ทศรชั บรมราชจกั รีวงศ์
ทศรัชบรมราชจักรวี งศ์
เฉลมิ พระเกียรติ
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจา้ อยหู่ วั
เนอื่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วนั ที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
รฐั บาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมจัดพมิ พ์
ราชสดดุ ี
ทศรัชบรมราชจกั รวี งศ์
โคลง ๔ สุภาพ โกสินทร์
ไพร่ฟ้า
๏ สทิ ธศิ กั ดจิ์ ักรพรรดแิ ก้ว ระบือยศ
ครองภพครองปฐั พนิ รม่ เบื้องพระบารมี
สบื สบิ รชั กาลระบิล องค์คณุ
ไทยทัว่ ทุกแหลง่ หลา้ เลิศล�ำ้
๏ จกั รีบรมนาถเอื้อ บงกช
สหุ ร่ายราชการณุ ย์ หยาดเลี้ยงชนเกษม
ละอองบาทบงสบ์ุ ุญ ปวงประชา
เพียงสุรามฤตยำ�้ กราบนอ้ ม
๏ ปรดี ์ิเปรมจงรักปลื้ม เนืองนติ ย์
สุจรติ จิตวาจา ภกั ดิ์พรอ้ งฉลองเฉลมิ
สำ� นกึ พระกรณุ า ภมู ทิ อง
ชีวาตมร์ าชพลีพรอ้ ม ครบถว้ น
๏ ทศ รชั เสรมิ สิรพิ ้นื จริ ังรักษ์
ทศ พิธ ธ ทรงครอง สุขซอ้ งสาธุการ ฯ
ทศ ธรรม์มั่นครรลอง
ทศ ทศทวยราษฎร์ลว้ น
ดว้ ยเกลา้ ด้วยกระหมอ่ ม ขอเดชะ
ขา้ พระพุทธเจา้ พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรี
ค�ำปรารภ
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักที่อยู่คู่กับชาติไทยมาช้านาน และเป็นเสาหลัก
ในการสร้างชาติให้มีความเป็นปึกแผ่น มั่นคง พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงปกครองอาณา
ประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม และปฏิบัติบ�ำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ด้วย
พระราชวิริยอุตสาหะ เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดี ท�ำให้ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าล้วนอยู่อย่าง
รม่ เยน็ เป็นสุข และกอ่ เกิดความรงุ่ เรอื งไพบูลย์แกร่ าชอาณาจักรสบื มาจนถงึ ปจั จบุ นั
ดว้ ยสำ� นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ อนั หาทสี่ ดุ มไิ ดข้ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาล
ท่ี ๑๐ พระมหากษตั รยิ แ์ หง่ มหาจกั รบี รมราชวงศท์ ที่ รงบำ� เพญ็ พระราชกรณยี กจิ อเนกประการ เพอ่ื
ประโยชนส์ ขุ แกอ่ าณาประชาราษฎรแ์ ละความวฒั นาสถาพรของชาตบิ า้ นเมอื ง ปวงประชาตา่ งรว่ มจติ
น้อมส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไว้เหนือเศียรเกล้า และร่วมเฉลิมพระเกียรติเน่ืองในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ด้วยความปลื้มปีติโสมนัส
เพ่ือแสดงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติคุณอันไพศาลให้ขจรขยาย รัฐบาลได้มอบหมายให้
กระทรวงวฒั นธรรม จดั พมิ พห์ นงั สอื “ทศรชั บรมราชจกั รวี งศ”์ เฉลมิ พระเกยี รตพิ ระมหากษตั รยิ ไ์ ทย
สมัยรัตนโกสินทร์ ท้ัง ๑๐ รัชกาล เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจทั้งปวง และพระปรีชาสามารถ
อันล�้ำเลิศของทศรัชบรมราชจักรีวงศ์ ประกาศพระเกียรติคุณให้เกริกไกรไพศาล เป็นที่ปรากฏ
ไปทว่ั สากล ตลอดจนใหค้ นไทยทกุ คนไดเ้ รยี นรแู้ ละเขา้ ใจในประวตั ศิ าสตรแ์ ละภาคภมู ใิ จทไ่ี ดเ้ กดิ ใตร้ ม่
พระบารมขี องพระมหากษตั ริยผ์ ู้ทรงพระคุณอันประเสริฐท่เี ป็นศนู ยร์ วมดวงใจของคนไทยทุกคน
พลเอก
(ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา)
นายกรฐั มนตรี
สาร
ประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นท่ีเคารพรักเทิดทูน
ของปวงชนชาวไทยมายาวนาน พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ล้วนทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงมี
คณุ ปู การอยา่ งอเนกอนนั ตต์ อ่ ประเทศชาตแิ ละประชาชน ทรงปกครองบา้ นเมอื งดว้ ยทศพธิ ราชธรรม
ทรงดับรอ้ น ผอ่ นทุกข์ ยงั ความรม่ เย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฎรต์ ลอดมา
สบื มาจนถงึ สมยั รตั นโกสนิ ทร์ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช พระปฐมบรม
กษตั รยิ แ์ หง่ พระบรมราชจกั รวี งศ์ ทรงสถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทรเ์ ปน็ ราชธานี เมอ่ื พทุ ธศกั ราช ๒๓๒๕
จนถงึ ปจั จบุ นั รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ มหศิ รภมู พิ ล
ราชวรางกรู กติ สิ ริ สิ มบรู ณอดลุ ยเดช สยามนิ ทราธเิ บศรราชวโรดม บรมนาถบพติ ร พระวชริ เกลา้
เจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลท่ี ๑๐ แห่ง
พระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันท่ี ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ พสกนิกรทั่วหล้าล้วนปีติยินดี
และประจกั ษแ์ จง้ ในพระราชปณธิ านอนั แนว่ แนข่ องพระองคท์ ที่ รงตง้ั มน่ั อยใู่ นทศพธิ ราชธรรม เพอ่ื
ความผาสกุ รม่ เยน็ ของชาตบิ ้านเมือง ดังพระปฐมบรมราชโองการท่พี ระราชทานในการพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษก เม่ือวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ “เราจะสบื สาน รักษา และตอ่ ยอด
และครองแผ่นดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา วนั ท่ี ๒๘ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ กระทรวง
วัฒนธรรม จึงด�ำเนินการจัดพิมพ์หนังสือเร่ือง “ทศรัชบรมราชจักรีวงศ์” เพ่ือเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทุกพระองค์
ดว้ ยความจงรกั ภกั ดี และสำ� นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ อยา่ งหาทส่ี ดุ มไิ ด้ ทท่ี รงทมุ่ เทกำ� ลงั พระวรกาย
และก�ำลังพระสติปญั ญา ประกอบพระราชกรณยี กิจทงั้ ปวง อนั กอ่ ใหเ้ กดิ คณุ ประโยชน์อยา่ งอเนก
อนนั ต์แกป่ ระเทศชาตแิ ละประชาชน ตลอดท้งั หนงั สือเลม่ น้ีจะเป็นประโยชนช์ ว่ ยเสริมสรา้ งความรู้
ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของชาติ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้รักสามัคคี
ในการพฒั นาชาตบิ า้ นเมอื งให้เจรญิ รุ่งเรอื งสบื ไป
(นายอิทธิพล คุณปลมื้ )
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงวัฒนธรรม
คำ� น�ำ
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันท่ี ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ นับเป็น
วาระอันพิเศษย่ิงที่พสกนิกรท่ัวหล้าจะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีกตเวทิตาธรรมสมัครสมาน
เฉลิมพระเกียรตใิ ห้ปรากฏแผไ่ พศาลสืบไป
ดว้ ยนอ้ มสำ� นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ กระทรวงวฒั นธรรม จงึ ไดด้ ำ� เนนิ การจดั พมิ พห์ นงั สอื
ทร่ี ะลึกเฉลมิ พระเกยี รตฯิ เรอ่ื ง “ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์” มีความหมายวา่ “พระมหากษัตริย์ ๑๐
รัชกาล แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์” เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจท้ังปวงให้
ปรากฏเปน็ อนสุ รณ์แกบ่ ้านเมือง ตลอดจนเปน็ แหล่งเรียนรู้ของเยาวชนของชาติ
กระทรวงวัฒนธรรม ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายหนังสือท่ีระลึกเฉลิมพระเกียรติฯ
เรื่อง “ทศรัชบรมราชจักรีวงศ์” เป็นราชสักการะสนองพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์แห่ง
พระบรมราชจกั รวี งศท์ กุ พระองคผ์ ทู้ รงบำ� เพญ็ พระราชกรณยี กจิ นานปั การ อนั เปน็ คณุ ประโยชนต์ อ่
ประเทศชาตแิ ละพระบวรพทุ ธศาสนาอยา่ งอเนกอนนั ต์ และหวงั วา่ หนงั สอื เลม่ นจี้ ะอำ� นวยประโยชน์
ให้แกค่ รู นกั เรยี น นกั ศกึ ษา รวมท้งั ผสู้ นใจทัว่ ไปไดต้ ามสมควร
(นายกฤษศญพงษ์ ศริ )ิ
ปลดั กระทรวงวัฒนธรรม
สารบญั
ราชสดุดี ทศรัชบรมราชจกั รวี งศ์ ๑
ค�ำปรารภ ๔
สาร ๕
คำ� น�ำ ๖
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ๑๓
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหล้านภาลยั ๒๕
พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกล้าเจ้าอยูห่ วั พระมหาเจษฎาราชเจ้า ๓๗
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดศี รสี ินทรมหามงกุฎ ๔๙
พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั พระสยามเทวมหามกฏุ วิทยมหาราช
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว ๖๑
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว ๗๓
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ๘๕
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล พระอฐั มรามาธิบดนิ ทร ๙๗
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ๑๐๗
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ ๑๒๓
พระวชริ เกล้าเจา้ อยู่หัว
บรรณานุกรม ๑๔๓
รัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒
รชั กาลท่ี ๓ รชั กาลท่ี ๔ รัชกาลท่ี ๕
รชั กาลที่ ๖ รชั กาลท่ี ๗
รชั กาลที่ ๘ รชั กาลท่ี ๙ รัชกาลที่ ๑๐
พระบรมราชจักรวี งศ์
สมเดจ็ พระปฐมบรมมหาชนก พระอคั รชายา เจ้าขรวั เงนิ
(ทองด)ี (ดาวเรอื ง)
รัชกาลท่ี ๑ สมเด็จพระเจา้ พ่นี างเธอ
สมเดจ็ พระอมรนิ ทรา เจา้ ฟา้ กรมพระศรสี ุดารกั ษ์
บรมราชนิ ี
สมเด็จพระศรสี ุลาลัย พระบาทสมเด็จ
(เจ้าจอมมารดาเรียม) พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
(๒๒๗๙-๒๓๒๕-๒๓๕๒)
ครองราชย์ ๒๗ ปี
รัชกาลที่ ๒
สมเด็จพระศรสี รุ ิเยนทรา
บรมราชนิ ี
พระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั
(๒๓๑๐-๒๓๕๒-๒๓๖๗)
ครองราชย์ ๑๕ ปี
รชั กาลท่ี ๓ รัชกาลที่ ๔
เจ้าจอมมารดาทรัพย์
พระบาทสมเดจ็ พระบาทสมเด็จ พระบาทสมเดจ็
พระนั่งเกล้าเจ้าอยูห่ วั พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี ินทรมหามงกุฎ พระปนิ่ เกลา้ เจ้าอยูห่ วั
พระมหาเจษฎาราชเจา้ พระจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั
(๒๓๓๐-๒๓๖๗-๒๓๙๔) พระสยามเทวมหามกฏุ วทิ ยมหาราช
ครองราชย์ ๒๗ ปี (๒๓๔๗-๒๓๙๔-๒๔๑๑)
ครองราชย์ ๑๘ ปี
สมเด็จพระบรม
ราชมาตามหยั กาเธอ พระชนนีนอ้ ย
พระองคเ์ จา้ ศริ ิวงศ์ กรมหมน่ื มาตยาพทิ กั ษ์
สมเด็จ สมเดจ็ พระปิยมาวดี
พระเทพศิรินทรา ศรพี ัชรินทรมาตา
(เจ้าจอมมารดาเปีย่ ม)
บรมราชนิ ี
รชั กาลที่ ๕
พระบาทสมเด็จ สมเดจ็ พระศรีสวรนิ ทริ า บรมราชเทวี สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจ้า พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
(๒๓๙๖-๒๔๑๑-๒๔๕๓)
ครองราชย์ ๔๒ ปี
รชั กาลที่ ๖
สมเดจ็ พระศรีนครินทรา สมเด็จพระมหติ ลาธิเบศร พระบาทสมเดจ็ พระนางเจา้ สวุ ทั นา
บรมราชชนนี อดลุ ยเดชวิกรม พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยูห่ วั พระวรราชเทวี
พระบรมราชชนก (๒๔๒๓-๒๔๕๓-๒๔๖๘)
ครองราชย์ ๑๕ ปี
รชั กาลท่ี ๗
พระบาทสมเด็จ สมเด็จพระนางเจ้ารำ�ไพพรรณี
พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั พระบรมราชนิ ี
(๒๔๓๖-๒๔๖๘-๒๔๗๗-๒๔๘๔)
ครองราชย์ ๙ ปี
รชั กาลท่ี ๘ รชั กาลท่ี ๙
พระบาทสมเดจ็ พระบาทสมเดจ็ สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ
พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบรมชนกาธเิ บศร พระบรมราชินีนาถ
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง
พระอฐั มรามาธิบดนิ ทร บรมนาถบพติ ร
(๒๔๖๘-๒๔๗๗-๒๔๘๙) (๒๔๗๐-๒๔๘๙-๒๕๕๙)
ครองราชย์ ๗๐ ปี
ครองราชย์ ๑๒ ปี
รชั กาลที่ ๑๐
สมเด็จพระนางเจา้ สทุ ดิ า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
พัชรสธุ าพมิ ลลกั ษณ พระบรมราชินี รามาธบิ ดีศรสี ินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ
(๒๔๙๕-๒๕๕๙-ปัจจุบัน) เสดจ็ ขนึ้ ครองสริ ิราชสมบัติ
สละราชสมบตั ิ
เสดจ็ สวรรคต
“... ตง้ั ใจจะอุประถัมภก
ยอยกพระพุทธสาสนา
จะป้องกนั ขอบขณั ฑสมิ า
รกั ษาประชาชนแลมนตรี ...”
กลอนเพลงยาวนริ าศ เรอ่ื งรบพม่าทที่ า่ ดนิ แดง
พระราชนพิ นธ์ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช*
* พระราชนพิ นธร์ ชั กาลท่ี ๑ กลอนเพลงยาวนริ าศ เรอ่ื งรบพมา่ ทท่ี า่ ดนิ แดง. (ม.ป.ท., ๒๔๖๔), หลวงโสภณอกั ษรกจิ
พมิ พส์ นองพระคณุ ทา่ นเจา้ พระยารามราฆพฯ ในงานฉลองสพุ รรณบัฏ วนั ท่ี ๑๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๖๔, หน้า ๒๕.
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรม
ราชจกั รวี งศ์ ทรงสถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทร์ พระนามเดมิ ดว้ ง หรอื ทองดว้ ง พระราชบดิ า คอื สมเดจ็
พระปฐมบรมมหาชนก พระนามเดมิ ทองดี พระราชมารดา พระนามเดิม หยก หรอื ดาวเรอื ง เสด็จ
พระราชสมภพในรัชกาลสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ สมยั กรงุ ศรีอยุธยาเปน็ ราชธานี เม่ือวนั พุธ ที่
๒๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๒๗๙ ตอ่ มาไดถ้ วายตวั รบั ราชการเปน็ มหาดเลก็ ในสมเดจ็ เจา้ ฟา้ อทุ มุ พร กรมขนุ
พรพินติ ทรงผนวชทีว่ ัดมหาทลาย ๑ พรรษา เมอ่ื ทรงลาสกิ ขา กลบั เขา้ รบั ราชการเปน็ มหาดเลก็ หลวง
13
ทศรชั บรมราชจักรวี งศ์
พระราชลัญจกรประจ�ำ พระองค์รัชกาลท่ี ๑
พ.ศ. ๒๓๐๔ ทรงรบั ต�ำแหนง่ หลวงยกกระบัตร เมืองราชบุรี ไดท้ รงเสกสมรสกับธิดาของ
คหบดผี มู้ ภี มู ลิ ำ� เนาในตำ� บลอมั พวา แขวงเมอื งสมทุ รสงคราม ชอื่ นาก ตอ่ มาคอื สมเดจ็ พระอมรนิ ทรา
บรมราชนิ ี ครงั้ นน้ั ประทับอยู่ ณ เมอื งราชบรุ ี ตราบกระท่ังกรุงศรอี ยุธยาเสยี แก่พม่าใน พ.ศ. ๒๓๑๐
พ.ศ. ๒๓๑๑ เมอื่ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงกอบกเู้ อกราช และสถาปนากรงุ ธนบรุ ี
เป็นราชธานี จงึ ยา้ ยเข้ามารับราชการในกรมพระต�ำรวจหลวง รับพระราชทานบรรดาศกั ดิ์คร้งั แรก
ทพี่ ระราชวรนิ ทร์ ทรงไดร้ บั ความไวว้ างพระราชหฤทยั ใหโ้ ดยเสดจ็ ในราชการสงคราม เพอ่ื รวบรวม
บา้ นเมอื งใหเ้ ปน็ ปกึ แผน่ จงึ ทรงไดร้ บั พระราชทานบำ� เหนจ็ ความชอบเล่ือนบรรดาศักด์ิในต�ำแหน่ง
สำ� คัญๆ เป็นลำ� ดบั มา นบั แตเ่ ป็นพระยาอภัยรณฤทธิ์ จางวางกรมพระต�ำรวจหลวง พระยายมราช
เจ้าพระยาจักรี ว่าท่ีสมุหนายก และสุดท้ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้รับพระราชทาน
เคร่อื งยศอย่างเจ้าต่างกรม
พ.ศ. ๒๓๒๔ ขณะยกทพั ไปรบเมอื งเขมร เกิดจลาจลข้นึ ในกรงุ ธนบุรี สมเดจ็ เจ้าพระยา
มหากษัตริย์ศึก ต้องยกทัพกลับกรุงธนบุรี ปราบการจลาจลให้บ้านเมืองสงบแล้ว มุขอ�ำมาตย์
ราชมนตรแี ละราษฎรทง้ั หลายจงึ พรอ้ มกนั อญั เชญิ เสดจ็ ขนึ้ เถลงิ ถวลั ยราชสมบตั ิ เมอ่ื วนั ท่ี ๖ เมษายน
พ.ศ. ๒๓๒๕ และประกอบพระราชพิธีฝังเสาหลักเมือง วันท่ี ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ ต่อมา
โปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสรุ สิงหนาท สมเดจ็ พระอนุชาธิราช ให้ทรงดำ� รง
ตำ� แหนง่ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วงั หนา้ )
14
ทศรชั บรมราชจักรวี งศ์
โคลงภาพพระราชพงศาวดารในพระราชดำ�ริพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
สมเด็จเจ้าพระยามหากษตั ริยศ์ กึ กลับจากราชการทัพเมอื งเขมร
และต่อมาปราบดาภิเษกเปน็ พระปฐมบรมกษตั รยิ ์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
15
ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์
พระบวรราชานสุ าวรยี ส์ มเด็จพระบวรราชเจา้ มหาสรุ สงิ หนาท กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล
ในรัชกาลที่ ๑ ทวี่ ัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ิ
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช มพี ระราชดำ� รฟิ น้ื ฟพู ระราชอาณาจกั ร
ให้รุ่งเรืองทุกด้านเหมือนเช่นเม่ือครั้ง “บ้านเมืองดี” ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในการน้ี
โปรดใหส้ รา้ งพระนครใหม่ จากนนั้ โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งพระราชมณเฑยี รเปน็ ทป่ี ระทบั ชวั่ คราว เมอื่
แลว้ เสร็จจึงเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ โดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ขา้ มฟากจากกรุงธนบรุ มี าสู่
พระราชมณเฑยี รแหง่ ใหม่ โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกโดยสงั เขป เมอ่ื วนั ท่ี ๑๐
มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๓๒๕ จากน้ันจงึ โปรดเกลา้ ฯ ใหด้ �ำเนินการสรา้ งพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง
บวรสถานมงคล และพระนครใหเ้ ป็นการถาวรตลอดทั้งสร้างเครอ่ื งประกอบพระราชพธิ สี ำ� คัญตาม
โบราณราชประเพณี เช่น เคร่อื งราชปู โภค เปน็ อาทิดว้ ย
16
ทศรัชบรมราชจักรีวงศ์
พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรรี ัตนศาสดาราม
การก่อสร้างพระนครคร้ังนั้น ได้เกณฑ์ไพร่หลวงและไพร่เลกหัวเมืองท�ำอิฐขึ้นใหม่บ้าง
รื้ออิฐก�ำแพงที่กรุงศรีอยุธยาลงมาบ้าง สร้างก�ำแพงพระนคร ป้อม ประตู ปราสาทราชมณเฑียร
หมู่พระที่น่ังต่าง ๆ โดยเฉพาะสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเป็นท่ี
ประดิษฐานพระพทุ ธรปู ค่บู า้ นคู่เมือง “พระพุทธมหามณีรตั นปฏมิ ากร (พระแก้วมรกต)” และเป็น
ทปี่ ระชุมขา้ ทลู ละอองธุลีพระบาท และประกอบพระราชพิธีถือนำ้� พระพพิ ฒั นส์ ัตยา
เม่ือการก่อสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๓๒๘ จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีสมโภช
เฉลมิ ฉลองพระนคร พรอ้ มกบั โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก ครงั้ ท่ี ๒ ใหส้ มบรู ณต์ าม
ธรรมเนยี มโบราณราชประเพณี พระราชทานนามพระนครวา่ “กรงุ เทพมหานคร บวรรตั นโกสนิ ทร์
มหนิ ทรายทุ ธยามหาดลิ กภพนพรตั นราชธานบี รุ รี มย์อดุ มราชนเิ วศนม์ หาสถานอมรพมิ านอวตารสถติ
สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอย่หู ัวทรงแปลงสรอ้ ยคำ� “บวรรตั นโกสนิ ทร์” เปน็ “อมรรตั นโกสนิ ทร”์
17
ทศรชั บรมราชจกั รวี งศ์
หนงั สือสมดุ ไทยเรื่องกฎหมายตราสามดวง
18
ทศรัชบรมราชจกั รวี งศ์
ตราราชสหี ์ ตราคชสีห์ ตราบวั แก้ว
พระราชกรณยี กิจ
ดา้ นการเมอื งการปกครอง พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช มพี ระราช
ดำ� รใิ นการทำ� นบุ ำ� รงุ บา้ นเมอื งใหเ้ จรญิ รงุ่ เรอื งและดำ� รงอยอู่ ยา่ งมนั่ คง ทรงจดั ระเบยี บการปกครอง
ภายในพระราชอาณาจักร โดยยึดแบบอย่างแต่คร้ังกรงุ ศรีอยธุ ยาเปน็ สำ� คญั คอื แบ่งเป็นฝ่ายทหาร
และพลเรอื น มอี คั รมหาเสนาบดี เรยี กวา่ สมหุ นายก ถอื ตราพระราชสหี ์ บงั คบั บญั ชากรมมหาดไทย
ดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือ และสมุหพระกลาโหม ถือตราพระคชสีห์ บังคับบัญชากรมพระกลาโหม
ดแู ลหวั เมอื งฝา่ ยใต้ สว่ นกรมทา่ ถอื ตราบวั แกว้ ดแู ลหวั เมอื งฝา่ ยตะวนั ตก แลว้ จดั การปกครองแบบ
จตสุ ดมภ์ คือ เวียง วัง คลงั นา
โดยเฉพาะดา้ นราชการสงครามทงั้ การรกั ษาความมน่ั คงและปอ้ งกนั ประเทศนน้ั ตอ้ งทรง
ทำ� ศกึ สงครามปอ้ งกนั และขยายพระราชอาณาจกั รหลายครง้ั ครง้ั สำ� คญั ทสี่ ดุ ในรชั กาลคอื สงคราม
เกา้ ทพั ใน พ.ศ. ๒๓๒๘ เป็นการรบท่ียกกองทัพมาถึง ๙ เส้นทาง ซง่ึ กลา่ วไดว้ า่ เปน็ การรกั ษาและ
ป้องกันอธิปไตยของชาติไว้ เพราะศึกครั้งน้ีข้าศึกตั้งใจจะขจัดชาติไทยให้สูญสิ้น ด้วยพระปรีชา
สามารถทรงไดร้ ับชัยชนะ จนเปน็ ทเี่ ลอ่ื งลือในยุทธวธิ กี ารรบของกองทัพไทย
ดา้ นกฎหมาย ทรงปรบั ปรงุ แกไ้ ขกฎหมาย เพอื่ ใชเ้ ปน็ หลกั ในการควบคมุ จดั ระเบยี บสงั คม
โปรดใหข้ า้ ราชการทมี่ คี วามรใู้ นราชประเพณแี ละการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ รว่ มกันช�ำระและปรบั ปรุง
วางระเบยี บแบบแผนในการปฏบิ ตั ริ าชการไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน รวมทงั้ ชำ� ระพระราชกำ� หนดกฎหมายที่
ยดึ ถอื ปฏบิ ตั กิ นั มาแตค่ รงั้ โบราณจดั หมวดหมใู่ หถ้ กู ตอ้ ง แลว้ ใหอ้ าลกั ษณช์ บุ เสน้ หมกึ ไว้ ๓ ชดุ แตล่ ะ
ชดุ ประทบั ตรา ๓ ดวง คือ พระราชสีห์ (มหาดไทย) พระคชสีห์ (กลาโหม) และบวั แกว้ (กรมทา่ )
จึงมีชื่อว่า กฎหมายตราสามดวง อันเป็นแบบแผนท่ีพัฒนาเป็นกฎหมายของบ้านเมืองสืบมาถึง
ปจั จุบัน
19
ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหอ้ ญั เชญิ มาจากวดั เขาอนิ ทร์ เมอื งสวรรคโลก ปฏสิ งั ขรณด์ ว้ ยนาก ถวายนามวา่
“พระเจา้ ตรัสในควงไม้มหาโพธ์”ิ ประดิษฐานเปน็ พระประธานในพระวหิ ารทศิ ตะวนั ออก มขุ หนา้
วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม ต่อมารัชกาลท่ี ๔ ถวายนามวา่ “พระพทุ ธมารวไิ ชย อไภยปรปกั ษ
อัตพฤกษโพธิภิรมย์ อภสิ มพุทธบพิตร”
วัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม วดั ประจำ�รัชกาลท่ี ๑
20
ทศรชั บรมราชจักรีวงศ์
พระราชนพิ นธ์ ในรชั กาลท่ี ๑
ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงส่งเสริมและฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมของชาติให้ยั่งยืน เพราะหลายส่ิงได้สูญสิ้นไปในภัยสงคราม
ไดแ้ ก่ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พระราชพธิ โี สกนั ต์ พระราชพธิ ถี อื นำ้� พระพพิ ฒั นส์ ตั ยา รวมทงั้ ทรง
ทำ� นบุ ำ� รงุ งานศลิ ปกรรมแขนงตา่ ง ๆ เปน็ ทป่ี รากฏใหเ้ หน็ จากความงดงามของปราสาทราชมณเฑยี ร
และพระอารามตา่ ง ๆ นอกจากน้ี ยงั ทรงรเิ รมิ่ สรา้ งสรรคง์ านวรรณกรรม มพี ระราชนพิ นธห์ ลายเรอื่ ง
ได้แก่ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ อุณรุท อิเหนา ดาหลัง และกลอนเพลงยาวนิราศเรื่องรบพม่า
ที่ท่าดินแดง ทั้งนี้ ยังได้ทรงส่งเสริมนักปราชญ์ราชบัณฑิตให้สร้างสรรค์งานแปล ช�ำระเรียบเรียง
พงศาวดารและวรรณคดีต่าง ๆ ตลอดรัชกาล เช่น พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์
วดั พระเชตพุ น ลิลติ เพชรมงกุฎ อิเหนาค�ำฉันท์ สามก๊ก ไซ่ฮัน่ ราชาธิราช ไตรภูมโิ ลกวนิ ิจฉยกถา
เป็นต้น
ด้านศาสนา ทรงท�ำนุบ�ำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นหลักแก่บ้านเมืองและเป็นท่ี
ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ในการนี้โปรดเกล้าฯ ให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎกเป็นคร้ังแรก
ในกรุงรัตนโกสนิ ทร์ โดยสมเด็จพระสังฆราชทรงเลอื กพระราชาคณะที่รอบรู้ ๒๑๘ รปู ราชบัณฑติ
๓๒ คน รว่ มกนั สงั คายนาพระไตรปฎิ ก ณ วดั นพิ พานาราม (ปจั จบุ นั คอื วดั มหาธาตยุ วุ ราชรงั สฤษฎ)์ิ
โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระไตรปิฎกแก่พระอารามหลวงและพระราชทานพระบรมราชานุญาต
ให้พระอารามตา่ ง ๆ คัดลอก นอกจากนย้ี ังทรงจัดระเบยี บพระสงฆ์ ตรากฎพระสงฆ์ ให้ประพฤติ
อยใู่ นพระธรรมวนิ ยั มพี ระราชศรทั ธาทำ� นบุ ำ� รงุ พระพทุ ธศาสนา โดยทรงสรา้ งและบรู ณปฏสิ งั ขรณ์
พระอารามต่างๆ ทง้ั ในพระนครและหัวเมืองใหส้ ง่างดงาม อญั เชญิ พระพุทธรปู ท่ีท้ิงร้างในหวั เมอื ง
ลงมาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปส�ำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะบูรณปฏิสังขรณ์วัดโพธิ์
หรอื วัดพระเชตพุ นวิมลมังคลาราม
21
ทศรชั บรมราชจกั รีวงศ์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๗
กนั ยายน พ.ศ. ๒๓๕๒ พระชนมพรรษา ๗๓ พรรษา ทรงดำ� รงสริ ริ าชสมบัติ ๒๗ ปี
ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ใหส้ ถาปนาวนั ท่ี ๖ เมษายน ของทกุ ปี เปน็ วนั พระบรมราชานุสรณแ์ หง่ พระบรมราช
จกั รีวงศ์ เรียกวา่ วันจกั รี
พ.ศ. ๒๔๗๕ ในโอกาสท่ีกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๑๕๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ ๗ ทรงพระอนุสรณ์ค�ำนึงในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระผู้ทรงสถาปนากรุง
รัตนโกสินทร์ให้เจริญรุ่งเรืองสืบมา จึงมีพระราชด�ำริบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้าง
พระปฐมบรมราชานสุ รณ์ คอื สะพานพระพทุ ธยอดฟา้ ขา้ มแมน่ ำ้� เจา้ พระยา เชอ่ื มกรงุ เทพมหานคร
และธนบรุ ีให้มคี วามเจริญทดั เทยี มกนั ราษฎรทงั้ ๒ ฝ่ัง ไปมาได้สะดวก และทเี่ ชิงสะพานนัน้ ทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระดษิ ฐานพระบรมรปู พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
ไวเ้ ป็นพระบรมราชานุสรณ์
พ.ศ. ๒๕๒๕ ในโอกาสทกี่ รงุ รตั นโกสนิ ทรค์ รบ ๒๐๐ ปี คณะรัฐมนตรีมมี ตเิ มื่อวันที่ ๒๓
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้เฉลิมพระเกียรติถวายพระราชสมัญญามหาราชแด่พระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และก�ำหนดเปลี่ยน “วนั จกั ร”ี วนั ที่ ๖ เมษายน ของทกุ ปี เปน็ “วนั
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์” และพ.ศ.
๒๕๕๒ ในโอกาสครบ ๒๐๐ ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
วนั ที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ รฐั บาล สมาชกิ ราชสกลุ ทุกมหาสาขา และปวงชนชาวไทยลว้ นสำ� นกึ
ในพระมหากรุณาธิคุณ จึงร่วมกันบ�ำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ที่ทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ
ดว้ ยพระวริ ยิ อตุ สาหะอยา่ งยง่ิ ไวแ้ กแ่ ผน่ ดนิ อนั เปน็ รากฐานและแนวทางในการพฒั นาชาตบิ า้ นเมอื ง
ใหย้ ัง่ ยนื สืบมาตราบจนถงึ ทุกวันนี้
22
ทศรัชบรมราชจักรีวงศ์
พระบรมราชานสุ รณ์พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
ณ เชิงสะพานพระพทุ ธยอดฟ้า กรงุ เทพมหานคร
23
ทศรชั บรมราชจกั รวี งศ์
“... ทรงพระราชศรทั ธาจะยกร้ือวสิ าขบชู ามหายัญพิธี
อันขาดประเพณีมาน้นั ใหก้ ลบั คนื เจยี รฐติ กิ าล
ปรากฏสำ� หรบั แผน่ ดนิ สบื ไป
จะใหเ้ ปน็ อตั ตตั ถประโยชน์ แลปรตั ถประโยชน์
ทรงพระราชศรทั ธาจะใหส้ ัตวโลก
ขา้ ขอบขัณฑเสมาทงั้ ปวงจ�ำเรญิ อายุแลอยู่เยน็ เปน็ สุข
ปราศจากทุกข์ภัยในช่ัวนแี้ ลชว่ั หนา้ ...”
พระราชพงศาวดารกรุงรตั นโกสนิ ทร์ รัชกาลที่ ๒
พระนพิ นธ์ของสมเดจ็ ฯ กรมพระยาดำ�รงราชานุภาพ*
*สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ�รงราชานภุ าพ. พระราชพงศาวดารกรุงรตั นโกสินทร์ รชั กาลท่ี ๒,
พมิ พ์ครั้งท่ี ๙ (กรงุ เทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๔๖), หน้า ๑๒๑.
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระมหากษัตริย์รัชกาลท่ี ๒ แห่งพระบรม
ราชจักรีวงศ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสมเด็จ
พระอมรนิ ทรา บรมราชนิ ี พระนามเดมิ วา่ ฉมิ เสดจ็ พระราชสมภพเมอื่ วนั พธุ ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.
๒๓๑๐ ณ นวิ าสสถาน ต�ำบลอัมพวา เมอื งสมุทรสงคราม ขณะน้นั สมเดจ็ พระบรมชนกนาถยังทรง
รับราชการเปน็ หลวงยกกระบตั ร เมืองราชบุรีและกรงุ ศรีอยธุ ยาไดเ้ สยี แกพ่ ม่าแล้ว
25
ทศรชั บรมราชจกั รวี งศ์
พระราชลัญจกรประจ�ำ พระองค์รัชกาลที่ ๒
ตอ่ มาเมือ่ พระชนมายไุ ด้ ๒ พรรษา เสดจ็ ฯ ไปประทบั ทเ่ี คหสถานดา้ นใตข้ องวดั บางวา้ ใหญ่
คอื วดั ระฆงั โฆสติ ารามปจั จบุ นั คร้ันทรงโสกันตแ์ ลว้ สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทรงฝากใหเ้ ลา่ เรยี น
หนงั สอื กบั สมเดจ็ พระวนั รตั (ทองอย)ู่ วดั ระฆงั โฆสติ าราม จนทรงเชย่ี วชาญแตกฉาน และโดยเสดจ็
สมเด็จพระบรมชนกนาถในราชการสงครามทกุ คร้งั
สมยั รตั นโกสนิ ทร์ เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชทรงปราบดาภเิ ษก
เสด็จขึ้นปกครองบ้านเมือง ทรงได้รับสถาปนาพระอสิ รยิ ยศเปน็ เจา้ ฟา้ ตา่ งกรม พระนามวา่ สมเดจ็
พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอศิ รสนุ ทร ขณะนนั้ พระชนมายุ ๑๖ พรรษา โปรดใหป้ ระทบั
ณ พระราชวงั เดมิ กรงุ ธนบรุ ี
ทอ้ งพระโรงพระราชวังเดิม กรุงธนบรุ ี
26
ทศรัชบรมราชจักรวี งศ์
จิตรกรรมฝาผนัง วัดอมั พวนั เจตยิ าราม จงั หวัดสมุทรสงคราม
พระราชพธิ ีอุปราชาภเิ ษก สมเดจ็ พระเจา้ ลูกยาเธอ เจา้ ฟา้ กรมหลวงอิศรสนุ ทร
27
ทศรัชบรมราชจักรวี งศ์
จิตรกรรมฝาผนงั วดั อัมพวันเจติยาราม จงั หวดั สมุทรสงคราม
พราหมณท์ ลู เกล้าฯ ถวายพระมหาพชิ ัยมงกุฎ ในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลัย
พ.ศ. ๒๓๓๑ ทรงผนวชตามโบราณราชประเพณี ณ วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม เสดจ็ ฯ ไป
ประทบั จำ� พรรษาทว่ี ดั สมอราย คอื วดั ราชาธวิ าสปจั จบุ นั เมอื่ ทรงลาสกิ ขาแลว้ สมเดจ็ พระบรมชนกนาถ
โปรดให้ทรงรับราชการใกลช้ ดิ
พ.ศ. ๒๓๔๙ สมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาสรุ สงิ หนาท กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล เสดจ็
สวรรคต จงึ ไดร้ บั การสถาปนาเปน็ กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล ในรชั กาลท่ี ๑ ตงั้ การพระราชพธิ ี
อุปราชาภเิ ษก ดำ� รงพระอสิ รยิ ยศท่ีพระมหาอปุ ราช ตอ่ มา พ.ศ. ๒๓๕๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธ
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จสวรรคต จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหา
กษตั รยิ ์รชั กาลท่ี ๒ และโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรกั ษ์ สมเดจ็ พระ
อนุชาธริ าช เปน็ กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล
28
ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์
ธงชาตไิ ทยสมัยรชั กาลท่ี ๒
พระราชกรณียกจิ
ด้านการเมืองการปกครอง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงท�ำนุบ�ำรุง
บ้านเมืองอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะการสร้างเมืองหน้าด่าน ป้อมปราการป้องกันข้าศึกทางทะเล
เมอื งปากลัดทีค่ ้างไว้ พระราชทานนามว่า เมืองนครเข่อื นขนั ธ์ และต่อมา พ.ศ. ๒๓๖๒ โปรดเกลา้ ฯ
ให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหม่ืนเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหาเจษฎาราชเจา้ ) เป็นแม่กองสร้างเมอื งสมุทรปราการ ทรงจดั ระเบียบการปกครองหัวเมือง
ต่าง ๆ ทรงตราพระราชก�ำหนดและบทลงโทษเรื่องการสูบและซื้อขายฝิ่น ออกพระราชบัญญัติ
ห้ามพนกั งานเอากระสุนยงิ ราษฎร ในขณะเสด็จพระราชด�ำเนนิ เป็นแต่ให้เงือดเงอ้ื พอใหร้ ู้กลัว
ในรชั กาลมชี ้างเผือกมาสพู่ ระบารมี ๓ ชา้ ง จงึ โปรดเกลา้ ฯ ให้ทำ� ธงพ้ืนสีแดง มรี ปู ช้าง
สขี าวอยกู่ ลางวงจกั ร เปน็ ธงประจำ� เรอื กำ� ปน่ั หลวงทไี่ ปคา้ ขายกบั นานาประเทศ ธงนใี้ ชเ้ ปน็ ธงชาตไิ ทย
ต่อมาเปลีย่ นเป็นธงไตรรงค์ ในรชั กาลที่ ๖
ด้านเศรษฐกิจ ในต้นรัชกาลเศรษฐกิจการค้าฝืดเคืองมาก ต่อมาเริ่มฟื้นตัวทรงส่งเสริม
การค้ากบั ต่างประเทศ ทงั้ เอเชยี และยุโรป โดยเฉพาะจีน เขมร ญวนและมลายู เป็นผลให้มรี ายได้
เขา้ ประเทศมหาศาล
29
ทศรัชบรมราชจักรวี งศ์
วดั อรณุ ราชวราราม วัดประจำ�รัชกาลท่ี ๒
30
ทศรัชบรมราชจักรีวงศ์
พระสมทุ รเจดีย์ จงั หวดั สมุทรปราการ
ด้านศาสนา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีพระราชศรัทธาในพระบวร
พทุ ธศาสนาอยา่ งยงิ่ ทรงฟน้ื ฟวู นั วสิ าขบชู าใหเ้ ปน็ วนั สำ� คญั ทางพระพทุ ธศาสนา ประกอบพระราชพธิ ี
ประจ�ำรัชกาลสืบมา ทรงให้แก้ไขการสอบพระปริยัติธรรมจากเปรียญ ตรี โท เอก เป็นประโยค
๑-๙ (ประโยค ๑-๓ เท่ากับ เปรียญตรี ประโยค ๔-๖ เท่ากับ เปรียญโท ประโยค ๗-๙ เท่ากบั
เปรียญเอก) ทรงส่งสมณทูตไปลังกาเพ่ือสอบค้นคัมภีร์ที่คณะสงฆ์ไทยไม่มีมาคัดลอกให้สมบูรณ์
ทสี่ ำ� คญั อกี ประการหนง่ึ คอื โปรดใหส้ รา้ งและบรู ณปฏสิ งั ขรณพ์ ระอารามทง้ั ในพระนครและหวั เมอื ง
เช่น สรา้ งพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม ประดิษฐานพระบรมธาตุประจ�ำพระนคร วดั สุทัศนเทพ
วราราม พระสมทุ รเจดยี ์ จงั หวดั สมทุ รปราการ เปน็ ตน้ สว่ นวดั ประจำ� รชั กาล คอื วดั อรณุ ราชวราราม
31
ทศรัชบรมราชจักรวี งศ์
หนุ่ พระยารักใหญ่ พระยารักนอ้ ย ฝพี ระหตั ถ์
พระราชนิพนธ์บทละครเร่ืองต่างๆ
ด้านวรรณคดีและศิลปกรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงรอบรู้และ
มีพระอัจฉริยภาพในศาสตร์และศิลป์ทุกสาขา ในรัชกาลของพระองค์ถือเป็นยุคทองของวรรณคดี
ดว้ ยบา้ นเมอื งเรม่ิ มคี วามสงบและเจรญิ มน่ั คง พระองคท์ รงเปน็ เอกอคั รศลิ ปนิ ในทกุ แขนง โดยเฉพาะ
พระปรชี าสามารถดา้ นวรรณคดแี ละศลิ ปกรรมเปน็ ทป่ี รากฏพระเกยี รตคิ ณุ เปน็ อยา่ งยง่ิ ทรงพระราชนพิ นธ์
วรรณคดที ม่ี คี ณุ คา่ หลายเรอื่ ง ไดแ้ ก่ ไกรทอง คาวี ไชยเชษฐ์ สงั ขท์ อง มณพี ชิ ยั เสภาเรอ่ื งขนุ ชา้ งขนุ แผน
(บางตอน) รามเกยี รต์ิ และอเิ หนา ซงึ่ ไดร้ บั การยกยอ่ งจากวรรณคดสี โมสรในรชั กาลที่ ๖ วา่ เป็น
ยอดของบทละครร�ำ
32
ทศรชั บรมราชจักรีวงศ์
บานประตูแกะสลกั วดั สุทัศนเทพวราราม ฝีพระหตั ถ์พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั
ปจั จุบันจัดแสดงทพี่ พิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติ พระนคร
33
ทศรชั บรมราชจกั รีวงศ์
พระพทุ ธธรรมิศราชโลกธาตดุ ิลก พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลัย ทรงป้นั พระพักตร์
ด้านศิลปกรรม ทรงส่งเสริมงานศิลปะทุกประเภท ทรงแกะสลักบานประตูไม้พระวิหาร
วดั สทุ ัศนเทพวราราม และทรงแกะหนา้ ห่นุ หลวงด้วยไม้รกั ค่หู น่งึ เรียกวา่ พระยารกั ใหญ่ พระยา
รักน้อย นอกจากน้ี ยงั ทรงเป็นจติ รกรเอก ทรงเขยี นลายท่ฝี ้าเพดานพระท่นี ัง่ สนามจนั ทร์ ซงึ่ เปน็
พระท่ีนั่งไม้ขนาดเล็ก และทรงปน้ั พระพกั ตร์พระพทุ ธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระ
อโุ บสถวดั อรุณราชวราราม ซ่ึงมีความงดงามเป็นอย่างย่ิง ที่สำ� คัญยงั โปรดใหส้ ร้างสวนขวา ภายใน
พระบรมมหาราชวงั เพอื่ เปน็ ทส่ี ำ� ราญพระราชอริ ยิ าบถ บรเิ วณสวนขวานน้ั ขดุ สระตกแตง่ เปน็ ต�ำหนกั
เกง๋ แพ และเกาะแกง่ ตา่ ง ๆ เปน็ ทเี่ ลอ่ื งลอื ในหมชู่ าวตา่ งชาตทิ ไี่ ดเ้ คยเหน็ วา่ งดงามยง่ิ นกั
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ยังสนพระราชหฤทัยศิลปะ
การดนตรี ทรงเชยี่ วชาญและโปรดซอสามสาย พระราชทานนามซอคพู่ ระทยั วา่ “ซอสายฟ้าฟาด”
ทรงพระราชนิพนธ์ท�ำนองเพลงบุหลันลอยเล่ือน (บุหลันเลื่อนลอยฟ้า หรือสรรเสริญพระจันทร์
บางแห่งเรียกว่า เพลงทรงพระสุบิน) ซึ่งเป็นเพลงไทยเดิมที่ไพเราะ ได้น�ำมาเป็นเพลงสรรเสริญ
พระบารมีอยชู่ ว่ งเวลาหนงึ่
34
ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์
พระบรมราชานสุ าวรียพ์ ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั
ณ วดั อมั พวนั เจตยิ าราม จงั หวัดสมทุ รสงคราม
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั เสดจ็ สวรรคตเมอ่ื วนั พธุ ที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.
๒๓๖๗ พระชนมพรรษา ๕๘ พรรษา ทรงด�ำรงสิริราชสมบัติ ๑๕ ปี
พ.ศ. ๒๕๑๑ ในโอกาสครบ ๒๐๐ ปี แห่งวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาชาติ (UNESCO) ไดป้ ระกาศยกยอ่ งใหท้ รงเปน็ บคุ คลสำ� คญั ของโลก และคณะรฐั มนตรมี มี ติ
กำ� หนดใหว้ นั ท่ี ๒๔ กมุ ภาพนั ธข์ องทกุ ปี เปน็ “วนั ศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ เพอื่ รำ� ลกึ ถงึ พระมหากรณุ าธคิ ณุ
ทท่ี รงสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปวฒั นธรรมใหแ้ กช่ าตบิ า้ นเมอื งเปน็ อเนกประการ และกระทรวงวฒั นธรรม
ได้ก�ำหนดวนั ที่ ๒๑ กรกฎาคม ของทกุ ปี ซึง่ เปน็ วนั คลา้ ยวันสวรรคต เป็น “วนั บูรพศลิ ปิน” สมเด็จ
พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ
วรราชภักดี สริ กิ จิ การณิ พี ีรยพัฒน รฐั สมี าคุณากรปยิ ชาติ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานเรยี ก
นามศลิ ปินผลู้ ว่ งลับเหล่าน้วี า่ “บูรพศลิ ปิน”
35
ทศรชั บรมราชจักรวี งศ์
“... การศกึ สงครามข้างญวนข้างพมา่ กเ็ ห็นจะไมม่ ีแล้ว
จะมอี ย่กู แ็ ต่ข้างพวกฝรั่งให้ระวังให้ดี
อย่าใหเ้ สยี ทีแก่เขาได้
การงานส่งิ ใดของเขาทีด่ คี วรจะเรียนรำ�่ เอาไว้
กเ็ อาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถอื เลื่อมใสไปทเี ดยี ว ...”
พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนิ ทร์ รชั กาลท่ี ๓
ของเจา้ พระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบด*ี
*เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธบิ ด.ี พระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ รัชกาลที่ ๓, พมิ พ์ครั้งที่ ๗
(กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๔๗), หน้า ๑๕๒.
พระบาทสมเด็จพระน่งั เกล้าเจ้าอย่หู ัว
พระมหาเจษฎาราชเจา้
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลท่ี ๓ แหง่ พระบรมราช
จักรีวงศ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและสมเด็จพระศรีสุลาลัย
พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าทับ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ ท่ี ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐
ณ พระราชวงั เดิม กรงุ ธนบุรี
เมอื่ ทรงพระเยาว์พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชสมเดจ็ พระบรมอยั กาธริ าช
โปรดเกล้าฯ ให้มีพิธีโสกันต์เป็นการพิเศษ ณ พระที่น่ังดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
และต่อมาโปรดให้ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นเสด็จฯ ไปประทับจ�ำพรรษา
ณ วดั ราชสิทธาราม
37
ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์
พระราชลัญจกรประจ�ำ พระองคร์ ชั กาลท่ี ๓
เม่ือพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หล้านภาลยั สมเด็จพระบรมชนกนาถ เสด็จเถลิงถวลั ย
ราชสมบตั เิ ปน็ พระมหากษตั ริย์รัชกาลที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๕๒ โปรดเกลา้ ฯ สถาปนาข้นึ ทรงกรมเป็น
พระเจา้ ลกู ยาเธอ กรมหมนื่ เจษฎาบดนิ ทร์ ถงึ พ.ศ. ๒๓๕๖ โปรดใหท้ รงกำ� กบั ราชการตา่ งพระเนตร
พระกรรณในกรมท่า และกรมพระคลังมหาสมบัติ ครั้นสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์
กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล ในรชั กาลท่ี ๒ เสด็จสวรรคตแลว้ โปรดใหท้ รงบงั คบั การสทิ ธข์ิ าด
ในกรมพระตำ� รวจ ทำ� หนา้ ทวี่ า่ ความฎกี าตา่ ง ๆ ถงึ พ.ศ. ๒๓๖๓ พมา่ ยกกำ� ลงั มาตง้ั ทพั เตรยี มทำ� ศกึ
ทปี่ ลายดา่ นเมอื งกาญจนบรุ ี ทรงไดร้ บั พระบรมราชโองการใหค้ มุ กำ� ลงั ไปขดั ตาทพั ทต่ี ำ� บลปากแพรก
รมิ แมน่ ำ้� นอ้ ย ประมาณปเี ศษพมา่ จงึ เลกิ ทพั กลบั ไป ลว้ นสะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ พระปรชี าสามารถทที่ รง
รอบรู้ในหน้าที่ราชการแผ่นดินหลายด้าน จนเป็นท่ีทรงไว้วางพระราชหฤทัยของสมเด็จพระบรม
ชนกนาถมาตลอดรชั กาล
พ.ศ. ๒๓๖๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระประชวรและเสด็จ
สวรรคต โดยมไิ ดต้ รสั มอบราชสมบตั แิ กผ่ ใู้ ด บรรดาพระบรมวงศานวุ งศช์ น้ั ผใู้ หญแ่ ละเสนาบดที ง้ั ปวง
ได้ประชุมปรึกษาและพร้อมกันอัญเชิญพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระราชโอรส
พระองคใ์ หญ่ ซงึ่ ทรงพระสตปิ ญั ญาเฉลยี วฉลาดและรอบรใู้ นกจิ การบา้ นเมอื งเปน็ อยา่ งยงิ่ เสดจ็ ขนึ้
ครองราชยโ์ ดย “อเนกชนนกิ รสโมสรสมมต”ิ เปน็ พระมหากษตั รยิ ร์ ชั กาลท่ี ๓ ในการนี้ โปรดเกลา้ ฯ
สถาปนาสมเดจ็ พระบวรราชเจา้ มหาศกั ดพิ ลเสพ สมเดจ็ พระปติ ลุ า เปน็ กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล
38
ทศรชั บรมราชจกั รวี งศ์
พระทน่ี ่ังศวิ โมกขพมิ าน ในพระราชวงั บวรสถานมงคล ฝีมือชา่ งครง้ั รัชกาลท่ี ๓
ปัจจบุ นั คือ พิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร
พระที่น่งั พทุ ไธสวรรย์ เดมิ ช่อื พระทน่ี ั่งสทุ ธาสวรรย์ หรอื พุทธาสวรรย์ บูรณะซ่อมแซมในรชั กาลที่ ๓
เสาและพาไลตามแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓
39
ทศรัชบรมราชจกั รีวงศ์
เงินเหรยี ญทองคำ�ของเมก็ ซิโก
ทท่ี รงใส่ไว้ในถงุ แดง
พระราชกรณียกิจ เงนิ ถุงแดง พระราชทรพั ย์สว่ นพระองคจ์ ากการค้าส�ำ เภา
ในพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกล้าเจ้าอยู่หัว
ดา้ นการเมอื งการปกครอง ในรชั กาลของพระองคย์ งั มกี ารศกึ สงครามครง้ั สำ� คญั คอื การ
ปราบกบฏเจา้ อนวุ งศแ์ หง่ เวยี งจนั ทน์ เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๖๙ สว่ นสงครามกบั พมา่ ไดเ้ บาบางลง เพราะพมา่
อยรู่ ะหวา่ งทำ� สงครามกบั องั กฤษ แตไ่ ทยยงั มกี ารศกึ สงครามกบั ญวนเพอ่ื แยง่ ชงิ ดนิ แดนเขมร เรยี กวา่
สงครามอานามสยามยทุ ธ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๓๗๖ - ๒๓๙๐ โดยโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ พระยาบดินทรเดชา
(สงิ ห์ สงิ หเสน)ี เปน็ แมท่ พั ใหญร่ บั พระราชทานอาญาสทิ ธใ์ิ นการสรู้ บกบั กองทพั ญวนเปน็ เวลาเกอื บ
๑๕ ปี ทส่ี �ำคัญในรัชกาลน้ี ไทยตอ้ งเผชญิ กับปญั หาการคุกคามของจักรวรรดนิ ิยมตะวันตก เป็นผล
ใหใ้ นเวลาตอ่ มาตอ้ งมกี ารเจรจาทำ� สนธสิ ญั ญาทางการคา้ กบั องั กฤษ และสหรฐั อเมรกิ า ใน พ.ศ. ๒๓๖๙
และ พ.ศ. ๒๓๗๕ ตามลำ� ดับ
ด้านเศรษฐกิจ กลา่ วไดว้ ่า พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หวั ทรงพระปรชี าสามารถ
ในการพาณิชย์มานับแต่สมัยรัชกาลท่ี ๒ ด้วยทรงเช่ียวชาญดา้ นการคา้ กบั ตา่ งประเทศเปน็ อยา่ งยง่ิ
นอกเหนอื จากจะทรงจดั การคา้ สำ� เภาหลวงไปคา้ ขายกับนานาประเทศแล้ว ยังทรงคา้ ส�ำเภาเปน็ การ
ส่วนพระองค์อีกด้วย โดยเฉพาะการค้ากับจีน เป็นผลให้ก่อนท่ีจะเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์มี
พระราชทรพั ยเ์ ปน็ จำ� นวนมาก จนพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงเรยี กวา่ “เจา้ สวั ”
พระราชทรพั ยด์ งั กลา่ วนบี้ รรจไุ วใ้ นถงุ แดง จงึ เปน็ ทมี่ าของชอ่ื เรยี ก “เงนิ ถงุ แดง” ในเวลาตอ่ มา
40
ทศรชั บรมราชจักรวี งศ์
พระอโุ บสถ วัดราชโอรสาราม วดั ประจ�ำ รชั กาลท่ี ๓
ซุ้มประตทู างเขา้ พระอุโบสถ
41
ทศรัชบรมราชจักรีวงศ์
ครนั้ ถงึ รชั สมยั ของพระองค์ สภาพเศรษฐกจิ เรมิ่ มน่ั คงขน้ึ โปรดเกลา้ ฯ ใหแ้ กไ้ ขวธิ กี ารเกบ็
ผลประโยชน์แผ่นดินบางประการ และตั้งภาษีข้ึนใหม่ ๓๘ อย่าง รวมทั้งทรงจัดตั้งระบบเจ้าภาษี
นายอากร เพ่ือประมูลผูกขาดการเก็บภาษีอากร ส่งผลให้ราชการมีรายได้แผ่นดินอยู่มาก เมื่อถึง
ปลายรัชกาล มีเงินในพระคลังเหลือจับจา่ ยในราชการแผน่ ดิน จำ� นวน ๔๐,๐๐๐ ชัง่ (๓,๒๐๐,๐๐๐
บาท) ซ่ึงพระองค์มีพระราชด�ำรัสขอไว้ จ�ำนวน ๑๐,๐๐๐ ชั่ง (๘๐๐,๐๐๐ บาท) เพื่อสร้างพระ
อารามทค่ี า้ งไวใ้ หแ้ ลว้ เสรจ็ สว่ นทเ่ี หลอื นน้ั ถวายพระเจา้ แผน่ ดนิ พระองคใ์ หมต่ ามแตจ่ ะทรงใชส้ อย
ด้านศาสนา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก
มพี ระราชศรทั ธาเลอ่ื มใสในพระบวรพทุ ธศาสนาเปน็ อยา่ งยงิ่ จนมคี ำ� กลา่ วกนั วา่ ผใู้ ดเอาใจใสท่ ำ� นบุ ำ� รงุ
ในพระศาสนาและสรา้ งพระอาราม กจ็ ะเปน็ คนโปรด พระองคท์ รงบำ� เพญ็ พระราชกศุ ลอยเู่ ปน็ นจิ
โปรดใหส้ มณทตู ออกไปเจรญิ สมั พนั ธไมตรกี บั ลงั กา และโปรดใหส้ รา้ งและบรู ณปฏสิ งั ขรณว์ ดั วาอาราม
ท้ังในพระนครและหัวเมืองหลายแห่ง เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดเฉลิมพระเกียรติ
วัดเทพธดิ าราม วดั ราชนัดดาราม วัดยานนาวา เป็นต้น สว่ นวดั ประจ�ำรชั กาล คือ วดั ราชโอรสาราม
โลหะปราสาท วดั ราชนดั ดาราม
42
ทศรัชบรมราชจกั รวี งศ์
รัชกาลที่ ๓ โปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ฏิสงั ขรณ์และสรา้ งเรอื ส�ำ เภาพระเจดยี แ์ ทนสถูปเจดียท์ ่วั ไป
เพ่อื ให้คนรุน่ หลังไดเ้ หน็ รปู แบบเรือสำ�เภาและเปล่ยี นชือ่ วดั จากวดั คอกกระบอื เปน็ วดั ยานนาวา
อนึ่ง ในการบูรณปฏสิ งั ขรณ์วัดพระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม หรอื วดั โพธิ์ ซ่ึงเปน็ วดั ประจำ�
รชั กาลที่ ๑ นนั้ มพี ระราชดำ� รวิ า่ มคี วามชำ� รดุ ทรดุ โทรมมาก เพราะวา่ งเวน้ จากการบรู ณปฏสิ งั ขรณ์
เปน็ เวลากว่า ๓๐ ปี จึงโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารบูรณปฏสิ ังขรณค์ รัง้ ใหญ่ข้นึ ท้งั พระอาราม นบั แต่ พ.ศ.
๒๓๗๕ และทรงก�ำหนดให้พระบรมวงศานุวงศ์เปน็ แมก่ องก�ำกบั งาน และขา้ ทลู ละอองธลุ พี ระบาท
แบ่งหนา้ ท่เี ปน็ นายดา้ น* รบั ผดิ ชอบการบรู ณปฏสิ งั ขรณค์ นละสว่ น และทสี่ ำ� คญั อกี ประการหนงึ่ คอื
โปรดเกล้าฯ ใหเ้ หลา่ บรรดานักปราชญร์ าชบณั ฑติ ตรวจสอบช�ำระตำ� ราสรรพวิทยาความรู้ทงั้ ตำ� รา
กวนี พิ นธ์ ตำ� ราแพทยแ์ ผนโบราณ ตำ� รายา ฯลฯ ซง่ึ ลว้ นเปน็ ภมู ปิ ญั ญาของคนไทย พจิ ารณาเลอื กสรร
แต่ฉบับที่ดีและลงความเห็นว่าถูกต้องแน่นอนแล้ว จารึกลงแผ่นศิลาประดับไว้ตามอาคารและ
สิ่งก่อสร้างภายในพระอาราม เช่น พระอโุ บสถ พระวิหาร ระเบียงคด และศาลารายตา่ ง ๆ เพอ่ื เปน็
วิทยาทานให้แก่ราษฎรที่ใฝ่รู้สนใจในต�ำราวิชาการเหล่าน้ี จะได้ศึกษาค้นคว้าให้กว้างขวางย่ิงข้ึน
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันย่ิงใหญ่ที่มีพระราชด�ำริให้วัดโพธ์ิเป็นแหล่งเรียนรู้ของมหาชน
ทกุ ชนชน้ั จนมคี �ำกล่าวกันวา่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเมืองไทย
*นายด้าน หมายถึง ผู้เป็นหัวหน้าด้านราชการท่ีระดมกันท�ำ หรือเป็นผู้บังคับบัญชา บางคร้ังใช้เป็นค�ำน�ำหน้า
ตำ� แหน่ง บรรดาศกั ดิ์ของราชการ
43
ทศรัชบรมราชจักรวี งศ์
44
ทศรชั บรมราชจกั รีวงศ์
จารกึ ต�ำ ราการแพทย์แผนไทย ณ วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม
45
ทศรชั บรมราชจักรวี งศ์
รปู ป้นั ฤๅษีดัดตน วัดพระเชตุพนวิมลมงั คลาราม มีท่ีมาจากทา่ โยคะของโยคีอินเดยี ๘๐ ทา่
โดยเหตุที่จารึกวัดโพธ์ิเป็นหลักฐานการบันทึกที่รวบรวมองค์ความรู้ของสรรพวิทยาการ
ตา่ ง ๆ ทงั้ ทางดา้ นประวตั ศิ าสตร์ ศาสนา ขนบธรรมเนยี ม จารตี ประเพณี อกั ษรศาสตร์ ภาษาศาสตร์
เวชศาสตร์ และสุภาษิต ในการนี้ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจ�ำแห่งโลก
พิจารณาถึงคุณค่าและความส�ำคัญของจารึกวัดโพธิ์ดังกล่าว จึงประกาศขึ้นทะเบียนจารึกวัดโพธิ์
เป็นมรดกความทรงจ�ำแหง่ โลก ระดบั ภูมิภาคเอเชียแปซฟิ กิ เมือ่ วันท่ี ๒๑ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ณ กรงุ แคนเบอรร์ า ประเทศออสเตรเลยี และประกาศรบั รองใหจ้ ารกึ วดั โพธิ์ ขนึ้ ทะเบยี นเปน็ มรดก
ความทรงจ�ำแหง่ โลก ระดบั นานาชาติ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ เมืองแมนเชสเตอร์
สหราชอาณาจกั ร นบั เปน็ เกียรติ ศักด์ศิ รแี ละความภาคภูมใิ จของคนไทยทง้ั แผน่ ดิน
พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ สวรรคต เมอ่ื วนั พธุ ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๔
พระชนมพรรษา ๖๔ พรรษา ทรงดำ� รงสริ ิราชสมบตั ิ ๒๗ ปี
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันท่ี ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ถวายพระราชสมัญญา
กำ� หนดใหอ้ อกพระนามพระบาทสมเด็จพระนง่ั เกล้าเจ้าอยหู่ วั รวม ๓ แบบ คือ “พระบาทสมเด็จ
พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ”“พระมหาเจษฎาราชเจา้ ”และ “พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระมหา
เจษฎาราชเจ้า” มีความหมายว่า “พระมหาราชเจ้าผู้มีพระทัยตั้งม่ันในการบ�ำเพ็ญพระราชกิจ”
และกำ� หนดใหว้ นั ท่ี ๓๑ มนี าคม เปน็ “วันทีร่ ะลึกพระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว พระมหา
เจษฎาราชเจ้า” ต่อมา พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรมี ีมติถวายพระราชสมญั ญาวา่ “พระบิดาแห่ง
การค้าไทย” และในพ.ศ. ๒๕๕๘ ถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการแพทยแ์ ผนไทย”
46
ทศรชั บรมราชจักรวี งศ์