The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาระดับความร่วมมือการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของเครือข่ายวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีผลต่อความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างรูปแบบการเสริมสร้างเครือข่ายในการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมตามแนวทางพระพุทธศาสนา
ดำเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งวิจัยในเชิงเอกสาร (Documentary Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การประชุมกลุ่มย่อยร่วมกับองค์กร ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๔ กลุ่ม ได้แก่ ๑) กลุ่มชาวพื้นเมือง บ้านสะเดียง ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง ๒) กลุ่มชาวไทยหล่ม บ้านนาแซง ตำบลนาแซง อำเภอหล่มเก่า ๓) กลุ่มชาวเขา บ้านเข็กน้อย ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ และ ๔) กลุ่มชาวบน บ้านน้ำเลา ตำบลบ้านโคก อำเภอเมือง ซึ่งได้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๓๖ รูป/คน แยกเป็น ๑) ผู้นำชุมชน จำนวน ๑๒ คน ๒) ผู้นำด้านนิเวศวิทยาวัฒนธรรม จำนวน ๑๒ คน และ ๓) ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ จำนวน ๑๒ คน การวิจัยครั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ศึกษาโดยใช้วิธีพรรณนาวิเคราะห์จากการสัมภาษณ์กลุ่มชาติพันธุ์
ผลการวิจัยพบว่า
การจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของเครือข่ายวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนตัวหรือส่วนรวมที่มีผลต่อความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรม เพราะแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ต่างก็อาศัยป่าไม้เป็นหลัก นับตั้งแต่

การตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย การดำรงชีพด้วยการหาของป่า การปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ จนเกิดเป็นความเชื่อที่นับถือธรรมชาติหรือสิ่งที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ที่สถิตอยู่ในที่นั้น ๆ ทำให้เกิดมีการบูชา จนกลายมาเป็นประเพณีและค่านิยมที่จะต้องยึดถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี หากปีใดไม่ได้ดำเนินการจะทำให้คนในหมู่บ้านหรือในชุมชนเกิดความไม่สบายใจ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดทุกคนในหมู่บ้านจะร่วมมือกันทำด้วยความเต็มใจ เพื่อให้เกิดเป็นศิริมงคลหรือความดีงามแก่ชุมชน ซึ่งอาจได้รับการแนะนำ ชี้แนะหรือความร่วมมือจากพระสงฆ์และหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด จะต้องสร้างความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
ข้อเสนอแนะ ควรมีการศึกษาแบบเจาะลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำว่า มีลักษณะเป็นอย่างไร และมีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ที่ช่วยในการอนุรักษ์ได้บ้าง ศึกษาพฤติกรรมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันส่งผลต่อการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาของแต่ละท้องถิ่น ศึกษาการสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท้องถิ่นควรทำ ศึกษาด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำถ่ายทอดเป็นเทคนิค วิธีการ และกระบวนการ ควรนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้าไปเสริมสร้างเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฐานข้อมูลห้องสมุด, 2023-10-16 00:50:55

การจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของเครือข่ายวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ Ecological Cultural Management of Network Culture and Ethnic Groups in Phetchabun Province

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาระดับความร่วมมือการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของเครือข่ายวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีผลต่อความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างรูปแบบการเสริมสร้างเครือข่ายในการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมตามแนวทางพระพุทธศาสนา
ดำเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งวิจัยในเชิงเอกสาร (Documentary Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การประชุมกลุ่มย่อยร่วมกับองค์กร ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๔ กลุ่ม ได้แก่ ๑) กลุ่มชาวพื้นเมือง บ้านสะเดียง ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง ๒) กลุ่มชาวไทยหล่ม บ้านนาแซง ตำบลนาแซง อำเภอหล่มเก่า ๓) กลุ่มชาวเขา บ้านเข็กน้อย ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ และ ๔) กลุ่มชาวบน บ้านน้ำเลา ตำบลบ้านโคก อำเภอเมือง ซึ่งได้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๓๖ รูป/คน แยกเป็น ๑) ผู้นำชุมชน จำนวน ๑๒ คน ๒) ผู้นำด้านนิเวศวิทยาวัฒนธรรม จำนวน ๑๒ คน และ ๓) ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ จำนวน ๑๒ คน การวิจัยครั้งนี้คณะผู้วิจัยได้ศึกษาโดยใช้วิธีพรรณนาวิเคราะห์จากการสัมภาษณ์กลุ่มชาติพันธุ์
ผลการวิจัยพบว่า
การจัดการนิเวศวิทยาวัฒนธรรมของเครือข่ายวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนตัวหรือส่วนรวมที่มีผลต่อความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรม เพราะแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ต่างก็อาศัยป่าไม้เป็นหลัก นับตั้งแต่

การตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย การดำรงชีพด้วยการหาของป่า การปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ จนเกิดเป็นความเชื่อที่นับถือธรรมชาติหรือสิ่งที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ที่สถิตอยู่ในที่นั้น ๆ ทำให้เกิดมีการบูชา จนกลายมาเป็นประเพณีและค่านิยมที่จะต้องยึดถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี หากปีใดไม่ได้ดำเนินการจะทำให้คนในหมู่บ้านหรือในชุมชนเกิดความไม่สบายใจ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดทุกคนในหมู่บ้านจะร่วมมือกันทำด้วยความเต็มใจ เพื่อให้เกิดเป็นศิริมงคลหรือความดีงามแก่ชุมชน ซึ่งอาจได้รับการแนะนำ ชี้แนะหรือความร่วมมือจากพระสงฆ์และหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด จะต้องสร้างความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
ข้อเสนอแนะ ควรมีการศึกษาแบบเจาะลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำว่า มีลักษณะเป็นอย่างไร และมีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ที่ช่วยในการอนุรักษ์ได้บ้าง ศึกษาพฤติกรรมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันส่งผลต่อการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาของแต่ละท้องถิ่น ศึกษาการสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท้องถิ่นควรทำ ศึกษาด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำถ่ายทอดเป็นเทคนิค วิธีการ และกระบวนการ ควรนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้าไปเสริมสร้างเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนทางนิเวศวิทยาวัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบูรณ์

Keywords: การจัดการนิเวศวิทยา,เครือข่ายวัฒนธรรม,กลุ่มชาติพันธุ์

ภาคผนวก จ ประวัติคณะผู้วิจัย


๑๔๐ ประวัติผู้วิจัย หัวหน้าโครงการวิจัย ๑. ชื่อ (ภาษาไทย) : พระปลัดพีระพงศ์ ฐิตธมฺโม, ดร. (โชตินอก) (ภาษาอังกฤษ) : Dr. Phrapalad Peerapong Thitadhammo/Chotnok ๒. หมายเลขบัตรประชาชน : เลขที่ ๓-๒๕๐๒-๐๐๙๙๐-๒๐-๑ ๓. ตำแหน่งปัจจุบัน : อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง เพชรบูรณ์ ๔. หน่วยงานและสถานที่ติดต่อ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุน ผาเมือง เพชรบูรณ์ ๙๑ ถนนพิทักษ์ ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่ม สัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ๖๗๑๑๐ - โทรศัพท์ ๐๘-๙๒๗๑-๑๗๐๕ - E-mail : [email protected] ๕. ประวัติการศึกษา : น.ธ.เอก, ป.ธ. ๑-๒ - ปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๐ - ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (ร.ม.) สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง - ปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (รป.ด.) สาขารัฐ ประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ๖. สาขาวิชาที่มีความชำนาญพิเศษ (แตกต่างจากวุฒิการศึกษา) ระบุสาขาวิชาการ - พระพุทธศาสนา/ภาษาไทย ๗. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ - หัวหน้าโครงการวิจัย : เรื่อง “กระบวนการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ตาม หลักพุทธธรร


๑๔๑ ประวัติผู้ร่วมวิจัย ผู้ร่วมโครงการวิจัย ๑. ชื่อ (ภาษาไทย) : พระมหาธนกร กิตฺติปญฺโ /สร้อยศรี (ภาษาอังกฤษ) : Phramaha Thanakorn kittipanyo/soisri ๒. หมายเลขบัตรประชาชน : เลขที่ ๔-๒๒๐๑-๐๐๐๐๔-๗๗-๗ ๓. ตำแหน่งปัจจุบัน : นักวิจัย อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา ศาสนา วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง เพชรบูรณ์ ๔. หน่วยงานและสถานที่ติดต่อ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุน ผาเมือง เพชรบูรณ์ ๙๑ ถนนพิทักษ์ ตำบลหล่มสัก อำเภอ หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ๖๗๑๑๐ - โทรศัพท์ ๐๙-๔๕๕๓-๙๙๖๒ - E-mail : [email protected] ๕. ประวัติการศึกษา : เปรียญธรรม 4 ประโยค - ปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๕ - ปริญญาโท พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาศาสนาเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๗ ๖. สาขาวิชาที่มีความชำนาญพิเศษ (แตกต่างจากวุฒิการศึกษา) ระบุสาขาวิชาการ - วิชาการทางศาสนา/ภาษาบาลี ๗. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ - หัวหน้าโครงการวิจัย : เรื่อง “การสืบค้น และจัดระบบการ อนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณของวัด และการถ่ายทอดภูมิปัญญา ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ ในท้องถิ่นของกลุ่ม จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง”


Click to View FlipBook Version