The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อสอบ พรบ กศน. พร้อมเฉลย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธิญาดา เอียดเรือง, 2020-05-26 00:28:58

ข้อสอบ พรบ กศน. พร้อมเฉลย

ข้อสอบ พรบ กศน. พร้อมเฉลย

Keywords: สอบครู กศน.

ข้อสอบ พรบ กศน.
1.พรบ. กศน.2551ไมใ่ ชบ้ งั คบั กบั การจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ซ่ึงดาเนินการโดยหน่วยงานใด
ก. สถาบนั อุดมศกึ ษาของรัฐ
ข. สถาบนั อุดมศกึ ษาของเอกชน
ค. สถาบนั อาชีวศกึ ษาของรัฐและเอกชน
ง. ขอ้ ก และ ข

2.ขอ้ ใดคือ การศึกษานอกระบบ
ก. กิจกรรมการศึกษาทมี่ กี ลุ่มเป้ าหมายผรู้ ับบริการและ
วตั ถุ ประสงคข์ องการเรียนรู้ทช่ี ดั เจน มรี ูปแบบ หลกั สูตร วธิ ีการจดั และระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมทตี่ รงตามสภาพความ
ตอ้ งการและศกั ยภาพ ในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้ าหมายน้นั
ข. กิจกรรมการศกึ ษาที่มีกลุ่มเป้ าหมายผรู้ ับบริการและวตั ถุประสงคข์ องการเรียน รู้ทช่ี ดั เจน มรี ูปแบบ หลกั สูตร วธิ ีการจดั
และระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ตรงตามสภาพความตอ้ งการและศกั ยภาพ ในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้ าหมายน้นั และมี
วธิ ีการวดั ผลและประเมินผลการเรียน รู้ท่มี ีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพ่ือจดั ระดบั ผลการเรียนรู้
ค. กิจกรรมการศกึ ษาที่มกี ลุ่มเป้ าหมายผรู้ ับบริการและวตั ถุประสงคข์ องการเรียน รู้ทชี่ ดั เจน มรี ูปแบบ หลกั สูตร วิธีการจดั
และระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมท่ีเหมาะสมกบั สภาพความตอ้ งการและ ศกั ยภาพในการเรียนรู้ของกลุ่มเป้ าหมายน้นั และมี
วธิ ีการวดั ผลและประเมินผลการ เรียนรู้ท่มี ีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทางการศกึ ษา หรือเพ่อื จดั ระดบั ผลการเรียนรู้
ง. กิจกรรมการศกึ ษาท่มี ีกลุ่มเป้ าหมายผรู้ ับบริการและวตั ถุประสงคข์ องการเรียน รู้ทชี่ ดั เจน มรี ูปแบบ หลกั สูตร วิธีการจดั
และระยะเวลาเรียนหรือฝึกอบรมที่ยดื หยนุ่ และหลากหลายตามสภาพความ ตอ้ งการและศกั ยภาพในการเรียนรู้ของ
กลุ่มเป้ าหมายน้นั และมวี ิธีการวดั ผลและ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ที่มมี าตรฐานเพ่อื รับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือเพือ่ จดั ระดบั
ผลการเรียนรู้

3.ขอ้ ใดคือ การศึกษาตามอธั ยาศยั
ก. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจาวนั ของบคุ คลซ่ึงบุคคลสามารถเลือกท่จี ะ เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่องตลอดชีวิต ตาม
ความสนใจ ความตอ้ งการ โอกาสความพร้อม และศกั ยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
ข. กิจกรรมการเรียนรู้ในวถิ ีชีวิตประจาวนั ของบุคคลซ่ึงบคุ คลสามารถเลือกทีจ่ ะ เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่องตลอดชีวติ ตาม
หลกั สูตร และศกั ยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบคุ คล
ค. กิจกรรมการเรียนรู้ในวถิ ีชีวิตประจาวนั ของบุคคลซ่ึงบคุ คลสามารถเลือกที่จะ เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิต มคี วาม
ยดื หยนุ่ ตามความตอ้ งการ โอกาสความพร้อม และศกั ยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบคุ คล
ง. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจาวนั ของบคุ คลซ่ึงบคุ คลสามารถเลือกทจี่ ะ เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ืองตลอดชีวติ ตาม
หลกั สูตรและความยดื หยนุ่ ในโอกาสความพร้อม และศกั ยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล

4.ขอ้ ใดคือ หลกั การขอ้ ที่ 1 ของ การศกึ ษานอกระบบ
ก. ความเสมอภาคในการเขา้ ถึงและไดร้ ับการศกึ ษาอยา่ งกวา้ งขวาง
ข. การกระจายอานาจแก่สถานศึกษาและการให้ภาคเี ครือข่าย
ค. การเขา้ ถึงแหล่งการเรียนรู้ทส่ี อดคลอ้ งกบั ความสนใจและวถิ ีชีวิตของผเู้ รียน
ง. การพฒั นาแหล่งการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายท้งั ส่วนท่ีเป็นภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น

5.ขอ้ ใดคือ หลกั การขอ้ ท่ี 1 ของ การศึกษาตามอธั ยาศยั
ก. ความเสมอภาคในการเขา้ ถึงและไดร้ ับการศึกษาอยา่ งกวา้ งขวาง
ข. การกระจายอานาจแก่สถานศึกษาและการใหภ้ าคเี ครือข่าย
ค. การเขา้ ถึงแหล่งการเรียนรู้ทสี่ อดคลอ้ งกบั ความสนใจและวถิ ีชีวิตของผเู้ รียน
ง. การพฒั นาแหล่งการเรียนรู้ใหม้ คี วามหลากหลายท้งั ส่วนท่เี ป็นภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน

6.ขอ้ ใดคือ เป้ าหมายของการส่งเสริมและสนบั สนุนการศึกษาตามอธั ยาศยั
ก. ไดร้ ับความรู้และทกั ษะพ้ืนฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอ้ือต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ข. ไดเ้ รียนรู้สาระที่สอดคลอ้ งกบั ความสนใจและความจาเป็นในการยกระดบั คุณภาพชีวติ
ค. นาความรู้ทไี่ ดร้ ับไปใชป้ ระโยชน์และเทียบโอนผลการเรียนกบั การศึกษาในระบบและการศกึ ษานอกระบบ
ง. ถูกทกุ ขอ้

7.ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
ค. ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ง. เลขาธิการสานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั

8.คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั มีกี่คน
ก. 17 คน
ข. 19 คน
ค. 21 คน
ง. 28 คน

9.ขอ้ ใดไม่ใช่กรรมการโดยตาแหน่งในคณะกรรมการส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ก. เลขาธิการสภาการศึกษา
ข. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศกึ ษาเอกชน
ค. เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. เลขาธิการคุรุสภา

10.ใครเป็นผแู้ ต่งต้งั คณะอนุกรรมการภาคีเครือข่าย
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการสานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ง. คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั

11.ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั
ก. ผวู้ ่าราชการจงั หวดั
ข. รองผวู้ ่าราชการจงั หวดั ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ค. ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา เขต 1
ง. ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั

12.ใครเป็นผจู้ ดั ทาบญั ชีรายช่ือสถานศกึ ษาสงั กดั สานกั งาน กศน.
ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ค. เลขาธิการสานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ง. ผอู้ านวยการสานกั บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน

13.การประกาศรายช่ือสถานศึกษาตามขอ้ 197 ให้ประกาศอยา่ งไร
ก. ประกาศเป็นกฎกระทรวง
ข. ประกาศเป็นประกาศกระทรวง
ค. ประกาศเป็นระเบียบกระทรวง
ง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

14.การประกาศรายชื่อสถานศึกษาตามขอ้ 197 ใหป้ ระกาศภายในกี่วนั
ก. 30 วนั นบั แต่วนั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั
ข. 60 วนั นบั แต่วนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั
ค. 90 วนั นบั แต่วนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั
ง. 120 วนั นบั แต่วนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั

15.เหตุผลในการตราพ.ร.บ.ส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั 2551 คือ
ก. เพอ่ื ส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
ข. เพื่อใหม้ ีการประสานกบั การศกึ ษาในระบบ
ค. เพอื่ การบริหารงานทีค่ ล่องตวั ของการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ง. เพอ่ื ใหม้ ีกฎหมายรองรับการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั

ข้อสอบ พรบ.ความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ.2539

1.วธิ ีการชดใชค้ ่าเสียหายที่เกิดจากการละเมิดของเจา้ หนา้ ท่ีตามพระราชบญั ญตั ิความผดิ ทางละเมิดของเจา้ หนา้ ที่ พ.ศ.2539
ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
ก ชดใชเ้ ป็นเงิน
ข ซ่อมแซมทรัพยส์ ินที่เสียหายให้คงสภาพเดิม
ค ชดใชเ้ ป็นทรัพยส์ ินท่ีมีคุณภาพ สภาพและปริมาณอยา่ งเดียวกบั ท่ีเสียหาย
ง ทุกขอ้

2.คณะกรรมการสอบสวนขอ้ เทจ็ จริงความผดิ ทางละเมิดท่หี วั หนา้ ส่วนราชการแต่งต้งั มีกี่คน
ก ไม่นอ้ ยกว่า 5 คน
ข ไมเ่ กินกว่า 5 คน
ค ไมน่ อ้ ยกว่า 7 คน
ง ไม่เกินกว่า 7 คน

3.การ ฟ้ องของบุคคลภายนอกท่ไี ดร้ ับการละเมิดจากเจา้ หนา้ ทร่ี ัฐที่เกิดจากการ ปฏิบตั ิหนา้ ทแ่ี ละเจา้ หนา้ ที่รัฐคนน้นั ไม่ได้
สังกดั หน่วยงานใด บุคคลภายนอกจะฟ้ องหน่วยงานใด
ก ฟ้ องเจา้ หนา้ ทคี่ นน้นั
ข ฟ้ องหน่วยงานรัฐ
ค ฟ้ องนายกรัฐมนตรี
ง ฟ้ องกระทรวงการคลงั

4.การ ฟ้ องรอ้ งกรณีท่เี กิดละเมดิ ข้ึนแก่เอกชน โดยเจา้ หนา้ ทีร่ ัฐไดป้ ฏิบตั ิไปตามหนา้ ท่ี ผเู้ สียหายจะฟ้ องร้องต่อใครไดเ้ พ่อื ให้
ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน
ก ฟ้ องเจา้ หนา้ ท่ขี องรัฐ
ข ฟ้ องหน่วยงานของรัฐทเี่ จา้ หนา้ ทีส่ งั กดั
ค ฟ้ องกระทรวงการคลงั เทา่ น้นั
ง ไมส่ ามารถฟ้ องร้องได้

5.กรณี ทเี่ กิดละเมดิ ข้ึนแก่หน่วยงานของรัฐ โดยเจา้ หนา้ ที่รัฐกระทาต่อเอกชนโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรง
ผใู้ ดเป็นผรู้ ับผดิ ชอบค่าสินไหมทดแทน
ก เจา้ หนา้ ที่รัฐ
ข หน่วยงานของรัฐ
ค กระทรวงการคลงั
ง เจา้ หนา้ ทขี่ องรัฐและหน่วยงานของรัฐในฐานะเจา้ หน้ีร่วม

6.ผใู้ ดเป็นผมู้ อี านาจในการแต่งต้งั คณะกรรมการสืบขอ้ เทจ็ จริง หากโรงเรียนเกิดไฟไหม้
ก ผอ.โรงเรียน
ข ผอ.เขตฯ
ค เลขาฯสพฐ.
ง บคุ คลตามมาตรา 53 ของพรบ.ครู

7.จุดประสงคห์ ลกั ของพระราชบญั ญตั ิความผดิ ทางละเมิดของเจา้ หนา้ ที่ ขอ้ ใดเป็นจริงที่สุด
ก ตอ้ งการคุม้ ครองหน่วยงานรัฐ
ข ตอ้ งการคุม้ ครองหน่วยงานเอกชน
ค ตอ้ งการคุม้ ครองเจา้ หนา้ ท่รี ัฐทีป่ ฏิบตั ิหนา้ ทอ่ี ยา่ งสุจริตรอบคอบ
ง ตอ้ งการคุม้ ครองหน่วยงานของรัฐทไ่ี ดร้ ับผลกระทบจากการฟ้ องร้องของเอกชน

8.ผเู้ สียหายสามารถยนื่ ฟ้ องร้องเม่อื ถกู ละเมดิ กรณีทม่ี ไิ ดเ้ กิดจากการปฏิบตั ิหนา้ ที่ ต่อหน่วยงานใด
ก หน่วยงานรัฐ
ข ศาลยตุ ิธรรม
ค กระทรวงการคลงั
ง ศาลปกครอง

9.ถา้ ผเู้ สียหายไดย้ น่ื คาขอใหห้ น่วยงานรัฐพิจารณาชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน หน่วยงานรัฐตอ้ งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่
วนั
ก 60
ข 90
ค 120
ง 180

10.หาก หน่วยงานของรัฐไดช้ ดใชค้ ่าสินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหาย โดยเจา้ หนา้ ท่รี ัฐผรู้ ับผดิ ชอบค่าสินไหม สิทธิของ
หน่วยงานรัฐทีจ่ ะเรียกใหเ้ จา้ หนา้ ท่ผี รู้ ับผดิ ชอบค่าสินไหมทดแทนมี อายคุ วามก่ีปี
ก ภายในคร่ึงปี
ข ภายใน 1 ปี
ค ภายใน 2 ปี
ง ภายใน 5 ปี

*********************************************************************

ข้อสอบ พรบ.ความรับผดิ ชอบทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. 2539 (อกี ชุด)

1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของหลกั การทน่ี ามาใชใ้ นพระราชบญั ญตั ิความรับผดิ ชอบทาง ละเมิดของเจา้ หนา้ ที่
ก. หลกั ในเร่ืองลูกหน้ีร่วมตามกฎหมายแพ่ง
ข. หลกั การซ่ึงเจา้ หนา้ ทต่ี อ้ งรับผดิ ทางละเมิดในการปฏิบตั ิงานในหนา้ ที่ เฉพาะ เม่ือเป็นการจงใจใหเ้ กิดความเสียหาย
เท่าน้นั
ค. หลกั การซ่ึงเจา้ หนา้ ทต่ี อ้ งรับผดิ ชอบทางละเมิดในการปฏิบตั ิงานใน หนา้ ที่ เฉพาะเม่ือเป็นการประมาทเลินเล่ออยา่ ง
ร้ายแรงเท่าน้นั
ง. ความรับผดิ ทางละเมิดในการปฏิบตั ิงานในหนา้ ท่ีของเจา้ หนา้ ท่ี เจา้ หนา้ ทีไ่ มต่ อ้ งรับผดิ ชอบเป็นการเฉพาะตวั

2. เจา้ หนา้ ท่ี ตามพระราชบญั ญตั ิความรับผดิ ชอบทางละเมิดของเจา้ หนา้ ที่ หมายถึงขอ้ ใด
ก. ขา้ ราชการ
ข. พนกั งาน
ค. ลกู จา้ ง
ง. ถูกทกุ ขอ้

3. หน่วยงานของรัฐ หมายถึงขอ้ ใด
ก. รัฐวสิ าหกิจ
ข. องคก์ ารบริหารส่วนตาบล
ค. กระทรวง
ง. ทกุ ขอ้ เป็นหน่วยงานของรัฐ

4. ในกรณีท่เี จา้ หนา้ ทใ่ี นหน่วยงานของรัฐกระทาการละเมดิ ผเู้ สียหายจากการกระทาดงั กล่าวตอ้ งฟ้ องใคร
ก. ฟ้ องเจา้ หนา้ ท่ที ี่ทาละเมิด
ข. ฟ้ องหน่วยงานของรัฐท่ีผทู้ าละเมิดสังกดั
ค. ฟ้ องท้งั ตวั เจา้ หนา้ ท่แี ละหน่วยงานของรัฐท่ีเจา้ หนา้ ทส่ี งั กดั
ง. ผถู้ กู กระทาละเมดิ มีสิทธิเลือกฟ้ องตามความประสงค์

5. กรณีการกระทาละเมิดเกิดจากเจา้ หนา้ ทซี่ ่ึงไมไ่ ดส้ งั กดั หน่วยงานของรัฐแห่ง ใด จะถือว่าหน่วยงานใดเป็นหน่วยงานของ
รัฐทต่ี อ้ งรับผดิ ถูกฟ้ องร้องคดีดงั กล่าว
ก. สานกั นายกรัฐมนตรี
ข. กระทรวงการคลงั
ค. เหตุเกิดท่จี งั หวดั ใดให้ฟ้ องทีจ่ งั หวดั น้นั
ง. กรมการปกครอง

6. นายภคพงษ์ ทางานในบริษทั เอกชน ไดร้ ับการแต่งต้งั เป็นกรรมการในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจแห่งหน่ึง ไดก้ ระทา
ละเมิดต่อบุคคลภายนอก แนวปฏิบตั ิขอ้ ใดถูกตอ้ งเก่ียวกบั ผลแห่งละเมิดดงั กล่าว
ก. ผถู้ กู ทาละเมดิ ไมส่ ามารถฟ้ องรัฐวสิ าหกิจน้นั ไดเ้ น่ืองจากไม่ได้ สังกดั รัฐ วสิ าหกิจแห่งน้นั ฟ้ องไดเ้ ฉพาะตวั นายภคพงษ์
ข. ผถู้ กู ทาละเมิดฟ้ องรัฐวิสาหกิจน้นั ไดเ้ พราะนายภคพงษ์ เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจน้นั

ค. ผถู้ กู ทาละเมิดตอ้ งฟ้ องกระทรวงการคลงั เพราะกฎหมายถือว่ากระทรวงการ คลงั เป็น หน่วยงานของรัฐที่ตอ้ งรับผดิ
ง. ผถู้ ูกละเมดิ ตอ้ งฟ้ องบริษทั ที่นายภคพงษท์ างานอยู่

7. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง
ก. ถา้ การกระทาละเมิดของเจา้ หนา้ ทไี่ มใ่ ช่การกระทาในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี เจา้ หนา้ ท่ีตอ้ งรับผดิ เป็นการเฉพาะตวั
ข. ในกรณีทเี่ จา้ หนา้ ที่ของรัฐถกู ฟ้ องเป็นการเฉพาะตวั เห็นวา่ ตนเองกระทาไปตามหนา้ ท่ี มสี ิทธิขอใหศ้ าลพจิ ารณาคดีน้นั
เรียกหน่วยงานของรัฐเขา้ มาเป็นค่คู วามในคดี
ค. กรณีทหี่ น่วยงานของรัฐทีถ่ ูกฟ้ องเห็นว่า เร่ืองที่ถกู ฟ้ องเป็นเรื่องทเ่ี จา้ หนา้ ท่ีตอ้ งรับผดิ หน่วยงานของรัฐดงั กล่าวมีสิทธิ
ขอใหศ้ าลพิจารณาคดีน้นั เรียกเจา้ หนา้ ท่ดี งั กล่าวเขา้ มาเป็นค่คู วามในคดี
ง. ในกรณีทศี่ าลพิพากษายกฟ้ องเพราะเหตุทห่ี น่วยงานของรัฐหรือเจา้ หนา้ ทีท่ ่ีถูก ฟ้ องมใิ ช่ผตู้ อ้ งรับผดิ ใหค้ ดี ดงั กล่าวเป็น
อนั ส้ินสุด

8. กรณีท่ีหน่วยงานของรัฐตอ้ งรับผดิ ชอบใหช้ ดใชค้ ่าสินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหาย เพอื่ การละเมดิ ของเจา้ หนา้ ท่ีไปแลว้
หน่วยงานของรัฐมสี ิทธิเรียกให้เจา้ หนา้ ท่ีผทู้ าละเมดิ ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน คืนไดใ้ นกรณีใด
ก. กรณีทก่ี ารละเมิดจากการจงใจของเจา้ หนา้ ที่
ข. กรณีท่กี ารละเมดิ เกิดจากความประมาทเลินเล่ออยา่ งร้ายแรงของเจา้ หนา้ ที่
ค. ไม่สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนคืน
ง. ถกู ท้งั ขอ้ ก และขอ้ ข

9. ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ในกรณีทเี่ จา้ หนา้ ท่หี ลายคนตอ้ งรับผดิ ชอบร่วมกนั ในผลแห่งละเมิด
ก. ทกุ คนตอ้ งรับผดิ เทา่ ๆ กนั
ข. เจา้ หนา้ ทแ่ี ต่ละคนตอ้ งรับผดิ ชอบค่าสินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหายไปแลว้
ค. เจา้ หนา้ ท่แี ต่ละคนตอ้ งร่วมรับผดิ ในลกั ษณะของลูกหน้ีร่วม
ง. ถกู ทกุ ขอ้

10. กรณีทีห่ น่วยงานของรัฐไดช้ ดใชค้ ่าสินไหมทดแทนใหแ้ ก่ผเู้ สียหายไปแลว้ สิทธิจะเรียกให้เจา้ หนา้ ทชี่ ดใชค้ ่า สินไหม
ทดแทนคืน มอี ายคุ วามตามขอ้ ใด
ก. 6 เดือน นบั แต่วนั ที่หน่วยงานของรัฐไดใ้ ชค้ ่าสินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหาย
ข. 1 ปี นบั แต่วนั ท่ีหน่วยงานของรัฐไดใ้ ชค้ ่าสินไหมทดแทนแก่ผเู้ สียหาย
ค. 6 เดือน นบั แต่วนั ท่ศี าลมีคาพิพากษา
ง. 1 ปี นบั แต่วนั ที่ศาลมีคาพิพากษา

11. กรณีท่ีเจา้ หนา้ ที่กระทาละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมกี าหนดอายคุ วามก่ีปี
ก. 1 ปีนบั แต่วนั ที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมดิ
ข. 1 ปีนบั แต่วนั ที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตวั เจา้ หนา้ ท่ีผจู้ ะตอ้ ง ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน
ค. 2 ปีนบั แต่วนั ที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิด
ง. 1 ปีนับแต่วนั ทีห่ น่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตวั เจา้ หนา้ ทผ่ี จู้ ะตอ้ ง ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน

12. กรณีเจา้ หนา้ ทีก่ ระทาละเมดิ และหน่วยงานของรัฐผนู้ ้นั ไมต่ อ้ งรับผดิ จึงไม่ไดม้ ีคาสงั่ ให้ชดใชค้ ่าสินไหม ทดแทน แต่
กระทรวงการคลงั เห็นวา่ ตอ้ งรับผดิ สิทธิเรียกรอ้ งค่าสินไหมทดแทนดงั กล่าวมกี าหนดอายคุ วามก่ี ปี
ก. 1 ปี นบั แต่วนั ที่หน่วยงานของรัฐมคี าส่งั ตามความเห็นชอบของกระทรวงการคลงั
ข. 1 ปีนบั แต่วนั ทีห่ น่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมดิ และรู้ตวั เจา้ หนา้ ท่ผี จู้ ะตอ้ ง ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน
ค. 2 ปี นบั แต่วนั ทห่ี น่วยงานของรัฐมคี าสง่ั ตามความเห็นของกระทรวงการคลงั
ง. 2 ปีนับแต่วนั ที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตวั เจา้ หนา้ ทีผ่ ูจ้ ะตอ้ ง ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทน

13. ในกรณีที่ผเู้ สียหายไดย้ นื่ คาขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณาชดใชค้ ่า สินไหม ทดแทนสาหรับความเสียหาย ท่ีเกิดข้ึน
แก่ตน ซ่ึงหน่วยงานของรัฐไดพ้ จิ ารณาและมีคาส่ังไปแลว้ แต่ผเู้ สียหายไมพ่ อใจผลการวนิ ิจฉยั หน่วยงานของรัฐ ผเู้ สียหาย
มีสิทธิดาเนินการตามขอ้ ใด
ก. ฟ้ องร้องต่อศาล
ข. ร้องทุกขต์ ่อคณะกรรมการวินิจฉยั ร้องทกุ ข์
ค. ไมม่ สี ิทธิดาเนินการใดเน่ืองจากกรณีเป็นอนั ยตุ ิแลว้
ง. ถูกเฉพาะขอ้ ก และขอ้ ข

14. กาหนดเวลาร้องทุกขต์ ่อคณะกรรมการวนิ ิจฉยั ร้องทุกขต์ ามกฎหมายว่าดว้ ยคณะ กรรมการกฤษฎีกาในกรณี
ที่ ผเู้ สียหายไมพ่ อใจผลการวินิจฉยั ของหน่วยงานของรฐั ตอ้ งร้องทุกขภ์ ายในกาหนดเวลาตามขอ้ ใด
ก. ภายใน 30 วนั นบั แต่วนั ที่ตนไดร้ ับแจง้ ผลการวนิ ิจฉยั
ข. ภายใน 60 วนั นบั แต่วนั ทีต่ นไดร้ ับแจง้ ผลการวินิจฉยั
ค. ภายใน 90 วนั นบั แต่วนั ทีต่ นไดร้ ับแจง้ ผลการวนิ ิจฉยั
ง. ภายใน 180 วนั นบั แต่วนั ท่ตี นไดร้ ับแจง้ ผลการวินิจฉยั

15. กาหนดเวลาในการพิจารณาคาขอของหน่วยงานของรัฐ ท่ีผเู้ สียหายไดย้ น่ื ต่อหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามขอ้ ใด
ก. 60 วนั
ข. 90 วนั
ค. 180 วนั
ง. ไมม่ กี าหนดเวลา

**********************************************************

เฉลยข้อสอบ พรบ.ความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ.2539

1-ง 2-ข 3- ง 4-ข 5-ก 6-ก 7-ค 8-ข 9-ง 10-ข

เฉลยข้อสอบ พรบ.ความรับผดิ ชอบทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท่ี พ.ศ. 2539

1. ก
2. ง
3. ง
4. ข
5. ข
6. ค
7. ง
8. ง
9. ข
10. ข
11. ง
12. ก
13. ง
14. ค
15. ค

ข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546

1. พรบ.ระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546 มผี ลบงั คบั ใชว้ นั ใด
ก. 1 กรกฏาคม 2546
ข. 6 กรกฏาคม 2546
ค. 7 กรกฏาคม 2546
ง. 8 กรกฏาคม 2546

2. การจดั ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการจดั ไดเ้ ป็น 3 ส่วนคือขอ้ ใด
ก. ส่วนกลาง ส่วนภมู ิภาค และสถานศกึ ษา
ข. ส่วนกลาง เขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา และสถานศึกษาของรัฐระดบั ปริญญาท่เี ป็นนิติบุคคล
ค. ส่วนกลาง ส่วนทอ้ งถิ่น และสถานศึกษา ข้นั พ้ืนฐาน
ง. ส่วนกลาง เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา และสถานศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน

3. ขอ้ ใดไม่ใช่อานาจหนา้ ทข่ี องสภาการศึกษา
ก. พจิ ารณาเสนอแผนการศกึ ษาแห่งชาติ
ข. พิจารณาเสนอนโยบายแผนและมาตรฐานการศกึ ษา
ค. ประเมินผลการจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
ง. พจิ ารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนบั สนุนทรัพยากรเพอ่ื การศกึ ษา

4.การกาหนดตาแหน่งและอตั ราเงินเดือนของขา้ ราชการในกระทรวงศึกษาธิการไม่คานึงถึงขอ้ ใด
ก. คุณวุฒิ ประสบการณ์ และมาตรฐานวิชาชีพ
ข. ลกั ษณะหนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบ
ค. เป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการน้นั
ง. คุณภาพงาน

5. บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ทจี่ ะตอ้ งดาเนินการตาม พรบ. น้ีคือขอ้ ใด
ก. อานาจในการออกกฎกระทรวง ระเบยี บและประกาศ
ข. ตีความและวินิจฉยั ช้ีขาดปัญหาการปฏิบตั ิหนา้ ทีข่ องผดู้ ารงตาแหน่งและหน่วยงาน
ค. บรรจุแต่งต้งั ขา้ ราชการ
ง. ขอ้ ก และ ข ถูกตอ้ ง

6. ขอ้ ใดคือการจดั ระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง
ก. ส่วนราชการทข่ี ้ึนตรงต่อรัฐมนตรีวา่ การ กระทรวงศกึ ษาธิการ
ข. สานกั งานปลดั กระทรวง
ค. สานกั งานรัฐมนตรี
ง. ถกู ทกุ ขอ้ ก และ ข

7. ใครเป็นประธานคณะกรรมการสภาการศึกษา
ก. คณะกรรมการสภาคดั เลือกกนั เอง
ข. ผทู้ รงคุณวุฒิทคี่ ณะกรรมการคดั เลือก
ค. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ

8. คณะกรรมการชุดใดทกี่ าหนดตาแหน่งประธานกรรมการไวใ้ น พรบ. น้ี
ก. คณะกรรมการสภาการศกึ ษา
ข. คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
ค. คณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

9. ใครทาหนา้ ที่รับผดิ ชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
ก. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
ค. ผทู้ เี่ ลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานมอบหมาย
ง. ขอ้ ก และ ข ถกู ตอ้ ง

10. บคุ คลใดต่อไปน้ีเป็นขา้ ราชการการเมือง
ก. ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการรัฐมนตรี
ค. รองเลขาธิการรัฐมนตรี
ง. ขอ้ ข และ ค ถูก

11. ขอ้ ใดไม่ใช่หนา้ ทข่ี องผตู้ รวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. นิเทศให้คาปรึกษาและแนะนาเพือ่ การปรับปรุง
ข. ตรวจราชการ
ค. ศกึ ษาวเิ คราะห์ วจิ ยั
ง. ติดตาม ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ

12. หน่วยงานระดบั ใดสามารถมีผตู้ รวจราชการได้
ก. กระทรวงศกึ ษาธิการ
ข. กรมหรือหน่วยงานเทียบเทา่ กรม
ค. สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา
ง. ถูกทุกขอ้

13. ขอ้ ใด คือบทบาทของคณะตรวจราชการในระดบั สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ก. ศึกษา วเิ คราะห์วิจยั ติดตามและประเมินผล ระดบั นโยบาย
ข. ศกึ ษา วิเคราะห์วจิ ยั ติดตามและประเมนิ ผล นโยบายตามภารกิจ
ค. ศกึ ษา วิเคราะห์วจิ ยั นิเทศติดตามและประเมนิ ผลการบริหารและการดาเนินงาน
ง. ศึกษา วิเคราะห์วิจยั นิเทศติดตามและประเมนิ ผลตามมติคณะรัฐมนตรี

14. ขอ้ ใด คือบทบาทของกระทรวงศกึ ษาธิการท่ีมีต่อองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ก. ประเมินความพร้อมในการจดั การศึกษา
ข. เสนอแนะการจดั สรรงบประมาณอุดหนุนการ จดั การศึกษา
ค. ประสานส่งเสริมการจดั การศกึ ษา
ง. ถกู ทุกขอ้

15. ในกรณีที่สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาไมอ่ าจจดั การศึกษาข้นั พ้นื ฐานหรือการ ศกึ ษาระดบั อุดมศึกษาระดบั ต่ากวา่
ปริญญาไดห้ น่วยงานใดจะเป็นผจู้ ดั
ก. สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ข. สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
ค. สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

16. หน่วยงานอื่นสามารถจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานใดไดบ้ า้ ง หากสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาไม่สามารถจดั ได้
ก. การจดั การศึกษาในรูปแบบการศกึ ษานอกระบบหรือตามอธั ยาศยั
ข. การจดั การศึกษาสาหรับคนท่มี ีความสามารถ พเิ ศษ
ค. การจดั การศกึ ษาสาหรับผทู้ ่มี ีความบกพร่อง ทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สงั คม การสื่อสารและการเรียนรู้หรือมี
ร่างกายพกิ าร หรือทพุ พลภาพ
ง. ถูกทกุ ขอ้

17. ใครเป็นผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการในสานกั งานรองจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ก. ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการ
ค. ผชู้ ่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ขอ้ ก และ ข

18. ใครเป็นผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการในสถานศึกษาของรัฐในสงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก. ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิ การ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน

19. การบริหารและการจดั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานใหค้ านึงถึงส่ิงใดนอ้ ยทสี่ ุด
ก. จานวนนกั เรียน
ข. ปริมาณสถานศึกษา
ค. จานวนประชากร
ง. วฒั นธรรมและความเหมาะสมดา้ นอ่ืน

20. ใครมอี านาจประกาศกาหนดเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา
ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษา
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาโดยคาแนะนาของสภาการศึกษา
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคายนิ ยอมของสภาการศกึ ษา
ง. คณะรัฐมนตรี

21. ในกรณีท่จี าเป็นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาใครเป็นผกู้ าหนดใหเ้ ขตพ้นื ท่กี าร ศึกษาสามารถขยายบริการการศกึ ษา
ออกไปในเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาอ่ืนได้
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ง. คณะกรรมการเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา

22. ขอ้ ใด คือการจดั ระเบยี บบริหารราชการของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ก. สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา
ข. สถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ค. ส่วนราชการทีเ่ รียกชื่ออยา่ งอื่น
ง. สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา สถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานหรือส่วนราชการทเ่ี รียกชื่ออยา่ งอื่น

23. การแบง่ ส่วนราชการในสานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาให้ดาเนินการตามขอ้ ใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ระเบียบ
ค. ประกาศกระทรวง
ง. ระเบยี บของคณะกรรมการเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา

24. การแบง่ ส่วนราชการในสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานให้ดาเนินการตามขอ้ ใด
ก. กฎกระทรวง
ข. ประกาศกระทรวง
ค. ระเบียบทคี่ ณะกรรมการเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษากาหนด
ง. ระเบียบทค่ี ณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานกาหนด

25. สถานศกึ ษาทีจ่ ดั การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานตามขอ้ ใดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ก.โรงเรียน

ข. สถานพฒั นาเดก็ เล็ก
ค. ศนู ยก์ ารเรียน
ง. ถูกทุกขอ้

26. ผแู้ ทนจากกลุ่มบคุ คลใดไม่ใช่องคป์ ระกอบของคณะกรรมการเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา
ก. ผแู้ ทนองคก์ รเอกชน
ข. ผแู้ ทนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ค. ผแู้ ทนสมาคมผปู้ ระกอบวชิ าชีพครู
ง. ผแู้ ทนสมาคมผปู้ ระกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา

27. บุคคลที่ทาหนา้ ท่ีในการกากบั และส่งเสริมสนบั สนุนกิจการของสถานศึกษา คอื ขอ้ ใด
ก. คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ข. คณะกรรมการสถานศกึ ษาระดบั อุดมศกึ ษา ท่ีต่ากวา่ ปริญญา
ค. คณะกรรมการสถานศึกษาระดบั อาชีวศกึ ษา
ง. ถกู ทกุ ขอ้

28. อานาจหนา้ ทีข่ องผอู้ านวยการสถานศึกษา กาหนดไวใ้ นมาตราใดของ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ก. มาตรา 38
ข. มาตรา 39
ค. มาตรา 40
ง. มาตรา 41

29. ขอ้ ใดไมใ่ ช่อานาจหนา้ ที่ของผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
ก. บริหารกจิ การของสถานศกึ ษา
ข. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศกึ ษา
ค. อนุมตั ิประกาศนียบตั รและวุฒิบตั รของสถาน ศึกษาตามท่คี ณะกรรมการสถานศกึ ษากาหนด
ง. ทารายงานประจาปีเก่ียวกบั กิจการของสถาน ศึกษาเพอ่ื เสนอต่อคณะกรรมการเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา

30. องคก์ รบริหารงานบุคคลสาหรับขา้ ราชการพลเรือนในสถานศกึ ษาทีจ่ ดั การศกึ ษาระดบั อุดมศกึ ษาระดบั ปริญญาในสงั กดั
กระทรวงศึกษาธิการ
ก. ก.ค.
ข. ก.ค.ศ.
ค. ก.ม.
ง. อ.ก.ค.ศ. อุดมศกึ ษา

31. ขอ้ ใด คือบทบาทหนา้ ที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อสถานศึกษาอุดมศึกษา
ก. เสนอแนะการจดั สรรงบประมาณให้แก่สถาน ศกึ ษาของรัฐท่ีจดั การศกึ ษาอุดมศกึ ษา
ข. ประสานงานการจดั การศึกษาระหวา่ งสถานศกึ ษาจดั การศึกษาอุดมศกึ ษาของรัฐและเอกชน
ค. เสนอการจดั ต้งั ยบุ รวม ปรับปรุงและเลิกสถานศึกษาของรัฐท่ีจดั การศกึ ษาระดบั อุดมศึกษา
ง. ถกู ทุกขอ้

32. การกระจายอานาจการบริหารและการจดั การศึกษาท้งั ดา้ นวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบคุ คลและการ
บริหารงานทวั่ ไป กระจายใหก้ บั ใคร
ก. คณะกรรมการเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา
ข. สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา
ค. สถานศึกษา
ง. ถูกทุกขอ้

33. ขอ้ ใดคือการกระจายอานาจในการบริหารการศกึ ษา
ก. อานาจหนา้ ที่ในการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกบั งบประมาณ
ข. หลกั เกณฑก์ ารพิจารณาความดีความชอบ
ค. การพฒั นาและดาเนินการทางวนิ ยั ครูและ บคุ ลากรทางการศกึ ษา
ง. ถูกทุกขอ้

34. การปฏิบตั ิราชการแทนใหด้ าเนินการโดยวิธีใด
ก. การกระจายอานาจ
ข. การมอบอานาจ
ค. การแบง่ อานาจ
ง. การกระจายอานาจ และการมอบอานาจ

35. หัวหนา้ ส่วนราชการในสงั กดั มอบอานาจในส่วนทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั ภารกิจทต่ี นรับผดิ ชอบให้กบั บคุ คลใด
ก. ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา
ข. ผอู้ านวยการสถานศึกษา
ค. หวั หนา้ ส่วนราชการระดบั สถานศึกษา
ง. ขอ้ ก และ ข

36. บุคคลใดไมส่ ามารถมอบอานาจใหบ้ คุ คลอ่ืนได้
ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการมอบอานาจใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั
ข. เลขาธิการมอบอานาจให้ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
ค. ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษามอบอานาจให้ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
ง. ผอู้ านวยการสถานศึกษามอบอานาจให้คณะกรรมการสถานศึกษา

37. ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาสามารถมอบอานาจให้บุคคลใดไดบ้ า้ ง
ก. ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
ข. หวั หนา้ หน่วยงานทเ่ี รียกช่ืออยา่ งอื่นในเขตฯ
ค. ขา้ ราชการในสานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษา
ง. ถูกทกุ ขอ้

38. การมอบอานาจของผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาให้ผอู้ านวยการสถานศึกษาให้ทาโดยวิธีการใด
ก. ทาเป็นคาสั่ง
ข. ทาเป็นหนงั สือ
ค. ทาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
ง. ถูกทกุ ขอ้

39. ในกรณีท่ีไมม่ ีผดู้ ารงตาแหน่งหรือมแี ต่ไม่อาจปฏิบตั ิหนา้ ที่ไดใ้ หด้ าเนินการตามขอ้ ใด
ก. การรักษาราชการแทน
ข. การปฏิบตั ิหนา้ ทีแ่ ทน
ค. การปฏิบตั ิราชการแทน
ง. การรักษาการในตาแหน่ง

40. การมอบอานาจใหบ้ ุคคลใดที่บุคคลน้นั สามารถมอบอานาจใหบ้ ุคคลอ่ืนต่อไปได้
ก. การมอบอานาจให้เลขาธิการ
ข. การมอบอานาจให้ผวู้ ่าราชการจงั หวดั
ค. การมอบอานาจให้ผอู้ านวยการสานกั งาน เขตพ้ืนที่การศึกษา
ง. การมอบอานาจใหผ้ อู้ านวยการสถานศกึ ษา

41. ผวู้ ่าราชการจงั หวดั จะมอบอานาจต่อใหบ้ คุ คลใดจะตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากผมู้ อบอานาจข้นั ตน้ ก่อน
ก. รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
ข. ผชู้ ่วยผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
ค. บคุ คลอ่ืน
ง. ผชู้ ่วยผวู้ ่าราชการจงั หวดั และบคุ คลอื่น

42. ในกรณีทีร่ ัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการไมส่ ามารถปฏิบตั ิหนา้ ที่ไดแ้ ละมี รัฐมนตรีช่วยหลายคน ใครเป็นผู้
มอบหมายใหร้ ัฐมนตรีช่วยคนใดคนหน่ึงเป็นผรู้ ักษาราชการแทน
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ
ง. รมต.ศธ.โดยความเห็นชอบของ ครม.

43. ในกรณีที่มีรองผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาหลายคน ใครเป็นผแู้ ต่งต้งั ใหร้ องฯคนใดคนหน่ึงเป็นผรู้ ักษา
ราชการแทน
ก. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ
ข. ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ง. ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา

44. ในกรณีที่ไมม่ รี องผอู้ านวยการสถานศึกษา ใครเป็นผแู้ ต่งต้งั ผรู้ ักษาราชการแทนผอู้ านวยการสถานศึกษา
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
ข. ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา
ค. ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา
ง. ขอ้ ข และ ค

45. ใหโ้ อนบรรดา อานาจหนา้ ท่ี กิจการ ทรัพยส์ ิน หน้ีสิน อตั รากาลงั ขา้ ราชการ ลกู จา้ งและงบประมาณของหน่วยงานใด
เป็นของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืน ฐาน
ก.สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ
ข.กรมสามญั ศึกษาและกรมวชิ าการ
ค.สานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั อาเภอ
ง.ถูกทกุ ขอ้

46.ขา้ ราชการหน่วยงานใด ที่ตอ้ งโอนไปสังกดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
ก. สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ
ข. กรมวชิ าการ
ค. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาเอกชน
ง. ถูกทกุ ขอ้

47. อ.ก.ค.ใด ท่ยี งั มผี ลบงั คบั ใชอ้ ยถู่ ึงแม้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการมผี ลบงั คบั ใชแ้ ลว้
ก. อ.ก.ค. กรมวชิ าการ
ข. อ.ก.ค. กรมสามญั ศึกษา
ค. อ.ก.ค. กรมอาชีวะศกึ ษา
ง. อ.ก.ค.สานกั งานสภาสถาบนั ราชภฏั

48. การกาหนดและการเปล่ียนแปลงเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาตามบทเฉพาะการเป็นอานาจหนา้ ท่ีของใคร
ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. นายกรัฐมนตรี
ค.เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
ง. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการโดยคาแนะนาของคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ

49. ใครมอี านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพอื่ กาหนดหรือเปลี่ยนแปลงเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา
ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการโดยคายนิ ยอมของคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
ค.รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการโดยคา แนะนาของสภาการศึกษาแห่งชาติ
ง.รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการโดยคา ยนิ ยอมของสภาการศึกษาแห่งชาติ

50. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา ธิการ พ.ศ. 2546 มีก่ีหมวดและกี่มาตรา
ก.4 หมวด 90 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
ข.5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 82 มาตรา
ค.9 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 78 มาตรา
ง.9 หมวด รวม 140 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

เฉลยข้อสอบ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546

1.ค
2.ข
3.ค
4.ค
5.ง
6.ง
7.ค
8.ก
9.ก
10.ข
11.ง
12.ง
13.ค
14.ง
15.ก
16.ง
17.ง
18.ข
19.ก
20.ข
21.ค
22.ง
23.ค
24.ค
25.ก
26.ง
27.ง
28.ข
29.ค
30.ค
31.ง
32.ง
33.ง
34.ง
35.ง
36.ง
37.ง

38.ข
39.ก
40.ข
41.ค
42.ข
43.ค
44.ข
45.ง
46.ง
47.ง
48.ง
49.ก
50.ข


Click to View FlipBook Version