สรปุ สาระสำคญั ระเบียบกระทรวงการคลัง วา่ ดว้ ยการเบกิ จ่ายเงนิ จากคลัง การรบั เงนิ
การจา่ ยเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงนิ และการนำเงนิ สง่ คลังพ.ศ.2562
(และทแี่ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2563)
ยกเลกิ 2520 2551 2561
1. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าดว้ ยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงนิ และการนำเงินส่งคลัง (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2563 แก้ไขฉบับแรกให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงอาศัยตามความในมาตรา 39 และ 61 แห่ง พ.ร.บ.
วนิ ัยการเงนิ การคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
1.1 รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบน้ีไว้
1.2 (ประกาศในราชกิจจาฯ 18 พ.ย.2563 บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจาฯ คือ
19 พ.ย.2563)
1.3 ยกเลิกข้อ 20 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน
การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ใน (1) “เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารไว้กับ
ธนาคารทีเ่ ปน็ รฐั วิสาหกิจ หรอื ธนาคารท่ีกองทุนเพือ่ การฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงนิ ถอื หนุ้
เกินกึ่งหนง่ึ สำหรับเงนิ งบประมาณหนงึ่ บญั ชี และเงินนอกงบประมาณหนึ่งบญั ชี”*** (2) - (3) ยงั คง
ข้อความเดมิ
2. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการ
นำเงินสง่ คลงั พ.ศ. 2562 (ประกาศในราชกจิ จาฯ 13 พ.ค.2562 บังคับใชว้ นั ถัดจากวันประกาศในราช
กิจจาฯ คือวนั ท่ี 14 พ.ค.2562)
ทม่ี า เป็นการปรบั ปรุงระเบยี บการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเกบ็ รกั ษาเงนิ และการนำเงินสง่ คลัง พ.ศ. 2551 ให้มี
ความสอดคลอ้ งกับ…
1. พระราชบญั ญัติวนิ ยั การเงนิ การคลงั ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑
2. พระราชบญั ญตั ิวธิ ีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑
3. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างเพื่อรองรับการปฏิบัติงานด้านการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์
แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) e-Payment ภาครฐั
4. รองรับการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังตามระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบ
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ (การปรบั ปรุง Government Fiscal Management Information System : GFMIS
เป็นระบบ New GFMIS Thai)
บงั คบั ใชต้ ้ังแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562
คำนยิ ามท่ีเก่ยี วขอ้ ง
1) หน่วยงานของรฐั (7 ประเภท) หมายถึง
1. ส่วนราชการรวมถงึ จังหวัดและกล่มุ จังหวัด
2. รัฐวิสาหกิจ
3. หน่วยงานอสิ ระต่าง ๆ (หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยตุ ิธรรม ศาลปกครอง ศาลรฐั ธรรมนูญ
องคก์ รอสิ ระตามรัฐธรรมนูญ และองคก์ รอัยการ)
4. องค์การมหาชน
5. ทุนหมนุ เวยี นที่มีฐานะเปน็ นิติบคุ คล
2
6. องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่
7. หน่วยงานอนื่ ของรฐั ตามท่กี ฎหมายกำหนด
2) หน่วยงานผู้เบิก หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายและเบิกเงินจาก
กรมบญั ชีกลางหรอื สำนักงานคลงั จงั หวัด แลว้ แตก่ รณี
3) ส่วนราชการ หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการทเ่ี รียกชอ่ื อย่างอืน่ และมฐี านะเปน็ กรม และ
ให้ความรวมถงึ จังหวดั และกลุ่มจังหวดั ตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ด้วย
4) รัฐวิสาหกิจ หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และกฎหมายว่าด้วย
วธิ ีการงบประมาณ
5) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล
กรงุ เทพมหานคร เมอื งพทั ยา และองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ อื่นทีม่ ีกฎหมายจดั ต้งั
6) หน่วยงานย่อย หมายความว่า หน่วยงานในสังกัดของส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง หรือในราชการ
บริหารสว่ นภูมิภาค หรือทตี่ ัง้ อยใู่ นอำเภอ ซ่งึ มไิ ด้เบกิ เงินจากกรมบัญชกี ลาง หรือสำนกั งานคลังจังหวัด แต่เบิกเงิน
ผ่านส่วนราชการทเ่ี ป็นหน่วยงานผเู้ บิก
7) คลัง หมายความว่า ที่เก็บรักษาเงินแผ่นดินของกระทรวงการคลัง และให้หมายความรวมถึงบัญชีเงินฝากที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยเพือ่ การนด้ี ว้ ย
8) ผู้อำนวยการกองคลัง หมายความว่า เลขานุการกรม หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใด ซึ่งปฏิบัติงาน ในลักษณะ
เดยี วกันดว้ ย
9) เจ้าหน้าที่การเงิน หมายความว่า หัวหน้าฝ่ายการเงิน หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะ
เชน่ เดยี วกันกับหัวหน้าฝา่ ยการเงนิ และให้หมายคใมรวมถึงเจา้ หน้าที่รับจ่ายเงนิ ของทางราชการด้วย
10) สำนักงานตรวจเงนิ แผน่ ดิน ใหห้ มายความรวมถงึ สำนกั งานตรวจเงินแผ่นดินภูมภิ าค และสำนักงานตรวจเงิน
แผ่นดนิ จังหวดั ดว้ ย
11) งบรายจ่าย หมายความว่า งบรายจา่ ยตามระเบียบวา่ ด้วยการบรหิ ารงบประมาณ
12) หลักฐานการจ่าย หมายความว่า หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันโดย
ถูกต้องแล้ว
15) เงินยืม หมายความว่า เงินที่ส่วนราชการจ่ายให้แก่บุคคลใดบุคคลหน่ึงยืมเพื่อเป็นค่าใช้จา่ ยในการเดินทางไป
ราชการ หรอื การปฏิบัติราชการอืน่ ทัง้ นี้ ไม่ว่าจะจ่ายจากงบประมาณรายจา่ ยหรอื เงนิ นอกงบประมาณ
16) ตนู้ ิรภยั หมายความว่า ตู้เหลก็ อนั มัน่ คงซึ่งใชส้ ำหรบั เก็บรกั ษาเงนิ ของทางราชการ
17) เงินรายได้แผ่นดิน หมายความว่า เงินทั้งปวงที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ตาม
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ หรอื จากนติ กิ รรมหรือนิตเิ หตุและกฎหมายว่าดว้ ยเงนิ คงคลงั และกฎหมายว่าดว้ ยวนิ ยั
การเงนิ การคลงั บัญญตั ิไมใ่ หห้ นว่ ยงานของรฐั นน้ั นำไปใชจ้ า่ ยหรอื หักไว้เพ่อื การใด ๆ
18) เงินเบิกเกนิ ส่งคนื หมายความว่า เงินงบประมาณรายจ่ายที่ส่วนราชการเบิกจากคลังไปแล้วแต่ไม่ได้จ่ายหรือ
จ่ายไม่หมด หรือจ่ายไปแลว้ แตถ่ ูกเรยี กคืน และได้นำส่งคลังก่อนสิ้นปีงบประมาณหรอื ก่อนสิ้นระยะเวลาเบิกเงนิ ที่
กันไว้เบกิ เหล่อื มปี
19) เงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน หมายความว่า เงินงบประมาณรายจ่ายที่ส่วนราชการเบิกจากคลังไปแล้ว แต่ไม่ได้
จ่ายหรือจ่ายไม่หมด หรือจ่ายไปแล้วแต่ถูกเรียกคืน และได้นำส่งคลังภายหลังสิ้นปีงบประมาณหรือภายหลัง
ระยะเวลาเบิกเงินท่กี นั ไวเ้ บิกเหลื่อมปี
20) เงินนอกงบประมาณ หมายความว่า บรรดาเงินทั้งปวงที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บ หรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธ์ิ
ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจากนิติกรรมหรือนิติเหตุ หรือกรณีอื่นใด ที่ต้องนำส่งคลัง แต่มีกฎหมาย
อนุญาตให้สามารถเก็บไว้ใช้จา่ ยไดโ้ ดยไมต่ อ้ งนำสง่ คลงั
3
21) ระบบ หมายความว่า ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Government
Fiscal Management Information System : GFMIS) ซงึ่ ปฏิบัติโดยช่องทางที่กระทรวงการคลงั กำหนด
22) ข้อมูลหลักผู้ขาย หมายความว่า ข้อมูลของหน่วยงานผู้เบิกหรือเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินเกี่ยวกับ ชื่อ ที่อยู่
เลขประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อและเลขที่บัญชีธนาคาร เลขที่สัญญา เงื่อนไขการชำระเงิน
หรือข้อมลู อื่นใดท่ีจำเป็นแล้วแต่กรณี เพ่อื ใชส้ ำหรบั การรับเงินท่ีขอเบิกจากคลัง
**ใหป้ ลดั กระทรวงการคลงั รกั ษาการตามระเบยี บน*้ี *
ภาพรวมระเบยี บฯ พ.ศ. 2562 มที ง้ั หมด 11 หมวด 111 ขอ้
หมวด 1 ความทวั่ ไป (ขอ้ 6-9)
1. แบบพิมพ์ เอกสาร ทะเบียนคุม รายงาน และแนวทางการปฏิบัติใหเ้ ป็นไปตามที่กรมบญั ชีกลางกำหนด
2. หนว่ ยงานของรัฐท่ีมีปญั หาเก่ียวกบั การปฏิบัติหรือไมส่ ามารถปฏิบตั ิตามข้อกำหนดในระเบียบน้ีให้หัวหน้า
หนว่ ยงานขอหารอื ทำความตกลงกับกระทรวงการคลงั เพ่ือเป็นแนวทางให้หน่วยงานของรัฐถอื ปฏบิ ตั ิ
3. กระทรวงกลาโหมให้ถอื ปฏิบตั ิตามกระทรวงกลาโหม ซงึ่ ตกลงกบ กค.
หมวด 2 การใช้งานในระบบ (ขอ้ 10-13)
1. ใหห้ ัวหน้าหน่วยงานผ้เู บิกหรือผูท้ ่ีได้รับมอบหมายเป็นผู้มีสทิ ธใิ นการปฏิบัตงิ านในระบบ
2. ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกจัดทำคำสั่งหรือมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรกำหนดบุคคล หน้าที่ความ
รบั ผิดชอบ และแนวทางการควบคุมการปฏิบตั งิ านในการเขา้ ใชง้ านในระบบ
หมวด 3 การเบิกเงนิ (ขอ้ 14-34)
ส่วนที่ 1 สถานท่เี บิกเงนิ
1. หนว่ ยงานส่วนกลาง สง่ ข้อมูลคำขอเบิกในระบบไปยังกรมบญั ชกี ลาง
2. สำหรับหน่วยงานในส่วนภมู ิภาคให้ส่งข้อมูลคำขอเบิกในระบบไปยงั สำนกั งานคลังจงั หวัด
ส่วนที่ 2 หลกั เกณฑ์ทว่ั ไปของการเบกิ เงนิ
1. การขอเบิกเงนิ ทุกกรณีใหร้ ะบวุ ัตถปุ ระสงคท์ ่ีจะนำเงินนัน้ ไปจ่าย
2. การจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันได้เฉพาะที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มติ ครม. หรือได้รับ
อนญุ าตจากกระทรวงการคลงั
3. หนว่ ยงานผูเ้ บิกมีหนา้ ทต่ี อ้ งหกั ภาษี ณ ที่จ่าย
4. หน่วยงานผู้เบิกต้องเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟู
และพัฒนาระบบสถานบันการเงินถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง สำหรับเงินงบประมาณ 1 บัญชี และเงินนอก
งบประมาณ 1 บัญชี
ส่วนที่ 3 หลกั เกณฑก์ ารเบิกเงินของหน่วยงานผู้เบิกทีไ่ ม่ใช่สว่ นราชการ
1. ให้ส่งคำขอเบิกเงินตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รบั ความเหน็ ชอบจาก
สำนักงบประมาณ
2. สำหรับ อปท. ที่ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ให้เบิกเงินจากคลังโดยระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำ
เงนิ นัน้ ไปจา่ ยและใหข้ อเบกิ เงนิ ได้เม่อื หน้ีถงึ กำหนดชำระหรอื ใกล้ถึงกำหนดชำระ
ส่วนที่ 4 หลักเกณฑก์ ารเบกิ เงินของสว่ นราชการ
1. การขอเบิกเงนิ ให้เบกิ เมอ่ื หนีถ้ งึ กำหนดหรือใกล้จะถึงกำหนดจ่ายเงนิ
4
2. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด ให้เบิกเงินจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้นไปจ่ายเว้นแต่
กรณีที่เป็นการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี ค่าใช้จ่ายที่ถือว่าเกิดขึ้นเมื่อได้รับแจ้ง
ใหช้ ำระหนี้ และเงินยมื คาบเกี่ยว
สว่ นท่ี 5 วธิ กี ารเบิกเงนิ ของสว่ นราชการ
1. กรณีมีใบสั่งซื้อสั่งจ้าง สัญญาหรือข้อตกลงมีวงเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต้องทำ PO เพื่อจองเงิน
งบประมาณในระบบ โดยกรมบัญชกี ลางจะเป็นผู้จ่ายเงินเข้าบญั ชีใหก้ ับเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินของ
ส่วนราชการโดยตรง
2. นอกเหนือจากข้อ 1. ไม่ต้องทำ PO ในระบบ โดยการจ่ายเงิน เงินจะเข้าบัญชีเงินฝากของส่วน
ราชการ เพื่อจ่ายต่อให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินต่อไป หรือหากต้องการให้จ่ายเงินเข้าบัญชีให้กับ
เจ้าหนีห้ รอื ผู้มีสทิ ธริ ับเงนิ ของสว่ นราชการโดยตรงกไ็ ด้
3. การขอเบิกเงินท่ไี ม่ใช่การซ้ือ การจ้าง หรอื เช่าทรัพย์สิน จะจา่ ยตรงเข้าบญั ชีเจา้ หนี้หรอื ผู้มสี ิทธิรับเงิน
โดยตรง เชน่ คา่ สาธารณูปโภคตา่ ง ๆ ยกเว้น กรณีทีม่ เี งนิ สมทบตอ้ งจา่ ยเงนิ เขา้ บญั ชเี งนิ ฝากของสว่ น
ราชการกอ่ น เพือ่ จา่ ยต่อให้เจ้าหนห้ี รือผมู้ ีสทิ ธิรบั เงนิ ตอ่ ไป
4. การเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลัง
กำหนด
5. เงินประเภทลักษณะต้องจ่ายประจำเดือนในวันทำการสิ้นเดือน ให้ส่งคำขอเบิกเงินภายในวันที่
15 ของเดือนนั้น หรือตามที่กระทรวงการคลงั กำหนด
ส่วนที่ 6 การเบกิ เงนิ ของส่วนราชการทม่ี สี ำนกั งานในต่างประเทศ
1. ส่งคำขอเบิกเพื่อซื้อเงินตราต่างประเทศได้ทั้งจำนวน หรือกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้เบิกเป็น
งวด ๆ ตามความจำเปน็ ได้
2. เงนิ ทจ่ี ัดส่งให้สำนกั งานต่างประเทศ เมอ่ื สิน้ ปงี บประมาณ หากมเี งินเหลอื ให้นำสง่ คลังคนื ส่วนราชการ
เจ้าของงบประมาณภายใน 30 วันนบั แต่วนั ส้นิ ปงี บประมาณ
3. กรณีมีหนี้ผูกพันและไม่สามารถชำระหนี้ได้ทันภายในปีงบประมาณ ให้เก็บเงินไว้เพื่อการนั้นได้อีก
ไม่เกิน 6 เดือน หากมีความจำเป็นต้องใชต้ อ่ ให้ขอตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อขยายออกไปอีกไม่
เกิน 6 เดือน หากมีเงินเหลือให้นำส่งคืนส่วนราชการเจ้าของงบประมาณภายใน 30 วัน นับแต่ครบ
ระยะเวลาท่ไี ด้รับอนมุ ตั ิไว้ โดยส่วนราชการเจา้ ของงบประมาณ ดำเนนิ การเบิกหักผลักส่ง
4. เงินเหลือจ่ายดังกล่าว ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณแลกเป็นเงินบาทกับธนาคารพาณิชย์และ
นำส่งคลังเปน็ รายได้แผน่ ดนิ ประเภทเงนิ เหลือจ่ายปีเกา่ สง่ คนื โดยดว่ น
หมวด 4 การจา่ ยเงนิ ของสว่ นราชการ (ข้อ 35-54)
ส่วนท่ี 1 หลกั เกณฑก์ ารจา่ ยเงิน
1. การจา่ ยเงินให้ทำได้เฉพาะท่ีมกี ฎหมายระเบียบข้อบงั คบั คำสั่งกำหนดไว้หรือมติคณะรัฐมนตรีอนุญาต
ให้จ่ายได้ หรอื ตามที่ได้รบั อนญุ าตจากกระทรวงการคลัง และผู้มอี ำนาจได้อนมุ ัตใิ หจ้ ่ายได้
2. การอนมุ ัตจิ ่ายเงนิ เปน็ อำนาจของหัวหนา้ สว่ นราชการ
3. ผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงิน มีหน้าที่ในการตรวจการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามที่กฎหมาย หรือกฎ
หรอื ตามทไี่ ดร้ ับอนญุ าตให้จ่าย
4. ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติ สั่งอนุมัติการจ่ายเงินพร้อมลงลายมือชื่อในหลักฐานการจ่ายหรือหลักฐานการ
ขอรับชำระหนท้ี กุ ฉบบั หรอื จะลงลายมือช่อื อนุมัตใิ นหน้างบหลกั ฐานการจา่ ยก็ได้
5. การจ่ายเงนิ ต้องมหี ลกั ฐานการจา่ ยไวเ้ พอื่ ประโยชนใ์ นการตรวจสอบ
5
6. กรณียังไม่ได้จ่ายเงินห้ามเรียกหลักฐานการจ่ายหรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินในหลักฐานการ
จา่ ยเงนิ
7. กรณไี มส่ ามารถมารบั เงนิ ไดด้ ว้ ยตนเองและมอบใหผ้ ูอ้ ื่นรบั เงนิ แทน โดย
7.1 ข้าราชการ พนกั งานราชการ ลกู จา้ ง หรือผูร้ บั เบ้ียหวดั บำนาญ ใหใ้ ช้ใบมอบฉนั ทะ ตามแบบ กค.
7.2 สำหรบั บคุ คลภายนอก ให้ทำหนังสอื มอบอำนาจ
8. ให้เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงิน ประทับตราข้อความว่า “จ่ายเงินแล้ว”และลงลายมือชื่อรับรองการจ่าย และ
ระบุชื่อผู้จ่ายด้วยตัวบรรจง +พร้อมวันเดือนปีที่จ่าย กำกับไว้บนหลักฐานการจ่ายเงินทุกฉบับ เพื่อ
ประโยชน์ในการตรวจสอบ ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศให้มีคำแปลภาษาไทยตามรายการที่จำเป็น
อย่างนอ้ ย 5 รายการ (ใบเสร็จรบั เงนิ ) และใหผ้ ขู้ อเบิกเงนิ ลงลายมือช่อื รับรองคำแปลดว้ ย
9. การจ่ายเงินทุกรายการ ต้องมีการบันทึกการจ่ายเงินไว้ในระบบ และให้หัวหน้าส่วนราชการหรือ
ผ้ทู ี่ไดร้ บั มอบหมายเป็นลายลกั ษณอ์ ักษร ตรวจสอบการจา่ ยเงนิ กับหลกั ฐานการจ่ายเงนิ ทกุ สิน้ วนั
สว่ นที่ 2 หลกั ฐานการจา่ ย
1. การจ่ายเงิน ให้ใชใ้ บเสร็จรบั เงินหรือใบสำคญั รับเงิน ซง่ึ ผ้รู ับเงนิ เป็นผู้ออกใหห้ รือรายงานการจ่ายเงิน
จากระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) หรือใบรับรองการจ่ายเงิน หรือเอกสารที่กระทรวงการคลัง
กำหนดเป็นหลกั ฐานการจา่ ย
2. การจ่ายเงินโดยกรมบัญชีกลางเพื่อเข้าบัญชีให้กับเจ้าหนี้หรอื ผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง ให้ใช้รายงานใน
ระบบเปน็ หลกั ฐานการจ่าย
3. ใบเสร็จรบั เงนิ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีรายการ จำนวน 5 รายการ ดังนี้
3.1 ช่อื สถานที่ของผู้รบั เงนิ
3.2 วนั เดอื นปที ร่ี ับเงนิ
3.3 รายการแสดงการรับเงิน ระบุวา่ เปน็ ค่าอะไร
3.4 จำนวนเงินท้งั ตวั เลขและตวั อกั ษร
3.5 ลายมอื ชอื่ ของผูร้ ับเงิน
4. กรณีไม่สามารถเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงินเพื่อใช้
เป็นหลกั ฐานการจ่าย
5. กรณขี ้าราชการ พนกั งานราชการ หรอื ลูกจา้ งของสว่ นราชการจา่ ยเงินไปโดยได้รบั ใบเสร็จรับเงนิ ซง่ี มี
รายการไม่ครบถ้วน ให้ทำใบรับรองการจ่ายเพือ่ เปน็ เอกสารประกอบการขอเบิกเงินแทนได้
6. กรณีใบเสร็จรับเงินสูญหาย ให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งมีผู้รับเงินรับรองเป็นเอกสารประกอบการ
เบิกเงินได้ ถ้าไม่สามารถขอสำเนาได้ ให้ทำใบรับรองการจ่ายเงิน โดยชี้แจงเหตุผล พฤติการณ์ที่สูญ
หายหรอื ไม่อาจขอสำเนาฯ ได้ และรบั รองวา่ ยังไม่เคยนำใบเสรจ็ รับเงนิ นนั้ มาเบิกจา่ ย แมพ้ บภายหลัง
กจ็ ะไมน่ ำมาเบิกจ่ายอีก (เสนออธบิ ดหี รอื เทียบเทา่ (ถ้าส่วนกลาง) เสนอผู้วา่ ฯ ถา้ ส่วนภูมิภาค)
7. หลกั ฐานการจ่ายต้องพิมพห์ รอื เขยี นด้วยหมึก การแก้ไขให้ใช้วธิ ขี ดี ฆ่า แล้วพมิ พห์ รือเขียนใหม่ และให้
ผรู้ บั เงนิ ลงลายมือชอื่ กำกบั ทกุ แห่ง
8. ใหเ้ ก็บหลกั ฐานการจา่ ยไว้ในท่ีปลอดภัย เมือ่ สตง.ตรวจสอบแลว้ ใหเ้ กบ็ อย่างเอกสารธรรมดาได้
สว่ นท่ี 3 วิธปี ฏบิ ัติในการจา่ ยเงิน
1. การจ่ายเงิน ให้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน รวมทั้งการจ่ายเงิน
เพื่อชดใช้คืนเงนิ ทดรองราชการ การจ่ายเงินเป็นเช็คหรอื เงนิ สด กระทำได้ในกรณที มี่ ีเหตขุ ัดขอ้ งหรือมี
ความจำเป็นเร่งดว่ น
6
2. กรณีจ่ายเงินเป็นเช็ค ในกรณีซื้อทรัพย์สิน จ้างทำของ หรือเช่าทรัพย์สิน ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนาม
เจ้าหน้หี รือผมู้ ีสิทธิรับเงนิ โดยขดี ฆา่ “หรอื ผถู้ อื ” และให้ขีดคร่อมด้วย
3. การจา่ ยเงินให้แก่เจ้าหนห้ี รือผู้มสี ทิ ธิรับเงิน นอกจากกรณีตามข้อ 2. ให้ออกเช็คส่ังจ่ายในนามเจ้าหน้ี
หรือผูม้ สี ทิ ธิรบั เงนิ โดยขีดฆ่า “หรอื ผู้ถอื ” และจะขดี ครอ่ มหรอื ไมก่ ็ได้
4. กรณีเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินเพื่อขอรับเงินสดมาจา่ ย ให้ออกเช็คจ่ายเจ้าหน้าที่การเงิน และขีดฆ่า “หรือ
ผถู้ อื ” หา้ มเขยี นเชค็ สั่งจา่ ยเงนิ สด
5. ห้ามลงลายมือชื่อสั่งจา่ ยเช็คไว้ล่วงหน้า โดยยังไม่มีการเขียนหรอื พิมพ์ชื่อผู้รบั เงิน วันที่ออกเช็ค และ
จำนวนเงนิ ทีส่ ั่งจา่ ย
หมวด 5 การเบกิ จ่ายเงินยมื ของสว่ นราชการ (ข้อ 55-68)
1. การจา่ ยเงนิ ยืมจะจ่ายได้แต่เฉพาะผู้ยืมตามสญั ญาการยืมเงนิ และผ้มู อี ำนาจไดอ้ นุมัติแล้วเทา่ น้ัน โดย
จ่ายผ่านระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Payment) ตามหลกั เกณฑว์ ธิ ปี ฏิบตั ิท่กี ระทรวงการคลังกำหนด
2. อนุมตั ใิ ห้ยืมเฉพาะเทา่ ท่ีจำเปน็ และหากผู้ยืมไมไ่ ดค้ ืนเงินยมื ท่ีเคยยมื ไว้เดมิ กไ็ ม่สามารถยมื เงนิ ใหม่ได้
3. การยืมจากเงินนอกงบประมาณ ทำได้เฉพาะเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของเงิน
นอกงบประมาณประเภทนั้น
4. กรณที ีต่ ้องจา่ ยเงินยืมในการปฏบิ ัตงิ านที่คาบเกย่ี วจากปงี บประมาณปัจจุบนั ไปถึงปีงบประมาณถัดไป
ให้ยมื เงินงบประมาณปปี ัจจบุ นั โดยถือวา่ เป็นรายจ่ายของปีปจั จบุ นั
4.1เงินยมื คา่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ ให้ใช้จ่ายไดไ้ มเ่ กนิ 90 วันนับแตว่ ันเริม่ ต้นงบประมาณ
ใหม่
4.2เงนิ ยืมปฏิบตั ิราชการอ่นื ๆ ให้ใช้จ่ายไดไ้ มเ่ กนิ 30 วันนับแต่วันเร่ิมต้นปงี บประมาณใหม่
5. การจ่ายเงินยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ในราชอาณาจักร ให้จ่ายได้สำหรับ
ระยะเวลาการเดินทางที่ไม่เกิน 90 วัน หากมีความจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่ากำหนดเวลาดังกล่าว
สว่ นราชการจะตอ้ งขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังกอ่ น
6. การเบิกเงินเพอ่ื จ่ายเป็นเงินยืม เฉพาะรายการหรอื รายจา่ ยดังนี้
6.1 รายการคา่ จา้ งชวั่ คราว สำหรบั คา่ จา้ งทไี่ ม่มกี ำหนดแนน่ อน แตจ่ ำเปน็ ต้องจ่ายให้ลูกจา้ งแต่ละ
วนั หรอื แตล่ ะคราวเมื่อเสร็จงานจา้ ง
6.2 ค่าตอบแทนและคา่ ใชส้ อย
6.3 งบกลาง เฉพาะค่าศกึ ษาบตุ ร หรือค่าครองชีพช่ัวคราวของลกู จา้ งช่ัวคราวทีจ่ า่ ยไมแ่ น่นอนฯ
6.4 งบรายจา่ ยอื่นๆ ท่จี ่ายลักษณะเดียวกบั 1 และ 2
7. การจ่ายเงินยืมเพื่อเป็นคชจ.เดินทางไปราชการในราชอาณาจักร ให้จ่ายได้ระยะเวลาเดินทางไม่เกิน
90 วัน หากจำเป็นต้องเกนิ ต้องตกลงกบั กค.กอ่ น
8. ใหผ้ ยู้ ืมสง่ หลกั ฐานการจ่ายและเงินเหลอื จา่ ยทีย่ ืมไป (ถ้ามี) ภายในกำหนดระยะเวลา ดงั นี้
8.1กรณเี ดินทางไปประจำตา่ งสำนักงาน หรือการเดินทางไปราชการประจำในต่างประเทศ หรอื กรณี
เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ให้ส่งแก่ส่วนราชการผู้ให้ยืมโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 30
วนั นับแต่วนั ได้รบั เงนิ
8.2 กรณเี ดนิ ทางไปราชการอนื่ รวมทงั้ การเดนิ ทางไปราชการตา่ งประเทศช่วั คราว ให้ส่งแก่สว่ นราชการ
ผใู้ ห้ยืมภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั กลบั มาถงึ
8.3 การยืมเงินเพื่อปฏิบัตริ าชการนอกจาก (๑) หรือ (๒) ให้สง่ แก่สว่ นราชการผู้ให้ยืมภายใน 30 วัน
นับแต่วันไดร้ บั เงนิ
7
9. ในกรณีท่ผี ูย้ ืมไดส้ ่งใช้คนื เงินยืมแลว้ หน่วยงานตรวจสอบแลว้ มีเหตุต้องทักทว้ ง ต้องแจ้งข้อทักท้วงให้
ผู้ยมื ทราบโดยดว่ น แล้วใหผ้ ู้ยมื ปฏิบัตติ ามคำทกั ท้วงภายใน 15 วันนับแต่วนั ทไี่ ดร้ บั คำทักท้วง
10.เม่อื ผยู้ ืมสง่ หลักฐานการจ่ายและ/หรือเงนิ เหลือจ่ายท่ียืม (ถา้ มี) ให้เจา้ หนา้ ท่ีผู้รับคืนบันทึกการรับคืน
ในสัญญาการยืมเงิน และพิมพ์หลักฐานการรับเงินคืนจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตามที่
กระทรวงการคลังกำหนด และ/หรือออกใบรับใบสำคัญตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด ให้ผู้ยืมไว้
เปน็ หลกั ฐาน
11.หากผู้ยืมไม่ชำระคืนเงนิ ยืมภายในระยะเวลาที่กำหนด ใหผ้ อ.กองคลงั เรยี กใหช้ ดใชเ้ งินยืมตามเง่ือนไข
ในสัญญายืมให้เสร็จโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด ถ้าไม่ปฏิบัติได้ให้รายงาน
หัวหน้าส่วนราชการ หรอื ผู้วา่ ฯ เพ่อื พจิ ารณาบงั คบั ใช้ตามสัญญายมื ตอ่ ไป
หมวด 6 การรบั เงินของส่วนราชการ (ขอ้ 69-83)
สว่ นที่ 1 ใบเสรจ็ รับเงนิ
1) ให้ใช้ตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดและให้มีสำเนาเย็บติดไว้กับเล่มอย่างน้อยหนึ่งฉบับ (ใบเสร็จที่ออกด้วย
คอมพวิ เตอร์ใหเ้ ปน็ ไปตามที่ กค.กำหนด)
2) ให้พมิ พห์ มายเลขกำกบั เลม่ และหมายเลขกำกบั ใบเสรจ็ รบั เงนิ เรียงกนั ไปทกุ ฉบบั
3) จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อทราบและตรวจสอบว่าพิมพ์เท่าใด จ่ายไปเท่าใด เลขที่ใดถึง
เลขที่ใด ให้หน่วยงานใด หรือเจ้าหน้าทผ่ี ใู้ ด จัดเก็บเงนิ เมอื่ วัน เดอื น ปี ใด
4) ใบเสร็จรับเงินเล่มใด เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ (ยุบเลิกสำนักงานหรอื ไม่มีการจัดเก็บเงินอีกต่อไป)
ใหน้ ำส่งคืนสว่ นราชการทีจ่ า่ ยใบเสรจ็ รบั เงินนั้นโดยดว่ น
5) เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้รายงานการใช้ใบเสร็จรับเงิน อย่างช้าไม่เกินวันที่ 31 ตุลาคมของ
ปงี บประมาณถดั ไป
6) เมื่อข้นึ ปงี บประมาณใหม่ ให้ใช้ใบเสร็จรบั เงนิ เลม่ ใหม่ ใบเสร็จรบั เงนิ ฉบับใดยงั ไมใ่ ช้ให้คงติดไว้กับเล่ม
แต่ใหป้ รุ เจาะรู หรือประทบั ตราเลกิ ใช้ เพอื่ ให้เปน็ ทีส่ งั เกตมิให้นำมารบั เงินได้อีกต่อไป
7) หากใบเสรจ็ รับเงินฉบับใดลงรายการรบั เงินผดิ พลาด ใหข้ ีดฆา่ จำนวนเงินและเขยี นใหม่ท้ังจำนวนโดย
ให้ผู้รบั เงินลงลายมอื ช่อื กำกับการขีดฆ่านัน้ ไว้ หรือขีดฆา่ เลกิ ใชใ้ บเสรจ็ รบั เงนิ นั้นทง้ั ฉบบั แลว้ ออกฉบับ
ใหม่ โดยให้นำใบเสรจ็ รับเงินที่ขดี ฆา่ เลิกใชน้ นั้ ตดิ ไวก้ บั สำเนาใบเสรจ็ รบั เงินในเล่ม
8) เกบ็ สำเนาใบเสร็จรบั เงินที่ สตง. ยงั ไมไ่ ด้ตรวจสอบไวใ้ นทีป่ ลอดภัย ถ้าตรวจแล้วเกบ็ อยา่ งเอกสารธรรมดา
สว่ นที่ 2 การรบั เงนิ
1) ให้รับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) เว้นแต่มีเหตุขัดข้องหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนซึ่งไม่
สามารถรบั ผ่านระบบอิเล็กทรอนกิ สไ์ ด้ ใหร้ บั เปน็ เงินสดหรอื เชค็ หรอื เอกสารแทนตัวเงนิ อนื่
2) ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มเดียวกันรับเงินทุกประเภท เว้นแต่เงินประเภทใดที่มีการรับชำระเป็นประจำ
และมจี ำนวนมากราย จะแยกใบเสร็จรับเงนิ เล่มหนึง่ สำหรับการรบั ชำระเงนิ ประเภทนั้นกไ็ ด้
3) ให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่จัดเก็บหรือรับชำระเงินนั้น ออกใบเสร็จรับเงิน หรือพิมพ์รายงานเป็น
หลกั ฐานการชำระเงินจากระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e-Payment)
4) ให้บนั ทึกรับเงินในระบบภายในวนั ท่ีไดร้ บั เงิน
5) ในกรณีรับเปน็ เงินสดหรือเชค็ ภายหลงั กำหนดเวลาปิดบัญชใี นวันน้ัน ใหบ้ นั ทกึ การรับเงินในระบบใน
วันทำการถัดไป
6) ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ตรวจสอบจำนวนเงินที่จัดเก็บ
และนำส่งกบั หลกั ฐานและรายการทบ่ี นั ทกึ ในระบบว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
8
หมวด 7 การเก็บรกั ษาเงินของส่วนราชการ (ข้อ 84-98)
1. ให้เก็บรักษาเงินสดหรือเช็คหรือเอกสารแทนตัวเงินอื่น ไว้ในตู้นิรภัยซึ่งตั้งอยู่ในที่ปลอดภัย ของส่วน
ราชการน้นั
2. ตู้นิรภัยให้มีกุญแจอย่างน้อย 2 สำรับแต่ละสำรับไม่น้อยกว่า 2 ดอก แต่ไม่เกิน 3 ดอก แต่ละต้อง
ต้องมีลักษณะที่แตกต่างกัน การเก็บ สำรับหนึ่งมอบให้กรรมการเกบ็ รักษาเงิน ส่วนสำหรับที่เหลือให้
นำฝากไว้ในลักษณะหบี หอ่ ณ สถานทีด่ ง้ นี้
2.1สว่ นราชการส่วนกลาง สำนกั งานบรหิ ารเงินตรา กรมธนารกั ษ์ กระทรวงการคลัง
2.2สว่ นภูมิภาค ใหเ้ ก็บรักษาในสถานท่ีทป่ี ลอดภัย
3. แต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ ประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน หรือ
เทียบเท่าขึ้นไปอย่างน้อย 2คน เป็นกรรมการเก็บรักษาเงิน ให้กรรมการถือคนละดอก ในกรณีมี
กญุ แจ 3 ดอก ใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ จิ ของหวั หนา้ ส่วนราชการท่ีจะมอบให้กรรมการผ้ใู ดถือ กรณีกรรมการ
ไมส่ ามารถปฏบิ ตั หิ น้าทีไ่ ด้ให้แต่งตั้งผปู้ ฏบิ ัติหน้าทีแ่ ทนให้ครบ
4. หากกุญแจสูญหาย หรืออาจโดนปลอมแปลง ให้แจ้งหัวหน้าส่วนราชการทราบเพื่อสั่งการโดยด่วน
ห้ามมอบลกู กญุ แจใหผ้ อู้ ืน่ ทำหนา้ ท่ีกรรมการแทน
5. ให้จัดทำรายงานเงินคงเหลือประจำวัน (แบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด) เป็นประจำทุกวันที่มีการรับ
เงินสด เช็ค ในกรณีไม่มีการรับจ่ายเงนิ สด เช็ค ให้หมายเหตไุ วใ้ นรายงานเงินคงเหลอื ฯ วันที่มกี ารรบั
จา่ ยเงนิ ของวันถัดไป
หมวด 8 การนำเงนิ สง่ คลังและฝากคลัง (ข้อ 99-104)
ส่วนท่ี 1 การนำเงนิ สง่ คลังและฝากคลังของส่วนราชการ
1. เงินท่ีเบกิ จากคลัง ถา้ ไมไ่ ด้จา่ ยหรือจา่ ยไม่หมด ให้นำส่งคืนคลังภายใน 15 วันทำการนับแตวันรับเงิน
จากคลัง
2. การนำเงินสง่ คลงั ก่อนส้ินปีงบประมาณหรอื ก่อนสน้ิ ระยะเวลาเบิกเงิน ใหน้ ำส่งเปน็ เงิน เบกิ เกินสง่ คนื
3. แต่ถ้านำส่งภายหลังสิ้นปีงบประมาณหรือหลังสิ้นระยะเวลาเบิกเงิน ให้นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน
ประเภทเงนิ เหลอื จา่ ยปเี กา่ สง่ คนื
4. เชค็ หรือเอกสารแทนตัวเงนิ อื่น ให้นำส่งหรอื ฝากภายในวันทีไ่ ด้รบั หรืออยา่ งชา้ ภายในวันทำการถัดไป
5. เงินรายได้แผ่นดิน ที่ได้รับเป็นเงินสด ให้นำส่งอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง แต่ถ้าวันใดมีการเก็บรักษา
เงินรายไดแ้ ผ่นดินเกนิ 10,000 บาท ใหน้ ำส่งโดยด่วน อยา่ งช้าไม่เกิน 3 วนั ทำการถดั ไป
6. เงนิ นอกงบประมาณท่ีรับเป็นเงนิ สด ใหน้ ำฝากคลงั อย่างนอ้ ยเดอื นละ 1 ครงั้ แตส่ ำหรับเงนิ ทเี่ บิกจาก
คลังเพื่อรอจ่าย ถ้าไม่ได้จ่ายหรือจ่ายไม่หมด ให้นำฝากคลังภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่รับเงิน
จากคลงั
7. กรณีรับคืนเงินรายได้แผ่นดินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ให้ส่งคลังภายในวันทำการ
ถดั ไป
8. เงินเบิกเกินส่งคืน หรือเงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน ให้นำส่งภายใน 15 วันทำการนับแต่วันรับเงิน จาก
คลังหรอื นับแตว่ ันได้รบั เงนิ คืน
ส่วนที่ 2 วิธกี ารนำเงินสง่ คลังและฝากคลัง
1. วิธีการนำเงินส่งคลงั หรอื ฝากคลังให้นำสง่ ผ่านระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (e-Payment)
2. กรณีรับเป็นเงินสดให้จัดทำใบนำฝากเงิน พร้อมนำเงินสด เช็ค เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ
กรมบญั ชกี ลาง หรอื สำนักงานคลังจงั หวัด แล้วแตก่ รณี
9
หมวด 9 การกันเงินไวเ้ บิกเหลื่อมปี (ข้อ 105-106)
1. กรณีก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณและมีวงเงินตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่สามารถ
เบิกจ่ายได้ทันภายภายในสิ้นปีงบประมาณ ให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีต่อไปได้อีกไม่เกิน 6 เดือน
ของปีงบประมาณถัดไป และถา้ ยงั มคี วามจำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาการเบกิ เงนิ ไปอีก ให้ขอตกลง
กบั กระทรวงการคลงั เพ่ือขอขยายเวลาได้อกี ไมเ่ กิน 6 เดอื น
2. การขอกนั เงินไว้เบิกเหลอื่ มปี ตอ้ งดำเนนิ การกอ่ นสิน้ ปงี บประมาณตามวิธีปฏิบัตทิ ก่ี ำหนด
หมวด 10 หนว่ ยงานย่อย (ขอ้ 107)
เพิ่มเติม ให้การเบิกเงิน การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง ของหน่วยงาน
ยอ่ ย ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์วิธีปฏิบัตทิ ี่กระทรวงการคลังกำหนด
หมวด 11 การควบคมุ และการตรวจสอบ (ขอ้ 108-111)
1. ทุกสิ้นวันทำการ ให้เจ้าหน้าที่การเงินของส่วนราชการตรวจสอบจำนวนเงินสด และเช็คคงเหลือกับ
รายงานเงินคงเหลือประจำวนั
2. กรณีรับจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ให้มีการตรวจสอบการรับจ่ายเงินจาก
รายงานในระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Payment) ตามหลกั เกณฑก์ ระทรวงการคลังกำหนด
3. ให้ส่วนราชการที่ให้คำชี้แจงและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินใน
การตรวจสอบรายงานการเงินและหลักฐานการจ่าย กรณีที่ได้รับการทักท้วง ถ้าหน่วยงานใดไม่เห็น
ด้วยกับข้อทักท้วง ให้ชี้แจงเหตุผลและรายงานให้กระทรวง ทบวง กรม เจ้าของงบประมาณ แล้วแต่
กรณี ทราบ ภายใน 10 นบั แต่วนั ท่ีไดร้ ับแจง้ ขอ้ ทักท้วง
4. หากเจ้าของงบประมาณเห็นวา่ คำช้ีแจงมีเหตุผล ให้พิจารณาดำเนนิ การขอให กค.วินิจฉัยภายใน 10
นับแตว่ นั ได้รับแจ้งจากหน่วยงานผเู้ บกิ
5. เมื่อกระทรวงการคลังได้วินิจฉัยคำชี้แจงแล้ว ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับคำของจากเจ้าของ
งบประมาณ ให้แจง้ กระทรวง ทบวง กรม เจ้าของงบประมาณ และสตง. ทราบ
6. กรณีเจ้าของงบประมาณต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ กค. ให้ปฏิบัติให้เสร็จสิ้น พร้อมแจ้ง สตง.
ทราบภายใน 10 วัน นับแต่ทราบผลการวินิจฉัย
7. เมื่อปรากฎว่าการปฏิบัติงานไม่ถูกต้องตามระเบียบ ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม หรือผู้ว่า
ราชการจังหวดั แลว้ แตก่ รณี พิจารณาส่งั การใหป้ ฏิบัติใหถ้ ูกตอ้ งโดยด่วน
8. หากปรากฎว่าเงินขาดบัญชี หรือสูญหายเสียหายเพราะการทุจริต หรือส่งไปในทางไม่สุจริต ให้หน้า
หน้าส่วนราชการระดับกรม หรือผู้ว่าฯ รีบรายงานพฤติการณ์โดยด่วน และสืบหาตัวผู้รับผิด ตาม
หลกั เกณฑ์ที่กำหนดไว้ เก่ยี วกับความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กรณีเปน็ ความผิดอาญาแผ่นดิน
ให้ฟอ้ งรอ้ งดำเนินคดีแก่ผูก้ ระทำความผิดดว้ ย
หลักเกณฑแ์ ละแนวปฏบิ ตั ทิ างบญั ชใี นการจา่ ยเงนิ การรบั เงนิ และการนำเงินสง่ คลัง
หรอื ฝากคลงั ของสว่ นราชการผา่ นระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Payment)
1. หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.2/ว 140 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2563 เรื่อง
หลักเกณฑ์และวธิ ปี ฏบิ ัตใิ นการจ่ายเงนิ การรับเงนิ และการนำเงินสง่ คลงั หรอื ฝากคลังของส่วนราชการ
ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) – (วรรคสองของหนังสือฉบับดังกล่าว มีการยกเลิกหนังสือ
กระทรวงการคลังด่วนที่สุด ว 103 ลว. 1 ก.ย. 2559 , ว 116 ลว.31 ก.ค.2560 , ว 5 ลว.11
ม.ค. 2561 , ว 100 ลว.28 ก.ย. 2561 และ ว 3 ลว.30 ม.ค. 2562)
10
2. หนังสือกรมบญั ชีกลางที่ กค 0410.3/ว486 ลงวันที่ 5 ตลุ าคม 2563 เรือ่ ง แนวปฏบิ ัติทางบัญชีใน
การจ่ายเงิน การรับเงิน และการนำเงินส่งคลังหรือฝากคลังของส่วนราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
(e-Payment)เพื่อให้สอดคล้องกับ ว140 ตาม 1. (วรรคสองของหนังสือฉบับดังกล่าว มีการยกเลกิ
หนังสอื กกรมบัญชกี ลาง ว 399 ลว.10 ต.ค. 2559 , ว 471 ลว.22 ต.ค. 2561 , ว 311 ลว.21
มิ.ย. 62)