The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 7 ประชากรกับการเมืองการปกครอง
หลักสูตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poypoyooh, 2022-05-25 02:34:53

หน่วยที่ 7 ประชากรกับการเมืองการปกครอง

หน่วยที่ 7 ประชากรกับการเมืองการปกครอง
หลักสูตร

6 เทศบาลเมอื งทุ่งสง 30,413 7.17 อ.ทุง่ สง
7 เทศบาลตำบลท่ีวงั 14,083 89.00 อ.ทงุ่ สง
8 เทศบาลตำบลร่อนพบิ ูลย์ 7,939 11.53 อ.รอ่ นพิบลู ย์
9 เทศบาลตำบลเขาชมุ ทอง 4,417 24.66 อ.รอ่ นพิบลู ย์
10 เทศบาลตำบลหนิ ตก 8,588 13.00 อ.รอ่ นพบิ ูลย์
11 เทศบาลตำบลนาบอน 2,391 4.0 อ.นาบอน
12 เทศบาลตำบลจันดี 7,414 33.23 อ.ฉวาง
13 เทศบาลตำบลไม้เรียง 2,467 2.48 อ.ฉวาง
14 เทศบาลตำบลฉวาง 2,594 2.0 อ.ฉวาง
15 เทศบาลตำบลชะอวด 3,722 0.50 อ.ชะอวด
16 เทศบาลตำบลท่ายาง 5,222 4.02 อ.ทุ่งใหญ่
17 เทศบาลตำบลเชียรใหญ่ 1,711 1.0 อ.เชยี รใหญ่
18 เทศบาลตำบลหวั ไทร 4,303 1.8 อ.หวั ไทร
19 เทศบาลตำบลพิปูน 2,743 2.41 อ.พิปูน
20 เทศบาลตำบลท่าศาลา 2,987 1.24 อ.ท่าศาลา
21 เทศบาลตำบลลานสกา 1,787 2.61 อ.ลานสกา
22 เทศบาลตำบลสชิ ล 7,044 3.50 อ.สิชล
23 เทศบาลตำบลขนอม 4,476 5.25 อ.ขนอม
24 เทศบาลตำบลทอ้ งเนียน 5,556 60.00 อ.ขนอม
25 เทศบาลตำบลพรหมโลก 6,770 12.92 อ.พรหมครี ี
จำนวนประชากร จำนวนพื้นที่ หมายเหตุ(อยู่ใน
ที่ ชือ่ เทศบาล
(คน) (ตร.กม.) พื้นที่
26 เทศบาลตำบลทอนหงส์ 3,398 9.0 อ.พรหมคีรี
27 เทศบาลตำบลทางพนู 8,784 41.00 อ.เฉลิมพระเกยี รติ
28 เทศบาลตำบลเขาพระ 8,161 171.0 อ.พิปนู
29 เทศบาลตำบลเกาะเพชร 6,880 26.72 อ.หัวไทร
30 เทศบาลตำบลพรหมคีรี - 71.17 อ.พรหมครี ี
31 เทศบาลตำบลถำ้ ใหญ่ - 77.96 อ.ทงุ่ สง
32 เทศบาลตำบลชะมาย - 21.42 อ.ทุ่งสง
33 เทศบาลตำบลอา่ วขนอม - 140.63 อ.ขนอม
34 เทศบาลตำบลท่างิ้ว - 67.70 อ.เมอื ง
35 เทศบาลตำบลโพธ์ิเสด็จ - 25.75 อ.เมอื ง
36 เทศบาลตำบลปากพูน - 93.78 อ.เมือง
37 เทศบาลตำบลท่งุ ใส - 74.00 อ.สิชล
38 เทศบาลตำบลหลักชา้ ง - 47.00 อ.ชา้ งกลาง
39 เทศบาลตำบลการะเกด - 60.28 อ.เชยี รใหญ่
40 เทศบาลตำบลกะปาง - 83.86 อ.ทุ่งสง

41 เทศบาลตำบลปากพนู ทา่ ประจะ - 31.98 อ.ชะอวด
20.64 อ.เฉลิมพระเกียรติ
42 เทศบาลตำบลดอนตรอ - 65.00 อ.ลานสกา
51.38 อ.ปากพนัง
43 เทศบาลตำบลขนุ ทะเล - 27.75 อ.พระพรหม
125.45 อ.นบพิตำ
44 เทศบาลตำบลเกาะทวด - 30.35 อ.หัวไทร
55.00 อ.ฉวาง
45 เทศบาลตำบลนาสาร - 43.50 อ.พิปูน
44.00 อ.ท่งุ ใหญ่
46 เทศบาลตำบลนาเหรง - 101.00 อ.พปิ ูน
62.39 อ.ช้างกลาง
47 เทศบาลตำบลหน้าสตน - 24.64 อ.ปากพนงั
20.28 อ.ปากพนงั
48 เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง -
1.สำนกั งานจงั หวดั
49 เทศบาลตำบลควนกลาง -

50 เทศบาลตำบลทุ่งสัง -

51 เทศบาลตำบลกะทูน -

52 เทศบาลตำบลสวนขนั -

53 เทศบาลตำบลชะเมา -

54 เทศบาลตำบลบางพระ -

โครงสรา้ งจงั หวดั นครศรีธรรมราช

โครงสร้างองค์กร

ตรวจสอบ จังหวัด
ภายในจังหวดั

2 3 4 5 6 7
ที่ทำการปกครอง สนง.พัฒนาชุมชน สนง.เกษตร สนง.สาธารณสุข สนง.ประมง สนง.ปศุสัตว์
จังหวดั /อำเภอ จังหวัด/อำเภอ จังหวดั /อำเภอ จังหวัด/อำเภอ จงั หวดั /อำเภอ จงั หวัด/อำเภอ

8 9 10 11 12 13
สนง.ทด่ี ิน สนง.วัฒนาธรรม สนง.ส่งเสรมิ การปก- สนง.สหกรณ์ สนง.เกษตรและ สนง.การปฏริ ปู ที่ดิน
จังหวัด/อำเภอ ครองท้องถน่ิ จังหวดั จังหวัด/อำเภอ สหกรณ์จังหวัด
จังหวัด จังหวัด
14 17
สนง.แรงงาน 15 16 สนง.ประกนั สังคม 13 19
สนง.สวสั ดิการฯ สนง.จัดหางาน สนง.พัฒนาสงั คมฯ สนง.คลัง
จังหวัด จงั หวัด/สาขา จังหวดั
จังหวดั จงั หวดั จังหวดั
20
สนง.ขนส่ง 21 22 23 24 25
จังหวดั /สาขา สนง.พาณชิ ย์ สนง.ประชาสัมพันธ์ สนง.เรอื นจำอำเภอ สนง.เรือนจำอำเภอ สนง.อุตสาหกรรม

จังหวดั จงั หวัด ปากพนัง ทงุ่ สง จังหวัด

26 27 28 29 30 6
สนง.สถิติ สนง.ทรพั ยกรฯ สนง.พระพุทธศาสนา สนง.ปอ้ งกนั และ สนง.บงั คบั จงั หวัด สนง.คุมประพฤติ
จังหวัด บรรเทาจงั หวัด/สาขา สาขา/สว่ นย่อย จงั หวดั /สาขา
จงั หวัด จงั หวัด

อำนาจหน้าทีข่ องสำนักงานจงั หวัด (ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2553)
1. แปลงยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาระดับชาตไิ ปเป็นยุทธศาสตร์การพฒั นาจงั หวดั ในพน้ื ที่
2. พัฒนาระบบข้อมลู สารสนเทศเพื่อการบรหิ าร ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์เพ่อื การวางแผน และ

เครอื ข่ายสารสนเทศของจังหวัด โดยเป็นศูนย์สารสนเทศของจังหวัด เพื่อการบริหารและวางแผนพฒั นาจังหวดั
3. จดั ทำแผนพฒั นาจงั หวดั ดำเนนิ การตามแผน กำกับและติดตามผลการดำเนินงานตาม

ยุทธศาสตร์
นโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด รวมทัง้ ประสานการจัดทำแผนพฒั นากลุ่มจงั หวดั

4. จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปขี องจงั หวดั หรอื คำของบประมาณของจังหวัด และประสานการ
จดั ทำแผนปฏบิ ัตริ าชการประจำปขี องกลุม่ จังหวดั หรอื คำของบประมาณของกลุม่ จงั หวัด

5. ดำเนินการดา้ นการบรหิ ารทรัพยากรบุคคลและการพฒั นาระบบราชการของจังหวัด
6. อำนวยการ ประสาน ปฏิบัตงิ าน และสนบั สนนุ งานอนั เป็นอำนาจหน้าที่ของผวู้ า่ ราชการจังหวัด
7. ปฏิบัติงานร่วมกับหรอื สนับสนนุ การปฏิบัตงิ านของหนว่ ยงานอืน่ ทเ่ี ก่ียวขอ้ งหรือทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
หน่วยราชการองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ 3 รปู แบบ คอื องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด เทศบาล
ประกอบด้วยเทศบาลนคร เทศบาลเมอื ง เทศบาลตำบล และองคก์ ารบริหารส่วนตำบล

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด
องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ไดถ้ ูกจดั ตัง้ ข้นึ ทกุ จังหวัด เมือ่ พ.ศ. 2498 โดยพระราชบญั ญัตริ ะเบียบ

บริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย
สภาจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสภาจังหวัดประกอบด้วยสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติกำหนดนโยบายการบริหารและควบคุมฝ่ายบริหาร อันมีหัวหน้าฝ่ายบริหาร คือ
ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด เป็นผ้รู ับผดิ ชอบในการบริหารงาน ดว้ ยการนำมติหรือนโยบายของสภาจังหวัดไปพิจารณา
ดำเนินการ โดยมีพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้แก่ พื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ
พื้นทขี่ องเทศบาลและสุขาภิบาล

ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537
ซึ่งกำหนดให้สภาตำบลซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่มีรายได้ เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี
ตั้งแต่ 150.000 บาท ขึ้นไปจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล มีฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่นและเป็น

นิติบุคคล ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่มีพื้นที่ในการดำเนินกจิ การ สมควรปรับปรุงบทบาทและอำนาจ
หนา้ ทข่ี ององคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั ให้สอดคล้องกนั และปรับปรงุ โครงสร้างขององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดให้
เหมาะสมยิ่งขึ้นได้มีการตราพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 โดยกำหนดให้พื้นที่
จงั หวดั เปน็ พ้ืนที่ขององค์การบริหารสว่ นจังหวัด มีผูบ้ รหิ ารสูงสูดคือ ตำแหนง่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด เป็นผบู้ งั คับบญั ชาขา้ ราชการส่วนจงั หวดั และดำเนินกจิ การส่วนจงั หวดั ควบคไู่ ปกับสภาจังหวดั

การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจงั หวดั ในปจั จุบนั เป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิองค์การบรหิ าร
สว่ นจังหวดั พ.ศ. 2540 ซ่ึงมกี ารแกไ้ ขเพิ่มเติม 2 ครงั้ คือ ในปี พ.ศ. 2542 และ พ.ศ. 2546 กำหนดให้มีหน่วย
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง เรียกว่า "องค์การบริทารส่วนจังหวัด" โดยอยู่ในทุกจังหวัด ๆ
ละ 1 แห่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีพื้นที่รับผิดชอบทั่วทั้งจังหวัด โดยทับซ้อนกับพื้นที่ของหน่วยการบริหาร
ราชการสว่ นทอ้ งถ่ินอนื่ คอื เทศบาล สขุ าภบิ าล และองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลในจังหวัดน้ัน ความเป็นนิตบิ คุ คล
ก่อให้เกิดความสามารถในการทำนิติกรรม ความเป็นหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นก่อให้เกิดอำนาจ
หนา้ ท่แี ละขอบเขตพ้นื ทใ่ี นการใชอ้ ำนาจหน้าที่น้นั

โครงสรา้ งองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั

องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด -เปน็ นิตบิ คุ คล
-เป็นราชการส่วนทอ้ งถิน่
-เขตจังหวดั (ม.๘)

(พ.ร.บ.องคก์ ารบริการส่วนจังหวัด พ.ศ.๒๕๔๐

) (ม.๗) -มาจากการเลอื กตงั้ (ม๑๕) -ควบคมุ และรับผดิ ชอบการบรหิ ารราชการ
(ฝ่ายการเมือง) -อายไุ ม่ตำ่ กว่า๓๕ป(ี ม๓๕/๑) -เป็นผู้บงั คบั บัญชาขา้ ราชการและลูกจ้าง(ม๓
๙)
สภา อบจ. -๔ป+ี ๒วาระเวน้ ๔ ปี
นายก อบจ. 1
(ม๓๕/๒)(ทแ่ี กไ้ ขปี ๖๒ ม.๒๗)
(ฝา่ ยประจำ)

ประธานสภา อบจ. รองนายก อบจ. 2 ปลัด อบจ. 3

สภา -ไม่เป็นสมาชิกสภา(ม๓๕/๓) -เป็นผบู้ ังคับบญั ชาขา้ ราชการและลูกจา้ ง
รองจากนายก (ม๓๙ วรรสอง)
รองประธานสภา อบจ. เลอื ก -ส.อบจ. ๔๘ คน รองไม่เกิน ๔ คน
ม.๑๗ -ส.อบจ. ๓๖/๔๒ คน รองไมเ่ กิน ๓ คน รองปลดั อบจ.

รองประธานสภา อบจ. ม.๒๐ --ส.อบจ. ๒๔/๓๐ คน รองไม่เกนิ ๒ คน

คณะกรรมการวิสามญั มีไดเ้ ป็นสมาชกิ เลขานุการนายกฯ หนว่สยำตนรักวงจานสอปบลภดั ายใน
ที่ปรกึ ษานาย สำนัก/กองต่างๆ
คณสมะากชรกิรสมภการสามญั (เปน็ สมาชิก)
(ม๓)๓)สมาชกิ ) -ไม่เป็นสมาชกิ สภา(ม๓๕/๓)
-จำนวนรวมกนั ไม่เกิน ๕ คน

-มาจากการเลอื กต้ัง ถือเกณฑ์จำนวนราษฎร(ม.๙) การมอบอำนาจ (การปฏิบัตริ าชก(พาร.รแ.ทบน.ร)ะมเบ.๓ยี ๙บ/บ๑รหิวรารรคบสคุ ่ี คลสว่ นท้องถ่นิ พ.ศ.๒๕๔๒ )
ไมเ่ กนิ ๕ แสน ส.อบจ. ๒๔ คน มอบรอง = ทำเปน็ หนงั สอื
๕ แสน – ๑ ลา้ น ส.อบจ. ๒๔ คน
๑ ลา้ น – ๑.๕ ลา้ น ส.อบจ. ๒๔ คน การรกั ษาราชการแทน ม.๓๙/๑ วรรคสอง วรรคสาม 1 2 3
๑.๕ แสน – ๒ ล้าน ส.อบจ. ๒๔ คน
๒ ลา้ น ส.อบจ. ๒๔ คน
-อำเภอหน่ึง = ๑ คน(หลกั )
-วาระคราวละ ๔ ปี นบั แต่วนั เลอื งตัง้ (ม.๑๐)

มอบปลัด/รองปลัด = ทำเป็นคำสั่ง + ประกาศให้ประชาชนทราบภายใต้การ
กำกบั ดแู ลและกรอบนโยบายของนายกอบจ.

หนา้ ทีข่ ององค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั
1. หน้าที่ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 45 กำหนดว่า

องค์การบริหารส่วนจงั หวดั มีอำนาจหนา้ ทด่ี ำเนนิ กจิ การภายในเขตองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ดงั น้ี
1) ตราขอ้ บัญญัติโดยไมข่ ดั หรอื แย้งตอ่ กฎหมาย
2) จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตาม

ระเบยี บคณะรัฐมนตรีกำหนด
3) สนบั สนุนสภาตำบลและราชการสว่ นทอ้ งถ่นิ อ่ืนในการพัฒนาทอ้ งถิ่น
4) ประสานและให้ความรว่ มมือในการปฏิบัติหน้าทขี่ องสภาตำบลและราชการสว่ นท้องถิน่
5) แบ่งสรรเงนิ ซ่งึ ตามกฎหมายจะตอ้ งแบง่ ให้แก่สภาตำบลและราชการส่วนท้องถ่นิ
6) อำนาจหน้าที่ของจังหวัดตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498

เฉพาะภายในเขตสภาตำบล
7) คมุ้ ครอง ดูแล และบำรงุ รักษาทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม

8) จัดทำกิจการอื่นใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตองค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั และกิจการน้ันเป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอ่นื ร่วมกันดำเนิน การหรือให้องค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั จดั ทำ ทงั้ นี้ ตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง

9) จัดทำกจิ กรรมอ่นื ใดตามทีก่ ำหนดไว้ในพระราชบญั ญัติน้ี หรอื กฎหมายอืน่ กำหนดใหเ้ ป็นอำนาจ
หน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด บรรดาอำนาจหน้าที่ใดซึ่งเป็นของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วน
ภูมิภาคอาจมอบให้องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ปฏบิ ตั ิได้

2. หน้าที่ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2541 ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วน
จงั หวดั พ.ศ. 2540 กำหนดอำนาจหน้าทไ่ี วด้ งั น้ี

1) จดั ให้มีน้ำเพอื่ การอุปโภค บรโิ ภค และการเกษตร
2) กำจดั ขยะมูลฝอยและสง่ิ ปฏกิ ูล
3) บำบดั น้ำเสีย
4) บำรงุ รักษาทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
5) วางผงั เมอื ง
6) จดั ใหม้ แี ละบำรงุ รักษาทางบก ซง่ึ อย่างนอ้ ยตอ้ งเป็นทางหลวงขนาดตามกฎหมาย ว่าดว้ ยทางหลวง
7 จัดให้มแี ละบำรงุ รกั ษาทางนำ้
8) จัดใหม้ ีทา่ เทียบเรือ ทา่ ข้าม ท่จี อดรถ และตลาด
9) ปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
10) รักษาความสงบเรียบรอ้ ยและศีลธรรมอนั ดีของประชาชน
11) จัดการศึกษา ทำนุบำรุงศาสนา และบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรอื
วฒั นธรรมอนั ดีของท้องถ่ิน
12) จัดใหม้ ีและบำรงุ สถานท่ีสำหรับการกีฬา สถานพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ สวนสาธารณะ และสวนสตั ว์
ตลอดจนสถานท่ีประชมุ อบรมสำหรับราษฎร
13) จัดให้มกี ารสงั คมสงเคราะห์และการสาธารณปู การ
14) ปอ้ งกนั และบำบัดรักษาโรค
15) จัดต้งั และการบำรงุ สถานพยาบาล

16) สง่ เสริมการทอ่ งเท่ยี ว
17) สง่ เสริมและแกไ้ ขปัญหาการประกอบอาชีพ
18) กจิ การทไี่ ด้มกี ารกำหนดไวใ้ นแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพฒั นาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด

3. ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2541 ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิ องคก์ ารบรหิ าร
สว่ นจงั หวดั พ.ศ. 2540 กำหนดอำนาจหนา้ ท่ี ไวด้ ังน้ี

1 ) การนั้นจำเป็นต้องกระทำและเป็นการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการที่ดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที
องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั และเป็นประโยชน์แกป่ ระชาชน ในองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด

2) ได้รับความยนิ ยอมจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
3) ได้รับความยินยอมจากสภาแห่งราชการส่วนท้องถิ่นหรือสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด
ทเ่ี กยี่ วขอ้ งแล้วแตก่ รณี
4. ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ได้แก่ องค์กรปกครอง
ส่วนทอ้ งถ่นิ พ.ศ. 2542 มาตรา 17 กำหนดอำนาจหน้าทไ่ี วด้ งั นี้
1) การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด
ตามระเบียบทคี่ ณะรฐั มนตรีกำหนด
2) การสนับสนนุ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินอน่ื ในการพัฒนาท้องถิ่น
3) การประสานและให้ความร่วมมอื ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทีข่ ององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ อื่น
4) การแบง่ สรรเงินซ่ึงตามกฎหมายจะตอ้ งแบง่ ให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินอ่นื
5) การค้มุ ครอง ดแู ล และบำรงุ รกั ษาป่าไม้ ท่ดี ิน ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
6) การจัดการศกึ ษา
7) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสทิ ธิเสรภี าพของประชาชน
8) การส่งเสริมการมสี ่วนรว่ มของราษฎรในการพัฒนาท้องถ่ิน
9) การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
10) การจัดต้งั ดแู ลระบบบำบัดนำ้ เสยี รวม
11) การกำจัดมูลฝอยและส่งิ ปฏิกูลรวม
12) การจดั การส่ิงแวดล้อมและมลพษิ ตา่ ง ๆ
13) การจดั การดแู ลสถานขี นส่งท้ังทางบกและทางน้ำ
14) การสง่ เสรมิ การท่องเทีย่ ว
15) การพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน และการทำกิจการไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือร่วมกับ
บุคคอ่นื จากสหการ
16) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำ ที่เชื่อมต่อระหว่างองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน
อืน่
17) การจดั ต้งั และดูแลตลาดกลาง
18) การสง่ เสรมิ การกฬี า จารีตประเพณี และวฒั นธรรมอนั ดงี ามของท้องถิ่น
19) การจัดให้มโี รงพยาบาลจังหวัด กรรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคมุ โรคตดิ ตอ่
20) การจัดให้มีพิพธิ ภณั ฑ์และหอจดหมายเหตุ
21) การขนส่งมวลชนและการวิศวกรรมจราจร
22) การปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย

23) การจัดให้มรี ะบบรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัด

24) การจัดทำกิจการใดอันเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขต
กิจการนั้นเป็นการสมควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้ องค์การบริหารส่วน
จังหวดั จัดทำ ทั้งน้ี ตามท่คี ณะกรรมการประกาศกำหนด

25) สนับสนุนหรือช่วยเหลือสว่ นราชการ หรอื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ อนื่ ในการพัฒนา
26) การใหบ้ ริการแก่เอกชน สว่ นราชการ หน่วยงานของรฐั รัฐวสิ าหกจิ หรือองค์กรปกครอง
27) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผดู้ ้อยโอกาส
28) จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรอื กฎหมายอื่นกำหนดใหเ้ ป็น และ
หน้าท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด
29) กจิ การอน่ื ใดทเี่ ป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถ่นิ ตามท่ีคณะกรรมการประกาศ

โครงสรา้ งเทศบาลนคร

เทศบาลนคร -เป็นทบวงการเมอื ง(ม๗)(เป็นนติ ิบคุ คล)
ท้องถิ่นที่เป็นราษฎรตง้ั แต่ ๕๐,๐๐๐ คนขั้นไปมี
รายได้พอแก่การปฏบิ ัติหน้าท่ีซ่ึงประกาศ

กระทรวงมหาดไทยยกฐานะขน้ึ เป็นเทศบาลนคร

(ม๑๑)

(พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ )

-ควบคุมและรบั ผดิ ชอบการบริหารกิจการ

(ฝ่ายการเมือง) -มาจากการเลือกต้งั (ม๔๘ ทว)ิ -เป็นผบู้ งั คบั บญั ชาพนักงานและลูกจ้าง(ม๔๘ สตั ตรส)
-อายุไมต่ ำ่ กวา่ ๓๕ป(ี ม๔๘ เบญจ
สภาเทศบาล 1
นายกเทศมนตรี(ม.๑๔)
-๔ป+ี ๒วาระเวน้ ๔ ปี

(ม๓๕สตั ต)(ทแ่ี ก้ไขปี ๖๒ ม.๓๐) (ฝา่ ยประจำ)

ประธานสภาเทศบาล ผวู้ ่า 2 ปลดั 3

แตง่ ต้งั รองนายกเทศมนตรี
โดยมติ -ไมเ่ ป็นสมาชิกสภา(ม.๔๘ อฏั ฐ)
ของสภา -จำนวนไมเ่ กิน ๔ คน -เปน็ ผู้บังคบั บญั ชาพนักงานและลูกจ้าง
รองประธานสภาเทศบาล (ม๒๐) - รองจากนายก (ม๔๘ เอกูนวีสต)ิ

านสภา อบจ. รองปลดั เทศบาล (ม.๔๘
อัฏฐารส
คณะกรรมการสามญั (เปน็ สมาชกิ )(ม.๓๒) ทป่ี รึกษานายกฯ

คณะกรรมการวสิ ามญั มไี ดเ้ ป็นสมาชกิ เลขานุการนายกฯ สำนกั งานปลัดเทศบาล )
-ไมเ่ ปน็ สมาชิกสภา(ม.๔๘ ฏฐ)

สมาชิกสภา -จำนวนรวมกนั ไมเ่ กนิ ๕ คน ส่วนราชการอืน่ ตามท่ี

เทศบาลนคร เป็นองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ สำหรับเมืองขนาดใหญ่ท่ีมปี ระชากรตงั้ แต่ 50,000 คน
ขึ้นไปและมีรายได้พอเพียงต่อการให้บริการสาธารณะตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ การจัดตั้งเทศบาลนคร
กระทำโดยประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลนครตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496
ปัจจุบันมีเทศบาลนครอยู่ 30 แห่งทั่วประเทศ เทศบาลนคร แห่งแรกของไทย 3 แห่ง คือเทศบาลนครกรงุ เทพ
เทศบาลนครธนบุรี และเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2478 ต่อมาเทศบาลนครกรุงเทพและ
เทศบาลนครธนบุรีได้ถูกยุบรวมกันเป็นเทศบาลนครหลวงในปี พ.ศ. 2514 และในปี พ.ศ. 2515 เทศบาลนคร
หลวงไดถ้ กู ยบุ พร้อมกับจังหวัดนครหลวงกรุงเทพธนบุรเี พ่ือจดั ตง้ั กรุงเทพมหานคร หลังจากน้ันเทศบาลนครจึง
เหลือแต่เพียงเทศบาลนครเชียงใหม่ซึ่งเป็นเทศบาลนครแห่งแรกในส่วนภูมิภาค จนกระทั่งปี พ.ศ. 2537
จงึ มีการจัดตั้งเทศบาลนครแห่งทส่ี องในสว่ นภูมิภาค คอื เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

เทศบาลนครประกอบดว้ ยนายกเทศมนตรที ำหน้าท่ีหัวหน้าฝา่ ยบริหารและสภาเทศบาลที่มสี มาชกิ
จำนวน 24 คน มาจากการเลือกตั้งของราษฎรในเขตเทศบาลทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ นายกเทศมนตรีมา
จากการเลือกตั้งโดยตรงของราษฎรในเขตเทศบาลและมีรองนายกเทศมนตรีมาจากการแต่งตั้งของ
นายกเทศมนตรีนอกจากนี้ยังมีสำนักงานเทศบาลนคร ซึ่งมีปลัดเทศบาลเป็นหัวหน้าพนักงานเทศบาล
ทำหนา้ ท่เี ป็นหนว่ ยงานธุรการและหน่วยงานให้บริการประชาชนภายใต้การบังคบั บัญชาของนายกเทศมนตรี

โครงสร้างเทศบาลเมอื ง

เทศบาลเมือง -เป็นทบวงการเมอื ง(ม๗)(เปน็ นติ บิ ุคคล)
ทอ้ งถ่ินที่เป็นท่ีศาลกลางหรือราษฎรตงั้ แต่
๑๐,๐๐๐ คนข้ันไปมรี ายไดพ้ อแก่การปฏิบัตหิ น้าที่

ซึ่งประกาศ กระทรวงมหาดไทยยกฐานะขน้ึ เป็น

เทศบาลเมอื ง(ม๑๐)

(พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ )

-ควบคุมและรบั ผิดชอบการบรหิ ารกิจการ

(ฝา่ ยการเมอื ง) (ม.๑๔) -มาจากการเลอื กตง้ั (ม๔๘ ทว)ิ -เป็นผบู้ ังคับบญั ชาพนักงานและลูกจา้ ง(ม๔๘ สัตตรส)
-อายุไมต่ ำ่ กว่า๓๕ป(ี ม๔๘ เบญจ
สภาเทศบาล นายกเทศมนตรี 1
-๔ป+ี ๒วาระเวน้ ๔ ปี

(ม๔๘สตั ต)(ที่แก้ไขปี ๖๒ ม.๓๐) (ฝ่ายประจำ)

ประธานสภาเทศบาล ผ้วู ่า 2 ปลดั เทศบาล 3

แต่งตัง้ รองนายกเทศมนตรี
โดยมติ -ไม่เป็นสมาชกิ สภา(ม.๔๘ อฏั ฐ)
-จำนวนไม่เกนิ ๓ คน -เปน็ ผู้บงั คบั บัญชาพนักงานและลูกจา้ ง
รองประธานสภาเทศบาล ของสภา - รองจากนายก (ม๔๘ เอกนู วสี ติ)
(ม.๒๐)
รองปลัดเทศบาล
านสภา อบจ. (ม.๔๘
ทปี่ รกึ ษานายกฯ อัฏฐารส
คณะกรรมการสามัญ(เป็นสมาชกิ )(ม.๓๒)

เลขานุการนายกฯ สำนักงานปลัดเทศบาล )
คณะกรรมการวสิ ามัญ มไี ดเ้ ปน็ สมาชกิ ก็ได้ -ไมเ่ ป็นสมาชกิ สภา(ม.๔๘ ฏฐ)

สมาชิกสภา -จำนวนรวมกนั ไม่เกิน ๓ คน สว่ นราชการอ่นื ตามท่ี

-มาจากการเลอื กตั้ง จำนวน ๑๘ คน(ม.๑๕) นายกประกาศกำหนด โดย
-วาระ ๔ ปี (ม.๑๖) ความเห็นชอบของ มท.

-สท.ไม่นอ้ ยกวา่ กึงหน่ึง/นายก เสนอออกเสยี งประชามติได(้ ม.๓๒ ทวิ)

(พ.ร.บ.ระเบยี บบรหิ ารบุคคลสว่ นทอ้ งถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ )

การรักษาราชการแทน การมอบอำนาจ (การปฏิบัตริ าชการแทน) ม.๔๘ วีสติ วรรคสาม
ม.๔๘ วีสติ วรรคสาม มอบรอง = ทำเป็นหนังสือ
มอบปลัด/รองปลดั = ทำเป็นคำส่ัง + ประกาศให้ประชาชนทราบ

ท้องถิ่นที่จะได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาลเมืองนั้น คือ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด หรือ
ท้องถิ่นที่มีจำนวนราษฎรมากกว่า 10,000 คน และมีรายได้เพียงพอที่จะปฏิบตั ิหน้าที่ของเทศบาลเมอื งตามท่ี
กฎหมายกำหนดไว้ แต่ก็มีท้องถิ่นบางแห่งที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดและมีจำนวนประชากรไม่ถึง
10,000 คนแต่กม็ ีฐานะเปน็ เทศบาลเมือง เนือ่ งจากไดร้ ับการจดั ต้ังข้นึ ตามกฎหมายเทศบาลสมัยแรก ๆ ซึ่งวาง
เกณฑต์ า่ งจากปจั จบุ นั

เทศบาลเมืองมีนายกเทศมนตรีทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารและมีสภาเทศบาลซึ่งประกอบด้วย
สมาชิกจำนวน18 คน ที่ราษฎรในเขตเทศบาลเลือกตั้งมาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ นายกเทศมนตรีมาจากการ
เลอื กตัง้ โดยตรงของราษฎรในเขตเทศบาล โดยเทศบาลเมอื งมหี นา้ ท่รี กั ษาความสงบเรียบร้อยและความสะอาด
สร้างและบำรุงถนนและท่าเรือ ดับเพลิงและกู้ภัย จัดการศึกษา ให้บริการสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ และ
รกั ษาวัฒนธรรมอันดีในทอ้ งถิน่ นอกจากนยี้ งั อาจจัดใหม้ สี าธารณปู โภคและสาธารณูปการอื่น ๆ ไดต้ ามสมควร

โครงสร้างเทศบาลตำบล

เทศบาลตำบล -เปน็ ทบวงการเมอื ง(ม๗)(เปน็ นิติบคุ คล ตามพรบ.
ให้ใชบ้ ทบญั ญตั ิบรรพ ๑ แห่ง ป.พ.พ.ที่ได้ตรวจ
ชำระใหม่ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๗)
-ประกาศ มท. (ม.๙)

(พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ )

-ควบคมุ และรับผดิ ชอบการบรหิ ารกิจการ

(ฝา่ ยการเมอื ง) -มาจากการเลือกตง้ั (ม๔๘ ทว)ิ -เป็นผบู้ ังคบั บญั ชาพนักงานและลูกจา้ ง(ม๔๘ สัตตรส)
-อายุไม่ตำ่ กว่า๓๕ปี(ม๔๘ เบญจ
สภาเทศบาล 1
นายกเทศมนตรี(ม.๑๔)
-๔ป+ี ๒วาระเว้น ๔ ปี

(ม๔๘สัตต)(ท่ีแกไ้ ขปี ๖๒ ม.๓๐) (ฝา่ ยประจำ)

ประธานสภาเทศบาล ผู้ว่า 2 ปลดั เทศบาล 3

แต่งตง้ั รองนายกเทศมนตรี
โดยมติ -ไมเ่ ป็นสมาชกิ สภา(ม.๔๘ อฏั ฐ)
ของสภา -จำนวนไม่เกิน ๒ คน -เปน็ ผบู้ ังคบั บญั ชาพนักงานและลูกจ้าง
รองประธานสภาเทศบาล (ม.๒๐) - รองจากนายก (ม๔๘ เอกนู วีสติ)

านสภา อบจ. รองปลดั เทศบาล (ม.๔๘
อัฏฐารส
คณะกรรมการสามญั (เป็นสมาชกิ )(ม.๓๒) ที่ปรึกษานายกฯ

คณะกรรมการวิสามญั มีได้เปน็ สมาชกิ ก็ได้ เลขานุการนายกฯ สำนักงานปลดั เทศบาล )
-ไมเ่ ปน็ สมาชิกสภา(ม.๔๘ ฏฐ)

สมาชกิ สภา -จำนวนรวมกันไม่เกนิ ๒ คน ส่วนราชการอื่นตามที่

-มาจากการเลอื กต้งั จำนวน ๑๒ คน(ม.๑๕) นายกประกาศกำหนด โดย
-วาระ ๔ ปี (ม.๑๖) ความเห็นชอบของ มท.

-สท.ไมน่ ้อยกว่ากึงหน่ึง/นายก เสนอออกเสยี งประชามติได้(ม.๓๒ ทว)ิ

(พ.ร.บ.ระเบยี บบริหารบคุ คลสว่ นทอ้ งถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒ )

การรักษาราชการแทน การมอบอำนาจ (การปฏิบตั ิราชการแทน) ม.๔๘ วสี ติ วรรคสาม
ม.๔๘ วีสติ วรรคสาม มอบรอง = ทำเป็นหนงั สือ
มอบปลัด/รองปลดั = ทำเป็นคำสง่ั + ประกาศให้ประชาชนทราบ
ฐานะเดิมเปเท็นศสบขุ าาลภติบำาบล1ลหรเอืปอ็นงอ2คงก์ คา์กรบรปร3ิหกาครรสอว่ งนสต่วำนบภทลา้อยง(ใอถตบ้กิ่นาตสร.กำ) หำกกราบั ับรดจเูแมดั ลืตอแง้ังลเขะทกนศราบอดบาเนลลโต็กยำบบโาดลยยขกทอรงะั่วนทไาปำยเโกทดยศปบราะลกตาำสบกลรมะี

ทรวงมหาดไทยยกฐานะท้องถ่ินขึ้นเปน็ เทศบาลตำบลตามพระราชบัญญตั ิทศบาล พ.ศ. 2496 เทศบาลตำบลมี
นายกเทศมนตรีคนหนึ่งทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหาร และสภาเทศบาลซึ่งประกอบด้วย สมาชิกจำนวน 12 คน
ที่ราษฎรในเขตเทศบาลเลือกตั้งมาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ นายกเทศมนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ
ราษฎรเขตเทศบาล

เทศบาลตำบลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความสะอาด สร้างและบำรุงถนนและท่าเรือ
ดับเพลิงและกู้ภัย จัดการศึกษา ให้บริการสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ และรักษาวัฒนธรรมอันดีในท้องถ่ิน
นอกจากน้ยี งั อาจจดั ใหม้ ีสาธารณูปโภคและสาธารณปู การอืน่ ๆ ได้ตามสมควร

อำนาจหนา้ ท่ีของเทศบาล
อำนาจหน้าที่ของเทศบาล สามารถแบ่งแยกประเภทอำนาจหน้าที่ของเทศบาลไว้เป็น 2 ส่วน คือ

หนา้ ท่ีบังคบั หรือหนา้ ท่ที ่ีตอ้ งปฏิบตั ิ และอำนาจหน้าที่ ที่เลอื กปฏิบัติ ทัง้ ยงั ไดก้ ำหนดอำนาจหน้าท่ีของเทศบาล
ในฐานะตา่ งๆ ดงั นี้

1. อำนาจหนา้ ที่บังคบั หรอื หนา้ ที่ท่จี ะตอ้ งปฏบิ ตั ิ มาตรา 50, 53, 54 และ 56
1.1 มาตรา 50 ภายใต้บงั คบั แห่งกฎหมาย เทศบาลตำบล มหี น้าทตี่ ้องทำให้เขตเทศบาล ดงั ต่อไปน้ี
1) รักษาความสงบเรียบรอ้ ยของประชาชน
2) ให้มีและบำรงุ ทางบกและทางนำ้
3) รักษาความสะอาดของถนน หรอื ทางเดนิ และท่สี าธารณะ รวมทั้งการกำจัดมลู ฝอยและสิ่งปฏกิ ูล
4) ปอ้ งกันและระงับโรคติดตอ่
5) ใหม้ เี ครอื่ งใช้ในการดับเพลิง
6) ให้ราษฎรไดร้ ับการศกึ ษาอบรม
7) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เดก็ เยาวชน ผสู้ งู อายุ และผูพ้ กิ าร
8) บำรุงศลิ ปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถน่ิ และวัฒนธรรมอนั ดขี องท้องถ่ิน
9) หนา้ ท่ีอ่ืนตามที่กฎหมายบัญญัตใิ ห้เปน็ หนา้ ท่ขี องเทศบาล
1.2 มาตรา 53 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลเมือง มีหน้าที่ต้องทำในเขตเทศบาล

ดังตอ่ ไปน้ี
1) กจิ การตามที่ระบุไว้ในมาตรา 50
2) ให้มีนำ้ สะอาดหรอื การประปา
3) ใหม้ โี รงฆา่ สตั ว์
4) ใหม้ ีและบำรงุ สถานทีท่ ำการพทิ ักษ์และรกั ษาคนเจบ็ ไข้
5) ให้มีและบำรงุ ทางระบายน้ำ
6) ใหม้ ีและบำรุงสว้ มสาธารณะ
7) ให้มีและบำรุงการไฟฟา้ หรอื แสงสว่างโดยวิธอี ืน่
8) ให้มกี ารดำเนนิ กจิ การโรงรับจำนำหรือสถานสนิ เชอ่ื ท้องถ่ิน

1.3. มาตรา 54 ภายใตบ้ ังคบั แหง่ กฎหมาย เทศบาลเมอื ง อาจจัดทำกิจการใด ๆ ในเขตเทศบาล
1) ใหม้ ตี ลาด ท่าเทยี บเรอื และทา่ ข้าม
2) ให้มสี สุ านและฌาปนสถาน
3) บำรุงและสง่ เสรมิ การทำมาหากินของราษฎร
4) ให้มแี ละบำรงุ การสงเคราะหม์ ารดาและเด็ก
5) ให้มแี ละบำรงุ โรงพยาบาล

ดงั ตอ่ ไปนี้ 6) ใหม้ ีการสาธารณปู การ
อื่น 7) จัดทำกิจการซงึ่ จำเป็นเพื่อการสาธารณสุข
8) จัดตั้งและบำรงุ โรงเรียนอาชีวศึกษา
9) ใหม้ ีและบำรุงสถานทสี่ ำหรับการกีฬาและพลศึกษา
10)ให้มีและบำรุงสวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสถานท่พี กั ผ่อนหย่อนใจ
11)ปรบั ปรงุ แหลง่ เสอื่ มโทรม และรกั ษาความสะอาดเรียบรอ้ ยของท้องถน่ิ
12)เทศพาณิชย์
1.4 มาตรา 56 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เทศบาลนครมีหน้าที่ต้องทำในเขตเทศบาล

1) กิจการตามทรี่ ะบุไวใ้ นมาตรา ๕๓
2) ให้มแี ละบำรงุ การสงเคราะห์มารดาและเดก็
3) กจิ การอย่างอ่ืนซ่งึ จำเปน็ เพอื่ การสาธารณสขุ
4) การควบคุมสุขลักษณะและอนามัยในร้านจำหน่ายอาหาร โรงมหรสพ และสถานบริการ

5) จัดการเก่ียวกบั ที่อย่อู าศัยและการปรับปรุงแหล่งเส่อื มโทรม
6) จัดให้มแี ละควบคมุ ตลาด ท่าเทียบเรอื ทา่ ข้ามและทจ่ี อดรถ
7) การวาผงั เมอื งและการควบคุมการก่อสรา้ ง
8) การส่งเสรมิ กจิ การการทอ่ งเทยี่ ว

2. อำนาจหน้าทท่ี ี่เลือกปฏบิ ัติเทศบาลในการจดั ระบบการบรกิ ารสาธารณะ เพอ่ื ประโยชน์
ของประชาชนในท้องถิน่ ตามพระราชบัญญตั ิแผนและข้ันตอนการกระจายอำนาจฯ พ.ศ. 2542 ดงั น้ี

1) การจดั ทำแผนพัฒนาทอ้ งถนิ่ ของตนเอง
2) การจัดใหม้ แี ละบำรงุ รกั ษาทงบก ทางน้ำ และทางระบายนำ้
3) การจัตให้มแี ละควบคมุ ตลาด ท่ีเทียบเรอื ทา่ ขา้ ม และทีจ่ อตรถ
4) การสาธารณูปโภคและการกอ่ สร้างอนื่ ๆ
5) การสาธารณปู การ
6) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชพี
7) การพาณชิ ย์ และการสง่ เสริมการลงทนุ
8) การสง่ เสรมิ การท่องเทยี่ ว
9) การจัดการศึกษา
10) การสังคมสงเคราะห์ และการพฒั นาคุณภาพชีวติ เด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
11) การบำรุงรกั ษาศลิ ปะ จารตี ประเพณี ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ และวัฒนธรรมอันดีของท้องถน่ิ
12) การปรบั ปรุงแหล่งชุมชนแออดั และการจดั การเกีย่ วกับทีอ่ ยอู่ าศัย
13) การจดั ให้มแี ละบำรงุ รกั ษาสถานทพ่ี ักผ่อนหย่อนใจ
14) การสง่ เสรมิ กฬี า
15) การสง่ เสรมิ ประชาธปิ ไตย ความเสมอภาค และสิทธเิ สรีภาพของประชาชน
16) สง่ เสริมการมสี ่วนร่วมของราษฎรในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
17) การรักษาความสะอาด และความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง

18) การกำจดั มลู ฝอย สง่ิ ปฏกิ ูล และนำ้ เสยี
19) การสาธารณสุข การอนามยั ครอบครวั และการรักษาพยาบาล
20) การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน
21) การควบคุมการเลี้ยงสัตว์
22) การจดั ให้มีและควบคมุ การฆา่ สัตว์
23) การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัยโรงมหรสพและ
สาธารณสถานอนื่ ๆ
24) การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม
25) การผงั เมือง
26) การขนสง่ และการวศิ วกรรมจราจร
27) การดูแลรักษาทีส่ าธารณะ
28) การควบคมุ อาคาร
29) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
30) การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยส์ ิน
31) กิจการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศ

กำหนด

ประโยชน์ที่ประชาชนได้รบั จากองค์การปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
1. ให้มตี ลาด ท่าเทียบเรอื และท่าขา้ ม
2. ใหม้ สี สุ านและฌาปนสถาน
3. บำรงุ และส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร
4. ให้มีและบำรุงการสงเคราะห์มารดาและเด็ก
5. ให้มแี ละบำรงุ โรงพยาบาล
6. ใหม้ กี ารสาธารณูปการ
7. จดั ทำกิจการซ่ึงจำเปน็ เพอ่ื การสาธารณสขุ
8. จัดต้ังและบำรุงโรงเรียนอาชวี ศึกษา
9.ใหม้ ีและบำรงุ สถานทีส่ ำหรบั การกีฬาและพลศึกษา
10. ให้มีและบำรงุ สวนสาธารณะ สวนสตั ว์ และสถานทพ่ี กั ผ่อนหยอ่ นใจ
11. ปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม และรักษาความสะอาดเรยี บรอ้ ยของท้องถิ่น

การปกครองรูปแบบองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล ( อบต. )

อบต. คืออะไร

- เปน็ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินระดับตำบล โดยปกตจิ ะประกอบดว้ ยหลายหมู่บ้านหลายชุมชนใน

เขต อบต.น้นั

- มีฐานะเปน็ นิติบุคคลและเปน็ ราชการบริหารส่วนทอ้ งถิน่

- มีช่ือและเขตพน้ื ทีร่ ับผิดชอบของตนเองโดยเฉพาะ

ความหมายโดยรวมของ อบต.

“ องคก์ ารบริหารส่วนตำบล ( อบต.) คือองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ระดับตำบลที่อยูใ่ กลช้ ดิ กบั
ประชาชนมากทีส่ ดุ มีพ้นื ท่เี ท่ากับตำบลแต่ละตำบล จดั ตั้งมาจากสภาตำบลทม่ี รี ายได้ตามเกณฑ์ท่ีกำหนดและ
มีจำนวนราษฎรไม่น้อยกว่า 2,000 คน โดยมีจดุ มุง่ หมายสำคัญเพ่ือดแู ลทุกข์สุขและใหบ้ ริการประชาชนใน
หมบู่ า้ น ตำบล เขต อบต. แทนรัฐบาลกลาง มฐี านะเปน็ นิติบคุ คล และเปน็ ราชการท้องถ่ิน มีอำนาจหนา้ ที่ใน
การพัฒนาตำบลทงั้ ในดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรม และหน้าท่ีอื่นๆ ตามทีก่ ฎหมายกำหนด รวมท้งั มี
งบประมาณ และพนกั งานเจ้าหน้าท่ขี อง อบต. เอง”

อบต.เกิดขึน้ ไดอ้ ยา่ งไร

1) อบต.เกิดข้ึนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยมเี กณฑ์พิจารณาดังนี้

1.1) เปน็ สภาตำบลทม่ี ีรายไดโ้ ดยไมร่ วมเงนิ อดุ หนุนในปีงบประมาณทีล่ ่วงมา ติดตอ่ กนั 3 ปี เฉลย่ี ไม่ตำ่
กวา่ ปีละ 150,000 บาท และ

1.2) กฎหมายกำหนดให้สภาตำบลและ อบต. ทีม่ ปี ระชากรไม่ถงึ 2,000 คน ต้องยุบรวมพืน้ ทเี่ ข้ากบั
อบต. อืน่ หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถ่ินอ่ืนท่ีมเี ขตติดต่อกนั กนั ภายในเขตอำเภอเดียวกนั นอกจาก
สภาตำบลทีม่ ีสภาพพน้ื ท่ีเป็นเกาะหรืออยหู่ ่างไกลไมส่ ามารถติดตอ่ กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้สะดวก
ดงั นั้น สภาตำบลทมี่ ปี ระชากรไม่ถงึ 2,000 คน กจ็ ะไมไ่ ดร้ ับการพจิ ารณาจดั ตั้งเปน็ อบต.

2) ไดม้ กี ารประกาศจดั ต้ัง อบต. แลว้ หลายแห่ง และได้มปี ระกาศยบุ รวม อบต. กบั เทศบาล และ อบต.
ดว้ ยกนั หลายแหง่ : ปจั จุบนั มี อบต. จำนวน 6,636 แห่ง ( ข้อมูลไดม้ าจากวารสารของมูลนิธิสง่ เสริมการ
ปกครองท้องถิ่น)

การดแู ลการทำงานของ อบต. การกำกับดแู ลการปฏิบตั หิ นา้ ทขี่ อง อบต.อย่างไร

(1) นายอำเภอมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าท่ีของ อบต. ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ
ขอ้ บังคับของทางราชการ

(2) การปฏบิ ตั ิการตามอำนาจหนา้ ทข่ี องนายอำเภอตามข้อ (1) ใหน้ ายอำเภอมีอำนาจเรยี กสมาชกิ สภา
อบต. นายก อบต. รองนายก อบต. เลขานุการนายก อบต. พนักงานส่วนตำบล ลกู จ้างของ อบต. มาชี้แจ้ง
หรอื สอบสวน ตลอดจนเรยี กรายงานและเอกสารใด จาก อบต. มาตรวจสอบได้

(3) เม่อื นายอำเภอเห็นว่า นายก อบต. ผูใ้ ดปฏิบัติการในทางที่อาจเป็นการเสียหายแก่ อบต. หรือเสยี หาย
แก่ราชการและนายอำเภอได้ชี้แจ้งแนะนำตักเตือนแลว้ ไมป่ ฏบิ ัตติ าม ในกรณีฉกุ เฉินหรือจำเปน็ เรง่ ดว่ นทจี่ ะรอ
ชา้ ไม่ได้ ใหน้ ายอำเภอมีอำนาจออกคำส่งั ระงับการปฏบิ ัตริ าชการของนายก อบต. ไว้ตามท่เี หน็ สมควรได้ แลว้
รีบรายงานผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ทราบภายใน 15 วนั เพ่ือผวู้ า่ ราชการจังหวัดวนิ ิจฉัยสัง่ การตามท่เี ห็นสมควร
โดยเรว็

(4) การกระทำของนายก อบต. ทีฝ่ า่ ฝนื คำสัง่ นายอำเภอ หรอื ผู้วา่ ราชการจังหวดั แล้วแต่กรณตี าม
(5) ไม่มีผลผูกผันธ์กับ อบต.
(6) หากปรากฏวา่ นายก อบต. รองนายก อบต. ประธานสภา อบต. หรือรองประธานสภา อบต. กระทำ
การฝา่ ฝืนตอ่ ความสงบเรียบร้อยหรอื สวสั ดภิ าพของประชาชนหรือละเลยไม่ปฏิบตั ติ ามหรือปฏบิ ตั กิ ารไมช่ อบ
ดว้ ยอำนาจหนา้ ท่ี ใหน้ ายอำเภอสอบสวนโดยเรว็ : ในกรณที ี่ผลการสอบสวน ปรากฏวา่ มพี ฤติการณ์ดงั กล่าว
จริง ใหน้ ายอำเภอเสนอผู้ว่าราชการจงั หวัดสง่ั ใหบ้ ุคคลดังกล่าวพน้ จากตำแหนง่ ทง้ั น้ีผวู้ า่ ราชการจังหวัด
อาจดำเนนิ การสอบสวนเพิ่มเติมดว้ ยกไ็ ด้ คำสงั่ ผูว้ า่ ราชการจงั หวดั ให้เป็นทส่ี ุด

การปฏิบตั ิงานตามอำนาจหน้าทีข่ อง อบต.

ตอ้ งเป็นไปเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วธิ กี ารบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ดี ี และให้คำนึงถงึ การมี
ส่วนรว่ มของประชาชนในการจดั ทำแผนพัฒนาอบต. การจัดทำงบประมาณ การจดั ซื้อจัดจ้าง การประเมินผล
การปฏิบัติงาน และการเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสาร ทั้งนี้ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับวา่ ดว้ ยการนั้น
และหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่ีกระทรวงมหาดไทยกำหนด

แผนภมู ิโครงสรา้ งการบริหารขององคก์ ารบรหิ ารส่วนท้องถน่ิ

ความหมาย/ หน้าท่ขี องนายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบล

นายก อบต. คือใคร มีท่ีมาอยา่ งไร มีหน้าท่ีอะไร และมใี ครเป็นผชู้ ่วยเหลือในการบริหารราชการบ้าง
นายก อบต. คอื หัวหน้าผบู้ รหิ าร อบต. เป็นควบคมุ และรบั ผดิ ชอบการบริหารราชการของ อบต. ตาม

กฎหมายและเปน็ ผู้บงั คบั บัญชาของพนักงานส่วนตำบลและลกู จ้างของ อบต.
การเลอื กตัง้ และการดำรงตำแหน่งของนายก อบต.

อบต. มีนายก อบต. 1 คน ซ่งึ มาจากการเลือกต้ังโดยตรงของประชาชนตามกฎหมายวา่ ด้วยการ
เลือกต้ังสมาชิกสภาทอ้ งถน่ิ หรือผ้บู รหิ ารท้องถิ่น : ดำรงตำแหนง่ นับตงั้ แต่วนั เลอื กตัง้ และมวี าระอยใู่ นตำแหน่ง
คราวละ 4 ปี นับแตว่ นั เลอื กตั้ง แตจ่ ะดำรงตำแหน่งตดิ ต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้

ผู้ชว่ ยเหลอื ในการบรหิ ารราชการของ นายก อบต. ดังนี้
(1) รองนายก อบต. : นายก อบต. สามารถแต่งตัง้ รองนายก อบต. ซ่งึ มิใช่สมาชิกสภา อบต. ได้ไม่เกนิ

2 คน
(2) เลขานุการนายก อบต. : นายก อบต. สามารถแต่งตง้ั เลขานุการนายก อบต. จากผ้ทู ีม่ ิไดเ้ ปน็

สมาชกิ สภา อบต. หรือเจา้ หน้าที่ของรัฐได้ 1 คน

อำนาจหน้าท่ีของ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล

1. ก่อนเข้ารับหนา้ ที่ นายก ตอ้ งแถลงนโยบายต่อสภา อบต. โดยไมม่ กี ารลงมติ หากไม่สามารถ
ดำเนินการได้ใหท้ ำเปน็ หนังสอื แจง้ ต่อสมาชกิ สภา อบต. ทุกคน และจัดทำรายงานแสดงผลการปฏิบตั งิ านตาม
นโยบายทไี่ ดแ้ ถลงไวต้ ่อสภา อบต. เปน็ ประจำทุกปี

2. มีอำนาจหนา้ ทีต่ ามมาตรา 59 ดงั น้ี
(1) กำหนดนโยบายโดยไม่ขดั ต่อกฎหมาย และรบั ผิดชอบในการบริหารราชการของ อบต. ให้

เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย แผนพัฒนา อบต. ข้อบญั ญัติ ระเบยี บ และข้อบงั คับทางราชการ
(2) สั่ง อนุญาต และอนมุ ตั ิเก่ยี วกับราชการของ อบต.
(3) แตง่ ตง้ั และถอดถอนรองนายก อบต. และเลขานุการนายก อบต. วางระเบียบเพอื่ ใหง้ านของ

อบต. เปน็ ไปดว้ ยความเรยี บร้อย รักษาการให้เป็นไปตามข้อบญั ญัติ อบต.
(4) ปฏบิ ัตหิ นา้ ทอี่ ่ืนตามทีบ่ ญั ญัติไวใ้ นพระราชบัญญตั ินี้ และกฎหมายอ่นื

3. ควบคุมและรับผิดชอบในการบรหิ ารราชการของ อบต. ตามกฎหมาย และเป็นผบู้ ังคบั บญั ชา
พนักงานสว่ นตำบล ลูกจา้ งและพนักงานจ้างของ อบต.

4. นายก อบต. รองนายก อบต. หรือผูซ้ ง่ึ นายก อบต. มอบหมายมีสิทธิเขา้ ประชุมสภา อบต. และมี
สิทธแิ ถลงข้อเท็จจริงตลอดจนแสดงขอ้ คดิ เห็นเกย่ี วกบั งานในหนา้ ทขี่ องตนต่อท่ีประชุมแต่ม่สี ทิ ธิออกเสยี ง
ลงคะแนน

5. กรณีไม่มีผดู้ ำรงตำแหน่งประธานและรองประธาน อบต. หรือ สภา อบต. ถกู ยุบเพราะวา่ ไม่
สามารถจัดใหม้ ีการประชมุ สภา อบต. ครั้งแรกภายใน 15 วนั นับแต่วนั ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภา
อบต. หรือมกี ารประชุมแต่ไม่สามารถเลือกประธานสภา อบต.ได้ หากกรณีสำคญั และจำเป็นเรง่ ดว่ นซึ่งปลอ่ ย
ใหเ้ น่นิ ชไ้ ปจะกระทบตอ่ ประโยชนส์ ำคญั ของราชการหรอื ราษฎร นายก อบต. จะดำเนนิ การไปพลางกอ่ นเทา่ ที่
จำเป็นกไ็ ด้ แต่เมื่อได้เลือกประสภา อบต. แลว้ ใหเ้ ลอื กประธานสภา อบต. เพ่อื ใหน้ ายก อบต. แถลงนโยบาย
โดยไมม่ ีการลงมตภิ านใน 15 วัน นับแต่วันที่มกี ารเลอื กตงั้ ประธานสภา อบต.

6. กรณนี ายกปฏิบตั ิการทอ่ี าจเสยี หายแก่ อบต. หรือเสยี หายแก่ราชการ และนายอำเภอได้ชีแ้ จง้
แนะนำแล้วไม่ปฏบิ ตั ิตาม ในกรณฉี ุกเฉนิ หรือจำเป็นเรง่ ดว่ นทีจ่ ะรอช้าไม่ได้ นายอำเภอมีอำนาจออกคำสง่ั ระงบั
การปฏิบตั ิราชการของนายก อบต. ไว้ตามท่เี ห็นสมควรได้ แล้วรีบรายงานผ้วู ่าราชการจงั หวัดภายใน 15 วนั
เพ่อื วนิ จิ ฉยั ตามทีเ่ หน็ สมควรโดยเร็ว: การกระทำของนายก อบต.ที่ฝ่าฝืนคำส่งั นายอำเภอหรือผวู้ ่าราชการ

จงั หวดั ดังกล่าว ไม่มผี ลผกู พันกับ อบต.

7. เปน็ ผู้เสนอร่างข้อบัญญัติ อบต. รา่ งข้อบญั ญัติงบประมาณรายจา่ ยประจำปี และรา่ งข้อบัญญตั ิ
งบประมาณรายจา่ ยเพมิ่ เตมิ

8. เปน็ เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ตามพระราชบญั ญตั ิ อบต.

สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบล

1. สภา อบต. ประกอบดว้ ยสมาชกิ สภา อบต. ซง่ึ เลอื กตัง้ โดยราษฎรผู้มสี ิทธเิ ลือกต้งั ในแต่ละหมบู่ ้าน
ในเขต อบต. นน้ั ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นหรือผู้บรหิ ารท้องถิ่น จำนวน หมบู่ า้ นละ
1 คน : อบต. ใดมี 2 หมูบ่ า้ นๆ ละ 3 คน : ถ้ามี 1 หมู่บา้ นใหม้ ีสมาชกิ 6 คน มีอายคุ ราวละ 4 ปี นับแต่วนั
เลือกตั้ง (มาตรา 45)

2. สภา อบต. มีประธานสภา อบต. 1 คน รองประธานสภา อบต. 1 คน ซง่ึ สภาเลือกจากสมาชกิ ให้
นายอำเภอแต่งตัง้ (มาตรา 48) ดำรงตำแหน่งจนครบอายุของสภา อบต. หรือมีการยบุ สภา อบต. (มาตรา 49)
และมีเลขานุการสภา อบต. 1 คน ซ่งึ สภาเลือกจากปลัด อบต. หรอื สมาชิกสภา อบต. ดำรงตำแหน่งจนครบ
อายขุ องสภา อบต. หรอื มีการยบุ สภา อบต. หรอื สภา อบต. มมี ตใิ หพ้ น้ จากตำแหน่ง (มาตรา 57)

3. การประชมุ สภา อบต. ในปหี นึ่งใหม้ ีสมยั ประชมุ สามัญ 2 - 4 สมัย แล้วแต่สภา อบต. จะกำหนด :
สมยั ประชมุ สามญั สมัยหนึ่งๆ ใหม้ ีกำหนดไม่เกนิ 15 วนั (มาตรา 58) : เม่อื มคี วามจำเปน็ เพ่ือประโยชน์ของ
อบต. สามารถขอเปิดประชมุ วสิ ามญั ได้ สมัยประชุมวสิ ามัญให้กำหนดไมเ่ กิน 15 วนั (มาตรา 53)

อำนาจหนา้ ท่ขี องสภา อบต.

1. เลอื กประธานสภา รองประธานสภา (มาตรา 48) และ เลขานกุ ารสภา อบต. (มาตรา 57)
2. รับทราบนโยบายของนายก อบต. ก่อนนายก อบต. เข้ารับหนา้ ท่ีและรบั ทราบรายงานแสดงผลการ
ปฏบิ ัตงิ านตามนโยบายท่ีนายก อบต. ได้แถลงไว้ต่อสภา อบต. เปน็ ประจำทุกปี (มาตรา 58/5)
3. มีอำนาจหนา้ ท่ีตามมาตรา 46 ดังนี้

(1) ให้ความเหน็ ชอบแผนพัฒนา อบต. เพ่ือเปน็ แนวทางในการบรหิ ารกจิ การของ อบต.
(2) พิจารณาและใหค้ วามเหน็ ชอบร่างขอ้ บญั ญตั ิ อบต. ร่างข้อบัญญตั งิ บประมาณรายจ่ายประจำปี

และ รา่ งข้อบญั ญัติงบประมาณรายจา่ ยเพิ่มเตมิ
(3) ควบคมุ การปฏบิ ัตงิ านของนายก อบต. ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย แผนพัฒนา อบต.

ข้อบญั ญัติ ระเบยี บ และข้อบังคับของทางราชการ
4. ในทป่ี ระชุมสภา อบต. สมาชกิ สภา อบต. มสี ทิ ธติ งั้ กระทถู้ ามต่อนายก อบต. หรือรองนายก อบต.

ในเรื่องใดอนั เก่ยี วกับงานในหน้าท่ี (มาตรา 56/1) : เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทว่ั ไปเพื่อใหน้ ายก อบต. แถลง
ข้อเท็จจรงิ หรือแสดงความคิดเห็นในปญั หาเกย่ี วกบั การบริหาร อบต. โดยไม่มีการลงมติ (มาตรา 58/7) +
นายก อบต.

พนกั งานส่วนตำบล

1. พนกั งานสว่ นตำบล หมายถึง ขา้ ราชการซ่ึงไดร้ ับการบรรจแุ ละแตง่ ต้ังใหป้ ฏิบัตริ าชการของ อบต.

โดยได้รบั เงนิ เดือนจากงบประมาณหมวดเงนิ เดือนของ อบต. หรอื จากงบประมาณหมวดเงนิ อดุ หนนุ ของ
รฐั บาลที่ใหแ้ ก่ อบต. และ อบต. นำมาจดั เป็นเงนิ เดือนของพนักงานส่วนตำบล

2. ปลัด อบต. เปน็ ผู้บงั คบั บัญชาพนักงานส่วนตำบลและลกู จา้ งของ อบต. รองนายก อบต. และ
รบั ผดิ ชอบควบคมุ ดูแลราชการประจำของ อบต. ให้เป็นไปตามนโยบาย และมีอำนาจหน้าทอ่ี นื่ ตามทก่ี ฎหมาย
กำหนด หรอื ตามท่นี ายก อบต. มอบหมาย

3. การบริหารงานบุคคลของ อบต. ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารงานบุคคลส่วน
ท้องถ่นิ พ.ศ. 2542

4. อบต. จะวิเคราะหบ์ ทบาทภารกิจอำนาจหน้าท่ี และรายได้ของตนเองเพื่อกำหนดตำแหนง่ ตา่ ง ๆ
และอตั รากำลงั ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยปกติทุก อบต. จะมตี ำแหนง่ ต่าง ๆ ดงั น้ี

(1) ปลดั อบต.
(2) รองปลัด อบต.
(3) ผ้อู ำนวยการกองคลงั
(4) ผอู้ ำนวยการกองชา่ ง
(5) ผูอ้ ำนวยการกองการศกึ ษา

ประชาชนในเขต อบต.

1. ได้รับการแก้ไขปญั หาพัฒนาความเป็นอยแู่ ละการบริการสาธารณะจาก อบต. ตามอำนาจหนา้ ทข่ี อง
อบต.

2. มสี ทิ ธสิ มัครรับเลอื กตัง้ เป็นสมาชกิ สภา อบต. และนายก อบต.
3. มสี ิทธเิ ขา้ ชอื่ กันเสนอให้ออกข้อบัญญัติ อบต.
4. มสี ทิ ธิเขา้ รว่ มเป็นคณะกรรมการในการซื้อการจ้าง โดยวิธสี อบราคา ประกวดราคา และวธิ ีพเิ ศษ
ของ อบต. อย่างน้อยคณะละ 2 คน
5. มีสิทธิเขา้ ฟงั การประชุมสภา อบต.
6. มีสทิ ธลิ งคะแนนเสียงถอดถอนสมาชกิ สภา อบต. หรือผู้บริหาร อบต. ตามกฎหมายกำหนด หากเหน็
ว่าผู้นน้ั ไม่สมควรดำรงตำแหน่งตอ่ ไป
7. มหี นา้ ทไี่ ปเลือกต้ังสมาชกิ สภา อบต. และนายก อบต. โดยตรง
8. มีหน้าทป่ี ฏบิ ัตติ ามกฎหมายและขอ้ บัญญตั ขิ อง อบต.
9. มหี น้าท่เี สียภาษีให้แก่ อบต. อยา่ งถูกตอ้ ง
10.สนับสนนุ การดำเนนิ งานของ อบต. และร่วมกิจกรรมกบั อบต.
11. ตดิ ตามข่าวสาร ตรวจสอบและแนะนำการทำงานของ อบต.
12. มสี ว่ นร่วมในการจดั ทำแผนพฒั นา อบต. การจัดทำงบประมาณ การจัดซ้ือจัดจา้ ง การตรวจสอบ
และการประเมินผลการปฏิบัติงานของ อบต. ตามกฎหมาย ระเบยี บข้อบงั คบั ว่าดว้ ยการน้ัน และหลักเกณฑ์
และวิธกี ารทีก่ ระทรวงมหาดไทยกำหนด

อำนาจหนา้ ทขี่ ององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)

อำนาจหน้าท่ี ตามพระราชบัญญัตสิ ภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และ ทีแ่ ก้ไขเพม่ิ เตมิ ถงึ
ฉบบั ที่ 5 พ.ศ. 2546

มาตรา 67 ภายใต้บังคบั แห่งกฎหมาย องค์การบริหารสว่ นตาํ บล มีหนา้ ท่ตี ้องทำในเขตองค์การบรหิ าร
สว่ นตําบล ดงั ต่อไปน้ี
(๑) จดั ให้มีและบำรงุ รักษาทางน้ำและทางบก
(๒) รกั ษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดนิ และท่ีสาธารณะ รวมทง้ั กาํ จดั มูลฝอย และสิง่ ปฏิกลู
(๓) ป้องกนั โรคและระงับโรคติดตอ่
(๔) ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(๕) สง่ เสริมการศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
(๖) สง่ เสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผ้สู ูงอายุ และผพู้ ิการ
(๗) คมุ้ ครอง ดแู ล และบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(๘) บาํ รุงรกั ษาศลิ ปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวฒั นธรรมอันดขี องท้องถิ่น
(๙) ปฏบิ ัตหิ นา้ ทีอ่ ่ืนตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ ตามความจําเปน็ และ
สมควร

มาตรา 68 ภายใต้บังคบั แห่งกฏหมาย องค์การบริหารสว่ นตําบลอาจจัดทํากจิ การในเขตองค์การ
บริหารส่วนตําบล ดังตอ่ ไปนี้
(๑) ใหม้ ีนำ้ เพ่ือการอุปโภค บริโภค และการเกษตร
(๒) ให้มีและบาํ รงุ การไฟฟา้ หรือแสงสวา่ งโดยวธิ อี ่นื
(๓) ให้มีและบาํ รุงรักษาทางระบายน้ำ
(๔) ใหม้ ีและบํารงุ สถานทีป่ ระชมุ การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ
(๕) ใหม้ แี ละส่งเสรมิ กลุ่มเกษตรกรและกิจการสหกรณ์
(๖) สง่ เสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
(๗) บํารงุ และสง่ เสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
(๘) การคุ้มครองดูแลและรกั ษาทรัพย์สินอันเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดิน
(๙) หาผลประโยชนจ์ ากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตําบล
(๑๐) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรอื และทา่ ขา้ ม
(๑๑) กจิ การเกี่ยวกบั การพาณชิ ย์
(๑๒) การท่องเท่ียว
(๑๓) การผังเมือง

องค์การบริหารสว่ นตำบลในจังหวัดนครศรีธรรมราช

องค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดขึ้นจากการจัดตั้ง "สภาตำบล" ตามคำสั่ง
กระทรวงมหาดไทย ที่ 222/2499 ลงวันท่ี 8 มีนาคม พ.ศ. 2499 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 275/2509
ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2509 ส่วนการจัดตั้ง "องค์การบริหารส่วนตำบล" เกิดขึ้นตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทย เรือ่ ง การจดั ตัง้ องค์การบรหิ ารส่วนตำบล ลงวนั ท่ี 12 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2501 โดยได้มีการ
แกไ้ ขปรบั ปรงุ ระเบียบบรหิ ารของตำบลให้เป็น "สภาตำบล" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดต้ัง
สภาตำบล ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2516 และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดตั้งสภาตำบล
ลงวนั ท่ี 9 เมษายน พ.ศ. 2517

ต่อมาได้มีการยกฐานะสภาตำบลจัดตั้งเป็น "องค์การบริหารส่วนตำบล" ตามพระราชบัญญัติสภา
ตำบลและองค์การบริหารสว่ นตำบล พ.ศ. 2537สำหรบั จงั หวดั นครศรีธรรมราชมีการจัดต้งั องค์การบริหารส่วน
ตำบล จำนวน 155 แห่ง ดงั น้ี

- ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอ่ื ง การจดั ตั้งองค์การบรหิ ารสว่ นตำบล
ลงวนั ที่ 2 มนี าคม พ.ศ. 2538 จำนวน 12 แห่ง

- ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่อื ง การจัดตั้งองค์การบริหารสว่ นตำบล
ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2539 จำนวน 107 แหง่

- ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอื่ ง การจัดตั้งองคก์ ารบริหารส่วนตำบล
ลงวนั ที่ 16 ธนั วาคม พ.ศ. 2539 จำนวน 45 แห่ง

- ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดต้ังองค์การบริหารสว่ นตำบล
ลงวนั ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2542 จำนวน 1 แห่ง

และได้มีการยุบรวมองค์การบริหารส่วนตำบลกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลที่มีเขต
ติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกัน ซึ่งยุบรวมตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตำบล โดยจังหวัด
นครศรีธรรมราชมกี ารยุบรวมองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล จำนวน 5 แหง่ ดังน้ี

• ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ือง การยบุ รวมองค์การบริหารสว่ นตำบลกับองค์การ
บริหารสว่ นตำบล ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2547 จำนวน 3 แห่ง ไดแ้ ก่ องค์การบรหิ ารส่วน
ตำบลบางตะพง รวมกบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลบางศาลา เรยี กชอื่ ว่า องค์การบริหารสว่ น
ตำบลบางศาลา องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลบา้ นกลาง รวมกับองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลบ้าน
เนนิ เรียกช่อื ว่า องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลบา้ นเนนิ และองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลบา้ นควน
มดุ รวมกบั องค์การบริหารสว่ นตำบลบ้านชะอวด เรยี กช่ือว่า องค์การบริหารส่วนตำบลบ้าน
ชะอวด

• ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยุบรวมองค์การบริหารสว่ นตำบลกบั เทศบาล ลง
วนั ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2547 จำนวน 1 แห่ง ไดแ้ ก่ องค์การบริหารสว่ นตำบลควนเกย รวม
กบั เทศบาลตำบลเขาชมุ ทอง เรียกชอื่ วา่ เทศบาลตำบลเขาชมุ ทอง

• ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยุบรวมองคก์ ารบริหารส่วนตำบลกับเทศบาล ลง
วันที่ 24 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2548จำนวน 1 แหง่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลจนั ดี รวมกบั
เทศบาลตำบลจันดี เรียกช่ือวา่ เทศบาลตำบลจนั ดี

ปัจจบุ นั จงั หวดั นครศรีธรรมราชมีองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลทง้ั หมด 158 แห่ง ดังน้ี
1. อำเภอเมือง มี 13 อบต.

อบต.นาทราย, อบต.กำแพงเซา, อบต.ไชยมนตรี, อบต.มะม่วงสองตน้ , อบต.นาเคยี น, อบต.ท่าง้ิว, อบต.โพธเ์ิ สด็จ,
อบต.บางจาก, อบต.ปากพนู , อบต.ท่าซัก, อบต.ท่าเรือ อบต.ทา่ ไร่ อบต.ปากนคร
2. อำเภอพรหมคีรี มี 5 อบต.

อบต.พรหมโลก, อบต.บา้ นเกาะ, อบต.อินครี ี, อบต.ทอนหงส์, อบต.นาเรียง

3. อำเภอลานสกา มี 5 อบต.
อบต.เขาแก้ว, อบต.ลานสกา, อบต.ทา่ ด,ี อบต.กำโลน, อบต.ขุนทะเล

4. อำเภอฉวาง มี 9 อบต.
อบต.ฉวาง, อบต.ละอาย, อบต.นาแว, อบต.ไม้เรยี ง, อบต.กะเปียด, อบต.นากะชะ, อบต.ห้วยปริก, อบต.ไสหรา้ ,

อบต.นาเขลยี ง
5. อำเภอพปิ ูน มี 4 อบต.

อบต.กะทูน, อบต.เขาพระ, อบต.ยางค้อม, อบต.ควนกลาง
6. อำเภอเชยี รใหญ่ มี 9 อบต.

อบต.เชียรใหญ่, อบต.ท่าขนาน, อบต.บ้านเนิน, อบต.ไสหมาก, อบต.ท้องลำเจยี ก, อบต.เสือหึง, อบต.การะเกด, อบต.
เขาพระบาท, อบต.แม่เจา้ อยู่หัว
7. อำเภอชะอวด มี 11 อบต.

อบต.ชะอวด, อบต.ท่าเสม็ด, อบต.ทา่ ประจะ, อบต.เคร็ง, อบต.วงั อ่าง, อบต.บา้ นตลู , อบต.ขอนหาด อบต.เกาะขนั ธ์,
อบต.ควนหนองหงส์, อบต.เขาพระทอง, อบต.นางหลง
8. อำเภอทา่ ศาลา มี 10 อบต.

อบต.ทา่ ศาลา, อบต.กลาย, อบต.ทา่ ขนึ้ , อบต.หัวตะพาน, อบต.สระแก้ว, อบต.โมคลาน, อบต.ไทยบรุ ี, อบต.ดอน
ตะโก, อบต.ตล่งิ ชนั , อบต.โพธิท์ อง
9. อำเภอทงุ่ สง มี 11 อบต.

อบต.ชะมาย, อบต.หนองหงส์, อบต.ควนกรด, อบต.นาไมไ้ ผ่, อบต.นาหลวงเสน, อบต.เขาโร, อบต.กะปาง, อบต.
นำ้ ตก, อบต.ถำ้ ใหญ่, อบต.นาโพธิ์, อบต.เขาขาว
10. อำเภอนาบอน มี 3 อบต.

อบต.นาบอน, อบต.ทงุ่ สง, อบต.แกว้ แสน
11. อำเภอทุ่งใหญ่ มี 7 อบต.

อบต.ทา่ ยาง, อบต.ทงุ่ สงั , อบต.ทุ่งใหญ่, อบต.กุแหระ, อบต.ปรกิ , อบต.บางรูป, อบต.กรงุ หยัน
12. อำเภอปากพนัง มี 16 อบต.

อบต.คลองนอ้ ย, อบต.ปา่ ระกำ, อบต.ชะเมา, อบต.คลองกระบอื , อบต.เกาะทวด, อบต.บา้ นใหม่, อบต.หูล่อง, อบต.
แหลมตะลมุ พุก, อบต.ปากพนงั ฝงั่ ตะวนั ตก, อบต.บางศาลา, อบต.บางพระ, อบต.ปากพนงั ฝ่ังตะวันออก, อบต.บ้านเพิง,
อบต.ทา่ พญา, อบต.ปากแพรก, อบต.ขนาบนาก
13. อำเภอร่อนพบิ ลู ย์ มี 5 อบต.

อบต.ร่อนพบิ ลู ย์, อบต.เสาธง,อบต.ควนพัง, อบต.ควนชุม, อบต.หนิ ตก
14. อำเภอสิชล มี 9 อบต.

อบต.สิชล, อบต.ท่งุ ปรงั , อบต.ฉลอง, อบต.เสาเภา, อบต.เปล่ยี น, อบต.สีขดี , อบต.เทพราช, อบต.เขานอ้ ย,

อบต.ท่งุ ใส
15. อำเภอขนอม มี 2 อบต.

อบต.ขนอม, อบต.ควนทอง
16. อำเภอหัวไทร มี 10 อบต.

อบต.หัวไทร, อบต.หน้าสตน, อบต.ทรายขาว, อบต.แหลม, อบต.เขาพังไกร, อบต.บา้ นราม, อบต.บางนบ, อบต.ท่า
ซอม, อบต.ควนชะลิก, อบต.รามแกว้
17. อำเภอบางขัน มี 4 อบต.

อบต.บางขนั , อบต.บา้ นลำนาว, อบต.วงั หนิ , อบต.บา้ นนคิ ม
18. อำเภอถ้ำพรรณรา มี 3 อบต.

อบต.ถำ้ พรรณรา, อบต.คลองเส, อบต.ดสุ ิต
19. อำเภอจฬุ าภรณ์ มี 5 อบต.

อบต.บ้านชะอวด, อบต.ควนหนองควา้ , อบต.ทงุ่ โพธิ์, อบต.นาหมอบุญ, อบต.สามตำบล
20. อำเภอพระพรหม มี 4 อบต.

อบต.นาพร,ุ อบต.นาสาร, อบต.ทา้ ยสำเภา, อบต.ช้างซ้าย
21. อำเภอนบพิตำ มี 4 อบต.

อบต.นบพิตำ, อบต.กรงุ ชงิ , อบต.กะหรอ, อบต.นาเหรง
22.อำเภอช้างกลาง มี 3 อบต.

อบต.ชา้ งกลาง, อบต.หลกั ช้าง, อบต.สวนขัน
23. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มี 3 อบต.

อบต.เชียรเขา, อบต.ดอนตรอ, อบต.สวนหลวง


Click to View FlipBook Version