The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียนศิลปะ ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หนังสือเรียนศิลปะ ป.5

หนังสือเรียนศิลปะ ป.5

˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×é¹°Ò¹
¡Å‹ÁØ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙÈÅÔ »Ð

ªÑé¹»ÃжÁÈÖ¡ÉÒ»‚·Õè õ

µÒÁËÅ¡Ñ ÊµÙ Ã᡹¡ÅÒ§¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ¢¹éÑ ¾×¹é °Ò¹ ¾·Ø ¸ÈÑ¡ÃÒª òõõñ

¼àÙŒ ÃÂÕ ºàÃÂÕ § ñðð.-

¨ÃÕ ¾Ñ¹¸ ÊÁ»ÃÐʧ¤

หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน

ศิลปะ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕

กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ผู้เรียบเรยี ง

จีรพันธ์ สมประสงค์

ผตู้ รวจ

ผศ.รสริน สทุ องหล่อ
จิรวัฒน์ โคตรสมบตั ิ
ผศ. ดร.ชัยฤทธ์ิ ศลิ าเดช

บรรณาธกิ าร

ผศ. ดร.ผดงุ พรมมลู

หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน

ศิลปะ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕

ขอ้ มูลทางบรรณานกุ รมของส�ำนกั หอสมดุ แห่งชาติ
จรี พันธ์ สมประสงค์.
หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ศิลปะ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5.--
กรงุ เทพฯ : แมค็ เอ็ดดเู คชั่น, 2558.
240 หน้า.
1. ศลิ ปะ--การศกึ ษาและการสอน (ประถมศึกษา). I. ชื่อเรอื่ ง.
372.5
ISBN 978-616-274-573-7

สงวนลขิ สิทธิ์ : มีนาคม ๒๕๕๘
สงวนลิขสทิ ธต์ิ ามกฎหมาย ห้ามลอกเลียน ไมว่ ่าจะเปน็
ส่วนหนง่ึ สว่ นใดของหนงั สือเล่มนี้ นอกจากจะไดร้ บั อนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

จดั พมิ พแ์ ละจำ�หนา่ ยโดย

ส่งธนาณัตสิ ่ังจา่ ย ไปรษณีย์ลาดพรา้ ว
ในนาม บริษทั แมค็ เอ็ดดเู คชน่ั จ�ำ กดั
เลขท่ี ๙/๙๙ อาคารแม็ค ซอยลาดพรา้ ว ๓๘ ถนนลาดพร้าว
แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรงุ เทพฯ ๑๐๙๐๐
☎ ๐-๒๙๓๘-๒๐๒๒-๗ โทรสาร ๐-๒๙๓๘-๒๐๒๘

www.MACeducation.com

พมิ พ์ท่ี : บริษัท วี.พรน้ิ ท์ (๑๙๙๑) จ�ำ กดั

คำ� นำ�

หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
เป็นหนังสือเรียนท่ีได้ผ่านการปรับปรุงพัฒนาด้วยวิสัยทัศน์ของผู้เรียบเรียง โดยมุ่งให้หนังสือศิลปะน้ี
ทันยุคสมัยและทันเหตุการณ์ในการด�ำเนินการปรับปรุงเปล่ียนแปลงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ผลจากการปรับหลักสูตรแกนกลางใหม่ไปเป็นมาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้
คร้ังน้ีทางบริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จ�ำกัด จึงได้ให้มีการด�ำเนินการปรับปรุงหนังสือเรียนของกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ศิลปะใหมท่ งั้ หมด (ตลอดแนว ๑๒ ป)ี ให้ตรงและสอดรบั กับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละสาระ
การเรยี นรทู้ กี่ ำ� หนดใหม่ ไดแ้ ก่ การทบทวนปรบั ปรงุ หนว่ ยการเรยี นรใู้ หมก่ ารปรบั สาระการเรยี นรปู้ ระจำ�
หนว่ ยใหมใ่ หต้ รงกบั สาระการเรยี นรชู้ นั้ ปที ก่ี ำ� หนด การเพม่ิ เตมิ เนอื้ หาสาระทข่ี าดและตรวจสอบเนน้ ผล
ใหส้ ะทอ้ นถงึ มาตรฐานการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานของกลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะใหต้ รงประเดน็ และใหเ้ หน็ ถงึ
ความแตกต่างในเนือ้ หาสาระระหว่างชว่ งช้นั และชน้ั ปี ไม่ใหม้ กี ารเรยี นซ้�ำซอ้ นกนั และดถู ึงความยาก
งา่ ยใหเ้ หมาะสมกบั วยั และระดบั ชนั้ ของผเู้ รยี นทงั้ นโี้ ดยยดึ ถอื ตามมาตรฐานชนั้ ปที กี่ ำ� หนดไวท้ กุ ประการ

จรี พันธ์ สมประสงค์

หนงั สอื เรยี น ศิลปะ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ ตรงตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั น้ี

สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ ทัศนศลิ ป์ ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิด
สร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอด
สาระท่ี ๒ ดนตรี ความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำ� วนั
สาระที่ ๓ นาฏศิลป์ ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และ
วัฒนธรรม เห็นคุณค่างานทัศนศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ภมู ิปัญญาไทยและสากล
ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์
วพิ ากษว์ จิ ารณค์ ณุ คา่ ดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ตอ่ ดนตรอี ยา่ ง
อิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวนั
ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และ
วฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่ ของดนตรที เ่ี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญา
ท้องถนิ่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์
วพิ ากษ์ วจิ ารณค์ ณุ คา่ นาฏศลิ ป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ อยา่ งอสิ ระ
ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำ� วนั
ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์ และ
วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล

คำ� ชี้แจง

หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕
บรษิ ัท แมค็ เอ็ดดเู คชนั่ จ�ำกดั ได้จัดทำ� และพัฒนาขึ้นใหม่ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยในการจัดท�ำและพัฒนาหนังสือเรียนแม็คครั้งนี้ นอกจากจัดเนื้อหาให้ตรง
กับสาระแกนกลางและตัวชี้วัดชั้นปีที่กระทรวงศึกษาธิการก�ำหนดแล้ว บริษัท แม็คเอ็ดดูเคช่ัน จ�ำกัด
ได้ดำ� เนนิ การศึกษาวจิ ัยมาดำ� เนนิ การพัฒนาหนังสอื เรียนเล่มน้ี ดงั นี้
๑. จัดท�ำสาระการเรียนรู้ให้ตรงตามตัวชี้วัดช้ันปีและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้
ของหลักสตู รทุกมาตรฐานทีห่ ลกั สตู รแกนกลางกำ� หนดใหเ้ รียนในแต่ละปี
๒. จัดให้มีกิจกรรมเพ่ือฝึกกระบวนการเรียนรู้ท่ีมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จนบรรลุ
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดช้ันปีของหลักสูตร ซึ่งสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแผน
การจัดการเรียนรู้ท่ีบริษัทได้จัดทำ�ขึ้นตามแนวทางการวางแผนแบบมองย้อนกลับ (Backward Design)
โดยสอดแทรกไว้ในกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจและ/หรือกิจกรรมแนะนำ� ท้ังน้ีผู้สอนควรชี้แจง
และใหค้ ำ�แนะนำ� เพมิ่ เตมิ เพ่อื ให้ผเู้ รียนทกุ คนปฏบิ ตั ไิ ด้จริง
๓. เพื่อสนองนโยบายในการพัฒนาประเทศ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและนโยบาย
ใหม้ กี ารขบั เคลอื่ นปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสสู่ ถานศกึ ษาทกุ ระดบั ไดม้ กี ารเพม่ิ เตมิ เนอ้ื หาและกจิ กรรม
การเรียนรู้ในรูปแบบภาระงานที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและน�ำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ไปประยุกต์ใช้ โดยแทรกไว้ในกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจบางหน่วยท่ีมีเนื้อหาสอดคล้อง โดยใช้
ตราสัญลักษณ์โครงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

กำ� กับไว้ เพือ่ เปน็ จุดสงั เกตสำ� หรบั ครผู ู้สอนจะไดแ้ นะน�ำผเู้ รยี น และครคู วรเพมิ่ เติมรายละเอียด
เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ผู้เรียนตามความเหมาะสม ทั้งน้ีควรเน้นการเชื่อมโยงไปสู่
การปฏิบตั ิจรงิ ในชีวิตประจำ� วัน
บริษัท แม็คเอ็ดดูเคชั่น จำ�กัด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้สื่อการเรียนรู้
ของบริษัท จึงขอตั้งปณิธานว่า จะสร้างสรรค์ส่ือการเรียนรู้ท่ีมีคุณค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด
ตอ่ วงการศึกษาตลอดไป

บรษิ ทั แม็คเอ็ดดเู คชน่ั จ�ำกัด

สารบัญ หน้า

ทัศนศิลป์ ๑
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การเขียนภาพระบายสี ๒

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๑ ตวั ชว้ี ดั ขอ้ ๑, ๒, ๓, ๕, ๖ และ ศ ๑.๒ ตวั ช้วี ัดข้อ ๑ ๓

๑.๑ จงั หวะ ต�ำแหน่งโดยใช้ทัศนธาตุ (เสน้ แสง เงา น�้ำหนกั ๖
รูปรา่ ง รปู ทรง สี พ้ืนผิว) ๙
- จงั หวะของเสน้ ๑๑
- แสง เงา และน้�ำหนกั ๑๑
- รูปร่างและรูปทรง ๑๕
- สี ๑๙
- วรรณะของส ี ๑๙
๑.๒ การน�ำธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มมาเขียนภาพ ๒๑
๑.๓ การออกแบบ การจดั ภาพ (ต�ำแหนง่ และจังหวะ) ๒๑
- การออกแบบ
- การจดั ภาพ ๒๘
- การออกแบบจัดภาพดว้ ยตำ� แหนง่ และจังหวะ
๒๙
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ทักษะศิลปะ ๒๙
๓๑
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๑ ตวั ชี้วดั ขอ้ ๒, ๓, ๔, ๕, ๖ และ ศ ๑.๒ ตวั ช้วี ัดข้อ ๑ ๓๒
๓๓
๒.๑ เทคนิคการทดลองด้วยส ี ๓๔
- วสั ดุอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการท�ำงานศิลปะ ๓๖
- การใช้สเี ทยี นกบั สีนำ�้ วาดภาพ
- เทคนคิ การขูดส ี
- การเปา่ สสี ร้างสรรค ์
- การโรยสีภาพวาด
- เทคนิคการใชส้ ีน้�ำกับสารสม้ วาดภาพ

๒.๒ เทคนิคกระบวนการในการปั้น หนา้
- วัสดุทใี่ ช้ในการปัน้
- เครื่องมอื ในการป้นั ๓๙
- เทคนิคในการปัน้ ๓๙
๔๐
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ สรา้ งสรรค์งานศิลปะ ๔๑

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๑ ตัวชีว้ ดั ข้อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗ และ ศ ๑.๒ ตวั ชว้ี ัดขอ้ ๑, ๒ ๔๖

๓.๑ การวาดภาพโดยการใชป้ ระสบการณ์และจนิ ตนาการมาจดั ภาพ ๔๘
๓.๒ การวาดภาพศิลปะในทอ้ งถน่ิ ๕๐
- หลักการวาดภาพชมุ ชน ๕๐
- หลักการวาดภาพวฒั นธรรมและประเพณ ี ๕๑
๓.๓ การวาดภาพศลิ ปะของไทย ๕๔
- ลายไทย ๕๔
- จติ รกรรมไทย ๕๖
๓.๔ การป้ันของเลน่ ของใช้จากจินตนาการ ๕๘
๓.๕ การแกะสลกั วสั ดเุ นอ้ื ออ่ น ๖๑
๓.๖ การพิมพ์ภาพ ๖๔
๓.๗ การสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะด้วยวสั ดุตา่ งๆ ๗๖

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔ สุนทรียภาพทางศิลปะ ๘๑

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๑.๑ ตวั ช้วี ัดข้อ ๗ และ ศ ๑.๒ ตวั ชวี้ ดั ขอ้ ๑ ๘๒
๘๔
๔.๑ การรบั รูค้ ณุ คา่ ทางศิลปะ ๘๔
๔.๒ การแสดงผลงานทางศิลปะ ๘๕
- ปา้ ยนเิ ทศ
- การจัดนทิ รรศการ

ดนตร ี หนา้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เสียงและการเคลือ่ นไหวตามจังหวะดนตร ี
๘๘
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๒.๑ ตัวชว้ี ดั ข้อ ๑, ๒, ๓, ๕, ๗ และ ศ ๒.๒ ตวั ชีว้ ัดขอ้ ๑, ๒ ๘๙

๕.๑ เครอ่ื งหมายและสัญลักษณ์ทางดนตร ี ๙๑
- บนั ไดเสยี ง ๕ เสียง ๙๑
๕.๒ ลกั ษณะของเสียงนกั รอ้ งกลมุ่ ตา่ งๆ หรือแนวต่างๆ ๙๔
๕.๓ ลกั ษณะเสยี งของวงดนตรีประเภทตา่ งๆ ๙๖
๕.๔ การเคล่ือนไหวร่างกายประกอบจงั หวะ ๑๐๐
- การเลน่ กุลาตไี ม้ ๑๐๐
- ทา่ การเล่นกุลาตีไม้ ๑๐๑
๕.๕ การเคลือ่ นไหวรา่ งกายประกอบจังหวะในการร�ำ ๑๐๔
- การฟ้อนเลบ็ ๑๐๔
๕.๖ การเคล่ือนไหวร่างกายตามจงั หวะดนตรีสากล ๑๑๓
- การออกเสยี งตามจงั หวะตวั โนต้ ๑๑๓
- การเคล่อื นไหวตามจังหวะประกอบตวั โนต้ ๑๑๔

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๖ เรียนรเู้ พลงดนตร ี ๑๑๘

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๒.๑ ตวั ชี้วัดข้อ ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗ และ ศ ๒.๒ ตวั ช้ีวัดข้อ ๑, ๒ ๑๑๙
๑๑๙
๖.๑ เพลงไทยและการขับร้องเพลงไทยสองชั้น ๑๒๐
- จงั หวะของเพลงไทย ๑๒๑
- ประเภทของเพลงไทย ๑๒๔
- วงดนตรไี ทย ๑๒๙
- หลกั ในการขับร้องเพลงไทย ๑๓๕
- การขับรอ้ งเพลงไทยสองชน้ั ๑๓๕
๖.๒ เพลงไทยสากลและเพลงประสานเสียง ๑๓๙
- หลักการฝกึ ร้องเพลงไทยสากล ๑๔๒
- โน้ตสากล ๑๔๘
- การร้องเพลงประสานเสียง
๖.๓ การสรา้ งสรรคป์ ระโยคเพลงถาม-ตอบ

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๗ เคร่อื งดนตรีและอารมณ์ของเพลง หน้า

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๒.๑ ตัวชวี้ ัดข้อ ๑, ๒, ๕ และ ศ ๒.๒ ตัวช้วี ัดขอ้ ๑, ๒ ๑๕๑

๗.๑ เครอื่ งดนตรีไทยและเครอื่ งดนตรสี ากลที่ควรรจู้ ัก ๑๕๒
๗.๒ การส่ืออารมณ์ของบทเพลงด้วยองคป์ ระกอบของดนตร ี ๑๕๙
๗.๓ ดนตรกี บั งานประเพณีไทย ๑๖๒

นาฏศลิ ป ์ ๑๖๖
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๘ เรยี นร้นู าฏศลิ ป์ ๑๖๗

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๓.๑ ตัวชี้วดั ขอ้ ๑, ๒, ๓, ๕ และ ศ ๓.๒ ตวั ชวี้ ัดข้อ ๑, ๒ ๑๖๙
๑๗๐
๘.๑ องค์ประกอบนาฏศลิ ป์และภาษาท่า ๑๗๒
- ภาษาท่า ๑๗๘
๘.๒ นาฏยศพั ท์ ๑๙๓
๘.๓ ภาษาท่าร�ำประกอบเพลงเพอื่ นไทย (เพลงปลกุ ใจ) ๒๐๑
๘.๔ ภาษาทา่ รำ� ประกอบเพลงนกขมิ้น ๒๐๑
๘.๕ การแสดงพื้นเมืองของไทย ๒๐๑
- การแสดงพน้ื เมืองของภาคกลาง ๒๐๓
- การแสดงพืน้ เมืองของภาคเหนือ ๒๐๓
- การแสดงพน้ื เมืองของภาคใต ้ ๒๐๔
- การแสดงพนื้ เมอื งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
๘.๖ ภาษาทา่ สากลประกอบการแสดง ๒๐๙

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๙ ทักษะการประดิษฐ์ทา่ รำ� ประกอบเพลง ๒๑๐
๒๑๔
ตรงตามมาตรฐาน ศ ๓.๑ ตัวชีว้ ัดข้อ ๑, ๓, ๕, ๖ และ ศ ๓.๒ ตวั ชวี้ ัดขอ้ ๒ ๒๑๔
๒๑๗
๙.๑ ร�ำวงมาตรฐาน
๙.๒ ร�ำกระทบไม ้
- ประวัติและความเป็นมาของการรำ� กระทบไม ้
๙.๓ รำ� จนี ร�ำพดั

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๑๐ ความงามของนาฏศิลป ์ หน้า

ตรงตามมาตรฐาน ศ ๓.๑ ตัวช้วี ัดข้อ ๔, ๖ ๒๒๓

๑๐.๑ คณุ คา่ ของนาฏศิลป์ไทย ๒๒๔
๑๐.๒ การละครไทย ๒๒๖
- องค์ประกอบของละครไทย ๒๒๖
- ประเภทของละครไทย ๒๒๖

บรรณานกุ รม ๒๒๙
ดชั นี ๒๓๐

กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ
ทัศนศลิ ป์

ñ การเ¢ียนÀา¾ระºายสี

ก�รรเะขบยี �นยภส�ี พ ๑.๑ จังหวะ ตำ�แหน่งโดยใช้ทัศนธ�ตุ (เส้น แสง เง�
นำ้�หนกั รปู ร่�ง รปู ทรง สี พืน้ ผวิ )
(มฐ. ศ ๑.๑ ตัวช้ีวดั ข้อ ๑, ๓ และ ศ ๑.๒ ตัวชว้ี ดั ขอ้ ๑)

๑.๒ ก�รน�ำ ธรรมช�ติและส่งิ แวดลอ้ มม�เขียนภ�พ
(มฐ. ศ ๑.๑ ตัวช้ีวดั ขอ้ ๑, ๒, ๖ และ ศ ๑.๒ ตวั ชีว้ ดั ข้อ ๑)

๑.๓ ก�รออกแบบ ก�รจัดภ�พ (ต�ำ แหน่งและจงั หวะ)
(มฐ. ศ ๑.๑ ตัวช้วี ดั ข้อ ๑, ๒, ๕, ๖ และ ศ ๑.๒ ตัวชี้วดั ขอ้ ๑)

จดุ ประสงค์ก�รเรยี นร้ปู ระจำ�หนว่ ย
๑. บรรยายเกยี่ วกบั จงั หวะ ตาำ แหนง่ ของสงิ่ ตา่ งๆ ทป่ี รากฏในสง่ิ แวดลอ้ มและงานทศั นศลิ ป ์

(มฐ. ศ ๑.๑ ตัวช้วี ดั ข้อ ๑, ๓ และ ศ ๑.๒ ตัวชวี้ ัดขอ้ ๑)
๒. นาำ ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มลอ้ มรอบๆ ตวั มาสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ภาพวาดไดอ้ ยา่ งสนกุ สนาน

(มฐ. ศ ๑.๑ ตวั ชวี้ ัดขอ้ ๑, ๒, ๖ และ ศ ๑.๒ ตวั ชี้วดั ขอ้ ๑)
๓. บอกความหมายและออกแบบจัดภาพจากความคิดสร้างสรรค์ได้ (มฐ. ศ ๑.๑ ตัวชี้วัด

ขอ้ ๑, ๒, ๕, ๖ และ ศ ๑.๒ ตวั ชวี้ ดั ขอ้ ๑)

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ การเขียนภาพระบายสี 3

๑.๑ จงั หวะ ตำ�แหน่งโดยใชท้ ัศนธาตุ
(เส้น แสง เงา นำ�้ หนัก รูปร่าง
รูปทรง สี พน้ื ผวิ )

จังหวะ เกิดจากการเว้นระยะ ความถ่ี ความห่าง หรือการขีด การลาก การวาง
ที่ซ้ำ�ๆ กัน ให้เกิดระยะขององค์ประกอบของทัศนธาตุ เช่น เส้น แสง เงา รูปร่าง รูปทรง
สี นำ�้ หนัก พืน้ ผวิ ใหเ้ กิดลลี าและการเคล่ือนไหว
ต�ำ แหน่ง ในงานทัศนศลิ ป์เป็นการจัดวางใหน้ า่ ดู น่าสนใจ มีช่องวา่ ง ช่องไฟ ท�ำ ให้
วัตถุทีจ่ ดั วางเด่น

จงั หวะและต�ำ แหน่งของดอกบัว

จงั หวะของเส้น

จังหวะของเส้น หมายถึง จุดหลายจุดที่เรียงชิดติดกัน หรือการลากจากจุดหน่ึง
ไปยงั อกี จุดหน่งึ ไม่มคี วามกว้าง มีแตค่ วามยาว และเคลอ่ื นไหวไปตามความตอ้ งการ เสน้ มี
ด้วยกันหลายชนิด แต่ละชนิดก็ให้ความรู้สึกและความหมายแตกต่างกัน โดยอาจแบ่งชนิด
ของเสน้ ไดด้ งั น้ี

4 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี

๑. จังหวะของเส้นต้ัง เป็นเส้นท่ีลากด่ิงลงมาหรือลากขึ้นไปจากระดับพื้นและ
ท�ำ มมุ ฉากกบั ระดับพ้ืน ให้ความรู้สกึ สงู มั่นคง แขง็ แรง และมรี ะเบยี บ

การจดั วางจังหวะ ตำ�แหนง่ ที่ซำ้�ๆ กนั ของเสน้ ต้ัง มคี วามถ่ี ความหา่ ง
ทำ�ใหเ้ กิดความร้สู ึกท่แี ตกตา่ งกัน

๒. จังหวะของเส้นนอน เป็นเส้นที่ลากขนานกับพื้น ให้ความรู้สึกกว้าง สงบนิ่ง
เหมือนกับการพักผ่อน

การจัดวางจังหวะ ตำ�แหน่งทีซ่ ำ้�ๆ กนั ของเส้นนอน มีความถ่ี ความห่าง
ท�ำ ใหเ้ กิดความรู้สกึ ท่แี ตกตา่ งกัน

๓. จงั หวะของเส้นเฉียงหรือเสน้ ทแยง เป็นเส้นทล่ี ากให้เอนจากแนวดิง่ แตไ่ มเ่ อน
จนขนานกบั พ้ืน ให้ความร้สู กึ ไมอ่ ย่นู งิ่ เคล่อื นไหว และไม่มั่นคง

การจดั วางจงั หวะ ต�ำ แหนง่ ที่ซ�้ำ ๆ กันของเสน้ เฉียงหรือเสน้ ทแยง มลี ลี าการเคล่อื นท่ี
และความรสู้ ึกท่ีแตกตา่ งกัน

๔. จงั หวะของเส้นโคง้ เป็นเสน้ ทถ่ี ูกลากให้โคง้ ไม่ตรง ไม่เปน็ เหลย่ี ม ใหค้ วามร้สู ึก
ออ่ นโยน น่มิ นวล สวยงาม และร่าเริง

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ การเขยี นภาพระบายสี 5

การจัดวางจงั หวะ ต�ำ แหน่งท่ีซำ้�ๆ กนั ของเส้นโค้ง มีลีลาการเคลือ่ นที่
และความรู้สึกเคล่ือนไหว ไม่หยดุ น่งิ

๕. จังหวะของเส้นหยักสลับฟันปลา เป็นเส้นท่ีลากเฉียงข้ึนและลงสลับกันไปมา
เหมอื นฟันปลาหรือฟันเล่ือย ให้ความร้สู ึกเคล่ือนไหว ไม่สงบน่งิ รนุ แรง

การจดั วางจังหวะ ตำ�แหน่งท่ซี �้ำ ๆ กันของเสน้ หยักสลบั ฟนั ปลา แสดงการเคลื่อนไหวไมส่ งบน่งิ

๖. จังหวะของเส้นขดก้นหอย เป็นการลากเส้นเดียวให้เป็นวงกลมหรือวงรี
ให้ความรู้สึกเคลือ่ นไหว ไม่แนน่ อน หมนุ วน สับสน

การจดั วางจงั หวะ ต�ำ แหนง่ ทซี่ �้ำ ๆ กนั ของเส้นขดกน้ หอย แสดงความร้สู ึกเคลอื่ นไหว ไมแ่ น่นอน

ความงามของเส้นเกิดจากการใช้เส้นในจังหวะลีลาท่ีเหมาะสมกับเร่ืองราวที่ถ่ายทอด
ซ่ึงจะใช้เส้นโค้ง เส้นตรง เส้นหยัก ประกอบเข้าด้วยกันก็ได้ นอกจากนี้ ความงามของเส้น
ยงั เกดิ จากความกลมกลนื หรือการใช้เสน้ ในลกั ษณะขัดแย้งกันกไ็ ด้
เราควรฝึกเขียนเส้นต่างๆ จนเกิดความชำ�นาญเพ่ือใช้ในการวาดภาพ ซึ่งต้องเริ่มฝึก
จากการจับดินสอใหถ้ กู ตอ้ งทงั้ สองวธิ ี คือ การจบั แบบเขยี นหนังสือและการจบั แบบร่างเสน้
การนำ�เส้นชนิดต่างๆ มาประกอบเป็นภาพ เป็นการจัดจังหวะ ตำ�แหน่งท่ีซำ้�ๆ กัน
อาจมีความหมายหรือไม่มคี วามหมายก็ได้

6 หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การเขียนภาพระบายสี

รูปเส้นหยกั ท่ีลากข้ึนลงสลบั กนั ไปมา รปู ดอกไม้ทเ่ี กิดจาเส้นโคง้ ดกู ลมกลืน
สรา้ งจงั หวะทซ่ี ำ�้ ๆ กนั ให้ความร้สู กึ เคลอื่ นไหว ต่อเน่ืองและนมุ่ นวลดว้ ยจังหวะ
และลลี าในการจัดวาง

แสง เงา และน้ำ�หนัก

เราจะสังเกตเห็นว่า แสงแดดในตอนเช้า กลางวัน และเย็น จะมีความสว่างต่างกัน
เงาท่ีเกิดจากแสงในแต่ละเวลาก็ต่างกัน ถ้ามีแสงสว่างมากหรืออยู่ใกล้วัตถุ เงาจะเข้ม
ถา้ แสงออ่ นหรืออยู่ไกลวตั ถุ เงาจะออ่ นตามไปดว้ ย
แสงและเงาเป็นตัวกำ�หนดให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ เม่ือแสงไปกระทบกับวัตถุใดๆ
แสงจะทำ�ให้เกิดเงาของวัตถุน้ันๆ มีมิติ ตื้น ลึก เงาจะเกิดตรงกันข้ามกับแสงเสมอ ดังน้ัน
ส่วนของวัตถุท่ีถูกแสงจะสว่าง ส่วนที่ไม่ถูกแสงจะมืด จึงเรียกว่า เงา องค์ประกอบของแสง
และเงา มดี งั นี้
๑. แสง แบง่ เป็น ๒ ประเภท คือ
๑) แสงธรรมชาติ ไดแ้ ก่ แสงอาทติ ย์ แสงจนั ทร์ แสงทเ่ี กดิ จากพืชและสัตวบ์ างชนดิ
๒) แสงทมี่ นษุ ย์ประดิษฐ์ เช่น ไฟฟา้ เทียนไข ไฟฉาย
ในการเขียนภาพที่ดแี สงควรทำ�มุม ๔๕ องศากับพ้นื เพราะจะเกดิ เงาทม่ี ขี นาดเทา่ วตั ถุ
และสวยงาม โดยจะสังเกตเห็นว่าขณะที่แสงส่องวัตถุทึบแสง เงาจะเกิดข้ึนด้านตรงข้าม
แสงสวา่ งด้วย

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี 7

๒. เงา แบ่งเปน็ ๒ ลกั ษณะ คอื
๑) เงาในตวั เอง คอื เงาที่เกิดขน้ึ ภายในตัววตั ถุ
๒) เงาตกทอด คอื เงาของวตั ถุท่ีเกดิ บนพืน้ หรือบนวตั ถุอื่นที่รองรบั
ถ้าเรายืนอยู่กลางแดดจะพบว่า เงาตกทอดจะอยู่แนวเดียวกับเงาในตัวเอง และ
เงาจะอยดู่ ้านตรงกนั ขา้ มกบั ทิศทางของแสงเสมอ

๔๕  เงาใน ๔๕ เงาใน
ตวั เอง ตวั เอง

เงาตกทอด เงาตกทอด

ความงามของภาพแสงและเงา เกิดจากการจัดวางวัตถุให้ได้รับแสงท่ีพอเหมาะ และ
อยหู่ ่างจากแหล่งกำ�เนิดแสงพอสมควร
การเขยี นรปู ทมี่ แี สงและเงาทด่ี ี ตอ้ งแสดงน�้ำ หนกั ของแสงและเงาใหเ้ หมาะสม ไดส้ ดั สว่ น
น�ำ้ หนักของแสงและเงาไดจ้ ากแสงส่องกระทบวตั ถดุ า้ นใดด้านหนง่ึ
ถ้าวัตถุใดมีความหนามากหรือทึบ ภาพก็จะเข้มมีนำ้�หนักมาก ถ้าวัตถุใดมีความบาง
ภาพก็จะจาง ไม่เข้ม แต่ถ้าสามารถทำ�ให้ความเข้มและความจางของเงาได้สัดส่วนเหมาะสม
จะได้ภาพท่ีมคี วามลึก ความนูน เหมอื นของจรงิ

ภาพขาวดำ�ไม่มีแสงเงา ภาพแสงเงา ภาพสีแสงเงา

8 หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การเขยี นภาพระบายสี

๓. นำ้�หนัก (Value) คือ ระดับความเข้มข้นที่แตกต่างกันของค่าของสีหรือ
ความอ่อน-แก่ของแสงและเงาที่ปรากฏบนวัตถุนั้น อาจเป็นผลมาจากแสงสว่างในธรรมชาติ
หรือแสงสว่างท่ีมนุษย์ประดิษฐ์ข้ึนก็ตาม เม่ือใดท่ีแสงตกกระทบลงบนวัตถุจะเกิดเป็น
บริเวณสว่างและบริเวณมืด และจะค่อยๆ กระจายค่านำ้�หนักความอ่อน-แก่ออกไป
อย่างกลมกลืนเป็นบริเวณตามปริมาตรของรูปทรงของวัตถุนั้น เร่ืองของน้ำ�หนักจึงเก่ียวข้อง
กับแสงสว่างโดยตรง
น�้ำ หนักในการสร้างงานศลิ ปะ มี ๒ แบบ ดังน้ี
๑) นำ้�หนักในแบบ ๒ มิติ เป็นนำ้�หนักลวงตาที่แสดงให้เห็นความกว้าง
ความยาว เป็น ๒ มติ แิ ก่รปู ร่าง
๒) น�ำ้ หนักในแบบ ๓ มิติ เป็นน�้ำ หนกั จรงิ ทีแ่ สดงใหเ้ ห็นความกว้าง ความยาว
และความลกึ ให้เหน็ เปน็ ๓ มิติแกร่ ปู รา่ งรูปทรง


ภาพแสดงน�้ำ หนัก ๒ มิต ิ ภาพแสดงนำ�้ หนัก ๓ มิติ

หลักการนำ�น�้ำ หนกั ไปใช้
๑) ให้ความเป็น ๒ มติ ิแกร่ ูปรา่ ง
๒) ให้ความเป็น ๓ มิตแิ กร่ ปู ทรงท่เี กดิ จากแสง-เงา
๓) ทำ�ใหเ้ กิดความตา่ งระหวา่ งรูปร่างกับพ้นื หรอื รปู ทรงกับทีว่ า่ ง
๔) ให้ความเปน็ มิติ ต้ืน ลึก หนา บาง
๕) นำ�สายตาการรับรู้ทางการเห็นของผู้ชมงานให้ไปตามนำ้�หนัก ลำ�ดับความ
ออ่ น แก่ และท�ำ ใหเ้ กิดความรสู้ กึ เคล่ือนไหวในภาพได้

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การเขียนภาพระบายสี 9

ตัวอย่างการวางรูปทรงเปน็ ๓ มิตดิ ้วยนำ�้ หนกั

รูปร่างและรูปทรง

รูปรา่ ง หมายถงึ การขีดเสน้ หรอื การเขยี นเส้นโดยมีลกั ษณะเป็น ๒ มิติ มองเห็นได้
๒ ดา้ น คือ ดา้ นกว้างและด้านยาว รูปร่างแบง่ เป็น ๓ ลกั ษณะ ดงั น้ี
๑. รปู ร่างธรรมชาติ เช่น รูปสตั ว์ ตน้ ไม้ คน
๒. รปู ร่างเรขาคณิต เช่น รูปวงกลม สีเ่ หลี่ยม สามเหลย่ี ม
๓. รูปร่างอิสระ เป็นรูปร่างที่สามารถสร้างสรรค์ในรูปแบบใดก็ได้ตามจินตนาการ
โดยไม่มีขอ้ จำ�กัด

กว้าง ลึก ลึก
ยาว ยาว กหสวรา้งู ือง ยาว

ยาว

รูปร่าง รปู ทรง

10 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ การเขียนภาพระบายสี

รูปทรง หมายถึง ภาพท่ีมลี กั ษณะเปน็ ๓ มติ ิ ซงึ่ แตกตา่ งจากรปู ร่างทมี่ ีเพยี ง ๒ มิติ
รูปทรงแสดงให้เห็นถึงความกว้าง ความยาว และความหนาหรือความลึก ถ้าต้องการ
เขยี นรูปรา่ งใหเ้ ปน็ รปู ทรงทำ�ได้โดยการใสแ่ สง เงาลงไป

รปู รา่ ง รปู ทรง

รปู ร่าง รูปทรง

ความงามของรูปร่าง เกิดจากสัดส่วนของเส้นรอบนอกของรูปร่างท้ังหมด กล่าวคือ
มีความกวา้ งและความยาวพอเหมาะกัน ได้สัดสว่ นทส่ี วยงาม
ความงามของรูปทรง เกิดจากสัดส่วนความกว้าง ความยาว ความหนา ความลึก
ที่พอเหมาะกลมกลืนของรูปทั้งหมด สำ�หรับความงามของรูปทรงจากธรรมชาติ เกิดจาก
แสงเงาและสัดสว่ นทีเ่ หมาะสมของรูปรา่ งและรูปทรง

การจัดองค์ประกอบรูปร่าง รูปทรง มจี ังหวะ ตำ�แหน่ง แสงเงาถูกทศิ ทาง
ผลงานของ ด.ช.รกั ษพล คำ�มามูล

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี 11

ส ี

สี หมายถึง ความเข้มของแสงทป่ี รากฏในสายตา ซ่ึงทำ�ให้เรามองเห็นเป็นสีต่างๆ กัน
สมี ีอิทธิพลตอ่ จิตใจและอารมณ์ของมนุษยเ์ ป็นอยา่ งมาก โดยทัว่ ไปสแี บง่ ออกเป็น ๒ ประเภท
คือ
๑. สีธรรมชาติ เป็นสีทีไ่ ด้จากธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ตา่ งๆ เปลอื กไม้ ขมิ้น ใบเตย
สธี รรมชาติจะมีแม่สอี ยู่ ๓ สี คือ สแี ดง สนี �ำ้ เงนิ และสเี หลอื ง
๒. สีที่มนุษย์สร้างข้ึน เป็นสีที่มนุษย์สังเคราะห์มาจากสารเคมี เช่น สีนำ้� สีเทียน
สีชอล์ก สฝี ุน่ หรอื บางสีกส็ งั เคราะหม์ าเพ่ือใช้เฉพาะสิ่ง เชน่ สีทอง สเี งนิ
สีแตล่ ะสีจะใหค้ วามรูส้ ึกต่ออารมณข์ องมนษุ ยซ์ ่ึงแตกต่างกันไป เชน่
สีแดง ใหค้ วามรู้สกึ ตนื่ เตน้ เร้าใจ กลา้ หาญ
สีนำ้�เงิน ให้ความรูส้ กึ เยอื กเย็น สุขุม หนกั แนน่
สเี หลือง ให้ความรู้สึกสว่าง สดใส
สีขาว ให้ความรู้สึกบรสิ ทุ ธิ์ สะอาด กวา้ ง
สีดำ� ใหค้ วามรสู้ ึกหนกั แน่น น่ากลวั โศกเศรา้
การที่สีแต่ละสีให้ความรู้สึกแตกต่างกัน ทำ�ให้เราสามารถนำ�สีเหล่าน้ีไปใช้ประโยชน์
เปน็ สัญลักษณ์แทนความหมายต่างๆ เชน่ ไฟสัญญาณจราจร

วรรณะของสี


วรรณะของสี คือกลุ่มสีทั้งหมด ๑๒ สีในวงจรสีธรรมชาติ ท่ีให้ความรู้สึกรับรู้

ทางการเหน็ แตกตา่ งกัน แบง่ ได้ ๒ กลุ่ม หรอื ๒ วรรณะ คือ
๑. สวี รรณะอุ่น (Warm Tone Colours) เป็นกลุ่มสีท่ีใหค้ วามรสู้ ึกร้อนแรง กระตุ้น

ให้ประสาทการรับรู้ด้วยตาเกิดความต่ืนตัว ร้อนแรง ตื่นเต้น ประกอบด้วยสีหลักในวงจรสี

ธรรมชาติ ๗ สี คือ สีเหลือง สีสม้ เหลือง สีสม้ สสี ม้ แดง สแี ดง สมี ว่ ง และสีม่วงแดง

12 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี

๒. สวี รรณะเย็น (Cool Tone Colours) เปน็ กลมุ่ สีทใี่ ห้ความรสู้ กึ สงบเยน็ สดชนื่
สบายตาเมื่อสัมผัสด้วยสายตา ประกอบด้วยสีหลักในวงจรสีธรรมชาติ ๗ สี คือ สีม่วง
สีมว่ งน�ำ้ เงนิ สนี ้ำ�เงนิ สเี ขียวน�้ำ เงนิ สีเขยี ว สีเหลอื ง และสีเขยี วเหลือง
ในทางทฤษฎกี �ำ หนดใหส้ เี หลอื งเปน็ สพี เิ ศษ จดั อยใู่ นวรรณะสอี นุ่ และวรรณะสเี ยน็ กไ็ ด้

วรรณะสอี ุ่น

วรรณะสีเยน็
การแบง่ วงล้อสีเปน็ ๒ วรรณะ

กล่มุ สวี รรณะอุ่นและสวี รรณะเยน็ ทีไ่ ม่ปรากฏในวงจรสธี รรมชาติ
ในความเป็นจริงสีวรรณะอุ่นและสีวรรณะเย็นอาจไม่ใช่สีสดใสที่อยู่ในวงจรสีธรรมชาติ
ก็ได้ เพราะสีในธรรมชาติจริงๆ ย่อมมีสีที่อ่อนแก่แตกต่างจากในวงจรสีมากมาย ดังนั้น
ถ้าหากสีใดค่อนไปในทางสีแดงหรือมองดูด้วยตาแล้วให้ความรู้สึกร้อนแรง ก็ให้จัดอยู่ในสี
วรรณะอนุ่ ได้ เช่น สนี ้ำ�ตาลแดง สีเทาอมแดง สีชมพูสด ในทางกลบั กนั หากสใี ดคอ่ นไปในทาง
สนี ำ้�เงนิ หรอื สเี ขยี ว เม่อื มองดูดว้ ยตาให้ความรสู้ ึกทบึ เยน็ ก็จดั สีเหล่านนั้ อย่ใู นสีวรรณะเยน็ ได้
เชน่ สีเทาอมเขยี ว สเี ทาอมน�้ำ เงิน สีเขยี วเขม้ สีฟา้
ในธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มรอบๆ ตวั เราจะพบเห็นสีสันได้มากมาย มีทง้ั สีวรรณะอนุ่ และ
สีวรรณะเย็น ในการวาดภาพแนวเหมือนจริงจึงไม่ควรเลือกใช้เพียงสีวรรณะใดวรรณหนึ่ง
เพราะจะทำ�ให้เกิดความรู้สึกเบ่ือเมื่อได้ชมผลงาน ดังน้ันในการวาดภาพจึงควรให้วรรณะสี

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การเขียนภาพระบายสี 13

ผสมผสานกนั ไปในอัตราที่ดูเหมาะสม ตามมาตรฐานทฤษฎสี ีก�ำ หนดสหี ลัก ไมว่ า่ สวี รรณะอนุ่
หรือสีวรรณะเย็น ประมาณ ๘๐% สีร้อนประมาณ ๒๐% ซึ่งจะทำ�ใหภ้ าพทอี่ อกมาดูสวยงาม
กลมกลืน และดูเป็นธรรมชาติ

การใชส้ ีวรรณะอนุ่ และสีวรรณะเยน็ ผสมผสานกันในภาพ
ผลงานของ ด.ญ.วาสิฏฐี สาธุลี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นนาคสมทุ รสงเคราะห์

จังหวดั อบุ ลราชธานี

14 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การเขียนภาพระบายสี

หนู ทำ� ได้

ให้นักเรยี นปฏิบัติกจิ กรรมตามหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้
๑. ใหน้ ักเรยี นวาดภาพรปู ทรงตา่ งๆ โดยแสดงแสงเงาใหถ้ ูกต้อง
๒. ให้นักเรียนนำ�เส้นต่างๆ มาประกอบกันโดยคำ�นึงถึงการวางจังหวะและตำ�แหน่ง
ในการสร้างสรรคผ์ ลงานทางทัศนศิลป์
๓. ให้นกั เรียนรวบรวมภาพท่ีมีจงั หวะซ�้ำ ๆ กัน และมีตำ�แหน่งที่นา่ สนใจ และอธิบาย
ใตภ้ าพว่าสว่ นใดคอื จังหวะ สว่ นใดคอื ตำ�แหน่ง


ภาพตวั อย่างการแสดงแสงเงา ภาพตวั อยา่ งการวางจงั หวะของเส้น

ภาพทม่ี ีลกั ษณะเร่ืองของจังหวะทซ่ี ำ้� ต�ำ แหนง่ คือ “พระสงฆ”์ จงั หวะซ�ำ้ ๆ
ผลงานของนกั เรียนโรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี 15

๑.๒ การนำ�ธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมมาเขียนภาพ

ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมลว้ นเปน็ สง่ิ ทีม่ คี ุณค่า และมคี วามสมั พนั ธ์กับชวี ิตของมนุษย์
มาโดยตลอด ลักษณะเฉพาะของธรรมชาติส่ิงแวดล้อมเป็นที่มาของงานศิลปะมากมาย
พลังของธรรมชาติส่ิงแวดล้อมเป็นพลังท่ีมนุษย์เราจะรับรู้ได้เองโดยไม่รู้ตัว จนกว่าจะ
ถ่ายทอดออกมาเปน็ งานศิลปะปรากฏใหเ้ ห็นในรูปแบบของภาพเขยี น งานปน้ั งานพมิ พ์

ภาพทีส่ วยงามจากธรรมชาติ ภาพสวนปา่ ทีร่ ่มรืน่ สิง่ แวดลอ้ มที่สวยงาม

ทศั นศลิ ป์จากธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
ภาพสง่ิ แวดลอ้ มทีด่ ี การวางจงั หวะตกแตง่ ให้สวยงาม จัดวางตำ�แหนง่ ใหด้ ดู ี

16 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี

การจดั บรรยากาศ สรา้ งสงิ่ แวดล้อมรอบๆ ตัวให้สวยงามโดยอาศัยการจดั วางต�ำ แหนง่ ใหม้ ีจังหวะ
ในสง่ิ แวดล้อม ดูมคี ุณคา่ ในความงามทางทัศนศิลป์



ภาพธรรมชาติ แสดงถึงลีลา จังหวะ และตำ�แหน่ง การจัดองค์ประกอบทศั นศิลป์อย่างเหมาะสม
ทเี่ หมาะสม ผลงานของ ด.ญ. รัตติกาญจน์ พรมทอง ผลงานของ ด.ญ. ชมภู่ จันทร์งาม
โรงเรยี นพนู สิน โรงเรยี นพนู สิน

ภาพธรรมชาตทิ อ่ี ดุ มสมบูรณ์ด้วยสตั วป์ า่ นานาชนดิ ต�ำ แหน่ง การจัดวางจุดสนใจ
ส่วนประกอบ มีจงั หวะ ช่องว่าง มคี วามงามทางทศั นศิลป์
ผลงานของ ด.ญ.ลลติ สา วงศวัฒน์ โรงเรียนพูนสิน

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การเขียนภาพระบายสี 17

หนู ท�ำ ได้

๑. ให้นักเรียนวาดภาพสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวนักเรียน โดยคำ�นึงถึงการวางตำ�แหน่ง
จังหวะ ให้มีความงามทางทัศนศิลป์ แล้วอภิปรายแสดงความคิดเห็นภาพท่ีวาด ระบุปัญหา
ในการทำ�งาน ภาพสอ่ื ความหมายว่าอยา่ งไร และเสนอแนะแนวทางในการปรบั ปรุงผลงาน


ผลงานของ ด.ญ.ลลิตสา วงศวัฒน ์ ผลงานของ ด.ญ.ณพชรมนต์ กิ้มถ้อง
โรงเรียนพูนสนิ โรงเรียนพูนสนิ

๒. ให้นักเรียนสังเกตต้นไม้ ดอกไม้ ใบไม้ในธรรมชาติว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
แลว้ น�ำ มาอภปิ รายหนา้ ชัน้ เรียน
๓. ให้นักเรียนสังเกตดูรูปร่างของใบไม้ท่ีนักเรียนพบ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร แล้ว
ทดลองลากเสน้ ตามทตี่ าเห็น

ตัวอย่างการลากเส้นตามแบบธรรมชาติ

18 หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี

๔. ให้นักเรียนนำ�ดอกไม้หรือใบไม้ท่ีมีสีสันถูลงบนกระดาษสีขาว หรือนำ�ไประบาย
ภาพวาด แลว้ สังเกตความแตกตา่ งของสีที่ได้จากดอกไมแ้ ละใบไม้

ขนั้ ตอนการปฏิบตั ิในกจิ กรรม

เลอื กดอกไม ้ กดถลู งบนกระดาษ จะไดส้ ีจากธรรมชาตทิ ีส่ วยงาม

๕. ความงามตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ควรเก็บรักษาไว้ ให้นักเรียนเสนอ
แนวทางในการใชส้ ง่ิ แวดลอ้ มในธรรมชาตอิ ย่างสมดุลและพอเพียง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๑ การเขยี นภาพระบายสี 19

๑.๓ การออกแบบ การจดั ภาพ
(ต�ำ แหนง่ และจังหวะ)

การออกแบบ

การออกแบบ หมายถึง การที่มนุษย์รู้จักใช้ความคิดริเริ่มสร้างส่ิงใหม่ๆ หรือแก้ไข
ส่ิงที่มีอยู่ให้ดีข้ึน โดยนำ�มาจัดประกอบกันได้พอเหมาะ การออกแบบในงานศิลปะเป็น
การน�ำ เอาเส้น รูปทรง สี มาจัดวางใหเ้ กิดรูปแบบทแี่ ปลกใหม่และสวยงาม


การออกแบบโดยนำ�รปู ร่าง รูปทรงต่างๆ
การออกแบบโดยน�ำ เสน้ ต่างๆ มาจัดวาง มาจดั วางให้ถกู จังหวะ ต�ำ แหน่ง มองดูนา่ สนใจ


การใช้สีมีหลักการ คือ จะต้องคำ�นึงถึงความเข้มและความอ่อนของสี เช่น อยู่ใกล้
สีเขม้ อยู่ไกลสีออ่ น หรอื จุดเดน่ สีเข้ม จะต้องสดใสกว่าสว่ นอ่ืน เป็นต้น
การระบายสีพื้นหลังของรูปก็เป็นส่วนสำ�คัญ ถ้ารูปเป็นสีอ่อน พื้นควรเป็นสีเข้ม
แต่ถ้ารูปเป็นสีเข้ม พ้ืนควรเป็นสีอ่อน ภาพท่ีเขียนเป็นเรื่องราวต่างๆ ควรให้รูปและพ้ืน
มีความเขม้ ออ่ นแตกต่างกัน โดยยดึ วา่ สว่ นที่ถกู บงั เป็นพื้นหลงั และส่วนที่บังเปน็ รูปบางกรณี
รูปจะเปน็ พื้นได้ และสว่ นทเี่ ป็นพนื้ ก็เปน็ รูปได้

20 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การเขียนภาพระบายสี

ก�รออกแบบโดยจัดว�งวัตถสุ ่งิ ของให้ถูกจังหวะ ก�รออกแบบโดยจดั ว�งที่ซ้�ำ ๆ กนั เปน็ ได้
ต�ำ แหนง่ ให้เหม�ะสมและน�่ สนใจ ทั้งรูปและพน้ื โดยว�งต�ำ แหน่งซ�้ ย-ขว�เท�่ กัน

ประเภทของก�รออกแบบ แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท คือ
๑. แบบ ๒ มิติ เปน็ งานทมี่ ลี ักษณะแบนๆ คือ มเี พยี งความกวา้ งและความยาว เช่น
การออกแบบลวดลายกระดาษห่อของขวัญ การออกแบบปกหนังสือ การออกแบบโฆษณา
การออกแบบบัตรอวยพรตา่ งๆ

ตัวอย่�งก�รออกแบบกระด�ษหอ่ ของขวัญและแสตมป์ซง่ึ เปน็ แบบ ๒ มิติ

๒. แบบ ๓ มิติ เป็นงานที่นอกจากจะมีความกว้างและความยาวแล้วยังต้องมี
ความลึกหรือความหนาอีกด้วย เช่น การออกแบบปากกา แจกัน แก้วน้ำา บ้าน โตะ เก้าอ้ี
โคมไฟ

ตวั อย�่ งก�รออกแบบแจกนั และโคมไฟซง่ึ เปน็ แบบ ๓ มิติ

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การเขียนภาพระบายสี 21

การจดั ภาพ

หลักในการจัดภาพ มีองค์ประกอบ ๓ อยา่ ง ดงั นี้
๑. เอกภาพ ความเปน็ หนงึ่ เดียว ในภาพหนง่ึ ๆ ไม่สามารถแบง่ เปน็ หลายๆ ภาพได้
๒. ความสมดุล โดยคำ�ถึงนำ้�หนัก วางวัตถุซ้ายและขวาให้เท่ากัน ไม่เอียงไปข้างใด
ข้างหนึง่
๓. จดุ สนใจของภาพหรือจดุ เดน่ ของภาพ ควรมจี ดุ เดียว เหน็ ได้ชดั เจน ไมเ่ ล็กและ
ไมใ่ หญ่เกินไป อยู่ด้านซา้ ยของภาพ

การจดั ภาพ วางต�ำ แหน่ง จังหวะ ตามหลักการจดั ภาพ
ผลงานของ ด.ช.ทรงเกยี รติ แซ่โงว้ โรงเรียนพนู สิน

การออกแบบจัดภาพดว้ ยตำ�แหน่งและจงั หวะ

การออกแบบจัดภาพมีหลักการวิธีการท่ีเป็นประโยชน์อย่างย่ิงในการสร้างงานศิลปะ
ท้ังงานวาดภาพแบบ ๒ มิติ และงานประติมากรรมแบบ ๓ มิติ ในการออกแบบจัดภาพ
ควรเน้นในตำ�แหน่งและจังหวะในการจัดวางส่ิงต่างๆ ลงในภาพ ในผลงานอย่างถูกต้อง
ตามตำ�แหน่งและจังหวะที่งดงามลงตัว กลมกลืน มีความหมาย ตำ�แหน่งและจังหวะ
ในการออกแบบจดั ภาพท่ีควรศึกษาเรียนรู้ในระดบั ช้ันน้ี ได้แก่

22 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การเขยี นภาพระบายสี

๑. ตำ�แหนง่
๑.๑ ตำ�แหนง่ ในการจดั วางสว่ นประกอบของภาพ ไดแ้ ก่
๑) ตำ�แหน่งของส่วนประธาน เป็นส่วนส�ำ คญั และเป็นจุดสนใจของภาพ
๒) ตำ�แหน่งของส่วนรองประธาน เป็นส่วนเสริมช่วยให้ความสำ�คัญของ
ส่วนประกอบดูดีขึ้น ทำ�ให้ภาพรวมทั้งหมดมีความสมบูรณ์ ดูกลมกลืน มีความเป็นเอกภาพ
ยงิ่ ขนึ้
๑.๒ ตำ�แหน่งการจัดวางจุดเด่นของภาพ เป็นส่วนสำ�คัญที่มีความเด่นชัด
สะดุดตา รบั ร้ไู ดด้ ้วยการมองเห็นทนั ที

ตวั อยา่ งการจัดวางจดุ เด่นของภาพด้วยวธิ ีการต่างๆ


ภาพทเี่ น้นความสมดลุ แบบสองข้างไมเ่ หมือนกนั ภาพทเี่ น้นจดุ เด่นดว้ ยขนาดและรูปร่าง

ผลงานของ ด.ญ.ทพิ ยน์ ภา ภาชนะ ผลงานของ ด.ญ ปทั มา ดวงสว่าง
โรงเรยี นศาลเจา้ โรงเรียนพูนสิน

ภาพทเ่ี นน้ จดุ เดน่ ดว้ ยความเป็นเอกภาพ
ผลงานของ ด.ญ ปทั มา ดวงสวา่ ง โรงเรียนพูนสนิ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การเขยี นภาพระบายสี 23

๑.๓ ตำ�แหนง่ การจดั วางการเน้นด้วยวิธกี ารต่างๆ กนั
ตัวอย่างการจัดวางภาพท่ีเน้นด้วยวิธกี ารตา่ งๆ





การจดั วางภาพท่เี น้นด้วยการวางกรอบซอ้ นในภาพ การจดั วางภาพที่เนน้ ด้วยตำ�แหน่ง
ผลงานของ ด.ญ รตั นา มาเจริญ โรงเรยี นศาลเจ้า​​ ผลงานของ ด.ช. อรรถพล เชือ้ เมืองพาล

โรงเรยี นสามแยกคลองหลอแหล



การจัดวางภาพที่เนน้ ด้วยการตดั กันของสี การจัดวางภาพท่เี น้นดว้ ยสี
ผลงานของ ด.ญ.ณพชรมนต์ ถ้มิ ก้อง ผลงาน ด.ญ.จนิ ตพร ทมุ ทอง
โรงเรียนพนู สิน
โรงเรยี นบ้านหนองระแหง

24 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี

๑.๔ ตำ�แหนง่ การจัดวางภาพทห่ี ลากหลาย
ตวั อยา่ งการจัดวางภาพท่หี ลากหลาย







การจัดวางภาพใหม้ ีลักษณะกระจายออกเปน็ รศั มี การจัดวางภาพให้มลี กั ษณะเป็นวงรี
ผลงาน ด.ญ.ธรณุ ี มัตถะปะโพ ผลงาน ด.ญ.สายธาร กติ ติบัลลงั กก์ ุล
โรงเรยี นวดั ยานาวา
โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล




การจัดวางภาพใหม้ ลี กั ษณะซำ�้ ๆ การจดั วางภาพใหม้ ลี ักษณะเสน้ น�ำ สายตา
ผลงานของ ด.ญ.พรวภิ า สยามสขุ ผลงานของ ด.ญ.สุดารัตน์ รอดวนิ จิ
โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล โรงเรยี นศาลเจ้า

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ การเขียนภาพระบายสี 25

๒. จังหวะ (Rhythm) เป็นส่วนประกอบขององค์ประกอบศิลป์ ซ่ึงเป็นหลัก
ในการสร้างงานศิลปะให้ดูสวยงาม กลมกลืน และลงตัว จังหวะในทางศิลปะจะเกิดขึ้นจาก
การซำ้�ๆ กันอย่างต่อเน่ืองตามตำ�แหน่งที่ต้องการจะจัดวาง และจังหวะนั้นต้องมีเอกภาพ
เป็นจังหวะการซ้ำ�ๆ ตั้งแต่ ๒ รูป ๒ จังหวะข้ึนไป รูปแบบของจังหวะท่ีวางตำ�แหน่งถูกต้อง
มดี งั นี้
๑) รูปแบบจังหวะที่วางตำ�แหน่งซ้ำ�ๆ กัน เป็นจังหวะขององค์ประกอบศิลป์
ท่มี ลี กั ษณะเหมอื นกนั เรียงตอ่ เนื่องกนั ไป

๒) รูปแบบจังหวะท่ีวางตำ�แหน่งสลับกัน เป็นจังหวะขององค์ประกอบศิลป์
ที่มลี ักษณะสลบั กนั ไปมาอย่างเปน็ ระเบียบเรียบร้อย

๓) รปู แบบจงั หวะทจ่ี ัดวางต�ำ แหนง่ ผนั แปร เป็นจังหวะขององค์ประกอบศิลป์
ท่ีมีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะแต่ละตำ�แหน่งไปทีละเล็กทีละน้อย เช่น จากเล็กไปหาใหญ่
จากใหญ่ไปหาเล็ก จังหวะผันแปรนี้เมื่อนำ�ไปใช้สร้างงานศิลปะจะสามารถชักนำ�สายตา
ผชู้ มใหเ้ กิดความรสู้ ึกเคล่อื นไหวตามได้

ประโยชนข์ องจังหวะในการสร้างงาน
๑. ชว่ ยใหก้ ารวางตำ�แหนง่ ในการออกแบบงานเป็นระเบียบสวยงาม
๒. ทำ�ให้เกดิ เป็นลวดลายสรา้ งสรรค์ซงึ่ เปน็ ประโยชน์ต่องานออกแบบต่อไป
๓. ชว่ ยสรา้ งแรงจงู ใจ ภาพเกดิ ความเคลอื่ นไหว เพมิ่ คณุ คา่ ในผลงานศลิ ปะนน้ั ๆ ได้
๔. ช่วยให้เกิดความกลมกลืนอยา่ งเปน็ ระเบยี บ

26 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ การเขยี นภาพระบายสี

ภาพจงั หวะการซ้�ำ จากการพมิ พ์ภาพศลิ ปะจากแม่พมิ พ์พชื
ผลงานของ ด.ช.พงศ์พันธ์ สมประสงค์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕

โรงเรียนเอี่ยมพานชิ วิทยา กรงุ เทพฯ

หนู ทำ� ได้

๑. ให้นักเรียนเขียนภาพเป็นเรื่องราว โดยคำ�นึงถึงหลักการจัดภาพ เช่น มีจุดเด่น
หรือจุดสนใจ มีเอกภาพและความสมดุล วางตำ�แหน่งจัดภาพตามท่ีถนัด พร้อมแสดง
ผลงาน อภปิ ราย และเสนอแนะผลงานของตนเอง


ผลงานของ ด.ญ.นติ ยา จิตแสวง ผลงานของ ด.ญ.หนง่ึ ฤทัย พละคร
โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล โรงเรยี นศาลเจา้

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑ การเขยี นภาพระบายสี 27

๒. ให้นักเรียนเขียนภาพรูปทรงต่างๆ โดยการจัดวางกำ�หนดตำ�แหน่ง องค์ประกอบ
ศลิ ปใ์ หส้ มบูรณ์ น่าสนใจโดยใชด้ ินสอแรเงา หรือสไี ม้ หรอื สีชอล์กก็ได้

หนงั สือเรยี นแมค็
ศิลปะ

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๕

ÃÒ¤Ò ñðð ºÒ·


Click to View FlipBook Version