ภาษาไทยพื้นฐาน
เรื่อง การแต่งก
าพย์ยานี ๑๑
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ครูนารี สังขรัตน์
ใบความรู้ เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี ๑๑
รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
กาพย์ยานี ๑๑
คือ คำประพันธ์ไทยประเภทกาพย์ที่กวีนิยมแต่งมาก ปรากฏตั้งแต่สมัยกรุง
ศรีอยุธยา มีทั้งแต่งสลับกับคำประพันธ์ประเภทอื่นและแต่งเพียงลำพัง กาพย์ยานี ๑๑
บทหนึ่งมีสองบาท บาทละ ๑๑ คำ คนทั่วไปจึงนิยมเรียกว่า กาพย์ยานี ๑๑
แผนผังกาพย์ยานี ๑๑
๑ บท สัมผัส
ระหว่างวรรค
๑ บท
คณะของกาพย์ยานี ๑๑
กาพย์ยานี ๑๑ ๑ บท มี ๒ บาท
บาทหนึ่ง มี ๒ วรรค วรรหน้ามี ๕ คำ วรรคหลังมี ๖ คำ รวมเป็น ๑๑ คำ
การส่งสัมผัส
คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ ส่งสัมผัสไปยังคำที่ ๓ ของวรรคที่ ๒ (อาจเลื่อนมาส่ง
สัมผัสคำที่ ๑ หรือ ๒ ได้)
คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ส่งสัมผัสไปยังคำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ (หากส่งสัมผัส
ไปยังคำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ ในวรรคที่ ๔ ได้ จะมีความไพเราะในคำประพันธ์เพิ่มขึ้น)
ในการแต่งกาพย์ยานีมากกว่า ๑ บท ต้องส่งสัมผัสระหว่างบท โดยคำสุดท้าย
ของวรรคที่ ๔ ส่งสัมผัสไปยังคำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ในบทถัดไป
ร่าเริงคำคล้อง
คำคล้องจอง
คือ คำที่มีสระเดียวกันหรือคำที่มีเสียงสระและตัวสะกดในมาตราเดียวกัน
ข้อสำคัญในการแต่งคำประพันธ์ทุกชนิดคือคำคล้องจอง ผู้ฝึกหัดแต่งต้องฝึกฝนเรื่อง
การเลือกคำที่มีความหมายคล้องจองกัน มีความไพเราะด้วยพยัญชนะ เสียงสระควรมี
ความหมาย เจาะจงกินความได้ลึกซึ้งด้วย
ตัวอย่าง
งามทรงวงดังวาด งามมารยาทนาดกรกราย
งามพริ้มยิ้มแย้มพราย งามคำหวานลานใจถวิล
กล้ำกลืนเข็ญเป็นอาจิณ
แต่เช้าเท่าถึงเย็น ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ
ชายใดในแผ่นดิน
คำคล้องจอง คือ (กาพย์เห่สังวาส) เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร
งามทรง - วงดังวาด
งามพริ้ม - ยิ้มแย้ม
แต่เช้า - เท่าถึงเย็น
เหมือนพี่ - ที่ตรอมใจ มารยาท - นาด
คำหวาน - ลานใจ
ชายใด - ในแผ่นดิน
ลักษณะของคำคล้องจอง
คำคล้องจอง ๑ พยางค์
คือ คำที่ออกเสียงเพียงครั้งเดียว มีสระเดียวกัน ตัวสะกดมาตราเดียวกัน ส่วนรูป
และเสียงวรรณยุกต์จะต่างกันก็ได้
ตัวอย่าง
- กิน - ดิน - บิน - หิน - ลิ้น
- กัด - ตัด - วัด - สัด - ปัด
- กอบ - ชอบ - จอบ - ตอบ - มอบ
คำคล้องจอง ๒ พยางค์
คือ คำที่มีพยางค์ท้ายของกลุ่มคำหน้า มีเสียงคล้องจองกับพยางค์แรก หรือพยางค์
ที่ ๒ ของกลุ่มคำหลังที่ถัดไป
ตัวอย่าง
รถไถ ไปนา หาคุณ จุนเจือ
มาดี มีตา หาคู่ ปูดำ
เผื่อแผ่ แก่กัน
จำใจ ใครดี
คำคล้องจอง ๓ พยางค์
คือ กลุ่มคำที่มี ๓ พยางค์ ตั้งแต่ ๒ กลุ่มขึ้นไปที่พยางค์ท้ายของกลุ่มคำหน้า มีเสียง
คล้องจองกับพยางค์แรก หรือพยางค์ที่ ๒ ของพยางค์หลังที่อยู่ถัดไป
ตัวอย่าง
เรามีเพื่อน เตือนความคิด จิตแจ่มใส
เด็กคนเก่ง เร่งรีบเพื่อน เพียรศึกษา
ใบงานเรื่อง คำคล้องจอง
(สแกนเพื่อทำใบงาน )
ใบงานที่ ๑ เรื่องคำคล้องจอง
ใบงานเรื่อง คำคล้องจอง
(สแกนเพื่อทำใบงาน )
ใบงานที่ ๒ เรื่องคำคล้องจอง
สัมผัสหรรษา
การแต่งคำประพันธ์จะมีลักษณะเฉพาะคือการส่งสัมผัส ซึ่งมีการสัมผัสแบ่งเป็น
๒ ชนิด ได้แก่ สัมผัสนอกสัมผัสใน
สัมผัสใน เป็นสัมผัสที่ไม่บังคับเพียงแต่เป็นสัมผัสที่เพิ่มความไพเราะและ
แสดงถึงความสามารถของผู้แต่ง โดยแบ่งแยกสัมผัสออกเป็น ๒ ชนิด คือ
สัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะ
สัมผัสนอก เป็นสัมผัสโดบแบ่งย่อยออกเป็นสัมผัสระหว่างวรรคและสัมผัส
ระหว่างบท โดยสัมผัสนอกนั้นต้องเป็นสีมผัสสระเท่านั้น
สัมผัสพยัญชนะ คือคำสัมผัสในคำประพันธ์ที่อยู่ในวรรเดียวกัน ที่มีเสียง
ชนะต้นเสียงเดียวกัน อาจเรียกว่า "สัมผัสอักษร" ตัวอย่างเช่น
ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ อยู่บุรีไม่มีภัย ไพร่ฟ้าประชาชี
โลโภพาให้บ้าใจ ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา
สัมผัสพยัญสระ คือ คำสัมผัสในวรรค สัมผัสระหว่างหรือสัมผัสระหว่างบท
ที่มีเสียงสระเสียงเดียวกัน และอยู่ในมาตราตัวสะกดเดียวกันด้วย ตัวอย่างเช่น
บ้านช่องคลองเล็กใหญ่ บ้างตื่นไฟตกใจโจน
ปลุกเพื่อนเตือนตะโกน ลุกโลดโผนโดนกันเอง
พิณพาทย์ระนาดฆ้อง ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง
ระฆังดังวังเวง โห่งหง่างเหง่งเก่งก่างดัง
ใบงานเรื่อง สัมผัสนอก
(สแกนเพื่อทำใบงาน )
ใบงานที่ ๓ เรื่องสัมผัสนอก
ใบงานเรื่อง สัมผัสระหว่างบท
(สแกนเพื่อทำใบงาน )
ใบงานที่ ๔ เรื่องสัมผัสระหว่างบท
ใบงานเรื่อง สัมผัสใน (สระ)
(สแกนเพื่อทำใบงาน )
ใบงานที่ ๕ เรื่องสัมผัสใน
ใบงานเรื่อง เติมวรรคกาพย์ยานี
(สแกนเพื่อทำใบงาน )
ใบงานที่ ๖ เรื่องเติมวรรคกาพย์ยานี