นอกจากนี้ยังตองลงทุนเปลี่ยนอุปกรณประเภทมอเตอรกระแสสลับมาใชมอเตอรเกียรกระแสตรงตารางที่ 3ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชโซลารเซลลขนาดเล็กสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาครจํานวน 1 รายขอมูลจากภาคสนาม หลังจากใชนวัตกรรมขอมูลการเลี้ยงกุงทะเล ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงความหนาแนน (ตัว/ไร) 157,000 ลดลง 7.6%ขนาดผลผลิต (ก./ตัว) 26.3 เพิ่มขึ้น 18.4%ปริมาณผลผลิต (กก./บอ) 4,119 เพิ่มขึ้น 14.4%ตนทุนการเลี้ยง (บาท/กก.) 95.1 ลดลง 10.5%ตนทุนพลังงาน (บาท/กก.) 12.1 ลดลง 39.0%ประสิทธิภาพการใชพลังงาน ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงการใชพลังงานไฟฟา (หนวยไฟฟา; kWh/บอ) 11,906 ลดลง 5,151การปลดปลอยคารบอนไดออกไซด (kCO2e /บอ) 7,254 ลดลง 3,139ประสิทธิภาพการใชพลังงาน เพิ่มขึ้น 30%การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม ขอมูลเชิงประจักษตนทุนรวมนวัตกรรม (บาท/บอ) 76,000ระยะเวลาใชนวัตกรรม (วัน/รอบการเลี้ยง) 100มูลคาพลังงานที่ใชลดลง (บาท/รอบการเลี้ยง/บอ) 21,635ระยะเวลาคืนทุนจากการใชงานนวัตกรรม (รอบการเลี้ยง) 3.5 (1.4 ป)ที่มา : TCP/RAS/3808การคนทื นจากการใชุนวตกรรมัเกษตรกรลงทนนวุตกรรมจัานวนํ 2 ชดุพรอมคาตดติงรวม้ั 76,000 บาท/บอและใชนวัตกรรมเปนระยะเวลา100 วัน/รอบการเลี้ยง มีมูลคาพลังงานที่ใชลดลง 21,635 บาท/รอบการเลี้ยง/บอและระยะเวลาคืนทุนที่ไดจากมูลคาพลังงานไฟฟาที่ลดลงจากการใชงานนวัตกรรมรวม 3.5 รอบการเลี้ยง หรือภายในระยะเวลา 1.4 ป (1 ปเลี้ยงกุงประมาณ 2.5 รอบ)คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 5
2) โซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลการออกแบบออกแบบเพื่อตอบโจทยความตองการใชไฟฟาทั้งฟารม (ภาพที่ 2) โดยกระแสไฟฟาที่ผลิตไดจากระบบโซลารเซลล สามารถใช กบอั ปกรณุไฟฟ าในฟาร มได ทกชนุดิเชนเครองเตื่มอากาศผิวนิาแบบก้ํงหันพัดนัาแขนยาว้ํเครื่องเติมอากาศแบบ Super charge (ระบบอัดอากาศแบบ Diff user) และเครื่องสูบน้ํา โดยสามารถออกแบบใหมีขนาดตั้งแต 10 – 85 kWp (ใชโซลารเซลลจํานวน 25 – 190 แผง) ขึ้นอยูกับความตองการใชพลังงานของฟารมในเวลากลางวันที่ประเมินจากการใชไฟฟาเฉลี่ยยอนหลัง 1 ปปริมาณและมูลคาของกระแสไฟฟาที่ผลิตไดจากโซลารเซลลขนาดใหญที่มีจํานวนแผงโซลารเซลลแตกตางกันสามารถแสดงไดตามตารางที่ 4รูปแบบการติดตั้งเปนแบบออนกริด (On Grid) ไมมีแบตเตอรี่ โดยไฟฟาของแผงโซลารเซลลที่ผลิตจากแสงอาทตยิแตละแผงถกรวบรวมและจูายให กบกรั ดไทอ ินเวอริเตอร (Grid Tie Inverter) เพอแปลงไฟฟ ่ืากระแสตรง(DC) เปนไฟฟ ากระแสสลบั (AC) และจะตอเขากบระบบสายสั งไฟฟ าภายในฟาร มเพ อใช่ืงานรวมกนั โดยอนเวอริเตอร ถูกออกแบบใหทํางานภายใตเงื่อนไขตองมีไฟฟาจากแผงโซลารเซลลและมีไฟฟาจากสายสงเทานั้น เพื่อเปนการปองกันไมใหไฟฟาดูด ในกรณีที่เกิดเหตุไฟฟาดับแลวเจาหนาที่การไฟฟามาซอมแซมอาจไดรับอันตรายไดโซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราช© นางวราภรณหนูดีภาพที่26 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ตารางที่ 4จํานวนแผงโซลารเซลลกําลังไฟฟา ปริมาณไฟฟาที่ผลิตไดและมูลคากระแสไฟฟา (ประมาณการ) ของโซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลขนาดตางๆ กันที่มา : TCP/RAS/3808จํานวนแผงขนาดรวม(kWp)กําลังผลิตไฟฟาตอวัน(kWh)ไฟฟาที่คาดวาผลิตได(kWh/ป)มูลคากระแสไฟฟา(บาท/ป)24 10 50 18,000 75,60040 18 90 32,400 136,08092 41.4 207 74,520 312,984108 48.6 243 87,480 367,416136 61.2 306 110,160 462,672160 72 360 129,600 544,320180 81 405 145,800 612,360188 84.6 423 152,280 639,576ในกรณทีม่ีแสงแดดเพียงพอีอนเวอริเตอรทาหนําทจ่ีายไฟฟ าทผล่ี ตจากโซลาร ิเซลล ไปย งอั ปกรณุไฟฟ าภายใน ฟารมและลดการใช ไฟฟ าจากสายสงลง ในกรณที ปรี่ มาณไฟฟ ิาทผลี่ตจากโซลาร ิเซลล ไมเพยงพอีเนองจากปร ื่มาณิแสงแดดนอยอนเวอริเตอรจะจ ายไฟฟ าจากสายส งการไฟฟ าเขามาชดเชยเพ อให่ือ ปกรณุทงหมดม้ัพลีงงานเพัยงพอีกบการทัางานํ และในเวลากลางคนอืนเวอริเตอรทาหนําทจี่ ายไฟฟ าจากสายส งการไฟฟ าเข ามาให อ ปกรณุในฟาร มจนกระทั่งถึงเชาวันใหมระบบจะกลับมาใชไฟฟาจากโซลารเซลลอีกครั้งเกษตรกรตองติดตั้งมิเตอรกันไฟฟาไหลยอนกลับไปยังสายสงไฟฟา มิเตอรกันไฟฟาไหลยอนกลับทํางานคูกับหมอแปลงกระแสไฟฟา เปนเซนเซอรตรวจสอบการไหลของกระแสไฟฟาที่เขามายังสายสงไฟฟาแลวสงสัญญาณไปที่อุปกรณกันไฟฟายอนกลับ เพื่อควบคุมการจายไฟฟาของอินเวอรเตอรใหสอดคลองกับการใชไฟฟาของฟารม หากไมติดตั้งมิเตอรกันไฟฟาไหลยอนกลับ ในกรณีเวลากลางวันที่โซลารเซลลผลิตไฟฟาไดมากกวาความตองการใชไฟฟาของฟารม อินเวอรเตอรจะจายไฟฟาสวนที่เหลือใชใหไหลยอนกลับไปยังมิเตอรไฟฟาของฟารม ทําใหมิเตอรไฟฟาหมุนยอนกลับระบบสามารถบันทึกและรายงานขอมูลปริมาณไฟฟาที่ผลิตแบบ Real time รายงานความเสียหายของแผงโซลารเซลลเพื่อการซอมบํารุง และใชเทคโนโลยี IoT ไปยังแอปพลิเคชันบนโทรศัพทมือถือและแสดงขอมูลในภาพรวมทั้งหมดในรูป Dashboard เพื่อใหเกษตรกรทราบขอมูลตลอดเวลาการทํางานคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 7
ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม (ตารางที่ 5)ขอมูลเชิงประจักษการใชนวัตกรรมของเกษตรกร 1 ราย ในจังหวัดนครศรีธรรมราชขอมูลการเลี้ยงกุงทะเล ผลจากการใชโซลารเซลลขนาดใหญกําลังการผลิตไฟฟา 81 kWp (1 ระบบมีโซลารเซลล 180 แผง ประมาณการกําลังการผลิตไฟฟา 405 หนวย (kWh)/วัน หรือ 145,800 หนวย (kWh)/ปตามรายละเอียดที่แสดงไวในตารางที่ 4) ในฟารมเลี้ยงกุงทะเลขนาด 59 ไรซึ่งมีบอเลี้ยงกุง 3 ไรจํานวน 10 บอโดยระบบที่ใช 1 ระบบสามารถใชกับบอเลี้ยงกุงทุกบอในฟารมไดพรอม ๆ กัน ภายหลังจากการใชนวัตกรรมเกษตรกรสามารถเลยงกี้ งไดุผลผลตเพิมขิ่นึ้ 2.0% ในขณะทความหนาแนี่นในการปล อยกงลดลงุ 3.7% โดยสามารถทําใหตนทุนการเลี้ยงกุงและตนทุนพลังงานลดลงเหลือ 107.2 และ 10.1 บาท/กก. ตามลําดับตารางที่ 5ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชโซลารเซลลขนาดใหญสําหรับฟารมเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดนครศรีธรรมราชจํานวน 1 รายขอมูลจากภาคสนาม หลังจากใชนวัตกรรมขอมูลการเลี้ยงกุงทะเล ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงความหนาแนน (ตัว/ไร) 130,000 ลดลง 3.7%ขนาดผลผลิต (ก./ตัว) 16.7 เพิ่มขึ้น 3.3%ปริมาณผลผลิต (กก./บอ) 5,100 เพิ่มขึ้น 2.0%ตนทุนการเลี้ยง (บาท/กก.) 107.2 ลดลง 4.4%ตนทุนพลังงาน (บาท/กก.) 10.1 ลดลง 3.7%ประสิทธิภาพการใชพลังงาน ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงการใชพลังงานไฟฟา (หนวยไฟฟา; kWh/บอ) 12,264 ลดลง 3,760การปลดปลอยคารบอนไดออกไซด (kCO2e /บอ) 7,473 ลดลง 2,291ประสิทธิภาพการใชพลังงาน เพิ่มขึ้น 23%การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม ขอมูลเชิงประจักษตนทุนรวมนวัตกรรม (บาท/ฟารม) 2,800,000ระยะเวลาใชนวัตกรรม (วัน/รอบการเลี้ยง) 95มูลคาพลังงานที่ใชลดลง (บาท/รอบการเลี้ยง/ฟารม) 157,900ระยะเวลาคืนทุนจากการใชงานนวัตกรรม (รอบการเลี้ยง) 17.7 (7.1 ป)ที่มา : TCP/RAS/38088 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ประสทธิ ภาพการใช ิพลงงานัพบวาเกษตรกรสามารถลดการใช พล งงานไฟฟ ัา 3,760 หนวยไฟฟ า (kWh)/บอและลดการปลดปลอยคารบอนไดออกไซด 2,291 กก. คารบอนไดออกไซดเทียบเทา (kCO2e)/บอ และมีประสิทธิภาพการใชพลังงานเพิ่มขึ้น 23%การคนทื นจากการใชุนวตกรรมั เกษตรกรใชระบบโซลาร เซลล ขนาดใหญ สาหรํบเลัยงก้ีงทะเลจุานวนํ 10 บอลงทุนรวม 2,800,000 บาท/ฟารม ระยะเวลาใชนวัตกรรม 95 วัน/รอบการเลี้ยง มีมูลคาพลังงานที่ใชลดลง157,900 บาท/รอบการเลี้ยง/ฟารม และระยะเวลาคืนทุนที่ไดจากมูลคาพลังงานไฟฟาที่ลดลงจากการใชงานนวัตกรรมรวม 17.7 รอบการเลี้ยง หรือภายในระยะเวลา 7.1 ป (1 ปเลี้ยงกุงประมาณ 2.5 รอบ)ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรมขอดี สามารถลดคาไฟฟ าโดยใช ไฟฟ าทผลี่ตจากแผงโซลาร ิเซลลจานวนมากในช ํวงเวลากลางวนัและสามารถใชลดคา Demand charge ปรมาณกระแสไฟฟ ิาของการคดคิ ากระแสไฟฟ าทต่ีองการใช สงสูดในแตุละเดอนืในชวง Peak (เฉพาะเวลา 09.00 – 18.00 น.) กระแสไฟฟาที่ผลิตขึ้นมาหากออกแบบกําลังผลิตที่เหมาะสมสามารถนําไปใชไดทั้งหมดกับทุกอุปกรณที่ระบบไฟฟาเดิมเชื่อมไปถึง เหมาะสําหรับเกษตรกรฟารมขนาดใหญ (บอเลี้ยงมากกวา 10 บอ พื้นที่มากกวา 50 ไร) และมีการเลี้ยงกุงในฟารมอยางตอเนื่องขอเสีย กรณทีไฟฟ ี่ าจากการไฟฟ าด บระบบโซลาร ัเซลลยงจั ายไฟฟ าปกต ิแตกร ดไทอ ินเวอริเตอรจะหยดทุางานํโดยไมจายไฟฟาเขาสายสง เพ่ือปองกันไฟฟาดูดเจาหนาที่การไฟฟา ซึ่งกําลังทําการซอมระบบสายไฟฟาทาให ํ เกษตรกรไม สามารถใช ไฟฟ าจากโซลาร เซลล ได นอกจากนี้เกษตรกรไมสามารถลดคาDemand charge ที่อาจเกิดขึ้นในชวง Peak (เวลา 18.00 – 22.00 น.) และหากมีการออกแบบกําลังการผลตไฟฟ ิามากกวาความต องการใช ไฟฟ าในช วงเวลากลางว นของฟาร ัมอาจทาให ํต องใช ระยะเวลาในการคืนทุนนานกวาปกติคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 9
ระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรงสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเล© นางสาวปาจารียจือเหลียงภาพที่3ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม (ตารางที่ 6)ขอมูลเชิงประจักษการใชนวัตกรรมของเกษตรกร 1 ราย ในจังหวัดตรังขอมลการเลูยงกี้งทะเลุ ผลจากการใชระบบมอเตอร ไฟฟ ากระแสตรงสาหรํบเครัองเตื่มอากาศในบ ิอเลยงี้กุงทะเลขนาด 3 ไรเกษตรกรสามารถรักษาผลผลิตกุงในระดับเทาเดิม เหมือนกอนการใชนวัตกรรมโดยที่ความหนาแนนในการปลอยกุงลดลง 10.2% และตนทุนการเลี้ยงกุงและตนทุนพลังงานลดลงเหลือ 98.6 และ 13.5 บาท/กก. ตามลําดับประสทธิ ภาพการใช ิพลงงานัพบวาเกษตรกรสามารถลดการใช พล งงานไฟฟ ัา 8,319 หนวยไฟฟ า (kWh)/บอและลดการปลดปลอยคารบอนไดออกไซด 5,069 กก. คารบอนไดออกไซดเทียบเทา (kCO2e)/บอ และมีประสิทธิภาพการใชพลังงานเพิ่มขึ้น 28%3) ระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรงสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลการออกแบบเพื่อใชสําหรับบอเลี้ยงกุงที่ไมสามารถเขาถึงระบบไฟฟา 3 เฟสไดโดยเกษตรกรใชไฟฟากระแสสลับ 1 เฟสนํามาแปลงใหเปนไฟฟากระแสตรงและจายใหกับอุปกรณในฟารมที่เปนมอเตอรเกียรกระแสตรงกําลังประมาณ2 แรงมานาไฟฟ ําท แปลงเป่ีนกระแสตรงแล วไปใช หมนกุงหันพัดนัาของเครํ้องเต่ืมอากาศิตลอดระยะเวลาเลยงก้ีงุ(ภาพที่ 3)มอเตอรเกียรกระแสตรงมีประสิทธิภาพในการใชพลังงานเพื่อหมุนแขนกังหันพัดน้ําของเครื่องเติมอากาศไดดีกวามอเตอรเกียรกระแสสลับ 3 เฟส เหมาะสมกับฟารมขนาดเล็กที่ใชพลังงานในการเลี้ยงกุงไมมากเหมือนฟารมเลี้ยงกุงขนาดกลางหรือขนาดใหญมีกลองควบคุมที่ใชในการแปลงไฟฟาจากกระแสสลับเปนกระแสตรงประจําในแตละบอ บอละ 1 กลองมอเตอรเกียรกระแสตรง ขนาดประมาณ 2 แรงมา มีความทนทานตอการใชงานหนักตอเนื่องและสามารถกันน้ําเค็มกัดกรอนไดสามารถปรับเรงความเร็วรอบการหมุนใหเหมาะสมตอการใชเพิ่มออกซิเจนในบอเลี้ยงกุงจึงสามารถใชเครื่องตีน้ําใหทํางาน 2 หนาที่คือ หมุนรอบชาเพื่อสรางกระแสน้ําในการหมุนเวียนน้ําสําหรับการรวมตะกอนในบอ และหมุนรอบเร็วเพื่อเติมอากาศใหกับน้ํา10 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ตารางที่ 6ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรงสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดตรังจํานวน 1 รายขอมูลจากภาคสนาม หลังจากใชนวัตกรรมขอมูลการเลี้ยงกุงทะเล ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงความหนาแนน (ตัว/ไร) 150,000 ลดลง 10.2%ขนาดผลผลิต (ก./ตัว) 16.7 คงที่ 0.0%ปริมาณผลผลิต (กก./บอ) 6,750 เพิ่มขึ้น 2.3%ตนทุนการเลี้ยง (บาท/กก.) 98.6 ลดลง 8.6%ตนทุนพลังงาน (บาท/กก.) 13.5 ลดลง 10.2%ประสิทธิภาพการใชพลังงาน ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงการใชพลังงานไฟฟา (หนวยไฟฟา; kWh/บอ) 21,664 ลดลง 8,319การปลดปลอยคารบอนไดออกไซด (kCO2e /บอ) 13,200 ลดลง 5,069ประสิทธิภาพการใชพลังงาน เพิ่มขึ้น 28%การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม ขอมูลเชิงประจักษตนทุนรวมนวัตกรรม (บาท/บอ) 224,000ระยะเวลาใชนวัตกรรม (วัน/รอบการเลี้ยง) 85มูลคาพลังงานที่ใชลดลง (บาท/รอบการเลี้ยง/บอ) 34,938ระยะเวลาคืนทุนจากการใชงานนวัตกรรม (รอบการเลี้ยง) 6.4 (2.6 ป)ที่มา : TCP/RAS/3808การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม เกษตรกรใชระบบมอเตอรไฟฟากระแสตรงสําหรับเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงทะเลขนาด 3 ไรจํานวน 8 ชุด/บอ ลงทุนรวม 224,000 บาท/บอ ระยะเวลาใชนวัตกรรม85 วัน/รอบการเลี้ยง มีมูลคาพลังงานที่ใชลดลง 34,938 บาท/รอบการเลี้ยง/บอ และระยะเวลาคืนทุนที่ไดจากมูลคาพลังงานไฟฟาที่ลดลงจากการใชงานนวัตกรรมรวม 6.4 รอบการเลี้ยง หรือภายในระยะเวลา 2.6 ป(1 ปเลี้ยงกุงประมาณ 2.5 รอบ)ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรมขอดี สามารถลดคาไฟฟ าโดยใช ไฟฟ าจากประส ทธิภาพของมอเตอริกระแสตรงทที่างานเทํากนแตั ใชพลงงานันอยกวา สามารถควบคุมความเร็วของการหมุนของกังหันพัดนํ้าใหเร็วหรือชาไดตามความตองการของบอเลยงก้ีงุและวตถั ประสงคุในการเล ยงก้ี งในรอบว ุนัเหมาะสาหรํ บเกษตรกรฟาร ัมเลกท็ม่ีบีอเลยงก้ีงุขนาดเล็กจํานวน 1 – 3 บอ ที่มีความตองการใชพลังงานในแตละวันไมมากจนเกินกําลังของมิเตอรที่ขออนุญาตใชไฟฟา และอาจติดตั้งระบบโซลารเซลลขนาดเล็กเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใชพลังงานใหดียิ่งขึ้นขอเสีย ไมมีระบบบันทึกและรายงานขอมูลการผลิตไฟฟาออนไลนและเกษตรกรจําเปนตองลงทุนมอเตอรกระแสตรงทั้งหมด ทําใหใชงบประมาณในการลงทุนพัฒนาระบบเพิ่มขึ้นคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 11
ลดความเสี่ยงในการเลี้ยงกุงของเกษตรกรในการควบคุมปริมาณออกซิเจนละลายน้ําใหมีความเขมขนที่เหมาะสมตลอดการเลี้ยง เพื่อลดความเครียดของกุงที่เกิดขึ้นในชวงที่ออกซิเจนลดต่ํากวาจุดที่เหมาะสมและปองกันพื้นกนบอไมใหเกิดการขาดออกซิเจนจนเนาเสียและปลอยสารพิษ เชน กาซไฮโดรเจนซัลไฟดทม่ีความเป ีนพษติอกงทะเลุใชเทคโนโลย IoT ีผาน Mobile application รายงานและแจงเตอนจืดวุ กฤติ ของปร ิมาณิระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเล© นายพิสิทธิ์นวนนุนภาพที่44) ระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเลการออกแบบระบบควบคมเครุองเตื่มอากาศอิจฉรั ยะในบ ิอเลยงกี้งทะเลออกแบบเพุ อให ื่สามารถใช เซนเซอรว ดปร ัมาณิออกซเจนในน ิา้ํ มาใชตรวจว ดการเปล ั ยนแปลงของออกซ ี่เจนในบ ิอเลยงกี้งแบบุ Real time และนาขํอมลออกซูเจนิมาใชควบคุมการทํางานของเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงเพื่อใหใชพลังงานไดอยางเหมาะสม (ภาพที่ 4) โดยคํานึงถึงประสิทธิภาพในการเพิ่มออกซิเจนของเครื่องเติมอากาศที่แปรผกผันกับระดับอิ่มตัวในการละลายของออกซิเจนในน้ําใชเซนเซอรตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนในน้ําแบบ Real time และควบคุมการทํางานของเครื่องเติมอากาศ ใหมีออกซิเจนในน้ําไมมากและไมนอยเกินไป (ระหวาง 80 – 95% ของจุดอิ่มตัวของออกซิเจนที่ละลายในน้ําเค็ม หรือน้ํากรอย หรือความเขมขน 5 – 6 มก./ล.)12 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ออกซิเจนละลายน้ํา รวมทั้งการแจงเตือนการทํางานของเครื่องเติมอากาศที่ควบคุมในฟารมดวยระบบเสียงและแสง เพื่อเตือนใหระวังและปองกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับคนงานในระหวางการปฏิบัติงานในบอเลี้ยงกุงนอกจากนี้เกษตรกรอาจตดติงเซนเซอรั้อนื่ๆ เชนอณหภุมูนิา้ํพเอชี โดยนาขํอมลู Real time มาใชในการจ ดการัเลี้ยงกุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสิ่งแวดลอมของบอเลี้ยงกุงใหเหมาะสมกับการเติบโตและสุขภาพที่ดีของกุงผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม (ตารางที่ 7)ขอมูลเชิงประจักษการใชนวัตกรรมของเกษตรกร 1 ราย ในจังหวัดตรังขอมลการเลูยงกี้งทะเลุระบบควบคมเครุองเตื่มอากาศอิจฉรั ยะในบ ิอเลยงกี้งทะเลขนาดุ 2.5 ไรเกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตกุงได 15.2% และกุงเติบโตดีขึ้น (ขนาดเพิ่มขึ้น) 30.1% เมื่อเปรียบเทียบกับผลการเลี้ยงกอนการใช นวตกรรมั โดยทความหนาแนี่นในการปล อยกงลดลงุ 27.8% และตนทนการเลุยงกี้งและตุนทนพลุงงานัลดลงเหลือ 139.5 และ 24.3 บาท/กก. ตามลําดับตารางที่ 7ผลการทดสอบเชงประจ ิกษัและการคนทื นจากการใชุระบบควบคมเครุองเตื่มอากาศอิจฉรั ยะในบ ิอเลยงกี้งทะเลุของเกษตรกรจังหวัดตรังจํานวน 1 รายขอมูลจากภาคสนาม หลังจากใชนวัตกรรมขอมูลการเลี้ยงกุงทะเล ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงความหนาแนน (ตัว/ไร) 130,000 ลดลง 27.8%ขนาดผลผลิต (ก./ตัว) 30.1 เพิ่มขึ้น 30.1%ปริมาณผลผลิต (กก./บอ) 9,360 เพิ่มขึ้น 15.2%ตนทุนการเลี้ยง (บาท/กก.) 139.5 ลดลง 6.1%ตนทุนพลังงาน (บาท/กก.) 24.3 ลดลง 28.6%ประสิทธิภาพการใชพลังงาน ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงการใชพลังงานไฟฟา (หนวยไฟฟา; kWh/บอ) 54,065 ลดลง 11,662การปลดปลอยคารบอนไดออกไซด (kCO2e /บอ) 32,942 ลดลง 7,106ประสิทธิภาพการใชพลังงาน เพิ่มขึ้น 18%การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม ขอมูลเชิงประจักษตนทุนรวมนวัตกรรม (บาท/บอ) 100,000ระยะเวลาใชนวัตกรรม (วัน/รอบการเลี้ยง) 94มูลคาพลังงานที่ใชลดลง (บาท/รอบการเลี้ยง/บอ) 48,980ระยะเวลาคืนทุนจากการใชงานนวัตกรรม (รอบการเลี้ยง) 2.0 (0.8 ป)ที่มา : TCP/RAS/3808คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 13
ประสทธิ ภาพการใช ิพลงงานัพบวาเกษตรกรสามารถลดการใช พล งงานไฟฟ ัา 11,662 หนวยไฟฟ า (kWh)/บอและลดการปลดปลอยคารบอนไดออกไซด 7,106 กก. คารบอนไดออกไซดเทียบเทา (kCO2e)/บอ และมีประสิทธิภาพการใชพลังงานเพิ่มขึ้น 18% การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม เกษตรกรใชระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเลจํานวน 1 ชุด ในบอเลี้ยงกุงทะเลขนาด 2.5 ไรมีตนทุนอุปกรณรวมคาติดตั้งและระบบ IoT ที่สงขอมูลขึ้นไปสํารองบนระบบคลาวด (Cloud) และ Application สําหรับรายงานและแจงเตือนปริมาณออกซิเจนละลายน้ํารวมทั้งสิ้น 100,000 บาท/บอ ใชนวัตกรรมเปนระยะเวลา 94 วัน/รอบการเลี้ยง มูลคาพลังงานที่ใชลดลง48,980 บาท/รอบการเลยงี้ /บอและระยะเวลาคนทืนทุไดี่จากมลคูาพล งงานไฟฟ ัาท ลดลงจากการใช ี่งานนวตกรรมัรวม 2.0 รอบการเลี้ยง หรือภายในระยะเวลา 0.8 ป (1 ปเลี้ยงกุงประมาณ 2.5 รอบ)ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรมขอดี สามารถลดคาไฟฟาที่อาจใชมากเกินไป เนื่องจากไดนําขอมูลปริมาณออกซิเจนละลายน้ําและระดับอิ่มตัวมาชวยในการใชเครื่องเติมอากาศ ทําใหสามารถบริหารจัดการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพไดตลอดเวลาในชวง Peak โดยเฉพาะชวงเวลา 18.00 – 22.00 น. ที่ไมสามารถลดการใชไฟฟาดวยระบบโซลารเซลลแบบ On-grid ไดทําใหสามารถควบคุมคา Demand charge ใหต่ําที่สดไดุเฝาระวังและชวยเตือนภัยใหกับเกษตรกรเมื่อระดับออกซิเจนในบอต่ําลงกวาจุดวิกฤติในการจัดการเลี้ยงเพอลดความเส่ืยงท่ีท่ีาให ํกงเครุยดี ปวยเป นโรค และเสยงท่ีก่ีงตายในช ุวงทม่ีการลอกคราบพรีอมๆ กนัในสภาวะที่ออกซิเจนไมเหมาะสม และการที่สามารถรักษาออกซิเจนในระดับที่เหมาะสมทําใหกุงกินอาหารไดดีมีการเติบโตดีและมีผลผลิตสูงขอเสีย เกษตรกรตองเพิ่มเวลาในการจัดการบํารุงรักษาระบบ โดยเฉพาะเซนเซอรตาง ๆ ที่จุมอยูในน้ําตลอดเวลา ทําใหเกิดไบโอฟลม (Biofi lm) บริเวณเมมเบรน (Membrane) ของเซนเซอรที่สัมผัสกับน้ําในบอ ทําใหผลการตรวจคุณภาพน้ํา การรายงานผล การควบคุมการทํางานของเครื่องเติมอากาศและการแจงเตือนจุดวิกฤติผิดพลาดได14 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
5) ระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเลการออกแบบเพื่อใหสามารถใชระบบโซลารเซลล (ขนาดเล็กหรือใหญก็ได) และระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะโดยการใชเซนเซอรตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนในน้ําแบบ Real time และนํามาใชควบคุมการทํางานของเครื่องเติมอากาศในบอเลี้ยงกุงใหเหมาะสม ไปพรอม ๆ กับการใชโซลารเซลลที่เปนพลังงานทางเลือก(ภาพที่ 5)เกษตรกรผเลูยงกี้ งของประเทศไทยสุ วนใหญ ใช ไฟฟ าในประเภทท 3.2 ี่ซงเปึ่นประเภทของธ รกุจขนาดกลางิที่มีความตองการพลังไฟฟาเฉลี่ยใน 15 นาทีสูงสุด ตั้งแต 30 กิโลวัตตแตไมถึง 1,000 กิโลวัตตและมีปริมาณการใชพลังงานไฟฟาเฉลี่ย 3 เดือนกอนหนาไมเกิน 250,000 หนวยตอเดือน โดยตอผานเครื่องวัดไฟฟาเครื่องเดียวและคิดอัตราการใชไฟฟาตามชวงเวลาของการใช (Time of Use Rate : TOU) ที่กําหนด ซึ่งมีชวงเวลาPeak (09.00 – 22.00 น.) และชวงเวลา Off Peak (22.00 – 09.00 น.)การใช 2 ระบบรวมกันทําใหสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานไดดีขึ้น โดยนวัตกรรมทั้ง 2 ระบบทํางานรวมกันเพื่อชวยใหเกษตรกรลดการใชปริมาณไฟฟาและความตองการพลังไฟฟาเฉลี่ยใน 15 นาทีสูงสุด(Demand charge) ในชวงเวลากลางวัน 09.00 – 18.00 น. ซึ่งเปนชวง Peak ของการใชไฟฟาประเภทที่ 3ในชวงเวลากลางคืน 18.00 – 22.00 น. การใชเซนเซอรควบคุมการทํางานของเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะแบบ Real time ทําใหสามารถควบคุมการใชพลังงานใหมีประสิทธิภาพ ทําใหเกิดการลดการใชปริมาณไฟฟาและความตองการพล งไฟฟ ัาเฉล ยใน ี่ 15 นาทสีงสูดุไดอยางตอเนองตามความจื่าเปํ นของการใช งานของเกษตรกรระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเล© ภาพซายบน นายศรายุธ นิลเลี่ยม; ©ภาพซายลาง + ขวา นายพิสิทธิ์นวนนุนภาพที่5คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 15
ในชวงเวลากลางคืน 22.00 – 09.00 น. ซึ่งเปนชวง Off Peak ที่อัตราคาไฟฟามีราคาตอหนวยต่ําและการไฟฟาไมคํานวณคาความตองการพลังไฟฟาเฉลี่ยใน 15 นาทีสูงสุด การใชเซนเซอรควบคุมการทํางานของเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะ ทําใหสามารถควบคุมการใชพลังงานใหมีประสิทธิภาพไดอยางตอเนื่องเพื่อการลดการใชปริมาณไฟฟาเทาที่จําเปนใหน้ําในบอเลี้ยงกุงมีออกซิเจนในประมาณเพียงพอเกษตรกรสามารถใชนวัตกรรมระบบโซลารเซลลขนาดเล็กและระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะรวมก นในบ ัอเลยงก้ีงสุาหรํ บฟาร ัมขนาดเลกท็ ใช่ี ปร มาณไฟฟ ิานอยและมบีอเลยงก้ีงุ 1 – 3 บอหรอระบบโซลาร ืเซลล ขนาดใหญและระบบควบคมเครุื่องเติมอากาศอัจฉริยะรวมกันในฟารมเลี้ยงกุงขนาดกลางและขนาดใหญผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชนวัตกรรม (ตารางที่ 8)ขอมูลเชิงประจักษการใชนวัตกรรมของเกษตรกร 1 ราย ในจังหวัดสุราษฎรธานีขอมลการเลูยงกี้งทะเลุ ฟารมเลยงกี้งทะเลขนาดุ 200 ไรมบีอเลยงขนาดี้ 4 ไรจานวนํ 12 บอ ใชนวตกรรมัระบบโซลารเซลลขนาดใหญที่มีกําลังการผลิตไฟฟา 50.4 kWp (โซลารเซลลจํานวน 112 แผง ประมาณการกําลังการผลิตไฟฟา 252 หนวย (kWh)/วัน หรือ 91,980 หนวย (kWh)/ป) รวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศ12 ชุด หลังจากใชนวัตกรรมเกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตกุงได 1.7% และกุงมีการเติบโตดีขึ้น (ขนาดเพิ่มขึ้น) 4.1% เมื่อเปรียบเทียบกับผลการเลี้ยงกอนการใชนวัตกรรม โดยที่ความหนาแนนในการปลอยกุงลดลง 2.2% และตนทุนการเลี้ยงกุงและตนทุนพลังงานลดลงเหลือ 121.0 และ 19.9 บาท/กก. ตามลําดับตารางที่ 8ผลการทดสอบเชิงประจักษและการคืนทุนจากการใชระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเลของเกษตรกรจังหวัดสุราษฎรธานีจํานวน 1 รายขอมูลจากภาคสนาม หลังจากใชนวัตกรรมขอมูลการเลี้ยงกุงทะเล ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงความหนาแนน (ตัว/ไร) 225,000 ลดลง 2.2%ขนาดผลผลิต (ก./ตัว) 20.4 เพิ่มขึ้น 4.1%ปริมาณผลผลิต (กก./บอ) 12,200 เพิ่มขึ้น 1.7%ตนทุนการเลี้ยง (บาท/กก.) 121.0 ลดลง 4.5%ตนทุนพลังงาน (บาท/กก.) 19.9 ลดลง 22.4%ประสิทธิภาพการใชพลังงาน ขอมูลเชิงประจักษ การเปลี่ยนแปลงการใชพลังงานไฟฟา (หนวยไฟฟา; kWh/บอ) 57,718 ลดลง 15,482การปลดปลอยคารบอนไดออกไซด (kCO2e /บอ) 35,167 ลดลง 9,433ประสิทธิภาพการใชพลังงาน เพิ่มขึ้น 21%การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม ขอมูลเชิงประจักษตนทุนรวมนวัตกรรม (บาท/ฟารม) 2,960,000 ระยะเวลาใชนวัตกรรม (วัน/รอบการเลี้ยง) 90มูลคาพลังงานที่ใชลดลง (บาท/รอบการเลี้ยง/ฟารม) 780,312ระยะเวลาคืนทุนจากการใชงานนวัตกรรม (รอบการเลี้ยง) 3.8 (1.5 ป)ที่มา : TCP/RAS/380816 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ประสทธิ ภาพการใช ิพลงงานัพบวาเกษตรกรสามารถลดการใช พล งงานไฟฟ ัา 15,482 หนวยไฟฟ า (kWh)/บอและลดการปลดปลอยคารบอนไดออกไซด 9,433 กก. คารบอนไดออกไซดเทียบเทา (kCO2e)/บอ และมีประสิทธิภาพการใชพลังงานเพิ่มขึ้น 21%การคืนทุนจากการใชนวัตกรรม เกษตรกรใชระบบโซลารเซลลรวมกับระบบควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะในบอเลี้ยงกุงทะเลในฟารมเลี้ยงกุงทะเลขนาด 200 ไรมีบอเลี้ยงที่ใชนวัตกรรมขนาด 4 ไรจํานวน12 บอลงทนรวมุ 2,960,000 บาท/ฟารม ระยะเวลาใชนวตกรรมั 90 วนั /รอบการเลยงี้มมีลคูาพลงงานทั ใชี่ลดลง780,312 บาท/รอบการเลี้ยง/ฟารม และระยะเวลาคืนทุนที่ไดจากมูลคาพลังงานไฟฟาที่ลดลงจากการใชงานนวัตกรรมรวม 3.8 รอบการเลี้ยง หรือภายในระยะเวลา 1.5 ป (1 ปเลี้ยงกุงประมาณ 2.5 รอบ)ขอดีและขอเสียของการใชนวัตกรรมขอดี สามารถแกไขปญหาที่เปนขอจํากัดของระบบโซลารเซลลแบบ On-grid ที่ไมสามารถผลิตไฟฟาไดในชวงเวลา 18.00 – 22.00 น. ซึ่งชวงนี้เกษตรกรที่กังวลใจในเรื่องการขาดออกซิเจน จะเรงใชเครื่องเติมอากาศ และอาจทําใหเปนสาเหตุของการที่ถูกคิดคากระแสไฟฟาตาม Demand charge ไดโดยทระบบควบคี่มเครุองเตื่มอากาศอิจฉรัยะทินี่ามาใช ํรวมกนจะทัาหนําท ในการควบค ี่มการใชุเครองื่เติมอากาศใหมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งทําใหสามารถบริหารจัดการคา Demand charge ไดดีในขณะเดียวกันในเวลากลางวันเกษตรกรสามารถลดปริมาณการใชไฟฟาจากการใชระบบโซลารเซลลไปพรอมๆ กันขอเสีย ระบบผสมผสานใชเงินลงทุนสูงกวาระบบอื่น ๆ ไมเหมาะกับเกษตรกรรายยอยที่ไมมีความพรอมในการลงทุน และมีการใชพลังงานในการเลี้ยงกุงประมาณ 1 – 3 บอคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 17
เกษตรกรสามารถลดตนทุนพลังงานที่ใชในการผลิตกุงไดโดยภาพรวมทุกนวัตกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานในการผลิตกุงได 18 – 30% สามารถลดตนทุนพลังงานใหเหลือเพียง10.1 – 24.3 บาท/กก. คิดเปน 22.4 – 39.0% เมื่อเปรียบเทียบกับกอนการใชนวัตกรรม และขึ้นอยูกับรูปแบบของการลงทุนและการใชนวัตกรรมนั้น ๆการใชนว ตกรรมไม ั ไดสงผลกระทบเชงลบติอการผลตกิงุสาหรํบเกษตรกรรายยั อยการใช พลงงานัเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในบอเลี้ยงกุงเปนตนทุนที่มีความสําคัญลําดับ 2 และเปนตนทุนที่เกษตรกรพยายามลด โดยการใชใหนอยลงตามประสบการณในการเลี้ยงและการสังเกตการกินอาหารและสภาพแวดลอมของบอเลยงกี้งุเกษตรกรสวนใหญ ย งไม ัเหนความส็าคํญของการวัดออกซัเจนละลายนิา้ํอยางสม่ําเสมอทุกวันตลอดการเลี้ยงกุง ซึ่งหลังจากการใชนวัตกรรมเกษตรกรสามารถเพิ่มขนาดกุงเมอเก่ืบเก็ยวผลผล่ี ตได ิ 0 – 30% และมผลผลีตติอบอเพมข่ิน้ึ 2.0 – 15.2% โดยเฉพาะเกษตรกรรายยอยที่มีประสิทธิภาพการใชพลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การใชนวัตกรรมยังสามารถเปดโอกาสใหเกษตรกรควบคุมความเร็วรอบของมอเตอรในการหมุนกังหันพัดน้ําของเครื่องเติมอากาศ ทําใหสามารถจัดการพลังงานและจัดการไหลเวียนของน้ําไดอยางมีประสิทธิภาพตามอายุของการเลี้ยงกุงในบอเกษตรกรสามารถลดการใชพลังงานไฟฟาที่ผลิตจากแหลงเชื้อเพลิง Fossil fuel โดยทุกรูปแบบนวัตกรรมสามารถลดปริมาณการใชพลังงาน 3,760 – 15,482 kWh/รอบการเลี้ยง/บอ (ลดคาใชจายดานพลังงาน 15,792 – 65,024.4 kWh/รอบการเลี้ยง/บอ) และลดการปลดปลอยคารบอนไดออกไซด2,291 – 9,433 kCO2e/รอบการเลี้ยง/บอ โดยเฉพาะอยางยิ่งการใชนวัตกรรมระบบโซลารเซลลและระบบควบคมเครุองเตื่มอากาศอิจฉรั ยะในการเล ิยงกี้งทะเลุ จะเปนนวตกรรมทัมี่โอกาสในการส ีงเสรมิและยกระดับการใชงานใหมากขึ้น เนื่องจากเปนการสงเสริมการปฏิบัติที่ดีในการเพาะเลี้ยงสัตวน้ําสรางกระบวนการผลิตที่มีความเปนมิตรตอสิ่งแวดลอมใหกับอุตสาหกรรมกุงไทย ตามแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรภายใตโมเดลเศรษฐกิจ BCG (BCG Economy Model) ที่เนนเศรษฐกิจสีเขียว(Green economy) เพื่อความพรอมในการกาวสูความเปนผูนําในการสงออกสินคากุงทะเลคารบอนต่ําในอนาคต2.2 ผลกระทบจากการใชนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานในการเพาะเลี้ยงกุงทะเล18 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
3. การบริหารจัดการคาใชจายพลังงานไฟฟาในการเลี้ยงกุงทะเล3.1 แนวทางการปฏิบัติโดยทั่วไปของผูใชไฟฟาขอแนะนําแนวทางการปฏิบัติโดยทั่วไปสําหรับเกษตรกรผูเลี้ยงกุงทะเล มีดังนี้• เกษตรกรตองสํารวจอุปกรณไฟฟาที่ใชในการเลี้ยงกุงของฟารม เพื่อใหทราบขอมูลความตองการใชพลังงานไฟฟา• เกษตรกรควรศึกษาประเภทตางๆ ของการใหบริการไฟฟาและเลือกใชประเภทที่คิดอัตราคาไฟฟาตอหนวยที่เหมาะสมตอความตองการใชพลังงานไฟฟาของฟารม เพื่อใหสามารถบริหารจัดการใชพลังงานใหเหมาะสมในแตละเวลาและสามารถลดตนทุนคาพลังงานไฟฟาลงไดอยางมีประสิทธิภาพ(การไฟฟาสวนภูมิภาค, 2566)• เกษตรกรควรศกษาความแตกตึางของมเตอริ ไฟฟ าแบบธรรมดากบมัเตอริแบบ TOU และเลอกประเภท ืของมิเตอรไฟฟาที่เหมาะสม ซึ่งมีผลโดยตรงตอคาใชจายดานพลังงานไฟฟาที่เกิดขึ้น• เกษตรกรควรกําหนดเวลาการทํางาน (เปด – ปด) ของอุปกรณไฟฟาที่ใชในกระบวนการเลี้ยงกุงใหเหมาะสมก บเวลาและประเภทของการให ับร การไฟฟ ิาเพอลดตื่นทนดุานพล งงานให ัม ประส ีทธิภาพิ3.2 มิเตอร TOU และการดําเนินการขอใชไฟฟาTOU ยอมาจาก Time of Use เปนประเภทของม เตอริทบ่ีนทั กการใช ึ ไฟฟ าตามระยะเวลาท ใช่ี ในระหว างวนัเหมาะสมสาหรํ บฟาร ัมเลยงก้ีงทะเลทุม่ีรีปแบบการใชูพล งงานไฟฟ ัาทแตกต่ีางก นในรอบว ันั โดยปกตอิตราคั าไฟฟ ามการคีดคิ าใชจายในร ปแบบอูตรากัาวหนา (Progressive rate) กลาวคอืยงใชิ่ ไฟฟ ามากคาไฟฟ ากจะแพงมากข็นึ้แตมิเตอร TOU มีการคิดคาอัตราคาไฟฟาตามชวงเวลาและวันที่ใชพลังงานแตกตางกัน โดยอัตราคาไฟฟาที่เกษตรกรผูเลี้ยงกุงใชอยูในประเภทที่ 3.2.2 ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ (การไฟฟาสวนภูมิภาค, 2566)ชวงความตองการไฟฟาสูง (On Peak) ระหวางเวลา 09.00 – 22.00 น. ของวันทํางาน (จันทร – ศุกร) อัตราคาไฟฟา 4.1839 บาท/หนวยชวงความตองการไฟฟาต่ํา (Off Peak) ระหวางเวลา 22.00 – 09.00 น. ของวันทํางาน (จันทร – ศุกร) และระหวางเวลา 00.00 – 24.00 น. ของวันเสาร – อาทิตยวันแรงงานแหงชาติวันหยุดราชการตามปกติ(ไมรวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย) อัตราคาไฟฟา 2.6037 บาท/หนวยวธิการใช ีงานมเตอริ TOU ใหเก ดการประหย ิดคั าใชจายหรอทื าให ํคาไฟฟ าถกลงูโดยลดการใชไฟฟ าในช วงOn Peak (ระหวางเวลา 09.00 – 22.00 น. ของวนจันทรั – ศกรุ ) และเนนใช ไฟฟ าในช วง Off Peak (ระหวางเวลา22.00 – 09.00 น. ของวนจันทรั – ศกรุและระหวางเวลา 00.00 – 24.00 น. ของวนเสารั – อาทตยิ ) คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 19
3.3 วิธีขอใชไฟฟาและการเปลี่ยนมิเตอรไฟฟาเปน TOUเกษตรกรผูมีความประสงคจะยื่นใบคําขอใชไฟฟา สามารถดาวนโหลดไดที่เว็บไซตการไฟฟาสวนภูมิภาค(https://www.pea.co.th/downloads/PID/610/evl/0/CategoryID/18/CategoryName/แบบฟอรมบริการผูใชไฟ) โดยสามารถยื่นคําขอเปลี่ยนมิเตอรไดที่การไฟฟาสวนภูมิภาคในทองถิ่น และคาใชจายในการขอเปลี่ยนมิเตอรเปนแบบ TOU เริ่มตนที่ 6,640 บาท และมีคาใชจายเพิ่มขนาดมิเตอรไฟฟาตามขนาดที่ตองใชงานในฟารมกรณการยี นในนามบ ื่คคลุเกษตรกรตองเตร ยมเอกสารและแนบไปพร ีอมค าขอใช ํ ไฟฟ าในนามบ คคลุดงนั ี้• สําเนาบัตรประชาชน• สําเนาทะเบียนบานของฟารมที่จะขอติดตั้ง• กรณีไมใชเจาบานตองใชเอกสารแสดงความเกี่ยวพัน เชน สัญญาซื้อขาย• บิลคาไฟฟา• สําเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อกรณการยี นในนามน่ืติบิคคลุเกษตรกรตองเตร ยมเอกสารและแนบไปพร ีอมค าขอใช ํ ไฟฟ าในนามน ติบิคคลุดงนั้ี• หนังสือรับรองบริษัทไมเกิน 6 เดือน• สําเนาบัตรประชาชนกรรมการผูมีอํานาจ• สําเนาทะเบียนบานที่ขอเปลี่ยนมิเตอรไฟฟา• ใบมอบอํานาจและสําเนาบัตรประชาชนผูรับมอบ พรอมกรรมการผูมีอํานาจลงชื่อพรอมประทับตราบริษัทฯ ในกรณีไมไดดําเนินเรื่องดวยตนเองกรณีการยื่นคําขอผานทางออนไลนเกษตรกรสามารถดําเนินการผานทางออนไลนไดที่ e-service ที่เว็บไซตการไฟฟาสวนภูมิภาค (https://www.pea.co.th)การใชมเตอริแบบ TOU นบเป ันตวเลั อกในการลดและประหย ืดคั าใชจายในฟาร มได เปนอยางด ีเนองจากื่ฟารมไมมีความจําเปนตองใชไฟฟาจํานวนมากในชวงเวลากลางวัน แตในชวงเวลากลางคืนจําเปนตองใชไฟฟาปริมาณมากในการเติมอากาศใหเพียงพอกับความตองการออกซิเจนสําหรับการหายใจของกุง แพลงกตอน และจุลินทรียในบอเลี้ยงกุง3.4 หนังสือแจงคาไฟฟาและรายการใชไฟฟาในหนงสัอแจืงค าไฟฟ าม รายการใช ี ไฟฟ าท การไฟฟ ่ีาสวนภมูภาคนิามาคํานวณเงํนทิต่ีองช าระเป ํนค าใช ไฟฟ าในแตละเดือน อางอิงอัตราไฟฟาที่ประกาศที่ใชเดือนกุมภาพันธ 2566 โดยมีรายการที่สําคัญ 8 รายการ ดังนี้(ภาพที่ 6)1) ประเภทอัตรา ในตัวอยางระบุ 3224 เปนการขอใชไฟฟาประเภทที่ 3 สําหรับกิจการขนาดกลาง 2.2 คือ อัตราคิดคาไฟฟาตามชวงเวลาของการใช (TOU) และ 4 คือระดับแรงดันไฟฟา 22-33 kV 2) คาความตองการกําลังไฟฟาสูงสุด ในประเภทนี้คิดเทากับ 132.93 บาท/กิโลวัตต20 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
ตัวอยางหนังสือแจงคาไฟฟาและรายการที่นํามาคิดเปนคาไฟฟาที่ตองชําระในแตละเดือน© TCP/RAS/3808ภาพที่6P (Peak) หมายถึง ชวงเวลา 09.00 – 22.00 น. คิดอัตราคาไฟฟา 4.1839 บาท/หนวยOP (Off Peak) หมายถึง ชวงเวลา 22.00 – 09.00 น. คิดอัตราคาไฟฟา 2.6037 บาท/หนวยH คือ ชวงวันที่เปนวันเสาร - อาทิตยหรือวันหยุดราชการ (ไมรวมวันหยุดชดเชย) จะคิดอัตราคาไฟฟาเทากับชวง OP คือ 2.6037 บาท/หนวย3) พลังงานไฟฟาที่ใชคิดอัตราตามชวงเวลาของการใช (Time of Use Rate : TOU) คือจะคิดตามชวงเวลาการใชกําลังไฟฟาคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 21
4) คา Ft คือ อัตราคาไฟฟาแปรผันจากระบบการผลิต ระบบการสง และระบบการจําหนายไฟฟาของการไฟฟาซึ่งจะเรียกเก็บกับผูใชไฟฟาในแตละเดือน (แสดงคา Ft รวม = 1.5492 บาท/หนวย)5) อัตราคาบริการ สําหรับการใชไฟฟาประเภทนี้คือ 312.24 บาท/เดือน6) คาเพาเวอรรีแฟคเตอรคือ คาที่การไฟฟาเรียกเก็บเปนคาปรับ หากคา Power factor ต่ํากวา 0.85 หรือ kVAR ที่เกิน 61.97% ของ kW (ซึ่งคิดคาปรับหนวยละ 56.07 บาท/กิโลวาร)7) ภาษีมูลคาเพิ่ม คิดอัตรา 7% 8) ตัวคูณ เปนคาตัวคูณหนวยไฟฟาที่อานจากมิเตอรไฟฟา ในตัวอยางคือ 6003.5 วิธีการคํานวณคาไฟฟาในแตละเดือนจากตัวอยางหนังสือแจงคาไฟฟาในภาพที่ 6 สามารถใชเปนตัวอยางเพื่อคํานวณคาไฟฟาที่ตองชําระในแตละเดือนใหเขาใจไดดังนี้คาความตองการกําลังไฟฟาสูงสุด = (คาความตองการไฟฟาสูงสุดชวง On Peak) x (อัตราคาพลังงานไฟฟาสูงสุดชวง On Peak)คาความตองการไฟฟาสูงสุดชวง On Peak = (33.363 – 32.932) x 600) = 258.60 กิโลวัตตอัตราคาพลังงานไฟฟาสูงสุดชวง On Peak = 132.93 บาท/กโลว ิ ัตต = 258.60 x 132.93 = 34,375.70 บาทคาพลังงานไฟฟา = (จํานวนพลังงานไฟฟาชวง On Peak x อัตราคาไฟฟาชวง On Peak) + (จํานวนพลังงานไฟฟาชวง Off Peak + Holiday x อัตราคาไฟฟาชวง Off Peak)จํานวนพลังงานไฟฟาชวง On Peak = (4531.340 – 4463.360) x 600) = 40,788.00 หนวยอัตราคาไฟฟาชวง On Peak = 4.1839 บาท/หนวย = 40,788.00 x 4.1839 = 170,652.91 บาทจํานวนพลังงานไฟฟาชวง Off Peak + Holiday = ((5411.270 – 5330.030) x 600) + ((4779.560 – 4718.000) x 600) = 48,744.00 + 36,936.00 = 85,680.00 หนวยอัตราคาไฟฟาชวง Off Peak = 2.6037 บาท/หนวย = 85,680.00 x 2.6037 = 223,085.02 บาท = 170,652.91 + 223,085.02 = 393,737.93 บาทคาไฟฟาฐาน = คาความตองการกาลํ งไฟฟ ัาสงสูดุ + คาพล งงานไฟฟ ัา + คาบร การไฟฟ ิา = 34,375.70 + 393,737.93 + 312.24 = 428,425.87 บาท22 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
คาเพาเวอรแฟคเตอร= จํานวน kVAR ที่เกินกวารอยละ 61.97 ของ kWจํานวนกิโลวารที่เกิน = (24.698 – 24.187) x 600 = 306.60 = 306.60 – (357.60 x 0.6197) = 85.00 kVARอัตราคาปรับ = 56.07 บาท/kVAR = 85.00 x 56.07 =~ 4,765.95 บาทคาไฟฟาผันแปร (Ft) = จํานวนพลังงานไฟฟารวม (Peak + Off Peak + Holiday) x อัตราคา Ftจํานวนพลังงานไฟฟารวม = 40,788.00 + 48,744.00 + 36,936.00 = 126,468 หนวยอัตราคา Ft = 1.5492 = 126,468 x 1.5492 = 195,924.23 บาทคาภาษีมูลคาเพิ่ม (7%) = (คาไฟฟาฐาน + คา Ft + คาปรับเพาเวอรแฟคเตอร) x 0.07 = (428,425.87 + 195,924.23 + 4,765.95) x 0.07 = 629,116.05 x 0.07 = 44,038.12 บาทรวมคาไฟฟาที่ตองชําระ = คาไฟฟาฐาน + คา Ft + คาปรับเพาเวอรแฟคเตอร + คาภาษีมูลคาเพิ่ม = 428,425.87 + 195,924.23 + 4,765.95 + 44,038.12 = 673,154.17 บาทคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 23
3.6 การบริหารจัดการใชไฟฟาเพื่อลดคาใชจายดานพลังงานในการเลี้ยงกุงทะเลจากการคํานวณคาใชจายดานพลังงานของเกษตรกรในการเลี้ยงกุงทะเล เห็นไดวาการลดคาใชจายจากการใชพลังงานไฟฟา เกษตรกรตองกําหนดรูปแบบและใชนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานที่เหมาะสมในแตละชวงเวลาที่การไฟฟาสวนภูมิภาคไดคิดอัตราคาไฟฟาที่แตกตางกัน รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อลดคาไฟฟาผันแปร โดยการจัดการในแตละรายการใหมีประสิทธิภาพ สามารถอธิบายโดยสังเขปไดดังนี้1) การจัดการความตองการกําลังไฟฟาสูงสุด (kW)คาความตองการพลังไฟฟาสูงสุด (On Peak Demand) หมายถึง คาพลังงานไฟฟาเฉลี่ยสูงสุดใน 15 นาทีใด ๆ ในเดือนนั้น ๆ ในชวงเวลา On Peak ระหวาง 09.00 – 22.00 น. (เชน ถาพลังไฟฟาเฉลี่ยใน 15 นาทีแรกของวันแรกของเดือนใด ๆ เทากับ 100 กิโลวัตตและ 15 นาทีถัดไป เทากับ 80 กิโลวัตตมิเตอรก็จะบันทึกคา 100 กิโลวัตตเปนคาพลังไฟฟาสูงสุด แตถา 15 นาทีถัดไปเทากับ 120 กิโลวัตตมิเตอรก็จะบันทึกคา 120 กิโลวัตตแทน) การไฟฟาสวนภูมิภาคคิดคาไฟฟาจากการใชพลังไฟฟาสูงสุดในอัตรา132.93 บาท/กิโลวัตตการควบคุมคาความตองการพลังไฟฟาสูงสุดมีขอแนะนํา ดังนี้ • หลีกเลี่ยงการใชเครื่องเติมอากาศจํานวนมากในชวงเวลา On Peak หากในน้ํามีปริมาณออกซิเจนเพยงพออยี ในระดูบั 5 – 6 มก./ล. ทงนั้ี้การใชระบบควบคมการเตุมอากาศอิจฉรัยะชิวยค มปรุมาณิออกซิเจนใหอยูในระดับเหมาะสม สามารถควบคุมการใชพลังไฟฟาสูงสุดจากการเติมอากาศไดอยางมีประสิทธิภาพ • หลีกเลีดเครืองเตมอากาศพรอม ๆ กันดวยการใชอุปกรณ soft start หนดของมอเตอรเครื่องเติมอากาศแตละตัวใหหางกันเล็กนอย เพื่อลดปริมาณการใชไฟฟา (load) และพลังงานกระชากที่ทําใหเกิดแรงบิด (torque) ของการเริ่มตนใชงานเครื่องเติมอากาศ • ใชโซลารเซลลเปนแหลงพลังงานทดแทนการใชไฟฟาจากสายสงของการไฟฟาการใชพลังไฟฟาสูงสุดในชวงเวลา Off Peak ไมนํามาคิดเปนคา Demand charge ซึ่งเวลาดังกลาวเปนเวลาที่บอเลี้ยงกุงขาดออกซิเจนไดงายและคาอัตราไฟฟาถูกที่สุด การใชเครื่องเติมอากาศอยางเหมาะสมในชวงดังกลาวจึงทําใหเกิดการประหยัดคาใชจายในสวนนี้2) การลดพลังงานไฟฟาที่ใช (kWh) kWh (กิโลวัตต – ชั่วโมง) เปนตัวยอของหนวยการใชไฟฟา มาจากการใชเครื่องเติมอากาศหรือเครื่องสูบน้ํา ซึ่งมีจํานวนและระยะเวลาเขามาเกี่ยวของ หากใชจํานวนมากและใชเปนระยะเวลานาน ๆ ก็จะมีหนวยการใชไฟฟาเพิ่มมากขึ้นสงผลตอคาใชจายที่ตามมา การลดพลังงานไฟฟาที่ใชมีขอแนะนํา ดังนี้ • หลีกเลี่ยงการใชเครื่องเติมอากาศในกรณีที่น้ํามีปริมาณออกซิเจนเพียงพอ • ใชระบบควบคมการเตุมอากาศอิจฉรัยะิและ/หรอโซลาร ืเซลล เปนแหลงพล งงานทดแทนการใช ั ไฟฟ าจากสายสงของการไฟฟา • ในกรณเดีอนแรกทืเรี่มติ่นเลยงกี้งุความตองการออกซเจนของบิอมนีอย หากใชมอเตอรทสามารถี่ควบคุมความเร็วรอบของการหมุนไดควรปรับความเร็วรอบใหเหมาะสมกับปริมาณกุงในบอเลี้ยงและเพื่อรักษากระแสน้ําที่ไหลเวียนไปทั่วบอเลี้ยงกุง24 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
3) การควบคุมคาเพาเวอรแฟคเตอร (Power factor)สําหรับการใชเครื่องเติมอากาศหรือหมอแปลงไฟฟาระบบกระแสสลับ (AC) ที่ตองทํางานหรือหมุนโดยอาศัยสนามแมเหล็ก การใชไฟฟาทําใหมุมทางไฟฟาของกระแสและมุมทางไฟฟาของแรงดันตางกันเกิดเปนการใชพลังงานไฟฟารีแอกทีฟ (Reactive energy) ซึ่งมีหนวยเปนกิโลวาร – ช่ัวโมง (kVAR – hr) ซึ่งพลังงานไฟฟานี้อุปกรณไฟฟาไมไดนําไปใชงานจริง เชน เมื่อหมอแปลงตัวใหญเกิดการใชพลังงานไฟฟารีแอกทีฟมาก การจายโหลดไฟฟาใหอุปกรณจะทําไดนอยลง เพราะแรงดันตกในสายไฟฟาและเกิดการสูญเสียพลังงานไฟฟาในสายไฟและหมอแปลงมาก จึงถือวาเปนพลังงานที่สูญเสียไปโดยไมจําเปน และเกษตรกรตองเสียคาใชจายในสวนนี้โดยการไฟฟาไดมีมาตรการกําหนดใหผูใชไฟฟาตองปรับปรุงระบบใหมีคา Power factor สูงกวา0.85 ขนไป ึ้เพอให ื่ประส ทธิ ภาพของระบบไฟฟ ิ าของประเทศด ขีนและลดการสึ้ญเส ูยพลี งงานโดยรวม ัซงการไฟฟ ึ่าไดกําหนดคาปรับสําหรับผูใชไฟฟาที่ไมสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไวโดยเกษตรกรสามารถดูไดจากบิลคาไฟฟาของผูใชไฟฟาประเภทที่ 3 – 7 ซึ่งคาปรับอยูในอัตรา 56.07 บาท/kVAR โดยมีวิธีการสังเกตและคํานวณ ดังนี้คาปรับคาเพาเวอรแฟคเตอร (บาท) = [กิโลวาร (kVAR) – (กิโลวัตต (kW)*61.97/100)] *56.07เกษตรกรควรมีการปรับปรุงคาพลงงานไฟฟ ั ารีแอกทีฟ เพื่อไมตองโดนเรียกเก็บคาปรับ Power factor ในบิลคาไฟฟา ซึ่งวิธีหนึ่งที่ไดรับความนิยมอยางแพรหลายคือการติดตั้ง Capacitor bank เพื่อปรับปรุงการใชพลังงานในสวนนี้เกษตรกรควรมีการปรับปรุงคา Power factor ใหเปนไปตามมาตรฐานที่การไฟฟากําหนด หรือทําใหคา Power factor เขาใกล 1 มากที่สุด ซึ่งสามารถชวยใหประหยัดคาใชจายไดอีกดวย4) คาบริการ (Service charge)คาบริการเปนคาใชจายที่การไฟฟาสวนภูมิภาคเรียกเก็บจากเกษตรกร หรือผูใชบริการไฟฟาทุกรายในอัตราคงที่ ไมเกี่ยวของกับปริมาณและประสิทธิภาพการใชไฟฟาในแตละเดือน5) คาอัตราไฟฟาผันแปร (Ft) Ft ยอมาจากคาวํา Fuel Adjustment Cost at the given time เปนอตราคั าไฟฟ าผ นแปรท ัมี่การประกาศ ีทุก ๆ 4 เดือน ปละ 3 ครั้ง ไดแกเดือนมกราคม เดือนพฤษภาคม และเดือนกันยายน โดยอาจมีการปรับขึ้น – ลงหรือคงที่ขึ้นอยูกับสถานการณโลก ณ ขณะนั้น ตามมติของคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (กกพ.) เชนคา Ft ประกาศเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566 มีคาหนวยละ 0.9119 บาท (ไมรวมภาษีมูลคาเพิ่ม) ซึ่งคาใช จายทั้งหมดขึ้นอยูกับหนวยไฟฟาที่ใชรวมทั้งหมด ทุกชวงเวลาในรอบ 1 เดือนทั้งนี้การใชระบบควบคุมการเติมอากาศอัจฉริยะ และ/หรือโซลารเซลลเปนแหลงพลังงานทดแทนการใชไฟฟาจากสายสงของการไฟฟา ทําใหลดปริมาณการใชไฟฟาจากสายสงของการไฟฟา ซึ่งทําใหคาใชจายในสวนนี้ลดลงคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 25
6) คาภาษีมูลคาเพิ่ม (VAT)เกษตรกรและผูใชไฟฟาตองชําระภาษีมูลคาเพิ่ม 7% (VAT 7%) จากคาไฟฟาทั้งหมด (คาไฟฟาฐาน + คา Ft + คาปรับเพาเวอรแฟคเตอร) ในแตละเดือนหากเกษตรกรมีการลดการใชไฟฟาดวยวิธีการทั้งหมดที่กลาวมาแลวขางตน จะทําใหคาใชจายดานพลังงานที่แสดงในบิลคาไฟฟาลดลง ซึ่งสามารถลดยอดชําระภาษีมูลคาเพิ่มของการใชพลังงานไฟฟาไดการอานคาบิลคาไฟฟาเพื่อนํามาบริหารจัดการลดคาใชจาย โดยการใชนวัตกรรมในการเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงาน มีแนวทางสรุปไดดังนี้ (ตารางที่ 9)รายการคาไฟฟา วิธีการลดคาใชจาย1. คาความตองการพลังงานไฟฟาสูงสุด ควบคุมไมใหเกิดการใช Load พลังงานของอุปกรณพรอม ๆ กัน2. คาพลังงานไฟฟา ใชพลังงานทดแทนและเครื่องควบคุมการเติมอากาศอัจฉริยะ3. คาเพาเวอรแฟคเตอร(Power factor charge)ปรับปรุงคาไฟฟาพลังงานรีแอกทีฟ เพื่อปองกันไมใหมีการสูญเสียของพลังงานไฟฟา (ติดตั้ง Capacitor bank)4. คาบริการ (Service charge) เปนคาคงที่ลดไมได5. คาไฟฟาผันแปร (Ft : Float time) ลดไดตามคาพลังงานไฟฟาที่ใชลดลง6. คาภาษีมูลคาเพิ่ม (VAT) ลดไดตามคาไฟฟาทั้งหมดที่ลดลงตารางที่ 9สรุปแนวทางการบริหารจัดการลดคาใชจายที่แสดงบิลรายการคาไฟฟาที่มา : TCP/RAS/380826 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
4. ขอกำหนดทั่วไปและมาตรฐานอุปกรณเพื่อการติดตั้งโซลารเซลลและใชงานไดอยางปลอดภัยการตดติ งโซลาร ั้เซลล ใหคมคุ าและสามารถใช ประโยชน ไดตามอาย การใชุงานของแผงโซลาร เซลลทมี่อายีถุงึ20 – 25 ปเกษตรกรควรเขาใจถึงขอกําหนดทั่วไปที่หนวยงานราชการกําหนดใหผูใหบริการติดตั้งโซลารเซลลและเกษตรกรผูใชงานตองปฏิบัติรวมถึงมาตรฐานการติดตั้งโซลารเซลลที่ชวยใหการใชงานโซลารเซลลเกิดความคุมคา คุมราคา และปลอดภัยในระยะยาวการติดตั้งเทคโนโลยีผลิตไฟฟาดวยพลังงานแสงอาทิตยหรือโซลารเซลลนั้น นอกจากจะตองคํานึงถึงประสิทธิภาพในการใชงานที่ตองสอดคลองตอเปาหมายแลว อีกหนึ่งปจจัยที่ตองคํานึงถึงคือ เรื่องของความปลอดภัย ที่ตองเปนไปตามมาตรฐานการติดตั้งโซลารเซลลซึ่งใหความสําคัญตอการติดตั้งระบบปองกันตาง ๆในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การเกิดอุบัติภัยตาง ๆ ตอตัวอาคารที่มีการติดตั้งระบบโซลารเซลลไวไมวาจะเปนดาดฟาหรือหลังคา รวมไปถึงการปฏิบัติงานดานอื่น ๆ ที่ตองเปนไปตามขอกําหนดทั่วไปของหนวยงานที่เกี่ยวของเชน หนวยงานทองถิ่น หนวยงานที่ใหบร ิการจําหนายไฟฟา เปนตน โดยมีประเด็นที่เกษตรกรตองใหความใสใจและควรหาความรูกอนติดตั้งโซลารเซลลดังนี้4.1 ขอกําหนดทั่วไปและมาตรฐานอุปกรณเพื่อการติดตั้งโซลารเซลล1) ขอกําหนดขององคกรปกครองสวนทองถิ่น (เชน เทศบาล องคการบริหารสวนตําบล) ในสวนของความปลอดภัยดานอาคารที่ทําการติดตั้งโซลารเซลล2) มาตรฐานและขอกําหนดทั่วไปในการติดตั้งโซลารเซลลของการไฟฟาสวนภูมิภาคและการไฟฟานครหลวง3) มาตรฐานการตดติ งทางไฟฟ ั้าสาหรํ บประเทศไทย ั : ระบบผลตไฟฟ ิาจากพลงงานแสงอาทัตยิชนดติดติงั้บนหลังคา ของสมาคมวิศวกรรมสถานแหงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ (วสท.)4) มาตรฐานการติดตั้งอื่นที่เกี่ยวของ เชน คุณสมบัติของวัสดุและอุปกรณที่นํามาใชตองมีมาตรฐานมีความปลอดภัย ถูกตองตามเงื่อนไขและหลักเกณฑของหนวยงานนั้น ๆ5) ผใหูบรการติดติ งโซลาร ั้เซลล ตองมการจีดสรรบัคลากรทุมี่ความสามารถอยีางเพ ยงพอในการให ีบรการิเนื่องจากการทํางานกับระบบโซลารเซลลใหไดมาตรฐานการติดตั้งนั้น มีความสลับซับซอนของกลไกการทํางานเกษตรกรจึงควรใชบริการจากผูที่มีความรูความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ไมวาจะเปน วิศวกร ชางไฟฟา หรือผูดูแลควบคุมการออกแบบและติดตั้งระบบโซลารเซลลซึ่งบุคคลเหลานี้ควรผานการฝกอบรมความรูเฉพาะทางที่เก่ียวของกับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟาดวยพลังงานแสงอาทิตยหรือความปลอดภัยในการทํางานที่เกี่ยวของรวมทงควรมั้ใบร ีบรองคัณวุฒุวิชาชิพีหรอผืานการอบรมการตดติ งระบบโซลาร ั้เซลลมาแลวเพอเป ื่นเอกสารยนยืนักอนเขาปฏิบัติงาน เพื่อใหสอดคลองตอมาตรฐานการติดตั้งโซลารเซลล6) มีการจัดเตรียมโครงสรางพื้นฐานเพื่อการใหบริการที่เหมาะสม นอกจากผูปฏิบัติงานจะมีความสําคัญตอการตดติ งระบบโซลาร ั้เซลลแลวอกปีจจยทั ขาดไม ี่ ได ในมาตรฐานการต ดติ งโซลาร ั้เซลลนนั้กค็อืการจดเตรัยมีโครงสรางพื้นฐานตางๆ ที่เกี่ยวของกับการใหบริการ ไมวาจะเปนอุปกรณเครื่องมือชางตาง ๆ อุปกรณปองกันคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 27
สวนบคคลุรวมไปถงอึ ปกรณุทน่ีามาใช ํ ในการต ดติงระบบ้ั ไมว าจะเป นแผงโซลาร เซลล อนเวอริเตอร โซลารชารจเจอร ก็ควรเปนอุปกรณที่ผานการตรวจสอบ และไดรับการรับรองมาตรฐานจากการไฟฟาสวนภูมิภาค หรือการไฟฟานครหลวง ซึ่งทําใหมีความนาเชื่อถือและทําใหเกิดความปลอดภัยในระหวางการใชงานมากยิ่งขึ้น4.2 แนวทางการปฏิบัติทั่วไปเพื่อความปลอดภัยในระหวางการใชงานโซลารเซลล1) ติดตั้งแผงโซลารเซลลและอุปกรณประกอบไดอยางปลอดภัยและมีมาตรฐาน2) การรับน้ําหนักของหลังคาหรือโครงสรางที่รองรับแผงโซลารเซลล3) การออกแบบความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเพลิงไหมซึ่งตองมีระบบที่ทําหนาที่หยุดทํางานฉุกเฉินหรอื Rapid shutdown เพอลดแรงดื่ นไฟฟ ั าจากแผงโซลาร เซลล ใหมแรงดี นไฟฟ ัาลดลงอย ในระดูบทั ปลอดภ ี่ยัและในเวลาที่รวดเร็ว สําหรับความปลอดภัยของผูใชงาน และเจาหนาที่กูภัยที่เกี่ยวของ4) อปกรณุปองกนอั นตรายในกรณ ัการเกี ดฟิาผาซงอาจทึ่าให ํเก ดไฟกระชาก ิสรางความเสยหายตีออ ปกรณุไฟฟาภายในฟารมและอาจนําไปสูการเกิดเพลิงไหมไดจึงควรติดตั้งอุปกรณปองกันไฟฟาลัดวงจรและระบบการตอลงดินที่ถูกตอง พรอมอุปกรณปองกันแรงดันไฟกระชาก (Surge arrester) เพื่อปองกันแรงดันไฟฟาเกินและเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณไมคาดคิด5) ควรดําเนินการออกแบบและติดตั้งโดยวิศวกรไฟฟาผูเชี่ยวชาญ และไดรับการอบรมดานการติดตั้งระบบโซลารเซลลจากหนวยงานที่เกี่ยวของโดยตรง ควรใชอุปกรณที่มีคุณภาพ ไดมาตรฐานในการติดตั้งระบบโซลารเซลลบนหลังคา6) ตองมีการตรวจบํารุงรักษาประจําปเพื่อใหมั่นใจไดวาแผงโซลารเซลลและอุปกรณประกอบอื่น ๆยังสามารถใชงานผลิตไฟฟาไดอยางปลอดภัย และไมมีความเสียหายระหวางการใชงาน รวมถึงตรวจสอบระบบปองกันตาง ๆ วายังอยูในสภาพที่ปลอดภัย และสามารถปองกันหากเกิดเหตุฉุกเฉินได28 คูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา
การไฟฟาสวนภูมิภาค 2566 ประกาศการไฟฟาสวนภูมิภาคเรื่องอัตราคาไฟฟาเดือนพฤษภาคม 2566. สํานักงานใหญ. https://www.pea.co.th/Portals/0/off peak/Electricity Tariff MAY 2023 TH.pdf กลุมเศรษฐกิจการประมง กองนโยบายและยุทธศาสตรพัฒนาการประมง. 2563. ตนทุนและผลตอบแทนการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไม ป 2561. กรมประมง. https://www.fi sheries.go.th/strategy/fi sheconomic/costs/ตนทุนกุงแวนนาไม%20%2061.pdf พุทธ สองแสงจินดา. 2563. การเพิ่มผลิตภาพและลดตนทุนการเลี้ยงกุงขาวแวนนาไมของประเทศไทย: กรณีศึกษาเกษตรกรรายยอยที่มีพื้นที่ฟารมนอยกวา 20 ไร. รายงานการศึกษาสวนบุคคล, หลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ (นบส.กษ.) รุนที่ 3, สถาบันเกษตราธิการ. สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ. 77 หนา.เอกสารอางอิงคูมือเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานและการจัดการเลี้ยงกุงทะเลใหมีตนทุนต่ํา 29
1. นางสุทธินีลิ้มธรรมมหิศร2. นางสาวมนทกานติทามติ้น3. นายมนตรีบัวบาล4. นายไวทัศนหนูกล่ํา5. นางสมพิศ แยมเกษม6. นางอรัญญา อัศวอารีย7. นางสาวพัชรีซุนสั้น8. นายอาคม สิงหบุญ9. นายนิคม ละอองศิริวงศคณะทำงาน (กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตวน้ำชายฝง)คณะผูจัดทำ1. นายพุทธ สองแสงจินดา2. นางสาวจุฑารัตนกิตติวานิช3. นางสาวอัญชลีตันไชยฮะ4. วาที่รอยตรีภาคภูมิศรีทองนวล© นายชิราวุธ ฝอยทอง