The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการวัดและประเมินผลโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือปี68E-book1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Arngun Suchapak, 2026-01-18 04:44:19

คู่มือวัดและประเมินผล ปีการศึกษา 2568

คู่มือการวัดและประเมินผลโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือปี68E-book1

Keywords: วัดและประเม,ินผล

คำนำหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของโรงเรียนประถมศึกษาตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พุทธศักราช ๒๕๖๗ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างรอบด้าน โดยเน้นการประเมินที่ครอบคลุมทั้งด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น ใช้วิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา และระดับชั้นของผู้เรียน พร้อมสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือจึงจัดทำ และพัฒนาระเบียบการวัดและประเมินผลในโรงเรียนปีการศึกษา 2568 เพื่อวัดและประเมินผลผู้เรียนให้เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามสถานศึกษากำหนด การวัดและประเมินผลครูผู้สอนต้องวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อวัดและประเมินผลระหว่างทาง และปลายทาง เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้วิเคราะห์ตัวชี้วัดระหว่างทางและปลายทางเพื่อให้ครูผู้สอนนำไปใช้ในการวัดและประเมินผลได้ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยระเบียบการวัดและประเมินผลโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือประกอบด้วย ระเบียบ หลักการ วิธีการ เกณฑ์ เกณฑ์การจบหลักสูตร กิจกรรมเสริมหลักสูตร การประเมิน การอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คณะกรรมการการวัดและประเมินผลโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ


สารบัญหน้าคำนำ กสารบัญ ขการวัดและประเมินผลการเรียนระดับประถมศึกษาโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ- หลักการวัดและประเมินผลการเรียน 1-2- วิธีการวัดและประเมินผลการเรียน 2-4- เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน 4-5- เกณฑ์การจบหลักสูตร 5- กิจกรรมเสริมหลักสูตร 6- การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน 7-15- การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 16-33- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 34-37ภาคผนวก- เอกสารอ้างอิง 38คณะผู้จัดทำระเบียบการวัดและประเมินผล 39


ห น ้ า | ๑การวัดและประเมินผลการเรียนระดับประถมศึกษาโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือด้วยโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ ได้ดำเนินการจัดทำและใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช 2553 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 293/2551 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดระเบียบโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อใช้ประกอบหลักสูตรดังกล่าว จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช 2553”ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไปข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทนข้อ 4 ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตร โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช 2553 ข้อ 5 ให้ผู้บริหารโรงเรียนดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หลักการวัดและประเมินผลการเรียนข้อ 6 ให้ครูผู้สอนมีหน้าที่วัดและประเมินผลผู้เรียน ในรายวิชาที่สอนหรือกิจกรรม พัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ และตัดสินผลการเรียนรู้หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียน รายปีการศึกษาข้อ 7 ให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน มีหน้าที่ประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และตัดสินผลการพัฒนาความสามารถ ในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนของผู้เรียนเป็นรายปีการศึกษาข้อ 8 ให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีหน้าที่พิจารณา ตัดสินผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นรายปีการศึกษา ข้อ 9 การวัดและประเมินผลการเรียน ต้องวัดและประเมินผลให้สอดคล้องและครอบคลุม มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ตามรายวิชาที่กำหนดในหลักสูตรโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พ.ศ.2553ข้อ 10 การวัดและประเมินผลผู้เรียน ให้ดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้วัดและประเมินผลได้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรมและเจตคติเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชา และระดับชั้นของผู้เรียน ด้วยความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้ข้อ 11 การวัดและประเมินผลผู้เรียน ให้พิจารณาจากพัฒนาการความประพฤติพฤติกรรมการเรียนรู้และการเข้าร่วมกิจกรรมควบคู่ไปในกระบวนการเรียนรู้โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้ข้อ 12 ให้มีการวัดและประเมินผลการเรียน เพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการจัดการเรียนรู้และตัดสินผลการเรียนข้อ 13 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้


ห น ้ า | ๒ข้อ 14 ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและรูปแบบการศึกษาอื่นข้อ 15 ให้นายทะเบียนหรือครูประจำชั้นจัดทำเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียน รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษาและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนข้อ 16 จัดให้ผู้เรียนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทุกคน เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับสำนักการศึกษา และผู้เรียนที่เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ ตามที่มีการจัดให้มีการประเมินคุณภาพ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนข้อ 17 การวัดและประเมินผลการเรียนรายวิชา ให้ถือปฏิบัติดังนี้17.1 ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา ผู้สอนจะต้องตรวจสอบความรู้พื้นฐานและทักษะเบื้องต้นของผู้เรียนก่อน17.2 ในระหว่างเรียนให้วัดและประเมินผลจากชิ้นงาน / ภาระงาน หรือวิธีการอื่น ๆตามที่กำหนดในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ 17.3 เมื่อถึงปลายปีการศึกษาให้มีการทดสอบความรู้ความสามารถของผู้เรียนตามมาตรฐาน / ตัวชี้วัดที่กำหนดในรายวิชานั้น 17.4 ให้ใช้ผลการประเมินตามข้อ 17.2 ในการตัดสินการผ่านมาตรฐาน/ ตัวชี้วัดในแต่ละรายวิชา 17.5 ให้ใช้ผลการประเมิน ตามข้อ 17.2 และ 17.3 ในการตัดสินการผ่านรายวิชา โดยกำหนดน้ำหนักคะแนน ดังนี้รายวิชา น้ำหนักคะแนนระหว่างเรียน ปลายปีภาษาไทย 70 30คณิตศาสตร์ 70 30วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 70 30สังคมศึกษา ศาสนา 70 30และวัฒนธรรมรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 70 30สุขศึกษาและพลศึกษา 80 20ศิลปะ 80 20การงานอาชีพ 80 20ภาษาต่างประเทศ 70 3017.6 การประเมินผลรายวิชาตามข้อ 17.5 ให้แจ้งผลเมื่อสิ้นปีการศึกษา เป็น 8 ระดับตามเกณฑ์ดังนี้


ห น ้ า | ๓คะแนนร้อยละ ระดับผลการเรียน ความหมาย 80 - 100 4 ดีเยี่ยม75 - 79 3.5 ดีมาก70 - 74 3 ดี65 - 69 2.5 ค่อนข้างดี60 - 64 2 ปานกลาง55 - 59 1.5 พอใช้50 - 54 1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ0 - 49 0 ต่ำกว่าเกณฑ์17.7 การวัดและประเมินผลตามข้อ 17.1, 17.2 และ 17.3 ถ้าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ การประเมินที่กำหนด ให้ผู้สอนวินิจฉัยหาข้อบกพร่องของผู้เรียนแล้วสอน ซ่อมเสริม กรณีที่ผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่านในรายวิชาใด ให้จัดการสอนซ่อมเสริมก่อนจึงให้ผู้เรียนสอบแก้ตัว ข้อ 18 การประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้18.1 ให้แต่งตั้งครูผู้สอนแต่ละรายวิชา เป็นคณะกรรมการพัฒนาและประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน18.2 ให้ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา โดยมีคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของคะแนนในรายวิชานั้น โดยให้นำผลการประเมินนั้นนับเข้าเป็นผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนด้วย18.3 ให้ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน โดยการทดสอบ18.4 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ให้ประเมินคุณภาพ เป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับ 3 หมายถึง ดีเยี่ยม ระดับ 2 หมายถึง ดี ระดับ 1 หมายถึง ผ่าน ระดับ 0 หมายถึง ไม่ผ่าน18.5 กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ครูผู้สอนจะต้องสอนซ่อมเสริมจนผู้เรียนมีความสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินข้อ 19 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้ถือปฏิบัติดังนี้19.1 ให้แต่งตั้งครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เป็นกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์19.2 ให้ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่หลักสูตรโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พ.ศ. 2553 กำหนด ได้แก่(1) รักชาติศาสน์กษัตริย์(2) ซื่อสัตย์สุจริต (3) มีวินัย


ห น ้ า | ๔(4) ใฝ่เรียนรู้(5) อยู่อย่างพอเพียง (6) มุ่งมั่นในการทำงาน (7) รักความเป็นไทย (8) มีจิตสาธารณะ 19.3 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ประเมินคุณภาพ เป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับ 3 หมายถึง ดีเยี่ยม ระดับ 2 หมายถึง ดี ระดับ 1 หมายถึง ผ่าน ระดับ 0 หมายถึง ไม่ผ่าน19.4 กรณีที่ผู้เรียนมีปัญหาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คณะกรรมการจะต้อง เสริมสร้างและพัฒนาผู้เรียนจนผ่านเกณฑ์การประเมินข้อ 20 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้20.1 กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนทุกคน ตลอดปีการศึกษา20.2 ให้ครูผู้สอนกำหนดเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียน สรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียน โดยคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้- เวลาการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80- ผลการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 6020.3 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ประเมินทั้งเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียน โดยประเมินเป็นผ่าน (ผ) หรือ ไม่ผ่าน (มผ)20.4 ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม (มผ) ให้ครูผู้สอนหรือผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ทำการซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้น แล้วจึงประเมินให้ผ่านกิจกรรม เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนข้อ 21 ผู้เรียนจะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนชั้นได้จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้21.1 มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด21.2 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของตัวชี้วัด ในแต่ละรายวิชา21.3 ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา21.4 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมิน ดีเยี่ยม ดีหรือผ่าน ในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมีผลการประเมินผ่านในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ข้อ 22 ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติตามข้อ 21 (21.1, 21.2, 21.3 และ 21.4) จะต้อง จัดให้ผู้เรียน เรียนซ้ำชั้น


ห น ้ า | ๕ข้อ 23 ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ตามข้อ 21 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของโรงเรียน อาจใช้ดุลยพินิจให้เลื่อนชั้นได้หากพิจารณาเห็นว่ามีคุณสมบัติอย่างน้อย 1 ข้อต่อไปนี้23.1 ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 อันเนื่องจากสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยแต่มีคุณสมบัติ ข้ออื่น ๆ ครบถ้วน23.2 ผู้เรียนผ่านมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ถึงร้อยละ 60 ในแต่ละรายวิชาและเห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษาถัดไปและมีคุณสมบัติข้ออื่น ๆ ครบถ้วน23.3 ถ้ามีผลการประเมินบางรายวิชาไม่ผ่าน ให้พิจารณาว่า ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยู่ในระดับผ่านข้อ 24 การเลื่อนชั้นระหว่างปีในกรณีที่ครูผู้สอนหรือผู้เกี่ยวข้องเห็นว่าผู้เรียนมีสติปัญญาดีเลิศสามารถเรียนรู้ได้เร็วเป็นพิเศษ น่าจะเลื่อนไปเรียนในระดับชั้นที่สูงกว่าได้ ให้สอบถามความยินยอมของผู้เรียนและผู้ปกครอง ถ้าผู้เรียนและผู้ปกครองยินยอมให้เลื่อนชั้นระหว่างปีได้ ต้องแต่งตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติการเลื่อนชั้นระหว่างปีโดยคณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ และผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 อย่างน้อย 1 คน ถ้าตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ผู้เรียนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขทั้ง 3 ประการต่อไปนี้ให้อนุมัติไปเรียนในชั้นที่สูงขึ้นได้1 ชั้นเรียน24.1 มีผลการเรียนปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม24.2 มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น24.3 ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถตามตัวชี้วัดรายปีทั้งหมดในภาคเรียนที่ 2ของปีปัจจุบัน และภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาถัดไปเกณฑ์การจบหลักสูตรหลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑ์สำหรับการจบหลักสูตร ดังนี้๒.๑ ผู้เรียน มีเวลาเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๘4๐ ชั่วโมง และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปีละ 3 กิจกรรม๒.๒ ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับ “๑” เป็นอย่างต่ำ2.3 ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินตัวชี้วัดปลายทางผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด๒.4 ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนอยู่ในระดับ “ ดีเยี่ยม” หรือ “ ดี” หรือ “ผ่าน”๒.5 ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์อยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม” หรือ “ดี” หรือ “ผ่าน”๒.6 ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินอยู่ในระดับ “ผ่าน” ทุกกิจกรรมเกณฑ์การจบหลักสูตร


ห น ้ า | ๖ กิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือกิจกรรมเพิ่มเติม เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นนกระบวนการ ด้วยรูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะชีวิต รวมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม มุ่งส่งเสริมเจตคติ คุณค่าชีวิต ปลูกฝังค่านิยมอันพึงประสงค์ ส่งเสริมผู้เรียนรู้จักเข้าใจตนเอง สร้างจิตสำนึกต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวและปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และดำรงชีวิตชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือได้กำหนดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ไว้เป็นแนวทางดำเนินการ มีทั้งหมด 8 กิจกรรมดังนี้กิจกรรมที่ 1 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6กิจกรรมที่ 2 ศาสนา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6กิจกรรมที่ 3 คอมพิวเตอร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6กิจกรรมที่ 4 การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6กิจกรรมที่ 5 วิถีพอเพียง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6กิจกรรมที่ 7 คณิตศาสตร์เสริม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3กิจกรรมที่ 8 ภาษาจีน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6เกณฑ์การวัดและประเมินผลกิจกรรมเสริมหลักสูตร (กิจกรรมเพิ่มเติม)การประเมินกิจกรรมเสริมหลักสูตร (กิจกรรมเพิ่มเติม) ให้ประเมินทั้งเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียน โดยประเมินเป็นผ่าน (ผ) หรือ ไม่ผ่าน (มผ)ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านกิจกรรม (มผ) ให้ครูผู้สอนหรือผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ทำการซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนทำกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้น แล้วจึงประเมินให้ผ่านกิจกรรมกิจกรรมเสริมหลักสูตร (กิจกรรมเพิ่มเติม)


ห น ้ า | ๗การประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 25๕๑และตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖8…………………………………………….หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 25๕๑ ได้กำหนดแนวทางการวัดและประเมินผลไว้ 3 ระดับคือ1. การประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของชาติ โดยสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนที่เรียนในปีสุดท้ายของช่วงชั้น เข้ารับการประเมินทุกคน2. การประเมินผลระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าด้านการเรียนรู้เป็นรายชั้นปีและช่วงชั้น โดยประเมินตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์และประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน3. การประเมินผลระดับชั้นเรียนเป็นการประเมินความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการคุณธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการประเมินผู้เรียนผ่านช่วงชั้นหรือจบการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในการประเมินดังกล่าวยังไม่มีรูปแบบ วิธีการที่ชัดเจนสถานศึกษาแต่ละแห่งต้องกำหนดรูปแบบ หลักเกณฑ์วิธีการประเมินเอง โดยหลักสูตรได้กำหนดแนวดำเนินการไว้กว้าง ๆ ดังนี้ คือ1. กำหนดมาตรฐานการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน2. กำหนดเกณฑ์การประเมินมาตรฐานการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน3. กำหนดระบบ วิธีการและผู้ประเมิน4. ดำเนินการประเมินตามแนวทางที่กำหนด5. สรุปผลการประเมินและตัดสินผลการประเมิน6. ซ่อมเสริมผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน7. บันทึกผลการประเมินอย่างเป็นระบบจากแนวดำเนินการนี้ สถานศึกษาแต่ละแห่งมีมาตรฐานในการดำเนินงานแตกต่างกัน เจตนารมณ์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดให้มีการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน เพราะจุดมุ่งหมายของหลักสูตรต้องการให้ผู้เรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ พื้นฐานที่สำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ได้จะต้องมีความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ ดังนั้น สถานศึกษาจึงมีหน้าที่ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถ มีทักษะในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน สื่อความ แล้วดำเนินการประเมินและพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้การดำเนินการประเมินของสถานศึกษาแต่ละแห่งมีมาตรฐานโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ จึงได้กำหนดมาตรฐานการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ตัวบ่งชี้ในแต่ละช่วงชั้นและตัวอย่างการประเมิน เพื่อเป็นแนวทางให้สถานศึกษาใช้ดำเนินการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในสถานศึกษาของตนโดยใช้รูปแบบที่ ๑ การบูรณาการตัวชี้วัดของการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์


ห น ้ า | ๘และเขียน ร่วมกับการประเมินผล ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้สำรวจตรวจสอบว่าตัวชี้วัดของการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนมีอยู่ใน หน่วยการเรียนรู้ของแต่ละรายวิชาใดบ้าง หากยังไม่มีหรือมีเล็กน้อย ให้นำเข้าไปบูรณาการในหน่วยการเรียนรู้หรือแผนการจัดการเรียนรู้ของรายวิชานั้น เมื่อนำหน่วยการเรียนรู้ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เป็นผลงานในรายวิชานั้น นับเป็นผลการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนด้วย หากมีการวางแผนกำหนดหน่วยการเรียนรู้ของแต่ละรายวิชาในแต่ละปี (ระดับประถมศึกษา) แต่ละภาคเรียน เป็นตัวแทนความสามารถในการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนได้ตามเกณฑ์การประเมินที่สถานศึกษา กำหนด แล้วนำผลการประเมินทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ไปสรุปในภาพรวม เป็นผลการประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนรายปี/รายภาค โดยอาศัยค่าสถิติที่เหมาะสม เช่น ฐานนิยม (Mode) หรือ ค่าเฉลี่ย (Mean) รูปแบบนี้มีความเหมาะสมกับสถานศึกษาที่มีความพร้อมปานกลาง มีครูที่ครบชั้นเรียนและมีครูพิเศษบ้าง โดยมีขอบเขตการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และการเขียน ดังนี้ขอบเขตการประเมินและตัวชี้วัดที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ๓ขอบเขตการประเมินการอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ และ/หรือสื่อประเภทต่าง ๆ ที่ให้ความเพลิดเพลิน ความรู้ ประสบการณ์และมีประเด็นให้คิดและเขียนบรรยาย ถ่ายทอดประเด็นที่คิดด้วยภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น อ่านสาระความรู้ที่นำเสนออย่างสนใจ นิยาย เรื่องสั้น นิทาน นิยายปรัมปราตัวชี้วัดความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน๑. สามารถอ่านและหาประสบการณ์จากสื่อที่หลากหลาย๒. สามารถจับประเด็นสำคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นเรื่องที่อ่าน๓. สามารถเปรียบเทียบแง่มุมต่าง ๆ เช่น ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ โทษ ความเหมาะสม ไม่เหมาะสม4. สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่าน โดยมีเหตุผลประกอบ๕. สามารถถ่ายทอดความคิดเห็น ความรู้สึกจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6ขอบเขตการประเมินการอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ และ/หรือสื่อประเภทต่าง ๆ ที่ให้ข้อมูลสารสนเทศ ความรู้ ประสบการณ์ที่เอื้อให้ผู้อ่านนำไปคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น ตัดสินใจ แก้ปัญหา และถ่ายทอดโดยการเขียนเป็นความเรียงเชิงสร้างสรรค์ด้วยถ้อยคำภาษาที่ถูกต้อง ชัดเจน เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือเรียน บทความ สุนทรพจน์ คำแนะนำ คำเตือนตัวชี้วัดความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน๑. สามารถอ่านเพื่อหาข้อมูลสารสนเทศเสริมประสบการณ์จากสื่อประเภทต่าง ๆ๒. สามารถจับประเด็นสำคัญ เปรียบเทียบ เชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผลจากเรื่องที่อ่าน๓. สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเรื่องราว เหตุการณ์ของเรื่องที่อ่าน4. สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านโดยมีเหตุผลสนับสนุน๕. สามารถถ่ายทอดความเข้าใจ ความคิดเห็น คุณค่าจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียนโดยโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือได้นำตัวชี้วัดมาวิเคราะห์และจัดทำเกณฑ์การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ได้ดังนี้


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การอ่าน อ่านได้คล่อง ข้าใจความหมาย ของคำ ข้อความ เรื่องราวจากเรื่อง ที่อ่าน เลือกอ่านหนังสือที่มีประโยชน์ทั้งด้านความรู้ ความบันเทิงและมีนิสัยรักการอ่าน1. อ่านออกเสียง ถูกต้องตามอักขรวิธีและลักษณะ คำประพันธ์2. อ่านในใจ เข้าใจความหมายของ คำ ประโยค จับใจความสำคัญ ของเรื่องที่อ่านได้3. เลือกอ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์ทั้งความรู้และความบันเทิง4. มีนิสัยรักการอ่านมาตรฐานการอ่าน ชั้นประถมศึ


ห น ้ า | 9ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ง1. อ่านออกเสียงตามอักขรวิธีและลักษณะ คำประพันธ์2. อ่านในใจ เข้าใจความหมายของ คำ ประโยค จับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. เลือกอ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์ทั้งความรู้และความบันเทิง4. มีนิสัยรักการอ่านและมีมารยาท ในการอ่าน1. อ่านออกเสียงถูกต้องตามอักขรวิธีและลักษณะ คำประพันธ์2. อ่านในใจ เข้าใจความหมายของเรื่องที่อ่าน จับใจความและสรุปประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. เลือกอ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์ทั้งความรู้และความบันเทิง4. มีนิสัยรักการอ่านและมีมารยาทใน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนศึกษาปีที่ 1-3


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่าน วิเคราะห์เนื้อหา ความสัมพันธ์ หลักการของเรื่องที่อ่านได้จับประเด็นสำคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นเรื่องที่อ่าน เปรียบเทียบแง่มุมต่าง ๆ เช่น ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ โทษ ความเหมาะสม ไม่เหมาะสม1. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านได้2. ระบุประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. อธิบายเหตุผลสนับสนุนหรือ คัดค้านเรื่องที่อ่านได้


ห น ้ า | 10ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 31. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านได้2. ระบุประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. อธิบายเหตุผลสนับสนุนหรือคัดค้านหรือบอกข้อแตกต่างหรือ ความขัดแย้งของเรื่องที่อ่านได้1. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านได้2. ระบุประเด็นสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. อธิบายความแตกต่าง ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลจากเรื่องที่อ่านได้


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การเขียน เขียนประโยคที่มีความหมาย เขียนแสดงความรู้ ความรู้สึก ความคิด ความต้องการ ประสบการณ์ เรื่องราวในชีวิตประจำวันและเขียนเรื่องจากจินตนาการได้1. เขียนประโยค ข้อความสั้น ๆ แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการและประสบการณ์ได้2. เลือกใช้คำในการเขียนได้อย่างเหมาะสมได้3. มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน


ห น ้ า | 11ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 31. เขียนประโยค ข้อความที่มีความหมาย2. เขียนเรื่องราว เรียงความ แสดงความรู้ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ประสบการณ์และจินตนาการได้3. เลือกใช้คำในการเขียนได้อย่างเหมาะสม4. มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน1. เขียนเรื่องราว เรียงความ แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น ความต้องการ ประสบการณ์และจินตนาการได้2. เลือกใช้คำ สำนวนในการเขียนได้อย่างเหมาะสม3. เขียนรายงานการค้นคว้า ถ่ายทอดความรู้ ความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจได้4. มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การอ่าน อ่านได้คล่อง เข้าใจความหมายของคำ สำนวนโวหารจากเรื่องราวที่อ่าน เลือกอ่านหนังสือ สื่อสารสนเทศที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านความรู้ ความบันเทิงและมีนิสัยรักการอ่าน1. อ่านออกเสียงถูกต้องตามอักขรวิธีและลักษณะ คำประพันธ์ได้อย่างคล่องแคล่ว2. อ่านในใจ เข้าใจความหมายของ คำ สำนวน เนื้อหาและจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจทั้งด้านความรู้และความบันเทิง4. มีนิสัยรักการอ่านมาตรฐานการอ่าน ชั้นประถมศ


ห น ้ า | 12ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 1. อ่านออกเสียงถูกต้องตามอักขรวิธีและลักษณะคำประพันธ์ได้อย่างคล่องแคล่ว2. อ่านในใจ เข้าใจความหมายของ คำ สำนวนโวหาร และจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. เลือกอ่านหนังสือ สารสนเทศ ตามความสนใจทั้งด้านความรู้และความบันเทิงได้มากขึ้น4. มีนิสัยรักการอ่าน1. อ่านออกเสียงถูกต้องตามอักขรวิธีและลักษณะคำประพันธ์ได้อย่างคล่องแคล่ว2. อ่านในใจ เข้าใจความหมายของ คำ สำนวนโวหารและจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้3. ใช้การอ่านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความรู้ การค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ตามความสนใจ4. มีนิสัยรักการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนศึกษาปีที่ 4-6


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การคิดวิเคราะห์ สามารถจับประเด็นสำคัญเปรียบเทียบ เชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผลจากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์เนื้อหาความสัมพันธ์ ตีความ สรุปความและแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้1. ระบุข้อเท็จจริง ความคิดเห็นของเรื่องที่อ่านได้2. จับประเด็นสำคัญ เปรียบเทียบ สรุปสาระสำคัญของเรื่อง บอกความสัมพันธ์ สิ่งที่เกี่ยวข้องได้3. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านได้


ห น ้ า | 13ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 61. ระบุข้อเท็จจริง ความคิดเห็นของเรื่องที่อ่านได้2. จับประเด็นสำคัญ เปรียบเทียบ สรุปสาระสำคัญของเรื่อง บอก เหตุผล ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านได้3. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านอย่างสร้างสรรค์ได้1. ระบุข้อเท็จจริง ความคิดเห็นของเรื่องที่อ่านได้2. จับประเด็นสำคัญ เปรียบเทียบ สรุปสาระสำคัญของเรื่อง อธิบายเหตุผล ความสัมพันธ์ หลักการสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้3. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ที่อ่านอย่างสร้างสรรค์ได้


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 การเขียน เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เขียนเรียงความ ย่อความ สรุปความ เขียนรายงานการค้นคว้า เรื่องราวต่าง ๆ ตามรูปแบบที่กำหนดได้อย่างมีคุณภาพ1. เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เขียนเรียงความ ย่อความ สรุปความ ตามที่กำหนดได้2. เขียนบันทึกเรื่องราวจากประสบการณ์ เขียนตามจินตนาการได้3. เลือกใช้คำ สำนวนในการเขียนได้อย่างเหมาะสม4. มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน


ห น ้ า | 14ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 1. เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เขียนเรียงความ ย่อความ สรุปความตามรูปแบบที่กำหนดได้2. เขียนบันทึกจากประสบการณ์ เขียนเรื่องราวตามจินตนาการ เขียนรายงานการค้นคว้าได้3. เลือกใช้คำ สำนวนในการเขียนได้อย่างเหมาะสม4. มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน1. เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ เขียนเรียงความ ย่อความ สรุปความตามรูปแบบที่กำหนดได้2. เขียนบันทึก เขียนเรื่องราวจากประสบการณ์ เขียนตามจินตนาการ เขียนแสดงความรู้ ความคิดเห็น เขียนอธิบายและเขียนรายงานการค้นคว้าได้3. เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนในการเขียนได้อย่างเหมาะสม4. มีนิสัยรักการเขียนและมีมารยาทในการเขียน


ห น ้ า | 151. เกณฑ์การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน มี 3 ระดับ คือ ดีเยี่ยมหรือระดับ 3 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในระดับสูงมาก ดีหรือระดับ 2 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในระดับสูง ผ่านเกณฑ์การประเมินหรือระดับ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่สถานศึกษากำหนด 2. ระบบ/วิธีการประเมิน ดำเนินการได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละสถานศึกษาเช่น3.1 ครูผู้สอนประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน โดยประเมินจากตัวชี้วัดพฤติกรรมตามระดับชั้น3.2 บูรณาการในการเมินผลตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยยึดเกณฑ์การประเมินตามมาตรฐานตัวชี้วัดที่กำหนดและดำเนินการประเมินผู้เรียนทุกคน 3.๓ สถานศึกษาดำเนินการประเมินตามแนวทางที่กำหนดและจัดทำเอกสารเก็บข้อมูล การประเมินให้เป็นระบบ


ห น ้ า | 16คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑และตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖8การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หมายถึง ลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนอันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดซึ่งมีอยู่ ๘ คุณลักษณะ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาจะบรรลุผลได้นั้น ต้องอาศัย การบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูประจำชั้น ครูผู้สอน ผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องมุ่งขัดเกลา บ่มเพาะ ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถกระทำได้โดยนำพฤติกรรมบ่งชี้หรือพฤติกรรมที่แสดงออกของคุณลักษณะแต่ละด้านที่วิเคราะห์ไว้บูรณาการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ต่าง ๆ ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและโครงการพิเศษต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้น เช่น โครงการ วันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติวันไหว้ครูวันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้นสำหรับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้นโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือจัดให้มีการประเมินเป็นระยะ ๆ โดยประเมินผลเป็นรายภาค เพื่อให้มีการสั่งสมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและประเมินผลสรุปเมื่อจบปีสุดท้ายของแต่ละระดับการศึกษาโครงสร้างของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือในการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือได้ใช้คุณลักษณะ ที่สังคมต้องการ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลกตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดซึ่งมีอยู่ ๘ คุณลักษณะ เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต๓. มีวินัย๔. ใฝ่เรียนรู้๕. อยู่อย่างพอเพียง๖. มุ่งมั่นในการทำงาน๗. รักความเป็นไทย๘. มีจิตสาธารณะการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์


ห น ้ า | 17ข้อที่ ๑ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์นิยามรักชาติศาสน์ กษัตริย์ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย ศรัทธา ยึดมั่นในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคีปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็นชาติไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตัวชี้วัด ๑.๑ เป็นพลเมืองดีของชาติ๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย๑.๓ ศรัทธา ยึดมั่นและปฏิบัติตนตามหลักศาสนา๑.๔ เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ข้อที่ ๒ ซื่อสัตย์สุจริตนิยามซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในความถูกต้อง ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองและผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา ใจผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต คือ ผู้ที่ประพฤติตรงตามความเป็นจริงทั้งทางกาย วาจา ใจ และยึดหลักความจริง ความถูกต้องในการดำเนินชีวิต มีความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิด ตัวชี้วัด ๒.๑ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ๒.๒ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา ใจ ข้อที่ ๓ มีวินัยนิยามมีวินัย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคมผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่สามารถควบคุมตนเองให้ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม เป็นปกติวิสัย ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นตัวชี้วัด๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคมข้อที่ ๔ ใฝ่เรียนรู้นิยามใฝ่เรียนรู้ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรม แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดเผยแพร่ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


ห น ้ า | 18ตัวชี้วัด๔.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรม๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ข้อที่ ๕ อยู่อย่างพอเพียงนิยามอยู่อย่างพอเพียง หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขผู้ที่อยู่อย่างพอเพียง คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตอย่างประมาณตน มีเหตุผล รอบคอบ ระมัดระวัง อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัด๕.๑ ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม๕.๒ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขข้อที่ ๖ มุ่งมั่นในการทำงานนิยามมุ่งมั่นในการทำงาน หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่การงาน ด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย ผู้ที่มุ่งมั่นในการทำงาน คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ที่กำหนดและมีความภาคภูมิใจในผลงานตัวชี้วัด๖.๑ ตั้งใจและรับผิดชอบในหน้าที่การงาน๖.๒ ทำงานด้วยความเพียรพยายาม และอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายข้อที่ ๗ รักความเป็นไทยนิยามรักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์ สืบทอดภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้ อย่างถูกต้องและเหมาะสมผู้ที่รักความเป็นไทย คือ ผู้ที่มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารอย่างถูกต้องเหมาะสมตัวชี้วัด๗.๑ ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และมีความกตัญญูกตเวที๗.๒ เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม


ห น ้ า | 19๗.๓ อนุรักษ์ และสืบทอดภูมิปัญญาไทยข้อที่ ๘ มีจิตสาธารณะนิยามมีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้น โดยไม่หวังผลตอบแทนผู้ที่มีจิตสาธารณะ คือ ผู้ที่มีลักษณะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดในชุมชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตัวชี้วัด๘.๑ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน๘.๒ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือได้ดำเนินการพัฒนา และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นขั้นตอน ที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบกลับการดำเนินงานได้ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ มีขั้นตอน ๑) แต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนา และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาเพื่อ ๑.๑ กำหนดแนวทางในการพัฒนาและแนวทางการประเมิน เกณฑ์การประเมิน และแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปรับพฤติกรรม ๑.๒ พิจารณาตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายภาคและจบการศึกษาแต่ละระดับ ๑.๓ จัดระบบการปรับปรุงแก้ไขปรับพฤติกรรมด้วยวิธีการอันเหมาะสม และส่งต่อข้อมูลเพื่อ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๒) พิจารณานิยามหรือความหมายของคุณลักษณะแต่ละประการ พร้อมทั้งกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้หรือพฤติกรรมที่แสดงออกของคุณลักษณะแต่ละตัว ๓) กำหนดเกณฑ์และแนวทางการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้สอดคล้องกับบริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา กำหนดระดับคุณภาพ หรือเกณฑ์ในการประเมินตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานกำหนดไว้ ๓ ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี และ ผ่าน กำหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์๔) ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย (Mean) แล้วตัดสินผลตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ นำผล การตัดสินให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พิจารณาเพื่อดำเนินการส่งเสริม พัฒนาต่อไป๕) ให้ครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และผู้ที่ได้รับมอบหมายรับผิดชอบการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์


ห น ้ า | 20ความหมายของผลการประเมินคุณภาพคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติจนเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคมดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคมผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด สรุปคะแนนผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทั้ง 8 ข้อ เป็นคะแนนเฉลี่ยและใช้เกณฑ์พิจารณาสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนรายบุคคล ดังนี้คะแนน 2.5 - 3.0 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม (3)คะแนน 1.5 - 2.4 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดี (2)คะแนน 1.0 - 1.4 หมายถึง ระดับคุณภาพ ผ่าน (1)คะแนน 0 - 0.9 หมายถึง ระดับคุณภาพ ไม่ผ่าน (0)หมายเหตุ นักเรียนต้องได้รับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ 1 ขึ้นไปทุกข้อจึงจะอนุมัติให้ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๖). การแจ้งผล และการซ่อมเสริม คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาแจ้งผลการตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนให้ครูประจำชั้นของผู้เรียนนำไปกรอกในเอกสารแบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และแจ้งให้ผู้เรียนและผู้ปกครองทราบ พร้อมกับดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามแนวทางที่สถานศึกษาได้กำหนดไว้ ๗.) การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เลื่อนชั้นเรียนและจบการศึกษาระดับการศึกษาตามหลักสูตร การพิจารณาสรุปผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อตัดสินให้ผู้เรียนเลื่อนชั้นเรียน และจบการศึกษาระดับการศึกษา ให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาสรุปผลการประเมินเป็นรายภาค และนำเสนอผู้บริหารสถานศึกษาเพื่ออนุมัติ ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ประการใดประการหนึ่งจะต้องเข้ารับการอบรมและปฏิบัติกิจกรรมคุณความดีชดเชยตามที่ให้คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษามอบหมายจนครบถ้วนก่อน จึงจะได้รับการอนุมัติให้เลื่อนชั้นเรียนหรือจบการศึกษา


ห น ้ า | 21คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖8๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตัวชี้วัดที่ ๑.๑ เป็นพลเมืองดีของชาติ ตัวชี้วัดที่ ๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย ตัวชี้วัดที่ ๑.๓ ศรัทธา ยึดมั่นและปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา ตัวชี้วัดที่ ๑. ๔ เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๑.๑ เป็นพลเมืองดีของชาติ๑.๑.๑ ยืนตรงเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติ และอธิบายความหมายของเพลงชาติได้ถูกต้อง๑.๑.๒ ปฏิบัติตนตามสิทธิ หน้าที่พลเมืองดีของชาติ๑.๑.๓ มีความสามัคคี ปรองดอง- สังเกตพฤติกรรม๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย๑.๒.๑ เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดองที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม๑.๒.๒ หวงแหน ปกป้อง ยกย่องความเป็นชาติไทย- สังเกตพฤติกรรม๑.๓ ศรัทธา ยึดมั่นและปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา๑.๓.๑ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ๑.๓.๒ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือ๑.๓.๓ เป็นแบบอย่างที่ดีของศาสนิกชน- สังเกตพฤติกรรม- การปฏิบัติศาสนกิจ- ร่วมกิจกรรมทางศาสนา๑.๔ เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์๑.๔.๑ เข้าร่วมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์๑.๔.๒ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์๑.๔.๓ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์- สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง


ห น ้ า | 22เกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๑.๑ เป็นพลเมืองดีของชาติพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๑.๑.๑ ยืนตรงเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติ และอธิบายความหมายของเพลงชาติได้ถูกต้อง๑.๑.๒ ปฏิบัติตนตาม สิทธิ หน้าที่พลเมืองดีของชาติ๑.๑.๓ มีความสามัคคีปรองดองไม่ยืนตรงเคารพธงชาติยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติและอธิบายความหมายเพลงชาติได้ถูกต้อง ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติและอธิบายความหมายของ เพลงชาติได้ถูกต้อง ปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ของนักเรียนยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติและอธิบายความหมายของเพลงชาติได้ถูกต้อง ปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองดีและให้ความร่วมมือร่วมใจในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียนและชุมชน ตัวชี้วัดที่ ๑.๒ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทยพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๑.๒.๑ เข้าร่วม ส่งเสริมสนับสนุน กิจกรรมที่สร้างความสามัคคีปรองดอง ที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม๑.๒.๒ หวงแหน ปกป้อง ยกย่องความเป็นชาติไทย ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดองและเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดองและเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดองและเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม ชื่นชมในความเป็นชาติไทย ตัวชี้วัดที่ ๑.๓ ศรัทธา ยึดมั่นและปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๑.๓.๑ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ๑.๓.๒ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือ๑.๓.๓ เป็นแบบอย่างที่ดีของศาสนิกชนไม่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนเองนับถือเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือและปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาตามโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือและปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาอย่างสม่ำเสมอเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาอย่างสม่ำเสมอ และเป็นแบบอย่างที่ดีของศาสนิกชน


ห น ้ า | 23ตัวชี้วัดที่ ๑. ๔ เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๑.๔.๑ เข้าร่วมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์๑.๔.๒ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์๑.๔.๓ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้นเข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้นเข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์๒. ซื่อสัตย์สุจริต ตัวชี้วัดที่ ๒.๑ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ ตัวชี้วัดที่ ๒.๒ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา ใจตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๒.๑ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกายวาจา ใจ๒.๑.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง ๒.๑.๒ ปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความถูกต้อง ละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิด๒.๑.๓ ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา- สังเกตพฤติกรรม๒.๒ ประพฤติตรงตาม ความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา ใจ๒.๒.๑ ไม่ถือเอาสิ่งของหรือผลงานของผู้อื่นมา เป็นของตนเอง๒.๒.๒ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง๒.๒.๓ ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง- สังเกตพฤติกรรม


ห น ้ า | 24เกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๒.๑ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ ตัวชี้วัดที่ ๒.๒ ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งกาย วาจา ใจ๓. มีวินัย ตัวชี้วัดที่ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคมตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคม๓.๑.๑ ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น๓.๑.๒ ตรงต่อเวลาและควบคุมตนเองในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน- สังเกตพฤติกรรมพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๒.๑.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง๒.๑.๒ ปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความถูกต้องละอาย และเกรงกลัวต่อการกระทำผิด๒.๑.๓ ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู ละอายและเกรงกลัวที่จะทำความผิด ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู ละอายและเกรงกลัวที่จะทำความผิดเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๒.๒.๑ ไม่ถือเอาสิ่งของหรือผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง๒.๒.๒ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง๒.๒.๓ ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องนำสิ่งของของคนอื่นมาเป็นของตนเองไม่นำสิ่งของ และผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่นำสิ่งของ และผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องไม่นำสิ่งของ และผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์


ห น ้ า | 25เกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคมพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๓.๑.๑ ปฏิบัติตน ตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวโรงเรียนและสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น๓.๑.๒ ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันและ รับผิดชอบในการ ทำงานไม่ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียนปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียนตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียนตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงานปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน๔. ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ ๔.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๔.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ๔.๑.๑ ตั้งใจเรียน๔.๑.๒ เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการ เรียนรู้๔.๑.๓ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ- สังเกตพฤติกรรม๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้๔.๒.๑ ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยีต่างๆ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอก โรงเรียนและเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม๔.๒.๒ บันทึกความรู้วิเคราะห์ตรวจสอบ จาก จากสิ่งที่เรียนรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้๔.๒.๓ แลกเปลี่ยนความรู้ ด้วยวิธีการต่างๆ และนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน - สังเกตพฤติกรรม


ห น ้ า | 26เกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๔.๑ ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๔.๑.๑ ตั้งใจเรียน๔.๑.๒ เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้๔.๑.๓ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆไม่ตั้งใจเรียน ขาดเรียนเกินร้อยละ ๒๐เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นบางครั้งเข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ บ่อยครั้งเข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมีความพยายามในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนเป็นประจำ ตัวชี้วัดที่ ๔.๒ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๔.๒.๑ ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือเอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนและเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม๔.๒.๒ บันทึกความรู้วิเคราะห์ข้อมูลจากสิ่งที่เรียนรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้๔.๒.๓ แลกเปลี่ยนความรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ และนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันไม่ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ศึกษาค้นคว้าความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยีแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม และมีการบันทึกความรู้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยีและสารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนและเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม มีการบันทึกความรู้ วิเคราะห์ข้อมูล สรุปเป็นองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อ เทคโนโลยีและสารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนและเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม มีการบันทึกความรู้ วิเคราะห์ข้อมูล สรุปเป็นองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


ห น ้ า | 27๕. อยู่อย่างพอเพียง ตัวชี้วัดที่ ๕.๑ ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม ตัวชี้วัดที่ ๕.๒ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๕.๑ ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม๕.๑.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น เงิน สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดีรวมทั้งการใช้ เวลาอย่างเหมาะสม๕.๑.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่าและเก็บรักษาดูแลอย่างดี๕.๑.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล๕.๑.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่นและไม่ทำให้ผู้อื่น เดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำ ผิดพลาด- สังเกตพฤติกรรม๕.๒ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข๕.๒.๑ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของข้อมูลความรู้ ข่าวสาร๕.๒.๒ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ สภาพแวดล้อม ยอมรับและปรับตัวเพื่อ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข- สังเกตพฤติกรรมเกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๕.๑ ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๕.๑.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเองเช่น เงิน สิ่งของเครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัดคุ้มค่าและเก็บรักษาดูแลอย่างดีรวมทั้งการใช้เวลาอย่างเหมาะสม๕.๑.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนกลางอย่าง ประหยัด คุ้มค่าและเก็บรักษาอย่างดี๕.๑.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล๕.๑.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่นและไม่ทำให้ผู้อื่น เดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำ ผิดพลาดใช้เงินและของใช้ส่วนตัวอย่างไม่ประหยัดใช้ทรัพย์สินของตนเองและทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า เก็บรักษาดูแลอย่างดี รอบคอบ มีเหตุผลใช้ทรัพย์สินของตนเองและทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า เก็บรักษาดูแลอย่างดี รอบคอบ มีเหตุผล ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนใช้ทรัพย์สินของตนเองและทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า เก็บรักษาดูแลอย่างดี รอบคอบ มีเหตุผล ไม่เอาเปรียบผู้อื่นไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำผิดพลาด


ห น ้ า | 28 ตัวชี้วัดที่ ๕.๒ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๕.๒.๑ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของข้อมูลความรู้ ข่าวสาร๕.๒.๒ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมยอมรับปรับตัวร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขไม่วางแผนการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันใช้ข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร ในการวางแผนการเรียนการทำงานและใช้ในชีวิตประจำวันรับรู้การเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ชุมชนและสภาพแวดล้อมใช้ข้อมูล ความรู้ ข่าวสารในการวางแผนการเรียน การทำงานและใช้ในชีวิตประจำวันยอมรับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ชุมชน สังคมและสภาพแวดล้อมใช้ข้อมูล ความรู้ ข่าวสารในการวางแผนการเรียน การทำงานและใช้ในชีวิตประจำวัน ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ชุมชน สังคมสภาพแวดล้อมและปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตัวชี้วัดที่ ๕.๒ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๕.๒.๑ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของความรู้ ข้อมูลข่าวสาร๕.๒.๒ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อมยอมรับและปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขไม่วางแผนการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันใช้ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ในการวางแผนการเรียนการทำงานและการใช้ในชีวิตประจำวันและยอมรับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ชุมชนสังคมและสภาพแวดล้อมใช้ความรู้ ข้อมูล ข่าวสารในการวางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ในชีวิตประจำวันยอมรับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ชุมชนสังคมและ สภาพแวดล้อม และปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขใช้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารในการวางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ในชีวิตประจำวันรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัว ชุมชน สังคม และสภาพแวดล้อมและปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข


ห น ้ า | 29๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ตัวชี้วัดที่ ๖.๑ ตั้งใจและรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ตัวชี้วัดที่ ๖.๒ ทำงานด้วยความเพียรพยายาม และอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๖.๑ ตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงาน๖.๑.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย๖.๑.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ๖.๑.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานด้วย ตนเอง - สังเกตพฤติกรรม๖.๒ ทำงานด้วยความเพียรพยายาม และอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย๖.๒.๑ ทุ่มเททำงาน อดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหา และอุปสรรคในการทำงาน๖.๒.๒ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ให้สำเร็จ๖.๒.๓ ชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจ - สังเกตพฤติกรรมเกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๖.๑ ตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงานพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๖.๑.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย๖.๑.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ๖.๑.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานด้วยตนเองไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมายตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ มีการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ มีการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ มีการปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นด้วยตนเอง


ห น ้ า | 30 ตัวชี้วัดที่ ๖.๒ ทำงานด้วยความเพียรพยายาม และอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๖.๒.๑ ทุ่มเททำงาน อดทนไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน๖.๒.๒ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ๖.๒.๓ ชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจไม่ขยัน อดทนในการทำงานทำงานด้วยความขยัน อดทน และพยายามให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย และชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจทำงานด้วยความขยัน อดทน และพยายามให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย ไม่ย่อท้อต่อปัญหาในการทำงาน และชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจทำงานด้วยความขยัน อดทน และพยายามให้งานสำเร็จตามเป้าหมายในเวลาที่กำหนดไม่ย่อท้อต่อปัญหาแก้ปัญหาอุปสรรคในการทำงาน และชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจ๗. รักความเป็นไทย ตัวชี้วัดที่ ๗.๑ ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทยและมีความกตัญญูกตเวทีตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๗.๑ ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทยและมีความกตัญญูกตเวที๗.๑.๑ แต่งกายและมีมารยาทงดงามแบบไทยมีสัมมาคารวะ กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ๗.๑.๒ ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทย๗.๑.๓ ชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย- สังเกตพฤติกรรม- การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตัวชี้วัดที่ ๗.๒ เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตัวชี้วัดที่ ๗.๓ อนุรักษ์ สืบทอด ภูมิปัญญาไทยตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๗.๒ เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม๗.๒.๑ ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการสื่อสาร ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม๗.๒.๒ ชักชวน แนะนำ ให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของ การใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง - สังเกตพฤติกรรม- สมุดแบบฝึกหัด๗.๓ อนุรักษ์ สืบทอดภูมิปัญญาไทย๗.๓.๑ นำภูมิปัญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวิถีชีวิต ๗.๓.๒ ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทย๗.๓.๓ แนะนำ มีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาไทย - สังเกตพฤติกรรม


ห น ้ า | 31เกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๗.๑ ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทยและมีความกตัญญูกตเวทีพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๗.๑.๑ แต่งกายและมี มารยาทงดงามแบบไทย มีสัมมาคารวะกตัญญู กตเวทีต่อผู้มีพระคุณ๗.๑.๒ ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทย๗.๑.๓ ชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นปฏิบัติ ตามขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทยไม่มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทแบบไทยมีสัมมาคารวะกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และแต่งกายแบบไทย เข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทยปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทแบบไทยมีสัมมาคารวะกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และแต่งกายแบบไทยหรือวิถีอิสลาม ด้วยความภาคภูมิใจเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทยปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทแบบไทยมีสัมมาคารวะกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และแต่งกายแบบไทยหรือวิถีอิสลาม ด้วยความภาคภูมิใจเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทยชักชวนแนะนำเพื่อนและคนอื่นปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ตัวชี้วัดที่ ๗.๒ เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๗.๒.๑ ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม๗.๒.๒ ชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องไม่สนใจใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องใช้ภาษาไทย เลขไทยในการสื่อสารได้ ถูกต้องเหมาะสม และแนะนำให้ผู้อื่นใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องใช้ภาษาไทย เลขไทยในการสื่อสารได้ ถูกต้อง เหมาะสม และแนะนำ ชักชวนให้ผู้อื่นใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องใช้ภาษาไทย เลขไทยในการสื่อสารได้ ถูกต้องเหมาะสม และแนะนำ ชักชวนให้ผู้อื่นใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องเป็นประจำเป็นแบบอย่างที่ดีด้านการใช้ภาษาไทย


ห น ้ า | 32 ตัวชี้วัดที่ ๗.๓ อนุรักษ์ สืบทอด ภูมิปัญญาไทยพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๗.๓.๑ นำภูมิปัญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวิถีชีวิต๗.๓.๒ ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทย๗.๓.๓ แนะนำ มีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาไทยไม่สนใจภูมิปัญญาไทยสืบค้นภูมิปัญญาไทยที่มีอยู่ในท้องถิ่น เข้าร่วมและชักชวนคนในครอบครัวหรือ เพื่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทยและใช้ภูมิปัญญาไทยในชีวิตประจำวันสืบค้นภูมิปัญญาไทยที่มีในท้องถิ่น เข้าร่วมและชักชวนคนในครอบครัวเพื่อนและผู้อื่นเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทยใช้และแนะนำให้เพื่อนใช้ภูมิปัญญาไทยในชีวิตประจำวันสืบค้นภูมิปัญญาไทยที่มีอยู่ในท้องถิ่น เข้าร่วมและชักชวนคนในครอบครัว เพื่อนและผู้อื่นเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทยใช้และแนะนำให้ผู้อื่นใช้ภูมิปัญญาไทยในชีวิตประจำวันและมีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาไทย๘. มีจิตสาธารณะ ตัวชี้วัดที่ ๘.๑ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน ตัวชี้วัดที่ ๘.๒ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคมตัวชี้วัด พฤติกรรมบ่งชี้ วิธีการประเมิน๘.๑ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน๘.๑.๑ ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูทำงานด้วยความเต็มใจ๘.๑.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่นด้วยกำลังกาย กำลังใจและกำลังสติปัญญา โดยไม่ หวังสิ่งตอบแทน๘.๑.๓ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สินและอื่น ๆ และช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างความสุขให้กับผู้อื่น- สังเกตพฤติกรรม๘.๒ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม๘.๒.๑ ดูแลรักษาสาธารณสมบัติและสิ่งแวดล้อมด้วยความเต็มใจ๘.๒.๒ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม๘.๒.๓ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วม สร้างสิ่งที่ดีงามของส่วนรวมตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความกระตือรือร้น- สังเกตพฤติกรรม


ห น ้ า | 33เกณฑ์การให้คะแนน ตัวชี้วัดที่ ๘.๑ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทนพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๘.๑.๑ ช่วยพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูทำงานด้วยความเต็มใจ๘.๑.๒ อาสาทำงานให้ผู้อื่นด้วยกำลังกายกำลังใจและกำลังสติปัญญาโดยไม่หวังผลตอบแทน๘.๑.๓ แบ่งปันสิ่งของทรัพย์สินและอื่น ๆ และช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างความสุขให้กับผู้อื่นไม่ช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครองและครูช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครองและครูทำงาน อาสาทำงาน และแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่นด้วยความเต็มใจช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครองและครูทำงาน อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำและแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่นด้วยความเต็มใจช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครองและครูทำงาน อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำและแบ่งปันสิ่งของและช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ตัวชี้วัดที่ ๘.๒ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคมพฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓)๘.๒.๑ ดูแลรักษาสาธารณสมบัติและสิ่งแวดล้อมด้วยความเต็มใจ๘.๒.๒ เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนชุมชนและสังคม๘.๒.๓ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามของส่วนรวมตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความกระตือรือร้นไม่สนใจดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนดูแลรักษาทรัพย์สมบัติ สิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียนด้วยความเต็มใจดูแลรักษาทรัพย์สมบัติ สิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชนและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียนด้วยความเต็มใจดูแลรักษาทรัพย์สมบัติ สิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชนและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียนและชุมชนด้วยความเต็มใจ


ห น ้ า | 34กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญาอารมณ์และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทำประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้ใช้องค์ความรู้ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู้๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้และประสบการณ์ของผู้เรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ รักชาติศาสน์กษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ เกิดทักษะการทำงาน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลกการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ พุทธศักราช ๒๕๖8 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ เน้นให้มีความสมดุลในการจัดกิจกรรมรายบุคคลและกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมทั้งในและนอกสถานศึกษา ได้แก่๑. กิจกรรมแนะแนว๒. กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย๒.๑ ลูกเสือ-ยุวกาชาด๒.๒ ชมรม๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โรงเรียนได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้๑. กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สามารถวางแผนการเรียน อาชีพ รวมทั้งการดำรงชีวิตและสังคมเพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษาแนวการจัดกิจกรรมแนะแนว๑) สำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจและธรรมชาติของผู้เรียนเพื่อเป็นข้อมูลใน การกำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว๒) ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนที่ได้จากการสำรวจ๓) กำหนดสัดส่วนสาระของกิจกรรมในแต่ละด้าน4) จัดทำรายละเอียดของแต่ละกิจกรรมขอบข่ายการจัดกิจกรรมแนะแนว๑) ด้านการศึกษา ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนิสัยใฝ่เรียนรู้มีวิธีการเรียนรู้และสามารถวางแผนการเรียน หรือการศึกษาต่อได้อย่างเหมาะสมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน


ห น ้ า | 35๒) ด้านการงานและอาชีพ ให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทุกด้าน รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่างหลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อปะรกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัดและสนใจ๓) ด้านชีวิตและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น รักษ์สิ่งแวดล้อม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดีต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะและสามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข๒. กิจกรรมนักเรียนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและ ความสนใจโดยเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความมีระเบียบวินัย ไม่เห็นแก่ตัว มีความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดีมีความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอื้ออาทร และสมานฉันท์การจัดกิจกรรม ดำเนินการดังนี้๑) จัดให้สอดคล้องกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียน๒) เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน๓) เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน ตลอดจนบริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด 3๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษาแนวการจัดกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาดกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด เป็นกิจกรรที่มุ่งปลูกฝังระเบียบ วินัยและกฎเกณฑ์เพื่อการอยู่ร่วมกัน ให้รู้จักการเสียสละและบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการจัดกิจกรรมลูกเสือยุวกาชาด ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานลูกเสือแห่งชาติรวมทั้งให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยกำหนดหลักสูตรเป็น ๔ ประเภท ดังนี้๑) ยุวกาชาดระดับ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓2) ยุวกาชาดระดับ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖3) ลูกเสือสำรอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓4) ลูกเสือสามัญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖๒.๒ กิจกรรมชมรม เนื่องจากโรงเรียนเปิดกว้างทางการศึกษาให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตามความถนัด และความสนใจของแต่ละบุคคล โดยโรงเรียนได้จัดกิจกรรมชมรมตามความสนใจของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มความรู้ความชำนาญ ประสบการณ์ทักษะ เจตคติในการพัฒนาตนเองตามศักยภาพ ทั้งนี้นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชมรม 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา ซึ่งมี 26 ชมรมดังนี้1) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 - ชมรมยิ้มแย้มศิลป์- ชมรมสนุกกับเกม- ชมรมจินตปัญญา- ชมรมรักษ์ไทย- ชมรมนาฏยบันเทิง- ชมรมโค้ดดิ้ง


ห น ้ า | 36- ชมรมบริหารสมอง- ชมรมลีลาส- ชมรม Multi nations2) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 - ชมรมเยื้องยาตรนาฏกราย- ชมรมภาษากับเสียงเพลง- ชมรม English Games- ชมรม Craft and art- ชมรม อายุน้อยร้อยงานค้าง- ชมรมดินมีชีวิต- ชมรมรักษ์สิ่งแวดล้อม- ชมรมโปงลางเฟื้องฟ้า- ชมรมอ.ย.น้อย- ชมรมเยื้องยาตรนาฏกราย- ชมรม To be number one 3) การศึกษาพิเศษ(เรียนร่วม) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6- ชมรมเด็กดี V-star๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นความมุ่งหวังที่จะสร้าง “จิตสาธารณะ” หรือ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” และคุณลักษณะแฝงอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์1๐ ชั่วโมงต่อปีการศึกษาแนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์มีแนวทางดังนี้๑) ส่งเสริมให้เด็กมีความสามารถในการดูแลรักษาบ้าน และรับผิดชอบงานบ้าน ถือเป็นงานสาธารณะที่ใกล้ตัวที่สุด โดยมีพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น ตื่นนอนแต่เช้า กวาดบ้าน-ถูบ้าน จัดระเบียบ/กวาดบริเวณบ้าน๒) ส่งเสริมให้เด็กร่วมรับผิดชอบในการดูแลรักษาซอย/หมู่บ้านที่อยู่อาศัย โรงเรียน วัด ที่สาธารณประโยชน์โดยมีพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น ปลูกต้นไม้(ไม้ดอก ไม้ประดับ) หน้าบ้าน บริเวณโรงเรียน วัด พร้อมดูแลรักษา กวาด/ทาความสะอาดถนนหรือที่สาธารณะรอบบ้านในรัศมี๕ เมตร เป็นกรรมการฝ่ายเยาวชนเพื่อการดูแลรักษาซอย/หมู่บ้านที่อยู่อาศัย เป็นต้น3) สถานศึกษาเป็นแกนนาในการพัฒนาชุมชนในรัศมีที่เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา เช่น รับผิดชอบดูแลในรัศมี๑ กิโลเมตร รอบสถานศึกษา โดยร่วมกับชุมชนอย่างจริงจังในการพัฒนาบรรยากาศ/สิ่งแวดล้อมของชุมชน ทั้งนี้อาจปฏิบัติการผ่านกิจกรรมลูกเสือ/ยุวกาชาดที่มีอยู่ในโรงเรียน และเน้นให้นักเรียนมีบทบาทหลักในการร่วมวางแผนพัฒนา การปฏิบัติการเช่นนี้เสมือน “การใช้ชุมชนที่เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา เป็นห้องปฏิบัติการทดลองประสบการณ์ชีวิตต่าง ๆ แก่ผู้เรียน” ทั้งนี้เชื่อว่า หากนักเรียนมองเห็นแนวทางการพัฒนาชุมชนที่เป็นรูปธรรม ๑ ชุมชน นักเรียนเหล่านั้นจะสามารถนาประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนที่อยู่อาศัยของตนเองได้ในอนาคต อีกทั้ง โรงเรียนเองก็จะเป็นที่รักใคร่/เป็นที่พอใจของชุมชนที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียน เป็นโรงเรียนของชุมชนอย่างแท้จริง(อนึ่งชุมชน อาจให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการทากิจกรรมสาธารณประโยชน์ในส่วนนี้


ห น ้ า | 374) ประสานงานกับผู้ปกครอง หรือเครือข่ายผู้ปกครอง ให้ร่วมกันวางแผนเพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกันเป็นวงศ์ตระกูล โดยวางแผนเป็นรายปีพร้อมแจ้งแผนงานให้โรงเรียนทราบตั้งแต่ ต้นปีการกระทาเช่นนี้นอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงเรียนในการส่งเสริมให้นักเรียนจัดทากิจกรรมสาธารณประโยชน์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และส่งเสริมให้ครอบครัวไทย “มีจิตสาธารณะ”5) ส่งเสริมให้นักเรียนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น รู้จักปิดน้า ปิดไฟ เมื่อเลิกใช้ทิ้งขยะในถังขยะช่วยดูแลสารณด้วย” ธารณสมบัติช่วยดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในโรงเรียนหมู่บ้าน ชุมชน เป็นต้นแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้มีการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินรายปีโรงเรียนกำหนดแนวทางการ ประเมินให้ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมดำเนินการประเมินตามจุดประสงค์ดังนี้๑) ให้ผลการประเมิน มี๒ ระดับ คือ ผ่าน และ ไม่ผ่าน๒) ให้ตัดสินผลการประเมินเมื่อสิ้นปีการศึกษา๓) เกณฑ์การประเมิน “ผ่าน” พิจารณาจาก- เวลาการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐- นักเรียนมีผลการปฏิบัติกิจกรรมและผลงานอยู่ในระดับดีให้มีสัญลักษณ์แทนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังนี้“ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๐ของเวลาเรียนทั้งหมด ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานอยู่ในระดับดี“มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้อยกว่า ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด


ห น ้ า | 38เอกสารอ้างอิงกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๕). เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๔๔๔ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียน. กรุงเทพมหานคร.กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๓). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๔๔๑. กรุงเทพมหานคร.กลุ่มส่งเสริมการเรียนการสอนและประเมินผล สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๘). การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๔๔๔.กรุงเทพมหานคร.พิศเพลิน เขียวหวาน และคณะ. (๒๕๔๖). เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรการวัดประเมินผลคุณธรรม จริยธรรม ตาม พ.ร.บ. ๒544. นนทบุรี.สำนักงานทดสอบทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๖). เอกสารหลักฐานการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔. กรุงเทพมทานคร.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (๒๕๔๕) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๔๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒5๔๔. กรุงเทพมหานคร.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.(๒๕๔๗). แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒5๔๔.กรุงเทพมหานคร._______________ (๒๕๔๔). การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๔44. กรุงเทพมหานคร.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.(๒๕๕๑). แนวทางการประเมินคุณธรรมของผู้เรียน. กรุงเทพมหานคร Annual Editions : Educational Psychology. 2004/2005. Mc Graw-Hill Companies.Banks, Steven R. (2005), Classroom Assessment : Issues and Practices. Pearson Education, Inc.Clarke, Shirley. (2005), Formative Assessment in Action : Weaving the elements together.Hodder Murray.Mcmunn, N.D, and Butler, S.M. A Teacher's Guide to Classroom Assessment. Jossey-Bass,A Wiley Imprint.Popham, W.J. (2008), Transformative Assessment. Alexandria, UA : Association for Supervision and Curriculum Development.


ห น ้ า | 39ผู้จัดทำที่ปรึกษา/ตรวจทาน/ปรับแก้1. นายวิระ พนาลี ผู้อำนวยการสถานศึกษา 2. นางสาวนฤมล ยำพะวา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา 3. นางผกามาศ ถนัดใช้ปืน ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือคณะผู้จัดทำ1. นางสาวจิรัฐติกาล รักชาติ ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ประธานกรรมการ2. นางสาวสุชาภัค สระทองห้อย ครูวิทยฐานะครูชำนาญการ รองประธานกรรมการ3. นางสาวศิรินันท์ โสภากุล ครูวิทยฐานะครูชำนาญการ กรรมการ4. นายณรงค์ฤทธิ์ กุระกนก ครูรับเงินเดือนอันดับ คศ.1 กรรมการ5. นางสาวอรณี มีแก้ว ครูรับเงินเดือนอันดับ คศ.1 กรรมการและเลขานุการ


Click to View FlipBook Version