The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

10 เทคนิคการวางแผนการตลาดที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาย' เปีย, 2023-08-14 23:38:25

10 เทคนิคการวางแผนการตลาดที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง?

10 เทคนิคการวางแผนการตลาดที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง

10 เทคนิคการวางแผนการตลาดที่ดี ตองมีอะไรบาง? 1. ตั้งเปาหมายทางการตลาด กอนที่จะสรางแผนการตลาดขึ้นมาได เราตองตั้งเปาหมายทางการตลาดขึ้นมากอน เพื่อใหธุรกิจรูวาเรา ตองการอะไร และจะไดนำเปาหมายมาแตกรายละเอียด วาตองทำอะไรบางเพื่อการดำเนินแผนการไปจน จบได โดยในขั้นตอนนี้ แนะนำใหคุณลิสตเปาหมายตางๆ ที่นึกออกมากอน เชน ยอดขายที่ตองการ ขนาดธุรกิจ ที่ขยายใหญขึ้น จำนวนลูกคา ฯลฯ จากนั้นจึงคอยมาเลือกโฟกัสวา ธุรกิจตองการเปาหมายไหนกันแน แลวจากทรัพยากรที่มีอยูทั้ง Time, Cost, People สามารถทำไดตามเปาหรือไม สำหรับ Guideline ในการวางแผนการตลาดยอดนิยม ก็คือการวางแผนดวย SMART • S – Specific มีความเฉพาะเจาะจง เชน ได Lead หรือคนที่มีโอกาสเปนลูกคามากขึ้น • M – Measurable สามารถวัดผลลัพธได หมายถึงมีตัวเลขกำกับชัดเจนวาตองทำอะไรเทาไหร • A – Attainable สามารถทำไดจริง หมายถึงสิ่งที่ตั้งเปาหมายไว ตามทรัพยากรของเราแลว สามารถทำได • R- Realistic เปนจริงได ไมใชการตั้งเปาหมายที่ไมอยูบนฐานความเปนไปได เชน ตองการเติบโต 1,000% ในขามคืน (แตบางธุรกิจก็อาจจะเปนไปได ในโลกที่ธุรกิจผันผวนสูง) • T – Time-bound หมายถึงมีระยะเวลา มีกำหนดการกำกับ วาสิ่งที่จะทำหรือเปาหมายควร สำเร็จหรือจะวัดผลเมื่อไร ในขั้นตอนนี้ หลายคนอาจสับสนระหวาง “เปาหมาย” กับ “KPIs” ซึ่งไมใชสิ่งเดียวกัน KPIs (Ket Performance Indicators) หมายถึง “ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ” สิ่งที่ธุรกิจควรใหความสำคัญ คือ การมีเปาหมายที่ชัดเจน มองเห็นภาพที่อยากจะเปนชัดๆ แลวเรามาตอ กันที่ขอตอไป


2. ทำ Landscape Research รูจักตัวเองและรูจักตลาด เพื่อที่เราจะวางแผนไดอยางครอบคลุม รัดกุม และเลือกใชกลยุทธการตลาดไดไดเหมาะสม เราจะตองรูจัก ตัวเองและตลาดใหดีกอน 1) ทำความรูจักตัวเอง หากเปนธุรกิจใหมที่เพิ่งมีสินคา/บริการออกมา ธุรกิจควรกำหนดและนิยามจุดออน-จุดแข็ง ควรวิเคราะห โอกาสและอุปสรรคของตัวเองใหออก โดยอาจพึ่งพาเครื่องมือธุรกิจและการตลาดอยาง SWOT Analysis หรือ 4P และ 4C จะชวยใหคุณเห็นภาพและรูวาธุรกิจกำลังอยูในจุดไหน เพื่อที่จะไดเลือกวิธี ทำการตลาดเพื่อผลักดันธุรกิจใหไปถึงเปาหมายได 2) ทำความรูจักตลาด เมื่อรูจักตัวเองแลว ก็ตองรูจักตลาด ซึ่งในการใช SWOT จะมีการวิเคราะหปจจัยภายนอกอยาง OOpportunities และ T-Threats ไวแลว แตก็เพียงแตะๆ เมื่อเรารูวาเราตองการขายอะไร เราก็ควรศึกษาเพิ่มเติมวา สิ่งที่เรากำลังจะขายนั้นมีอุปสงค (Demand) ในตลาดมากแคไหน แลวคูแขงหรืออุปทานในตลาดมีมากแคไหน (Supply) นอกจากนี้ ยังควรวิเคราะห คูแขงใหแตก และพยายามหาจุดสรางความแตกตาง (Diffirentiate) ใหธุรกิจ เพื่อนำมาพัฒนาเปนจุดขาย ของแบรนดตอไป


3. กำหนดกลุมเปาหมายใหชัดเจน (Target Customer) สำคัญที่สุดวา “ธุรกิจจะตองรูจักลูกคาของตัวเอง” ในขั้นตอนนี้ เราจะตองรูแลววา “ใครคือลูกคา” และ “ลูกคาของเราเปนคนแบบไหน” หลังจากที่เราทำ Landscape Research ตลาดมาแลว ธุรกิจจะมีภาพรางๆ วาลูกคาในตลาดเปนคนกลุม ไหน แตเทานั้นยังไมพอ ธุรกิจควรจะเจาะจงลงไปใหชัดถึงลักษณะของลูกคาที่ธุรกิจตองการขายพวกเขา เขาชอบอะไร เสพสื่อผานชองทางไหน แลวธุรกิจของเราจะเขาหาเขาไปหาไดอยางไรบาง โดยเครื่องมือที่เปนประโยชนมากๆ สำหรับขั้นตอนนี้ เรียกวา “Buyer Persona” หรือ ภาพตัวแทน ลูกคาในอุดมคติ รายละเอียดใน Buyer Persona ที่ควรมี ไดแก 1. ขอมูลพื้นฐานของลูกคา เชน เพศ อายุ ที่อยู 2. เปาหมาย ปญหา ความสนใจ (ที่เกี่ยวของกับธุรกิจของเรา) 3. พฤติกรรมและชองทางในการเขาถึงสิ่งที่สนใจ 4. สิ่งที่พวกเขาใหความสนใจหรือกังวล ขอมูลเหลานี้ จะชวยใหเราวางแผนการตลาดไดฉลาดและแมนยำขึ้น เพื่อเลือกกลยุทธ, Message, จุดขาย , เลือกใชสื่อ/ชองที่ตอบโจทยปญหา หรือคลายความตองการของเขาได


4. เขาใจ Sales Funnel และ Customer Journey “Sales Funnel” จริงๆ แลวเปนเพียงหนึ่งใน Marketing Framework ยอดนิยมเทานั้น แตเปน Framework ที่เขาใจงาย เหมาะกับการนำมาใชวางแผนการตลาดอยางยิ่ง โดยแผน Sales Funnel นั้น มีรูปรางเปนกรวยที่เสมือนทำหนาที่เปนชั้นกรอง (ดานซาย) กรองผูคน ออกมาเปนลูกคาในที่สุด โดยลอกันไปกับ Customer Journey หรือขั้นตอนการตัดสินใจของลูกคา (ดานขวา) Sales Funnel & Customer Journey by everydaymarketing.co 1. Top of the funnel เปนชวงที่ผูคนรับรูปญหาหรือรูจักสินคา/บริการ แตยังไมไดสนใจ 2. Middle of the funnel เปนชวงที่คนเกิดความสนใจเกี่ยวกับสินคา/บริการ นาซื้อ นาใช ไป จนถึงมีแนวโนมที่อยากจะตัดสินใจใช 3. Bottom of the funnel คือ ชวงสำคัญที่ลูกคาจะลงมือซื้อ/ใชบริการ ซึ่งก็คือ ชวงที่ธุรกิจได ลูกคาจริงๆ เราอาจใชความรูเรื่อง Sales Funnel นี้ มาเปนกรอบหรือ Framework ในการวางแผนได และแบงกลุม เปาหมายออกเปน 4 ขั้นตอนการตัดสินใจ (ดานขวา) เพื่อที่จะไดเลือกกลยุทธและ Message ไดเหมาะกับ ลูกคาในชวงการตัดสินใจแตละชวง


5. เลือกใชกลยุทธทางการตลาด ขั้นตอนที่ผานมา เหมือนวาเราไดทำความเขาใจสนามและเรียนรูกฎกติกาตางๆ แลว ในขั้นตอนนี้ เราก็จะ มาเลือกอาวุธหรือกลยุทธการตลาดที่จะใชในแผนกัน กลยุทธการตลาดนั้นก็มีอยูมากมายหลากหลาย เพียงแคเลือกใชใหเหมาะกับกลุมเปาหมายของคุณและ เลือกใชใหถูกจังหวะ (ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกคา) ที่เหลือก็ขึ้นอยูความคิดสรางสรรคและการพลิก แพลงของคุณ ตัวอยางกลยุทธการตลาดที่นาทำ • ทำการตลาดแบบ Inbound Marketing • ทำการตลาดแบบ Outbound Marketing • ทำโปรโมชั่น ลด/แลก/แจก/แถม ทำแพ็กเกจ • ทำ Upsell / Downsell • ใชการตลาดแบบปากตอปาก • ใชบัตรสะสมแตม ทำ Customer Point • ทำแคมเปญรวมกับ Influencer • จางรีวิว • ทำ Content Marketing • จางทำ Backlink • ทำ Partnership จับมือกับธุรกิจอื่น • สราง Blog content เรียกคนเขาเว็บไซต ทำ Search Marketing • ทำโฆษณาบนสื่อออนไลน • ทำโฆษณาแบบ Retargeting • ทำระบบใชกอนจายทีหลัง (Free Trial) • และอีกมากมาย


6. เลือกสื่อหรือชองทางในการทำการตลาด ประโยชนจากการทำ Buyer Persona ในขั้นตอนขอที่ 2 จะถูกนำมาใชในขอนี้ คือ การที่เรารูวาผูบริโภค หรือกลุมเปาหมายของเราอยูที่ไหน เราก็เพียงตามไปหาเขาที่นั่น ซึ่งก็คือการเลือกใชสื่อของเราสื่อสาร ออกไป โดยชองทางนั้นก็มีหลากหลายชองทางมาก และผูบริโภคเองก็อยูกระจัดกระจายกันออกไป ยกตัวอยางการเลือกใชสื่อ • หากคุณเปนรานคาสินคาแฟชั่น ที่ที่ลูกคาของคุณอยูนาจะเปน Instagram หรือ Pinterest • หากคุณทำธุรกิจคลินิคความงาน ลูกคาของคุณนาจะอยูบน Facebook หรือมักจะคนควาบน Google คุณก็เลือกชองทางการทำการตลาดหลักเปน Facebook และ Search Engine (ทำ เว็บไซต) • หากคุณทำธุรกิจโรงงาน ทำอุตสาหกรรม ก็อาจใชเซลสเขาไปขายโดยตรง ทำ Email Marketing หรือใชวิธีฟูมฟกใหกลายเปนลูกคาดวยการทำ CRM หรือทำ Search Marketing เพราะลูกคา มักจะตองคนควาขอมูลและทำความเขาใจบริการกอน ทั้งนี้ ลูกคาหนึ่งคนอาจจะมี Customer Journey ในการตัดสินใจ 1 ครั้ง ผานแพลตฟอรมหลายชองทาง ดวยกัน เชน เสิรชหาขอมูลผาน Google, เห็นรีวิวของเพื่อนใน Social Media, เห็นโฆษณากระตุนใน YouTube เปนตน ธุรกิจจึงตองเดาใจลูกคาใหออก และพยายามออกแบบเสนทางการตัดสินใจของลูกคาใหเขาอยูในเสนทาง ที่มาสูธุรกิจของเรา


7. แผนการเงินและงบประมาณ แนนอนวาการทำการตลาดไมวาจะเปนกลยุทธไหนก็ตาม โดยเฉพาะอยางยิ่งใชโฆษณาจะตองมีคาใชจาย ดังนั้นธุรกิจควรวางแผน และกำหนดงบประมาณการตลาดไวในแตละป แตละไตรมาส หรือในแตละเดือน จากนั้นใหจัดสรรงบประมาณไวสำหรับกลยุทธการตลาดตางๆ ที่ปรับเปลี่ยนตามเปาหมายในแตละชวง สิ่งที่คุณควรรูเกี่ยวกับการตั้ง และจัดสรรงบประมาณก็คือ 1. ธุรกิจมีงบประมาณเทาไหรที่สามารถใชกับการตลาดได โดยที่ธุรกิจยังคงสภาพคลอง 2. ธุรกิจควรคาดการณไดวา งบประมาณเทาไร จะสรางผลลัพธใหไดมากเทาไหร ยกตัวอยางสิ่งที่ ควรคำนวณ เชน ROI (Return on Investment ผลตอบแทนจากการลงทุน) CPA (Cost Per Acquisition คาใชจายตอ 1 Action ของลูกคา หรือคาจายจายเฉลี่ยตอการไดลูกคา 1 ราย) นอกจากนี้ การที่เราทำแผนการใชงบประมาณ จะชวยใหในทุกๆ ไตรมาส หรือเมื่อสิ้นป ธุรกิจมีขอมูล อางอิง รูวาเงินถูกลงทุนไปกับเรื่องอะไรบาง แลวผลตอบแทนจากการลงทุนในแตละเรื่องเปนอยางไร


8. กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพหรือ KPIs หลายคนที่สับสนระหวางเปาหมายกับ KPIs คงแปลกใจวาทำไมการกำหนด KPIs ถึงมาอยูขั้นตอนทายๆ ที่เปนแบบนี้ก็เพราะวา การทำหนด KPIs คือ การกำหนดทั้งสิ่งที่เราจะทำและสิ่งที่เราจะตองไดมา เพื่อใหรูวา เราไดถึงเปาหมายที่ตั้งไวแลวหรือยัง ตั้งแตขอ 1 จนถึงขอ 7 เรารูแลววา ธุรกิจจะตองทำอะไรบาง เพื่อเขาถึงกลุมเปาหมาย อาจจะเปน • เซลสนัดคุยกับลูกคาไดเดือนละ 10 เจา • เผยแพรบล็อกเดือนละ 4 บทความ • มีลูกคาวางบิลรวม 500,000 บาท ตอไตรมาส โดย KPIs ที่เราจะกำหนดตองเปนสิ่งที่ทำแลวสามารถทำใหธุรกิจเขาใกลเปาหมายที่ตั้งไวแตตนได และ KPIs ยังอาจแบงออกเปนมุมตางๆ ไดอีก เชน แบง KPIs ตาม Sales Funnel, มี KPIs ที่เกี่ยวของกับการ พัฒนาทีม (อาจจะไมไดตอบเปาหมายการตลาดโดยตรง แตชวยใหทีมเกงขึ้น) เปนตน


9. สรางแผนดำเนินงาน (Timeline & Calendar) ตัวอยางแผนการดำเนินงาน (Timeline) teamgantt.com มาถึงขั้นตอนนี้ เราก็มีทุกอยางพรอมในมือแลว ซึ่งแผนการตลาดจะสำเร็จไมได หากทีมงานไมรูวาตองทำ อะไร เมื่อไหร เราจึงตองสรางแผนการดำเนินงานขึ้นมา ซึ่งระบุสิ่งที่ตองทำ ทีมงานที่รับผิดชอบ และ กำหนดระยะเวลาอยางชัดเจนวาในแตละสัปดาห แตละเดือนจะตองมีอะไรปลอยออกมาบาง ยกตัวอยางเชน KPIs ของคุณคือตองนัดลูกคาใหไดไตรมาสและ 30 เจา ในแตละเดือนเซลสก็ทำนัดหมาย ใหไดอยางนอยเดือนละ 10 เจา เปนตน สวนวิธีสรางแผนดำเนินการ นอกจากจะใช Excel หรือ Google Sheet ตามที่หลายๆ ธุรกิจและโรงงาน ใชแลว ยังสามารถใชเครื่องมืออื่นๆ มาควบคุมการดำเนินงานใหมีประสิทธิภาพไดมากขึ้นอีก ไมวาจะเปน Project Management Software หรือถาเปนอุตสาหกรรมก็อาจใชรวมกับ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ใชควบคุมไดทั้งไทมไลนการผลิตและทรัพยากรตางๆ ไดดวย ทั้งนี้ระหวางดำเนินงาน แผนตางๆ สามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงระหวางทางไดเสมอ บางทีดำเนินงานไป แลว 1 เดือน แตเห็นทาทีวา สิ่งที่ทำอยูไมนาสรางผลลัพธไดตามเปาหมาย ก็ควรเปลี่ยนวิธีการและปรับ แผนดำเนินงานใหม แตสิ่งที่ไมควรเปลี่ยนแปลง คือ เปาหมาย ดังนั้นแลว ในการทำธุรกิจจึงควรตั้งเปาหมายอยางรอบคอบ และยึดมั่นกับเปาหมายใหเปนเสาหลักในการ ดำเนินงานจนสำเร็จ


10. วัดผลลัพธและปรับปรุงอยูเสมอ เมื่อวางแผนแลว ลงมือทำแลว สิ่งที่ขาดไมไดคือ การวัดผลลัพธเพื่อที่ธุรกิจจะไดรูวา อะไรที่ควรปรับปรุง อะไรที่ควรทำตอ และงบประมาณควรนำไปลงทุนกับเรื่องใด “เพราะแผนการตลาดที่สมบูรณไมมีอยูจริง” การทำธุรกิจจะเจออุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงอยูเสมอ โดยเฉพาะในยุคที่โลกหมุนเร็ว ครึ่งปใหหลัง แผนการตลาดที่เคยวางไวอาจใชไมไดผล หรือหากแผนเปนไปตามเปา ธุรกิจก็อาจจะเติบโตขึ้น ซึ่งก็ จำเปนที่จะตองหาเสื้อไซสใหม หาแผนการตลาดที่เหมาะสมกับสถานการณในตอนนั้นที่สุด ซึ่งคุณอาจจะ ตองเริ่มใช 10 เทคนิคในบทความนี้ใหมอีกรอบตั้งแตขอแรกใหมอีกครั้งก็ได


4P MARKETING คืออะไร สวนประสมการตลาด (Marketing Mix) หมายถึง เครื่องมือที่ใชในการทำงาน เครื่องมือในการกำหนดกลยุทธ ทางการตลาดเพื่อใหรานคา องคกร หรือบริษัทสามารถผลิตและขายสินคาไดตอบสนองความตองการของ ลูกคาหรือผูบริโภคไดอยางตอเนื่อง และไดรับความพึงพอใจสูงสุด ทำใหลูกคาเกิดการซื้อซ้ำ ใชบริการซ้ำ บอก ตอ และรานคามีกำไรในการดำเนินงานอยางตอเนื่อง โดย Marketing Mix ประกอบดวย 4 ปจจัยหลัก ดังตอไปนี้ Product (ผลิตภัณฑ) คือ ผลิตภัณฑ สินคา หรือบริการทั้งหมดที่รานคามีการสรางขึ้นมา เพื่อตอบสนองความตองการกับลูกคา ถือเปนปจจัยสำคัญที่สุดในการเริ่มตนกำหนดกลยุทธ เนื่องจากเปนสิ่งที่ไดจัดเตรียมไวสำหรับลูกคา ชวยให ลูกคาตัดสินใจซื้อ การสรางผลิตภัณฑที่ดีนั้นจะตองมีคุณสมบัติอยางใดอยางหนึ่ง หรือทั้งหมดในนี้ - Cost Differentiate คือ มีตนทุนที่ถูกกวาใคร ๆ ในตลาด เพราะรานคาอาจจะมีแหลงวัตถุดิบ หรือแหลง สินคาที่ราคาถูกกวาคูแขงที่ขายสินคาเหมือน ๆ กัน - Differentiate คือ มีความแตกตางอยางเดนชัด ถึงแมสินคาจะเหมือนกับเจาอื่น แตก็มีอะไรที่แตกตาง ออกไป เชน สงไว การบริการหลังการขาย มีของแถมตลอด แอดมินตอบแชทไว เปนตน - Focus คือ การทำอะไรที่แตกตางแบบมากที่สุด และตอบโจทยคนกลุมนอยมาก และจายหนักมาก ตัวอยางเชน สินคามือสองสำหรับดาราแมลูกออนที่ยอมจายราคาแพง เปนตน


Price (ราคา) คือ การตั้งราคา ซึ่งเปนเงินที่จะไหลเขามาในรานคาของเรา ตั้งถูกไปก็ไมไดกำไร แพงไปก็ไมมีคนซื้อ ดังนั้น การตั้งราคาตองพยากรณยอดขาย และสูกับคูแขงได โดยทั่วไปการตั้งราคาสินคาจะมีวิธีการดังนี้ - Penetration Pricing การตั้งราคาถูก อาจจะเพราะเรามีตนทุนสินคาที่รับมาไดต่ำกวาเจาอื่น เลยทำให เราขายถูก แตเนน Volume คือเนนใหไดหลายชิ้น แตชิ้นนึงราคาต่ำ - Skimming Pricing การตั้งราคาสูงไวกอน จากนั้นคอยลดราคาลง - Psychological Pricing คือการตั้งราคาแบบใชจิตวิทยา ลงทายดวย 9 หรือ 99 หรือ 5 ทำใหรูสึกวา ราคาไมแพง - Competitive Pricing คือตั้งราคาตามคูแขง ก็ไมยากเลย ถาคิดราคาไมออก ก็ดูวาคูแขงเจาไหนที่ขายดี ขายเกง ก็ตั้งราคาตามคูแขงไปเลย


Place (การจัดจำหนาย) คือ ชองทางการจำหนายสินคา ในอดีตจะมีเพียวชองทางออฟไลน หรือรานคาที่จะนำสินคาเราลงไป จำหนาย เชน หนารานคาของตัวเอง, หางสรรพสินคา, รานโชวหวย, ราน 20 บาททุกอยาง ฯลฯ แตในป 2021 นี้ ชองทางการจัดจำหนายไดถูกเพิ่มเขามากมาย ซึ่งนั่นก็คือชองทางออนไลน ทั้งการขายใน Facebook, Instagram, Twitter, Website, LAZADA, Shopee, JD และอีกมากมาย ดังนั้นการจะเลือกเขาชองทางการ จำหนายตาง ๆ นั้นจะตองถูกคัดสรรอยางดี วาเขาไปแลวเสียตนทุน เสีย GP เทาไรบาง และชองทางเหลานั้น ไดตรงกับกลุมลูกคาของเรา ที่ไดเลือกไวตอนทำขั้นตอน STP หรือไม คุณสามารถอานเพิ่มเติมเกี่ยวกับชองทางการขายออนไลนไดที่ : 3 ประเภทการขายออนไลนที่ควรรู กอนทำ ธุรกิจออนไลนในป 2021


Promotion (การสงเสริมการขาย) การสงเสริมการขาย หรือการติดตอสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communication) เปนการสื่อสาร ระหวางรานคาและลูกคา ซึ่งจะมีชองทางในการติดตอสื่อสารทั้งแบบออนไลนและออฟไลน โดยการ ติดตอสื่อสารนี้ จะเปนการติดตอโดยมีจุดประสงค คือกระจายขาวสาร หรือกระตุนยอดขาย เครื่องมือที่ชวยสงเสริมการขาย ไดแก - การโฆษณา (Advertising) คือ การสรางสื่อเพื่อเกิดยอดขาย เชน การยิง Ads ใน Facebook หรือใน Google หรืออาจจะเปนการใช Influencer ในการโปรโมทสินคา เปนตน - การประชาสัมพันธ (Public relation) คือ การสรางภาพลักษณที่ดีใหรานคา โดยไมเนนขาย แตเนนใหขอมูลมากกวา - การขายโดยตรง (Direct sale) คือ การเนนขายโดยตรง จะเหมาะกับสินคาจับตองไดและกระตุนใหซื้ออยางรวดเร็ว เชน เครื่องออกกำลัง กายเฉพาะสวนที่ขายใน Direct Channel เปนตน - การขายโดยพนักงานขาย (Personal selling) คือ การใชคนในการขาย จะเหมาะกับสินคาที่มีความซับซอนและเขาใจยาก เชน ยาฉีดแกภูมิแพในเด็ก ที่มี ผูแทนจำหนายยาใหกับแพทย เปนตน - การสงเสริมการขาย (Sale promotion) คือ การสงเสริมการขายที่ทำเปนชวงเวลา หรือเปนฤดูกาล ไมไดทำตลอดเวลา ที่นิยมทำก็จะเปนการลด แลกแจกแถม นั่นเอง


สรุป 4P’s Marketing การสรางกลยุทธทั้ง 4P นี้ จะตองทำไปพรอม ๆ กัน ไมสามารถเลือกทำแคอยางใดอยางหนึ่งได ซึ่งจะตองมี การพัฒนากลยุทธ 4P ไปอยางตอเนื่องตามโลกการตลาดที่เปลี่ยนไป เครื่องมือเหลานี้จะเปนทฤษฎีที่ผูใช จะตองนำไปตอยอดใหเกิดประโยชนและมีความคิดสรางสรรคอะไรใหม ๆ ใหลูกคาไดรับประโยชนสูงสุด


Click to View FlipBook Version