โครงงาน สกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม จัดท าโดย นางสาว พิมพ์ชนก ปทุมานนท์ เลขที่ 25 ช ้ นัมธัยมศ ึ กษาปี ท ี่6/1 ครูที่ปรึกษา คุณครู ปภาอร โคตระภู โรงเรียนโกสัมพีวิทยา เขตพ ้ ื นท ี่การศ ึ กษากา แพงเพชร
บทที่1 บทน า 1.ที่มาและความส าคัญ ปัจจุบนัเรามกัใส่เส้ือผา้ที่มีสีสันซ่ึงไดผ้่านการยอ้มสีของเส้นไหมหรือเน้ือผา้ เส้ือผา้ที่เราใส่น้นัส่วนมากจะถูกยอ้มดว้ยผลิตภณัฑย์อ้มผา้ทมี่ีสารเคมี สารเคมีที่อยู่ในผลิตภณัฑย์อ้มผา้น้นัอาจมีอนัตรายต่อร่างกายเราได้และอาจจะมีราคาสูง การใช้สีย้อมผ้าจากธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการย้อมผ้า และเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นน ในการสกดัสียอ้มผา้จากธรรมชาติน้นัมกัจะใชว้สัดุที่หาไดต้ามทอ้งถิ่นซ่ึงเป็นวสัดุเหลือใช้ เป็นมิตรกบัสิ่งแวดลอ้มและปลอดภยัแก่ร่างกายของเรา ท้งัยงันา มาใชป้ระโยชน์และสร้างรายได้ ทางผูจ้ดัทา ไดเ้ล็งเห็นถึงความส าคญั ในการใส่เส้ือผา้ที่ผ่านการยอ้มสีในชีวิตประจา วนัและผลกระท บที่จะได้รับจากสารเคมีในผลิตภัณฑ์ย้อมผ้า จึงนา เศษวสัดุจากธรรมชาติมาทดลองสกดัสียอ้มผา้นั่นก็คือดอกทบัทิมซ่ึงตน้ทบัทิมเป็นผลไมท้ ี่หลายบา้นป ลูกกนัจึงหาไดง้่ายตามทอ้งถิ่น 2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อทดลองสกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม 2. เพื่อศึกษาสารที่ช่วยติดสีในดอกทับทิม 3. เพื่อศึกษาสารช่วยติดสีที่จะท าให้สีย้อมผ้ามีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด 3.สมมุติฐาน 1. ได้สีย้อมผ้าจากดอกทับทิม 2. สีที่ได้ติดทน 3. ได้ผลการทดลองตามที่ต้องการ
4.ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรต้น : สารช่วยติดสี ตัวแปรตาม : สีของผ้าที่ได้จากการย้อมผ้าจากดอกทับทิม ตัวแปรควบคุม : ปริมาณของสารช่วยติดสีและระยะเวลาที่ใช้ย้อมผ้า 5.ขอบเขตการทดลอง 1. สถานที่ในการท างาน บ้านเลขที่ 147/2 หมู่ 3 ต าบลโกสัมพี อ าเภอโกสัมพีนคร จังหวัดก าแพงเพชร 2. ใช้เวลาในการทดลอง 2 วัน 3. ศึกษาการสกัดสีย้อมผ้าด้วยความร้อน 6.นิยามศัพท์เฉพาะ สีธรรมชาติ คือ สีที่สกัดได้จากวัตถุดิบที่มาจาก พืช สัตว์ และแร่ธาตุต่างๆ ซ่ึงเกิดข้ึนจากกระบวนการตามธรรมชาติแหล่งวตัถุดิบของสีธรรมิชาติสามารถหาไดจ้ากตน้ ไม้ใบไม้ และจากบางส่วนชองสัตว์หลายชนิด สามารถให้สีสันตามที่เราต้องการ และด้วยวิธีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกันท าให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความสวยงามและมีสีสันหลากหลาย การยอ้มสีโดยใชส้ารช่วยติดสีการยอ้มสีดว้ยวีธีน้ีเป็นการยอ้มแบบใชส้ารช่วยตดิสี หรือสารช่วยยอ้มสารจะทา หนา้ที่ช่วยให้การยึดตดิเส้นใยกบัสียอ้มไดด้ีข้ึน โดยเมื่อแช่หรือตม้เส้นใย น้า เกลือจะเกิดปฏิกิริยาสียอ้มจะซึมเขา้ไป ทา ให้สีที่ไดจ้ากการยอ้มมีความคงทน ไม่ตกสีหรือซีดง่าย
บทที่2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1.สีธรรมชาติ สีธรรมชาติ คือ สีที่สกัดได้จากวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติ เช่นพืช ได้จากต้นไม้ โดยจากบางส่วนของต้นไม้ เช่น ราก แก่น เปลือก ต้น ผล ดอก สัตว์และแร่ธาตุต่างๆ ซ่ึงเกิดข้ึนจากกระบวนการตามธรรมชาติ สีธรรมชาติมีบทบาทเกี่ยวขอ้งกบัวิถีการดา รงชีวิตของมนุษยม์ายาวนานนบัต้งัแต่สมยัโบราณ มนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะน าสีจากวัสดุธรรมชาติมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น ทาสีตามร่างกาย สีของภาชนะ เครื่องป้ันดินเผา ภาพวาดฝาผนงัและเป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมต่างๆตามความเชื่อชองแต่ละทอ้งถิ่น สีธรรมชาติที่มีใชใ้นอดีตน้นัมกัจะไดม้าจาก พืช สัตวแ์ละแร่ธาตุต่างๆ โดยมีการพัฒนาการสืบทอดกันจนมาถึงปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น -การใช้ในการประกอบอาหาร -การยอ้มสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม -การยอ้มเครื่องมือเครื่องใชใ้นครัวเรือน เช่น เครื่องมือดกัจบัสัตวน์ ้า -การใช้เขม่าหรือควันไฟรมเครื่องจักรสานให้เกิดสีและเสริมความทนทาน วตัถุดิบยอ้มสีดว้ยภูมิปัญญาของมนุษยต์ ้งัแต่อดีตจนถึงปัจจบุนัไดม้ีการเรียนรู้ที่จะใชป้ระโยชน์จากสี ซึ่งสกัด จากวตัถุดิบธรรมชาติโดยการนา มายอ้มเส้นใยและพ้ืนผา้เพื่อใชเ้ป็นเครื่องนุ่มห่มและใชส้อยในชีวิต ประจา วนัสียอ้มผา้ธรรมชาติน้นัสามารถจา แนกตามแหล่งที่มาไดด้งัน้ี 1) สียอ้มผา้จากแร่ธาตุสีธรรมชาติประเภทน้ีเป็นสีที่เกิดจากประกอบโลหะจา พวกเหล็กโครเมี่ยม ตะกวั่แมงกานิส ทองแดงโคบอลต์และนิกเกลซ่ึงในอดีตเป็นกลุ่มสีที่มีความส าคญัมากในปัจจุบนั ไม่ปรากฎแหล่งผลิตและการใช้สีกลุ่มดังกล่าว ส าหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ยังมีการใช้สี
ธรรมชาติจากแร่ธาตุในการยอ้มสีสิ่งทอคือสีการโคลนและดินแดง ซึ่งเป็นวัสดุที่มีสารประกอบพวกอลูมิโนซิลิเกต และสารประกอบโลหะอยู่ 2) สีย้อมธรรมชาติจากสัตว์ สีย้อมธรรมชาติจากสัตว์ คือ สารสีที่ได้จากสารที่ขับออกจากตัวสัตว์ หรือ ตวัสัตวเ์อง ส าหรับประเทศไทยมีการใชส้ีจากแมลงคือครั่ง โดยตวัครั่งจะดูดกินน้า เล้ียงของตน้ ไมแ้ลว้ขบัสารสีแดงที่เรียกว่า"ยางครั่ง"ออกมาหุมรอบตวัรัง สารสีแดงที่ถูกขับออกมาจากตวัครั่ง ดงักล่าวมาน้ีถูกน ามาใชป้ระโยชน์ท้งัในการยอ้มสิ่งทอผสมในอาหาร และใชใ้นอุตสาหกรรมหลายประเภท ส าหรับเส้นใยที่ยอ้มดว้ยครั่งคือไหม ขนสัตว์และฝ้าย เชื่อกนัว่าคุณภาพของสีที่ไดจ้ากการยอ้มดว้ยครั่งจะข้ึนกบัชนิดของตน้ ไมท้ ี่ใชเ้ล้ียงครั่ง 3) สีย้อมธรรมชาติจากพืช สีย้อมที่ได้จากพืชจัดเป็นกลุ่มสารสีหลักของสีย้อมธรรมชาติ โดยเป็นสียอ้มที่ไดจ้ากทุกส่วนของพืชท้งัรากเปลือกลา ตน้เน้ือไม้ใบ ดอกผลและเมล็ด ซ่ึงสียอ้มกลุ่มน้ีมีความหลากหลาย สามารถแบ่งไดโ้ดยวิธีการยอ้มเป็นเกณฑไ์ด้2กลุ่ม คือ การย้อมเย็น หรือการย้อมแบบหมัก เป็นสีย้อมที่ได้จากพืช เช่น ผลมะเกลือ ห้อม และคราม เป็นการย้อมสีจากพืชที่มีกรรมวิธีการย้อมโดยไม่ใช้ความร้อน แต่อาศัยคุณสมบัติธรรมชาติของสารสี และปฎิกิริยาเคมีทางธรรมชาติช่วยให้สารติดสีกบัเส้นใยโดยจะหมกัเส้นใยไวใ้นน้า ยอ้มที่อุณหภูมิปกติ ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีรายละเอียดวิธีการย้อมที่แตกต่างกันตามชนิดของสารที่ได้จากพืช การยอ้มแบบร้อน สียอ้มธรรมชาติที่ใชก้ารยอ้มแบบร้อน จะเป็นสียอ้มที่ไดจ้ากพืชทวั่ ไปและครั่ง โดยจะน าวัตถุดิบย้อมสีมาสับให้ละเอียดแล้วต้มให้เดือดเพื่อสกัดสารสีออกจากพืช จากน้นัจึงทา การยอ้มกบัเส้นใยจะมีการใชค้วามร้อนและสารช่วยให้สารีติดสีกบัเส้นใย พืชที่ใช้แต่งสีอาหาร หรือให้สีย้อม 2.ทับทิม ทบัทิมมีถิ่นกา เนิดจากตะวนัออกของประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานและทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ทบัทิมจึงชอบอากาศหนาวเยน็และอยู่บนพ้ืนที่สูงกว่าระดบัน้า ทะเลอย่างนอ้ย 300 เมตร ยิ่งอากาศหนาวเน้ือทบัทิมจะมีสีแดงเขม้มากข้ึน
ชื่อพ้ืนเมืองหรือชื่ออื่น ๆคือ พิลา, พิลาขาว, มะก่องแกว้, มะเก๊าะ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น : ทับทิมจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แต่มีอายุนานได้ถึง 100 ปี ล าต้นสูงประมาณ 2 - 4 เมตร ลา ตน้แตกกิ่งต้งัแต่ระดบัล่างลา ตน้มีเปลือกบางและติดแน่นกบัแก่นไม้ผิวลา ตน้มีสีเทาและเป็นมนัเงา ส่วนเน้ือไมม้ีลกัษณะแข็งและเหนียว ยอดหรือกิ่งอ่อนมกัเป็นเหลี่ยม และมีหนามยาวแต่หนามไม่แข็ง และไม่คม ใบ : ใบทบัทิมจดัเป็นใบเล้ียงคู่แทงออกสลบั ใบ ใบมีลกัษณะเรียวยาวเหมือนหอกโคนใบมนแคบ ปลายใบแหลมส้ัน ใบเรียบมีสีเขียวเขม้และมนัวาวจากสาร cutin ที่เคลือบไว้ ใต้ท้องใบมีสีอ่อนกว่าด้านบน และจะเห็นเส้นใบได้ชัด ใบกว้างประมาณ 1 - 2 ซม. และยาวประมาณ 2.5 -6 ซม ดอก : ดอกทับทิมเป็นดอกสมบูรณ์เพศ อาจออกเป็นช่อ 3 - 5 ดอก หรือ เป็นดอกเดี่ยว แทงออกบริเวณปลายยอดตรงง่ามกิ่ง ดอกมีขนาดใหญ่ขนาดประมาณ 2 - 3 ซม ดอกประกอบดว้ยกลีบเล้ียง 5 - 6 กลีบ มีรูปร่างคล้ายหม้อ และกลีบดอก 6 กลีบ ปลายกลีบแยกออกจากกัน ดอกมีหลายสี เช่น สีขาว สีส้ม หรือ สีแดง ถัดมาตรงกลางเป็นเกสรตัวเมีย 1 อัน และเกสรตัวผู้จ านวนมาก ดอกสามารถผสมได้ในตัวเอง และผสมข้ามดอกจากต้นเดียวกันหรือคนละต้น มีระยะบานประมาณ 2 วัน ผล : ผลทับทิมมีลักษณะกลม ขนาดผลประมาณ 8 - 10 ซม. เปลือกผลหนาผิวเปลือกเกล้ียงและเป็นมนัวาว ผลสุกมีเปลือกสีเหลืองอมแดงหรือบางพันธุ์มีสีแดงอมชมพู เมื่อสุกมาก เมล็ดด้านในจะขยายท าให้เปลือก ปริแตก ภายในผลมีเมล็ดที่ถูกแบ่งเป็นช่องด้วยเยื่อสีครีมอมเหลือง จ านวน 5 ช่อง แต่ละช่องมีเมล็ดจา นวนมากเมล็ดมีเน้ือหุ้มที่ฉ่า ดว้ยน้า หวาน รูปทรงสี่เหลี่ยม เน้ือน้ีใชร้ับประทาน มีรสหวานอมเปร้ียวเล็กนอ้ย เน้ือเมล็ดที่ยงัไม่สุกมีสีขาวอมชมพู และเมื่อผลสุกจะมีสีชมพูอมแดงหรือแดงเขม้ ส่วนเมล็ดที่เอาเน้ือออกแลว้จะมีลกัษณะยาวรีท้งัน้ี หลังจากติดผลจนถึงผลแก่เต็มที่จะใช้เวลาประมาณ 4 -5 เดือน การขยายพันธุ์ : การปลูกทับทิมเพื่อการค้าหรือปลูกจ านวนหลายต้นมักปลูกในแปลงใหญ่หรือปลูกแซมกับพืชชนิดอื่น เช่น สวนกลว้ย สวนนอ้ยหน่า เป็นตน้ท้งัน้ีการปลูกทบัทิม นิยมปลูกจากตน้กลา้ที่เตรียมไดจ้ากการเพาะเล็ด และการปักช า
สรรพคุณ 1. ช่วยบา รุงผิวพรรณใหเ้ปล่งปลงั่สดใส 2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยในการชะลอวัย 3. น้า ทบัทิมมีคุณสมบตัิช่วยให้ผิวหนา้เต่งตึง ดว้ยการนา น้า ทบัทิมประมาณ 1 ชอ้นชามาทาทิ้งไวบ้นใบหนา้ประมาณ 10 นาทีแลว้ลา้งออก 4. น้า ทบัทิมชว่ยเพิ่มความสดชื่น แกก้ระหายคลายร้อนไดเ้ป็นอย่างดี 5. ช่วยระงบักลิ่นปากไดอ้ีกดว้ย 6. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บรรเทาอาการหวัด 7. ช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด 8. ทับทับมีวิตามินซีสูงมาก และยังมีวิตามินเอ วิตามินอี และกรดโฟลิกอีกด้วย 9. ใบทบัทิมใชใ้นการประกอบพิธีต่าง ๆ ที่ใชน้ ้า มนตใ์นการประกอบพิธี 10. ช่วยบรรเทาอาการแพท้อ้งในหญิงต้งัครรภ์ 11. ช่วยในการปรับฮอร์โมนวัยหมดประจ าเดือน 12. ช่วยป้องกันโรคความจ าเสื่อมในผู้สูงอายุ 13. ช่วยในการบ าบัดอาการของโรคเบาหวาน 14. ช่วยบ ารุงสายตา แก้อาการตาอักเสบ 15. น้า ตม้เปลือกทบัทิมช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ 16. ช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจ ดว้ยการช่วยเสริมสุขภาพหัวใจให้ดียิ่งข้ึน 17. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน 18. ช่วยบ ารุงสุขภาพฟันให้แข็งแรง 19. ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
20. ช่วยลดความดันโลหิตสูง 21. ช่วยส่งเสริมการท างานของหลอดเลือด 22. ช่วยในการฟอกไตและท่อปัสสาวะ 23. ช่วยลดสภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง 24. มีฤทธ์ิในการต่อตา้นเช้ือแบคทีเรียต่าง ๆ ไดเ้ป็นอย่างดี 25. ช่วยแก้อาการระดูขาว ตกเลือด 26. ช่วยบ ารุงสุขภาพตับให้แข็งแรง 27. มีส่วนช่วยบ ารุงและต่อต้านอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย 28. เปลือกทับทิมสามารถรักษาโรคท้องเดินและโรคบิดได้ เพราะมีสารในกลุ่มแทนนินอยู่ในปริมาณมาก 29. เปลือกทับทิมมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ 30. เปลือกผลช่วยรักษาแผลหิด กลากเกล้ือน 31. เปลือกของทบัทิมช่วยตา้นการหดเกร็งของกลา้มเน้ือ 32. ยาต้มจากเปลือกผลช่วยรักษาอาการอุจจาระร่วงได้ โดยช่วยลดจา นวนคร้ังในการขบัถ่ายและทา ให้ระยะเวลาเริ่มถ่ายคร้ังแรกนานข้ึน ประโยชน์ 1. ใบ สามารถทา น้า ยาบว้นปาก หรือลา้งตาได้ ยาพอกที่ท าจากใบสามารถช่วยบรรเทาอาการผมร่วงได้อย่างดี 2. เปลือก มีฤทธิ์ ฝาดสมาน ช่วยสมานแผล ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของเรา ใชร้ักษาแผลหิด กากเกล้ือน และมีสรรพคุณเกี่ยวกับการรักษาโรคในทางเดินอาหาร เช่น รักษาอาการท้องร่วงได้ 3. เปลือกของล าต้น และราก สามารถน ามาท าเป็นยาถ่ายพยาธิได้อีกด้วย โดยน ามาผสมกับกานพลู และอาจใส่ดีเกลือตม้กบัน้า ประมาณสามถว้ย มีสรรพคุณในการถ่ายพยาธิ 4. ดอก มีสรรพคุณในการสมานแผลและบรรเทาอาการอกัเสบของหูช้นั ใน
3.น ้าปูนใส น้า ปูนใส เป็นชื่อสามญัของสารละลายเจือจางของแคลเซียมไฮดรอกไซด์(Ca(OH)2 ) น้า ปูนใสบริสุทธ์ิจะใสไม่มีสีมีกลิ่นดินเล็กนอ้ยและมีรสขมแบบด่าง ชื่อภาษาองักฤษคือlimewater ซึ่งมาจากไลม์ อนินทรีย์วัตถุของแคลเซียมที่มีคาร์บอเนต ออกไซด์ และไฮดรอกไซด์เป็นหลัก น้า ปูนใสเตรียมไดโ้ดยการผสมแคลเชียมไฮดรอกไซด์กบัน้า บริสุทธ์ิ แล้วกรองส่วนแคลเชียมไฮดรอกไซด์ที่ไม่ละลายออก ประโยชน์ ในทางอุตสาหกรรม มีการใชน้ ้า ปูนใสในการขจดัก๊าซของเสียที่มีซัลเฟอร์ไดออกไซด์เรียกว่า ซัลเฟชัน โดยซัลเฟอร์ไดออกไซด์จะถูกดกัจบัและกลายเป็นหยดน้า นอกจากน้ี น้า ปูนใสใชใ้นการลดความกระดา้งของน้า และใชเ้ป็นตวัทา ให้เป็นกลางในการบา บดัน้า เสีย 4.เกลือแกง เกลืองแกง หรือ โซเดียมคลอไรด์ สูตรทางเคมีคือ NaCl เป็นสารเคมีธรรมชาติตัวหนึ่งที่ถูกน ามาใช้อย่างแพร่หลายมานานนับพันปี เกลือแกงคือเกลือที่เราใช้ประกอบอาหารกันทุกวัน เกลือแกงถูกน ามาใช้กันในหลายด้าน ท้งัดา้นประกอบอาหารถนอมอาหาร รวมถึงใชใ้นอุตสาหกรรมหลายประเภท ซ่ึงเราจะเห็นการผลิตเกลือแกงกนัมากในจงัหวดัสมุทรสงคราม โดยการปั๊มน้า ทะเลเขา้มาในพ้ืนที่กกัเก็บ จากน้นั ปล่อยให้แดดเผาเพื่อให้เกลือในน้า ทะเลตกตะกอน ได้เป็นเกลือเม็ดหรือผลึกเกลือสีขาวบริสุทธิ์ ออกมา เรียกว่าการท านาเกลือ ประโยชน์ ใชใ้นทางการแพทยแ์ละการรักษาโรคเช่น ใชท้า น้า เกลือรักษาอาการไอเจ็บคอ ซ่ึงเกิดจากหวดั รักษาอาการคนัตามผิวหนงัเป็นตน้นอกจากน้ียงัมีการใชเ้กลือในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น
อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องปรุงรสต่างๆ อุตสาหกรรมฟอกย้อมผ้า อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมผลิตสบู่และผงซักฟอก เป็นต้น ข้อเสีย หากบริโภคเกลือแกงมากเกินความต้องการของร่างกาย จะส่งผลเสียต่อร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดโรคไต ซึ่งโรคไตจะสร้างความทรมานให้กับผู้ป่ วยเป็นอย่างมาก รักษายาก และค่ารักษาแพง ในความเป็นจริงแล้วสาเหตุจริงๆไม่ได้มาจากเกลือแต่มาจากโซเดียม(Na)ที่อยู่ในเกลือ ซึ่งถ้ารับมากเกินไปร่างกายจะก าจัดไม่หมด ก็จะส่งผลกระทบต่อการท างานของไต
บทที่3 วิธีการด าเนินงาน วัน เดือน ปี รายการที่ปฏิบัติงาน สถานที่ หมายเหตุ 29 พ.ย. 2566 สืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เ น็ต ห้องอินเตอร์เน็ตของโรงเ รียนโกสัมพีวิทยา 8 ธ.ค. 2566 รวบรวมข้อมูลที่ได้จากกา รสืบค้น ห้องอินเตอร์เน็ตของโรงเ รียนโกสัมพีวิทยา 15 ธ.ค. 2566 เลือกวิธีการที่จะสกัดสีย้อ มผ้าและสารช่วยติดสี ห้องเคมี 328 โรงเรียนโกสัมพีวิทยา 14 ม.ค. 2567 ซ้ือวสัดุอุปกรณ์ที่จะใชใ้น การทดลอง ร้านสะดวกซ้ือ 20 - 21 ม.ค. 2567 ด าเนินการทดลองตามแบ บแผน บ้านเลขที่ 147/2 หมู่ 3 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.ก าแพงเพชร 24 ม.ค. 2567 สรุปผลการทดลอง ห้องเคมี 328 โรงเรียนโกสัมพีวิทยา 4 ก.พ. 2567 จัดท ารูปเล่มเพื่อน าเสนอ บ้านเลขที่ 147/2 หมู่ 3 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.ก าแพงเพชร
แผนการด าเนินการศึกษาทดลอง 1.ท าการศึกษาทดลองสกัดสีจากดอกทับทิม 2.ท าการศึกษาทดลองว่าสารช่วยติดสีชนิดใดช่วยให้สีติดทนนานและสีชัดมากที่สุด 1.ท าการทดลองสกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม วิธีการทดลอง คือการสกัดสีย้อมผ้าแบบร้อนโดยควบคุมตัวแปลต่างๆ เพื่อให้ทราบผลการทดลองสกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม โดยควบคุม ระยะเวลาที่ใช้ในการย้อมผ้า , สีของดอกทบัทิมและปฏิบตัิอดงัน้ี วัสดุอุปกรณ์ -ผ้าสีขาว 3 ผืน -กะละมัง 2 ใบ - หม้อ 2 ใบ - ตะแกรง 1 อัน - มีด 1 เล่ม วัตถุดิบ 1.ดอกทับทิม 200 กรัม 2. น้า เปล่า 600กรัม 3.สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์(น้า ปูนใส) 300 มิลลิลิตร 4. สารละลายโซเดียมคลอไรด์(น้า เกลือ) 300 มิลลิลิตร
วิธีการสกัด 1.ลา้งดอกทบัทิมแลว้นา ไปหั่นให้มีขนาดเล็กลง 2. นา ใส่หมอ้แลว้นา ไปตม้ในน้า เปล่า 600 มิลลิลิตร โดยใชเ้วลา 45 นาที 3. ระหว่างรอตม้ดอกทบัทบันา ผา้สีขาว 3ผืน มาแช่ในน้า อุณหภูมิสูง 45 นาทีี
4. เมื่อตม้ดอกทบัทิมครบเวลาแลว้ใชต้ะแกรงกรองดอกทบัทิมออกจากน้ า 5. นา ผา้สีขาวท้งั3 ผืน ไปตม้ในน้า ดอกทบัทิมเป็นเวลา 45 นาที หลงัจากครบเวลาแลว้นา ผา้ไปตากทิ้งไวใ้ห้แห้ง 2. ท าการทดลองสารช่วยติดสีชนิดใดจะสามารถช่วยให้สีติดทนและสีชัดมากที่สุด ท าการทดลองโดยควบคุม ปริมาณของสารช่วยติดสี , ระยะเวลาที่แช่ผ้า ,ใช้ผ้าที่ได้จากการทดลองสกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม เพื่อให้ได้ผลการทดลองสารช่วยติดสีที่จะช่วยติดสีและสีชัดได้มากที่สุด
1. เตรียมสารช่วยตดิสีและนา มาใส่กะละมงัที่เตรียมไว้กะละมงัที่1 ใส่น้า เกลือและกะละมงัที่2 ใส่น้า ปูนใส 2. นา ผา้ที่ไดจ้ากการทดลองสกดัสียอ้มผา้จากดอกทบัทิม 2ผืน มาแช่ในกะละมงัสารที่เตรียมไว ี้เป็นเวลา 45 นาที เมื่อครบเวลาแล้วน าไปตากให้แห้ง 3.ทดลองซัก 4. สรุปและบันทึกผล
บทที่4 ผลการทดลอง 1.เพื่อทดลองสกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม ได้ทดลองสกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม โดยพัฒนามาจากภูมิปัญญาชาวบ้านในการสกัดสีย้อมผ้าจากธรรมชาติชนิดอื่นๆ ที่สามารถสกดัสีไดจ้ริงซ่ึงไม่เป็นอนัตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดลอ้ม 2. เพื่อศึกษาสารช่วยติดสีที่จะท าให้สีย้อมผ้ามีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด สีของผ้าหลังจากย้อมด้วยสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม ผ้าผืนที่1 เป็นผา้ที่ยอ้มสีโดยไม่ใชส้ารช่วยตดิสีจากน้นันา ไปซักแลว้ตากแห้ง
ผ้าผืนที่2 เป็นผา้ที่ยอ้มสีและใชส้ารช่วยติดสีคือ น้า เกลือ จากน้นันา ไปซักแลว้ตากแห้ง ผ้าผืนที่3 เป็นผา้ที่ยอ้มสีและใชส้ารช่วยติดสีคือ น้า ปูนใส จากน้นันา ไปซักแลว้ตากแห้ง
บทที่5 สรุปและอภิปรายผล สรุปผลการด าเนินงาน จากการท าโครงงาน เรื่อง สกดัสียอ ้ มผา ้ จากดอกทบัทิม ไดผ ้ ลดงัน้ี จากการท าโครงงาน เรื่อง สกัดสีย้อมผ้าจากดอกทับทิม ดิฉันได้เลือกดอกทับทิบในการสกัดสีย้อมผ้า และใชส้ารช่วยติดสี2 ชนิดคือ สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์(น้า ปูนใส)และ สารละลายโซเดียมคลอไรด์(น้า เกลือ)โดยแช่สารช่วยติดสีเป็นเวลา 45 นาที ปรากฏว่าผ้าที่แช่ด้วยสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (น้า ปูนใส)ช่วยให้สีติดทนและสีชดัมากที่สุด จากการทดลองจะเห็นไดว้่าสีของผา้ที่แช่ดว้ยสารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์(น้า ปูนใส) มีสีที่เขม้มากกว่าผา้ผืนอื่นๆ จากผลการทดลองสรุปไดด้งัน้ี 1.ดอกทับทิม สามารถน ามาสกัดสีย้อมผ้าได้ 2. ดอกทับทิมมีสารในธรรมชาติที่มีคุณสมบัติทางเคมีที่สามารถใช้ในการติดสีได้ สารส าคัญที่พบในดอกทับทิมคือ กรดแกลลิค (Gallic acid) เป็นสารประเภทของกรดอินทรีย์ที่พบได้ในธรรมชาติ มักพบในพืชบางชนิด เช่น ในเปลือกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และในส่วนต่าง ๆ ของพืชอื่น ๆ สารชนิดน้ีมีลกัษณะเป็นผงสีขาวถึงเป็นผงสีเหลืองอมน้า ตาล และยังเป็นส่วนประกอบของสารแทนนินในกระบวนการสีและสกัดสีย้อมผ้ามักจะเกิดปฏิกิริยากับโปรตีนใ นเส้นใยของผา้ซ่ึงช่วยให้สารสีที่ถูกใชส้ าหรับการสีผา้สามารถติดผา้ไดด้ีข้ึน สารแทนนินมีคุณสมบัติที่ช่วยให้สีผ้าที่ได้มีความคงทนและคงสภาพต่อการใชง้านและการซักมากข้ึนในระ ยะยาวนอกจากน้ีสารแทนนินยงัมีคุณสมบตัิในการลดออกซิเดชนัและป้องกนัการเสื่อมสภาพของสี ซึ่งท าให้สีผ้าที่ถูกสีด้วยสารแทนนินมักมีความสดใสและคงทนในช่วงเวลาที่ยาวนาน
3. สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์(น้า ปูนใส) เป็นสารช่วยติดสีที่ท าปฏิกิริยากับสีย้อมผ้าจากดอกทับทิมได้มากที่สุด เพราะช่วยให้สารสีทีมีอยู่ในดอกทบัทิมตดิผา้ไดอ้ย่างมีประสิทธิภาพมากข้ึนและน้า ปูนใสมีคุณสมบตัิเป็นก รดอ่อนที่สามารถเปลี่ยนสภาพของสารสีให้เป็นรูปที่สามารถติดผ้าได้ดีขึ่น
บรรณานุกรม ทับทิม http://rspg.svc.ac.th/herb/index.php/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97 %E0%B8%B4%E0%B8%A1?fbclid=IwAR2So44o6PNCd1VCQc9bLHCw8up4ZBZSR4ByZ Bc8d2bq2iusEzDfAF4aM4M น้า ปูนใส https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E 0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AA?fbclid=IwAR3g7ubx_8wW0J54hA3dvqakwuqYiLk3s2GD0DEiEu-NPVNHBv6l7KbhDg เกลือแกง https://guru.sanook.com/9640/ สารในดอกทับทิม https://www.ananindustry.com/wbc003.html สีธรรมชาติ https://sites.google.com/dei.ac.th/bs03020lp/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97- 1-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%81% E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%80%E0% B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB/%E0%B8%84%E0%B8% A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2 %E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0 %B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95