สายพันธุ์แมว
ทั่วโลก
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ
สื่อการสอนในรายวิชาการใช้งานโปรแกรม E-BOOK สร้างสรรค์
ซึ่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ใช้เพื่อเป็นการศึกษาประวัติความ
เป็นมาและสายพันธุ์ของแมวชนิดต่างๆ
ทั้งนี้ผู้จัดทำหวังเป็นอย่ายิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จะ
สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ที่อ่านหรือกำลังศึกษาหาความรู้ใน
เรื่องนี้อยู่
ประวัติความเป็ นมาของแมว
"แมว" หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "FELIS CATUS" มีกำเนิดขึ้น
บนโลกมากกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว นัีกชีววิทยาค้นพบว่าบรรพบุรุษ
ของแมวถือกำเนิดขึ้นกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว เป็นสัตว์เลี้ยงลูก
ด้วยนมและิกินเนื้อเป็นอาหาร เรียกว่า MIACIS และได้วิวัฒนาการ
จนเริ่มมีลักษณะคล้ายแมวเมื่อ 10 ล้านปีก่อน ขนาดและรูปร่าง
ใกล้เคียงกับแมวป่าที่มีเขี้ยวขนาดใหญ่เรียกว่า DINISTIS
ในความจริงแล้วนั้นแมวบ้านมีต้นตระกูลที่แยกออกมาจากเสือ
ไซบีเรียน และแมวพื้นเมืองต่าง ๆ ปัจจุบันสายพันธุ์แมว (รวมทั้ง
สิงโตและเสือต่าง ๆ ) มีทั้งหมดถึง 36 ตระกูล 51 ชนิด
ชาวอียิปต์โบราณ นับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้าถึงกับว่าหากแมว
ตายในบ้านต้องนำไปทำมัมมี่เลยทีเดียว ขนาดคนที่จะนำไปทำ
มัมมี่ยังต้องเป็นเฉพาะราชวงศ์ หรือขุนนางเท่านั้น ซึ่งมัมมี่ที่ว่านี้
สามารถตามไปดูกันได้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ เหตุที่ชาว
อียิปต์โบราณนับถือแมวเป็นสัตว์เทพเจ้านั้น เพราะเมื่อประมาณ
4,000 กว่าปีก่อน กลุ่มชาวนาได้นำแมวป่ามาฝึกใช้ในการจับหนูใน
โรงนา ที่เข้ามาทำความเสียหายกับผลผลิตและพืชพันธุ์ของ
ชาวนา เมื่อหนูในโรงนาหมดไป ประชาชนก็มีอาหารอุดมสมบูรณ์
ขึ้น แถมยังปราศจากโรคภัยที่เกิดจากหนูอีกด้วย แมวจึงได้ถือว่า
เป็นสัตว์เทพเจ้าในยุคอียิปต์โบราณนั่นเอง ซึ่งเทพเจ้า BASTES
หรือเทวีบัสเตต ที่ชาวอียิปต์นับถือนั้น มีตัวเป็นคนแต่มีหัวใจเป็น
แมวเป็นตัวแทนแห่งความรัก ความอุดมสมบูรณ์ ฉะนั้นหากใครฆ่า
แมวจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ยกตัวอย่างเช่นในสมัยก่อนพวก
ที่ต้องการยึดครองอาณาจักรอีิยิปต์โบราณจึงใช้วิธีอุ้มแมวไปรบ
ด้วยซึ่งชาวอียิปต์นั้นก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า
อาณาจักรอียิปต์ล่มสลายเพราะแมว ถึงอียิปต์โบราณจะล่มสลาย
แต่ความนับถือแมวเป็นดั่งเทพเจ้าก็ยังเหมือนเดิม
เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า แมวขยายพันธุ์ข้ามน้ำข้ามทะเล
ไปทั่วโลกได้อย่างไร ก็เพราะชาวอียิปต์ไม่เพียงแต่ใช้หนูจับแมวใน
โรงนาเท่านั้น ยังใช้จับหนูบนเรือสินค้าอีกด้วย จึงมีความเชื่อว่า
เมื่อเรือเทียบท่า แมวก็ได้ลงเรือแต่ไม่ได้กลับขึ้นมาบนฝั่ ง เลยเป็น
เหตุให้มีแมวไปทุกแห่งหนทั่วโลก
เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า แมวขยายพันธุ์ข้ามน้ำ
ข้ามทะเลไปทั่วโลกได้อย่างไร ก็เพราะชาวอียิปต์ไม่เพียง
แต่ใช้หนูจับแมวในโรงนาเท่านั้น ยังใช้จับหนูบนเรือสินค้า
อีกด้วย จึงมีความเชื่อว่าเมื่อเรือเทียบท่า แมวก็ได้ลงเรือ
แต่ไม่ได้กลับขึ้นมาบนฝั่ ง เลยเป็นเหตุให้มีแมวไปทุกแห่ง
หนทั่วโลก
แต่สำหรับยุคกลางในยุโรป นั้นมีความเชื่อเรื่องแมวที่
แตกต่างกับยุคอียิปต์โบราณโดยสิ้นเชิง โดยมีความเชื่อ
ว่าแมวเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายต่าง ๆ เป็นสัตว์
เลี้ยงของแม่มดโดยเฉพาะแมวดำ และหากชาวยุโรปคน
ใดในยุคนั้นเลี้ยงแมวจะถูกประณามว่าเป็นแม่มดที่ชั่วร้าย
ถ้ายิ่งเป็นคนแก่เลี้ยงแมวด้วยนี่สิยิ่งแย่ไปกันใหญ่ เรียก
ว่าเป็นต้องโดนจับเผาทั้งเป็นไม่ว่าคนหรือแมวก็ตาม และ
ช่วงนี้เองที่ทำให้กาฬโรคเกิดการระบาดหนักในยุโรป
เพราะปริมาณของหนูขณะนั้นนับวันยิ่งเพิ่ มปริมาณมาก
ขึ้น แต่แมวกลับยิ่งลดจำนวนน้อยลงนั่นเอง
ถัดมาดูทางแถบเอเซีย อย่างในประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนกัน
บ้าง ได้เิริ่มนิยมเลี้ยงแมวกันมากขึ้นกว่าเดิมที่เคยเลี้ยงกันอยู่
แล้ว เพราะที่ประเทศญี่ปุ่นใช้แมวเป็นสัญลักษณ์ในการนำโชค
อย่างที่เคยเห็นกันอยู่ตามร้านค้าทั่วๆ ไปนั่นก็คือ " แมวกวัก " จะ
ใช้กวักเรียกลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุนสินค้า หรือจะความเชื่อว่าแมว
เป็นตัวแทนแห่งโชคลาภเช่นกัน การที่แมวเข้ามาอยู่ในบ้านถือว่า
เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะทำให้เจ้าของบ้านมีโชคลาภมาเสมอ
ประเทศไทย เราก็มีการเลี้ยงแมวมานานแล้วเหมือนกันตั้งแต่
สมัยสุโขทัยโน่น แมวไทยคู่แรกได้ออกสู่สายตาชาวโลกเมื่อปี พ.ศ.
2427 เป็นแมววิเชียรมาศแต้มสีครั่ง โดยพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเ้จ้าอยู่หัว (ร.5) ทรงพระราชทานให้กับกงศุลอังกฤษ
ประจำกรุงเทพมหานคร ขณะนั้นคือ MR.OWEN GOULD และได้
นำไปให้แก่น้องสาวที่อังกฤษอีกทอดหนึ่ง แต่หลังจากนั้น เมื่อ
ปีพ.ศ.2428 แมวไทยคู่นี้แหละได้เข้าประกวดที่ประเทศอังกฤษ ใน
งาน THE CRYSTAL PALACE และได้รับรางวัลชนะเลิศในการ
ประกวดอีกด้วยจากการประกวดครั้งนี้เองที่เป็นจุดเิริ่มต้นให้ชาว
อังกฤษ นิยมหันมาเลี้ยงแมวไทยกันมากขึ้น จนได้จัดตั้ง THE
SIAMESE CAT CLUBS ในปี พ.ศ 2443 และ THE SIAMESE
CAT SOCIETY OF THE BRITHISH EMPIRE ในปี พ.ศ. 2471
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้แมวไทยคู่นี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่ว
อังกฤษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงเห็นว่า
แมวไทยสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักแก่ประเทศอื่น ๆ ทั่ว
โลก จึงได้พระราชทานแมวไทยให้กับหลาย ๆ ประเทศ จนแมวไทย
และประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงไปทั่วโลกนั่นเอง
สายพันธ์ของแมว
อเมริกัน ช็อตแฮร์ มีสิ่งที่โดดเด่นที่สุดนั่นก็คือ สีเงินที่มีรอย
แต้มสีดำ คล้ายลายหินอ่อน เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความ
นิยมมากที่สุด แต่ตอนนี้มีข้อมูลพบว่าอเมริกัน ช็อตแฮร์มีสีขนที่
พบแล้วมากถึง 60 สี พวกเค้าเป็นแมวขนาดกลางที่มีความ
สามารถในการทรงตัวที่ดีเยี่ยม มีนิสัยนักล่าไม่แพ้แมวพันธุ์อื่นๆ
ถิ่นกำเนิดของ อเมริกัน ช็อตแฮร์
อเมริกัน ช็อตแฮร์ เป็นแมวสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์ใน
อเมริกา บรรพบุรุษมาจากแถบยุโรปในช่วงเริ่มแรกและมาแพร่
พันธุ์ยังอเมริกาเหนือในช่วงที่ชาวยุโรปเดินทางไปแสวงหาถิ่นที่
อยู่ใหม่ โดยแมวถูกนำลงเรือไปด้วยเพื่อใช้ประโยชน์ในการล่าหนู
ต่อมาแมวมีการผสมพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายไปเป็นแมวพื้น
เมืองขนสั้นของอเมริกาเหนือ เป็นสายพันธุ์ที่มีราคาค่อนข้างสูง
ในสมัยก่อนด้วยลวดลายของสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์
อะบิสซิเนียน
น้องเหมียวรูปร่างเงางามสายพันธุ์นี้อาจดูเหมือนเสือภูเขาขนาด
ย่อมๆในเวอร์ชั่นที่มีขนสีน้ำตาลแดงแวววาว ซึ่งหากคุณกำลัง
มองหาสัตว์เลี้ยงที่ดูสง่าผ่าเผยแล้วล่ะก็ คุณน่าจะสนใจเจ้าเหมีย
วอะบิสซิเนียนซึ่งว่ากันว่ามีศักดิ์เป็นถึงขุนนางชั้นสูงเชียวล่ะ
นอกจากมันจะเป็นแมวเลี้ยงสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง
แล้ว ยังเชื่อกันว่าอะบิสซิเนียนนั้นเป็นแมวที่สืบสายพันธุ์มาจาก
แมวศักดิ์สิทธิ์ของอียิปต์ ซึ่งมีจารึกตามภาพวาดและรูปปั้ น
ประติมากรรมต่างๆของชาวอียิปต์ แมวอะบิสซิเนียนในปัจจุบันนั้น
ได้รับการผสมพันธุ์อย่างระมัดระวังเพื่อให้ได้สี ลวดลาย และ
ประเภทตามที่ต้องการ พวกมันมีลำตัวที่เรียวยาว ดูเหมาะสมกับ
ดวงตาขนาดใหญ่และขนปกคลุมร่างกายที่ดูแข็งแรง ลักษณะที่
โดดเด่นที่สุดลักษณะหนึ่งของแมวสายพันธุ์นี้คือ ดวงตาของมัน
ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับเมล็ดอัลมอนด์ที่พร้อมจะสะกดทุกสายตา
ที่จ้องมองมัน ยังไม่เพียงเท่านั้น น้องเหมียวอะบิสซิเนียนยังมี
นิสัยคล้ายคลึงกับเสือดำเวลาเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนอีก
ด้วย นอกจากนี้แมวอะบิสซิเนียนยังมีท่าทางที่สง่างามเหมือนกับ
นักเต้นรำ และยังเป็นแมวที่รักเจ้าของและมีนิสัยอ่อนโยนอีกด้วย
ตราบใดที่มันได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ แมวสายพันธุ์นี้ก็
จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่สุดวิเศษ โดยปกติแล้วแมวสายพันธุ์นี้ไม่ค่อย
ชอบส่งเสียงนัก แต่จะชอบปีนป่ายมากกว่า ดังนั้นคุณต้องคำนึง
ถึงเรื่องนี้เวลาเลี้ยงด้วย และที่ควรระวังคือ น้องเหมียวสายพันธุ์
นี้ไม่ชอบถูกจับใส่กรง ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการจับมันใส่กรงเลยล่ะ
บาหลี
แมวบาหลีเป็นแมวที่กระตือรือร้นและ “ช่างพูดช่างคุย” เป็นอย่าง
ยิ่ง และยังชอบเดินตามเจ้าของพร้อมคอยแจกความรักให้กับคน
ที่พบเจอเวลามันเดินไปไหนต่อไหนอีกด้วย! น้องเหมียวขนยาว
พันธุ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลแมวที่มาจากประเทศทางฝั่ งตะวัน
ออก และได้รับการพัฒนามาจากลูกแมวพันธุ์ขนยาวที่พบตาม
ครอกลูกแมวสยามในสหรัฐอเมริกา รูปร่างและการเคลื่อนไหวที่
สง่างามของน้องเหมียวสายพันธุ์นี้เป็นตัวจุดประกายที่มาของชื่อ
สายพันธุ์พวกมัน นั่นก็เพราะว่ามันทำให้ผู้ที่เพาะเลี้ยงมันนั้นนึกถึง
นักเต้นรำท้องถิ่นที่อยู่บนเกาะบาหลีนั่นเอง แมวบาหลีนั้นเป็นแมว
ขนาดกลางที่มีรูปร่างยาวเรียวเหมือนกับแมวสยาม แต่ร่างผอม
ยาวของมันนั้นถูกปกคลุมไปด้วยขนยาวนุ่มที่ถึงแม้ว่าตัวมันจะ
ยาว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งขนอะไรมากเหมือนกับแมวสาย
พันธุ์ที่มีขนยาว นอกจากนี้ ที่จริงแล้ว ขนที่สวยงามและหางที่ยาว
ปุกปุยของมันแทบจะเป็นเพียงแค่สิ่งเดียวที่ทำให้มันแตกต่างไป
จากแมวสยาม สำหรับตาของมันนั้นมีรูปร่างคล้ายเมล็ดอัลมอนด์
สีฟ้า ส่วนลำตัวของมันอาจจะมีลวดลายสีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สีฟ้า
ม่วงแดง และช็อกโกแลต สำหรับคนที่อยากจะเลี้ยงแมวที่
กระตือรือร้นตลอดเวลานั้น แมวบาหลีเป็นทางเลือกที่ใช่เลย
สำหรับคุณ เพราะเป็นแมวที่มีชีวิตชีวา ขี้เล่น สวยงามและเป็น
เพื่อนเล่นที่ชื่นชอบการอ้อนหรือนั่งอยู่บนตักของเจ้าของอย่าง
ที่สุด
เบอร์แมน
ด้วยความที่เป็นแมวที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ใครๆก็ต่างตกหลุมรัก
แมวเบอร์แมนหรือ “แมวศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า” ตามที่เป็นที่รู้จักกัน
ในประเทศถิ่นกำเนิดของมัน เจ้าแมวสายพันธุ์นี้มีท่าทางที่สง่างาม
และ “ปกคลุม” ด้วยขนสีจาง มีใบหน้า หู หางและขาสีเข้ม และ
“อุ้ง” สีขาวที่เท้าของมัน น้องเหมียวเบอร์แมนมีดวงตาสีน้ำเงิน
ไพลินเข้ม อันที่จริงแล้วแมวสายพันธุ์นี้ถือกำเนิดมาจากตำนาน
เรื่องดังที่บรรยายอธิบายเกี่ยวกับสีที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกมัน
โดยเรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตมีแมวสีขาวบริสุทธิ์อาศัยอยู่ที่วัดเหล่าซุน
ในพม่า แต่มีอยู่คืนหนึ่ง มีคนบุกรุกเข้ามาในวัดและสังหารพระที่
อาวุโสที่สุดในวัดไป เจ้าแมวสีขาวบริสุทธิ์ของเขาที่ชื่อว่า สิงห์
กระโดดขึ้นไปบนตัวของเจ้านายมัน และวิญญาณของพระรูปนั้นก็
เข้าไปอยู่ในตัวแมว ทันใดนั้นเองขนสีขาวของมันก็กลายเป็นสี
ทอง (คล้ายกับเทพีของวัด) ส่วนขา หน้า หู และหางนั้นก็กลายมา
เป็นสีดิน แต่อุ้งเท้ายังคงสีขาวไว้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความ
บริสุทธิ์ แหม มีที่มาที่ไปที่แสนจะโรแมนติกอย่างนี้ ใครบ้างล่ะที่จะ
ไม่อยากเลี้ยวน้องเหมียวพันธุ์นี้! ถึงแม้ว่าการดูแลตัดแต่งขนอยู่
เป็นประจำจะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่โดยปกติแล้ว ขนของแมวพันธุ์
นี้ จะมีลักษณะเหมือนใยไหมมากกว่าปุยๆ และไม่ค่อยพันกัน
ยุ่งเหยิง จึงทำให้ง่ายต่อการดูแล แมวสายพันธุ์นี้ไม่ค่อยเสียงดัง
นักและกระตือรือร้นกว่าแมวเปอร์เซียมาก แต่ก็ยังน้อยกว่าแมว
สยาม โดยรวมน้องเหมียวเบอร์แมนนั้นเป็นทางเลือกที่ดีมาก
สำหรับเด็กๆหรือใครก็ตามที่อยากเลี้ยงสัตว์แปลกใหม่ไว้ในบ้าน
บริติช ช็อตแฮร์
บริติช ช็อตแฮร์ เป็นแมวที่ความน่ารักและโดดเด่นที่ขนที่มีความ
หนานุ่มปุกปุยทั้งตัวถึงแม้บริติช ช็อตแฮร์ จะเป็นแมวที่ดูน่า
ทะนุถนอมแต่โดยธรรมชาติแล้วพวกเค้าเป็นแมวที่มีความแข็ง
แรง เป็นแมวขนาดกลาง ที่มีการดูแลค่อนข้างง่าย และมีความรัก
อิสระค่อนข้างสูง
ถิ่นกำเนิดของ บริติช ช็อตแฮร์
บริติช ชอร์ตแฮร์ ดั้งเดิมเชื่อกันว่าเป็นแมวท้องถิ่นสายพันธุ์ที่เก่า
แก่ที่สุดของอังกฤษ มีตำนานเล่าว่าบรรพบุรุษของแมวพันธุ์นี้มา
จากแมวที่ชาวโรมันเอามาเลี้ยงเมื่อ 2 พันปีมาแล้ว โดยแมวสาย
พันธุ์นี้มีความโดดเด่นในเรื่องลักษณะรูปร่างและความสามารถ
ทางการล่าเหยื่อ ในอดีตถือว่าเป็นแมวสายพันธุ์ที่หาได้ยาก ซึ่งใน
ปัจจุบันแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
และยังถูกนำไปใช้ในโฆษณาทางโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ฮอลลีวู
ดอยู่เสมอๆ
เบอร์มีส
แมวเบอร์มีสนั้นมีรูปร่างที่ไม่เหมือนใครและมีนิสัยท่าทางน่ารักเป็น
ที่สุด! แมวพันธุ์นี้เป็นแมวอารมณ์ดี รักเจ้าของ ขี้เล่นและชอบ
อยากรู้อยากเห็นไปตลอดช่วงชีวิตของมัน ซึ่งทำให้เป็นเป็นสาย
พันธุ์ที่เหมาะมากสำหรับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ ต้น
ตระกูลของแมวพันธุ์นี้มีประวัติยาวนานถึง 400 ปี แต่แมวเบอร์มี
สที่พวกเราคุ้นเคยกันนั้นมีจุดเริ่มต้นจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี
1920 นั้นได้มีการผสมพันธุ์กันระหว่างแมวสยามและแมวจากพม่า
แมวสายพันธุ์นี้เป็นเพียงสายพันธุ์เดียวที่มีสีน้ำตาลตามธรรมชาติ
มีขนสั้นเงางาม และมีลักษณะขนแบบผ้าซาตินสีน้ำตาลเข้มและ
ดวงตาสีทอง น้องเหมียวสายพันธุ์นี้มีสีอื่นๆเช่นกันตั้งแต่สีแดง
และสีครีมไปจนถึงสีม่วงแดงและสีกระดองเต่า ยิ่งไปกว่านั้น น้อง
เหมียวเบอร์มีสยังมีรูปร่างสง่างามและไม่เหมือนใคร และมี
ร่างกายพร้อมกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ซึ่งทำให้แมวเบอร์มีสนั้นมีน้ำ
หนักสูงถ้าเทียบกับขนาดของมันอย่างน่าตกใจ พวกมันมีร่างกาย
ยาว บริเวณอกและใบหูเป็นทรงกลม และมีเท้าขนาดเล็ก บ่อยครั้ง
ที่เจ้าเหมียวพันธุ์นี้จะถูกเรียกว่าเป็น “แมวสุนัข (DOGCAT)”
เพราะว่าพวกมันชอบเล่นเกมส์ต่างๆและยังฝึกให้ไปคาบของกลับ
มาได้ง่ายเหมือนกับสุนัขอีกด้วย นอกจากนี้ แมวสายพันธุ์นี้ยัง
เฉลียวฉลาด น่ารัก ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก และยังชอบส่งเสียง
อีกด้วย แต่โดยรวมแล้วก็ยังส่งเสียงน้อยกว่าแมวสยาม เหมียว
เบอร์มีสชอบอยู่ร่วมกับแมวตัวอื่นๆหรือแม้กระทั่งสุนัข และชื่น
ชอบการอยู่ร่วมกับผู้คนและการได้เป็นจุดสนใจอีกด้วย
เบอร์มิลลา
แมวเบอร์มิลลาแสนสวยนี้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษในปี
1981 ซึ่งเกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์กันโดยบังเอิญระหว่างแมวชินชิ
ลลาเปอร์เซียตัวผู้และแมวเบอร์มีสสีไลลักตัวเมีย ลูกที่ออกมานั้น
เป็นที่ชื่นชอบและได้ผลที่น่าประทับใจมากมากจนบรรดานักผสม
พันธุ์ตัดสินใจว่าให้ดำเนินการผสมพันธุ์สายพันธุ์นี้ต่อไป แมวเบอร์
มิลลานั้นเป็นแมวที่มีลักษณะและรูปแบบนิสัยแบบแมวเบอร์มีสแต่
มีลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของมันก็คือขนที่เงางามแวววาวหรือเป็น
ลวดลายงดงาม สีพื้นของตัวมันเป็นสีขาวเงินล้วน ในขณะที่รอบ
ดวงตามของมันมีสีเข้ม ซึ่งตัดกับสีขนอย่างชัดเจนและทำให้ดู
คล้ายกับว่ามันใช้มัสคาร่า น้องเหมียวเบอร์มิลลารูปร่างสง่างาม
ขนาดกลาง มีร่างกายที่กำยำ ขายาวแข็งแรง และหางยาวหนา
พอสมควร หัวเป็นทรงรูปลิ่มขนาดกลางพร้อมด้วยใบหูขนาด
ใหญ่ พวกมันมีจมูกสั้นและดวงตาขนาดใหญ่ที่แสดงออกถึง
อารมณ์อย่างชัดเจน เนื่องจากแมวสายพันธุ์เบอร์มิลลานั้นเป็น
พาหะของยีนขนยาวที่มาจากแมวชินชินลา ลูกแมวที่ออกมาจึง
อาจมีขนยาวเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง แต่ขนยาวเหล่านั้นนั้นจะไม่ค่อย
พันกันยุ่งเหยิงและแทบจะไม่ต้องตัดแต่งอะไรเลย แมวเบอร์มิลลา
เป็นแมวที่มีนิสัยสบายๆ และเหมาะแก่การเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักใน
ครอบครัว พวกมันมีนิสัยกระตือรือร้นและรักเจ้าของ ทำให้มันเป็น
สัตว์เลี้ยงคู่ยากที่ดีทีเดียว
ชินชิลล่า
น้องเหมียวเปอร์เซียแสนหรูนั้นปกติจะเป็นที่นิยมและเป็นที่
ต้องการของบรรดาผู้รักแมวมากมาย แต่แมวชินชิลล่านั้นเป็น
แมวที่สวยงามโดดเด่นจากขนสีเงินเงางาม ซึ่งทำให้มันแตกต่าง
จากแมวเปอร์เซียทั่วไปที่ดั้งเดิมแล้วมาจากประเทศตุรกีและมักมี
ขนหนาสีขาว น้องเหมียวชินชิลล่านั้นเป็นแมวขนาดใหญ่ที่อบอุ่น
เป็นมิตรกับมนุษย์ มีรูปร่างเป็นทรงคล้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส พร้อม
ใบหน้าแบนทรงกลม และใบหูขนาดเล็ก พวกมันมีดวงตาสีเขียว
สะท้อนแสงคล้ายกับลวดลายบนตัวมัน นอกจากนี้ ขนของมันยัง
มีความงดงามคล้ายใยไหม และยังมีหางเป็นพู่ๆที่โดดเด่นอีกด้วย
โดยภาพรวมแล้ว แมวสายพันธุ์นี้มีสีขาวพร้อมลายสีดำที่ทำให้ตัว
มันดูเป็นประกาย หนึ่งในน้องเหมียวชินชิลล่าที่มีชื่อเสียงที่สุดนั้น
เป็นที่รู้จักกันว่า SILVER LAMBKIN และยังเชื่อกันว่าแมวตัวดัง
กล่าวนี้เป็นต้นกำเนิดของโทนสีที่สวยงามโดดเด่นของแมวสาย
พันธุ์นี้ ตัวมันเองนั้นได้รับรางวัลใหญ่ๆมากมายในงานแสดงที่
CRYSTAL PALACE ในกรุงลอนดอนเมื่อปี 1888 เจ้าเหมียวแสน
สวยตัวนี้มาจากสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ พวกมันมีนิสัย
ชอบเข้าหาคนอื่นมากกว่าแมวเปอร์เซียพันธุ์อื่นๆ และพวกมันยังมี
เสียงที่ไพเราะอีกด้วย โดยปกติแล้วน้องเหมียวชินชิลล่าสามารถ
ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆที่พวกมันไปอยู่ได้อย่าง
รวดเร็วอีก และมีนิสัยแบบชิลๆ สบายๆ ดังนั้นแมวพันธุ์นี้จึง
เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเวลาแปรงหรือหวีขนให้มันเป็น
ประจำทุกวันเลยล่ะ
เดวอนเรกซ์
เจ้าเหมียวเดวอนเรกซ์นั้นแตกต่างสุดขั้วกับสายพันธุ์อื่นๆ และ
เป็นเหมือนกับ “เอเลียน” ในโลกแมวเหมียว ด้วยความที่พวกมันมี
ขนสั้นและใบหน้าที่มีแก้มใหญ่ ในขณะที่ใบหูของพวกมันอยู่ใน
ระดับต่ำเหมือนกับค้างคาวพร้อมด้วยรูปร่างที่ดูสมส่วนกำลัง
พอดี แต่ก็อย่าได้คิดเชียวล่ะว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้แมวสายพันธุ์นี้ไม่มี
เสน่ห์ เพราะพวกมันนั้นมีนิสัยซุกซน ขี้แกล้ง ราวกับเป็นภูตพิกซี่
แปลงตัวมาเลยล่ะ! แมวสายพันธุ์นี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในเมือง
เดวอน ประเทศอังกฤษในปี 1960 ใกล้กับเขตคอร์นวอลซึ่งเป็นที่
ที่ลูกแมวคอร์นิชเรกซ์ตัวแรกได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1950 แมวสาย
พันธุ์เดวอนเรกซ์นั้นเป็นแมวที่เฉลียวฉลาดและชอบเข้าสังคม ซึ่ง
ทำให้มันน่ารักและเหมาะจะเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจของคุณ ถ้าได้เลี้ยง
แมวเดวอนเรกซ์ คุณก็เหมือนกับได้เพื่อนไปตลอดชีวิตคุณเลย
นั่นแหล่ะ! พวกมันจะสั่นหางเวลาดีใจ ซึ่งก็บ่อยอยู่แล้ว และพวก
มันยังกระตือรือร้น ว่องไว และอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง สิ่ง
เหล่านี้ยิ่งทำให้นิสัยของมันเหมือนกับบรรดาภูติพิกซี่ไปกันใหญ่
นอกจากนี้พวกมันยังเหมาะกับการเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่แพ้ขน
สัตว์หรือเป็นภูมิแพ้อีกด้วยเพราะขนของมันมีลักษณะคล้ายขน
ของสุนัขพุดเดิ้ลซึ่งไม่ค่อยมีสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เสียเท่าไหร่ และ
ยังไม่ต้องดูแลอะไรมากอีกด้วย เพราะขนพวกมันก็ไม่ค่อยร่วงนัก
สิ่งเหล่านี้จึงทำให้พวกมันเหมาะแก่การเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่
เป็นภูมิแพ้เป็นอย่างมาก และด้วยความที่ขนของมันไม่ต้องดูแล
มาก คนเลี้ยงจึงไม่จำเป็นต้องหามาตรการป้องกันหรือดูแลขน
เหมือนกับขนแมวโดยทั่วไป
ม็อกกี้
แมวเลี้ยงที่เป็นรู้จักกันทั่วไปว่าแมว “ม็อกกี้” นั้นเป็นแมวที่พบได้
มากที่สุดตามบ้านเรือนทั่วประเทศอังกฤษ แมวม็อกกี้ไม่ได้เป็น
แมวสายพันธุ์พิเศษแต่อย่างใด แต่สืบสายพันธุ์มาจากแมวป่าแอ
ฟริกันที่มีมาตั้งแต่ราว 8,000 ปีก่อนคริสตกาล และพบได้ใน
เกือบทุกที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่ ปกติแล้วแมวแต่ละสายพันธุ์จะมี
ลักษณะนิสัยบางอย่างเฉพาะตัว แต่แมวม็อกซี่นั้นจะไม่มีนิสัย
เฉพาะตัวเช่นนั้น และด้วยการที่พวกมันเกิดจากการผสมพันธุ์แบบ
ตามมีตามเกิด พวกมันจึงไม่มีรูปร่างหน้าตาหรืออุปนิสัยที่ชัดเจน
พวกมันมีนิสัยรักอิสระและมีรูปแบบขนและสีที่หลากหลาย ปกติ
แล้วแมวทุกตัวต้องได้รับการตัดแต่งขน แต่เพราะว่าแมวม็อกกี้มี
ยีนขนสั้น จึงไม่จำเป็นต้องตัดแต่งขนมันเท่าไหร่นัก เว้นแต่จะ
แปรงขนเพื่อป้องกันการเกิดก้อนขนต่างๆ จากที่บรรยายมานั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า น้องเหมียวม็อกกี้นั้นเป็นแมวประเภทที่ไม่
ต้องดูแลอะไรมาก ชอบอยู่ร่วมกับผู้คน และยังชอบติดตามตาม
เจ้าของไปรอบๆบ้านอีกด้วย พวกมันจึงเหมาะแก่การเป็นสัตว์
เลี้ยงสำหรับทั้งคนที่อยู่กันเป็นครอบครัวและคนที่อยู่คนเดียว ...
รวมๆแล้ว พวกมันเป็นน้องเหมียวที่มีเอกลักษณ์อย่างแท้จริง
เอ็กโซติกขนสั้น
ถ้าคุณไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากจะเลี้ยงและใช้ชีวิตร่วมกับแมวที่
มีหน้าตาเหมือนกับ “นักแสดงหนัง” แล้วล่ะก็ น้องเหมียวเอ็กโซ
ติกขนสั้นจะตอบโจทย์คุณแน่นอน! ในมุมมองของผู้ที่ชื่นชมแมว
เอ็กโซติกขนสั้นนั้น พวกมันเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “แมวเปอร์เซีย
สะดวกเลี้ยง” ด้วยความที่พวกมันมีขนคล้ายกำมะหยี่ที่ไม่ต้อง
ดูแลอะไรมากนักและยังมีหลากหลายสีที่สวยงามอีกด้วย นอกจาก
นี้พวกมันยังมีลักษณะรูปร่างน่ารักเหมือนกับลูกแมว ซึ่งถือได้ว่า
เป็นคุณสมบัติที่ผู้คนชื่นชอบมากที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
นอกจากนี้พวกมันยังดวงตากลมโต ใบหูขนาดเล็ก ใบหน้าเรียบ
แบน และจมูกรั้นขนาดเล็กซึ่งทำให้หน้าของพวกมันดูอ่อนหวาน
แสนจะเย้ายวนใจเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่พวกมันมี
เป็นสัตว์ขี้เล่น ชอบอยากรู้อยากเห็น และมีนิสัยแบบสบายๆ น้อง
เหมียวเอ็กโซติกขนสั้นจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงเอาไว้ในบ้าน
แต่ แม้ว่าพวกมันจะชอบอยู่ร่วมกับผู้คน แต่บางครั้งก็ชอบอยู่ตัว
คนเดียวเหมือนกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเลยสำหรับคนชอบเลี้ยง
สัตว์ที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ ดังนั้นแมวสายพันธุ์เอ็กโซติกขน
สั้นจึงเป็นแมวที่สามารถปรับตัวได้ดีแล้วพร้อมที่จะอยู่ในสภาพ
แวดล้อมใดๆก็ได้ โดยเฉพาะถ้ามันได้อยู่ในบ้านอย่างสุขสบายอยู่
แล้ว
โคราช
แมวโคราชนั้นถือเป็นแมวที่เก่าแก่ที่สุดในโลกสายพันธุ์หนึ่ง และ
เป็นที่รู้จักกันในประเทศไทยว่า “แมวสีสวาด” (แมวศักดิ์สิทธ์ที่นำ
มาซึ่งโชคลาภ) ขนที่มีลวดลายสีเงินของแมวโคราชนั้นเป็นที่เลื่อง
ลือในตำนานมากเพราะเชื่อกันว่ามันสื่อถึงความมั่งคั่งสำหรับ
บรรดาพ่อค้า เมฆฝนสำหรับบรรดาชาวไร่ชาวนา และชีวิตสมรสที่
มีความสุขสำหรับบรรดาเจ้าสาว ในประเทศไทยนั้น มีธรรมเนียม
การมอบแมวโคราชสองตัวให้กับเจ้าสาวในวันแต่งงานด้วย
นอกจากทวีปเอเชียแล้ว แมวสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมใน
สหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในช่วงต้นยุค 50 ก่อนที่จะเดินทางไป
ถึงประเทศอังกฤษในช่วงยุค 70 แม้แต่ทุกๆวันนี้ น้องเหมียวสี
สวาดก็ยังได้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดในนานาประเทศของทั้งสอง
ฝั่ งมหาสมุทรแอตแลนติกเลยทีเดียว แมวโคราชนั้นมีขนสีฟ้า
สวยงาม ดวงตาของพวกมันมีขนาดใหญ่ โดดเด่น มีสีเขียวเรือง
แสง หรือสีเขียวอมทอง ที่ลุกวาวและสื่ออารมณ์ชัดเจน น้อง
เหมียวสีสวาดยังเป็นสัตว์ที่เฉลียวฉลาด และฝึกให้ไปเอาของเล่น
หรือแม้แต่เดินโดยมีเชือกจูงได้ง่ายอีกด้วย แต่แมวสายพันธุ์นี้ก็
จะแสดงให้คุณรับรู้ชัดเจนนะว่า มันชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง โดย
เฉพาะเวลาที่คุณรับรู้ความต้องการของมันช้า แมวโคราชนั้นเป็น
แมวที่สวยงาม และมีนิสัยอ่อนโยนและเฉลียวฉลาดโดยธรรมชาติ
ซึ่งทำให้มันสามารถสร้างความผูกพันกับเจ้าของได้อย่างใกล้ชิด
เลยล่ะ ถึงแม้ว่า แมวสายพันธุ์นี้จะเหมาะกับแทบทุกบ้าน แต่
เจ้าของก็ควรตระหนักว่าน้องเหมียวสายพันธุ์นี้ก็ต้องการ พื้นที่
ส่วนตัว บ้างเป็นบางเวลา ดังนั้นก็ควรมีที่เงียบๆให้มันได้ “หลีก
หนีจากความวุ่นวายต่างๆ” บ้างนะ
โอเรียนทัลขนสั้น
แมวโอเรียนทัลขนสั้นนั้นเป็นแมวที่ทั้งอยากรู้อยากเห็นและมั่นอก
มั่นใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง พวกมันเป็นเหมือนกับ “เครื่องมอบ
ความสุข” และของขวัญชิ้นพิเศษที่มีอยู่ในบ้าน แมวสายพันธุ์นี้
เต็มเปี่ ยมไปด้วยเสน่ห์และความเฉลียวฉลาด และยังว่องไวแต่ก็ไม่
ลืมที่จะทำให้ทุกๆคนที่ได้พบเจอหลงรัก! นอกจากจะเป็นแมวที่แสน
จะมั่นใจในตัวเองแล้ว แมวโอเร็นทัลขนสั้นยังชอบอยู่ร่วมกับผู้คน
ในครอบครัวและชอบร่วมกิจกรรมประจำวันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การ
เล่นในสวนหรือนั่งดูโทรทัศน์รายการโปรดบนตักคุณ แมวสาย
พันธุ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1960 จากการผสมพันธุ์กันระหว่างแมว
สยามและแมวบริติช ยูโรเปียน และอเมริกันขนสั้น ดังนั้นแมวสาย
พันธุ์นี้จึงมีลักษณะต่างๆของแมวสยาม บุคลิกนิสัยของพวกนั้น
ก็คล้ายกับแมวสยาม ดังนั้นพวกมันจึงมีนิสัยชอบเป็นจุดสนใจ
เป็นมิตร และก็ชอบเอาใจใส่ต่อสิ่งต่างๆเป็นอย่างมาก น้องเหมียว
พวกนี้ยังช่าง “พูด” อีกด้วยแต่พวกมันจะไม่ค่อยเสียงดังเหมือน
กับเหล่าญาติๆแมวสยามของพวกมัน น้องเหมียวเหล่านี้ยังชอบ
อยู่ร่วมกับผู้คน และไม่ชอบถูกปล่อยให้อยู่ลำพังอีกด้วย พวกมัน
จะชอบวิ่งเข้าไปทักทายเจ้าของของพวกมันพอกลับมาถึงบ้าน ดัง
นั้นแล้ว อย่าลืมสนใจมันบ้างก่อนที่คุณจะไปทำอย่างอื่นล่ะ
เปอร์เซีย
เปอร์เซียเป็นแมวสายพันธุ์ต่างประเทศสายพันธุ์แรกที่เข้าในมา
ประเทศไทย และยังเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมตลอดกาลทั้งในประเทศ
และต่างประเทศเลยก็ว่าได้ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดก็
คือลักษณะของใบหน้าและหัวที่กลม มีใบหูเล็กและปลายหูที่กลม
มน เสน่ห์ที่หลายคนตกหลุมรักนอกจาก ด้วยนิสัยเข้ากับคนง่าย
และเป็นมิตรแล้ว ก็คือเอกลักษณ์ของหน้าตาที่น่ารักแปลกตาไม่
เหมือนใคร
ถิ่นกำเนิดของ เปอร์เซีย
แมวเปอร์เซียมีต้นกำหนดมาจากบริเวณประเทศตุรกีและอิหร่าน มี
บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าในสมัยก่อนนั้นมีแมวได้เดินทางมา
กับเรือสินค้าจากแถบเปอร์เซียมายังทวีปยุโรป โดยรู้จักกันในชื่อ
สายพันธุ์ เตอร์กิส แองโกร่า จากนั้นในประเทศอังกฤษได้มีการ
ผสมสายพันธุ์เตอร์กิส แองโกร่า กับแมวสายพันธุ์อื่น จนเกิดเป็น
สายพันธุ์เปอร์เซียและได้รับการจัดทะเบียนสายพันธุ์ขึ้นที่ประเทศ
อังกฤษตั้งแต่ตอนนั้น
สก๊อตติช โฟลด์
เอกลักษณ์ที่สุดแสนโดดเด่นของแมวพันธุ์นี้คือใบหูที่สั้นและพับ
ลง บวกกับดวงตาที่กลมโตใสซื่อ ทำให้ใครเห็นก็อดหลงรักไม่ได้
สก็อตติช โฟลด์ เป็นแมวขนาดกลาง ลำตัวกลม หน้ากลม ใบหู
ของพวกเค้าจะเริ่มพับเมื่อมันมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ เป็นแมวที่
ว่านอนสอนง่ายอีกสายพันธุ์หนึ่งเลยทีเดียว
ถิ่นกำเนิดของ สก๊อตติช โฟลด์
สก๊อตติช โฟลด์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศสก๊อตแลนด์ ถูกค้นพบ
ครั้งแรกโดยชาวนาชาวสก๊อตแลนด์ในปี ค.ศ.1961 เป็นแมวที่มี
ลักษณะเด่นคือมีหูพับไปด้านหน้าและด้านหลังได้ ใบหน้ามีลักษณะ
คล้ายนกฮูกจนที่เป็นที่จดจำ จากนั้นได้มีการพัฒนาสายพันธุ์จนมี
การเปลี่ยนชื่อของแมวเป็น สก็อตติช โฟลด์ ในที่สุด
สฟิงซ์
แมวสฟิงซ์เป็นแมวไร้ขนเพียงสายพันธุ์เดียวในประเทศ
ออสเตรเลีย และเป็นที่รู้จักในประเทศเม็กซิโก ฝรั่งเศสและ
แคนาดา แมวสฟิงซ์ในปัจจุบันนั้นถูกพัฒนามาจากแมวไร้ขนที่
เกิดจากการกลายพันธุ์ในเมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เมื่อปี
1966 จริงๆแล้วเนี่ย เจ้าแมวสายพันธุ์นี้มีขน แต่ขนมันสั้นมากๆ
จนเหมือนหนังกลับ และขนบนใบหน้าของมันนั้นก็ได้รับการ
บรรยายไว้ว่า “ดูเหมือนกับผ้ากำมะหยี่แต่ให้ความรู้สึกเหมือนต้น
มอส” เหมียวไร้ขนนี้เป็นแมวรูปร่างผอมเพรียวและมีหูทรง
สามเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยผิวหนังบนหน้าผากที่
เหี่ยวย่นและหน้าอกทรงโอ่ง หางของมันยาวและค่อยๆแคบลงไป
จนถึงปลาย และไม่ใช่ทุกตัวที่จะมีหนวด แมวสฟิงซ์เป็นสัตว์ที่รัก
เจ้าของมากและจะเติบโตได้ดีในบ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนและสัตว์
เลี้ยงอื่นๆ นอกจากนี้แมวสฟิงซ์ยังเป็นแมวสายพันธุ์เดียวที่มี
ต่อมเหงื่อ มันจึงไม่หอบเหมือนกับแมวหรือสุนัขตัวอื่นๆ แต่เพราะ
ด้วยความที่พวกมันมีต่อมเหงื่อนี่แหล่ะ จึงทำให้มีของเหลวหลั่ง
ออกมาตามผิวหนังซึ่งทำให้ผิวหนังของมันเปลี่ยนสีไป ดังนั้นจึง
ควรอาบน้ำให้มันบ้างเป็นบางครั้งเพื่อรักษาขนของมันให้สุขภาพ
ดีอยู่ตลอดเวลา เจ้าเหมียวที่แสนวิเศษนี้มีรูปร่างขนาดกลางแต่ก็
มีตัวค่อนข้างหนักอย่างน่าประหลาดใจถ้าเทียบกับขนาดตัวของ
มัน หัวของมันนั้นมีลักษณะเป็นทรงรูปลิ่ม มีโหนกแก้มและจุดที่
หนวดขึ้นที่โดดเด่น ซึ่งทำให้หน้ามันดูคล้ายทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส
พวกมันยังมีร่างกายที่อุ่นและนุ่ม และมีนิสัยอ่อนโยน มีชีวิตชีวา
เฉลียวฉลาดและดูแลง่ายอีกด้วย และพวกมันยังฝึกฝนได้ง่าย
และชอบอยู่กับบ้านที่คึกคัก มีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา
สิงหปุระ
ตามท้องถนนในประเทศสิงคโปร์นั้น ถือได้ว่าเป็นถิ่นกำเนิดของ
แมวสายพันธุ์ที่แสนวิเศษสายพันธุ์นี้ ชื่อของมัน สิงหปุระ นั้นเป็น
คำที่คนมาเลเซียใช้เรียกประเทศสิงคโปร์ แมวสิงหปุระนั้นมี
ลวดลายที่ผสมผสานกันระหว่างลายเส้น (TICKED-COAT) และสี
น้ำตาลเข้มของสายพันธุ์แมวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใน
ปัจจุบันนี้ การพัฒนาแมวสายพันธุ์นี้อย่างระมัดระวังได้ทำให้เกิด
ความหลากหลายของแมวตระกูลนี้เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังคงเป็นสาย
พันธุ์ที่เป็นที่ต้องการอยู่ น้องเหมียวสายพันธุ์นี้สามารถพบได้ใน
เกือบทุกประเทศในโลก บางครั้งเจ้าของของมันก็ชอบมองว่ามัน
เป็น “เจ้าเหมียวชอบวางอำนาจ” พวกมันชอบอยู่ร่วมกับคนอื่น
ช่างอยากรู้อยากเห็น และยังขี้เล่นมาก แต่ไม่ต้องห่วงนะ เพราะ
พวกมันไม่ทำลายข้าวของ อย่างน้อยก็ไม่ได้ตั้งใจทำลายข้าวของ
พวกมันเป็นแมวที่ฉลาดและชอบเล่นกับผู้คนและเป็นเพื่อน “ร่วม
ทุกข์ร่วมสุข” ได้อย่างดีเยี่ยม แมวสิงหปุระนั้นมีขนาดเล็ก ขนสั้น
และดวงตาสีน้ำตาลทอง สีเขียว หรือสีเหลืองขนาดใหญ่ สีขน
ของมันนั้นค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์และดูเหมือนเสือภูเขา หาง
ของมันมีความยาวปกติ และค่อนข้างแข็งแรงเลยทีเดียว ถ้าคุณ
กำลังมองหาน้องเหมียวที่ไว้ใจได้ล่ะก็ แมวสิงหปุระที่งดงาม ขี้เล่น
เฉลียวฉลาด และเป็นเอกลักษณ์นี้จะทำให้คุณหลงใหลตั้งแต่วินาที
แรกเลยล่ะ