The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มรดกภูมิปัญญา อาหารพื้นถิ่นและขนมพื้นถิ่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มรดกภูมิปัญญา อาหารพื้นถิ่นและขนมพื้นถิ่

มรดกภูมิปัญญา อาหารพื้นถิ่นและขนมพื้นถิ่

๙. ภาพประกอบ สาธติ การทําขนมพ้ืนถ่นิ
๓๘

กิจกรรมสาธติ ขนมพื้นถ่นิ “ซาหริ่มใบชะคราม” วนั ที่ ๘ มนี าคม ๒๕๖๔ ณ หอศลิ ป RRU มหาวิทยาลัยราชภฏั
ราชนครินทร

๓๙

๒. ขา วตมมดั ใบลาํ เจยี ก ตําบลคลองเข่อื น อาํ เภอคลองเขือ่ น จงั หวัดฉะเชงิ เทรา

คณุ เสนาะ ทมิ สี
๑. ประวัตคิ วามเปนมา

ในอําเภอคลองเข่ือน จังหวัดฉะเชิงเทรา ประชาชนสวนใหญจะปลูกตนลําเจียกไวเพื่อบังลมปองกันตลิ่งพัง
โดยในสมยั กอ น เมอื่ อยากรบั ประทานอาหารหวาน อาหารคาวกจ็ ะทาํ กนิ กนั เอง เทา ทจ่ี ะหาวตั ถดุ บิ ในทอ งถน่ิ ได สงิ่ ทหี่ างา ย
ก็มีท้ังขาวเจา และขาวเหนียว กลว ยนํา้ วา ออ ย ตน บอน ใบกระพังโหม เปน ตน นาํ มาทําขนมเลย้ี งคนในครอบครวั ทง้ั นี้
เมอ่ื มขี า วเหนยี ว กลว ยนา้ํ วา สกุ อยากรบั ประทานขา วตม มดั จงึ ไดท าํ รบั ประทาน ตง้ั แตส มยั ปู ยา ตา ยาย มอี ปุ กรณห อ ขา วตม มดั
ไดหลายอยาง เชน ใบตอง ใบจาก ใบลาน และใบลําเจียก เปนตน ตามทองตลาดท่ัวไปจะใชใบตองหอ ซ่ึงจะหาไดงาย
แตเ วลารบั ประทานจะมกี ลนิ่ เหมน็ เขยี วเลก็ นอ ย แตใ นตาํ บลคลองเขอื่ น อาํ เภอคลองเขอื่ น จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา ไดน าํ ใบลาํ เจยี ก
มาใชในการหอขาวตมมัด เม่ือรับประทานแลวจะไดช่ืนใจ เน่ืองจากใบมีกล่ินหอม (เสนาะ ทิมสี, สัมภาษณ, ๑๐ มีนาคม
๒๕๖๔ ณ หอศิลป มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏราชนครนิ ทร)

๒. จุดเดน / เอกลักษณของขนมพ้นื ถนิ่
๑. ใบลาํ เจยี กมกี ลนิ่ หอม ใชร กั ษาอาการวงิ เวยี นศรี ษะและบาํ รงุ หวั ใจ เมอ่ื นาํ มาหอ ขา วตม มดั กลน่ิ จากใบลาํ เจยี ก

จะหอมช่ืนใจ
๒. ใบลําเจยี กมีความเหนียวไมแตกงา ย นํามาหอ ขา วตมมัดไดด ี
๔๐

๓. วัตถดุ บิ ในการทําขนมพืน้ ถน่ิ ๒ กิโลกรมั
๑. มะพราวแก
๒. ขา วสารขา วเหนยี ว ๓ กโิ ลกรมั
๓. ถวั่ ดําพนั ธุใหม (ใสถ ่วั ดําแลว แตค วามชอบ)
๔. ใบลาํ เจยี ก เลือกทม่ี ขี นาดใบพอดี
๕. กลว ยนํ้าวาทส่ี ุกมาก ๆ
๖. เชอื กคลา * หรอื เชอื กกลวย* หรือ เชือกตอก* (ไมไผ)
๗. นํ้าตาลทราย
๘. เกลอื นิดหนอ ย
* เชอื กคลา ไดจ าก การเลาะเอาแตเ ปลอื กท่มี สี เี ขียวของตนคลา แลวนาํ มาจักเปน เสน เล็ก ๆ
* เชอื กกลว ย ไดจาก การนําเปลือกของตนกลวยมาจกั ใหเ ปนเสน ๆ แลวตากแดดใหแหง กอ นนาํ มาใชต องแชน ํ้าให
เชือกนิ่มกอน
* เชือกตอก ไดจาก การนาํ ไมไ ผม าตดั เปน ทอน ๆ ยาวตามตองการ จากน้ันจกั ออกเปน ช้ินแลว เหลาใหเ ปนเสน

๔. วิธีการทําขนมพืน้ ถิ่น
๑. นาํ ขาวเหนียวทีซ่ าวน้ําไวแ ลวใสล งในกระทะ หรอื หมอ อวย
๒. เอานาํ้ กะทเิ ทใสลงไปจนทว มขาวเหนยี ว ประมาณ ๑ ฝา มอื
๓. ยกขน้ึ ต้ังไฟ ใชตะหลวิ และไมพ ายคนกลบั ไป - มาจนนํา้ กะทแิ หง ขาวจะสกุ ๆ ดบิ ๆ แตเหนียวจนเอามา

ปน ได (ปน เปนรปู ไขก ลม)
๔. กลวยน้ําวา สุกแบงทอ น ผลละ ๒ ทอ น
๕. ลา งมอื ใหส ะอาด เอาใบลําเจยี กลางน้าํ ใชผา ท่ีสะอาดเช็ดใบใหแ หง หยิบขาวเหนยี วมากาํ ในฝา มอื แลวแบมอื

ทําขา วเหนียวใหแบนใสกลวยตรงกลาง แลว นําขา วเหนียวมาหมกวา งพอประมาณใหมิดทอ นกลวย เปน รูปไข ใชใบลาํ เจยี ก
หอใหกลมมัดใหแนน ใชมีดหรือกรรไกรตัดแตงใบลําเจียกใหเรียบรอย ใสหมอตม หรือน่ึง จนกลวยเปนสีแดง จึงนํามา
รับประทาน (การทาํ ใหข าวตมมดั ใบลาํ เจียกสกุ คุณภาพดี ควรใชห มอ ตมจะดีกวา หมอ นึ่ง เพราะน้ําใบลาํ เจียกเปนสมุนไพร
อยา งด)ี

๕. กระบวนการถา ยทอดมรดกภมู ิปญ ญาในชุมชน
มกี ารถายทอดขาวตมมดั ใบลําเจยี กใหแกคนในชุมชน

๖. ขอมลู สถานทตี่ งั้ ของผูผลิต
๑๑๕ / ๑ หมู ๒ ตําบลคลองเขื่อน อาํ เภอคลองเข่ือน จังหวัดฉะเชงิ เทรา ๒๔๐๐๐

๗. ชอ่ื ชมุ ชน / พ้ืนท่ดี าํ เนินการ
หมู ๒ ตาํ บลคลองเข่อื น อาํ เภอคลองเข่อื น จังหวัดฉะเชิงเทรา ๒๔๐๐๐

๔๑

๘. ขอมลู ผูท รงภมู ปิ ญญาขนมพื้นถิ่น
นายเสนาะ ทิมสี
๑๑๕ / ๑ หมู ๒ ตาํ บลคลองเข่ือน อาํ เภอคลองเขื่อน จงั หวัดฉะเชงิ เทรา ๒๔๐๐๐
เบอรโทร ๐๘๓ – ๕๘๘ - ๕๕๒๕

๙. ภาพประกอบ สาธิตการทําขนมพน้ื ถิน่

๔๒

กจิ กรรมสาธติ ขนมพน้ื ถนิ่ “ขา วตม มดั ใบลาํ เจยี ก” วนั ท่ี ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๔ ณ หอศลิ ป RRU มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
ราชนครินทร

๔๓

๓. ขาวหลามอบโอง ตาํ บลหัวไทร อาํ เภอบางคลา จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา

คณุ ขวัญเรือน ชูเมอื ง
๑. ประวัตคิ วามเปน มา

ในสมัยโบราณอาหารหรือของทุกอยางที่ใสกระบอกไมไผแลวนําไปเผาไฟเพื่อปรุงอาหารสําหรับเดินทาง
จะเรียกวา “หลาม” เชน ปลาหลาม ขาวเหนียวผสมกับกะทิ และใสก ระบอกจงึ เรียกวา “ขา วหลาม” (ประวตั ิขา วหลาม,
คนคืนเมอ่ื วันท่ี ๘ มนี าคม ๒๕๖๔ จาก http://www.otoptoday/com/ wisdom/ ๓๐๖๙/ขา วหลาม)

ขา วหลามเปน มรดกภมู ปิ ญ ญาในการทาํ อาหารและถนอมอาหารโดยใชว สั ดธุ รรมชาติ คอื ไมไ ผ ซงึ่ เปน พชื ทปี่ ลกู
อยใู นทอ งถน่ิ แตเ ดมิ การทาํ ขา วหลามในตาํ บลหวั ไทร อาํ เภอบางคลา จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา จะนาํ ขา วหลามมาเผาแบบเปน ราง
ซง่ึ พบวาเม่ือฝนตกลมแรงจะเผาขา วหลามไมได เมือ่ ไปศึกษาดูงานไดเ หน็ บางทองถน่ิ นาํ โอง มาเผาขาวหลาม จงึ ไดนําวิธีการ
ดังกลา วมาปรับใชก บั ชมุ ชนทองถนิ่ ของตนเอง และไดเ ปล่ยี นจากการเผาแบบรางเปนการเผาแบบใชโอง และมฝี าปด บนโอง
จึงเรียกวา “ขาวหลามอบโอง” ซ่ึงเปนการชวยลดปญหาของควันไฟ และขาวหลามยังมีกลิ่นหอมคงความดั้งเดิม
ทําใหมีรสชาติเปนเอกลักษณของทองถ่ิน ซ่ึงเปนการใชวัสดุในทองถ่ิน ทําใหเกิดการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง

เอกสารอา งองิ
ของทร่ี ะลกึ ถงึ คนทเี่ รารกั . ประวตั ขิ า วหลาม. [ออนไลน] เขา ถงึ ไดจ าก http://www.otoptoday/com/ wisdom/ ๓๐๖๙/

ขาวหลาม. (วันท่คี นขอ มลู ๘ มนี าคม ๒๕๖๔) .
๔๔

๒. จดุ เดน / เอกลักษณของขนมพ้นื ถน่ิ
๑. มรี สชาติหอม หวาน มัน เขม ขน ดวยนา้ํ กะทิ
๒. กระบอกไมไผท ่นี ํามาเผาไหม สกุ พอดีทั่วทั้งกระบอก มคี วามหอมชวนใหรบั ประทาน

๓. วัตถุดบิ ในการทําขนมพ้ืนถ่ิน
๑. ขา วเหนยี วขาวหรอื ขา วเหนยี วดาํ ๒ กิโลกรัม
๒. นา้ํ ตาลทราย ๑ กิโลกรมั
๓. เกลือ ๑ หอ ครึง่
๔. ถั่วดาํ (ใสต ามชอบของผูร บั ประทาน)
๕. กระบอกไมไ ผใ นชุมชน ทม่ี ีขนาดเล็ก กลาง ใหญ ซึ่งเปนไมไ ผท ่ีแตกใบขิง (ใบไผทแ่ี ตกใบออน) ผวิ สีนวล
๖. ใบตองสด หรอื ใบตองแหง
๗. โอง สําหรับอบ ไมค วรมีขนาดใหญเกนิ ไป
๘. ฝาปด โอง ควรเปน ฝาซงึ้ ทม่ี ีความสูงโปรง จะดีกวาฝาโอง ทเ่ี รยี บแบน

๔. วธิ กี ารทาํ ขนมพืน้ ถน่ิ
๑. นาํ ขา วเหนียวมาลางนา้ํ ใหสะอาด ผ่ึงใหสะเด็ดน้ํา
๒. นําถัว่ ดํามาตมใหสุก เสรจ็ แลวนําถ่วั ดาํ มาคลุกเคลาใหเขากันกับขา วเหนยี ว
การทํานา้ํ กะทิ
๑. คั้นนา้ํ กะทิ ใหไ ดต ามอัตราสว นท่ตี อ งการ ใสนา้ํ ตาลทราย เกลอื คนใหเขา กนั ชิมรสชาติตามความตองการ
๒. นาํ ขา วเหนยี วมาแชใ นนา้ํ กะททิ เี่ ตรยี มไว ๑ ชว่ั โมง เสรจ็ แลว นาํ มากรอกใสก ระบอกไมไ ผท เี่ ตรยี มไว ประมาณ

๓ สวน ๔ ของกระบอก
๓. ปด ปากกระบอกดว ยการนาํ ใบตองสดหรอื ใบตองแหง มาทาํ เปน จกุ เพอ่ื ปด ปากกระบอกไมใ หท าํ กะทลิ น ออก

นอกกระบอกไมไผเ มือ่ น้าํ กะทไิ ดรับความรอน
๔. นาํ เตาถา น (เตาอั้งโล) ใสในโองทเ่ี จาะดานลางแลว และนาํ ขาวหลามที่กรอกเสร็จเรียบรอ ยแลวมาใสใ นโอง

เพ่ือเผา ในการเผาแตละคร้ัง หากขาวหลามกระบอกเล็กจะใสในโองไดจํานวน ๒๐ - ๒๕ กระบอก ใชเวลาในการเผา
๒ ชวั่ โมง แตห ากเปน ขา วหลามกระบอกใหญ ใชเ วลาในการเผา ๓ - ๔ ชว่ั โมง ท้งั นี้ขึน้ อยกู ับขนาดของโอง ทน่ี าํ มาเผา

๕. ขาวหลามท่อี บในโอง เสร็จเรยี บรอยแลว จะสามารถเกบ็ รกั ษาไวไดเปน ระยะเวลา ๓ วัน

๕. กระบวนการถายทอดมรดกภูมิปญญาในชุมชน
๑. อาจารยโ รงเรยี นวัดหวั ไทรและวัดเปยมนิโครธาราม ตาํ บลหัวไทร อําเภอบางคลา จงั หวัดฉะเชิงเทรา ไดน ํา

นักเรียนมาศึกษาดงู านและอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารในการทาํ ขาวหลามอบโอง
๒. ถายทอดความรใู หกบั ชมุ ชน

๖. ชอ่ื ชุมชน / พืน้ ท่ดี ําเนินการ
หมทู ี่ ๑ ตําบลหวั ไทร อําเภอบางคลา จังหวัดฉะเชิงเทรา

๔๕

๗. ขอมลู สถานที่ตงั้ ของผผู ลติ
นางสาวขวญั เรอื น ชเู มอื ง
๗๔ / ๑ หมู ๑ ตาํ บลหัวไทร อาํ เภอบางคลา จังหวัดฉะเชงิ เทรา ๒๔๑๑๐
โทรศพั ท ๐๘๗ – ๘๓๓ - ๐๒๕๘

๘. ขอมลู ผูทรงภูมิปญ ญาขนมพืน้ ถ่ิน
นางสาวขวัญเรอื น ชูเมือง
๗๔ / ๑ หมู ๑ ตาํ บลหวั ไทร อาํ เภอบางคลา จังหวัดฉะเชงิ เทรา ๒๔๑๑๐
โทรศพั ท ๐๘๗ – ๘๓๓ - ๐๒๕๘

๙. ภาพประกอบ สาธิตการทาํ ขนมพ้ืนถ่นิ

๔๖

กิจกรรมสาธิตขนมพื้นถ่ิน “ขาวหลามอบโอง” วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ณ ศูนยวิชาการทองถ่ิน มหาวิทยาลัย
ราชภัฏราชนครินทร บางคลา

๔๗

๔. ขนมชะมด ตําบลบานซอง อําเภอพนมสารคาม จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา

คณุ วนั เพญ็ จันทศรี
๑. ประวตั คิ วามเปน มา

ขนมชะมด เปนขนมโบราณท่ีทาํ มาจากสมุนไพร งาดํา งาขาว ชวยบํารงุ หลายสวนของรางกาย เพิ่มแคลเซยี ม
ปอ งกนั โรคหวั ใจ ในอาํ เภอพนมสารคามทาํ ขนมชะมดมาตง้ั แตส มยั โบราณ โดยจะทาํ ขนมชะมดรบั ประทานกนั ในชว งเทศกาล
เทศนมหาชาติ และเทศกาลลอยกระทงเทานน้ั ในสมัยโบราณการทําขนมชะมดจะทําคูกบั ขนมกงและไดร ับการสบื ทอดกนั
มา ซึ่งในอาํ เภอพนมสารคามมีการทําขนมชะมดเพอ่ื นาํ ไปแลกกบั ขนมกงของเพ่ือนบา น นับวา เปนขนมพื้นถ่นิ ท่นี ําวตั ถุดบิ
ในทองถนิ่ มาแปรรปู เปนเอกลกั ษณข องตําบลบานซอ ง อาํ เภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

๒. จดุ เดน / เอกลักษณข องขนมพ้นื ถิ่น
เอกลกั ษณของขนมชะมด ขนมไทยจะตอ งใชกะทิ ควบคูกบั นาํ้ ตาลดว ยเสมอ ความหอมมนั จากกะทิจะชว ยลด

ความหวานจากน้ําตาล ลักษณะพิเศษที่มีความแตกตางจากขนมชาติอื่น ๆ เมื่อนํามาวางจัดใสจานใหเปนระเบียบจะมี
กล่ินหอมของงาดํา งาขาว เพ่อื สุขภาพ และกะทิสดที่ผสมมะพรา วออ นนี้ คือ จุดเดน ของขนมชะมด มนี ้ําตาลและกะทิเคี่ยว
ดวยกนั เพ่อื ใหเกิดความหอมหวาน (ขอ มูล : วนั เพญ็ จันทศรี)

๔๘

๓. สูตรและวิธีการทําขนมชะมด ๑/๒ กโิ ลกรมั
สวนผสม ๑/๒ กโิ ลกรมั
งาดํา ๑ กิโลกรัม
งาขาว ๑ กโิ ลกรมั
ขา วตอก ๑ กโิ ลกรัม
น้ําตาลปบ
น้าํ กะทิ

ข้นั ตอนการทาํ
๑. นําน้าํ กะทิและนาํ้ ตาลปบ มาเคี่ยวใหนํ้าเหนยี วพอประมาณ แลวนาํ งาดาํ งาขาวใสล งในกระทะทเี่ ราเค่ียวกับ
นํา้ ตาลพรอ มดว ยขาวตอก กวนใหสว นผสมมคี วามเหนียวจนปน กอ นได
๒. นาํ มาปน ขึน้ รูปเปน วงกลม วางใสก ระดง ผงึ่ ลมใหห มาดแลวนําไปชบุ แปงทอด

สว นผสมของแปงชบุ ขนมชะมดทอด กรมั
แปงขาวเจา ๒๐๐ กรัม
แปง ขา วเหนยี ว ๖๐๐ กรมั
นา้ํ ปนู ใส ๖๐๐ กรัม
หัวกะทิ ๑,๐๐๐

๔. วธิ กี ารทาํ ขนมพ้ืนถิ่น
๑. นําแปงขาวเจาและแปงขาวเหนียวมาผสมรวมกัน คอย ๆ ใสหัวกะทิและน้ําปูนใส ผสมใหแปงเปนเนื้อเดียว
กบั นํ้า แปงละลายไมเ ปนเม็ด เขา กันดี
๒. นําแปงขนมชะมดที่ปนแลวมาชุบลงในน้ําแปง แลวนําไปทอดดวยไฟปานกลางจนขนมเหลืองเปนสีทอง
ทงั้ ๒ ขา ง นาํ ข้ึนจากกระทะวางบนตะแกรงเพื่อใหส ะเด็ดนํ้ามัน
๓. เมือ่ ขนมเยน็ ตวั ดีแลว เกบ็ ใสภาชนะหรือจัดเสริ ฟ

หมายเหตุ ปจ จุบนั ไดน าํ เผอื กตมสกุ มาใสเ พ่ิมขึน้ จากสูตรดง้ั เดมิ เพือ่ ทาํ ใหเ กดิ ความหอมและนาํ วัตถดุ ิบในทอ งถ่นิ
มาสรางมลู คาเพม่ิ

๕. กระบวนการถายทอดมรดกภูมิปญญาในชมุ ชน
เปน วทิ ยากรใหก บั สาํ นกั งานสง เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั (กศน.) พฒั นาฝม อื แรงงาน

จังหวัด และเปนศูนยเรียนรูของโครงการพระราชดําริ ศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
เพอื่ ถา ยทอดองคค วามรูใ หกบั กลุมแมบานและผูสนใจ รวมท้งั คณะศึกษาดงู านและสวนราชการ

๖. ขอ มลู สถานทีต่ ั้งของผผู ลติ
๑๓๐ หมู ๖ ตาํ บลบานซอ ง อําเภอพนมสารคาม จงั หวดั ฉะเชิงเทรา ๒๔๑๒๐

๔๙

๗. ชื่อชมุ ชน / พื้นทีด่ าํ เนินการ
ชมุ ชนกระพี้แดงพฒั นา
๑๓๐ หมู ๖ ตําบลบานซอง อําเภอพนมสารคาม จงั หวดั ฉะเชิงเทรา ๒๔๑๒๐

๘. ขอมูลผทู รงภูมปิ ญญาขนมพนื้ ถิ่น
คุณวันเพ็ญ จันทศรี โทรศพั ท ๐๙๘ - ๕๔๖ - ๖๙๙๘

๙. ภาพประกอบ สาธิตการทาํ ขนมพน้ื ถิ่น

๕๐

๕๑

กจิ กรรมสาธิตขนมพนื้ ถนิ่ “ขนมชะมด” วนั ที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๔ ณ ศูนยว ิชาการทองถ่ิน มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
ราชนครนิ ทร บางคลา

๕๒

๕. ขนมใสไส / ขนมสอดไส ตาํ บลหนามแดง อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา

คณุ วันเพ็ญ สุขวัฒนะ
๑. ประวตั คิ วามเปนมา

ขนมใสไส หรือเรียกอีกชื่อหน่ึงวา “ขนมสอดไส” เปนขนมไทยท่ีใชในพิธีขันหมากในสมัยโบราณ ขนมใสไสนี้
หอดวยใบตองแลวมีเต่ียวคาด (เตี่ยวก็คือใบมะพราว) หอเปนทรงสูง (ทรงพระ) ขนมใสไสมีกลิ่นหอมและหวานจากตัวไส
รสเค็มมันดวยหนากะทิท่ีสดใหม หนาขนพอดี ไมเละ เด๋ียวนี้จะหาขนมใสไสที่มีทั้งกล่ินหอมและหวานมัน รสอรอยมา
รับประทานไดยาก เพราะขนมใสไสท่ีอรอยตองใสกะทิท่ีขนมัน มะพราวเด๋ียวนี้ราคาก็แพง สําหรับตัวแปงท่ีหุมใชท้ัง
แปงขา วเหนยี วขาวและแปงขา วเหนียวดาํ เวลานวดตองคอ ย ๆ ใสนํ้าแลวตองนวดนาน ๆ เมด็ แปง จะอุม นํ้าไดด ีเพราะเปน
แปงแหง แปงจะมีความเหนียวดี ไมเหมือนในสมัยกอนจะใชแปงท่ีโมเอง แปงก็จะเปยกและอุมน้ําอยูแลวไมจําเปนตอง
นวดนาน หนาของขนมเวลากวนแลวตองรีบตักหยอดขณะท่ีรอนอยู จึงจะเรียบเวลาหอขนม จะไดรูปตามที่หอและ
นารบั ประทาน ใบตองท่ใี ชห อขนมใสไสควรใชใบตองกลว ยนํ้าวา

ขนมใสไ ส / ขนมสอดไสบานสขุ วันเพญ็
เร่ิมจากลูกชายเรียนวิชาคหกรรม คุณครูใหการบานคือ ใหหัดหอขนมทรงสูง จึงนําเอาดินมาแทนขนม
หัดหอ เพอ่ื สอนลูก ตอมากลุม แมบา นมีการสอนทาํ ขนมสอดไส จงึ หดั ลองทาํ ดแู ละเนอื่ งจากท่บี า นมีมะพราวลกู เล็ก ๆ ท่ขี าย
ไมได มใี บตอง มที างมะพราว จึงลองทําขนมสอดไสขายตลาดนัดวัดหนามแดงทุกวนั พธุ โดยมีการปรับสตู รมาเรอ่ื ย ๆ จาก
การตชิ มของลกู คา จึงไดสูตรท่ีลงตวั และขายตลาดนดั วัดหนามแดงเรื่อยมา และมลี ูกคาสง่ั ไปชว ยงานบญุ ตาง ๆ เปน ประจาํ

๕๓

๒. จุดเดน / เอกลกั ษณของขนมพ้นื ถิน่
๑. ไสมะพราวหอม หวาน ทําจากมะพรา วนา้ํ หอมทนึ ทกึ
๒. หนา ทีใ่ ชหยอดมรี สหวาน มนั เคม็
๓. การหอ มีรูปทรงสวยงาม

๓. วัตถุดบิ ในการทาํ ขนมพ้นื ถน่ิ ๑ กิโลกรัม
วัตถดุ ิบไสข นม - ตัวขนม และหนา กะทิ ๒ ชอ นโตะ + ๑ ชอนชา
๑. นํ้าตาลปบ ๑.๖ กิโลกรัม
๒. เกลือปน ๑ ถว ยตวง
๓. มะพรา วทนึ ทกึ ขูด ๐.๕ กโิ ลกรัม
๔. น้ําใบเตย ๔.๖ กิโลกรัม
๕. แปงขา วเหนียว ๓ ขีด
๖. น้าํ กะทิ ๑ ขดี
๗. แปง ขา วเจา ๑ ชอนโตะ
๘. แปง มัน ๐.๕ ขดี
๙. แปง ถั่วเขียว ๓ ขดี
๑๐. แปงทา วยายมอม
๑๑. นาํ้ ตาลทราย
๑๒. ไมสําหรับกลดั ใชไมกานมะพราว
๑๓. ใบตองเชด็ สะอาดสาํ หรับหอ ขนม ใช ๒ ชิ้น
๑๔. ใบมะพราวใชทาํ เตย่ี วคาด

๔. วธิ กี ารทําขนมพืน้ ถิน่
๑. นาํ ใบตองทใ่ี ชสาํ หรบั หอมาตัดเปน ๒ ขนาด ฉกี ใบตองชน้ั นอก ๕ นิว้ และสําหรับชนั้ ใน ๔ น้วิ และนาํ มา

ตดั มมุ ใหเปน ทรงวงรี เช็ดใหส ะอาด
๒. นาํ มะพราวทนึ ทกึ ท่ีขดู เปน เสน ยาวและน้าํ ตาลปบ ลงไปผัดในกระทะ ใชไ ฟกลาง เตมิ น้ําใบเตยผัดไปเรอื่ ย ๆ

จนสวนผสมแหง (อยาใหแ หง มากเดยี๋ วจะปน ไมทนั จะตกทรายกอน) จากน้ันกป็ ด ไฟพกั ไวใ หเ ยน็ ดีแลว นํามาปน เปนกอน
กลม ๆ ขนาด ๑ นว้ิ ไวบรรจไุ สข นม

๓. ผสมแปง ขา วเหนยี วและนาํ้ หางกะทิ นวดแหง จนเรมิ่ เปน กอ น เหนยี วนมุ ดแี ลว ปน ตวั แปง เปน กอ นกลมขนาด
ใหญกวาตัวไส เปน ๑ + ๑/๒ น้ิว แผแปงใหแบนวางไสลงตรงกลาง และหอไสขนมใหมิด วางใสถาด ใชผาขาวบางคลุม
เพือ่ ไมใหแปง แหง

๔. นํากะทิ แปงขาวเจา แปงมัน แปงทาวยายมอม แปงถั่วเขียว น้ําตาลทราย เกลือ ผสมรวมกันในภาชนะ
คนใหเ ขา กนั จนแปงไมจับตัวกนั เปน เมด็ แลว กรองดวยกระชอน ใสล งในหมอ เปด ไฟออน ๆ และกวนไปเรอ่ื ย ๆ จนกะทิ
เหนยี วขน ปดไฟ พกั ไว

๕. การหอ ใหเ ตรยี มใบตองสาํ หรบั ๒ ขนาด ตดั เปนวงรมี าประกบกนั นําหนา นวลทั้ง ๒ แผน ชนกัน (วางสลบั
หวั (สวนท่ีแขง็ ) - หาง (สวนทนี่ ิม่ ) ของใบตอง) ตกั หนา หยอดลงไปในใบตองและนําตวั ขนมทป่ี น ไววางลงแลวตักหนา หยอด
บนตัวขนมอีกคร้ัง แลวพับใบตองใหเปนทรงสูง คาดทับดวยใบมะพราวและกลัดดวยไมกลัด นําไปน่ึงในน้ําเดือดจัด
ประมาณ ๓๐ นาที พกั ไวใ หเยน็ กอ นเสิรฟ

๕๔

๕. กระบวนการถายทอดมรดกภมู ิปญ ญาในชุมชน
กระบวนการถา ยทอดในกลมุ เครือญาติ

๖. ชอื่ ชุมชน / พืน้ ท่ดี าํ เนินการ
๒๖ / ๑ หมู ๒ ตาํ บลหนามแดง อาํ เภอเมืองฉะเชงิ เทรา จังหวัดฉะเชงิ เทรา ๒๔๐๐๐

๗. ช่ือชมุ ชน / พ้นื ท่ดี ําเนนิ การ
ชุมชนคณุ ธรรมบา นหนามแดง

๘. ขอ มูลผทู รงภมู ิปญ ญาขนมพื้นถนิ่
นางวันเพญ็ สขุ วัฒนะ
๒๖ / ๑ หมู ๒ ตําบลหนามแดง อาํ เภอเมืองฉะเชิงเทรา จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา ๒๔๐๐๐
โทรศพั ท : ๐๙๑ - ๖๗๓ - ๙๕๖๖
เพจ : ขนมหวานบา นสขุ วันเพญ็

๙. ภาพประกอบ สาธิตการทําขนมพ้ืนถ่นิ

๕๕

๕๖

๕๗

๕๘

๕๙

กจิ กรรมสาธติ ขนมพื้นถิน่ “ขนมใสไ ส / ขนมสอดไส หรอื ขนมสามไฟ” วันท่ี ๑๙ มนี าคม ๒๕๖๔ ณ สภาวัฒนธรรม
อาํ เภอเมืองฉะเชงิ เทรา

๖๐

บทท่ี ๔
สรุป

จังหวัดฉะเชิงเทรา เปนจังหวัดที่มีชื่อเสียงดานผลผลิตทางการเกษตร มีปราชญชาวบานผูทรงภูมิปญญาดาน
การเกษตร ศิลปะ วฒั นธรรมและขนมพื้นถน่ิ นาํ ไปสูการสรา งรายได พัฒนาแหลงทองเที่ยวเชิงการเกษตรและวฒั นธรรม

การจัดทําหนงั สอื มรดกภมู ปิ ญ ญาอาหารพน้ื ถน่ิ และขนมพ้นื ถ่ินในจงั หวัดฉะเชิงเทรา โดยศูนยศ ลิ ปะ วัฒนธรรม
และทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร รวมกับสภาวัฒนธรรม ๑๑ อําเภอ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ไดสัมภาษณ
เรียนรูกระบวนการทําอาหารพื้นถิ่นและขนมพ้ืนถิ่น จากเจาของภูมิปญญา ซึ่งมีอาหารพ้ืนถ่ิน จํานวน ๖ อยาง โดยมี
กระบวนการถา ยทอดภูมปิ ญ ญาทองถิน่ ดังนี้

๑. ปลาแนม ตําบลเทพราช อําเภอบานโพธ์ิ มีการถายทอดภมู ิปญญาใหก บั นกั เรยี น นักศกึ ษา ประชาชน
๒. ขาวหมกไก ตําบลหมอนทอง อําเภอบางน้ําเปร้ียว มีการถายทอดภูมิปญญาใหกับนักเรียนโรงเรียน
หมอนทองวทิ ยา และชาวบา น
๓. แกงสม หมใู บมะขามออ น ตาํ บลดงนอ ย อาํ เภอราชสาสน มกี ารถายทอดภมู ิปญ ญาใหกบั กลุม สตรีและคนใน
ชมุ ชน
๔. ลาบขนุน ตําบลคยู ายหมี อาํ เภอสนามชัยเขต มีการถายทอดภมู ิปญ ญาใหคนในชมุ ชนและในพน้ื ท่ีใกลเคยี ง
๕. ตมไกใบหมอน และดักแดแปรรูป ตําบลทาตะเกียบ อําเภอทาตะเกียบ มีการถายทอดภูมิปญญาใหกับเด็ก
เยาวชนและลกู หลาน ทาํ รบั ประทานในครัวเรือน
๖. หมูหงส ตําบลหัวสําโรง อําเภอแปลงยาว มีการถายทอดภูมิปญญาการทําอาหารในชวงเทศกาลตาง ๆ
ของชมุ ชน

๖๑

สว นขนมพ้ืนถน่ิ จาํ นวน ๕ อยาง ไดแ ก
๑. ซาหรม่ิ ใบชะคราม ตาํ บลทา ขา ม อาํ เภอบางปะกง มกี ารถา ยทอดภมู ปิ ญ ญาใหก บั ชมุ ชน โรงเรยี นและสาํ นกั งาน
สง เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั (กศน.)
๒. ขา วตม ใบลาํ เจียก ตาํ บลคลองเขื่อน อําเภอคลองเขอื่ น ไดมีการถา ยทอดภูมิปญญาใหกับคนในชมุ ชน
๓. ขาวหลามอบโอง ตําบลหัวไทร อําเภอบางคลา มีการถายทอดภูมิปญญาใหแก อาจารย นักเรียน โรงเรียน
วดั หวั ไทร วัดเปย มนโิ ครธาราม และชุมชน
๔. ขนมชะมด ตําบลบานซอง อําเภอพนมสารคาม มีการถายทอดภูมิปญญาใหแกสํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ศูนยเรียนรูของโครงการพระราชดําริ ศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอน
อนั เนื่องมาจากพระราชดําริ รวมทั้งกลมุ แมบ า นและผูสนใจทว่ั ไป
๕. ขนมใสไส / ขนมสอดไส ตําบลหนามแดง อาํ เภอเมือง มีการถายทอดภมู ิปญญาใหกับกลุมเครอื ญาติ
อาหารไทย ขนมไทย ในจงั หวดั ฉะเชงิ เทรา เปน มรดกภมู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ เชอ่ื มกบั วถิ ชี วี ติ ทรพั ยากรในทอ งถน่ิ และ
ประเพณที คี่ วรจะอนรุ กั ษ สง เสรมิ นาํ ไปสกู ารสรา งพลงั ทางวฒั นธรรม เอกลกั ษณ อตั ลกั ษณ วฒั นธรรมทอ งถน่ิ จากบรรพบรุ ษุ
ไปสูร นุ ลกู หลานอยา งยง่ั ยืน
ขอ เสนอแนะ
๑. ควรมีการจัดประกวด การทําอาหารพื้นถิ่นและขนมพื้นถ่ิน ในแตละอําเภอ โดยเช่ือมโยงกับแหลงทองเท่ียว
ทางวฒั นธรรมและทางธรรมชาติ
๒. โรงเรียนควรทําหลักสูตรอาหารพน้ื ถิน่ และขนมพืน้ ถิน่ โดยนําผูทรงภมู ปิ ญญา ปราชญช าวบา นเปนวิทยากร

๖๒

บรรณานุกรม

ขวญั ชยั รกั ษาพันธ. เปนผใู หสัมภาษณ, อารยี า บุญทวี เปนผูสมั ภาษณ, เมอ่ื วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๔.
ขวัญเรอื น ชเู มอื ง. เปนผใู หส มั ภาษณ, อารยี า บญุ ทวี เปน ผสู ัมภาษณ, เม่อื วันที่ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๔.
จรยิ า เดชกญุ ชร. (๒๕๔๙). ขนมไทย เลม ๑. กรุงเทพฯ : เพชรการเรือน.
ญาปภชั พุทธรกั ษา เปนผใู หส มั ภาษณ, ณัฐปนนท สงิ หยศ เปนผูสมั ภาษณ, เมอื่ วนั ที่ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๔.
โบตน๋ั สาํ ราญ. เปน ผใู หสมั ภาษณ, ณฐั ปนนท สงิ หย ศ เปน ผสู มั ภาษณ, เมอื่ วนั ที่ ๑๘ มนี าคม ๒๕๖๔.
พกิ ุล สวัสดี. เปนผูใหส มั ภาษณ, ณัฐปนนท สิงหย ศ เปน ผสู มั ภาษณ, เม่ือวันท่ี ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๔.
มะลิ มนูรมี . เปน ผใู หสัมภาษณ, อารียา บุญทวี เปนผสู ัมภาษณ, เมอ่ื วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๔.
วนั เพญ็ จันทศร.ี เปนผูใหสัมภาษณ, อารยี า บุญทวี เปนผสู ัมภาษณ, เมอ่ื วันท่ี ๑๘ มนี าคม ๒๕๖๔.
วนั เพญ็ สขุ วัฒนะ. เปน ผูใ หสมั ภาษณ, ณฐั ปนนท สงิ หยศ เปน ผสู ัมภาษณ, เมื่อวันท่ี ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๔.
ศิริพร สุรวิ งศ. เปน ผใู หส ัมภาษณ, อารียา บญุ ทวี เปน ผูสัมภาษณ, เมอื่ วนั ท่ี ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๔.
เสนาะ ทิมสี. เปนผใู หส ัมภาษณ, อารียา บญุ ทวี เปน ผูสัมภาษณ, เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๔.
สํานกั งานจงั หวดั ฉะเชิงเทรา. (๒๕๖๑). แผนพัฒนาจังหวดั ฉะเชิงเทรา (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕)

(ฉบบั ทบทวน). แหลง ทีม่ า http://www.chachoengsao.gt.th/7plan7plan-ccs65pdf. สืบคน ๑๙ เมษายน
๒๕๖๔.
สาํ นกั งานทปี่ ระชมุ อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลัยราชภฏั กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๖๐). ยทุ ธศาสตร
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพอื่ การพฒั นาทอ งถนิ่ ระยะ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙). กรงุ เทพฯ : กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
อภนั ตรี ประสาททอง. เปนผใู หสมั ภาษณ, อารยี า บญุ ทวี เปน ผสู มั ภาษณ, เมือ่ วันท่ี ๘ มีนาคม ๒๕๖๔.

๖๓

๖๔


Click to View FlipBook Version