The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อีบุ๊คกฎหมาย13เรื่อง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by moon stardust, 2024-02-01 07:49:44

อีบุ๊คกฎหมาย

อีบุ๊คกฎหมาย13เรื่อง

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทน นิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำ วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๕๔ เฉพาะในส่วนที่ สันนิษฐานให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำ เนินงานของ นิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษทางอาญาร่วมกับการกระทำ ความผิดของนิติบุคคล โดยไม่ปรากฏว่ามี การกระทำ หรือเจตนาประการใดอันเกี่ยวกับการกระทำ ความผิดของนิติบุคคลนั้น ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้ มีคำ วินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวทำ นองเดียวกัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๗๔ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๗๘ พระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๒๘/๔ และพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗๒/๕ ขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ วรรคสอง เป็นอัน ใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อ แก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่มีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกันมิให้ขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงจำ เป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายคุ้มครอง 48 ผู้บริโภค(ต่อ) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มีบทบัญญัติบางประการที่ยังไม่เหมาะสมกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคใน สถานการณ์ปัจจุบัน สมควรปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประกอบและอำ นาจและหน้าที่ ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อเชื่อมโยงการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมายต่าง ๆ ไม่ให้ขัด แย้งกัน ปรับปรุงมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคด้านความปลอดภัยโดยกำ หนดให้มีคณะกรรมการ เฉพาะเรื่องด้านความปลอดภัยของสินค้าและบริการและกระบวนการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ในด้านความปลอดภัย กำ หนดให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอำ นาจดำ เนินคดีแทน ผู้บริโภค และกำ หนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับค่าปรับจากการเปรียบเทียบในส่วนที่เกิด จากการดำ เนินงานของตน ตลอดจนปรับปรุงอัตราโทษปรับให้เป็นปัจจุบันเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับ ความคุ้มครองอย่างเหมาะสม จึงจำ เป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


49 กฎหมายจราจร อัตราโทษตามกฎหมายฉบับใหม่ที่เป็นปัจจัยต่อการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุทุกรูปแบบเกิดขึ้นจากการไม่ใส่ใจในกฎหมายจราจร เมื่อคุณฝ่าฝืนยังไงก็ต้องเกิดผลเสียอยู่ แล้ว เช่น ขับรถเร็วมากเหยียบเบรคไม่ทันจนขับรถชนเสาไฟฟ้า อยากลักไก่รีบไปให้ถึงที่หมายเลยขับ รถย้อนศร หรือรถล้มเองเพราะไม่มองทาง ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้มีโทษและค่าปรับตามกฎหมาย คือ ละเมิดกฎหมายขับรถเร็ว ปรับไม่เกิน 4,000 บาท จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท ขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร ปรับไม่เกิน 4,000 บาท จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับไม่เกิน 4,000 บาท จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท ขับรถย้อนศร ปรับไม่เกิน 2,000 บาท จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 500 บาท ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 500 บาท ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท จากโทษเดิมปรับไม่เกิน 500 บาท ขับรถโดยไม่คำ นึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตหรือร่างกายผู้อื่น โทรปรับ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้ง จำ ทั้งปรับ จากโทษเดิมปรับตั้งแต่ 2,000 - 10,000 หรือทั้งจำ ทั้งปรับ เมาแล้วขับตามกฎหมายจราจรทางบกฉบับใหม่มีค่าปรับและรับโทษอะไรบ้าง ประเทศไทยรณรงค์ “เมาไม่ขับ” อยู่ทุกปี ยิ่งช่วงไหนที่เป็นหน้าเทศกาลยิ่งจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะการเมาแล้วขับที่มีแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำ หนด (เกิน 50 มิลลิกรัม เปอร์เซ็นต์) พรากชีวิตของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องมานักต่อนัก เรียกได้ว่า คนเมารอด คนไม่เมาตาย ซึ่ง กฎหมายเมาแล้วขับฉบับใหม่ มีค่าปรับและโทษคือ เมาแล้วขับครั้งแรก จำ คุกไม่เกิน 1 ปี มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ เมาแล้วขับซ้ำ ภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่เมาแล้วขับครั้งแรก จำ คุกไม่เกิน 2 ปี และปรับ 50,000 - 100,000 บาท ซึ่งศาลจะทั้งลงโทษจำ คุกและปรับค่าเสียหาย


50 ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเสียค่าปรับเท่าไหร่ตามกฎหมายจราจรฉบับใหม่ เข็มขัดนิรภัยถูกออกแบบมาไว้ลดอาการบาดเจ็บหรือช่วยชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะถูกคาดผ่านส่วนที่ แข็งแรงที่สุดของร่างกายคือสะโพกและหัวไหล่ เมื่อคุณขับรถด้วยการคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วเจอ อุบัติเหตุรถชน เข็มขัดนิรภัยจะช่วยให้คุณไม่กระเด็นออกนอกตัวรถ กระจายแรงกระแทกจาก อุบัติเหตุ เช่น หัวหรือร่างกายอาจเหวี่ยงไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือคอนโซลหน้ารถได้ หากคุณไม่ คาดเข็มขัดนิรภัยมีค่าปรับและโทษ คือ รถยนต์ส่วนบุคคล รถตู้ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งนั่ รถกระบะ 2 ประตู ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งนั่ รถกระบะ 4 ประตู ผู้โดยสารตอนหลังต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งนั่ ผู้โดยสารที่นั่งนั่ท้ายกระบะไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และต้องนั่งนั่จำ นวนเกินกว่าที่กฎหมายกำ หนด* แต่ ผู้ขับขี่ต้องขับรถด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำ หนด หากฝ่าฝืนไม่คาดเข็มขัดนิรภัยมีโทษปรับ 2,000 บาทตามกฎหมายจราจรใหม่ แข่งรถในทางมีค่าปรับและโทษของกฎหมายจราจรฉบับใหม่อะไรบ้าง การรวมกลุ่มกันแข่งขันขับรถมอเตอร์ไซค์ในทางสาธารณะเป็นปัญหาที่ยังไม่เลือนหายไปจากสังคม ไทย เห็นได้เป็นประจำ บนถนนทางหลวง ซึ่งกลุ่มสิงห์นักบิดสร้างมลพิษทางเสียงให้กับประชาชนใน ละแวกสนามแข่งรถที่เป็นถนนทางหลวงอย่างมาก จึงมีค่าปรับและโทษตามกฎหมายจราจรฉบับ ใหม่ คือหากรวมกลุ่มกันเพื่อแข่งรถในทางสาธารณะตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป มีฐานความผิด “พยายาม แข่งรถ” หากมีพฤติกรรม คือ (1) นัดหมายกันล่วงหน้าเพื่อมาแข่งรถ (2) รถที่ใช้แข่งในทางมีการ ดัดแปลงสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (3) มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าทำ การแข่งรถใน มีโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง ต้องจำ คุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 10,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ในกรณีที่เป็นผู้จัดหรือผู้โฆษณา ประกาศชักชวนให้แข่งรถ มีโทษจำ คุกไม่ เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 10,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ร้านที่แต่งรถที่ช่วยแต่งรถให้ไป ใช้แข่ง ต้องรับโทษในฐานะผู้สนับสนุน คือมีโทษ 2 ใน 3 ของความผิดฐานแข่งรถในทาง ต้องจำ คุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 - 10,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ กฎหมายจราจร(ต่อ)


51 กฎหมายจราจร(ต่อ) ใช้มือถือขณะขับมีค่าปรับและโทษอะไรบ้างตามกฎหมายจราจรใหม่ล่าสุด การใช้มือถือขณะขับรถเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำ ให้เกิดอุบัติเหตุรถชนบ่อย เนื่องจากคนขับรถไม่ สามารถแยกสมาธิระหว่างการขับรถและการใช้มือถือได้เลยตัดสินใจผิดพลาดเพราะทำ หลายอย่าง พร้อมกัน เช่น เหยียบเบรครถไม่ทันเลยขับรถชนท้ายคันอื่นเพราะสมาธิจดจ่อกับการแชต เป็นต้น แต่กฎหมายจราจรใหม่ไม่ได้ห้ามใช้มือถือ ถ้าจะใช้มือถือขณะขับรถจริงๆ ควรใช้วิธีต่อไปนี้ ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย เช่น อุปกรณ์เสริม หูฟัง หรือหูฟังไร้สาย ใช้อุปกรณ์เสริมยึดหรือติดโทรศัพท์ไว้ส่วนหน้ารถ โดยห้ามบดบังวิสัยทัศน์ในการขับรถเด็ดขาด ถ้าจำ เป็นต้องจับหรือถือมือถือ ควรหยุดขับรถและจอดรถในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อนใช้มือถือ หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนใช้มือจับหรือถือมือถือขณะขับรถ หรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางตามที่กฎหมายจราจร ฉบับใหม่ระบุเอาไว้มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท กฎหมายพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ส่วนที่ ๖ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ------------------------- มาตรา ๓๒ การกระทำ แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ขธิ์องบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อ การแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตธิ์ามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์แธิ์ละไม่กระทบกระเทือนถึง สิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เธิ์กินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ภายใต้ บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำ อย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตธิ์ามวรรคหนึ่ง มิให้ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้๑


52 กฎหมายพระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์ (ต่อ) (๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำ เพื่อหากำ ไร (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำ ผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใธิ์นงานนั้น (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใธิ์นงานนั้น (๕) ทำ ซ้ำ ดัดแปลง นำ ออกแสดง หรือทำ ให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้า พนักงานซึ่งมีอำ นาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว (๖) ทำ ซ้ำ ดัดแปลง นำ ออกแสดง หรือทำ ให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่ การกระทำ เพื่อหากำ ไร (๗) ทำ ซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอนหรือทำ บทสรุปโดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจก จ่ายหรือจำ หน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำ เพื่อหากำ ไร (๘) นำ งานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ มาตรา ๓๒/๑๒ การจำ หน่ายต้นฉบับหรือสำ เนางานอันมีลิขสิทธิ์โธิ์ดยผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ใธิ์น ต้นฉบับหรือสำ เนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้ธิ์ นั้โดยชอบด้วยกฎหมาย มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ มาตรา ๓๒/๒๓ การกระทำ แก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ธิ์ ที่ทำ หรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายในระบบ คอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะเป็นการทำ ซ้ำ ที่จำ เป็นต้องมีสำ หรับการนำ สำ เนามาใช้เพื่อให้อุปกรณ์ที่ใช้ใน ระบบคอมพิวเตอร์ หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทธิ์างระบบคอมพิวเตอร์ทำ งานได้ตามปกติ มิให้ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ มาตรา ๓๒/๔๕ การกระทำ ใด ๆ ดังต่อไปนี้ โดยองค์กรที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการยอมรับ เพื่อประโยชน์ของคนพิการซึ่งไม่สามารถเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ตธิ์ามพระราชบัญญัตินี้ อันเนื่องมาจาก ความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว สติปัญญา หรือการเรียนรู้ หรือความบกพร่อง อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำ หนดในราชกิจจานุเบกษา มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มี วัตถุประสงค์เพื่อหากำ ไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง (๑) ทำ ซ้ำ หรือดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ธิ์ ที่ได้มีการโฆษณาหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน แล้ว และได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งสำ เนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่ธิ์ ที่ทำ ซ้ำ หรือดัดแปลงตาม (๑) รวม ถึงสำ เนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่ธิ์ ที่ได้รับจากองค์กรที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการยอมรับในประเทศหรือต่าง ประเทศ องค์กรที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับการยอมรับ รูปแบบการทำ ซ้ำ หรือดัดแปลงตามความ จำ เป็นของคนพิการ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการดำ เนินการเพื่อทำ ซ้ำ หรือดัดแปลงและเผยแพร่ต่อ สาธารณชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำ หนดในราชกิจจานุเบกษา


มาตรา ๓๓ การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใธิ์นงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๔ การทำ ซ้ำ โดยบรรณารักษ์ของห้องสมุดซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตธิ์ามพระราชบัญญัตินี้ มิ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หธิ์ากการทำ ซ้ำ นั้นมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำ ไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การทำ ซ้ำ เพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น (๒) การทำ ซ้ำ งานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการวิจัยหรือการศึกษา มาตรา ๓๕ การกระทำ แก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ตธิ์ามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำ ไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ใน กรณีดังต่อไปนี้ (๑) วิจัยหรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (๒) ใช้เพื่อประโยชน์ของเจ้าของสำ เนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น (๓) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำ ผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใธิ์นโปรแกรม คอมพิวเตอร์นั้น (๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใธิ์นโปรแกรม คอมพิวเตอร์นั้น (๕) ทำ สำ เนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในจำ นวนที่สมควรโดยบุคคลผู้ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับโปรแกรม นั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้อง เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในการบำ รุงรักษาหรือป้องกันการสูญหาย (๖) ทำ ซ้ำ ดัดแปลง นำ ออกแสดง หรือทำ ให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือ เจ้าพนักงานซึ่งมีอำ นาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลกาพิจารณาดังกล่าว (๗) นำ โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (๘) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในกรณีที่จำ เป็นแก่การใช้ (๙) จัดทำ สำ เนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บรักษาไว้สำ หรับการอ้างอิง หรือค้นคว้าเพื่อ ประโยชน์ของสาธารณชน มาตรา ๓๖ การนำ งานนาฏกรรม หรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนตาม ความเหมาะสมโดยมิได้จัดทำ ขึ้น หรือดำ เนินการเพื่อหากำ ไรเนื่องจากการจัดให้มีการเผยแพร่ต่อ สาธารณชนนั้น และมิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมและนักแสดงไม่ได้รับค่า ตอบแทนในการแสดงนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นการดำ เนินการโดยสมาคม มูลนิธิ หรือองค์การอื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการสาธารณกุศล การศึกษา การศาสนา หรือการสังคมสงเคราะห์ และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง 53 กฎหมายพระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์ (ต่อ)


มาตรา ๓๗ การวาดเขียน การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะลายเส้น การปั้น การแกะ สลัก การพิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์ การแพร่ภาพ หรือการกระทำ ใด ๆ ทำ นอง เดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปิดเผยประจำ อยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใธิ์นศิลปกรรมนั้น มาตรา ๓๘ การวาดเขียน การเขียนระบายสี การแกะลายเส้น การปั้น การแกะสลัก การ พิมพ์ภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตร์หรือการแพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใธิ์นงานสถาปัตยกรรมนั้น มาตรา ๓๙ การถ่ายภาพหรือการถ่ายภาพยนตร์หรือการแพร่ภาพซึ่งงานใด ๆ อันมี ศิลปกรรมใดรวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วย มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใธิ์นศิลปกรรมนั มาตรา ๔๐ ในกรณีที่ลิขสิทธิ์ใธิ์นศิลปกรรมใดมีบุคคลอื่นนอกจากผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของอยู่ ด้วยการที่ผู้สร้างสรรค์คนเดียวกันได้ทำ ศิลปกรรมนั้นอีกในภายหลังในลักษณะที่เป็นการทำ ซ้ำ บางส่วน กับศิลปกรรมเดิม หรือใช้แบบพิมพ์ ภาพร่าง แผนผัง แบบจำ ลอง หรือข้อมูลที่ได้จากการศึกษาที่ใช้ ในการทำ ศิลปกรรมเดิม ถ้าปรากฏว่าผู้สร้างสรรค์มิได้ทำ ซ้ำ หรือลอกแบบในส่วนอันเป็นสาระสำ คัญ ของศิลปกรรมเดิม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใธิ์นศิลปกรรมนั้น มาตรา ๔๑ อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตธิ์ามพระราชบัญญัตินี้ การบูรณะ อาคารนั้นในรูปแบบเดิม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ มาตรา ๔๒ ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ใธิ์นภาพยนตร์ใดสิ้นสุดลงแล้ว มิให้ถือว่า การนำ ภาพยนตร์นั้นเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ใธิ์นวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ สิ่งบันทึกเสียงหรืองานที่ใช้จัดทำ ภาพยนตร์นั้น กฎหมายพระราชบัญญัติ 54 คอมพิวเตอร์ (ต่อ)


1. ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนี้เป็นสิ่งสำ คัญที่พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ให้ผู้ประกอบ พาณิชยกิจต้องจดทะเบียนพาณิชย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 ข้อ 5 มีการกำ หนดให้การซื้อขาย สินค้าหรือบริการที่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตต้องจดทะเบียน ไม่ว่าจะมีหน้าร้านหรือไม่มีก็ตาม ซึ่ง ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2554 เป็นต้นมา ดังนั้นการตั้งร้านค้าออนไลน์ จึงต้องไปจดทะเบียนให้ถูกต้อง ถ้าไม่จดจะมีโทษตามมาตรา 19 พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และ ปรับไม่เกินวันละ 100 บาท จนกว่าจะไปจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไปยื่นจดทะเบียนได้ที่สำ นักเขตในกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เทศบาล หรือองค์การบริหาร ส่วนตำ บล (อบต.) ตามที่ตั้งของสำ นักงานหรือตามที่อยู่ของคนขาย หลักฐานที่ต้องเตรียม - บัตรประจำ ตัวประชาชนและสำ เนาทะเบียนบ้าน - เอกสารแบบคำ ขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.) - รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์(เอกสารแนบแบบ ทพ.) กรอก 1 ใบต่อ 1 เว็บไซต์ Print หน้าแรก ของเว็บไซต์ - วาดแผนที่ตั้งการประกอบพาณิชยกิจ - หนังสือรับรองการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (กรณีจดในนามนิติบุคคล) - หนังสือมอบอำ นาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสำ เนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำ นาจ และผู้รับมอบอำ นาจ - ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน ให้เตรียม…หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่หรือสัญญาเช่า - สำ เนาบัตรประจำ ตัวเจ้าของสถานที่และสำ เนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารสิทธิ์ที่ธิ์ ที่แสดงว่าเป็น เจ้าของกรรมสิทธิ์ 55 กฎหมายเกี่ยวกับ การขายสินค้าออนไลน์


2. ขายของออนไลน์ นำ เข้าข้อมูลเท็จ หลอกลวง มีความผิด การขายของออนไลน์นอกจากจะต้องการผลกำ ไรแล้วยังต้องมีความจริงใจกับลูกค้าอีกด้วย เพราะสิ่ง นี้เองที่จะทำ ให้ลูกค้ากลับมาอุดหนุนร้านของเราไปเรื่อย ๆ การหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อโดยนำ เข้า ข้อมูลเท็จ หลอกลวง หรือทำ ให้คนอื่นได้รับความเสียหาย นอกจากจะเป็นการทำ ร้ายลูกค้า ทำ ให้ ยอดขายตกเมื่อมีคนรู้ความจริงแล้วยังมีโทษอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 มีโทษจำ คุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทด้วยนะ 3. ขายของออนไลน์ ต้องยื่นภาษีให้ถูกต้อง การยื่นภาษีเป็นหน้าที่ของทุกคนตามพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 มาตรา 56 ซึ่งรายได้จากการขายออนไลน์จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ดังนั้น ถ้ามีเงินได้จากการ ขายของ พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ต้องยื่นภาษีและทำ บัญชีอย่างรอบคอบเพื่อยื่นภาษีทั้งกลางปี (ภ.ง.ด.94) และสิ้นปี (ภ.ง.ด.90) ให้ถูกต้องด้วยนะ เพราะสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ภาษีที่ต้องจ่าย บางครั้งหักค่าลดหย่อนไปแล้วอาจไม่ต้องจ่ายภาษีเลยก็ได้ แต่ ถ้าไม่ยอมยื่นแล้วสรรพากรตรวจสอบย้อนหลังอาจจะได้จ่ายหนักกว่าเดิมจนธุรกิจที่ทำ อยู่ล้มทั้งยืน เลยก็ได้ ซึ่งมีการกำ หนดโทษสำ หรับผู้ที่ไม่ดำ เนินการให้ถูกต้อง ดังนี้ มาตรา 27 ไม่ชำ ระภาษีภายในกำ หนดเวลา จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน โดยที่เศษ ของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำ ระนับแต่วันพ้นกำ หนดเวลาการยื่นรายการจนถึง วันชำ ระภาษี มาตรา 22 หากมีกรณีให้สงสัยว่ายื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องตามความจริง เจ้าพนักงาน มีสิทธิ์อธิ์อกหมายเรียกเพื่อให้นำ บัญชี เอกสาร หลักฐานที่เชื่อถือได้ไปชี้แจง หากพบว่าไม่ถูกต้อง หรือไม่ยอมปฎิบัติตามคำ สั่งสั่จะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำ ระ มาตรา 26 หากไม่ยื่นแบบแสดงรายการ เจ้าพนักงานตรวจสอบสามารถออกหมายเรียก เพื่อ ให้ชี้แจง ประเมินเงินภาษีที่ต้องจ่าย หากไม่ยอมจ่ายหรือไม่ยอมปฎิบัติตามคำ สั่งสั่จะต้องรับผิดเสีย เบี้ยปรับอีก 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำ ระ มาตรา 35 ไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในกำ หนดเวลา มีโทษปรับไม่ เกิน 2,000 บาท มาตรา 37 กรณีจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จ หรือฉ้อโกงเพื่อหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษจำ คุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท มาตรา 37 ทวิ กรณีเจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มี โทษจำ คุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ 56 กฎหมายเกี่ยวกับ การขายสินค้าออนไลน์ (ต่อ)


4. ขายของออนไลน์ ต้องไม่โฆษณาเกินจริง การขายของออนไลน์เป็นการติดต่อกับผู้บริโภคและมีผลต่างๆ กับผู้บริโภคโดยตรง และยังมีผลกับ สังคมส่วนรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การขายของออนไลน์จึงต้องอยู่ภายใต้การบังคับของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โดยไม่โฆษณาเกินจริง สินค้าได้มาตรฐาน มีฉลากถูกต้อง ไม่ เป็นอันตรายกับลูกค้าและไม่สร้างผลเสียให้กับสังคม เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจได้รับโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำ เนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระ สำ คัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลาก ที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำ ความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำ ผิดซ้ำ อีก ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำ ท้ังปรับ 5. ขายของออนไลน์ ต้องแจ้งราคาให้ชัดเจนและไม่ตัดราคา การขายของจะต้องมีความเป็นธรรมกับลูกค้า ด้วยการแสดงราคาขายทุกครั้งตามประกาศคณะ กรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 70 พ.ศ. 2563 เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และ ง่ายต่อการตัดสินใจของลูกค้า โดยที่ราคาขายและราคาที่แสดงต้องเท่ากัน แจ้งราคาไว้ 100 บาท แต่ ขายจริง 120 บาทแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าหากไม่ยอมแสดงราคาให้ถูกต้องจะมีโทษตามพระราชบัญญัติว่า ด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 40 ผู้ใดไม่แสดงราคาหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กําหนดตามมาตรา 28 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และความเป็นธรรมกับเพื่อนร่วมอาชีพก็เป็นเรื่องสำ คัญ เพราะการค้าขายขึ้นอยู่กับกลไกของตลาด ถ้ามีการตัดราคากันหรือเพิ่มราคาจนสูงลิบลิ่ว ก็จะทำ ให้มี ผลกระทบในวงกว้างได้ การกำ หนดราคาให้อยู่ในช่วงราคาที่พอเหมาะกับกลุ่มลูกค้า ต้นทุน และอื่น ๆ จึงเป็นเรื่องสำ คัญ ซึ่งมีการกำ หนดเอาไว้ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29 ห้ามให้ผู้ประกอบธุรกิจทำ สิ่งที่จงใจที่จะทําให้ราคาตํ่าเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทําให้ เกิดความปั่นป่วนของราคาของสินค้าหรือบริการใด หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางอาญาตามมาตรา 41 จำ คุก ไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ 57 กฎหมายเกี่ยวกับ การขายสินค้าออนไลน์ (ต่อ)


6. ขายของออนไลน์ ต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ธิ์ผู้อื่น ใครใคร่ค้าค้า ใครใคร่ขายขาย แต่การเอาของมาขายต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ขธิ์องคนอื่นด้วยนะ เพราะกว่า จะสามารถคิด ออกแบบ สินค้าหรืองานต่าง ๆ ออกมาได้ ต้องมีขั้นตอนที่ยาวนาน รวมถึงต้องใช้ทั้งแรง กายและความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานออกมา การไปเอาไอเดียของคนอื่นมาขายหาเงินเข้าตัว เองจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เลย ซึ่งตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มีการกำ หนดเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์ขธิ์องผู้สร้างสรรค์ผลงาน และขอบเขตที่ผู้อื่นสามารถนำ ไปใช้ได้ และการนำ มาค้าขาย หา ประโยชน์จำ เป็นต้องมีการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่ธิ์ก่อน ถ้าทำ การละเมิดเจ้าของลิขสิทธิ์จธิ์ะมีโทษตาม มาตรา 70 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ จําคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 400,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ 7. ขายของออนไลน์ โดนโกงใช้แชทเป็นหลักฐานได้ ขายของอยู่ดีดี ลูกค้าสั่งสั่ซื้อของตามปกติ ส่งของให้แล้วลูกค้าไม่จ่ายเงิน หรือมีมิจฉาชีพใช้กลโกงเอารูป สินค้าในร้านไปโพสต์ขายแล้วให้คนอื่นโอนเงินมาให้เราแทน วันดีคืนดีก็มีหมายเรียกจากตำ รวจมาที่บ้าน ส่วนคนโกงก็ได้ของไปใช้แบบฟรี ๆ สิ่งที่จะช่วยได้คือหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยในช่องแชท การประกาศขายบนช่องทางโซเชี่ยลต่าง ๆ เพราะหลักฐานเหล่านี้มีสถานะทางกฎหมายเหมือนการทำ เป็นหนังสือบนกระดาษ สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ในกรณีที่เกิดปัญหาต้องการฟ้องศาลก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำ เนิน คดีได้ 58 กฎหมายเกี่ยวกับ การขายสินค้าออนไลน์ (ต่อ) 8. ขายของออนไลน์ ห้ามขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต การซื้อขายยาผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับการซักถามประวัติจากเภสัชกรเป็นเรื่องที่อันตรายกับคนซื้อ ยาไปใช้ ผลกระทบอาจเกิดขึ้นทันทีทันใด หรือมีการใช้ไปสักระยะแล้วเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยา ผิดก็ได้ ซึ่งการขายยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำ บ้านต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 12 และห้ามขายนอก ที่ทำ การตามมาตรา 19 พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 การขายยาบนอินเทอร์จึงเป็นการขายนอกสถานที่ ขายไม่ ได้เด็ดขาดนะ และโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่ได้เหมือนกัน ถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษทางอาญาด้วย… ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 10,000 บาท ขายยานอกสถานที่มีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 – 5,000 บาท โฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท


59 กฎหมายเกี่ยวกับ การขายสินค้าออนไลน์ (ต่อ) 9. ขายของออนไลน์ ต้องมีใบอนุญาตขายอาหาร อาหารเป็นสิ่งที่จำ เป็นเป็นต่อการดำ รงชีวิต ใคร ๆ ก็ต้องกินถ้าไม่ทำ เองก็ต้องซื้อ การขายอาหารไม่ว่า จะเป็นช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์จึงต้องมีการขออนุญาต ซึ่งมีการกำ หนดไว้ในมาตรา 14 และ มาตรา 15 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 โดยใบอนุญาตมีอายุถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี ที่ออกใบอนุญาต ใครมีใบอนุญาตหรือกำ ลังจะไปขอใบอนุญาตต้องเช็คปีให้ดีด้วยนะ และการขาย อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษทางอาญาตามมาตรา 53 มีโทษจําคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ กฎหมายเกี่ยวกับบุตรบุญธรรม หมวด ๔ บุตรบุญธรรม ------------------------- มาตรา ๑๕๙๘/๑๙๑ บุคคลที่มีอายุไม่ต่ำ กว่ายี่สิบห้าปีจะรับบุคคลอื่นเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้ แต่ผู้นั้นต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยสิบห้าปี มาตรา ๑๕๙๘/๒๐ การรับบุตรบุญธรรม ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ต่ำ กว่าสิบห้าปี ผู้ นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย มาตรา ๑๕๙๘/๒๑๒ การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมจะกระทำ ได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอม ของบิดาและมารดาของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ในกรณีที่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งตายหรือถูกถอน อำ นาจปกครองต้องได้รับความยินยอมของมารดาหรือบิดาซึ่งยังมีอำ นาจปกครอง ถ้าไม่มีผู้มีอำ นาจให้ ความยินยอมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หรือมีแต่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนไม่สามารถ แสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ หรือไม่ให้ความยินยอมและการไม่ให้ความยินยอมนั้นปราศจากเหตุผล อันสมควรและเป็นปฏิปักษ์ต่อสุขภาพ ความเจริญหรือสวัสดิภาพของผู้เยาว์ มารดาหรือบิดาหรือผู้ ประสงค์จะขอรับบุตรบุญธรรมหรืออัยการจะร้องขอต่อศาลให้มีคำ สั่งสั่อนุญาตแทนการให้ความยินยอม ตามวรรคหนึ่งก็ได้


มาตรา ๑๕๙๘/๒๒๓ ในการรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ถ้าผู้เยาว์เป็นผู้ถูกทอดทิ้งและ อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์และคุ้มครองเด็ก ให้สถาน สงเคราะห์เด็กเป็นผู้ให้ความยินยอมแทนบิดาและมารดา ถ้าสถานสงเคราะห์เด็กไม่ให้ความยินยอม ให้นำ ความในมาตรา ๑๕๙๘/๒๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๑๕๙๘/๒๓๔ ในกรณีที่ผู้เยาว์มิได้ถูกทอดทิ้ง แต่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของ สถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์และคุ้มครองเด็ก บิดาและมารดา หรือบิดาหรือ มารดาในกรณีที่มารดาหรือบิดาคนใดคนหนึ่งตายหรือถูกถอนอำ นาจปกครอง จะทำ หนังสือมอบ อำ นาจให้สถานสงเคราะห์เด็กดังกล่าวเป็นผู้มีอำ นาจให้ความยินยอมในการรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม แทนตนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้นำ ความในมาตรา ๑๕๙๘/๒๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หนังสือมอบ อำ นาจตามวรรคหนึ่งจะถอนเสียมิได้ตราบเท่าที่ผู้เยาว์ยังอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของสถาน สงเคราะห์เด็กนั้น มาตรา ๑๕๙๘/๒๔๕ ผู้มีอำ นาจให้ความยินยอมแทนสถานสงเคราะห์เด็กในการรับบุตร บุญธรรมตามมาตรา ๑๕๙๘/๒๒ หรือมาตรา ๑๕๙๘/๒๓ จะรับผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความดูแลหรืออยู่ใน ความอุปการะเลี้ยงดูของสถานสงเคราะห์เด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรมของตนเองได้ต่อเมื่อศาลได้มีคำ สั่งสั่ อนุญาตตามคำ ขอของผู้นั้นแทนการให้ความยินยอมของสถานสงเคราะห์เด็ก มาตรา ๑๕๙๘/๒๕๖ ผู้จะรับบุตรบุญธรรมหรือผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสอยู่ ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือไปเสียจาก ภูมิลำ เนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำ สั่งสั่อนุญาต แทนการให้ความยินยอมของคู่สมรส 60 กฎหมายเกี่ยวกับ บุตรบุญธรรม (ต่อ) มาตรา ๑๕๙๘/๒๖ ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่จะเป็นบุตรบุญธรรม ของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ถ้า คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรม ของตนด้วยจะต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสซึ่งเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมอยู่แล้วและมิให้นำ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ มาใช้บังคับ๗ มาตรา ๑๕๙๘/๒๗๘ การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตาม กฎหมาย แต่ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็น บุตรบุญธรรมก่อน มาตรา ๑๕๙๘/๒๘ บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำ เนิดมา ในกรณีเช่นนี้ ให้บิดามารดา โดยกำ เนิดหมดอำ นาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว ให้นำ บทบัญญัติในลักษณะ ๒ หมวด ๒ แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม


มาตรา ๑๕๙๘/๒๙ การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรม ในฐานะทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการณ์รับบุตรบุญธรรมนั้น มาตรา ๑๕๙๘/๓๐ ถ้าบุตรบุญธรรมซึ่งไม่มีคู่สมรสหรือผู้สืบสันดานตายก่อนผู้รับ บุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมมีสิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์สินที่ตนได้ให้แก่บุตรบุญธรรมคืนจากกอง มรดกของบุตรบุญธรรมเพียงเท่าที่ทรัพย์สินนั้นยังคงเหลืออยู่ภายหลังที่ชำ ระหนี้ของกองมรดก เสร็จสิ้นแล้ว ห้ามมิให้ฟ้องคดีเรียกร้องสิทธิตามวรรคหนึ่ง เมื่อพ้นกำ หนดหนึ่งปีนับแต่เวลาที่ผู้รับ บุตรบุญธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของบุตรบุญธรรมหรือเมื่อพ้นกำ หนดสิบปีนับแต่วันที่ บุตรบุญธรรมตาย มาตรา ๑๕๙๘/๓๑ การเลิกรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะแล้วจะ เลิกโดยความตกลงกันในระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมเมื่อใดก็ได้ ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะทำ ได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของ บิดาและมารดา และให้นำ มาตรา ๑๕๙๘/๒๐ และมาตรา ๑๕๙๘/๒๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ได้รับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๑๕๙๘/๒๑ วรรคสอง มาตรา ๑๕๙๘/๒๒ มาตรา ๑๕๙๘/๒๓ มาตรา ๑๕๙๘/๒๔ หรือมาตรา ๑๕๙๘/๒๖ วรรคสอง ถ้าบุตร บุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ การเลิกรับบุตรบุญธรรมให้กระทำ ได้ต่อเมื่อมีคำ สั่งสั่ศาลโดยคำ ร้องขอ ของผู้มีส่วนได้เสียหรืออัยการ๙ การเลิกรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตาม กฎหมาย มาตรา ๑๕๙๘/๓๒ การรับบุตรบุญธรรมย่อมเป็นอันยกเลิกเมื่อมีการสมรสฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๕๑ 61 กฎหมายเกี่ยวกับ บุตรบุญธรรม (ต่อ)


มาตรา ๑๕๙๘/๓๓ คดีฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรมนั้น เมื่อ (๑)๑๐ ฝ่ายหนึ่งทำ การชั่วชั่ร้ายไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ เป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งอับอายขายหน้า อย่างร้ายแรง หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ (๒)๑๑ ฝ่ายหนึ่งหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งอันเป็นการร้าย แรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ถ้าบุตรบุญธรรมกระทำ การดังกล่าวต่อคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ให้ ผู้รับบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ (๓)๑๒ ฝ่ายหนึ่งกระทำ การประทุษร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีหรือคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้ เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงและการกระทำ นั้นเป็นความผิดที่มีโทษอาญา อีกฝ่ายหนึ่ง ฟ้องเลิกได้ (๔) ฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ (๕) ฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ (๖) ฝ่ายหนึ่งต้องคำ พิพากษาถึงที่สุดให้จำ คุกเกินสามปี เว้นแต่ความผิดที่กระทำ โดยประมาท อีกฝ่าย หนึ่งฟ้องเลิกได้ (๗) ผู้รับบุตรบุญธรรมทำ ผิดหน้าที่บิดามารดา และการกระทำ นั้นเป็นการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๕๖๔ มาตรา ๑๕๗๑ มาตรา ๑๕๗๓ มาตรา ๑๕๗๔ หรือมาตรา ๑๕๗๕ เป็นเหตุให้เกิดหรืออาจ เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ (๘)๑๓ ผู้รับบุตรบุญธรรมผู้ใดถูกถอนอำ นาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด และเหตุที่ถูกถอนอำ นาจ ปกครองนั้นมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่สมควรเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมต่อไป บุตรบุญธรรมฟ้อง เลิกได้ (๙)๑๔ (ยกเลิก) มาตรา ๑๕๙๘/๓๔ ห้ามมิให้ฟ้องขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมเมื่อพ้นกำ หนดหนึ่งปี นับแต่ วันที่ผู้ขอเลิกการรับบุตรบุญธรรมรู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เลิกการนั้น หรือเมื่อพ้นกำ หนด สิบปีนับแต่เหตุนั้นเกิดขึ้น มาตรา ๑๕๙๘/๓๕๑๕ การฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ครบสิบ ห้าปีบริบูรณ์ให้บิดามารดาโดยกำ เนิดเป็นผู้มีอำ นาจฟ้องแทน แต่ถ้าบุตรบุญธรรมมีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ แล้วบุตรบุญธรรมฟ้องได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใด ในกรณีตามวรรคหนึ่ง อัยการจะฟ้องคดีแทนบุตรบุญธรรมก็ได้ 62 กฎหมายเกี่ยวกับ บุตรบุญธรรม (ต่อ)


63 มาตรา ๑๕๙๘/๓๖ การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยคำ พิพากษาของศาล ย่อมมีผลแต่เวลาที่คำ พิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำ การโดยสุจริตไม่ได้ เว้นแต่ ได้จดทะเบียนแล้ว มาตรา ๑๕๙๘/๓๗๑๖ เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายหรือมีการเลิกรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้บิดามารดาโดยกำ เนิดกลับมีอำ นาจปกครองนับแต่เวลาที่ ผู้รับบุตรบุญธรรมตาย หรือนับแต่เวลาที่จดทะเบียนเลิกการรับบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๑๕๙๘/๓๑ หรือนับแต่เวลาที่ศาลมีคำ พิพากษาถึงที่สุดให้เลิกการรับบุตรบุญธรรม เว้นแต่ศาลเห็น สมควรสั่งสั่เป็นประการอื่น ในกรณีที่มีการตั้งผู้ปกครองของผู้เป็นบุตรบุญธรรมไว้ก่อนผู้รับบุตรบุญธรรมตาย หรือก่อนการเลิกรับบุตรบุญธรรม ให้ผู้ปกครองยังคงมีอำ นาจหน้าที่เช่นเดิมต่อไป เว้นแต่บิดา มารดาโดยกำ เนิดจะร้องขอ และศาลมีคำ สั่งสั่ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้มีอำ นาจปกครอง การเปลี่ยนผู้ใช้อำ นาจปกครองตามวรรคหนึ่งหรือผู้ปกครองตามวรรคสองไม่เป็น เหตุเสื่อมสิทธิที่บุคคลภายนอกได้มาโดยสุจริตก่อนผู้รับบุตรบุญธรรมตายหรือก่อนจดทะเบียนเลิก การรับบุตรบุญธรรม ให้พนักงานอัยการเป็นผู้มีอำ นาจร้องขอเพื่อให้ศาลมีคำ สั่งสั่เป็นประการอื่น ตามวรรคหนึ่ง กฎหมายเกี่ยวกับ บุตรบุญธรรม (ต่อ)


64 บรรณานุกรม สถาบันนิติธรรมมาลัย ---> https://www.drthawip.com/ ส่วนนิติการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ---> https://dla.wu.ac.th/th/archives/3626 สำ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ---> https://www.ocs.go.th/council-of-state/#/public


Justice is the spirit of law ความยุติธรรม คือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย น.ส.สาริศา อ่ออ่นเกตุพล ม.4/6 เลขที่1ที่7 น.ส.ดวงพร กุลบุตร ม.4/6 เลขที่4ที่ 0 คณะผู้จั ผู้ ด จั ทำ


Click to View FlipBook Version