การพจิ ารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัว
นางปารณี มงคลศิริภทั รา
รองอธิบดผี ู้พพิ ากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ววิ ฒั นาการศาลเยาวชนและครอบครัว
1) พรบ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 + พรบ.วิธีพิจารณาคดี
เดก็ และเยาวชน พ.ศ.2494
ศาลคดีเดก็ และเยาวชน เปดิ เมื่อวนั ท่ี 28 มกราคม 2495
2) พรบ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ
ครอบครวั พ.ศ. 2534
เปล่ียนชอ่ื เป็น ศาลเยาวชนและครอบครัว
3) พรบ.ศาลเยาวชนและครอบครวั และวิธีพจิ ารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
พ.ศ. 2553
2
พระราชบัญญัตศิ าลเยาวชนและครอบครัว
และวธิ ีพจิ ารณาคดเี ยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
เจตนารมณ์ เด็กและเยาวชนทุกคนท่ีเข้าสู่กระบวนการยุตธิ รรมจะต้องไดร้ ับ
การแก้ไข บาบัด ฟ้ืนฟูให้ตรงกับสภาพปัญหาและให้เด็กและเยาวชนอยู่ใน
กระบวนการยุตธิ รรมใหส้ นั้ ที่สดุ
(โดยมีมาตรา 69/1 , 86 , 90 , 132 เป็นเครอื่ งมอื )
3
ศาลเยาวชนและครอบครัวมอี านาจพจิ ารณาคดี
ดังน้ี
1. คดีอาญาทเ่ี ดก็ หรือเยาวชน กระทาความผดิ
2. คดีอาญาที่ศาลซ่ึงมีอานาจพิจารณาคดีธรรมดาโอนมาตามมาตรา 97
วรรคหน่งึ (อายุตอ้ งไม่เกิน 20 ปี)
3. คดีครอบครัว (คดแี พง่ ทีฟ่ อ้ งหรือรอ้ งขอเกย่ี วกับผู้เยาว์หรอื ครอบครวั )
4 .คดคี ุ้มครองสวัสดภิ าพ (คดที ีฟ่ อ้ งหรอื ร้องขอเกีย่ วกบั การคมุ้ ครองสวัสดภิ าพ
เด็กหรอื บคุ คลในครอบครวั )
5. คดีอืน่ ท่ีมีกฎหมายกาหนดให้เปน็ อานาจของศาลเยาวชนและครอบครวั
(มาตรา 10 ) 4
คดอี าญา
เจตนารมณ์
ใหศ้ าลเยาวชนและครอบครัวคานงึ ถึงสวสั ดิภาพและอนาคต ของ
เด็กหรือเยาวชนซ่ึงควรจะได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน สงเคราะห์ ให้กลับ
ตัวเป็นพลเมืองดี ย่ิงกวา่ การลงโทษ โดยต้องคานึงถึงบุคลิกลักษณะ สุขภาพ
และสภาวะทางจติ ของเดก็ หรอื เยาวชนเป็นการเฉพาะราย
แก้ไข / บาบัด / ฟ้นื ฟู
(มาตรา 119)
5
นิยามตาม พรบ. ศาลเยาวชนและครอบครัว
เดก็ คือ บุคคลซ่ึงมีอายุเกินกว่า 10 ปีแต่ยังไม่เกิน 15 ปี
เยาวชน บริบรู ณ์
คือ บุคคลอายุเกิน 15 ปี บรบิ ูรณ์ แต่ยงั ไมถ่ งึ
18 ปี บริบรู ณ์
(มาตรา 4 )
6
คดีอาญา ท่ีมีข้อหาว่า เด็กหรือเยาวชนกระทา
ค ว า ม ผิ ด ใ ห้ ถื อ อ า ยุ เ ด็ ก ห รื อ เ ย า ว ช น ใ น วั น
กระทาผดิ ได้เกดิ ขนึ้
(มาตรา 5)
7
สาเหตุทเ่ี ดก็ และเยาวชนกระทาความผดิ
1. สาเหตุจากตวั เด็กและเยาวชนเอง
2. สาเหตจุ ากครอบครวั
3. สาเหตจุ ากปัญหาสังคมและส่งิ แวดล้อม
4. สาเหตจุ ากปญั หาเศรษฐกจิ
8
คดคี รอบครัว
คอื คดแี พ่งทฟี่ อ้ งหรอื รอ้ งขอต่อศาลหรือกระทาการใดๆในทาง
ศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือครอบครัว ซึ่งจะต้องบังคับตาม ปพพ.
กฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว หรือกฎหมายอ่ืนที่เกี่ยวกับ
ครอบครัว
9
เจตนารมณ์
ให้ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือ
ประนีประนอมยอมความกันในข้อพิพาท โดยคานึงถึงความสงบสุข
และการอยรู่ ่วมกันในครอบครวั
10
องค์คณะในการพจิ ารณาคดี
องค์คณะ 4 คน คดีอาญา
ผ้พู พิ ากษา 2 คน
ผูพ้ ิพากษาสมทบ 2 คน
(1 คน ต้องเป็นสตรี)
(มาตรา 23)
11
คดคี รอบครัว
ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียต้องมีองค์คณะตาม
มาตรา 23
หากผ้เู ยาว์ไมม่ ีผลประโยชน์หรือส่วนไดเ้ สียให้ศาลสอบถาม
คู่ความวา่ ประสงค์จะใหม้ ีผู้พิพากษาสมทบหรอื ไม่
(มาตรา 147)
12
ข้นั ตอนการดาเนินคดีอาญา
เดก็ / เยาวชน ถูกกลา่ วหาวา่ กระทาความผดิ
มอบตวั เอง การสอบสวน ถกู จบั กุม
การผัดฟ้อง สง่ ตวั ไปศาลเพื่อตรวจสอบการจบั
สถานพินิจฯ สอบปากคา การฟอ้ งคดี
จดั ทารายงานฯ
ผู้เสียหายฟ้องคดเี องตอ้ งไดร้ ับความ ดาเนนิ คดใี นช้นั ศาล พนักงานอัยการ
เห็นชอบจาก ผอ.สถานพนิ ิจ ผดิ ตามฟอ้ ง
ไม่ผดิ ยกฟอ้ ง
ปล่อยตวั ระบบปดิ ระบบเปดิ
ส่งฝกึ อบรม
มอบตวั ให้ผู้ปกครอง / กาหนดเงื่อนไขคมุ ประพฤติ /
ทางานสาธารณะประโยชน์ ฯลฯ 13
แผนผังการดาเนินคดอี าญาตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและ
ครอบครัวฯ พ.ศ. 2553
ศนู ย์ใหค้ าปรึกษาฯกาหนดมาตรการ จาหน่ายคดี
ดูแลระหวา่ งพิจารณาคดี
(ม.73 วรรคทา้ ย) มาตรการแทน ระบบเปิด ระบบ
ครอบครัว ตดิ ตาม
ครอบครัว คาพิพากษา ม. ประเมนิ ผล
132 ศนู ยฝ์ ึก
เด็กเข้าสู่ ตารวจ ศาล มาตรการ ฟอ้ ง (ชมุ ชน)
กระบวนการ ตรวจสอบ พเิ ศษ คดี คา ระบบปดิ
การจับ ม. 86
ศาล
สถาน พิพากษา
พนิ จิ มาตรการ
สถานพนิ จิ กาหนดมาตรการ พิเศษ ม.
ดแู ลระหวา่ งพิจารณาคดี 90
จาหน่ายคดี
14
การตรวจสอบการจับกมุ
เม่ือมีการจับกุมเด็กหรือเยาวชน พนักงานสอบสวนต้องนาตัว
เด็กหรือเยาวชนไปศาลเพ่ือตรวจสอบการจับกุมทันที ทั้งน้ีภายใน
24 ชั่วโมง นับแต่เด็กหรือเยาวชนมาถึงที่ทาการของพนักงาน
สอบสวน
15
กฎหมายใหศ้ าลตรวจสอบ 3 ประการ
1.เป็นเดก็ หรอื เยาวชนซ่ึงตอ้ งหาวา่ กระทาความผดิ หรอื ไม่
2.การจับเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่หากการจับ
เปน็ ไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายก็ให้ปลอ่ ยตวั เด็กหรือเยาวชนไป
3.การปฏิบัติต่อเดก็ หรือเยาวชนเปน็ ไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
หรือไม่
16
หากการจบั กมุ เปน็ ไปโดยชอบศาลอาจมีคาสง่ั
อยา่ งหนึ่งอย่างใดดงั ตอ่ ไปน้ี
1.มอบตัวเด็กหรือเยาวชนให้แก่บิดามารดา ผู้ปกครอง
บุคคลหรือองค์การซ่ึงเด็กอาศัยอยู่ด้วย เป็นผู้ดูแลในระหว่างการ
ดาเนนิ คดี
2.ให้ควบคุมเด็กหรอื เยาวชนไวใ้ นสถานพนิ ิจหรือสถานท่ีอื่น
ท่จี ดั ต้ังขึ้นตามกฎหมายและตามท่ศี าลเหน็ สมควร
17
การขอผัดฟอ้ ง (มาตรา 78)
พนักงานสอบสวนตอ้ งรีบดาเนินการสอบสวนและสง่ สานวน
การสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพ่ือยื่นฟ้อง
ตอ่ ศาลให้ทันภายใน 30 วัน นับแตว่ ันท่ีเดก็ หรือเยาวชนถกู จับกุม
หรอื ปรากฏตัวอยูต่ ่อหน้าพนกั งานสอบสวน
18
หากไม่สามารถฟ้องได้ทัน ให้พนักงานสอบสวน
หรอื พนกั งานอัยการยื่นคาร้องขอผัดฟ้องไดอ้ ีกครั้งละไม่เกิน 15 วัน
แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง ในคดีความผิดท่ีมีอัตราโทษอย่างสูงท่ีกฎหมาย
กาหนดไว้ให้จาคุกเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 5 ปี แต่ถ้ามีอัตราโทษ
จาคุกเกินกว่า 5 ปี ขอผัดฟ้องได้อีกครั้งละไม่เกิน 15 วัน แต่ต้อง
ไมเ่ กนิ 2 คร้ัง
19
การฟ้องคดอี าญา
พนักงานอัยการต้องฟ้องคดีภายในกาหนดเวลาตามมาตรา 78
หากฟ้องเม่ือพ้นกาหนดเวลาจะต้องได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด
(มาตรา 80)
ห้ามมิให้ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก
ผู้อานวยการสถานพินิจฯ หากผูอ้ านวยการสถานพินิจฯ ไม่อนุญาตให้
ฟอ้ งผู้เสียหายจะร้องต่อศาลให้ศาลสัง่ อนุญาตก็ได้ คาส่งั ศาลใหเ้ ป็นท่ีสุด
(มาตรา 99)
กรณีทีโ่ จทกข์ อถอนฟ้อง ก่อนศาลจะอนุญาตให้แจง้ ผู้อานวยการ
สถานพินิจฯทราบกอ่ น (มาตรา 100) 20
เขตอานาจศาล
ศาลที่มีอานาจพิจารณาคดีเด็กหรือเยาวชนกระทาความผิด
คือ ศาลที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ แต่ถ้าเพ่ือประโยชน์แก่เด็ก
หรือเยาวชน ให้ศาลแห่งท้องที่ท่ีเด็กหรือเยาวชนกระทาความผิด
มอี านาจพจิ ารณาได้ (มาตรา 95)
21
การใชม้ าตรการพเิ ศษแทนการดาเนินคดอี าญา
ก่อนฟอ้ งคดี(ชน้ั สถานพินจิ ) มาตร 86 - 86 หลังฟ้องคดี (ชน้ั ศาล) มาตรา90
ตอ้ งมีหลักเกณฑด์ ังนี้ ตอ้ งมีหลกั เกณฑด์ ังนี้
1. คดีมอี ัตราโทษจาคกุ อยา่ งสูงไม่เกนิ 5 ปี 1. คดีมอี ัตราโทษจาคุกอยา่ งสงู ไมเ่ กิน 20 ปี
2. เด็กหรือเยาวชนไม่เคยได้รบั โทษจาคกุ มากอ่ น 2. เด็กหรือเยาวชนไม่เคยได้รับโทษจาคุกมาก่อน เว้นแต่เป็นการ
เว้นแต่เปน็ การกระทาโดยประมาทหรอื ลหโุ ทษ
3. เด็กหรือเยาวชนสานึกในการกระทา และอาจ กระทาโดยประมาทหรือลหุโทษ
กลับตนเป็นคนดไี ดโ้ ดยไมต่ อ้ งฟ้อง 3. ต้องสานึกในการกระทา คือ เด็กหรือเยาวชนตระหนักว่าการ
4. เดก็ หรอื เยาวชนและผเู้ สยี หายยินยอมหากคดนี ้ัน
เป็นคดที ี่มผี ูเ้ สยี หาย กระทาของตนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อ่ืน เสียใจในการ
กระทา พร้อมท่ีจะแก้ไขปรับปรุงตนเอง ทั้งนี้ ไม่จาเป็นต้องรับ
สารภาพวา่ การกระทาความผิดตามทถ่ี ูกกล่าวหา
4. ตอ้ งได้รบั ความยนิ ยอมจากผเู้ สยี หายในการจัดทาแผนแก้ไขบาบัด
ฟื้นฟู
5. โจทกไ์ มค่ ัดคา้ น
6. ต้องเปน็ คดไี มเ่ ปน็ ภัยรา้ ยแรงต่อสังคมเกินสมควร
7. เด็กหรือเยาวชนมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนความประพฤติ เปน็ คนดไี ด้
8. ผู้เสียหายจะไดร้ บั การชดเชยเยยี วยาตามสมควร
9. ทาในเวลาใด ๆ กไ็ ดแ้ ต่ตอ้ งกอ่ นมคี าพิพากษา
10. ศาลมีอานาจสง่ั ให้ผู้ปกครองเขา้ รว่ มปฏบิ ัติตามแผนด้วยได้ 22
มาตรการพิเศษแทนการดาเนินคดีอาญาตามมาตรา 90
เมื่อศาลเห็นว่าคดีมีอัตราโทษอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะ
จัดทาแผนแก้ไขบาบัดฟื้นฟู และเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนอาจกลับ
ตนเป็นคนดี ผู้เสียหายอาจได้รับการชดเชยเยียวยาตามสมควร
การจัดทาแผนแก้ไขบาบัดฟื้นฟูจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของ
เด็กหรือเยาวชนและผู้เสียหายมากกว่าการพิจารณาพิพากษาคดี
ศาลจะมคี าสงั่ ให้จดั ทาแผนแกไ้ ขบาบดั ฟนื้ ฟู
23
วธิ ีการจัดทาแผนแก้ไขบาบดั ฟื้นฟู
ศนู ยใ์ ห้คาปรกึ ษาแนะนา ฯ จะตงั้ สานวนมาตรการพิเศษ ฯ
เสนอศาล เพ่ือแต่งตั้งผู้ประสานการประชุม (อาจเป็นผู้อานวยการ
สถานพนิ จิ หรอื บคุ คลที่ศาลเหน็ สมควร)
ผู้ประสานการประชุม จะนัดประชุมบุคคลท่ีเก่ียวข้องเพ่ือ
จัดทาแผนแก้ไขบาบัดฟ้ืนฟูเด็ก หรือเยาวชน โดยมีผู้บริหารแผน
และเสนอแผนแก้ไขบาบัดฟื้นฟูต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันท่ี
ไดร้ บั แต่งต้ัง
24
ศาลตรวจและพจิ ารณาแผนแกไ้ ขบาบัดฟ้ืนฟู
เหน็ ชอบ ไม่เห็นชอบ
มีคาสงั่ ใหด้ าเนนิ การตามแผน มีคาส่ังให้ดาเนนิ กระบวนการ
จาหนา่ ยคดีชัว่ คราว พจิ ารณาตอ่ ไป
ดาเนินการตามแผน
ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามแผน ปฏิบตั ิตามแผน
รายงานศาล รายงานศาล
หยบิ ยกคดขี ึน้ พิจารณา จาหนา่ ยคดี สิทธินาคดีอาญา
ต่อไป มาฟอ้ งเป็นอนั ระงบั ไป
25
มาตรการพิเศษแทนการพิพากษาตามมาตรา 132
หากศาลเห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรจะมีคา
พิพากษา หรือบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่จาเลยอาศัยอยู่
ร้องขอ เมื่อศาลสอบถามผู้เสียหายแล้ว ศาลจะมีคาสั่งให้ปล่อยตัว
จาเลยช่ัวคราวโดยกาหนดเง่ือนไข เช่น ให้จาเลยหรือผู้ปกครอง
ไปรายงานตวั เขา้ รับการแกไ้ ขบาบดั ฟ้นื ฟู /รับคาปรึกษาแนะนา /
เข้าร่วมกิจรรม ภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร หรือให้จัดทา
แผนแก้ไขบาบดั ฟื้นฟู
26
ตอ้ งมีหลักเกณฑด์ งั นี้
1. คดตี อ้ งเสรจ็ การพจิ ารณาแลว้
2. พฤติการณ์ของเด็กหรือเยาวชนในการกระทาความผิดไม่เป็น
ภยั อันตรายรา้ ยแรงตอ่ สงั คมเกนิ สมควร
3. เดก็ หรอื เยาวชนมีแนวโน้มท่จี ะปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมไปในทาง
ที่ดีขึน้
4. เด็กหรือเยาวชนมอี ายไุ ม่เกิน 24 ปบี รบิ ูรณ์
(ขอ้ บงั คับของประธานศาลฎีกา ข้อที่ 5)
27
เมื่อศาลเห็นว่าคดีอยู่ในหลักเกณฑ์ศาลจะกาหนดมาตรการ
ดังกลา่ วข้างตน้ ใหจ้ าเลยปฏิบัติตามเง่อื นไขท่ศี าลกาหนด
หากมีการปฏิบัติตามเง่ือนไขและภายในระยะเวลาที่กาหนด
แล้วให้ศาลสั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมีคาพิพากษา และให้ถือว่าสิทธิการ
นาคดอี าญามาฟ้องเปน็ อันระงับ
หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไขศาลสามารถยกคดีข้ึน
พิพากษาต่อไป
28
การพิจารณาคดอี าญา
1. การพิจารณาคดีจะต้องกระทาในห้องท่ีมิใช่ห้องพิจารณา
คดีธรรมดา ถ้าไม่อยู่ในวิสัยท่ีจะกระทาได้ให้พิจารณาคดีในห้อง
พิจารณาคดีธรรมดาแต่ต้องไม่ปะปนกับการพิจารณาคดีธรรมดา
(มาตรา 107)
29
2. การพิจารณาคดีจะต้องกระทาเป็นการลับ เฉพาะบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้นท่ีมี
สทิ ธเิ ข้าฟังได้ ซึ่งได้แก่
(1) จาเลย ท่ีปรกึ ษากฎหมายของจาเลย และผูค้ วบคมุ ตวั จาเลย
(2) บิดา มารดา ผ้ปู กครอง หรอื บคุ คลซง่ึ จาเลยอาศยั อยดู่ ว้ ย
(3) พนักงานศาล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วแต่ศาลจะ
เห็นสมควร
(4) โจทก์ และทนายโจทก์
(5) พยาน ผู้ชานาญการพิเศษ และล่าม
(6) พนกั งานคมุ ประพฤติหรอื พนกั งานอืน่ ของสถานพนิ จิ
(7) บุคคลอืน่ ท่ีศาลเห็นสมควรอนญุ าต
(มาตรา 108) 30
3.ห้ามมิให้ใช้เคร่ืองพันธนาการ แก่เด็กในระหว่างเวลาท่ี
จาเป็นต้องควบคุมเด็กน้ันไว้เพ่ือการพิจารณาคดี เว้นแต่ในคดีท่ีมี
ข้อหาว่าเด็กกระทาความผิดมีอัตราโทษอย่างสูงให้จาคุกเกิน 10 ปี
(มาตรา 103)
4. จาเลยจะมีทนายความแก้คดีแทนไม่ได้ แต่ให้มีท่ีปรึกษา
กฎหมาย เพ่ือปฏิบัติหน้าท่ีทานองเดียวกับทนายความ ในกรณีท่ี
จาเลยไม่มีท่ีปรึกษากฎหมาย ให้ศาลแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายให้
(ไม่วา่ จาเลยจะต้องการหรอื ไม่) (มาตรา 120)
31
5.การดาเนินกระบวนพิจารณาไม่เคร่งครัด ใช้ถ้อยคาเข้าใจง่าย
ให้โอกาสจาเลยรวมทั้งบิดามารดา ผู้ปกครอง แถลงข้อเท็จจริง
ความรูส้ กึ และความคิดเหน็ (มาตรา 114)
6. ศาลต้องถือว่า ประวัติ อายุ เพศ ความประพฤติ สติปัญญา
การฝึกอบรม สภาพร่างกาย สภาพจิต นิสัย อาชีพ ฐานะของจาเลย
ตลอดจนสิง่ แวดลอ้ มทงั้ ปวงเกย่ี วกับจาเลย และบดิ า มารดา เป็นประเด็น
ทีต่ ้องนามาพิจารณาดว้ ย (มาตรา 115)
7.ผู้พิพากษามีอานาจเรียกจาเลยไปสอบถาม เพ่ือทราบ
ข้อเท็จจริง และสาเหตุการกระทาความผิด บคุ ลกิ ลกั ษณะ ท่วงที วาจา
หรือประโยชนใ์ นการพิจารณาพพิ ากษาคดีได้ (มาตรา 106)
32
8. ศาลอาจส่ังถอนอานาจปกครองได้หากบิดา มารดา หรือ
ผู้ปกครองของเด็กหรือเยาวชนมีการกระทาอันมีลักษณะเก้ือหนุนให้
เดก็ หรือเยาวชน ประพฤติตนเสียหายหรอื ปล่อยปะละเลยให้เด็กหรือ
เยาวชนกระทาความผิด (มาตรา 112)
9. ห้ามมิให้ผู้ใดบันทึกภาพ เสียง ของเด็กหรือเยาวชน
ที่กระทาความผิด ซ่ึงปรากฏในทางสอบสวนหรือพิจารณาคดีของ
ศาลท่อี าจทาให้บุคคลอ่นื รูจ้ กั ตัวเดก็ หรอื เยาวชนนน้ั (มาตรา 130)
33
การพพิ ากษาคดีอาญา
1. หากผู้อานวยการสถานพินิจได้มีการสืบเสาะข้อเท็จจริงตาม
มาตรา 36(1) แล้ว ศาลจะต้องทราบรายงานและความเห็นจาก
ผู้อานวยการสถานพินิจก่อนจึงจะพิพากษาลงโทษหรือใช้วิธีการ
สาหรับเดก็ และเยาวชนได้
(มาตรา 131)
34
2.ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอานาจใช้วิธีการสาหรับเด็กและเยาวชน
แทน การลงโทษทางอาญา ดังต่อไปนี้
ก. เปลี่ยน โทษจาคุกเป็นการส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมยังศูนย์
ฝึกและอบรมได้ตามเวลาที่ศาลกาหนด
ศาลอาจกาหนดระยะเวลาการฝึกอบรมขั้นต่าและข้ันสูงไว้ด้วยก็ได้
(ศาลจะปล่อยตัวในระยะเวลาดังกล่าวก็ได้) แต่ต้องไม่เกินกว่าเด็กหรือ
เยาวชนมีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์ (หากจะควบคุมเกินอายุ 24 ปี ต้องส่งไป
เรือนจา)
ข. เปล่ียนโทษปรบั เปน็ การคุมความประพฤติได้
(มาตรา 142,143) 35
3. ศาลจะพิพากษาว่าผิดแต่รอการกาหนดโทษหรือกาหนดโทษไว้แต่
รอการลงโทษได้ แม้ว่าเด็กหรือเยาวชนเคยถูกจาคุกมาก่อน หรือเป็นโทษ
ปรับ หรือจาคกุ เกนิ 3 ปี
4. ในกรณีที่เด็กหรือเยาวชนต้องโทษปรับและไม่ชาระค่าปรับ ศาลจะ
ส่ังกักขังแทนค่าปรับไม่ได้ แต่ให้ส่งตัวไปควบคุมเพ่ือฝึกอบรมในศูนย์
ฝึกอบรมฯ ตามเวลาทีก่ าหนดแตต่ ้องไมเ่ กิน 1 ปี
หากเด็กหรือเยาวชนต้องโทษปรับ (ไม่เกิน 80,000บาท) ไม่มีเงิน
ชาระค่าปรับ เด็กหรือเยาวชนอาจยื่นคาร้องต่อศาลเพ่ือขอทางานบริการ
สังคมหรอื ทางานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ
(มาตรา 144,145) 36
5. ในกรณีที่ศาลพิพากษาปล่อยตัวเด็กหรือเยาวชนไป ถ้าศาลเห็นว่า
เด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมท่ีเส่ียงต่อการกระทาผิด หรืออยู่ใน
สภาพแวดล้อม หรือสถานท่ีอาจชักนาให้กระทาผิด และเพื่อคุ้มครองสวัสดิ
ภาพของเด็กหรือเยาวชน ศาลจะว่ากล่าวตักเตือนรวมท้ังผู้ปกครอง และศาล
มีอานาจ กาหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของเด็กหรือเยาวชนนั้นด้วยก็ได้
เช่น ห้ามเด็กหรือเยาวชนเข้าไปในสถานที่ใด ออกจากบ้านในเวลากลางคืน
หรือให้เข้ารับการฝึกอบรม แต่เง่ือนไขดังกล่าวต้องไม่เกิน 1 ปี และต้องไม่
เกนิ กว่าเด็กหรอื เยาวชนมอี ายคุ รบ 20 ปี
(มาตรา 138)
37
6. การอ่านคาพพิ ากษาให้กระทาเป็นการลบั
7. เม่ือได้มีคาพิพากษาหรือคาสั่งให้ลงโทษหรือใช้วิธีการสาหรับเด็ก
หรือเยาวชนแล้ว ตอ่ มาปรากฏว่า ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ได้เปล่ียนแปลง
ไปจากเดิม และศาล(ศาลซึ่งพิพากษาหรือศาลในท้องท่ีท่ีเด็กหรือเยาวชน
กาลังรับโทษหรือถูกควบคุมตัวอยู่) เห็นว่ามีเหตุอันสมควร ก็ให้มีอานาจ
แก้ไขเปลี่ยนแปลงคาพิพากษาหรือคาสั่งเกี่ยวกับการลงโทษหรือวิธีการ
สาหรบั เด็กหรอื เยาวชนได้ (ทั้งหนักขนึ้ หรอื เบาลง)
(มาตรา 135,137)
38
การพจิ ารณาพพิ ากษาคดคี รอบครวั
39
เจตนารมณ์ในการพจิ ารณาคดคี รอบครัว
ให้ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือ
ประนีประนอมยอมความกันในข้อพิพาท โดยคานึงถึงความสงบสุข
และการอย่รู ่วมกันในครอบครวั
40
โดยคานึงถงึ หลกั การดังต่อไปน้ีด้วย
(1) การสงวนและคุ้มครองสถานภาพของการสมรสในฐานะที่เป็น
ศูนย์รวมของชายและหญิงท่ีสมัครใจเข้ามาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา
หากไม่อาจรักษาสถานภาพของการสมรสได้ ก็ให้การหย่าเป็นไปด้วยความ
เป็นธรรมและเสียหายน้อยที่สุดโดยคานึงถึง สวัสดิภาพและอนาคตของ
บุตรเป็นสาคัญ
(2) การคุ้มครองและช่วยเหลือครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ขณะท่ีครอบครัวน้ันต้องรับผิดชอบในการดูแลให้การศึกษาแก่บุตรท่ีเป็น
ผเู้ ยาว์
(3) การค้มุ ครองสิทธิของบตุ รและสง่ เสริมสวสั ดิภาพของบุตร
(4) หามาตรการต่าง ๆ เพ่ือช่วยเหลือสามีภริยาให้ปรองดองกัน
และปรบั ปรงุ ความสัมพนั ธ์ระหว่างกันเองและกบั บุตร
(มาตรา 146)
41
ผปู้ ระนปี ระนอมคดคี รอบครวั
คดีครอบครัวที่มีข้อพิพาท ก่อนเร่ิมพิจารณาให้ศาลตั้ง
ผปู้ ระนปี ระนอมคดีครอบครวั เพ่ือไกลเ่ กลี่ย
หากไกล่เกล่ียสาเร็จ ผู้ประนีประนอมคดีครอบครัวต้องทา
สญั ญาประนปี ระนอมยอมความเสนอศาล
42
ในกรณีท่ีศาลเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความถูกต้อง
ให้ศาลพิพากษาไปตามน้ันหรือศาลอาจกาหนดเง่ือนไขให้คู่ความ
ทดลองปฏิบัติตามสัญญาฯ ก่อนกไ็ ด้
ในกรณีที่ศาลเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความ
ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ
ประชาชน หรือมิได้คานึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์ให้ศาลปฏิเสธ
การพพิ ากษาตามสัญญาประนปี ระนอมยอมความ
(มาตรา 148)
43
มาตรการค้มุ ครองชั่วคราว
ในคดีครอบครัวให้ศาลมีอานาจกาหนดวิธีการหรือมาตรการ
คุ้มครองช่ัวคราวในเรื่อง สินสมรส ค่าทดแทน ที่พักอาศัย
ค่าอุปการะเลี้ยงดูสามี ภริยาและการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตร เพ่ือ
คุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์ของคู่ความ หรือบุตรได้ ตามความจาเป็น
และสมควรแกพ่ ฤติการณแ์ หง่ คดี
(มาตรา 159)
44
ทนายความ
ในกรณคี ่คู วามไมม่ ที นายความ จะขอให้ศาลแต่งตั้งให้ก็ได้
ข้อสังเกต ตั้งทนายความให้ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจาเลย โดยไม่ต้องดูว่า
เปน็ คนยากจนหรอื ไม่
(มาตรา 158)
45
ผอู้ านวยการสถานพินจิ
ใ น ค ดี ค ร อ บ ค รั ว ท่ี ผู้ เ ย า ว์ มี ผ ล ป ร ะ โ ย ช น์ ห รื อ ส่ ว น ไ ด้ เ สี ย
ให้ศาลแจ้ง ผอ.สถานพินิจทราบ เพื่อให้ประมวลและรายงานความ
เป็นอยูข่ องครอบครัว สวัสดิภาพ ประโยชนส์ ูงสดุ ของผเู้ ยาว์
และก่อนที่ศาลจะพิพากษาคดีครอบครัวให้ศาลฟังความเห็น
ของ ผอ.สถานพนิ ิจกอ่ น
(มาตรา 167,168)
46
47