The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วรรณกรรมเยาวชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Seejulaluck Bupasiri, 2022-06-20 02:48:31

วรรณกรรมเยาวชน

วรรณกรรมเยาวชน

วรรณกรรมเยาวชนเร่ือง เพียงฝัน เป็นส่วนหนึ่งของ
การศึกษารายวิชา ภท 2101413 วรรณกรรมเยาวชนเล่มน้ี
เนื้อหาภายในเป็นการบอกเล่าเร่ืองราวของเด็กหญิงเพียงฝัน
ที่ยังไม่สามารถค้นพบความฝันของตนเอง จนกระทั่งต้องมีผู้ท่ี
เขา้ มาคอยชว่ ยเหลอื

ขอขอบคุณ อาจารย์นิธิชญา ใจเย็น อาจารย์
ประจาวิชาท่ีให้คาแนะนาและแนวทางในการ จัดทา
วรรณกรรมเยาวชนเลม่ น้ี

ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้
จะเป็นประโยชนแ์ ละใหแ้ ง่คดิ สอนใจ แก่เยาวชนและบุคคลท่ัง
ไปทไี่ ดอ้ า่ น

ภานุมาศ
ศรีจฬุ าลักษณ์

เพียงฝันเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่นาเสนอเร่ืองราว
ของเด็กหญิง ท่ีไม่สามารถจัดการกับชีวิตการเรียนของตนเอง
ได้ แต่แล้ววันหน่ึงก็มีคนท่ีคอยเข้ามากาหนดชีวิต และย่ืนมือ
เข้ามาช่วยให้ได้พบกับความฝันของตนเอง และเข้าใจใน
เป้าหมายของชวี ิตมากข้นึ

ความฝันของเราน้ัน จะเป็นความจริงได้หรือไม่นั้น
สดุ แลว้ แต่เราทต่ี อ้ งพยายาม แต่ทว่าถ้าตัวเราเองไม่พยายามท่ี
จะค้นหาความฝันของเราเองแล้ว ฝันท่ีเราอยากจะเป็น และ
สิ่งที่เรามุ่งหวังไว้ คงเป็นไดแ้ ค่ เพียงฝนั

ภานมุ าศ
ศรีจุฬาลักษณ์





เขาว่ากันว่าเป็นเด็กต้องต้ังใจเรียน เรียนหนังสือให้
เก่ง ๆ แล้วจะได้ดีเองในภายหลังเมื่อโตข้ึน ซึ่งฉันก็เช่ือฟัง
คาพดู น้ีเปน็ อยา่ งดีมาตลอดจนกระทั่งเมื่อไม่นานมาน.้ี ..

“เพยี งฝนั อาหารเสรจ็ แล้ว ลงมาทานข้าวได้แล้วลูก”
ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะหลุดออกจากภวังค์อย่างไม่ต้ังตัว
หลังจากได้ยินเสียงของคุณแม่ที่ดังมาจากชั้นล่าง ฉันนั่งนิ่งอยู่
ครู่หน่ึงก่อนที่จะค่อย ๆ ปิดสมุดบันทึกประจาวันของตัวเอง
แล้วเดินลงไปยังช้ันล่างตามคาเรียกของคุณแม่ เมื่อมาถึงห้อง
รับประทานอาหารฉันก็ค่อยๆหย่อนสะโพกน่ังลงบนเก้าอี้
ก่อนท่ีจะสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารโปรด
ของฉันรวมถึงจานบนมือของคุณแม่ท่ีกาลังเคล่ือนย้ายจาก
หอ้ งครวั เข้ามาใกลฉ้ ันทีละนิด ๆ

“นี่จ้า กาลังร้อน ๆ เลย” พูดจบคุณแม่ก็ค่อย ๆ
วางจานลงบนโต๊ะแล้วเล่ือนเก้าอี้นั่งข้าง ๆ ฉันตามด้วยหันมา
ยมิ้ พิมพ์ใจใสฉ่ นั แล้วพูดตอ่

“ไม่เป็นอะไรนะลูกแค่เทอมเดียวเอง” คุณแม่พูด
ปลอมใจฉัน คุณแม่เป็นห่วงความรู้สึกของฉันเพราะว่าตั้งแต่

กลับมาบ้านแลว้ เอาใบเกรดยื่นใหค้ ุณแม่ ฉนั ก็เอาแต่อยู่ในห้อง
ดูเงียบ ๆ ซึม ๆ พอคิดได้ดังนี้ฉันก็เลยหันไปยิ้มให้คุณแม่แล้ว
พูดต่อวา่

“คุณแม่ไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ หนูไม่ได้คิดมาก
เรื่องเกรดตกหรอกค่ะ” ใช่ ที่ฉันพูดไปฉันหมายความว่าอย่าง
น้ันจริง ๆ ฉันไม่ได้กังวลเร่ืองเกรดตกเลยแม้แต่น้อยแต่ฉันคิด
ไมต่ กเรอ่ื งอ่นื ตา่ งหาก

“ถ้าหนูว่าอย่างน้ันแม่ก็เช่ือหนู แต่ เฮ้อ แม่ก็ยังอด
เป็นห่วงลูกไม่ได้ ก็ลูกเป็นนักเรียนดีเด่นแถมได้ท่ีหน่ึงของชั้น
เรียนมาตลอด การท่ีลูกเกรดตกลงขนาดน้ีแม่ก็กลัวหนูจะคิด
มาก” พูดจบคุณแม่ก็มองฉันด้วยสายตาท่ีฉายชัดว่าเป็นห่วง
เป็นใยเสียเต็มประดา

“อย่าห่วงไปเลยค่ะคุณแม่ หนูอ่ิมแล้วหนูขอตัวไป
นอนก่อนนะคะวันนี้หนูเพลียมากเลย” ฉันว่าจบก็ถอนเก้าอี้
ลุกข้ึนยืนรวบช้อนซ้อมจานชามที่ทานหมดแล้วเตรียมไปล้าง
ทาความสะอาดใหเ้ รียบรอ้ ยกอ่ นที่จะกลับข้นึ ไปบนห้อง

“อ้าว ทาไมอิ่มเร็วนักล่ะ ถ้าอย่างน้ันวางไว้ตรงน้ี
แหละเด๋ียวแม่ล้างเองหนูไปพักผ่อนเถอะนะ” พูดจบคุณแม่ก็
เมื่อมาจับจานท่ีฉันกาลังรวบเพ่ือไปล้างเป็นนัยยะว่าเด๋ียว
ภาระงานน้ีฉันจัดการเองทานองนั้น ฉันยืนลังเลอยู่ช่ัวครู่

ก่อนที่จะพยักหน้าตามด้วยกล่าวขอบคุณแล้วหันหลังมุ่งหน้า
กลับห้องนอนของฉันตามทีไ่ ดบ้ อกกบั คุณแม่ไป

เมื่อกลับมาถึงห้องนอนฉันกก็ ระโดดลงบนเตียงก่อนท่ี
จะนอนนง่ิ มองเพดานห้องแล้วกถ็ อนหายใจอยู่คนเดียวถึงเรื่อง
เรียนต่อ ก็การสอบกลางภาค ประจาภาคเรียนที่ 1 ของชีวิต
มัธยมศึกษาของฉนั ใกลจ้ ะจบเข้าไปทุกทีแต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะ
ทาอะไรต่อ หรือ จะไปทางไหนต่อดี ฉันคิดวนไปวนมาอยู่คน
เดยี วจนเผลอหลังไป

เวลาล่วงผ่านไปหลายวันนั้นหลังจากวันท่ีมีประกาศ
ผลการเรียนกลางภาค ประจาภาคเรียนที 1 ดูเหมือนว่าคุณ
แม่จะกังวลเร่ืองฉันไม่ใช่น้อย เห็นได้จากการท่ีคุณแม่คอย
สังเกตฉันมากข้ึนและถามเร่ืองเรียนกับฉันมากข้ึนจากแต่ก่อน
และก็กลายเป็นว่าฉันพยายามหลบหน้าคุณแม่พอสมควร
เพราะฉนั ไม่ร้วู า่ ฉนั จะตอบหรือบอกอะไรคุณแม่ดี

“เพียงฝันมาน่ังทาอะไรตรงน้ีคนเดียว ไม่รีบไปเรียน
ล่ะ” เพื่อนร่วมช้ันของฉันคนหนึ่งพูดทักฉันเมื่อเห็นฉันน่ังคน
เดียวตรงปลายสะพานทางเข้าสวนพฤกษศาสตร์ ฉันหันไปยิ้ม
ใหเ้ พ่ือนแลว้ บอกให้เธอไปก่อนและฉันจะตามไป แต่เม่ือเพื่อน
ไปแล้วฉันก็ยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนในใจนั้นเคล่ือนท่ีตลอดเวลา
เอนเอียงไปทางซ้ายที ทางขวาที ไปเรียน หรือไม่ไปเรียน

แต่เอาความจริงฉนั ก็ไม่อยากเข้าเรียนอยู่ดี คิดได้ดังนั้นวันน้ีจึง
เปน็ ครงั้ แรกที่ฉันโดดเรียนเมื่อถึงเวลาพอดีกับเวลาเลิกเรียน
ฉันกเ็ ดนิ ทางกลบั บ้านทันที

ขณะที่กาลังอยู่กลับบ้านจู่ ๆ คุณแม่ก็โทรมา
“สวสั ดีคะ่ คณุ แม่ มีอะไรเกิดขึน้ รึเปลา่ คะ”

“เพยี งฝันตอนน้ีหนอู ยไู่ หนคะลูก”
“ตอนนี้หรอคะ ใกล้แล้วค่ะคุณแม่มีอะไรให้หนูช่วยรึ
เปล่า” ฉนั ถามคณุ แม่กลบั ต่อ
“หรอจ๊ะ แล้วหนูพอจะซื้อขนมระหว่างทางกลับมาได้
ไหมคะลูก ขนมเค้ก ช็อกโกแลต อะไรก็ได้ท่ีเอาไว้ทานคู่กับ
ชานะ่ จ่ะ” คณุ แมพ่ ูดเสียงปนกงั วลหรอื อาจจะเกรงใจฉัน
“อ๋อ วันนี้คุณแม่มแี ขกหรอคะ” ฉนั ถามต่อ
“เอ่อ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เอาเป็นว่าซ้ือขนมติดมือมา
ให้แม่ด้วยน้า แล้วก็รีบกลับมาล่ะ” คุณแม่รัวคาพูดใส่ฉันเสร็จ
ก็ตัดสายไป ฉันได้แต่คิดลึก ๆ ว่า แปลกจัง แล้วก็หันหลัง
กลบั ไปยังทศิ ทางทเ่ี พง่ิ เดินจากมา แล้วก็มุ่งหน้าไปยังร้านขนม
เพ่ือหาซ้ือขนมไปให้คุณแม่ เม่ือได้ขนมแล้วฉันก็รีบกลับบ้าน
ทนั ทีเพราะวา่ คุณแมโ่ ทรมาตามอกี รอบหน่ึงแล้ว
เมื่อถึงบ้านฉันก็เห็นรองเท้าของใครสักคนวางอยู่ ฉัน
คดิ ว่าคงจะเป็นแขกของคณุ แม่ ฉนั จงึ เดนิ เขา้ ไปในบา้ น

“เพียงฝันจ๊ะ น่ีพี่ปันผล ตั้งแต่วันน้ีไปพ่ีเขาจะเป็น
ตวิ เตอร์ใหก้ บั หนนู ะจะ๊ สวสั ดพี ่เี ขาสิลกู

ปันผลจ๊ะน้องซ้ือขนมมาฝากแหละยังไงวันน้ีอยู่ทาน
ชากบั ป้ากบั น้องกอ่ นนา้ จะได้รจู้ ักกันก่อนเนอะ” คุณแม่พูดกับ
ฉันจบก็เอามือข้างหนึ่งมาหยิบถุงขนมในมือฉันชูให้แขกที่ช่ือ
เอ่อ...ปันผลดูแล้วก่อนท่ีจะเอามือที่โอบไหล่ฉันมาลูบแก้มฉัน
เบา ๆ แล้วก็เดินออกเดินไปทางห้องครัวทิ้งฉันยืนเก้ ๆ กัง ๆ
และงุนงง ฉันได้แต่คิดในใจว่า นี่มันอะไรกันน่ี พ่ีเขายิ้มบาง ๆ
ให้ฉันเหมือนเปน็ การทกั ทาย ฉนั เลยตอบเขาไปบ้างว่า

“คะ... เออ่ .. สะ สวัสดีค่ะ... เอ่อ เพียงฝันนะคะพี่...”
เฮ้อ น่ีมันอะไรกนั เนย่ี ฉนั ไดค้ ิดในใจ



ตึง ตึง่ ตึง ตึ่ง ตงึ่ ตงึ ตึง๊ ตง่ึ
เสียงสัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนดังข้ึน หัวหน้าชั้นสั่ง
กล่าวขอบคุณอาจารย์ผู้สอน นักเรยี นในชัน้ เรยี นกลา่ วขอบคุณ
ครับและขอบคุณค่ะ หลังจากที่อาจารย์ออกจากห้องเสียง
เซ็งแซ่ของนักเรียนในห้องหลังเลิกเรียนก็ดังขึ้น ส่วนฉันก็รีบ
เก็บของใส่กระเป๋าเพราะกลวั ไปไม่ทันเวลานดั
“อ้าว เพียงฝัน ทาไมรีบเก็บของนักล่ะ รีบกลับหรอ”
เพ่ือนสนิทท่ีนั่งโต๊ะข้าง ๆ ของฉันหันมาทัก หลังจากท่ีเห็นฉัน
รบี เกบ็ ของทัง้ ๆ ทเี่ พง่ิ เลกิ เรยี นได้เพยี งไมก่ ีน่ าที
“อ๋อ ใช่ พอดีฉันมีนัดน่ะ” ปากฉันพูดตอบเพื่อนไป
พลาง มือและสายตาก็ไม่วายจดจ้องต่อการเก็บของต่อไปไป
พลาง
“เอ๋ นัดหรอ” ทันทีที่ได้ยินเพ่ือนตอบกลับมาด้วย
น้าเสียงลากยาว ๆ กรุ้มกริ่ม ๆ ฉันจึงหันไปหาเพื่อนด้วย
ความเร็ว รู้ทันว่าเพื่อนกาลังคิดอะไรอยู่และรีบช้ีแจงให้ความ
กระจ่างทันที
“พอเลย ฉันไม่ได้มีนัดกับใครหรืออะไรแบบที่เธอ
กาลังคิดท้ังนั้นแหละ ฉันมีเรียนพิเศษต่างหาก เรียนพิเศษน่ะ

เข้าใจไหม” ฉันพูดย้าสองครั้งเพื่อแสดงความชัดเจนและหนัก
แน่น เมอ่ื พูดจบเพอื่ นสนทิ ตวั ดกี ท็ าหน้าเหมือนไมเ่ ช่ือแถมด้วย
การตีหน้ายียวนกวนประสาทแกล้งฉันเล่นครู่หน่ึง ฉันเลยทา
หน้าเซ็งตอบกลับไป เธอจึงยกมือสองข้างมาไว้ข้างศีรษะ
ประมาณว่ายอมแพ้แล้วและขยับปากพึมพาตอบกลับมาเป็น
คาว่า ‘โอเค’ ฉันจึงย้ิมตอบกลับไปกับปฏิกิริยาน่ารักของเธอ
เมอื่ เกบ็ ของเสรจ็ ฉนั ก็โบกมือลาเพื่อน ๆ รอบตัวทั้งท่ีสนิทและ
ไม่สนิทแล้วจึงเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปท่ีร้านกาแฟใกล้ ๆ
โรงเรียน ทนี่ ดั ครูสอนพิเศษเอาไว้

ฉันขยับข้อมือเพ่ือดูหน้าปัดนาฬิกา เข็มสั้นเข็มยาว
แจ้งให้ทราบว่าใกล้เวลา 5 โมงเย็นซ่ึงเป็นเวลาเร่ิมเรียนคลาส
แรกของนักเรียนใหม่แล้วแต่เจ้าตัวก็ยังไม่ปรากฏตัวให้เห็นฉัน
จึงนั่งดรู ายละเอียดที่จะสอนเพยี งฝันในคลาสไปพลาง ๆ กอ่ น

“เอ่อ” เสียงใสเปล่งเสียงออกมาแต่คงด้วยความท่ีไม่
รู้ว่าจะทักว่าอะไรจึงหยุดอยู่เพียงเท่าน้ัน ฉันเงยหน้าขึ้นจาก
ตารางการเรียนการสอนแลว้ ยม้ิ ให้นักเรียนใหมท่ ันที

“อ่าว นั่งสิ จะว่าไปคิดถูกนะเน่ียที่นัดตรงน้ี ถ้าไปท่ี
บ้านคงวุ่นวายเลย ไหนจะฝ่ารถติด แถมได้เลิกเรียนดึกแน่ ๆ
ว่าไหม ว่าแต่ทานอะไรมาหรือยังนะคะ” ฉันกล่าวทักและได้
แตค่ ิดวา่ เพยี งฝนั เปน็ เดก็ ขอี้ ายมากจรงิ ๆ

“ทะ...ทานมาแล้วค่ะ”
“โอเค ง้ันเรามาเร่ิมกันเลยดีกว่าเนอะ วันน้ีก็จะยังไม่
ค่อยมีอะไรหรอกนะ หลัก ๆ คือ พ่ีอยากรู้ว่าเรามีเป้าหมาย
อะไรก่อน แบบ อยากจะเรียนต่ออะไรหรือเป็นอะไร แล้วมี
อะไรที่อยากให้พี่เน้นเป็นพิเศษหรือไม่เข้าใจบ้าง พี่จะได้เน้น
ให้เราถูกเนอะ ซ่ึงพี่ก็จะมีคาถามประมาณนี้แล้วให้เราเขียน
ตอบในกระดาษน้ีมาเป็น ข้อความส้ัน ๆ นะคะ เราเรียน
แผนการเรยี นคณติ ศาสตร์-ภาษาอังกฤษเนอะ” พูดจบฉันก็ยื่น
เอกสารที่มีคาถามและเว้นท่ีว่างไว้ให้ตอบให้กับเพียงฝันและ
มองเพียงฝันตาแป๋วอยา่ งสนใจและต้ังใจเก็บข้อมลู
“เอ่อ... ใช่ค่ะ แต่คือ...” เพียงฝันรับเอกสารไป
แลว้ แตก่ ็อา้ อึ้งเหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา ฉัน
ใช้วิธีเงียบและรอเธอพูดต่อ แต่เธอก็ยิ้ม ๆ แล้ว ตอบว่าไม่มี
อะไร
เม่อื เวลาผ่านไปสักพักเพียงฝันก็วางปากกาลงบนโต๊ะ
ซึ่งเป็นสัญญาณบอกให้ทราบว่าเธอเขียนคาตอบของเธอเสร็จ
แล้ว ฉันจึงหมุนเอกสารที่หันหน้าเข้าหาเธอมาเป็นฝั่งตรงข้าม
ท่ีฉันนั่งอยู่แทนเพ่ือตรวจการใช้ภาษาอังกฤษของเธอและเก็บ
ข้อมูลเก่ียวกับตัวนักเรียนท่ีฉันใช้ตั้งเป็นหัวข้อคาถามไปในตัว
สังเกตได้ว่าภาษาอังกฤษของเธอค่อนข้างดีทีเดียว ตามหลัก

ไวยากรณ์ก็มีผิดบ้างตามจุดท่ีคนนิยมผิดกันบ่อย แต่ไม่ได้ผิด
เร่ืองใหญ่หรือมากมายอะไร ศัพท์ก็วน ๆ มีคลังคาศัพท์ในหัว
น้อยไปบา้ ง แต่ก็ตามประสา แต่ท่ีฉันแอบกังวลใจคือคาตอบท่ี
ไดม้ ากกวา่

“เอ่อ เราสามารถเจาะจงรายละเอียดมากกว่านี้ได้
ไหมคะ คอื ไม่เอาแคต่ อบถูก หรือโครงสรา้ งและคาศัพท์ถูกนะ
พ่ีอยากได้คาตอบของเราจริง ๆ ด้วยน่ะค่ะ อย่างที่บอกไว้
เนอะวา่ พี่เกบ็ ข้อมลู เราด้วยน่ะคะ่ ”

“เอ่อ... หนูก็ตอบตามจริงนะคะคือหนูอยากหาเงินได้
เยอะ ๆ เล้ียงดูคุณแม่ได้ แล้วก็มีความสุขแค่นั้นเองค่ะ” เพียง
ฝันพูดสรุปสิ่งท่เี ธอเขียนมาให้ฉนั เพื่อชแ้ี จง

“อื้ม โอเคค่ะ ง้ันอย่างแรกเราอยากหาเงินให้ได้
เยอะ ๆ แล้วเอาเงินท่ีได้มาจัดสรรให้พอในส่วนของคุณแม่
ด้วยเนอะ แล้ววิธีการล่ะ เราจะหาเงินอย่างไรดีคะ” ฉันถาม
เจาะประเดน็ เพื่อให้ไดค้ าตอบที่ต้องการเพิ่ม

“เออ่ ... กเ็ รียนจบแลว้ กห็ างานทาคะ่ ” เพียงฝันตอบ
“แลว้ เราอยากทางานอะไรคะ” ฉันถามต่อ
“เออ่ ...ทาธุรกิจ หรือว่า เล่นหุ้น...” เพียงฝันพูดเสียง
เบาอย่างไมม่ ัน่ ใจ

“ทาธุรกิจอะไรเอ่ย ธุรกิจน่ีเยอะมากเลยน้า เรียกได้
ว่า แทบทุกอย่างสามารถมองว่าเป็นธุรกิจได้เลยน้าส่วน
เล่นหุ้น เราก็ต้องมีทุนเนอะ หาทุนจากไหนดีคะ” ฉันถามต่อ
โดยการพยายามย้ิมและใช้น้าเสียงให้เป็นมิตรที่สุดเพราะในใจ
ก็ได้แต่คิดและร้องไห้คนเดียวว่าฉันจะโดนน้องไม่ชอบขี้หน้า
ไหมเน่ีย กลัวจัง แต่คือ ปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ เรื่องนี้สาคัญ
ไมใ่ สใ่ จไมท่ านะพดู เลย

“คือ... พ่ีคะหนูไม่รู้” เม่ือเพียงฝันพูดจบปุ๊บ ฉันก็คิด
ต่อในใจทันทที นั ควันเลยวา่ น่ันไง

“โอเคค่ะ ง้ันอย่างที่สองเราบอกพี่ว่าเราอยากมี
ความสุขเนอะ อะไรทาให้เรามีความสุขคะ” ฉันถามตอ่

“เอ่อ...” เพียงฝันเพียงแค่เปล่งเสียงออกมาแล้วก็
เงียบไปอีก

“งัน้ เปล่ียนคาถามใหม่ เราสนใจในอะไรบ้าง วิชาก็ได้
หรือ มงี านอดเิ รกหรอ”

“เอ่อ... หนูชอบอ่านหนังสือ แล้วก็ดูซีร่ีย์ค่ะ” เพียง
ฝนั ตอบ

“อ้า ชอบแนวไหนคะ” ฉนั ถามต่อ
“เอ่อ... หนูก็อ่านไปทั่วนะคะ ไม่มีเจาะจงแนวไหน
เปน็ พิเศษนะคะ” เพยี งฝนั ตอบตะกุกตะกกั

“แลว้ วชิ าที่ชอบล่ะคะ” ฉนั ยงั คงถามต่อ
“อืม ภาษาอังกฤษมั้งคะ”เพียงฝันตอบด้วยท่าทีและ
น้าเสยี งลงั เล ๆ
“ทาไมถึงชอบภาษาอังกฤษคะ” ฉันยังคงถามต่อ
และเผลอขมวดคิ้วด้วยความเครยี ดเลก็ นอ้ ย
“เอ่อ... เพราะว่า มันช่วยเปิดโลกให้...” เพียงฝันยัง
ไม่ทนั พูดจบฉนั กพ็ ูดขดั ขึ้นมาก่อนทนั ที
“ไม่เอาคาตอบแบบว่า เราคิดว่าหรือพยายามคิดว่า
มันดีอย่างไรนะคะ แต่เอาแบบท่ีเราคิดหรือรู้สึกเอง ไม่ต้อง
เป็นข้อดีหรือเหตุผลเยอะแยะอะไรก็ได้นะคะ แบบ แค่สาเหตุ
ทีเ่ รารู้สกึ อนิ กับมนั เฉย ๆ เราอินกบั มนั ใช่ไหม”
“เอ่อ... พ่ีคะ คือว่ามันก็ไม่ได้อะไรขนาดน้ัน” เพียง
ฝันตอบเสียงแผ่วเบา
“ถ้าอย่างน้ันอะไรทาให้เราตื่นเต้นหรือสนุกที่สุดหรอ
เพยี งฝนั ” ฉนั เปลย่ี นหวั ขอ้ บ้าง
“เอ่อ... ดูซีรี่ย์มั้งคะ” เมื่อสุดเสียงตอบของเพียงฝัน
ฉันก็น่ิงครุ่นคิดอยู่เงียบ ๆ ไปสักพัก มันต้องมีสักอย่างสิท่ีน้อง
สนใจ หรอื ร้สู กึ ดีเด่นชัดกว่าอย่างอื่นแม้ว่ามันจะเล็กน้อยมาก
ก็ตาม

“เอ่อ... เอาจริง ๆ ไหมคะพี่ คือ หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน
ว่าอยากเป็นอะไร หรือชอบอะไร หนูไม่รู้ด้วยซ้าว่าเรียนไป
ทาไม พีว่ ่าหนูควรทาอย่างไรดีคะ” เพียงฝันพูดย้า ฉันยังคงน่ิง
เงยี บและครนุ่ คิดอย่แู ต่ก็สบตาและฟังท่ีเธอพดู

“โอเคค่ะ ง้ันเด๋ียววันน้ีเขียน essay อันน้ีให้พี่อีก
อันนึง ไม่เก่ียวกับตัวเราแล้วค่ะ อันนี้แค่ดูทักษะเราเฉย ๆ จับ
เวลา 30 นาทีนะ เราต้องพยายามเร่งเขียนให้ทัน เขียนเท่าท่ี
เราเขยี นไดแ้ ต่ต้องเขียนให้จบโอเคไหมคะ พ่ีหมายถึงว่า เราไม่
ต้องคดิ เยอะ แต่เขียนไปเลยมันจะมีผิดแกรมม่าและใช้ศัพท์ซ้า
ๆ เท่าที่เราคุ้นชินหรือใช้บ่อย ซ่ึงอันน้ีคือ หนึ่งในสิ่งท่ีพี่อยาก
เห็นเพราะฉะนัน้ ไม่ตอ้ งโฟกัสไปที่รายละเอยี ดแต่ละจุด ๆ มาก
เราแค่เขียนไปตามปกติ บริหารเวลาและก็จัดการแต่ละส่วน
แต่ละย่อหน้าและดูภาพรวมเนื้อหาดี ๆ ใบ้ให้ว่าถ้าเขียน
Outline ก่อนก็จะช่วยเราได้เยอะ โอเค พี่พูดจบแล้วเราเริ่ม
เขยี นได้เลย” ฉนั พูดย้ิม ๆ ตดิ ตลกก่อนที่จะกดจับเวลานาฬิกา
ในโทรศัพทแ์ ละเพียงฝนั กเ็ รม่ิ เขยี น ระหว่างท่เี พียงฝันเขียนฉัน
ก็คดิ ตอ่ วา่ จะเอาอยา่ งไรดี เทา่ ท่ีสังเกตแม้ว่าน้องจะข้ีอาย ขาด
ความม่ันใจ ดูงง ๆ แต่น้องมีไหวพริบดีนะ อย่าง essay ท่ีฉัน
ใหล้ า่ สดุ เท่าท่ีแอบมองก็เขียนประเด็นดี แต่ปัญหาคือ น้องดัน

ไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร สนใจอะไร ไม่รู้ว่าจะใช้
เรื่องทีร่ ู้ไปกับอะไร

ต๊ิด ติด ต๊ิด ตดิ
เสียงนาฬิกาจับเวลาดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าครบ
เวลาท่ีกาหนดในการเขียน essay ของเพียงฝันแล้ว เพียงฝัน
หน้านิ่วคิ้วขมวดแสดงออกถึงความเครียดและกดดันเล็กน้อย
และก็วางปากกา เม่ือเพียงฝันวางปากกาเสร็จฉันก็หยิบ
essay นอ้ งมาดู
“อม้ื ...” ฉันส่งเสยี งเพื่อกระตุ้นความสงสัยน้องเล่น ๆ
แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ จริง ๆ ก็อย่างที่แอบเห็นเม่ือสักครู่ตอนที่
น้องเขียนนะ ประเด็นท่ีน้องหยิบพูดแม้ว่ามันจะดูไม่ชัดเจน
แต่น่าจะเป็นเพราะว่าน้องคิดมากกว่าไม่ได้จาหรือรู้มาจากที่
อื่น ซง่ึ นนั่ กห็ มายความว่าน้องไหวพริบดพี อตัวเลย
“โอเคค่ะ เด๋ียวพี่จะอธิบายตรงที่เราเขียนผิดให้นะ
แต่ก่อนหน้านั้นพี่ขอบอกเราก่อนว่า หลังจากนี้ให้เราอ่านล้ิงท่ี
พ่ีจะส่งให้ทุกวันแล้วตอบคาถามหรือคุยกับพี่ในไลน์เก่ียวกับท่ี
พี่จะส่งให้เราอ่านน่ันแหละนะคะ อาจจะเยอะนิดนึงน้า พ่ีขอ
ความรว่ มมอื หนอ่ ยนา้
“โอเคค่ะ” เพียงฝันตอบมาส้ัน ๆ เป็นอันว่าเข้าใจตรงกันและ
ฉนั กเ็ รมิ่ อธบิ ายส่วนที่น้องเขียนผดิ ตอ่





หลังจากเรียนพิเศษครั้งแรกจบลง นี่ก็ผ่านมาได้จะ
อ า ทิ ต ย์ ห นึ่ ง แ ล้ ว ดู เ ห มื อ น ว่ า พ่ี ปั น ผ ล จ ะ ส่ ง ลิ ง ค์ ข่ า ว บ้ า ง
บทความบ้าง คลิปหรือภาพยนตร์บ้าง มาให้ฉันอ่านหรือดู
โดยแต่ละข่าว บทความ คลิปหรือภาพยนตร์น้ันมีเนื้อหา
หลากหลายไมเ่ จาะจงเพียงประเดน็ ใดประเด็นหน่ึงหรือความรู้
เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาใดวิชาหนึ่งแล้วก็ตั้งคาถามเก่ียวกับข้อมูล
และความคิดเห็นของฉันเกี่ยวกับเรื่องท่ีได้อ่านได้หรือดูนั้นทุก
วนั เหมือนกับทีพ่ ่ีเค้าไดบ้ อกฉันไวก้ ่อนจบคลาสเรียนครั้งก่อน

“เพียงฝันทาอะไรน่ะ ไม่หิวหรอ” เพื่อนสนิทเอ่ยทัก
ฉันเม่ือเห็นฉันนั่งก้มหน้าทาอะไรคนเดียวไม่ยอมไปทาน
อาหารกลางวนั

“เด๋ียวไปจ้า ฉันขออ่านบทความสักครู่น้า เด๋ียวตาม
ไป” ฉันตอบเพือ่ นสนิท

“การบ้านหรอ มีด้วยหรอ” เม่ือได้ยินคาตอบ
เพื่อนสนิทของฉันก็เข้าใจผิด ทาท่าทางต่ืนตูม นึกว่าเป็น
การบ้านของโรงเรียนเดินเข้ามาชะโงกดูบนหน้าจอโทรศัพท์
ของฉันเสยี ใหญโ่ ต

“ไม่ใช่ ของที่เรียนพิเศษต่างหาก” ฉันไขข้อข้องใจ
เพื่อน เมื่อทราบดังน้ันเธอก็พยักหน้ารับทราบเหมือนจะส่ือว่า
เข้าใจแล้วแต่ก็ยงั คงทาหนา้ ตาสงสยั กลับมา แล้วถามฉนั ตอ่

“สอนอะไรอะ ทาไมต้องอ่านด้วยหรอ” เพื่อนสนิท
ถามฉนั

“สอนหลายอย่างนะ อันนี้การบ้านอังกฤษมั้ง เพราะ
ฉันต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษหมด แต่ก็แปลกดีนะ ฉันไม่เคย
นกึ อยากอ่านเร่ืองพวกนี้ที่พ่ีเขาส่งมาให้เลยทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่
เจออยู่ทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจาวัน โรงเรียนก็ไม่เห็นพูดถึง
เหมอื นพี่เขาคัดกรองเรอื่ งต่าง ๆ บนโลกน้ใี ห้ฉนั เลย” ฉันตอบ

“หรอ ว่าแต่เพียงฝันจะฝากฉันส่งการบ้านแนะแนว
ไหม ฉันจะเดินผ่านห้องแนะแนวพอดี เด๋ียวฉันส่งให้ดีไหม”
จู่ ๆ เพ่อื นสนิทกเ็ ปลย่ี นเร่อื งเหมอื นพ่งึ นกึ ข้นึ ได้ เม่ือเพื่อนถาม
ฉันดังนัน้ ทาใหฉ้ นั ทาหนา้ จ๋อย

“คอื ... ฉนั ยงั ไมไ่ ดท้ าเลยน่ะ เธอส่งไปก่อนได้เลยนะ”
ฉันตอบตามความเป็นจรงิ

“อ่าว ทาไมล่ะ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ให้ฉันช่วยอะไร
ไหม” เมื่อได้ยินคาตอบของฉัน เพื่อนก็ตกใจถามกลับมาทันที
ด้วยความเป็นห่วง

“ป่าวจ้า ๆ คือ... ฉันแค่ไม่รู้ว่าจะเขียนตอบอะไร ฉัน
ไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรน่ะ ขอดูของเธอก่อนส่งได้ไหม
ตอบไปวา่ อะไรนะ่ ” ฉนั ตอบตามความเปน็ จริงไป

“ได้สิ เอานี่” เม่ือได้ยินฉันพูดจบเพ่ือนก็รีบหยิบ
การบ้านในกระเป๋าออกมาและส่งให้ฉันตามคาขอ ฉันอ่าน
ข้อมูลท่ีเพื่อนเขียนลงไปในใบงานเรื่องความสนใจเรียนต่อ
ทนั ที

“อา่ ว อยากเรียนบริหารธุรกิจหรอ พ่ึงรู้นะเน่ีย ทาไม
ล่ะ” ฉนั ถามด้วยความรู้สึกตกใจท่ีเหนอื ความคาดหมาย

“อ่าว ก็เราเรียนสายคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษกัน
ไม่ใช่หรอ จะมีตัวเลือกอะไรที่ทาให้คนมาเรียนสายนี้กันบ้าง
ล่ะ แหม่ ทาเป็นตกใจ” เพื่อนพูดด้วยน้าเสียงปนเอือมระอา
เลก็ ๆ

“เธอรู้ได้อย่างไรว่าอยากเรียนอะไรต่อน่ะ” ฉันถาม
เพ่อื นตอ่

“ไม่รู้สิ ที่บ้านฉันทาธุรกิจไง ฉันเป็นลูกคนเดียวคงไม่
พ้นต้องดูแลธุรกิจท่ีบ้านต่อ” พูดจบเพ่ือนก็ยักไหล่เหมือน
ตอ้ งการจะแสดงอารมณ์ประมาณว่าเธอเซ็งแลว้ ก็ทาอะไรไม่ได้
เป็นเร่ืองท่ชี ว่ ยไมไ่ ดท้ ี่จะตอ้ งเลือกเรยี นต่อแบบนั้น

“บางทีเป็นแบบเธอก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องมาน่ังคิดให้
ปวดหัวว่าจะทาอะไรต่อดี” ฉันพูดเสียงเบาอย่างผิดหวังท่ีได้
คาตอบแบบนขี้ องเพอื่ น เพราะมันไม่ไดช้ ว่ ยอะไรฉันได้เลย ฉัน
ไม่สามารถเลือกเรียนต่อแบบเธอได้เพราะท่ีบ้านฉันไม่มีธุรกิจ
สว่ นตัวใหไ้ ปช่วยบริหาร

“แล้วเธอจะทาอย่างไรกับการบ้านของเธอล่ะ เพื่อน
ถามฉนั ต่อ

“ไม่รู้สิ อาจจะเขียนมั่ว ๆ หรือไม่ก็ไม่ส่งมั้ง เธอไป
ทานข้าวเถอะเดี๋ยวถ้าฉันอ่านบทความแล้วตอบคาถามพี่เขา
เสร็จแล้วฉันตามไปนะ” ฉันตอบเพื่อนแล้วก็โบกมือแกมไล่
พรอ้ มยม้ิ ให้

“ไดจ้ า้ แต่แหม อย่างเพียงฝันเน่ียนะจะไม่ส่งงาน ปีนี้
ปีสุดท้ายจะดีแตกหรอไม่ได้น้า” เพ่ือนพูดเหมือนแซวแต่ฉัน
เข้าใจว่าเธอพดู ดว้ ยความเปน็ ห่วงในพฤตกิ รรมของฉนั ในปีนี้

เมื่อฉันจัดการอ่านบทความแล้วตอบคาถามพ่ีปันผล
เสรจ็ แล้วฉันก็ตามลงไปหาเพอื่ นเพื่อทานอาหารกลางวันตามท่ี
ได้บอกเพ่ือนไปก่อนหน้าทันทีระหว่างทางโทรศัพท์ฉันก็สั่น
เม่ือหยิบข้ึนมาดูพบว่าพี่ปันผลเป็นคนโทรเข้ามานั่นเอง ฉัน
ขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัยว่าพี่เขาจะโทรมาหาฉันทาไม

อยู่ครู่หน่ึงก่อนจะกดรับสายเพราะกลัวพี่เขาวางสายไป
เสยี กอ่ น

“สะ...สวัสดีค่ะ” ฉันพูดขาด ๆ ตอน ๆ เพราะความ
ประหมา่ เลก็ นอ้ ย

“สวัสดีค่ะ เพียงฝันพอสะดวกคุยไหม” พ่ีปันผลตอบ
มารบี ๆ เหมอื นอยากจะเขา้ ประเดน็ ทันที

“คุยไดค้ ะ่ พมี่ ีอะไรหรอคะ”
“สุดสปั ดาห์นม้ี วี ันวา่ งไหมคะ” พ่ีปันผลถามฉันต่อ
“ก็...พอวา่ งอยู่ค่ะ ทาไมหรอคะ”
“ถ้าพอดีเวลาเราไปงานนิทรรศการท่ีจะจัดขึ้นที่
มหาวิทยาลัยที่พี่จะส่งให้ก็ดีนะคะ เป็นงานนิทรรศการที่ได้รับ
ความร่วมมือจากหลายคณะและหลายกลุ่มเพ่ือบูรณาการให้
เกิดขึ้น หลัก ๆ จะเป็นคณะสถาปัตยกรรมกับกลุ่มคนและ
องค์กรท่ีสนใจด้านอวกาศเราลองไปดูแล้วเด๋ียวมาคุยกัน
เหมือนเดิมนะ”
“ได้ค่ะ” ฉนั ตอบรบั อยา่ งว่างา่ ยตามนิสัยหัวอ่อนท่มี ี
“โอเคค่ะ เดี๋ยวพี่ส่งรายละเอียดงานกับโลเคชันงาน
ให้เราทางไลนน์ ะคะ” พูดจบพ่ปี ันผลกร็ อฉันตอบรับอยู่ครู่หน่ึง
เมื่อฉันตอบตกลงเสร็จพี่ปันผลก็วางสายไป ทิ้งให้ฉันยืนสงสัย
ว่าพ่ีเขาจะฉนั ทานนู่ ทานีไ่ ปทาไมกนั เน่ีย



นี่ก็ผ่ าน มา ได้ สา มเดื อน แล้ ว ตั้ งแ ต่วัน แร กท่ี ฉัน เร่ิ ม
เรียนพิเศษกับพ่ีปันผล และอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงเวลาท่ีฉันต้อง
สอบเขา้ เรียนต่อมหาวิทยาลยั การได้เรียนกับพ่ีปันผลทาให้ฉัน
ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน พ่ีปันผลไม่เคย
ขาดท่ีจะส่งลิงค์ข่าว บทความ คลิป แนะนาภาพยนตร์หรือ
หนังสือให้ฉันอ่าน และพี่เขาก็มักจะบอกให้ฉันไปในสถานที่
ตา่ ง ๆ เข้าค่ายต่าง ๆ อย่างเช่นวันนี้ฉันก็กาลังอยู่ระหว่างทาง
กลับบ้านหลังจากพึ่งเสร็จจากงานเปิดบ้านมหาวิทยาลัยแห่ง
หนงึ่ ท่ีฉนั ไปเขา้ ร่วม

“เป็นไงบ้างคะ” โทรศัพท์ในมือของฉันสั่น เมื่อหงาย
หน้าจอข้ึนมาก็พบว่าเป็นข้อความในแชตไลน์พี่ปันผล ฉันร้อง
อ๋อในใจว่าเป็นพป่ี นั ผลนัน่ เองทส่ี ่งข้อความมาให้ฉนั

“ก็ดีค่ะ” ฉันพิมพ์ตอบพ่ีปันผลไป หลังจากน้ันพี่ปัน
ผลก็ถามรายละเอียดเก่ียวกับค่าย ถามว่าฉันชอบอะไร
ประทบั ใจอะไรเหมือนทุกครั้งหลังจากเลิกงาน ซึ่งฉันก็ตอบไป
ตามความจริงเช่นทุกคร้ัง เม่ือคุยจบฉันก็กดล็อคหน้าจอ
โทรศัพท์ คว่าหน้าจอลง แล้วค่อย ๆ หลับตาเอนตัวลงพิง

พนักในท่าที่รู้สึกสบายท่ีสุดอย่างอ่อนล้า แล้วปล่อยให้
ความคิดในใจพลั่งพลอู อกมาตอ่

ค่ายที่ฉันไปวันน้ีเป็นค่ายท่ีเก่ียวกับคณะอักษร ค่ายที่
ไปก่อนหน้านน้ั เปน็ คา่ ยทีเ่ ก่ยี วกบั คณะพาณชิ ยศาสตร์และการ
บัญชี ก่อนหน้าน้ันเป็นคณะนิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เรียกได้
ว่าคณะทุกคณะท่ีฉันสามารถเข้าได้หรือเหมาะกับสายการ
เรียนท่ีฉันเรียนอยู่ปัจจุบันฉันไปเข้าร่วมมาหมดแล้ว รวมถึง
คณะที่เหมาะกับนักเรียนสายคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
อย่าง คณะวิศวกรรม คณะแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์
และอ่ืน ๆ ฉันก็ไปเข้าร่วมด้วยเช่นกัน ซ่ึงน่าแปลกที่ฉันรู้สึก
สนกุ กบั คณะอย่างหลังมากกว่า

“อ่าว เพยี งฝนั กลบั มาถึงแล้วหรอลูก เป็นอย่างไรบ้าง
สนุกไหม” คุณแม่ทักฉันเม่ือเห็นฉันเปิดประตูบ้านเข้ามา ฉัน
จึงร้องทักกลับไปก่อนท่ีจะขอแยกตัวออกมา และข้ึนมายัง
ห้องนอนของตัวเอง เมื่อถึงห้องฉันก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง
เหมอ่ มองเพดานห้องอยเู่ งยี บ ๆ ก่อนทจ่ี ะลกุ ขน้ึ มาแล้วมุ่งหน้า
ไปน่ังลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ เล่ือนล้ินชักของโต๊ะออกมาและ
หยิบสมุดบันทึกเก่ียวกับลิงค์ข่าว บทความ คลิป ภาพยนตร์
หนังสือ ค่าย และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ตัวเองจดลงไปแล้วค่อย ๆ
อา่ นฟดี แบคที่ตวั เองจดบนั ทึกไว้จนเผลอหลบั ไป

“เพียงฝันทางน้ีค่ะ” ปันผลเรียกฉันเมื่อเห็นฉันเดิน
เข้ามาในร้านกาแฟที่เรานัดเรียนกันประจาแต่ท่าทางเหมือน
ฉันยังหาไม่เจอว่าพ่ีเขาน่ังอยู่ตรงโต๊ะไหน ซึ่งฉันก็หาไม่เจอ
จรงิ ๆ นั่นแหละ

“เป็นไงบ้างคะ” พปี่ นั ผลทกั ย้ิม ๆ ถามฉนั เหมอื นเคย
“เอ่อ... ไม่มีอะไรค่ะ เร่ิมเรียนกันเลยดีไหมคะ” ฉัน
ตอบพี่ปันผลไปอย่างเลี่ยง ๆ ลึก ๆ ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเอง
กาลงั หลบเลยี่ งอะไรอยู่
“พี่ว่าไม่น้า สีหน้าเราดูเครียด ๆ มีอะไรรึเปล่า” ฉัน
ปันผลถามย้าอยา่ งเปน็ หว่ ง
“เออ่ ... จริง ๆ ก็มีเร่อื งคาใจอยู่เหมือนกันค่ะ” ฉันพูด
เสียงเบาแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งเพราะคิดเรียบเรียงคาพูดก่อนที่
จะพูดตอ่ “พว่ี า่ หนูเหมาะกับเรียนอะไรหรอ” ฉันเปิดประเด็น
ด้วยการถามตรง ๆ
“หมื ...ทาไมถามพี่แบบน้ันล่ะ” พ่ปี นั ผลถามฉนั กลับ
“คือ... ไม่รู้สิคะ ก็พี่ชอบให้หนูเจอเร่ืองใหม่ ๆ
ส่ิงใหม่ ๆ แล้วก็ถามความคิดเห็นและก็ความรู้สึกหนู หนูเองก็
ไม่รู้ว่าพี่จะทาแบบน้ันทาไม แล้วก็สงสัยว่าพี่คิดอย่างไรกับ
ความคิดเห็นกับความรู้สึกของหนูเก่ียวกับเร่ืองพวกนั้นจริง ๆ
กันแน่ พ่ีคดิ วา่ อยา่ งไรหรอคะ” ฉนั ถามพป่ี ันผลตอ่

“เอ่อ...พี่อยากให้เรามีข้อมูลเอาไว้ตัดสินใจเยอะ ๆ
ม้ังคะ เราไม่รู้ใช่ม้าว่าจะเรียนอะไรต่อดี” เมื่อพ่ีปันผลพูดจบ
ฉันกพ็ ยักหนา้ เงียบ ๆ แล้วไมไ่ ด้พูดอะไรตอ่ พี่ปันผลเลยพูดต่อ
จากท่ีพดู ไว้ เหมอื นจะอธิบายเพิ่มเพราะคดิ ว่าฉนั ไม่เข้าใจ

“ตอนแรกท่ีพี่เจอเรา เรายังไม่ค่อยรู้อะไรนอก
ห้องเรียนเลยใช่ม้า พี่เลยเลือกเร่ืองต่าง ๆ ให้เราไปเสพเอง
เพ่ือลองวา่ ในอนาคตถ้าเราต้องอา่ นตอ้ งเจอต้องใช้ชีวิตท่ีรู้เร่ือง
พวกนี้ทุกวันเร่ืองน้ีที่ว่าเร่ืองไหนจะเป็นเร่ืองท่ีเราอยู่กับมันได้
สบายและสนุกทส่ี ุด” พีป่ นั ผลพูด

“แล้วถ้าเร่ืองท่ีว่าเป็นเร่ืองที่จริง ๆ แล้วหนูไม่ได้รู้
ละ่ คะ” ฉนั พดู

“หมื ...หมายความวา่ อยา่ งไรนะคะ” พปี่ ันผลถามต่อ
“พี่ว่า...หนูจะชอบวิทยาศาสตร์ไหมคะ หนูคุยทุก
เรื่องให้พี่ฟังนี่นา” ฉันตอบพร้อมพูดเสริมเชิงคะย้ันคะยอให้พี่
เขาชว่ ยคดิ เพราะคาดว่าพีเ่ ขานา่ จะรู้ดี
“แล้วเราคิดว่าอย่างไรล่ะ อะไรทาให้เราคิดว่าเราจะ
ชอบวิทยาศาสตร์” พ่ปี นั ผลถามต่อ
“ก็ต้ังแต่พ่ีเอานู้นเอาน่ีมาให้หนูอ่าน ให้หนูดู ให้ไป
ค่ายบ้าง ไปกิจกรรมต่าง ๆ บ้าง พี่ก็น่าจะรู้ว่าหนูสนุกตอนไป
งานวิทยาศาสตร์ที่สุดท้ัง ๆ ท่ีทาได้ไม่ดีเท่าตอนไปงาน

พวกอักษรหรือคณะสังคมศาสตร์ต่าง ๆ แท้ ๆ” ฉันตอบแล้ว
เสียงของฉันก็ค่อย ๆ แผ่วลงด้วยความรู้สึกผิดหวังและ
ความร้สู กึ ไมด่ บี างอยา่ งทก่ี ัดกุมจติ ใจ

“ถ้าเราคิดว่าเรารู้แล้วว่าเราชอบวิทยาศาสตร์แล้ว
ทาไมดูไม่ดีใจเลยล่ะ น่าดีใจออกอุส่ารู้สักทีว่าตัวเองชอบอะไร
จรงิ ๆ” พ่ีปันผลกลา่ ว

“พี่ แต่หนูไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์มา แล้วก็ทามันได้
ไม่ดีด้วยพ่ีก็รู้” ฉันพูดเสียงเครียด ๆ อย่างหนักแน่นใน
ความหมายท่ีต้องการจะส่ือ

“ง้ันเราชอบอะไรรองลงมาล่ะ” พี่ปันผลถามเหมือน
เร้าให้ฉันมองหาตัวเลือก ฉันเงียบไปพักหน่ึงก่อนจะก้มหัวลง
แล้วสา่ ยหนา้ อยา่ งเศรา้ ๆ

“เร่ืองคณะที่จะเรียนต่อเราต้องเลือกเองน้า พี่ช่วย
เลอื กให้เราไมไ่ ดห้ รอก” พีป่ นั ผลพูดตอ่ ก่อนจะถามฉันว่าอยาก
เรม่ิ เรียนของวันนีเ้ ลยไหม ซึง่ ฉนั กพ็ ยกั หน้าตอบรับเงียบ ๆ

หลังจากวันท่ีฉันถามพ่ีปันผลเรื่องท่ีตัวเองชอบ
วิทยาศาสตร์พ่ีปันผลก็ลดภาระงานที่ส่งลิงค์ข่าว บทความ
คลิป ลดการแนะนาภาพยนตร์หรือหนังสือลง มีส่งมาบ้าง
อาทิตย์ละประมาณสองถึงสามวัน และเราก็ไม่ได้คุยเร่ืองน้ีกัน
อีก ตอนที่พี่ปันผลถามฉันล่าสุดว่าสรุปอยากข้าคณะอะไร

เพราะว่ามันใกล้จะสอบมาก ๆ แล้ว จะได้เน้นหนักวิชาให้ได้
เหมาะสม ฉันก็ตอบพ่ีเขาไปว่าอยากเข้าอักษรศาสตร์ พ่ีเขาก็
ไม่ได้ว่าอะไรแล้วก็พยักหน้ารับทราบเบา ๆ ก่อนที่จะสอนต่อ
ชีวิตของฉันก็เป็นอย่างนั้นเร่ือยมาจนมามาถึงวันสอบ ฉันทา
ข้อสอบได้ค่อนข้างดีแต่ก็รู้สึกว่างเปล่าอย่างไรไม่รู้เหมือนกัน
ฉนั เก็บความรูส้ ึกน้ันจนกระทงั่ วันประกาศผลสอบ ฉันติดคณะ
อักษรศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศ
คณุ แม่ดีใจมากโทรไปขอบคณุ พปี่ นั ผลเสียใหญ่โต

“ปันผลขอบใจมากนะลูกน้องสอบติดแล้วค่ะ” ฉันยัง
จาไดด้ ีว่าคุณแม่พูดในสายว่าแบบน้ันก่อนท่ีจะวางสายแล้วนัด
กับฉันว่าจะไปซื้อชุดนักศึกษาเม่ือไรดี พรุ่งน้ีดีไหม ซ่ึงฉันก็
เออออห่อหมกไปอย่างว่างเปล่า ฉันได้แต่คิดสงสัยในใจว่า
ทาไมฉันไม่ดีใจเลยนะ หลังจากน้ันช่วงปิดเทอมก่อนเข้าเรียน
มหาวิทยาลัย ฉนั ก็แอบอ่านหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์คนเดียว
ไม่ได้เลา่ ให้ใครฟงั

เม่ือถึงวันเปิดเรียนมหาวิทยาลัย คุณแม่ก็ดีใจใหญ่ไป
ส่งฉันท่ีมหาวิทยาลัยระหว่างทางเดินในมหาวิทยาลัยฉันเจอ
เพื่อนสนิทท่ีเรียนที่โรงเรียนด้วยกันระหว่างทาง เธอก็สอบติด
ที่นีเ่ หมือนกนั แตค่ นละคณะกับฉัน เธอติดคณะบริหารซ่ึงดูเธอ
ดีใจมากเลย

“เธอเป็นไงบ้างเพียงฝัน ฉันว่าแล้วว่าเธอจะติดอักษร
ศาสตร์ เพราะว่าเธอเก่งภาษามากเลย” เพ่ือนพูดกับฉันด้วยสี
หนา้ ชืน่ ชมหน้าเปอื้ นย้มิ

“หรอ” ฉันตอบเงียบ ๆ
“อา่ ว ทาไมดูไมด่ ใี จเลย” เพ่อื นถามตอ่ อย่างสงสยั
“อ๋อ ป่าว ดีใจสิ ทาไมจะไม่ดีใจล่ะ” ฉันพูดต่อแล้วก็
แสรง้ ยมิ้ ตอบกลับไป แล้วก็แยกย้ายกันไปท่ีคณะ ที่คณะฉันได้
เจอเพ่ือนใหม่ สังคมใหม่ ทุกคนที่ฉันเจอดูมีความสุขพูดเร่ือง
คณะกันตลอด คาถามยอดฮิตของเพอื่ นใหม่ รุน่ พ่ีใหม่ ๆ ท่ีเจอ
ในวนั เปดิ เรียนชว่ งแรกกห็ นไี มพ่ น้
“ทาไมถึงอยากเรยี นคณะนี้ล่ะ” เพื่อนคนหน่ึงถามข้ึน
ระหว่างรออาจารย์เข้ามาสอน เพ่ือนคนอ่ืน ๆ ก็ตอบกันไป
ตามเหตุผลของตัวเองจนมาหยุดที่ฉัน ฉันครุ่นคิดจนเผลอ
เ ห ม่ อ ล อ ย ไ ม่ ทั น รู้ ตั ว ว่ า ทุ ก ค น ก า ลั ง ม อ ง ม า ท่ี ฉั น อ ย่ า ง
คะยั้นคะยอ
“เอ่อ...” ฉันอ้าอึ้งเพราะคิดหาเหตุผลไม่ออก เหตุผล
เดยี วทอี่ ยใู่ นหัวของฉนั คือ ฉนั ก็แค่ตอบตดิ นะ่
“อ๊ะ อาจารย์เข้าแล้ว” เพื่อนคนหนึ่งร้องข้ึนทาให้
เพื่อนคนอื่น ๆ พร้อมใจกันหันหน้าไปทางอาจารย์และเตรียม

ตัวเรียนฉันเลยรอดตัวไป ไม่จาเป็นต้องตอบคาถามของ
เพ่อื น ๆ ตอ่

หลังเลิกเรยี นฉันรีบแยกตัวออกมาเพราะไม่อยากโดน
ถามคาถามอะไรท่ีอาจจะเกี่ยวข้องกับคณะแบบตอนก่อนเริ่ม
ชัว่ โมงเรียนอกี ฉนั เดินไปเรื่อย ๆ สารวจคณะต่าง ๆ และหยุด
เหม่อมองคณะวิศวกรรมคนเดียวเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึก
แปลก ๆ ทต่ี ัวเองกไ็ ม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองร้สู ึกอะไร

เมื่อกลับถึงบ้านคุณแม่อยู่รอหน้าประตูเพื่อรอรับฉัน
เขา้ บ้าน ฉันเจอคุณแม่ก็ร้องทักเหมือนทุกครั้ง คุณแม่ก็ยิ้มดีใจ
ถามเร่ืองท่ีเรียนใหม่อย่างต่ืนเต้นราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ที่ได้ไป
เรยี นเอง

“วันน้ีเรยี นเปน็ ไงบา้ งลูก เพื่อน ๆ ล่ะ ดีไหม มีปัญหา
อะไรหรือเปลา่ เลา่ ใหแ้ ม่ฟังหน่อยเร็ว” คุณแม่รัวคาถามใส่ฉัน
ใหญ่ ฉันก็ตอบยิ้ม ๆ และปกปิดความรู้สึกแปลก ๆ เศร้า ๆ
ของตวั เองเอาไว้ไมใ่ ห้ใครรู้ พอทานอาหารเสร็จฉันก็ข้ึนบ้านไป
ยังห้องนอนตัวเองทันทีก่อนท่ีจะล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า
เหมือนเช่นเคย สายตาก็มองไปยังโต๊ะข้างเตียง ฉันเหม่อมอง
หนังสือฟิสิกส์อย่างเหน่ือย ๆ ก่อนที่จะหลับตาลงและหลับไป
ท้ังชดุ นักศกึ ษา

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกฉัน ฉันใช้ชีวิตนักศึกษา
เกือบจะเทอมหน่ึงแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงอ่านหนังสือสอบปลาย
ภาคกันฉันและเพ่ือน ๆ จึงมารวมตัวกันท่ีห้องสมุดเพ่ือศึกษา
ค้นคว้า ห้องสมุดที่เรามาไม่ใช่ห้องสมุดของคณะเพราะ
ห้องสมุดของคณะเต็ม เราจึงมาใช้ห้องสมุดกลาง หรือท่ีเรียก
กันว่าหอกลางน่ันเอง ระหว่างท่ีอ่านหนังสืออยู่ในโซนที่
สามารถส่งเสียงคุยกันได้โต๊ะข้าง ๆ ก็คุยกันใหญ่ ฉันที่นั่ง
ข้าง ๆ จึงได้ยินบทสนทนาไปด้วย น่าแปลกท่ีฉันไม่หงุดหงิด
แต่กลับสนุกและรสู้ ึกเพลิดเพลินมาก

“เอ่อ...ขอโทษนะคะ ช่วยลดเสียงลงหน่อยได้ไหมคะ
ฉันอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง” เพ่ือนของฉันเองท่ีเป็นคนส่งเสียง
ปราม

“อ๋อ ๆ ขอโทษครับ” ฉันได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง
ตอบโดยไม่ได้หันไปมองเพราะไม่อยากดึงความสนใจมาที่
ตัวเอง หลังจากน้ันเสียงคุยกันก็เบาลง แต่ฉันก็พยายามเงี่ยหู
ฟังเพราะสนใจ เมื่อโต๊ะข้าง ๆ ลุกไปที่ไหนสักท่ีหนึ่งกันหมด
ฉันก็แอบสังเกตหนังสือที่เขาอ่านกันก็พบว่าพวกเขาเป็น
นักเรียนวิศวกรรมนี่เอง ฉันจดช่ือหนังสือใส่มือและกลับไปทา
ท่าทางอ่านหนงั สอื ของตัวเองต่อ เมอ่ื แยกยา้ ยกับเพ่ือน ๆ แล้ว
ระหว่างทางกลับบ้านฉันก็แวะร้านหนังสือแล้วซ้ือหนังสือท่ี

ตัวเองแอบจดของโต๊ะข้าง ๆ กลับมาด้วย คืนน้ันทั้งคืนฉันไม่
สามารถวางหนังสอื เล่มน้นั ทซ่ี ื้อมาได้เลย

หลงั จากวันสอบปลายภาคจบลงก็เป็นช่วงวันปิดภาค
เรียนพอดี จนกระทั่งผลการเรียนค่อย ๆ ประกาศผล ฉันก็ทา
ผลการเรียนได้ดี คุณแม่ดูมีความสุขและดูมีความหวังมาก
ระหว่างทานอาหารด้วยกันคุณแม่ก็ถามว่าฉันอยากได้อะไร
เป็นของขวัญไหม ดว้ ยความเผลอลืมตวั ฉันจึงตบไปวา่

“หนวู า่ หนอู ยากไปค่ายวิทยาศาสตร์ที่จะจัดปลายปีน้ี
ค่ะคุณแม่” คาตอบของฉันทาให้ห้องเงียบขึ้นมาทันที คุณแม่
มองฉันอยา่ งสงสยั ในคาตอบของฉัน

“ทาไมหนูอยากไปค่ายวิทยาศาสตร์อีกล่ะลูก” คุณ
แม่ถามดว้ ยสีหน้าไม่คอ่ ยดี “เอ่อ...”คดิ หาคาตอบ”

“แมแ่ อบสงสัยมานานแลว้ เหมือนกัน ทาไมในห้องหนู
มีแต่หนังสือวิทยาศาสตร์ลูก หนูไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์ไม่ใช่
หรอ” คณุ แมถ่ ามตอ่ เหมอื นเก็บคาถามมานานแล้พ่ึงได้จังหวะ
ถาม

“มันสนุกดีแค่น้ันเลยค่ะคุณแม่” ฉันตอบยิ้ม ๆ แล้ว
ตักอาหารใส่จานคุณแม่ ฉันต่อแล้วน่ังทานข้าวเงียบ ๆ แต่ใน
ใจทา่ นฉันไมแ่ น่ใจว่าทา่ นแอบคดิ อะไรคนเดยี วหรอื ป่าว





ฉันเรียนคณะอักษรศาสตร์มาได้น่ีก็เป็นเทอมท่ีสอง
แล้ว แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม หนักกว่าน้ันคือ ความเบ่ือ
หน่ายท่ีฉันมี ฉันไม่ได้เพียงแต่รู้สึกว่างเปล่าเช่นตอนสอบติด
ใหม่ ๆ แต่ฉันเบื่อกับการเรียนเร่ืองเก่ียวกับภาษา วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียม ผู้คน ศิลปะต่างต่างนานา และนิสัยการอ่าน
วิทยาศาสตร์ของฉันก็ไม่ได้หายไปไหนมีแต่ทวีคูณข้ึนเรื่อย ๆ
ไม่หยุดไม่หย่อย ระหว่างทางกลับบ้านไม่รู้อะไรดลใจให้ฉัน
แวะรา้ นกาแฟท่ีเคยเรียนพเิ ศษกบั พ่ปี ันผล ฉันเปิดประตูเข้าไป
ในร้านเดินไปยันเคาน์เตอร์บาร์และสั่งกาแฟเหมือนที่เคย
สายตาก็มองสอดสอ่ งไปทั่วรา้ น ใจหน่ึงก็นึกมองหาพี่ปันผลอีก
ใจหนึ่งกค็ ดิ วา่ จะมองหาเขาทาไมกัน และสายตาฉันก็ไปสะดุด
เข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่คุ้นเคยกาลังนั่งปัด ไอแพด ในมืออยู่
ฉันเดนิ เขา้ ไปหาเขา

“พ่ีปันผล” ฉันทัก เขาสะดุ้งตกใจเล็กน้อย ก่อนท่ีจะ
ทักทายกลบั มา

“อ่าว สวัสดีค่ะ เพียงฝันไม่เจอกันเสียนานเลย
สบายดีไหมคะ”

“เอ่อ... จะว่าสบายดีก็ก็ได้ม้ังคะ” ฉันตอบกลับไป
ตามความรู้สึกที่มี

“อ่าว ทาไมเป็นอยา่ งนนั้ ละ่ ”
“หนูไม่ค่อยสบายใจเท่าไรกระมังคะ” ฉันตอบในใจก็
คิดเรยี บเรียงคาอธิบาย
“ไมส่ บายใจเรอ่ื งอะไรหรอ มีอะไรปรึกษาพี่ได้นะคะ”
พป่ี นั ผลตอบกลบั มาอย่างจรงิ ใจ
“พ่ีจาเรื่องที่หนูถามเร่ืองท่ีหนูชอบวิทยาศาสตร์ได้
ไหมคะ” ฉันเทา้ ความ
“จาได้สิ มอี ะไรรึเปล่า” พี่ปันผลตอบฉันกลับมาทันที
ทันควนั
“พ่ี คือหนยู ังคงร้สู กึ แบบเดมิ พี่วา่ หนคู วรทาอย่างไรดี
หนูเรยี นทค่ี ณะไดด้ นี ะคะ แต่ หนูไมม่ คี วามสุขแล้วก็ไม่สนุกกับ
เรอ่ื งที่เรียนเลย หนูรู้สึกว่าตัวเองกาลังใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไร
อย่างนน้ั แหนะคะ่ ” ฉนั ตอบพ่ปี นั ผล
“แล้วเรารู้หรือยงั ละ่ ว่าตอนน้ตี วั เองชอบอะไร” พี่
“หนูสนกุ ตอนรเู้ รือ่ งของคณะวิศวกรรมเป็นพิเศษ แต่
พี่คณะวิศวกรรมมันต้องจบสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
มา ไม่อย่างนั้นหน่วยกิตมันไม่พอท่ีจะย่ืนขอเข้าเรียนต่อ”

ฉันพูดปัญหาใหญ่ท่ีมันเป็นปมในใจของฉันมาตลอดเกี่ยวกับ
คณะท่ีชอบ

“สรุปคอื เรากาลังอยากซิ่วไปเรยี นใหม่รเึ ปล่านะคะ”
“คุยกับคุณแม่หรือยัง” พี่ปันผลถามต่อ ฉันส่ายหน้า
เป็นคาตอบตอบกลบั
“เราลองไปคุยกับคณุ แมด่ กู อ่ นดีไหม”
“ แ ต่ ค ณ ะ น้ั น มั น ไ ม่ รั บ เ ด็ ก ส า ย ค ณิ ต ศ า ส ต ร์
ภาษาอังกฤษนะคะพ่ี ต่อให้หนูสอบติดหนูก็ย่ืนเรียนต่อไม่ได้
อยดู่ ี” ฉันตอบอยา่ งร้อนใจ
“เราลองดูของท่ีอื่น หรือ คณะท่ีเป็นนานาชาติหรือ
ยงั ” พี่ปนั ผลถาม พอพีป่ นั ผลพดู จบ กม็ ีนอ้ งคนหนึ่งเดินเข้ามา
ใกล้ ๆ โต๊ะ แล้วมองมาทางฉันเหมือนต้ังคาถามว่า นี่ใคร ใส่พี่
ปันผล ฉันเลยเข้าใจได้โดยง่ายว่าน้องคนน้ีมาเรียนพิเศษกับพ่ี
ปันผลเหมือนฉนั นน้ั เอง
“โอเคค่ะ ง้ันหนูจะลองไปลองหาดูก่อน” ฉันพูดจบก็
ลุกจากเก้าอี้ฝ่ังตรงข้ามพ่ีปันผล โค้งให้พ่ีเขาเล็กน้อยแล้วหัน
หน้าไปยิม้ ให้นอ้ งคนท่ีมาเรยี นกบั พป่ี นั ผลกอ่ นแยกตวั ออกมา
เมื่อแยกตวั ออกมาแล้วฉันก็รีบกลับบ้าน เม่ือถึงบ้านฉันก็รีบวิ่ง
ขึ้นห้องไปเปิดคอมพิวเตอร์แล้วค้นหาข้อมูลเรียนต่อทันที ฉัน
ค้นหาอยู่นานจนกระท่ังฉันเจอกับคณะเปิดใหม่ท่ีกาลังจะเปิด

ปีนี้ของมหาวิทยาลัยที่ฉันกาลังเรียน เป็นคณะที่สอนทักษะที่
บูรณาการระหวา่ ง ธุรกิจ วศิ วกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม
เข้าด้วยกัน เป็นคณะท่ีไม่จากัดสายการเรียนระดับช้ัน
มัธยมศึกษาหรือกาหนดหน่วยกิตขั้นต่าไว้ มีวิชาท่ีฉันจะสนุก
แต่ก็มีวิชาท่ีฉันไม่ชอบอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่เป็นคณะท่ีฉัน
สามารถเข้าได้แน่ ๆ ถ้าสอบติด เม่ือรู้ดังนั้นฉันก็ใจช้ืนข้ึน
เล็กน้อยก่อนที่จะกลุ้มใจขึ้นมาอีกเม่ือได้ยินเสียงคุณแม่เรียก
ไปทานขา้ ว นนั่ สินะ ฉันจะบอกคุณแมอ่ ย่างไรดี

“เพียงฝัน ทานข้าวลูก” คุณแม่เร่งเสียงดังมากขึ้น
ด้วยความท่ีเข้าใจว่าฉันไม่ได้ยิน ฉันจึงตะโกนตอบรับไปเพ่ือท่ี
ท่านจะได้ไม่ต้องตะโกนอีก ก่อนที่จะปิดคอมพิวเตอร์แล้วลง
ไปยันชนั้ ล่างเพ่อื รับประทานอาหาร

“เป็นอย่างไรบ้างลูก เหนื่อยไหม เรียนเป็นอย่างไร
บ้าง” คณุ แม่ถาม

“เอ่อ...” ฉันอ้าอ้งึ อยูค่ รหู่ นึง่
“มอี ะไรไม่สบายใจหรอื ปา่ ว” คุณแม่ถามต่อ ฉันเงียบ
แล้วคิดทบทวนว่าจะพูดดีหรือจะไม่พูดดีถ้าพูดควรพูดอย่างไร
ดี
“ว่าไงลูก” คุณแม่คะยน้ั คะยออยา่ งร้อนใจ

“คุณแม่จะวา่ อยา่ งไรคะถา้ แบบหนูอยากซิ่ว” ฉันลอง
ถามคุณแม่ไปตรง ๆ

“หา เกิดอะไรข้ึน ใครรังแกหนูหรือเปล่า” คุณแม่
ถามอยา่ งรอ้ นใจมากกวา่ เดิม ฉนั จงตอ้ งรบี ปฏิเสธทันที

“ไม่มีค่ะ ไม่มีใครทาอะไรหนูท้ังน้ัน หนูแค่ไม่มี
ความสขุ คอื หนูรู้ตวั มาสกั พกั แล้ววา่ ตวั เองไม่ได้ชอบคณะน้ี...”
ฉันพูดเสียงค่อย ๆ แผ่วลง ๆ ก่อนที่จะเงียบแล้วมองหน้าคุณ
แม่อยา่ งร้สู กึ ผิด

“หรอ แล้วเราชอบอะไรล่ะ” คุณแมถ่ ามอย่างผิดหวัง
“หนูชอบวทิ ยาศาสตร์แลว้ ก็วิศวกรรมค่ะ” ฉนั ตอบ
“เพยี งฝันเน่ียนะชอบวิศวกรรม ไม่อยากจะเชื่อ” คุณ
แมต่ อบด้วยน้าเสียงแสดงออกถึงความไม่คาดฝัน
“เออ่ ... คะ่ คณุ แม่” ฉันตอบรับอย่างกังวลในความคิด
ขงคุณแม่ ไม่รูว้ า่ ทา่ นจะคิดอยา่ งไร
“แลว้ ทาไมเข้าอักษรศาสตร์ไปละ่ ” คณุ แมถ่ ามตอ่
“ตอนแรกหนูไม่กล้ายอมรับค่ะ เพราะว่าตัวเองก็
ไม่ได้เรียนสายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์มา” ฉันตอบคุณแม่
อย่างตรงไปตรงมา

“น่ันสิ แล้วลูกจะทาอย่างไรต่อไป เรียนน่ีต่อไหม”
คุณแม่ถามอย่างมีความหวัง ฉันรับรู้ได้เลยว่าคุณแม่อยากให้
ฉันเรียนคณะอกั ษรศาสตร์ตอ่

“แต่หนูไม่มีความสุขเลยต้ังแต่วันแรกที่เรียนถึงแม้ว่า
จะเรียนได้ก็ตาม...” ฉันพูดเสียงอ่อนอย่างท่ีไม่รู้จะอธิบาย
ความร้สู ึกอัดอัน้ ของตวั เองอยา่ งไร

“แลว้ ถ้าซวิ่ เราจะซว่ิ ไปไหน” คณุ แมถ่ ามตอ่
“มันมีคณะเปิดใหม่ของที่มหาวิทยาลัย หนูคิดว่าถ้า
อ่านหนังสือดี ๆ ก็น่าจะมีลุ้น มันมีเน้ือหาวิศวกรรม และ
วิทยาศาสตร์มาบรู ณาการด้วย แม้ว่าจะไม่ได้เรียนตรง ๆ แต่ก็
มีเรียนท่ีคาบเก่ียวบ้าง พอมีวิชาอ่ืน ๆ อย่างธุรกิจด้วย ก็จะ
ช่วยฉุดคะแนนเวลาหนูไม่เก่งวิทยาศาสตร์ หนูคิดว่าน่าจะดี
นะคะ” ฉนั ตอบไปตามความคดิ ของตนเอง
“ก็ได้ ถ้าอยากลองดู แม่ก็สนับสนุน แต่เราแน่ใจ
แล้วนะ ไม่มาเปลี่ยนทีหลังนะ” คุณแม่ถามย้า ฉันย้ิมแล้วกอด
คุณแมด่ ้วยความดใี จแลว้ ก็พยกั หนา้
หลังจากวันท่ีฉันคุยกับคุณแม่เรื่องขอซ่ิวไปเรียนคณะ
อื่นก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นมากอย่าง
ทไ่ี มเ่ คยเป็นมากอ่ น

“เพียงฝัน เอาของว่างไหมลูก” คุณแม่ตะโกนเรียน
ฉนั จากขา้ งลา่ ง

“ไม่เอาค่ะ” ฉันตะโกนตอบ ก่อนท่ีจะอ่านหนังสือ
สอบซ่ิวต่อ ช่วงน้ีฉันอ่านหนังสือสอบซ่ิวอย่างเดียวเพราะ
หลงั จากทีบ่ อกคณุ แมไ่ ปฉันก็ไดร้ ับอนญุ าตใหไ้ ปลาออกได้

ต๊ดิ ต๊ิด
เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันส่ัน ฉันจึงหยิบมาดูย่าง
สงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้น หน้าจอโทรศัพท์โชว์ว่าพี่ปันผลนั่นเอง
เปน็ คนส่งข้อความมาทางไลน์แอพพลเิ คช่ัน จงึ กดเขา้ ไปอ่าน
“เป็นอย่างไรบ้าง ได้คุยกับคุณแม่หรือยัง” พ่ีปันผล
ถาม
“คุยแล้วค่ะ” ฉันตอบกลับไปทันที ไม่นานพ่ีปันผลก็
อา่ นแลว้ ตอบกลบั มา
“คุณแมว่ ่าอยา่ งไรบ้าง” พป่ี นั ผลถามฉนั ตอ่
“คุณแมไ่ ม่ว่าอะไรค่ะ ตอนน้ีหนูก็อ่านหนังสือสอบซ่ิว
อยู่” ฉนั ตอบกลับไปพรอ้ มส่งสติก๊ เกอรห์ นา้ ตาดใี จกลบั ไปด้วย
“แล้วจะเข้าที่ไหน” เม่ือพี่ปันผลเริ่มถามเร่ืองคณะ
และมหาวิทยาลัยท่ีจะเรียนต่อฉันก็เล่าให้เขาฟังคร่าว ๆ ยังไม่
ทันจบพ่ีปันผลก็นัดฉัน “เพียงฝันพอจะมีเวลาว่างมาเจอกัน
ไหมคะ”



ฉันกาลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างร้านกาแฟ
มองรถและคนผ่านไปผา่ นมาเงียบ ๆ รอพี่ปันผลอยู่คนเดียวไม่
นานพป่ี นั ผลก็เดินมา พอเห็นฉันนั่งอยู่ข้างหน้าต่างก็โบกมือให้
ฉันก็ย้ิมและโบกมือรับ สักพักพี่เขาก็เปิดประตูร้านเข้ามา ส่ัง
กาแฟ แลว้ เดินมาน่งั ตรงข้ามกับฉัน

“ไง สีหน้าดูดีขึ้นเยอะเลยหนิ” พ่ีปันผลพูด ฉัน
หวั เราะแกเ้ กอ้ เบา ๆ

“พป่ี นั ผลคดิ วา่ อย่างไรหรอคะ” ฉนั ถามกลับ
“ก็แล้วแต่เรา ถ้าเราคิดว่าดีจริง ๆ ก็ทาไปเพราะว่า
สุดทา้ ยแลว้ คนท่ีจะได้รับผลประโยชน์หรือผลร้ายก็มีแต่ตัวเรา
เท่านัน้ แหละ” พีป่ นั ผลวา่
“ว่าแต่วันนี้พี่อยากเจอหนูมีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉัน
ถามอย่างสงสยั
“เล่าคณะที่เราอยากเข้าให้พ่ีฟังหน่อยได้ไหมคะ” พ่ี
ปันผลเขา้ เร่ือง หลังจากน้ันฉันก็เล่าเร่องคณะตามท่ีมีข้อมูลให้
พ่ปี นั ผลฟัง พป่ี ันผลฟังเงียบ ๆ แล้วถามต่อ
“เราวา่ หลังจากเรยี นจบเราจะทาอะไรหรอ” พ่ีปันผล
ถาม


Click to View FlipBook Version