ใบความรู้ เรื่อง วิวัฒนาการแป้นพิมพ์ดีด จุดเริ่มต้นของ แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ (The History of Computer Keyboard) แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของ แป้นพิมพ์นั้นก็มีต้นกำเนิดมาจาก “เครื่องพิมพ์ดีด” โดยในปี ค.ศ. 1714 (พ.ศ. 2257) Henry Mill วิศวกรชาวอังกฤษได้ยื่นเรื่องขอจดสิทธิบัตรของ “เครื่องถอดอักษร (Machine for Transcribing Letters)” ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เป็นที่พูดถึงและนิยมใช้งานมากนัก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1808 (พ.ศ. 2351) นักประดิษฐ์ชาวอิตาลีอย่าง Pellegrino Turri ได้ประดิษฐ์ “เครื่องพิมพ์ดีด” เครื่องแรกของโลกขึ้นมา เพื่อให้เขากับ Countess Carolina Fantoni da Fivizzano เพื่อนของเขาที่พิการทางสายตาได้อย่างสะดวก มากขึ้น และในช่วงศตวรรษที่ 19 ก็ได้มีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ๋ที่จะมาช่วยทุ่นแรงในการเขียนอักษรออกมา ค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากเท่าไรนักจึงไม่มีการบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจน จนเมื่อปี ค.ศ. 1870 (พ.ศ. 2413) Malling Hansen บาทหลวงชาวเดนมาร์กได้ทำการประดิษฐ์ “Writing Ball” หรือ เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายพิมพ์ดีดที่มีแป้นโค้งเป็นทรงกลมและมีปุ่มกดสำหรับพิมพ์ดีดตัวอักษรลงบน หน้ากระดาษออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาด ถัดมาในปี ค.ศ. 1873 (พ.ศ. 2416) ก็ได้มีการวางจำหน่าย “เครื่องพิมพ์ดีด Sholes & Glidden” ใน สหรัฐอเมริกาและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเครื่องพิมพ์ดีดชนิดนี้มีแนวคิดมาจากสิ่งประดิษฐ์ของ Christopher L. Sholes และ Carlos Glidden ผู้ช่วยของเขาที่ช่วยกันคิดค้นการนำเอาแผ่นคาร์บอนมา ประกบคู่กับกระดาษและกดลงบนแท่นที่มีหลักการทำงานคล้ายคลึงกับเครื่องพิมพ์ดีดที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง (ใน ตอนแรกสามารถสร้างได้แค่จุดเล็ก ๆ บนแผ่นกระดาษ แต่ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนแท่นกดให้เป็นรูปตัวอักษรต่าง ๆ จึงสามารถพิมพ์ตัวหนังสือออกมาได้) จากนั้นก็ได้มีการพัฒนานำเอา “หมึกผ้า (Ink Ribbon)” หรือแผ่นผ้า ชุ่มน้ำหมึกที่สามารถใช้งานซ้ำได้มากกว่า
นอกจากนี้ “เครื่องพิมพ์ดีด Sholes & Glidden” ยังเป็นเครื่องพิมพ์ดีดชนิดแรกที่ได้มีการใช้งาน แป้นพิมพ์แบบ “QWERTY” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้อีกด้วย โดยในตอนแรกเครื่อง พิมพ์ดีด Sholes & Glidden นั้นสามารถพิมพ์ได้เฉพาะแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่เท่านั้น แต่ต่อมาที่ Sholes ได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับ James Densmore เขาก็ได้นำไปพัฒนาร่วมกับ Remington จนประดิษฐ์เป็น เครื่องพิมพ์ดีดที่มีทั้งตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก โดยในเบื้องต้นมีลักษณะเป็นแป้นพิมพ์แยกตัวอักษรพิมพ์ เล็กและพิมพ์ใหญ่ ก่อนจะมีการประดิษฐ์ “ปุ่ม Shift” ขึ้นมาเพื่อรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กไว้ในแป้น เดียวและกลายมาเป็นต้นแบบของคีย์บอร์ดที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนี้ กว่าจะมาเป็น แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ภาษาไทย (The Story of Thai Computer Keyboard) สำหรับ แป้นพิมพ์ในภาษาไทย นั้นก็ได้รับอิทธิพลมาจาก “เครื่องพิมพ์ดีด” โดยหลังจากที่มันได้ ล่องเรือจากสหรัฐอเมริกามายังประเทศไทยแล้วนั้น คุณ Edwin Hunter McFarland เลขานุการส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพก็ได้ดัดแปลงเครื่องพิมพ์ดีดจากภาษาอังกฤษโดยเพิ่มตัวอักษรไทยลงไปบน แป้นพิมพ์ แต่เนื่องจากภาษาไทยมีสระและวรรณยุกต์มาก จึงได้เลือกใช้งานเครื่องพิมพ์ดีดของบริษัท Smith Premier มาดัดแปลงอักษรไทยบนแป้นพิมพ์ แต่ถึงแม้ว่าแป้นพิมพ์ของบริษัท Smith Premier นั้นจะมีจำนวนแป้นพิมพ์มากกว่าเครื่องพิมพ์ดีดทั่ว ๆ ไปแล้วก็ตาม แต่ก็พบปัญหาว่าไม่สามารถนำเอาตัวอักษรในภาษาไทยใส่ลงไปบนแป้นพิมพ์ได้ครบถ้วนทุก ตัวอักษร Edwin จึงตัดสินใจนำเอาพยัญชนะตัว “ฃ ฃวด และ ฅ ฅน” ออกไปจากแป้นพิมพ์ดีดภาษาไทย เนื่องจากเป็นอักษรที่ใช้งานไม่บ่อย แถมยังสามารถใช้ตัว ข ไข่ และ ค ควาย ในการพิมพ์ทดแทนได้ โดยเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยเครื่องแรกของโลกนั้นได้พัฒนาขึ้นเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1892 (พ.ศ. 2435) เป็นแป้นพิมพ์ 7 แถว แถวละ 12 ตัว และไม่มี “ปุ่ม Shift” ต่อมาได้ขายกิจการและกรรมสิทธิ์เครื่องพิมพ์ดีด ให้กับบริษัท Remington ทาง Remington จึงได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบของแป้นพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ดีด และเพิ่ม “ปุ่ม Shift” ขึ้นมาก่อนวางจำหน่ายในช่วงปี ค.ศ.1915 (พ.ศ. 2458) ซึ่งแป้นพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ดีด ตัวใหม่นี้มีเพียง 4 แถวเท่านั้น และแป้นพิมพ์แบบใหม่ชนิดนี้เองก็เป็นจุดกำเนิดของแป้นพิมพ์ เกษมณี(Kedmanee)