คู่ มื อ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย
ใ น ก า ร ทำ ง า น
P.S.A INTER-COOLING COMPANY
บริษัท พี.เอส.เอ อินเตอร์-คูลลิ่ง จำกัด
เลขที่ 64 ถ.นนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมือง
จ.นนทบุรี 11000
คำ นำ
บริษัท พี.เอส.เอ อินเตอร์-คูลลิ่ง จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ
ความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความ
ปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการก้าวสู่ความสำเร็จสูงสุดของ
บริษัท ดังนั้นบริษัทจึงสนับสนุนให้มีกิจกรรมด้านความปลอดภัยควบคู่กับ
กิจกรรมเพิ่มผลผลิต ทั้งนี้เพราะความปลอดภัยช่วยลดความสูญเสีย ลด
ต้นทุนการผลิต และยังเสริมสร้างสวัสดิภาพอันดีเด่นต่อพนักงานทุกคน เพื่อ
พัฒนาให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพและสามารถตอบสนองต่อนโยบายด้าน
การผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ โดยคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงานจึงจัดทำคู่มือความปลอดภัยในการทำงาน
ขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย
บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือความปลอดภัยในการทำงานเล่มนี้จะมีส่วน
เสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้เกิดกับพนักงานบริษัท พี.เอส.เอ
อินเตอร์-คูลลิ่ง ทุกคน
ด้วยความปราถนาดี
คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
1 . คำ นิ ย า ม ศั พ ท์
คำจำกัดความต่อไปนี้เป็นคำศัพท์ที่ปรากฏอยู่ใน “คู่มือความ
ปลอดภัย” สำหรับผู้ใช้ควรทำความเข้าใจคำศัพท์ต่างๆต่อไปนี้ให้ถูกต้องตรงกัน
เพื่อให้การใช้คู่มือดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
1.อุบัติเหตุ (ACCIDENT) เหตุการณ์ที่ไม่ต้องการให้เกิด ซึ่งเมื่อเกิดขึ้น
แล้วจะมีผลทำให้เกิดการบาดเจ็บแก่บุคคล หรือ ทรัพย์สินเสียหาย หรือเกิด
ความสูญเสียต่อสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิต หรือ ผลิตภัณฑ์ และองค์กร
2.อุบัติการณ์ (INCIDENT / NEAR MISS) เหตุการณ์ที่ไม่ต้องการให้
เกิด ซึ่งทำให้เกิดหรืออาจทำให้เกิดความสูญเสียต่อบุคคล ได้รับบาดเจ็บ
ทรัพย์สินถูกทำลาย หรือหยุดกระบวนการผลิต
3.การป้องกันอุบัติเหตุ (ACCIDENT PREVENTION) โปรแกรมการ
ดำเนินการเพื่อกำจัด ลด ควบคุม ป้องกันอุบัติเหตุ และวัดผลที่กำหนดขึ้น เพื่อ
ลดอุบัติเหตุและศักยภาพที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ต่อระบบ ต่อองค์กร หรือ ต่อ
กิจกรรมต่างๆ ขององค์กร
4.กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ (REGULATION) กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ
กฎหมายที่ควบคุมการดำเนินการหรือการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย
5.ความปลอดภัย (SAFETY) การที่ปราศจากการเกิดอุบัติเหตุ หรือ มี
สภาวะที่ไม่ปลอดภัย เช่น เกิดความเจ็บปวดการบาดเจ็บ การสูญเสีย หรือ
ทรัพย์สินเสียหาย
6.การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (UNSAFE ACT) การฝ่าฝืนขั้นตอนการ
ปฏิบัติงาน ไม่สวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัย PPE ซึ่งจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น
ได้
7.สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย (UNSAFE CONDITION) สภาพการณ์
หรือสภาพแวดล้อมที่มีอันตราย ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือความสูญ
เสีย
8.ผู้รับเหมา (CONTRACTOR) บริษัทหุ้นส่วน หรือบุคคลอื่นที่เป็นผู้
จ้างให้ปฏิบัติงาน หรือให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่มอบหมาย ทั้งนี้หมายรวมถึงบริษัท
ที่รับเหมาช่วงต่อ และผู้ปฏิบัติงานของบริษัทรับเหมาช่วงต่อนั้นด้วย
2 . คำ จำ กั ด ค ว า ม ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง
1.พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพ
แวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หมายถึง
การกระทำหรือสภาพการทำงานซึ่งปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดการประสบ
อันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจหรือสุขภาพอนามัยอันเนื่องจากการทำงานหรือ
เกี่ยวกับการทำงาน
นายจ้าง หมายถึง นายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการซึ่งยอมให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมา
ทำงานหรือทำผลประโยชน์ให้แก่หรือในสถานประกอบกิจการ ไม่ว่าการทำงาน
หรือการทำผลประโยชน์นั้นจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในกระบวนการ
ผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการนั้นหรือไม่ก็ตาม
ลูกจ้าง หมายถึง ลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและ
ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับความยินยอมให้ทำงานหรือทำผลประโยชน์ให้
แก่หรือในสถานประกอบกิจการของนายจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หมายถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างแต่ง
ตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ
ทำงาน
2.มาตรฐานระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
อันตราย หมายถึง สภาวการณ์ที่มีเหตุอันจะทำให้เกิดความสูญเสีย
อุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดตั้งใจให้เกิด เมื่อเกิดขึ้นแล้วมี
ผลให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย
เหตุการณ์เกือบเกิดเป็นอุบัติเหตุ หมายถึง เหตุการณ์ที่ไม่มีผู้ใดตั้งใจให้
เกิดเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่มีผลให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสีย
หาย
ความสูญเสีย หมายถึง การบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสีย
หาย หรือเจ็บป่วยหรือเป็นโรค
ความเสี่ยง หมายถึง ระดับของอันตรายที่บ่งบอกว่ายอมรับได้หรือ
ยอมรับไม่ได้
ระเบียบการปฏิบัติงาน หมายถึง การอธิบายภาพรวมของการทำงานใน
กระบวนการทำงานว่าเกี่ยวข้องกับอะไร ใคร เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร มีเอกสาร
อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน หมายถึง การอธิบายว่าแต่ละขั้นตอน
งานมีรายละเอียดการปฏิบัติงานอย่างไร
3 . อุ บั ติ เ ห ตุ จ า ก ก า ร ทำ ง า น
2.1 สาเหตุของอุบัติเหตุ
การเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและความเสียหายต่าง ๆ เป็น
ผลที่สืบเนื่องโดยตรงมาจากการกระทำที่ไม่ปลอดภัย และ/หรือสภาพการณ์ที่ไม่
ป ลอดภัย ได้แก่
(1) การกระทำที่ไม่ปลอดภัย เป็นการกระทำของผู้ปฏิบัติงานในขณะ
ทำงาน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ตัวอย่างเช่น
- ใช้เครื่องจักร เครื่องกล เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ โดยพลการ
หรือโดยไม่ได้รับมอบหมาย
- ทำงานเร็วเกินสมควรและใช้เครื่องจักรในอัตราที่เร็วเกินกำหนด
- ซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาในขณะที่เครื่องยนต์กำลังหมุน
- ถอดอุปกรณ์ความปลอดภัยจากเครื่องจักรโดยไม่มีเหตุอันสมควร
- หยอกล้อกันในขณะทำงาน
- ทำงานในที่ที่ไม่ปลอดภัย
- ใช้เครื่องมือที่ชำรุดหรือไม่ถูกวิธี
- ยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุด้วยท่าทางหรือวิธีการที่ไม่ปลอดภัย
- ไม่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่จัดให้
- ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อห้าม ป้ายหรือสัญลักษณ์เตือนต่าง ๆ
(2) สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เป็นสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวผู้
ปฏิบัติงานในขณะทำงาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ตัวอย่างเช่น
- ไม่มีที่ครอบหรือการ์ดปิดคลุมส่วนที่หมุนได้และส่วนส่งถ่ายกำลังของ
เครื่องจักร
- ที่ครอบหรือการ์ดของเครื่องจักรไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม
- เครื่องจักร เครื่องมือที่ใช้ มีการออกแบบที่ไม่เหมาะสม
- บริเวณพื้นที่ทำงานลื่น ขรุขระ หรือสกปรก
- บริเวณที่ทำงานมีการวางของไม่เป็นระเบียบ กีดขวางทางเดิน
- การกองวัสดุสูงเกินไป หรือการซ้อนวัสดุไม่ถูกวิธี
- การจัดเก็บสารเคมี สารไวไฟต่าง ๆ ไม่เหมาะสม
- แสงสว่างไม่เ หมาะสม เช่น แสงอาจสว่างไม่เพียงพอ หรือแสงจ้าเกิน
ไป เป็นต้น
- ไม่มีระบบการระบายและถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม
2.2 ความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ
ความสูญเสียหรือค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุจากการทำงาน อาจ
แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
(1) ความสูญเสียทางตรง หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบ
อุบัติเหตุโดยตรงได้แก่
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าทดแทน
- ค่าทำขวัญ
- ค่าประกันชีวิต
(2) ความสูญเสียทางอ้อม หมายถึง ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ซึ่งส่วนใหญ่จะ
คำนวณเป็นตัวเงินได้ยาก) นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายจากความสูญเสียทางตรง
ได้แก่
1) การสูญเสียเวลาทำงานของ
ก.ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อการรักษาพยาบาล
ข.ผู้ปฏิบัติงานอื่นที่ต้องหยุดงานชั่วคราว เนื่องจาก
-การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยการปฐมพยาบาล หรือนำส่งโรง
พยาบาล
-ความอยากรู้อยากเห็น
- ก า ร วิ พ า ก ษ์ วิ จ า ร ณ์
-ความตื่นตระหนก ตกใจ และเสียขวัญ
ค.หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชา เนื่องจาก
-การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
-การสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ
-การบันทึกและจัดทำรายงานการเกิดอุบัติเหตุ
-การจัดหาและฝึกสอนผู้ปฏิบัติงานอื่นให้เข้าทำงานแทนผู้บาด
เจ็บ
-การแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
2) ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ได้รับ
ความเสียหาย
3) วัตถุดิบหรือสินค้าที่ได้รับความเสียหายต้องทิ้ง ทำลาย หรือขายทิ้ง
4) ผลผลิตลดลง เนื่องจากกระบวนการผลิตขัดข้อง ต้องหยุดชะงัก
5) ค่าสวัสดิการต่าง ๆ ของผู้บาดเจ็บ
6) สถานประกอบกิจการต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้บาดเจ็บตามปกติ แม้
จะทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือต้องหยุดทำงาน
7) การสูญเสียโอกาสทางการค้า เช่น ผลผลิตลดลง ทำงานไม่ได้ตาม
เป้าหมายเป็นต้น
8) การเสียชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของสถานประกอบกิจการ
9) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ เช่น ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่านาประปา และ
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่สถานประกอบกิจการยังคงต้องจ่ายตามปกติ แม้ว่าจะต้อง
หยุด หรือปิดกิจการในกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
ความสูญเสียทางตรง
ความสูญเสียทางอ้อม
4 . ก า ร เ จ็ บ ป่ ว ย จ า ก ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม
ใ น ก า ร ทำ ง า น
4.1 สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หมายถึง สิ่งหรือ
สภาพต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวผู้ปฏิบัติงาน เช่น ความร้อน ความเย็น แสงสว่าง
เสียงดัง ความสั่นสะเทือน รังสี ก๊าซ ไอสาร ฝุ่น ฟูม ละออง สารเคมี เชื้อโรค
และสัตว์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงสภาพการทำงานที่ซาซาก การเร่งรีบ
ทำงาน การทำงานล่วงเวลา สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนร่วมงาน ค่าตอบแทน
และชั่วโมงการทำงาน เป็นต้น ความไม่เหมาะสมของสภาพแวดล้อมในการ
ทำงาน นับว่าเป็นปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อให้เกิดการเจ็บป่วยจากการ
ทำงานได้
- ทางกายภาพ เช่น ความร้อน ความเย็น แสงสว่าง เสียงดัง ความสั่น
สะเทือน รังสี และความกดดันบรรยากาศ
- ทางชีวภาพ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ไรฝุ่น พยาธิ และสัตว์อื่น ๆ
เช่น ยุง หนู งู
- ทางคมี เช่น สารเคมีชนิดต่าง ๆ ที่เป็นวัตถุดิบ หรือผลผลิต
หรือของเสียที่ต้องกำจัดอาจจะอยู่ในรูป ก๊าซ ไอสาร ฝุ่น ฟูม ควัน ละอองหรือ
อยู่ในรูปของเหลว
- ทางการยศาสตร์ เช่น การทำงานที่มีท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม
การก้มยกย้ายของผิดวิธี การบิดเอี้ยวตัว การทำงานซาซาก การทำงานหนัก
เกินขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน
- ทางจิตวิทยาสังคม เช่น งานที่ก่อให้เกิดความเครียดต่อจิตใจที่เกิด
จากการทำงานแข่งกับเวลาต้องทำงานด้วยความเร่งรีบ การทำงานกะ การได้
รับค่าจ้างที่ไม่เหมาะสม สัมพันธภาพระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น
- ทางจิตวิทยาสังคม เช่น งานที่ก่อให้เกิดความเครียดต่อจิตใจที่เกิด
จากการทำงานแข่งกับเวลาต้องทำงานด้วยความเร่งรีบ การทำงานกะ การได้
รับค่าจ้างที่ไม่เหมาะสม สัมพันธภาพระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น
4.2 องค์ประกอบที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วย/โรคจากการทำงาน
องค์ประกอบหลักที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย และ/หรือโรคจากการ
ทำงาน มี 3 ปัจจัย ได้แก่
(1) ผู้ปฏิบัติงาน ปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวผู้ปฏิบัติงานที่นับว่ามีอิทธิพลต่อ
การเจ็บป่วย และ/หรือโรคจากการทำงานมีหลายประการ เช่น อายุ เพศ
กรรมพันธุ์เชื้อชาติ ภาวะโภชนาการของแต่ละบุคคล โรคประจำตัว
(2) สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คือสาเหตุที่
สำคัญของการเกิดการเจ็บป่วยและ/หรือโรคจากการทำงาน ซึ่งแบ่งได้เป็นกลุ่ม
ใหญ่ ๆ ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ทางเคมี ทางชีวภาพ ทางการ
ยศาสตร์ และทางจิตวิทยาสังคม
(3) สิ่งแวดล้อมทั่วไป เป็นปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นและส่งเสริม ทั้งทาง
ตรงและทางอ้อมที่จะทำให้โรคเกิดเร็วขึ้น เช่น สภาพที่พักอาศัยไม่ถูก
สุขลักษณะ สภาพภูมิอากาศ และสภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น
4.3 โรคจากการทำงาน
โรคจากการทำงาน หรืออาจเรียกว่าโรคจากการประกอบอาชีพ ซึ่งบาง
ครั้งอาจปรากฏอาการขึ้นอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากได้รับสิ่งที่ทำให้เกิดโรคใน
ปริมาณความเข้มข้นสูงในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น กรณีหายใจเอาก๊าซแอมโมเนียที่
เกิดการรั่วไหลจากกระบวนการผลิต จะทำให้เกิดผลต่อระบบทางเดินหายใจ
เกิดการเจ็บป่วยขึ้น แต่บางครั้งโรคจากการทำงานอาจปรากฏอาการแบบ
เรื้อรังเนื่องจากผู้ปฏิบัติงานได้รับสิ่งที่ทำให้เกิดโรคนั้นทีละเล็กทีละน้อย สะสม
เป็นเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี เช่น หูตึงจากเสียงดัง โรคปอดฝุ่นฝ้าย
โรคปอดฝุ่นทราย เป็นต้น
5 . ก า ร ป้ อ ง กั น อุ บั ติ เ ห ตุ แ ล ะ ก า ร เ จ็ บ
ป่ ว ย จ า ก ก า ร ทำ ง า น
ลำดับมาตรการป้องกันอันตราย หรือควบคุมความเสี่ยง
มาตรการที่ 1 การขจัดอันตราย
การควบคุมความเสี่ยง มาตรการที่ต้องพิจารณาเป็นลำดับแรกคือการ
ขจัดอันตรายซึ่งถือเป็นมาตรการคุ้มครองดูแลที่ดีที่สุด เพราะช่วยลดความ
เสี่ยงต่อการสัมผัสอันตรายได้ ทำให้ลูกจ้างมีโอกาสได้รับอันตรายน้อยที่สุด
และเป็นการควบคุมที่ถาวร เช่น การใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ การแยกเส้น
ทางคนเดินกับเส้นทางยานพาหนะ เป็นต้น
มาตรการที่ 2 การทดแทนด้วยสิ่งที่มีอันตรายน้อยกว่า
การทดแทนด้วยวัสดุ วิธีการทำงาน หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อยกว่า
ถือเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสอันตราย ทำให้มีโอกาสได้รับ
อันตรายจากการทำงานน้อยลง เช่น การเลือกใช้สารเคมีที่มีอันตรายน้อยกว่า
แทนการใช้สารเคมีที่มีอันตรายมาก
มาตรการที่ 3 การควบคุมทางวิศวกรรม
เป็นการดำเนินการควบคุมเพื่อให้สถานที่ทำงานปลอดภัย เช่น การติด
ตั้งการ์ดส่วนที่เป็นอันตรายของเครื่องจักร การติดตั้งระบบระบายอากาศ การ
ลดความดังของเสียง การยกย้ายวัสดุโดยใช้อุปกรณ์เครื่องกล การป้ องกันการ
ตกจากที่สูงโดยการติดตั้งราวกันตก เป็นต้น
มาตรการที่ 4 การควบคุมเชิงบริหารจัดการ
การให้ข้อมูลความรู้และการอบรมที่เหมาะสม การตรวจสอบอุปกรณ์
ความปลอดภัย มีระบบการอนุญาตเข้าปฏิบัติงาน การตรวจวัดสภาพแวดล้อม
ในการทำงาน การจัดให้มีโครงการเฝ้าระวังสุขภาพสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ได้มี
การชี้บ่งว่ามีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่สัมผัสกับเสียงดัง ผู้ที่ใช้เครื่องมือที่มีความสั่น
สะเทือน ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น
มาตรการที่ 5 การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย
ส่วนบุคคล
การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น การใช้หน้ากาก
กันฝุ่น ชุดกันความร้อน ครอบหูหรือที่อุดหูลดเสียง เป็นต้นมาตรการใช้
อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลนี้ไม่ควรนำมาใช้เป็นมาตรการหลัก
ในการป้องกันอันตราย เนื่องจากมาตรการลำดับที่ 5 เป็นมาตรการควบคุมเพื่อ
ลดความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิด
อุบัติเหตุ หากจำเป็นต้องใช้ ให้เลือกใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะ
งาน เนื่องจากลูกจ้างมักมีปัญหากับการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วน
บุคคล เช่น อุปกรณ์มีขนาดไม่พอดีกับผู้สวมใส่ ผู้ใช้ไม่บำรุงรักษาความสะอาด
อุปกรณ์ทำให้ไม่ถูกสุขอนามัย ผู้ใช้ไม่เคยชินกับการใช้อุปกรณ์ การสวมใส่เป็น
เวลานานทำให้รู้สึกร้อน อึดอัด รำคาญ ไม่สะดวกสบาย เป็นอุปสรรคต่อการ
ปฏิบัติงาน
6 . ก ฎ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ทั่ ว ไ ป
1.หากมีความสงสัย, ไม่เข้าใจที่เกี่ยวกับงานควรรีบปรึกษาหัวหน้างาน
(ทันที)
2.ห้ามหยอกล้อเล่นกันในขณะปฏิบัติงาน
3.ต้องปิดสวิทซ์ หรือถอดปลั๊ก ก่อนล้างเครื่องจักรทุกครั้ง
4.ไม่สบาย ร่างกายไม่พร้อม ง่วง ซึมให้รีบปรึกษาพยาบาล หรือแพทย์
ทันที
5.ต้องปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน , กฎระเบียบ ,เครื่องหมายป้ายเตือน และ
ป้ายห้ามต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด และ กำจัด บำบัด ลด ผลกระทบที่
อาจเกิดขึ้น และ มีผลต่อสิ่งแวดล้อม
6.อย่าทำงานในที่ลับตาคนเพียงคนเดียว โดยไม่มีใครทราบโดยเฉพาะ
การทำงานหลังเวลาทำงานปกติ เช่น งานไฟฟ้า ที่อับอากาศ เป็นต้น
7.ต้องแต่งกายให้เรียบร้อยรัดกุม ไม่ขาดรุ่งหริ่ง หรือมีส่วนยื่นห้อย และ
ปฏิบัติตามหลักของ GMP HACCP และกฎความปลอดภัยของงานนั้นๆ
เป็นต้น
8.ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย PPE ตามประเภท หรือชนิดของงาน
นั้นๆ ตลอดเวลาทำงาน
9.ขณะปฏิบัติงานต้องมีการสื่อสาร ประสานงานที่ดี กับเพื่อนร่วมงาน
เช่น ใช้วิทยุสื่อสาร
10.การปรับแต่ง ,เปลี่ยนแปลงหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ใดๆต้องกระทำโดย
ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้น
11.ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ลูกอม หรือตามข้อห้ามของ
GMP เข้าไลน์การผลิต โดยเด็ดขาด
12.ต้องสูบบุหรี่ในเวลา และ ในพื้นที่ที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น
13.ไม่อนุญาตให้ใช้ทางออก หรือ ประตูฉุกเฉินในสถานการณ์ปกติ
14.ห้ามฉีดเครื่องดับเพลิงหรือกดสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินเล่นโดยไม่มี
เหตุอันควร
15.ผู้รับเหมา ที่เข้ามาปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซม ต้องปฏิบัติตามกฎด้าน
ความปลอดภัย หรือต้องได้รับอนุญาต Work permit ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
7 . ห น้ า ที่ ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ
(1) หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง
1.กำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สิ่งแวดล้อมในการทำงาน ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดทำแผนและดำเนินงานตาม
นโยบาย
2.จัดโครงสร้างการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สิ่งแวดล้อมในการทำงานและหน่วยงานความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ
3.ตรวจสอบ /วัดผล และประเมินผลการดำเนินด้านความปลอดภัย อาชี
วอนามัยฯของหน่วยงานให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร
4.บริหารงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
5.ให้ความสนับสนุนและกำหนดทรัพยากรอย่างเพียงพอในการดำเนิน
งานด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
6.ปฏิบัติตามกฎ, ข้อกำหนด, คู่มือและมาตรฐานการปฏิบัติงานของ
หน่วยงานโดยให้มีความปลอดภัยมากที่สุด
7.กำกับดูแล และฝึกอบรม การปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบตามแผน
ระงับเหตุฉุกเฉินบริษัทฯนำผลการดำเนินงานด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมมาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลผู้บริหารและพนักงานของ
องค์กร
(2) หน้าที่ความรับผิดชอบของ คณะกรรมการความปลอดภัยฯคปอ.
1.พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงานรวม
ทั้งความปลอดภัยนอกงานเพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การประสบ
อันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการ
ทำงาน หรือความไม่ปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อนายจ้าง
2.รายงานและเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
ตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและมาตรฐานความ
ปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง
ผู้รับเหมาและบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงาน หรือเข้ามาใช้บริการในสถาน
ประกอบกิจการ
3.ส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานของ
สถานประกอบกิจการในสถานประกอบกิจการ
4.พิจารณาข้อบังคับและคู่มือตามข้อ 3 รวมทั้งมาตรฐานด้านความ
ปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการเสนอต่อนายจ้าง
5.สำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และตรวจสอบ
สถิติการประสบอันตรายที่เกิดขึ้นในสถานประกอบกิจการนั้นอย่างน้อยเดือนละ
หนึ่งครั้ง
6.พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยใน
การทำงาน รวมถึงโครงการหรือแผนการอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ความรับ
ผิดชอบในด้านความปลอดภัยของลูกจ้าง หัวหน้างาน ผู้บริหาร นายจ้าง และ
บุคลากรทุกระดับเพื่อเสนอความเห็นต่อนายจ้าง
7.วางระบบการรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยให้เป็นหน้าที่ของ
ลูกจ้างทุกคนทุกระดับต้องปฏิบัติ
8.ติดตามความคืบหน้าเรื่องที่เสนอนายจ้าง
9.รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี รวมทั้งระบุปัญหา อุปสรรค์
และข้อเสนอแนะการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
10.ประเมินผลการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการ
ทำงานของสถานประกอบกิจการ
11.ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตาม
ที่นายจ้างมอบหมาย
(2) หน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
จป. ระดับบริหาร
1.กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับซึ่งอยู่ใน
บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร
2.เสนอแผนงานโครงการด้านความปลอดภัยในการทำงานในหน่วยงาน
ที่รับผิดชอบต่อนายจ้าง
3.ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัย
ในการทำงานให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการเพื่อให้มีการจัดการด้านความ
ปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ
4.กำกับ ดูแล และติดตามให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อความปลอดภัย
ของลูกจ้างตามที่ได้รับรายงานหรือตามข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ความ
ปลอดภัยในการทำงาน คณะกรรมการ หรือหน่วยงานความปลอดภัย
(3) หน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
จป. ระดับหัวหน้างาน
1.กำกับ ดูแล ให้ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติตามข้อบังคับ
และคู่มือตามข้อ 3
2.วิเคราะห์งานในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรือ
อันตรายเบื้องต้นโดยอาจร่วมดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการ
ทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูงหรือระดับวิชาชีพ
3.สอนวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องแก่ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
4.ตรวจสอบสภาพการทำงาน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้อยู่
ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนลงมือปฎิบัติงานประจำวัน
5.กำกับ ดูแล การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลของ
ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
6.รายงานการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อน
รำคาญ อันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างต่อนายจ้าง และแจ้งต่อเจ้าหน้าที่
ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับ
วิชาชีพ สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีหน่วยงานความปลอดภัยให้แจ้งต่อ
หน่วยงานความปลอดภัยทันทีที่เกิดเหตุ
7.ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิด
เหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างร่วมกับเจ้าหน้าที่ความ
ปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ และ
รายงานผล รวมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่อนายจ้าง โดยไม่ชักช้า
8.ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงาน
9.ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่เจ้าหน้าที่ความ
ปลอดภัยในการทำงานระดับบริหารมอบหมาย
(4) หน้าที่ความรับผิดชอบเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับ
วิชาชีพ
1.ตรวจสอบ และเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับ
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2.วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกัน หรือ
ขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
3.ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน
4.วิเคราะห์แผนงานโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ
และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
5.ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตาม
แผนงาน โครงการ หรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
6.แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือตามข้อ 3
7.แนะนำ ฝึกสอน อบรมลูกจ้างเพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอัน
จะทำให้เกิดความ ไม่ปลอดภัยในการทำงาน
8.ตรวจวัด และประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการ
ร่วมกับบุคคล หรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงานเป็นผู้รับรอง หรือตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รายงานในการตรวจสอบ
สภาพแวดล้อมในการทำงานภายในสถานประกอบกิจการ
9.เสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการ
ทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่าง
ต่อเนื่อง
10.ตรวจสอบสาเหตุ และวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย
หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงาน และรายงานผล รวม
ทั้งเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
11.รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยว
กับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอัน
เนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง
12.ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบ
หมาย
(5) หน้าที่ความรับผิดชอบของ พนักงาน
1.ปฏิบัติตาม นโยบายอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
,พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.
2554, กฎระเบียบ, ข้อกำหนด , คู่มือ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของแต่ละ
หน่วยงานโดยให้มีความปลอดภัย
2.ปฏิบัติตามแผนดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
กิจกรรมของหน่วยงานให้บรรลุตามเป้าหมาย
3.ตรวจหา/แก้ไข/รายงานสภาพที่ไม่ปลอดภัย และข้อบกพร่องที่มีผลก
ระทบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของผลิตภัณฑ์ และ/
หรือการปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
4.ควบคุมการทำงานของผู้รับเหมาให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อกำหนด
มาตรฐานและคู่มือการปฏิบัติงาน
5.ร่วมเป็นคณะทำงานหรือคณะกรรมการด้าน ความปลอดภัย อาชีว
อนามัย และสิ่งแวดล้อมตามที่ได้รับการแต่งตั้งหรือ มอบหมาย
6.เข้าร่วมดำเนินงานด้าน คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่ง
แวดล้อม
7.รายงานอุบัติเหตุ / อุบัติการณ์ ให้ผู้บังคับบัญชารับทราบทันที
8.ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ( PPE. ) ตาม
มาตรฐานการปฏิบัติงานและตรวจสอบดูแลให้พร้อมใช้งาน
9.ตรวจสอบดูแลและใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ ให้ถูกต้องและ
ปลอดภัยโดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
10.จัดทำและควบคุมเอกสารให้เป็นไปตามมาตรฐาน
11.ฝึกอบรม / ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบตามแผนระงับเหตุ
ฉุกเฉิน
8.กิจกรรม 5 ส.
สถานที่ทำงานใดที่ดำเนินกิจกรรม 5ส จะปลอดภัยกว่า และมีการผลิต
ที่ดีกว่ารวมทั้งยังทำให้สถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าดู และสะดวกสบายขึ้น ซึ่งการ
ดำเนินกิจกรรม 5ส สามารถปฏิบัติได้ดังนี้
สะสาง : แยกรายการสิ่งของที่จำเป็น และไม่จำเป็น ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น
ออกไป
สะดวก : เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ไว้ในที่ที่ใช้ได้สะดวกและเก็บในที่ปลอดภัย
สะอาด : จัดระเบียบการดูแลความสะอาดของสถานที่ทำงาน
สุขลักษณะ : ดูแลเสื้อผ้าและรักษาสภาพสถานที่ทำงานให้สะอาดเรียบร้อย
อย่าปล่อยให้สกปรกรุงรังเป็นเด็ดขาด
สร้างนิสัย : ปฏิบัติ 4ส ข้างต้นจนเป็นนิสัย
9 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ทำ ง า น
สำ นั ก ง า น
1.พื้นสำนักงานควรสะอาดอยู่เสมอ
2.ห้ามวิ่งหรือลื่นไถลในสำนักงาน
3.ขณะที่มีการขัดหรือทำความสะอาดพื้น ผู้ปฏิบัติงานควรเดินหรือ
ปฏิบัติงานด้วยความ ระมัดระวังยิ่งขึ้น
4.ถ้าพบน้ำมันหกบนพื้นสำนักงาน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ หรือกัน
พื้นที่ และแสดงเครื่องหมายเตือน หรือหาวัสดุดุดซับ และนำไปทิ้งตามชนิด/
ประเภท ของขยะ เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
5.ถ้าพบวัสดุหรือเครื่องใช้สำนักงาน เช่น ดินสอ หรือสิ่งอื่นใดตกหล่น
รีบเก็บทันที
6.ในขณะที่เดินถึงมุมตึก ให้เดินทางขวาของทางเดิน เดินช้าๆ อย่าง
ระมัดระวัง
7.สายโทรศัพท์ หรือสายไฟฟ้า ควรติดตั้งให้เรียบร้อย ไม่กีดขวางทาง
เดิน
8.อย่าอยู่ใกล้บริเวณประตูที่เปิดอยู่ ประตูอาจเปิดมากระแทกได้
9.เมื่อจะเข้าออกบังตา หรือเปิดปิดประตูบานกระจก ควรเปิดปิดอย่าง
ระมัดระวัง
10.ประตูบานกระจกที่เปิดปิดสองทางให้ติดเครื่องหมาย “ดึง” หรือ
“ผลัก” ให้ชัดเจน
11.ไม่วางสิ่งของเกะกะทางเดินช่องประตู
12.ติดตั้งกระจกเงาที่บริเวณมุมอับ
13.ทำความสะอาดและกำจัดขยะ ฝุ่นผง หรือเศษกระดาษทุกวัน
14.สูบบุหรี่ในที่จัดไว้ให้
1 0 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ใ ช้ ก า ร ใ ช้
เ ค รื่ อ ง ใ ช้ สำ นั ก ง า น
15.ควรใช้บันไดเหยียบ เมื่อต้องการหยิบของในที่สูง ห้ามใช้กล่อง,โต๊ะ
หรือเก้าอี้ติดล้อ
16.หลังเลิกใช้งานให้ปิดไฟทุกดวง และตัดวงจรไฟฟ้าภายในห้องทำงาน
เพื่อลดการใช้พลังงาน
17.ในขณะขนย้ายกระดาษควรระวังกระดาษบาดมือ
18.ให้เก็บปากกาหรือดินสอ โดยการเอาปลายชี้ลง หรือวางราบในลิ้น
ชัก
19.การแกะลวดเย็บกระดาษให้ใช้ที่ดึงห้ามû ใช้เล็บ
20.ห้ามถอดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายหรือเปิดแผงเครื่องใช้สำนักงานที่
มีอันตรายโดยเด็ดขาด กรณีเครื่องขัดข้องให้ช่างมาทำการซ่อมแซมแก้ไข
อุบเัปต็ินเหศูตนุตย้์อง
1 1 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ทำ ง า น
กั บ เ ค รื่ อ ง จั ก ร
1.ใช้เครื่องจักรได้เฉพาะคนที่มีอำนาจหน้าที่เท่านั้น และการใช้ต้องใช้
อย่างถูกต้อง
2.เครื่องจักรที่สั่งซื้อใหม่ หรือนำมาใช้ในกระบวนการผลิตต้องทำการ
ขึ้นทะเบียนและประเมินความเสี่ยงก่อนใช้งานทุกครั้ง
3.สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุม อย่าสวมเสื้อปล่อยชายหรือแขนหลุดลุ่ย
4.เครื่องจักรต่างๆ จะต้องมีที่ครอบ หรือปกปิดป้องส่วนที่หมุนได้ และ
ติดอยู่ในที่ของมันเรียบร้อยแล้วเพื่อป้องกันอันตรายจากการยื่นชิ้นส่วนของ
ร่างกายเข้าไปถูกเครื่องจักร
5.สวมใส่เครื่องป้องกัน และใช้เครื่องมืออย่างถูกต้องและเหมาะสมกับ
งาน ระวังการใช้ถุงมือ
6.ในการตรวจสอบ ซ่อมแซม และทำความสะอาดเครื่องจักรนั้นต้องหยุด
เครื่องจักรให้เรียบร้อยและมีเครื่องหมายชี้บอกหรือติดป้ายแขวนว่า “ห้าม”
เดินเครื่องจักร
1 2 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ใ ช้
เ ค รื่ อ ง มื อ ช่ า ง
1.เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับงานที่ทำ
2.รักษาเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ตรวจสอบสภาพก่อนใช้
งานทุกครั้ง
3.ซ่อมแซม หรือหาเครื่องมือใหม่ทดแทนเครื่องมือที่ชำรุดทันที
4.ล้างน้ำมันจากเครื่องมือหรือชิ้นงานก่อนการใช้งาน และทิ้งขยะตาม
ชนิด/ประเภทของขยะ
5.ตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้เครื่องมือ
6.จับ หรือถือเครื่องมือให้กระชับ
7.ก่อนเริ่มงานต้องตรวจสอบสภาพต่างๆ โดยรอบหรือบริเวณพื้นที่ที่
ทำงานก่อนทุกครั้ง
1 3 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร
ทำ ง า น บ น ที่ สู ง
เมื่อมีการทำงานบนที่สูงมากกว่า 2 เมตร ขึ้นไป จะต้องมีการแจ้งหรือ
ติดประกาศให้ทราบทั่วกันและต้องกั้นเขตอันตรายเพื่อเตือนป้องกันพนักงาน
1.หากมีอาการผิดปกติ ,เจ็บป่วยต้องหยุดทำงานและรายงานหัวหน้า
งานให้ทราบทันที
2.บริเวณที่ไม่มีราวเกาะ หรือเครื่องป้องกันชนิดอื่นให้คาดเข็มขัดนิรภัย
และก่อนใช้งานควรตรวจสอบสภาพของเข็มขัด
นิรภัยทุกครั้ง
3.อย่าวางเครื่องมือและวัสดุอื่นๆ ใน
ตำแหน่งที่อาจจะตกลงมาได้
4.อย่าโยนหรือขว้างเครื่องมือ หรือวัสดุอื่นๆ
ในตำแหน่งที่อาจจะตกลงมาได้
1 4 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ทำ ง า น กั บ
วั ต ถุ อั น ต ร า ย ห รื อ ส า ร เ ค มี
วัตถุอันตราย หมายถึง วัตถุที่สามารถลุกไหม้ได้ ติดไฟได้ และระเบิดได้
ซึ่งวัตถุอันตรายเหล่านี้จะมีกฎหมายควบคุมพิเศษ และมีข้อบังคับในการทำงาน
โดยเฉพาะอีกด้วย
- พื้นที่จัดเก็บวัตถุอันตรายหรือสารเคมี ต้องมีการระบายอากาศที่ดี
- ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ PPE เช่น หน้ากาก แว่นตาถุงมือทุก
ครั้งก่อนเริ่มทำงาน
- ถ้าได้รับอุบัติเหตุ ผู้เข้าทำการช่วยเหลือจะต้องรีบขนย้ายผู้ป่วยออกไป
สู่บริเวณที่โล่งโดยเร็วที่สุด และปฏิบัติตาม MSDS ของสารเคมีนั้นๆ
- ก่อนทำงานต้องทราบชนิดและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจาก MSDS
- หากสารเคมีหก ต้องรายงานผู้บังคับบัญชา ทำการกำจัดตามวิธี
แนะนำของคู่มือ
- การเก็บสารเคมีควรแยกเก็บให้เป็นระเบียบตามชนิดและประเภท ของ
สารเคมี
1 5 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร เ ค ลื่ อ น ย้ า ย
วั ส ดุ สิ่ ง ข อ ง ห รื อ ย ก ข อ ง ห นั ก
การยกสิ่งของ หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของใดๆ จะต้องรู้จักวิธีที่ถูกต้อง หาก
ทำไม่ถูกวิธีแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ซึ่งการยกของหนักตามมาตรฐานและ
ข้อกำหนดตามกฎหมาย มีการแบ่งประเภทไว้ดังนี้
พนักงานชาย ต้องยกของหนักไม่เกิน 50 กิโลกรัม
พนักงานหญิง ต้องยกของหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม
ทั้งชายและหญิงหากต้องยกของหนักเกินที่กำหนด จะต้องหาคนช่วย
หรือต้องใช้เครื่องทุ่นแรงในการช่วยยก
การเคลื่อนย้ายสิ่งของมีวิธีที่แตกต่างกันไป ดังนี้
การเคลื่อนย้ายด้วยมือ
1.พิจารณาดูความสามารถด้านร่างกายของตัวเอง “ยกไหวหรือไม่”
2.วางเท้าให้ห่างจากวัตถุประมาณ 8-12 นิ้ว แยกขาออกเล็กน้อย
เพื่อการทรงตัวที่ดี
3.ย่อตัวลงหรือนั่งยองๆ โดยให้หลังตรง แล้วจับของนั้นให้มั่นคง
ด้วยฝ่ามือ
4.ยกวัตถุขึ้นตรงๆ โดยให้เข่าเป็นส่วนที่รับน้ำหนักหลังตรงให้ใช้
กำลังขาอย่าใช้กำลังของส่วนหลังเป็นอันขาด
5.การวางวัตถุลง ก็ให้ใช้หลักการเดียวกันกับการยกของขึ้น
การเคลื่อนย้ายด้วยรถเข็น หรือเครื่องทุ่นแรงรถเข็นโดยทั่วไปมีอยู่ 4
ล้อ หากน้ำหนักบรรทุกเบา ควรใช้รถเข็น 2 ล้อ ถ้าน้ำหนักมากควรใช้ 4 ล้อ
หรือใช้ Hand Lift
- การเข็นรถเข็น ควรใช้ดัน ไม่ควรดึงให้เลื่อน
- ห้ามวางของบนรถเข็นสูงเกินไป จะทำให้มองไม่เห็นทาง หรือทำ
ให้ของตกหล่นเสียหาย
- การเข็นรถ ลงทางที่ลาดชัน อาจจะเกิดอันตรายได้ต้องมีคนช่วยพยุง
หรือลดการไหลของรถ
1 6 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ขั บ ร ถ
ForkLift
- ให้สัญญาณก่อนทุกครั้งเมื่อจะทำการยก และแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใด
กีดขวาง
- ควรยกของให้สูงจากพื้นประมาณ 6 นิ้ว ไม่ควรยกให้สูงจนเกินไปจะ
เกิดอันตราย
- ในการยกจะต้องให้ของที่อยู่บนงาของรถหมดทุกส่วน และให้น้ำหนัก
สมดุลกันทั้งสองข้าง แต่ถ้าของที่ยกมีขนาดใหญ่กว่าช่วงยาวของงา ควรใช้
เข็มขัดรัดให้แข็งแรง
- ถ้าขับลงทางลาดและมีของควรใช้เกียร์ต่ำและเอาท้ายลง
- ห้ามบรรทุกของเกินกว่าพิกัดของรถยกที่กำหนดไว้
- เมื่อต้องการเลี้ยวในทางแยก หรือเข้าประตู ควรหยุดรถ และ
ให้สัญญาณก่อนเคลื่อนรถต่อไปได้
- ผู้ขับขี่ไม่ควรอนุญาตให้คนอื่นเกาะบนรถหรือบนของกำลังยกเป็นอัน
เด็ดขาด
- เมื่อเลิกใช้ต้องปล่อยงาให้ลงต่ำแตะพื้นในลักษณะวางขนาน ดับเครื่อง
เข้าห้ามล้อ
- ต้องให้สัญญานเสียงหรือไฟกระพริบเวลารถยกวิ่งถอยหลัง
- ห้ามนำพาเลทที่ชำรุดมาใช้โดยเด็ดขาด
- เมื่อต้องการใช้รถยกในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่
เพียงพอต้องใช้ไฟส่องสว่างทางข้างหน้า
17.ความปลอดภัยในงานตัด งาน
เชื่อม และงานเจียรโลหะ
- ห้ามเชื่อมหรือตัดภาชนะ (เช่นถัง กระป๋อง ฯลฯ ) ที่ใช้บรรจุวัตถุไวไฟ
- พนักงานที่ทำการเชื่อมโลหะต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา และ
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล PPE
- ระวัง! อย่าให้เถ้าหรือประกายไฟจากการเชื่อมสัมผัสวัสดุติดไฟ เช่น
ก๊าซของติดไฟได้
- ต้องระวังในการตัด หรือเชื่อมโลหะในบริเวณที่อยู่เหนือศีรษะ เพราะ
สะเก็ดของการเชื่อมหรือประกายไฟ อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยหรือเป็นอันตรายต่อ
พนักงาน
การเชื่อมด้วยไฟฟ้า
- พนักงานเชื่อมโลหะต้องตรวจสอบสายเชื่อม สายดิน และสายต่อ ก่อน
ทำงานหากพบว่าฉนวนหุ้มชำรุดเสียหายต้องเปลี่ยนทันที
- ควรต่อสายดินให้ใกล้กับชิ้นงาน เพื่อป้องกันกระแสตกค้าง
- ไม่ม้วนสายไฟเพื่อป้องกันการสะสมความร้อน
- เครื่องเชื่อมชนิดที่เคลื่อนที่ได้ต้องต่อสายดิน
- ขณะทำการเชื่อมควรมีการระบายอากาศ
การเชื่อมด้วยไฟฟ้า
- ระมัดระวังในการยกและเคลื่อนย้ายถังบรรจุก๊าซ
- ควรเก็บถังในที่ร่มห่างจากเปลวไฟ และความร้อน
- วางถังในแนวตั้ง และยึดอย่างแข็งแรง
- ก่อนการเคลื่อนย้ายควรครอบถังก๊าซให้เรียบร้อย
- ถังออกซิเจนควรจัดเก็บแยกจากถังก๊าซเชื้อเพลิง
- เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายถังก๊าซ และถังออกซิเจนให้วางถังลงใน
ตะแกรง ตะกร้าหรืออุปกรณ์อื่นๆที่คล้ายกันห้ามใช้เชือกหรือลวดผูกมัดถังก๊าซ
โดยตรง
- ห้ามใช้ถังก๊าซที่รั่วทดสอบโดยการใช้สบู่
- สายต่อออกซิเจน และก๊าซอะเซทิลีน ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟ
ติดตั้งอยู่หลังตัวควบคุมความดันก๊าซ
การเจียรโลหะ
- จะต้องติดตั้งเครื่องขัด ให้ยึดแน่นกับโต๊ะที่มั่นคงและมีฝาครอบ
ป้องกันอันตราย
- ไม่ตั้งอัตรารอบหมุนของจานขัดเกินอัตรา
- จานที่สึก ชำรุด ต้องเปลี่ยนใหม่
- ผู้ที่ปฏิบัติงาน ต้องสวมแว่นนิรภัย สวมเครื่องกรองอากาศ และถุงมือ
ป้องกันเศษโลหะ
1 8 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ทำ ง า น
เ กี่ ย ว กั บ ไ ฟ ฟ้ า
การปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องตรวจวัดไฟฟ้า
จำเป็นต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติงาน รวมทั้งผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม หรือผู้ที่ได้รับ
มอบหมายเท่านั้นที่สามารถทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ซ่อมหรือต่อวงจรเครื่องมือ
ไฟฟ้าได้
- พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับการซ่อมแซม ต่อเติม ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า
ต้องสวมเสื้อผ้าที่แห้ง และสวมรองเท้าพื้นยางพร้อมทั้งตัดกระแสไฟฟ้า
- เครื่องมือที่ใช้งานกับไฟฟ้าชนิดมือจับ ต้องมีฉนวนซึ่งอยู่ในสภาพดีที่
ด้ามจับไม่ควรนำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดมาใช้งาน จนกว่าจะได้รับการซ่อมแซม
ให้เรียบร้อย
- ในกรณีที่มีการปฏิบัติงานตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือติดตั้งไฟฟ้าต้อง
ตัดสวิตซ์ ล็อคกุญแจ และแขวนป้าย
- ไม่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดมาใช้งานจนกว่าจะได้รับการซ่อมแซมให้
เรียบร้อย
- ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ารั่ว ก่อนใช้อุปกรณ์นั้นๆ
เสมอ
- การเปิดหรือปิดระบบไฟฟ้า ต้องแน่ใจก่อนว่าปลอดภัยแล้ว
- ห้ามใช้บันไดโลหะ และวัสดุอื่นที่เป็นสื่อไฟฟ้าขณะทำงานเกี่ยวกับ
ไฟฟ้า
- ห้ามปฏิบัติงานขณะที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในระบบโดยเด็ดขาด แต่ถ้า
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จะต้องมีพนักงานอีกคนหนึ่ง อยู่ด้วยในขณะปฏิบัติงาน
1 9 . ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ใ ช้ ลิ ฟ ต์
ข น ส่ ง สิ น ค้ า
- ตรวจสภาพทั่วไปของลิฟต์เช่นประตูลิฟต์,กระเช้า,ปุ่มกดลิฟต์,ไฟฟ้า
แสงสว่างเป็นต้นทุกครั้งก่อนใช้งาน
- ห้ามวางสินค้ากระแทกกับประตูลิฟต์
- ตรวจสภาพชิ้นงานที่ใส่ในลิฟต์ เพื่อป้องกันชิ้นงานไหลออกนอกประตู
ลิฟต์
- ให้ปิดประตูลิฟต์เบาๆ ห้ามกระแทกประตูโดยเด็ดขาด
- ปิดประตูลิฟต์ให้สนิททุกครั้งหลังเลิกใช้งาน และเอาลิฟต์ลงทุกครั้ง (
ห้ามค้างไว้ )
- เปิดประตูลิฟต์ทุกครั้งที่มีการเอาของออกจากลิฟต์
- หากพบว่าลิฟต์ชำรุด / เสียหายให้รีบแจ้งซ่อมบำรุงทันที
- ห้ามหยอกล้อเล่นกันในขณะทำงานโดยเด็ดขาด
- ห้ามโดยสารลิฟต์เด็ดขาด
20.การรายงานและสอบสวน
อุบัติเหตุ / อุบัติการณ์
อุบัติเหตุ/ อุบัติการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะ
ต้องรายงานและแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อให้มีการดำเนินการ สอบสวน และ
แก้ไขตามสาเหตุที่พบป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกโดยมีสาเหตุคล้ายคลึง
กันในอนาคต
กำหนดให้มีการรายงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกชนิดที่เป็นสาเหตุ หรืออาจ
ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ,ทรัพย์สินเสียหาย หรือเป็นการทำลายสภาพแวดล้อม ให้
ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่เกิดเหตุรับทราบ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ข้างต้น ควรมีการรายงานโดยวาจาให้หัวหน้างาน
ในพื้นที่รับทราบและเมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว จะต้อง
เขียนรายงานให้เร็วที่สุดเท่าที่กระทำได้ โดยใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังเกิด
เหตุส่งมาที่ห้องพยาบาล
หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุฉุกเฉิน และได้มีการปฏิบัติตามแผน
ระงับเหตุฉุกเฉินแล้ว ผู้บริหาร จะต้องทำการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อ
หาสาเหตุพื้นฐาน (Basic Causes) เพื่อนำไปสู่การแก้ไข และเพื่อให้เป็นตามข้อ
กำหนดของกฎหมาย
กรณีที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น หัวหน้างานร่วมกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
หรือทีมสอบสวนต้องทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและทบทวนสถิติอุบัติเหตุ
เพื่อระบุชี้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และดูแนวโน้มของอุบัติเหตุ เพื่อหาทางควบคุม
ป้องกัน ก่อนที่เกิดความสูญเสียมากขึ้น
ประเภทและชนิดของอุบัติเหตุ / อุบัติการณ์ต้องมีรายงาน
- การเสียชีวิต หรือพิการ
- การบาดเจ็บ/เจ็บป่วย ซึ่งทำให้สูญเสียเวลางาน (Loss-Time)
- การบาดเจ็บ/เจ็บป่วย ที่ไม่ต้องหยุดงาน (Minor)
- อุบัติเหตุร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
- อุบัติเหตุไม่ร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
- อุบัติเหตุร้ายแรงที่ได้รับการปฐมพยาบาล
- อุบัติเหตุไม่ร้ายแรงที่ได้รับการปฐมพยาบาล
- อุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะ และการขนส่ง
ประเภทและชนิดของอุบัติเหตุ / อุบัติการณ์ต้องมีรายงาน
- อุบัติเหตุที่มีน้ำมัน สารเคมี หก ล้น หรือ รั่วไหล หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่
ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
- อุบัติเหตุเกี่ยวกับก๊าซ LPG /NGV/N2 รั่วไหล
- อุบัติเหตุที่มีทรัพย์สิน ,อุปกรณ์เสียหาย
- อุบัติเหตุที่เกิดกับผู้รับเหมา หรือแรงงานจ้างเหมา
2 1 . อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ก า ร ติ ด ไ ฟ
องค์ประกอบของการเกิดติดไฟ ได้แก่
- ความร้อน
- ออกซิเจน
- เชื้อเพลิง
เราสามารถป้องกันการติดไฟได้ โดยแยกองค์ประกอบ 2 อย่าง ออก
จากองค์ประกอบที่ 3 เอาองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งออกจากอีกสององค์
ประกอบก็จะสามารถดับไฟได้
2 2 . ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ไ ฟ แ ล ะ เ ค รื่ อ ง
ดั บ เ พ ลิ ง
1.อัคคีภัยประเภท A ได้แก่ อัคคีภัยที่เกิดขึ้นจาก เช่น ไม้
กระดาษ เศษ ผ้า และขยะ อัคคีภัยเหล่านี้ ใช้น้ำธรรมดา
หรือน้ำยาดับเพลิงได้
2.อัคคีภัยประเภท B ได้แก่ อัคคีภัยที่เกิดขึ้นจากน้ำมันเชื้อ
เพลิงต่างๆ เช่น น้ำมัน สามารถดับได้โดยใช้เครื่องดับ
เพลิงแบบที่ฉีดเป็นฟอง หรือแบบก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์
Co2 หรือ ผงเคมีแห้ง Dry Chemical
3.อัคคีภัยประเภท K เพลิงไหม้ที่เกิดจากน้ำมันที่ใช้
ประกอบอาหาร ไขมันสัตว์
4.อัคคีภัยประเภท C ได้แก่ อัคคีภัยที่เกิดขึ้นจากเครื่องอุปกรณ์
ไฟฟ้า สารดับเพลิงที่ใช้ได้มีเฉพาะน้ำยา ชนิดที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า
เท่านั้น เช่น เครื่องดับเพลิงแบบก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ Co2
หรือผงเคมีแห้ง Dry Chemical
5.อัคคีภัยประเภท D ได้แก่ อัคคีภัยที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็น
โลหะ เช่นแมกนีเซียม ลิเทียม และโซเดียม เชื้อเพลิงจะมีความ
ร้อนสูงและลุกไหม้ตลอดเวลา ต้องใช้เครื่องดับเพลิงและวิธีการ
ชนิดพิเศษเท่านั้น
2 3 . ก า ร ป้ อ ง กั น อั ค คี ภั ย
การป้องกันอัคคีภัยเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
- สถานที่ทำงาน สถานที่เก็บวัสดุหรืออุปกรณ์ ต้องสะอาดและเป็น
ระเบียบเรียบร้อย
- ห้ามสูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอัคคี
ภัยได้
- ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ หรือวัตถุที่มีความร้อนลงในตะกร้า ถังขยะหรือสิ่งรอง
รับอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัย
- เชื้อเพลิง สารไวไฟ หรือสารเคมี ต้องจัดเก็บและขนย้ายให้ถูกวิธีและ
ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
- หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัย ห้ามมีสิ่งของวาง
กีดขวางเด็ดขาดเส้นทางหนีไฟ ทางเดินต่างๆ จะต้องรักษาความสะอาด และไม่
วางสิ่งของกีดขวางทางเด็ดขาด
- เศษผ้า เศษวัสดุที่เปื้ อนน้ำมัน เศษวัสดุอื่นๆ ที่ติดไฟได้จะต้องแยก
ประเภทให้ชัดเจน
- ต้องฝึกซ้อมการดับเพลิงเบื้องต้น และซ้อมอพยพหนีไฟ ตามระยะ
เวลาที่กำหนด
- ผู้รับเหมาช่วง ต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ควบคุมงาน
2 4 . แ ผ น ฉุ ก เ ฉิ น เ มื่ อ เ กิ ด เ ห ตุ เ พ ลิ ง
ไ ห ม้ แ ล ะ อ พ ย พ ห นี ไ ฟ
เมื่อพบเหตุเพลิงไหม้
- รีบรายงานผู้รับผิดชอบโดยเร็ว แจ้งสัญญาณการแจ้งเหตุเพลิงไหม้
กรณีฉุกเฉิน
- ปิดสวิทช์ไฟฟ้าทั้งหมด
- ดับเพลิงภายใต้การควบคุมของหัวหน้างานจนกว่าพนักงานดับเพลิง
มาถึง
- หากเพลิงเกิดจากวัสดุอันตราย หรือมีวัสดุอันตรายอยู่ใกล้เคียง ให้ยก
เคลื่อนย้ายวัสดุเหล่านั้นตามคำแนะนำของผู้มีความรู้และรีบดำเนินการดับเพลิง
ทันที
- ถ้าไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการตัดกระแสไฟฟ้าหรือยัง ห้ามใช้น้ำ
ในการดับเพลิง
- หากน้ำมันเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ให้ใช้เครื่องดับเพลิงที่
กำหนดไว้แต่หากไม่มีให้ใช้แผ่นใยสังเคราะห์ปิดคลุมกองไฟ แล้วจึงดับไฟด้วย
น้ำ
- เมื่อน้ำมันในภาชนะเกิดการลุกไหม้ ให้ปิดภาชนะด้วยแผ่นเหล็กหรือ
แผ่นใยสังเคราะห์ ห้ามใช้ทรายเทลงในภาชนะ เพราะจะทำให้นามันไหลออก
มาและเพลิงจะขยายไปทั่วได้
2 5 . ก ฎ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย เ กี่ ย ว กั บ
อั ค คี ภั ย
1) ในบริเวณที่มีป้าย "ระวังสารไวไฟ” ห้ามจุดไฟ สูบบุหรี่หรือมีแหล่ง
กำเนิดความร้อน
ใกล้บริเวณดังกล่าว
2) ไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ เช่น เผาหญ้า ขยะ ในบริเวณที่มีน้ำมันเชื้อ
เพลิงเด็ดขาดหากจำเป็นให้เลือกสถานที่ปลอดภัยและทำในวันที่ลมสงบเท่านั้น
และหลังจากภารกิจเสร็จสิ้นแล้วต้องตรวจดูสภาพทันที
3) สูบบุหรี่ในสถานที่กำหนดหรืออนุญาตให้สูบเท่านั้น และหลังจาก
ภารกิจเสร็จสิ้นแล้วตรวจดูให้แน่ใจว่าไฟดับจริง ๆ
4) ไม่ทิ้งเศษน้ำมัน ขี้เลื่อย หรือวัสดุเป็นเชื้อเพลิงได้ง่ายไว้กลางแจ้ง ให้
ทิ้งในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น และปิดฝาให้เรียบร้อย
5) เมื่อได้กลิ่นเหม็นไหม้ หรือพบควันไฟผิดปกติ ให้แจ้งเหตุทันที
6) เครื่องดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ห้าม
โยกย้ายหรือเปลี่ยนตำแหน่งที่ติดตั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาต
7) ดูแลรักษาเครื่องดับเพลิงให้มีสภาพพร้อมใช้งาน และไม่วางสิ่งของ
กีดขวางทางเข้าถึงเครื่องดับเพลิง
8) ไม่วางสิ่งของ กีดขวางเส้นทางหนีไฟ ประตู บันได และทางออก
ฉุกเฉิน
9) แจ้งให้พนักงานทุกคนรู้ถึงข้อควรปฏิบัติเวลาเกิดเพลิงไหม้
10) พนักงานทุกคนทราบว่าอุปกรณ์ดับเพลิงอยู่ที่ใด สายฉีดนาดับ
เพลิงที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่จุดใดในสำนักงาน ตลอดจนเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือดับ
เพลิงอย่างถูกต้อง
11) มีการตรวจสภาพเครื่องมือดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งาน
ได้เสมอ
12) ติดตั้งสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในที่มองเห็นได้ง่าย สะดวกแก่การ
ใช้
13) แจ้งพนักงานทุกคนให้รู้เส้นทางหนีไฟที่พึงใช้เมื่อเวลาเกิดเพลิงไหม้
14) มีป้ายเตือนที่เห็นได้ชัดเจน ห้ามใช้ลิฟต์ในขณะเกิดเพลิงไหม้ การ
ละเลยในสิ่งที่เห็นว่ายากที่จะเกิดขึ้นหรือไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสถานที่ทำงาน อาจ
ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างสูง เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แม้ว่าในปั จจุบัน
สำนักงานส่วนใหญ่จะได้รับการออกแบบให้ปลอดภัยจากการเกิดเพลิงไหม้ แต่
สิ่งที่อยู่ภายในสำนักงาน เช่น กระดาษ โต๊ะไม้ เฟอร์นิเจอร์ และสารเคมีต่าง ๆ
ฯลฯ เป็นสิ่งที่ติดไฟได้ง่าย ดังนั้น จึงไม่ควรละเลยในจุดนี้
15) กำหนดระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้สูบบุหรี่ เช่น ห้ามทิ้งไม้ขีดไฟ เถ้า
บุหรี่หรือก้นบุหรี่ลงในตะกร้าทิ้งขยะบนพื้นใกล้กับเครื่องจักรหรือใกล้สารเคมี
ซึ่งไวไฟ ควรจัดที่เขี่ยบุหรี่ไว้สำหรับผู้สูบบุหรี่ นอกจากนั้นควรห้ามสูบบุหรี่
บริเวณห้องเก็บของหรือห้องเก็บสารเคมีทั้งนี้สารเคมีที่เก็บควรบรรจุในภาชนะ
ข อ ง บ ริ ษั ท ผู้ ผ ลิ ต จ น ก ว่ า จ ะ มี ก า ร เ ปิ ด อ อ ก ใ ช้ ห า ก พ บ ว่ า ภ า ช น ะ ที่ บ ร ร จุ เ กิ ด ร อ ย รั่ ว
ก็ต้องเปลี่ยนภาชนะที่บรรจุเสียใหม่ทันที
16) เศษผ้าหรือกระดาษที่ใช้ เช็ดทำ ความสะอาด ถ้าเปื้ อนน้ำมันหรือ
สารติดไฟควรทิ้งในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าทิ้งไว้ใต้เครื่องจักรหรือในถังขยะ
17) เก็บกระดาษ กล่องกระดาษหรือสิ่งที่ติดไฟได้ไว้ให้ห่างจาก
เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าเพราะอาจะเป็นได้ที่อุปกรณ์ไฟฟ้าจะเกิดการ
ลัดวงจรหรือเครื่องจักรเกิดความร้อนมากจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น
19) ตรวจสายไฟหม้อต้มนาร้อนหรือหม้อต้มกาแฟว่ามีชำรุดหรือไม่
ถ้าชำรุดควรรีบซ่อมอย่าใช้ต่อไป
20) กำหนดกฎข้อบังคับในการดูแลและทดสอบอุปกรณ์ที่ใช้ดับเพลิง
การดำเนินการอาจทำโดยตั้งกลุ่มผู้รับผิดชอบขึ้นในแต่ละหน่วยงานให้มีหน้าที่
ตรวจตราอุปกรณ์ต่าง ๆรับผิดชอบในการแจ้งเหตุเพลิงไหม้แก่พนักงานและผู้
มาติดต่องาน รวมทั้งแจ้งสถานีดับเพลิงด้วย ดูแลการอพยพคนออกจากอาคาร
ช่วยเหลือคนพิการและทำหน้าที่ดับเพลิงในระยะแรก
26.แผนฉุกเฉินกรณี LPG GAS รั่ว
ไหล
การปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
- ถ้าสูดดม หรือหายใจเข้าไปมากๆ อาจทำให้ขาดอากาศหายใจ ให้รีบ
นำผู้ป่วยออกไปยังพื้นที่มีอากาศบริสุทธิ์
- กรณีก๊าซเข้าตาอาจทำให้เยื่อหุ้มตาอักเสบ ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด
แล้วนำส่งแพทย์ทันที
- ถ้าถูกผิวหนัง เนื่องจากก๊าซมีความเย็น อาจทำผิวหนังไหม้
- ภาชนะโลหะที่ใช้เก็บ LPG ต้องมีการต่อสายดิน และเก็บในที่อากาศ
ถ่ายเทได้สะดวก
- ในการขนย้ายและจัดเก็บ จะต้องหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีประกายไฟ
- กรณีเกิดก๊าซรั่วไหล ถ้าไม่สามารถหยุดได้ให้เคลื่อนย้ายถังใบนั้นไปยัง
บริเวณที่โล่ง แล้วปล่อยก๊าซออกให้หมด บริเวณที่อับอากาศหากมีก๊าซสะสม
อาจทำให้เกิดการระเบิด
- สารที่ใช้ในการดับเพลิง เช่น ผงเคมีแห้ง, น้ำ, คาร์บอนไดออกไซด์,
โฟม
กรณีก๊าซ LPG รั่วไหล (ถังใหญ่)
- ผู้ควบคุมสถานีจ่ายก๊าซ LPG ตรวจพบ/ได้รับแจ้งว่า LPG รั่วไหล ให้
ทำการแก้ไขทันที
- ผู้ควบคุมสถานีจ่ายก๊าซ LPG เข้าทำการระงับเบื้องต้น และปฏิบัติตาม
ขั้นตอนต่อไปนี้
ถ้าควบคุมได้
- รายงานหัวหน้างาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
- หัวหน้างาน /ฝ่ายช่าง /จป. เข้าทำการสอบสวนและสำรวจความเสีย
หาย และผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
- จป. รายงานผู้อำนวยการ
ถ้าควบคุมไม่ได้และอาจเกิดไฟลุกไหม้ได้
- ผู้อำนวยการสั่งการให้ทีมปฏิบัติการเข้าระงับเหตุ
- ผู้อำนวยการ ตัดสินใจใช้ แผนอพยพ และแจ้งให้ประชาสัมพันธ์
ประกาศพร้อมกดสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ทุกคนออกนอกอาคาร
- แผนอพยพให้ใช้แผนขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับแผนอพยพหนีไฟ ไป
ยัง ณจุดรวมพล หากทิศทางลมพัดไปยังจุดรวมพลให้จุดสำรอง เช่น ลานจอด
รถ หรือ พื้นที่อื่น ตามความเหมาะสม
- หากมีความรุนแรงและกระจายไปยังชุมชน หรือบริษัทใกล้เคียง ฝ่าย
ประสานงาน ต้องทำการแจ้งหัวหน้าชุมชนและบริษัทข้างเคียงรับทราบและ
อพยพออกจากเส้นทางของก๊าซ LPG ไหลผ่าน และแจ้งหน่วยงานภายนอกและ
ภาครัฐ เพื่อระงับเหตุ จป. / หัวหน้างาน /ฝ่ายช่าง เข้าทำการสอบสวนและ
สำรวจความเสียหายและผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น
- จป. รายงานผู้อำนวยการ
2 7 . ก ฎ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย เ กี่ ย ว กั บ
ส า ร เ ค มี
1) ศึกษาเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีที่ใช้ทุกชนิด เพื่อ
ทราบอันตรายและวิธีการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ
2) สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยตามความเหมาะสมกับงาน มี
การดูแลทำความสะอาด บำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี
3) ทำความสะอาดทุกครั้งที่มีสารเคมีหก รั่วไหล
4) ให้ความร่วมมือในการตรวจสุขภาพประจำปี
5) ไม่ปฏิบัติงานตามลำพังหรือไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
6) ไม่ใช้ปากดูดสารเคมี แทนลูกยาง
7) ไม่ทดสอบสารเคมี โดยการสูดดม หรือกินสารเคมี
8) สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลทุกครั้งที่ปฏิบัติ
งานกับสารเคมีเช่น ถุงมือ รองเท้า ชุดป้องกันสารเคมี หน้ากาก แว่นป้องกัน
สารเคมี
9) เมื่อต้องการขนถ่ายสารเคมีจำนวนมาก ควรใช้รถเข็นในจำนวนที่ไม่
มากจนเกินกำลังบรรทุก
10) หลังปฏิบัติงานต้องทำความสะอาดร่างกายตนเอง และพื้นที่ที่ปฏิบัติ
งานให้สะอาดทุกครั้ง
11) จัดเก็บสารเคมีให้เข้าที่ (ชั้นจัดเก็บ) อย่างเป็นระเบียบและเก็บใน
พื้นที่หรือบริเวณให้เก็บอย่างถูกต้อง
2 8 . ป้ า ย ห รื อ สั ญ ลั ก ษ ณ์ ค ว า ม
ป ล อ ด ภั ย
สี/ความหมาย
1.สีเหลือง หมายถึง เตือน ระวังอันตราย
2.สีน้ำเงิน หมายถึง บังคับให้ปฏิบัติตาม
3.สีแดง หมายถึง หยุด ห้าม
4.สีเขียว หมายถึง แสดงสภาวะที่ปลอดภัย
(1) เครื่องหมายห้าม
ป้ายห้ามทั่วไป
(general prohibition)
ห้ามสูบบุหรี่
(no smoking)
ห้ามจุดไฟและก่อประกายไฟ
(no open flame; fire)
ห้ามผ่าน
(no thoroughfare)
รถยกและยานพาหนะงานอุตสาหกรรม ห้ามเข้า
(no access for fork lift trucks and other
industrial vehicles)
ห้ามใช้น้ำดับไฟ
(do not extinguish with water)
ห้ามใช้ลิฟต์ขณะเกิดเพลิงไหม้
(do not use lift in the event of fire)
ห้ามวางสิ่งกีดขวาง
(do not obstruct)
(2) เครื่องหมายเตือน
เครื่องหมายเตือนทั่วไป
(general warning sign)
ระวังวัตถุระเบิด
(warning: explosive material)
ระวังวัตถุกัมมันตรังสี หรือรังสีชนิดก่อไอออน
(warning: radioactive material or
ionizing radiation)
ระวังสิ่งกีดขวาง
(warning: obstacles)
ระวังพื้นลื่น
(warning: slippery surface)
ระวังอันตรายจากไฟฟ้า
(warning: electricity)
ระวังรถยกและยานพาหนะงานอุตสาหกรรม
(warning: fork lift trucks and other
industrial vehicles)
ระวังเครื่องจักรทำงานโดยอัตโนมัติ
(warning: automatic start-up)
ระวังศีรษะ
(warning: overhead obstacles)
(3) เครื่องหมายบังคับ
ต้องสวมอุปกรณ์ปกป้องหู
(wear ear protection)
ต้องสวมอุปกรณ์ปกป้องตา
(wear eye protection)
ต้องสวมอุปกรณ์ปกป้องตาชนิดกรองแสง
(wear opaque eye protection)
ต้องสวมรองเท้านิรภัย
(wear safety footwear)
ต้องสวมถุงมือ
(wear protective gloves)
ต้องสวมหน้ากากสำหรับงานเชื่อม
(wear welding mask)
ต้องสวมชุดปกป้องร่างกาย
(wear protective clothing)
(4) เครื่องหมายสารนิเทศเกี่ยวกับสภาวะปลอดภัย
ทางออกฉุกเฉิน ซ้ายมือ/ขวามือ
(emergency exit)
ปฐมพยาบาล
(first aid)
จุดรวมพล
(evacuation assembly point)
โทรศัพท์ฉุกเฉิน
(emergency telephone)
29.บทลงโทษ
กฎข้อตกลง
- ตักเตือนด้วยวาจา
- ตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร
- ออกใบเตือน ครั้งที่ 1 ( สูงสุด 3 ใบเตือน) ** ทุกใบเตือนมีผลต่อเงิน
เดือนและโบนัส
- พนักงานบริษัทฯและหรือ พนักงานของผู้รับเหมาที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติ
ตามคู่มือความปลอดภัยของบริษัท ถือว่ามีความผิด ตามกฎระเบียบของบริษัท
ซึ่งจะได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือน ภาคฑัณท์ หรือ ปลดออกจากงาน ตาม
ระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ และกฎหมายแรงงาน (พ.ร.บ. แรงงาน ปี 2541)
3 0 . เ บ อ ร์ โ ท ร ฉุ ก เ ฉิ น
โรงพยาบาล 02 528-4567
1.โรงพยาบาล พระนั่งเกล้า 02 879-0300
2.โรงพยาบาลยันฮี 02 962-5731
3.โรงพยาบาลชลประทาน 02 594-0020-65
4.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 02 590-3400
5.โรงพยาบาลบำราศนราดูร 02 589-0102-3
6.โรงพยาบาลนนทเวช
02 589-0489
สถานีดับเพลิง 02 952-8707
1.สถานีดับเพลิงเทศบาลนนทบุรี 02 571-7679
2.สถานีดับเพลิงท่าทราย
3.สถานีดับเพลิงบางบัวทอง 02 902-5211
การไฟฟ้า 02 504-0123
1.การไฟฟ้านนทบุรี
1669
การประปา 02 749-4636
1.การประปานครหลวง หลักสี่
หน่วยงานช่วยเหลือต่างๆ
1.ป่วยฉุกเฉิน ศูนย์นเรนทร
2.หมออาสา จส.100
P.S.A INTER-COOLING COMPANY
บริษัท พี .เอส.เอ อินเตอร์-คูลลิ่ง จำกัด
เลขที่ 64 ถ.นนทบุรี ต.สวนใหญ่
อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000