˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×é¹°Ò¹
¡Å‹ÁØ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙÈÅÔ »Ð
ªÑé¹»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ»‚·Õè ö
µÒÁËÅ¡Ñ ÊµÙ Ã᡹¡ÅÒ§¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ¢¹éÑ ¾×¹é °Ò¹ ¾·Ø ¸ÈÑ¡ÃÒª òõõñ
¼àÙŒ ÃÂÕ ºàÃÂÕ § ñðð.-
¨ÃÕ ¾Ñ¹¸ ÊÁ»ÃÐʧ¤
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน
ศลิ ปะ
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ผเู้ รียบเรยี ง
จีรพนั ธ์ สมประสงค์
ผู้ตรวจ
ผศ. รสริน สุทองหลอ่
จิรวัฒน์ โคตรสมบตั ิ
ผศ. ดร.ชัยฤทธิ์ ศลิ าเดช
บรรณาธกิ าร
ผศ. ดร.ผดุง พรมมูล
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน
ศลิ ปะ
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
ขอ้ มูลทางบรรณานุกรมของส�ำนักหอสมดุ แห่งชาติ
จีรพันธ์ สมประสงค.์
หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ศลิ ปะ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6.--
กรุงเทพฯ : แมค็ เอด็ ดูเคชนั่ , 2560.
216 หน้า.
1. ศิลปะ--การศึกษาและการสอน (ประถมศกึ ษา). I. ชอ่ื เรอื่ ง.
372.5
ISBN 978-616-274-808-0
สงวนลิขสิทธิ์ : มกราคม ๒๕๖๐
สงวนลิขสทิ ธติ์ ามกฎหมาย หา้ มลอกเลยี น ไมว่ ่าจะเปน็
ส่วนหน่งึ สว่ นใดของหนงั สือเลม่ น้ี นอกจากจะไดร้ บั อนุญาต
เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร
จดั พมิ พ์และจดั จำ� หน่ายโดย
ส่งธนาณัติส่ังจ่าย ไปรษณยี ์ลาดพร้าว
ในนาม บรษิ ทั แมค็ เอ็ดดูเคช่ัน จ�ำ กดั
เลขท่ี ๙/๙๙ อาคารแมค็ ซอยลาดพรา้ ว ๓๘ ถนนลาดพร้าว
แขวงจนั ทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
☎ ๐-๒๙๓๘-๒๐๒๒-๗ โทรสาร ๐-๒๙๓๘-๒๐๒๘
www.MACeducation.com
พิมพท์ ่ี : บรษิ ัท ก.พล (๑๙๙๖) จำ�กัด
คำ� นำ�
หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เป็น
หนังสือเรียนที่ได้ผ่านการปรบั ปรุงและพฒั นาโดยคณะผ้จู ดั ทำ� โดยม่งุ ใหห้ นงั สือเรยี นศิลปะนี้ทันยุคสมยั
และทันเหตุการณ์ในการด�ำเนินการปรับปรุงเปล่ียนแปลงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
ผลจากการปรับหลักสูตรแกนกลางใหม่ให้เป็นมาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้
คร้ังนี้ ทางบริษัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จ�ำกัด เข้าใจสถานการณ์ดี จึงได้ให้มีการด�ำเนินการปรับปรุง
หนังสอื เรยี นของสาระการเรียนรู้ศิลปะใหม่ท้ังหมด (ตลอดแนว ๑๒ ปี) ใหต้ รงและสอดรับกบั มาตรฐาน
การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ชั้นปีท่ีก�ำหนดใหม่ ได้แก่ การทบทวนปรับปรุงหน่วยการเรียนรู้ใหม่
การปรับสาระการเรียนรู้ประจ�ำหน่วยใหม่ให้ตรงกับสาระช้ันปีท่ีก�ำหนด การเพิ่มเติมเน้ือหาสาระที่ขาด
และตรวจสอบเน้นผลให้สะท้อนถึงมาตรฐานการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ให้ตรงประเด็น และให้เห็นถึงความแตกต่างในเน้ือหาสาระระหว่างช่วงช้ันและช้ันปี ไม่ให้มีการเรียน
ซ�้ำซ้อนกัน และดูถึงความยากง่ายให้เหมาะสมกับวัยและระดับช้ันของผู้เรียน ทั้งน้ีโดยยึดถือ
ตามมาตรฐานชน้ั ปีท่ีกำ� หนดไวท้ กุ ประการ
จีรพันธ์ สมประสงค์
หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ศิลปะ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖
ตรงตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดังน้ี
สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ ทศั นศลิ ป์ ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก
สาระที่ ๒ ดนตรี ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั
ศ๑.๒เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทศั นศลิ ป์ประวตั ศิ าสตร์และวฒั นธรรม
สาระที่ ๓ นาฏศลิ ป์ เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ภูมปิ ัญญาไทยและสากล
ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ
ช่ืนชม และประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจ�ำวัน
ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม
เห็นคุณค่าของดนตรีท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ภมู ปิ ญั ญาไทยและสากล
ศ ๓.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ช่ืนชม
และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจ�ำวัน
ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งนาฏศลิ ป์ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม
เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
คำ� ชี้แจง
หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ศิลปะ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ชุดนี้ บริษัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จ�ำกัด ได้จัดท�ำและพัฒนาข้ึนใหม่ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ โดยในการจดั ท�ำและพัฒนาหนังสือเรียนแมค็ คร้ังน้ี นอกจากจัดเน้ือหา
ให้ตรงกับสาระแกนกลางและตัวช้ีวัดชั้นปีที่กระทรวงศึกษาธิการก�ำหนดแล้ว ยังได้น�ำผลการวิจัย
ประเมินผลการใช้ส่ือการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ซึ่งบริษัท
แมค็ เอ็ดดูเคชัน่ จำ� กดั ได้ดำ� เนินการศกึ ษาวจิ ยั มาดำ� เนนิ การพฒั นาหนงั สอื เรยี นชุดน้ี ดังน้ี
๑. จัดท�ำสาระการเรียนรู้ให้ตรงตามตัวชี้วัดช้ันปีและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ของ
หลักสตู รทุกมาตรฐานที่หลกั สูตรแกนกลางกำ� หนดใหเ้ รยี นในแตล่ ะปี
๒. จัดให้มีกิจกรรมเพื่อฝึกกระบวนการเรียนรู้ท่ีมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จนบรรลุตาม
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดชั้นปีของหลักสูตร ซ่ึงสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแผนการจัดการ
เรียนรู้ท่ีบริษัทได้จัดท�ำข้ึนตามแนวทางการวางแผนแบบมองย้อนกลับ (Backward Design) ท้ังน้ี
ผู้สอนควรชแ้ี จงและให้คำ� แนะนำ� เพิ่มเติมเพ่อื ให้ผเู้ รียนทกุ คนปฏบิ ตั ิได้จรงิ
๓. เพอื่ สนองนโยบายในการพฒั นาประเทศ โดยยดึ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงและนโยบาย
ให้มีการขับเคล่ือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาทุกระดับ ได้มีการเพิ่มเติมเน้ือหาและกิจกรรม
การเรียนรู้ในรูปแบบภาระงานท่ีมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจบางหน่วยท่ีมีเน้ือหาสอดคล้องโดย
ใช้ตราสัญลักษณ์โครงการขับเคล่ือนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ก�ำกับไว้ เพ่ือเป็นจุดสังเกตส�ำหรับครูผู้สอนจะได้แนะน�ำผู้เรียน และครูควรเพ่ิมเติมรายละเอียด
เกีย่ วกับปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งให้แก่ผ้เู รยี นตามความเหมาะสม
บรษิ ัท แม็คเอ็ดดูเคชัน่ จำ� กดั ขอขอบพระคุณทุกท่านท่ีใหค้ วามไว้วางใจเลือกใช้สือ่ การเรยี นรู้
ของบริษัท และขอต้ังปณิธานว่า จะสรา้ งสรรค์สอ่ื การเรียนร้ทู ่มี ีคณุ ค่าและเกิดประโยชน์สูงสดุ ต่อวงการ
ศกึ ษาตลอดไป
บรษิ ทั แมค็ เอ็ดดเู คชัน่ จ�ำกัด
สารบญั หน้า
๑
ทัศนศลิ ป์ ๒
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ ทศั นศลิ ปพ์ ื้นฐาน ๓
๔
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๑ ตัวชีว้ ดั ขอ้ ๑, ๒, ๖ ๕
๗
๑.๑ ทฤษฎสี ีพื้นฐาน (วงจรสีธรรมชาติและสีคู่ตรงขา้ ม) ๑๐
- วงจรส ี ๑๐
- วงจรสีธรรมชาตแิ ละสคี ู่ตรงข้าม ๑๔
- คณุ สมบัตขิ องสที คี่ วรร้จู กั ๑๘
๑.๒ หลักการจดั องค์ประกอบศิลป ์
- องคป์ ระกอบศลิ ป์ ๒๐
๑.๓ การวาดภาพระบายสีจากจนิ ตนาการและประสบการณโ์ ดยใช้ ๒๐
หลักการจัดขนาด สดั สว่ น และความสมดลุ ๒๑
๒๓
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ การสร้างสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ๒๕
๒๕
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๑ ตัวชวี้ ัดขอ้ ๓, ๔, ๕, ๖, ๗ ๒๖
๒๖
๒.๑ การวาดภาพ ๒๗
- การวาดภาพท่ีแสดงแสงเงา
- ภาพทแี่ สดงความสมดุล
- ภาพที่แสดงรปู และพ้ืนทว่ี ่าง
๒.๒ การป้นั
- วัสดุท่ใี ช้ในการปน้ั
- เครือ่ งมือและอุปกรณท์ ี่ใช้ในการปนั้
- ประเภทของงานป้ัน
- การสร้างสรรค์การปั้นแบบตา่ งๆ
หน้า
๒.๓ การสรา้ งสรรคด์ ้วยวัสดุ ๓๐
- การสร้างภาพปะตดิ ๓๐
- งานโครงสรา้ งจากวสั ดุ ๓๓
- การสรา้ งภาพแขวน ๓๕
๒.๔ การสรา้ งงานทัศนศลิ ปเ์ ป็นแผนภาพ แผนผงั และภาพประกอบ ๓๙
- แผนภาพ ๓๙
- แผนผงั ๔๐
- ภาพประกอบ ๔๑
๔๖
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ สนุ ทรียะทางทัศนศลิ ป์
๔๗
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๒ ตัวชวี้ ัดข้อ ๑, ๒, ๓ ๕๑
๕๒
๓.๑ บทบาทของงานทศั นศิลปใ์ นชวี ติ และสังคม ๕๕
๓.๒ ทัศนศิลปพ์ ื้นบ้าน ๕๗
- ประเภทของทัศนศลิ ป์พ้ืนบา้ น
- อิทธิพลของศาสนาทมี่ ตี ่องานทศั นศลิ ปใ์ นทอ้ งถ่ิน ๖๑
- อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ ท่ีมีตอ่ งานทัศนศิลป์
๖๒
ดนตรี
๖๓
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๔ หลกั การพน้ื ฐานดนตรสี ากล ๖๓
๖๔
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๒.๑ ตวั ชี้วัดข้อ ๑, ๒, ๓ ๖๗
๖๗
๔.๑ องค์ประกอบของดนตรแี ละศพั ท์สังคีต ๖๙
- องคป์ ระกอบของดนตร ี ๖๙
- ศัพทส์ ังคีตทางดนตร ี ๗๐
๔.๒ หลกั ดนตรีสากลเบ้ืองตน้ ๗๑
- ตัวโนต้ กับตวั หยุด ๗๕
- โน้ตประจุด
- เคร่ืองหมายกำ� หนดจังหวะ
- ระดับเสยี งสงู ต่�ำ
- บนั ไดเสยี ง
๔.๓ เคร่อื งดนตรีสากล
หน้า
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ ทกั ษะปฏิบัติงานดนตรี ๗๙
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๒.๑ ตัวชีว้ ดั ข้อ ๔, ๕, ๖
๕.๑ การฟงั และการขับร้องเพลงไทย ๘๐
- ประเภทของเพลงไทย ๘๑
- การฟังเพลงไทย ๘๒
- การร้องเพลงไทย ๘๒
๕.๒ การฟงั และการขบั รอ้ งเพลงไทยสากล ๘๖
- ประเภทของเพลงไทยสากล ๘๖
- การฟังเพลงไทยสากล ๘๗
- การร้องเพลงไทยสากล ๘๗
๕.๓ การฟงั และการขับรอ้ งเพลงพระราชนิพนธ ์ ๙๑
๕.๔ การฟังเพลง การบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคดิ เหน็ ทม่ี ีต่อบทเพลง ๙๔
- จุดประสงค์และประโยชนใ์ นการฟงั เพลง ๙๔
- หลักปฏบิ ตั ใิ นการฟังเพลงเพอื่ บรรยายความรูส้ กึ และแสดงความคิดเห็น ๙๕
ตอ่ บทเพลง ๙๕
- มารยาทในการฟังเพลง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ ประวัติศาสตรแ์ ละความงามทางดนตรี ๙๗
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๒.๑ ตัวชวี้ ัดข้อ ๒ และ ศ ๒.๒ ตัวชี้วดั ขอ้ ๑, ๒, ๓
๖.๑ ยคุ สมัยของดนตรีไทย ๙๘
- ดนตรีไทยสมยั ก่อนสุโขทัย ๙๘
- ดนตรีไทยสมยั สุโขทยั ๙๘
- ดนตรไี ทยสมยั อยุธยา ๙๙
- ดนตรีไทยสมัยรัตนโกสินทร ์ ๑๐๑
๖.๒ เคร่ืองดนตรไี ทยในแตล่ ะภาค ๑๐๕
- เครอื่ งดนตรีไทยภาคกลาง ๑๐๕
- เคร่ืองดนตรไี ทยภาคเหนอื ๑๑๑
- เครอื่ งดนตรีไทยภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ๑๑๓
- เคร่อื งดนตรไี ทยภาคใต้ ๑๑๖
หน้า
นาฏศลิ ป ์ ๑๑๙
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ พนื้ ฐานนาฏศิลป์และการละคร ๑๒๐
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๓.๑ ตัวชว้ี ดั ขอ้ ๑, ๔, ๕, ๖ และ ศ ๓.๒ ตัวชว้ี ดั ขอ้ ๑ ๑๒๑
๑๒๒
๗.๑ ความหมาย ความเปน็ มา ความส�ำคญั และองคป์ ระกอบของนาฏศลิ ป์ ๑๒๓
และการละคร ๑๒๔
- คุณคา่ ท่ีไดร้ ับจากนาฏศลิ ป์ไทย ๑๒๘
- บุคคลสำ� คัญในวงการนาฏศิลปแ์ ละการละคร ๑๒๘
- องค์ประกอบของการแสดงนาฏศิลป์และการละคร ๑๓๕
๗.๒ พืน้ ฐานการร่ายรำ� ๑๓๙
- นาฏยศพั ท์ ๑๔๓
- ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ๑๔๓
- ทา่ ทางเลียนแบบกิริยาของสตั ว์ ๑๔๖
๗.๓ หลักการชมการแสดงและบทบาทหน้าที่ในงานนาฏศลิ ปแ์ ละการละคร ๑๔๙
- หลักการชมการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย
- บทบาทหน้าท่ีในงานนาฏศิลป์และการละคร ๑๕๐
๑๕๖
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๘ ทักษะปฏบิ ตั ิทางนาฏศลิ ปป์ ระกอบเพลง ๑๗๐
๑๘๖
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๓.๑ ตัวช้วี ัดขอ้ ๑, ๓
๑๘๗
๘.๑ ทา่ รำ� ประกอบเพลงปลุกใจ ๑๙๓
๘.๒ ท่ารำ� ประกอบเพลงระบำ� ไก ่
๘.๓ ท่าร�ำประกอบเพลงฟอ้ นมาลยั
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๙ วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทางนาฏศิลป์
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๓.๑ ตัวช้ีวดั ข้อ ๒, ๓ และ ศ ๓.๒ ตวั ช้ีวดั ข้อ ๒
๙.๑ รำ� วงมาตรฐาน
๙.๒ ระบ�ำ ร�ำ ฟ้อน
หน้า
๙.๓ ละครสรา้ งสรรค์ ๑๙๕
- ประเภทของละครสรา้ งสรรค ์ ๑๙๖
- ประโยชน์ของละครสร้างสรรค์ ๑๙๗
- เทคนคิ การจดั การแสดงละครสร้างสรรค ์ ๑๙๗
- บทละครสร้างสรรค์ ๑๙๘
๙.๔ การแสดงนาฏศิลปใ์ นวนั สำ� คัญของโรงเรยี น ๒๐๑
- นาฏศลิ ป์มคี ุณค่าชว่ ยพฒั นามนุษย์ ๒๐๔
- ประโยชนข์ องนาฏศิลปแ์ ละการแสดง ๒๐๔
บรรณานกุ รม ๒๐๕
ดชั น ี ๒๐๗
กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ทศั นศิลป์
2 ทัศนศิลป์¾×éน°าน
ñ
ทศั นศลิ ป์ ๑.๑ ทฤษฎีสีพน้ื ฐาน (วงจรสธี รรมชาติและสคี ู่ตรงขา้ ม)
พ้นื ฐาน (มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วดั ข้อ ๑, ๖)
๑.๒ หลักการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์
(มฐ. ศ ๑.๑ ตวั ชว้ี ัดข้อ ๒)
๑.๓ การวาดภาพระบายสีจากจนิ ตนาการและประสบการณ์
โดยใช้หลักการจัดขนาด สัดส่วน และความสมดุล
(มฐ. ศ ๑.๑ ตวั ชี้วดั ข้อ ๖)
จดุ ประสงค์การเรียนร้ปู ระจาำ หนว่ ย
๑. อภปิ รายทฤษฎีส ี การใช้ส ี และคณุ สมบตั ิเฉพาะของสีแตล่ ะชนิดท่ใี ชใ้ นการ
วาดภาพจากวงจรสีธรรมชาติและสีคู่ตรงข้าม และสามารถสร้างสรรค์งาน
ทัศนศิลปโ์ ดยใช้วัสดตุ รงขา้ มได ้ (มฐ. ศ ๑.๑ ตวั ช้ีวัดข้อ ๑, ๖)
๒. อธิบายความหมายและหลักการของการวัดองค์ประกอบศิลป์ได้ถูกต้อง
(มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชว้ี ดั ขอ้ ๒)
๓. อธิบายและสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากจินตนาการและประสบการณ์โดย
ใช้หลักการลดขนาด สดั สว่ น และความสมดุลได้ (มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัดขอ้ ๖)
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ ทศั นศิลปพ์ ื้นฐาน 3
๑.๑ ทฤษฎีสีพ้ืนฐาน
(วงจรสธี รรมชาตแิ ละสคี ู่ตรงขา้ ม)
สี (Color) มีอิทธิพลต่อความรู้สึกแก่ผู้ที่พบเห็นได้ สีจึงเป็นส่วนประกอบสำ�คัญ
ของการสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะ สมี ี ๒ ชนดิ คอื
๑. สีท่ีเกิดจากเเสง เป็นสีท่ีมีอยู่รอบๆ ตัวเรา พบเห็นได้ชัดเจนเมื่อแสงกระทบ
ละอองนํ้าเกิดเป็นรุ้งกินน้ํา สีจากแสงจะปรากฏเป็น ๗ สี ได้แก่ สีม่วง สีคราม สีนํ้าเงิน
สีเขียว สีเหลือง สสี ม้ และสีแดง
ภาพแสดงสีจากรุง้ กินน�ำ้
๒. สีท่ีเกิดจากเน้ือสีวัตถุธาตุ เป็นสีท่ีเกิดจากเนื้อสีวัตถุธาตุ เช่น ดิน หิน แร่
พชื ต่างๆ
ภาพแสดงดิน หิน แร่ และใบไม้ ดอกไม้ ตน้ กำ�เนิดของเน้อื สี
4 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ ทัศนศลิ ปพ์ น้ื ฐาน
วงจรสี
วงจรสี หมายถึง สที เี่ กดิ จากการผสมสีเปน็ คๆู่ ได้ ๑๒ สี โดยมรี ะบบของสี ดังนี้
๑. สีข้นั ที่ ๑ (Primary Colors) มี ๓ สี ไดแ้ ก่ สีแดง สเี หลอื ง และสีนํ้าเงิน
๒. สีข้ันที่ ๒ (Secondary Colors) หมายถงึ การผสมของสีขนั้ ที่ ๑ ทีละคู่จะได้สี
เพ่ิมขน้ึ อกี ๓ สี ดงั นี้
สแี ดง + สเี หลือง = สีสม้
สีเหลือง + สีน้ําเงิน = สีเขียว
สนี ํา้ เงิน + สีแดง = สีมว่ ง
สเี หลอื ง สีส้ม
สแี ดง สีนา้ํ เงิน สเี ขยี ว สมี ว่ ง
สขี ัน้ ที่ ๑ สขี ัน้ ท่ี ๒
๓. สขี ัน้ ที่ ๓ (Tertiary Colors) หมายถึง การน�ำ สขี ้ันท่ี ๑ และสีข้ันท่ี ๒ มาผสมกัน
ทีละคู่ จะได้สเี พ่ิมขน้ึ อกี ๖ สี ดงั นี้
สเี หลือง + สสี ้ม = สีเหลืองสม้
สีส้ม + สแี ดง = สสี ้มแดง
สีแดง + สมี ว่ ง = สมี ว่ งแดง
สมี ว่ ง + สนี ํา้ เงนิ = สีม่วงนา้ํ เงนิ
สีนาํ้ เงิน + สีเขยี ว = สีนา้ํ เงินเขียว
สเี ขยี ว + สเี หลือง = สเี หลืองเขยี ว
วงจรสี
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ ทศั นศิลปพ์ ืน้ ฐาน 5
วงจรสีธรรมชาติและสคี ตู่ รงขา้ ม
จากการเรียนรู้วรรณะของสีร้อนและสีเย็นมาแล้ว นักเรียนควรได้รู้ถึงสีคู่ตรงข้าม
หรอื สตี ดั กัน
สีคู่ตรงข้าม (Complementaries) หมายถึง สีท่ีอยู่ตรงข้ามกันในวงสีธรรมชาติ
บางทีเรียกว่า สที ่ีตัดกันอยา่ งแท้จรงิ เม่อื น�ำ สีตรงข้ามแต่ละคู่มาผสมกนั เมื่อใดจะไดส้ อี อกมา
เปน็ สีกลาง (Neutral Color)
สีคตู่ รงข้าม ได้แก่
สีแดง (Red) คกู่ ับ สเี ขยี ว (Green)
สีส้มแดง (Red Orange) คู่กับ สนี �้ำ เงินเขียว (Blue Green)
สสี ม้ (Orange) คกู่ ับ สนี �ำ้ เงิน (Blue)
สีเหลอื งส้ม (Yellow Orange) คกู่ บั สมี ว่ งน�้ำ เงนิ (Blue Violet)
สเี หลอื ง (Yellow) คู่กบั สีม่วง (Violet)
สีเหลืองเขียว (Yellow Green) คู่กับ สีม่วงแดง (Red Violet)
วงจรสีธรรมชาติ
6 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ ทัศนศิลป์พื้นฐาน
หลักการนำ�สคี ู่ตรงข้ามไปใชง้ าน
ในการวาดภาพระบายสีเป็นทักษะการใช้สีให้ประสานกลมกลืนกัน จึงควรนำ�สีคู่
ตรงข้ามเข้าไปใช้ผสมผสานในผลงานบ้าง จะทำ�ให้ผลงานน่าดู สนุกสนาน สมจริงตาม
ธรรมชาติมากข้นึ ในการนำ�สคี ตู่ รงขา้ มมาใช้นีม้ ีหลกั การสำ�คญั ดงั น้ี
๑. ใชส้ คี ตู่ รงขา้ มกบั สสี ว่ นรวม ในภาพวาดนนั้ ไมค่ วรน�ำ ไปใชใ้ หม้ ากกวา่ ๑๐ เปอรเ์ ซน็ ต์
ของเนอ้ื ทท่ี จ่ี ะวาดในภาพ
๒. ไม่ควรใช้สีคู่ตรงข้ามในอัตราส่วนเท่ากันในภาพเด็ดขาด ถ้าจำ�เป็นควรใช้เส้น
ของสีหนักหรือสีเข้มกว่ามาทำ�เป็นเส้นคั่นกลางไว้ เช่น สีดำ� สีน้ำ�ตาล สีขาว จะช่วยลด
ความตัดกนั อย่างรุนแรงลงได้
๓. ควรใช้สีใดสหี นง่ึ ประมาณ ๘๐ เปอร์เซน็ ต์ และใชส้ ีคูต่ รงข้ามไมเ่ กิน ๒๐ เปอรเ์ ซน็ ต์
๔. ถ้าจำ�เป็นต้องใช้สีตัดกันในจำ�นวนเท่ากัน ควรทำ�ให้สีคู่ตรงข้ามท้ัง ๒ สีลด
ความสดใสลง โดยการผสมสีค่ตู รงขา้ มลงไปทลี ะนอ้ ยๆ
ตวั อยา่ งการใชส้ คี ตู่ รงขา้ มวาดภาพ
ภาพผลงานของ เด็กชายสามารถ มาสี
โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดขอนแก่น
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ ทศั นศิลปพ์ นื้ ฐาน 7
คุณสมบัติของสที ค่ี วรรู้จัก
คณุ สมบัติของสที คี่ วรรู้จัก ได้แก่
๑. สีน้ํา เป็นสที ีม่ ีลักษณะโปรง่ แสง มีทง้ั ชนดิ หลอดและชนดิ ตลับ ใชผ้ สมกบั นํ้า
สีน�้ำ ชนดิ หลอด
๒. สีโปสเตอร์ เป็นสีท่ีมีลักษณะทึบแสงสามารถระบายทับซ้อนกันได้หลายๆ คร้ัง
ใชน้ ํ้าเปน็ ตวั ผสมหลกั
สโี ปสเตอร์
๓. สฝี นุ่ เปน็ สที ม่ี ลี กั ษณะเปน็ ผงฝนุ่ ใชผ้ สมกบั นา้ํ และ
กาวใสเวลาวาดภาพ
สีฝุ่น
8 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๑ ทัศนศิลป์พ้ืนฐาน
๔. สีเทยี น มีลกั ษณะเป็นแท่งผสมจากเทยี นพาราฟินกบั สี
สีเทียน
๕. สีไม้ (สีดินสอ) มลี ักษณะเปน็ เเท่งคล้ายดนิ สอแตไ่ ส้กลางเปน็ สี
สไี ม้
๖. สหี มกึ มีลกั ษณะเปน็ น้ําบรรจุขวดมีหลายสี
๗. สเี มจกิ เปน็ สีชนิดโปรง่ แสงบรรจุในแท่งคลา้ ยปากกา มที ง้ั ปากแหลมและปากตัด
สีเมจิก
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ ทัศนศิลปพ์ น้ื ฐาน 9
หน ู ทำ� ได้
ให้นกั เรียนสรา้ งสรรค์งานทศั นศลิ ป์โดยใชส้ ีคู่ตรงกันข้ามในการวาดภาพ
ตัวอย่างการวาดภาพโดยใชส้ คี ตู่ รงขา้ ม
10 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ ทศั นศิลปพ์ ื้นฐาน
๑.๒ หลักการจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์
องค์ประกอบศิลป์ หมายถึง การจัดวางส่วนต่างๆ ในการทำ�งานศิลปะให้
รวมกนั ภายในภาพอยา่ งถกู ต้อง กลมกลนื ไม่ขดั ตา โดยทว่ั ไปนิยมแบง่ ส่วนต่างๆ ของภาพ
ออกเป็น ๒ ส่วน ดังนี้
๑. สว่ นประธาน คอื จุดเด่น จดุ สนใจของภาพ
๒. ส่วนรองประธาน คอื ส่วนส�ำ คัญรองลงมา แตช่ ่วยใหง้ านนัน้ ๆ มีเน้อื หา มีคณุ ค่า
และสมบูรณม์ ากขึน้ เม่อื น�ำ มาประกอบกัน
องคป์ ระกอบศลิ ป์
การสร้างสรรค์ผลงานทางทัศนศิลป์ เป็นการนำ�ส่วนประกอบต่างๆ มาจัดวางให้ได้
มาซึ่งผลงานท่ีสามารถส่ือความรู้สึก ท้ังในด้านแนวความคิดและเร่ืองราวอย่างท่ีต้องการน้ัน
การทำ�ความเข้าใจในหลักการจัดภาพจะทำ�ให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างหลากหลาย
องค์ประกอบในงานทัศนศลิ ป์ มดี ังน ี้
๑. สัดส่วน (Proportion) คือ ความสัมพันธ์กันในเรื่องขนาดของส่วนต่างๆ
ในตัวของวัตถเุ อง และความสัมพนั ธก์ นั เมอื่ เทยี บเคยี งกบั วัตถุอื่นๆ ภายในภาพ
ภาพแสดงสดั สว่ นที่สัมพนั ธ์กนั ในภาพ ผลงานของ เดก็ หญิงสุรวงค์ ศรีจันทร์
˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒ·Ù èÕ ñ ·ÑȹÈÅÔ »Š¾¹×é °Ò¹ 11
๒. ความสมดุล (Balance) คือ น้ำาหนักซ้ายขวาของภาพหรือของงานสร้างสรรค์
ต่างๆ ท่ีเรารู้สึกได้ด้วยสายตา การแก้ปัญหาเร่ืองความสมดุลต้องใช้การถ่วง เช่น ถ่วงด้วย
เส้น สี รปู ทรง แสงเงา
ภาพแสดงการมีความสมดลุ ในภาพวาด ผลงานของ เดก็ หญิงพชั รี ถำ้าแก้ว
๓. ความกลมกลืน (Harmony) เป็นการจัดรายละเอียดในภาพให้ผสมผสาน
และสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมและมีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกัน ไปด้วยกันได้ โดย
ไม่ขัดแย้งกัน หรือนำาส่วนประกอบท่ีมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาจัดไว้รวมกัน ช่วยให้เกิด
ความรู้สึกราบร่นื และเปน็ ระเบียบ
ภาพวาดแสดงการสรา้ งความกลมกลนื ของภาพด้วยจุด
12 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ ทศั นศิลป์พืน้ ฐาน
๔. พ้ืนท่ีว่าง (Space) หมายถึง พ้ืนที่ที่เป็นช่องว่างหรือช่องไฟที่เกิดขึ้นในภาพ
การนำ�พ้ืนที่ว่างมาใช้ในงานทัศนศิลป์ต้องใช้ให้สัมพันธ์กับการสร้างรูปร่างหรือรูปทรง
ผลงานที่เกิดข้นึ จะมผี ลตอ่ ความรู้สึกของผูช้ ม
ภาพแสดงพื้นท่วี า่ งในงานทศั นศิลป์
๕. หน่วยหรือเอกภาพ (Unity) คือ การรวมกันของส่ิงต่างๆ ภายในภาพ
ถ้าสิ่งต่างๆ อยู่กระจัดกระจายกันภายในภาพ จะหาจุดเด่นของภาพไม่ได้ แต่ถ้าพยายาม
จัดจุดเด่นหรือจุดสนใจของภาพให้อยู่ในตำ�แหน่งใดตำ�แหน่งหน่ึงภายในภาพได้แล้ว
ภาพนนั้ จะดงึ ดูดความสนใจ และเขา้ ใจจดุ มุ่งหมายในการแสดงออกน้ันๆ ไดด้ กี วา่
ภาพแสดงการมเี อกภาพในภาพ ผลงานของ เดก็ ชายจักรี ทา้ วหลาน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ ทัศนศิลปพ์ ืน้ ฐาน 13
หน ู ทำ� ได้
ใหน้ กั เรียนหาภาพผลงานทางทัศนศิลปท์ ใ่ี ชอ้ งคป์ ระกอบศลิ ปแ์ บบตา่ งๆ ในการสรา้ ง
ผลงาน
ภาพตวั อยา่ งผลงาน
ภาพแสดงสัดส่วนและขนาดท่ีสมั พนั ธก์ ันในภาพ
14 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ ทัศนศิลปพ์ ้นื ฐาน
๑.๓ การวาดภาพระบายสจี าก
จินตนาการและประสบการณ์
โดยใชห้ ลกั การจดั ขนาด
สัดสว่ น และความสมดุล
จนิ ตนาการ หมายถงึ การสรา้ งภาพข้นึ ในจิตใจ โดยอาศัยพน้ื ฐานจากประสบการณ์
ของแตล่ ะคนทไี่ ด้พบเหน็ มาชว่ ยคิดสรา้ งภาพขึน้ ในสมอง
ประสบการณ์ หมายถึง การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้สัมผัสหรือได้พบเห็นมา
เก่ียวกับเรื่องราวต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม แล้วมีการจดจำ�หรือบันทึกเร่ืองราวน้ันๆ
เก็บเอาไว้ เพื่อนำ�มาใช้ในการทำ�งานศิลปะ การวาดภาพระบายสีจากจินตนาการและ
ประสบการณ์ เป็นทางหนึง่ ในการแสดงความสามารถทางศิลปะออกมาด้วยวธิ กี ารต่างๆ เช่น
ขีด เขียน ระบาย ปา้ ย แตม้ ตามอารมณค์ วามร้สู ึกนึกคิดออกมาเปน็ ผลงานศลิ ปะทสี่ วยงาม
ภาพแสดงถงึ จนิ ตนาการ
การแสดงความสามารถทางศิลปะจากจินตนาการและประสบการณ์ แบ่งออกเป็น
๓ ประเภท ดังน้ี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ ทัศนศิลปพ์ ืน้ ฐาน 15
๑. การวาดภาพระบายสีแบบเหมอื นจริง สว่ นมากนิยมวาดภาพในแนวธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ผู้วาดได้พบเห็นและมีความคิดอยากจะวาด อาจเป็นภาพการ์ตูน
ทแ่ี สดงถงึ อารมณ์ ความรสู้ กึ คลา้ ยๆ สง่ิ ทตี่ อ้ งการวาดหรอื อาจเปน็ ภาพววิ ทวิ ทศั นท์ ค่ี นุ้ เคยกไ็ ด้
ภาพวาดระบายสีแบบเหมือนจรงิ โดยนำ�หลักความสมดลุ มาใช้ในการจดั ภาพ
๒. การวาดภาพระบายสีแบบไม่เหมือนจริง เป็นภาพที่ผู้วาดจะต้องอาศัย
ความคดิ และประสบการณม์ าดดั แปลงเปน็ ภาพตามจนิ ตนาการของผวู้ าด โดยมกี ารลดตดั ทอน
หรอื เพม่ิ เติมใหเ้ ป็นภาพใหมจ่ ากอารมณค์ วามรู้สึกของผูว้ าดอย่างอสิ ระ
ภาพวาดระบายสแี บบไม่เหมอื นจรงิ โดยนำ�หลกั การจัดขนาดและสดั ส่วนมาใช้ในการจดั ภาพ
16 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ ทศั นศลิ ปพ์ ื้นฐาน
๓. การวาดภาพระบายสแี บบกง่ึ เหมือนจรงิ และไมเ่ หมือนจริง หรือที่เรียกว่า
แบบกึ่งนามธรรม เป็นภาพท่ีผู้วาดใช้วิธีลดตัดทอนรายละเอียดที่มีในธรรมชาติให้ปรากฏ
ออกมาในผลงาน แต่มีโครงสร้างของภาพทบ่ี ง่ บอกท่มี าแตไ่ ม่ชดั เจน
ภาพวาดระบายสีแบบกึ่งนามธรรม โดยนำ�หลักความสมดลุ มาใชใ้ นการจัดภาพ
ขน้ั ตอนในการวาดภาพจากจนิ ตนาการและประสบการณ์ มีดังน้ี
๑. กำ�หนดหัวเรื่องในการวาดภาพ
๒. เลือกลกั ษณะการนำ�เสนอ
๓. เลอื กเรือ่ งท่แี ตล่ ะคนสนใจและอยากวาด
๔. เม่ือเลือกได้แล้วว่าจะวาดภาพใดจึงเริ่มลงมือร่างภาพด้วยดินสอ จัดวาง
องค์ประกอบของภาพตามท่ีตอ้ งการนำ�เสนอ
๕. เม่ือถึงข้ันตอนลงสี ควรระบายสีบริเวณที่อยู่ไกลก่อน เช่น หากวาดภาพวิว
ทิวทศั น์ควรระบายสที ้องฟ้า ภูเขา ตน้ ไม้ ตามลำ�ดับ
๖. ตกแต่งขั้นสุดทา้ ย
๗. การดูภาพควรยืนดูให้ห่างจากภาพ เพื่อสังเกตพิจารณาองค์ประกอบรวมของภาพ
ว่าเหมาะสมหรอื ไม่ หรือควรตกแต่งอะไรเพม่ิ เตมิ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ ทัศนศิลป์พนื้ ฐาน 17
หน ู ทำ� ได้
๑. ให้นักเรียนวาดภาพระบายสีจากจินตนาการหรือจากประสบการณ์ท่ีนักเรียน
ได้พบเห็นมา โดยนำ�หลักการจัดขนาด สัดส่วน และความสมดุลมาใช้ในการวาดภาพ
คนละ ๑ ภาพ
๒. ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหก์ ารปฏบิ ตั กิ จิ กรรมครง้ั นโ้ี ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ในประเด็นต่อไปนี้
๒.๑ ความพอประมาณในการปฏบิ ตั งิ าน
๒.๒ ปจั จัยทที่ �ำ ใหง้ านส�ำ เร็จ
๒.๓ ความร้ทู ีใ่ ช้ในการปฏบิ ัติงาน
๒.๔ คณุ ธรรมท่ีท�ำ ให้งานส�ำ เร็จ
หนงั สือเรยี นแมค็
ศิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๖
ÃÒ¤Ò ñðð ºÒ·