คู่มอื นกั เรยี นโรงเรียนบ้านป่าเหมอื ด (เสริมเกยี รติวณิชราษฎรบ์ ารุง)
เคร่ืองแบบยุวกาชาดนกั เรียนหญิงชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1-3
1. เสื้อ ใช้ผ้าขาวเกล้ียงไม่บางเกินควร ไม่ใช้ผ้าเน้ือมัน แบบปกคอบัว แขนสั้นเพียงเหนือศอก
ความยาวของตัวเส้อื ตามเหมาะสม ชายขอบเส้ือด้านล่างมีรอยพับไม่เกิน 3 เซนติเมตร ขนาดกว้างของตัว
เส้ือตั้งแต่ใต้แขนถึงขอบล่างพอเหมาะกับตัว ไม่รัดเอวหรือรัดรูป ริมขอบล่างด้านหน้าข้างขวาติดกระเป๋า
ขนาดกว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 7-10 เซนติเมตร ตามส่วนขนาดของตัวเส้ือ ปากกระเป๋าพับเป็นริม
กว้างไม่เกิน 2 ปักตราโรงเรยี นอักษรย่อ ป.ม. ดว้ ยไหมสีน้าเงนิ ด้านอกขวาของเส้อื ตามแบบและขนาดของ
โรงเรียน (ปักทึบ) ด้านล่างอักษรย่อ ป.ม. ปักเลขประจาตัวนักเรียนด้วยไหมสีน้าเงิน ด้านอกซ้ายปัก
ช่อื -สกุล ดว้ ยไหมสนี ้าเงินตวั พมิ พธ์ รรมดา ขนาด 0.7 เซนติเมตร ไม่ตอ้ งมคี าวา่ ด.ญ./นางสาว
2. กระโปรง สีนา้ เงนิ ยาวคลุมเข่า จีบรอบเอวไม่ตีเกล็ด พับวนไปทางซ้าย ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว
คร่ึง
3. ถุงเท้า สีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมพับปลาย 2 ทบ ความกว้าง 1.5 น้ิว ห้ามใช้ถุงเท้าลูกฟูก
หนา หรือไนลอนชนิดบาง หรอื ยาวแบบถุงเท้าฟุตบอล
4. รองเทา้ รองเทา้ หนงั สีดาแบบหุ้มส้น ปลายเท้ามน มีสายรดั หลังเทา้ ส้นสูงไม่เกนิ 3 เซนตเิ มตร
5. ผ้าผูกคอ ให้ผ้าสีกรมท่า ลักษณะเป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก ด้านประกอบมุมฉากยาวด้านละ
75-90 เซนติเมตร เย็บริมท้ังสามด้าน ติดเครื่องหมายสัญลักษณ์ยุวกาชาด ทาด้วยผ้าเส้นผ่าขนาด
ศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ให้ห่างจากมุมฉาก 5 เซนติเมตร เวลาให้ให้พับด้านตรงข้ามมุมฉาก กว้าง
ประมาณ 4 เซนติเมตร ทบจีบหลายๆ คร้ัง แล้วพับตลบอีกครั้งให้เหลือประมาณ 10-20 เซนติเมตร วาง
ทบั ปกเสื้อใหร้ อยทบั อยูด่ ้านใน ผกู เป็นเง่ือนพริ อด ใหเ้ งือ่ นอยูต่ รงกบั ดุมเมด็ ท่ีสอง
6. ทาด้วยสีกรมท่า ลักษณะมีรูปทรงอ่อน ตลบปีกขึ้นด้านหลังและด้านข้างทั้งสองด้าน หน้า
หมวกตดิ เครอื่ งหมายเปน็ โลหะสีเงนิ ยุวกาชาดตรงกึ่งกลาง
50
ค่มู อื นักเรยี นโรงเรยี นบา้ นป่าเหมือด (เสริมเกยี รติวณิชราษฎรบ์ ารุง)
เครือ่ งแบบยุวกาชาดนกั เรียนหญิงชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-3
51
ค่มู อื นกั เรยี นโรงเรียนบา้ นปา่ เหมือด (เสริมเกยี รติวณิชราษฎร์บารุง)
เครอ่ื งแบบยุวกาชาดนกั เรยี นหญิงชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4-6
1. เสอ้ื สีฟาู อมเทา แบบเสอ้ื เชต้ิ แขนสั้น ปลายแขนพับคลบออกด้านนอก ขนาดกว้างประมาณ 3
เซนติเมตร ตัวเส้ือผ่าอกตลอด มีสาบกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร และติดดุมตลอดแนว 5 ดุม ที่อกเสื้อ
มีกระเป๋า 2 ข้าง ตรงกึ่งกลางกระเป๋าพับจีบเป็นแถบกว้างเท่ากับสาบเสื้อ มีใบปกรูปมนชายกลางแหลม
และขัดดุม ที่ไหล่เสื่อมีสาบอินทรธนูขัดดุมข้างละ 1 ดุม ด้านอกขวาของเสื้อ เหนือขอบกระเป๋าเส้ือปัก
ชอ่ื -สกุล ดว้ ยไหมสนี า้ เงนิ ตวั พิมพธ์ รรมดา ขนาด 0.7 เซนตเิ มตร บนผา้ สีขาวขนาดกว้าง 2.5-3 เซนติเมตร
ยาว 10 เซนติเมตร เย็บผา้ ขาวตดิ กับเสอ้ื ไม่ตอ้ งมีคาว่า ด.ญ./นางสาว
2. กระโปรง สีฟูาอมเทายาวคลุมเข่า จีบรอบเอวไม่ตีเกล็ด พับวนไปทางซ้าย ห่างกันประมาณ 1
น้ิวคร่ึง
3. ถุงเท้า สีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมพับปลาย 2 ทบ ความกว้าง 1.5 นิ้ว ห้ามใช้ถุงเท้าลูกฟูก
หนา หรอื ไนลอนชนิดบาง หรือยาวแบบถุงเท้าฟุตบอล
4. รองเทา้ รองเท้าหนงั สดี าแบบหมุ้ สน้ ปลายเทา้ มน มสี ายรดั หลงั เท้า ส้นสงู ไม่เกนิ 3 เซนตเิ มตร
5. ผ้าผูกคอ ให้ผ้าสีกรมท่า ลักษณะเป็นสามเหล่ียมมุมฉาก ด้านประกอบมุมฉากยาวด้านละ
75-90 เซนติเมตร เย็บริมท้ังสามด้าน ติดเคร่ืองหมายสัญลักษณ์ยุวกาชาด ทาด้วยผ้าเส้นผ่าขนาด
ศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร ให้ห่างจากมุมฉาก 5 เซนติเมตร เวลาให้ให้พับด้านตรงข้ามมุมฉาก กว้าง
ประมาณ 4 เซนติเมตร ทบจีบหลายๆ คร้ัง แล้วพับตลบอีกคร้ังให้เหลือประมาณ 10-20 เซนติเมตร วาง
ทับปกเสอื้ ให้รอยทับอย่ดู ้านใน ผกู เปน็ เงือ่ นพริ อด ใหเ้ งื่อนอย่ตู รงกับดมุ เม็ดทสี่ อง
6. หมวก ทาด้วยสีกรมท่า ลักษณะมีรูปทรงอ่อน ตลบปีกข้ึนด้านหลังและด้านข้างท้ังสองด้าน
หนา้ หมวกตดิ เครอื่ งหมายเป็นโลหะสีเงนิ ยวุ กาชาดตรงกงึ่ กลาง
7. เข็มขัด สายทาด้วยหนังสีดาขนาดพอกับหัวเข็มขัด หัวรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้าทาด้วยโลหะสีเงิน
กว้าง 3.5 เซนติเมตร ยาว 4.5 เซนติเมตร มีลายดุนรูปเคร่ืองหมายอย่างเดียวกับเข็มเครื่องหมาย
หนา้ หมวก โดยคาดทับกระโปรง
52
ค่มู อื นักเรยี นโรงเรยี นบา้ นป่าเหมือด (เสริมเกยี รติวณิชราษฎรบ์ ารุง)
เครือ่ งแบบยุวกาชาดนกั เรียนหญิงชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4-6
53
ค่มู อื นักเรยี นโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมอื ด (เสริมเกียรติวณิชราษฎร์บารุง)
เคร่อื งแบบเนตรนารนี กั เรียนหญงิ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1-3
1. แบบคอพับสีเขียวแก่ แขนสั้นเหนือศอก ผ่าอกตลอด อกเสื้อทาเป็นสาบกว้าง 3.5 เซนติเมตร
มดี ุมเหนือเข็มขัด 4 เมด็ อกมีกระเป๋าข้างละ 1 กระเปา๋ มแี ถบตรงกึ่งกลางตามทางดิ่งปกรูปมน เจาะรังดุม
กึ่งกลาง 1 ดมุ ประดับอนิ ทรธนสู เี ลอื ดหมเู หนือบ่าทั้งสองข้าง ด้านไหล่กว้าง 3.5 เซนติเมตร ด้านคอกว้าง
2.5 เซนติเมตร ปลายอนิ ทรธนมู ีรูปเครอ่ื งหมายเนตรนารีสีเหลือง การแต่งเคร่ืองแบบให้สอดชายเสื้อไว้ใน
กระโปรง หรือเย็บเสื้อติดกระโปรงได้ ด้านอกขวาของเส้ือ เหนือขอบกระเป๋าเส้ือ ปัก ช่ือ-สกุล ด้วยไหมสี
ทองตัวพิมพ์ธรรมดา ขนาด 0.7 เซนติเมตร บนผ้าสีแดงเลือดหมูขนาดกว้าง 2.5-3 เซนติเมตร ยาว 10
เซนตเิ มตร เย็บผา้ ขาวติดกบั เสอ้ื ไม่ต้องมีคาวา่ ด.ญ./นางสาว
2. กระโปรง ทาด้วยผ้าสีเขียวแก่ ยาวเสมอเข่า ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นกลีบออกด้านข้าง
ข้างละ 1 กลีบ
3. ถุงเท้า สีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมพับปลาย 2 ทบ ความกว้าง 1.5 นิ้ว ห้ามใช้ถุงเท้าลูกฟูก
หนา หรือไนลอนชนิดบาง หรือยาวแบบถงุ เทา้ ฟุตบอล
4. รองเทา้ รองเท้าหนังสีดาแบบหุ้มสน้ ปลายเทา้ มน มสี ายรัดหลังเท้า สน้ สงู ไม่เกิน 3 เซนติเมตร
5. ผ้าผูกคอ ผ้าพันคอสีแดงเลือดหมูตามผู้บังคับบัญชา รูปสามเหล่ียมหน้าจ่ัว ด้านฐาน 100
เซนติเมตร ด้านต้ัง 75 เซนติเมตร มีตราประจาจังหวัดอยู่ที่มุมผ้าพันคอ วอล์กเก้ิลเป็นแบบโลหะ
ทองเหลอื งมตี ราสัญลักษณ์เนตรนารี
6. หมวก แบบปีกแคบ ทาด้วยผ้าสีเขียวแก่ มีตราหน้าหมวกรูปเครื่องหมายเนตรนารี ทาด้วย
โลหะสที อง ปกี หมวกดา้ นหลังพับข้นึ
7. เขม็ ขัด สายทาด้วยหนังสีดา กว้างไม่เกิน 3 เซนติเมตร หวั รปู ส่ีเหลี่ยมผืนผ้าทาด้วยโลหะสีทอง
มีลายดุนรูปเครื่องหมายเนตรนารี
54
ค่มู อื นกั เรยี นโรงเรียนบ้านปา่ เหมือด (เสรมิ เกยี รติวณชิ ราษฎร์บารุง)
เครื่องแบบเนตรนารีนักเรยี นหญงิ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1-3
55
คู่มือนกั เรียนโรงเรยี นบ้านป่าเหมือด (เสริมเกียรตวิ ณชิ ราษฎร์บารุง)
เคร่อื งแบบชุดพื้นเมืองนักเรียนชนั้ อนบุ าล 2 - ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
เครอื่ งแบบชุดพืน้ เมืองนักเรยี นชายชัน้ อนุบาล
56
ค่มู ือนกั เรยี นโรงเรียนบ้านปา่ เหมือด (เสรมิ เกยี รตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
เครื่องแบบชดุ พนื้ เมืองนักเรยี นหญงิ ชน้ั อนุบาล
57
คมู่ อื นักเรยี นโรงเรยี นบ้านป่าเหมือด (เสริมเกยี รติวณิชราษฎร์บารุง)
เคร่ืองแบบชดุ พนื้ เมืองนักเรยี นชายชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1-3
58
ค่มู ือนักเรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมือด (เสรมิ เกียรตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
เคร่ืองแบบชุดพน้ื เมืองนักเรียนหญิงชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1-3
59
คมู่ อื นักเรยี นโรงเรยี นบ้านป่าเหมือด (เสริมเกยี รติวณิชราษฎร์บารุง)
เคร่ืองแบบชดุ พนื้ เมืองนักเรยี นชายชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4-6
60
ค่มู ือนักเรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมือด (เสรมิ เกียรตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
เคร่ืองแบบชุดพน้ื เมืองนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4-6
61
ค่มู อื นกั เรยี นโรงเรยี นบา้ นป่าเหมอื ด (เสรมิ เกียรตวิ ณิชราษฎร์บารุง)
เครื่องแบบชุดพน้ื เมืองนักเรียนชายช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
62
ค่มู อื นกั เรยี นโรงเรียนบา้ นป่าเหมือด (เสรมิ เกยี รตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
เคร่อื งแบบชุดพืน้ เมืองนักเรยี นหญิงช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1-3
63
คมู่ อื นกั เรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมือด (เสรมิ เกยี รติวณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
หมายเหตุ
นักเรียนชายและนักเรียนหญิงในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นทุกระดับช้ัน ห้ามนาของมีค่ามา
โรงเรียน ห้ามใส่หรือใช้เคร่ืองประดับทุกชนิดโดยเด็ดขาด เช่น สร้ายคอทองคาหรือนาค เชือกสีต่างๆ
แหวนทองคาหรือนาค กาไลข้อมือ และหเมนาโทรศัพท์มือถือมาโรงเรียน เป็นต้น ถ้าฝุาฝืนระเบียบของ
โรงเรียน โรงเรยี นจะรบิ ไว้ และเชิญผู้ปกครองมารับคืน และตกลงกับทางโรงเรียนเพ่ือแก้ไขให้ถูกต้องตาม
ระเบยี บของโรงเรียนท่ีวางไว้ ถ้าของมีค่าหรือเครื่องประดับที่ใส่มาดังกล่าวเกิดสูญหาย ทางโรงเรียนจะไม่
รบั ผดิ ชอบใดๆ ทง้ั ส้ิน
นักเรียนชาย-หญงิ ทุกคนทุกระดับชั้น ให้ใชเ้ ฉพาะลปิ มนั ทาหนา้ ด้วยแปูงฝุน ห้ามแต่งหน้า ห้าม
ใส่รองพื้น (Foundation) บีบีครีม (BB Cream) คอนซีลเลอร์ (Concealer) ไฮไลท์ (Hi-light) เฉดด้ิง
(Shading) ดินสอเขียนคิ้ว (Eyebrow) ท่ีเขียนขอบตา (Eyeliner) Gel liner Pencil liner Water liner
สีทาตา (Eyeshadow) ครีมอายชาโดวส์ กลิตเทอร์ (Glitter) ชิมเมอร์ (Shimmer) มาสค่าร่า ท่ีปัดขนตา
(Mascara) ที่ปัดแก้ม (Blush) ห้ามทาปากด้วยลิปสติกสีหรืออุทัยทิพย์ Lip care ดินสอเขียนขอบปาก
(Lip liner) สีทาปาก (Lip color) กลอส (Lip gloss) ทินท์ (Tint) ห้ามทาเล็บ ห้ามไว้เล็บยาว นักเรียน
ชายและหญิงไม่เจาะหู เจาะปาก เจาะสะดือ เจาะล้ิน หรือเจาะพ้ืนที่อ่ืนๆ บนร่างกาย ไม่ใส่ต่างหู ไม่
ระเบิดหู หากฝุาฝืนระเบียบของโรงเรียน โรงเรียนจะริบต่างหูไว้ หรือถ้าเป็นกรณีอ่ืนตามท่ีได้กล่าวมา จะ
เชิญผปู้ กครองมารบั ทราบความผดิ และตกลงกับทางโรงเรียนเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน
ทีว่ างไว้
64
คมู่ ือนักเรียนโรงเรยี นบ้านปา่ เหมือด (เสริมเกยี รตวิ ณิชราษฎร์บารุง)
3. ระเบียบการมา-กลับ การอยู่ภายในบรเิ วณโรงเรียน
และการออกนอกบริเวณโรงเรียน
ระเบียบการมาโรงเรยี น
1. นกั เรียนตอ้ งมาถึงโรงเรียนกอ่ นเวลา 7.45 น. เพ่ือมาทาเวรเขตรับผิดชอบ
2. นกั เรียนทมี่ าโรงเรียนไมท่ ันเขา้ แถวเคารพธงชาติให้ถือว่ามาสาย ให้รายงานตัวและลงช่ือต่อครู
เวรประจาวันนั้นๆ และให้เข้าแถวอยู่ต่างหากเฉพาะนักเรียนมาสาย นักเรียนที่มาสายจะถูกพิจารณาโทษ
ในแต่ละคร้ัง โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูเวรประจาวันนั้น ๆ และเสนอชื่อให้ครูเวรดาเนินการตาม
ขน้ั ตอนตอ่ ไป
สาหรับนกั เรยี นทีม่ าสาย (ไม่ทันเขา้ แถวเคารพธงชาต)ิ จะมีผลดงั นี้
1. มาสาย 1 คร้ัง คุณครูประจาช้ันว่ากล่าวตักเตือนและ/หรือหักคะแนนความประพฤติ
ไมเ่ กินครง้ั ละ 5 คะแนน และบันทึกไวใ้ นทะเบยี นประวตั เิ ป็นหลักฐาน
2. มาสายตดิ ตอ่ กัน 2 ครง้ั ครูฝาุ ยกจิ การนักเรียน ว่ากล่าวตักเตือนและ/หรือหักคะแนน
ความประพฤติไม่เกินคร้งั ละ 8 คะแนน และ บนั ทกึ ไว้ในทะเบียนประวัติเป็นหลกั ฐาน
3. มาสายบอ่ ยครงั้ หรือตดิ ตอ่ กันเกนิ 3 คร้งั ครูฝุายกิจการนักเรียน เชิญผู้ปกครองมาพบ
และ/หรือหักคะแนนความประพฤติ คร้ังละไม่เกิน 10 คะแนน และบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็น
หลกั ฐาน
4. นักเรียนท่ีมาสายหลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ต้องลงช่ือมาสายที่ฝุายกิจการนักเรียน
หน้าประตูโรงเรียนทุกครั้ง โดยนักเรียนท่ีมาสายจะถูกพิจารณาในแต่ละครั้ง และนักเรียนต้องแสดงบัตร
เขา้ ห้องเรยี นตอ่ ครูผู้สอน
สาหรับนักเรยี นท่ีมาสาย (หลังเขา้ แถวเคารพธงชาติ ) จะมีผลดงั นี้
1. มาสาย 1 - 2 ครั้ง ครูฝุายกิจการนักเรียน ว่ากล่าวตักเตือน และ/หรือ หักคะแนน
ความประพฤติครัง้ ละไมเ่ กิน 8 คะแนน พรอ้ มทัง้ บันทกึ ไว้ในทะเบยี นประวตั ิเป็นหลักฐาน
2. มาสายเกนิ 3 คร้งั ผชู้ ่วยอาจารยใ์ หญ่ฝุายกิจการนักเรียน เชิญผู้ปกครองมาพบ และ/
หรือหักคะแนนความประพฤติ ครั้งละไม่เกิน 10 คะแนน พร้อมทั้งบันทึกไว้ในทะเบียนประวัติเป็น
หลักฐาน
3. นักเรียนท่ีมีความจาเป็นต้องมาสาย เช่น ช่วยงานผู้ปกครอง หรือ เหตุผลอ่ืน ๆ ที่
เห็นสมควร ให้ผู้ปกครองขออนุญาตจากฝุายกิจการนักเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน และนักเรียนต้อง
แสดงบตั รมาสายจากฝาุ ยกจิ การนักเรียน ตอ่ คุณครูเวรประจาวนั หรอื ครูประจาชนั้ ทกุ คร้ังทีม่ าสาย
4. การเข้า – ออกโรงเรียนของนักเรียน ให้เดินบนบาทวิถีเท่าน้ัน หากเข้า-ออกเป็นกลุ่ม
ใหญ่ใหเ้ ดินเป็นแถว และใหใ้ ชป้ ระตเู ข้า-ออกตามท่โี รงเรยี นกาหนด
65
คมู่ ือนกั เรยี นโรงเรียนบา้ นป่าเหมือด (เสรมิ เกียรตวิ ณชิ ราษฎร์บารุง)
5. นักเรียนท่ีผู้ปกครองมาส่ง หรือรถรับ-ส่งประจา ต้องลงรถที่หน้าประตูโรงเรียน และ
ตอนเลิกเรียนให้ผู้ปกครอง หรือรถรับ-ส่งรอรับอยู่นอกบริเวณโรงเรียน (ยกเว้นกรณีที่นักเรียนเจ็บปุวย
หรอื ฝนตก หรอื เพอ่ื พบคุณครปู ระจาชั้น)
6. นักเรียนท่ีใช้บริการรถโดยสารทุกชนิด ให้ปฎิบัติตามกฏหมายจราจรโดยเคร่งครัด
(การข้ามถนนของนกั เรยี นให้ใช้สะพานลอย)
3. การแต่งกายมาโรงเรียน
1. เม่ืออยู่ในเคร่ืองแบบนักเรียน นักเรียนต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ ไม่ว่า
ภายใน หรือภายนอกโรงเรียน
2. เมื่อนักเรียนมาตดิ ตอ่ กับโรงเรยี นทกุ ครง้ั ต้องแตง่ เคร่อื งแบบนักเรียนใหเ้ รยี บร้อย
3. การแต่งกายไว้ทุกข์ นักเรียนท่ีมีความจาเป็นต้องแต่งกายไว้ทุกข์ ตามธรรมเนียม
ประเพณี การไว้ทุกข์ ให้ทาหนังสือขออนุญาตต่อฝุายกิจการนักเรียน โดยระบุวันเร่ิมและวันสิ้นสุดการไว้
ทกุ ข์ พรอ้ มท้ังมผี ู้ปกครองรบั รอง
4. การมาโรงเรียนในวันหยดุ หรอื นอกเวลาเรียนปกติ
นักเรยี นท่ีได้รับการนัดหมายให้มาโรงเรียนในวันหยุด หรือนอกเวลาเรียนปกติ เช่น การ
เรียนเสรมิ การซ้อมกฬี า หรอื การทากิจกรรมอื่นใดที่เก่ยี วขอ้ งกับโรงเรียน ใหป้ ฏบิ ัติดงั น้ี
1. คุณครู-อาจารย์ผู้รับผิดชอบต้องเสนอขออนุญาตจากผู้อานวยการ และดูแลควบคุม
นกั เรียนตลอดเวลา
2. นักเรยี นตอ้ งนาหนังสือขออนุญาตจากโรงเรยี นให้ผู้ปกครองลงชื่อเพ่ืออนุญาต และนา
หนังสือขออนญุ าตมาให้คุณครู-อาจารยผ์ ู้รับผิดชอบ
3. นกั เรียนต้องแต่งเคร่อื งแบบนักเรยี น หรอื เคร่ืองแบบกิจกรรม หรือชุดสุภาพเรียบร้อย
ตามที่ คณุ คร-ู อาจารยผ์ ู้รบั ผิดชอบเปน็ ผู้กาหนดตามทเี่ ห็นสมควร
4. นักเรยี นต้องประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนเหมือนเช่นวันเรียน
ปกติ
5. นักเรยี นตอ้ งกลบั ถึงบ้านตามเวลาท่คี ณุ ครู-อาจารยผ์ ู้รับผิดชอบกาหนด
ระเบียบการกลับบ้าน
1. นกั เรยี นต้องกลบั บ้านหลังจากเลิกเรียนแลว้ เท่านน้ั คือ เวลา 15.30 น. หรือมปี ระกาศจากทาง
โรงเรยี นใหเ้ ลิกเรยี นกอ่ นเวลาเนือ่ งดว้ ยเหตุอนั สมควรตา่ งๆ
2. นกั เรยี นมีความประสงคจ์ ะขออนุญาติกลับบ้าน ในขณะที่กาลังเรียนอยู่ ด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตาม
จะต้องมีใบอนุญาติจากฝุายกิจการนักเรียน โดยเสนอผ่านครูที่ปรึกษา ครูเวรประจาวัน หรือครูที่สอนใน
รายวิชาทก่ี าลังเรยี นอยู่ ลงนามอนมุ ัตติ ามลาดับ
66
คมู่ ือนกั เรียนโรงเรยี นบ้านป่าเหมอื ด (เสริมเกยี รตวิ ณชิ ราษฎร์บารุง)
ระเบยี บการออกนอกบริเวณโรงเรียน
1. นกั เรยี นจะออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นต้งั แต่เวลาโรงเรยี นเขา้ จนถงึ เวลาโรงเรยี นเลิกโดยไม่ได้รับ
อนุญาตไม่ได้ และโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียน หากพิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม
หรอื ไมม่ เี หตุอันควร
2. นักเรียนระดับชั้นอนุบาล ต้องมีผู้ปกครองมารับและขออนุญาตจากคุณครูประจาชั้น และ
ผู้ปกครองตอ้ งบันทึกการรบั นักเรียนกลบั ในสมดุ บนั ทึกท่ีโรงเรียนกาหนด
3. นกั เรยี นระดับชน้ั ประถมศึกษา ตอ้ งมผี ู้ปกครองมารับ และขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียน
ตอ่ ครูประจาช้นั และผู้ปกครองตอ้ งบันทกึ การรบั นักเรยี นกลบั เป็นลายลกั ษณ์อักษร
4. นักเรียนที่ทราบล่วงหน้าว่ามีกิจธุระจาเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียน ต้องมีหนังสือรับรอง
จากผู้ปกครอง มาแสดงเป็นหลักฐานในการขออนุญาตด้วย โดยให้ย่ืนขออนุญาตต่อฝุายกิจการนักเรียน
และให้ฝุายกจิ การนักเรียน แจง้ ใหค้ ณุ ครปู ระจาชน้ั ทราบ เมอ่ื นักเรยี นได้รบั อนุญาตแล้ว ต้องบันทึกการขอ
อนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนในสมุดบันทึกในห้องฝุายกิจการนักเรียน เมื่อกลับเข้าโรงเรียนให้นา
ใบอนญุ าตส่งคืนทฝี่ ุายกจิ การนกั เรียนและลงเวลากลบั และใหไ้ ปรายงานตวั ตอ่ คณุ ครปู ระจาชั้น
5. นักเรียนท่ีมีความจาเป็นที่จะต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน ต้อง
ได้รบั อนญุ าตจากคุณครปู ระจาช้ัน คุณครปู ระจาวิชา และฝาุ ยกิจการนักเรียนตามลาดับ เม่ือได้รับอนุญาต
แล้ว ต้องบนั ทกึ การขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียนในสมุดบันทึกในห้องฝุายกิจการนักเรียน เม่ือกลับ
เข้าโรงเรียน ให้นาใบอนุญาตส่งคืนที่ฝุายกิจการนักเรียนและลงเวลากลับ และให้ไปรายงานตัวต่อคุณครู
ประจาช้ัน
6. นักเรียนท่ีได้รับอนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียน ต้องไปทากิจธุระหรือกิจกรรมตามท่ีระบุ
ไวใ้ นใบอนุญาตเทา่ น้ัน เม่ือเสร็จกิจธุระหรอื กิจกรรม ให้รบี กลบั เขา้ โรงเรียนทันที
7. การออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่กลับเข้าโรงเรียนในวันน้ันอีก จะด้วยเหตุจาเป็นใดก็ตาม
โรงเรียนจะอนญุ าตไดก้ ต็ ่อเมื่อมีผ้ปู กครองมารับหรอื ผ้ปู กครองต้องทาหนังสือขออนุญาตมาเป็นลายลักษณ์
ลกั ษรเท่านน้ั โดยให้ขออนุญาตต่อฝุายกิจการนักเรียน และให้ฝุายกิจการนักเรียนแจ้งให้คุณครูประจาชั้น
ทราบ
8. การออกนอกบริเวณโรงเรียนเป็นหมู่คณะ ต้องมีคุณครู-อาจารย์ควบคุมดูแล และคุณครู-
อาจารย์ ผู้ควบคมุ ตอ้ งเสนอขออนุญาตจากผูอ้ านวยการ
9. นักเรยี นทจี่ ะขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียนระหว่างเวลา 8.00 – 15.30 น. ต้องมีเหตุผล
ตามขอ้ ใดขอ้ หนงึ่ ดงั ต่อไปน้ี
1. เจ็บปุวย ตอ้ งไปพบแพทยท์ โ่ี รงพยาบาล
2. ไปทาบตั รประจาตวั ประชาชน
3. มีหนงั สือขออนุญาติจากผ้ปู กครองโดยแท้จริง
4. ไปรบั เงนิ ธนาณตั ิหรือเบิกเงินท่ีธนาคาร
67
คมู่ ือนกั เรียนโรงเรียนบ้านปา่ เหมือด (เสริมเกยี รตวิ ณิชราษฎร์บารุง)
5. ไปขอคัดสาเนาทะเบยี นบ้าน
6. ผู้ปกครองมารับ และต้องแสดงบัตรประจาตัวประชาชนต่อครูประจาช้ัน หรือครูฝุาย
กจิ การนกั เรยี น เพือ่ แสดงให้ทราบว่าเปน็ ผูป้ กครองโดยแท้จริง
7. มีเหตุจาเป็นอ่นื ๆ อนั ควรอนญุ าตและไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากครูทเี่ กี่ยวขอ้ ง
ระเบียบการเขา้ แถวเคารพธงชาติ
1. นกั เรยี นจะตอ้ งมาโรงเรยี นให้ทันเวลาการทาเวรเขตรับผิดชอบ (7.45 น.) เพื่อทาความสะอาด
เขตรับผดิ ชอบตามทีก่ าหนด โรงเรียนจะใหส้ ัญญาณการเขา้ แถว ดงั ตอ่ ไปน้ี
เวลา 08.00 น. ใหส้ ัญญาณกริ่งหรือเปิดเพลงมาร์ชโรงเรียน นักเรียนทุกระดับช้ันต้องเข้าแถวใน
พื้นทีท่ ี่กาหนดแล้วเดินแถวเพ่อื มาร่วมกจิ กรรมทบ่ี รเิ วณเสาธงชาติ
หลังจากพิธีการหน้าเสาธงเรียบร้อยแล้ว ครูท่ีปรึกษาจะพบนักเรียน ตรวจสอบความเรียบร้อย
และบนั ทกึ ข้อมูลนักเรียนท่ีไม่เข้าแถว นักเรียนท่ีแต่งกายผิดระเบียบ และเดินแถวไปเข้าห้องเรียนเพื่อเข้า
เรยี นวิชาแรกในเวลา 08.30 น.
2. นักเรียนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงอย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์ ของเวลาการเข้าแถว
ทั้งหมด และนักเรียนที่มีเวลาการเข้าแถวน้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะต้องไปรับการปรับเปล่ียนพฤติกรรม โดย
การเขา้ แถวนอกเวลา คิดเปน็ จานวนคร้ังที่ขาดการเข้าแถว (ชว่ งหยุดเรยี น หรอื ปดิ ภาคเรียน)
3. นักเรียนที่ไม่ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง จะมีคะแนนติดลบ คร้ังละ 5 คะแนน และนักเรียนที่แต่ง
กายไม่เรียบรอ้ ย จะถกู บันทึกไว้ในสมุดเชค็ ช่ือนักเรียน
หมายเหตุ กิจกรรมท่ีหน้าเสาธง หากมีกิจกรรมพิเศษให้ดาเนินการในวันศุกร์ และหากพบว่า
กิจกรรมนั้นใช้เวลามาก อาจจะตอ้ งปรับเปล่ียนคาบเรียนจากคาบเรียนที่ 1 ไปเรียนในคาบเรียนท่ี 7 แทน
(จะมีการแจ้งที่บริเวณหนา้ เสาธงและงานประชาสมั พนั ธ)์
ระเบยี บการเข้าเรยี น
1. นักเรียนต้องเข้าเรียนทุกคาบเรียนตามตารางเรียน นักเรียนที่เข้าห้องเรียนสายเกิน 10 นาที
ถือว่าเข้าห้องเรียนสายในคาบเรียนน้ัน นักเรียนที่เข้าห้องเรียนสายรวม 3 ครั้ง ถือว่าขาดเรียนในรายวิชา
นัน้ 1 ครงั้
2. นกั เรียนต้องมอี ุปกรณ์การเรียนครบทุกรายวชิ า และต้องเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อมก่อน
คุณคร-ู อาจารย์ประจาวิชาเข้าหอ้ งสอน
3. นักเรียนต้องตั้งใจเรียน เข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติงานตามท่ีคุณครูส่ัง ไม่ส่งเสียงรบกวน หรือมี
พฤติกรรมอื่นใดท่ีมีผลกระทบต่อบรรยากาศการเรียนการสอน และให้ถือปฏิบัติหรือเข้าร่วมกิจกรรมตาม
ระเบียบขอ้ ตกลงที่เห็นชอบร่วมกันของนักเรียนในแตล่ ะห้องเรยี น
68
คูม่ อื นักเรียนโรงเรยี นบา้ นป่าเหมือด (เสริมเกยี รตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
4. นักเรียนท่ีเจ็บปุวย ไม่สามารถเข้าเรียนในคาบเรียนใด ให้แจ้งและขออนุญาตต่อคุณครูประจา
วิชานน้ั กอ่ น และนาใบอนุญาตจากคณุ ครู-อาจารย์ประจาวชิ า ไปแสดงตอ่ ฝาุ ยการพยาบาล
5. ในขณะท่มี กี ารเรียนการสอน นักเรยี นทีม่ กี ิจธุระจาเปน็ ตอ้ งออกจากห้องเรยี น หรือต้องการเข้า
ห้องเรียน หรือมีความจาเป็นเร่งด่วนที่ต้องการพบเพื่อน ให้ขออนุญาตต่อคุณครู-อาจารย์ที่สอนก่อนทุก
คร้ัง กรณีที่ไม่มีครูสอนควบคุมอยู่ให้แจ้งต่อหัวหน้าชั้น หรือรองหัวหน้าชั้นก่อน เพ่ือสิทธิของตัวนักเรียน
เอง
6. ในคาบเรียนใดท่ีคุณครูประจาวิชาไม่ได้เข้าห้องสอน ให้นักเรียนนรออยู่ในห้องด้วยความสงบ
หากเมือ่ เวลาผ่านไปแลว้ 10 นาที ให้หัวหน้าช้ันรีบรายงานต่อหัวหน้าหมวดวิชา หรือฝุายวิชาการ เพื่อจัด
คุณครูดแู ลหรือสอนแทน
7. นักเรียนต้องช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียน จัดเวรทาความสะอาดเป็นประจาทุกวัน
และ จดั บรรยากาศของห้องเรียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ห้ามนาอาหาร เครื่องดื่ม ของขบเค้ียว
ไปรับประทานในหอ้ งเรียน และในอาคารเรยี น
8. ในคาบว่าง นักเรียนต้องใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ เข้าห้องสมุด
ทาการบ้าน เล่นกีฬา หรือทากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ห้ามกระทาอื่นใดท่ีก่อให้เกิดการรบกวนการเรียน
การสอนของคุณครูและเพือ่ นนักเรยี น
9. นักเรียนต้องมีความรักสามัคคี มีมนุษยสัมพันธ์อันดี มีความเป็นเพื่อน มีความเป็นพี่หรือน้อง
กับนักเรียนทุกคน ห้ามใช้กาลังชกต่อย หรือใช้อาวุธอ่ืนใด หรือใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา หากเกิด
ปัญหาหรือเกิดการทะเลาะกันข้ึน ให้คู่กรณีหรือผู้พบเห็นรายงานต่อคุณครู-อาจารย์ท่ีอยู่ใกล้ที่สุดทราบ
ทันที
10. นกั เรียนต้องรกั ษาทรัพย์สินตา่ งๆ ภายในหอ้ งเรียน โดยไมข่ ดี เขยี นโต๊ะ ฝาผนัง กระดาน หรือ
การกระทาอืน่ ใดทีท่ าให้ส่งิ ของภายในหอ้ งเกดิ ความเสียหาย ผใู้ ดกระทาใหเ้ กิดความเสียหาย นักเรียนผู้นั้น
ตอ้ งชดใช้ค่าเสียหาย หรอื ซ่อมแซมแกไ้ ขใหอ้ ย่ใู นสภาพเดิม
11. กิจกรรมคาบ 7 (ทุกวันสุดท้ายของสัปดาห์ เฉพาะนักเรียนระดับช้ันมัธยม) ในหน่ึงสัปดาห์
นกั เรียนจะตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมใด กิจกรรมหน่ึง ในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตามตารางท่ีกาหนด
ไว้ เช่น กิจกรรมสรา้ งความสพมัพัธ์ กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมปรับเปล่ียนพฤติกรรม กิจกรรมพบครูที่
ปรึกษา กิจกรรมประชุมสวดมนต์ กิจกรรมพัฒนาทาความสะอาด หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เห็นสมควร ในแต่
ละกจิ กรรมนกั เรยี นตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 เปอร์เซ็นต์ หากนักเรียนคนใด มีเวลาเรียน
ไม่ถงึ จะต้องไดร้ ับการซ่อม หรือเชญิ ผู้ปกครองมาพบทันที
69
คูม่ อื นกั เรียนโรงเรียนบ้านปา่ เหมอื ด (เสรมิ เกียรตวิ ณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
ระเบยี บการทาความเคารพ
1. เม่ือนักเรียนพบครู-อาจารย์ทุกคน ให้นักเรียนยืนตรง หันหน้าไปทางคุณครู ทาความเคารพ
ด้วยการไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคาว่า “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิงกล่าวคาว่า “สวัสดีค่ะ” หากมี
สัมภาระอยูใ่ นมอื ให้วางสัมภาระไว้ก่อนการไหว้ ในกรณีที่ไม่สามารถวางสัมภาระได้ เมื่อวางอาจจะส่งผล
เสียหายต่อสัมภาระหรือชีวิต ให้ทาความเคารพโดยการยืนตรง ให้นักเรียนชายกล่าวคาว่า “สวัสดีครับ”
และนักเรยี นหญิงกล่าวคาวา่ “สวัสดีค่ะ”
2. ขณะทีน่ ักเรียนยนื หรอื นัง่ อยตู่ ามบริเวณต่างๆ เม่ือคุณครู-อาจารย์เดินผ่าน ให้ทาความเคารพ
เช่นขอ้ 1.
3. เม่ือนักเรียนเดินสวนกับคุณครู ต้องทาความเคารพเช่นข้อ 1. และให้คุณครูเดินผ่านไปก่อนจึง
ค่อยเดินตอ่ ไป
4. ขณะท่ีนักเรียนเดินไม่ควรเดินแซงคุณครู หากมีความจาเป็น ให้นักเรียนชายกล่าวคา ว่า “ขอ
โทษครับ” และนกั เรยี นหญิงกลา่ วคาวา่ “ขอโทษคะ่ ” เสียก่อน จงึ เดินแซงไป
5. เม่ืออยู่ในเคร่ืองแบบอื่นๆ เช่น เคร่ืองแบบลูกเสือ ยุวกาชาด เนตรนารี การทาความเคารพให้
เปน็ ไปตามระเบยี บของเคร่อื งแบบน้ัน ๆ
6. ในหอ้ งเรยี น เมื่อคณุ ครูเขา้ หอ้ งเรียนให้หวั หน้าช้นั บอกคาว่า“นักเรียนทาความเคารพ” และให้
ทุกคนยืนตรง ทาความเคารพโดยการไหว้ ให้นักเรียนชายกล่าวคาว่า “สวัสดีครับ” และนักเรียนหญิง
กล่าวคาว่า “สวัสดีค่ะ” เม่ือได้รับอนุญาตให้น่ังจึงน่ังลง และเม่ือหมดคาบเรียนคุณครู-อาจารย์ออกจาก
ห้อง ให้หัวหน้าช้ันบอกคาว่า “นักเรียนทาความเคารพ” และให้ทุกคนยืนตรง ยกมือไหว้ ให้นักเรียนชาย
กลา่ วคาว่า “ขอบคณุ ครบั ” และนักเรยี นหญงิ กลา่ วคาว่า “ขอบคุณค่ะ” (ในวิชาต่างประเทศให้ใช้ภาษาใน
รายวชิ านั้นๆ)
7. เมอื่ พบคุณครภู ายนอกบริเวณโรงเรยี น ให้ถอื ปฏิบัติตามประเพณีนิยม คือ ทาความเคารพด้วย
การไหว้
ระเบียบการรับประทานอาหาร เครอ่ื งดื่ม ในโรงเรยี น
1. สถานท่ีรับประทานอาหาร เครื่องด่ืม ให้ใช้สถานท่ีภายในโณงเรียนตามท่ีโรงเรียนกาหนด คือ
บริเวณภายในโรงอาหารเท่านั้น ห้ามนาอาหารและเครื่องดื่มออกมารับประทานนอกบริเวณที่กาหนด
เด็ดขาด เม่อื รับประทานเสรจ็ แล้ว ใหน้ าขยะไปทิง้ ทถ่ี ังขยะทันที ตามจดุ ท่โี รงเรียนจัดเตรียมไว้ให้
เวลารับปรัทานอาหารและเครื่องดืม่ ตามทีโ่ รงเรียนกาหนด แบง่ ออกเปน็ 2 ระยะเวลา คอื
ภาคเช้า ระหวา่ งเวลา 07.00-07.40 น.
ภาคกลางวนั ระหว่างเวลา 11.30-12.10 น.
2. เมื่อได้ยนิ เสยี งสญั ญาณทาเวรเขตรบั ผิดชอบ เวลา 7.40 ให้หยุดซื้ออาหาร ขนม หรือเคร่ืองด่ืม
หากกาลงั รับประทานอยู่ ใหเ้ ร่งรีบให้ทนั เวลาเขา้ แถวเคารพธงชาติ
70
คูม่ อื นกั เรียนโรงเรียนบ้านปา่ เหมือด (เสรมิ เกียรติวณชิ ราษฎร์บารุง)
3. นักเรียนต้องเข้าแถวรับอาหาร หรือซ้ือขนม หรือของอ่ืนๆ ตามคิวอย่างมีระเบียบ มีน้าใจ
เอือ้ เฟ้ือ มมี ารยาทในการรับประทานอาหาร ไมท่ ิง้ เศษอาหารลงบนโต๊ะหรือบนพื้น เศษอาหารหรืออาหาร
ทีไ่ มร่ บั ประทานใหเ้ ก็บใส่ภาชนะ และลา้ งภาชนะดว้ ยตนเองใหส้ ะอาดเรยี บรอ้ ย
4. นักเรียนต้องรับประทานอาหารบนโต๊ะอาหารในห้องอาหาร และบริเวณท่ีโรงเรียนกาหนด
เทา่ นั้น
5. เครือ่ งด่ืม ขนม ไอศกรมี ผลไม้ ฯลฯ ควรรับประทานให้เรียบร้อยในบรเิ วณท่โี รงเรยี นจัดไว้
6. ไม่ควรนาไปรับประทานบริเวณอ่ืน ๆ เม่ือรับประทานเสร็จแล้วให้เก็บภาชนะบรรจุลงถังขยะ
ให้เรียบรอ้ ย
ระเบียบการลาของนกั เรียน
1. นักเรียนที่มีกิจธุระ มีความจาเป็นต้องลาหยุดการเรียน นักเรียนต้องส่งใบลาโดยมีผู้ปกครอง
รับรอง ลงช่ือกากับต่อคุณครูประจาช้ันล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน หากมีความจาเป็นเร่งด่วนไม่สามารถส่ง
ใบลาล่วงหน้าได้ตามวรรคหน่ึง ให้ส่งใบลาโดยมีผู้ปกครองรับรองลงช่ือกากับ ต่อคุณครูประจาช้ันในวัน
แรกที่นักเรียนมาเรียน นักเรียนท่ีปลอมแปลงลายมือชื่อผู้ปกครองหรือเอกสารอ่ืนใด ถือว่าเป็นความผิด
ต้องได้รับการพิจารณาโทษตามระเบยี บวา่ ด้วยการลงโทษฯนักเรียน
2. นักเรียนท่ีลาปุวย นักเรียนต้องส่งใบลาโดยมีผู้ปกครองรับรองลงช่ือกากับต่อคุณครูประจา
ช้ันในวันลา หรือในวันมาเรียนวันแรก หากเจ็บปุวยหลายวันหรือต้องเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล
ผู้ปกครองต้องแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบโดยเร็ว และให้นักเรียนส่งใบลาพร้อมใบรับรองแพทย์ในวันแรก
ที่มาเรียน
3. กรณีที่ผู้ปกครองมาลาด้วยตนเอง ให้ขออนุญาตลาท่ีฝุายกิจการนักเรียน และให้ฝุายกิจการ
นกั เรยี นแจ้งเป็นหนังสือใหค้ ุณครูประจาชน้ั ทราบทุกครงั้
4. กรณีนักเรียนขาดเรียนติดต่อกัน 3 วัน โดยไม่แจ้งให้ทางคุณครูประจาชั้นทราบ ให้คุณครู
ประจาช้ัน แจ้งฝุายกิจการนักเรียน เพื่อให้ฝุายกิจการนักเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเป็นคร้ังแรก หาก
ไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครอง ฝุายกิจการนักเรียนจะออกหนังสือเป็นคร้ังท่ีสอง หากยังไม่ได้รับการ
ติดต่อจากผู้ปกครองในเวลาอนั ควร ฝุายกิจการนักเรยี นจะเสนออาจารย์ใหญ่ เพื่อพิจารณาและดาเนินการ
ตอ่ ไป และการขาดเรยี นโดยไม่แจ้งใหค้ ุณครูประจาชัน้ ทราบ จะไดร้ บั การพิจารณาโทษตามระเบียบว่าด้วย
การลงโทษนกั เรยี น
71
คู่มือนักเรยี นโรงเรยี นบ้านปา่ เหมอื ด (เสรมิ เกยี รติวณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
ตัวอย่างใบลาของนักเรียน
เขียนท่ี..............................
วนั ท่ี...............เดือน.........................พ.ศ.............
เร่ือง ขอลา (ป่ วย,กิจ)
เรียน ครูท่ีปรึกษาช้นั ....................
ส่ิงท่ีส่งมาดว้ ย ใบรับรองแพทย์ จานวน 1 ฉบบั หรือเอกสารอ่ืนที่สาคญั ต่อการลา (ถา้ ไม่มีส่วนน้ี
กไ็ ม่ตอ้ งระบุ)
ดว้ ย กระผม,ดิฉนั ........................................ นกั เรียนช้นั ..............................เลขที่.............
เลขประจาตวั ....................ขออนุญาตหยดุ เรียน เนื่องจาก....................................................................
...........................................................................................(ช้ีแจงถึงความจาเป็นที่ตอ้ งหยดุ เรียน)
มีกาหนด...............วนั ต้งั แต่วนั ที่...............เดือน..............................พ.ศ...........ถึงวนั ท่ี...............
เดือน..............................พ.ศ................เม่ือครบกาหนดแลว้ กระผม,ดิฉนั จะกลบั มาเรียนตามปกติ
จึงขอเรียนมาเพ่อื ขออนุญาต
ขอแสดงความนบั ถือ
........................................
(.....ชื่อ – สกุล ตวั บรรจง.....)
ขอรับรองวา่ ขอ้ ความที่อยขู่ า้ งบนน้ีเป็นความจริงทุกประการ
........................................
(.....ชื่อ – สกุล ตวั บรรจง.....)
ผปู้ กครอง
72
คู่มอื นกั เรยี นโรงเรยี นบ้านป่าเหมือด (เสริมเกยี รตวิ ณิชราษฎร์บารุง)
ระเบียบการใชอ้ าคารสถานทีแ่ ละสมบัติสว่ นรวม
1. นักเรยี นต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด อาคารสถานที่ของโรงเรียน ห้ามนักเรียนขีดเขียน
หรือขูดขีด หรือต่อเติม โต๊ะ เก้าอ้ี ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง หรือทรัพย์สินอ่ืนใดของโรงเรียนเป็นอันขาด
และช่วยกันดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีอยู่เสมอ หากพบเห็นการชารุด โดยเฉพาะ
อปุ กรณ์ไฟฟาู ให้รีบแจ้งฝุายอาคารสถานท่ี หรอื คณุ ครทู ีอ่ ยใู่ กล้ทส่ี ดุ โดยเรว็
2. นักเรียนต้องช่วยกันดูแลการประหยัดน้า ไฟฟูา และการใช้อุปกรณ์ไฟฟูาทุกชนิดให้คานึงถึง
ความปลอดภยั และการประหยดั
3. นกั เรียนใช้อาคารสถานที่ให้เหมาะสมและถูกต้อง การเล่นกีฬาทุกประเภท ให้ใช้บริเวณสนาม
หรอื บริเวณทโ่ี รงเรียนกาหนด
4. นักเรียนที่มีความจาเป็นต้องเข้าห้องพักครู ห้องสานักงานฝุายต่าง ๆ ห รือห้องที่มี
ลกั ษณะเฉพาะ ตอ้ งขออนุญาตและไดร้ ับอนุญาตจากอาจารย์ผู้รบั ผิดชอบก่อนทุกครง้ั
5. ในเวลาเรียนปกติ ห้ามมิให้นักเรียนเข้าไปในบริเวณบ้านพักครู อาจารย์ คนงาน ภารโรง หรือ
เขตกอ่ สรา้ ง ยกเวน้ นกั เรียนท่ีไดร้ บั อนุญาตเมื่อมีความจาเป็นเปน็ คร้งั คราว
ระเบียบการร่วมกจิ กรรม
นักเรียนทุกคนจะต้องร่วมกิจกรรมทุกอย่างท่ีโรงเรียนจัดข้ึน มอบหมาย หรือร่วมกับชุมชน
หน่วยงานอ่ืน เช่น นักเรียนทุกคนต้องมีสังกัดในคณะสีตามท่ีกาหนด กิจกรรมวันสาคัญต่างๆ กิจกรรม
พิเศษที่โรงเรียนจัดข้ึน หรือได้รับการประสานงานจากหน่วยงานอื่น นักเรียนต้องให้ความร่วมมือและ
จะต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ หากพบว่ามีเวลาไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์จะต้อง
ไดร้ ับการซ่อมเสรมิ ด้วยวิธกี ารทีเ่ หมาะสม
73
คู่มอื นักเรยี นโรงเรยี นบ้านป่าเหมือด (เสรมิ เกยี รติวณิชราษฎร์บารุง)
4. ระเบยี บการพจิ ารณาการกระทาความผิดของนักเรยี น
และบทลงโทษ
การกระทาความผดิ ของนักเรยี น หมายความว่า การที่นักเรียนประพฤติฝุาฝืนระเบียบว่าด้วยการ
ปฏบิ ัตติ นของนกั เรยี นโรงเรยี นบ้านปาุ เหมือด (เสรมิ เกียรติวณิชราษฎร์บารุง) หรือของกระทรวงศึกษาธิการหรือ
กฎกระทรวงวา่ ดว้ ยความประพฤตขิ องนกั เรยี น
การลงโทษ หมายความว่า การลงโทษนักเรียนท่ีกระทาความผิดโดยมีความมุ่งหมายเพื่อการ
อบรม สั่งสอน โทษทีจ่ ะลงโทษแกน่ ักเรยี นท่กี ระทาความผดิ มี 4 สถาน ดังน้ี
1. ว่ากล่าวตกั เตอื น
2. ทาทัณฑบ์ น
3. ตดั คะแนนความประพฤติ
4. ทากิจกรรมเพื่อใหป้ รบั เปลย่ี นพฤติกรรม
โดยครูฝุายกิจการนักเรียนเป็นผู้มีหน้าท่ีสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงจากการกระทาความผิด และ
รายงานตอ่ ผู้อานวยการโรงเรยี นหรือผ้ทู ผี่ อู้ านวยการโรงเรยี นมอบหมาย เพ่อื หาแนวทางแก้ไขและลงโทษ
การลงโทษนักเรยี นให้เป็นไปเพือ่ เจตนาท่จี ะแก้นสิ ยั และความประพฤติไม่ดีของนักเรียนให้รู้สานึก
ในความผิดและกลับประพฤติตนในทางท่ีดีต่อไป ให้ผู้อานวยการโรงเรียนหรือผู้อานวยการโรงเรียน
มอบหมายเป็นผมู้ ีอานาจในการลงโทษนักเรียน
การกล่าวตกั เตือน ใช้ในกรณนี ักเรียนกระทาความผดิ ไม่รา้ ยแรง
การทาทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนท่ีประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน ตาม
กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยความประพฤตินักเรียน หรือกรณีทาให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติยศของ
สถานศึกษา หรือฝุาฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ
การทาทัณฑ์บนให้ทาเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมารับทราบความผิดและรับรองการ
ทาทณั ฑ์บนไวด้ ้วย
การตดั คะแนนความประพฤติ ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบโรงเรียนบ้านปุาเหมือด ว่าด้วยคะแนนความ
ประพฤตินกั เรียน และใหบ้ นั ทึกขอ้ มูลไวเ้ ปน็ หลักฐาน
การทากิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีท่ีนักเรียนกระทาความผิดที่สมควรต้อง
ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม นักเรียนท่ปี ระพฤติผิดโดยไม่มีเหตุอันควร
การให้พักการเรียนหรือย้ายสถานศึกษา ใช้ในกรณีที่นักเรียนทาความผิดอย่างต่อเน่ืองและไม่มี
การปรับเปล่ียนพฤติกรรม หรือถูกตัดคะแนนความประพฤติจนหมดและไม่ยอมทากิจกรรม หรือทา
ความผดิ กฎหมายบา้ นเมือง จนเปน็ เหตใุ ห้เส่ือมเสียชอ่ื เสยี งของโรงเรยี น
74
คมู่ อื นักเรยี นโรงเรียนบา้ นปา่ เหมอื ด (เสริมเกยี รติวณชิ ราษฎร์บารุง)
การลงโทษให้ย้ายสถานศึกษาน้ัน เป็นการกาหนดโทษโดยมติของคณะกรรมการสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านปุาเหมือด ทั้งนี้ให้วิเคราะห์จากข้อมูลเดิมของคะแนนความประพฤติท่ีถูกทางโรงเรียน
ตัดคะแนนเป็นสาคัญ และการประพฤติผิดในกรณีดังกล่าว เป็นการนาความเส่ือมเสียมาซึ่งโรงเรียนบ้าน
ปาุ เหมือด
75
คูม่ อื นักเรียนโรงเรียนบ้านป่าเหมอื ด (เสรมิ เกยี รตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
5. ระเบียบการตดั คะแนนความประพฤตินักเรยี น
โรงเรียนบ้านปุาเหมือด ตาบลเวียงพางคา อาเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เห็นสมควรท่ีจะวาง
ระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรยี นท่ีประพฤติผิดระเบียบของทางโรงเรียน เพื่อเป็นการควบคุมให้นักเรียน
เป็นผู้มีระเบียบ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง มีความประพฤติอันดีงาม รวมท้ังเป็นการส่งเสริมวินัยของ
นักเรียนให้เคร่งครัดยิ่งข้ึน รู้จักแก้ไขปรับปรุงตนเอง จึกอาศัยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการในการออก
ระเบยี บน้ี
1. หลกั เกณฑ์การตดั สินคะแนนความประพฤตขิ องนักเรียน เมอื่ นักเรยี นเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 1 และนักเรียนที่เข้าเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือนักเรียนท่ีย้ายเข้ามาใหม่ ให้มีคะแนน
ความประพฤติ 100 คะแนน เมอ่ื มีหลักฐานว่าได้ประพฤตผิ ดิ นักเรียนผนู้ ัน้ จะถูกตัดคะแนนความประพฤติ
ทกุ ครั้งที่กระทาผิด มากน้อยแล้วแต่ประเภทของความผิด เม่ือนักเรียนคนใดถูกตัดคะแนนความประพฤติ
เกินกว่า 50 คะแนน ในปีการศึกษาน้ันๆ โรงเรียนจะพิจารณาว่า นักเรียนผู้น้ันมีความประพฤติเส่ือมเสีย
ทางโรงเรยี นจะมีหนงั สือเชญิ ผปู้ กครองมาร่วมพจิ ารณาโทษตามความผดิ หนกั เบาของพฤติกรรมน้ันๆ
2. คะแนนความประพฤตเิ ปน็ เครื่องวัดความประพฤติของนักเรียน เพื่อการฝึกอบรม ไม่เก่ียวข้อง
กับการวดั ผลการเรียน
3. ระยะเวลาของการตัดคะแนนความประพฤติ ใช้ตลอดที่นักเรียน เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้จนจบ
หลักสูตร
4. การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน เม่ือกระทาผิดระเบียบน้ีไม่สามารถลบล้าง
การลงโทษอื่นๆ ของโรงเรียนท่ีมีอยู่ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.
2548
การทาทณั ฑบ์ น เม่ือนกั เรียนคนใดกระทาความผดิ ถงึ ขน้ั “ทาทัณฑ์บน” จะมีอายุการทาทัณฑ์บน
ไปจนจบช้ันสูงสุด ยกเว้น ทณั ฑ์บนแต่ละฉบบั จะมีระยะเวลาสิ้นสุดอายุของมันในตัว
5. เกณฑ์การตดั คะแนนความประพฤติ ให้เปน็ ไปตามท้ายระเบียบน้ี
เกณฑ์การตัดสนิ ความประพฤติ
90 – 100 หมายถึง มีความประพฤติอยูใ่ นระดับ ดเี ยีย่ ม
80 – 89 หมายถึง มีความประพฤติอยู่ในระดบั ดี
70 – 79 หมายถึง มคี วามประพฤตอิ ยูใ่ นระดับ คอ่ นข้างดี
60 – 69 หมายถงึ มคี วามประพฤตอิ ยู่ในระดบั พอใช้
50 – 59 หมายถงึ มีความประพฤติอยใู่ นระดบั ผ่านเกณฑข์ ้นั ต่า
0 – 49 หมายถงึ มคี วามประพฤติอยใู่ นระดบั ตอ้ งปรบั ปรุง
76
คู่มือนกั เรียนโรงเรียนบา้ นปา่ เหมือด (เสรมิ เกยี รติวณิชราษฎร์บารุง)
6. ระเบียบการลงโทษนักเรียนที่ทาผิดระเบียบวนิ ยั
6.1 โทษข้ันว่ากล่าวตักเตือนครูทุกท่านมีอานาจในการว่ากล่าวตักเตือนเม่ือนักเรียนมี
ความประพฤตไิ ม่ เหมาะสม
6.2 โทษการทาทณั ฑ์บนนักเรียนทีป่ ระพฤติผิดหรือกระทาความผิดระเบียบของโรงเรียน
บ่อยคร้ังไม่ ปรับปรุงตนเอง จนกระทั่งถูกตัดคะแนนความประพฤติ ๑๕ คะแนน ครูฝุายกิจการนักเรียน
หรอื ครูหัวหนา้ ฝุาย ปกครอง หรือผู้อานวยการโรงเรียน มีอานาจเชญิ ผ้ปู กครองมาเพอื่ ทาทัณฑบ์ นได้
6.3 โทษการตัดคะแนนความประพฤติ ให้ครูทุกท่านมีอานาจในการเสนอตัดคะแนน
ความประพฤติของ นักเรียนที่กระทาความผิดโดยเสนอต่อครูหัวหน้าฝุายปกครอง เพื่อให้ผู้อานวยการส่ัง
การให้ครปู ระจาชั้นไดด้ าเนนิ การบนั ทกึ ไวเ้ ปน็ หลักฐานในกรณที ่นี กั เรยี นกระทาความผดิ ดงั น้ี
6.3.1 ครูทุกท่านมีอานาจการตัดคะแนนได้ครั้งละไม่เกิน ๕ คะแนน
6.3.2 ครูหัวหนา้ งานกิจการนักเรยี น ครหู ัวหนา้ ฝาุ ยปกครองมีอานาจตัดคะแนน
ไดไ้ มเ่ กนิ ครง้ั ละไมเ่ กิน ๑๐ คะแนน
6.3.3 ผู้อานวยการโรงเรียน มอี านาจตัดคะแนนได้ตามความเหมาะสมของการ
กระทาความผิด
6.3.4 นักเรยี นคนหน่ึงๆ มีคะแนนความประพฤติประจาตวั คนละ 100 คะแนน
6.3.5 ในกรณีที่นักเรียนทาความผิดเกินอานาจครูที่สั่งตัดคะแนน ให้ครูที่ส่ังตัด
คะแนน เสนอให้ครูที่มีอานาจตัดคะแนนสูงกว่า เป็นผู้ตัดคะแนนพร้อมแนบเหตุผลของการตัดคะแนนมา
ดว้ ย
6.3.6 หัวหน้างานกิจการนักเรียน มีหน้าท่ีรายงานผลความประพฤติของ
นกั เรยี นทถ่ี กู ส่งั ตัด คะแนน เสนอตอ่ ผู้อานวยการโรงเรยี นเพ่ือพจิ ารณาสัง่ การประจาภาคเรียน
6.4 โทษทากิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อนักเรียนคนใดถูกลงโทษถึงขั้นสูงสุด
ของโทษท่ีกาหนดไว้แล้วให้มอบหมายกิจกรรมเสริมสร้างนิสัย หรือกระทากิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์โดย
นบั เป็นครัง้ หรอื นบั เปน็ ชว่ั โมง ตงั้ แต่ ๑ ชั่วโมง ขึ้นไปแล้วแต่กรณีความผิดที่จะพิจารณา หรือจัดเข้าค่าย
อบรม เพื่อให้ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ท้ังนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของครูประจาช้ัน หรือบุคคลท่ีได้รับ
มอบหมาย
7. แนวทางปฏิบัตวิ า่ ดว้ ยการลงโทษ
เพื่อให้การปฏิบัติของครูในการพิจารณาลงโทษนักเรียนเป็นไปอย่างถูกต้อง โรงเรียนได้กาหนด
ลักษณะ ของความผิดไว้ ดงั นี้
7.1 ความผิดข้ันต้น เป็นความผิดที่ตัดคะแนนความประพฤติคร้ังละไม่เกิน 5 คะแนน
ไดแ้ ก่
1. แต่งกายผิดระเบียบของโรงเรียน
2. แสดงกริ ยิ าวาจาหยาบคายไมว่ ่าในหรือนอกโรงเรยี น
77
คูม่ อื นักเรียนโรงเรียนบ้านปา่ เหมอื ด (เสริมเกียรติวณชิ ราษฎร์บารุง)
3. หลีกเลี่ยงไม่เขา้ ห้องเรียนโดยไมม่ ีเหตุผลอนั สมควร
4. ขัดคาสง่ั โดยชอบของครู (เกย่ี วกับการเรียนการสอนหรือกิจกรรม)
5. ทรงผมผิดระเบยี บ ผมยาว ไม่ตัดผมใหเ้ รยี บรอ้ ย
6. ซือ้ หรอื รบั ประทานอาหารไม่ถูกเวลาและสถานที่
7. เขา้ ห้องเรยี นสายเกนิ ๑๐ นาที
8. ขยะในหอ้ งเรยี น ไมร่ กั ษาความสะอาดของหอ้ งเรียน
9. พดู จาเป็นเทจ็ โกหก หลอกลวงครูหรอื ผอู้ ืน่
10. ไม่หยดุ ยนื เคารพเพลงชาติไทย
11. ไม่ทาความเคารพหรอื ไหวค้ รู
12. สง่ เสียงดังรบกวนผู้อื่นทงั้ ในหอ้ งและนอกห้องเรยี น
13. ใสเ่ ครอ่ื งประดับ สรอ้ ย แหวน กาไล ต่างหู หรอื อื่นๆ
14. ท้งิ ขยะไม่ลงถัง
15. มีอุปกรณ์การเรยี นไม่ครบบ่อยครงั้
16. ไมส่ นใจเรียน ไม่ส่งงานบ่อยครัง้
17. นาเพ่ือนต่างโรงเรยี นเขา้ มาในโรงเรียนโดยไมม่ ีเหตุอันสมควร
18. สวมใส่เสื้อท่ีไม่มีชื่อ ไม่มีเลขประจาตัวนักเรียน ไม่มีอักษรย่อของโรงเรียน
บ้านปาุ เหมอื ด
19. ไวเ้ ลบ็ เลบ็ ยาว ทาสเี ลบ็ เคลอื บสีเลบ็
20. ใช้เครือ่ งสาอาง แต่งหนา้ ทาปาก เขียนคิ้ว เขียนตา จนเกินงาม
21. เลน่ โทรศพั ทม์ ือถอื ระหว่างเรยี นโดยไม่ได้รบั อนุญาต
22. ชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือในโรงเรียน
23. แกะลายทรงผม ใช้เจลแตง่ ผม
24. นักเรียนหญิงที่ผมยาวไม่มัดผมให้เรียบร้อย ไม่มีโบว์มัดผม หรือใช้โบว์มัดผม
ไมถ่ กู ระเบียบ
25. ไม่พกแกว้ น้าสว่ นตัวมาใช้ในโรงเรียน
26. ใชก้ บ๊ิ ตดิ ผมไม่เหมาะสม ไมถ่ ูกระเบียบ
27. ใส่เข็มขดั ผิดระเบยี บ
27. ไม่มโี บว์เส้ือนักเรียนหญงิ
7.2 ความผิดขั้นที่ 2 เป็นความผิดท่ีตัดคะแนนความประพฤติคร้ังละไม่เกิน 10 คะแนน
ไดแ้ ก่
1. ออกนอกบริเวณโรงเรยี นในเวลาเรียนโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต
2. มอี ปุ กรณ์การเลน่ การพนันไวใ้ นครอบครอง
78
คูม่ ือนกั เรียนโรงเรียนบา้ นปา่ เหมอื ด (เสริมเกียรติวณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
3. แสดงกริ ิยา วาจาก้าวรา้ ว หยาบคาย หรือไมส่ ภุ าพต่อครูและบุคคลท่ัวไป
4. เข้าไปในแหล่งอบายมุข สถานท่ีอันไม่สมควร แหล่งม่ัวสุมหรือเขตหวงห้าม
ของโรงเรยี นโดย ไมไ่ ด้รับอนญุ าต
5. เจตนากระทาผดิ เกีย่ วกับเอกสารทางราชการ
6. ก่อการทะเลาะวิวาทสถานเบา
7. ประพฤตติ นในทานองชสู้ าว
8. หนีการเรียนเปน็ รายวชิ า หนีการเรียนในชั่วโมงการเรยี นทัง้ ชว่ั โมง
9. มีบุหร่ี สุรา หรือสงิ่ เสพติด ไว้ในครอบครอง
10. หลีกเลย่ี งการเข้าแถวเคารพธงชาติ
11. ขีดเขียนโต๊ะ ผนังห้องเรียน หรืออาคารเรียน หรือขีดเขียนสาธารณสมบัติ
ของโรงเรยี น
12. สวมใส่ชุดกจิ กรรม ไม่ตรงกบั วันเรยี น
13. ดัดผม ซอยผม สไลด์ผม ทาสผี ม กดั สผี ม
14. ใส่รองเทา้ ข้ึนบนอาคารเรยี น
15. มาโรงเรียนสายโดยไมม่ ีเหตผุ ล
16. มีปากเสียงกนั อยา่ งรนุ แรงกับผู้อ่ืน
7.3 ความผิดขั้นท่ี 3 เป็นความผิดที่ตัดคะแนนความประพฤติคร้ังละไม่เกิน 15 คะแนน
ได้แก่
1. ก่อการทะเลาะวิวาทหรือกระทาให้เกิดการแตกแยกความสามัคคีและก่อ
ความเดือดรอ้ นแก่ผอู้ ่ืน
2. สูบบุหร่ี ดื่มสุราหรือของมึนเมาอ่ืน ๆ หรือเสพยาเสพติดทั้งในโรงเรียนและ
นอกโรงเรียน
3. เลน่ การพนนั
4. มอี าวธุ ไวใ้ นครอบครอง
5. นาสือ่ ลามกอนาจารทกุ ประเภทเขา้ มาในโรงเรยี น
6. ยยุ งให้เกิดความกระดา้ งกระเด่ืองและฝาุ ฝืนระเบียบของโรงเรียน
7. ทาลายทรพั ยส์ ินของโรงเรียนหรือของผูอ้ ่นื
8. เทย่ี วเตรใ่ นเวลาและสถานทที่ ่ีไม่เหมาะสม
9. ขาดความเคารพครู เชน่ ดูหม่ิน หมายคาย แสดงกริ ยิ ากระด้างกระเดื่อง
7.4 ความผิดข้ันที่ 4 เป็นความผิดที่ตัดคะแนนความประพฤติครั้งละไม่เกิน 20 คะแนน
ไดแ้ ก่
79
คมู่ ือนักเรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมือด (เสรมิ เกียรตวิ ณชิ ราษฎร์บารุง)
1. ความประพฤตทิ เี่ ป็นการกระทาผิดซ้าๆ ไดร้ ับการว่ากล่าวตักเตือนและถูกตัด
คะแนนในข้ันต้นมาแล้ว
2. ประพฤตติ ัวไม่เหมาะสมกบั การเป็นนักเรียน
3. แอบอ้างช่ือโรงเรียนไปกระทาการใดๆ จนเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของ
โรงเรยี น
4. นาทรัพยส์ นิ ของโรงเรยี น หรือของผูอ้ ่นื ไปโดยไม่ได้รับอนญุ าต
5. ประพฤติตนในทานองช้สู าวท่มี ีหลักฐานตอ่ เน่อื งกนั หลายครั้ง
6. จอด – ขับขี่รถไมถ่ ูกกฎจราจร
7. แสดงตนเปน็ อนั ธพาล
8. ไมเ่ ข้าร่วมกิจกรรมทโี่ รงเรยี นกาหนด
9. แสดงสทิ ธใ์ิ นทรัพยส์ ินของโรงเรียน
10. จดุ ประทดั หรืออ่ืน ๆ ทีท่ าใหเ้ กิดเสยี งดงั
11. ปลอมลายมือชือ่ ผูป้ กครอง หรือครู
7.5 ความผิดข้ันท่ี 5 เป็นความผิดท่ีตัดคะแนนความประพฤติคร้ังละ 25 คะแนนข้ึนไป
ไดแ้ ก่
1. ทาลายทรัพย์สินของโรงเรียนโดยเจตนา
2. ขโมยทรพั ยส์ ินของโรงเรยี นหรือของผ้อู น่ื โดยมีหลักฐานแน่ชดั
3. ซอ่ งสุมกอ่ กวนความสงบเรียบรอ้ ยของสังคม
4. ประทุษรา้ ยร่างกายผู้อน่ื จนได้รับบาดเจบ็ ทงั้ รา่ งกายและจิตใจ
5. ชกั นาบคุ คลภายนอกโรงเรียนมารว่ มกอ่ การทะเลาะววิ าท
6. มีพฤตกิ รรมชู้สาว
7. ประพฤติช่ัวหรือกระทาการใด ๆ ที่ทาความเสื่อมเสียช่ือเสียงเกียรติศักด์ิแก่
โรงเรียน หรอื กระทาการอันเปน็ ความผดิ ทางอาญา
8. แสดงพฤติกรรมขู่กรรโชคทรพั ย์
9. เสพยาเสพติด ใน - นอกโรงเรียน
10. พกพาอาวธุ – ใชอ้ าวุธ หรือพาบุคคลภายนอกมาก่อการทะเลาะวิวาท
11. พกอาวุธหรอื วตั ถรุ ะเบดิ เข้ามาในโรงเรยี นหรือนอกโรงเรียน
12 ความผิดเก่ียวกับสารเสพติด เป็นผู้เสพภายในและภายนอกโรงเรียน เป็นผู้
จาหน่ายจ่ายแจก เป็นผู้ซ้ือ เป็นผู้ผลิต เป็นผู้ชักจูงหรือล่อลวงให้ผู้อื่นซ้ือเสพหรือซ้ือให้เสพ มีไว้ใน
ครอบครองท้ังสิ่งเสพติดและอุปกรณ์ ในการเสพ
13. ให้บรกิ ารทางเพศ หรอื ขายบรกิ ารทางเพศ
80
คูม่ อื นกั เรียนโรงเรียนบา้ นป่าเหมอื ด (เสรมิ เกียรตวิ ณิชราษฎรบ์ ารุง)
6. ระเบยี บการดาเนินการดแู ลเพอ่ื การปรบั ปรุงความประพฤติของนกั เรียน
ถ้านักเรียนคนใดถูกตัดคะแนนความประพฤติ และได้รับการพิจารณาโทษแล้ว ให้ครูที่มีหน้าที่
ขา้ งล่างน้ี เป็นผู้ปรบั ปรุงแกไ้ ขความประพฤตขิ องนักเรยี นรว่ มกบั ฝุายต่าง ๆ ตามเกณฑค์ ะแนนดงั นี้
1. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 5 คะแนน มอบให้ครูที่ปรึกษาแจ้งผู้ปกครองให้รับทราบ เพื่อ
ปรับปรุงแก้ไข
2. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน มอบให้ครูที่ปรึกษา หรือหัวงานกิจการนักเรียนเชิญ
ผปู้ กครองมารับทราบปญั หาและทาทณั ฑบ์ นไว้เปน็ หลักฐาน
3. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนน มอบให้ครูท่ีปรึกษา หรือหัวงานกิจการนักเรียนเชิญ
ผ้ปู กครองมารบั ทราบปัญหา และทาทัณฑ์บนครง้ั ที่ ๒ ไว้เป็นหลักฐาน
4. ถูกตัดคะแนนความประพฤติต้ังแต่ 20 คะแนนข้ึนไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาโทษ
นักเรียน พิจารณาเพ่ือกาหนดโทษและให้หัวหน้างานกิจการนักเรียนผู้ปกครองรับทราบผลการกระทา
ความผดิ ของนกั เรียน และแนะนาใหผ้ ู้ปกครองไดด้ าเนินการดูแลควบคุมอย่างเข้มงวด ต่อไป
5. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 30 คะแนน ขึ้นไปมอบให้คณะกรรมการพิจารณาการโทษ
นักเรียน พิจารณากาหนดแนวทางปฏิบัติในการส่งคืนผู้ปกครอง ให้ไปอบรมดูแลช่ัวคราวจนกว่าโรงเรียน
มีความเห็นว่า สามารถรับกลับมาพัฒนาได้ เหมือนกับนักเรียนคนอ่ืน ๆ หรือ ให้คณะกรรมการพิจารณา
จัดกิจกรรมเพื่อพฒั นา จติ ใจ จนเหน็ ว่าสามารถเขา้ เรียนได้ตามปรกติ จึงจะดาเนนิ การต่อไป
81
คู่มือนกั เรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมอื ด (เสริมเกยี รตวิ ณชิ ราษฎร์บารุง)
7. ระเบียบการมอบหมายกิจกรรมใหท้ าเพื่อให้ปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรม
ในการปรับเปลีย่ นพฤติกรรมไมก่ ระทาความผดิ ซ้าอีกโรงเรยี นจงึ ได้กาหนดการมอบหมายกิจกรรม
ใหท้ า ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 5 คะแนน ครูผู้สั่งตัดคะแนนมอบหมายงานกิจกรรมพัฒนาใน
บรเิ วณ โรงเรียน เป็นเวลา 1 ชว่ั โมง และบนั ทึกผลการทากจิ กรรมไวเ้ ปน็ หลักฐาน
2. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน ให้ครูส่ังตัดคะแนนมอบหมายงานกิจกรรมพัฒนา
บริเวณโรงเรยี น เปน็ เวลา 3 วัน วนั ละ 1 ชว่ั โมง
3. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 10 คะแนน ให้หัวหน้างานกิจการนักเรียนรับผิดชอบมอบหมาย
งาน กจิ กรรมพฒั นาภายในโรงเรียน เป็นเวลา 5 วัน วันละ 1 ชั่วโมง
4. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน ข้ึนไป ให้นักเรียนท่ีถูกตัดคะแนนเข้าร่วมอบรม
คุณธรรม จริยธรรม หรือค่ายกิจกรรม ท่ีทางโรงเรียนจัดหรือหน่วยงานอ่ืนจัดเป็นเวลา 3-5 วัน โดยมี
ผู้ปกครองรับผดิ ชอบ ดแู ล และมีใบรบั รองการผ่านการอบรมมาแสดงต่อโรงเรียนเป็นหลักฐาน
5. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 30 คะแนน ข้ึนไป ให้นักเรียน ท่ีถูกตัดคะแนนเข้าร่วมอบรม
คุณธรรมจริยธรรม ที่ทางโรงเรียนจัดหรือหน่วยงานอ่ืนจัดเป็นเวลาไม่เกิน 6-7 วัน โดยมีผู้ปกครอง ครูท่ี
ปรึกษา ครูผู้สอน หรือครูท่ีได้รบั มอบหมาย รบั ผิดชอบดูแล และมีใบรับรองการผ่านการอบรมมาแสดงต่อ
โรงเรยี นเปน็ หลักฐาน
6. การที่นักเรียนคนหนึ่งคนใดถูกส่ังตัดคะแนนความประพฤติทุกระดับของการตัดคะแนน ให้มี
การ มอบหมายกจิ กรรมพฒั นาใหน้ ักเรยี นผูน้ ้ันไดป้ ฏิบตั ิดว้ ยทุกครั้ง
82
คู่มือนกั เรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมือด (เสรมิ เกียรติวณิชราษฎร์บารุง)
8. ระเบยี บว่าด้วยผลของการถูกลงโทษ หรอื การถูกส่ังตัดคะแนนความประพฤตจิ ะทาใหน้ ักเรยี น
ผลของการถูกลงโทษ หรือการถูกสั่งตัดคะแนนความประพฤติจะทาให้นักเรียน เสียสิทธิในเร่ือง
ตา่ งๆ ดงั ต่อไปนี้
1. นักเรียน ถูกตัดคะแนนความประพฤติต้ังแต่ 20 คะแนนขึ้นไป โรงเรียนจะไม่ออกหนังสือ
รบั รอง ความประพฤตใิ ห้
2. นักเรียนท่ีถูกตัดคะแนนความประพฤติต้ังแต่ 10 คะแนน ขึ้นไป ไม่มีสิทธิขอรับทุนการศึกษา
หรอื สวสั ดิการอนื่ ๆ ของโรงเรยี น
83
คู่มือนกั เรยี นโรงเรียนบา้ นป่าเหมอื ด (เสรมิ เกียรตวิ ณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
9. ระเบยี บการสง่ เสรมิ นักเรียนท่มี ีความประพฤตดิ ีและทาคุณประโยชนใ์ ห้กบั โรงเรียน
นักเรียนคนใด ได้กระทาความดี หรือทาคุณประโยชน์ให้แก่โรงเรียน หรือช่วยเหลือกิจกรรมของ
โรงเรียนในด้านต่าง ๆ หรือกระทาตนสมควรแก่การยกย่องชมเชย เพื่อให้เป็นแบบอย่างท่ีดีแก่นักเรียน
ผู้อน่ื ได้ อกี ท้งั เพ่อื ใหเ้ ปน็ ความภาคภมู ใิ จแก่ตนเองและวงศ์ตระกลู จึงให้ครูผู้พบเห็น หรือครูท่ีรับผิดชอบ
ดาเนินการเพ่ือ พจิ ารณาดังตอ่ ไปน้ี
1. ครทู ่พี บเหน็ หรือรับทราบการกระทาความดีของนกั เรียน
เม่ือได้พิสูจน์ทราบว่าเป็นเร่ืองจริงแล้วให้ครูผู้น้ันทาบันทึกเสนอผ่านหัวหน้างานกิจการนักเรียน
เพ่ือพิจารณาเสนอ ตามลาดับข้ันตอน นักเรียนประพฤติหรือกระทาดีเพื่อเป็นการยกย่องส่งเสริมให้
กาลังใจแก่นักเรียนที่ประพฤติ หรือกระทาดี และส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมสูงส่งย่ิงขึ้น
โรงเรียนบ้านปุาเหมือดได้กาหนดให้คะแนน การประพฤติหรือกระทาดีแก่นักเรียน โดยนักเรียนท่ีได้
คะแนนประพฤติหรอื กระทาดสี ะสมต้งั แต่ 80 คะแนนข้นึ ไป จะได้รับเกียรติบัตรยกย่องของโรงเรียน และ
ได้รับการบันทึกประวัติดีเด่นในทะเบียนประวัติเป็นหลักฐาน และ นักเรียนที่ได้รับคะแนนประพฤติ หรือ
กระทาดีสะสม 3 ปีการศึกษาตั้งแต่ 300 คะแนนขึ้นไป จะได้รับเกียรติบัตร ยกย่อง และเข็มเชิดชูเกียรติ
หรือเหรยี ญเชดิ ชเู กียรตขิ องโรงเรียน และไดร้ ับการบนั ทึกประวัติดีเดน่ ในทะเบยี น ประวตั เิ ปน็ หลักฐาน
2. คะแนนการประพฤตดิ หี รอื ทาความดี
1. เก็บของมีค่าหรือเงินทม่ี ีมลู ค่าไม่เกนิ 50 บาทสง่ คืน 5 คะแนน
2. เก็บของมีค่าหรือเงินท่ีมมี ลู ค่าตง้ั แต่ 51 บาท ไม่เกนิ 100 บาทสง่ คืน 10 คะแนน
3. เก็บของมคี า่ หรือเงนิ ท่มี มี ลู ค่าตั้งแต่ 101 บาท ไม่เกิน 500 บาทสง่ คนื 20 คะแนน
4. เก็บของมีคา่ หรือเงนิ ทีม่ มี ลู ค่าตั้งแต่ 501 บาทขน้ึ ไปส่งคนื 30 คะแนน
5. มีจิตอาสา แสดงความมีน้าใจ เช่น ช่วยเหลืองานคุณครู – อาจารย์โดยมิต้องร้องขอ
10 คะแนน
6. แจ้งเบาะแสหรอื แจง้ ข่าวผ้กู ระทาผิดระเบียบของโรงเรียน 10 คะแนน
7. เปน็ ประธานสภานักเรียน 30 คะแนน
8. เปน็ รองประธานสภานักเรียน คณะกรรมการสภานักเรยี น 20 คะแนน
9. การทาความดกี รณีอื่น ๆ ท่มี ไิ ด้ระบไุ ว้ในระเบยี บหมวดน้ี 5 คะแนน
11. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน (ชนะการประกวดหรือ
การแข่งขัน รางวลั ที่ 1) 7 คะแนน
12. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน (ชนะการประกวดหรือ
การแข่งขนั รางวลั ที่ 2) 5 คะแนน
13. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน (ชนะการประกวดหรือ
การแขง่ ขัน รางวัลที่ 3) 3 คะแนน
84
คูม่ ือนักเรียนโรงเรยี นบ้านปา่ เหมือด (เสรมิ เกียรติวณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
14 ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับกลุ่ม
เครือข่ายพฒั นาการศึกษา (ชนะการประกวดหรอื การแขง่ ขนั รางวัลท่ี 1) 10 คะแนน
15. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับกลุ่ม
เครือข่ายพัฒนาการศกึ ษา (ชนะการประกวดหรอื การแข่งขนั รางวลั ท่ี 2) 8 คะแนน
16. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับกลุ่ม
เครือขา่ ยพฒั นาการศกึ ษา (ชนะการประกวดหรอื การแข่งขนั รางวลั ที่ 3) 6 คะแนน
17. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับกลุ่ม
เครอื ขา่ ยพัฒนาการศกึ ษา (เข้ารว่ มการประกวดหรอื การแข่งขนั ) 4 คะแนน
18. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับเขตพ้ืนท่ี
การศึกษา ระดบั จังหวดั (ชนะการประกวดหรอื การแข่งขัน รางวลั ที่ 1) 15 คะแนน
19. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษา ระดับจงั หวดั (ชนะการประกวดหรือการแข่งขนั รางวลั ท่ี 2) 12 คะแนน
20. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับเขตพ้ืนท่ี
การศึกษา ระดับจงั หวัด (ชนะการประกวดหรือการแข่งขนั รางวัลที่ 3) 9 คะแนน
21. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับเขตพื้นท่ี
การศกึ ษา ระดบั จังหวดั (เขา้ ร่วมการประกวดหรือการแข่งขัน) 6 คะแนน
22. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับภาคหรือ
เทยี บเทา่ (ชนะการประกวดหรอื การแข่งขนั รางวัลที่ 1) 20 คะแนน
23. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับภาคหรือ
เทยี บเท่า (ชนะการประกวดหรอื การแข่งขัน รางวลั ท่ี 2) 17 คะแนน
24. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับภาคหรือ
เทียบเทา่ (ชนะการประกวดหรือการแข่งขัน รางวัลที่ 3) 14 คะแนน
25. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับภาคหรือ
เทยี บเท่า (เข้ารว่ มการประกวดหรอื การแข่งขนั ) 10 คะแนน
26. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับประเทศ
หรอื เทยี บเทา่ (ชนะการประกวดหรือการแขง่ ขนั รางวลั ท่ี 1) 30 คะแนน
27. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับประเทศ
หรือเทยี บเท่า (ชนะการประกวดหรอื การแข่งขนั รางวัลที่ 2) 25 คะแนน
28. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับประเทศ
หรอื เทียบเทา่ (ชนะการประกวดหรือการแขง่ ขัน รางวลั ท่ี 3) 20 คะแนน
29. ชนะการประกวดหรือการแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ภายนอกโรงเรียน ระดับประเทศ
หรือเทียบเทา่ (เข้าร่วมการประกวดหรอื การแข่งขัน) 15 คะแนน
85
คมู่ อื นกั เรยี นโรงเรียนบา้ นปา่ เหมอื ด (เสรมิ เกียรติวณิชราษฎรบ์ ารุง)
3. ให้คณุ ครูทีร่ ับผิดชอบการประกวดหรอื การแขง่ ขันบันทึกลงในสมุดความดี และแจ้งกับ หัวหน้า
งานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม กลุ่มบริหารงานท่ัวไป เพ่ือบันทึกรวบรวมคะแนนไว้ในระบบ School
Master เป็นหลักฐาน
4. การแจกรางวลั ใหจ้ ัดมขี ึ้นในโอกาสอนั สมควร
86
คมู่ ือนกั เรยี นโรงเรียนบา้ นป่าเหมือด (เสริมเกียรติวณชิ ราษฎรบ์ ารุง)
10. ระเบียบการประชุมคณะกรรมการสภานกั เรียน
1. การประชมุ คณะกรรมการสภานักเรียน มีการประชุม 2 ประเภท คือ 1. การประชุมสามัญ ให้
สภานักเรียนจัดประชุมเพ่ือบริหารงาน 1 คร้ัง ต่อเดือน 2. การประชุมวิสามัญเม่ือมีเหตุการณ์รีบด่วนเพื่อ
ประโยชนข์ องโรงเรยี นเปน็ สว่ นรวมให้เรียกประชมุ คณะกรรมการ
2. ในการประชมุ แต่ละครง้ั ใหม้ ีผู้เข้าร่วมประชมุ 2 ใน 3 ของผมู้ ีหนา้ ท่ีเข้าร่วมประชุมจึงถือว่าเป็น
องค์ประชุม และต้องมีครหู วั หน้างานกจิ การนักเรียน (โครงการพัฒนานักเรียนตามวิถีประชาธิปไตย) หรือ
ครทู ีป่ รกึ ษาเข้าประชุม
3. การลงมตขิ องทีป่ ระชุมให้ถือคะแนนเสยี งขา้ งมาก
4. การประชุมในแต่ละคร้ังเลขานกุ ารคณะกรรมการนกั เรยี นและเลขานกุ ารคณะกรรมการจะต้อง
ทาหนังสือระเบียบวาระการประชุม โดยผ่านการพิจารณาจากครูหัวหน้างานโครงการพัฒนานักเรียนตาม
วถิ ปี ระชาธิปไตย หรือครู ที่ปรกึ ษาสกี อ่ นการประชุมอยา่ งน้อย 1 วัน
5. การประชุมทุกครั้งเลขานุการต้องมีการจดบันทึกการประชุม และรายงานการประชุมให้
โรงเรียน ทราบเป็นลายลักษณ์อกั ษร พรอ้ มทั้งดาเนินการประชุมตามระเบยี บวาระอย่างถกู ต้อง
87
คมู่ ือนกั เรียนโรงเรยี นบา้ นปา่ เหมือด (เสริมเกียรตวิ ณชิ ราษฎร์บารุง)
11. ระเบียบสิทธิการยับย้ัง
ใหค้ รหู ัวหน้างานกิจการนักเรยี น (โครงการพฒั นานกั เรียนตามวถิ ีประชาธิปไตย) หรือครูท่ีปรึกษา
มีอานาจยับย้ัง กิจกรรมใดๆ เม่ือเห็นว่ากิจกรรมน้ันๆ ไม่เป็นการสมควร โดยความเห็นชอบจาก
ผู้อานวยการโรงเรยี น
88
คมู่ ือนักเรียนโรงเรยี นบา้ นป่าเหมอื ด (เสรมิ เกียรติวณิชราษฎร์บารุง)
12. ระเบยี บการแก้ไขเพิ่มเติม
การแก้ไขเพิ่มเติมคู่มือนักเรียนโรงเรียนบ้านปุาเหมือดฉบับน้ี ต้องได้รับมติจากสภานักเรียนเกิน
กว่าครึ่งหนึ่งของสภานักเรียนโดยความเห็นชอบจากครูหัวหน้างานกิจการนักเรียน (โครงการพัฒนา
นกั เรยี นตามวถิ ปี ระชาธิปไตย) และไมข่ ดั ตอ่ ระเบียบ ข้อบังคับของ โรงเรียน กฎหมายและประเพณีอันดี
งาม
89
คูม่ ือนักเรียนโรงเรยี นบา้ นป่าเหมือด (เสริมเกยี รติวณชิ ราษฎร์บารุง)
บทเฉพาะกาล
เพอื่ ความเหมาะสม ผู้ทส่ี มคั รเปน็ คณะกรรมการนกั เรียน จะตอ้ งมคี ุณสมบัตดิ ังตอ่ ไปนี้
1. เปน็ ผทู้ ม่ี คี วามประพฤตเิ รยี บรอ้ ย
2. ไม่เคยถกู ลงโทษร้ายแรงมาก่อน
ให้คณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการนักเรียน เป็นผู้
พิจารณาเปล่ียนแปลงระเบียบการปกครอง นักเรียนโรงเรียนบ้านปุาเหมือด ตามความเหมาะสมต่อ
เหตกุ ารณโ์ ดยความเห็น จากท่ปี ระชมุ คณะครโู รงเรียนบ้านปาุ เหมอื ด ทั้งน้ีจะ ต้ องไม่ ขัดต่อร ะเบีย บ
ข้อบงั คับของโรงเรียน กฎหมายและ ประเพณีอันดีงาม
ใหห้ ัวหน้างานกจิ การนักเรียนรกั ษาการตามระเบยี บนี้
ใหไ้ ว้ ณ วันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒
ลงชื่อ
(นายโยธนิ สทิ ธปิ ระเสรฐิ )
ผู้อานวยการโรงเรียนบา้ นปุาเหมอื ด
90