The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อาณาจักรอยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanatchyx, 2021-03-19 22:58:08

อาณาจักรอยุธยา

อาณาจักรอยุธยา

รายงานเชิงวชิ าการ
เรอื่ ง อาณาจกั รอยุธยา

เสนอ

ครณู ฐั รภิรมณ์ วราสนิ ธ์

ผู้จัดทำ

นายตฤณ เนตรปญั ญานนั ท์ เลขที่ ๑
นางสาวธนัชชา จนั ทร์หอม เลขที่ ๓๖

นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๕/๖

รายงานน้ีเปน็ สว่ นหนึง่ ของวชิ าภาษาไทยพืน้ ฐาน (ท๓๒๑๐๒)
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓

โรงเรยี นศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบรุ ี







รายงานเชิงวชิ าการ
เรอื่ ง อาณาจักรอยุธยา

เสนอ

ครูณฐั รภิรมณ์ วราสนิ ธ์

ผู้จัดทำ

นายตฤณ เนตรปญั ญานันท์ เลขที่ ๑
นางสาวธนัชชา จนั ทรห์ อม เลขที่ ๓๖

นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๕/๖

รายงานน้ีเปน็ สว่ นหนึง่ ของวชิ าภาษาไทยพืน้ ฐาน (ท๓๒๑๐๒)
ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓

โรงเรยี นศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวดั ชลบรุ ี



คำนำ

รายงานฉบบั น้ีเป็นสว่ นหนึ่งของวิชา ท๓๒๑๐๒ รายวิชาภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ โดยมจี ดุ ประสงค์ เพอื่
การศกึ ษาคน้ คว้าหาขอ้ มลู จากเรอ่ื งอาณาจกั รอยุธยา. ซ่ึงรายงานนม้ี ีเน้อื หาประวตั ิความเป็นมาและพระมหากษตั รยิ ์และการ
ปกครอง. เพอื่ เปน็ ข้อมูลให้แกค่ นท่ีกำลงั ศึกษาค้นคว้า

กลมุ่ ผูจ้ ดั ทำไดเ้ ลอื ก หวั ขอ้ น้ีในการทำรายงานการศึกษาค้นควา้ ในคร้งั น้ี เนือ่ งมาจากเป็นเร่อื งที่น่าสนใจ รวมถึงเพอื่
การศึกษาแก่คนท่สี นใจ กลมุ่ ผจู้ ดั ทำจะต้องขอขอบคุณคณุ ครณู ฐั รภริ มณ์ วราสินธ์ ผู้ใหข้ ้อแนะนำ แนวทางการศกึ ษา และ
เพ่ือน ๆ ทกุ คนท่ีให้ ความช่วยเหลอื มาโดยตลอด กลมุ่ ผู้จดั ทำหวงั วา่ รายงานฉบับน้จี ะใหค้ วามรู้ และเปน็ ประโยชน์แกผ่ ้อู า่ น
นกั เรียน หรือผู้ทก่ี ำลงั สนใจขอ้ มลู ในเรอื่ งดังกลา่ ว

คณะผู้จดั ทำ

สารบญั ข

คำนำ หนา้
สารบญั ก
ประวัตคิ วามเปน็ มาของอาณาจกั รอยธุ ยา ข
ตำแหน่งท่ีต้ังของอาณาจักรอยุธยา ๑
รายนามพระมหากษัตรยิ แ์ ละระยะเวลาการครองราชย์

- ลำดบั เหตุการณ์ที่สำคญั ของอาณาจักรอยธุ ยา
พฒั นาการด้านสังคมและการเมืองการปกครองของอาณาจักรอยุธยา

- ความสมั พันธ์ระหว่างประเทศของอาณาจักรอยุธยา
- ประชากรในอาณาจักรอยุธยา
ศลิ ปะและวฒั นธรรมในสมยั อยุธยา
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก (ถ้ามี)
อภิธานศพั ท์ (ถ้ามี)



๑.ประวัตคิ วามเปน็ มาของอาณาจักรอยุธยา

อยธุ ยาเป็นเมอื งหลวงของสยามเป็นเวลากว่า ๔oo ปี เม่อื ปี พ.ศ. ๑๘๙๓ พระเจา้ อทู่ องได้สถาปนาอยธุ ยา
ข้นึ โดยตง้ั ขึ้นในเมืองเกา่ “อโยธยา” ทีม่ ีมาก่อน และเปน็ เมืองท่ีอยู่ระหวา่ งกลางของสุพรรณบุรแี ละลพบรุ ี
ประวตั ิศาสตรช์ ่วงแรกของอยุธยา เปน็ เรื่องของการแกง่ แย่งชิงอำนาจของ ๒ ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์อ่ทู องและ
ราชวงศ์สุพรรณบรุ ี (อันเป็นฝา่ ยของพระเชษฐาหรอื พระอนุชาของมเหสีของพระเจ้าอู่ทอง) และจบดว้ ยชยั ชนะ
ของฝา่ ยสุพรรณบุรีในสมยั ของพระเจ้าอินทราชาธิราชที่ ๑ ดังนนั้ ในครึ่งหนง่ึ ของประวตั ศิ าสตรอ์ ยุธยา (ก่อน
เสียกรุงใหพ้ ม่าครง้ั ท่ี ๑) ท่มี ีกษัตรยิ ์จาก ๒ ราชวงศ์ รวม ๑๗ พระองศ์นนั้ จะมกี ษัตรยิ ์จากราชวงศ์อทู่ อง ๓
พระองศ์คือ พระรามาธบิ ดีที่ ๑ พระราเมศวร และพระรามรามาธิราช

ในช่วงแรกของอาณาจักรอยุธยา มคี วามพยายามท่จี ะยึดอาณาจักรของขอมทเ่ี มืองพระนครหลวงหรือกรุง
ศรียโสธรปุระ ซงึ่ มีการทำสงคราม ๓ คร้งั ใหญ่ อนั เป็นผลทำให้อาณาจกั รขอมอ่อนอำนาจลงและต้องย้ายเมือง
หลวงไปอยูท่ ่ีพนมเปญ ในขณะเดียวกนั อยธุ ยากพ็ ยายามแผ่อำนาจไปทางเหนือ เข้าครอบครองอาณาจักร
สโุ ขทัยไดส้ ำเรจ็ สว่ นทางใต้อยุธยาก็ไดเ้ มืองนครศรีธรรมราช

การขยายอำนาจของอยธุ ยาทำให้เกิดการแย่งชงิ อำนาจเหนือเชียงใหมแ่ ละอาณาจักรมอญ (ในพมา่ ตอนล่าง)
ความพยายามของอยธุ ยาท่ีจะมอี ำนาจเหนือเชียงใหม่และมอญน้ี ก็ทำให้มีการขดั แย้งกบั พม่าเปน็ ประจำ อนั
ทำให้อยธุ ยาถูกทำลายลงในปี พ.ศ.๒๓๑o (เสียกรุงครั้งท่ี ๒)



๒. ตำแหนง่ ทตี่ ง้ั ของอาณาจกั รอยุธยา

กรงุ ศรอี ยธุ ยา ต้ังอยทู่ ี่ตำบลหนองโสน ซ่ึงอยู่ตรงแผน่ ดนิ ท่มี แี มน่ ้ำลพบุรี แม่น้ำเจ้าพระยา และแมน่ ำ้ ป่า
สัก ล้อมรอบอยู่สามด้าน คือ ดา้ นทิศเหนือ ด้านทิศใต้ และด้านทิศตะวนั ตก ส่วนทางด้านทศิ ตะวันออกมีคแู ยก
จากแมน่ ำ้ ลพบรุ ี ต้ังแต่ตำบลหัวรอไปบรรจบแม่นำ้ บางกะจะ ท่ีป้อมเพชร เรยี กวา่ คูขือ่ หนา้ ทางด้าน
ตะวันออกนม้ี ีร่องรอยของเมืองเก่า คือ เมอื งอโยธยา ซ่งึ ปรากฏอยู่ในจารึกเกา่ วา่ อโยธยาศรรี ามเทพนคร มี
ศิลปวตั ถตุ า่ ง ๆ อันเปน็ แบบแผนของยคุ อทู่ อง และทวาราวดี

พระเจา้ อ่ทู อง ทรงสร้างพระนครข้นึ ท่ตี ำบลหนองโสนดังกลา่ ว แล้วตั้งนามพระนครนว้ี า่
กรงุ เทพมหานคร บวรทวาราวดศี รีอยธุ ยา มหาดิลกบวรรัตนราชธานีบุรรี มย์ เม่อื ปี พ.ศ. ๑๘๙๓

อยุธยาเปน็ อาณาจกั รทีม่ ีความไดเ้ ปรยี บทางสภาพภูมิศาสตร์ คอื ตง้ั อยูท่ ี่บริเวณแมน่ ำ้ 3 สายมาบรรจบกนั มี
แม่น้ำเจา้ พระยา แม่น้ำปา่ สกั และแม่น้ำลพบุรี ทำให้อยุธยามสี ภาพเป็นเกาะมีแม่น้ำลอ้ มรอบ ถนนรอบเกาะ
ยาวประมาณ 12 กโิ ลเมตร เป็นทร่ี าบลุม่ เหมาะแก่การทำการเพาะปลกู ขา้ วและยงั อยูใ่ กลท้ ะเลพอสมควร ทำ
ใหส้ ามารถทำการค้าต่างประเทศได้โดยสะดวก

คนทัว่ ไปเรียกตวั เมอื งอยุธยาว่า เกาะเมือง มรี ูปลกั ษณะคล้ายเรอื สำเภา โดยมีหัวเรอื อยู่ทางดา้ นทิศ
ตะวันออก ชาวต่างประเทศในสมยั น้นั กลา่ วถึงกรงุ ศรีอยุธยาวา่ เปน็ เวนิสตะวันออก เน่ืองจากกรุงศรีอยุธยามี
การขุดคูคลอง เชื่อมโยงสัมพันธก์ นั กับแม่น้ำใหญ่รอบเมือง

ชาวตา่ งชาติทเี่ ขา้ มาค้าขาย และผู้คนจากเมอื งใกล้เคยี ง ยอมรับว่ากรงุ ศรีอยธุ ยาเป็นเมืองทา่ ภายใน
เพราะเส้นทางคมนาคมตดิ ต่อกบั หัวเมอื งตา่ ง ๆ ไดท้ ้ังทางบกและทางนำ้ ติดต่อกบั ตา่ งประเทศไดท้ างทะเล
เรอื เดินทะเลแลน่ จากปากแม่น้ำ เจ้าพระยาไปจอดได้ถึงหน้าเมอื ง



๓. รายนามพระมหากษตั รยิ ์และระยะเวลาการครองราชย์

ตลอดระยะเวลา ๔๑๗ ปี ทกี่ รงุ ศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย ไดม้ ีพระมหากษัตรยิ ์ปกครองสบื ตอ่ กนั มา

๔ ราชวงศ์ รวมท้งั สิ้น ๓๓ พระองค์

๑. พระราชวงศ์อูท่ อง
- สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระจา้ อู่ทอง) ครองราชย์ พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๑๒
- สมเดจ็ พระราเมศวร ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๑๒ - ๑๙๑๓ และ พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๘
- สมเดจ็ พระรามราชาธิราช ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๓๘ - ๑๙๕๒

๒. สุพรรณภูมิ
- สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี 1 (ขุนหลวงพ่องวั่ ) ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๑๓ - ๑๙๓๑
- สมเด็จพระเจ้าทองลัน (ทองจนั ทร)์ ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๑
- สมเดจ็ พระอินทราธริ าช (เจ้านครอินทร์) ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๕๒ - ๑๙๖๗
- สมเด็จพระบรมราชาธริ าชท่ี 2 (เจ้าสามพระยา) ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๖๗ - ๑๙๙๑
- สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๙๑ – ๒o๓๑
- สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๓๑ - ๒o๓๔
- สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี 2 ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๓๔ - ๒o๗๒
- สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี 4 (หน่อพุทธางกูรหรอื พระอาทิตยวงศ์) ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๗๒ - ๒o๗๖
- สมเดจ็ าพระรัษฎาธิราชราชกุมาร ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๗๖ - ๒o๗๗
- สมเด็จพระไขยราชาธิราช ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๗๗ - ๒o๘๙
- สมเดจ็ พระยอดฟ้า (พระแก้วฟา้ ) ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๘๙ - ๒o๙๑
- สมเดจ็ พระมหาจักรพรรดิ ครองราชย์ พ.ศ. ๒o๙๑ - ๒๑๑๑
- สมเดจ็ พระมหนิ ทราธริ าช ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๑๑ – ๒๑๑๒



3. สโุ ขทยั
- สมเดจ็ พระมหาธรรมราชา ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๑๒ - ๒๑๓๓
- สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๑๔๘
- สมเด็จพระเอกาทศรถ ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๔๘ - ๒๑๖๓
- สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๖๓ - ๒๑๖๓
- สมเดจ็ พระเจ้าทรงธรรม ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๖๓ - ๒๑๗๑
- สมเด็จพระเชษฐาธิราช ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๗๑ - ๒๑๗๓
- สมเดจ็ พระอาทติ ยวงศ์ ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๗๓ - ๒๑๗๓

4. ปราสาททอง
- สมเด็จพระเจา้ ปราสาททอง ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๗๓ - ๒๑๙๘
- สมเด็จเจา้ ฟา้ ไชย ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๙๘ - ๒๑๙๙
- สมเดจ็ พระสุธรรมราชา ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๑๙๙
- สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑

5. บ้านพลูหลวง
- สมเด็จพระเพทราชา ครองราชย์ พ.ศ. ๒๒๓๑ - ๒๒๔๕
- สมเด็จพระสรรเพชญ์ท่ี 8 (พระเจ้าเสอื ) ครองราชย์ พ.ศ. ๒๒๔๕ - ๒๒๕๒
- สมเดจ็ พระสรรเพชญ์ท่ี 9 (พระเจ้าทา้ ยสระ) ครองราชย์ พ.ศ. ๒๒๕๒- ๒๒๗๕
- สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวบรมโกศ ครองราชย์ พ.ศ. ๒๒๗๕ - ๒๓o๑
- สมเดจ็ พระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด) ครองราชย์ พ.ศ. ๒๓o๑ - ๒๓o๑
- สมเดจ็ พระท่นี ่งั สุริยาศน์อมรนิ ทร์ (พระเจา้ เอกทัศ) ครองราชย์ พ.ศ. ๒๓o๑ – ๒๓๑o



๓.๑ ลำดับเหตุการณ์ทสี่ ำคัญของอาณาจกั รอยุธยา

สมยั ราชวงศอ์ ทู่ อง (ครง้ั ที่ ๑ : พ.ศ. ๑๘๙๓ – ๑๙๑๓)

- สมเด็จพระเจ้าอูท่ องทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเปน็ ราชธานี และทรงสถาปนาช่อื เมืองว่า กรุงเทพทวารวดศี รี
อยธุ ยา

พ.ศ. ๑๙๑๒

-สมเด็จพระเจ้าอู่ทองเสดจ็ สวรรคต

-สมเด็จพระราเมศวรเสดจ็ ข้นึ ครองราชย์

สมัยราชวงศส์ ุพรรณภมู ิ (คร้ังท่ี ๑ : พ.ศ. ๑๙๑๓ – ๑๙๓๑)

- สมเด็จพระราเมศวรทรงสละราชสมบัตใิ ห้ขนุ หลวงพะงวั่

พ.ศ. ๑๙๓๑

- ขุนหลวงพะงวั่ เสด็จสวรรคต

- สมเด็จพระเจ้าทองลันเสดจ็ ขน้ึ ครองราชย์

- สมเดจ็ พระราเมศวรสำเรจ็ โทษสมเดจ็ พระเจ้าทองลันแลว้ เสดจ็ ขนึ้ ครองราชยค์ ร้ังท่ี ๒

สมัยราชวงศอ์ ทู่ อง (ครงั้ ท่ี ๒ : พ.ศ. ๑๙๓๑ – ๑๙๕๒)

-สมเดจ็ พระราเมศวรสำเรจ็ โทษสมเดจ็ พระเจ้าทองลันแลว้ เสดจ็ ข้ึนครองราชย์ครั้งท่ี ๒

สมยั ราชวงศ์สพุ รรณภมู ิ (คร้งั ท่ี ๒ : พ.ศ. ๑๙๕๒ – ๒๑๑๒)

-เจ้าสามพระยาทรงผนวกกรุงสุโขทยั เข้าเป็นสว่ นหนึ่งของกรงุ ศรีอยุธยา

พ.ศ. ๑๙๙๑

-สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถเสด็จขนึ้ ครองราชย์

พ.ศ. ๒o๕๔

โปรตุเกสเป็นชาติยโุ รปแรกทีเ่ ข้ามาเจรญิ สัมพันธไมตรกี ับกรงุ ศรอี ยุธยา ดว้ ยการสง่ ดูวาร์ตึ ฟอื ร์นังดชึ (Duarte
Fenandes) เป็นทูตมาเฝา้ สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ ๒ หลังจากทโ่ี ปรตเุ กสเข้าพิชติ มะละกา



ราว พ.ศ. ๒o๘๓

จดุ กำเนิดหมบู่ า้ นโปรตุเกสในกรุงศรีอยุธยา ตามพระบรมราชโองการฯ ของสมเดจ็ พระไชยราชาธริ าช ท่ี
พระราชทานทด่ี ินให้ชาวโปรตุเกส ๑๒o คน โดยเปน็ บำเหนจ็ การทำความดคี วามชอบจากการเข้าร่วมรบใน
สงครามเชียงกรานจนไดร้ ับชัยชนะ

โบราณสถานซานเปโตร หรอื โบสถ์เซนตโ์ ดมินคิ ในคณะโดมินิกัน เปน็ โบสถค์ รสิ ตศ์ าสตร์แหง่ แรกทีส่ รา้ งข้นึ ใน
อาณาจักรอยธุ ยา ตงั้ อยู่บริเวณหม่บู ้านโปรตุเกส

พ.ศ. ๒o๙๒

-สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิทรงใหก้ ่อกำแพงพระนครศรีอยุธยากอ่ อฐิ ถือปนู ตามแบบฝรั่งเปน็ ครงั้ แรก จากเดมิ ท่ี
ถมดนิ เปน็ เชิงเทินแลว้ ปกั เสาไมร้ ะเนียดดา้ นบน

พ.ศ. ๒๑o๓

-เริ่มก่อสรา้ งพระธาตุศรสี องรัก เพื่อเปน็ สกั ขีพยานในการช่วยเหลือซ่ึงกันและกันระหว่างกรงุ ศรีอยุธยากบั กรุง
ศรสี ตั นาคนหตุ

สมยั ราชวงศส์ ุโขทยั (พ.ศ. ๒๑๑๒ – ๒๑๗๓)

ภาพวาดทหารญี่ปนุ่

พ.ศ. ๒๑๑๒

-กรุงศรีอยธุ ยาเสยี กรงุ คร้งั ที่ ๑ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกเู้ อกราชครั้งท่ี ๑

-สมเด็จพระมหนิ ทราธริ าชเสด็จสวรรคต

-สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเสดจ็ ขึ้นครองราชย์และสถาปนาราชวงศส์ โุ ขทยั

พ.ศ. ๒๑๒๗

-สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพ ทเี่ มืองแครง

พ.ศ. ๒๑๓๓

-สมเด็จพระมหาธรรมราชาธริ าชเสดจ็ สวรรคต

-สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชเสดจ็ ข้ึนครองราชย์



พ.ศ. ๒๑๓๕

-สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยทุ ธหัตถีกับพระมหาอุปราชาไดร้ ับชยั ชนะ

พ.ศ. ๒๑๔๑

-ติดตอ่ กับสเปนเปน็ ครั้งแรก

พ.ศ. ๒๑๔๕

-เรือสำเภาบรรทุกสินค้าของ เฉกอะหมดั กมุ มี และนอ้ งชายคอื มะหะหมัด ซาอิด เข้ามาเทยี บท่าท่ปี ้อมเพชร
เพอ่ื เขา้ มาตั้งห้างค้าขายอยู่ในกรงุ ศรีอยธุ ยา

พ.ศ. ๒๑๔๗

-ตดิ ต่อกับฮอลันดาเป็นคร้ังแรก

พ.ศ. ๒๑๔๘

-สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสดจ็ สวรรคต

-สมเดจ็ พระเอกาทศรถเสด็จขึ้นครองราชย์

พ.ศ. ๒๑๕๓

-สมเดจ็ พระเอกาทศรถทรงมีพระราชสาส์นตอบสาสน์ จากโชกุนอิเอยาสุ

พ.ศ. ๒๑๕๕

-ติดต่อกับองั กฤษเปน็ ครง้ั แรก

พ.ศ. ๒๑๖๔

-สมเด็จพระเจา้ ทรงธรรมทรงสง่ คณะทูตไปเจริญสมั พันธไมตรีกบั ญป่ี ุ่น เป็นครงั้ แรกในรชั กาล นำโดยขนุ พชิ ิต
สมบัตแิ ละขนุ ประเสริฐ

-ตดิ ต่อกบั เดนมาร์กเป็นครั้งแรก โดยท่เี รอื สินค้าเดนมารก์ ไดเ้ ดินทางมาถึงเมืองตะนาวศรีและไดน้ ำปืนไฟมา
ขาย



พ.ศ. ๒๑๖๖

-สมเด็จพระเจา้ ทรงธรรมทรงสง่ คณะทูตไปเจริญสัมพนั ธไมตรกี ับญ่ีปุ่น เปน็ ครง้ั ที่สองในรัชกาล นำโดยหลวง
ทอ่ งสมุทรและขุนสทิ ธิ

พ.ศ. ๒๑๖๗

-โปรตเุ กสซึ่งขณะนนั้ รวมประเทศกบั สเปน ยดึ เรือฮอลันดาในแม่นำ้ เจา้ พระยา สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรง
บังคับให้โปรตุเกสคนื เรือแกฮ่ อลันดา ทำให้โปรตเุ กสประกาศสงครามต่อกรุงศรีอยุธยา แตส่ งครามมไิ ด้เกดิ ขน้ึ

พ.ศ. ๒๑๖๘

-สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงสง่ คณะทูตไปเจริญสมั พันธไมตรกี ับญ่ีปุน่ เป็นครัง้ ท่ีสามในรัชกาล นำโดยขุน
รกั ษาสิทธผิ ล

พ.ศ. ๒๑๗๒

-ในสมัยสมเด็จพระเชษฐาธิราช มีการสง่ ทูตไปเจริญพระราชไมตรีกับญ่ปี นุ่ นำโดยหลวงสกลเดชและขุนโยค
มาตย์ เพื่อแจง้ การเปล่ยี นแผ่นดินใหม่

สมยั ราชวงศ์ปราสาททอง (พ.ศ.๒๑๗๓ – ๒๒๓๑)

พ.ศ. ๒๑๙๙

-เปน็ ปีทีม่ พี ระมหากษัตรยิ ์ 4 พระองค์ ไดแ้ ก่ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมเด็จเจา้ ฟ้าไชย สมเด็จพระศรีสุ
ธรรมราชา และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

-สมเดจ็ เจ้าฟ้าไชยส่งคณะทูตไปเจริญสมั พนั ธไมตรีกบั ญปี่ นุ่ แตญ่ ี่ป่นุ ไม่ตอบรบั อ้างวา่ ตนดำเนินนโยบายปดิ
ประเทศตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๗๙

สมัยราชวงศ์บา้ นพลหู ลวง (พ.ศ. ๒๒๓๑ – ๒๓๑o)

-สมเด็จพระเพทราชาเสด็จขน้ึ ครองราชยแ์ ละสถาปนาราชวงศบ์ า้ นพลหู ลวง

-คณะราชทูตสยาม อาทิ ออกขุนชำนาญใจจง ออกขนุ วิเศษภบู าล และออกหม่ืนพิพิธราชา เขา้ เฝา้ สมเด็จพระ
สันตะปาปาอนิ โนเซนต์ที่ ๑๑ ทก่ี รงุ โรม เมื่อวนั ท่ี ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๒๓๒

-คณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าสมเดจ็ พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ท่ี ๑๑ ทีก่ รงุ โรม เม่อื วนั ท่ี ๕ มกราคม อกี คร้ัง
และเขา้ เฝา้ พระเจ้าหลุยสท์ ่ี ๑๔ ในเดอื นกุมภาพันธ์



๔. พัฒนาการด้านสังคมและการเมอื งการปกครองของอาณาจกั รอยธุ ยา

ช่วงแรกมีการปกครองคลา้ ยคลงึ กับในสมยั สโุ ขทยั พระมหากษตั ริย์มสี ิทธ์ิปกครองโดยตรงในราช
ธานี หากทรงใชอ้ ำนาจผ่านข้าราชการและขุนนางเช่นกัน นอกจากน้ียังมีระบบการปกครองภายในราชธานที ี่
เรยี กว่า จตุสดมภ์ ตามการเรียกของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ อันได้แก่ กรมเวียง
กรมวงั กรมคลัง และกรมนา

การปกครองนอกราชธานี ประกอบดว้ ย เมืองหนา้ ดา่ น เมืองชั้นใน เมอื งพระยามหานคร และเมือง
ประเทศราช โดยมรี ปู แบบกระจายอำนาจออกจากศนู ย์กลางค่อนข้างมาก เมืองหน้าดา่ น ได้แก่ ลพบุรี
นครนายก พระประแดง และสพุ รรณบรุ ี ตงั้ อยู่รอบราชธานีทั้งสท่ี ิศ ระยะเดนิ ทางจากราชธานสี องวนั
พระมหากษัตริยท์ รงสง่ เชือ้ พระวงศ์ที่ไวว้ างพระทัยไปปกครอง แต่รปู แบบนี้นำมาซ่งึ ปญั หาการแยง่ ชงิ ราช
สมบตั อิ ยบู่ ่อยครัง้ เมืองชนั้ ในทรงปกครองโดยผู้รั้ง ถดั ออกไปเปน็ เมอื งพระยามหานครหรือหัวเมืองชน้ั นอก
ปกครองโดยเจ้าเมืองทส่ี ืบเช้อื สายมาแตเ่ ดิม มีหน้าท่ีจ่ายภาษีและเกณฑ์ผู้คนในราชการสงคราม] และสดุ ท้าย
คอื เมืองประเทศราช พระมหากษตั รยิ ์ปล่อยใหป้ กครองกนั เอง เพียงแต่ต้องส่งเคร่ืองบรรณาการมาใหร้ าชธานี
ทกุ ปี

ตอ่ มา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๙๑ – ๒o๓๑) ทรงยกเลกิ ระบบเมืองหน้าด่าน
เพื่อขจดั ปญั หาการแย่งชงิ ราชสมบตั ิ และขยายอำนาจของราชธานีโดยการกลนื เมืองรอบข้างเข้าเปน็ สว่ นหนงึ่
ของราชธานี[21] สำหรับระบบจตุสดมภ์ ทรงแยกกจิ การพลเรอื นออกจากกิจการทหารอย่างชัดเจน ให้อยู่
ภายใตค้ วามรับผดิ ชอบของสมุหนายกและสมุหกลาโหมตามลำดบั นอกจากนย้ี งั มีการเปลย่ี นชือ่ กรมและชอ่ื
ตำแหน่งเสนาบดี แต่ยงั คงไว้ซึ่งหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบเดมิ

๑o

๔.๑ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศของอาณาจกั รอยุธยา

อาณาจักรอยธุ ยามักส่งเครอ่ื งราชบรรณาการไปถวายจักรพรรดจิ นี เปน็ ประจำทุกสามปี เครอื่ ง
บรรณาการนเ้ี รียกวา่ "จิ้มก้อง" นกั ประวตั ิศาสตรเ์ ชอ่ื วา่ การส่งเคร่ืองราชบรรณาการดงั กล่าวแฝงจดุ ประสงค์
ทางธุรกิจไวด้ ว้ ย คือ เมือ่ อาณาจักรอยุธยาไดส้ ง่ เคร่ืองราชบรรณาการไปถวายแลว้ กจ็ ะไดเ้ คร่ืองราชบรรณาการ
กลับมาเปน็ มูลค่าสองเทา่ ท้งั ยังเปน็ ธรุ กจิ ท่ีไม่มีความเสีย่ ง จงึ มกั จะมีขนุ นางและพ่อค้าเดินทางไปพรอ้ มกับการ
นำเครอ่ื งราชบรรณาการไปถวายด้วย

พ.ศ. ๒o๕๔ ทันทีหลงั จากที่ยึดครองมะละกา โปรตเุ กสได้ส่งผู้แทนทางการทตู นำโดย ดูอาร์เต เฟอร์
นนั เดส (Duarte Fernandes) มายังราชสำนกั สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๒ หลงั ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์
ฉันทม์ ติ รระหวา่ งราชอาณาจักรโปรตุเกสและราชอาณาจักรอยุธยาแลว้ ผแู้ ทนทางการทูตโปรตุเกสก็ได้กลบั
ประเทศแม่ไปพร้อมกับผ้แู ทนทางทตู ของอยธุ ยา ซึง่ มีของกำนลั และพระราชสาสน์ ถงึ พระเจา้ โปรตเุ กส
ด้วย ผแู้ ทนทางการทูตโปรตุเกสชุดนีอ้ าจเปน็ ชาวยุโรปกลมุ่ แรกที่เดนิ ทางเข้ามาในประเทศไทยก็เปน็ ได้ ห้าปีให้
หลังการตดิ ตอ่ ครง้ั แรก ทง้ั สองไดบ้ รรลสุ นธสิ ญั ญาซึง่ อนุญาตใหโ้ ปรตเุ กสเขา้ มาคา้ ขายในราชอาณาจักรอยุธยา
สนธสิ ัญญาท่คี ล้ายกนั ใน พ.ศ. ๒๑๓๕ ได้ให้พวกดัตช์มฐี านะเอกสทิ ธ์ิในการค้าข้าว

ในรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ บันทึกของฮอลนั ดาระบุวา่ มกี ารสง่ คณะทูตานทุ ูตไปยังฮอลนั ดาจำนวน
๒o คน ไปในเรือลำเดียวกันกับพ่อค้าชาวฮอลนั ดา ในแบบอย่างเต็มยศ คือมีพระราชสาสน์ ตลอดจนเครอื่ ง
ราชบรรณาการต่าง ๆ ท่ีมคี า่ ตามแบบแผนประเพณีของการเจริญพระราชไมตรสี มัยกรุงศรีอยุธยา โดยได้
เดินทางไปถงึ กรงุ เฮก เมื่อวันที่ ๑o กันยายน พ.ศ. ๒๑๕๑ ซึง่ คณะทูตานุทตู คณะนี้ถอื เป็นการสง่ คณะทตู ครั้ง
แรกไปเจรญิ ทางสมั พนั ธไมตรกี ับประเทศในยโุ รป อย่างไรก็ตามในบันทึกไมไ่ ดร้ ะบุชือ่ ราชทตู หรอื บุคคลใดๆ ใน
คณะทูต ทราบเพยี งแตจ่ ำนวนวา่ มีหวั หน้าสองท่าน (ราชทูตและอปุ ทูต) พนกั งานรกั ษาเครอ่ื งราชบรรณาการ
เจ้าพนกั งานพระราชสาส์น และอน่ื ๆ ซงึ่ ไดเ้ ขา้ เฝ้าเจ้าชายมอร์รสิ เจ้าชายแห่งออเรนจ์ในวันถดั จากที่เดนิ ทาง
มาถึง

ชาวต่างชาติได้รับการต้อนรบั อยา่ งอบอุน่ ทร่ี าชสำนกั สมเด็จพระนารายณม์ หาราช ผู้ทรงมที ัศนะสากล
นิยม (cosmopolitan) และทรงตระหนักถงึ อิทธพิ ลจากภายนอก ได้มกี ารสถาปนาความสมั พันธ์เชิงพาณชิ ยท์ ี่
สำคญั กบั ญปี่ ุ่น บริษทั การคา้ ของเนเธอรแ์ ลนดแ์ ละองั กฤษไดร้ ับอนุญาตให้จัดตงั้ โรงงาน และมีการส่งคณะ
ผู้แทนทางการทตู ของอยุธยาไปยงั กรุงปารสี และกรงุ เฮก ดว้ ยการธำรงไว้ซ่ึงความสมั พนั ธ์เหลา่ นี้ ราชสำนัก
อยธุ ยาได้ใชเ้ นเธอร์แลนดค์ านอำนาจกบั องั กฤษและฝรัง่ เศสอย่างชำนาญ ทำให้สามารถเลี่ยงมิให้ชาติใดชาติ
หนึง่ เข้ามามีอิทธิพลมากเกนิ ไป

ในปี พ.ศ. ๒๒o๗ เนเธอรแ์ ลนดใ์ ชก้ ำลังบังคบั เพ่ือใหไ้ ดส้ นธสิ ญั ญาท่ีให้สิทธิสภาพนอกอาณา
เขต เชน่ เดยี วกับการเขา้ ถึงการค้าอยา่ งเสรี คอนสแตนตนิ ฟอลคอน นักผจญภัยชาวกรีกผู้เข้ามาเปน็ เสนาบดี
ตา่ งประเทศในราชสำนกั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช กราบทลู ให้พระองคห์ ันไปพง่ึ ความชว่ ยเหลือจาก
ฝร่ังเศส วิศวกรฝรัง่ เศสกอ่ สร้างป้อมคา่ ยแก่คนไทย และสร้างพระราชวังแห่งใหม่ที่ลพบุรี นอกเหนือจากนี้
มิชชันนารีชาวฝร่งั เศสเขา้ มามีบทบาทในการศึกษาและการแพทย์ ตลอดจนนำแท่นพมิ พ์เครื่องแรกเขา้ มาใน
ราชอาณาจกั รด้วย พระเจา้ หลยุ ส์ท่ี ๑๔ ทรงสนพระราชหฤทัยในรายงานจากมิชชนั นารีที่เสนอว่า สมเด็จพระ
นารายณอ์ าจเปลีย่ นมานบั ถือศาสนาครสิ ตไ์ ด้

๑๑

อาณาจักรอยุธยามีความสัมพันธ์กบั ชาตติ ะวนั ตกในด้านการคา้ ขายและการเผยแผ่ศาสนา โดย
ชาวตะวันตกได้นำเอาวทิ ยาการใหม่ ๆ เขา้ มาดว้ ย ต่อมา คอนสแตนติน ฟอลคอนได้เข้ามามอี ิทธพิ ลและยัง
บรรดาขนุ นางจงึ ประหารฟอลคอนเสีย และลดระดบั ความสำคัญกับชาตติ ะวันตกตลอดช่วงเวลาที่เหลอื ของ
อาณาจักรอยธุ ยา

๑๒

๔.๒ ประชากรในอาณาจักรอยธุ ยา

ในช่วงปลายพทุ ธศตวรรษที่ ๒o อาณาจักรอยธุ ยามีประชากรประมาณ ๑,๙ooo,ooo คน ซ่งึ นบั
ชายหญิงและเด็กอยา่ งครบถ้วน แตล่ าลูแบร์กล่าววา่ ตังเลขดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้องเนอื่ งจากมผี ู้หนีการเสีย
ภาษอี ากรไปอยตู่ ามป่าตามดงอกี มาก แอนโธนี เรด นักวชิ าการด้านอุษาคเนย์เทียบหลักฐานจากคำบอกเล่า
ตา่ งๆ แลว้ ประมาณว่า กรงุ ศรีอยุธยามีประชากร ในชว่ งคริสต์ศตวรรษ ที่ ๑๗ ราว ๒ooo,ooo ถงึ ๒๔o,ooo
คน มกี ล่มุ ชาติพนั ธุ์หลักคือไทยสยามซึง่ เปน็ กล่มุ ชาติพนั ธ์ุหนงึ่ ทใี่ ช้ภาษาตระกูลขรา้ -ไท ซ่ึงบรรพบรุ ุษของไทย
สยามปรากฏหลักแหลง่ ของกลมุ่ คนทใ่ี ช้ภาษาตระกูลขรา้ -ไทเก่าแกท่ ่ีสดุ อายกุ วา่ ๓,ooo ปี ซงึ่ มหี ลกั แหลง่ แถบ
กวา่ งซี คาบเกี่ยวไปถึงกวางตุ้งและแถบลุ่มแม่น้ำดำ-แดงในเวียดนามตอนบน ซ่ึงกลุ่มชนน้มี คี วามเคล่ือนไหวไป
มากบั ดนิ แดนไทยในปจั จบุ ันทง้ั ทางบกและทางทะเลและมีการเคลื่อนไหวไปมาอยา่ งไม่ขาดสาย ในยคุ
อาณาจักรทวารวดีในแถบลุ่มแมน่ ำ้ เจ้าพระยาชว่ งหลงั ปี พ.ศ. ๑๑oo กม็ ปี ระชากรตระกูลไทย-ลาว เป็น
ประชากรพ้ืนฐานรวมอย่ดู ้วย ซง่ึ เป็นกลมุ่ ชนอพยพลงมาจากบริเวณสองฝั่งโขงลงทางลมุ่ น้ำน่านแลว้ ลงสูล่ ุม่
แมน่ ้ำเจา้ พระยาฟากตะวันตกแถบสพุ รรณบุรี ราชบุรี ถงึ เพชรบรุ ีและเกย่ี วข้องไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช ซง่ึ
ในสว่ นนี้ลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรง่ั เศสในรัชสมยั ของสมเด็จพระนารายณม์ หาราช ได้ให้ความเหน็ สว่ นตัว
วา่ ชาวลาวกับชาวสยามเกอื บจะเป็นชาตเิ ดยี วกนั ] นอกจากนี้ลาลูแบรย์ งั อธิบายเพ่ิมว่าตามธรรมเนียมแต่
โบราณแล้ว ทงั้ สองฝ่ายอ้างวา่ ตนรับกฎหมายของตนมาจากอีกฝา่ ย กล่าวคือฝา่ ยสยามเช่ือวา่ กฎหมาย และ
เชอื้ สายกษัตริย์ของตนมาจากลาว และฝา่ ยลาวก็เชื่อวา่ กฎหมาย และกษัตริย์ของตนมาจากสยาม นอกจากนี้
ลาลูแบรส์ งั เกตเห็นว่าสังคมอยุธยาน้ันมคี นปะปนกันหลายชนชาติ และ "เปน็ ที่แน่วา่ สายเลือดสยามนน้ั ผสมกบั
ของชาติอน่ื "] เนอ่ื งจากมีคนต่างชาตติ ่างภาษาจำนวนมากอพยบเข้ามาอยู่ในอยธุ ยาเพราะทราบถึงช่ือเสียงเร่ือง
เสรภี าพทางการค้า

เอกสารจีนท่บี นั ทึกโดยหม่าฮวนไดก้ ล่าวไวว้ ่า ชาวเมืองพระนครศรีอยธุ ยาพดู จาด้วยภาษาอย่าง
เดียวกบั กลุ่มชนทางตะวนั ออกเฉยี งใต้ของจีน คือพวกท่ีอยู่ในมณฑลกวางตงุ้ กับกวา่ งซี และดว้ ยความท่ีดนิ แดน
แถบอุษาคเนย์เปน็ ดนิ แดนท่ีอุดมสมบูรณจ์ งึ มีกลุม่ ชาติพันธห์ุ ลากหลายต้งั หลกั แหล่งอยปู่ ะปนกนั จึงเกดิ การ
ประสมประสานทางเผา่ พันธ์ุ วฒั นธรรม และภาษาจนไม่อาจแยกออกจากกันได้อยา่ งชดั เจน และดว้ ยการ
ผลกั ดนั ของรฐั ละโว้ ทำให้เกิดรัฐอโยธยาศรีรามเทพนคร ภายหลังปี พ.ศ. ๑๗oo ก็ไดม้ กี ารเปลี่ยนแปลงทาง
สังคมและวฒั นธรรมหลายอย่าง

ดว้ ยเหตทุ ่ีกรงุ ศรีอยธุ ยาเป็นอาณาจักรที่มคี วามเจรญิ รุ่งเรอื ง กลุ่มชาตพิ นั ธุก์ ล่มุ อืน่ ๆ ได้อพยพเขา้ มา
พง่ึ พระบรมโพธสิ มภาร เชลยท่ีถกู กวาดต้อน ตลอดจนถึงชาวเอเชียและชาวตะวันตกท่เี ข้ามาเพ่ือการคา้ ขาย
ในกฎมนเทยี รบาลยุคตน้ กรงุ ศรีอยุธยาไดเ้ รยี กชือ่ ชนพ้นื เมืองต่าง ๆ ไดแ้ ก่ "แขกขอมลาวพมา่ เมงมอญมสมุ แสง
จีนจามชวา..." ซงึ่ มีการเรยี กชนพื้นเมืองท่ีอาศยั ปะปนกนั โดยไม่จำแนกวา่ ชาวสยาม ในจำนวนนมี้ ีชาวมอญ
อพยพเข้ามาในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั บรมโกศ เน่อื งจากชาวมอญไม่สามารถทนการบีบคน้ั
จากการปกครองของพมา่ ในช่วงราชวงศต์ องอู จนในปี พ.ศ. ๒๒๙๕ พมา่ ได้ปราบชาวมอญอยา่ งรนุ แรง จงึ มี
การลภ้ี ยั เข้ามาในกรุงศรีอยธุ ยาจำนวนมาก

๑๓

๕. ศลิ ปะและวฒั นธรรมในสมัยอยธุ ยา

การแสดงโขน และศิลปะนาฏศิลป์สยามประเภทตา่ งๆน้นั มีหลักฐานอย่างชดั เจนวา่ มกี ารให้จัด
แสดงขน้ึ ในพระราชวงั หลวงของกรงุ ศรีอยธุ ยาในลักษณะท่ีกลา่ วได้ว่าเกือบจะเหมือนกับรูปแบบของนาฏศิลป์
ไทยที่ปรากฏอยู่ในประเทศไทยในปัจจบุ นั และที่แพรห่ ลายไปยงั ประเทศเพอื่ นบา้ น ทำให้สันนษิ ฐานได้วา่
ศลิ ปะการละครของไทยน่าจะต้องถูกพฒั นาข้นึ จนสมบูรณ์ มาตัง้ แต่ศตวรรษที่ ๑๗ ตามสมัยครสิ ตกาลเปน็
อยา่ งน้อย โดยในระหว่างทีร่ าชอาณาจกั รอยธุ ยายังมสี มั พนั ธท์ างการทตู โดยตรงกับฝร่งั เศส พระเจ้าหลยุ สท์ ี่
๑๔ สุรยิ ะกษตั รยิ ์ (Sun King) แหง่ ราชอาณาจักรฝรง่ั เศส ไดส้ ่งราชทูต ชอื่ ซมี ง เดอ ลาลูแบร์ มายังประเทศ
สยาม ในปี ค.ศ. ๑๖๗๓ และพำนักอยูใ่ นกรุงศรีอยธุ ยาเปน็ เวลา ๓ เดือน เพอ่ื ใหจ้ ดบนั ทึกทุกอย่างเกยี่ วกับ
ประเทศสยาม ตัง้ แต่การปกครอง ภาษา ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณี โดย ลา ลูแบร์ ได้มีโอกาสได้สังเกตการ
แสดงนาฏศลิ ป์ประเภทต่างๆในราชสำนักไทย และจดบันทึกไวโ้ ดยละเอยี ดดงั น้ี:

"ชาวสยามมีศิลปะการเวทีอยู่สามประเภท: ประเภทที่เรียกว่า "โขน" น้นั เปน็ การรา่ ยรำเขา้ ๆ ออก ๆ
หลายคำรบ ตามจังหวะซอและเคร่ืองดนตรีอยา่ งอ่นื อีก ผแู้ สดงนนั้ สวมหน้ากาก และถืออาวธุ แสดงบทหนกั ไป
ในทางสูร้ บกันมากกวา่ จะเปน็ การร่ายรำ และมาตรวา่ การแสดงสว่ นใหญ่จะหนักไปในทางโลดเตน้ เผน่ โผนโจน
ทะยาน และวางทา่ อย่างเกินสมควร แต่กม็ ีการหยุดเจรจาออกมาสักคำสองคำอยไู่ ม่ได้ขาด หน้ากาก (หัวโขน)
สว่ นใหญ่นนั้ น่าเกลยี ด เป็นหนา้ สตั วท์ ี่มีรปู พรรณวติ ถาร หรือไมเ่ ป็นหน้าอสรู ปีศาจ " สว่ นการแสดงประเภทท่ี
เรียกวา่ "ละคร" นั้นเป็นบทกวที ผี่ สมผสานกัน ระหว่างมหากาพย์ และบทละครพูด ซงึ่ แสดงกนั ยดื ยาวไปสาม
วนั เต็มๆ ตั้งแต่ ๘ โมงเชา้ จนถึง ๑ ท่มุ ละครเหล่านเี้ ป็น ประวัตศิ าสตรท์ ี่ร้อยเรียงเป็นบทกลอนทเี่ คร่งครมึ
และขบั ร้องโดยผแู้ สดงหลายคนทอ่ี ยใู่ นฉากพรอ้ มๆกนั และเพียงแต่ร้องโต้ตอบกันเท่าน้นั โดยมีคนหนึง่ ขบั ร้อง
ในสว่ นเนื้อเร่อื ง ส่วนทีเ่ หลือจะกลา่ วบทพดู แตท่ ้ังหมดท่ีขบั ร้องลว้ นเป็นผ้ชู าย ไม่มีผูห้ ญิงเลย ...
ส่วน "ระบำ" นั้นเป็นการรำคขู่ องหญิงชาย ซ่ึงแสดงออกอย่างอาจหาญ ... นกั เตน้ ท้งั หญิงและชายจะสวมเลบ็
ปลอมซ่งึ ยาวมาก และทำจากทองแดง นกั แสดงจะขบั ร้องไปด้วยรำไปด้วย พวกเขาสามารถรำได้โดยไมเ่ ขา้
พวั พันกัน เพราะลักษณะการเต้นเปน็ การเดินไปรอบๆ อยา่ งชา้ ๆ โดยไมม่ ีการเคลอื่ นไหวทรี่ วดเร็ว แต่เตม็ ไป
ดว้ ยการบิดและดัดลำตัว และทอ่ นแขน"

ในส่วนท่เี กย่ี วกับการแตง่ กายของนักแสดงโขน ลา ลแู บร์ ไดบ้ นั ทกึ ไว้วา่ : "นักเตน้ ใน "ระบำ" และ
"โขน" จะสวมชฎาปลายแหลมทำดว้ ยกระดาษมลี วดลายสที อง ซึ่งดูคล้ายๆหมวกของพวกขา้ ราชการสยามทีใ่ ส่
ในงานพิธี แต่จะหุ้มตลอดศรี ษะดา้ นขา้ งไปจนถงึ ใตห้ ู และตกแตง่ ดว้ ยหนิ อญั มณีเลียนแบบ โดยมีหอ้ ยพสู่ อง
ข้างเปน็ ไม้ฉาบสที อง"

เนอื่ งจากในสมยั อยุธยามกี ารสรา้ งสรรคว์ รรณคดีไวม้ าก วัตถุดบิ วรรณคดเี หลา่ น้ันสง่ ผลให้การนาฏศิลป์
และการละครของสยาม ได้รับพฒั นาขน้ึ จนมีความสมบรู ณ์แบบทัง้ ในการแตง่ กาย และการแสดงออกใน
ระดับสูง และมอี ิทธิพลตอ่ อาณาจกั รข้างเคยี งมาก ดงั ที่ กัปตันเจมส์ โลว์ นกั วชิ าการองั กฤษผ้เู ชย่ี วชาญดา้ น
วฒั นธรรมเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ได้บันทึกไว้ในชว่ งตน้ รัตนโกสนิ ทร:์

"พวกชาวสยามได้พฒั นาศิลปะการแสดงละครของตนจนเข้าถึงความสมบรู ณแ์ บบในระดับสูง -- และใน
แง่นศี้ ิลปะของสยามจงึ เผยแพร่ไปสปู่ ระเทศเพื่อนบ้าน ท้ังในพมา่ ลาว และกัมพชู า ซึง่ ล้วนแตเ่ สาะหานักรำ
ละครของสยามทัง้ สนิ้ "

๑๔

บรรณานกุ รม

วีระ อำพนั สุข. กรุงศรีอยุธยา. พิมพ์ครั้งท่๑ี . กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพร้าว, ๒๕๒๗

วิกิพีเดยี “อาณาจักรอยธุ ยา” (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมา : https://th.wikipedia.org/wiki/อาณาจักรอยุธยา
๑๘ มนี าคม ๒๕๖๔








Click to View FlipBook Version