ัตวอ ่ยาง หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน
แกลาะรเทงคาโนนอโลายชี พี ป.5
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
ตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชวี้ ดั กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
1
23
ผู้เรยี บเรยี ง เนอื้ หาเสรมิ บทเรียน
ผ่าน AR Technology
น้อย สุวรรณมณี ในรปู แบบ 3D และ Multimedia
ตวั อยา่ งองค์ประกอบ
ในแผนจดั การเรยี นรู้
ใบงาน
เฉลยใบงาน
ใบความรู้
ใบกิจกรรม
เฉลยใบกจิ กรรม
แบบทดสอบก่อนเรยี น
แบบทดสอบหลังเรยี น
เฉลยแบบทดสอบ
หนงั สอื เรย� น MAC 4.0
หนังสือเร�ยน MAC 4.0 จัดทำ�ขึ้นเพ่ือใช้เป็นสื่อก�รเรียนรู้เพ่ือพัฒน�นักเรียนให้มีคุณภ�พต�มม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้และตัวชี้วัด
ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ต�มหลักสูตรแกนกล�งก�รศึกษ�ข้ันพ้ืนฐ�น พ.ศ. 2551 ท่ีกำ�หนดไว้
รวมทง้ั พฒั น�นกั เรยี นใหม้ ที กั ษะแหง่ ศตวรรษท ่ี21 และสมรรถนะส�ำ คญั ต�มทต่ี อ้ งก�ร ทง้ั ด�้ นก�รสอ่ื ส�ร ก�รคดิ ก�รแกป้ ญ ห� ก�รสร�้ งสรรค ์ ก�รใช้
เทคโนโลยสี �รสนเทศและก�รสอ่ื ส�ร และทกั ษะชวี ติ โดยออกแบบหนว่ ยก�รเรยี นรใู้ หแ้ ตล่ ะหนว่ ยก�รเรยี นรปู้ ระกอบดว้ ย 9 องคป์ ระกอบส�ำ คญั
หนงั สอื เรย� น MAC 4.0 มีเครื่องมอื สนับสนุนก�รจดั ก�รเรียนรสู้ �ำ หรับครแู ละนักเรยี นทส่ี �ม�รถเข้�ถึงและใชง้ �นได้ง่�ยบนเว็บไซต ์
MACeducation.com ซึ่งแบ่งออกเปน็ 2 สว่ นหลกั ดังนี้
1. “ส�ำ หรบั ครู” ประกอบด้วย คู่มอื คร ู MACTIVE แผนก�รจัดก�รเรียนรู้ MAC PLC และก�รบ�้ นและก�รทดสอบออนไลน์ ครูส�ม�รถ
เลอื กใช้ง�นในแตล่ ะสว่ นเพื่อน�ำ ไปจดั ก�รเรยี นรู้ทั้งในและนอกหอ้ งเรยี นได้อย�่ งมีประสิทธภิ �พ และยังได้แลกเปลย่ี นเรยี นรูก้ ับครูดว้ ยกัน
ซง่ึ จะท�ำ ใหห้ นังสือเรียน MAC 4.0 ให้ม�กกว่�คว�มร ู้ แต่รวมถึงประสบก�รณ์ท่ีมคี ุณค่�
2. “ส�ำ หรับนักเรียนและผู้ปกครอง” ประกอบดว้ ย MAC SLC และก�รบ�้ นและก�รทดสอบออนไลน ์ นกั เรยี นและผู้ปกครองส�ม�รถ
ร่วมเรียนรู้สิง่ ต่�งๆ นอกเหนือจ�กบทเรียนได้อย�่ งสนกุ สน�นไปกับ MAC 4.0 ท่จี ะชว่ ยท�ำ ให้โลกท้งั ใบกล�ยปน็ แหลง่ เรยี นรดู้ ว้ ยเทคโนโลยี
เพอ่ื ก�รศึกษ�อันทันสมยั
หMนังAสCือเ4ร.�ย0น
MACeducation.com แหลงความรูนักเรียน
ครู และนผกั ูปเรก�ยคนรอง
การบา นและคลังขอ สอบออนไลน
MAC PLC MAC SLC
คมู อืMคAรCูแมTIค็VE4.0 แผนการจัดการเรยี นรู
MACeducation.com
ครู นักเรยี นและผู้ปกครอง
สว่ นประกอบ สว่ นประกอบ
“สำ�หรบั ครู” “ส�ำ หรบั นกั เรยี นและผปู้ กครอง”
1. คูม่ อื ครูแมค็ 4.0 MACTIVE 1. MAC SLC (Student Learning
คมู่ อื ส�ำ หรบั ครใู ชใ้ นการจดั การเรยี นรตู้ ามแบบ Active Teaching Community)
4 ขั้นตอน (4I) เพ่ือให้ครสู อนให้นอ้ ยลง (Teach Less) และ Active “แหลง่ ความร”ู้ คอื คลงั บทความและสอื่ มลั ตมิ เี ดยี
Learning2 ขน้ั ตอน(2L) เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเรยี นรไู้ ดม้ ากขน้ึ (LearnMore) ท่ีจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ เสริมสร้างจินตนาการ
2. แผนการจัดการเรียนรู้ และแรงบันดาลใจสำ�หรับนักเรียน นักเรียนสามารถ
แผนการจัดการเรียนการสอนสำ�หรับครูใช้เตรียมการจัดการ ค้นคว้าและเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากบทเรียนได้
เรียนรู้ให้แก่นักเรียน โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ อย่างอิสระ
Active Learning “iSMART Club” คอื คลบั ออนไลนส์ �ำ หรบั นกั เรยี น
3. MAC PLC (Professional Learning Community) ไดเ้ ขา้ มาแลกเปลยี่ นประสบการณแ์ ละเรยี นรรู้ ะหวา่ งกนั
แบ่งเปน็ 2 สว่ น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะสำ�คัญแห่งศตวรรษที่ 21
“แหลง่ ความร”ู้ คอื คลงั บทความและสอื่ มลั ตมิ เี ดยี เพอ่ื การจดั การ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อ่ืนที่มีความ
เรียนรู้ครอบคลุมทกุ กลมุ่ สาระฯ ครูสามารถเข้าไปเลอื กชมและน�ำ ไป แตกตา่ ง
ใช้สนบั สนุนการจดั การเรยี นร้ไู ดต้ ลอดเวลา 2. การบ้านและการทดสอบออนไลน์
“ห้องพกั ครู” คอื ชมุ ชนออนไลนส์ �ำ หรบั แลกเปลี่ยนประสบการณ์ MAC Level+ (แม็ค เลเวลอพั ) คอื แอปพลิเคชนั
และเรยี นรรู้ ะหวา่ งครดู ว้ ยกนั ครสู ามารถน�ำ ความรู้ เทคนคิ วธิ กี ารสอน การบา้ นและการทดสอบออนไลนท์ คี่ รเู ปน็ ผมู้ อบหมาย
และการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระฯ ท่ีตนเองอยู่มาแลกเปลี่ยนและ การบ้านและข้อสอบให้แก่นักเรียน เม่ือนักเรียนทำ�
เรียนรู้กนั ได้ การบ้านหรอื ขอ้ สอบเสรจ็ จะทราบผลได้ในทนั ที
4. การบ้านและการทดสอบออนไลน์
MAC Level+ (แมค็ เลเวลอัพ) คอื แอปพลเิ คชันการบา้ นและ
การทดสอบออนไลน์ที่ครูสามารถเลือกและมอบหมายการบ้าน
และข้อสอบให้แก่นักเรียน โดยครูสามารถเลือกแบบฝึกหัดเพ่ือเป็น
การบา้ น เลอื กขอ้ สอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นหรอื ขอ้ สอบแนวO-NET
เพ่อื เปน็ แบบทดสอบยอ่ ยระหวา่ งเรยี น หรือแบบทดสอบระหว่างภาค
และปลายภาคได้ เม่ือนักเรียนเข้ามาทำ�การบ้านและแบบทดสอบ
ออนไลน์ที่ไดร้ บั มอบหมาย นักเรียนจะทราบผลทนั ทีเมื่อทำ�เสร็จ
หนงั สือเร�ยน MAC 4.0
ACTIVE BOOK, ACTIVE TEACHING, ACTIVE LEARNING
การนําเสนอเนอื้ หาแตล ะหนว ยการเร�ยนรู
1. บทน�า (Introduction) 6. กจิ กรรมบรู ณาการ / กจิ กรรมสะเตม็ ศกึ ษา
ภาพรวมของเนอ้ื หาในหนว่ ยการเรยี นรดู้ ว้ ยภาพ (Integrated Activities/STEM Activities)
หรือสถานการณ์ หรือคำาถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียน 6.1 กิจกรรมบูรณาการ
สนใจอยากเรยี นรเู้ น้ือหาในหนว่ ยการเรียนรนู้ น้ั ๆ
2. แนวคดิ สา� คญั (Key Idea) กิจกรรมหรือโครงงานที่บูรณาการการเรียนรู้
ท่ีหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน โดยวัตถุประสงค์หลัก
เน้ือหาสำาคัญในแต่ละเรื่องหรือหัวข้อเพ่ือให้ เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง
ผเู้ รยี นจดจาำ หรอื เขา้ ใจอยา่ งลกึ ซง้ึ จนเกดิ ชน้ิ งานหรอื นวตั กรรม (กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
3. MAC iLink / SnapLearn สงั คมศึกษาฯ)
(Multimedia & AR)
6.2 กิจกรรมสะเตม็ ศึกษา (STEM)
3.1 MAC iLink
กิจกรรมที่บูรณาการความรู้และทักษะ 4 สาขา
เนอื้ หาเสรมิ จากบทเรยี นในรปู แบบของมลั ตมิ เี ดยี วชิ าหลกั คอื วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร์
ผา่ นการสแกน QR Code โดยใช้สมาร์ทโฟน หรอื และคณิตศาสตร์ เพ่ือนำาความรู้เหล่าน้ันไปใช้
ผ่านเว็บไซต์ MACeducation.com เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี น แก้ปญหาและสร้างสรรค์ช้ินงานท่ีเป็นประโยชน์
เข้าใจเนื้อหาในเรือ่ งน้นั ๆ มากย่งิ ขึ้น ในชีวิตจริงและพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
(กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร)์
3.2 SnapLearn
6.3 กิจกรรมเพ�อสง เสรม� ความคดิ สรา งสรรค
เน้ือหาเสริมจากบทเรียนในรูปแบบมัลติมีเดีย
และ 3D Models ผ่าน AR Technology กจิ กรรมทบ่ี รู ณาการความรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
บนแอปพลิเคชัน SnapLearn ในสมาร์ทโฟน ความรูใ้ นกล่มุ สาระการเรยี นรูอ้ ืน่ ๆ โดยนาำ มาสร้าง
เพ่ือให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาในเร่ืองน้ันๆ มากย่ิงข้ึน ผลงานที่มีคุณภาพและความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
(เฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์) เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละพฒั นาทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี21
4. กจิ กรรมตรวจสอบการเรย� นรู้ (กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร)์
(Recheck & Review) 7. สรปุ องคค์ วามรู้
(Conclusion of Knowledge)
กิจกรรมที่มีความหลากหลายซ่ึงออกแบบมา
เพอื่ ตรวจสอบความรคู้ วามเขา้ ใจเนอ้ื หาในแตล่ ะเรอื่ ง การสรุปองค์ความรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
ของผู้เรยี น ซ่ึงประกอบไปด้วยการสรุปเนื้อหา 3 ด้าน คอื
5. กจิ กรรมตามธรรมชาตวิ �ชา • ด้านความรู้ (Knowledge)
(Activity Based-Learning) • ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process)
• ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attribute)
กจิ กรรมทใ่ี หผ้ เู้ รยี นไดฝ้ ก ปฏบิ ตั เิ พอ่ื ใหเ้ กดิ ทกั ษะ 8. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์
ในวิชานั้นๆ (Achievement Test)
คาำ ถามทเี่ นน้ ทกั ษะกระบวนการคดิ เพอื่ ตรวจสอบ
ความรรู้ วบยอดของผเู้ รยี นใหเ้ ปน็ ไปตามแนวคดิ หลกั
ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
9. อภธิ านศพั ท์ (Glossary)
คาำ สาำ คญั คาำ ยาก หรอื คาำ คน้ ทส่ี มั พนั ธก์ บั เนอื้ หา
ในหนว่ ยการเรียนรู้ต่างๆ ในหนงั สือเรียน MAC 4.0
โดยจะมกี ารอธบิ ายความหมายหรอื ใหค้ าำ จาำ กดั ความ
MAC iLink
MAC iLink เป็นเนื้อหาเพ่มิ เตมิ นอกเหนือจากหนงั สือเรียน MAC 4.0 เพ่ือให้ครแู ละผูเ้ รียนทมี่ ีความสนใจทีจ่ ะศึกษาคน้ คว้า
เพมิ่ เตมิ หาข้อมูลได้จากฐานขอ้ มูลท่ีบรษิ ทั ได้จัดท�ำ ขนึ้ โดยผา่ น 2 ชอ่ งทาง ดงั นี้
1 ใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR code จากหนา้ หนังสอื ทีม่ ีสัญลกั ษณ์ MAC iLink
2 เปิดเว็บไซต์ MACeducation.com เพ่ือเข้าเมนู การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน MAC iLink และเลือกเปิดดูส่วนเสริม
ของบทเรยี นในหนังสือแตล่ ะเลม่ ได้
ท้งั นี้เนื้อหาเสริมเพม่ิ เตมิ นำ�เสนอหลายรปู แบบ เชน่ แอนิเมชัน วดิ โี อ เสียง ภาพ และข้อความ
12
MACeducation.com
DIGITAL CONTENT DIGITAL CONTENT
SnapLearn
1. ดาวน์โหลดแอปพลเิ คชนั SnapLearn ไดฟ้ รีที่ Google Play Store สาำ หรบั Android หรอื
App Store สาำ หรบั IOS
2. เปิดใช้งานแอปพลเิ คชนั SnapLearn ค้นหาหนงั สือเรยี น MAC โดย
2.1 การกดปุม เพือ่ สแกนบาร์โค้ด หรอื QR Code
2.2 เข้าไปท่ี Bookstore แลว้ กรอกช่ือหนังสอื เรยี น MAC ลงในช่องคน้ หาด้านบน
3. กดดาวน์โหลดหนังสอื เร�ยน MAC เลม่ ท่ีต้องการมาไวใ้ น Bookshelf
4. กดเขา้ ไปในหนงั สอื เร�ยน MAC บน Bookshelf แลว้ ทำาการสแกนหน้าหนงั สอื เรียน MAC ทมี่ ีสญั ลักษณ์
เพอื่ เขา้ ส่โู ลกเสมือนจรงิ หรอื มัลตมิ ีเดีย
1 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SnapLearn 2 เปิดใชง้ านแอปพลิเคชนั SnapLearn
2.1 กดปมุ ตรงกลาง เพอ� สแกนบาร์โคด้ หรอ� QR Code
(Google Play) (App Store) หรอ�
2.2 กรอกช�่อหนงั สือเรย� นลงในช่องคน้ หา
Search in SnapLearn
3 กดดาวน์โหลดหนังสือเร�ยน MAC 4 สแกนหนา้ หนงั สือเร�ยน MAC
18 วิทยาศาสตร์ ม.2
ทบ่ี รเิ วณทอ่ ของหนว่ ยไตจะมกี ารดดู ซมึ สารทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย เชน่ แรธ่ าตุ นา้ำ ตาลกลโู คส
กรดอะมิโน รวมทั้งน้ำากลับคืนสู่หลอดเลือดฝอยและเข้าสู่หลอดเลือดดำา ส่วนของเสียอ่ืน ๆ ท่ีเหลือ
ก็คอื ปัสสาวะจะถูกส่งมาตามท่อไตเขา้ สู่กระเพาะปสั สาวะ ซ่งึ มีความจปุ ระมาณ 500 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
แตก่ ระเพาะปสั สาวะสามารถทจ่ี ะหดตวั ขบั ปสั สาวะออกมาได้ เมอื่ มปี สั สาวะมาขงั อยปู่ ระมาณ 250ลกู บาศก์
เซนตเิ มตร ซึ่งในวนั หนง่ึ ๆ รา่ งกายจะขับปสั สาวะออกมาประมาณ 1-1.5 ลติ ร
เวนา คาวา ไต กรวยไต เมดลั ลา
คอร์เทกซ ์
หลอดเลอื ดรนี ลั อารเ์ ตอเอรแีอลอะรเ์ตวาน
ทอ่ ไต คอรเ์ ทกซ ์
กระเพาะปสั สาวะ ทอ่ ไต
ท่อปัสสาวะ โกลเมอรูลัส
ท่อขดส่วนตน้
โบว์แมนส์แคปซูล
หลอดเลอื ดฝอย
ทอ่ ขดสว่ นปลาย
ห่วงเฮนเล ทอ่ รวม ทอ่ รวม
เมดัลลา
ไปกรวยไต
รปู ท่ี 1.8 ระบบการทาำ งานของไตและอวยั วะทีเ่ ก่ยี วข้อง
- เวนา คาวา (vena cava) หลอดเลอื ดดาำ ใหญท่ ลี่ าำ เลยี งเลอื ดจากรา่ งกายเขา้ สหู่ วั ใจโดยตรง
- รีนัลอาร์เตอรี (renal artery) หลอดเลือดแดงทแ่ี ตกแขนงออกจากเอออรต์ าเพ่ือไปยังไต
- รนี ัลเวน (renal vein) หลอดเลอื ดดำาทีน่ าำ เลอื ดออกจากไตไปยงั หวั ใจ
- เอออร์ตา (aorta) หลอดเลือดแดงใหญ่ที่นำาเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปหล่อเล้ียง
รา่ งกาย
ตรวจสอบรายการหนังสอื เรย� น MAC กลมุ่ สาระการเร�ยนรูว้ ท� ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ทใ่ี ชแ้ อปพลิเคชัน SnapLearn ได้ท่ี www.MACeducation.com
หนา ตวั อยางการใชงาน SnapLearn
18 วิทยาศจาาสกตตร์วัมอ.2ยางหนังสอื เร�ยน รายวช� าพ�นฐานวท� ยาศาสตร ม.2
ทบี่ รเิ วณทอ่ ของหนว่ ยไตจะมกี ารดดู ซมึ สารทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย เชน่ แรธ่ าตุ นา้ำ ตาลกลโู คส
กรดอะมิโน รวมท้ังน้ำากลับคืนสู่หลอดเลือดฝอยและเข้าสู่หลอดเลือดดำา ส่วนของเสียอื่น ๆ ท่ีเหลือ
ก็คอื ปสั สาวะจะถกู ส่งมาตามทอ่ ไตเขา้ ส่กู ระเพาะปัสสาวะ ซ่งึ มีความจุประมาณ 500 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
แตก่ ระเพาะปสั สาวะสามารถทจ่ี ะหดตวั ขบั ปสั สาวะออกมาได้ เมอ่ื มปี สั สาวะมาขงั อยปู่ ระมาณ 250ลกู บาศก์
เซนติเมตร ซ่งึ ในวันหน่งึ ๆ รา่ งกายจะขบั ปสั สาวะออกมาประมาณ 1-1.5 ลิตร
เวนา คาวา ไต กรวยไต เมดลั ลา
คอร์เทกซ์
หลอดเลอื ดรนี ลั อารเ์ ตอเอรแีอลอะรเต์ วาน
ท่อไต คอร์เทกซ ์
กระเพาะปสั สาวะ ท่อไต
ท่อปสั สาวะ โกลเมอรูลสั
ท่อขดสว่ นตน้
โบว์แมนส์แคปซลู
หลอดเลอื ดฝอย
ทอ่ ขดสว่ นปลาย
ห่วงเฮนเล ท่อรวม ทอ่ รวม
เมดลั ลา
ไปกรวยไต
Ëҧ¡Ò¢ºÑ »˜ÊÊÒÇÐä´ÍŒ ‹ҧäÃ
รปู ท่ี 1.8 ระบบการทำางานของไตและอวยั วะทเี่ กย่ี วขอ้ ง
- เวนา คาวา (vena cava) หลอดเลอื ดดาำ ใหญท่ ล่ี าำ เลยี งเลอื ดจากรา่ งกายเขา้ สหู่ วั ใจโดยตรง
- รนี ัลอารเ์ ตอรี (renal artery) หลอดเลือดแดงทแ่ี ตกแขนงออกจากเอออรต์ าเพ่ือไปยังไต
- รีนลั เวน (renal vein) หลอดเลือดดาำ ทนี่ าำ เลอื ดออกจากไตไปยงั หัวใจ
- เอออร์ตา (aorta) หลอดเลือดแดงใหญ่ท่ีนำาเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปหล่อเล้ียง
รา่ งกาย
สารบญั
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ การทำ� งานตามกระบวนการท�ำงาน
(ตรงตามมาตรฐาน ง ๑.๑ ตัวช้วี ัดข้อ ๑, ๒, ๓)
๑. การซ่อมแซม ซกั ตาก เกบ็ รีด พบั เสอ้ื ผ้า
กิจกรรมปฏิบัติ
๒. การปลกู พชื ผัก
กจิ กรรมปฏบิ ัติ
๓. การท�ำบัญชีครวั เรอื น
กจิ กรรมปฏิบตั ิ
กิจกรรมบรู ณาการ
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ การจัดการในการทำ� งานบา้ น
(ตรงตามมาตรฐาน ง ๑.๑ ตวั ชว้ี ดั ขอ้ ๑, ๒, ๓, ๔)
๑. การจัดโต๊ะอาหาร ตู้กับข้าว ตูเ้ ย็น และหอ้ งครัว
กิจกรรมปฏบิ ตั ิ
๒. การท�ำความสะอาดห้องน้�ำและหอ้ งสว้ ม
กิจกรรมปฏิบัติ
๓. การซอ่ มแซมอุปกรณ์ของใช้ในบา้ น
กจิ กรรมปฏบิ ัติ
๔. การประดษิ ฐข์ องใช้ ของตกแต่งจากวัสดเุ หลือใช้
กจิ กรรมปฏบิ ัติ
๕. การดแู ลรกั ษาและใชส้ มบตั สิ ่วนตวั สมาชิกในครอบครัว และส่วนรวม
กิจกรรมปฏบิ ตั ิ
๖. การจดั เกบ็ เอกสารส�ำคญั
กจิ กรรมปฏิบตั ิ
กจิ กรรมบูรณาการ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๓ มารยาทในการทำ� งาน
(ตรงตามมาตรฐาน ง ๑.๑ ตัวชีว้ ัดขอ้ ๒)
๑. มารยาททางสงั คม
๒. มารยาทในการท�ำงานกับสมาชกิ ในครอบครวั
กจิ กรรมปฏิบตั ิ
กิจกรรมบูรณาการ
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ
หน่วยทกี่ ารเรยี นรู้ ๔ การอาชีพ
(ตรงตามมาตรฐาน ง ๔.๑ ตัวชว้ี ัดขอ้ ๑, ๒)
๑. อาชีพในชุมชน
๒. ลักษณะความแตกตา่ งของอาชพี ในชมุ ชน
กิจกรรมปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมบรู ณาการ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
การทาํ งานตามกระบวนการทํางาน
การท�างานตามกระบวนการท�างาน ๑หนว ยการเรยี นรทู ่ี
สาระการเรียนรู้
๑ การซอ่ มแซม ซกั ตาก เกบ็ รีด พบั เสอื้ ผ้า
ตัวชวี้ ัดชนั้ ป
๑. อธิบายเหตุผลในการทาํ งานแตละขน้ั ตอนถกู ตองตามกระบวนการทาํ งาน (ง ๑.๑ ป.๕/๑)
๒. ใชท ักษะการจดั การในการทํางานอยา งเปน ระบบ ประณีต และมีความคดิ สรา งสรรค (ง ๑.๑ ป.๕/๒)
๓. มีจิตสํานกึ ในการใชพลงั งานและทรัพยากรอยางประหยัดและคมุ คา (ง ๑.๑ ป.๕/๔)
เด็ก ๆ รไู้ หมครบั วา่
“การทาำ งานอยา่ งเปน ขนั้ ตอนตาม
กระบวนการทาำ งานจะเกดิ ผลดีอย่างไร”
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการท�างาน 3
การทำางานตามกระบวนการทำางาน เป็นการท�างานอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตามข้ันตอนที่วางไว้ตามล�าดับตั้งแต่ต้นจนจบและงานส�าเร็จตามเปาหมายท่ีก�าหนดไว้
การท�างานตามล�าดับขั้นตอนจะช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรในการท�างานซ่ึงเรียกว่า
การทำางานท่ีมีประสิทธิภาพ ดังน้ัน ผู้ท่ีมีทักษะกระบวนการท�างานจะสามารถท�างาน
ตา่ ง ๆ ดว้ ยตนเองไดแ้ คลว่ คลอ่ ง วอ่ งไว จนบรรลเุ ปา หมายตามตอ้ งการ ซง่ึ ทกั ษะกระบวนการ
ท�างานมี ๔ ข้นั ตอน ดงั น้ี
๑ วิเคราะหก ารทาำ งาน
การหาขอ้ มูลรายละเอยี ดของงานท่ตี ้องท�า
๒ การวางแผนในการทำางาน
ก�าหนดข้ันตอนในการปฏิบัติงาน ก่อน หลงั
ตามล�าดบั
๓ การลงมือทาำ งาน
ลงมือปฏบิ ตั งิ านตามลา� ดบั ข้ันตอน
๔ การประเมินการทำางาน
พิจารณาตัดสินว่างานส�าเร็จตามเปาหมาย
หรอื ไม่ มากนอ้ ยเพียงใด
4 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
๑. การซอ่ มแซม ซัก ตาก เก็บ รดี
และพับเสอื้ ผา้
แนวคิดส�ำคญั ๑.๑ งานซ่อมแซมเส้ือผ้า
การซอ่ มแซม ซกั ตาก เกบ็ รดี และ เครื่องแตง่ กาย
พับเส้ือผ้าเป็นงานที่ทุกคนควรได้รับการ
ฝึกปฏิบัติให้มีทักษะเพียงพอท่ีจะน�ำไปใช้ เส้ือผ้าเคร่ืองแต่งกายเม่ือใช้ไปนานๆ
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำ� วนั ทง้ั นเ้ี พอื่ ประหยดั อาจช�ำรุดหรือฉีกขาด เราจึงต้องซ่อมแซมให้
คา่ ใชจ้ า่ ยในครวั เรอื นและประหยดั ทรพั ยากร สามารถใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิม บริเวณที่
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เสอื้ ผา้ เครอื่ งนงุ่ หม่ ดว้ ยการ เส้ือผ้าเคร่ืองแต่งกายมักช�ำรุดได้ง่าย เช่น
ซอ่ มแซมเสอ้ื ผา้ ทช่ี ำ� รดุ ฉกี ขาดใหส้ ามารถนำ� ชายกระโปรง ชายกางเกงหลุด ตะเข็บปริ
มาใชป้ ระโยชนไ์ ดใ้ หม่ รวมถงึ การซกั ตาก เกบ็ กระเป๋าเสื้อฉีกขาด กระดุมหลุด ตะขอและ
รดี และพบั เพอื่ ใหเ้ สอื้ ผา้ สะอาด นา่ สวมใส่ ห่วงที่ติดตะขอหลุด รวมไปถึงส่วนอ่ืน ๆ ของ
อีกท้ังยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและ เส้ือผ้าฉีกขาดเนื่องจากการใช้งานมานาน
สขุ อนามยั ทด่ี ี ซงึ่ การซอ่ มแซม ซกั ตาก การเกดิ อบุ ตั เิ หตุ หรอื ถกู แมลงกดั กนิ การซอ่ มแซม
เก็บ รีดและพับเส้ือผ้าจะมีประสิทธิภาพ เส้ือผ้าเครื่องแต่งกายจึงเป็นวิธีการหน่ึงของ
มากยง่ิ ขนึ้ หากผปู้ ฏบิ ตั มิ ที กั ษะกระบวนการ การประหยดั ทรพั ยากรและพลงั งาน
ทำ� งาน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การทา� งานตามกระบวนการทา� งาน 5
ชายกระโปรงหรือชายกางเกงหลุด
ชายกระโปรงหรือชายกางเกงท่ีหลุดนั้น
ส่วนมากจะใช้วิธีการสอยแบบซ่อนด้ายเพ่ือให้
ตะเข็บชายกระโปรง ชายกางเกงดูเรียบร้อย
สวยงาม มองไม่เห็นเส้นด้ายท่ีเย็บหรือเห็น
เพยี งเลก็ นอ้ ย จงึ ไมแ่ นน่ หนาเทา่ ทคี่ วร หลดุ ไดง้ า่ ย
ดังนั้นเม่ือเห็นต้องรีบซ่อมแซมโดยการสอย
แบบซ่อนดา้ ยเหมือนเดมิ ตามข้นั ตอนดงั นี้
๑ ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ชายกระโปรง ชายกางเกงทหี่ ลดุ ใชด้ า้ ยเนา
ให้ติดกันแล้วดึงเข็มหมุดออก หลังจากน้ันจึงรีดตาม
รอยเดิมให้เรียบ
๒ สอยซ่อนด้ายโดยสอยย้อนกลับไป ๑ ฝเข็ม และสอยใน
ระยะเท่าเดิมจนถึงฝเข็มสุดท้ายที่ชายผ้าหลุด สอยไปอีก
๑ ฝเ ข็ม เสร็จแลว้ จงึ ท�าปมแล้วตดั ด้ายออก
๓ ดงึ ดา้ ยเนาออกแล้วรีดใหเ้ รยี บอกี คร้งั หน่ึง
6 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
ตะเขบ็ ปริ
ตะเขบ็ ปริ หมายถงึ การทด่ี า้ ยเยบ็ บรเิ วณตะเขบ็
เปอ ยแลว้ ขาดหลดุ จากกนั เพราะใชง้ านมานาน ทา� ใหบ้ รเิ วณ
ตะเขบ็ ของเสอื้ ผา้ กระโปรง กางเกงปรเิ ปน็ รอ่ งยาว ถา้ พบวา่
เสอ้ื ผา้ ปรติ อ้ งรบี ซอ่ มแซมทนั ที เพราะหากปลอ่ ยไวจ้ ะทา� ให้
ขาดมากขน้ึ การซอ่ มแซมตะเขบ็ ปริมขี ัน้ ตอนดงั น้ี
๑ คล่ีตะเข็บที่ปริออกให้เห็นเส้นด้ายท่ีเย็บ และพิจารณาว่าด้าย
หลุดไปมากน้อยแค่ไหน เสร็จแล้วใช้กรรไกรตัดด้ายท่ีหลุด
แล้วออกให้หมด
ใชเ้ ขม็ หมุดกลัดตะเข็บท่ปี ริให้ตดิ กันตามรอยเดิม ๒
๓ ใช้ด้ายเนาตะเขบ็ ทปี่ ริ เสรจ็ แล้วดึงเขม็ หมดุ ออก
เยบ็ ตะเขบ็ ตามรอยเดมิ ดว้ ยวธิ ดี น้ ถอยหลัง โดยกะระยะ ๔
ของฝเข็มให้เท่ากับฝเข็มเดิมจนตะเข็บติดกันตลอด
รอยปริทีแ่ ยก แลว้ ดงึ ดา้ ยเนาออก
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการท�างาน 7
กระเปาเสื้อฉีกขาด
กระเปา๋ เสอ้ื เปน็ สว่ นทใี่ ชง้ านบอ่ ยมากทสี่ ดุ เพราะเราใช้
ใส่ส่ิงของต่าง ๆ เช่น ธนบัตร เงินเหรียญ กระเป๋าใส่เงิน
ผ้าเช็ดหน้า ปากกา และอื่น ๆ ท่ีจ�าเป็นต้องใช้งาน
ในแต่ละวนั เราต้องใช้มือลว้ งกระเปา๋ เพอ่ื หยิบสงิ่ ของเหลา่ นี้
เข้า-ออกวันละหลายครั้ง จนเป็นสาเหตุท่ีท�าให้เส้นด้าย
ทเ่ี ย็บไวข้ าด ถ้าไมร่ บี ซอ่ มแซมจะท�าให้ฉีกขาดมากกว่าเดมิ
การซอ่ มแซมกระเปา๋ เส้อื ฉกี ขาดทา� ได้ดังนี้
๑ จับกระเป๋าเส้อื ทีฉ่ กี ขาดให้อยู่ในตา� แหน่งเดิม รดี ใหเ้ รียบแล้วเอา
เขม็ หมุดกลดั ไว้
เนาด้วยด้ายเนาหา่ งจากรอยตะเขบ็ เดิมเลก็ นอ้ ย ๒
แล้วดึงเขม็ หมดุ ออก
๓ เยบ็ ตามรอยฝเ ขม็ เดมิ ดว้ ยวธิ ดี น้ ถอยหลงั จากดา้ นกน้ กระเปา๋
ไปหาทางปากกระเป๋าแล้วย้อนกลับมาทางก้นกระเป๋าอีก
ประมาณ ๔-๕ ฝเข็ม
ท�าปมด้ายให้แน่นและตัดด้ายท่ีเย็บ เสร็จแล้วดึงด้าย ๔
เนาออก
8 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.๕
กระดุมหลุด
เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะมีกระดุมเพื่อความสะดวกในการสวมใส่ แต่ปัญหาที่พบคือกระดมุ
มักจะหลุดหาย เส้ือผ้าในปัจจุบันมักจะมีกระดุมส�ารองติดมาให้ท่ีชายเสื้อด้านใน
เอาไวซ้ อ่ มแซมเมอ่ื เกดิ ปญั หาน้ี กระดมุ ทใี่ ชเ้ ยบ็ ตดิ เสอ้ื ผา้ โดยท่ัวไปแบ่งออกได้ ๓ ชนิด คือ
๑. กระดุมมีรูหรือกระดุมธรรมดา จะมีรูอยู่ตรงกลาง มีท้ังแบบ ๒ รู และ
แบบ ๔ รู ท�าด้วยโลหะและพลาสติก เมื่อกระดุมหลุดต้องซ่อมแซมติดเข้าในต�าแหน่งเดิม
ตามขนั้ ตอนดงั นี้
ลักษณะของกระดุมธรรมดาแบบ ๒ รู และ ๔ รู
๑) วางกระดุมลงที่ต�าแหน่ง
เ ดิ ม แ ล้ ว แ ท ง เ ข็ ม ห มุ ด ล ง ไ ป ใ น
รูกระดุมรูใดรูหน่ึงเพื่อยึดกระดุม
ไว้กบั ผ้า
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการท�างาน 9
๒) แทงเข็มที่ร้อยด้ายและท�า
ปมปลายด้ายไว้เรียบร้อยแล้วข้ึน
ไมมาไ่ จ ดา้ปกกั ใเตขม็้ผห้ามผดุ่านรูของกระดุมที่
๓) แทงเข็มลงไปในรกู ระดุม
ท่ีปักเข็มหมุดไว้ พร้อมกับดึง
เข็มหมุดออก ดึงเข็มลงให้สุดด้าย
แทงเข็มข้ึนลงแบบนี้ ๓-๔ คร้ัง
เพอ่ื ใหก้ ระดมุ ตดิ แนน่ สอดดา้ ยและ
ทา� ปมใต้เนื้อผา้ ก่อนทีจ่ ะตัด
ด้ายออก
หากเปน็ กระดมุ ชนดิ ๔ รู ใหท้ า� แบบเดยี วกบั ชนดิ ๒ รู โดยทา� ครง้ั ละ ๒ รู จนกระท่ัง
ครบทง้ั ๔ รู
10 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.๕
๒. กระดุมแปบ เป็นกระดุมท่ีท�าจากโลหะและพลาสติก มีรูที่บริเวณขอบกระดุม
๔-๖ รู ซึ่งเว้นระยะห่างเท่า ๆ กัน การติดกระดุมแปบต้องติดเป็นคู่ คือ กระดุมแปบตวั ผู้
และกระดมุ แปบ ตวั เมยี โดยตดิ ใหต้ วั ผอู้ ยดู่ า้ นบนและตวั เมยี อยดู่ า้ นลา่ ง การซอ่ มแซมกระดุมแปบ
มีข้นั ตอนดงั น้ี
ลักษณะของกระดุมแปบ
๑) เลาะเสน้ ด้ายเดมิ ทตี่ ิดอยู่กับผา้ ออกให้หมด
๒) วางกระดุมลงในต�าแหน่งเดิมและแทงเข็มหมุดลงในรูใดรูหนึ่งของกระดุม
เพ่ือยดึ กระดมุ ไว้กบั ผ้า
๓) แทงเข็มที่ร้อยด้ายและท�าปมท่ีปลายด้ายแล้วจากข้างล่างขึ้นข้างบนให้ตรงกับ
รูทีอ่ ยตู่ รงกันขา้ มกับที่ปักเข็มหมดุ ไว้ พร้อมกบั ดงึ เขม็ หมุดออก
๔) แทงเข็มลงบนเนื้อผ้าแล้วแทงเข็มข้ึนท่ีรูเดิมประมาณ ๒-๓ คร้ัง แล้วจึง
ทา� รอู ่ืนตอ่ ไปด้วยวิธีเดียวกนั ทัง้ กระดุมแปบตัวผู้และกระดมุ แปบ ตวั เมยี
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การทา� งานตามกระบวนการท�างาน 11
๓. กระดุมมีก้าน เป็นกระดุมท่ีมีก้านติดอยู่ด้านล่าง ส่วนมากจะเป็นกระดุมโลหะ
หากกระดมุ หลดุ ตอ้ งซอ่ มแซม ตามขัน้ ตอนดังน้ี
ลกั ษณะของกระดมุ มีกา น
๑) เลาะเสน้ ดา้ ยเดิมทตี่ ดิ อยูก่ บั เนอ้ื ผา้ ออกใหห้ มด
๒) แทงเข็มท่ีร้อยด้ายและท�าปมท่ีปลายด้ายแล้วขึ้นตรงต�าแหน่งเดิมของกระดุม
แล้วสอดเข็มเขา้ ตรงรูของกา้ นกระดมุ
๓) แทงเข็มลงบนเน้ือผ้าแล้วแทงเข็มขึ้นพร้อม
กับดึงเข็มจนสดุ ด้าย
๔) สอดเข็มเข้าตรงรูท่ีก้านกระดุมตามทางเดิม
ทท่ี า� ไว้ แลว้ แทงเขม็ ลงดงึ เขม็ จนสดุ ดา้ ย ทา� แบบน้ี ๒-๓ ครงั้
แล้วสอดดา้ ยเพ่ือท�าปมไวใ้ ต้ผ้ากอ่ นตัดด้ายออก
ตะขอและห่วงเก่ียวตะขอหลดุ
ตะขอและห่วงเป็นโลหะขนาดเล็กที่เรียกว่าตะขอ ตะขอตวั หนอน
ตัวหนอน นิยมใช้ติดเส้ือยกทรง กระโปรง และเส้ืออ่ืน ๆ ตะขอ หว ง
เพอ่ื ใหบ้ างจดุ ของเสอื้ ผา้ ตดิ กนั สว่ นตะขอและหว่ งขนาดใหญ่
ใช้ติดขอบเอวกระโปรงและกางเกง ตัวตะขอจะมี ๓ รู
ส่วนตัวห่วงจะมี ๒ รู ส�าหรับเย็บให้ติดกับเนื้อผ้า
การติดตะขอและห่วงจะใช้วิธีถักรังดุม การซ่อมแซม
ตะขอและห่วงมีขนั้ ตอนดังน้ี
12 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
๑) เลาะเสน้ ดา้ ยเดมิ ทตี่ ิดอยูก่ บั เน้ือผ้าออกให้หมด
๒) แทงเข็มข้ึน ดึงเข็มให้สดุ ดา้ ย และซ่อนปมของดา้ ยไวใ้ ตต้ ะขอ
๓) แทงเข็มลงและขึ้นด้วยวิธีการถักรังดุมประมาณ ๔-๕ ครั้ง จนครบทั้ง ๓ รู
ท�ำปมสอดด้ายซ่อนไว้ใตเ้ นือ้ ผ้าแลว้ ตัดด้ายออก
๔) ส�ำหรบั ห่วงตะขอหากหลดุ ให้ซ่อมแซมดว้ ยวธิ กี ารเดยี วกับการตดิ ตะขอ
การทเี่ รารจู้ กั ซอ่ มแซมเสอื้ ผา้ ไดด้ ว้ ยตนเอง นอกจากจะเปน็ การฝกึ นสิ ยั รกั การประหยดั
ตามแนวพระราชดำ� ริ เรอ่ื ง เศรษฐกจิ พอเพยี ง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
เรายงั มคี วามภาคภมู ใิ จในความสามารถของตนเองทไ่ี ดช้ ว่ ยแบง่ เบาภาระของพอ่ แมห่ รอื ผปู้ กครอง
และชว่ ยครอบครวั ประหยดั รายจา่ ยในเร่ืองทไ่ี ม่จำ� เป็น ผู้ทีม่ ีลักษณะเชน่ นีไ้ ด้ช่ือวา่ เปน็ สมาชกิ
ท่ีดีของครอบครัว
๑.๒ งานซกั และตากเสือ้ ผา้
การซักและการตากเส้ือผ้าเป็นกระบวนการท�ำความสะอาดเส้ือผ้าหลังจากสวมใส่
เปน็ การกำ� จดั คราบเหงอ่ื ไคล ฝนุ่ ละออง หรอื สงิ่ อน่ื ๆ ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ คราบสกปรก รวมทงั้ กลน่ิ เหงอ่ื
ทไ่ี มพ่ งึ ประสงค์ เพอื่ ใหเ้ สอื้ ผา้ สะอาด มกี ลนิ่ หอม นา่ สวมใสด่ ังเดิม
สำ� หรบั การซกั เสอื้ ผา้ ใหส้ ะอาดนน้ั มอี งคป์ ระกอบสำ� คญั อยู่ ๔ อยา่ ง คอื อณุ หภมู ิ
ของนำ�้ คอ่ นขา้ งอนุ่ แรงกลหรอื แรงขย้ี เวลา และสารทำ� ความสะอาดเสอ้ื ผา้ การซกั เสอื้ ผา้ ทำ� ได้
๒ วิธี คือ ซกั ด้วยมือและซกั ดว้ ยเครอ่ื งซกั ผ้า
สารท�ำความสะอาดเสอ้ื ผ้า
สารทำ�ความสะอาดเสื้อผ้าท่ีมีความสำ�คัญและจำ�เป็นต่อการซักเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
มดี งั นี้
๑. ผงซักฟอก ปัจจุบันมีผงซักฟอกหลายชนิด แต่ละชนิดมีส่วนผสมและคุณสมบัติ
ทแ่ี ตกตา่ งกนั กอ่ นซอื้ ควรจะพจิ ารณาถงึ ราคา วธิ กี ารใช้ ปรมิ าณการใชใ้ นแตล่ ะครงั้ ตอ่ ปรมิ าณ
น้ำ�และจำ�นวนผา้ ตลอดจนระยะเวลาในการแชผ่ า้
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการทา� งาน 13
๒. น้ำายาซักฟอกหรือนำ้ายาซักแห้ง เป็นสารที่มีคุณสมบัติและวิธีการใช้คล้าย
ผงซักฟอก คือ ผสมน�า้ แล้วแช่ผา้ ไว้ ๓-๕ นาที ขย้เี บา ๆ แลว้ ลา้ งน้า� ออก ๒-๓ คร้งั
๓. สบซู่ กั ผา้ มที งั้ แบบเปน็ กอ้ นและเปน็ เกลด็ ทา� จากดา่ งตม้ กบั ไขมนั สตั วห์ รอื นา้� มนั
พชื ตอ้ งซกั กบั นา�้ รอ้ นหรือน้�าอุ่นจงึ จะได้ผลดี ทา� ใหผ้ า้ ขาวสะอาดดมี าก
๔. น้ำายาปรับผ้านุ่ม การใส่น�้ายาปรับผ้านุ่มเพื่อให้เส้ือผ้าท่ีซักนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง
และคงสภาพเดิม โดยผสมน้�ายาลงในน้�าสุดท้ายที่จะใช้ล้างผ้าแล้วแช่ผ้าท้ิงไว้ ๕-๑๐ นาที
แตไ่ มจ่ �าเป็นตอ้ งใช้ทกุ คร้งั หลังการซักผ้า
๕. สารฟอกขาวหรือสารฟอกสีประเภทคลอรีน ใช้ในการซักผ้าขาวเพ่ือให้
ผ้าขาวยิ่งข้ึนและขจัดรอยเปอนหรือคราบสกปรกต่าง ๆ โดยผสมสารฟอกขาว ๑ ฝาต่อน้�า
๑ กะละมัง แช่ท้งิ ไว้ประมาณ ๑๕ นาที แลว้ จงึ ซกั ตอ่ ดว้ ยผงซกั ฟอก
๖. สารท่ีช่วยขจัดรอยเปอน คือ สารอ่ืน ๆ ที่ไม่ใช่ผงซักฟอกและน�้ายาซักแห้ง
เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แอมโมเนีย ทนิ เนอร์ แอลกอฮอล์ สารเหล่านส้ี ามารถน�ามา
ใช้ในการขจดั คราบรอยเปอนบางชนดิ เชน่ เลอื ด ยางกล้วย หมกึ พิมพ์ หมกึ ปากกา
อุปกรณท ใ่ี ชใ้ นงานซกั และตากเส้ือผ้า
อุปกรณท์ ีใ่ ช้ในงานซักและตากเสื้อผา้ มีดังน้ี
๑. แปรงซกั ผา้ ใช้ขดั รอยคราบสกปรก
๒. ตะกรา้ ใชใ้ ส่ผ้าทซ่ี กั แล้ว
๓. กะละมัง ใชส้ า� หรบั แชผ่ า้ และซกั ผ้า
๔. เครอ่ื งซักผา้
๕. เครอ่ื งอบผ้า
๖. ไมแ้ ขวนเส้ือ
๗. ราวตากผา้
๘. ไมห้ นบี ผา้
อุปกรณในงานซกั และตากเสอ้ื ผา
14 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.๕
การเลอื กซื้อและการใชเ้ ครอ่ื งซักผ้า เคร่อื งอบผา้
เครอื่ งซกั ผา้ ท่มี ขี ายอยใู่ นปัจจบุ นั แบ่งออกไดเ้ ป็น ๒ ประเภท คอื เครือ่ งซกั ผา้ แบบถัง
เดี่ยวและเคร่ืองซักผ้าแบบถังคู่
๑. เครอื่ งซกั ผา้ แบบถงั เดยี่ ว เปน็ เครอ่ื งซกั ผา้ แบบฝาบนและฝาหนา้ หรอื เรยี กอกี อยา่ ง
วา่ เครอ่ื งซกั ผา้ อตั โนมตั ิ เครอื่ งซกั ผา้ แบบนจี้ ะมคี วามจแุ ละซกั ผา้ ไดใ้ นปรมิ าณมาก มโี ปรแกรม
ในการควบคุมปรมิ าณนา้� และผงซกั ฟอกใหเ้ หมาะสมกบั จา� นวนเสอ้ื ผา้ หลังจากน้ันเคร่ืองจะ
ทา� งานอัตโนมัตติ ั้งแตก่ ารใส่นา้� ผงซกั ฟอก เปล่ยี นถา่ ยน้�าซักใหม่ รวมถงึ ปัน แหง้ จนเสร็จ
เครอื่ งซักผาแบบถังเดย่ี ว
ขอ้ ดี ขอ้ เสีย
สะดวกในการใช เน่ืองจากเปน มรี าคาแพง เพราะเปน็ ระบบอตั โนมตั ิ
ระบบอตั โนมตั ิ ผใู ชไ มต อ งยงุ ยากในการ และซักได้ช้ากว่าเคร่ืองซักผ้าแบบถังคู่
เปลยี่ นถา ยนาํ้ เองเหมอื นถงั ค ู นอกจากน้ี โดยเฉล่ียแล้วอยู่ท่ีประมาณ ๑ ช่ัวโมง
บางรุนจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิน้ํา ต่อการซักหน่ึงคร้ัง สิ้นเปลืองน�้าและ
ใหเ หมาะสมกบั การซกั ทาํ ใหเ สอื้ ผา สะอาด กระแสไฟฟา มากกวา่ นอกจากนก้ี ารตดิ ตงั้ ยงั
มากยงิ่ ขนึ้ ยุ่งยากมากกว่า เพราะต้องเดินท่อน�้า
จากกอ กเขา้ เครอ่ื งโดยตรง หากนา้� ไมไ่ หลกไ็ ม่
สามารถใชเ้ ครอื่ งซกั ผา้ แบบนไ้ี ด้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการท�างาน 15
๒. เคร่ืองซักผ้าแบบถังคู่ เป็นเคร่ืองซักผ้าแบบเปดฝาบน แยกส่วนระหว่าง
ถงั ซกั กบั ถงั ปนั แหง้ เครอ่ื งซกั ผา้ แบบนตี้ อ้ งเปด นา้� และใสผ่ งซกั ฟอกเอง ตงั้ เวลาปนั และซกั แลว้
ยกใส่ถังปันแห้ง
เครื่องซักผาแบบถังคู
ขอ้ ดี ขอ้ เสีย
ติดต้ังและเคลื่อนย้ายได้ง่าย สะดวก ผู้ใช้ต้องคอยเปล่ียนน้�าและเปลี่ยนผ้า
จะเลือกต่อท่อน้�าหรือจะตักน้�าใส่เองก็ได้ ในถงั เอง อายกุ ารใชง้ านของเครอื่ งคอ่ นขา้ ง
สามารถซักผ้าได้เร็ว เพราะตั้งเวลาซักได้ สน้ั กวา่ แบบถงั เดย่ี ว
ตามทตี่ อ้ งการ และถา้ พอแลว้ กส็ ามารถปด ได้
ทันที นอกจากนี้ตัวถังจะปันเร็วท�าให้ผ้า
กลบั ไปมาทว่ั ถงึ กวา่ สะดวกตอ่ การแยกซกั ผา้
เชน่ ผา้ ทไี่ มต่ อ้ งการปนั แหง้ พอซกั เสรจ็ กย็ ก
เอามาบดิ เอง และมรี าคาถกู กวา่ เครอื่ งซกั ผา้
แบบถังเดี่ยว เครื่องซักผ้าแบบถังคู่เหมาะ
ส�าหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ท่ีต้องซักผ้า
ในปรมิ าณมาก ๆ และตอ้ งการความรวดเรว็
ในการซัก ปัจจุบันเคร่ืองซักผ้าแบบถังคู่
ได้พัฒนามาจนสามารถเลือกซักผ้า
แตล่ ะประเภทใหเ้ หมาะสมตามเนอ้ื ผา้ แลว้
16 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
๓. เครื่องอบผ้า มีลักษณะเหมือนถังซักหรือถังปันหมาด เครื่องจะหมุนปันผ้าไป
เรอื่ ยๆ พรอ้ มกบั ปลอ่ ยความรอ้ นออกมาเพอื่ ทา� ใหผ้ า้ แหง้ ใชใ้ นกรณที ไี่ มม่ ที ต่ี ากผา้ หรอื เครอ่ื ง
ซักผา้ ท่ีใชไ้ มม่ ีระบบอบผา้ ในตัว
เครอ่ื งอบผาแบบตาง ๆ
ขั้นตอนและวธิ กี ารซกั เสือ้ ผา้
๑ นา� สง่ิ ของออกจากกระเป๋าให้หมด
๒ ถา้ พบวา่ เสอ้ื ผา้ ชา� รดุ ควรซอ่ มแซม
ใหเ้ รยี บรอ้ ยก่อนน�าไปซกั
๓ แยกผ้าสีและผ้าขาวออกเปน็ พวก ๆ
แลว้ จึงน�าไปซกั รวมไปถึงชุดช้ันใน
และถงุ เท้าท่ตี อ้ งแยกซักดว้ ย
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การทา� งานตามกระบวนการท�างาน 17
การซกั เสอื้ ผา้ ดว้ ยมอื
ในปจั จบุ นั การซกั เสอื้ ผา้ ดว้ ยมอื กย็ งั เปน็ ทน่ี ยิ ม เพราะสะอาด
มากกว่าการซักด้วยเคร่ืองซักผ้าและท�าให้เสื้อผ้ามีอายุการใช้งานท่ี
ยาวนานกว่าดว้ ย ผา้ บางชนิดมีความอ่อนน่มุ บอบบาง ไมส่ ามารถ
ซกั ดว้ ยเครอ่ื งซกั ผา้ ได้ จงึ ตอ้ งซกั ดว้ ยมอื เชน่ เสอื้ ผา้ เดก็ เลก็ หรอื เดก็
ทารก เสื้อผ้า ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดหน้า ถุงน่อง ถุงเท้า รวมท้ัง
ผ้าไหม ผา้ ขนสตั ว์ การซกั เสื้อผ้าด้วยมอื มีขน้ั ตอนดงั นี้
๑ ซักด้วยนา�้ เปล่าก่อน ๑ คร้งั
๒ ใส่ผงซักฟอกลงในอ่างหรือกะละมังประมาณ ๑ ช้อนโตะ แล้วจึงใส่น้�า
ประมาณ ๒ ลติ รตอ่ เสอื้ ๑ ตวั
๓ ผสมผงซักฟอกใหล้ ะลายและกระจายไปทั่ว แล้วนา� เส้ือลงแชท่ งิ้ ไว้ประมาณ
๑๕ นาที ระหว่างรอซักผ้าควรเตรียมอปุ กรณส์ า� หรับตากผา้ ไวใ้ ห้เรยี บร้อย
จะชว่ ยใหง้ านซกั ผา้ และตากผา้ เสรจ็ เร็วข้นึ
๔ เร่ิมซักด้วยการขย้ีหรือใช้แปรงแปรงท่ีคอเส้ือ แขนเส้ือ กระเป๋า และซัก
ทง้ั ตวั ใหส้ ะอาด แลว้ บบี นา�้ เอาผงซกั ฟอกออก แตไ่ มค่ วรบดิ เพราะจะทา� ใหผ้ า้
ขาดเรว็ ขน้ึ
๕ ซกั ในน�า้ สะอาด ๒-๓ ครง้ั จนหมดคราบผงซักฟอก
๖ น�าผ้าทซ่ี ักข้นึ บบี น�า้ ออกให้มากทส่ี ดุ
๗ กลบั ตะเขบ็ เสอ้ื ผา้ แลว้ จบั คอเสอื้ หรอื ขอบกระโปรง หรอื ขอบกางเกงขน้ึ สะบดั
๒-๓ ครั้ง เพื่อท�าใหเ้ นื้อผา้ ตงึ ไม่ย่น และเป็นการไลน่ �้าอีกครง้ั
๘ ใส่ไม้แขวนเสื้อแล้วน�าไปตากท่ีราวตากผ้า ถ้าเป็นเสื้อสีให้แขวนไว้ใน
ทรี่ ม่ และมีลมพัดผา่ น
๙ ใช้ไม้หนีบผ้าหนีบเส้ือผ้าท่ีอาจปลิวหรือหลุดจากไม้แขวนเสื้อหรือ
ราวตากผ้า เชน่ ผา้ เชด็ หนา้ ผ้าเชด็ ตวั กางเกงใน ถุงเท้า
18 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
การซกั เสือ้ ผา้ ด้วยเคร่ืองซกั ผ้า
เคร่ืองซักผ้าเป็นเทคโนโลยีที่ใช้เป็นเคร่ืองทุ่นแรง
ในงานซักผ้า แต่มีข้อจ�ากัดในการใช้คือต้องมีไฟฟาจึงจะใช้ได้
การซักเสอ้ื ผา้ ด้วยเคร่อื งซกั ผ้า มขี ้ันตอนดังน้ี
๑ แยกผ้าขาวกับผ้าสีออกจากกัน และควรแยกชนิดของเนื้อผ้าด้วย
เช่น ผ้าฝาย ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าขนสัตว์ ผ้าไหม ส�าหรับผ้าไหมและ
ผา้ ขนสัตว์ ต้องซักดว้ ยเครื่องซกั ผา้ ทมี่ โี ปรแกรมการซกั ผา้ ออ่ นนุ่ม
๒ รดู ซปิ ตดิ กระดุม กลัดตะขอเส้ือผ้าท่ีจะซักให้เรยี บร้อย
๓ เสื้อผ้าท่ีจะซักควรใส่ในเครื่องปนกันระหว่างผ้าช้ินใหญ่กับผ้าช้ินเล็กหรือ
คละกัน จะช่วยให้ซกั ได้สะอาดข้ึน
๔ เลอื กโปรแกรมและเวลาซกั ใหเ้ หมาะสมตามชนดิ ของเนอ้ื ผา้ ใสผ่ งซกั ฟอกหรอื
นา�้ ยาซกั ผา้ และนา�้ ยาปรบั ผา้ นมุ่ ลงในเครอ่ื งตามปรมิ าณทร่ี ะบไุ วข้ า้ งถงุ หรอื ขา้ ง
ขวดผลติ ภณั ฑซ์ กั ผา้ นน้ั ๆ เสรจ็ แลว้ จงึ กดปมุ่ ทา� งาน
๕ หากผ้าสกปรกมากให้ใช้โปรแกรมแช่ผ้าก่อนซักจะท�าให้ซักสะอาดขึ้น
อีกท้ังประหยัดเวลา พลังงาน น้�า และน�้ายาซักผ้า ไม่ควรใส่เสื้อผ้าลงใน
เคร่อื งซักผา้ มากจนเกินไป เพราะจะทา� ให้ซกั ไม่สะอาดเท่าท่ีควรและเคร่อื ง
ต้องท�างานหนักมากข้นึ
๖ เมื่อโปรแกรมการซักล้างสิ้นสุด หากเป็นเครื่องซักผ้าอัตโนมัติก็จะปัน
อบแหง้ เสรจ็ เรยี บรอ้ ย สามารถนา� ไปตากไดท้ นั ที สว่ นวธิ กี ารตากใหป้ ฏบิ ตั ิ
แบบเดียวกบั การซักผ้าดว้ ยมอื
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ การทา� งานตามกระบวนการท�างาน 19
๔. ข้อแนะนำาในการซักเสื้อผ้า การซักเส้ือผ้าด้วยเครื่องซักผ้าครั้งหน่ึงจะใช้น้�า
ประมาณ ๑๐๐-๑๕๐ ลิตร แต่ถ้าน�าผ้าในปรมิ าณทเ่ี ทา่ กนั ไปซกั ดว้ ยมอื โดยไมเ่ ปด นา�้ ทง้ิ ไว้
ขณะซกั ผา้ จะใชน้ า�้ เพยี ง ๕๐ ลติ ร นา�้ สดุ ทา้ ยของการซักผ้าทั้งที่ซักด้วยมือและซักด้วยเครื่อง
สามารถน�าไปใชถ้ บู า้ น หรือรดนา�้ ต้นไมใ้ หญไ่ ด้
สา� หรบั เครอื่ งอบผา้ นน้ั เหมาะสา� หรบั ผทู้ ไี่ มม่ สี ถานทต่ี ากผา้ เชน่ อาศยั อยใู่ นอาคารชดุ
หรอื คอนโดมเิ นยี ม หรอื ใชใ้ นชว่ งฤดฝู น รวมไปถงึ ผทู้ ต่ี อ้ งซกั เสอื้ ผา้ ในเวลากลางคืน เน่ืองจาก
ไม่มีเวลาซักในตอนกลางวัน การอบผ้าจะช่วยให้ผ้าไม่เหม็นอับ ในปัจจุบันเคร่ืองซักผ้า
บางร่นุ จะมีระบบอบแห้งอยใู่ นตัว
ถงุ เทา้ เสอื้ ชน้ั ใน กางเกงชน้ั ใน เสอื้ ผา้ ทท่ี อปนเสน้ ใยไนลอน ถา้ จะใหผ้ า้ นมุ่ นา่ ใช้
ตลอดเวลา ควรซกั ดว้ ยนา�้ ยาซกั ผา้ ทผี่ ลติ ขนึ้ มาโดยเฉพาะ จะดกี วา่ ซกั ดว้ ยผงซกั ฟอกธรรมดา
และเมือ่ ซกั แลว้ ควรตากในทร่ี ่ม อยา่ ใหโ้ ดนแดดร้อนจัด
๑.๓ งานรีดและพบั เสื้อผา้
การแต่งกายด้วยเส้ือผ้าท่ีสะอาดเรียบร้อยจากวิธีการซักรีดท่ีถูกต้องและเหมาะสม
จะช่วยให้มีบุคลิกภาพท่ดี ีและยังช่วยถนอมเส้อื ผ้าให้คงทนถาวร สีไม่ซีดจาง การรีดเส้อื ผ้า
ใหป้ ระหยดั พลงั งานตอ้ งรดี คราวเดยี วใหห้ มด ไมร่ ดี เสอ้ื ผา้ ทลี ะตวั หรอื ทลี ะชดุ เพราะการถอด
ปลั๊ก เสยี บปลก๊ั เตารีดเขา้ -ออกบอ่ ย ๆ จะส้ินเปลอื งพลังงานไฟฟา มาก
การรดี เส้อื ผา้ ก่อนรดี นา� เสอื้ ผ้ามาพรมน�้าให้ทว่ั พอชนื้
เสรจ็ แล้วม้วนไว้ในกะละมัง คลมุ ผา้ ไวส้ กั
๓๐ นาที เพอ่ื ใหค้ วามชน้ื ซมึ ไปทว่ั แตถ่ า้ ใช้
เตารดี ไอนา�้ ไมจ่ า� เปน็ ตอ้ งพรมนา�้
เตรียมท่ีรองรีดให้พร้อม ซ่ึงมีทั้งแบบน่ังรีด
และแบบยนื รีด
เตรียมเตารีด ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับ
เสอ้ื ผ้าท่จี ะรดี
20 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.๕
การรดี เส้อื
รีดสว่ นทเ่ี ป็นปกเส้อื สาบเสือ้
รดี ดา้ นหลงั ดา้ นหนา้ และตอ้ งระวงั อยา่ ใหผ้ า้ ยน่
รดี ตัวเสอ้ื ด้านหนา้ และด้านหลัง
รีดแขนท้ังสองข้าง จะต้องการให้มีกลีบหรือไม่มีก็ได้
ขึ้นอยู่กับความชอบและรูปแบบของเส้ือที่รีด แต่ท่ีนิยม
คือแขนเสือ้ สตรีจะไมร่ ีดมกี ลีบ
ใส่ไม้แขวนเสื้อ
การรดี กางเกง
เรม่ิ จากรีดขอบเอวดา้ นในและด้านนอก
ดึงตัวกระเป๋าข้างในกางเกงท้ังกระเป๋าข้างและกระเป๋า
หลังออกมารดี
ให้สวมบริเวณสะโพกกางเกงเข้ากับที่รองรีดแล้วรีด
สะโพกและด้านหน้าทอ้ ง
รีดขากางเกง โดยรีดขาด้านในข้างใดข้างหนึ่งก่อน
แล้วรีดขาด้านนอกที่วางทับลง เสร็จแล้วพลิกกลับ
รีดแบบเดยี วกนั
ใสไ่ ม้แขวนแบบมีทีห่ นีบ
การรดี กระโปรง หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ การท�างานตามกระบวนการท�างาน 21
เรม่ิ รดี จากขอบเอวดา้ นในและดา้ นนอก
สวมดา้ นชายกระโปรงเขา้ กบั ทร่ี องรดี
รีดด้านหน้าให้เรียบ แล้วพลิกกลับไปรีดด้านหลัง
จนเรียบทั้งตัว ถ้าเป็นกระโปรงนักเรียนต้องจับกลีบ
ให้ตรงกบั รอยเดิมแลว้ รดี ใหเ้ รียบทงั้ ตวั
ใส่ไม้แขวนแบบมที หี่ นีบ
เส้ือผ้าท่ีรีดด้วยวิธีพรมน�้า เมื่อรีดเสร็จใหม่ๆ อย่าน�าเข้าตู้เก็บทันทีเพราะอาจมี
ความชน้ื เหลอื อยู่ จงึ ควรทง้ิ ไวน้ อกตปู้ ระมาณ ๑ ชว่ั โมง เพอ่ื ใหห้ มดความชน้ื แลว้ จงึ เกบ็ เขา้ ตู้
ใหเ้ รยี บรอ้ ย
เสือ้ ผา้ ทไ่ี ม่ต้องรีด คือ เสือ้ ผา้ ทีซ่ กั และตากแห้งแล้วสามารถพับหรอื แขวนไม้แขวน
เกบ็ เขา้ ตไู้ ด้ทนั ที ไดแ้ ก่
๑. เสอ้ื ผ้าประเภทผา้ ยืด ผา้ อัดพลีท ผ้าใยสังเคราะห์แท้
๒. ชดุ ช้นั ใน ไดแ้ ก่ เสอื้ ชนั้ ใน กางเกงชั้นใน กระโปรงช้ันใน
๓. ผ้าเชด็ ตัว ถงุ เท้า
๔. เสื้อกันหนาวชนิดผ้ารม่ ไหมพรม และหนัง
ลักษณะของเสือ้ ผา ที่ไมตอ งรีด
22 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.๕
การพบั ผ้าและจัดเกบ็ เส้ือผ้า
ขัน้ ตอนสดุ ทา้ ยของการทา� งานซักเสอื้ ผ้า คือ การพบั และการจดั เก็บเสอื้ ผา้ เข้าตูเ้ สอ้ื ผ้า
เพื่อปอ งกนั ฝนุ่ ละออง แมลงสาบ และหนู
๑. การพับผ้า เป็นการดูแลรักษาเสื้อผ้าในตู้ให้เป็นระเบียบ สามารถหยิบมา
ใช้งานได้สะดวก ดงั นนั้ ผ้าที่พบั แล้วจะตอ้ งแยกออกเปน็ ประเภท เช่น ชุดนอน ชุดอยกู่ ับบ้าน
ชดุ ไปเทย่ี ว ชดุ ช้ันใน ผ้าเชด็ หน้า และถงุ เทา้ การพับผา้ มขี ้ันตอนดังนี้
๑ เก็บผา้ ท่ีตากแหง้ แล้วแยกกองทีต่ ้องรดี และ
ไม่ต้องรีดออกจากกนั
๒ ผ้าทีไ่ ม่ตอ้ งรดี ใหค้ ล่ีผา้ ออกเอามอื รดี ใหเ้ รียบ
พบั สว่ นทเี่ ลก็ เขา้ มาหาสว่ นทใ่ี หญ่ ถา้ เปน็ ผา้ ถงุ และ
กางเกงควรพับ ๔ ตอน
๓ ผ้าท่ีต้องรีด เช่น ผ้าเช็ดหน้า เมื่อรีดแล้วต้องพับ
เป็น ๔ ตอน
๔ ผา้ ทพ่ี ับแลว้ จะต้องแยกไวเ้ ป็นพวก ๆ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการทา� งาน 23
๒. การทาำ ความสะอาดตใู้ สเ่ สอื้ ผา้ กอ่ นนา� เสอ้ื ผา้ เขา้ เกบ็ ในตเู้ สอ้ื ผา้ ควรปฏบิ ตั ดิ งั นี้
๑ ปดั ฝุ่นละอองตามซอก มุม ช้ัน หรอื ตู้
ด้วยไมก้ วาดขนไก่ใหส้ ะอาด
๒ ใชผ้ า้ ชบุ นา�้ สะอาดบดิ ใหแ้ หง้
แลว้ เชด็ ตามชน้ั ตา่ ง ๆ ใหส้ ะอาด
๓ เม่อื ช้นั หรือต้แู ห้งดีแล้ว ควรใช้กระดาษหรือ
ผา้ ปใู หเ้ รยี บรอ้ ยกอ่ นนา� เสอ้ื ผา้ เขา้ ไปจดั เกบ็
๓. การจัดเกบ็ เสื้อผ้าและเครือ่ งแตง่ กาย มขี นั้ ตอนดงั นี้
๑ เกบ็ เสอ้ื ผา้ ที่พับหรอื ทใ่ี สไ่ ม้แขวนเสื้อเข้าตเู้ สอื้ ผา้
โดยแยกเก็บไวเ้ ปน็ พวก ๆ เพ่ือสะดวกต่อการหยิบใช้
๒ วางผา้ ทหี่ ยิบใชบ้ อ่ ย ๆ เป็นต้งั และวางไวใ้ กล้มือ
เพื่อความสะดวก
๓ ของใชป้ ระเภทผา้ ควรแยกเกบ็ ใหเ้ ปน็ ท่ี เชน่ ถุงเทา้
ควรใสล่ นิ้ ชักหรือตะกร้า โดยวางไว้ใกล้รองเท้า
ผา้ เชด็ หน้าควรเก็บในล้ินชกั แยกจากถุงเทา้ และชุดชน้ั ใน
๔ รองเทา้ กระเปา๋ ถา้ ไม่เก็บใสต่ ู้เส้อื ผ้า ควรเก็บไว้
ในถงุ พลาสติกหรอื กล่องที่มีชอ่ งระบายอากาศได้
๕ ใชส้ ารปองกนั แมลงสาบ หรือกระดาษหอม
หรือถงุ หอมสมนุ ไพรใส่ในตู้เส้อื ผ้า เพื่อให้เสอ้ื ผ้ามีกล่นิ หอม
และปองกนั แมลงสาบท�าลายเสอื้ ผา้
๖ เสื้อผ้าท่ีจา� เปน็ ตอ้ งรดี เมื่อรีดเสรจ็ แล้วควรทิ้งไว้นอกตู้
เพอ่ื ใหค้ ลายความรอ้ นจากการรีดกอ่ น แลว้ จึงเก็บเขา้ ตู้
๗ ควรจัดเกบ็ เสื้อผ้าแยกเป็นประเภท เพอื่ สะดวกในการหยิบใช้
และปอ งกันการสญู หายหรอื หาสง่ิ ที่ตอ้ งการใชไ้ มเ่ จอ
24 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
เส้ือผา ควรแยกเกบ็ เปนประเภทเพื่อความสะดวกในการหยบิ ใช
การจดั ตเู้ สอ้ื ผา้ ทกุ ครง้ั ตอ้ งสา� รวจดวู า่ เสอื้ ผา้ เครอ่ื งแตง่ กายชนิ้ ใดทไ่ี มใ่ ชห้ รอื เลกิ ใชแ้ ล้ว
ควรนา� ออกมาแจกจา่ ยใหส้ มาชิกในบา้ น หรือน�าไปบรจิ าคผู้อน่ื หรอื น�ามาท�าเปน็ ผา้ เชด็ มอื
ผา้ เชด็ เทา้ เสอื้ ผา้ ทนี่ านๆ ใชใ้ หน้ า� ออกมาปดั ฝนุ่ และผง่ึ แดดกอ่ นใช้ รวมทั้งปัดฝุ่นตามกล่อง
ท่ีบรรจุเคร่ืองประดับอ่ืนๆ เช็ดผนงั ตู้ ชั้นวางของ ราวแขวนผ้า โดยใช้ผ้าชุบน�้าบิดพอหมาด
เชด็ ใหส้ ะอาด ควรจัดตเู้ สอื้ ผ้าอย่างนอ้ ยปล ะ ๒ ครง้ั
ตเู สอ้ื ผาที่จัดเปนระเบียบเรียบรอย มองดูสะอาดตา
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑ การท�างานตามกระบวนการทา� งาน 25
กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรูที่ ๑
กจิ กรรมท ี่ ๑ จงตอบค�ำ ถ�มตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง
๑. ส่วนใดของเส้อื ผ้าท่ฉี ีกขาดหรอื ชา� รุดงา่ ยท่สี ุด
๒. เพราะเหตุใดชายกระโปรงหรือชายกางเกงจึงหลดุ ได้งา่ ย
๓. เมอ่ื กระดมุ เสอื้ หลุด นกั เรียนจะแกป้ ัญหาอย่างไร
๔. อุปกรณช์ นิดใดที่ใชต้ ดิ ขอบเอวกระโปรงและกางเกง
๕. การซ่อมแซมเสอ้ื ผ้าไดเ้ องมีประโยชน์อยา่ งไร
๖. การใส่เสอื้ ผา้ ซ�า้ โดยไม่ซักจะเกิดปัญหาอย่างไร
๗. นักเรยี นคดิ ว่าการซักผ้าดว้ ยมือดกี วา่ การใช้เครือ่ งซกั ผา้ อย่างไร
๘. เพราะเหตุใดตอ้ งตดิ กระดมุ ตดิ ตะขอเส้ือผ้าก่อนน�าไปซักในเครือ่ งซักผา้
๙. การสะบัดผา้ ที่ซกั แลว้ ๒-๓ คร้ังกอ่ นตากมปี ระโยชน์อยา่ งไร
๑๐. เสือ้ ผา้ เครื่องน่งุ หม่ ชนดิ ใดควรซักเป็นส่ิงสดุ ท้าย
๑๑. เพราะเหตใุ ดจงึ ไม่ควรรีดเส้ือผ้าทีละชดุ
๑๒. การพรมนา้� เส้อื ผ้ากอ่ นรดี มีประโยชน์อย่างไร
กจิ กรรมท่ ี ๒ ให้นักเรียนเขียนบรรย�ยถึงกระบวนก�รทำ�ง�นต�มข้ันตอน
ก�รซอ่ มแซม ซกั ต�ก เก็บ รดี พับเสือ้ ผ้�ด้วยตนเอง พรอ้ มบอกประโยชน
ที่ไดจ้ �กก�รท�ำ ง�น
26 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
กจิ กรรมปฏิบัติ
ชื่อกิจกรรม “ซอ่ มแซมได้ ลดรายจา่ ย ลดโลกร้อน”
ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
๑. นกั เรียนทุกคนนำ�เสื้อผ้าท่ีมสี ภาพชำ�รดุ หรือฉีกขาด กระดุมหลุด ตะขอหลดุ มา
จากบา้ นคนละ ๑-๒ ชิน้
๒. พจิ ารณาเสือ้ ผา้ ที่ชำ�รุดเพือ่ วางแผนการซ่อมแซมตามกระบวนการทำ�งาน
๓. ดำ�เนินการซ่อมแซม โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ ดังน้ี ด้าย
เข็มเย็บมือ กระดุมขนาดต่างๆ ตะขอและห่วง เข็มหมุด กรรไกร เศษผ้า
ทเ่ี ลาะผา้
๔. นักเรียนประเมินผลงานการซ่อมแซมเส้ือผ้าของตนเอง ครูและเพื่อน
ร่ ว ม กั น ป ร ะ เ มิ น แ ล ะ คั ด เ ลื อ ก ผ ล ง า น ที่ ส ว ย ง า ม แ ล ะ ถู ก ต้ อ ง จั ด แ ส ด ง
พร้อมเขยี นข้ันตอนการทำ�งานประกอบผลงาน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ การท�ำงานตามกระบวนการท�ำงาน 27
กจิ กรรมบรู ณาการ
ชอ่ื กจิ กรรม “หารายได้จากผักอนามยั ไร้สารพิษ”
ข้ันตอนการท�ำ งาน
๑. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ ๗-๑๐ คน
๒. แต่ละกลุ่มวางแผนเพาะเมล็ดพันธ์ุผักเพ่ือเก็บเก่ียวต้นอ่อน เดือนละ ๑ คร้ัง
เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้งจีน ต้นอ่อนถั่วลันเตา (โต้วเหมี่ยว)
ต้นออ่ นถ่วั เขียว (ถ่ัวงอก) ตน้ ออ่ นถัว่ ลสิ ง และตน้ ออ่ นถัว่ เหลอื ง
๓. นักเรียนทุกกลุ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ผักที่จะนำ�มาเพาะต้นอ่อน
ในเร่ืองต่อไปนี้
๓.๑ ลกั ษณะการงอกและการเจรญิ เตบิ โต
๓.๒ วธิ ีการเพาะและการดแู ลรักษา
๓.๓ การเกบ็ เกย่ี วผลผลิตและการจำ�หน่าย
๓.๔ การนำ�ไปบรโิ ภค
๔. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ท่ีจำ�เป็นต้องใช้ในการเพาะเมล็ดและการดูแลรักษา
สถานท่ีเพาะอาจเปน็ ท่โี รงเรยี นหรือท่บี ้านของนักเรียน
๕. ออกแบบฉลากติดถุงจำ�หน่ายตน้ อ่อนของผักเพอ่ื โฆษณาและประชาสัมพนั ธ์
๖. คำ�นวณต้นทนุ เพอื่ กำ�หนดราคาขาย และทำ�บัญชีรายรับ-รายจ่าย
๗. ดำ�เนินการผลติ และจัดจำ�หนา่ ย แล้วประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
28 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ป.๕
สรุป
K nowledge
ทักษะ ทักษะกระบวนการท�างาน มี ๔ ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์การท�างาน
กระบวนการทำางาน การวางแผนในการทา� งาน การลงมอื ทา� งาน และการประเมินการทา� งาน
การซอ่ มแซม • การซ่อมแซมเสื้อผ้าเพ่ือประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น ชายกระโปรงหลุด
ซกั ตาก เก็บ รีด พบั ตะเข็บปริ กระเปา๋ เส้ือฉีกขาด
เส้ือผ้า • อปุ กรณ์ที่ใช้ในงานซักและตากเสอ้ื ผา้ เช่น ผงซกั ฟอก กะละมงั
• การเลือกซ้ือและการใช้เคร่ืองซักผ้า เครื่องอบผ้า ต้องเลือกชนิด
ประหยดั ไฟเบอร์ ๕
• การซกั เสื้อผ้าต้องเริม่ จากการคัดแยกเสอื้ ผา้ กอ่ นน�าไปซักทุกครัง้
• การรีดและพับผ้าเพื่อให้เส้ือเรียบน่าสวมใส่ ส่วนจัดเก็บเสื้อผ้าต้อง
แบ่งออกเปน็ ประเภท เชน่ ชุดช้ันใน เส้ือผ้าใสเ่ ลน่ เส้ือผ้านกั เรียน
P rocess
• ฝกึ ทักษะการซอ่ มแซมเส้อื ผ้าท่ชี า� รดุ หรือฉกี ขาด
A ttribute
• ทา� งานทีไ่ ด้รับมอบหมายดว้ ยความรบั ผดิ ชอบและตรงเวลา
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การทำ� งานตามกระบวนการทำ� งาน 29
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
จงตอบค�ำ ถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง
๑. การซอ่ มแซมเส้อื ผ้ามีกระบวนการทำ�งานอยา่ งไรบา้ ง
๒. ชายกระโปรง ชายกางเกงหลุดตอ้ งซอ่ มแซมโดยวธิ ใี ด
๓. อปุ กรณ์การซกั ผ้าดว้ ยมือมอี ะไรบา้ ง
๔. นำ้ �ลา้ งผ้าครั้งสุดท้ายนำ�ไปใช้ประโยชน์อย่างไรไดบ้ ้าง
๕. การแช่ผา้ รวมกนั โดยไมไ่ ดค้ ดั แยกจะเกดิ ปัญหาใดตามมา
๖. ทำ�ไมตอ้ งรีดเสอื้ ผา้
๗. การพับ เกบ็ เสื้อผา้ ใหเ้ รยี บร้อยมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
ตัวอยา่ งองค์ประกอบในแผนจัดการเรียนรู้
ใบงาน
ใบกิจกรรม
เฉลยใบกจิ กรรม
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
แบบทดสอบหลังเรยี น
เฉลยแบบทดสอบ
การงานอาชพี และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปที ่ี ๕ 31
ใบงานท่ี ๑
เรือ่ ง การซ่อมแซมเสอ้ื ผ้านกั เรยี น
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ซ่อมแซมกระดุม ตะขอ กระโปรง กางเกง และเส้อื นกั เรยี นไดด้ ว้ ยตนเอง
วัสดุอุปกรณ์
๑. เศษผ้า (หรือเสื้อผ้านักเรียนท่ีกระดุมและตะขอหลุดจริง คนละ ๒ ช้ิน โดยให้
นักเรยี นนำ� มาจากบา้ น)
๒. ตะขอและห่วงคนละ ๑ คู่
๓. กระดุมเส้ือนกั เรียนสขี าว คนละ ๑ เม็ด
๔ เข็มเยบ็ ผา้ เขม็ หมุด
๕. ด้ายเยบ็ ผ้าสขี าวหรอื ด้ายสีเดียวกับเสือ้ ผ้าช�ำรดุ
๖. กรรไกร
๗. ท่ีเลาะผ้า
ระยะเวลาทใี่ ช้ ๑-๒ ช่วั โมง
ขัน้ ตอนการทำ� งาน
๑. เตรยี มวัสดอุ ปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการทำ� งานใหพ้ รอ้ ม
๒. ทบทวนข้ันตอนการซอ่ มแซมกระดมุ และตะขอจากหนงั สือเรยี นอีกครั้งหน่งึ
๓. ปฏิบัติการติดกระดุมและตะขอลงบนเศษผ้าหรือเสื้อผ้าที่นักเรียนน�ำมาซ่อมแซม
ตามลำ� ดับข้นั ตอนทีเ่ รียนมาให้เรียบรอ้ ยและสวยงาม
๔. ทำ� งานดว้ ยความระมดั ระวงั อยา่ ใหเ้ ข็มต�ำมอื
๕. นกั เรยี นทกุ คนนำ� ผลงานมานำ� เสนอหนา้ ชน้ั เรยี น ครแู ละเพอ่ื น ๆ ประเมนิ ผลงาน
รว่ มกัน
32 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
ใบงานท่ี ๒
เรอื่ ง การรีดเส้ือผ้า
จุดประสงค์การเรยี นรู้
รดี เส้อื ผา้ นักเรียนหรือเส้อื ผา้ อื่นๆ ได้ด้วยตนเอง
วสั ดุอุปกรณ์
๑. เสือ้ ผา้ นักเรยี น คนละ ๑ ชนิ้
๒. ทร่ี องรดี
๓. เตารีด
๔. ขวดฉีดนำ�้
๕. น้ำ� ยารดี ผา้ เรยี บ (ถา้ มี)
ระยะเวลาทีใ่ ช้ ๒ ชว่ั โมง/หอ้ งเรียน
ขน้ั ตอนการทำ� งาน
๑. ฟังค�ำช้ีแจงของครูเร่ืองการใช้เตารีดและการเข้าคิวรีดผ้า คนที่รอรีดผ้าให้อ่าน
หนังสอื หรอื ทำ� แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณท์ ่ตี อ้ งใชใ้ ห้พร้อม
๓. พรมนำ�้ เสอ้ื ผา้ แล้วมว้ นไว้
๔. ชมการสาธิตวิธีการรีดเสื้อ กระโปรง กางเกง จากครหู รอื วิดีโอ
๕. ทบทวนขัน้ ตอนการรดี เส้อื ผ้าจากหนังสอื เรยี นอีกครง้ั หนง่ึ
๖. ปฏบิ ตั งิ านรดี เสื้อผ้าทพี่ รมนำ้� ไว้
๗. ทกุ คนนำ� ผลงานมานำ� เสนอหน้าช้นั เรยี น ครแู ละเพ่อื น ๆ ประเมนิ ผลงานร่วมกนั
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 33
ใบกิจกรรมท่ี ๑
ค�ำชี้แจง จงเรียงล�ำดับขั้นตอนการซ่อมแซมเสื้อผ้าต่อไปน้ีให้ถูกต้อง โดยใส่
หมายเลขในชอ่ ง
๑. การซอ่ มชายกระโปรงหรอื ชายกางเกงหลุด
สอยซ่อนด้ายโดยสอยย้อนกลับไป ๑ ฝีเข็ม และสอยในระยะเท่าเดิมจนถึงฝีเข็ม
สุดทา้ ยท่ชี ายผา้ หลดุ สอยไปอกี ๑ ฝีเข็ม แล้วท�ำปมด้าย
ดึงดา้ ยเนาออกแลว้ รดี ให้เรียบอีกคร้ังหน่งึ
ใช้เขม็ หมุดกลัดชายกระโปรงและชายกางเกงทีห่ ลุด
ใชด้ ้ายเนาใหต้ ิดกนั แล้วดงึ เข็มหมดุ ออก หลังจากนน้ั รดี ตามรอยเดมิ ให้เรียบ
๒. การซอ่ มกระโปรงหรือกางเกงตะเข็บปริ
เย็บตะเข็บตามรอยเดิมด้วยวิธีด้นถอยหลังจนตะเข็บติดกันตลอดรอยปริท่ีแยก
แลว้ ดึงด้ายเนาออก
คลตี่ ะเขบ็ ทปี่ รอิ อกใหเ้ หน็ เสน้ ดา้ ยทเ่ี ยบ็ ใชก้ รรไกรตดั ดา้ ยทหี่ ลดุ แลว้ ออกใหห้ มด
ใชด้ ้ายเนาตะเข็บทป่ี ริ เสร็จแลว้ ดึงเขม็ หมุดออก
34 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ ๕
ใชเ้ ขม็ หมดุ กลดั ตะเขบ็ ท่ปี ริให้ตดิ กันตามรอยเดมิ
๓. การซ่อมเส้ือผ้าทก่ี ระดมุ หลุด (กระดมุ มีรหู รอื กระดมุ ธรรมดา)
แทงเขม็ ลงในรูกระดมุ ทีป่ ักเข็มหมดุ ไว้ พร้อมกบั ดึงเข็มหมดุ ออก ดงึ เข็มใหส้ ดุ ด้าย
แทงเข็มขนึ้ ลงแบบน้ี ๓-๔ คร้ัง เพ่อื ใหก้ ระดมุ ติดแนน่
สอดด้ายและทำ� ปมใตเ้ นื้อผ้ากอ่ นทจ่ี ะตัดด้ายออก
แทงเขม็ ที่รอ้ ยด้ายและทำ� ปมปลายดา้ ยไว้เรยี บรอ้ ยแล้วข้นึ มาจากใตผ้ า้ ผ่านรขู อง
กระดุมท่ีไม่ได้ปกั เขม็ หมดุ
วางกระดมุ ลงทตี่ ำ� แหนง่ เดมิ แลว้ แทงเขม็ หมดุ ลงในรกู ระดมุ รใู ดรหู นงึ่ เพอ่ื ยดึ กระดมุ
ไวก้ ับผา้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ประถมศึกษาปที ่ี ๕ 35
ใบกิจกรรมที่ ๒
คำ� ชแ้ี จง จงตอบคำ� ถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกตอ้ ง
๑. เพราะเหตใุ ดเมอ่ื พบเสอื้ ผ้าปริจงึ ต้องรบี ซ่อมแซมทันที
…………………………………………………………………………………………
๒. ข้ันตอนแรกของการซ่อมกระเป๋าเสอ้ื ผ้าฉกี ขาดทำ� อย่างไร
…………………………………………………………………………………………
๓. อปุ กรณส์ ำ� คัญท่ีใชใ้ นงานซักและตากเส้ือผา้ มอี ะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………
๔. จงบอกขอ้ ดแี ละข้อเสียของเคร่อื งซกั ผ้าแบบถังเดีย่ ว
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
๕ ครอบครวั ขนาดใหญ่ตอ้ งซักเสื้อผา้ ปรมิ าณมาก ควรเลือกใชเ้ ครอ่ื งซักผา้ แบบใด
…………………………………………………………………………………………
๖. การซักผา้ ด้วยมอื หรือซกั ด้วยเคร่ือง สิ่งท่คี วรปฏิบตั ิก่อนน�ำเสื้อผ้าไปซกั คอื อะไร
…………………………………………………………………………………………
36 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ ๕
เฉลยใบกจิ กรรมท่ี ๑
คำ� ชแี้ จง จงเรยี งลำ� ดบั ขนั้ ตอนการซอ่ มแซมเสอ้ื ผา้ ตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง โดยใสห่ มายเลข
ในช่อง
๑. การซอ่ มชายกระโปรงหรือชายกางเกงหลุด
๓ สอยซ่อนด้ายโดยสอยย้อนกลับไป ๑ ฝีเข็ม และสอยในระยะเท่าเดิมจนถึงฝีเข็ม
สุดทา้ ยทช่ี ายผา้ หลุด สอยไปอกี ๑ ฝีเข็ม แล้วท�ำปมดา้ ย
๔ ดึงด้ายเนาออกแลว้ รีดใหเ้ รียบอกี ครั้งหน่ึง
๑ ใช้เขม็ หมุดกลัดชายกระโปรงและชายกางเกงท่หี ลุด
๒ ใช้ด้ายเนาใหต้ ิดกันแล้วดึงเขม็ หมดุ ออก หลงั จากนั้นรดี ตามรอยเดมิ ใหเ้ รียบ
๒. การซ่อมกระโปรงหรือกางเกงตะเข็บปริ
๔ เย็บตะเข็บตามรอยเดิมด้วยวิธีด้นถอยหลังจนตะเข็บติดกันตลอดรอยปริท่ีแยก
แลว้ ดงึ ดา้ ยเนาออก
๑ คลีต่ ะเขบ็ ที่ปรอิ อกใหเ้ ห็นเส้นด้ายทเ่ี ย็บ ใชก้ รรไกรตัดด้ายทห่ี ลดุ แลว้ ออกใหห้ มด
๓ ใชด้ ้ายเนาตะเขบ็ ทป่ี ริ เสร็จแลว้ ดงึ เขม็ หมุดออก
การงานอาชพี และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ ๕ 37
๒ ใช้เข็มหมุดกลัดตะเข็บท่ีปรใิ หต้ ดิ กันตามรอยเดิม
๓. การซอ่ มเสื้อผ้าทีก่ ระดุมหลุด (กระดมุ มีรหู รอื กระดมุ ธรรมดา)
๓ แทงเข็มลงในรกู ระดมุ ท่ปี กั เขม็ หมุดไว้ พร้อมกับดงึ เขม็ หมุดออก ดงึ เขม็ ใหส้ ดุ ด้าย
แทงเข็มข้ึนลงแบบน้ี ๓-๔ ครงั้ เพื่อใหก้ ระดมุ ตดิ แน่น
๔ สอดดา้ ยและท�ำปมใตเ้ นือ้ ผ้าก่อนท่ีจะตดั ดา้ ยออก
๒ แทงเข็มท่รี ้อยด้ายและทำ� ปมปลายดา้ ยไว้เรียบร้อยแล้วขนึ้ มาจากใต้ผา้ ผา่ นรูของ
กระดุมทไ่ี ม่ได้ปักเขม็ หมดุ
๑ วางกระดมุ ลงทตี่ ำ� แหนง่ เดมิ แลว้ แทงเขม็ หมดุ ลงในรกู ระดมุ รใู ดรหู นง่ึ เพอ่ื ยดึ กระดมุ
ไว้กับผ้า
38 การงานอาชีพและเทคโนโลยี ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
เฉลยใบกจิ กรรมท่ี ๒
ค�ำช้แี จง จงตอบค�ำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ต้อง
๑. เพราะเหตใุ ดเม่อื พบเส้อื ผ้าปริจึงต้องรีบซอ่ มแซมทันที
เพื่อไม่ใหเ้ ส้ือผ้าฉีกขาดมากขน้ึ กวา่ เดิม
๒. ขัน้ ตอนแรกของการซ่อมกระเป๋าเส้ือผา้ ฉกี ขาดทำ� อยา่ งไร
จบั กระเปา๋ เสื้อที่ฉกี ขาดใหอ้ ยู่ในต�ำแหน่งเดมิ รีดใหเ้ รยี บแลว้ เอาเขม็ หมดุ กลัดไว ้
๓. อุปกรณส์ ำ� คญั ท่ีใชใ้ นงานซักและตากเสื้อผ้ามอี ะไรบา้ ง
แปรงซกั ผา้ ตะกร้า กะละมัง เครือ่ งซักผ้า เครอ่ื งอบผ้า ไม้แขวนเสอ้ื ราวตากผ้า
ไมห้ นบี ผ้า
๔. จงบอกข้อดแี ละข้อเสยี ของเครอื่ งซักผา้ แบบถังเดี่ยว
ขอ้ ดี - สะดวกในการใช้ เนอื่ งจากเปน็ ระบบอตั โนมตั ิ ผใู้ ชไ้ มต่ อ้ งยงุ่ ยากในการเปลย่ี น
ถา่ ยนำ�้ เองเหมอื นถงั คู่ นอกจากนบ้ี างรนุ่ จะมรี ะบบควบคมุ อณุ หภมู นิ ำ�้ ใหเ้ หมาะสมกบั
การซัก ท�ำใหเ้ ส้อื ผ้าสะอาดมากยง่ิ ข้ึน
ขอ้ เสยี - มรี าคาแพง เพราะเปน็ ระบบอัตโนมตั ิ และซักไดช้ า้ กว่าเครื่องซกั ผา้ แบบ
ถงั คู่ โดยเฉลีย่ แล้วอยู่ท่ปี ระมาณ ๑ ช่วั โมงต่อการซกั หน่งึ คร้ัง สิ้นเปลืองนำ�้ และกระแส
ไฟฟ้ามากกว่า นอกจากนี้การติดต้ังยังยุ่งยากมากกว่า เพราะต้องเดินท่อน�้ำจากก๊อก
เข้าเครือ่ งโดยตรง หากนำ้� ไมไ่ หลกไ็ ม่สามารถใช้เครื่องซักผ้าแบบนีไ้ ด้
๕ ครอบครวั ขนาดใหญต่ ้องซักเสอื้ ผ้าปริมาณมาก ควรเลอื กใชเ้ ครอ่ื งซักผ้าแบบใด
เครอื่ งซักผ้าแบบถังคู่
๖. การซักผ้าดว้ ยมอื หรอื ซักด้วยเครอื่ ง สิ่งทค่ี วรปฏบิ ตั กิ อ่ นน�ำเส้อื ผา้ ไปซักคอื อะไร
นำ� ส่งิ ของออกจากกระเปา๋ ใหห้ มด
การงานอาชพี และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปที ี่ ๕ 39
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
จงเลอื กค�ำตอบท่ีถูกท่ีสุดเพยี งข้อเดียว
๑. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชน์ของการซ่อมแซมเสอ้ื ผา้ เคร่ืองแตง่ กายด้วยตนเอง
๑. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
๒. สรา้ งเสริมนสิ ยั การประหยดั
๓. ช่วยลดรายจา่ ยของครอบครวั
๔. สรา้ งสัมพันธภาพที่ดภี ายในครอบครวั
๒. ขน้ั ตอนแรกของการซอ่ มแซมชายกางเกงหลุดคอื ข้อใด
๑. ดงึ ด้ายท่ีเนาออกแลว้ รดี ให้เรียบ
๒. สอยซอ่ นด้ายตามรอยเดมิ จนเสร็จ
๓. ใช้เขม็ หมดุ กลดั ชายกางเกงทห่ี ลดุ แล้วใช้ดา้ ยเนาให้ติดกัน
๔. ใช้ดา้ ยเนาตามรอยเดิม รีดให้เรียบแลว้ ดงึ ดา้ ยเนาออก
๓. เขม็ หมดุ ใชท้ �ำอะไร
๑. ใชส้ ำ� หรับสอยซ่อนดา้ ย
๒. ใช้ส�ำหรบั เยบ็ เนาเสอื้ ผ้า
๓. ใชเ้ ยบ็ ตะเข็บโดยวิธดี ้นถอยหลงั
๔. ใชส้ ำ� หรบั กลดั เสอื้ ผา้ ใหอ้ ยู่ในตำ� แหน่งท่ีต้องการ
พิจารณาขนั้ ตอนการซอ่ มแซมเสอื้ ผา้ ท่ีกระดมุ เสอื้ ผา้ หลุดหาย (กระดมุ มีรู) แลว้ ตอบ
คำ� ถามขอ้ ๔-๕
๑. แทงเขม็ ลงไปในรกู ระดมุ ทป่ี กั เขม็ หมดุ ไว้ พรอ้ มกบั ดงึ เขม็ หมดุ ออก ดงึ เขม็ ใหส้ ดุ ดา้ ย
แทงเข็มขนึ้ ลงแบบน้ี ๓-๔ ครง้ั เพ่ือใหก้ ระดมุ ติดแน่น
๒. แทงเข็มท่ีร้อยด้ายและท�ำปมปลายด้ายไว้เรียบร้อยแล้วข้ึนมาจากใต้ผ้า ผ่านรูของ
กระดมุ ทไี่ มไ่ ดป้ กั เข็มหมุด
๓. สอดด้ายและทำ� ปมใตเ้ นอื้ ผา้ ก่อนที่จะตัดด้ายออก
๔. วางกระดุมลงที่ต�ำแหน่งเดิม แล้วแทงเข็มหมุดลงไปในรูกระดุมรูใดรูหน่ึงเพ่ือยึด
กระดมุ ไวก้ ับผ้า
40 การงานอาชพี และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ ๕
๔. ขน้ั ตอนแรกของการซอ่ มแซมกระดุมหลดุ คอื ข้อใด
๑. ขอ้ ๑ ๒. ข้อ ๒
๓. ข้อ ๓ ๔. ข้อ ๔
๕. ลำ� ดบั ขัน้ ตอนของการซ่อมแซมเสอ้ื ผา้ ท่ีกระดมุ หลุดคือข้อใด
๑. ๑ → ๒ → ๓ → ๔
๒. ๓ → ๔ → ๒ → ๑
๓. ๔ → ๒ → ๑ → ๓
๔. ๒ → ๓ → ๔ → ๑
พจิ ารณาขนั้ ตอนการซอ่ มแซมตะขอและหว่ งตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคำ� ถามข้อ ๖
๑. แทงเขม็ ขน้ึ ดงึ เข็มให้สุดด้ายและซอ่ นปมของด้ายไวใ้ ต้ตะขอ
๒. เลาะเส้นดา้ ยเดมิ ท่ีติดอยู่กบั เนอ้ื ผา้ ออกให้หมด
๓. แทงเขม็ ลงและขึน้ ด้วยวธิ กี ารถกั รงั ดมุ ประมาณ ๔-๕ ครัง้ จนครบท้งั ๓ รู
๔. ท�ำปมสอดด้ายไวใ้ ตเ้ นือ้ ผา้ แล้วตัดดา้ ยออก
๖. ขั้นตอนแรกของการซอ่ มแซมตะขอและห่วงคือขอ้ ใด
๑. ขอ้ ๑ ๒. ขอ้ ๒
๓. ขอ้ ๓ ๔. ข้อ ๔
๗. ขน้ั ตอนก่อนซักผา้ ขอ้ ใดปฏิบตั ไิ ด้ถูกตอ้ งทส่ี ดุ
๑. แชเ่ สื้อผ้าทงั้ หมดในนำ้� ยาปรบั ผ้านุ่มก่อนน�ำไปซกั
๒. นำ� สิ่งของตา่ งๆ ออกจากกระเป๋าเส้ือหรอื กางเกงให้หมด
๓. แยกเสอ้ื ผ้าทช่ี ำ� รุดออกมาต่างหากเพอื่ ซกั กอ่ นเสอื้ ผ้าชนดิ อ่ืนๆ
๔. น�ำเสอ้ื ผา้ ทง้ั หมดทจี่ ะซกั ผึ่งแดดให้แหง้ กอ่ นซกั ประมาณ ๖ ช่วั โมง
๘. ส่งิ ส�ำคัญในการซกั เสือ้ ผ้าให้สะอาดมีอะไรบ้าง
๑. สารทำ� ความสะอาด แรงขยี้ เวลา และอณุ หภมู ขิ องน�ำ้
๒. แรงขย้ี เวลา อณุ หภมู ขิ องอากาศ และอณุ หภูมิของน�ำ้
๓. เวลา แสงสวา่ ง อณุ หภูมิของน้ำ� และสารท�ำความสะอาด
๔. อณุ หภูมิของนำ้� สารท�ำความสะอาด ความเรว็ ในการซกั และแรงขย้ี
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 41
๙. ถา้ เสอื้ ผ้าสีท่จี ะซกั มคี ราบสกปรกมากควรท�ำอยา่ งไร
๑. ป้ายสารที่ขจดั รอยเป้อื นกอ่ นซัก
๒. แช่ในสารฟอกขาวก่อนซกั
๓. แชใ่ นน้ำ� ยาปรบั ผา้ นุ่มกอ่ นซัก
๔. เพิม่ ปริมาณผงซักฟอกในขณะซกั
๑๐. อุปกรณ์ในงานซกั และตากเสือ้ ผ้า ข้อใดไมถ่ ูกต้อง
๑. ตะกร้า ๒. กะละมงั
๓. ไม้แขวนเส้อื ๔. แปรงสฟี นั
๑๑. ขอ้ ดีของเครอื่ งซกั ผ้าแบบถังเด่ยี วคือข้อใด
๑. มีราคาถกู
๒. ส้นิ เปลอื งน�ำ้ และกระแสไฟฟ้ามาก
๓. สะดวกในการใชเ้ พราะเปน็ ระบบอัตโนมัติ
๔. ซักผา้ ไดส้ ะอาดมากกวา่ เครื่องซักผา้ แบบอื่นๆ
๑๒. เครื่องซกั ผ้าแบบถงั คู่เหมาะส�ำหรับใชก้ ับครอบครวั ท่มี ีลักษณะอยา่ งไร
๑. ครอบครัวท่ีไมค่ อ่ ยมเี วลาว่างในการซกั ผา้
๒. ครอบครัวที่ประกอบอาชีพรบั จ้างซักเสอื้ ผ้า
๓. ครอบครัวขนาดเลก็ มีเสือ้ ผา้ ท่ีตอ้ งซกั ไมม่ ากนกั
๔. ครอบครวั ขนาดใหญ่ทต่ี อ้ งซักผ้าในปริมาณมาก
๑๓. เสอ้ื ผ้าชนดิ ใดควรซักดว้ ยมอื
๑. กางเกง ๒. เสือ้ เชต้ิ
๓. กระโปรง ๔. ผ้าเชด็ หน้า
๑๔. ขน้ั ตอนแรกของการซกั ผ้าด้วยมือคอื ขอ้ ใด
๑. ซักดว้ ยน้�ำเปล่า
๒. ซักดว้ ยน้�ำผสมผงซักฟอก
๓. แชใ่ นน้�ำยาปรับผ้านุ่ม
๔. แช่ในสารฟอกขาว
๑๕. การซกั เสอ้ื ผา้ ดว้ ยมือ ข้อใดปฏบิ ตั ไิ มเ่ หมาะสม
๑. หลังจากซักเสื้อผา้ แล้วไม่ตอ้ งบิดน้ำ� ผสมผงซักฟอกออก
๒. น�ำเส้อื ผา้ ลงแชใ่ นนำ�้ ผสมผงซกั ฟอกประมาณ ๑๕ นาทกี อ่ นซัก
๓. ใชแ้ ปรงแปรงคอเสอ้ื แขนเสื้อ กระเปา๋ และซักท้ังตัวใหส้ ะอาด
๔. กลับตะเข็บเส้ือผา้ จบั คอเสอื้ สะบัดเพอื่ ท�ำให้เนอื้ ผา้ ตงึ และเปน็ การไล่น้�ำ