การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก
(Fine-Motor Development)
ในเด็กสาคัญอยา่ งไร
บทความเกีย่ วกับการจัดการศึกษาพเิ ศษ/การฟน้ื ฟูสมรรถภาพ
ประจาภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
สบื คน้ โดย...นางสาวจุฑามาศ แกว้ ลาย
พนกั งานราชการ
กิจกรรมพัฒนากล้ามเน้ือเล็ก (Fine-Motor Development Activities)
หมายถงึ กิจกรรมที่ส่งเสรมิ ความสามารถในการควบคุมการทางานของกลา้ มเน้ือมอื และ
ตาให้ทางานอย่างประสานสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่ กิจกรรมท่ีเด็กได้หยิบจับส่ิงของ ตุ๊กตา
เครื่องเล่น การช่วยตนเองในการแต่งตัว การทาความสะอาดร่างกาย การรับประทาน
อาหาร ตลอดจนกจิ กรรมศลิ ปะตา่ งๆทีเ่ ด็กได้ทาท่ีโรงเรียน เพื่อการพัฒนาของกล้ามเนื้อ
เล็ก ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการควบคุมและการทางานประสาน
สัมพันธ์ท่ดี รี ะหว่างกล้ามเนือ้ มือและตาในการทากิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้มือและตาในการ
บังคับควบคุม เช่น การหยิบจับส่ิงของ การหิ้วหรือถือของ การร้อยพวงมาลัย การจับ
ดนิ สอหรอื สีในการวาดรปู หรอื ขดี เขียนในเด็กปฐมวัย
การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อ
พัฒนาความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเน้ือมือ ตา เพ่ือพัฒนา
ความสามารถในการใช้กล้ามเน้ือเล็กของร่างกายได้อย่างประสานสัมพันธ์กัน และเพื่อ
วางรากฐานในการใชม้ อื ท่ีถนดั และเตรียมความพร้อมทีจ่ ะเขียนและอา่ นตอ่ ไป
กิจกรรมพฒั นากล้ามเนอื้ เล็กสาคญั อย่างไร?
เดก็ ในแตล่ ะช่วงอายุมีความแตกต่างกันทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปัญญา แต่พัฒนาการที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คือ พัฒนาการด้าน
ร่างกาย โดยสังเกตได้จากการเจรญิ เตบิ โตของร่างกายอันได้แก่ส่วนที่เป็นน้าหนักตัวและ
ส่วนสูงที่เพ่ิมข้ึน ซึ่งมีผลมาจากภาวะโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก
ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องอาหารการกินจากครอบครัวและโรงเรียน ส่วน
พัฒนาการด้านร่างกายไม่ได้หมายถึงเฉพาะพัฒนาการในส่วนท่ีเป็นการเจริญเติบโตท่ี
สามารถมองเห็นในส่วนของน้าหนักและส่วนสูงเท่านั้น แต่พัฒนาการด้านร่างกาย
ครอบคลมุ องค์ประกอบตา่ งๆ 5 สว่ นดงั นี้
1. การเจริญเติบโตทางกายภาพ (Physical Growth)
2. วฒุ ิภาวะ (Maturation)
3. ประสาทสมั ผัสและการรบั รู้ (Sensation and Perception)
4. การเคลื่อนไหวของกลา้ มเนอ้ื ใหญ่ (Gross Motor)
5. การเคล่ือนไหวของกล้ามเน้ือเล็ก (Fine Motor)
กลา้ มเนอ้ื เล็กของเดก็ ปฐมวัย ได้แก่ กลา้ มเนอ้ื น้ิวมือและกล้ามเนอื้ ตา กล้ามเน้ือทั้ง
สองส่วนมีความเก่ียวข้องกับความสามารถในการเขียนของเด็ก เน่ืองจากกล้ามเนื้อเล็ก
เป็นกล้ามเนื้อท่ีใช้ในการหยิบจับสิ่งของตุ๊กตาและของเล่น การดึง การกด การหยอด
บล็อก ตลอดจนการปฏิบัติกิจวัตรประจาวัน เช่น การติดกระดุม การผูกเชือกรองเท้า
การจบั ช้อน- สอ้ มในการรับประทานอาหาร การอาบน้าแปรงฟัน เดก็ ทมี่ ีสายตาดีจะมอง
คน้ หาสารวจสิ่งต่างๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น เม่ือพบส่ิงของท่ีน่าสนใจเด็กจะหยิบจับ
สิ่งน้ัน การใช้ตาดูสิ่งของและจับส่ิงนั้นได้เป็นความสามารถในการใช้ประสาทตาและ
ประสาทนิ้วมืออย่างประสานสัมพันธ์ การพัฒนากล้ามเน้ือเล็กจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ
ควบคุมการใช้กล้ามเน้ือเล็กได้อย่างประสานสัมพันธ์ พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กของ
เด็กเปน็ พัฒนาการทเี่ ปน็ พนื้ ฐานของการเขียน
เด็กจะมีความสามารถในการเขียนเม่ือเด็กควบคุมข้อมือและกล้ามเน้ือน้ิวมือ
ความสามารถน้เี กดิ ขนึ้ ได้โดยการหยบิ จบั หรอื เล่นกับวัสดุอุปกรณ์และเกมต่างๆ เช่น การ
เล่นหยอดบล็อก การปั้นดินน้ามัน การเล่นภาพตัดต่อ การเล่นก่อสร้าง การเล่นน้าเล่น
ทราย การรดู ซิป การผกู เชือกรองเท้า การติดกระดุมเสื้อ การใช้กรรไกรตัดกระดาษ การ
วาดภาพระบายสี และการทากิจกรรมศิลปะอื่นๆ ซ่ึงอาจกล่าวได้ว่า กิจกรรมพัฒนา
กลา้ มเนือ้ เล็กเป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมความพร้อมในการเขียนซ่ึงเป็นทักษะทางภาษาของ
เดก็ ปฐมวยั
ครจู ดั กจิ กรรมพฒั นากล้ามเน้ือเลก็ อย่างไร?
ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กมีความสาคัญและจาเป็นต่อการดารง
ชีวิตประจาวัน โดยกล้ามเน้ือเล็กเป็นอวัยวะหนึ่งในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ของเด็ก
เช่น ตดิ กระดมุ การผูกเชือกรองเท้า การเทนา้ ใสแ่ ก้ว การด่ืมนม การรับ ประทานอาหาร
การทางานศิลปะ รวมทั้งการขดี เขยี น ถ้าเด็กสามารถใช้กลา้ มเนือ้ เล็กได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว
จะช่วยพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการทางด้านต่างๆดีไปพร้อมๆกัน ดังนั้นครูปฐมวัยจึงจัด
กิจกรรมเพ่ือพฒั นากลา้ มเน้อื เลก็ ใหก้ ับเด็กปฐมวยั ดังน้ี
1. กจิ กรรมศิลปะสรา้ งสรรค์ ประกอบดว้ ย
การปั้น ได้แก่ การป้ันดินน้ามัน การป้ันดินเหนียว การป้ันทรายผสมกาวและน้า
การป้นั แปง้ โด เปน็ เรอ่ื งราวหรือตามจินตนาการของเด็ก การใชห้ มุดหรือไม้จมิ้ ฟันเลน่ กับ
แป้งโด การใชม้ ดี พลาสตกิ ตัดแปง้ โด
การวาดภาพระบายสี เช่น การวาดภาพระบายสีด้วยสีเทียนหรือสีไม้ การวาดภาพ
ด้วยพู่กันหรือแปรงทาสีอันเล็กๆ และใช้สีน้า สีฝุ่น หรือสีโปสเตอร์ การวาดภาพด้วยนิ้ว
มือด้วยแป้งมันผสมสีหรือโคลน การวาดภาพด้วยกาวน้า โรยทรายสี หรือโรยข้ีเล่ือยไม้
ป่นผสมสี หรือกาบมะพร้าวปน่ ผสมสี วาดภาพด้วยเชอื กหรอื หลอดดา้ ย
การพิมพ์ภาพ เช่น การพิมพ์ภาพด้วยเศษวัสดุหรือฟองน้าหรือกระดาษขยุ้มหรือ
ใบไม้ ก้านกล้วย
การทดลองด้วยสี เชน่ การเทสี การหยดสี การพบั สี การจุ่มสี การกล้งิ สี การทับสี
การเป่าสี การลบู สี การละเลงสีด้วยน้ิวมอื มอื ข้อศอก
งานกระดาษ เช่น การฉีก พับ ตัด ปะกระดาษ การขยากระดาษ การม้วนกระดาษ
การถกั สานกระดาษ
ประดษิ ฐจ์ ากเศษวสั ดุ เช่น การประดิษฐ์รถลาก การประดิษฐ์ตุ๊กตา หุ่นมือ หุ่นน้ิว
มอื การประดษิ ฐ์ของใช้อืน่ ๆ
2. กจิ กรรมการเล่นตามมมุ หรือกิจกรรมเสรี ประกอบด้วย
มุมเครื่องเล่นสัมผัส เช่น การร้อยลูกปัด การร้อยดอกไม้ การเย็บกระดุม การรูด
ซปิ การเรยี งสี การเล่นหรือเรียงไมห้ นีบ การปกั หมุด การหยอดบลอ็ ก
มุมบลอ็ ก เช่น การตอ่ บลอ็ กต่างๆ บลอ็ กไม้ บล็อกพลาสติก บลอ็ กชดุ บลอ็ กกลวง
บล็อกผลิตเอง การตอ่ ตวั ต่อพลาสติกต่างๆ
มุมชา่ งไม้ เช่น การตอกตะปู การต่อไม้ การสรา้ งบ้านจาลอง การเลน่ ชดุ เคร่ืองเล่น
ช่างไม้
มมุ ดนตรี เช่น การเขยา่ ลูกแซ็ค การตีกลอง ตฉี าบ ตฉี ิ่ง ตีระนาด เป่าป่ี ดีดเปียโน
ดีดกีตาร์ การเล่นดนตรีพื้น บ้านของแต่ละภาค หรือการประดิษฐ์เคร่ืองดนตรีจากเศษ
วัสดุเหลือใช้
มุมวิทยาศาสตร์เช่น การเล่นแท่งแม่เหล็ก การสัมผัสถุงทราย ถุงใส่เมล็ดธัญพืช
การจาแนกเปลือกหอยตามสี รูปร่าง การจับหรือสัมผัสสมุดสะสมดอกไม้หรือใบไม้ การ
จาแนกเสยี งจากการตีขวดนา้ ผสมสีทมี่ ีปรมิ าณตา่ งกนั
มมุ คณติ ศาสตร์ เช่น การชั่งสิง่ ของตา่ งๆดว้ ยตาชงั่ การนับจานวนเมล็ดผลไม้ต่างๆ
การเปรียบเทียบขนาดของผลไม้ การจัดกลุ่มส่ือหรือวัสดุประจามุมคณิตศาสตร์ตาม
เกณฑ์ต่างๆทเ่ี ดก็ เลอื ก การเรยี งลาดับวสั ดุและอุปกรณ์ทใ่ี ช้เรียนรปู้ ระจาหน่วยจากเล็กไป
หาใหญ่หรอื ใหญ่ไปหาเล็ก
มุมบ้านหรือมุมบทบาทสมมติ เช่น การเล่นบทบาทสมมติเป็นหมอหรือพยาบาล
โดยใชเ้ ครอ่ื งมือแพทย์ ใชเ้ คร่ืองมือวัดไข้ การเล่นฉีดยาให้ผู้ป่วย การสวมเส้ืออาชีพต่างๆ
การตดิ กระดุมเสือ้ การสวมรองเท้า การเลน่ โทรศัพท์ เปลยี่ นเสอ้ื ผา้ ให้ตกุ๊ ตา
มุมหนังสือ เช่น การเปิด ปิดหนังสือ การอ่านภาพหรืออ่านตัวหนังสือโดยกวาด
สายตาจากซ้ายไปขวา
มุมโรงหนุ่ หรอื โรงละคร เช่น การเชดิ ห่นุ มือ หนุ่ นว้ิ มอื หุ่นถุงกระดาษ
3. กจิ กรรมกลางแจง้ ประกอบด้วย
เกมพลศึกษา เช่น การแข่งขันโยนลูกบอลลงตะกร้า กิจกรรมเกมแข่งขันคีบลูก
ปิงปองดว้ ยไม้ตะเกยี บ เกมขม่ี ้าส่งเมือง การโยนรับลูกบอล เกมโยนถุงถัว่ ลงตะกรา้
การละเล่นพ้นื บา้ น เชน่ การโยนห่วงยางหรือลูกช่วง การเล่นกาทาย การทอยราว
การเล่นหมากเกบ็ การเล่นหมากขุม การเล่นอีตกั การทอยลกู สะบา้
การเล่นดินหรือเล่นทรายในสนาม เช่น การใช้ไม้ขีดเขียนเล่นบนดิน การใช้มือขีด
เขียนเลน่ บนทรายเปยี ก การขดุ อโุ มงค์ การกอ่ เจดีย์ทราย
4. กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ประกอบดว้ ย
การประกอบอาหาร เช่น การคลึงแป้งเป็นลูกกลมๆเพื่อทาขนมบัวลอย การเท
น้าส้มค้ันลงไปในแก้ว การเทแป้ง น้าตาลลงในหม้อขนม การใช้ทัพพีตักข้าวใส่จาน การ
คนหรือกวนแป้งในกระทะ การใช้มีดสาหรับเด็กหั่นผักหรือผลไม้เป็นช้ินๆเพ่ือทาสลัดผัก
ผลไม้ การจาแนกหรือจดั กลุ่มผลไม้หรือผกั การล้างผัก
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น การทดลองเป่าฟองสบู่ กิจกรรมหมุดลอยน้า
ทดลองกรองน้าใหส้ ะอาด การสมั ผัสวสั ดทุ ่อี ย่ใู นกลอ่ งทบึ คลิปกระดาษลอยน้า
การศึกษานอกสถานท่ี เช่น การสารวจมด แมลงด้วยการส่องด้วยแว่นขยาย การ
จับหรือสมั ผสั ตน้ ไม้หรือเปลือกไม้เพื่อสารวจวา่ มผี วิ เรยี บ ขรุขระแตกต่างกันอย่างไร การ
วาดรปู หรอื ขดี เขียนเพือ่ บันทึกส่งิ ทไี่ ด้เรียนรจู้ ากการศึกษานอกสถานท่ี
5. เกมการศึกษา ประกอบด้วย การฝึกการประสานสัมพันธ์ระหว่างตากับมือจากการ
เล่นเกมจับคู่ เช่น การจับคู่ภาพท่ีเหมือนกัน การจับคู่ภาพกับคา การจับคู่แบบ
อุปมาอุปไมย การจับคู่ส่ิงของท่ีใช้คู่กัน การจับคู่ภาพกับโครงร่าง เกมเรียงลา ดับภาพ
เรียงลาดบั จานวน เกมภาพตดั ต่อ เกมอนุกรม เกมล็อตโต เกมโดมโิ น
6. กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ ประกอบด้วย
การเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง เช่น การเคล่ือนไหวมือและน้ิวมือประกอบ
เพลง แมงมมุ เพลงสม้ เพลงแตงโม เพลงโรงเรียนของเรา เพลงรถไฟ เพลงน้ิวมือของ
ฉนั
การเคล่ือนไหวรา่ งกายประกอบคาคลอ้ งจอง เช่น การเคลอ่ื นไหวน้วิ มือประกอบคา
คล้องจองไข่ 10 ฟอง คาคล้องจอง ฝนตกพราๆ คาคล้องจองตบมือ คาคล้องจองนับ
จานวน คาคล้องจองนับเลข
7. กิจกรรมเบ็ดเตล็ดอ่ืนๆ เช่น การเล่นเงามือ การตบมือ การสัมผัสอวัยวะส่วนต่างๆ
ของร่างกาย การเดนิ แบบปดู ว้ ยน้ิวมอื การใชม้ ือเดิน (นิ้วมือ) การจับลูกโปง่ หรือฟองสบู่
ให้อยู่ในมือ การใช้มอื ข้างใดข้างหน่งึ เอ้อื มข้ามศีรษะไปหยิบสงิ่ ของอีกด้านหน่งึ
8.การฝกึ ลีลามือ เป็นกิจกรรมเตรียมความพร้อมไปสู่ทักษะการเขียน เช่น การลากเส้น
จากซ้ายไปขวา การลากเส้นจากบนลงล่าง การเขียนเส้นโค้ง การลากเส้นตามรอยประ
การเขียนเส้นพื้นฐานต่างๆเพื่อฝึกความม่ันคงของการใช้มือ นิ้วมือ และการประสาน
สัมพนั ธท์ ่ีดีระหว่างมือกับตา
ผู้ปกครองนาวธิ กี ารเหลา่ น้ีไปทดลองฝึกเด็กๆ กนั ดนู ะคะ !!
ท่ีมา https://www.amarinbabyandkids.com/pre-school/fine-motor-development-activities/4/