ชาดก เป็ นวรรณกรรมสําคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
ชาดกปรากฏในพระไตรปิ ฎก มจี าํ นวนท้งั สิ้น
๕๔๗ เร่ือง
ชาดก คือเร่ืองราวหรือชีวประวตั ิในอดีตชาติของโคตมพทุ ธเจ้า
คือ สมยั ทพ่ี ระองค์เป็ นพระโพธิสัตว์บําเพญ็ บารมอี ยู่ พระองค์ทรงนํามาเล่าให้
สงฆ์ฟังในโอกาสต่างๆ เรียกเร่ืองในอดตี ของพระองค์นีว้ ่า ชาดก
ชาดกเป็ นเร่ืองเล่าคล้ายนิทาน บางคร้ังจงึ เรียกว่า นิทานชาดก
จฬู เสฏฐิชาดก (เศรษฐีหน)ู
ปัญญานําพาสขุ
จูฬันปันถกะ ได้ออกบวชในพระพทุ ธศาสนา แต่เป็ นผู้มีปัญญา
ทที่ บึ อย่างยง่ิ พชี่ ายบอกคาถาเพยี ง ๑ บท ให้ท่องตลอด ๔ เดือน กท็ ่อง
ไม่ได้ จนถูกพช่ี ายขบั ไล่ เสียใจคดิ จะสึก
พระพทุ ธเจ้า ตรัสปลอบแล้วประทานผ้าขาวบริสุทธ์ิให้ไปลบู
คลาํ พร้อมบริกรรมคาถาส้ันๆว่า “รโชหรณๆํ ๆ
(ระ-โช-หะ-ระ-นัง)
ผ้าน้ันหมองคลาํ้ เพราะมือลูบคลาํ อยู่เสมอ ทาํ ให้จูฬปันถกะมองเห็น
ไตรลกั ษณ์ (ลกั ษณะ 3 ประการ คือ ความไม่เทย่ี ง ความเป็ นทุกข์ ความ
ไม่ใช่ตวั ตน หรือเรียกว่า อนิจจัง ทกุ ขงั อนัตตา)
“จูฬปันถกะได้อาศัยเราผู้เป็ นตถาคต ได้บรรลุธรรมในชาตนิ ี้ แม้ใน
ชาติก่อนเธอกไ็ ด้อาศัยเราเหมือนกนั ”
ในอดตี กาล เมื่อคร้ังพระเจ้าพรหมทตั ทรงครองนครพาราณสี
พระโพธิสัตว์เกดิ ในตระกูลเศรษฐี มีนามว่า จุฬกเศรษฐี เป็ นผู้มสี ติปัญญารอบรู้
จุฬกเศรษฐี เป็ นผู้มสี ตปิ ัญญารอบรู้
จูฬเศรษฐี “คนทม่ี ปี ัญญา มคี วามรู้ความสามารถ กส็ ามารถสร้างฐานะ
ได้จากหนูตายตัวนี”้
นายจูฬันเตวาสิก ได้ทาํ ตามและหาลู่ทาง
จะทาํ อย่างไรกบั หนูทตี่ าย
นําหนูไปขายให้กบั คนทเ่ี ลยี้ งแมวได้เงนิ ๑ กหาปณะ
(4 บาท หรือ 1 ตาํ ลงึ )
นําเงินไปซื้อนํา้ ตาลกรวดมาต้มทาํ เป็ นนํา้ หวาน
คนเกบ็ ดอกไม้ให้ดอกไม้คนกาํ เพ่ือเป็ น
การตอบแทนนํา้ ใจ
ฝนฟ้าคะนอง ทาํ ให้พระราชอทุ ยาน มีกง่ิ ไม้ล้มระเนระนาด
ระเกะระกะเตม็ ไปหมด
จูฬันเหน็ ช่องทางหารายได้ จึงอาสาเป็ นผู้ดูแลเกบ็ กวาด ทาํ ความ
สะอาด โดยมเี ง่ือนไขว่า กง่ิ ไม้ท้งั หมดต้องเป็ นของเขา
จูฬันเตวาสิกให้เดก็ เลยี้ งโคช่วยขนกง่ิ ไม้ ไปวางไว้หน้าอุทยาน
เขาตอบแทนเด็กๆ ด้วยนํา้ หวาน
จากน้ันเขานํากงิ่ ไม้ไปขายให้กบั ช่างป้ันหม้อ ได้เงนิ จํานวนหนึ่ง
และหม้ออกี เป็ นจํานวนมาก
เขาได้นําเงนิ ทไี่ ด้ไปซื้อโอ่งแล้วใส่นํา้ แล้วนําไปต้งั ไว้ทใ่ี กล้ประตู
เมือง พอพวกทห่ี าหญ้ามาขายหาบหญ้ามาถงึ ตอนเยน็ กต็ กั นํา้ แจก
พร้อมกบั ส่งนํา้ อ้อยให้
คนตดั หญ้า “หากมอี ะไรให้ช่วยเหลือกข็ อให้
บอกยนิ ดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มท”ี่
พ่อค้ามานําม้า ๕๐๐ มาขายทเี่ มืองนี้
จูฬันเตวาสิก ขอหญ้าจากคนตดั หญ้าคนละกาํ
พร้อมขอร้องว่าอย่าเพง่ิ ขายหญ้าจนกว่าเขาจะขาย
หมดก่อน
จูฬันเตวาสิก ขอเป็ นผู้แทน่ในการจําหน่ายสินค้าท่ี
บรรทกุ มาท้งั หมด
ด้วยความเป็ นผู้ฉลาดใฝ่ รู้ใฝ่ เรียนและใฝ่ หา
ช่องทางทาํ มาหากนิ อยู่ตลอดเวลา ทาํ ให้เขา
สร้างฐานะจนรํ่ารวยเป็ นเศรษฐีจากซากหนู
ตายเพยี งตวั เดยี ว
จูฬันเตวาสิก ไปเยยี่ มเศรษฐีพร้อมมอบ
ของขวญั ให้เป็ นการตอบแทนและได้เล่า
เร่ืองราวท้งั หมดให้ฟัง
คนมปี ัญญาและมีความขยนั หมน่ั เพยี ร
สามารถหาทรัพย์และสร้างฐานะของตนได้
นีเ้ องทพี่ ระพุทธศาสนาสอนว่า ปัญญา
โลกสั มิ ปัชโชโต : ปัญญาเป็ นแสงสว่างใน
โลก และวริ ิเยนะ ทุกขมจั เจติ : บุคคลพ้น
ทกุ ข์ได้ด้วยความเพยี ร
จูฬเศรษฐีได้มอบลกู สาวและ
ตาํ แหน่งเศรษฐีให้เขารักษาสืบทอด
แทนต่อไปโดยมชี ื่อว่า จูฬเสฏฐิ
เศรษฐี
คตธิ รรมทไี่ ด้จากเร่ือง จูฬเสฎฐิชาดก คือ ผู้มปี ัญญาสามารถสร้าง
ฐานะได้ ด้วยทนุ ทรัพย์เพยี งเลก็ น้อย
จูฬันเตวาสิก ปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรม อทิ ธิบาท 4
ฉันทะ มีความชอบในการค้าขาย
วริ ิยะ มคี วามพยายามในการหาข้อมูล
จิตตะ มีความใส่ใจในรายละเอยี ดของทกุ ส่ิงว่าสามารถทาํ ให้เกดิ
ประโยชน์ได้
วมิ งั สา มกี ารวางแผนและหลกั ในการทาํ งาน
กจิ กรรมตอบคาํ ถาม
๑. เพราะเหตุใดพระมหาปันถกะจึงขับไล่พระจูฬปันถกะออกจาก
สํานัก
๒. ชาดก มปี ระโยชน์อย่างไร
๒. สินค้าชนิดใดทเ่ี ป็ นทรัพย์เริ่มต้นของการทาํ การค้า ของเรื่อง
จูฬเสฎฐิชาดก
กจิ กรรมตอบคาํ ถาม
๔. เพราะเหตุใดคนรับใช้จึงกลายเป็ นผู้มที รัพย์มาก
๕. จูฬันเตวาสิกใช้ปัญญาให้เกดิ ประโยชน์อย่างไร
๖. ถ้าจูฬันเตวาสิกนําเงินทไี่ ด้รับมาใช้จ่ายฟ่ ุมเฟ่ื อยจะทาํ ให้เกดิ ผล
อย่างไร
เพราะ
1. มีสติปัญญา รู้จักใช้ปัญญาให้เกดิ ประโยชน์
2. ผกู มติ รกบั ผู้อ่ืนไว้มาก
3. ไม่ดูถูกทรัพย์เพยี งเลก็ น้อย
4. พยายามทาํ มาหากนิ
นําหนูทต่ี ายแล้วไปขายเป็ นอาหารแมว เพ่ือให้ได้เงนิ มา
กจิ กรรมตอบคาํ ถาม
๗. เมื่อจูฬันเตวาสิกรู้ว่าจะมกี ารนําม้าเข้ามาในเมือง เขาได้ปฏบิ ตั ิ
อย่างไร
๘. การทจ่ี ูฬันเตวาสิกนําเงนิ ทมี่ ีท้งั หมดมามดั จําสินค้า ทาํ ให้เกดิ ผล
อย่างไร
กจิ กรรมตอบคาํ ถาม
๙. นักเรียนบอกข้อคิดหรือคตธิ รรมทไ่ี ด้จากเร่ือง จูฬเสฎฐิชาดก (เศรษฐีหนู)
๑๐. ถ้านักเรียนนําข้อคดิ หรือคติธรรมจากเรื่องจูฬเสฎฐิชาดก ไป
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิจะเกดิ ผลดีอย่างไร
1. สามารถประกอบอาชีพการงานได้เลยี้ งตนเองได้
2. อยู่ร่วมกบั ผู้อ่ืนหรืออยู่ในสังคมอย่างมีความสุข