The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT (คุณวิกรม ธารธรรมวงศ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อติพล กิมาวะหา, 2026-01-15 03:13:46

การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT (คุณวิกรม ธารธรรมวงศ์)

การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT (คุณวิกรม ธารธรรมวงศ์)

จัดพิมพ์โดยกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่ง กรมประมง50 เกษตรกลาง ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900โทรศัพท์ 02 562 0588 โทรสาร 02 561 0786E-mail : [email protected] : https://www4.fisheries.go.th/coastalaquaculture/ออกแบบ/พิมพ์ที่ หจก.วนิดาการพิมพ์ (สาขาที่ 1) 134/73 หมู่ 4 ต�ำบลตลาดขวัญ อ�ำเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี 11000โทรศัพท์ 08 1783 8569ด้วยเทคโนโลยี ผ่านระบบการเลี้ยงกุ้งทะเลIoT


คำ�นำ�ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด�ำเนินการโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 ภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้เกษตรกรมีการน�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพ ความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมโยงการตลาด สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนกรมประมงโดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่ง ได้ด�ำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด จึงได้ด�ำเนินการถอดองค์ความรู้การเลี้ยงกุ้งทะเลของ นายวิกรม ธารธรรมวงศ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ มีวิธีการเลี้ยงกุ้งโดยการตรวจวัดและติดตามการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน�้ำตลอด 24 ชั่วโมง (Realtime) ด้วยการใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ส่งข้อมูลให้กับเครื่องรับข้อมูลผ่านระบบ IoT ซึ่งเอกสารฉบับนี้จะช่วยให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจการเลี้ยงกุ้งด้วยระบบอัจฉริยะสามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ เพื่อบริหารและจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ และหวังว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่สนใจทั่วไปกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่ง กรมประมงกันยายน 25652 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


ที่ปรึกษาขอขอบคุณนายวิกรม ธารธรรมวงศ์สมาชิกวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กุ้งทะเลนายายอามจังหวัดจันทบุรีดร.สุทธินี ลิ้มธรรมมหิศรผู้อ�ำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งดร.พุทธ ส่องแสงจินดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลนางสาวจุฑารัตน์ กิตติวานิชหัวหน้ากลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งนางสาวประภาพร ดีมากนักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งนางสาวอัญชลี ตันไชยฮะนักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งนางสาวฉัตรนลิน ยออัครกุลนักวิชาการประมงปฏิบัติการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำชายฝั่งผู้จัดท�ำการเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 3 IoT


3.1 การเตรียมบ่อเลี้ยง 73.2 การเตรียมน�้ำ 73.3 ลูกพันธุ์ 83.4 การให้อาหาร 83.5 สภาพแวดล้อมในการเลี้ยง 93.5.1 เครื่องควบคุมระบบเติมอากาศอัจฉริยะ 103.6 การแก้ปัญหาโรคกุ้ง 133.7 ตะกอนเลน 144.1 การตรวจวัดและรายงานผลคุณภาพน�้ำ 15ผ่านระบบ IoT4.2 คุณภาพน�้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้งทะเล 16สารบัญ456ค�ำน�ำสารบัญ1. ประวัติความเป็นมา2. ฟาร์มกุ้งทะเล3. การจัดการเลี้ยง4. ภาคผนวก71524 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


ถึงแม้ว่าฟาร์มจะประสบปัญหาแต่คุณวิกรม ธารธรรมวงศ์ ยังคงมุ่งมั่นศึกษาหาความรู้เรื่องการเลี้ยงกุ้งเพิ่มเติม ด้วยการศึกษาดูงานตามฟาร์มต่าง ๆ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิชาการและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง การเข้าร่วมงานวันวิชาการกุ้งจันท์/งานสัมมนาวิชาการต่าง ๆ เนื่องจากคุณวิกรม ธารธรรมวงศ์ คิดอยู่เสมอว่าตนคือผู้เลี้ยงกุ้งมือใหม่ ยังไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงกุ้งมากนัก ปัจจุบันฮัมมิ่งเวย์ฟาร์ม ได้ปรับรูปแบบการเลี้ยงจากการเลี้ยงพร้อมกันทั้ง 3 บ่อ มาเป็นการทยอยเลี้ยงครั้งละบ่อ เมื่อกุ้งมีอายุมากกว่า 40 วัน จึงจะลงกุ้งเลี้ยงบ่อใหม่ อีกทั้งมีแนวคิดเริ่มน�ำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาปรับใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลจนเป็นที่รู้จักและเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษา/ดูงานของสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชน ตลอดจนเกษตรกรผู้สนใจ จึงอาจกล่าวได้ว่า ฮัมมิ่งเวย์ฟาร์มคือต้นแบบฟาร์มเลี้ยงสัตว์น�้ำอัจฉริยะฟาร์มหนึ่งใน จ.จันทบุรีนายวิกรม ธารธรรมวงศ์ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กุ้งทะเลนายายอาม ต.ช้างข้าม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี คือหนึ่งในเกษตรกรที่ได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 ภูมิล�ำเนาเดิมอยู่กรุงเทพฯ ประกอบอาชีพค้าขายเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง และร้านอาหารกลางคืน เมื่อปี 2549 มีปัญหาด้านสุขภาพ จึงได้ย้ายมาพักฟื้นร่างกายที่ จ.จันทบุรี และวางแผนช่วยคุณลุงเลี้ยงกุ้ง 1 บ่อ ประมาณ 3 ปี โดยคิดว่าเมื่อสุขภาพดีขึ้นแล้วจะกลับบ้านที่กรุงเทพฯ ในปี 2552 - 2553 การเลี้ยงกุ้งประสบความส�ำเร็จค่อนข้างดี จึงได้เริ่มคิดซื้อที่ดินแปลงนี้เพื่อประกอบอาชีพการเลี้ยงกุ้งทะเล (ฮัมมิ่งเวย์ฟาร์ม ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี) แต่เมื่อปี 2554 ฟาร์มประสบปัญหาโรคตายด่วน (EMS) ท�ำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ผลผลิตกุ้งในฟาร์มลดลง เนื่องจากอัตราการตายของกุ้งสูง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดทุน1 ประวัติความเป็นมาการเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 5 IoT


2.1 พื้นที่ฟาร์ม ฮัมมิ่งเวย์ฟาร์ม มีพื้นที่ฟาร์มทั้งหมดประมาณ 11 ไร่ แบ่งเป็น บ่อเลี้ยง จ�ำนวน 3 บ่อ ขนาดประมาณ 2 - 3 ไร่ และบ่อพักน�้ำ จ�ำนวน 1 บ่อ ขนาดประมาณ 4 ไร่ฟาร์มกุ้งทะเล2.2 แหล่งน�้ำฟาร์มตั้งอยู่ใกล้แหล่งน�้ำธรรมชาติ น�ำน�้ำเข้ามาใช้ในฟาร์มโดยการขุดร่องน�้ำต่อมาจากปากน�้ำแขมหนูผ่านคลองตะกาดเง้า มีความเค็มเฉลี่ย 15 - 20 พีพีที และมีบ่อเก็บน�้ำจืดซึ่งเป็นน�้ำที่ไหลมาจากร่องเขาด้านหน้าฟาร์ม26 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


การจัดการเลี้ยง3.2 การเตรียมน�้ำสูบน�้ำเข้าบ่อพัก โดยผ่านการกรองด้วยมุ้งไนลอนสีฟ้า เพื่อป้องกันพาหะและศัตรูกุ้ง เช่น ปลา หอย ตัวอ่อนและไข่ของสัตว์น�้ำอื่น ๆ เป็นต้นใช้คลอรีนผง 90% จ�ำนวน 20 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อเน้นฆ่าเชื้อโรคและก�ำจัดพาหะสร้างอาหารธรรมชาติ ด้วยการท�ำสีน�้ำ (แพลงก์ตอนพืช) โดยใช้มูลไส้เดือน 20 กิโลกรัม ผสมกับกากน�้ำตาล 5 กิโลกรัมใช้สีน�้ำเทียมในการท�ำสีน�้ำ เพื่อลดปริมาณแสงตั้งแต่เริ่มปล่อยกุ้ง ควบคุมไม่ให้แพลงก์ตอนมีจ�ำนวนมากเกินไป และท�ำให้ pH ไม่แกว่งมากน�้ำที่ใช้เลี้ยงจะใช้ระบบน�้ำหมุนเวียน ซึ่งปกติจะเลี้ยงกุ้งในบ่อที่ 1 และ 2 โดยเมื่อจับกุ้งบ่อที่ 2 จะดูดน�้ำเข้าบ่อที่ 3 เพื่อเก็บน�้ำไว้ใช้เลี้ยงต่อ และเมื่อจับกุ้งบ่อที่ 1 จะดูดน�้ำเข้าบ่อที่ 2 เพื่อเก็บน�้ำไว้ใช้ต่อไป3.1 การเตรียมบ่อเลี้ยง เมื่อน�ำดินเลนออกจากบ่อแล้ว จะตากบ่อประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ดินได้รับออกซิเจนและย่อยสลายสารอินทรีย์ รวมถึงฆ่าเชื้อโรคที่จะฝังอยู่ในดิน จากนั้นหว่านปูนขาว 1 ตัน และปูนมาร์ล 1 ตัน ส�ำหรับบ่อขนาด 2 - 3 ไร่ ตามสภาพความเป็นกรดและด่าง (pH) ของดินบริเวณพื้นบ่อ3การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 7 IoT


3.3 ลูกพันธุ์การเลือกลูกพันธุ์กุ้ง เกษตรกรจะพิจารณาสายพันธุ์ที่มีความต้านทานต่อเชื้อโรค โดยเฉพาะโรคขี้ขาวซึ่งจะท�ำให้กุ้งไม่โต แตกไซซ์ และได้ผลผลิตน้อยอัตราปล่อย : ปล่อยลูกกุ้งที่ระยะ PL12 ในอัตรา 100,000 - 150,000 ตัว/ไร่3.4 การให้อาหาร ให้อาหารตามตารางการให้อาหาร โดยการเช็กขนาดกุ้งจากยอ ทุก ๆ 7 วัน เมื่อทราบน�้ำหนักกุ้งจะปรับการให้อาหารตามตารางการให้อาหารมีการใช้เครื่องคลุกอาหารเพื่อช่วยในการผสม ยีสต์ + กรดอะมิโน จ�ำนวน 7 กรัม กับจุลินทรีย์ ปม.2 จ�ำนวน 100 มิลลิลิตร ต่ออาหารกุ้ง 1 กิโลกรัม ใช้เวลาในการคลุกประมาณ 2 นาที จากนั้นน�ำอาหารที่ได้ไปผึ่งให้แห้งในที่ร่ม ก่อนน�ำไปใช้เลี้ยงกุ้ง8 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


ใบพัดตีน�้ำแบบ “ใบพาย” จะกินน�้ำลึกแต่เพิ่มออกซิเจนในน�้ำได้น้อยกว่าใบพัดแบบ“ตีนเป็ด” ดังนั้นถ้าต้องการเพิ่มออกซิเจนในน�้ำ ให้ใช้ใบพัดตีน�้ำแบบ “ตีนเป็ด” แต่ถ้าต้องการหมุนเวียนน�้ำและขับเคลื่อนมวลน�้ำให้ใช้ใบพัดตีน�้ำแบบ “ใบพาย”3.5 สภาพแวดล้อมในการเลี้ยง ฟาร์มมีการควบคุมคุณภาพน�้ำให้มีความสมดุล เนื่องจากคุณภาพน�้ำมีความส�ำคัญอย่างมากส�ำหรับการเลี้ยงกุ้ง หากคุณภาพน�้ำไม่ดีจะมีผลต่อการกินอาหารของกุ้ง และการย่อยสลายสารอินทรีย์ของจุลินทรีย์ภายในบ่อ ท�ำให้กุ้งอ่อนแอ เจริญเติบโตช้า และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกุ้งทะเลโดยการตรวจวัดคุณภาพน�้ำ และรักษาปริมาณออกซิเจนละลายในน�้ำ (DO) ตลอดการเลี้ยงให้ไม่ต�่ำกว่า 5 มิลลิกรัม/ลิตร ด้วยการติดตั้งเครื่องตีน�้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้แก่บ่อเลี้ยงกุ้ง เฉลี่ยบ่อละ 6 - 8 ตัว/บ่อ ใบพัดตีน�้ำเฉลี่ย 6 - 8 แขน/บ่อ โดยในช่วงเวลากลางวันเปิดเครื่องตีน�้ำ 4 - 6 ตัว/บ่อ (4 - 6 แขน/บ่อ) และช่วงเวลากลางคืนเปิดเครื่องตีน�้ำ6 - 8 ตัว/บ่อ (6 - 8 แขน/บ่อ) ตลอดระยะเวลาการเลี้ยงชนิดของใบพัดตีน�้ำใบพัดตีน�้ำแบบใบพายใบพัดตีน�้ำแบบตีนเป็ดการเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 9 IoT


3.5.1 เครื่องควบคุมระบบเติมอากาศอัจฉริยะตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ฮัมมิ่งเวย์ฟาร์มได้ด�ำเนินการติดตั้งเครื่องควบคุมระบบเติมอากาศอัจฉริยะ เพื่อการตรวจวัดและติดตามการเปลี่ยนของคุณภาพน�้ำตลอด 24 ชั่วโมง (Realtime) ช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบคุณภาพน�้ำได้แก่ ปริมาณออกซิเจนละลายในน�้ำ (DO) ความเป็นกรด-ด่าง (pH) และอุณหภูมิ ได้ตลอดเวลาผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟน (Smart Phone) โดยใช้ระบบ Internet of Things (IoT) นอกจากนี้ฟาร์มยังได้ติดตั้งมอเตอร์เกียร์แบบลอยน�้ำ ซึ่งเป็นมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ทดแทนมอเตอร์เกียร์แบบเดิมที่ติดตั้งไว้บริเวณคันบ่อด้วยหลักการท�ำงานของเครื่องควบคุมระบบเติมอากาศอัจฉริยะ เกษตรกรก�ำหนดค่า DO เพื่อให้เครื่องฯ ท�ำงานได้เอง เช่น ตั้งค่า DO ไว้ที่ 5 มิลลิกรัม/ลิตร เมื่อระดับ DO ลดลงต�่ำกว่า 5 มิลลิกรัม/ลิตร ระบบจะสั่งการเปิดเครื่องตีน�้ำอัตโนมัติ และจะปิดเครื่องตีน�้ำเมื่อระดับ DO เท่ากับค่าที่ตั้งไว้ เป็นต้น นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถควบคุมเครื่องตีน�้ำด้วยตนเอง (Manual) ผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟนได้อีกด้วยเครื่องควบคุมระบบเติมอากาศอัจฉริยะเซนเซอร์วัดคา pHเซนเซอร์วัดคา DO และอุณหภูมิมอเตอร์เกียร์แบบลอยน�้ำ10 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


SMART FARMWater QualitySensorsDO TemperaturepHหลังใช้เครื่องควบคุมระบบเติมอากาศอัจฉริยะ และมอเตอร์เกียร์แบบลอยน�้ำที่มีประสิทธิภาพสูง พบว่า ฟาร์มเปิดเครื่องตีน�้ำลดลงจากเดิม คือ ในช่วงเวลากลางวันเปิดเครื่องตีน�้ำ 1 - 2 ตัว/บ่อ (1 - 2 แขน/บ่อ) และในช่วงเวลากลางคืนเปิดเครื่องตีน�้ำ4 - 5 ตัว/บ่อ (4 - 5 แขน/บ่อ) ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ท�ำให้ช่วยลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการเลี้ยงกุ้งขาวของฟาร์มได้ประมาณ 20 - 30% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดการเลี้ยงของฟาร์มด้วยก่อนติดตั้งเครื่องฯ ผมจ่ายค่าไฟฟ้าประมาณ 38,000 - 40,000 บาท/เดือนแต่หลังจากติดตั้งเครื่องฯ แล้วค่าไฟฟ้าลดลงเหลือประมาณ 28,000 - 29,000 บาท/เดือนผลผลิตประมาณ 2,000 กิโลกรัม/ไร่ต้นทุน 125 บาท/กิโลกรัม ขนาดกุ้ง 60 ตัว/กิโลกรัมอัตรารอดร้อยละ 80 และอัตราแลกเนื้อ (FCR)ประมาณ 1.4“”การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 11 IoT


ที่มา : https://hydroneo.net/th/1. ตรวจสอบคุณภาพน�้ำอัตโนมัติวัดค่าคุณภาพน�้ำแบบทันทีและตลอดเวลา (Realtime)แจ้งเตือนค่า DO เมื่อค่าออกซิเจนต�่ำกว่าเกณฑ์ที่ก�ำหนด2. ควบคุมระบบเติมอากาศควบคุมเครื่องเติมอากาศอัตโนมัติตามค่า DO ที่ตั้งไว้ตั้งเวลาควบคุมเครื่องเติมอากาศอัตโนมัติหรือควบคุมด้วยตนเองมีไซเรนแจ้งเตือน ก่อนเครื่องเติมอากาศท�ำงาน3. ควบคุมทุกอย่างผ่านสมาร์ตโฟนมีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในตัวควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในฟาร์มผ่านแอปพลิเคชัน หรือตั้งเวลาอัตโนมัติ4. ช่วยประหยัดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้สูงสุด 20 - 50% ขึ้นอยู่กับการจัดการเลี้ยงของแต่ละฟาร์ม5. บริหารฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพเปรียบเทียบผลการเลี้ยงกับค่ามาตรฐานและข้อมูลในรอบการเลี้ยงก่อน ๆใช้ข้อมูลช่วยในการตัดสินใจ เช่น เมื่อไหร่ที่ควรจะท�ำการจับกุ้งออกบางส่วน เป็นต้น6. วิเคราะห์อัตราการให้อาหารบันทึกและประมวลข้อมูลการให้อาหาร เพื่อทราบถึงระยะการเจริญเติบโตของกุ้งติดตาม FCR เพื่อปรับการให้อาหารแต่ละช่วงให้เหมาะสม ส่งผลให้คงคุณภาพน�้ำที่ดีไว้7. ติดตามการเจริญเติบโตของกุ้งมีฟังก์ชันการบันทึกข้อมูล เพื่อทราบการเจริญเติบโตและเพื่อประเมินการเลี้ยงจุดเด่น ของระบบการจัดการฟาร์มกุ้งอัจฉริยะ12 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


3.6 การแก้ปัญหาโรคกุ้ง เกษตรกรเชื่อว่า ปัจจัยที่ส�ำคัญในการเลี้ยงกุ้งให้ปลอดโรค คือ สายพันธุ์กุ้ง และการเตรียมบ่อ นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาการเลี้ยงเกษตรกรจะมีการใช้น�้ำหมักจุลินทรีย์ เพื่อช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน�้ำและลดปริมาณเชื้อก่อโรคทั้งในสิ่งแวดล้อม และในระบบทางเดินอาหารของกุ้ง ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคในกุ้งและลดการใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อพบโรคขี้ขาว เกษตรกรจะหยุดการให้อาหาร 1 วัน จากนั้นจะน�ำใบฝรั่งมาปั่นแล้วคั้นน�้ำ น�ำมาคลุกกับอาหารให้กุ้งกินเป็นเวลา 3 วัน แล้วสังเกตอาการขี้ขาว ถ้ากุ้งยังเป็นโรคขี้ขาวจะน�ำขมิ้นมาปั่นแล้วคั้นน�้ำ น�ำมาคลุกกับอาหารให้กุ้งกินอีก ถ้าอาการขี้ขาวยังไม่ดีขึ้นจะใช้กรดอินทรีย์ผสมอาหารให้กุ้งกินจนกว่าอาการขี้ขาวจะหายไปปม.2 (สูตรน�้ำ) 200 มิลลิลิตร + น�้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม + อาหารกุ้ง 200 กรัม + น�้ำจืด 200 ลิตร ผสมให้เข้ากัน ปิดฝาถังและให้อากาศ เป็นเวลา 36 - 48 ชั่วโมง เดือนที่ 1 ใส่น�้ำหมักจุลินทรีย์ในบ่อ วันละ 200 ลิตร (ตอนเย็นทุกวัน)เดือนที่ 2 ใส่น�้ำหมักจุลินทรีย์ในบ่อ วันละ 400 ลิตร (ตอนเช้า 200 ลิตร และตอนเย็น 200 ลิตร ทุกวัน)เดือนที่ 3 ใส่น�้ำหมักจุลินทรีย์ในบ่อ วันละ 800 ลิตร (ตอนเช้า 400 ลิตร และตอนเย็น 400 ลิตร ทุกวัน)สูตรการหมักและวิธีใช้น�้ำหมักจุลินทรีย์การแก้ปัญหาโรคขี้ขาวการเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 13 IoT


3.7 ตะกอนเลน เกษตรกรไม่ได้ดูดตะกอนเลนทิ้งระหว่างการเลี้ยง แต่จะท�ำการฉีดตะกอนเลน และเก็บไว้ในคูข้างฟาร์มเมื่อจับกุ้งหมดบ่อแล้ว เนื่องจากเกษตรกรปล่อยกุ้งบาง ท�ำให้สารอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในบ่อมีน้อยจึงเกิดตะกอนเลนระหว่างการเลี้ยงไม่มากนัก ทั้งนี้ การดูดตะกอนเลนระหว่างการเลี้ยง หากใช้ปั๊มดูดที่ไม่มีก�ำลังมากพอ หรือไม่มีสต๊อปวาล์ว (stop valve) ที่ดี ตะกอนเลนที่อยู่ระหว่างการดูดจะตีย้อนกลับมาฟุ้งกระจายในบ่อ ส่งผลให้เกิดปัญหาตะกอนเข้าไปในเหงือกกุ้งได้14 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


4.1 การตรวจวัดและรายงานผลคุณภาพน�้ำ ผ่านระบบ IoT การตรวจวัด และติดตามการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน�้ำตลอด 24 ชั่วโมง (Realtime) โดยใช้เซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพน�้ำและส่งข้อมูลผ่านระบบ IoTรายงานผลคุณภาพน�้ำและส่งข้อมูลโดยผ่านสมาร์ตโฟน ช่วยให้เกษตรกรสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล โดยสามารถดูแลบริหารจัดการผ่านระบบออนไลน์ได้จากทุกที่ ทุกเวลาเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ค่า DO ต�่ำกว่าเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ ระบบจะแจ้งเตือนมายังสมาร์ตโฟน และส่งสัญญาณเตือนภายในฟาร์ม เป็นต้นบันทึกข้อมูลคุณภาพน�้ำ ได้แก่ DO pH และอุณหภูมิ ไว้ในฐานข้อมูล และสามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้13ระบบอัตโนมัติในฟาร์ม (Farm Automation) จะเปิดเครื่องตีน�้ำอัตโนมัติเมื่อค่า DO ต�่ำ และจะปิดเครื่องตีน�้ำเมื่อค่า DO อยู่ในเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ หรือเกษตรกรสามารถสั่งการด้วยตนเอง(Manual) ผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ตโฟนได้เช่นเดียวกัน5244 ภาคผนวกการใชŒลดพลังงานที่มา : http://www.facebook.com/aquadaptthailand/การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ 15 IoT


ดัชนีคุณภาพน�้ำ ค่าที่เหมาะสมออกซิเจนละลายในน�้ำ ≥ 5 mg/lค่าความเป็นกรด-เบส 7.0 - 8.0อุณหภูมิ 28 - 32 °Cความโปร่งใส 30 - 60 cmสารแขวนลอย ไม่มากกว่า 100 mg/lความเป็นด่าง ≥ 100 mg/l ของ CaCO3ความกระด้าง ≥ 300 mg/l ของ CaCO3ไนไตรต์ (NO2) 0.2 mg/l NO2แอมโมเนียรวม (NH3) ≤ 0.4 mg/lที่มา : การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำที่ดีส�ำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 7401 (G)-2558, ส�ำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์4.2 คุณภาพน�้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้งทะเล 16 การเลี้ยงกุ้งทะเลด้วยเทคโนโลยีผ่านระบบ IoT


Click to View FlipBook Version