10 เทคนิคการวางแผนการตลาดที่ดี ตองมีอะไรบาง? 1. ตั้งเปาหมายทางการตลาด กอนที่จะสรางแผนการตลาดขึ้นมาได เราตองตั้งเปาหมายทางการตลาดขึ้นมากอน เพื่อใหธุรกิจรูวาเรา ตองการอะไร และจะไดนำเปาหมายมาแตกรายละเอียด วาตองทำอะไรบางเพื่อการดำเนินแผนการไปจน จบได โดยในขั้นตอนนี้ แนะนำใหคุณลิสตเปาหมายตางๆ ที่นึกออกมากอน เชน ยอดขายที่ตองการ ขนาดธุรกิจ ที่ขยายใหญขึ้น จำนวนลูกคา ฯลฯ จากนั้นจึงคอยมาเลือกโฟกัสวา ธุรกิจตองการเปาหมายไหนกันแน แลวจากทรัพยากรที่มีอยูทั้ง Time, Cost, People สามารถทำไดตามเปาหรือไม สำหรับ Guideline ในการวางแผนการตลาดยอดนิยม ก็คือการวางแผนดวย SMART • S – Specific มีความเฉพาะเจาะจง เชน ได Lead หรือคนที่มีโอกาสเปนลูกคามากขึ้น • M – Measurable สามารถวัดผลลัพธได หมายถึงมีตัวเลขกำกับชัดเจนวาตองทำอะไรเทาไหร • A – Attainable สามารถทำไดจริง หมายถึงสิ่งที่ตั้งเปาหมายไว ตามทรัพยากรของเราแลว สามารถทำได • R- Realistic เปนจริงได ไมใชการตั้งเปาหมายที่ไมอยูบนฐานความเปนไปได เชน ตองการเติบโต 1,000% ในขามคืน (แตบางธุรกิจก็อาจจะเปนไปได ในโลกที่ธุรกิจผันผวนสูง) • T – Time-bound หมายถึงมีระยะเวลา มีกำหนดการกำกับ วาสิ่งที่จะทำหรือเปาหมายควร สำเร็จหรือจะวัดผลเมื่อไร ในขั้นตอนนี้ หลายคนอาจสับสนระหวาง “เปาหมาย” กับ “KPIs” ซึ่งไมใชสิ่งเดียวกัน KPIs (Ket Performance Indicators) หมายถึง “ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ” สิ่งที่ธุรกิจควรใหความสำคัญ คือ การมีเปาหมายที่ชัดเจน มองเห็นภาพที่อยากจะเปนชัดๆ แลวเรามาตอ กันที่ขอตอไป
2. ทำ Landscape Research รูจักตัวเองและรูจักตลาด เพื่อที่เราจะวางแผนไดอยางครอบคลุม รัดกุม และเลือกใชกลยุทธการตลาดไดไดเหมาะสม เราจะตองรูจัก ตัวเองและตลาดใหดีกอน 1) ทำความรูจักตัวเอง หากเปนธุรกิจใหมที่เพิ่งมีสินคา/บริการออกมา ธุรกิจควรกำหนดและนิยามจุดออน-จุดแข็ง ควรวิเคราะห โอกาสและอุปสรรคของตัวเองใหออก โดยอาจพึ่งพาเครื่องมือธุรกิจและการตลาดอยาง SWOT Analysis หรือ 4P และ 4C จะชวยใหคุณเห็นภาพและรูวาธุรกิจกำลังอยูในจุดไหน เพื่อที่จะไดเลือกวิธี ทำการตลาดเพื่อผลักดันธุรกิจใหไปถึงเปาหมายได 2) ทำความรูจักตลาด เมื่อรูจักตัวเองแลว ก็ตองรูจักตลาด ซึ่งในการใช SWOT จะมีการวิเคราะหปจจัยภายนอกอยาง OOpportunities และ T-Threats ไวแลว แตก็เพียงแตะๆ เมื่อเรารูวาเราตองการขายอะไร เราก็ควรศึกษาเพิ่มเติมวา สิ่งที่เรากำลังจะขายนั้นมีอุปสงค (Demand) ในตลาดมากแคไหน แลวคูแขงหรืออุปทานในตลาดมีมากแคไหน (Supply) นอกจากนี้ ยังควรวิเคราะห คูแขงใหแตก และพยายามหาจุดสรางความแตกตาง (Diffirentiate) ใหธุรกิจ เพื่อนำมาพัฒนาเปนจุดขาย ของแบรนดตอไป
3. กำหนดกลุมเปาหมายใหชัดเจน (Target Customer) สำคัญที่สุดวา “ธุรกิจจะตองรูจักลูกคาของตัวเอง” ในขั้นตอนนี้ เราจะตองรูแลววา “ใครคือลูกคา” และ “ลูกคาของเราเปนคนแบบไหน” หลังจากที่เราทำ Landscape Research ตลาดมาแลว ธุรกิจจะมีภาพรางๆ วาลูกคาในตลาดเปนคนกลุม ไหน แตเทานั้นยังไมพอ ธุรกิจควรจะเจาะจงลงไปใหชัดถึงลักษณะของลูกคาที่ธุรกิจตองการขายพวกเขา เขาชอบอะไร เสพสื่อผานชองทางไหน แลวธุรกิจของเราจะเขาหาเขาไปหาไดอยางไรบาง โดยเครื่องมือที่เปนประโยชนมากๆ สำหรับขั้นตอนนี้ เรียกวา “Buyer Persona” หรือ ภาพตัวแทน ลูกคาในอุดมคติ รายละเอียดใน Buyer Persona ที่ควรมี ไดแก 1. ขอมูลพื้นฐานของลูกคา เชน เพศ อายุ ที่อยู 2. เปาหมาย ปญหา ความสนใจ (ที่เกี่ยวของกับธุรกิจของเรา) 3. พฤติกรรมและชองทางในการเขาถึงสิ่งที่สนใจ 4. สิ่งที่พวกเขาใหความสนใจหรือกังวล ขอมูลเหลานี้ จะชวยใหเราวางแผนการตลาดไดฉลาดและแมนยำขึ้น เพื่อเลือกกลยุทธ, Message, จุดขาย , เลือกใชสื่อ/ชองที่ตอบโจทยปญหา หรือคลายความตองการของเขาได
4. เขาใจ Sales Funnel และ Customer Journey “Sales Funnel” จริงๆ แลวเปนเพียงหนึ่งใน Marketing Framework ยอดนิยมเทานั้น แตเปน Framework ที่เขาใจงาย เหมาะกับการนำมาใชวางแผนการตลาดอยางยิ่ง โดยแผน Sales Funnel นั้น มีรูปรางเปนกรวยที่เสมือนทำหนาที่เปนชั้นกรอง (ดานซาย) กรองผูคน ออกมาเปนลูกคาในที่สุด โดยลอกันไปกับ Customer Journey หรือขั้นตอนการตัดสินใจของลูกคา (ดานขวา) Sales Funnel & Customer Journey by everydaymarketing.co 1. Top of the funnel เปนชวงที่ผูคนรับรูปญหาหรือรูจักสินคา/บริการ แตยังไมไดสนใจ 2. Middle of the funnel เปนชวงที่คนเกิดความสนใจเกี่ยวกับสินคา/บริการ นาซื้อ นาใช ไป จนถึงมีแนวโนมที่อยากจะตัดสินใจใช 3. Bottom of the funnel คือ ชวงสำคัญที่ลูกคาจะลงมือซื้อ/ใชบริการ ซึ่งก็คือ ชวงที่ธุรกิจได ลูกคาจริงๆ เราอาจใชความรูเรื่อง Sales Funnel นี้ มาเปนกรอบหรือ Framework ในการวางแผนได และแบงกลุม เปาหมายออกเปน 4 ขั้นตอนการตัดสินใจ (ดานขวา) เพื่อที่จะไดเลือกกลยุทธและ Message ไดเหมาะกับ ลูกคาในชวงการตัดสินใจแตละชวง
5. เลือกใชกลยุทธทางการตลาด ขั้นตอนที่ผานมา เหมือนวาเราไดทำความเขาใจสนามและเรียนรูกฎกติกาตางๆ แลว ในขั้นตอนนี้ เราก็จะ มาเลือกอาวุธหรือกลยุทธการตลาดที่จะใชในแผนกัน กลยุทธการตลาดนั้นก็มีอยูมากมายหลากหลาย เพียงแคเลือกใชใหเหมาะกับกลุมเปาหมายของคุณและ เลือกใชใหถูกจังหวะ (ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกคา) ที่เหลือก็ขึ้นอยูความคิดสรางสรรคและการพลิก แพลงของคุณ ตัวอยางกลยุทธการตลาดที่นาทำ • ทำการตลาดแบบ Inbound Marketing • ทำการตลาดแบบ Outbound Marketing • ทำโปรโมชั่น ลด/แลก/แจก/แถม ทำแพ็กเกจ • ทำ Upsell / Downsell • ใชการตลาดแบบปากตอปาก • ใชบัตรสะสมแตม ทำ Customer Point • ทำแคมเปญรวมกับ Influencer • จางรีวิว • ทำ Content Marketing • จางทำ Backlink • ทำ Partnership จับมือกับธุรกิจอื่น • สราง Blog content เรียกคนเขาเว็บไซต ทำ Search Marketing • ทำโฆษณาบนสื่อออนไลน • ทำโฆษณาแบบ Retargeting • ทำระบบใชกอนจายทีหลัง (Free Trial) • และอีกมากมาย
6. เลือกสื่อหรือชองทางในการทำการตลาด ประโยชนจากการทำ Buyer Persona ในขั้นตอนขอที่ 2 จะถูกนำมาใชในขอนี้ คือ การที่เรารูวาผูบริโภค หรือกลุมเปาหมายของเราอยูที่ไหน เราก็เพียงตามไปหาเขาที่นั่น ซึ่งก็คือการเลือกใชสื่อของเราสื่อสาร ออกไป โดยชองทางนั้นก็มีหลากหลายชองทางมาก และผูบริโภคเองก็อยูกระจัดกระจายกันออกไป ยกตัวอยางการเลือกใชสื่อ • หากคุณเปนรานคาสินคาแฟชั่น ที่ที่ลูกคาของคุณอยูนาจะเปน Instagram หรือ Pinterest • หากคุณทำธุรกิจคลินิคความงาน ลูกคาของคุณนาจะอยูบน Facebook หรือมักจะคนควาบน Google คุณก็เลือกชองทางการทำการตลาดหลักเปน Facebook และ Search Engine (ทำ เว็บไซต) • หากคุณทำธุรกิจโรงงาน ทำอุตสาหกรรม ก็อาจใชเซลสเขาไปขายโดยตรง ทำ Email Marketing หรือใชวิธีฟูมฟกใหกลายเปนลูกคาดวยการทำ CRM หรือทำ Search Marketing เพราะลูกคา มักจะตองคนควาขอมูลและทำความเขาใจบริการกอน ทั้งนี้ ลูกคาหนึ่งคนอาจจะมี Customer Journey ในการตัดสินใจ 1 ครั้ง ผานแพลตฟอรมหลายชองทาง ดวยกัน เชน เสิรชหาขอมูลผาน Google, เห็นรีวิวของเพื่อนใน Social Media, เห็นโฆษณากระตุนใน YouTube เปนตน ธุรกิจจึงตองเดาใจลูกคาใหออก และพยายามออกแบบเสนทางการตัดสินใจของลูกคาใหเขาอยูในเสนทาง ที่มาสูธุรกิจของเรา
7. แผนการเงินและงบประมาณ แนนอนวาการทำการตลาดไมวาจะเปนกลยุทธไหนก็ตาม โดยเฉพาะอยางยิ่งใชโฆษณาจะตองมีคาใชจาย ดังนั้นธุรกิจควรวางแผน และกำหนดงบประมาณการตลาดไวในแตละป แตละไตรมาส หรือในแตละเดือน จากนั้นใหจัดสรรงบประมาณไวสำหรับกลยุทธการตลาดตางๆ ที่ปรับเปลี่ยนตามเปาหมายในแตละชวง สิ่งที่คุณควรรูเกี่ยวกับการตั้ง และจัดสรรงบประมาณก็คือ 1. ธุรกิจมีงบประมาณเทาไหรที่สามารถใชกับการตลาดได โดยที่ธุรกิจยังคงสภาพคลอง 2. ธุรกิจควรคาดการณไดวา งบประมาณเทาไร จะสรางผลลัพธใหไดมากเทาไหร ยกตัวอยางสิ่งที่ ควรคำนวณ เชน ROI (Return on Investment ผลตอบแทนจากการลงทุน) CPA (Cost Per Acquisition คาใชจายตอ 1 Action ของลูกคา หรือคาจายจายเฉลี่ยตอการไดลูกคา 1 ราย) นอกจากนี้ การที่เราทำแผนการใชงบประมาณ จะชวยใหในทุกๆ ไตรมาส หรือเมื่อสิ้นป ธุรกิจมีขอมูล อางอิง รูวาเงินถูกลงทุนไปกับเรื่องอะไรบาง แลวผลตอบแทนจากการลงทุนในแตละเรื่องเปนอยางไร
8. กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพหรือ KPIs หลายคนที่สับสนระหวางเปาหมายกับ KPIs คงแปลกใจวาทำไมการกำหนด KPIs ถึงมาอยูขั้นตอนทายๆ ที่เปนแบบนี้ก็เพราะวา การทำหนด KPIs คือ การกำหนดทั้งสิ่งที่เราจะทำและสิ่งที่เราจะตองไดมา เพื่อใหรูวา เราไดถึงเปาหมายที่ตั้งไวแลวหรือยัง ตั้งแตขอ 1 จนถึงขอ 7 เรารูแลววา ธุรกิจจะตองทำอะไรบาง เพื่อเขาถึงกลุมเปาหมาย อาจจะเปน • เซลสนัดคุยกับลูกคาไดเดือนละ 10 เจา • เผยแพรบล็อกเดือนละ 4 บทความ • มีลูกคาวางบิลรวม 500,000 บาท ตอไตรมาส โดย KPIs ที่เราจะกำหนดตองเปนสิ่งที่ทำแลวสามารถทำใหธุรกิจเขาใกลเปาหมายที่ตั้งไวแตตนได และ KPIs ยังอาจแบงออกเปนมุมตางๆ ไดอีก เชน แบง KPIs ตาม Sales Funnel, มี KPIs ที่เกี่ยวของกับการ พัฒนาทีม (อาจจะไมไดตอบเปาหมายการตลาดโดยตรง แตชวยใหทีมเกงขึ้น) เปนตน
9. สรางแผนดำเนินงาน (Timeline & Calendar) ตัวอยางแผนการดำเนินงาน (Timeline) teamgantt.com มาถึงขั้นตอนนี้ เราก็มีทุกอยางพรอมในมือแลว ซึ่งแผนการตลาดจะสำเร็จไมได หากทีมงานไมรูวาตองทำ อะไร เมื่อไหร เราจึงตองสรางแผนการดำเนินงานขึ้นมา ซึ่งระบุสิ่งที่ตองทำ ทีมงานที่รับผิดชอบ และ กำหนดระยะเวลาอยางชัดเจนวาในแตละสัปดาห แตละเดือนจะตองมีอะไรปลอยออกมาบาง ยกตัวอยางเชน KPIs ของคุณคือตองนัดลูกคาใหไดไตรมาสและ 30 เจา ในแตละเดือนเซลสก็ทำนัดหมาย ใหไดอยางนอยเดือนละ 10 เจา เปนตน สวนวิธีสรางแผนดำเนินการ นอกจากจะใช Excel หรือ Google Sheet ตามที่หลายๆ ธุรกิจและโรงงาน ใชแลว ยังสามารถใชเครื่องมืออื่นๆ มาควบคุมการดำเนินงานใหมีประสิทธิภาพไดมากขึ้นอีก ไมวาจะเปน Project Management Software หรือถาเปนอุตสาหกรรมก็อาจใชรวมกับ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ใชควบคุมไดทั้งไทมไลนการผลิตและทรัพยากรตางๆ ไดดวย ทั้งนี้ระหวางดำเนินงาน แผนตางๆ สามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงระหวางทางไดเสมอ บางทีดำเนินงานไป แลว 1 เดือน แตเห็นทาทีวา สิ่งที่ทำอยูไมนาสรางผลลัพธไดตามเปาหมาย ก็ควรเปลี่ยนวิธีการและปรับ แผนดำเนินงานใหม แตสิ่งที่ไมควรเปลี่ยนแปลง คือ เปาหมาย ดังนั้นแลว ในการทำธุรกิจจึงควรตั้งเปาหมายอยางรอบคอบ และยึดมั่นกับเปาหมายใหเปนเสาหลักในการ ดำเนินงานจนสำเร็จ
10. วัดผลลัพธและปรับปรุงอยูเสมอ เมื่อวางแผนแลว ลงมือทำแลว สิ่งที่ขาดไมไดคือ การวัดผลลัพธเพื่อที่ธุรกิจจะไดรูวา อะไรที่ควรปรับปรุง อะไรที่ควรทำตอ และงบประมาณควรนำไปลงทุนกับเรื่องใด “เพราะแผนการตลาดที่สมบูรณไมมีอยูจริง” การทำธุรกิจจะเจออุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงอยูเสมอ โดยเฉพาะในยุคที่โลกหมุนเร็ว ครึ่งปใหหลัง แผนการตลาดที่เคยวางไวอาจใชไมไดผล หรือหากแผนเปนไปตามเปา ธุรกิจก็อาจจะเติบโตขึ้น ซึ่งก็ จำเปนที่จะตองหาเสื้อไซสใหม หาแผนการตลาดที่เหมาะสมกับสถานการณในตอนนั้นที่สุด ซึ่งคุณอาจจะ ตองเริ่มใช 10 เทคนิคในบทความนี้ใหมอีกรอบตั้งแตขอแรกใหมอีกครั้งก็ได
4P MARKETING คืออะไร สวนประสมการตลาด (Marketing Mix) หมายถึง เครื่องมือที่ใชในการทำงาน เครื่องมือในการกำหนดกลยุทธ ทางการตลาดเพื่อใหรานคา องคกร หรือบริษัทสามารถผลิตและขายสินคาไดตอบสนองความตองการของ ลูกคาหรือผูบริโภคไดอยางตอเนื่อง และไดรับความพึงพอใจสูงสุด ทำใหลูกคาเกิดการซื้อซ้ำ ใชบริการซ้ำ บอก ตอ และรานคามีกำไรในการดำเนินงานอยางตอเนื่อง โดย Marketing Mix ประกอบดวย 4 ปจจัยหลัก ดังตอไปนี้ Product (ผลิตภัณฑ) คือ ผลิตภัณฑ สินคา หรือบริการทั้งหมดที่รานคามีการสรางขึ้นมา เพื่อตอบสนองความตองการกับลูกคา ถือเปนปจจัยสำคัญที่สุดในการเริ่มตนกำหนดกลยุทธ เนื่องจากเปนสิ่งที่ไดจัดเตรียมไวสำหรับลูกคา ชวยให ลูกคาตัดสินใจซื้อ การสรางผลิตภัณฑที่ดีนั้นจะตองมีคุณสมบัติอยางใดอยางหนึ่ง หรือทั้งหมดในนี้ - Cost Differentiate คือ มีตนทุนที่ถูกกวาใคร ๆ ในตลาด เพราะรานคาอาจจะมีแหลงวัตถุดิบ หรือแหลง สินคาที่ราคาถูกกวาคูแขงที่ขายสินคาเหมือน ๆ กัน - Differentiate คือ มีความแตกตางอยางเดนชัด ถึงแมสินคาจะเหมือนกับเจาอื่น แตก็มีอะไรที่แตกตาง ออกไป เชน สงไว การบริการหลังการขาย มีของแถมตลอด แอดมินตอบแชทไว เปนตน - Focus คือ การทำอะไรที่แตกตางแบบมากที่สุด และตอบโจทยคนกลุมนอยมาก และจายหนักมาก ตัวอยางเชน สินคามือสองสำหรับดาราแมลูกออนที่ยอมจายราคาแพง เปนตน
Price (ราคา) คือ การตั้งราคา ซึ่งเปนเงินที่จะไหลเขามาในรานคาของเรา ตั้งถูกไปก็ไมไดกำไร แพงไปก็ไมมีคนซื้อ ดังนั้น การตั้งราคาตองพยากรณยอดขาย และสูกับคูแขงได โดยทั่วไปการตั้งราคาสินคาจะมีวิธีการดังนี้ - Penetration Pricing การตั้งราคาถูก อาจจะเพราะเรามีตนทุนสินคาที่รับมาไดต่ำกวาเจาอื่น เลยทำให เราขายถูก แตเนน Volume คือเนนใหไดหลายชิ้น แตชิ้นนึงราคาต่ำ - Skimming Pricing การตั้งราคาสูงไวกอน จากนั้นคอยลดราคาลง - Psychological Pricing คือการตั้งราคาแบบใชจิตวิทยา ลงทายดวย 9 หรือ 99 หรือ 5 ทำใหรูสึกวา ราคาไมแพง - Competitive Pricing คือตั้งราคาตามคูแขง ก็ไมยากเลย ถาคิดราคาไมออก ก็ดูวาคูแขงเจาไหนที่ขายดี ขายเกง ก็ตั้งราคาตามคูแขงไปเลย
Place (การจัดจำหนาย) คือ ชองทางการจำหนายสินคา ในอดีตจะมีเพียวชองทางออฟไลน หรือรานคาที่จะนำสินคาเราลงไป จำหนาย เชน หนารานคาของตัวเอง, หางสรรพสินคา, รานโชวหวย, ราน 20 บาททุกอยาง ฯลฯ แตในป 2021 นี้ ชองทางการจัดจำหนายไดถูกเพิ่มเขามากมาย ซึ่งนั่นก็คือชองทางออนไลน ทั้งการขายใน Facebook, Instagram, Twitter, Website, LAZADA, Shopee, JD และอีกมากมาย ดังนั้นการจะเลือกเขาชองทางการ จำหนายตาง ๆ นั้นจะตองถูกคัดสรรอยางดี วาเขาไปแลวเสียตนทุน เสีย GP เทาไรบาง และชองทางเหลานั้น ไดตรงกับกลุมลูกคาของเรา ที่ไดเลือกไวตอนทำขั้นตอน STP หรือไม คุณสามารถอานเพิ่มเติมเกี่ยวกับชองทางการขายออนไลนไดที่ : 3 ประเภทการขายออนไลนที่ควรรู กอนทำ ธุรกิจออนไลนในป 2021
Promotion (การสงเสริมการขาย) การสงเสริมการขาย หรือการติดตอสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communication) เปนการสื่อสาร ระหวางรานคาและลูกคา ซึ่งจะมีชองทางในการติดตอสื่อสารทั้งแบบออนไลนและออฟไลน โดยการ ติดตอสื่อสารนี้ จะเปนการติดตอโดยมีจุดประสงค คือกระจายขาวสาร หรือกระตุนยอดขาย เครื่องมือที่ชวยสงเสริมการขาย ไดแก - การโฆษณา (Advertising) คือ การสรางสื่อเพื่อเกิดยอดขาย เชน การยิง Ads ใน Facebook หรือใน Google หรืออาจจะเปนการใช Influencer ในการโปรโมทสินคา เปนตน - การประชาสัมพันธ (Public relation) คือ การสรางภาพลักษณที่ดีใหรานคา โดยไมเนนขาย แตเนนใหขอมูลมากกวา - การขายโดยตรง (Direct sale) คือ การเนนขายโดยตรง จะเหมาะกับสินคาจับตองไดและกระตุนใหซื้ออยางรวดเร็ว เชน เครื่องออกกำลัง กายเฉพาะสวนที่ขายใน Direct Channel เปนตน - การขายโดยพนักงานขาย (Personal selling) คือ การใชคนในการขาย จะเหมาะกับสินคาที่มีความซับซอนและเขาใจยาก เชน ยาฉีดแกภูมิแพในเด็ก ที่มี ผูแทนจำหนายยาใหกับแพทย เปนตน - การสงเสริมการขาย (Sale promotion) คือ การสงเสริมการขายที่ทำเปนชวงเวลา หรือเปนฤดูกาล ไมไดทำตลอดเวลา ที่นิยมทำก็จะเปนการลด แลกแจกแถม นั่นเอง
สรุป 4P’s Marketing การสรางกลยุทธทั้ง 4P นี้ จะตองทำไปพรอม ๆ กัน ไมสามารถเลือกทำแคอยางใดอยางหนึ่งได ซึ่งจะตองมี การพัฒนากลยุทธ 4P ไปอยางตอเนื่องตามโลกการตลาดที่เปลี่ยนไป เครื่องมือเหลานี้จะเปนทฤษฎีที่ผูใช จะตองนำไปตอยอดใหเกิดประโยชนและมีความคิดสรางสรรคอะไรใหม ๆ ใหลูกคาไดรับประโยชนสูงสุด