โรงยาฝิ่น
ตรอกโรงยา
ตำ บ ล อุ ทั ย ใ ห ม่ อำ เ ภ อ เ มื อ ง อุ ทั ย ธ า นี , อุ ทั ย ธ า นี 6 1 0 0 0
จัดทำโดย นางสาวกัลยา กุลนิติ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เลขที่ 24
ก
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาวิทยาการคำนวณ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6โดยมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากการสืบค้นข้อมมูล
ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ มีเนื้อหาประกอบด้วย
ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด
อุทัยธานี
ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และ
ตัวผู้จัดทำเองเคยเป็นมัคคุเทศน์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ หวังว่ารายงานฉบับนี้จะ
ให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน หากมีข้อเสนอแนะประการใด ผู้จัด
ทำขอน้อมรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง
นางสาวกัลยา กุลนิติ
สารบัญ ข
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
บทนำ 1-2
ประวัติความเป็นมาของโรงยาฝิ่น 3-6
แนวคิดในการต่อยอด 7
บรรณานุกรม 8
บทนำ 1
ถนนคนเดินตรอกโรงยา เป็นอีก ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2500 เมื่อรัฐบาล
หนึ่งสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่สามารถ ประกาศให้ฝิ่นเป็นสิ่งเสพติดผิด
สะท้อนเรื่องราวและบรรยากาศของความ กฎหมาย ตรอกโรงยาจึงซบเซาลงไป
เป็นเมืองอุทัยได้เป็นอย่างดี ใครจะรู้ว่า โดยปริยาย จนกระทั่งได้ถูกปลุกให้ฟื้น
ถนนคนเดินเล็กๆ แห่งนี้แต่ก่อนนั้นเคย คืนชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งให้กลายเป็น
เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวจีนอาศัย ถนนคนเดินกลางเมืองอุทัยธานี ที่ยังคง
จำนวนมาก อีกทั้งเป็นแหล่งสูบฝิ่นซึ่งเปิด ทิ้งร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองใน
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย บรรยากาศ อดีตผ่านบ้านไม้เก่าแก่ที่ได้ถูกปรับปรุง
ของที่นี่จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาซื้อ กลายเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
ขายและสูบฝิ่นกันอย่างเสรี ทำให้ชาว รวมถึงร้านขายของที่ระลึก จนทำให้
บ้านในละแวกใกล้เคียงเรียกตรอกนี้จน ตรอกโรงยากลับมาคึกคักอีกครั้ง
ติดปากว่า “ตรอกโรงยา”
2
กลุ่มรักษ์อุทัย และพี่น้องชาวชุมชนตรอกโรงยา นำโดย นายปฏิญาณ วงศ์กาญจนา
และได้รับการสนับสนุนจาก นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี
ในสมัยนั้นร่วมกันจัดขึ้น และเปิดตลาดครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 จนทำให้
กลายเป็นถนนคนเดินกลางเมืองอุทัยธานีที่ยังคงทิ้งร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในอดีต
ผ่านบ้านไม้เก่าแก่ ที่ได้ถูกปรับปรุงกลายเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงร้านขาย
ของที่ระลึก จนทำให้ตรอกโรงยาที่เคยเงียบเหงากลับมาคึกคักอีกครั้ง ที่สำคัญ พ่อค้าแม่ค้า
ที่มาขายของที่ตรอกโรงยานั้นจะต้องเป็นคนจังหวัดอุทัยธานีเท่านั้น โดยที่นี่จะไม่
เปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ที่เคยเป็นมา เพื่อให้ลูกหลานรวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพื่อ
เรียนรู้และสัมผัสกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชุมชน
ถนนคนเดินตรอกโรงยาแห่งนี้
เปิดทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 4 โมง
เย็น ไปจนถึง 2 ทุ่ม ตั้งอยู่ใจกลาง
เมืองอุทัยธานี ไม่ไกลจากตลาดสด
ริมน้ำสะแกกรัง สภาพแวดล้อมเต็ม
ไปด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนไม้
สุดคลาสสิก ซึ่งในทุกวันเสาร์จะ
คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินจับจ่าย
ซื้อหาของกินมานั่งกิน และซื้อกลับ
ไปกิน ซึ่งมีทั้งอาหารคาว หวาน ขนม
โบราณ ของฝาก ของที่ระลึก ของพื้น
บ้าน และของโบราณต่างๆ มากมาย
3
ประวัติความเป็นมาโรงยาฝิ่ น
4
สถานที่ตรอกโรงยาฝิ่นจำลอง จริงๆ เเล้วเป็นสถานที่จำลองที่ถูกบูรณะใหม่ ซึ่งเเต่ก่อน
เป็นห้องเช่าสำหรับชาวจีนที่อพยพมาจากเเผ่นดินใหญ่ที่ขึ้นมาจากเเม่น้ำสะเเกกรังเพื่อมา
ค้าขายทำมาหากินซึ่งจริงๆ เเถวนั้นก็มีคนที่มาจากหนองฉางหรือที่เรียกว่าตำบลอุทัยเก่ามา
ค้าขายเช่าห้องเเถวนั้นด้วย เพราะเนื่องจากเเถวนั้นติดเเม่น้ำค้าขายง่าย ซึ่งสถานที่จริงจะตั้ง
อยู่ฝั่งตรงข้ามของตลาด (ตรงข้ามคืออีกซอยนึงของตลาดจะมีโรงฝิ่นเก่าอยู่ที่ถูกเผาทำลายใน
สมัยที่ยกเลิกการสูบฝิ่น) ในช่วงปลายปี 2561 เดือนธันวาคม ก็ได้มีการเปิดสถานที่ไว้ท่อง
เที่ยวเยี่ยมชมเล็กๆ คือตรอกโรงยาฝิ่นจำลอง ซึ่งก็คือที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน สาเหตุที่เรา
ทำการตั้งสถานที่ไว้ตรงนั้นก็เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในตลาดมากขึ้น
มีเเหล่งความรู้สำหรับผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยวถนนคนเดินตรอกโรงยาจังหวัดอุทัยธานี ภายในโรง
ยาฝิ่นจำลองจะมีมัคคุเทศก์น้อยคอยบรรยายให้ความรู้ ซึ่งเป็นมัคคุเทศก์จากหลายโรงเรียน
ในตัวเมืองจังหวัดอุทัยธานีหรือที่อยู่ใกล้ๆนั้น คนดูเเลคือบ้านนกเขาโดยคุณลุงนกเขาซึ่งเป็น
คนพื้นที่ และเป็นรองประธานถนนคนเดินตรอกโรงยาคอยช่วยดูแลและมอบความรู้ให้กับ
มัคคุเทศก์และนักท่องเที่ยว
5
ความเป็นมาของฝิ่นในประเทศไทยเเละจังหวัด
อุทัยธานีมีดังนี้ ในช่วงปี 2475 - 2500 เป็นยุคสมัย
ของจอมพลปอที่รุ่งเรือง ท่านเล็งเห็นว่าฝิ่นควรจะเป็น
สินค้าที่ค้าขายกันได้อย่างหนึ่งในประเทศไทยจึงให้ฝิ่น
นั้นถูกกฎหมายเเละสูบได้ทั้งเพศชายเเละหญิง ยกเว้น
เด็กที่ไม่ถึงวัยอันควร สมัยนั้นคนที่จะสูบฝิ่นส่วนใหญ่
มักจะเป็นเพศชายมากกว่าผู้หญิง เเต่ก็มีผู้หญิงอยู่บ้าง
เเละส่วนใหญ่เเล้วมักจะเป็นชาวจีนหรือคนที่มีฐานะ ซึ่ง
ก็ต้องกล่าวว่าจริงๆ เเล้วการจะสูบฝิ่นได้จะต้องมีใบ
อนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสมัยนั้นทำได้กับ
นายอำเภอโดยสาเหตุที่ต้องมีใบอนุญาตนั้นก็เพื่อ
เป็นการเก็บภาษีให้ประเทศ
พอเข้าสู่ช่วงปี 2500 มีการยึดอำนาจจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
โดยเหตุผลต่างๆ ทางการเมืองทำให้เกิดเเนวคิดในช่วงนั้นว่าจะปราบ
การซ่องสุมทางการเมืองหรือสมัยนั้นเรียกกันว่าอั้งยี่ (คำว่าอั้งยี่คือชื่อ
กลุ่มก๊วนเเก๊งหนึ่งของจีนในสมัยก่อน มีการมาเเอบสุมคุยกันทางการ
เมืองเเต่เป็นกลุ่มเเก๊งที่มีชื่อเสียงเลยมักจะนำมาเรียกผิดๆ นิยมเล่า
กันว่ากลุ่มนี้คืออั้งยี่) เมื่อจะปราบอั้งยี่แล้วจะปราบได้ที่ไหนล่ะ ดังนั้น
เเล้วจึงต้องมีเเนวคิดที่จะยกเลิกการสูบฝิ่นเพื่อปราบการสุมหัวหรือนั่ง
นอนคุยกันในโรงฝิ่นอีกทั้งเหตุผลหนึ่งที่สำคัญคือฝิ่นสูบไปเเล้วไม่ดี
ต่อสุขภาพจึงต้องการให้คนไทยเลิกฝิ่น แม้จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
เเนวคิดที่จะยกเลิกการสูบฝิ่นถูกคิดขึ้นในช่วงปี 2500-2501 เมื่อร่าง
กฎหมายเสร็จในปี 2502 ก็เริ่มปราบปรามจนสำเร็จสิ้นในปี 2503
เเต่ก็มีเเอบสูบกันอยู่บ้าง
6
ฝิ่นมาจากดอกฝิ่นซึ่งอยู่ในตระกูลดอกป๊อปปี้
โดยนำยางในดอกฝิ่นมากวนในกระทะให้ร้อนจาก
สีเเดงชมพูจะมีสีดำเเล้วนำมาอัดเเท่ง จากนั้นจึง
ค่อยนำมาสูบตามขั้นตอน หากใช้ยางดูดตรงๆ ซึ่ง
จะมีฤทธิ์ที่เเรงมากส่งผลร้ายต่อสมองจึงไม่มีใคร
ทำกัน
ฝิ่นสามารถสูบได้ โดยท่านอน นั่ง ยืน หรือ เดิน
เนื่องจากขั้นตอนการสูบขอเพียงเเค่นำมารนกับไฟ
ก็สามารถสูบได้เเล้ว เเต่ที่นิยมคือการนอนสูบ (ทางโรง
ฝิ่นจำลองจึงได้สร้างหุ่นขี้ผึ้งจำลองขึ้นมา) เพราะว่าฝิ่นมี
ประโยชน์ทางด้านการให้ความผ่อนคลาย เเก้ปวด
ปัจจุบันสกัดเป็นมอฟีน ยาเเก้ปวด ยาสลบ ยานอนหลับ
ซึ่งสูบโดยตรงจะทำให้ผ่อนคลายเเก้ปวดเมื่อย จึงไม่
เเปลกที่ผู้ชายมักจะมาสูบหลังจากทำงานเสร็จ ซึ่งคนสูบ
ส่วนใหญ่จะไม่ต้องการเเสงมากในโรงฝิ่นจึงมักปิดทึบ
มีหน้าต่างน้อยเพราะต้องการพักผ่อน บางสถานที่ก็มีผู้
หญิงมาบริการนวดด้วยเพื่อความสบาย
7
แนวคิดในการต่อยอด
เนื่องจากสถานที่โรงยาฝิ่นจำลองนี้อยู่ในซอยเล็กๆ ไม่มีป้ายบอกทาง หรือ
โฆษณาเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวแวะมาชม ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเดินตลาดมักจะ
เดินเลยไปโดยไม่ได้สังเกต ภายในซอยโรงยาฝิ่นจำลอง เราใช้พื้นที่เพียงแค่ 2 ห้อง
ซึ่งยังเหลือห้องเช่าอีกหลายห้อง ในตอนนี้เรายังไม่สามารถเปิดเพิ่มได้ เนื่องจากยัง
ไม่มีผู้สนับสนุนและยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แม้แต่มัคคุเทศน์น้อยที่จะมาให้ความรู้
ยังขออาสาจากโรงเรียนในพื้นที่แถวนั้น เราจึงขาดกำลังทรัพย์ กำลังคน และขาด
การโฆษณาเชื้อเชิญ
โดยแนวคิดในการต่อยอดจะเริ่มจากการทำป้ายโฆษณาเชื้อเชิญไปจัดวางไว้
ตามทางเข้าตลาด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สังเกตเห็น แบ่งมัคคุเทศน์ไปยืนหน้าทาง
เข้าเพื่อเชื้อเชิญและชี้ทางเข้าเพื่อบอกนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นซอยเล็ก จึงสังเกต
ได้ยาก และที่สำคัญที่สุดคือการประกาศขออาสาสมัครมัคคุเทศน์ และผู้ที่มีความรู้
สิ่งเหล่านี้แม้จะทำได้ไม่ง่ายนักแต่ในอนาคตตรอกโรงยาฝิ่นจำลองนี้จะพัฒนาอย่าง
แน่นอน
8
บรรณานุกรม
ถนนคนเดินตรอกโรงยา. (2560). สืบค้น 16 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://
www.paiduaykan.com/travel/
ผู้จัดการออนไลน์. (2563). ถนนสั้นตำนานยาว! ย้อนรอยประวัติศาสตร์ถนนตรอกโรงยา
จากดงขายฝิ่นสู่แหล่งเศรษฐกิจเมืองอุทัยธานี. สืบค้น 16 กุมภาพันธ์ 2565,
จาก https://mgronline.com/local/detail/
พิพิธภัณฑ์โรงยาฝิ่น ตรอกโรงยา. สืบค้น 16 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://
th.worldorgs.com/