16 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
วนั มาฆบูชา
ห้องสมุดประชาชนอาเภอแสวงหา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอแสวงหา
สานักงาน กศน.จังหวดั อ่างทอง
วันมาฆบูชา 2565 ตรงกบั วนั พุธท่ี 16 กุมภาพนั ธ์ วนั เพญ็ ข้ึน
15 ค่า เดือน 3 วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา วันท่ีพระพุทธเจ้าแสดง
โอวาทปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจานวน 1,250 รูป ที่เวฬุวนั วิหาร ในกรุงรา
ชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย พระภิกษุสงฆ์เหล่าน้ีล้วนเป็ นผู้ที่ได้รับการ
อุปสมบทโดยตรงจากพระพทุ ธเจา้ และบรรลุพระอรหนั ตแ์ ลว้ ทุก ๆ องค์
วนั มาฆบูชา ความหมายคืออะไร
คาว่า "มาฆะ" น้ัน เป็ นช่ือของเดือน 3 ย่อมาจากคาว่า "มาฆบุรณมี"
หมายถึง การบูชาพระในวนั เพญ็ กลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินของอนิ เดีย หรือ
เดือน 3
การกาหนดวนั มาฆบูชา
การกาหนดวนั มาฆบูชาตามปฏิทินจนั ทรคติของไทยน้นั จะตรงกบั วนั
ข้ึน 15 ค่า เดือน 3 แต่ถ้าปี ใดมีเดือนอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองคร้ัง วนั
มาฆบูชา ก็จะเล่ือนไปเป็ นวันข้ึน 15 ค่า เดือน 4 และมักตรงกับเดือน
กุมภาพนั ธ์หรือมีนาคม ซ่ึง วนั มาฆบูชา 2565 ตรงกบั วนั พธุ ท่ี 16 กมุ ภาพนั ธ์
ประวตั ิวนั มาฆบูชา ความสาคญั ของวนั มาฆบูชา
ความสาคญั ของวนั มาฆบูชา คือ เป็นวนั ท่ีพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ ทรง
แสดง "โอวาทปาตโิ มกข์" แก่พระสงฆเ์ ป็นคร้ังแรก หลงั จากตรัสรู้มาแลว้
เป็นเวลา 9 เดือน ซ่ึงหลกั คาสอนน้ีเป็นหลกั การและวธิ ีการปฏิบตั ิต่าง ๆ หาก
สรุปเป็นใจความสาคญั จะมีเน้ือหาวา่ "ทาความดี ละเวน้ ความชวั่ ทาจิตใจให้
บริสุทธ์ิ"
ท้งั น้ี ในวนั มาฆบูชา ไดเ้ กิดเหตุอศั จรรยข์ ้ึนพร้อม ๆ กนั ถึง 4 ประการ
อนั ไดแ้ ก่
1. วนั น้นั ตรงกบั วนั เพญ็ ข้ึน 15 ค่า เดือน 3 ซ่ึงพระจนั ทร์เสวยมาฆฤกษ์
2. มีพระสงฆจ์ านวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกนั โดยมิไดน้ ดั หมาย
ณ วดั เวฬวุ นั เมืองราชคฤห์ แควน้ มคธ เพ่อื สักการะพระสัมมาสมั พทุ ธเจา้
3. พระสงฆท์ ่ีมาประชุมท้งั หมดลว้ นแต่เป็นพระอรหนั ต์ ผไู้ ดอ้ ภิญญา 6
4. พระสงฆท์ ้งั หมดไดร้ ับการอปุ สมบทโดยตรงจากพระพทุ ธเจา้ หรือ
"เอหิภิกขอุ ุปสมั ปทา"
ประวตั ิวนั มาฆบูชา ความสาคญั ของวนั มาฆบูชา (ต่อ)
- จาตุร แปลวา่ 4
- องค์ แปลวา่ ส่วน
- สันนิบาต แปลวา่ ประชุม
ดงั น้นั "จาตุรงคสนั นิบาต" จึงหมายความวา่ "การประชุมดว้ ยองค์ 4"
นนั่ เอง
ความสาคญั ของ “จาตุรงคสันนบิ าต” ในวนั มาฆบูชา
1. พระสงฆจ์ านวน 1,250 รูป เดินทางมาเฝ้าพระพทุ ธเจา้ ณ เวฬุวนั มหา
วหิ าร กรุงราชคฤห์ แควน้ มคธ ซ่ึงพระสงฆเ์ หล่าน้ีต่างแยกยา้ ยไปจาริกเผยแผ่
พระพทุ ธศาสนาในสถานที่ต่างๆ
2. พระสงฆจ์ านวน 1,250 รูปเหลา่ น้ี ลว้ นเป็นพระอรหนั ตท์ กุ รูปโดย
ไดร้ ับการบวชจากพระพทุ ธเจา้ โดยตรง เรียกวา่ วิธีเอหิภิกขอุ ปุ สัมปทา
3. พระสงฆจ์ านวน 1,250 รูป ต่างมาประชุมพร้อมเพรียงกนั โดยมิไดม้ ี
การนดั หมาย
4. วนั ท่ีมาประชุม ตรงกบั วนั เพญ็ เดือนมาฆะ (วนั เพญ็ กลางเดือน 3) เป็น
วนั ท่ีพระพทุ ธเจา้ ไดท้ รงแสดงธรรมเทศนา อนั เป็ นหวั ใจของ
พระพทุ ธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์
ท้งั น้ี วนั มาฆบูชา ถือวา่ เป็นวนั พระธรรม ขณะที่วนั วิสาขบูชา ถือวา่
เป็นวนั พระพทุ ธ ส่วนวนั อาสาฬหบูชา เป็นวนั พระสงฆ์
ประวตั วิ นั มาฆบูชาในประเทศไทย
พธิ ีทาบุญวนั มาฆบูชาน้ี ไม่ปรากฏหลกั ฐานวา่ มีมาในสมยั ใด อยา่ งไรก็
ตาม ในหนงั สือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อนั เป็นบทพระราชนิพนธ์ของ
"พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั " มีเร่ืองราวเก่ียวกบั การประกอบ
ราชกุศลมาฆบูชาไวว้ า่
ประเทศไทยเร่ิมกาหนดพิธีปฏิบตั ิในวนั มาฆบชู าเป็นคร้ังแรกในช่วง
รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 4 ซ่ึงมีการประกอบ
พิธีเป็นคร้ังแรกในปี พ.ศ. 2394 ในพระบรมมหาราชวงั ก่อน โดยมีพธิ ีพระ
ราชกศุ ลในเวลาเชา้ นมสั การพระสงฆจ์ ากวดั บวรนิเวศราชวรวหิ าร และวดั
ราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวหิ าร จานวน 30 รูป มาฉนั ภตั ตาหาร
ในพระอโุ บสถวดั พระศรีรัตนศาสดาราม
เม่ือถึงเวลาค่า พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ออก
ทรงจุดธูปเทียนนมสั การ พระสงฆท์ าวตั รเยน็ และสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์
เม่ือสวดจบทรงจุดเทียน 1,250 เลม่ รอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกคร้ัง
หน่ึงแลว้ จึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กณั ฑ์ เป็นท้งั เทศนาภาษาบาลี
และภาษาไทย ส่วนเคร่ืองกณั ฑป์ ระกอบดว้ ย จีวรเน้ือดี 1 ผนื เงิน 3 ตาลึง
และขนมตา่ ง ๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป
ประวตั วิ นั มาฆบูชาในประเทศไทย(ต่อ)
ในสมยั รัชกาลที่ 4 น้นั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จะเสดจ็
ออกประกอบพธิ ีดว้ ยพระองคเ์ องทกุ ปี แต่มีการยกเวน้ บา้ งในสมยั
พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางคร้ังตรง
กบั ช่วงเสดจ็ ประพาสกจ็ ะทรงประกอบพธิ ีมาฆบชู าในสถานที่น้นั ๆ ข้ึนอีก
แห่ง นอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวงั
ต่อมาการประกอบพธิ ีมาฆบูชาไดแ้ พร่หลายออกไปภายนอก
พระบรมมหาราชวงั และประกอบพธิ ีกนั ทว่ั ราชอาณาจกั ร ทางรัฐบาลจึง
ประกาศใหเ้ ป็นวนั หยดุ ทางราชการดว้ ย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพ
ไดไ้ ปวดั เพื่อทาบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา
นอกจากน้ีในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยประกาศใหว้ นั มาฆบูชา เป็นวนั
กตญั ญูแห่งชาติ อกี ดว้ ย
วนั มาฆบูชา กบั หลกั ธรรมที่ควรนาไปปฏิบตั ิ
หลกั ธรรมที่ควรนาไปปฏิบตั ิคือ "โอวาทปาติโมกข"์ ซ่ึงเป็นหลกั คา
สอนสาคญั อนั เป็นหวั ใจของพระพทุ ธศาสนา เพือ่ นาไปสู่ความหลดุ พน้
หลกั ธรรมประกอบดว้ ย หลกั การ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ดงั น้ี
หลักการ 3 คือหลกั คาสอนทค่ี วรปฏบิ ตั ิ ได้แก่
1. การไม่ทาบาปท้งั ปวง คือ การลด ละ เลิก ทาบาปท้งั ปวง อนั ไดแ้ ก่
อกุศลกรรมบถ 10 ซ่ึงเป็นทางแห่งความชว่ั 10 ประการท่ีเป็นความชว่ั ทาง
กาย (การฆ่าสัตว์ การลกั ทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม) ทางวาจา (การพดู
เทจ็ การพดู ส่อเสียด การพดู เพอ้ เจอ้ ) และทางใจ (การอยากไดส้ มบตั ิของผอู้ ื่น
การผกู พยาบาท และความเห็นผดิ จากทานองคลองธรรม)
2. การทากศุ ลให้ถึงพร้อม คือ การทาความดีทกุ อยา่ งตามกศุ ลกรรมบถ
10 ท้งั ความดีทางกาย (ไม่ฆา่ สตั ว์ ไม่เบียดเบียนผอู้ ่ืน ไม่เอาส่ิงของที่เจา้ ของ
ไมไ่ ดใ้ หม้ าเป็นของตน มีความเอ้ือเฟ้ื อเผอ่ื แผ่ ไมป่ ระพฤติผดิ ในกาม) ความดี
ทางวาจา (ไม่พดู เทจ็ ไมพ่ ดู ส่อเสียด ไมพ่ ดู หยาบคาย ไม่พดู เพอ้ เจอ้ ) และ
ความดีทางใจ (ไมโ่ ลภอยากไดข้ องผอู้ ่ืน มีความเมตตาปรารถนาดี มีความ
เขา้ ใจถกู ตอ้ งตามทานองคลองธรรม)
3. การทาจิตใจให้ผ่องใส คือ ทาจิตใจใหบ้ ริสุทธ์ิ หลุดจากนิวรณ์ที่คอย
ขดั ขวางจิตใจไมใ่ หเ้ ขา้ ถึงความสงบ ไดแ้ ก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท
, ความหดหู่ทอ้ แท,้ ความฟ้งุ ซ่าน และความลงั เลสงสัย
ซ่ึงท้งั 3 หลกั การขา้ งตน้ สามารถสรุปใจความสาคญั ไดว้ า่ "ทาความดี
ละเวน้ ความชวั่ ทาจิตใจใหบ้ ริสุทธ์ิ" นนั่ เอง
วนั มาฆบูชา กบั หลกั ธรรมท่คี วรนาไปปฏบิ ตั ิ (ต่อ)
อุดมการณ์ 4 ได้แก่
1. ความอดทน อดกล้นั คือ ไมท่ าบาปท้งั กาย วาจา ใจ
2. ความไมเ่ บียดเบียน คือ งดเวน้ จากการทาร้าย หรือเบียดเบียนผอู้ ืน่
3. ความสงบ ไดแ้ ก่ การปฏิบตั ิตนใหส้ งบท้งั ทางกาย วาจา ใจ
4. นิพพาน ไดแ้ ก่ การดบั ทุกข์ ซ่ึงเป็นเป้าหมายสูงสุดใน
พระพทุ ธศาสนา
วธิ ีการ 6 ได้แก่
1. ไม่วา่ ร้าย คือ ไมก่ ลา่ วใหร้ ้าย โจมตีใคร
2. ไม่ทาร้าย คือ การไมเ่ บียดเบียนผอู้ ื่น
3. สารวมในปาฏิโมกข์ คือ เคารพระเบียบวนิ ยั กฎกติกา รวมท้งั
ขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดีงามของสงั คม
4. รู้จกั ประมาณ คือ รู้จกั ความพอดีในการบริโภค รวมท้งั การใชส้ อย
สิ่งต่าง ๆ
5. อยใู่ นสถานท่ีสงดั คือ อยใู่ นสถานท่ีท่ีมีส่ิงแวดลอ้ มท่ีเหมาะสม
6. ฝึกหดั จิตใจใหส้ งบ คือ การฝึกหดั ชาระจิตใจใหส้ งบ มีประสิทธิภาพ
ท่ีดี
กจิ กรรมวนั มาฆบูชาทค่ี วรปฏบิ ตั ิ
การปฏิบตั ิตนสาหรับพทุ ธศาสนิกชนในวนั มาฆบูชา คือ ในตอนเชา้
ควรไปทาบญุ ตกั บาตร ไปวดั เพอ่ื ฟังพระธรรมเทศนา หรือจดั สารับคาวหวาน
ไปทาบุญถวายภตั ตาหาร ช่วงบา่ ย ฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิ
ภาวนา เมื่อถึงตอนค่า นาดอกไม้ ธูป เทียน ไปเวยี นเทียน 3 รอบ ท่ีพระ
อุโบสถ โดยการเวยี นเทียนน้นั จะเวยี นขวา จานวน 3 รอบ และช่วงเวลาที่เดิน
อยนู่ ้นั ใหร้ ะลึกถึง พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ นอกจากน้ีพทุ ธศาสนิกชน
ควรบาเพญ็ สาธารณประโยชน์ตามสถานที่ต่าง ๆ และรักษาศีล
สาหรับตามบา้ นเรือน สถานที่ราชการ จะมีการประดบั ธงชาติ ธง
ธรรมจกั ร เพื่อระลึกถึงวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
กจิ กรรมวนั มาฆบูชาเกยี่ วกบั สถานศึกษา
ในสถานศึกษาเป็นแหลง่ เรียนรู้ที่สาคญั อีกแห่ง โดยภายในสถานศึกษา
ควรมีการร่วมราลึกถึงความสาคญั ของวนั มาฆบูชา เช่น จดั นิทรรศการให้
ความรู้ ประกวดเรียงความ ตอบปัญหาธรรมะ บรรยายธรรม หรือร่วมกนั
ทาบุญ ตกั บาตร เวียนเทียนเพอื่ ระลึกถึงพระรัตนตรัย บาเพญ็ กศุ ล อีกท้งั ยงั
ประกาศเกียรติคุณนกั เรียนผทู้ าประโยชน์ และประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งที่ดี
ขอบคุณแหลง่ ทมี่ า
ห้องสมุดประชาชนอาเภอแสวงหา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอแสวงหา
สานักงาน กศน.จังหวดั อ่างทอง